เลเล่เล้ – THE STANDARD https://thestandard.co/category/opinion/เลเล่เล้/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 17 Jul 2025 11:58:49 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ความเศร้าในแบบของ Mirrr มันกลมๆ มันลอยๆ https://thestandard.co/mirrr-mai-me-album/ Thu, 17 Jul 2025 11:57:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1097495 mirrr-mai-me-album

อัลบั้มที่ 2 ของวง Mirrr (เมอร์) วงดนตรีดูโอของ ติโต-เล […]

The post ความเศร้าในแบบของ Mirrr มันกลมๆ มันลอยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
mirrr-mai-me-album

อัลบั้มที่ 2 ของวง Mirrr (เมอร์) วงดนตรีดูโอของ ติโต-เลอทัศน์ เกตุสุข (ร้องนำ) กับ นาว-วิชชานนท์ ว่องวีรชัยเดชา (กีตาร์) พวกเขาเป็นวงดนตรีวงเล็ก ๆ จากเชียงใหม่ ที่มี concept ของวงเริ่มด้วย “ละเมอทำเพลงตอนกลางคืน” แล้วเอาคำว่า ละเมอมาตั้งชื่อวง เรียกแฟนคลับวงว่า เมอรี่ (Merry) โด่งดังกันมาตั้งแต่ปี 2018 จากเพลง ‘รอให้เธอ’ เรื่อยมาถึง ‘มาโซคิสม์’ และก็ออกเป็น EP. แรก Social Anxiety ตามด้วย ‘นิโคติน’, ‘ดอกไม้ไฟ’ ไล่มาถึงเพลง ‘เจ้าของที่’ และ ‘ตลอดไปไม่มีจริง’ จากอัลบั้มแรก Q.E.D

 

Mai Me เป็นอัลบั้มที่ 2 ติโตยังคงเขียนเพลงมึนมึนอึนอึนกับความรักที่ไม่สมหวัง ให้ความรู้สึกเหมือนนอนไม่พอ พอตื่นมาก็ยังเบลออยู่ อยากจะฝันต่อแต่ก็ฝันไม่ได้ ส่วนกีตาร์ของนาวก็ส่งให้ได้มู้ดลอย ๆ เพลงของ Mirrr เป็นเพลงที่มีโฟลว์ดีมาก ฟังแล้วมันจะไหลๆ ไปกับทำนอง ภาคดนตรีเรียกได้ว่าพวกเขาเป็นนีโอโซลหรือโซลยุคใหม่ที่มีจังหวะไม่เร็วเกินไป แต่ก็ไม่ช้าเท่าไร ใส่ซินทิไซเซอร์ให้กลมกล่อม เติมกีตาร์ กลอง และเสียงร้องติดแหลมนิดๆ ของติโต ที่เด็ดสุดคือเนื้อร้องนี่แหละ เขียนแบบ ทำน้ำตาตกมากันเยอะละ

 

อัลบั้ม Mai Me ของวง Mirrr เพลงโซลเศร้าแบบลอย

 

อัลบั้มนี้มี 10 เพลง โดยที่ 5 เพลงเคยออกมาเป็น single ก่อนหน้านี้ เท่ากับว่าเราได้ฟังอีก 5 เพลงใหม่ในอัลบั้มนี้ ผสมกับเพลงดีๆ ที่ออกมาก่อน เปิดอัลบั้มด้วย ‘กำแพงหัวใจ’ เพลงแอบรักที่เดินเข้าหาเธอก็เจอกำแพง อยากมีวันที่สวยงามเหมือนคนที่อยู่ข้างหลังกำแพงบ้าง ท่อนฮุคติดหูสวยงาม เวอร์ชั่นในอัลบั้มไม่เหมือนที่เคยเป็น single มันช้ากว่า ไวป์และมู้ดดีกว่า ต่อด้วยเพลงที่แอบรักอีกเพลง ‘กำลังพอดี’ คือรู้ว่าไม่มีทางแน่ๆ อยู่แบบนี้คือกำลังพอดีจะดีกว่า ‘คิดต่อ’ เป็นเพลงที่ติดหูง่ายมาก เป็นเพลงที่มี 2Ectasy มาแจม ซึ่งก็คือ โตะ-คุณานันท์ เศิกศิริ ศิลปินแร็ป เขียนเพลงร่วมกัน ร้องเพลงร่วมกัน เนื้อเพลงยังคงเป็นเพลงแอบรักอยู่ แอบรักใครให้ฟังต่อกัน 3 เพลงนี้เลย

 

ต่อด้วย ‘รักอย่าหลอก’ เพลงที่ feat. กับ Yourmood หรือ บอย-สุรัตน์ รุ่งพุทธิกุล เพลงที่พูดถึงคนรักที่หันไปคบคนอื่น ที่จริงเธอบอกตรงๆ ก็ได้ เพลงได้ความฟูมฟายและปวดร้าว ‘ย้ำคิดย้ำทำ’ กับ ‘กี่เหตุผล’ เป็นเพลงที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งสองเพลงคือเพลงอกหัก เพลงแรกลืมเธอยังไม่ได้ เพลงหลังเหมือนเธอหาเหตุผลมากมาย แต่สุดท้ายก็ไปอยู่ดี เป็นสองเพลงที่วางต่อกันดี

 

‘ใครสักคน’ เหมือนเป็นเพลงรักเพลงเดียวในอัลบั้ม แต่ก็ยังเต็มไปด้วยคำถามและความไม่แน่ใจ เป็นเพลงที่กีตาร์ลีดได้ดีมาก มีความเป็นบลูส์ลื่นไหล ‘รับปาก’ เพลงเศร้าอีกเพลงที่ว่าด้วยเรื่องเธอกำลังคิดจะไป แต่คนผิดคือฉันเองที่ดูแลเธอได้ไม่ดีเท่า ‘ไม่ไหวอย่าฝืน’ เพลงที่สถานะยังไม่ชัดพอที่จะไปต่อ พอจะรู้ตัวเลยบอกไว้ว่าไม่ไหวก็อย่าไปฝืนเลย หากเธออยากไปก็ไปเถอะ และปิดท้ายด้วย ‘นายแน่มาก’ เคยเป็น single ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว เพลงประชดรัก เธอเก่งที่หลอกฉันได้ ทั้งที่เธอมีใจให้กับเขาหมดแล้ว

 

ในทุกสถานะและความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นดั่งใจ วางเพลงของวง Mirrr ไว้ตรงนั้นเลย

 

เพลงแนะนำ

  • กำแพงหัวใจ
  • กี่เหตุผล
  • ย้ำคิดย้ำทำ
  • รักอย่าหลอก

อัลบั้ม Mai Me

ศิลปิน Mirrr

ค่าย What The Duck 

 

เลเล่เล้

กรกฎาคม 2025

Twitter: @laylaidlaid

Facebook: เลเล่เล้ – แนะนำเพลงไทยและสากล

The post ความเศร้าในแบบของ Mirrr มันกลมๆ มันลอยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
PLOY จาก วาเลนติน่า พลอย อัลบั้มที่เอาไว้นอนฟังบนเตียง มองเพดานแล้วก็คิดถึงใครบางคน https://thestandard.co/ploy-by-valentina-ploy/ Thu, 25 May 2023 07:31:35 +0000 https://thestandard.co/?p=795063 Valentina Ploy

พยายามวางเรื่องเพลงของเธอให้ความรู้สึกเหมือนฟัง Taylor […]

The post PLOY จาก วาเลนติน่า พลอย อัลบั้มที่เอาไว้นอนฟังบนเตียง มองเพดานแล้วก็คิดถึงใครบางคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Valentina Ploy

พยายามวางเรื่องเพลงของเธอให้ความรู้สึกเหมือนฟัง Taylor Swift ไว้ข้างๆ ก่อน แล้วลองฟังอัลบั้มนี้อย่างตั้งใจ มันเป็นอัลบั้มที่มีแต่เพลงเพราะๆ ทั้งอัลบั้ม

 

วาเลนติน่า พลอย เป็นใคร? เธอเป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี เกิดที่อิตาลี แต่พูดไทยได้คล่อง เธอมีความเป็นฝรั่งมาก ทำมาทุกอย่าง เช่น เธอเคยประกวดนางงาม Miss Universe Thailand ด้วย แถมได้ตำแหน่งรองอันดับสอง เพราะตอนเด็กๆ เธอชอบงานประเภทอาสาสมัคร เธอเคยแข่ง The X Factor และ Amici ที่อิตาลี เคยแข่งประกวดร้องเพลง The Voice Thailand Season 6 โดยมี โจอี้ บอย กดหันกลับมาเพียงคนเดียว 

 

อันที่จริงเธออยู่ในวงการเพลงไทยมาเกือบ 4 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้วาเลนติน่ามีอีพีหนึ่งชุดชื่อ Satellite เมื่อปี 2020 มี 5 เพลง และมีเพลงอย่าง See you in life ที่เพราะมาก ผ่านช่วงเวลาโควิดอันเสียเปล่าไปสัก 2 ปี กลับมาตอนนี้เธอมีอัลบั้มล่าสุดเป็นอัลบั้มเต็มไม่ซ้ำอีพีเดิม อัลบั้มนี้มีชื่อสั้นๆ ว่า PLOY

 

Valentina Ploy

 

เพลงในอัลบั้ม PLOY มีทั้งหมด 11 เพลง และมีพูดอินโทรตอนเริ่มอีก 1 แทรก (ซึ่งถ้าเรากดแบบวนซ้ำในสตรีมมิง พอวนกลับมาอีกทีจะข้ามแทร็กพูดไปเลย) ตรงอินโทรเหมือนเวลาเราอ่านโน้ตบทปกอัลบั้ม เธอบอกว่าอัลบั้มนี้เธอเขียนในห้องน้ำ ร้องในห้องน้ำ มันคือเรื่องราวจริงๆ ของเธอที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กจนโต เหมือนเป็นไดอารีเล่มหนึ่งที่เล่าถึงแฟนเก่า แฟนใหม่ และเพื่อนไว้ให้เราฟังเพลินๆ เดิมทีอัลบั้มนี้มีชื่อว่า Song from My Bathroom 

 

ธีมของอัลบั้มมีความเป็นป๊อปที่ฟังง่าย ทำนองดี ซาวด์ดี มีเพลงที่ร้องกับกีตาร์ มีเพลงที่ใส่ซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ป๊อป มีกีตาร์ไฟฟ้าเด่นออกมา มีทั้งเพลงอกหักและเพลงรัก รวมถึงเพลงที่เกี่ยวกับเพื่อนด้วย อัลบั้มเรียงเพลงอย่างตั้งใจ เริ่มจากเพลงที่มีความสุข สนุก จนกระทั่งถึงโมเมนต์อกหัก อยู่ได้ และก็มีเพื่อนคอยปลอบ 

 

Valentina Ploy

 

เปิดอัลบั้มด้วยจังหวะสนุก กีตาร์โน้ตสวย ซาวด์ก้อง ติดหูง่าย Bla Bli Blu เพลงที่พูดถึงเวลาคนที่เป็นแฟนกัน มักจะมีภาษาเฉพาะของกันและกัน รวมถึงการบอกรักด้วย เธอบอกรักด้วยคำว่า Bla Bli Blu ซึ่งไม่มีคำแปลใดๆ เป็นเพลงที่ฟังน่ารักดี มีการใส่เนื้อเพลงที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษด้วย วาเลนติน่าพูดได้ถึง 5 ภาษา ไทย อิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน ต่อด้วย Again And Always เพลงกีตาร์ลอยๆ พูดกับตัวเอง เรื่องของคนสองคนที่ห่างไกล ส่งได้แค่ข้อความและรูปภาพอาหารเช้าแก่กัน หวังว่าสักวันจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง

 

อัลบั้มคั่นด้วยเพลงช้าบ้าง You’ve Always Been There เพลงรักหวานฉ่ำที่บอกว่าเธอเป็นเหมือนบ้านของฉันเสมอ แล้วต่อด้วยเพลง Nobody’s Perfect ที่มีกีตาร์เฟี้ยว เพลงที่เหมือนทำความเข้าใจกันและกัน เสียงของพลอยในเพลงนี้ฟังแล้วคิดถึงงานของ SAMMii แล้วก็ต่อด้วย Berlin ที่เทียบความรักเป็นเหมือนกำแพงเบอร์ลิน สร้างกำแพงปิดกั้นไว้ ทำลายทิ้ง ซ่อนตัวหลังกำแพง ในที่สุดก็ไม่เวิร์กใดๆ เพลงทำออกมาแบบสนุกๆ ถือว่าเป็นการเลิกที่ไม่ได้เจ็บปวดมาก

 

And I know we don’t talk anymore

But I still have you captured on films that

I took of you

Here in my camera roll

Where a moment is frozen forever in time

Now that nothing’s the same as before

You are so out of touch but yet under my fingers

Now nothing’s the same as before, at all

We’re still safe in my camera roll

 

– Camera Roll

 

 

ครึ่งอัลบั้มหลังเป็นเพลงเศร้าซะส่วนใหญ่ เพลงที่เพราะมากๆ คือ Camera Roll ความรู้สึกอึนๆ ในตอนที่เลิกกัน รูปถ่ายที่เคยถ่ายด้วยกันไว้ ความทรงจำที่ยังเก็บไว้ในฟิล์มของกล้องเก่า เป็นเพลงเศร้าที่เรามูฟออนไม่ได้ที่ดีมากๆ เพลงหนึ่ง เสียงร้องกับกีตาร์ตีคอร์ด คอรัสเดินเคียงไปด้วยกันให้เพลงไม่เหงามาก ต่อด้วยเพลง I’m OK เพลงที่หมายความตามชื่อเพลงจริงๆ พอต่อกันก็ทำให้ความรู้สึกดีขึ้น ถึงแม้ข้างในจริงๆ ยังไม่ดีขึ้นก็ตาม 

 

I Miss My Friends เพลงที่วาเลนติน่า พลอย แต่งขึ้นมาก่อนทั้งหมด แล้วอยากให้ ภูมิ วิภูริศ มาร้องด้วย เท็กซ์ไปหา (ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักกัน) เขาตอบรับ แก้เนื้อนิดหน่อย แล้วก็ร้องคู่กัน เป็นเพลงที่วิเศษมากเพลงหนึ่ง มีความเหงาของคนที่ต้องจากบ้านจากเพื่อนมาไกล มีประโยคเด็ดคือ “I need someone to bring me ice cream when I sit and cry in bed” วัฒนธรรมอิตาลีเวลาใครเศร้าให้เอาไอศกรีมไปปลอบใจ เป็นเพลงที่ฮีลใจได้น่ารักมากๆ 

 

I’ll be kissing strangers, changing city

Anything to make it easy

The thing that’s hurting the most

Is that losing you feels right for us to grow

 

– Shoreditch Road

 

 

Shoreditch Road กับ To Myself เป็นเพลงที่ตัดเป็นซิงเกิลและทำเอ็มวีไปแล้ว เพลงแรกมีฉากหลังเป็นถนน ทะเลาะกันในรถ แล้วก็เลิกกันไป เธอเขียนเพลงจากเหตุการณ์จริง มี Shoreditch Road เป็นพยาน ส่วนเพลง To Myself เป็นเพลงเร็ว มีความร็อกอยู่ในกีตาร์ บอกตัวเองว่าต่อไปต้องเดินเองโดยไม่มีใคร ปิดอัลบั้มด้วยเพลงช้าร้องกับกีตาร์ Left Unsaid ตอนจบของความรักจากการที่ไม่ได้พูดกันอย่างจริงจัง เป็นเพลงเหงาตายอีกเพลงหนึ่ง

 

การเขียนเพลงของวาเลนติน่า พลอย ใช้คำง่าย เล่าเรื่องดี ฟังไม่ยากแต่มีความเป็นอินเตอร์ เพลงของเธอดังไปหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว อัลบั้มทำกับ What The Duck ไม่ได้บอกว่าใครโปรดิวซ์ให้ (แต่เดาว่าคือคนเดิมคือ ปกป้อง จิตดี แห่ง Plastic Plastic) หากอัลบั้มนี้ขายในต่างประเทศให้ Warner Music Thailand เป็นคนจัดการ

 

อัลบั้ม: PLOY

ศิลปิน : วาเลนติน่า พลอย

ค่าย: What The Duck / Warner Music Thailand  

 

เลเล่เล้

พฤษภาคม 2566

Twitter: @laylaidlaid

The post PLOY จาก วาเลนติน่า พลอย อัลบั้มที่เอาไว้นอนฟังบนเตียง มองเพดานแล้วก็คิดถึงใครบางคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
75 เพลงไทยแห่งปี 2022 (ภาคจบ) https://thestandard.co/top-thai-song-2022-ep2/ Tue, 10 Jan 2023 07:02:26 +0000 https://thestandard.co/?p=735058

มาต่อกันที่อันดับ 36-75 นะครับ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน […]

The post 75 เพลงไทยแห่งปี 2022 (ภาคจบ) appeared first on THE STANDARD.

]]>

มาต่อกันที่อันดับ 36-75 นะครับ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านภาคแรก เข้าไปอ่านได้ที่นี่เลยครับ https://thestandard.co/top-thai-song-2022-ep1/

 

ที่จริงแล้วเพลงมีถึง 100 เพลง มีหลายเพลงที่เสียดายมากๆ ตอนตัดออกไปครับ ผมมีทำเพลย์ลิสต์ที่ชื่อว่า MixTapes Thai 2022 ไว้ด้วย ทำไว้ทั้ง Apple Music และ Spotify เลื่อนลงไปข้างล่างสุดจะเจอครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ

 


 

  1. ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง (ดอกไม้ฤดูหนาว) – เรนิษรา

เพลงที่พูดถึงอากาศหนาว การอยู่คนเดียวแบบเหงาๆ มองใครๆ เขามีคู่แต่มองกลับมาดูตัวเองเหมือนยังไม่ไปไหน ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เพลงนี้ทำออกมาได้เย็นเหมือนเนื้อเพลง ด้วยความเป็นป๊อป กลองจังหวะง่ายๆ ไม่ได้ซับซ้อน มีความเป็น Bedroom แต่จับใจคนเหงาๆ ได้ง่าย เรนิษราอ่านว่า เร-นิ-สะ-รา เป็นศิลปินดูโอ้ที่มาแรงมาก 

 

 

  1. Nobody Knows – Stamp, Christopher Chu

เพลงประกอบหนัง One for the Road ที่ได้แสตมป์เป็นคนแต่ง ออกมาในวันสุดท้ายของปีที่แล้ว เพลงนี้มีถึง 3 เวอร์ชัน อังกฤษ ไทย และญี่ปุ่น Nobody Knows เหมือนเอากลิ่น Hello, Goodbye ของ The Beatles, Piano Man ของ Billy Joel, Father and Son ของ Cat Stevens และ Tiny Dancer ของ Elton John มาทำให้เป็นเพลงของยุคปัจจุบัน ความเพราะอยู่ที่เปียโน และเชลโลในตอนท้าย

 

 

  1. ห้องเก็บของ – Max Jenmana

คนอย่างแม็กซ์เจนกลับมากับเพลงช้าๆ ที่ชื่อว่า ห้องเก็บของ เพลงแบบนี้ทำให้นึกถึงสมัยที่เขาทำเพลงอย่าง ไวน์ และ ดารา เพลงช้าเปียโน ห้องเก็บของ เป็นเรื่องของความรักที่จบลงไปแล้ว ยังลืมไม่ได้ ขอเก็บทุกอย่างไว้ในห้องเก็บของละกัน เพลงของแม็กซ์ถูกออกแบบมาสำหรับคนจำนวนมากที่โดดเดี่ยว

 

 

  1. คุก – Freehand

เพลงอกหักที่บอกว่าเหมือนติดอยูในคุกที่มองไม่เห็น หาทางออกไม่ได้ แนวดนตรีบริตป๊อปกีตาร์สาดโหยหวนแบบที่ใครชอบ Zweed n’ Roll ควรจะชอบ เสียงร้องที่ลากยาวๆ ชวนนึกถึงเสียงของ โต Silly Fools และเพลงอย่าง ไหนว่าจะไม่หลอกกัน

 

 

  1. ทรงอย่างแบด – Paper Planes

เพลงชาติเด็กอนุบาล การกลับมาอย่างทรงพลังของเพลงร็อก พังก์ อีโม ระเบิดว๊ากออกมาอย่างมัน ท่อนฮุกที่เตะหู เรื่องของความเศร้าพ่อหนุ่มแบดบอยที่ไปรักคนที่ไม่ชอบผู้ชายทรงนี้ ความดังของเพลงถึงขั้นมาหลายๆ คนพยายามวิเคราะห์ว่ามันเป็นปรากฏการณ์ได้ยังไง เอาเป็นว่า Paper Planes มาแบบถูกที่ถูกเวลามาก ทั้งๆ ที่พวกเขาเพิ่งมีเพลง เสแสร้ง อันโด่งดังไปเมื่อต้นปีนี้เอง  

 

 

  1. Temple Fair – Phum Viphurit

ปีนี้ภูมิมีเพลงใหม่ 3 เพลง เพราะแบบเหนือชั้นทั้ง 3 เพลง ถ้าให้เลือกเพลงเดียวขอเลือก Temple Fair เพราะมันมีความเป็นไทยผสมอยู่ ภูมิใส่เสียงของฉิ่งและกลองหนังไว้ในดนตรีและมันดีมากๆ เพลงที่มองเห็นบรรยากาศของงานวัด ความรื่นเริงมีชีวิตชีวา โซโล่กีตาร์ลื่นไหล เขาบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง มนต์รักทรานซิสเตอร์ ของ เป็นเอก รัตนเรือง

 

 

  1. Love Each Other – Pumpkins At Alaska 

ดนตรีหวานเบาบางชวนนึกถึงเพลงแบบ Cigarettes After Sex วงดนตรีวงนี้เป็นดูโอ้จากอุบลฯ ทำเพลงดรีมป๊อป ที่กีตาร์มีความละมุน Love Each Other เล่าถึงความรักที่เคยมีแต่ก็จางจากไปแล้ว ในความรู้สึกบางตอนมันเหมือนเธอยังอยู่ตรงนั้น มันคือความฝันที่ยังไม่ยอมหายไป

 

 

  1. ปล่อยให้เวลา – Three Man Down

ร็อกรุนแรงกับความรักที่ผิดหวัง Three Man Down ปล่อยของแบบว่าที่จริงพวกเขาเป็นวงร็อก โยนความทรมานทั้งหมดทั้งมวลใส่ลงไปในกีตาร์ และเสียงร้องอันโหยหวน ท่อนแรปเจ็บปวดแบบตะโกน MV พลิกพล็อตเรื่อง โคตรดี

 

 

  1. ชอบตัวเองตอนอยู่กับเธอ – Billkin

เสียงของบิวกิ้นเหมาะกับเพลงโรแมนติก อาร์แอนบีผสมป๊อป เครื่องสายคลอ มีความดีว่าหรูหราอลังการ ได้ฟีลเหมือนฟังเพลงของเบล สุพล ชอบตัวเองตอนอยู่กับเธอ มองที่ตาหวานไปถึงที่ใจ เขียนเนื้อได้หยาดเยิ้ม มีความขี้อ้อนเล็กๆ มันจะเป็นเพลงที่คนรักเอาใส่ไว้ในเพลย์ลิสต์แล้วส่งหากัน 

 

 

  1. Fire Boy – PP Krit

ร้อนแรงดั่งไฟ พ่อหนุ่มหน้าหวานจุดติดง่าย เขยิบเข้ามาใกล้เกรงจะโดนเผา Fire Boy เป็นเพลงสนุกๆ ชวนเต้น ที่มีลายเซ็นคนเขียนเพลงอยู่ชัดเจน (The Toys เขียน) จังหวะของเพลงที่ไม่ช้าไม่เร็วแต่ได้ความยั่วยวน เข้ากันได้ดีกับเสียงของพีพี กฤษฏ์ หวานแต่มีความแสบ

 

 

  1. นิมมานซอย 9 – ว่าน ธนกฤต

เพลงชื่อสถานที่สำหรับคนที่ยังมูฟออนไม่ได้สักที ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ เพลงช้าๆ ในสไตล์ของว่านหยุดเราได้ทุกครั้งที่ฟัง เสียงของว่านเหมาะกับเพลงเศร้าๆ เหงาๆ เล่าเรื่องกับคีย์บอร์ดหนึ่งตัว คลอไปกับเครื่องสาย อากาศหนาวควรคิดถึงใครสักคน

 

 

  1. ทุกนาทีที่สวยงาม – นนท์ ธนนท์ 

งานของนนท์ ธนนท์ อัลบั้มนี้โปรดิวซ์โดย ไมโล Tilly Birds เพลงนี้ไมโลร่วมเขียนด้วย มันจึงมีซาวด์ของ Tilly Birds อยู่ในเพลง มีความอลังการของดนตรี มีพลังของความเสียใจ เข้าใจ และมองความรักอย่างสวยงาม การใส่แซกโซโฟนตอนท้ายเพลงคือวิเศษ เสียงของนนท์ชวนฟังแบบยิ้มทั้งน้ำตา

 

 

  1. Baby Can You Stay – WNRDA

WNRDA คือ แพท วรรณรดา นักร้องนำจากวง Part Time Musicians กับ อาร์ม ภูษณะ มือกลองจาก The Paradise Bangkok Molam International Band เพลงเป็นนีโอโซลที่ประสานเสียงดี เพลงนี้เป็นเพลงรักหวานๆ แบบอยากให้อยู่ต่อ ไม่อยากจากกันเลย น้ำเสียงอ้อน ถ้าได้ยินแบบนี้คงเคลิ้มเลย

 

 

  1. Everything You Do – The Kopycat

The Kopycat เป็นวงดนตรีที่ทำเพลงย้อนยุคไปถึงยุค 60 ความละมุนละไมของดนตรีป๊อป Everything You Do ได้ นิค นักร้องนำแห่งวง Temp. และวง Part Time Musicians มาร้องด้วย ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงคู่ที่ดีมากเพลงหนึ่งในปีนี้เลย 

 

 

  1. สุดท้ายแล้วเราจะ – AUTTA, (feat. Greasy Café)

เพลงที่เล่นกับเนื้อเพลง เล่นกับความทรงจำของมนุษย์ สิ่งที่เราอยากจะลืมแต่เรายังจำมันได้ อ้อมกอดที่เราอยากจะจำมันไว้แต่เราวันหนึ่งเราก็ลืมมันไป เหมือนลมที่พัดลอยผ่านไป เนื้อเพลงที่เป็นเหมือนปรัชญา ฟังจบแล้วจะฟังซ้ำ การแรปของอัตตาที่ไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ตรงกันข้ามกันเสียงของเล็ก Greasy Café ที่บีบรัดความรู้สึกทั้งมวล ดนตรีที่มาแบบเนิบๆ แล้วสร้างความพีคขึ้นเรื่อยๆ MV ทำน้ำตาแตกไป 3 วัน

 

 

  1. Luxury – D Gerrard

Luxury เป็นเพลงอบอุ่นและจริงใจ เรื่องราวของความรักที่อันที่จริงไม่ได้ต้องการสิ่งของใดๆ ขอแค่อยู่เคียงข้างกันก็พอแล้ว การหลุดพ้นสิ่งที่เป็นวัตถุนิยม ดนตรีมีความเป็นโซล เสียงของ D Gerrard สวยงามทุกครั้งเวลาขึ้นสูง แถมใส่เครื่องเป่าเข้ามาในบางช่วงทำให้เพลงนี้ลงตัวมากๆ ได้ความหวานสีชมพูไม่ต่างกับ โลกคู่ขนาน ในปีที่แล้วเลย

 

 

  1. From BANGKOK to BETONG – _less (Feat. AINN, PERTHPERACH)

เพลงนี้เล่นคำท่อนฮุคได้อย่างเหนือชั้นมากๆ แค่เนื้อเพลงธรรมดาก็กวนตีนแล้ว เธอวางสายไปเพราะขับรถอยู่แล้วก็หายไปเลย เธอคงขับไปถึงเบตงละมั้ง ตรงท่อนฮุกใช้คำว่า “ใจเย็นจังนะฮันนี่” แต่ฟังดีดีจะได้เป็น “ใจเย็นจังนะอีห่านี่” เพลงเป็นอิเล็กทรอนิกส์ป๊อปโฉบเฉี่ยว

 

 

  1. Clapton – H 3 F

เพลงหน้า B ที่ไม่ได้ดังอะไรจากอัลบั้มที่ 2 Unemployment เพลงนี้ไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรกับ Eric Clapton หรือเปล่า เนื้อเพลงมีความเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป อยากให้เธอยังอยู่ ถ้ามันเป็นเพลงที่เล่าความรู้สึกของ Clapton ที่มีต่อลูกชายที่เสียชีวิตไป มันคงเป็นเพลงที่เศร้ามากๆ เพลงหนึ่ง (อันนี้เดาล้วนๆ) ตัวดนตรีมีความเป็นบลูส์ 100% กีตาร์เสียงนวล ท่อนท้ายโซโล่บาดลึก เครื่องเป่าประสานที่เติมเข้ามาอย่างไพเราะ

 

 

  1. Making Move – Daniel Ryn

Daniel Ryn หรือ แดเนียล ดิษยะศริน ศิลปินลูกครึ่งที่เมื่อก่อนเคยทำวง Penny Lane แล้วก็มีผลงานเดี่ยวอยู่หลายปี ตอนนี้เข้าสังกัด Smallroom ไปเรียบร้อย ทำเพลง Making Move ออกมาแบบทุกคนต้องมีเพลงนี้ในเพลย์ลิสต์ กีตาร์จิ้มๆ ลอยๆ จังหวะสนุก เพลงชวนสาวเข้าห้องเพลงนี้เปิดเป็นเคลิ้มทุกราย

