Thailand – THE STANDARD ข่าวออนไลน์เชิงสร้างสรรค์ ข่าวในประเทศ ข่าวจริง https://thestandard.co/category/news/thailand/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 13 Feb 2026 11:39:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : ​3 แกนนำพรรคเพื่อไทยเผยเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย อยากผลักดันนโยบาย ว่าที่ สส.-ผู้สมัครเห็นด้วย พร้อมเดินหน้าเขากระโดง-ฮั้ว สว. https://thestandard.co/pheu-thai-bhumjaithai-coalition-policy/ Fri, 13 Feb 2026 10:46:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1178315 ประเสริฐ จันทรรวงทอง, ภูมิธรรม เวชยชัย, และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวภายหลังหารือการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ​3 แกนนำพรรคเพื่อไทยเผยเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย อยากผลักดันนโยบาย ว่าที่ สส.-ผู้สมัครเห็นด้วย พร้อมเดินหน้าเขากระโดง-ฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเสริฐ จันทรรวงทอง, ภูมิธรรม เวชยชัย, และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวภายหลังหารือการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังการเข้าพูดคุยหารือร่วมกับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงเหตุผลหลักที่เข้าร่วมรัฐบาลว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็นภาวะของประเทศต้องเดินไปข้างหน้า มีความจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่แข็งแกร่ง ทำงานร่วมกัน นำพาประเทศไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ โดยที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยไม่ได้พูดเรื่องอะไรที่เป็นข้อจำกัด หรือ อุปสรรคในการร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด

 

ประเสริฐเชื่อว่ามวลชนที่สนับสนุนจะเข้าใจ เพราะการร่วมรัฐบาลจะช่วยประเทศชาติมากกว่า และมีนโยบายของพรรคเพื่อไทยในบางเรื่องที่ต้องคุยกับพรรคหลักตั้งรัฐบาลในการทำงานร่วมกัน

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

เมื่อถามว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จะทำงานด้วยกันได้หรือไม่ ประเสริฐกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาในการทำงานก่อนหน้านี้ที่กระทบกระทั่งกันซึ่งมีทุกรัฐบาล และเป็นธรรมชาติของการเลือกตั้ง แต่หลังเลือกตั้งก็ไม่ได้เอาเรื่องเหล่านั้นมาเป็นข้อจำกัด

 

ด้าน ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า เมื่อปัญหาประเทศมีมาก จึงอยากให้เอาเรื่องนี้เก็บไว้ และช่วยกันทำในข้างหน้า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยอมรับว่า ทั้ง 2 พรรคมีบุคคลกรที่มีคุณภาพที่จะทำงานได้ และเรายืนยันมาตลอด ว่า พรรคที่ได้อันดับ 1 จะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย แต่หากเราไปทำงานคิดว่าหากเรานำนโยบายไปผลักดันมากขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้น

 

ขณะที่ประเด็นเขากระโดง และ ฮั้ว สว. ภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่กระบวนการ ซึ่งทุกเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการกฎหมายแล้ว ต้องอยู่ที่รัฐมนตรีดูแลกำกับกระทรวงนั้นๆ

 

เมื่อถามย้ำว่า จะมีความเกรงใจ และกล้าลุยเหมือนครั้งที่เป็นรัฐบาลหรือไม่ ภูมิธรรมระบุว่า ไม่มีอะไรไม่กล้าลุย อะไรที่ถูกต้องเราก็สนับสนุน

 

ส่วนในการร่วมรัฐบาลครั้งนี้มีการยื่นโควต้า หรือเงื่อนไขอะไรหรือไม่ ประเสริฐกล่าวว่า ยังไม่คุยเรื่องนี้ เพียงแต่ยืนยันเจตนารมณ์ในการทำงานร่วมกันในอนาคต

 

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเองมีโอกาสคุยกับ สส. ทั้งที่สอบได้และไม่ได้ ซึ่งอยากให้เราร่วมรัฐบาล เพราะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ของพรรคทำให้สร้างประโยชน์ให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ จะสามารถทำให้เป็นรูปธรรม และเป็นประโยชน์ในระยะยาว จากนี้ไปคนที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใดก็ต้องทำงานให้หนักเพื่อให้พรรคเพื่อไทยมีผลงาน เรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมา นั่นคือสาเหตุที่ทำให้พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ ส่วนนโยบายใดของพรรคเพื่อไทยที่จะผลักดันนั้น ขึ้นอยู่กับกระทรวงที่จะได้รับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันรวมถึงยังไม่ได้คุยเรื่องจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรี

 

ภูมิธรรมกล่าวเสริมว่า วันนี้โดยหลักการถือว่า เราประชุมร่วมกัน และคิดว่าจะพยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุด ให้มีโอกาสทำงานตามนโยบาย ถือว่าทำทั้งหมดให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และประเทศ ให้มากที่สุด

 

ส่วนมั่นใจว่ากระแสของพรรคเพื่อไทยจะดีขึ้นหรือไม่หากไปร่วมรัฐบาล ภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องนั้น คิดเพียงแต่ว่าทำยังไงให้เราได้ทำงานที่เป็นประโยชน์ที่สุด

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ​3 แกนนำพรรคเพื่อไทยเผยเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย อยากผลักดันนโยบาย ว่าที่ สส.-ผู้สมัครเห็นด้วย พร้อมเดินหน้าเขากระโดง-ฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทย แถลงเพิ่ม 3 พรรคเล็กร่วมรัฐบาล หนุน ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ พร้อมแจงยังไม่ได้นัดกล้าธรรม ขอเป็นตามลำดับเจรจา https://thestandard.co/bhumjaithai-anutin-pm-parties/ Fri, 13 Feb 2026 10:09:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1178312 ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวพร้อมตัวแทน 3 พรรคเล็กร่วมสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (กุมภาพันธ์) เวลา 15.30 น. ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทย แถลงเพิ่ม 3 พรรคเล็กร่วมรัฐบาล หนุน ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ พร้อมแจงยังไม่ได้นัดกล้าธรรม ขอเป็นตามลำดับเจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวพร้อมตัวแทน 3 พรรคเล็กร่วมสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (กุมภาพันธ์) เวลา 15.30 น. ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย แนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยว่าสมาชิกผู้แทนราษฎร ได้แก่ บุญรวี ยมจินดา พรรครวมใจไทย, ทวีทรัพย์ ตัดสมัย พรรคไทยทรัพย์ทวี, สุรสิทธิ์ มัจฉาชาเดช หัวหน้าพรรคใหม่ (มาแทน ว่าที่สส.ของพรรค) และอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ พรรครวมพลังประชาชน ได้พูดคุยกับผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันในการสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

 

บุญรวี ระบุว่า ในฐานะหัวหน้าพรรครวมใจไทย รับปากประชาชนไว้ว่านโยบายถือว่าเป็นเรื่องยินดีที่จะได้ผลักดันนโยบายให้กับประชาชน และขอให้ประชาชนสบายใจว่ารัฐบาลจะไปตลอดรอดฝั่ง

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าจะมี ว่าที่ สส.จำนวน 30 คนจากพรรคเล็กจะสนับสนุน อนุทิน เป็นความจริงหรือไม่ แนน ระบุว่า หากมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองใดจะมีการแถลงข่าวให้ทราบอย่างเป็นทางการ ส่วนการพูดคุยกับพรรคอื่นนั้นได้แถลงข่าวให้ชัดเจนแล้วว่าได้มอบหมายให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรค เป็นผู้ดำเนินการเจรจา ส่วนการนัดหมายพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่นั้น ระบุว่า เป็นไปตามที่นายอนุทิน ได้ระบุไว้ว่าจะมีการเจรจาตามลำดับหลังจากพรรคเพื่อไทย

 

ทั้งนี้มีจำนวน 6 พรรคเล็ก 9 ว่าที่ สส. ที่มาร่วมแถลงข่าวกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อสนับสนุนในอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจ 3 คน พรรครวมใจไทย 2 คน พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคใหม่ พรรครวมพลังประชาชน พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคละ 1 คน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทย แถลงเพิ่ม 3 พรรคเล็กร่วมรัฐบาล หนุน ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ พร้อมแจงยังไม่ได้นัดกล้าธรรม ขอเป็นตามลำดับเจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทูตญี่ปุ่นย้ำสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 400 ปี ชูลงทุนในไทย 6,000 บริษัท https://thestandard.co/japan-thailand-relations-investment/ Fri, 13 Feb 2026 08:39:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1178232 ภาพ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยกล่าวสุนทรพจน์ในงานฉลองความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการลงทุน

โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าว […]

The post ทูตญี่ปุ่นย้ำสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 400 ปี ชูลงทุนในไทย 6,000 บริษัท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยกล่าวสุนทรพจน์ในงานฉลองความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการลงทุน

โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งประเทศญี่ปุ่น ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจร่วมกับสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่น เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและพัฒนาสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพระหว่างประเทศ

 

เอกอัครราชทูตโอตากะกล่าวในงาน ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ว่าญี่ปุ่นและไทยมีความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 400 ปี นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และพัฒนาความร่วมมืออย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของประเทศไทย มีบริษัทเอกชนญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยราว 6,000 บริษัท และมีมูลค่าการลงทุนสะสมรวมประมาณ 4 ล้านล้านบาท

 

‘ยานยนต์ไทย’ จุดแข็งเดิม-โจทย์ใหม่คือ EV

 

เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในเสาหลักของความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นที่ทำให้ไทยพัฒนาเป็นศูนย์กลางการส่งออกสำคัญ และมีส่วนต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ แต่การมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้อุตสาหกรรมกำลังเผชิญช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยญี่ปุ่นยืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมกับรัฐบาลไทยในการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อให้สามารถพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและเป็นธรรม

 

ขยายความร่วมมือหลายมิติ: สิ่งแวดล้อม สุขภาพ อวกาศ เกษตร พลังงาน

 

เอกอัครราชทูตกล่าวด้วยว่า ญี่ปุ่นพร้อมร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดในหลากหลายสาขา อาทิ ด้านสิ่งแวดล้อม การแพทย์และสาธารณสุข ความร่วมมือด้านอวกาศ การเกษตร และพลังงาน

 

คนเดินทางข้ามประเทศทะลุ 1 ล้านคน สะท้อนความสัมพันธ์ที่คึกคัก

 

ในมิติประชาชนสู่ประชาชน เอกอัครราชทูตระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้เดินทางระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยจากทั้งสองฝ่ายรวมมากกว่า 1 ล้านคน มองเป็นสัญญาณเชิงบวกว่า ‘สายสัมพันธ์ที่ดี’ ระหว่างสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

ชวนจับตาเอเชียนเกมส์ที่นาโกยะ กันยายนนี้

 

เอกอัครราชทูตโอตากะ กล่าวถึงการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์และเอเชียนพาราเกมส์ที่จะจัดขึ้น ณ เมืองนาโกยะ จังหวัดไอจิ ในเดือนกันยายนนี้ โดยระบุว่าจะมีประเทศและเขตเศรษฐกิจจากทั่วเอเชียรวม 45 ประเทศและดินแดน (รวมประเทศไทย) เข้าร่วมการแข่งขัน และหวังว่างานกีฬาจะช่วยเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของเอเชีย พร้อมกระชับมิตรภาพในภูมิภาค

 

ญี่ปุ่นชูบทเรียนภัยพิบัติ: ส่งความช่วยเหลือ-ผู้เชี่ยวชาญ หนุนไทยเพิ่มศักยภาพรับมือ

 

เอกอัครราชทูตกล่าวถึงความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและอุทกภัยในหลายพื้นที่ของไทยเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอุทกภัยใหญ่ภาคใต้ ระบุว่ารัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน ขณะที่บริษัทเอกชนญี่ปุ่นร่วมบริจาคจำนวนมาก และได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยพิบัติ พร้อมย้ำว่าญี่ปุ่นจะใช้ประสบการณ์ของตนอย่างเต็มที่ในการทำงานร่วมกับไทยเพื่อ สร้างเมืองที่มั่นคง ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ และเป็นเมืองที่อยู่อาศัยได้ง่าย

 

มองโลกตึงเครียด-หนุนยูเครน ติดตามกาซา และ ‘ยินดี’ หยุดยิงไทย-กัมพูชา

 

เอกอัครราชทูตกล่าวถึงภาพรวมโลกที่ตึงเครียดและคาดการณ์ยาก โดยญี่ปุ่นยังสนับสนุนยูเครนอย่างแข็งขัน และติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงฉนวนกาซาอย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่า การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นความหวังสำคัญ ญี่ปุ่นยินดีกับข้อตกลงดังกล่าว และพร้อมสนับสนุนความพยายามของทั้งสองประเทศเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค

 

ปีหน้าครบ 140 ปีสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่น

 

เอกอัครราชทูตระบุว่า ปีหน้าจะครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตญี่ปุ่น-ไทย พร้อมกล่าวถึงองค์กรสำคัญในไทย เช่น สมาคมไทย-ญี่ปุ่น หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ และโรงเรียนญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนความลึกและความกว้างของเครือข่ายความร่วมมือ โดยขอบคุณผู้มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่ช่วยสานต่อความสัมพันธ์จากรุ่นสู่รุ่น

The post ทูตญี่ปุ่นย้ำสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 400 ปี ชูลงทุนในไทย 6,000 บริษัท appeared first on THE STANDARD.

]]>
14 กุมภา วันโรคหัวใจแต่กำเนิดโลก โรคที่ไม่มีวันจบ รามาธิบดีสร้างระบบดูแลตลอดชีวิต https://thestandard.co/ramathibodi-congenital-heart-lifelong-care/ Fri, 13 Feb 2026 08:21:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1178218 ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดตลอดชีวิต

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือวันโรคหัวใจแต่กำเนิดโลก […]

The post 14 กุมภา วันโรคหัวใจแต่กำเนิดโลก โรคที่ไม่มีวันจบ รามาธิบดีสร้างระบบดูแลตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดตลอดชีวิต

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือวันโรคหัวใจแต่กำเนิดโลก (World Congenital Heart Disease Day) วันที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับโรคที่เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกของชีวิต และสำหรับผู้ป่วยจำนวนมากโรคนี้ไม่เคยมีวันจบ

 

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เด็กที่เกิดมาพร้อมโรคหัวใจแต่กำเนิดจำนวนมากสามารถมีชีวิตรอดและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ แต่การมีชีวิตยืนยาวขึ้น ไม่ได้หมายความว่าโรคจะหายไป

 

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดตลอดชีวิต 1

 

ศ.พญ.อลิสา ลิ้มสุวรรณ กุมารแพทย์โรคหัวใจ ผู้ริเริ่มการก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ (Adult Congenital Heart Disease: ACHD) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายว่า การรักษาในอดีตคือการ “ซ่อมแซม” เพื่อให้หัวใจทำงานใกล้เคียงปกติ ไม่ใช่การทำให้กลับมาเป็นหัวใจปกติอย่างสมบูรณ์

 

“เด็กจำนวนมากรอดชีวิตจนเป็นผู้ใหญ่ แต่หัวใจที่ผ่านการรักษามีร่องรอยของโรคเดิม และยังต้องเผชิญโรคของผู้ใหญ่เพิ่มขึ้น ทำให้เป็นหัวใจที่ซับซ้อนมาก”