 

 

  1. Very Very Small – YOUNGOHM

คล้ายจะป็นงานยุคใหม่ของยังโอมที่ไม่เน้นคำหยาบ ยังโอมเขียนเพลงในมุมความรักของวัยรุ่น หยิบโรงเรียนของตัวเอง (วัดธาตุทอง) มาเป็นฉากหลัง การหลงรักใครสักคนในโรงเรียน อยากเดินจาก BTS เข้าโรงเรียนไปด้วยกัน การใช้คำอย่างมีชั้นเชิง บนจังหวะเซิ้งได้ เหนือชั้นและยังมีลายเซ็น

 

 

  1. Holding On (to me) – Rocket Man 

Rocket Man จากค่าย Rats Records เป็นวงที่ทำเพลงในแบบโซลฟังก์ มีกีตาร์นำ เติมด้วยจังหวะที่เป็นฮิปฮอปอาร์แอนด์บีในยุค 90 เป็นเพลงโยกได้นิดหน่อย ผสมเสียงร้องมีความละมุน ท่อนที่ขึ้นสูงฟังเคลิ้ม มีการประสานเสียงอย่างดี 

 

 

  1. ความฝัน – อิมเมจ

มีกี่คนที่เดินตามความฝันแล้วได้ดั่งฝัน? แล้วคนที่เหลือเขารู้สึกอย่างไรกัน เพลงนี้อธิบายความรู้สึกตรงนั้นได้ดีที่สุดเลย มันเป็นเพลงสำหรับ Loser ผู้ต้องการคำปลอบใจสักคำ หรือแค่การรับฟัง เนื้อเพลงทำให้คนอย่างเราน้ำตาคลอตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว หรือเสียงอิมเมจนี่แหละที่ทำให้เราร้องไห้ ชีวิตมันเศร้าไปนะ

 

 

  1. Spin – Rosalyn

เพลงในแบบโซลผสมกับดรีมป๊อป Rosalyn ทำเพลงได้เท่มาก เสียงร้องสูงๆ คีย์บอร์ดสวยๆ จังหวะเพลงช้าๆ เหมือนควันบุหรี่บางเบาที่ลอยขึ้นฟ้า Spin เหมือนเพลงที่เอาไว้ประกอบหนังฟิลม์นัวร์หรือหนังมัวแบบหว่องกาไว 

 

 

  1. เจ้าของที่ – Mirrr

Mirrr เขียนเพลง เจ้าของที่ ในความหมายของความรักที่เว้นที่ให้เธอคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน จะมีคนใหม่หรือใครๆ ที่เข้ามา เจ้าของที่นั้นก็ยังเป็นของเธอคนเดียว การมูฟออนไม่ได้ในดนตรีโซลป๊อป กลองโปรแกรม 

 

 

  1. Find Yourself – Hope The Flower

ถึงเวลาค้นพบตัวเอง เพลงบรรเลงในแบบฉบับของโพสต์ร็อกจากวง Hope The Flower ค่อยๆ ปอกเปลือกตัวตนของเราทีละนิด เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นแจ่มชัด คีย์บอร์ดลื่นไหล กีตาร์มุ้งมิ้ง กลองเคาะระทึก ก่อนจะพานพบความพีคในดนตรีช่วง 2 นาทีสุดท้าย เพลงชวนนึกถึง Felicity is Out There  ของ Inspirative เป็นที่สุด  

 

 

  1. 2614 – ไมยราพ

ให้เป็นเพลงที่เหมาะจะฟังตอนขับรถมากที่สุดของปีนี้ เพลงที่มีไวบ์ดีโฟลวไหลลื่น แต่เนื้อเพลงคือกำลังโกรธเธออยู่และไม่อยากให้เธอมายุ่งในตอนนี้ ไมยราพทำเพลงนี้ที่แคลิฟอร์เนีย ใช้กลองโปรแกรมธรรมดา แค่นี้ก็เท่ได้

 

 

  1. Budapest – Wicked Lights

เพลงเหมือนการประกอบฉากที่พระเอกเพิ่งไปฆ่าแวมไพร์ในเมืองเสร็จแล้วขับกลับบ้านหาคนรัก อินดี้โฟลก์ร็อกเท่ๆ แบบที่เราชอบ Mumford & Sons, The National, และ Kings of Leon กีตาร์โปร่งคลอไปกับเสียงร้องทุ้มต่ำ มีเปียโนตอนท้าย Wicked Lights คือ ธู จารุศร งานนี้โปรดิวซ์โดย เจ มณฑล ด้วย

 

 

  1. พิพิธภัณฑ์ – Illslick

การเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำเป็นเรื่องง่ายสำหรับเรา แต่การที่จะบอกเขาให้รู้ว่าเรายังเก็บไว้อยู่สิเป็นเรื่องอยาก เพราะเขาไม่ได้อยู่ให้บอกแล้ว ถึงแม้จะทำให้มันเป็นพิพิภัณฑ์ก็ตามเถอะ ทำเพื่อแค่หวังสักวันว่าเขาจะเดินเข้ามาดู เพลงแบบ Illslick มีความเป็นกวี ทำนองสวยงาม มีจินตนาการ บนลูปกลองง่ายๆ 

 

 

  1. Time Machine – TOFU 

ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ ที่มีความฟังก์ของกีตาร์ ความเท่ของเสียงกีตาร์นำพาเพลงโดดเด่น ท่อนโซโล่โฉบเฉี่ยว ตัดลงมาด้วยคีย์บอร์ด เบสตัวตึง เป็นเพลงที่ฟังซ้ำๆ ได้ไม่เบื่อ MV น่ารัก เรื่องราวของความรักที่อยากย้อนเวลากลับไปหาเธออีกครั้ง 

 

 

  1. No Dreamer – Réjizz 

Réjizz หรือ เรย์เจย์ เป็นแรปแบบโอลด์สคูล ใส่ความเป็นแจ๊สและสำเนียงโคตรดี คือถ้าฟังผ่านๆ จะไม่คิดว่าเป็นเพลงไทย No Dreamer โชว์การแรปสองภาษาแบบเหนือๆ และไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับยา ชีวิตที่โตมา หรือทองที่คอเหมือนเพลงแรปทั่วไป 

 

 

  1. Nocturnal – VINI

หากคุณหลงรักเพลงอิเล็กทรอนิกส์คุณต้องหลงรักวงนี้ VINI เป็นวงดนตรีสามสาวที่แต่ละคนแชร์ความเด่นได้ดี เพลงที่มีความลื่นไหลของคีย์บอร์ด โซโล่เบสอย่างเท่ และกีตาร์เดินสวย การประสานเสียงอย่างดี ซินธิไซเซอร์เรียบเรียงดนตรีอย่างสวย Nocturnal เป็นความโฉบเฉี่ยวทางดนตรีในยามค่ำคืน

 

 

  1. คิดถึง – QLER

QLER (อ่านว่าคิวเลอร์) ยังทำเพลงดีๆ อยู่เรื่อยๆ คิดถึง เป็นโซลป๊อปที่มีเสียงร้องกับกีตาร์ไฟฟ้า เนื้อเพลงพร่ำบ่นกับตัวเอง เธอไม่ได้อยู่ฟังด้วยแล้ว ก็ได้แต่บอกว่าคิดถึงไปกับรูปโพลารอยด์ที่มีอยู่ในมือ เพลงติดหูง่าย และฟังเหงาๆ 

 

 

  1. ประวัติอาชญากร – ISEAST

ISEAST เป็นแรปเปอร์สายเล่าเรื่อง การแรปที่เหนือชั้น พลุ่งพล่านในตอนท้าย ใส่ลูปเพลงดีๆ ประวัติอาชญากร เป็นการหยิบประเด็นของการจัดเก็บข้อมูลทางราชการ ที่การลงนามกลายเป็นอาชญากร ทำให้ไม่สามารถไปสมัครงานที่ไหนหรือทำธุรกรรมใดๆ ได้ ความยุติธรรมที่ควรยุติการกระทำได้แล้ว

 

 

  1. Nothing You Even Need To Know – GHQST

โปรเจกต์ของ อาร์ต-อรรณพ มุสิกโปดก อดีตมือกีตาร์วง Goose วงแนวชูเกซตัวพ่อ เขาทำเพลงนี้พร้อมวิชวลที่ไม่ธรรมดา ดูก้อนหินที่แตกออกอย่างน่าติดตาม Nothing You Even Need To Know ออกมาในแนวโพสต์ร็อก เยือกเย็นด้วยเปียโน แต่เพลงจะค่อยๆ พีคขึ้นเรื่อยๆ 

 

 

  1. เฮอร์ไมโอน้อง – TheChanisara

เสกเพลงโดย แอ้ม อัจฉริยา เจ้าแม่แห่งการเขียนเพลง บิดนิดหนึ่งจากเฮอร์ไมโอนี เพลงออกมามีความน่ารัก ติดหูได้ง่ายๆ เสียงของ อูน-ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ ได้ความขี้อ้อน ชวนนึกถึงเพลง แม่มด ของ แสงระวี อัศวรักษ์ ในยุคต้น 90

 

 

  1. Heartbeat – ALLY

 

ALLY คือลูกสาวของ อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน เธอเขียนเพลงเองด้วย เพลง Heartbeat เป็นเพลงป๊อปบับเบิลกัม ติดหูง่ายฟังสบายๆ เหมือนเวลาเราฟังเพลงของ 4EVE, Pretzelle และ Pixxie ความฝันของหญิงสาวที่มีต่อคนที่ทำให้ใจเต้นเร็ว ใจละลายแล้ว

 

 

  1. Love in the Wild – Linda Vinta

งานเพลงป๊อปสดใสยุค 2000 ที่ทำให้นึกถึงวง Hal และ The Thrills จากไอร์แลนด์ Love in the Wild เหมาะกับเป็นเพลงปลุกเราเพื่อค้นพบความสดชื่นในตอนเช้า ซาวด์กีตาร์น่ารัก ประสานเสียงดี เสียงร้องอบอุ่น 

 

 

  1. รูดี้…ชั้นรู้ดี – VENN

สับคอร์ดแรงๆ กับการประสานเสียงแบบกระหึ่ม นี่คือเพลงโฟลก์ร็อกที่ทรงพลังเพลงหนึ่งของปีนี้ วง VENN (อ่านว่าเว็น) แตกมาจากวง Mattnimare พวกเขามีความเท่และทำดนตรีอย่างเข้าถึง เนื้อเพลงบอกกับตัวเองว่ารู้ดีว่ามันสายเกินไปแล้วที่จะรั้งเธอเอาไว้ 

 

 

  1. Time Moves Slower – Varis

วริศ คงสุวรรณ หรือ Varis ยิ่งทำเพลงยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ Time Moves Slower เป็นเพลงที่ทำออกมาอย่างเท่ เสียงเคาะจังหวะ กับเสียงร้อง เหมือนเวลาเดินไปอย่างช้าๆ แล้วพอเข้าท่อนฮุก สาดกีตาร์กับฟาดกลองแบบไม่ยั้ง ใส่ความเป็นร็อกเต็มๆ ตัดกลับเข้ามาช้าอีก เหนือชั้น 

 

 

  1. ใกล้ ใกล้ – Yonlapa

แล้ว Yonlapa ก็กลายร่างเป็นชูเกซได้อย่างงดงาม ก่อนหน้านี้วงดนตรีจากเชียงใหม่ทำเพลงเบา ล่อยลอย ในแบบของดรีมป๊อป ใกล้ ใกล้ เหมือนเปิดโลกใหม่ให้กับเรา เพลงชวนนึกถึงวงอย่าง Lush, Cocteau Twins, และ Slowdive ฟังไม่ยากเนื้อเพลงออกจะหวาน

 

 

MixTapes:

Apple Music

Spotify 

 

 

เลเล่เล้

มกราคม 2566

Twitter @laylaidlaid

The post 75 เพลงไทยแห่งปี 2022 (ภาคจบ) appeared first on THE STANDARD.

]]>
MILLI แบบเบิ้มเบิ้ม การที่คนตั้งเป้าไว้สูงแล้วไปให้สุด พอถึงจุดนั้นแล้วมันดีอย่างนี้เอง https://thestandard.co/mixtapes-milli/ Wed, 07 Dec 2022 06:51:03 +0000 https://thestandard.co/?p=720779 MILLI แบบเบิ้มเบิ้ม

มิลลิเรียกตัวเองว่านวย ใครยังไม่เคยรู้ที่มา อ่านไปเดี๋ย […]

The post MILLI แบบเบิ้มเบิ้ม การที่คนตั้งเป้าไว้สูงแล้วไปให้สุด พอถึงจุดนั้นแล้วมันดีอย่างนี้เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
MILLI แบบเบิ้มเบิ้ม

มิลลิเรียกตัวเองว่านวย ใครยังไม่เคยรู้ที่มา อ่านไปเดี๋ยวมีเฉลย ณ เวลานี้เธอคือเบอร์หนึ่งของวงการเพลงแรป ย้ำ! เบอร์หนึ่งแบบเบิ้มเบิ้มเลย 

 

มิลลิเพิ่งอายุ 20 ปีไปหมาดๆ แต่เธอมีความปังปุริเย่เริ่ดสะแมนแตนแบบที่ทุกคนพร้อมปรบมือให้ การเป็นศิลปินไทยที่ได้ไปอยู่บนเวที Coachella และกินข้าวเหนียวมะม่วงโชว์เมื่อต้นปี คือความสำเร็จระดับโลกจริงๆ มิลลิมีชื่อจริงว่า ดนุภา คณาธีรกุล เธอเป็น Singer-Songwriter อีกคนของเมืองไทยที่มีฝีไม้ลายมืออย่างมาก เพลงที่เธอเขียนทุกคนต้องหันมาสนใจ การแรปและการร้องที่ทุกคนต้องหยุดฟัง

 

มิลลิเป็นคนชัดเจน ตรงไปตรงมา ฟังเธอตอบคำถาม ดูตามความคิดของเธอ เป็นเด็กที่มีความมั่นใจตัวเองสูงมากและทำในสิ่งที่เด็กส่วนใหญ่อยากทำ เธอเป็นไอดอลของเด็กมากมาย จากเด็กที่เป็นประธานนักเรียน การเรียนระดับปานกลาง แต่เรียน English Program มา ภาษาเธอเลยดี เธอเข้าประกวด The Rapper ในซีซัน 2 ตอนที่เพิ่งอายุ 16 ปี เธอให้สัมภาษณ์ในตอนนั้นว่า “ถ้าเลือกเธอ เธอจะเป็นความแปลกใหม่ในวงการ และเธอจะเป็นตัวประหลาดด้วย” หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เธอเป็นแบบที่เธอพูดทุกคำ เป็นในระดับที่คนในวงการเพลงแรปก็ยังทึ่ง การแรปรัวเป็นไฟด้วยท่อนที่แต่งเองทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงภาษาท้องถิ่น การแสดงบนเวที ความเป็นเฟมินิสต์ ความคิดดีๆ สะท้อนมาในเพลงของเธอ

 

 

หลังจาก The Rapper สังกัด Yupp! ก็ได้ตัวเธอไป แล้วมิลลิก็ออกเพลงแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพลงนั้นชื่อว่า พักก่อน เป็นเพลงที่ทำให้ทุกคนหันมามองเธอแบบจริงจัง ความแสบของเนื้อเพลงระดับสุด ต่อด้วยเพลงอย่าง สุดปัง เริ่มดังและฉุดไม่อยู่แล้ว หลังจากนั้นเธอก็ไปฟีเจอริงกับศิลปินอีกมากมาย ยิ่งทำให้เธอดังขึ้นไปอีก มีตัวตนที่ชัดเจนขึ้น มีสไตล์การแรปที่เป็นตัวของตัวเอง จนถึงทุกวันนี้ที่เธอฟีเจอริงกับศิลปินระดับโลกแล้ว

 

เห็นเธอบอกอย่าพักผ่อน แต่ใส่เสื้อเสียสำส่อน 

จวนจะเห็นนมย้อนหย่อน แต่มึงควรกลับไปซักก่อน 

ใส่เสื้อ Boy London แต่นัดผู้ชายที่ Bonchon 

แต่งหน้าเสียอ่อนอ่อน เดี๋ยวอีกสักพักก็ล่อนจ้อน 

และ Oh My God 

นี่ชะนีหรือ Rhino วิ่งโร่หาพวกผู้ชาย 

Oh My God 

แต่งตัวโคตรมิดชิด พี่แอบคิดว่าหนูขาย

  • พักก่อน 

 

 

แล้วเธอก็ออกอัลบั้มแรก แบบ เบิ้ม เบิ้ม ในเดือนพฤศจิกายน เรามาทำความรู้จักทีละเพลงกันดีกว่า 

 

เปิดอัลบั้มด้วย Welcome ตะโกนดังๆ Welcom to Thailand เอ้ย Welcome to myyyyy ลากยาวๆ เชิญมารู้จักชีวิตของเธอ อินโทรกลิ่นแจ๊ส เพลงที่เหมือนอยู่ในท้องถนนอลหม่าน มีเสียงบีบแตรรถตลอดเวลา เนื้อเพลงเล่าถึงสิ่งที่ผ่านมาก่อนจะมาเป็นวันนี้ เหมือนแรปเปอร์ทั่วไปที่ต้องเล่าชีวิตตัวเองในเพลงแรก ภาษาแรงมาก เช่น “โชคดีพ่อมึงอ่ะ กูพยายามแทบตาย” ใช่ครับ อย่ามาด้อยค่าความพยายามของใคร เธอโชว์ท่อนแรปไฟแลบได้อย่างสุดเดือด

 

เพลงที่ 2 เปิดด้วยเสียงเหมือนสวดมนต์ในเพลง สาธุ ท่อนเนื้อเพลงของเธออีกแล้วที่เธอได้พันล้านเพราะว่าหลวงพี่ท่าน ความคิดของเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ โลกนี้มีข้อมูลเต็มไปหมดแล้ว จะให้เชื่ออะไรงมงายอีก เพลงนี้แรปคู่กับ TangBadVoice ลิ้นติดไฟกันทั้งคู่ 

 

ปัดโถ่ อุตส่าห์นั่งฟังพระอาจารย์ 

ตั้งแต่ตำนานท่าตั้งนานสรุป แฮ่!

กูเชื่อใครได้บ้าง เชื่อตัวเองแล้วกัน

เพราะทำไงได้งั้นเนี่ยของแท้

เพราะวันก่อนโดนโจรปล้น มันเดินค้นตามคน

มันพกของมีคม กูลองและ

เลยล้วงมือเข้าไปหยิบหลวงพี่ตั้งมาอม เท่านั้นแหละ

กึบ ช็อกโกแลต

  • สาธุ 

 

 

I LUV U! เป็นเพลงรักที่ฟังดูเด็กขี้รำคาญ เป็นเพลงแรปคู่คุยกัน การเขียนเนื้อแบบตอบสวนกันไปมามีความท้าทายและไม่ง่าย เพลงนี้แรปคุยกับ NAMEMT ต่อด้วยเพลงแอโรบิกที่มีความโป๊งชึ่ง Sad Aerobic เพลงนี้มีความเป็นไทยด้วยซาวด์และเครื่องเคาะ เหมือนเพลงที่รถสองแถววิ่งข้ามจังหวัดจะเปิด ลูกทุ่งอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์อมตะนิรันดร์กาล เนื้อเพลงแซวการออกกำลังกาย กินผัก-ผลไม้ ตลกตรงขวาๆ ซ้ายๆ ได้ความฮาถ้านึกภาพตาม เพลงนี้เขียนร่วมกับ น็อต สพัชญ์นนทน์ มือโปรดิวเซอร์สายนี้ 

 

Boy Pablo หรือ บอยพาโบ้ ตั้งชื่อเพลงตามชื่อศิลปินดัง เพลงนี้ร้องกับ BOWKYLION เมื่อ Singer-Songwriter สองคนมาเจอกัน ความสุดปังก็บังเกิด เนื้อเพลงมีความหลุดกรอบมาก ประชุมกับตัวเอง ทะเลาะกับตัวเอง สับสนในตัวเอง กับผู้ชายเฮงซวยคนหนึ่ง แต่ก็เลิกไม่ลง เพลงเลยเหมือนคุยอยู่กับกุมารทอง แม่ซื้อ หรือใครสักคน แล้วก็วนไปวนมาหาข้อสรุปไม่ได้ เด็ดดวงมากแม่

 

ไอ้คนนิสัยไม่ดี ต้องเป็นแบบนี้ทุกที 

บอกตรงๆ ว่าเลิกแม่งเลยเหอะ ก็คงดี

กี่ครั้งที่เสียน้ำตา ผิดแต่ไม่ยอมร่ำลา 

เลิกเลยไปถ้าคบแล้วไม่มีค่า จัดการแม่งเลย

  • บอยพาโบ้

 

 

Not Yet! เป็นเพลงดังเมื่อปีที่แล้ว เพลงนี้เป็นเพลงที่มีความต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง คือผู้หญิงยังไม่พร้อมและไม่อยากเยเย่เย้หรือทำอะไร แค่มาหาเพราะคิดถึงหรืออยากจะแค่นอนกอด แต่ผู้ชายเป็นเพศที่อยากจะเยเย่เย้ เธอปฏิเสธแล้วก็ยังจะตื๊ออยู่ ผู้ชายกับผูหญิงต่างกันตรงนี้ ผู้หญิงอยากมีรักก่อนมีเซ็กซ์ ผู้ชายอยากมีเซ็กซ์ก่อนมีรัก ต่อด้วยเพลง 17 นาที มิลลิบอกไว้ว่า มันเป็นเรื่องของเวลาในการตอบไลน์ การที่ไม่ได้ตอบในทันทีแต่ทิ้งเอาไว้สัก 17 นาทีจะกำลังดี ดนตรีเพลงนี้ฟังง่าย ไหลลื่น เพลงนี้ร้องคู่กับสองหนุ่มวง mints และจัดว่าเป็นเพลงรักที่เพราะมากๆ ของมิลลิ 

 

ที่จริงฉันเองชอบเธอมากเหลือเกินจะทน 

แต่ฉันเองก็กลัวเธอจะไม่คิดเหมือนกัน 

ก็เราต่างเป็นแบบนี้ มัวแต่ดึงเช็งทุกที 

แล้วเมื่อไรจะได้คุย 

ก็เล่นตอบช้าแบบนี้ เล่นหายไปนานทุกที 

ก็คงรอกันต่อไป

  • 17 นาที 

 

 

Homework เป็นเพลงที่เปียโนคลอไปทั้งเพลงอย่างเพราะ มิลลิเล่าเรื่องการทำการบ้านที่เยอะแยะไปหมด ทำเท่าไรก็ไม่หมด ขี้เกียจทำแล้ว อยากดูหนัง เปิดเพลงฟัง ติดอยู่ที่แม่นี่แหละ เขียนเรื่องราวได้ลื่นดีเหลือเกิน ต่อด้วย สุดก่อน มีความโชว์เพลงในเพลงนี้เลย การซ้อนของเพลง การโฟลวของแรป และเครื่องดนตรีที่ใช้มีความน่าทึ่งมากๆ ปิดท้ายอัลบั้มด้วย Squad Shit เป็นเพลงสุดเหม็นเล่าเรื่องขี้และมีเสียงตดตลอดเพลง มีความกวนตีนของเพลง แขวะพวกกินบ้านกินเมือง และคำผวนเกี่ยวกับสบู่ 

 

มิลลิเป็นคนกวนๆ ชื่อเล่นจริงๆ ของเธอคือมินนี่ ซึ่งเธอตั้งชื่อตัวเองว่านวย มาจากคำผวนว่า มินนวยหัวคี่ นั่นแหละเธอล่ะ 

 

อัลบั้ม: แบบ เบิ้ม เบิ้ม (BABB BUM BUM) 

ศิลปิน: มิลลิ (MILLI) 

ค่าย: YUPP!

 

เลเล่เล้ 

พฤศจิกายน 2565 

Twitter: @laylaidlaid

 


MixTapes by laylaidlaid 

 

เนื่องจากมิลลิฟีเจอริงกับศิลปินเยอะมากทั้งในและนอกประเทศ เลยอยากทำเป็น MILLI Essential รวมเพลงเพราะๆ ของเธอไว้ให้ฟังเพลินๆ ครับ 

 

Apple Music: MixTapes MILLI 

https://music.apple.com/th/playlist/mixtapes-milli/pl.u-vxy6yXMIPXV9lp 

Spotify: MixTape MILLI 

https://open.spotify.com/playlist/40M9itxmpOOrAxQfQK0wWZ?si=zChM4Oz2Q8uqW6qMWKpdtA 

 

  1. Welcome – MILLI ft. MINUS 
  2. พักก่อน – MILLI
  3. Mind Games – MILLI ft. Jackson Wang
  4. เพื่อนเล่นไม่เล่นเพื่อน – MILLI ft. Tilly Birds
  5. Sad Areobic – MILLI
  6. สุดปัง / MILLI
  7. Not Yet – MILLI
  8. The Weekend / 88rising & BIBI (MILLI Remix)
  9. Mango Sticky Rice / MILLI
  10. สาธุ – MILLI ft. TangBadVoice
  11. หนูทำเอง – MILLI ft. FIIXD
  12. ตาแตก – MILLI ft. WONDERFRAME
  13. Boy Pablo – MILLI ft. BOWKYLION
  14. เบาได้เบา – MILLI ft. Towpee Southside
  15. ดูออก – MILLI ft. Pae Sax Mild, ว่าน วันวาน
  16. แฟนใหม่หน้าคุ้น – MILLI ft. MAIYARAP
  17. 17 นาที – MILLI ft. mints
  18. ได้อยู่ – MILLI ft. OAT PRAMOTE
  19. Homework – MILLI
  20. Booty Bomb – 4EVE
  21. Mirror Mirror – MILLI ft. F.HERO, Changbin of Stray Kids 
  22. Squad Shit – MILLI ft. 1FLOW

 

The post MILLI แบบเบิ้มเบิ้ม การที่คนตั้งเป้าไว้สูงแล้วไปให้สุด พอถึงจุดนั้นแล้วมันดีอย่างนี้เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัลบั้มเต็มของ นนท์ ธนนท์ ที่ตั้งใจแบ่งย่อยเป็น 3 พาร์ต และตั้งชื่อตามอารมณ์ที่ได้จากการฟัง https://thestandard.co/nont-tanont-full-album/ Fri, 02 Sep 2022 11:00:03 +0000 https://thestandard.co/?p=675521 นนท์ ธนนท์

คุณรักพาร์ตไหนที่สุด?   นนท์ ธนนท์ หรือชื่อจริงว่า […]

The post อัลบั้มเต็มของ นนท์ ธนนท์ ที่ตั้งใจแบ่งย่อยเป็น 3 พาร์ต และตั้งชื่อตามอารมณ์ที่ได้จากการฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นนท์ ธนนท์

คุณรักพาร์ตไหนที่สุด?

 

นนท์ ธนนท์ หรือชื่อจริงว่า ธนนท์ จำเริญ เป็นเจ้าของรางวัลชนะเลิศ The Voice Thailand Season 1 จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 10 ปี นนท์มาไกลมาก เรียกได้ว่าในนาทีนี้เขาคือศิลปินชายเดี่ยวยืนหนึ่งของเมืองไทย ทะเยอทะยาน Concert ที่เพิ่งผ่านไปประสบความสำเร็จอย่างมาก และมันจะเป็นก้าวที่ดีของเขาต่อไปในอนาคตอีก

 

อัลบั้มนี้ชื่อว่า Cigarette Candy & Vanilla Sky ทำมาเป็นแพ็กเกจสวยงาม แบ่งเพลงออกเป็น 3 พาร์ต พาร์ตละ 4 เพลง เพลงที่ 1-4 จะได้ความขม สติล่องลอย เหมือนบุหรี่ เพลงที่ 5-8 จะได้ความหวานปนความห่วงใย เหมือนลูกกวาด เพลงที่ 9-12 จะได้ความหอมหวน ซึ่งทำให้หวนคิดถึงอดีต เป็นโมเมนต์ที่มองท้องฟ้าเวลาเหงาแล้วฟ้ามีเมฆเป็นสีวานิลลา

 

 

สไตล์การร้องของนนท์มีความเป็นอาร์แอนด์บี มีลูกเอื้อนที่ดี อัลบั้มนี้ใช้วิธีให้ศิลปินดังๆ มาเขียนเพลงให้นนท์ร้อง ซึ่งกลับกลายเป็นดีมาก เพราะแต่ละเพลงมีคาแรกเตอร์ชัดเจนตามคนเขียนเพลง แล้วมันทำให้พอฟังรวมทั้งอัลบั้มก็ไม่เบื่อง่าย แถมนนท์ยังปรับสไตล์การร้องตามคนแต่งได้หลายแบบ อัลบั้มนี้เรียกได้ว่าพามาแต่คนเก่งๆ ไม่ว่าจะเป็น เติร์ด Tilly Birds, นะ Polycat, กานต์ The Parkinson, ข้าว Fellow Fellow, แทน ลิปตา, หนึ่งและบี ETC., ปู๋ HENS, ก้อง H 3 F, เจนพัฒน์ Mad Puppet, กัน วง MEAN, โบกี้ไลอ้อน, AMBYRFEELS, HYE และ แอ้ม อัจฉริยา อัลบั้มโปรดิวซ์โดย ไมโล Tilly Birds

 

จับเพลงทั้งหมดมา ผมแบ่งกลุ่มตามเนื้อหาของเพลงออกเป็น 4 กลุ่ม ได้กลุ่มละ 3 เพลงพอดิบพอดี มันช่างลงตัว

 

(กลุ่มแรก) เพลงที่แอบรักใครสักคน มีความหวังอยู่ลึกๆ มีเพลง โต๊ะริม, แค่แอบหวัง และก็ Dark Choc ขอเริ่มจากเพลงดังก่อน โต๊ะริม เพลงนี้ออกมาเป็นซิงเกิลก่อนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และมันก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพลงที่ทำให้นนท์รู้จักในวงกว้าง เพลงนี้เขียนโดยโบกี้ไลอ้อน เนื้อเพลงที่ฟังครั้งแรกก็สะกดเราให้ยิ้ม มีประโยคแทงใจเต็มไปหมด เช่น “ตายแล้วตายอีก” “เชือดนิ่ม” “ใจปริ่ม” “ฆ่ากันแล้วก็เอาให้ตาย” “เธอมาทำให้ละลาย” โต๊ะริมหมายถึงโต๊ะในร้านอาหารก็ได้ โต๊ะทำงานก็ได้ โต๊ะที่นั่งประจำในมหาวิทยาลัยก็ได้ มันได้ไปหมดกับทุกที่กับทุกคน เป็นการแต่งเพลงที่เฉือนด้วยคำที่ดีมากๆ ของปีนี้เลย

 

ไม่ใช่แค่ฝัน ที่ฉันต้องตื่น

และฉันก็ฝืนหัวใจตัวเองไม่ไหว

เธออยู่ตรงนั้น

อยากเพียงแค่ชิดใกล้

ห้ามใจ เท่าไรไม่ได้สักที

– โต๊ะริม 

 

 

แค่แอบหวัง เปิดต่อกันกับโต๊ะริม เพลงนี้ได้กานต์ The Parkinson มาแต่งให้ เสียงฮู้ยาวๆ ตรงอินโทรก็คือความเป็น The Parkinson เลย มีความรักแบบเพื่อนแอบรัก เปิดต่อ เพื่อนรัก ของ The Parkinson และ พอไหว ของ อะตอม ชนกันต์ ส่วนเพลง Dark Choc ใส่เครื่องเป่ากังวาน เบสคำโตๆ เพลงนี้มีความเป็น ETC. เป็นเพลงที่รู้ว่าความรักมันขมแต่ก็ไม่เข็ด เสียงร้องของนนท์มีพาวเวอร์

 

(กลุ่มสอง) มีความแบบได้อยู่ใกล้ๆ เธอ อยากให้เธอรักตอบบ้าง แต่ก็ทำใจไว้แล้วนิดหนึ่ง ได้แก่เพลง ไม่เป็นไรที่รัก, ผ้าพันแผล และ ถ้าเธอไม่อยากโชคร้ายเรื่องความรัก ในอัลบั้มนี้มีชื่อนนท์เป็นหนึ่งในคนแต่งเพลงด้วย เพลงนั้นคือ ไม่เป็นไรที่รัก มันเป็นเพลงป๊อปฟังเย็นๆ ขึ้นด้วยคอรัส กีตาร์เพลงนี้มีลูกเล่นมาก แถมตอนท้ายมีโซโล่กีตาร์ไฟฟ้าออกแนวเจ็บปวด เนื้อเพลงเป็นความผิดหวังของเธอ ซึ่งเราก็ทำหน้าที่ได้แค่ปลอบ

 

เธอลองพูดคำว่ารักกับฉันไหม​​​

ฉันจะไม่ทำให้เธอเสียใจ แบบที่เธอเคยเจอมาก่อน

ฉันขอเป็นคนที่เธอรักได้ไหม​​​

จะทำให้เธอเข้าใจ ว่าความรักที่แท้เป็นอย่างไร

ถ้าเธอไม่อยากโชคร้ายเรื่องความรัก​​จะลองดูไหมให้ฉันรักเธอเอง

– ถ้าเธอไม่อยากโชคร้ายเรื่องความรัก

 

 

ถ้าเธอไม่อยากโชคร้ายเรื่องความรัก เป็นเพลงที่ร้องคู่กับ อิ้งค์ วรันธร การเลือกอิ้งค์มาร้องด้วยช่วยส่งเพลงได้ดี เพราะว่าเพลงในแบบของอิ้งค์ก็มีความเฟลในความรักไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าสองคนเสริมกันได้ดีเลย ส่วน ผ้าพันแผล เปรียบเทียบได้ดีเลย เป็นผ้าพันแผลให้เธอ อยู่ด้วยกันกับเธอตอนที่เธอเจ็บ แต่ฉันก็เป็นแค่ผ้าพันแผล เธอหายแล้วเธอก็ไม่ได้ต้องการอีก เสียงคอรัสมีความเป็น Tilly Birds มีประโยคเด็ดอย่าง “สัมผัสความเป็นห่วงจากฉันในเมโลดี”

 

(กลุ่มสาม) ความรักที่เพิ่งจบ แต่ทบทวนแล้วไม่อยากให้จบ ขอเริ่มใหม่ถ้ามีโอกาส เพลงกลุ่มนี้คือ Back To You, เธอมีคนเดียวบนโลก และ คนใหม่ เพลงแรกเป็นเพลงภาษาอังกฤษเพลงเดียวในอัลบั้ม ซึ่งนนท์ก็ร้องได้ดี เป็นเพลงที่แต่งโดย Adrian Milanio ตัวเพลงมีความเหงาด้วยคีย์บอร์ด ในคอนเสิร์ตนนท์โชว์การเล่นเปียโนในเพลงนี้ด้วย แถมกีตาร์ท่อนจบยิ่งเหงาใหญ่ได้ก้อง H 3 F มาช่วย

 

เพลงเพลงนั้นที่เธอเคยชอบฟัง

บางครั้งที่ฉันบอกว่ารำคาญ เพราะมันช่างเสียงดัง

วันนี้ฉันต้องเปิดมัน เพื่อลบเลือนความเงียบงัน

เพื่อจะเพ้อว่าเธอยังอยู่ตรงนี้ด้วยกัน

เธอบ่นเสมอเวลาที่เดิน ทำไมไม่จับมือกัน

วันนี้อยากทำเท่าไรก็ ทำได้เพียงแค่เดินลำพัง

– คนใหม่

 

 

คนใหม่ เป็นเพลงที่น่าจะตัดเป็นซิงเกิลมาก เป็นเพลงที่เพราะแบบเหงาตาย ความรักที่รู้แล้วเมื่อขาดหาย คนเขียนเพลงนี้คือ แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ นักแต่งเพลงฝีมือฉมังในยุคนี้ เพลงเป็นเพลงช้าเศร้าๆ เสียงของนนท์บ่งบอกถึงความปวดร้าว ยอมเปลี่ยนเป็นคนใหม่เพื่อให้เธอกลับมา ส่วน เธอมีคนเดียวบนโลก มีความเป็น Tilly Birds ชัดเจนมาก เป็นเพลงที่เด่นออกมาจากสไตล์การร้องและเนื้อเพลง

 

(กลุ่มสุดท้าย) เพลงที่มูฟออนไม่ได้ ยังเสียใจอยู่ทุกวัน ยิ้มทั้งน้ำตาให้เหมือนว่าเข้าใจความเป็นไป กลุ่มนี้มี วันครบเลิก, ทุกนาทีที่สวยงาม และ Memories 

 

ขอเริ่มจากเพลงฮิตก่อน วันครบเลิก ฟังแล้วชวนคิดถึงเพลง Easy ของ Mac Ayres เพลงนี้เป็นเพลงแรกของอัลบั้มนี้ที่ปล่อยมาตั้งแต่ปีที่แล้ว วางภาพของนนท์ไว้ชัดเจนตั้งแต่นั้นมา มันมึความเจ็บปวดในเสียงร้อง เมื่อวันครบรอบกลายเป็นวันครบเลิก เพลงนี้ นะ Polycat และ เจนพัฒน์ Mad Puppet เป็นคนเขียน

 

ไม่มีทางที่ฉันจะลืม​​​​​ทั้งเรื่องร้ายๆ ในวันที่เราจากกัน

และเรื่องดีๆ ที่ทำให้รู้ว่า​​​​ช่วงเวลาเหล่านั้น มันช่างสวยงาม

กี่คำถาม ที่มันยังคาในใจ​​​​ เธอรู้ไหมมันทรมานแค่ไหน

เพราะคำตอบ มันอยู่ในทุกนาทีที่ฉันเคยเคียงข้างเธอ

– ทุกนาทีที่สวยงาม

 

 

ทุกนาทีที่สวยงาม เพลงยาว 6 นาทีที่ไม่รู้สึกว่ายาวเลย เพลงที่ให้ความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่ได้ฟัง ถ้าเราเจอกันอีก ของ Tilly Birds ครั้งแรก เพลงที่เต็มไปด้วยความเศร้า แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะเข้าใจ เพลงที่มีความอลังการของดนตรี เครื่องดนตรีแต่ะละชิ้นทำหน้าที่ได้ดี อย่างเช่น แซกโซโฟน ที่ทำให้โลกนี้สวยงามท่ามกลางความเศร้าของเพลง เพลงนี้ถูกวางไว้เป็นเพลงรองสุดท้ายของอัลบั้ม

 

อัลบั้มปิดด้วย Memories ทำให้อัลบั้มมันไม่ได้เศร้าดิ่ง เพลงนี้เป็นเพลงที่นนท์ร้องกับกีตาร์ ฟังแล้วนึกถึง ยังรอคอยเธอเสมอ ของ พรู การที่เราคิดถึงอดีต เราสามารถยิ้มและมีความสุขกับมันได้ เครื่องสายที่ใส่เติมเข้ามาคือความสวยงามของความสุข

 

เป็นอัลบั้มที่ฟังเท่าไรก็ไม่เบื่อ สวยงามทั้ง 12 เพลงอย่างแท้ทรู

 

 

อัลบั้ม Cigarette Candy & Vanilla Sky

ศิลปิน นนท์ ธนนท์

ค่าย LOVEiS

 

เลเล่เล้

สิงหาคม 2565

Twitter: @laylaidlaid

 

อ้างอิง:

 

MixTapes by laylaidlaid

วางคอนเซปต์ไว้เป็นอาร์แอนด์บีเพราะๆ ครับ

 

Apple Music: MixTapes Nont Tanont

 

 

 

Spotify: MixTape Nont Tanont

 

 

 

  1. โต๊ะริม / นนท์ ธนนท์
  2. แค่แอบหวัง / นนท์ ธนนท์
  3. เพลงส่วนบุคคล / fellow fellow
  4. นั่งโง่ๆ ริมทะเล / นนท์ ธนนท์, MEAN, JEEP
  5. ยอม / Yented
  6. Destiny / เบน ชลาทิศ
  7. ถ้าเธอไม่อยากโชคร้ายเรื่องความรัก / นนท์ ธนนท์ (Feat. อิ้งค์ วรันธร)
  8. ภวังค์ / AP1WAT
  9. St. Elmo’s Fire / Michael Franks
  10. จะบอกเธอว่ารัก / The Parkinson
  11. วันครบเลิก / นนท์ ธนนท์
  12. Easy / Mac Ayres
  13. Always, I’ll Care / Jeremy Zucker
  14. มีผลต่อหัวใจ / นนท์ ธนนท์
  15. พรครับ / BayBay
  16. ผ้าพันแผล / นนท์ ธนนท์
  17. I Keep Forgettin’ (Every Time You’re Near) / Michael McDonald
  18. Back To You / นนท์ ธนนท์
  19. พอไหว / อะตอม ชนกันต์
  20. เห็นฉันไหม / Soul After Six (Feat. Jacarr)
  21. คนใหม่ / นนท์ ธนนท์
  22. ถ้าหาก / Two Popetorn, Billkin, TA The Parkinson
  23. No.15 / AMBYRFEELS
  24. หยุดได้แล้ว / MEAN, นนท์ ธนนท์
  25. รอยจูบ / Tattoo Colour
  26. ทุกนาทีที่สวยงาม / นนท์ ธนนท์
  27. ถ้าเราเจอกันอีก / Tilly Birds
  28. Nobody Knows / Stamp, Christopher Chu
  29. Memories / นนท์ ธนนท์

 

อ้างอิง:

The post อัลบั้มเต็มของ นนท์ ธนนท์ ที่ตั้งใจแบ่งย่อยเป็น 3 พาร์ต และตั้งชื่อตามอารมณ์ที่ได้จากการฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Kopycat ‘SWIRL’ ถ้าคุณกำลังหาอัลบั้มฟังสบายเอาไว้เวลาไปเที่ยวกับแฟน อัลบั้มนี้เลย! https://thestandard.co/the-kopycat-swirl/ Tue, 23 Aug 2022 09:30:12 +0000 https://thestandard.co/?p=670825 The Kopycat

The Kopycat เป็นวงป๊อปที่ทำเพลงออกมาละมุนละไม เพลงมีอิท […]

The post The Kopycat ‘SWIRL’ ถ้าคุณกำลังหาอัลบั้มฟังสบายเอาไว้เวลาไปเที่ยวกับแฟน อัลบั้มนี้เลย! appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Kopycat

The Kopycat เป็นวงป๊อปที่ทำเพลงออกมาละมุนละไม เพลงมีอิทธิพลของเพลงป๊อปยุค 60 และ 70 ที่มีเสียงคอรัสฮูวาวาฮู กีตาร์เล่นแบบไม่ต้องเยอะ มีลูกหวานๆ เยิ้มๆ เบสลื่นไหล สร้างบรรยากาศสนุก บางเพลงใช้คีย์บอร์ดได้ความรู้สึกไปอีกแบบ ที่สำคัญเสียงร้องมีความหวานชวนหลงใหล เป็นวงที่ทำให้นึกถึงวง She & Him ก่อนเพื่อน และความใสได้ประมาณ Pink Martini

 

The Kopycat

 

วงนี้มีด้วยกัน 3 คน นักร้องสาวเสียงใสนามว่า มู่ หรือ มารีอา มู่ เธอเป็นคอรัสให้กับหลายๆ คนมาก่อน เช่น ส้ม มารี, เอิ๊ต ภัทรวี, วง Temp. และ quicksand bed ส่วนมือกีตาร์คือ แฮม-ฐาณิศร์ สินธารัตนะ ร่วมกับ ปอนด์-พรพิพัฒน์ มาลีพันธ์ เดินเบส พวกเขาทั้ง 3 คนทำ The Kopycat ด้วยกันมา 2 ปี มีเพลงรวมเป็นอัลบั้มได้พอดี จังหวะกำลังดี โควิดกำลังหมดความสำคัญ ปรากฏว่านักร้องนำได้การตอบรับไปเรียนต่อที่สเปน อัลบั้มนี้จึงออกมา มีคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม และคอนเสิร์ตเล็ก ก่อนที่จะพักวงกันสักแป๊บ

 

The Kopycat

 

ชื่ออัลบั้มเพราะดี SWIRL แปลว่าหมุน โลโก้ชื่ออัลบั้มที่ออกแบบมาก็ให้ความรู้สึกนี้ เพลงทั้งอัลบั้มฟังแล้วได้ความรู้สึกหมุนปลิว เหมือนเราเดินอยู่กลางทุ่งหญ้าโล่งๆ ในวันที่อากาศเย็นสบาย ไปปิกนิกกลางป่า นั่งกินแซนด์วิชริมธาร เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ที่มีเพื่อนคู่ใจไปด้วย หรือเป็นอารมณ์แบบเดตกันที่ร้านอาหารหรูบนตึกระฟ้า มองบรรยากาศแสงไฟตึกข้างนอกที่สวยงาม จิบเครื่องดื่ม และนั่งคุยกันอย่างมีความสุข

 

เมื่อฟังเพลงอัลบั้มนี้ครบทั้งหมดแล้ว มันเป็นการยากที่จะบอกว่าเพลงไหนดีกว่าเพลงไหน เพราะแต่ละเพลงมีความพิเศษของมันเอง และต่อกันแต่ละเพลงได้อย่างไหลลื่น 

 

Baby, I wanna see you my baby.

You’re only one that make me smile.

Why won’t you come here for a while.

Cause tonight, stars shine so bright like I see your eyes.

And I wanna hold you so tight.

Please don’t deny it, my baby.

– My Baby

 

 

เปิดอัลบั้มด้วย My Baby เพลงที่ชวนคิดถึงเพลง Earth Angel (Will You Be Mine) ในยุค 60 และมีอิทธิพลของ Be My Baby ของ The Ronettes ด้วย เพลงนี้เป็นเพลงแรกของวงเมื่อ 2 ปีที่แล้ว กีตาร์มีความอ่อนโยน เนื้อร้องออดอ้อน อยากให้มาเจอกัน ช่วงโซโล่กีตาร์ตรงกลางไม่ต้องเยอะก็เพราะแล้ว ใช้เพลงนี้เปิดอัลบั้มได้ดีเลย ต่อด้วย A Night Ride เพลงที่เหมือนนั่งรถไปด้วยกันช่วงเดตแรก มีความเขินปนกับความดีใจ ความฝันที่เป็นจริง การร้องที่ลากคำว่า You ยาวๆ คือความใส่ใจในตัวเธอ 

 

ต่อด้วย Painting เพลงนี้มี 2 เวอร์ชัน อีกเวอร์ชันเป็นเปียโน มู่ร้องคู่กับ JIPI หรือ จี๊ป-รัชช อมาตยกุล อดีตสมาชิกวงจินตา แต่เวอร์ชันหลักเป็นเสียงของ แฮม เล่นกับเปียโน มีเสียงของมู่เป็นคอรัส พอเพลงเข้าท่อนฮุคเพลงนี้สวยมาก การที่คนสองคนมาเจอกัน คุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดกัน แชร์ลมหายใจเดียวกัน และการได้เรียนรู้กัน เหมือนกับการทาสีของคนหนึ่งเข้าไปที่อีกคนหนึ่ง จบเพลงด้วยเสียงกีตาร์ใสๆ ให้เพลงไม่หม่นไปนัก

 

Waiting For You ใช้กีตาร์อะคูสติกคลอไปกับเสียงร้อง มีทำนองหวาน และหวานด้วยเสียงร้องที่ฟังเหมือนมีความดีใจที่ได้เป็นคู่อยู่ด้วยกัน มีความอาลัยเมื่อตอนจากกัน แล้วดนตรีก็ตัดเป็นอีกบทที่เร็วขึ้น เป็นเพลงที่เก๋ดี และทำให้เพลงในอัลบั้มไม่ได้เป็นโทนเดียวเกินไป 

 

เพลงดี 3 เพลงเรียงติดกัน Hideaway เป็นเพลงสนุกๆ แบบที่นึกถึง Belle and Sebastian ตอนที่แยกทำ God Help The Girl ต่อด้วย Ting A Ling ที่ให้ความรู้สึกเหมือนฟังเพลงคริสต์มาส เพลงมีความอบอุ่น ฟังแล้วเคลิ้มมาก เพลงต่อไปเป็นเพลงคู่ที่เพราะมากๆ นั่นคือ Everything You Do เพลงนี้ได้ นิค นักร้องนำแห่งวง Temp. และวง Part Time Musicians มาร้องด้วย ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงคู่ที่ดีมากเพลงหนึ่งในปีนี้เลย ลองเปิดต่อเพลง You’re All I Need To Get By ของ Marvin Gaye & Tammi Terrell หรือ Cruisin ที่ Gwyneth Paltrow ร้องกับ Huey Lewis เนียนเลย

 

I’m in love with you.

And everything you do.

I’m in love with you. Oh baby.

And my heart says it’s true.

– Everything You Do

 

 

Street Regiment เล่าถึงความไม่มั่นใจในตัวเอง จนกระทั่งเธอเข้ามา ทำฉันหัวเราะได้ ความรักที่อยู่รอบๆ ตัวมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ส่วน Campfire เป็นการไปตั้งเต็นท์ด้วยกันที่ต่างจังหวัด นอนมองดาวด้วยกัน ตื่นมาตอนเช้าด้วยกัน เพลงนี้มีแค่เสียงร้องกับกีตาร์ ดูเป็นเพลงธรรมชาติดี เหมือนแต่งมาเพื่อเล่นกีตาร์หน้ากองไฟจริงๆ 

 

ล่าสุดพวกเขามีเพลงใหม่อีก 1 เพลง คือ Tu es mon amour เพิ่งจะปล่อยมาเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม เป็นเพลงที่ฟังเคลิ้มๆ เหมือนเพลงในอัลบั้ม

 

อัลบั้มนี้ทำออกมาเป็นแผ่นเสียงและซีดีด้วย แผ่นเสียงเป็นแผ่นลาย สวยมาก กระดาษเนื้อเพลงที่แนบมากับแผ่นสามารถพับเป็นรูปทรงเรือใบได้ (ใครจะไปกล้าพับ) เก๋มาก

 

อัลบั้ม: SWIRL

ศิลปิน : The Kopycat

ค่าย: ไม่มีค่าย, แผ่นเสียงทำโดย Earthtone Records 

 

เลเล่เล้

สิงหาคม 2565

Twitter: @laylaidlaid

 

MixTapes by laylaidlaid

ทำเซ็ตนี้แบบสบายๆ ให้เป็นเพลงรักที่เอาไว้ฟังตอนไปเที่ยวด้วยกันได้

 

  • Apple Music: MixTapes The Kopycat

 

 

 

  • Spotify: MixTape The Kopycat

 

 

 

  1. My Baby / The Kopycat
  2. Dream A Little Dream / Pink Martini & The Von Trapps
  3. Ting A Ling / The Kopycat
  4. Come Monday Night / God Help The Girl
  5. Don’t Leave Me (Ne me quitte pas) / Regina Spektor
  6. Everything You Do / The Kopycat (feat. Nick Temp.)
  7. Harvey / Her’s 
  8. Celia Inside / The Cardigans
  9. A Night Ride / The Kopycat
  10. Be My Baby / The Ronette
  11. Love Is Blue / Paul Mauriat 
  12. Waiting For You / The Kopycat
  13. Nightclub Love / Matt Maltese
  14. The More I See You / Chris Montez
  15. Spanish Eyes / Al Martino
  16. This Girl’s In Love With You / She & Him
  17. If I fell / Chet Atkins 
  18. Hideaway / The Kopycat
  19. Lovin’ You / Minnie Riperton
  20. Annie’s Song / John Denver
  21. Street Regiment / The Kopycat
  22. So Much In Love / The Tymes
  23. On And On / Stephen Bishop
  24. Tu es mon amour / The Kopycat

 

อ้างอิง:

The post The Kopycat ‘SWIRL’ ถ้าคุณกำลังหาอัลบั้มฟังสบายเอาไว้เวลาไปเที่ยวกับแฟน อัลบั้มนี้เลย! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wicked Lights ​​โฟล์กร็อกฝีมือคนไทย อัลบั้มที่ต้องใช้เวลานานถึง 14 ปี https://thestandard.co/wicked-lights/ Wed, 03 Aug 2022 13:00:55 +0000 https://thestandard.co/?p=662510 Wicked Lights

ศิลปินหน้าใหม่รายนี้มีชื่อว่า Wicked Lights เป็นงานของ […]

The post Wicked Lights ​​โฟล์กร็อกฝีมือคนไทย อัลบั้มที่ต้องใช้เวลานานถึง 14 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wicked Lights

ศิลปินหน้าใหม่รายนี้มีชื่อว่า Wicked Lights เป็นงานของ ธู จารุสร หรือ Two Charuson เขาเคยออก EP 4 เพลงเมื่อประมาณปี 2008 ซึ่งโปรดิวซ์โดย เจ-มณฑล จิรา เวลาผ่านไป 14 ปี ทำอัลบั้มเต็มจนสำเร็จได้มาเป็นอัลบั้มนี้ Brave Face และโปรดิวซ์โดย เจ มณฑล คนเดิม ความดีความชอบของอัลบั้มนี้อยู่ที่เจด้วย เพราะทำเพลงได้ออกมาลงตัวเอามากๆ

 

เพลงของ Wicked Lights ฟังแทบไม่รู้ว่าเป็นงานของคนไทย เพราะว่าร้องเพลงภาษาอังกฤษได้สำเนียงดีมาก ธู จารุสร เกิดเมืองไทยแต่เติบโตที่อังกฤษ จบมหาวิทยาลัยเดียวกับ Thom Yorke แห่ง Radiohead งานของเขาจึงมีอิทธิพลของเพลงทางฝั่งอังกฤษอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ Eric Clapton ไปจนถึง Fleetwood Mac และฟังแล้วก็ชวนคิดถึง Mumford & Sons, The National, The Black Keys และ Kings of Leon

 

Wicked Lights

ภาพ: Wickedlightsmusic / Facebook

 

สุ้มเสียงของ ธู จารุศร มีความคล้ายกับ ตุล ไวฑูรเกียรติ แห่งอพาร์ตเมนต์คุณป้า ผสมกับ ฮิวโก้ (เล็ก-จุลจักร จักรพงษ์) และให้ชวนคิดถึงเสียงของ Elvis Costello กับ ธีร์ ไชยเดช ด้วย ทุ้มต่ำ มีพลัง พร่ำบ่น โอดครวญ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ธู จารุศร เคยประสบอุบัติเหตุใหญ่มาก่อน แต่ก็รอดมาได้ อัลบั้มนี้จึงมีมุมของการผ่านชีวิตด้านมืดมาพอสมควร ชื่ออัลบั้ม Brave Face ก็บอกถึงการเผชิญกับความเจ็บปวดและผ่านมันมาได้ในที่สุด

 

Brave Face มีทั้งหมด 12 เพลง เป็นเพลงร็อกที่มีความเป็นโฟล์กเหมือนที่เราฟังงานของฮิวโก้ มีความดุดันในเพลง กีตาร์ เบส กลองแน่นมาก คียบอร์ด เครื่องเป่า เครื่องสายแทรกเป็นบางเพลง เป็นอัลบั้มที่ฟังยาวๆ ได้ทั้งชุด เพลงแต่ละเพลงมีทำนองสวยงาม อัลบั้มวางสลับจังหวะความเร็วของเพลงได้ดี ทำให้ไม่เบื่อง่าย

 

เพลงเด่นที่สุดยกให้ Budapest อินโทรเกากีตาร์คลอไปทั้งเพลง เปียโนที่แทรกตรงท้ายเพลงคือดี เพลงนี้เหมาะกับ ‘การขับรถไปเรื่อย ๆ ตามต่างจังหวัด นึกถึงฉากแบบว่าพระเอกเพิ่งไปฆ่าซอมบี้ในเมืองเสร็จแล้วกลับบ้านไปหาคนรัก’

 

Listen to the ghost

Leave bodies full of rest

Go where booty calls

Fucked up Budapest

– Budapest

 

 

Kushty เพลงที่ปล่อยมาเป็นเพลงแรกเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ถูกวางไว้เป็นเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม เพลงในจังหวะสบายๆ เอาไว้เวลาขับรถกินลมชมวิว เนื้อเพลงให้กำลังใจ ว่าสิ่งร้าย ๆ สักวันมันต้องผ่านไป มุ่งมั่นและไปต่อ เพราะเพลงนี้นี่แหละที่ทำให้งานของ Wicked Lights เป็นที่สนใจของต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรือเอเชีย ล่าสุดเห็นว่ามีไปสัมภาษณ์กับรายการในมาเลเซียด้วย เปิดเพลงนี้ต่อด้วย Mekong River Delta ของ Hugo ได้เลย

 

Know that it’s alright

We’re wasting time before we leave

All the days go by

Come rain or shine, let it be

 

– Kushty

 


มีความเป็นร็อกหนักๆ อยู่ในเพลง Darn Respites, Fool, … And The Restless และ Edin เป็นเพลงเร่งจังหวะ ให้ความมัน เริ่มจาก 3 เพลงแรกที่วางติดกัน เปิดอัลบั้มด้วย Darn Restpites มีอินโทรย้ำคีย์บอร์ด เพลงนี้ประสานเสียงดี กีตาร์คอร์ดหนัก กลางเพลงมีใส่เครื่องเป่าเข้ามา ไม่ต้องมาก ได้จังหวะ กีตาร์ลีดก็ไม่ได้เยอะ เจ้าตัวเล่าว่ามันคือการกลับมาใหม่หลังจากหายไปนาน ส่วน Fool เป็นเพลงมีความหมายแฝงเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง กำแพงที่ไม่สามารถปีนข้ามได้ ไม่มีใครกล้าตะโกนออกไป ต่อด้วย … And The Restless มีความต่อเนื่องกันมา เพลงนี้จะเบากว่า 2 เพลงแรก ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว หมดแรงจะสู้ต่อ ส่วน Edin ดุดัน กลองหนัก เสียงร้องมีพลัง เพลงได้ความมืดหม่น ฟังแล้วจะนึกถึงเพลง Day I Die ของ The National ท่อนกลางมีกีตาร์ 2 ตัว ตัวหนึ่งหนัก ตัวหนึ่งเบา เข้ากันได้ดี

 

Sometimes

All I need is riot

Through shadows and wires

Hold them down

With the radio silence

My heads in the garden

Knock em down

Even though if it goes nowhere out there

 

– Edin

 

 

อิทธิพลเพลงอังกฤษแรงๆ อยู่ใน 2 เพลงติด Lovewillalwaystearusapart ที่ดูเหมือนตั้งใจให้เรานึกถึง Love Will Tear Us Apart ของ Joy Division แต่เพลงไม่ได้หม่นไปถึงขนาดนั้น มันเป็นเพลงรักที่มีการรอคอย สับคอร์ดกีตาร์ฉับไว ไม่มีอะไรที่จะแยกเราจากกันได้นอกจากความรัก เพลงต่อมาได้กลิ่น Radiohead ชัดเจน การร้องยาวกันกีตาร์ที่ฟังลอยๆ และเริ่มโหมขึ้นเรื่อยๆ ในเพลง Bearings เปิดต่อ Blow Out หรือ Street Spirit ของ Radiohead ประมาณนั้นเลย

 

จำชื่อวงนี้ไว้ให้ดีถ้าคุณไม่อยากจะพลาดอะไรสำคัญในปี 2022

อัลบั้ม: Brave Face

ศิลปิน: Wicked Lights

ค่าย: Samutprakarn Sound

 