 

นั่นทำให้เกิดศาสตร์เฉพาะด้านการดูแลผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์หัวใจเด็กและแพทย์หัวใจผู้ใหญ่ พร้อมองค์ความรู้ใหม่ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดตลอดชีวิต 2

 

จากการรักษาเป็นช่วงวัย สู่ระบบดูแลตลอดชีวิต

 

การก่อตั้งศูนย์ ACHD ที่รามาธิบดี เกิดขึ้นจากแนวคิดว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่ใช่เพียงช่วงวัยใดวัยหนึ่ง

 

รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์ ศัลยแพทย์ทรวงอกด้านโรคหัวใจแต่กำเนิด มองว่า หัวใจของการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ใช่ความเก่งของแพทย์คนใดคนหนึ่ง แต่คือการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขา

 

“โรคหัวใจแต่กำเนิดมีความซับซ้อนมาก ไม่มีใครรู้ทั้งหมด การรักษาที่ปลอดภัยต้องอาศัยการคุยกันอย่างลึกซึ้งของทุกสาขา”

 

ในศูนย์ ACHD การตัดสินใจรักษาเริ่มตั้งแต่การประชุมร่วมของกุมารแพทย์หัวใจ อายุรแพทย์หัวใจ แพทย์สายสวน ศัลยแพทย์ พยาบาลเฉพาะทาง และทีมสนับสนุนอื่นๆ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ไม่ใช่แค่ให้ผู้ป่วยรอดชีวิต แต่ต้องใช้ชีวิตได้ดีที่สุด

 

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดตลอดชีวิต 3

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดตลอดชีวิต 4

 

นวัตกรรมที่เปลี่ยนชีวิต: ลดการผ่าตัดซ้ำ

 

หนึ่งในความท้าทายสำคัญของผู้ป่วยคือการต้องผ่าตัดซ้ำหลายครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาลิ้นหัวใจปอดเสื่อม

 

อ.นพ.แมน จันทวิมล ผู้เชี่ยวชาญด้าน Interventional Cardiology ระบุว่า ปัจจุบันสามารถเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดอกหรือหยุดหัวใจ

 

เทคโนโลยี Transcatheter Pulmonary Valve Replacement ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ และลดจำนวนครั้งของการผ่าตัดตลอดชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลระยะยาว

 

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดตลอดชีวิต 5

 

ช่องว่างระหว่างวัยเด็กกับผู้ใหญ่ ที่ระบบสุขภาพยังไม่รองรับ

 

รศ.พญ.ธารินี ตั้งเจริญ หัวหน้าศูนย์ ACHD ระบุว่า ผู้ป่วยจำนวนมากหลุดจากระบบการรักษาเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ไม่ใช่เพราะไม่ต้องการรักษา แต่เพราะระบบสุขภาพไม่ได้ออกแบบมารองรับ

 

หลายคนย้ายถิ่นฐาน เปลี่ยนสิทธิการรักษา หรือไม่พบแพทย์ที่เข้าใจประวัติเดิม ทำให้กลับมาพบแพทย์อีกครั้งในวันที่โรครุนแรงแล้ว

 

“อย่างน้อยที่สุด คนไข้ของรามาธิบดีต้องไม่หลุดจากการดูแลตั้งแต่เด็กสู่ผู้ใหญ่”

 

ศูนย์ ACHD จึงทำหน้าที่ไม่เพียงรักษา แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้และฝึกอบรมแพทย์รุ่นใหม่ เพื่อสร้างบุคลากรที่สามารถดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างมั่นใจ

 

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดตลอดชีวิต 6

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดตลอดชีวิต 7

 

การรักษาที่ไม่ควรถูกกำหนดด้วยฐานะ

 

แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้า แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้ยาหรือเทคโนโลยีขั้นสูงต่อเนื่อง

 

ทีมแพทย์ศูนย์ ACHD ย้ำว่า การตัดสินใจรักษาควรตั้งอยู่บนความเหมาะสมทางการแพทย์ ไม่ใช่ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ

 

ช่องทางการร่วมสนับสนุนผู้ป่วย

 

ผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมช่วยเหลือผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการรักษาผ่าน ‘มูลนิธิรามาธิบดี’

 

  • ธนาคารไทยพาณิชย์
  • เลขบัญชี 026-305216-3
  • ชื่อกองทุน: ศูนย์โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่
  • รหัสกองทุน 3225010008

 

เงินสนับสนุนจะนำไปช่วยผู้ป่วยยากไร้ให้เข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยส่งหลักฐานการโอนเงินและข้อมูลที่กำหนดไปยังมูลนิธิรามาธิบดี

 

เพราะสำหรับผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิด การรักษาไม่ใช่เรื่องของช่วงเวลา แต่คือเส้นทางตลอดชีวิต และในหลายครั้ง จุดเริ่มต้นของการรักษาหัวใจของใครบางคน อาจเริ่มจาก ‘การให้’ ของใครอีกคนหนึ่ง

The post 14 กุมภา วันโรคหัวใจแต่กำเนิดโลก โรคที่ไม่มีวันจบ รามาธิบดีสร้างระบบดูแลตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมโรค แถลงพบผู้เสียชีวิตโรคพิษสุนัขบ้า รายแรกของปี 69 ที่ระยอง ย้ำถูกกัด-ข่วน รีบล้างแผล-ฉีดวัคซีนทันที https://thestandard.co/rabies-death-rayong-vaccine-warning/ Fri, 13 Feb 2026 05:39:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1178154 แพทย์และเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค แถลงข่าวเตือนประชาชนเรื่อง โรคพิษสุนัขบ้า หลังพบผู้เสียชีวิตรายแรกของปี 2569 ที่จังหวัดระยอง

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบด […]

The post กรมควบคุมโรค แถลงพบผู้เสียชีวิตโรคพิษสุนัขบ้า รายแรกของปี 69 ที่ระยอง ย้ำถูกกัด-ข่วน รีบล้างแผล-ฉีดวัคซีนทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์และเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค แถลงข่าวเตือนประชาชนเรื่อง โรคพิษสุนัขบ้า หลังพบผู้เสียชีวิตรายแรกของปี 2569 ที่จังหวัดระยอง

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าประจำปี 2569 ว่า กรมควบคุมโรคได้รับรายงานยืนยันพบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเป็นรายแรกของปีนี้ ที่จังหวัดระยอง โดยผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย สัญชาติเมียนมา อายุ 36 ปี เริ่มแสดงอาการป่วยเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ด้วยอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก และเวียนศีรษะ ภายหลังจากดื่มน้ำ ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา

 

จากการสอบสวนโรคพบข้อมูลสำคัญว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติถูกลูกสุนัข (ไม่ทราบเจ้าของแน่ชัด) กัดบริเวณอุ้งมือขวาในช่วงเดือนธันวาคม 2568 แต่ภายหลังเกิดเหตุผู้เสียชีวิตไม่ได้ทำความสะอาดบาดแผลและไม่ได้ไปพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ประกอบกับลูกสุนัขตัวดังกล่าวได้หายไป ทำให้ไม่สามารถติดตามดูอาการหรือตรวจสอบประวัติได้ จนกระทั่งผู้ป่วยเริ่มแสดงอาการและเสียชีวิตในที่สุด

 

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ทั้งนี้ สถิติย้อนหลังในปี 2568 พบผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย ในพื้นที่ จ.ชลบุรี, ตาก, ศรีสะเกษ, นครราชสีมา, ฉะเชิงเทรา และระยอง ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดเกิดจากการไม่ไปพบแพทย์หลังถูกสัตว์กัดข่วน ทำให้ไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน โดยกว่าครึ่งของผู้เสียชีวิตติดเชื้อมาจากสุนัขที่มีเจ้าของ