เลเล่เล้

สิงหาคม 2565

Twitter: @laylaidlaid

 

อ้างอิง:

 

The post Wicked Lights ​​โฟล์กร็อกฝีมือคนไทย อัลบั้มที่ต้องใช้เวลานานถึง 14 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Desktop Error กลับมาแล้ว! ชูเกเซอร์ตัวพ่อที่ห่างหายไปจากวงการเกือบ 10 ปี https://thestandard.co/desktop-error-comeback/ Thu, 02 Jun 2022 11:28:51 +0000 https://thestandard.co/?p=637184 Desktop Error

Desktop Error กลับมากับอัลบั้มที่ 4 ที่เดิมควรจะออกตั้ง […]

The post Desktop Error กลับมาแล้ว! ชูเกเซอร์ตัวพ่อที่ห่างหายไปจากวงการเกือบ 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Desktop Error

Desktop Error กลับมากับอัลบั้มที่ 4 ที่เดิมควรจะออกตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้ว พวกเขาทิ้งช่วงจากอัลบั้มที่ 3 Keep Looking at the Window ถึง 9 ปี และถ้านับตั้งแต่อัลบั้มแรก Instinct พวกเขาอยู่ในวงการนี้มาแล้ว 16 ปี ถือเป็นวงระดับต้นน้ำในแนวเพลงชูเกซของประเทศไทยไล่เลี่ยกับวง Goose และอัศจรรย์จักรวาล Desktop Error อยู่ในยุคแห่งความหนวกหู (Noisy Sound) ที่เราพอจะแนะนำวงดนตรีไทยในยุคนั้นได้ เช่น Morning Surfers, Soundlanding, Slur, Godog, Damnwrong, Red Twenty, The Eastbound Downers และทุกวงของค่าย SO::ON Dry Flower

 

พวกเขามีกัน 5 คน และเป็น 5 คนที่เหนียวแน่นตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ เล็ก-พีวรายุส กองไพบูลย์ ร้องนำและเล่นกีตาร์, เบิร์ด-อดิศักดิ์ พวงอก และ อ๊อฟ-วุฒิพงศ์ ลี้ตระกูล เล่นกีตาร์, ตุ้ย-ชาญณรงค์ แจ่มขาว เล่นเบส และ เม้ง-ภูมิพัฒน์ ชาติสุริยเกียรติ ตีกลอง 

 

ในช่วงที่พวกเขาเว้นวรรคไป เม้งไปเล่นหนังโฆษณา 20 กว่าเรื่อง โดยเฉพาะกับ ‘ไทยประกันชีวิต’ ที่สร้างชื่อให้เขามาก เบิร์ดไปเป็นมือกีตาร์หลักๆ ให้กับหลายๆ วง เช่น Hugo, น้อย วงพรู, Sqweez Animal, Greasy Cafe จนได้ฉายา ‘มือกีตาร์ร้อยวง’ อ๊อฟไปทำเพลงประกอบหนังหลายเรื่อง ได้รางวัลเพียบ และเล็กไปจัดเทศกาลคอนเสิร์ตที่ศรีสะเกษ พวกเขายังคงวนเวียนอยู่ในวงการบันเทิงนี่แหละ

 

อัลบั้ม Indelible Stain ออกแบบได้อย่างน่าฉงน ปกเป็นภาพขาว-ดำที่มองดูเหมือนอนุสาวรีย์ของปลากระโทงดาบฝูงหนึ่ง ชื่ออัลบั้มเขียนแปลกๆ เขียนไว้แบบนี้ ˙ n d e l ˙ b l e s t a ˙ n คือที่ตัว i สามตัวบนปก ลำตัวทั้งสามแท่งหายไป มีแต่จุด เราไม่รู้ว่าพวกเขาจะพยายามสื่ออะไร แต่น่าจะคิดมาแล้วแน่ๆ ปกนี้ออกแบบโดย ก้อง-อนุภาส เปรมานุวัติ แห่งวง Goose ความหมายของชื่ออัลบั้มคือ รอยเปื้อนที่ลบไม่ออก อัลบั้มนี้มิกซ์โดย Koichi Shimizu คนเดิม เชื่อขนมกินได้

 

โดยรวมของอัลบั้มนี้ฟังยากกว่าชุดที่ 2 และ 3 คือติดหูยากกว่า ดนตรีใส่เต็มกว่า หรืออาจจะบอกได้ว่า 2 อัลบั้มก่อนหน้านี้มีความป๊อปมากกว่า แต่ไม่มีอัลบั้มไหนนัวร์เท่าอัลบั้มแรก เรียกได้ว่าอัลบั้มนี้กลับมาแบบรุ่นใหญ่ ไม่มีเพลงบรรเลงอย่างเดียวแบบไม่มีเนื้อร้องแล้ว ทั้ง 10 เพลงในอัลบั้มมีเนื้อหมด และมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้ติดหูยาก เพราะเนื้อเพลงล่องลอยเหมือนกำลังมองหาหนทาง และบางทีเราก็ไม่เข้าใจสิ่งที่ต้องการจะสื่อ หรือถ้านึกถึงชื่ออัลบั้ม ก็คงจะต้องบอกว่าเนื้อเพลงในอัลบั้มต้องการสะท้อนสิ่งที่มันได้เกิดขึ้นและยังคงอยู่ ลบไม่ออกเหมือนรอยเปื้อนทิ้งคราบไว้

 

สิ่งใดได้เห็นความจริง

สุขแท้จริงมันอยู่ที่ใด อยู่ที่ใด

– โลกรอบตัว

 

 

มาดูเพลงที่น่าสนใจกันดีกว่า เปิดอัลบั้มด้วยเพลง โลกรอบตัว แค่เริ่มตั้งแต่อินโทรกลองก็ซัดได้อย่างสุดมัน กีตาร์ 2 ตัวประสานกันอย่างดีตั้งแต่นาทีแรกไปจนถึงสุดท้าย มันมีความโหด มีความเกรี้ยวกราด เหมือนความรู้สึกหลังช่วงโควิดที่อึดอัดมานานต้องปลดปล่อย พวกเขาปล่อยดนตรีไป 3 นาที เสียงร้องถึงขึ้นมา เนื้อเพลงเพียง 3 บรรทัด คนที่ค้นหาความสุขจากการอยู่ตัวคนเดียวเป็นแบบไหนนะ ต่อด้วย เสียงที่เคยได้ยิน ปรับจังหวะลงมา เนื้อเพลงโหยหาช่วงเวลาที่เคยดี มีจังหวะหยุดกลองให้ลอยคว้าง ก่อนจะถาโถมขึ้นเรื่อยๆ น่าเปิดต่อ รอยมืดดำ ของ Torrayot

 

Cigar อินโทรเบสกับกลองแน่นมาก ได้ความเป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ มีความหลอนของซาวด์เมื่อขึ้นเสียงร้อง พอฟังเพลงนี้ไปสัก 3 นาที พวกเขาหย่อนเพลงลงช้าก่อนที่จะพีคเพลงขึ้น มันคือซาวด์ที่โอ่โถงและยิ่งใหญ่ ทะยานไกล พอไปสุดแล้วตัดกลับช้า กลองค่อยๆ ตีทีละคำ ขณะที่กีตาร์ยังนัวร์ให้เราปวดหูและอยู่ในภาวะจิตดับ

 

สิ่งที่เธอเห็นใช่สิ่งที่เป็น

กลับถูกซ่อนเร้นในความมืดดำ

ที่ถูกสะท้อนให้เธอและฉัน

สิ้นสุดทางนั้นไม่ใช้ทางเดิม

– Cigar 

 

 

 

อัลบั้มนี้มีเพลง ฝากลม เป็นเพลงที่ฟังง่ายสุดในอัลบั้ม เพลงทำนองสวยๆ อย่างที่เราเคยทำความรู้จักกับ ควันจางลา, ภาพลางตา และ ทุกทุกวัน อินโทรเบสพาเราลอยลม กีตาร์หูซ้ายและขวาช่วยโอบกอดเราไว้ จังหวะกลองมีลูกเล่น ทำให้เพลงมีมิติมากขึ้น

 

ฝากลม ช่วยพัดพาใจให้พ้นผ่าน

ฝากน้ำ ช่วยสะท้อนความจริงให้เห็นต่างจากที่เคยผ่านมา

บอกฝน ช่วยชะล้างหัวใจที่หมองหม่น

บอกฟ้า ว่าฉันยังมีเธอเหมือนเคย

– ฝากลม

 

 

เพลงที่ 9 ของอัลบั้ม ตน อย่างมึนอย่างนัวร์ สับกีตาร์ฉับไว กลองซัดไม่มียั้ง เพลงนี้ต้องเปิดต่อ The Theory ของวง Soundlanding มันสุดยอดมาก พวกเขาต้องมีครูอย่าง Ride, Teenage Fanclub และ The Jesus and Mary Chain แน่ๆ ซาวด์ของพวกเขาเป็นซาวด์ในแบบยุค 90 ที่มีรากมาจากวง My Bloody Valentine ปิดท้ายอัลบั้มด้วย มืดมิดผ่อนคลาย ที่ดึงตบกีตาร์สบายๆ ผ่อนคลายคอร์ดวน เหมือนกับตอนอัลบั้มก่อนที่ปิดท้ายด้วย นิทานวันวาน

 

พวกเขามีคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มไปเมื่อเดือนเมษายน และกำลังจะมีทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ล่องไปเรื่อยๆ เหนือ ใต้ กลาง อีสาน แล้วมาปิดที่ Montri Studio กรุงเทพฯ ลองเข้าไปดูรายละเอียดกันที่เพจวง อัลบั้มนี้ออกเป็นซีดีและแผ่นเสียงด้วย (แต่ไม่แน่ใจว่า Sold Out ไปหรือยังครับ)

 

อัลบั้ม ˙ n d e l ˙ b l e s t a ˙ n

ศิลปิน Desktop Error

ค่าย E Record

 

เลเล่เล้

พฤษภาคม 2565

Twitter: @laylaidlaid

  

MixTapes by laylaidlaid

เพลงที่เลือกในคราวนี้เป็น Noisy Sound แบบจริงจังเลยนะครับ เตรียมรับแรงกระแทกทางหูไว้ได้เลย ผมอยากเน้นเพลงไทยเป็นหลัก มีใส่เพลงฝรั่งระดับตัวพ่อมาไม่กี่เพลง เสียดายที่สตรีมมิงไม่มี 2 อัลบั้มแรกของ Desktop Error ไม่งั้นได้ใส่เต็มกว่านี้อีกครับ

 

Apple Music: MixTapes Desktop Error

https://music.apple.com/th/playlist/mixtapes-desktop-error/pl.u-leyl9G8u0eXqgD

 

Spotify: MixTapes Desktop Error

 

 

 

  1. โลกรอบตัว / Desktop Error
  2. Cenerentola / Faustus
  3. รอยมืดดำ / Torrayot
  4. ปัจจุบันนา / Desktop Error
  5. I Can Tell / Death of Heather
  6. Come In All Night / Hariguem Zaboy
  7. ฝากลม / Desktop Error
  8. หรือไม่ใช่ (เพลงของ Dept) / Inspirative
  9. Darklands / The Jesus And Mary Chain
  10. เวลาที่มี / Goose
  11. ควันจางลา / Desktop Error
  12. สปัน / ครับ
  13. วันที่ดี / Low Fly
  14. Come In Alone / My Bloody Valentine
  15. Chem / Telever
  16. ตน / Desktop Error
  17. The Theory / Soundlanding
  18. Dreams Burn Down / Ride
  19. เสียงที่เคยได้ยิน / Desktop Error
  20. ที่ผ่านมา / Abstraction XL
  21. ร่องรอย / Flowers For Daryl
  22. Cigar / Desktop Error
  23. Sleepwalking / Follows
  24. พอเสียที / Moderndog
  25. My Dreaming Hill / Flying Saucer Attack
  26. มืดมิดผ่อนคลาย / Desktop Error

The post Desktop Error กลับมาแล้ว! ชูเกเซอร์ตัวพ่อที่ห่างหายไปจากวงการเกือบ 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Make Me Sick! – SAMMii ในวันที่ความฝันไม่มีเธออยู่ข้างในนั้นอีกต่อไป https://thestandard.co/make-me-sick-sammii-single/ Wed, 18 May 2022 10:28:44 +0000 https://thestandard.co/?p=630343 SAMMii

อีพีอัลบั้ม 7 เพลงยาวเพียง 20 นาที งานเดบิวต์ของแซมมี่ […]

The post Make Me Sick! – SAMMii ในวันที่ความฝันไม่มีเธออยู่ข้างในนั้นอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
SAMMii

อีพีอัลบั้ม 7 เพลงยาวเพียง 20 นาที งานเดบิวต์ของแซมมี่ (SAMMii) หรือ แซมมี่-ภัคธีมา ชิลเลอร์ งานเพลงที่ทำให้เราหยุดเพื่อหันมามอง เสียงของเธอมีเสน่ห์ เนื้อเพลงของเธอมีอะไรให้สังเคราะห์ ดนตรีเป็นพร็อพที่เรียบง่ายแต่ดูมีอะไร

 

เธอเพิ่งจะอายุ 19 ปี แต่งานเพลงของเธอเกินตัวไปนิด เพลงของแซมมี่ไม่มีงุ้งแง้ว ไม่มีแอบรักไม่กล้าบอก แต่เป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวังทั้งหมด พอและจะขอหยุดไว้เพียงแค่นั้น สมกับชื่ออัลบั้ม Make Me Sick! แซมมี่เขียนเพลงเองทั้งหมดทั้งเนื้อภาษาไทยและอังกฤษ อัลบั้มนี้ได้โปรดิวเซอร์มือฉมัง Richard Cracker (ริชาร์ด เครเกอร์) ผู้เคยทำเพลงให้ศิลปินไทยอย่าง วาเลนติน่า พลอย, แดเนียล ดิษยะศริน, ส้ม มารี และ LYRA (บางส่วนของ BNK48) มาแล้ว ซึ่ง Richard ก็ทำให้เพลงในอัลบั้มนี้เป็นพร็อพที่ฟังง่ายและร่วมสมัย

 

SAMMii

 

แซมมี่เป็นคนเสียงต่ำ (Low Key Voice Tone) เสียงของเธอเหมาะกับเพลงช้าและเศร้า เหมือนเสียงของ Adele และ Lana Del Rey และผมว่าเสียงของเธอมีความคล้ายกับ Dua Lipa และถ้าเป็นเพลงไทยก็คงจะนึกถึงเสียงของ พัด-สุทธิภัทร สุทธิวาณิช นักร้องนำวง Zweed n’ Roll รวมไปถึงบางเพลงที่ทำให้นึกถึงเสียงของ ปาล์มมี่ กับ วี–วิโอเลต วอเทียร์ ด้วย

 

ความรักในอัลบั้มนี้เป็นความรักที่จบแล้วคือจบ ไม่อาลัยอาวรณ์มูฟออนไม่ได้เหมือนเพลงที่เราได้ยินกันทั่วไป และเพลงทั้งหมดก็เล่าไปในเรื่องราวเดียวกันด้วย คือเหมือนว่าแซมมี่ได้รักกับใครสักคน แต่ในที่สุดก็รู้ว่าคนๆ นั้นเค้ายังรักคนเก่าอยู่ สิ่งที่เธอทำคือตัดใจแล้วจากไปเองทั้งที่ก็ยังรักอยู่ มันทำให้อัลบั้มฟังวนซ้ำกลับมาได้อย่างต่อเนื่อง อยู่ในปราสาทวังวนอย่างชื่อเพลงๆ หนึ่งในนั้น Make Me Sick! ได้ความเป็น Feminist ที่แข็งแกร่ง ยืนหยัดเพื่อตัวเองได้ ชวนให้นึกถึงงานของ Billie Eilish และ Lorde ที่สุด

 

อัลบั้มเปิดด้วย Bedroom Panic (Interlude) ที่มีเสียงนับถอยหลังก่อนที่ยานจะถูกปล่อยออก ซึ่งผูกกับเพลงสุดท้ายของอัลบั้มที่ไล่เขาให้ไปกลับดาว ชื่อเพลงมาจากการที่แซมมี่เคยเป็นโรคแพนิก เธอมีความตื่นตระหนกและไม่อยากนอน แล้วก็มีเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น เพื่อที่จะบอกว่าเพลงต่อจากนี้คือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป

 

Make Me Sick! อินโทรกีตาร์เหมือนจะเป็นเพลงช้า แต่เพลงนี้สลับเร็วในท่อนฮุก กีตาร์หวานและพริ้ว ซาวด์แบบนี้ชวนคิดถึงเพลง Dream ของ Daniel Ryn เพลงนี้แซมมี่แต่งตั้งแต่ตอนอายุ 16 ปี ซึ่งน่าจะเป็นต้นเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่เอามาเขียนอัลบั้มนี้ทั้งหมด

 

“Please never cry for me.

Please never think that it was all a game.

Cause I loved you, but it was making me sick! sick!”

– Make Me Sick!

 

 

ต่อด้วย Plaster เพลงช้าที่เปรียบเทียบกับความรักที่เธอเข้ามาเพื่อเยียวยาเขา ทำการปิดแผลในใจที่คนอื่นทำเอาไว้ แต่วันหนึ่งเธอก็รู้ว่าการที่เธอทำไปเท่าไรก็ลบเลือนสิ่งนั้นไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ยังคงกลับไปหาเธอคนนั้นอยู่ดี ซึ่งก็เหมือนกับพลาสเตอร์ที่มันไม่คงอยู่ตลอดไปหรอก เพลงนี้ได้ แทน ลิปตา มาช่วยเกลาเนื้อและโปรดิวซ์ให้

 

“เธอแปะแผลเองได้แล้ว

ดูแลตัวเองดีๆ เข้าใจไหม

ฉันรักษาแผลที่เขาทำไว้ได้แค่นี้”

– Plaster 

 

 

ทานตะวัน เป็นเพลงแรกของแซมมี่ที่ทำออกมาและทำให้ทุกคนต้องหันมามอง วิธีการเขียนเนื้อเพลงเหมือนกวี ความล่องลอยของหัวใจที่ไหลไปกับเนื้อเพลงได้อย่างง่ายดาย การเปรียบเปรยที่ทำให้เราต้องฟังซ้ำๆ เพื่อเข้าใจ มันคือการรอคอยใครสักคนที่หลงรักใครอีกคน ดอกทานตะวันที่หันหน้าไปหาตะวันเสมอๆ มันคงเป็นสิ่งที่เศร้ามากที่เรามองทานตะวันในขณะที่ทานตะวันไม่เคยคิดจะหันมามองเรา เพลงนี้มีแค่เสียงร้องและกีตาร์ ได้ความเหงา เยือกเย็น และหนาวจับใจ แม้ในวันที่ไม่มีตะวันก็ตาม

 

“อาจเพราะ ฟ้าในวันนี้ไม่มีตะวัน

อาจเพราะ เมฆในวันนั้นทำเธอเสียใจ

หรืออาจเป็นฉัน ที่ยังคงรอดูเขาหายไป จากใจของเธอ

หันกลับมา โอ้เธอ ทานตะวัน”

– ทานตะวัน

 

 

เพลงต่อไป ปราสาทวังวน ความคิดที่ไม่สามารถสลัดมันออกจากหัวได้ วนเวียนอยู่อย่างนั้น เนื้อเพลงที่หม่นอยู่กับดนตรีที่สดใส กีตาร์เพลงนี้ใสเฟี้ยว ซินธิไซเซอร์ลื่นละมุน ชวนคิดถึงตั้งแต่วงอย่าง The Smiths ไปจนถึง The 1975 เลยทีเดียว เสียงของแซมมี่ในบางประโยคบางเบาที่ปลายประโยค ทำให้นึกถึงวิธีการร้องเพลงแบบเดียวกันกับ วี วิโอเลต นักร้องจากค่ายเดียวกัน

 

 

Why Say Why เป็นเพลงเร็ว การหลงรักใครสักคนในช่วงเวลาอันสั้นและไม่แน่นอน เพลงนี้จัดว่ามีเนื้อเพลงที่กลางๆ ที่สุดแล้วในอัลบั้ม คอรัสในท่อนฮุกทำให้เพลงสนุกสนาน กีตาร์เล่นเป็นโฟล์คร็อก จังหวะเพลงชวนให้โยกหัวตลอด เปิดต่อเพลง See You In Life ของ Valentina Ploy แล้วต่อด้วย Wildest Dreams ของ Taylor Swift

 

ปิดอัลบั้มด้วย กลับดาว เพลงที่ตัดพ้อถึงความรักที่มีกันและกัน มันไม่ได้สำคัญอะไรสำหรับเธอที่มูฟออนกับคนเก่าไม่ได้เลย ก็เลยไล่ให้กลับดาวไปเลย

 

“รอยยิ้มและดวงดาว ทุกบทกวี

ที่เราเขียนขึ้นมาด้วยกัน

มาปรากฏในใจของฉัน

ทำให้ฉันรู้ว่า ทุกช่วงเวลาที่เราผ่านมันมาด้วยกัน

ไม่เคยอยู่ในใจเธอเลยสักวัน”

– กลับดาว

 

 

บรรทัดสุดท้าย เราควรให้ข้อมูลว่าแซมมี่เป็นลูกดารา แต่ที่จริงแล้วเธอไม่จำเป็นต้องใช้ความดังของพ่อในการเป็นศิลปินเลย ผลงานชิ้นนี้ของเธอพิสูจน์ได้ว่าเธอไปได้อีกไกลแน่ในเส้นทางสายนี้

 

อัลบั้ม: Make Me Sick!

ศิลปิน: SAMMii

ค่าย: Universal Music Thailand

 

เลเล่เล้

พฤษภาคม 2565

Twitter: @laylaidlaid

 

อ้างอิง: 

 

Mixtapes by laylaidlaid

เลือกเพลงอกหักที่ร้องโดยผู้หญิงเสียง Low Key และเพลงจากศิลปินที่มีอิทธิพลต่อแซมมี่ครับ

Apple Music: MixTapes SAMMii

https://music.apple.com/th/playlist/mixtapes-sammii/pl.u-b3b8dB7fdbAo58

Spotify: MixTapes SAMMii 

https://open.spotify.com/playlist/3oCur1l7tbx9BW9PcH4l2k?si=z29-63YORoGhyyIBQc9cyQ

 

 

 

  1. Making Me Sick! / SAMMii
  2. Self-Love / Svmmerdose
  3. Happier / Olivia Rodrigo
  4. Amoeba / Clairo
  5. ปราสาทวังวน / SAMMii
  6. Woman / Cat Power feat. Lana Del Rey
  7. ไม่มีอะไรเหมือนเดิม / Zweed n’ Roll
  8. กลับดาว / SAMMii
  9. Make You Feel My Love / Adele
  10. Love Is A Losing Game / Amy Winehouse
  11. Sunday Morning / The Velvet Underground
  12. ทานตะวัน / SAMMii
  13. Pity Party / Melanie Martinez
  14. The River / PJ Harvey
  15. Butterfly / ปาล์มมี่
  16. The Limit To Your Love / Feist
  17. Plaster / SAMMii
  18. I Still Love You / BANKS
  19. Miss You More / Katy Perry
  20. Someone You Loved / Lewis Capaldi
  21. Why Say Why / SAMMii
  22. See You In Life / Valentina Ploy
  23. Wildest Dreams / Taylor Swift
  24. Happier Than Ever / Billie Eilish

 

SAMMii

The post Make Me Sick! – SAMMii ในวันที่ความฝันไม่มีเธออยู่ข้างในนั้นอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Resurrection – Zweed n’ Roll ​​เชิญพบกับซาวด์แห่งความเคว้งคว้าง เหงาบ้าง แต่ก็เข้าใจได้ https://thestandard.co/resurrection-zweed-n-roll/ Fri, 18 Feb 2022 10:28:31 +0000 https://thestandard.co/?p=596025 Zweed n’ Roll

Zweed n’ Roll กลับมากับอัลบั้มที่สองของพวกเขา ที่ยังคงค […]

The post Resurrection – Zweed n’ Roll ​​เชิญพบกับซาวด์แห่งความเคว้งคว้าง เหงาบ้าง แต่ก็เข้าใจได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Zweed n’ Roll

Zweed n’ Roll กลับมากับอัลบั้มที่สองของพวกเขา ที่ยังคงความเป็น Zweed n’ Roll เหมือนเดิม คือเป็นบริตป๊อปในแบบที่ไม่รกหู กีตาร์ลีดลอยๆ กับอีกตัวสับคอร์ด เสียงทุ้มต่ำชวนดำดิ่ง จังหวะดนตรีแช่มช้า ชดช้อย อัลบั้มนี้ห่างจากอัลบั้มแรกประมาณ 3 ปี มีเพลงทั้งหมด 12 เพลง ครึ่งหนึ่งคือเพลงที่ปล่อยออกมาระหว่างการเดินทาง 3 ปีที่ผ่านมาจากอัลบั้มแรก อีกครึ่งหนึ่งคือเพลงใหม่ทั้งหมด

 

ในความเป็น Zweed n’ Roll พวกเขาเขียนทำนองได้งดงาม มีความสูงต่ำของเมโลดี เป็นลักษณะของเพลงยุคเก่าอย่างเห็นได้ชัด (หมายถึงยุคก่อน 10s) ซึ่งอายุของวงเองก็เกือบ 10 ปีแล้วที่เล่นด้วยกันมา นับว่าเป็นวงที่สมาชิกเหนียวแน่นดี แต่พวกเขาเพิ่งมาดังในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าสามารถอยู่ท่ามกลางกระแสเพลงแนวโซล นีโอโซล ที่ยังจับคนฟังเพลงรุ่นใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง

 

สมาชิกทั้ง 5 คน คือ พัด-สุทธิภัทร สุทธิวาณิช นักร้องนำ ปูน-ณัฐพัชร์ สมิตนุกูลกิจ กับ มิน-ณัฐกร ศิลวัฒน์ เล่นกีตาร์ นิว-นิติ นิติยารมย์ เล่นเบส และ ทัน-ธรรม์ ดำรงรัตน์ ตีกลอง งานของพวกเขาต้องย้อนกลับไปที่ต้นแบบเลยคือ Radiohead ชุด The Bends ที่มีเพลงลอยๆ อย่าง Fake Plastic Trees, High And Dry, Black Star และ Bullet Proof … I Wish I Was และก็ชวนให้คิดถึงวงบริตป๊อปช่วงปลายอย่าง Travis, Dove, Coldplay (ยุคแรก), Electric Soft Parade, JJ Gilmour และ Elbow วงพวกนี้ล้วนแต่ติดกับดักของความอ้อยสร้อย

 

เสียงของพัดเป็นเสียงทุ้มต่ำแบบอัลโต เธอร้องชัดถ้อยชัดคำ สะกดคนฟังให้ตั้งใจฟังเนื้อร้อง แต่เนื้อร้องในอัลบั้มนี้ไม่ค่อยมีอะไรฟูมฟาย หลายเพลงเป็นการเปลี่ยนผ่านความรักจากช่วงเวลาหนึ่ง และเหมือนจะเข้าใจมันได้อย่างดี รวมทั้งมีเพลงรัก 3 เพลง เพลงภาษาอังกฤษอีก 3 เพลง (หนึ่งในนั้นเป็นเพลงรัก) ฟังโดยรวมทั้งอัลบั้มมีเพลง เร็ว 2 เพลง ช้า 9 เพลง ช้ามากๆ อีก 1 เพลง ซึ่งการฟังทั้งหมดในคราวเดียวอาจทำให้เราง่วงนอนหรือไปหาอย่างอื่นทำ มากกว่าที่จะจมจ่อมปล่อยใจไปกับเพลง

 

ฝืนเดินต่อ ก็คงไม่เป็นไร

แต่อย่าหยุดอยู่ที่เดิม

อย่ากลับไปเหมือนเดิม

อย่ากลับไปเหมือนเดิม

ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

-ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

 

เปิดอัลบั้มด้วย ไม่มีอะไรเหมือนเดิม ชื่อเพลงก็บอก ถ้าถามว่าอัลบัม Resurrection มีอะไรต่างจากอัลบั้ม I’m 20 บ้าง? อย่างแรกก็เพลงภาษาอังกฤษน้อยลง เหลือแค่ 3 ใน 12 อย่างที่สองคือ เนื้อเพลงที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องหลักๆ ที่ทางวงต้องการจะสื่อเหมือนชื่ออัลบั้ม คือเรื่องมันจบแล้ว ฟื้นคืนขึ้นมาใหม่ให้ดีกว่า เพลงเปิดอัลบั้มเพลงนี้ก็เหมือนจะบอกตัวเองว่าเริ่มเปลี่ยนแปลงได้แล้ว กีตาร์ลีดใส่เอฟเฟกต์ได้ดี เพลงที่สอง เพียง เพลงเร็วที่ชวนนึกถึงวง The Cranberries กับ Catatonia ทำความเข้าใจกับความรักและการจากลา มองว่าเป็นเหมือนแค่ฝันไป ตื่นก็หายจาง

 

ลูกเล่นเดิมถูกงัดมาใช้ เพลง อยู่ ขึ้นเนื้อคำแรกว่า ‘เพียง’ พวกเขาทำให้ชื่อเพลงเกิดความสับสน ในชุดที่แล้ว เพลงที่ขึ้นประโยคว่า ‘ช่วงเวลา…ที่มีเธอเข้ามา’ ไม่ได้ชื่อเพลง ช่วงเวลา แต่เป็นเพลง ธันวาคม เพลงนี้ถ้าจับคำสามคำจากคำต้นของเนื้อเพลงจะได้คำว่า เพียง-อยาก-อยู่ เนื้อเพลงอยากให้ความรักคงอยู่ กีตาร์โถมขึ้นมีพลัง เพลงชื่อภาษาอังกฤษก็คือ You ใช่เลย ตอบโจทย์มาก

 

โลกใบเก่า

ที่เธอให้มา

ยังคงหมุนไปไม่เคยรู้วันเวลา

ช่อกุหลาบ

ที่เธอให้มา

ก็โรยราเหมือนว่ามันจะเข้าใจ

-โลกใบเก่า

 

 

โลกใบเก่า เป็นเพลงหมดแรง ทบทวนสิ่งเก่าๆ เดินห่างและจางหาย แค่เก็บความทรงจำดีๆ เก่าๆ เอาไว้ ซึ่งวางต่อเพลงแบบเนียนๆ กับ อยากมีความหมาย เพลงที่อยากจะมีใครสักคนข้างกาย เป็นความหมายของใครบางคน แต่ความดิ่งของดนตรี หย่อนเราลงไปในบ่อบาดาลร้าง และทิ้งไว้อย่างเดียวดาย เป็นสองเพลงที่เพราะมากในอัลบั้ม ถ้าจะหาเพลงต่ออยากให้นึกถึงเพลง เหตุผล ของ Buddhist Holiday และ ป่าสนในห้องหมายเลข 1 ของ Greasy Cafe

 

แล้วพวกเขาก็ต่อด้วยเพลงรัก 4 เพลงรวด ฟื้น, Lighting in the Sky, ทุกวัน แล้วก็ เรา มีเพลง ทุกวัน เป็นเพลงเร็ว ที่เหลือช้าหมด โดยเฉพาะ ฟื้น ที่ช้ามาก เนื้อเพลงพูดถึงการเข้ามาของเธอที่ทำให้ชีวิตเหมือนฟื้นขึ้นมา Lighting in the Sky เปรียบเทียบเธอคือแสงสว่างจากฟากฟ้า ทุกวัน ใส่เครื่องสายไว้เป็นฉากหลัง ทำให้เพลงมีมิติขึ้น และ เรา ที่ดีใจกับการอยู่ด้วยกัน

 

ตัวฉันคงอยู่ ฉันนั้นยังอยากรู้

ทิ้งเขาไปเธอลองดู วันนี้เธอยังไม่รู้

ตัวฉันคงอยู่ ฉันยังคงอยากรู้

ทิ้งฉันไปเธอลองดู วันนี้เธอแค่ยังไม่รู้

-อย่าไป

 

 

สามเพลงสุดท้ายเหมือนไม่เข้าพวก เนื้อเพลง อย่าไป มีความมินิมัล และต้องตีความกันเอาเองว่าเพลงหมายถึงอะไร รู้แน่ๆ ว่าเป็นรักสามเส้า พอจบเพลงนี้มีเสียงวิทยุและผู้ประกาศข่าวบอกว่า “ต่อไปเป็นข่าวต่างประเทศ” ตัดเข้าเพลงภาษาอังกฤษสองเพลง Stars กับ Fighter ที่ต่อเพลงกันได้ดี (อีกแล้ว) เพลงแรกอินโทรด้วยเบส เนื้อเพลงและวิธีการร้องมีความหลอน เดินเข้าบ้านที่มีคนอยู่เป็นพัน น่าจะเปรียบเทียบกับโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เพลงปิดท้ายอัลบั้มว่าด้วยเรื่องของชีวิตที่ต้องต่อสู้ตลอด จะยอมแพ้หรือไปต่อ ดูเป็นเพลงที่เหมาะต่อสถานการณ์โควิด กลองฟาด กีตาร์ท้ายเพลงโหมขึ้นได้ในแบบของพวกเขา

 

อัลบั้ม: Resurrection

ศิลปิน: Zweed n’ Roll

ค่าย: Warner Music Thailand

 

 

เลเล่เล้

กุมภาพันธ์ 2565

Twitter: @laylaidlaid

The post Resurrection – Zweed n’ Roll ​​เชิญพบกับซาวด์แห่งความเคว้งคว้าง เหงาบ้าง แต่ก็เข้าใจได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
75 เพลงไทยแห่งปี 2021 (ภาคจบ) https://thestandard.co/75-thai-songs-of-2021-final-part/ Wed, 12 Jan 2022 12:12:33 +0000 https://thestandard.co/?p=581815 เพลงไทย

เพลงที่ผมเลือกหลายเพลงเป็นเพลงอินดี้ เพลงดังหลาย ๆ เพลง […]

The post 75 เพลงไทยแห่งปี 2021 (ภาคจบ) appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพลงไทย

เพลงที่ผมเลือกหลายเพลงเป็นเพลงอินดี้ เพลงดังหลาย ๆ เพลงของ 2021 ไม่ได้ถูกเลือกก็มี บางเพลงที่เลือกมามียอดวิวที่ต่ำมาก หลักพันก็มี ผมอยากให้การฟังเพลงไม่ยึดติดกับความฮิตของเพลง รวมทั้งไม่ยึดติดกับแนวเพลงด้วย จะเป็นแนวไหนก็ได้ ถ้าเพลงดีจริงก็น่าจะเป็น 1 ใน 75 เพลงที่ผมเลือกได้ ถ้าคุณได้ลองฟังดูแล้วชอบ ผมอยากบอกว่าผมจะดีใจมาก ขอขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ สวัสดีปีใหม่ และขอให้มีความสุขกับการฟังเพลงครับ

 

  1. ทานตะวัน – SAMMii (แซมมี่)

เสียงร้องของเธอหยุดผมไว้ เนื้อเพลงที่เธอเขียนเองทำน้ำตาผมไหล การรอคอยใครสักคนที่หลงรักใครอีกคน เหมือนมองดอกทานตะวันที่หันหน้าไปหาตะวันเสมอๆ เธอไม่เคยที่จะมองมาทางนี้เลย แซมมี่มีเสียงต่ำแบบที่เรียกว่า Low Key ชวนคิดถึงพัดแห่ง Zweed n’ Roll เธอเป็นลูกของดารานักแสดง เกริก ชิลเลอร์

 

 

  1. Ride – HYBS

วง HYBS ประกอบด้วยชายหนุ่มหน้าตาดี 2 คน เจมส์ อลิน วี กับ กานต์ กษิดิ์เดช ทำเพลงนีโอโซล เนิบช้า แบบที่เราชื่นชอบ Honne และ Adoy เป็นพิเศษ เพลงนี้คือตอนที่คุณกับคนของคุณท่องราตรีด้วยกัน จับมือกันอย่างแนบแน่น และอยากให้เวลามันหยุดไว้โดยที่ไม่มีวันแยกจากกันอีกเลย

 

 

  1. เสพเวลา – Cloud Behind

Cloud Behind ชวนเรานึกถึงงานเพลงทวีป๊อปแบบ Sarah Records พวกวง Heavenly ไปจนถึง The Field Mice ซึ่งเป็นต้นน้ำการกำเนิดของแนวดนตรีดรีมป๊อป ซาวด์กีตาร์อันงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเสียงคีย์บอร์ดที่แทรกขึ้นมา การร้องเพลงที่ใช้เสียงเนิบๆ จังหวะชวนกระดิกหัว เพลงพูดถึงการเก็บช่วงเวลาที่ดีเอาไว้

 

 

  1. 5:15 – Petite

“Meeting you was like listening to a song. For the first time and knowing it would be my favorite one.” โอ้โห เนื้อเพลงนี้โคตรดี บทสนทนาของคู่รัก การเชื่อในรักแรกหรือการเชื่อในรักแท้แรก เพลงนี้เป็นโซลที่งดงาม เสียงของเปอติ๊ดเพราะแบบละลาย นี่คือเพลงสำหรับการเมกเลิฟของปี 2021          

 

 

  1. ถ้าเราเจอกันอีก – Tilly Birds

เพลงสุดท้ายจากอัลบั้มที่ 2 ของวงดนตรีที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ ความรักที่จบไปแล้ว การจากลาที่เหมือนจะไม่มีวันได้เจอกันอีก เพียงแค่ขอให้ได้เจอกันอีกสักครั้ง ถึงจะเป็นเพลงช้า แต่ Tilly Birds ก็ใส่ความเป็นอิเล็กทรอนิกส์แนวถนัด เป็นป๊อปที่อยู่ในรูปของร็อก มีท่อนเร็ว ท่อนทิ้งไว้ให้โหยหา

 

 

  1. อ้ายบ่ะได้ฮักเจ้า – พรพนา

มันไม่ใช่เพลงรัก เรายกนิ้วให้กับความกล้าในการเขียนเพลงของพรพนา ความแรงของเนื้อเพลงที่สื่อสารออกมาในเชิงเสียดสี คำหยาบไม่มียั้ง แถมร้องออกมาเป็นบทสวดของพระ ขอเชิญประชาชนชาวไทยสวดกันอย่างพร้อมเพรียง

 

 

  1. อยากให้เธอกลับมา – Nipat Newwave

เพลงแห่งความคิดถึง Nipat Newwave คือ โอ๊ต-นิพัฒน์ ศรีสวัสดิ์ แห่งวง Wave And So ทำเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยว เพลงนี้มีความเย็น เปิดด้วยเครื่องเคาะที่เสียงเหมือนจิ้งหรีดตอนกลางคืน ได้บรรยากาศของความเหงา กีตาร์คีย์บอร์ดไม่ได้เยอะ เปิดต่อด้วย ยังรอ ของ Loserpop กับ ฤดู ของ Dept

 

 

  1. I ไม่ O (IXO) – Billkin

ได้บรรยากาศการย้อนยุคไปถึงสมัยที่ Bee Gees ทำดิสโก้ในยุค 70 ผสมกับซิตี้ป๊อป โซล เสียงร้องสูงปรี๊ดของบิวกิ้น เครื่องสายที่คลอไปกับจังหวะที่สนุกสนาน เนื้อหาของเพลงคือการสารภาพว่าหลงรักใครสักคน ในแบบที่ว่าคนได้ฟังน่าจะเคลิ้มตามไป

 

 

  1. เธอเหมือนเดือนกุมภา – Fellow Fellow

เพลงรักละมุนบนความเป็นโซลป๊อป เมื่อตกอยู่ในห้วงรัก มองอะไรก็เป็นเธอไปหมด เป็นเพลงที่มีความน่ารัก มีความยินดีที่มีเธออยู่ในนั้น มีความอิมโพรไวส์ในเนื้อเพลง มองครัวซองต์ กาแฟ แสงแดดยามเช้า เพลย์ลิสต์ กล้องฟิล์ม เชื่อว่าปฏิทินเปิดมามีเดือนเดียวคือเดือนกุมภาพันธ์ ในเนื้อเพลงมีชื่อหนังรักดีๆ 5 เรื่อง  

 

  

  1. Nothing Nothing Nothing – Cupnoodle

เป็นเพลงที่ฟังแค่ครั้งสองครั้งแล้วกดเก็บเข้าเพลย์ลิสต์ในทันที ความสว่างของเพลง จังหวะสนุกสนาน ทำนองติดหูกับคำว่า Nothing ซ้ำๆ เป็นเพลงที่จังหวะชวนคิดถึงเพลง คิดมาก ของ Palmy น่าจะเปิดต่อกันได้ดีเลย เสียงของ Cupnoodle ใหญ่ แต่ตอนเอื้อนสูงก็ทำได้สวยเลย

 

https://www.youtube.com/watch?v=Lnv5MdcNsTE

 

 

 

  1. Forever Young – Henri Dunant

เพลงของวงอังรีดูนังต์ วงของแม็กซ์ เจนมานะ กับไบรท์ ชัชชล เพลงนี้เป็นเพลงปิดอัลบั้มที่สง่างาม เสียงร้องกับเปียโนกระแทกคอร์ดแรงๆ ใส่เอฟเฟกต์ลอยๆ ชวนนึกถึง Sea Fog ของวง Keane เนื้อเพลงว่าด้วยเรื่องของการจากไปด้วยตัวเปล่า มีแค่ชื่อเธอที่ยังคงค้างในจิตใจ ฟังแล้วอยากขับรถออกต่างจังหวัดไปดูดาวในที่โล่งๆ สักคืน

 

*ไม่มีใน YouTube

 

  1. ANTLV – AUTTA (อัตตา)

ANTLV ย่อมาจากคำว่า Another Level มันคือการไปอีกขั้นของแรป การที่เราเหนือกว่าไม่ได้หมายความว่าเหนือกว่าคนอื่น แต่เป็นการเหนือกว่าตนเองของเมื่อวาน เพลงนี้เป็นเพลงที่เกินความเป็นแรป มันมีความพลุ่งพล่าน มีร็อก มีเมทัลอยู่ในนั้น ความเร็วในการแรป เนื้อเพลงที่เขียนอย่างลุ่มลึกและซับซ้อน ถ้าคุณบอกว่าเขาแรปได้ดีกว่าแรปเปอร์เมืองไทยคนอื่นๆ แล้ว ใช่เลย คุณมาผิดทางแล้ว (กลับไปอ่านบรรทัดแรก)    

 

 

  1. แปะหัวใจ – JAONAAY ft. Juné

คู่จิ้นของวงการบันเทิง เจ้านายกับจูเน่ดูน่ารักและเข้ากันได้ดี เป็นที่อิจฉาของแฟนคลับทั้ง 2 ฝ่าย เพลงนี้เป็นเพลงร้องคู่ที่ดูเหมือนว่าต่างฝ่ายต่างมองกันอยู่ กีตาร์เดินเหมือนกับ Comethru ของ Jeremy Zucker ที่ร้องคู่กับ Bea Miller เอาเป็นว่าถ้าชอบใคร ยังไม่รู้จะบอกดีไหม ร้องเพลงนี้ให้เค้าฟังเลย

 

 

  1. เหตุด่วน – TangBadVoice

มีความกวนอย่างสม่ำเสมอสำหรับตั้ง ตะวันวาด ที่ทั้งกัดทั้งจิกตำรวจทั้งกรมได้อย่างเจ็บแสบ เรื่องราวของบทสนทนาของคนทางบ้าน โทรไป 191 ตำรวจรับโทรศัพท์อย่างนาน ไม่รีบจนน่ารำคาญ เป็นการทำตามขั้นตอนของราชการ MV เป็นการ์ตูนที่แสบไม่แพ้กัน ตลกร้ายแห่งปี 2021

 

 

  1. ผมเกลียดคุณ – Toothpastes

คุณอาจจะไม่ชอบใครสักคนในโลกนี้ แต่ถ้าถึงกลับเกลียดเลยก็เขียนเพลงให้เขาสักหน่อย ไม่มีการเปิดเผยชื่อ ความเกลียดชังที่มีให้นั้นมันแรงกว่าที่วงอย่าง BOMB AT TRACK หรือ YOUNGOHM เคยเขียนถึง เพลงในแบบพังก์แรป แนวเพลงนั้นคิดถึงวง PLOT ก่อนเพื่อน ลองกดฟังและลองให้เพื่อนคุณฟังด้วย แล้วถ้ามันสามารถทำให้คุณและเพื่อนของคุณคิดถึงใครคนเดียวกันได้ ผมว่าเขาประสบความสำเร็จในการเขียนเพลงแล้ว

 

  

  1. เมื่อวานก็นานเกินไป – JAYLERR & Ice Paris

ความรู้สึกทรมานของการที่ไม่ได้เจอกันสักวันสองวัน การเปรียบเทียบความเหงาของสองเราว่ามันเท่ากันไหม คล้ายว่าเป็นภาคต่อกันกับเพลง คิด (แต่ไม่) ถึง ที่สงสัยว่าความคิดถึงมันเท่ากันไหม ก็มาจากคนเขียนเพลงคนเดียวกัน คือ เติร์ด แห่ง Tilly Birds การร้องสลับของเจเจและไอซ์ แรปที่ดี และจังหวะของเพลงที่ลงตัว ทำให้เพลงนี้โคตรมีเสน่ห์

 

 

  1. แอบหวัง – Anatomy Rabbit

สำหรับคนที่โสดถึงวาเลนไทน์ และได้ฉลองปีใหม่ปี่ที่แล้วอยู่กับบ้านคนเดียว แอบคิดถึงคนรักเก่าอยู่ทุกวัน และหวังว่าสักวันเขาจะกลับมา เพลง แอบหวัง คือทั้งหมดของคุณ แค่ประโยคแรกที่ประชดตัวเองว่าก็สบายดีนี่ มันก็อาจจะทำให้คุณร้องไห้ได้เป็นวรรคเป็นเวรอีกแล้ว เพลงที่วงดนตรีจากอุดรธานีปล่อยมาตั้งแต่สัปดาห์แรกของปีเลย ความเหงาอยู่ในเสียงร้องและกีตาร์

 

 

  1. ไม่มี – Image

กีตาร์ที่คลอไปกับเพลงมีความขมของกาแฟ เนื้อเพลงมีความทรงจำที่ยังติดอยู่ และคุยกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา หาทางออกไม่ได้ มองโลกในแง่ร้าย ฉากเก่าย้อนขึ้นมาบ่อยๆ อยากจะลืมแต่ก็ลืมไม่ได้ ตอนที่ฉากเก่าย้อนมา มีเสียงของสกอร์หนังบางๆ สมแล้วที่ติดอันดับ 1 ของ Cat Radio

 

 

  1. Friend – TELEx TELEXs

ความรักระหว่างความเป็นเพื่อนที่ยังไม่แน่ใจ ขอซื้อเวลาและขอความชัดเจนมากกว่านี้ จริงๆ แล้วไม่อยากเสียความเป็นเพื่อน กีตาร์มีความเฟี้ยวแบบ It’s Not Living (If It’s Not With You) ของ The 1975 เป็นเพลงที่สดใส เพลงนี้ไม่ยอมตัดออกมาเป็นซิงเกิลเหมือนเพลงอื่นๆ ในอัลบั้ม

 

 

  1. Funky Dog – Motley Flower feat YOUNGGU

เอาจริงๆ เพลงนี้ต้องไม่ผ่านการคัดเลือก เพราะออกเดือนธันวา 2020 แต่ด้วยความไพเราะของเพลง ผมไม่อยากให้ใครพลาด เพลงทำนองสวย โลดแล่น เหมือนเล่นเซิร์ฟบอร์ด เหมือนขี่จักรยานลมตีหน้า เสียงร้องทุ้มต่ำตัดกับเสียงของ YOUNGGU ที่แหบและชวนอึดอัด แต่เพลงนี้ไม่อึดอัด เปิดต่อ San Francisco Street ของ Sun Rai บอกเลยว่าโคตรเนียน

 

 

  1. How Can We Live Forever – Common People Like You

ชื่อวงชวนนึกถึงวง Pulp แต่แนวเพลงต้องวง The Drums วงดนตรีจากเชียงใหม่ทำเพลงพังก์ร็อก อินดี้ร็อก ซาวด์กีตาร์ดิบๆ เร่งจังหวะ แบบมีอิทธิพลนิวเวฟพวก Orange Juice ไปจนถึง The Cure ยุคแรกด้วย เพื่อนผมถามว่ามันร้องว่าอะไรวะ กูฟังไม่ออก ผมบอก เราจะมีชีวิตอมตะได้อย่างไร ถ้าไม่ยอมให้สิ่งรอบข้างเปลี่ยน ใครๆ ก็เปลี่ยน มึงเปลี่ยน กูเปลี่ยน หรือมึงจะมีชีวิตอมตะเพื่อดูจุดจบของทุกอย่าง เสียเวลาฉิบหาย

 

  

  1. อยู่เป็นของขวัญให้ฉันก่อน – Uncle Ben

เพลงป๊อปเศร้าๆ ของวง Uncle Ben ที่ชวนให้นึกถึงวงอย่าง Loserpop เรื่องของคนรักที่จากไปแล้ว เพลงเขียนกว้างๆ ไม่ได้เจาะลึกว่าเลิกรากันหรือตายจากไป เพียงแค่ไม่ได้อยู่เป็นของขวัญแล้ว กีตาร์อย่างลอย เพลงนี้ยาวถึง 7 นาทีกว่า แต่ไม่รู้สึกเลยว่ายาวเกินความเป็นป๊อปเลย

 

 

  1. Ghost – Telever

Telever เป็นวงดนตรีจากนครสวรรค์ ทำดนตรีแนวชูเกซ กีตาร์นัวร์ เสียงร้องบางเบา ทำให้เราเคลิ้มพอๆ กับทำลายโสตประสาทอันน้อยนิด วงดนตรีที่มีฝีไม้ลายมือวงนี้ทำให้เรานึกถึงวงอย่าง My Bloody Valentine เนื้อเพลงพูดถึงเธอที่ยังคอยหลอกหลอนเหมือนผีที่อยู่ใกล้ๆ

 

 

  1. สายตาหลอกกันไม่ได้ – Ink Waruntorn

เป็นเพลงที่น่าจะเป็นตัวแทนของอิ้งค์ได้เลย สายตาของเธอสะกดทุกอย่างอยู่แล้ว แต่เพลงนี้เป็นมุมมองที่ต่างออกไป เป็นสายตาของคนตรงข้ามที่รู้สึกว่าเค้าจะมีใจให้กับเรา เป็นมุมที่ยังไม่ค่อยมีใครเขียนถึง ความเป็นอิเล็กทรอนิกส์ป๊อป และเสียงของอิ้งค์ทำให้ทุกอย่างดูสดใสไปหมด

 

 

  1. เจ็บไม่ต่างกัน – Earth Patravee

เพลงในแบบเฟรนด์โซน นั่งอยู่ข้างๆ แต่เธอก็ไม่เคยเห็น จะลุกออกไปเธอก็ไม่รู้อยู่ดี คือจะอยู่หรือจะไปก็เจ็บไม่ต่างกัน เพลงเศร้าของเอิ๊ตเพลงนี้อึนมาก เรียกได้ว่าอึนกว่าเพลงก่อนๆ ของเอิ๊ตอีก ในความรู้สึกของผม เพลงเศร้าของเอิ๊ตเพลงอื่นออกเหงาๆ มีเพลงนี้ที่เจ็บจริง

 

 

  1. โทษตัวเองไม่เป็น – Varis

อินดี้โฟล์ก จังหวะเหมือนเล่นเพลงรอบกองไฟ มีความเป็นยิปซีสนุกสนาน เพลงของ วริศ คงสุวรรณ ไม่ซับซ้อน แต่ซ่อนอะไรไว้ ทรัมเป็ต คีย์บอร์ด เครื่องเคาะ และเสียงปรบมือ ฟังแล้วชวนคิดถึงวง Beirut ของ Zach Condon โคตรเท่

 

 

  1. LALISA – Lisa

คิดว่าลิซ่าต้องภูมิใจในความเป็นคนไทยของเธอมากๆ ในเพลงเดี่ยวเพลงแรกของเธอ นอกจากจะตั้งชื่อเพลงตามชื่อจริงแล้ว เธอใส่ความเป็นไทยเข้าไปในเพลง ฟังแล้วมีกลิ่นไทยๆ ในซินธิไซเซอร์และเครื่องเคาะที่ใช้ใน MV มีทั้งปราสาทหิน ผ้าไหมยกดอก ดอกพุดซ้อน และชฎา เราขอบอกว่าเราภูมิใจในตัวเธอจริงๆ  

 

  

  1. Crush – FEVER

FEVER แตกวงไปแล้ว เศร้าเลย วงดนตรีสาวสวย 12 คนที่ยังไม่ทันดังเปรี้ยงปร้างเหมือน BNK48 แต่เพลงของพวกเธอมีคุณภาพทั้งหมด เพลงนี้ก็เช่นกัน จังหวะสนุกของเพลง ซินธิไซเซอร์ที่ชวนนึกถึงเพลงป๊อปแดนซ์ยุค 80 เสียดาย เสียดาย

 

 

  1. Why Cry – Gencry

แนวเพลงชวนคิดถึงวง Sigur Rós มันมีความเป็นอินดี้ป๊อป เย็นยะเยือก เป็นดรีมป๊อปที่ฟังแล้วลอย วงดนตรี 4 หน่อ ชาย 3 หญิง 1 ชื่อแปลกหูวงนี้ย่อมาจาก Generation of Cry การเขียนเนื้อใช้คำสละสลวย เป็นเพลงเศร้าและเหงามากเพลงหนึ่งเลย

 

 

  1. Drunk Sleeping in Taxis – Valentina Ploy

Valentina Ploy เป็น Singer & Songwriter ที่ไปได้ไกลเทียบได้เท่างานระดับอินเตอร์ เพลงของเธอเพลงนี้ชวนให้นึกถึง Taylor Swift ความเป็นป๊อป น้ำเสียงที่ไพเราะ ความสวยงาม และความมั่นใจในตัวเองของเธอ แต่บางทีก็มีมุมที่อ่อนแอและต้องการความใส่ใจออกมาทางเนื้อเพลง                                 

 

 

  1. Song4U – Gym and Swim

ปีนี้ Gym and Swim ทำเพลงออกมาแค่เพลงเดียว แถมออกเป็นแผ่นเสียง 7 นิ้วซะด้วย เพลงที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ป๊อปแนวถนัด การประสานเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อเพลงมีความหวานมาก

 

 

  1. Test Drive – KUNST

ใครที่เป็นแฟนเพลงบริตป๊อปยุค 90 อันแสนเฟื่องฟูน่าจะชอบเพลงนี้ มันทำให้เราย้อนระลึกไปถึงช่วงนั้นอย่างชัดเจน กีตาร์สับคอร์ดแรงฉับไว จังหวะที่ทำให้ต้องโดด Test Drive ชวนคิดถึงวงอย่าง Echobelly, Sleeper ด้วยความที่มีนักร้องหญิง และคิดถึงความโครมครามของกีตาร์แบบ Ash และ Smashing Pumpkins รวมไปถึงความเป็นชูเกซจาก Lush และ My Bloody Valentine ด้วย

 

 

  1. ขโมย – Death of a Salesman

การกลับมาของวงที่มีคนพูดถึงตลอด 19 ปีนับตั้งแต่อัลบั้มเดียวอัลบั้มแรก ซึ่งเพลงสุดท้ายที่พวกเขาทำคือเพลงคัฟเวอร์วงครับในปี 2004 เพลงนี้ของพวกเขาไม่เหลือเค้าเพลงของพวกเขา ความช้าของดนตรี ความซับซ้อนของสรรพเสียง เนื้อเพลงมีวุฒิภาวะ ล่องลอย ล้ำลึก และรักษ์โลก เหมือนฟัง Radiohead ที่ไม่ได้เป็น Radiohead แบบที่ฟังไม่ได้ ดีใจที่พวกเขากลับมา

 

 

  1. We’ll Never Be Someone – Hugo Darwin

อินดี้ร็อก พาวเวอร์ร็อก หรือจะสุดแท้แต่ร็อกที่เราจะนิยาม กีตาร์และจังหวะที่มัน ทำให้เรานึกถึงวงอย่าง Jimmy Eat World, Yellowcard, Stereophonics และ The Killers เนื้อเพลงดูท้อแท้ไปกับฤดูกาลที่เปลี่ยนไป เราคงตายไปกับฤดูหนาวที่แผดเผา 

 

 

  1. ไม่อาจอธิบาย – Seal Pillow

Seal Pillow ทำเพลงอีกเพลงหลังจากการประกาศจากลากันไปเมื่อปีก่อน เพลงเพราะจับใจ แค่เสียงร้องกับคีย์บอร์ด ไม่มีเครื่องดนตรีอื่นให้รก เหมือนฟังเพลงของ Harvey Williams จากค่าย Sarah Records เศร้า เหงา ไม่ฟูมฟาย เพลงของ Seal Pillow ได้รับการออกแบบมาให้ตรงกับคนจำนวนมากที่ยังคงแอบรักใครคนหนึ่งตลอดไป

 

 

  1. The Cage – VINI

วงดนตรี 3 สาว เบส กีตาร์ คีย์บอร์ด ทำเพลงแบบเฟรนช์เลาจน์มิวสิก อิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ ชวนนึกถึง Spillers, Dimitri from Paris และ Modjo เพลงมีความเฟี้ยวด้วยท่วงทำนอง เบสเดินสวยๆ กีตาร์มีกรู๊ฟ คีย์บอร์ดละมุน เสียงร้องหวานฉ่ำ เนื้อเพลงต้องการหลุดจากกรอบยึด VINI ไม่ใช่เด็กสาวโนเนม พวกเธอคือ บีมและปายจาก FEVER และ ฟ่ง ศิลปินอินดี้ที่เคยมีเพลงกับค่าย No More Belts แต่งเพลงเองตั้งแต่ ม.2

 

 

  1. พระจันทร์ – YEW

เป็นเพลงที่ล้ำลึกในการเปรียบเปรย และเขียนเป็นจินตนาการ เรื่องของคน 2 คนที่รักกัน นั่งมองดูพระจันทร์ด้วยกัน โยนเรื่องเข้าไปในความฝัน กลายเป็นกระต่าย และเข้าใจว่าความรักของสองคนก็อยู่ตรงนั้นแหละ กระต่ายที่ได้พบดวงจันทร์ ในภาคดนตรีทรัมเป็ตตีคู่คลอเคลียไปกับเสียงกีตาร์

 

 

  1. Have You Ever – Mindfreakkk

Mindfreakkk คือ มาย-กษิรา พรนภดล นางเอก MV เพลง ไม่รู้ทำไม เธอทำหลายอย่าง เป็นที่ปรึกษาทางจิตวิทยา และ Brand Manager ด้วย ปีนี้เธอเขียนเพลงออกมา 3 เพลง ขอเลือกเพลงนี้ เป็นป๊อปอิเล็กทรอนิกส์ ฟังง่าย ได้อิทธิพลจาก Men I Trust, Clairo, The Marias เพลงนี้ยังมีเวอร์ชันแจ๊สด้วย สุดเก๋เท่ระเบิด

 

 

  1. Wish Upon A Star – H I N A N O

คิตตี้-ฮินาโน๊ะ ไชยวิราช เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น เสียงของเธอหวานมาก ฟังแล้วนึกถึงลานดอกไม้ทุกที เพลงนี้เป็นป๊อป เล่นกับจังหวะสนุก มีปล่อยช้า ล่องลอย สลับกลับมาเร็ว เธอเขียนเพลงเอง เล่นเอง แถมโปรดิวซ์เองด้วย

 

 

  1. จากหัวใจ – The Photo Sticker Machine X Kongdej Jaturanrasamee

The Photo Sticker Machine คือศิลปินยุคต้นปี 2000 ทำเพลงตั้งแต่ชิลเอาต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงแจ๊สดีๆ และช่วง 20 ปีที่ผ่านมาทำสกอร์เพลงให้กับหนังไทย ส่วนคงเดช คนร้องเพลงนี้ คือผู้กำกับหนังไทยชื่อดัง (ไหนว่าชื่อคงเดช) ภาคดนตรีครึ่งแรกบางเบา ครึ่งหลังหนักอึ้ง เพลงสำหรับหัวใจที่แตกสลาย แต่ขอให้รู้ไว้ว่ายังมีใครสักคนที่จะอยู่ข้างๆ เสมอ เป็นเพลงที่ฟังกี่ครั้งก็ขนลุกครับ

 

  

MixTapes:

Apple Music

 

 

 

Spotify

 

 

 

เลเล่เล้

มกราคม 2565

Twitter @laylaidlaid

The post 75 เพลงไทยแห่งปี 2021 (ภาคจบ) appeared first on THE STANDARD.