 

โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีอันตรายถึงชีวิต เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี โดยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดสามารถเป็นพาหะนำโรคผ่านทางน้ำลาย (กัด ข่วน หรือเลียแผล) ระยะฟักตัวของโรคไม่แน่นอน เฉลี่ยอยู่ที่ 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน หรือบางรายอาจนานถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณเชื้อที่ได้รับ

 

“ข้อควรระวังสูงสุดคือ หากปล่อยให้ผู้ติดเชื้อเริ่มแสดงอาการ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ คันรุนแรงที่แผล คลุ้มคลั่ง กลัวแสง กลัวลม และกลืนอาหารลำบาก จะไม่สามารถรักษาให้หายได้ และต้องเสียชีวิตทุกราย” นายแพทย์มณเฑียร กล่าวย้ำ

 

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ประชาชนยึดหลักปฏิบัติทันทีเมื่อถูกสัตว์ กัด ข่วน หรือเลียแผล คือ ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ

 

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ขอความร่วมมือเจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องมีความรับผิดชอบ โดยนำสุนัขและแมวไปฉีดวัคซีนครั้งแรกเมื่ออายุ 2–4 เดือน และฉีดกระตุ้นซ้ำทุกปี รวมถึงไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านโดยไม่มีสายจูง และหากพบสัตว์มีอาการผิดปกติ ดุร้าย หรือซึม ให้รีบแจ้งปศุสัตว์ทันที

 

นอกจากนี้ เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกสุนัขกัดหรือทำร้าย ขอให้ประชาชนยึดหลัก 5 ย. ได้แก่

 

1. อย่าแหย่: ให้สุนัขโมโหหรือโกรธ

 

2. อย่าเหยียบ: หาง หัว ตัว ขา หรือทำให้สุนัขตกใจ

 

3. อย่าแยก: สุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า

 

4. อย่าหยิบ: ชามข้าวหรืออาหาร ขณะสุนัขกำลังกิน

 

5. อย่ายุ่ง: กับสุนัขหรือสัตว์นอกบ้านที่ไม่มีเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติ

 

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

The post กรมควบคุมโรค แถลงพบผู้เสียชีวิตโรคพิษสุนัขบ้า รายแรกของปี 69 ที่ระยอง ย้ำถูกกัด-ข่วน รีบล้างแผล-ฉีดวัคซีนทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองปราบฯ เปิดปฏิบัติการ Ghost Buster รวบมือดีรับจ้างแข่งแทนนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติชุดซีเกมส์ 2025 นายกสมาคมฯ สั่งแบนตลอดชีพ https://thestandard.co/police-bust-esports-cheating-sea-games/ Fri, 13 Feb 2026 04:50:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1178127 เจ้าหน้าที่กองปราบปรามและนายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจับกุมผู้ทุจริตการแข่งขันอีสปอร์ตซีเกมส์

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล. […]

The post กองปราบฯ เปิดปฏิบัติการ Ghost Buster รวบมือดีรับจ้างแข่งแทนนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติชุดซีเกมส์ 2025 นายกสมาคมฯ สั่งแบนตลอดชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กองปราบปรามและนายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจับกุมผู้ทุจริตการแข่งขันอีสปอร์ตซีเกมส์

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.พัฒนาศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พร้อมด้วย สันติ โหลทอง นายกสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ Ghost Busterปราบปรามขบวนการทุจริตการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) กรณีพบการจ้างวานเล่นแทน (Smurfing/Piloting) ในรายการแข่งขันเกม Arena of Valor (RoV) ประเภททีมหญิง

 

พล.ต.ต.พัฒนาศักดิ์ เปิดเผยว่า คดีนี้สืบเนื่องจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยรายการที่มีปัญหาคือการแข่งขัน RoV ทีมหญิง รอบระหว่างทีมชาติไทยพบทีมชาติเวียดนาม เมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม 2568 ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของชาติอย่างรุนแรง ส่งผลให้นักกีฬาทีมชาติไทยถูกตัดสิทธิจากการแข่งขันทันที สมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยจึงได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ผิดกฎการแข่งขัน แต่ยังเข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

 

จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จำนวน 3 จุด ได้แก่ บ้านพักและหอพักของไชโย หรือ ก้อง Cheerio ในจังหวัดนครพนมและนนทบุรี และคอนโดมิเนียมของ ณภัทร หรือ Tokyogurl ในจังหวัดนนทบุรี

 

ผลการตรวจค้นพบผู้กระทำผิดทั้งสองราย พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ ข้อมูล IP Address และบทสนทนาทางแอปพลิเคชันที่ยืนยันการกระทำความผิด

 

ร.ต.อ.นนทกร นันทะน้อย รอง สว.กก.5 บก.ป. ให้รายละเอียดพฤติการณ์ว่า ความผิดปกติเริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อนร่วมทีมสังเกตเห็น ณภัทร มีการสลับหน้าจอไปมาระหว่างซ้อม ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า ณภัทร ได้ให้นายไชโยล็อกอินเข้าบัญชีเพื่อเล่นแทนผ่านโปรแกรม Discord แม้โค้ชจะเคยเรียกตักเตือนแต่เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างว่าเพียงให้เพื่อนช่วยดูฟอร์มการเล่น

 

กระทั่งวันแข่งขันจริง (15 ธ.ค. 68) ณภัทร ได้วางแผนส่ง User และ Password ให้ไชโยสวมรอยเล่นแทนในรอบที่เจอกับทีมชาติเวียดนาม แต่เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคในรอบที่สอง ทำให้ไม่สามารถส่งรหัสได้ ประกอบกับกรรมการผู้ตัดสินพบพิรุธ จึงสั่งตรวจสอบและตัดสิทธิ์การแข่งขันทันที

 

จากการสอบสวน ไชโย รับสารภาพว่ารับจ้างเล่นให้ ณภัทร มานานกว่า 3 ปี ตั้งแต่ก่อนคัดตัวเข้าทีมชาติ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 300-500 บาท สำหรับแรงจูงใจในการทุจริตครั้งนี้ ไชโยระบุว่า หากชนะได้เหรียญทองจะได้รับรางวัลเป็นโทรศัพท์ iPhone รุ่นใหม่ แต่หากแพ้จะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าเช่าบ้านหรือค่าน้ำมันรถ

 

พ.ต.ท.คำนวณ จันทร์อนันต์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ป. ระบุว่า การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสอง เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการและสั่งฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวันแล้ว โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 17 มีนาคม 2569

 

ด้าน นายกสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความเสียใจและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียงในฐานะเจ้าภาพและผู้นำวงการอีสปอร์ตระดับเอเชีย

 

“เราพบการกระทำผิดและดำเนินการถอนตัวจากการแข่งขันทันทีเพื่อรักษาเกียรติภูมิของนักกีฬาไทยที่เหลือ เหตุการณ์นี้สะท้อนว่ามีการฝึกซ้อมการโกงซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ สำหรับบทลงโทษทางสมาคมฯ มีคำสั่ง ห้าม ณภัทร ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคมตลอดชีพ ส่วนไชโย แม้ไม่ใช่นักกีฬาในสังกัด แต่จะถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าร่วมภารกิจของสมาคมตลอดชีพเช่นกัน” สันติ กล่าว

 

สันติ ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงมาตรการป้องกันว่า ปกติสมาคมจะมีโทรศัพท์กลางสำหรับแข่งขันที่นักกีฬาจะไม่ได้สัมผัสจนกว่าจะแข่ง แต่กรณีนี้เป็นบทเรียนเรื่องการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกิดจากความหละหลวมของโค้ช ซึ่งได้มีการตำหนิและตักเตือนแล้ว