]]>
TangBadVoice ตลกร้ายแห่งวงการเพลงไทย https://thestandard.co/tangbadvoice/ Fri, 16 Jul 2021 11:04:57 +0000 https://thestandard.co/?p=513578 TangBadVoice

ตั้งหน้าตั้งตารออัลบั้มเต็มของ TangBadVoice มาตั้งแต่ปล […]

The post TangBadVoice ตลกร้ายแห่งวงการเพลงไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
TangBadVoice

ตั้งหน้าตั้งตารออัลบั้มเต็มของ TangBadVoice มาตั้งแต่ปลายปี งานเพลงของเขามีเอกลักษณ์ เป็นงานเพลงที่ไม่เหมือนใคร ทั้งสไตล์การร้องและเนื้อเพลงที่ใช้ เรียกได้ว่าตั้งแต่เพลงแรกมาจนถึงเพลงล่าสุด เขาทำให้เราทึ่งถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง

 

TangBadVoice มีชื่อจริงว่า ตะวันวาด วนวิทย์ เป็นช่างกล้องภาพยนตร์ ช่างภาพสตรีท งานของเขามีความพิลึกพิลั่น (ลองเสิร์ชจากชื่อเขาดู มีภาพอยู่มากมายในโลกออนไลน์) แปลก สะดุดตา (โดยเฉพาะภาพเท้าช้างในสระว่ายน้ำ) ไม่ต่างอะไรกับเพลงของเขา แค่เพลงแรกที่เขาทำออกมาก็ทำให้ฮือฮากันใหญ่ นั่นคือเพลง เปรตป่ะ เพลงที่ฟังครั้งแรกต้องเอ๊ะทุกคน ฟังจบแล้วไม่เข้าใจต้องขอฟังซ้ำ พอฟังซ้ำไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกทึ่งถึงการทำเพลง การทำเสียงตัวเองเป็น 2 เสียง แล้วอัดทับกัน มันทำให้เหมือนคนสองคนคุยกันอย่างตั้งใจ

 

a: เจอเปรตเหรอ

b: ไม่ใช่ เจอต้นตะเคียน

a: โอ้โห เดี๋ยวก่อนนะ ตะเคียนนี่ที่เวลากล้ามเนื้อมันล็อกปะ

b: หะ นั่นมันตะคริว

a: อ๋อ ตะคริวคือที่มันยืนต่อแถวกันเป็นระเบียบ

b: นั่นมันรอคิว

– เปรตป่ะ

 

 

ความแนวของตั้ง ทำให้เรารู้สึกว่าเขาคือขบถดนตรีในยุคนี้ การร้องเร็วเป็นแรปแต่ไม่เหมือนแรปเปอร์ทั่วๆ ไป ฉีกกฎทุกอย่างที่ตั้งไว้ เนื้อเพลงเป็นตลกร้าย เหมือนอ่านหนังสือของ ธนชาติ ศิริภัทราชัย เหมือนดูหนังของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ คาดเดาอะไรไม่ได้ ในความตลกแอบมีความเศร้า สะท้อนความเป็นจริงของสังคมไทยอยู่ลึกๆ คลื่นลูกใหม่ของวงการเพลงที่ใส่พลังไว้เกินร้อย (เห็นว่านอนน้อย) 

 

ถึงแม้จะมีลุคแรปเปอร์ที่ดูไม่ก้าวร้าว กร่าง และแกร่งกล้า แต่ตั้งแอบด่าคนไว้ในเพลงอย่างเจ็บแสบและมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคดีเสือดำ คดีนาฬิกาเพื่อน การกักตุนหน้ากาก ทหารที่จับไปปรับทัศนคติ จ้างวานฆ่า จนถึงตำรวจเลียเท้าเจ้านาย ทั้งหมดอยู่ในเพลงที่ฟังได้อย่างบันเทิงเริงรมย์ ภาษาของเขามีกูมึงเหี้ยแม่ง แต่ไม่แรงและหยาบไปกว่านี้ ฟังแล้วไม่รู้จะนึกถึงใครดี จะว่าโจอี้บอย ดาจิมก็ไม่ใช่ หรือ คนนท์ ชาญคลีเช่ ก็ไม่เชิง ฟังบางทียังนึกถึง PLOT และ เป้ อารักษ์ด้วยซ้ำ

 

หลังจากออกเพลงแรกมาในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เขาก็ทำเพลงออกมาเรื่อยๆ เดือนละเพลง สองเดือนเพลง แต่ละเพลงที่ออกมาคือความแปลกใหม่ และเขียนในสิ่งที่ไม่ซ้ำกับที่เคยทำไป งานเพลงของเขาใช้บีต (Beat) ที่ซื้อมาจากเมืองนอก เล่นวนลูป ใส่เนื้อเข้าไป มีความเป็น Trip Hop เล็กๆ ไปฟีเจอริงกับศิลปินมาแล้ว 2 ราย กับ มอร์ วสุพล แห่ง Ten To Twelve กับเพลง Melbourne ซึ่งออกมาเนียนมาก และ กับบิวกิ้น ในเพลง คิดไม่ออก ซึ่งใส่ไว้ในอัลบั้มนี้ด้วย

 

ฉันรู้ว่าฉันน่ะเห็นแก่ตัวทุกที

ฉันรู้ฉันหวงเธอมากเกินไปแล้วมันไม่ดี

ตัวฉันกำลังจัดการอารมณ์ที่มี

แต่ว่าเชี่ยนั่นก็หล่อเหลือเกิ๊น

ไม่ได้จะห้ามฉันเลยมาทำดนตรี

– คิดไม่ออก

 

 

เพลงนี้ใสมาก เป็นเพลงสนุกๆ แนวอาร์แอนด์บีสไตล์บิวกิ้น เป็นเพลงที่ท่อนสร้อยติดหูง่ายมาก ส่วนท่อนแรปมีความบ่นกับตัวเอง เป็นความลนในการเจอคนที่ชอบแล้วไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อดี คิดคำคม คิดไปไกลอีกสิบปี คิดไปคิดมาก็คิดไม่ออก มีความกระวนกระวาย เอาเป็นว่า ใครอยากบอกรักอ้อมๆ ชวนกันไปคาราโอเกะแล้วขอร้องเพลงนี้เลย จะได้อารมณ์แบบใน MV

 

อัลบั้มนี้มีเพลงเก่าปีที่แล้ว 3 เพลง หมากแพง, หวัดหรือหวิด และก็ ลิ้นติดไฟ สองเพลงแรกยังใช้ได้ดีในเหตุการณ์ปัจจุบัน เรายังมีรองนายกฯ ที่ดูถูกประชาชนด้วยการตอบคำถามด้วยคำว่า “ผมไม่รู้ ไม่รู้” จริงๆ เพลงของเขาแรงก็ไม่แพ้ของ Rap Against Dictatorship หรือ YOUNGOHM ส่วนเพลงที่ 2 เมื่อโควิดที่กลับมาระบาดอีกครั้งทำให้เพลงยังใช้ได้ดี เรื่องของความนอยด์กับทุกสิ่งรอบข้าง ตัดจบแบบตลกร้าย ส่วน ลิ้นติดไฟ คือความทึ่งในการแรปเพลงของตั้งจริงจัง ที่แรปประโยคยากๆ ของภาษาไทยได้หมดโดยไม่มีหลุดสักคำ ส่วนเพลงที่ไม่ได้ใส่มาในอัลบั้มนี้คือ EP แรกที่มีเพลง เปรตป่ะ, ล้านนึง และ ตั้งอะไร รวมทั้งเพลงที่แรปเป็นภาษาอังกฤษไฟแลบอย่าง Love Yellow กับเพลงรักที่ไม่ค่อยเข้าพวกอย่าง Jealous King และ U Sick Achoo ซึ่งเพลงหลังคือซื้อลิขสิทธิ์เพลง Maybe we need a break ของ Slchld มาเขียนเนื้อใหม่

 

มาว่ากันถึงเพลงใหม่ถอดด้าม 4 เพลงกันบ้าง

 

บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว

เราตำรวจผู้กล้า กล้าประจบเพื่อสร้างตัว

ทำดีสามารถ ถ้าได้เลื่อนขั้นเนี่ยทำชัวร์

เราเสียเลือดเพื่อชาติ ถ้าเป็นเลือดคนรอบตัว

– เหตุด่วน

 

 

เหตุด่วน เป็นบทสนทนาของคนทางบ้าน โทรไป 191 เพราะมีโจรขึ้นบ้าน ตำรวจทางนั้นรับโทรศัพท์อย่างนาน แล้วดูเหมือนจะไม่รีบจนน่ารำคาญ ทำตามขั้นตอนของราชการ เพลงนี้ทั้งกัดทั้งจิก แสบมาก มีคดีพลิกอีก ท่อนจบใช้ร้องทับกันสองสามทีให้เหมือนมีตำรวจมาทั้งกรม

 

ในเพลง จิตแพทย์ ตั้งเอาเรื่องราวของเขาเอง เป็นว่าเขาไปคุยกับหมอในแผนกจิตเวช แล้วบอกว่าเขาสร้างตัวตนอีกตัวมาแรปชื่อ TangBadVoice เป็นคนเขียนเพลงแรปทั้งหมดของเขาที่ผ่านมา หมอก็บอกว่ามันไม่มีจริง เถียงกันไปเถียงกันมาปรากฏว่า TangBadVoice ก็ออกมา เพลงมีความน่าทึ่งมากเพราะต้องทำถึง 3 เสียงคุยกัน คือเขียนแบบใส่ท่ายากมาตลอด ฟอร์มไม่เคยตก ฟังแล้วนึกถึงหนังเรื่อง Fight Club ประโยคหลายประโยคในเพลงนี้เท่สัสๆ เช่น ‘ถ้ามึง Broadcast เนื้อเพลงแบบกูไม่ได้ ตัวมึงแม่ง On Air’ หรือ ‘ทารกเชียร์ทีมลิเวอร์พูลคงเรียกว่าเด็กแดง’ มีใครเขียนเพลงแบบนี้ได้อีกไหม

 

มึงอย่างมามั่นใจมากสไตล์มึงได้แค่ตามคาด

มึงแรปดุเดือดรุนแรงยิงแทงแสดงแต่อำนาจ

มึงอยากเป็นกูแทบใจจะขาดแต่โทษว่ะมึงพลาด

ตั้งแบ๊ดวอยซ์ 0 คะแนน +1 ตะวันวาด

– จิตแพทย์

 

 

2 เพลงสุดท้ายในอัลบั้มเป็นเพลงรักเพลงหนึ่ง ฉันอยากได้ยิน ที่แม้จะเป็นเพลงรักก็ยังมีท่อนแรป ออกจะคลั่งรัก มีฟีลของ คิดไม่ออก แต่ดูหม่นกว่าเยอะ ส่วนเพลงสุดท้ายในสตรีมมิง ชื่อเพลงว่า บ่น แต่ใน YouTube ชื่อเพลง ได้ป่าว พูดถึงความเป็นแรปเปอร์ที่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่นไหม “ต้องโหด ต้องสัก ต้องเดือด ต้องช่างเปรียบเปรย” และก็ตอบคำถามที่ใครๆ ชอบถามว่าทำไมไม่ยอมออกคอนเสิร์ต

 

ตั้ง ตะวันวาด เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นศิลปิน คุณแม่ของเขาคือ วดีลดา เพียงศิริ นักเขียนยุคปลาย 80 ที่มีผลงานหนังสือชื่อว่า เรื่องของอะตอม ซึ่งเอาไปทำหนังสุดปังเรื่อง รักแรกอุ้ม

 

เลเล่เล้

กรกฎาคม 2564

  

อัลบั้ม Not A Rapper

ศิลปิน TangBadVoice

ค่าย ไม่มีค่าย

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกม

อ้างอิง:

The post TangBadVoice ตลกร้ายแห่งวงการเพลงไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Polycat: Pillow War มานี่มา มาแกะกล่องอัลบั้มที่เซ็กซี่และยั่วยวนกัน https://thestandard.co/polycat-pillow-war-unboxing-album/ Tue, 23 Mar 2021 05:43:41 +0000 https://thestandard.co/?p=467848 Polycat: Pillow War มานี่มา มาแกะกล่องอัลบั้มที่เซ็กซี่และยั่วยวนกัน

เปิดกล่องสีแดงสดขนาดเท่าหมอนของจริง ข้างในมีแผ่นเสียงที […]

The post Polycat: Pillow War มานี่มา มาแกะกล่องอัลบั้มที่เซ็กซี่และยั่วยวนกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Polycat: Pillow War มานี่มา มาแกะกล่องอัลบั้มที่เซ็กซี่และยั่วยวนกัน

เปิดกล่องสีแดงสดขนาดเท่าหมอนของจริง ข้างในมีแผ่นเสียงที่เป็น Gatefold หยิบซองใส่ออกมา เป็นกระดาษไขเสียด้วย เห็นชื่อพิมพ์ Polycat มีความจางตรงด้านล่าง ด้านในเป็นแผ่นเสียงสีแดงสด ซีดี และเทปวางไว้ด้านขวา พร้อมพวงกุญแจ (สีแดงอีกเช่นเคย) การจัดวางและรายละเอียดของการอำนวยความสะดวกในการหยิบแผ่น ดูรวมๆ มีความหรูหราในราคา 2,999 บาท ซื้อให้ใครเป็นของขวัญวันเกิด (หรือวันแต่งงาน?) จัดว่าคุ้มค่าไม่ต่างอะไรกับการให้น้ำหอมหรือกระเป๋าสตางค์จากร้านแบรนด์เนม

 

ปกอัลบั้มสวยมาก รายละเอียดเยอะแยะเต็มไปหมด เช่นมีซาวด์อะเบาต์วางอยู่ที่พื้นแสดงถึงยุค 80 กระเป๋าเรียนสีเนื้อที่อยู่ในปกซิงเกิล มัธยม วางอยู่ปลายเตียง ทีวี วิทยุ และเครื่องเล่นแผ่นเสียงในปกล้วนแต่ยุคเก่า นะ (รัตน จันทร์ประสิทธิ์ นักร้องนำ, กีตาร์) กำลังยืนอยู่ที่ประตู ซึ่งพับ Gatefold ออกมาจะเป็นอีกห้องหนึ่งที่มี เพียว (เพียว วาตานาเบะ เล่นเบส) นั่งทำตาปรืออยู่ กับ โต้ง (พลากร กันจินะ เล่นคีย์บอร์ด, ซินธิไซเซอร์, ทรัมเป็ต) เฟอร์นิเจอร์และเครื่องเสียงยังเป็นของเก่าเหมือนกัน ซีดีมีทุกอย่างเหมือนกันเพียงแต่ย่อส่วนลง วง Polycat ชอบซ่อนอะไรไว้เยอะ

 

พวกเขาทำเพลงในแผ่นเสียงให้แตกต่างจากในสตรีมมิงหรือซีดี มันคือการซ่อน การใส่ใจในรายละเอียด เหมือนกับที่พวกเขาเอาเครื่องดนตรีของยุค 80 มาใช้ ทำให้เสียงมันแตกต่างจากชาวบ้านออกไป (ตอนนี้ชาวบ้านก็ทำตาม) ตัวอย่างเช่น ในปลายเพลงแรก มัธยม Polycat เติมทำนองเพลงเล็กๆ ก่อนเข้าเพลงที่ 2 ถ้าตั้งใจฟังจะรู้ว่านั่นคือเพลง เพื่อนไม่จริง และในเพลง อาวรณ์ ตอนจบในแผ่นเสียงมันยาวกว่าปกติมาก คือค่อนข้างอาวรณ์ การต่อเพลงแต่ละเพลงมีความเนียบเนียนกว่า และคิดว่ามีอะไรที่ซ่อนอยู่มากกว่านี้แหละ ลองค้นกันดูครับ

 

โดยรวมของอัลบั้มสงครามตีหมอน เหมือนว่า Polycat จะเขยิบเข้าไปใกล้เธอมากกว่าเดิมแล้ว จากการที่เป็นแค่ ‘เพื่อน’ ห่างๆ กลัวการแอบรักจะหมดความหมาย อัลบั้มนี้ขยับมาหนุนตักกันได้ ประคองมือให้รู้สึก โอบกอดแล้วชวนกลับบ้าน จูบที่ปาก หน้าผากและเปลือกตา มีความอีโรติกและโรแมนติก คือเป็นอัลบั้มที่ 3 แต่ไม่ย่ำอยู่ที่เดิม

 

อย่าใส่ใจตอนนั้นเลย

ที่ลงท้ายเฟรนด์ชิปของเธอ

บอกว่า Always Be Friend Forever

– มัธยม

 

 

 

มัธยม คือการแอบรักเพื่อนสมัยเรียน เป็นเพลงที่ยังทำให้คิดถึงเนื้อเพลงแบบใน 80 Kisses ดนตรีมีความแจ๊ส มีกรู๊ฟกีตาร์สวยๆ ใส่เสียงกระดิ่งโรงเรียนไว้ด้วย เนื้อเพลงมีพูดถึงประโยคหนึ่ง “กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใช้เวลา” อันนี้มาจากเพลง กว่าจะรัก ของ XYZ เพลงย้อนไปอดีตอีกเพลงคือ เจ้าหนู เป็นเพลงสมหวังเธอนั่งอยู่ข้างๆ หยิบรูปตอนเด็กๆ มาดู 2 เพลงนี้โยงกันได้ตรงชื่อเพลงที่เป็นภาษาอังกฤษ มัธยม เขียนไว้ว่า M3 ส่วน เจ้าหนู เขียนไว้ว่า 14 เป็นอายุเดียวกันกับตอนเรียน ม.3   

 

สิ่งในแก้ว หมดไปแล้ว

สิ่งในใจ รอเธอค้น

อยู่ที่บ้านมันเรียกร้องให้เราไปกันแค่สองคน

– กลับกันเถอะ

 

 

 

เพลงเซ็กซี่มี 3 เพลง ตอนที่เธอมานอนที่ตัก และ กลับกันเถอะ ใส่แซกโซโฟนได้สวยมาก มีความหวานเยิ้มละลาย โดยเฉพาะเพลงหลังท่อนโซโล่นี่จัดเต็มมาก ได้ความอีโรติกมากกว่าโรแมนติกก็ตรงแซกนี่แหละ เล่นโดย ภาสกร โมระศิลปิน อาจารย์จากศิลปากร มานี่มา มีความห่วงใย แบดบอยนิดๆ ฟังแล้วนึกถึงเพลง เจ็บตรงไหน ของ บอย โกสิยพงษ์

 

ข่าวดี เป็นอีกเพลงที่ได้บรรยากาศของอัลบั้มที่แล้ว เพลงเศร้าในแบบยินดีกับความรักของเธอ ก็รอฟังข่าวดีของเธอ งานแต่ง บ้านสวย และลูก 2 คน ที่ขยี้ด้วยประโยคที่ว่า “ยังเป็นชื่อเดิมที่เคยตั้งไว้หรือเปล่า” มันแสดงถึงความสนิทกันพอสมควร ถึงเล่าให้ฟังว่าจะตั้งชื่อลูกว่าอะไร แต่เพลงนี้จบด้วยประโยค “ไม่ต้องเชิญฉันไปหรอกฉันไม่เป็นไร” ก็บาดความรู้สึกอยู่นะ ถ้าเปิด ดูดี ต่อจากเพลงนี้ถือว่าเป็นการขยี้เข้าไปอีก หากชุดที่เธอใส่ในเพลงคือชุดวิวาห์

 

ถ้าพรของฉันที่จะให้ไป

ศักดิ์สิทธิ์กว่าพระอาจารย์ที่ใด

จะขอให้เธอได้มีพลังรู้ความในใจ

ให้เธอรู้ไว้ ว่ายังมีใครที่รอเสมอ

– อาวรณ์

 

 

 

อาวรณ์ ถูกวางไว้เป็นเพลงสุดท้าย เพลงที่เล่นคำ ฉันยังอาวรณ์อยู่ กับ Baby I want you ความซับซ้อนของเมโลดี้ และเนื้อเพลงที่มีประโยคเฉือนเต็มไปหมด ตอนเพลงนี้ออกมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มันถูกวางไว้เป็นเพลงแห่งปีเลย Polycat ชยับทำอะไรที่พวกเขาไม่เคยทำมากขึ้น และมันก็นำมาสู่อัลบั้มนี้ ความลึกของเสียงคอรัสก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาใส่เข้ามา ปรับเพลงเป็น R&B รวมถึง Neo Soul แต่ยังไม่ทิ้งลายเซ็นเดิมของความย้อนยุคด้วยกลองโปรแกรมและซินธิไซเซอร์

 

อัลบั้ม Pillow War

ศิลปิน Polycat

ค่าย Smallroom

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

 

Mixtapes by laylaidlaid
หาเพลงหวาน เซ็กซี่ๆ และยั่วยวนนิดๆ มาใส่ไว้ให้ครับ

Apple Music: MixTapes Polycat
https://music.apple.com/th/playlist/mixtapes-polycat/pl.u-ZmblaLlS94NARm



Spotify: MixTapes Polycat

 

1. ตอนที่เธอมานอนที่ตัก / Polycat
2. แค่นี้…พอ / The Parkinson
3. มานี่มา / Polycat
4. เจ็บตรงไหน / บอย โกสิยพงษ์
5. นี่แหละความรัก / เป๊ก ผลิตโชค
6. Soulville / Ben Webster Quintet
7. กลับกันเถอะ / Polycat
8. Sexual Healing / Marvin Gaye
9. K. / Cigarettes After Sex
10. Take Me With You / Polycat
11. เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ) / เพชร โอสถานุเคราะห์
12. Kiss Of Life / Sade
13. มัธยม / Polycat
14. The Diary / ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ (feat. นะ Polycat)
15. Sumthin’ Sumthin’ / Maxwell
16. ข่าวดี / Polycat
17. ข่าวร้าย / Soul After Six
18. อย่าหายไปไหนอีกเลย / Twopee Southside
19. เจ้าหนู (Alternate Version) / Polycat
20. เวลาเธอยิ้ม / Polycat
21. แค่หนึ่งคืน / XL Step
22. Sexy Love / Ne-Yo
23. อาวรณ์ / Polycat

The post Polycat: Pillow War มานี่มา มาแกะกล่องอัลบั้มที่เซ็กซี่และยั่วยวนกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ง่วงก็ไปนอนเหอะ มัวแต่คิดถึงเธออยู่ทำไม [When You Have Nothing To Do Just Go To Sleep: TELEx TELEXs] https://thestandard.co/telex-telexs-2/ Wed, 10 Mar 2021 11:00:23 +0000 https://thestandard.co/?p=463569 TELEx TELEXs

ช่วงเวลาที่โลดแล่นเรือใบอยู่ในวงการ 5 ปีมี 3 EP และ 1 อ […]

The post ง่วงก็ไปนอนเหอะ มัวแต่คิดถึงเธออยู่ทำไม [When You Have Nothing To Do Just Go To Sleep: TELEx TELEXs] appeared first on THE STANDARD.

]]>
TELEx TELEXs

ช่วงเวลาที่โลดแล่นเรือใบอยู่ในวงการ 5 ปีมี 3 EP และ 1 อัลบั้ม ต้นปีนี้ TELEx TELEXs กลับมากับอัลบั้มใหม่และสมาชิกวงที่หายไป 1 คน สมาชิกที่หายไปคือ กร-พากร พานอ่อง มือเบสซึ่งเป็นหนึ่งในสองผู้ก่อตั้งวงลาออกไป สมาชิก 3 คนที่เหลือต้องเดินต่อ ออม-สรรัตน์ ลิมปะนพรัตน์ ร้องนำ, ปิ้ว-กษิเดช ฤทธิ์งาม ซินธิไซเซอร์ และ นาว-คิรากร อิงควราภรณ์กุล มือกีตาร์และคีย์บอร์ด แต่อย่างไรอัลบั้มนี้ก็ทำกันมาทั้ง 4 คนตั้งแต่ต้น

 

งานของ TELEx TELEXs จมอยู่กับเรื่องของความรัก และมักจะเป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยสมหวัง งานชุดเก่ามีประโยคสองแง่สองง่ามอยู่บ้าง แต่ชุดนี้ไม่มี อีกสิ่งที่แปลกไปคือความหลากหลายของแนวเพลงที่มีกลิ่นมากกว่าซินธ์ป๊อปของเมื่อก่อน ใส่ความเป็นโซลตามเทรนด์ยุคปัจจุบันในบางเพลง ซาวด์กีตาร์เปรี้ยวขึ้น และมีเพลงผู้ชายร้องบ้าง (ร้องโดยปิ้ว) 2 เพลง คีย์บอร์ดยังลื่นเนียนอยู่ เสียงของออมไม่หวานไม่เปรี้ยว เหมือนเพื่อนคุยให้ฟังมากกว่า อัลบั้มนี้รู้สึกได้ว่าได้อิทธิพลดนตรีจาก The 1975 อยู่ไม่น้อย

 

ชื่ออัลบั้มคือการตั้งต้นของอัลบั้มนี้ When You Have Nothing To Do Just Go To Sleep ที่เอาเข้าจริงๆ ช่วงเวลาก่อนนอน เรามักจะคิดถึงใครสักคน เหตุการณ์สักเหตุการณ์ หรือจินตนาการที่พุ่งออกไป แทนที่จะหลับง่ายๆ ก็มักจะมีอะไรทำจากการไม่ทำอะไร TELEx TELEXs เอาสิ่งพวกนี้มาเขียน

 

อัลบั้มนี้ดีเท่ากับอัลบั้มแรก คือเพลงแต่ละเพลงสามารถตัดมาเป็นซิงเกิลได้ทุกเพลง ไพเราะทั้งหมด และที่สำคัญของความเป็น TELEx TELEXs คือมีประโยคที่คม เราสามารถตัดมาเชือดเฉือนหัวใจ เป็นการเลือกใช้คำไม่ยากแต่โดน นอกจากนี้ พวกเขาเขียนเนื้อเพลงแบบที่เป็นเรื่องราว อาจจะไม่ทั้งหมด แต่เล่าแล้วทำใหเราเห็นภาพ วิธีการเขียนที่ไม่ค่อยมีใครเลียนแบบได้

 

ต้องบอกตัวเองว่ามันไม่มีทางอีกแล้ว

ที่เขาจะกลับมา

จะเสียเวลาทำไม

– หรือฉันเองที่ขังเธอไว้ในความทรงจำ

 

 

หรือฉันเองที่ขังเธอไว้ในความทรงจำ คือเพลงที่เจ็บปวดที่สุด การที่เราอยากจะมูฟออน แต่ไม่สามารถทำได้ ถ้าจะทำให้ได้คือต้องยอมรับความจริงเท่านั้น และทิ้งทุกสิ่งที่เป็นความหวังกับจินตนาการออกไป กีตาร์มีความแรงเหมือนเพลงในยุค 90 เปิดต่อได้ดีกับ อยู่ได้ ได้อยู่ ของ Tilly Birds

 

Friend เพลงออกสว่างสดใส ซาวด์ในแบบของ 80 ทำให้นึกถึง Polycat เป็นวงแรกเลย เรื่องราวของเพื่อนกันที่ผู้ชายบอกรัก แล้วผู้หญิงอยากให้เป็นเพื่อนกันไปก่อน ซื้อเวลาและขอความชัดเจนมากกว่านี้ กีตาร์มีความเฟี้ยวแบบ It’s Not Living (If It’s Not With You) ของ The 1975 เพลงในแบบเพื่อนในอัลบั้มยังมีอีกเพลงคือ ดื่ม เวลาที่เราอยากระบายกับเพื่อน ถึงความรักที่อยากลืม ก็จะชวนเพื่อนมานั่งดื่มด้วยกัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเล่าไปแล้วจะลืมได้จริงไหม หรือถ้าเพื่อนที่เล่าให้ฟังนั่งตรงข้ามเกิดย้อนแย้งแอบชอบอยู่ มันจะวนไปถึงเพลงในแบบของ Polycat อีก

 

เมื่อมันถึงเวลาที่เราต้องจากกัน

หัวใจฉันก็เริ่มเต้นแรงขึ้นทุกที

จากรอยยิ้มที่มีให้กัน ค่อย ๆ จางหาย

น้ำตาไหลออกมาไม่ทันได้รู้ตัว

– รถไฟเที่ยวสุดท้าย

 