 

พล.ต.ต.พัฒนาศักดิ์ กล่าวฝากข้อคิดถึงเยาวชนและนักกีฬาอีสปอร์ตว่า การเป็นตัวแทนทีมชาติคือเกียรติยศสูงสุด ขอให้มีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ การทุจริตไม่เพียงแต่ทำลายชื่อเสียงประเทศ แต่ยังทำลายอนาคตของตนเอง ทำให้มีประวัติอาชญากรรมติดตัวตลอดชีวิต ชัยชนะที่ได้มาจากการโกงไม่มีความน่าภาคภูมิใจ และขอให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกคนในวงการ

The post กองปราบฯ เปิดปฏิบัติการ Ghost Buster รวบมือดีรับจ้างแข่งแทนนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติชุดซีเกมส์ 2025 นายกสมาคมฯ สั่งแบนตลอดชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมลเป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชรสดุดีวีรกรรมปกป้องนักเรียน https://thestandard.co/director-sasiphat-funeral-students/ Thu, 12 Feb 2026 13:37:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1177975 นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ประธานพิธีน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรี […]

The post นฤมลเป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชรสดุดีวีรกรรมปกป้องนักเรียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ประธานพิธีน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ณ วัดยูงทอง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของครอบครัว ญาติ เพื่อนครู นักเรียน และประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัย

 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ และวงการศึกษาของจังหวัดสงขลา เพราะ ผอ.ศศิพัชร มีความเป็นครูสูง ทุ่มเทสร้างผลงานด้านการศึกษาและคุณความดีมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี ของการทำหน้าที่ ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญอย่างยิ่งยวดในวินาทีวิกฤต

 

ศ.ดร.นฤมล ได้ให้กำลังใจและมอบเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือแก่ครอบครัว ผอ.ศศิพัชร พร้อมให้กำลังใจคณะครูและนักเรียน พร้อมยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการจะดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งในด้านสวัสดิการและมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก

 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การจากไปของ ผอ.ศศิพัชร ไม่ได้เป็นเพียงความสูญเสียของครอบครัว แต่เป็นการสูญเสียบุคลากรทางการศึกษาผู้เปี่ยมด้วยอุดมการณ์ ที่ได้พิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า คำว่า ครู ไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่คือหน้าที่ที่ยืนหยัดเพื่อปกป้องลูกศิษย์ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต

 

“เหตุการณ์ครั้งนี้ นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ และวงการศึกษาของจังหวัดสงขลา เพราะ ผอ.ศศิพัชร ถือเป็นครูที่มีความเป็นครูสูง ทั้งได้สร้างผลงานด้านการศึกษาและคุณความดีอย่างต่อเนื่องตลอด 15 ปีของการทำหน้าที่ครู ทั้งยังแสดงความกล้าหาญในการเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเป็นตัวประกัน เพื่อปกป้องชีวิตนักเรียน อาจารย์จึงขอสดุดีในความกล้าหาญและจิตวิญญาณความเป็นครู ในการทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

 

ทั้งนี้ ในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล จะเดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ศศิพัชร เพื่อร่วมไว้อาลัยและแสดงความเคารพต่อวีรกรรมอันกล้าหาญครั้งสุดท้าย

 

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ประธานพิธีน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร 1นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ประธานพิธีน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร 2นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ประธานพิธีน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร 3นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ประธานพิธีน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร 4

The post นฤมลเป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชรสดุดีวีรกรรมปกป้องนักเรียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทภ.1 เผย กกล.บูรพา ประสาน ภูมิภาคทหารที่ 5 เตือนทหารกัมพูชาแสดงพฤติกรรมก่อกวนทหารไทยบ้านหนองจาน https://thestandard.co/thai-cambodia-border-troops-warning/ Thu, 12 Feb 2026 10:20:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1177867 ภาพทหารไทยและทหารกัมพูชา บริเวณชายแดนบ้านหนองจาน ขณะทหารไทยเตือนพฤติกรรมก่อกวน

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) กองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานข้อมู […]

The post ทภ.1 เผย กกล.บูรพา ประสาน ภูมิภาคทหารที่ 5 เตือนทหารกัมพูชาแสดงพฤติกรรมก่อกวนทหารไทยบ้านหนองจาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพทหารไทยและทหารกัมพูชา บริเวณชายแดนบ้านหนองจาน ขณะทหารไทยเตือนพฤติกรรมก่อกวน

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) กองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานข้อมูลจากกองกำลังบูรพาเกี่ยวกับเหตุการณ์ทหารกัมพูชาแสดงพฤติกรรมก่อกวนทหารไทย ในพื้นที่ชายแดน บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว พบว่า ข้อเท็จจริง เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ในระหว่างที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ได้ดำเนินการขุดคูติดต่อทางทิศเหนือของพื้นที่ควบคุมแนววางกำลังปัจจุบัน (ห่างจากตู้คอนเทนเนอร์ ประมาณ 300 เมตร) ในพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ได้มีทหารกัมพูชา ประมาณ 13 นาย พร้อมอาวุธเข้ามาสังเกตการณ์ ในพื้นที่ฝั่งตรงข้ามและมีลักษณะพูดคุยสอบถามกัน

 

ต่อมา หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 กองกำลังบูรพา ได้ประสานไปยังภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา ให้ดำเนินการควบคุมกำลังพลมิให้แสดงพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวอีก เนื่องจากอาจจะส่งผลทำให้เกิดสถานการณ์ที่ตึงเครียดจากการพูดจายั่วยุ

 

ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันเป็นไปตามปกติ กองกำลังบูรพายังคงดำเนินการเสริมความมั่นคงในพื้นที่ควบคุมอย่างต่อเนื่อง และไม่ปรากฏทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่บริเวณหน้าแนวอีก

The post ทภ.1 เผย กกล.บูรพา ประสาน ภูมิภาคทหารที่ 5 เตือนทหารกัมพูชาแสดงพฤติกรรมก่อกวนทหารไทยบ้านหนองจาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ศธ.เยี่ยมนักเรียนเหตุบุกยิงโรงเรียนพะตงฯ ย้ำดูแลเต็มที่ เผยนายกฯ ห่วงใยสั่งใช้งบสำนักนายกฯ เยียวยาครอบครัว ผอ.ผู้เสียสละ https://thestandard.co/education-minister-school-shooting/ Thu, 12 Feb 2026 09:46:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1177850 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลา 14.00 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญส […]

The post รมว.ศธ.เยี่ยมนักเรียนเหตุบุกยิงโรงเรียนพะตงฯ ย้ำดูแลเต็มที่ เผยนายกฯ ห่วงใยสั่งใช้งบสำนักนายกฯ เยียวยาครอบครัว ผอ.ผู้เสียสละ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลา 14.00 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมด้วย สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เยี่ยมให้กำลังใจเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนที่ชิงมาจากตำรวจบุกเข้าไปก่อเหตุในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

 

ศ.ดร.นฤมล ได้พูดคุยสอบถามอาการกับทีมแพทย์และผู้ปกครองอย่างละเอียด พร้อมกล่าวชื่นชมเด็กนักเรียนที่มีสติและความเข้มแข็งในช่วงเวลาวิกฤต

 

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสะเทือนใจอย่างยิ่ง กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ ดิฉันตั้งใจมาเพื่อให้กำลังใจเด็กและครอบครัว ขอชื่นชมความกล้าหาญและสติของนักเรียนที่สามารถควบคุมตนเองในสถานการณ์คับขันได้เป็นอย่างดี วันนี้ได้พูดคุยกับคุณหมอแล้ว อาการโดยรวมปลอดภัย ขอให้เด็กพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียน กระทรวงฯ จะดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการเยียวยาทางจิตใจ” ศ.ดร.นฤมลกล่าว

 

ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ยังได้มอบเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนด้วย

 

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ได้เดินทางไปโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานที่ได้เข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติมภายในโรงเรียน และติดตามมาตรการดูแลความปลอดภัยของโรงเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมให้กำลังใจผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ

 

ศ.ดร.นฤมล ให้สัมภาษณ์ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่เมื่อวานนี้ และได้รายงานต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าจะเดินทางมาติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจครู นักเรียนในพื้นที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทุกคน พร้อมดำริให้ใช้งบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีในการเยียวยาครอบครัวของ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องเด็กนักเรียน รวมถึงดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุไม่คาดคิด เนื่องจากผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนที่ชิงมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบุกเข้าโรงเรียนอย่างกะทันหัน แม้บริเวณหน้าโรงเรียนจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ แต่สถานการณ์เกิดขึ้นรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ถือว่ายังโชคดีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ และทุกฝ่ายพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องนักเรียนเป็นอันดับแรก

 

ภายหลังเหตุการณ์ กระทรวงศึกษาธิการได้ประสานกับผู้บริหารโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อดูแลสภาพจิตใจของครู นักเรียน และผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด โดยจะจัดทีมครูแนะแนวและนักจิตวิทยาเข้าไปฟื้นฟูสภาพจิตใจในระยะต่อเนื่อง พร้อมประสาน โรงพยาบาลหาดใหญ่ และ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้สนับสนุนด้านจิตวิทยาอย่างเต็มที่ พร้อมกทั้ฝได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัยในระยะเร่งด่วน เนื่องจากครูและนักเรียนทั้งโรงเรียนเกิดเหตุและโรงเรียนใกล้เคียงยังมีความหวาดระแวง

 

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล เดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ณ วัดยูงทอง เพื่อแสดงความอาลัยและให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิต

 

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 1ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 2ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 3ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 4ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 5

The post รมว.ศธ.เยี่ยมนักเรียนเหตุบุกยิงโรงเรียนพะตงฯ ย้ำดูแลเต็มที่ เผยนายกฯ ห่วงใยสั่งใช้งบสำนักนายกฯ เยียวยาครอบครัว ผอ.ผู้เสียสละ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. รับต้องทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุคนร้ายบุกยิง-จับตัวประกันโรงเรียน จ.สงขลา ยันปฏิบัติการไม่ล้มเหลว https://thestandard.co/police-chief-review-hostage-school-songkhla/ Thu, 12 Feb 2026 09:27:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1177842 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวถึงเหตุคนร้ายบุกยิงจับตัวประกันที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา พร้อมระบุต้องทบทวนยุทธวิธีรับมือ

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู […]

The post ผบ.ตร. รับต้องทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุคนร้ายบุกยิง-จับตัวประกันโรงเรียน จ.สงขลา ยันปฏิบัติการไม่ล้มเหลว appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวถึงเหตุคนร้ายบุกยิงจับตัวประกันที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา พร้อมระบุต้องทบทวนยุทธวิธีรับมือ

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายเกิดอาการคุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจับครูพร้อมนักเรียนเป็นตัวประกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยอมรับว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว จำเป็นต้องสั่งการให้มีการทบทวนมาตรการป้องกันและยุทธวิธีในการเข้าระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งใหม่ทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าระงับเหตุ, การติดตามตัวผู้ก่อเหตุ และการป้องกันเหตุ เพื่อเน้นย้ำเป้าหมายสูงสุดคือ ต้องไม่ให้เกิดความสูญเสีย

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่ายุทธวิธีของตำรวจล้มเหลวหรือไม่ ผบ.ตร. ยืนยันว่า วิธีการไม่ได้ล้มเหลว การเข้าระงับเหตุในระยะแรกเป็นไปตามยุทธวิธีมาตรฐาน แต่เนื่องจากคนร้ายมีการใช้อาวุธและสถานการณ์เปลี่ยนไปตามห้วงเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและตัวประกันในการเข้าประชิดตัว ซึ่งเป็นจังหวะที่คนร้ายอาศัยโอกาสยื้อแย่งอาวุธปืนไปได้ ดังนั้นจึงต้องนำบทเรียนนี้ไปฝึกทบทวนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้ดุลยพินิจแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า

 

สำหรับอาวุธปืนที่คนร้ายแย่งชิงไปได้นั้น ผบ.ตร. ชี้แจงว่า เป็นอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. ไม่ใช่ปืนกลตามที่มีกระแสข่าว แต่มีลักษณะการดัดแปลงเพื่อให้จับถือได้กระชับมือมากขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าเมื่อผู้ก่อเหตุแสดงเจตนาประสงค์ร้ายต่อชีวิตผู้อื่นอย่างชัดเจน ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาดตามยุทธวิธี ส่งผลให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บและถูกควบคุมตัวในที่สุด

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวถึงลำดับเหตุการณ์ว่า ได้รับรายงานเหตุตั้งแต่เวลา 15.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เข้าปฏิบัติการทันทีและพยายามทุกวิถีทางอย่างเต็มที่ แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องสภาพเวลา การรอถอนกำลังเสริม และพฤติการณ์ของคนร้ายที่ไม่สามารถควบคุมสติได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะถูกนำมาทบทวนเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงานต่อไป พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจอย่างที่สุด

 

ในช่วงท้าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยถือเป็นความสูญเสียบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ

The post ผบ.ตร. รับต้องทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุคนร้ายบุกยิง-จับตัวประกันโรงเรียน จ.สงขลา ยันปฏิบัติการไม่ล้มเหลว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระสังฆราช สดุดี ผอ.ศศิพัชร สละชีพปกป้องนักเรียน ประทานผ้าไตร-ปัจจัยช่วยงานศพ https://thestandard.co/supreme-patriarch-sasipatchara-sacrifice/ Thu, 12 Feb 2026 09:03:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1177836 สมเด็จพระสังฆราช ประทานผ้าไตรและปัจจัยช่วยงานศพ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช อ […]

The post สมเด็จพระสังฆราช สดุดี ผอ.ศศิพัชร สละชีพปกป้องนักเรียน ประทานผ้าไตร-ปัจจัยช่วยงานศพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระสังฆราช ประทานผ้าไตรและปัจจัยช่วยงานศพ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ออกหนังสือ เรื่อง ประทานพระกรุณา เจริญพร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วย ความทราบฝ่าพระบาท เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ว่า ตามที่เกิดภยันตรายในพื้นที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

 

เป็นเหตุให้ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้ยอมเสียงชีวิตเข้าเป็นตัวประกันแทนบรรดานักเรียน ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่กรรม จากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มีรับสั่งทรงสดุดีในความกล้าหาญและเสียสละ นับเป็นวีรกรรม ซึ่งบังเกิดจากคุณธรรมอันสูงส่งยิ่ง ทรงปลงธรรมสังเวช และมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดปัจจัยเท่าจำนวน 20,000 บาท ประทานช่วยการศพ พร้อมทั้งโปรดประทานผ้าไตร 1 ไตร และไม้จันทน์ 1 ช่อ มอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เชิญไปในการพระราชทานเพลิงศพ

The post สมเด็จพระสังฆราช สดุดี ผอ.ศศิพัชร สละชีพปกป้องนักเรียน ประทานผ้าไตร-ปัจจัยช่วยงานศพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดภาพชามก๋วยเตี๋ยวแทนผลคะแนนขึ้นเว็บไซต์กลาง https://thestandard.co/ect-chachoengsao-upload-noodle-results/ Thu, 12 Feb 2026 07:51:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1177777 ภาพชามก๋วยเตี๋ยวที่ กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดขึ้นเว็บไซต์กลางแทนรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 1 […]