 

การจากลาที่ไม่อยากให้จากอยู่ในเพลง รถไฟเที่ยวสุดท้าย และการเว้าวอนอยู่ในเพลง ยังจำได้ไหม ทั้งสองเพลงมีความเป็นผู้หญิงที่ต้องการความรัก และพยายามทำทุกอย่างให้กลับมาเหมือนเดิมให้ได้ เพลงหลังนี่แต่งโดย นิค-ธาฤทธิ์ เจียรกุล แห่งวง temp. นิคมาร่วมแต่งเพลงให้กับ TELEx TELEXs อยู่เป็นประจำ อัลบั้มที่แล้วก็มี หยุดตรวจ ก่อนหน้าโน้นสมัยยังเป็น Part Time Musicians ก็มาเขียนเพลง 16090 ด้วย คนเขียนเพลงหลักของวงคือปิ้ว ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าเพลงของวงนี้มีความเป็นเฟมินิสม์ ทั้งๆ ที่คนเขียนเป็นผู้ชาย

 

อัลบั้มนี้ยังได้ บิว-รังสรรค์ ปัญญาใจ แห่ง Lemon Soup มาแต่งให้เพลงหนึ่ง ก่อนหน้านี้บิวก็เขียนเพลง Rain ในเวอร์ชันภาษาไทยให้ อัลบั้มนี้มีเพลง วันเสาร์ ที่เป็นเรื่องราวของการหงุดหงิดกับเสียงเพลงข้างห้อง จนกระทั่งเปิดประตูไปเจอหนุ่มเจ้าของห้องเข้า มีความกุ๊กกิ๊กเล็กๆ มีกรู๊ฟของกีตาร์และเสียงเครื่องเป่าตอนท้าย ชวนเปิดต่อด้วย Lift ของ Groove Riders เลย

 

ขับรถออกไปในยามค่ำคืนกับเธอ

เปิดเพลงที่เราชอบร้องด้วยกันอีกครั้ง

จอดพักข้างทางเพื่อดูแสงดาวบนนั้น

เวลานี้ช่างมีค่ามากเกินคำบรรยาย

– ขับรถ

 

 

เพลง 2 เพลงที่ร้องโดยปิ้ว คือ ขับรถ ฟังแล้วนึกถึง Sincerity Is Scary ของ The 1975 โดยเฉพาะช่วงหลังที่มีการประสานเสียงกัน และ Home เพลงที่มีแค่กีตาร์และซินฯ นิดหน่อย ชวนคิดถึง Comethru ของ Jeremy Zucker อย่างมาก

 

ดวงดวงดวง เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน เปิดขึ้นในผับทุกคนต้องสำราญ เรื่องราวของหญิงสาวกับความเชื่อ จะต้องเดินสายไหว้เจ้าหรือใส่เสื้อสีมงคลก็ทำหมดแล้ว เหลือเพียงแต่เนื้อคู่ที่ไม่รู้อยู่ไหน ทำไปเรื่อยๆ ไอ้น้อง ความสุขอยู่ที่การกระทำ เพลงอื่นๆ กลับไป เป็นภาคต่อของเพลง ซ่อน จากอัลบั้มที่แล้ว วันเกิดฉัน เหมือนต่อมาจาก สุขสันต์วันเหงา และเพลงไตเติลแทร็ก อัลบั้มนี้ When You Have Nothing To Do Just Go To Sleep ชวนนึกถึง ปลายนิ้ว ของ Tilly Birds

 

ถ้าปล่อยวางทุกเรื่องได้ การนอนก็คงเป็นเรื่องง่ายของใครบางคน

 

อัลบั้ม When You Have Nothing To Do Just Go To Sleep

ศิลปิน TELEx TELEXs

ค่าย Wayfer Records

 


Mixtapes by laylaidlaid

เลือกซินธ์ป๊อปเป็นหลัก ใส่เข้ามาตั้งแต่ยุค 80, 90, 00 และ 10 เพลงแบบนี้ไม่เคยเชยเลยตั้งแต่มีแนวนี้เกิดมา รอบนี้ใส่เพลงฝรั่งเยอะหน่อยเพราะเห็นว่าซานด์ไปกันได้ครับ 

Apple Music: MixTapes TELEx TELEXs

 Spotify: MixTapes TELEx TELEXs

  1. Friend / TELEx TELEXs
  2. Take On Me / A-Ha
  3. ดวงดวงดวง / TELEx TELEXs
  4. Style / Taylor Swift
  5. ขับรถ / TELEx TELEXs
  6. Sincerity Is Scary / The 1975
  7. ดื่ม / TELEx TELEXs
  8. มันเป็นใคร / Polycat
  9. Miracle / CHVRCHES
  10. รถไฟเที่ยวสุดท้าย / TELEx TELEXs
  11. Fleur De Lys / Phoenix
  12. Meishi / DCNXTR
  13. ซ่อน / TELEx TELEXs
  14. In Your Eyes / The Weeknd
  15. Home / TELEx TELEXs
  16. Comethru / Jeremy Zucker
  17. วันเสาร์ / TELEx TELEXs
  18. Lift / Groove Riders
  19. AI / Petite
  20. เรือใบ (Acoustic Version) / TELEx TELEXs
  21. Not So Manic Now / Dubstar
  22. 1991-1993 / TELEx TELEXs
  23. Push It / Garbage
  24. หรือฉันเองที่ขังเธอไว้ในความทรงจำ / TELEx TELEXs
  25. อยู่ได้ ได้อยู่ / Tilly Birds
  26. When You Have Nothing To Do Just Go To Sleep / TELEx TELEXs

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

 

The post ง่วงก็ไปนอนเหอะ มัวแต่คิดถึงเธออยู่ทำไม [When You Have Nothing To Do Just Go To Sleep: TELEx TELEXs] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Loserpop บางทีเราก็ยิ้มทั้งน้ำตานะ ดีใจกับคนของเธอ เพราะรู้ว่าคนอย่างเราทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้หรอก https://thestandard.co/loserpop/ Fri, 22 Jan 2021 08:24:48 +0000 https://thestandard.co/?p=446289 Loserpop บางทีเราก็ยิ้มทั้งน้ำตานะ ดีใจกับคนของเธอ เพราะรู้ว่าคนอย่างเราทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้หรอก

ใครไม่เคยเป็น Loser สักครั้งหนึ่งในชีวิตคงไม่รู้หรอกว่า […]

The post Loserpop บางทีเราก็ยิ้มทั้งน้ำตานะ ดีใจกับคนของเธอ เพราะรู้ว่าคนอย่างเราทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้หรอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Loserpop บางทีเราก็ยิ้มทั้งน้ำตานะ ดีใจกับคนของเธอ เพราะรู้ว่าคนอย่างเราทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้หรอก

ใครไม่เคยเป็น Loser สักครั้งหนึ่งในชีวิตคงไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกแบบนี้มันเป็นอย่างไร แล้วก็มีวงดนตรีวงหนึ่งถ่ายทอดมันออกมาได้พอดีมากๆ เลย ฟังทั้งอัลบั้มแล้วอาจจะอินกับเพลงพวกเขาโดยไม่รู้ตัว

 

Loserpop เป็นชื่อวงที่ตั้งมาแบบตั้งใจ เพลงป๊อปในแบบของคนขี้แพ้ ชื่อมาอย่างนั้น พวกเขารวมตัวกันที่ธรรมศาสตร์ จากชมรม TU Folksong 3 คน รวมกับเพื่อนมัธยมปลายอีก 2 แบงค์-ศุภัคศิษฏ์ เงินทวีคูณ ทำหน้าที่ร้องนำ, อั้ม-จุฑาวัช พุทธรัตน์ และ ทัช-ทรรศน ศรีสวัสดิ์ เล่นกีตาร์กับร้องคอรัส, แพรว-แพรวระวี รุ่งเรืองสาคร ผู้หญิงคนเดียวในวงเล่นคีย์บอร์ดและร้องคอรัส, กอไผ่-จิรภัทร อังคุละนาวิน เดินเบส, คนสุดท้าย ปืน-ศุภสรรค์ หอสุระพิทักษ์ ตีกลอง เข้าใจว่าตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยคงเล่นเพลงเกี่ยวกับความรักเป็นหลัก ชื่ออัลบั้มก็สอดคล้องกับชื่อวงทั้งหมดทั้งมวล Stupid Love Song อัลบั้มนี้ออกกับค่าย MILK! ซึ่งเป็นค่ายย่อยของ What The Duck อีกที

 

Stupid Love Song เป็นตัวแทนของความเหงา ห่วงหา และคิดถึงในระดับหนึ่งแต่ทำอะไรไม่ได้ ขอเขียนอะไรงี่เง่าๆ ระบายหน่อยเถอะ เพลงแต่ละเพลงบ่งบอกถึงความพ่ายแพ้ต่อใครสักคน ความรักที่เคยมีแล้วมันก็จบลง หรือความสัมพันธ์บางชิ้นที่อาจจะไม่ได้เป็นถึงความรัก แต่ก็ติดตรึงมาจนถึงทุกวันนี้ พวกเขาไม่ได้ใช้เครื่องดนตรีมากมาย เครื่องเป่าเครื่องสายก็ไม่มี แต่สิ่งที่มีคือเสียงคอรัส มันสวยงามและลงตัวพอดิบพอดี กีตาร์พริ้วนุ่มนวล ชวนให้นึกถึงวงอย่าง Superbaker มากกว่าใคร และงานของพวกเขาเปิดต่อกันได้ดีกับเพลงของ Seal Pillow, กับ Polycat และก็มีความเหงาชวนให้นึกถึงเพลงของ เอิ๊ต ภัทรวี กับ Flufffypak

 

ฉันรักเธอแล้ว

ต่อให้รู้ว่าเธอยังรักกันดีกับเขา

– ฉันรักเธอแล้ว

 

 

Loserpop ใช้ประโยคแบบนี้แหละในอัลบั้มพวกเขา ใครที่เลี่ยนๆ ก็อาจจะไม่ชอบ เนื้อเพลงไม่ฟูมฟาย ซาวด์กีตาร์ไม่มีความหนักหรือเจ็บปวด ฟังเหมือนยอมแพ้แล้วกับสิ่งที่เป็นไป เพลงมันออกมาสว่างๆ ขัดแย้งย้อนยอกกับเนื้อเพลง อัลบั้มนี้มีเพลงที่รักเธอแต่เธอรักเขาอยู่หลายเพลง เพลงที่วางไว้คู่กันก็คือเพลง ยังรอ ก็เหมือนกับรักเขาข้างเดียวอีก

 

(ก็ทำได้เพียงแต่) เฝ้ารอ พบเจอ เธอแค่ในฝัน

(เพราะตัวฉันเองก็) รู้ดี หัวใจ เธอนั้นมีเขา

– ยังรอ

 

 

หากลองสังเกตดีๆ แต่ละเพลงของพวกเขาจะมีคอรัส ฮู ฮา หรือร้องเป็นประโยค เพลงเด็ดที่สุดในอัลบั้มน่าจะเป็น เคย ที่ขึ้นด้วยเสียงคอรัสฮูฮานี่แหละ เพลงที่รำพึงถึงคนที่เคยอยู่ด้วยกันในคืนหนึ่ง เขาไม่เคยลืมเธอได้เลย เพลงมีความโหยหา ขนาดจูบสุดท้ายยังจำได้ ท่อนสร้อยที่ประสานด้วย ปาดาด้าดา เป็นความสวยงามของเพลง  

 

แด่เธอที่เคยพบ

ในคืนใต้แสงจันทร์

นั่งมองดาวด้วยกัน

และฉันเคยกอดเธอไว้

– เคย

 

 

เพลงเร็ว (หรือเหมือนว่าจะเร็วแล้ว) ในอัลบั้มมี 2 เพลง ดาวตก กับ กลับไปกลับมา เพลงแรกชาวด์กีตาร์ที่คลอไปออกหวานๆ ว่าด้วยเรื่องของการแอบรักใครสักคนที่สวยกว่าใครๆ ฟังดูก็รู้ว่ายากอยู่ แต่มีความพยายาม เพลงหลังดูมีความหวังของการกลับมาของเธอ กีตาร์สว่าง และเป็นเพลงที่เนื้อเพลงมีโอกาสเป็นผู้ชนะมากกว่าเพลงอื่น เปิดต่อกับ รองเท้าผ้าใบ ของ Seal Pillow ได้ดี

 

ทางที่ดี เป็นเพลงของบุคคลที่ 3 ที่แอบแทรกระหว่างกลางของใครสองคน จนวันหนึ่งเธอก็เลือกที่จะไปกับเขา เพลงนี้มีความ Loser สุดๆ คือยอมที่จะให้เธอไปทั้งๆ ที่ยังรัก เนื้อเพลงเป็นการคุยกับตัวเองให้ยอมรับความจริงนั้น อย่างเหงาเลย ต้องเปิดต่อกับ ค.ควาย ของ Bowkylion เพลงเหงามากอีกเพลงในอัลบัมคือ อีกครั้ง เป็นเพลงช้า ตื่นจากความฝันที่มีเธอ แต่ความจริงไม่มี เป็นเพลงที่ฟังวันฝนตกเช้าวันอาทิตย์ หรือบรรยากาศหนาวๆ ตอนเช้าๆ ที่ตื่นขึ้นมาไม่มีใคร (ปีนี้หนาวนานด้วย) ปิดอัลบั้มด้วย วันเก่า เป็นเพลงที่มีความ Dream Pop ฟังลอยๆ แบบชวนให้นึกถึง Anatomy Rabbit และ Dept

 

ถ้าสังเกต การเขียนเพลงของ Loserpop ส่วนใหญ่เป็นเพลงเขียนคุยกับตัวเอง และนี่แหละทำให้เพลงของพวกเขาให้ความรู้สึกเหงาได้อย่างชัดเจน

  

Mixtapes by laylaidlaid

 

         เลือกเพลงเย็นๆ แบบที่แพ้ไปหมดทุกทาง ได้บรรยากาศเหงาๆ จัดไปครับ

 

Apple Music: MixTapes Loserpop

https://music.apple.com/th/playlist/mixtapes-loserpop/pl.u-6mo4e63fE5yrlD

 

Spotify: MixTapes Loserpop

https://open.spotify.com/playlist/5iRiDAZnIxIyjjpaKkfIW9?si=wr-koA1OToG1cZ92rsxJKg

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post Loserpop บางทีเราก็ยิ้มทั้งน้ำตานะ ดีใจกับคนของเธอ เพราะรู้ว่าคนอย่างเราทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้หรอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัลบั้มของคนขี้เศร้า และยังคงเหงาอยู่ทุกวัน https://thestandard.co/selfmade-urboytj/ Tue, 08 Dec 2020 02:59:54 +0000 https://thestandard.co/?p=429439 UrboyTJ

Selfmade คืออัลบั้มแรกของ UrboyTJ หรือเต๋า-จิรายุทธ ผโล […]

The post อัลบั้มของคนขี้เศร้า และยังคงเหงาอยู่ทุกวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
UrboyTJ

Selfmade คืออัลบั้มแรกของ UrboyTJ หรือเต๋า-จิรายุทธ ผโลประการ มันมีบาดแผลของโรคซึมเศร้าอยู่ในเนื้อเพลง มีความดีปเมื่อฟังซ้ำๆ อัลบั้มที่เต็มไปด้วยความรัก แต่เป็นรักที่ไม่ได้สมหวัง มีความเหงาอย่างเข้าใจ และต้องพยายามยอมรับมันให้ได้ มีความดื้อดึง เป็นตัวของตัวของตัวเองสูงมาก มากเกินที่เราจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างหน้าได้บ้าง แต่ก็ไม่หยุดที่จะพุ่งไปหา

 

TJ เขียนเพลงแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้วจากเพลงแรกของเขา เค้าก่อน ในฐานะศิลปินเดี่ยวภายหลังจากการยุบวง 3.2.1 กับค่าย Kamikaze การเขียนเนื้อของ TJ ฮิตวอดวายตั้งแต่เพลงนั้น เขาเป็นคนเข้าใจในเนื้อเพลง มีการใช้คำที่สละสลวย ยิงแล้วโดนทุกประโยค 4 ปีที่ผ่านมาเพลงอย่าง วายร้าย, รังเกียจกันไหม, ขี้แพ้, ผี และอีกหลายๆ เพลงพิสูจน์ความเป็น UrboyTJ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งพออัลบั้มออกมา เราหวังว่าจะได้เห็นเพลงพวกนี้ในอัลบั้มแรก แต่กลับไม่ใช่ TJ ใส่เพลงใหม่มาทั้งหมดเลย และไม่มีปล่อยออกมาก่อนด้วย เรียกได้ว่าเซอร์ไพรส์มาก

การปล่อยเพลงทั้งหมดในทีเดียวทำให้เพลงมีความเป็นอัลบั้มสูงมาก Selfmade ฟังรวมๆ เป็นความรักสามเส้าที่ซ่อนความเศร้าไว้คนเดียว มีเพลงแอบรัก มีเพลงอิจฉารัก มีเพลงที่ความรักพังทลายแต่ยังอยากจะกอดเก็บเอาไว้ แนวเพลงมีความเป็นอาร์แอนด์บี บางทีเข้าขั้นป๊อปด้วยซ้ำ ฮิบฮอปเป็นแค่แซมๆ ซึ่งต้องเข้าใจว่าเพราะ TJ เป็นคนอยู่เบื้องหลังศิลปินมาตั้งแต่อายุ 15 ปี คลุกคลีกับทีมเขียนเพลงของ Kamikaze อย่างเข้าใจ หลายๆ เพลงในอัลบั้มนี้มีความเชื่อมโยงถึงงานของ เฟย์ ฟาง แก้ว, หวาย, ธามไท, และ K-OTIC ได้ด้วย

เราสามารถแบ่งเพลงทั้งอัลบั้มได้เป็น 2 ส่วน โดยมีเพลง ซุปเปอร์ไซย่า ที่แตกต่างกว่าใครเพื่อนคั่นไว้ตรงกลาง ครึ่งแรกจะเป็นด้านสว่าง ทำนองสนุกสนาน แม้เนื้อเพลงจะไม่ค่อยสมหวัง ซึ่งมันมีความเป็นไบโพลาร์อยู่ในนั้น ส่วนครึ่งหลังเป็นอะไรที่ดิ่งมาก จาก 12 เพลง มีเพลงผิดหวังรักอยู่ 7 เพลง และมันดีทั้ง 7 เพลงอย่างที่ไม่มีเพลงไหนดีกว่าเพลงไหน เขาวาง 3 เพลงไว้ด้านหน้า และอีก 4 เพลงวางติดกันเลยในด้านหลัง

 

ถ้าเธอไม่ได้รักกับเขา
เราจะได้รักกันไหม
เป็นคำถามที่ยังข้องใจ


– เพลง ถามคำ

 

 

 

ชื่อเพลงเป็นการเล่นคำว่าคำถามด้วย ถามคำ เหมือนเป็นเพลงภาคต่อของ รังเกียจกันไหม และเขาบอกว่าเขียนให้เหมือนกับเป็นเพลงลูกคู่กับ คำถาม ของ เฟย์ ฟาง แก้ว แค่คิดก็แสบแล้ว แถมมีท่อนแรปท่อนหนึ่งที่แสบมาก TJ เล่าไปสักพัก ผสมโซดากับเหล้า โทรไปหาเธอตอนเมา แล้วตบลงประโยคสุดท้ายว่า เธอก็คงจะอยู่กับเขา ลงประโยคกันอย่างนี้มันช่างเจ็บปวด

ช่วยไม่ได้ กีตาร์สวยมาก เป็นกรู๊ฟบนจังหวะแบบให้นึกถึงเพลง เหงาปาก ของ K-OTIC เพลงแบบที่มีนางฟ้าในที่ทำงาน หรือเพื่อนที่คณะสวยเต็มสิบไม่หัก เพลงที่ดูเหมือนมีความหวงและไม่อยากให้ใครมาจีบ ถ้าจีบไปก็คงจะไม่ติด เลยขอแอบรักไปนานๆ ดีกว่า ซาวด์กีตาร์โยงได้ดีกับเพลงต่อมา กอดได้ไหม เพลงอกหักอีกเพลงที่แค่อยากจะมาลาด้วยกอดสุดท้าย



รู้บ้างไหมว่าฉันโคตรอบอุ่น
ตอนเวลาที่เธอนั้นโอบกอด
ไม่ต้องพูดอะไรฉันก็ยิ้มได้

– เพลง กอดได้ไหม

 

 

รับให้ได้, ยิ่งเกลียดยิ่งรัก, สักวัน และ หลับตา เป็น 4 เพลงดาร์กที่วางติดกัน เริ่มจาก รับให้ได้ ก่อน TJ ใส่ออโต้จูนเหมือนปกปิดความรู้สึกจริงๆ ที่ยังรักเขาอยู่แล้วบอกตัวเองว่าต้องรับให้ได้ เนื้อเพลงเพลงนี้มีคำว่า ‘เขา’ มากกว่า ‘ฉัน’ เสียอีก จะว่าไปเหมือนเพลงที่เขียนต่อกับ เค้าก่อน แล้วต่อด้วย ยิ่งเกลียดยิ่งรัก เพลงของการลืมไม่ลง ท่อนสร้อยสวยงามมาก โดยเฉพาะประโยค “ก็เกลียดที่ยังจะมีความหวังเหมือนเคย ทั้งที่ไม่มี” ตรงคำว่าไม่มีนี่ขึ้นสูงอย่างตั้งใจ แล้วมันเหมือนเฟดหายไปเลย ทำนองเพลงในอัลบั้มนี้สวยทุกเพลง เพลงนี้ยังมีประโยคแสบที่เว้นคำว่า ดอก-ไม้ เหมือนด่าเล็กๆ ด้วย เป็นความพยายามที่ถ้าฟังผ่านๆ อาจจะไม่เห็นความสวยงามของภาษาไทย



ไม่ได้ทำอะไร ไม่อันตราย เธอก็แค่ดอก
ไม้สวยๆ สร้างโลกให้ใสให้สว่าง


– เพลง ยิ่งเกลียดยิ่งรัก

 

 

สักวัน กับ หลับตา คือการทิ้งดิ่งของจริง เพลงแรกนี้ท่อนสุดท้ายมีเสียงคลิกๆ เหมือนจะเหนี่ยวไกอยู่แล้ว (แต่หากใครอ่านมาถึงตอนนี้แล้วรู้สึกเหมือน TJ ขอให้เลิกอ่านครับ แล้วไปคุยกับเพื่อน หรือโทรสายด่วน 1323 หรือหาอะไรอย่างอื่นทำ ให้นึกเสียว่า TJ ยังผ่านมันมาได้เลยครับ สู้ๆ นะ) สักวัน ร้องคู่กับกานต์ The Parkinson จริงๆ ถ้าเพลงนี้ร้องคนเดียวน่าจะดีปกว่านี้ เปียโนเพลงนี้เพราะดี ส่วน หลับตา เป็นเพลงที่มีแค่เสียงร้องกับกีตาร์ ปล่อยให้อารมณ์ซึมลงเรื่อยๆ เอ็มวีเพลงนี้เป็นขาวดำ



แค่อยากนอนหลับตาไม่ต้องตื่น
ไม่อยากทำเป็นฝืนว่าแข็งแรง
ที่ทำเป็นเก่ง ที่จริงก็เป็นได้เพียงแค่คนขี้แพ้
แต่อยากที่จะร้องไห้กับใครสักคน


– เพลง หลับตา

 

 

อีก 5 เพลงที่เหลือมีโหมดสนุกอย่าง ชูมือขึ้น มีความเป็นแรปสตาร์ เป็นเพลงสนุกที่เอาไว้เล่นในคอนเสิร์ตแล้วชูนิ้วกลางให้สูงกว่าพีระมิด แหกปากแล้วคนเฮ!


Selfmade
เพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มที่ได้ วี วิโอเลต มาร้องคู่ มันเป็นเพลงที่แสดงตัวตนของ TJ มากที่สุด การยอมรับในตัวเองไม่ว่าจะด้านดีหรือด้านแย่พาเขามาถึงตรงจุดนี้ได้ การเลือกวีมาร้องท่อนฮุกเป็นอะไรที่ใช่มาก เนื้อร้องท่อนนี้จริงๆ แล้วเหมาะกับทั้งวีและ TJ ด้วยความเป็นตัวของตัวเองทั้งคู่


I am The way I am.
You can never make me change.
Love me or hate me.
Won’t you take me for who I am.


– เพลง Selfmade

 

 


อยู่ก่อน เป็นเพลงที่ไหลลื่นมาก มีความเป็นฟังก์กรู๊ฟสวย ฟีเจอริงกับ โอ๊ต ปราโมทย์ ทำให้เพลงมีความเป็นเพลย์บอย กรุ้มกริ่ม ชวนสาวอยู่ต่อ ส่วน ซุปเปอร์ไซย่า แรปคู่กับ แชมป์ ไมยราพ เป็นเพลงที่แรงที่สุดในอัลบั้ม เดิมทีชื่อเพลงว่า เตะหน้ามึง น่าจะเป็นเพลงที่แต่งให้กับ ‘เค้าก่อน’ ของเธอ เป็นอีกร่างหนึ่งของ TJ ที่เหมือนกับซูเปอร์ไซย่าเมื่อเทียบกับความอ่อนแอในเพลงอื่นๆ มีท่อนที่ TJ โชว์ความเป็นแรปรัวแบบไม่ต้องหายใจท่อนใหญ่เลยด้วย ปิดอัลบั้มด้วย Sad One เหมือนเป็น Bonus Track ที่ทำให้ทั้งอัลบั้มไม่หดหู่เกินไป เนื้อเพลงที่เป็นภาษาอังกฤษ เพลงมีความพุ่งไปข้างหน้าอย่างมาก


Selfmade
เป็นอัลบั้มที่ต้องฟังแบบเรียงเพลง กราฟมันจะดิ่งลงเรื่อยๆ ซึ่งอัลบั้มนี้ผมขอไม่ทำ MixTapes ให้ อยากให้ลองไปฟังทั้งอัลบั้มดูครับ

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
อ้างอิง:

The post อัลบั้มของคนขี้เศร้า และยังคงเหงาอยู่ทุกวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัลบั้มที่ความรักคุโชน เร่งเร้าอย่างเร่าร้อน และถูกมนต์สะกดอย่างจังงัง https://thestandard.co/violette-wautier-glitter-and-smoke-album/ Fri, 24 Jul 2020 13:44:39 +0000 https://thestandard.co/?p=383187

วิบวับและคุควัน งานชิ้นแรกก็แรงจัดของ วี-วิโอเลต วอเทีย […]

The post อัลบั้มที่ความรักคุโชน เร่งเร้าอย่างเร่าร้อน และถูกมนต์สะกดอย่างจังงัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วิบวับและคุควัน งานชิ้นแรกก็แรงจัดของ วี-วิโอเลต วอเทียร์ อัลบั้มที่มีความเร่าร้อน เซ็กซี่ น่าลุ่มหลงมากที่สุด ที่ศิลปินหญิงไทยคนใดคนหนึ่งเคยทำมา

 

เพลงในอัลบั้ม Glitter and Smoke เป็นความรักร้อนแรงของหนุ่มสาว แค่มองตากันก็สปาร์กแล้ว เป็นความรักที่มาพร้อมความหลงใหลต่อกัน ลากเฟอร์นิเจอร์ไปทั่วห้อง จ้องตาก่อนบรรจงจูบ หลับตา และปล่อยให้ปากดื่มด่ำกับความโหยหา วีเขียนเพลงพวกนี้ขึ้นมาเองหมดเลย

 

เธอจบนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ทำละคร เขียนไดอะรี แถมอ่านนิยายตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เธอดึงจุดสำคัญที่จะเล่าออกมาได้เป็นอย่างดี เพลงที่มีทั้งจินตนาการ หลายเพลงเป็นด้านมืดของความปรารถนา บางเพลงเป็นความรักที่จมดิ่ง บางเพลงแค่รู้ว่าผิด แต่ก็หยุดคิดไม่ได้ รวมๆ แล้วใครที่เชื่อในคำว่า ‘รักตายแทนกันได้’ น่าจะชอบโทนของเพลงในอัลบั้มนี้

 

ดนตรีเป็นป๊อป อิเล็กทรอนิกส์ป๊อป มีความเป็นอาร์แอนด์บีอยู่บ้าง เนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด มีจังหวะที่ไหลลื่น บีตแต่ละเพลงชวนขยับหัว เพลงส่วนใหญ่คีย์บอร์ดเป็นตัวดำเนินเรื่อง เบสต่ำๆ ในขณะที่เสียงของวีคือความหวาน น่าหลงใหล โดยเฉพาะปลายเสียงในแต่ละประโยค เธอทำให้คนฟังลอยไปกับเสียงของเธอ

 

เป็นการยากที่จะบอกได้ว่าเพลงไหนดีกว่าเพลงไหนในอัลบั้มนี้ แต่ถ้าจะถามว่าผมชอบเพลงไหนที่สุด ผมยังคงชอบ Drive เพลงที่ถือเป็นซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพลงที่ชวนนึกถึง Chasing Car ของ Snow Patrol ความรักร้อนแรง พร้อมจะพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ลืมโลก ลืมทุกอย่าง แต่เพลงนี้ไม่ใช่เพลงแรกในอัลบั้มที่วีเขียน เพลงที่เธอเขียนเป็นเพลงแรกคือ We Own This World  

 

You’d take me somewhere nice.

You’d take me everywhere.

Only me and you. Only me and you.

And it feels like.

We own this world.

We’re on top of the world.

We own this fucking world.