The post กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดภาพชามก๋วยเตี๋ยวแทนผลคะแนนขึ้นเว็บไซต์กลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพชามก๋วยเตี๋ยวที่ กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดขึ้นเว็บไซต์กลางแทนรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.35 น. ท่ามกลางการเฝ้ารอผลคะแนนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปยังเว็บไซต์กลาง www.ect.go.th ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่ละจังหวัด ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานฯ อยู่ระหว่างดำเนินการนำเข้าข้อมูลรายงานผลการนับคะแนนดังกล่าวขึ้นสู่ระบบ

 

โดยผู้สื่อข่าวได้ไล่เรียงดูจากเขตที่มีความผิดปกติสูงอย่างที่จังหวัดชลบุรี ที่ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ เขต 1 กำลังรอคำตอบจาก กกต. ว่าจะมีข้อสรุปเรื่องการนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศอย่างไร หลังพบความผิดปกติหลายอย่าง

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

แต่ผู้สื่อข่าวไม่สามารถกดเข้าไปดูรายงานผลคะแนนของจังหวัดชลบุรีได้ ผู้สื่อข่าวจึงตรวจสอบผลคะแนนของจังหวัดใกล้เคียงนั่นคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปรากฏว่า มีภาพชามก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม ถูกอัปโหลดอยู่ในไดร์ฟการรายงานผลคะแนนบนเว็บไซต์กลางของ กกต. แทน

 

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลองตรวจสอบในไดร์ฟการรายงานผลคะแนนของจังหวัดอื่น ๆ เพิ่มเติม พบว่า ส่วนใหญ่ได้มีการอัปโหลดใบรายงานคะแนนเลือกตั้ง สส. รายหน่วย ทั้งแบบแบ่งเขต (ส.ส. 5/18) และแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/18 บช) แล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ยังอยู่ในระหว่างการถ่ายเอกสาร ในขณะที่บางจังหวัด เช่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี สมุทรปราการ เป็นต้น ไม่สามารถกดเข้าไปดูรายงายผลคะแนนได้

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อเวลา 14.10 น. ภาพชามก๋วยเตี๋ยวดังกล่าวถูกลบออกไปแล้ว

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดภาพชามก๋วยเตี๋ยวแทนผลคะแนนขึ้นเว็บไซต์กลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
​อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา https://thestandard.co/anutin-military-border-mou-44-cancel/ Thu, 12 Feb 2026 06:08:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1177742 อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์เรื่องการเสริมความแข็งแกร่งแนวชายแดน และการยกเลิก MOU 44

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ […]

The post ​อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์เรื่องการเสริมความแข็งแกร่งแนวชายแดน และการยกเลิก MOU 44

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาชายแดนที่ทหารเหยียบกับระเบิดที่จังหวัดศรีสะเกษ ว่า เกิดอยู่ในพื้นที่ที่เราควบคุมที่มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่ ไม่ได้เกิดจากการปะทะ จึงอาจมีเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้ ดังนั้นต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะพื้นที่ที่เรากลับไปควบคุมยังมีความเสี่ยง ซึ่งทหารต้องมีการกำหนดเส้นทางที่ชัดเจนไม่ออกนอกแนว เนื่องจากยังมีทุ่นระเบิดเก่าวางอยู่

 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มวัยรุ่นกัมพูชาที่ยั่วยุตามบริเวณชายแดน ทำให้เกิดความกังวลอาจจะมีการปะทะรอบ 3 นั้น อนุทินกล่าวว่า ขณะนี้เราลงนามกันในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ดังนั้นเรื่องการยั่วยุโดยประชาชน สามารถเกิดขึ้นได้ แม้กระทั่งในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเราก็ต้องอยู่ในเขตของเรา พร้อมย้ำว่าสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนด้วยการสร้างรั้วแนวชายแดน ซึ่งจะดำเนินการแน่นอน รวมถึงการเสริมศักยภาพด้านอาวุธและความแข็งแกร่งของกองทัพ ซึ่งตนได้เห็นชอบในหลักการไปแล้ว ว่าให้ไปดำเนินการได้เลย

 

เมื่อถามว่า การศึกษายกเลิก MOU 44 ได้กำหนดกรอบเวลาไว้หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม สภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการแล้ว ซึ่งไม่ต้องมีกรอบเวลา แต่ให้ดูตามกฎหมาย ถ้ารัฐบาลใหม่เข้ามาก็สามารถยกเลิกได้เลย โดยใช้อำนาจคณะรัฐมนตรี น่าจะไม่ต้องไปถึงสภาฯ เพราะเป็นแค่ MOU

 

ส่วน MOU 43 มีความเป็นไปได้หรือไม่ในการปรับเนื้อหา MOU 43 เพื่อคุยกันใหม่ ในจุดที่มีความเห็นไม่ตรงกัน อนุทินกล่าวว่า รอให้มีการพูดคุยเรื่องนี้ก่อน ตอนนี้ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น

The post ​อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ย้ำไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ปัดมหาดไทยแทรกแซง ชี้นับใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ ต้องรอ กกต. https://thestandard.co/anutin-election-integrity-recount-ec/ Thu, 12 Feb 2026 05:49:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1177723 อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แล […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ย้ำไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ปัดมหาดไทยแทรกแซง ชี้นับใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ ต้องรอ กกต. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เครือข่ายประชาธิปไตย 80 องค์กร แถลงถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการใช้อำนาจของกระทรวงมหาดไทยเข้าไปแทรกแซงว่า ผู้ที่ดำเนินการจัดการเลือกตั้งคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รัฐบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น และทำได้เพียงหากมีการร้องขอให้อำนวยความสะดวกหรือสนับสนุนในเรื่องใดจาก กกต. ก็ดำเนินการให้ หากอยู่ในพิสัยที่สามารถทำได้

 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อนุทิน กล่าวว่า ตนไม่รู้จักว่า กปน.คืออะไร รู้จักแต่การประปานครหลวง ที่อยู่ในการกำกับของกระทรวงมหาดไทย

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันใช่หรือไม่ว่า แม้จะดูแลกระทรวงมหาดไทยแต่ไม่ได้มีการล้วงลูก อนุทินหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ถ้าล้วงได้แล้วจะล้วงลูกอะไร ล้วงลูกตัวเองมั้ง เพราะตนไม่ได้ล้วงลูกใคร มีปัญญาไปล้วงลูกใครล่ะ ไม่เคยคิดทำอยู่แล้ว เพราะตนดำเนินการตามกติกา ซึ่งถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิตของตน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ มีความพร้อมหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของ กกต. ส่วนจะให้นับใหม่หรือไม่ ไม่เกี่ยวกับตน เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องตัดสินใจ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการโกงการเลือกตั้ง ทางพรรคภูมิใจไทยมั่นใจหรือไม่ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อนุทินยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย เพราะไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้ คนที่พรรคได้มาเพราะเป็นผู้เสนอนโยบาย และชาวบ้านก็เลือกมา

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงที่มีความเห็นขัดแย้งอยู่ขณะนี้ สะท้อนว่าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์โปร่งใสใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่ ก่อนย้ำว่า ทุกอย่างอยู่ที่ กกต.