– We Own This World

 

 

ตัวเพลงมีความดุดัน เสียงร้องมีความร้าย ถึงเพลงของวีจะมีความดาร์กอยู่ไม่น้อย และทำให้นึกถึง ลานา เดล เรย์ แต่เสียงร้องเธอไม่เยือกเย็นแบบนั้น คำว่า We ในที่นี้ลองแทนด้วยวี ชื่อเธอนั่นแหละ ในวันที่เธอครองโลก และได้อยู่ในจุดสุดยอด

เพลงช้าอีกเพลงที่โชว์ความเป็นนักร้องของเธอได้ดีคือเพลง Love and Money ที่ร้อง ท่อนแรกกับท่อนที่สองด้วยเนื้อเดียวกัน ร้องครั้งแรกเสียงเหมือนกระซิบ ส่วนท่อนสองแผดออกมาอย่างใจสลาย เธอเขียนเพลงนี้เสร็จภายใน 15 นาที

 

I thought you love me

You’d stick around to see me

Complete my dream

I thought you were my friend

You’d stick around till the end

Till the day we die

– Love and Money

 

 

เพลงที่วางต่อกัน Unstoppably เป็นเพลงที่ความโฟล์กปนมา ทำให้อัลบั้มมีมิติ เพลงนี้เขียนคู่กัน ร้องคู่กันกับ แม็กซ์ เจนมานะ ฟังแล้วนึกถึง 9 Crimes ของ ดาเมียน ไรซ์ เสียงร้องกับเปียโน และการหยุดของเปียโนในบางจังหวะอย่างตั้งใจ เนื้อหาของเพลงคือความรักที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่มันหยุดไม่ได้ ศัพท์คำว่า Unstoppably ไม่มีความหมายอยู่จริง ไม่ต่างกับความรักซ้อนที่ซ่อนกันอยู่ตรงนี้

 

เพลงช้าอีกเพลงวางไว้เปิดตัวอัลบั้ม Smoke เนื้อเพลงมีความมารยาอยู่ไม่น้อย และมีความสองแง่สองง่ามได้อีก เสียงของวีมีความอ้อน เสียงกระเส่า ถ้าเธอมาพูดกับเราแบบนี้ คงหัวใจละลาย

 

I don’t, I don’t smoke.

But I’ll go outside with you

Baby, it’s kinda cold.

You can hold me if you want to.

– Smoke

 

 

เพลงเร็วในอัลบั้มมีไม่ถึงครึ่ง เพลงแรกคือ Brassac เป็นชื่อเมืองเล็กๆ ของฝรั่งเศส มีกลิ่นของซัมเมอร์ มีทุ่งหญ้าและฟ้าคราม ชวนให้นึกถึงความรักในหนังเรื่อง Before Sunrise เพลงนี้มีท่อนที่เธอแรปเป็นภาษาฝรั่งเศสด้วย เพลงต่อมา Cool มีความเป็นโมเดิร์นอาร์แอนด์บี ร้องคู่กับ ซิปส์ หรือ อเล็กซ์ ซิปโซมอส นักร้องอเมริกันผู้ที่เคยเป็นแฟนกับ ดา เอ็นโดรฟิน เป็นเพลงที่ฟังแล้วระทวยมาก กับท่อน “I can’t believe I lost my cool with you” คำว่า coooooooooool เธอลากมันยาวๆ ฮู้ฮูฮู้ฮู เป็นเพลงคู่ที่ดีเพลงหนึ่งเลย ฟังแล้วอยากจะหาเพลงประมาณ Get You ของ แดเนียล ซีซาร์, Fallingforyou ของ The 1975 หรือ Magic ของ Coldplay มาฟังต่อ 

 

สองเพลงสุดท้ายของอัลบั้มเป็นเพลงเร็วทั้งคู่ I’d Do It Again เป็นเพลงที่เพิ่งตัดเป็นซิงเกิลล่าสุด เนื่อเพลงมีคำว่า Drive และ Unstoppable เป็นการเชื่อมโยงเพลงอื่นในอัลบั้มด้วยคำบางคำ เพลงที่เธอเขียนตอนอกหัก แต่มีความมองโลกในแง่ดีมาก ส่วนเพลงสุดท้าย All That I can Do เหมือนฟังงานของ Spice Girls ไปจนถึง เทย์เลอร์ สวิฟต์ ยุคหลังๆ เป็นงานสนุกๆ ทำให้ปิดอัลบั้มด้วยความไม่ดิ่งจนเกินไป

 

And I remember every second

When we broke up in your car

I held a smile and held you in my arms

– I’d Do It Again

 

 

ถึงอัลบั้มจะเป็นภาษาอังกฤษล้วน แต่เธอใช้ประโยคง่ายๆ ในการเขียนเพลง เนื้อเพลงจับความรู้สึกได้ดี ทำนองสวยไหลลื่น เป็นอัลบั้มที่เข้าถึงได้ไม่ยากเลย

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post อัลบั้มที่ความรักคุโชน เร่งเร้าอย่างเร่าร้อน และถูกมนต์สะกดอย่างจังงัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 เพลงที่ห้ามพลาดในช่วงนี้! https://thestandard.co/5-recommended-songs/ Fri, 17 Apr 2020 12:57:19 +0000 https://thestandard.co/?p=355301

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอัลบั้มออกใหม่ แล้วก็โดนกักบริเวณเพราะโ […]

The post 5 เพลงที่ห้ามพลาดในช่วงนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอัลบั้มออกใหม่ แล้วก็โดนกักบริเวณเพราะโควิด-19 กันได้สักพัก ผมจึงขอเปลี่ยนมาเขียนแนะนำ 5 เพลงที่ไม่อยากให้พลาดมาตั้งแต่ต้นปีครับ บางเพลงก็เป็นเพลงที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีเสียด้วย ตั้งใจว่าจะเขียนแนะนำทุกๆ 2 สัปดาห์นะครับ

 

  1. หมากแพง – TangBadVoice
    เมื่อต้นปีเราได้ทึ่งกับเพลงแปลกประหลาดหูเพลงหนึ่งที่ชื่อว่า เปรตป่ะ ของศิลปินชื่อ TangBadVoice เป็นแรปที่มีความกวน รับส่งตอบเล่นคำ มีความเป็นทริปฮอป เสียงลูปเพลงวน ทุกคนบอกว่าเนื้อเจ๋งมาก มาถึงเพลงนี้ หมากแพง เป็นเพลงที่ 6 ของเขาแล้ว เขาเลือกประชดนักการเมืองบางคนด้วยบทสัมภาษณ์ของนักข่าวเรื่องกักตุนหน้ากาก เอ้ย การกักตุนหมาก เริ่มเพลงด้วยสวด 3 จบ และจบเพลงด้วยสวด 3 จบ TangBadVoice คือ ตั้ง ตะวันวาด อาชีพหลักเป็นช่างภาพ และเป็นลูกชายของ วดีลดา เพียงศิริ นักเขียนนิยาย เรื่องของอะตอม และ รักแรกอุ้ม ในยุค 80 ตอนปลาย

 

 

 

  1. Brassac – วิโอเลต วอเทียร์
    ยิ่งนับวัน วี วิโอเลต ยิ่งเขียนเพลงดีขึ้นเรื่อยๆ Brassac มีเสน่ห์ มีกลิ่นของซัมเมอร์ในเมืองเล็กๆ ของฝรั่งเศส เป็นตัวแทนความรักของหนุ่มสาวที่ชวนให้นึกถึงหนังอย่าง Before Sunrise ทุ่งหญ้าและฟ้าครามลอยอยู่รอบๆ เสียงอันเซ็กซี่ของวีประกอบกับจังหวะเพลง มีอิทธิพลของอิเล็กทรอนิกส์ป๊อปในยุค 90 แบบที่จะทำให้นึกถึง Spice Girls ไปจนถึง S Club 7 ในความป๊อปของเธอจะมีร็อกแฝงอยู่เล็กๆ ขยิบตาเป็นโดนเชือด ใครอยากฟังวีแรปเป็นภาษาฝรั่งเศสเชิญนาทีที่ 2:20

 

 

 

  1. In Me – Death of Heather
    วง Death of Heather เป็นวงอินดี้ดรีมป๊อปผสมชูเกซที่มีผลงานออกมาได้ปีกว่าแล้ว เป็นวงที่ไม่ควรถูกมองข้ามในทั้งหมดทั้งมวล พวกเขาอยู่ระหว่างความถาโถมของ Desktop Error กับความละมุนของ Dept. เพลงของพวกเขามีอิทธิพลตั้งแต่ Sonic Youth, Ride, Slowdive ไปจนถึงวงยุคใหม่อย่าง DIIV เพลง In Me เป็นซิงเกิลใหม่ที่ออกมาช่วงต้นปี มีกีตาร์และเบสเป็นตัวเดินเรื่อง ในบางท่อนเขาปล่อยให้เอฟเฟกต์กีตาร์เข้ามากวนวกวน เป็นเพลงที่คุณทิ้งไว้ในเพลย์ลิสต์ให้เปิดวนๆ แล้วพอมันวนมาทีไร คุณจะสะดุดจนต้องลุกไปดูชื่อเพลงทุกครั้ง คล้ายกับเพื่อนคนหนึ่งที่เวลาอ่านคอมเมนต์ทีไรแล้วคุณรู้สึกสนใจเขาเป็นพิเศษ แบบนั้นแหละ

 

 

 

  1. ค รึ่ ง บ น – แสตมป์ อภิวัชร์

เราเรียกเพลงแบบนี้ว่าเพลงร่วมสมัย คือเมื่อเหตุการณ์ผ่านไปเราก็จะไม่อินกับเพลงเหมือนในตอนนี้ แสตมป์ยังแต่งเพลงด้วยลูกเล่นที่แพรวพราวเหมือนเดิม เนื้อเพลงแฝงไว้ด้วยความทะลึ่งครึ่งบนไว้ (ดีที่ยังไม่ถึงกับแก้บน) “โดนตกจริงจัง แม้เพียงได้เห็นแค่ครึ่งบน” แถมถ้าสังเกตชื่อเพลงจะมีการเว้นระยะห่างกันไว้ด้วยให้สมกับ Social Distancing กีตาร์พลิ้วนิ้วไสว ท่ามกลางความโหดร้าย เขายังเล่นมันไว้อย่างน่ารัก แต่ก็ไม่รู้นะ เราอาจจะอยู่กับโควิด-19 ไปอีกนานเลยก็ได้

 

 

 

 

  1. กลัวเครื่องบิน – Illslick (Feat. ปาล์มมี่)

Illslick อยู่ในหมวดแรป แต่เพลงของเขาไม่เคยเหมือนของแรปเปอร์ มันมีความพิเศษ ไม่เหมือนใคร ทั้งเสียงร้องและวิธีการร้องที่เป็นเอกลักษณ์ จังหวะที่รัวมันยังสามารถโยกได้ กลัวเครื่องบิน ไม่มีเสียงเครื่องบิน มีกีตาร์อยู่ตัวเดียว เล่นคอร์ดวนด้วย แล้วปาล์มมี่ก็มามีส่วนร่วมร้องด้วยเพียง 15.17% ของเพลง แต่มันก็เพียงพอและทำให้เพลงลงตัวอย่างมาก การกลัวเครื่องบินคือความประหม่าในความรัก มีบทอ้อนเล็กๆ ที่อยากให้จับมือกันไว้

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post 5 เพลงที่ห้ามพลาดในช่วงนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dept เข้า Smallroom แล้วทำเพลงดี หรือทำเพลงดีเลยได้เข้า Smallroom เรามาหาคำตอบกัน https://thestandard.co/debt-get-into-smallroom-and-make-good-songs/ Sun, 16 Feb 2020 05:06:44 +0000 https://thestandard.co/?p=331586

Dept มีชื่อวงที่คนต่างเข้าใจผิดว่าย่อมาจาก Department แ […]

The post Dept เข้า Smallroom แล้วทำเพลงดี หรือทำเพลงดีเลยได้เข้า Smallroom เรามาหาคำตอบกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

Dept มีชื่อวงที่คนต่างเข้าใจผิดว่าย่อมาจาก Department แต่ไม่ใช่ เพราะชื่อวงของพวกเขาไม่มีจุดต่อท้าย มันเป็นชื่อวงที่มาจากดาราฮอลลีวูดสุดเท่ จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) ต่างหาก วงนี้มีกัน 2 คน เบนซ์-ภวัต โอภาสสิริโชติ ร้องนำและกีตาร์ กับ ลุค ทาวน์เซน ซินธิไซเซอร์และคีย์บอร์ด เพลงทั้งหมดเบนซ์เป็นคนแต่งเนื้อและทำนอง แล้วเอามาให้ลุคช่วยกันปรับอีกที พวกเขาทำเพลงออกมารวมแล้วแค่ 7 เพลง ยังไม่มีอัลบั้มเต็ม แต่ก็ถือว่าดังได้ระดับหนึ่งแล้ว

แนวเพลงของพวกเขาเป็นป๊อป เป็นริทึมป๊อป มีความเป็นดรีมป๊อปด้วย เพราะมีกีตาร์สุดพลิ้ว และซินธิไซเซอร์สุดลอย เพลงของ Dept ขลุกขลิกไปด้วยอารมณ์เศร้า แต่ไม่ฟูมฟาย เป็นความรักที่ไม่ได้สมหวังสักเท่าไร ร้องเสียงเย็นๆ ฟังแล้วจะไม่เข้าใจตั้งแต่แรก (เสน่ห์อย่างหนึ่ง) กีตาร์ที่ใส่ไว้ไม่ได้มาก แต่จังหวะที่มาก็จะพาใจเราไปไหนต่อไหนได้เหมือนกัน นี่ยังไม่รวมเสียงคีย์บอร์ดของลุคที่ป้วนเปี้ยนไปด้วยตลอด มันคือซาวด์ของยุคนี้เลย

เพลงของ Dept ชวนให้นึกถึงวงอย่าง Anatomy Rabbit, Folk9 และ Wave And So ที่มีความเป็นทวีป๊อป และก็ทำให้นึกถึงซาวด์กีตาร์สวยๆ อย่างวง Yented, H 3 F, และ Yew ส่วนการเขียนเนื้อชวนให้นึกถึง ทั้ง TELEx TELEXs และ Safeplanet บวกกับ Polycat

เป็นเธอได้ไหมที่เอามันกลับไป
รักที่พ้นผ่าน
ฉันลืมไม่ไหว
– Just All The Night

 



 

Just All The Night เป็นเพลงแรกที่ทั้งสองคนทำด้วยกัน แต่มันเป็นซิงเกิลที่ 2 ของวง ซึ่งตามหลังมาจากเพลง แล้วเธอจะรู้บ้างไหม? ซึ่งเบนซ์ทำเองก่อน แล้วลุคแชร์ต่อเพราะเป็นเพื่อนคณะเดียวกัน (วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล) จากนั้นเลยได้คุยกันและชวนมาทำเพลงด้วยกันจนออกมาเป็นเพลงลำดับถัดมาอย่าง หรือไม่ใช่  ซึ่งเป็น 3 เพลงที่รวมอยู่ในซิงเกิล ตั้งชื่อไว้ว่า One Night Event โดยที่เนื้อหาทั้ง 3 เพลงมีความเชื่อมโยงกันตามชื่อ

เรามาพูดถึงเพลง แล้วเธอจะรู้บ้างไหม? ก่อนดีกว่า คีย์บอร์ดตรงอินโทรก็สวยแล้ว กีตาร์สับคอร์ดฉับไว ท่อนสร้อยคีย์บอร์ดเสริมลากยาวๆ ถ้าใส่เป็นเครื่องเป่าจริงได้จะสวยมาก เนื้อเพลงเป็นรักสามเส้าที่ทำได้แค่คอยเตือนสติเพื่อนสาวให้ตัดใจ เป็นเพลงแบบที่ชวนให้คิดถึงเนื้อเพลงของ Polycat

ส่วน Just All The Night กับ หรือไม่ใช่ เป็นเพลงช้าทั้งคู่ มีความอาลัยกับความรักที่ผ่านพ้น เพลงแรกกีตาร์ไล่โน้ตคลอไปกับท่อนสร้อย เสียงกีตาร์เหมือนเสียงสะอื้น ส่วนเพลงหลังมีความลากขึ้นพีกด้วยคีย์บอร์ดและกีตาร์ ชวนคิดถึงเพลงในแบบ Jelly Rocket เนื้อเพลงมีความโหยหาและทรมาน เห็นภาพดาวระยิบระยับ ถ้าเปิดนี้ต่อด้วยเพลง Stars ของ The TOYS ก็จะสุดยอด ใครที่ซื้อซีดีจะมีเพลงนี้แถมในแบบอะคูสติกด้วย (ออกแบบปกสวยมาก) ทั้ง 2 เพลงทำให้เห็นว่าการมาของลุคไม่เพียงแต่ทำให้ภาคคีย์บอร์ดแน่นขึ้น แต่มันทำให้เบนซ์โฟกัสในการสร้างกรู๊ฟกีตาร์สวยๆ ซึ่งเป็นคาแร็กเตอร์ของวงได้อย่างชัดเจนขึ้น

กลับมากอดฉันสักทีได้ไหม
ขอแค่ครั้งเดียวแม้แค่ครั้งเดียว
ก่อนเธอลบฉันไป
– หรือไม่ใช่

 

 

ทำได้หรือเปล่า เป็นซิงเกิลที่ออกต่อมา เพลงนี้เหมือนกีตาร์ลีดจะหายไปเลย แต่มาโผล่อีกทีตอนจบ การใส่อะไรบางอย่างลงในเพลงของ Dept คือแบบไม่ต้องเยอะเลยแต่ให้ความรู้สึก เนื้อเพลงยังคงมีความเป็นรักสามเส้าอยู่ หลังจากเพลงนี้ ปลายปี 2019 Dept ก็ได้รับการชักชวนให้เข้า Smallroom ค่ายเพลงชั้นดีที่อ้าแขนรับ พวกเขาทำอีก 3 เพลงต่อมาที่ดูเหมือนว่าค่ายไม่ได้เปลี่ยนแปลงพวกเขาไปจากเดิมเลยสักนิดเดียว

คล้าย กับ ลา ลา ลา เป็นเพลงช้า ส่วน Gossip เป็นเพลงเร็ว ถ้าฟังให้ลึกเข้าไปจะเห็นว่าสิ่งที่แตกต่างจากเพลงก่อนๆ หน้านี้คือเสียงคอรัสที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผมรู้สึกว่า Smallroom เปลี่ยนพวกเขาแค่นี้เอง ลีดกีตาร์พริ้มๆ ยังคงมีอยู่ เสียงซินธิไซเซอร์หลับตาแล้วถอนใจยังคงได้อยู่

ขอเธอแค่หนึ่งคน
จับมือฉันแล้วไม่ปล่อยไป
แค่เธอคนเดียว
– คล้าย

 

 

คล้าย มีความสับสนในความรักอยู่ คืออยากให้เป็นเธอแต่ไม่กล้าและไม่แน่ใจที่จะบอกไป ลา ลา ลา เหมือนความรักจบลงไปแต่อยากย้อนคืนมาใหม่ ท่อนที่ร้อง ลา ลา ลา คือที่สุดแล้ว ส่วน Gossip เหมือนจะกลับไปที่เนื้อหาเดิมๆ จาก แล้วเธอจะรู้บ้างไหม? แต่ความเร็วของเพลงจะทำให้คอนเสิร์ตของพวกเขาคึกคักขึ้น เพลงนี้ชวนนึกถึงเพลง รองเท้าผ้าใบ ของ Seal Pillow

รวมๆ แล้วเสียงร้องที่เนิบเย็น กีตาร์พลิ้วซินไหล เพลงพระรองรักสามเส้า และเพลงอกหัก จะทำให้พวกเขายืนหยัดอยู่แถวหน้า เป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการได้เลย คือทำมา 7 เพลง เพราะทั้ง 7 เพลง ทำให้ต้องรอเลยว่าอัลบั้มเต็มจะเป็นอย่างไร

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

 

ศิลปิน Dept
ซิงเกิล One Night Event และ Super Contrast
สังกัด Smallroom
รูปแบบ CD, Streaming

เพลงแนะนำ
MixTapes ชุดนี้พยายามเลือกเพลงเย็นๆ มาครับ ซาวด์เลือกที่ยังร่วมสมัยอยู่ เพลงไทยเลือกที่ต่อกันได้และมีกีตาร์เป็นหลักในทุกเพลงที่เลือก

Apple Music: MixTapes Dept https://music.apple.com/th/playlist/mixtapes-dept/pl.u-AkAmEPNUVk16WZ

 

Spotify: MixTapes Dept https://open.spotify.com/user/vorachaet/playlist/75jNCAFuTH1mh22wDy8Owz?si=_E6KelTYR8SB2Lb9HzlP7A

 

  1. Just All The Night / Dept
  2. Loving Someone / The 1975
  3. Stars / The Toys
  4. หรือไม่ใช่ / Dept
  5. สภาวะเดียวดายบนดาวอังคาร / Anatomy Rabbit
  6. Numb / Men I Trust
  7. แล้วเธอจะรู้บ้างไหม? / Dept
  8. Kaputt / Destroyer
  9. Sleeping In / The Radio Dept.
  10. Dawn / Cloud Behind
  11. คล้าย / Dept
  12. พูดไปเหอะ / Yented
  13. ยังไงดี / Mints
  14. You’re On My Mind / Tom Misch
  15. ลา ลา ลา / Dept
  16. ลมที่ลา / Yew
  17. Pyrenees / Swimming Tapes
  18. Reflect / Two Pills After Meal
  19. Farewell To Forever / Trembling Blue Stars
  20. ทำได้หรือเปล่า / Dept

 

YouTube

  1. Just All The Night / Dept
  2. Loving Someone / The 1975
  3. Stars / The Toys
  4. หรือไม่ใช่ / Dept
  5. สภาวะเดียวดายบนดาวอังคาร / Anatomy Rabbit
  6. Numb / Men I Trust
  7. แล้วเธอจะรู้บ้างไหม? / Dept
  8. Kaputt / Destroyer
  9. Sleeping In / The Radio Dept.
  10. Dawn / Cloud Behind
  •  ไม่มีใน YouTube
  1. คล้าย / Dept
  2. พูดไปเหอะ / Yented
  3. ยังไงดี / Mints
  4. You’re On My Mind / Tom Misch
  5. ลา ลา ลา / Dept
  6. ลมที่ลา / Yew
  7. Pyrenees / Swimming Tapes
  8. Reflect / Two Pills After Meal
  9. Farewell To Forever / Trembling Blue Stars
  10. ทำได้หรือเปล่า / Dept

The post Dept เข้า Smallroom แล้วทำเพลงดี หรือทำเพลงดีเลยได้เข้า Smallroom เรามาหาคำตอบกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
H 3 F กีตาร์กับเครื่องเป่า มีความบลูส์แบบที่เราไม่ต้องปีนบันไดฟัง https://thestandard.co/h-3-f/ Fri, 17 Jan 2020 08:50:26 +0000 https://thestandard.co/?p=321771

H 3 F เป็นวงดนตรีหน้าใหม่ที่น่าจับตามองในช่วงไม่เกินครึ […]

The post H 3 F กีตาร์กับเครื่องเป่า มีความบลูส์แบบที่เราไม่ต้องปีนบันไดฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

H 3 F เป็นวงดนตรีหน้าใหม่ที่น่าจับตามองในช่วงไม่เกินครึ่งปีที่ผ่านมา เพลงของพวกเขามีพื้นฐานมาจากบลูส์ แต่ก็ไม่ได้เป็นบลูส์จ๋า เนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษ แถมร้องได้สำเนียงดีเสียด้วย เป็นวงที่เน้นกีตาร์ แต่มีทั้งทรัมเป็ตและทรอมโบน มีความเก๋ไก๋ขนาดที่ว่าฟังแล้วชวนนึกถึงอัลบั้มขึ้นหิ้งของโยคีเพลย์บอยชุดแรก

 

ชื่อวงดนตรีก็มีความแปลก H 3 F ย่อมาจาก Happy Three Friends “แต่วงนี้มีกัน 4 คน?” ใช่ครับ ตอนตั้งวงมี 3 คนไง พวกเขาเป็นวงที่แยกมาจาก Penny Time ที่นักร้องนำคือ แดเนียล ดิษยะศริน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นศิลปินเดี่ยวไปแล้ว แกนหลักของวงคือ ก้อง-เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ (ร้องนำ, กีตาร์ และแต่งเนื้อร้องทั้งหมด) รวมกับ แม็ก-ฐากร อัญภานนท์ (กลอง) และหม่อม-ธนบัตร สมบูรณ์สิทธิ์ (เบส) ภายหลัง ปิง-อาราการ จันทร์ทอน (กีตาร์) ซึ่งอยู่ในวง Penny Time ด้วยกันก็กลับมารวมวงกันใหม่ 

 

 

แผ่นซีดีของ H 3 F ออกแบบหน้าตาให้เหมือนอัลบั้ม Sublime Acoustic: Bradley Nowell & Friends ซึ่งเป็นอัลบั้มแรงบันดาลใจของก้องที่ทำให้เล่นกีตาร์แนวบลูส์มาจนถึงทุกวันนี้

 

ทั้ง 10 เพลงสามารถตัดมาเป็นซิงเกิลได้ทั้งหมดเลย เพราะเพลงของพวกเขาไม่เหมือนใครในตลาด เพลงของ H 3 F เหมือนเพลงในแก๊งเดียวกับ แจ็ค จอห์นสัน ที่เด่นในการนำเสนอด้วยกีตาร์ กีตาร์มีความพลิ้วมาก ในความพลิ้วมาจากความเป็นบลูส์ มันคือจังหวะโยกและเสียงกีตาร์ที่สามารถจับเข้าไปถึงหัวใจ โดยมีเครื่องเป่า 2 ตัวประคองมันไป ทำให้มีมิติมากกว่าเพลงของแจ็ค จอห์นสัน เบสกับกลองเติมเต็ม ถ้าฟังลงรายละเอียดจะเจอความน่าทึ่งมากมาย เสียงร้องสำเนียงชัด ฟังแล้วไม่ขัด ฟังผ่านๆ ไม่รู้ด้วยว่าคนไทยทำ หรือพูดอีกมุมคือฟังแล้วไม่กระแดะด้วย

 

Fake plastic smile.

Fake eyes their telling lies.

Don’t believe a thing.

Don’t waste yourself to cry.

 

  • City Lights

 

 

โดยรวม Family Product มีเพลงออกไปในทางสดใสมากกว่าเศร้า มีเพลงเหงาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่โวยวาย เพลงที่เด่นที่สุดในอัลบั้มคือ How Can I อารมณ์ออกเหงา เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปและอยากได้เธอคืนมา ทำนองไม่ค่อยเศร้าเท่าไร ให้ความรู้สึกเหมือนจะมีความหวังอยู่นิดหน่อย อีกเพลงคือ Be Your Man กีตาร์มีความกังวานตั้งแต่อินโทร เวลาเรานึกถึงเนื้อร้องท่อนสร้อย เสียงกีตาร์มันจะลอยขึ้นมาด้วย

 

Won’t you stay here with me,

Watching the whole world slide away

Won’t you stay here with me,

Watching the stars shines bright at night

 

  • Just Sayin’

 

 

Just Sayin’ เป็นเพลงรัก ทรอมโบนกับทรัมเป็ตเป่าเป็นท่อนยาวๆ ให้ซาวด์มีความอบอุ่น เนื้อเพลงมีความออดอ้อนให้อยู่ด้วยกัน ชวนนึกถึงเพลงแบบ อยู่ต่อเลยได้ไหม ของสิงโต นำโชค 

 

All Your Love คือเพลงแรกของทางวง กีตาร์ยังมีความเป็นร็อกอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้พวกเขามีเพลงที่ร็อกกว่าอย่าง Ain’t Coming Home เพลงนี้จึงไม่ได้บรรจุอยู่ในอัลบั้มเต็ม 

 

City Lights เป็นเพลงแรกของอัลบั้มนี้ เสียงกีตาร์ชวนนึกถึงกีตาร์ในแบบของ เจ เจตมนต์ เป็นที่สุด Can’t Change A Thing เป็นเพลงโปรโมตของอัลบั้มนี้ที่เพิ่งตัดมา เป็นเพลงที่จังหวะสนุกกว่าเพลงอื่นๆ กีตาร์สองตัวอย่างกรู๊ฟ Half Measures ทรัมเป็ตยาวๆ อีกเพลงที่ทำให้นึกถึงเพลง ความจริง ของโยคีเพลย์บอย และ I’ll Be OK วางไว้เป็นเพลงปิดอัลบั้ม ทำออกมาเป็นอะคูสติก เสียงร้องกับกีตาร์คอร์ด เหงาสุดเศร้าสุดก็เพลงนี้

 

เหมือน Soul After Six ที่ไม่ต้องมีเครื่องสายและเครื่องเป่าเต็มแบนด์ เหมือนอพาร์ตเมนต์คุณป้าที่ไม่ร็อก เหมือน Solitude is Bliss ที่ไม่เป็นปรัชญาจนเกินไป เหมือนปลานิลเต็มบ้านที่ไม่จำเป็นต้องร้องเต็มเสียง เหมือน Mild ถ้าไม่มีแซกโซโฟน เหมือนฮิวโก้, เป้ อารักษ์ และเจ เจตมนต์ ถ้าเอาเฉพาะในส่วนของกีตาร์ เหมือน temp. ถ้าเพิ่มทรอมโบน เหมือนบางลำพูแบนด์, ชัย บูลส์, Cha Blues, Plastic Section และ Basement Tape ตรงที่มีกีตาร์บลูส์

.

ก้าวแรกของพวกเขามาได้ขนาดนี้นี่จัดว่ามาได้ไกลเลย

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post H 3 F กีตาร์กับเครื่องเป่า มีความบลูส์แบบที่เราไม่ต้องปีนบันไดฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>