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการทำงานของ กกต.เป็นอย่างไรบ้างในการจัดการเลือกตั้งรอบนี้ อนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้สนับสนุนทุกสิ่งที่ กกต.ร้องขอมาทั้งเรื่องงบประมาณและการเตรียมการ หากมีสิ่งใดที่ไม่สามารถก่อให้เกิดการเลือกตั้งได้ ซึ่งก็ไม่มี ส่วนการนับคะแนนเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ กกต. คนที่เข้าใจดีก็จะรู้ว่าโอกาสที่จะเกิดการทุจริตแทบไม่มีเลย เพราะโดยธรรมชาติตัวแทนของทุกพรรคการเมืองจะมีคนเข้าไปเฝ้า ตั้งแต่คะแนนใบแรกจนถึงใบสุดท้าย ซึ่งมีการขานชื่ออย่างชัดเจน โอกาสที่จะเกิดการทุจริตจึงแทบไม่มีเลย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเชื่อใช่หรือไม่ว่าไม่มีการทุจริตการเลือกตั้ง อนุทิน กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีก่อนย้ำว่า ตนเชื่อ กกต.

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซ็นยินยอมให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี อนุทิน กล่าวว่า สุชาติไม่มีสิทธิ์ยินยอม โดยทาง กกต.เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจว่าจะให้นับคะแนนใหม่หรือไม่ ส่วนที่สื่อมีการสอบถามหรือมีคนไปกดดันให้สุชาติยินยอมหรือไม่ยินยอมนั้น ต่อให้สุชาติยินยอม แต่ กกต.ไม่ยินยอมก็นับคะแนนใหม่ไม่ได้ และยังไม่รู้ว่าในขณะนี้การตัดสินใจให้มีการนับคะแนนใหม่ เรื่องต้องไปถึงชั้นศาลหรือไม่ เพราะเวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้ว และมีการเคลื่อนย้ายกล่องใส่บัตรเลือกตั้งไปเก็บรักษาในสถานที่ที่ กกต.กำหนดแล้ว ซึ่งการนำกลับมานับใหม่เป็นสิ่งที่เหนือกว่าระดับ กกต. พร้อมย้ำว่า ใครจะยอมหรือไม่ หรือจะขอนับคะแนนใหม่ เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน แต่การใช้ดุลยพินิจต้องไปดูที่ข้อกฎหมาย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.ต้องทยอยประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ในทางกฎหมาย กกต.มีระยะเวลาดำเนินการ 60 วัน แต่ขณะนี้เพิ่งผ่านไป 3 วัน ในปี 2562 กกต.ใช้เวลาถึง 60 วัน ส่วนในปี 2566 ใช้เวลาประมาณ 30 กว่าวัน ขณะนี้อยู่ในวิสัยที่ กกต.สามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมาย และไม่ควรมีใครไปก้าวล่วง เพราะจะยิ่งทำให้ กกต.กดดัน หรือการสร้างขั้นตอนใด ๆ ขึ้นมา ก็จะยิ่งทำให้การประกาศอย่างเป็นทางการช้าออกไปอีก

 

พร้อมยกตัวอย่างการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดศรีสะเกษ ที่ต้องเลื่อนระยะเวลาออกไป 45 วัน และเมื่อเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน กกต.สามารถยืดเวลาออกไปได้อีก ซึ่งมองว่าไม่เกิดประโยชน์อะไร และขณะนี้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว คะแนนเสียงก็เป็นที่ยอมรับ ควรปล่อยให้ กกต.ดำเนินการไป ส่วนจะไปสอยหรือดำเนินการภายหลังก็มีช่องทางตามกฎหมายอยู่แล้ว เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่สามารถฟอร์มทีมและเปิดสภาใหม่ได้ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลชุดนี้ต้องรักษาการต่อไปเรื่อย ๆ เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันจะสิ้นสุดลงต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ดังนั้นหากมีกระบวนการใดที่ทำให้เป้าหมายไปไม่ถึง ก็ต้องรักษาการต่อไปเรื่อย ๆ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เมื่อมีการประกาศรับรองจาก กกต. รัฐบาลสามารถจับขั้วได้ในทันทีใช่หรือไม่ อนุทิน ระบุว่า ให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะได้เห็นรัฐมนตรีหน้าใหม่หรือไม่ รวมถึงประชาชนอยากเห็นการฟอร์มรัฐบาลอย่างไร อนุทินปฏิเสธตอบคำถาม และหันมายิ้มให้สื่อมวลชน ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ย้ำไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ปัดมหาดไทยแทรกแซง ชี้นับใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ ต้องรอ กกต. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก https://thestandard.co/ec-recount-protest-teva/ Thu, 12 Feb 2026 05:17:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1177710 เทวา อดีตครูสอนเทนนิสแต่งกายชุดกีฬาเทนนิส ขว้างปาน้ำปลาร้าใส่กำแพงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ความเคลื่อนไหวที่สำนักงานคณะกรรม […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทวา อดีตครูสอนเทนนิสแต่งกายชุดกีฬาเทนนิส ขว้างปาน้ำปลาร้าใส่กำแพงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ความเคลื่อนไหวที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ได้เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้น ภายหลังจากที่ สนธิญา สวัสดี ได้เดินทางมาแถลงข่าวและเข้าไปยื่นหนังสือร้องเรียนภายในสำนักงาน กกต.

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นโดย เทวา ชาวอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อดีตครูสอนเทนนิส ซึ่งแต่งกายด้วยชุดกีฬาเทนนิสพร้อมถือไม้เทนนิส ได้มายืนสังเกตการณ์การแถลงข่าวของสนธิญาอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน ทันทีที่สนธิญาเดินเข้าไปยื่นหนังสือด้านใน เทวาได้นำถุงน้ำปลาร้าที่เตรียมมา ขว้างปาใส่กำแพงด้านหน้าสำนักงาน กกต. จนเกิดความเลอะเทอะส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ภายหลังก่อเหตุ เทวาได้ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตา โดยระบุสาเหตุที่ทำลงไปว่า รู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งของ กกต. ในครั้งนี้ ที่ใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลแต่กลับเต็มไปด้วยปัญหา พร้อมแสดงจุดยืนคัดค้านการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากมองว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณซ้ำซ้อนโดยใช่เหตุ

 

“ยืนยันว่าการทำครั้งนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ที่เจ็บปวดจากการเห็นการทำงานขององค์กรอิสระ ไม่มีการว่าจ้างหรือมีกลุ่มการเมืองใดอยู่เบื้องหลัง” เทวากล่าว

 

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมสถานการณ์และนำตัวเทวาขึ้นรถเพื่อไปสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เทวาเคยมีวีรกรรมในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 โดยครั้งนั้นได้บุกเข้าไปถึงจุดรับเรื่องร้องเรียนภายในสำนักงาน กกต. และก่อเหตุปาปลาร้าเพื่อแสดงความไม่พอใจในการจัดการเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2566 เช่นเดียวกัน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น https://thestandard.co/amlo-seizes-ben-smith-chen-zhi-assets/ Thu, 12 Feb 2026 04:47:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1177690 สำนักงาน ปปง. แถลงข่าวการยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ และ เฉิน จื้อ รวมมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท

วานนี้ (11 กุมภาพันธ์) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอก […]

The post ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงาน ปปง. แถลงข่าวการยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ และ เฉิน จื้อ รวมมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท

วานนี้ (11 กุมภาพันธ์) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีวาระสำคัญในการพิจารณาทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีรายใหญ่ โดยคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว พบว่าคำชี้แจงและพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

 

ที่ประชุมจึงมีมติให้ส่งเรื่องไปยังพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 4 คดีสำคัญ รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 13,074 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

1. คดีเครือข่าย ‘เบน สมิธ’ และพวก (ฉ้อโกงประชาชน)

 

รายละเอียด: เป็นกรณีของแตงไทย, MR.LEAK YIM (ยิม เลียก), วิรินยา, MR.SMITH BEN (เบน สมิธ) และแคทรียา กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายและฉ้อโกงประชาชน โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงกัน

 

ทรัพย์สิน: ที่ดิน, ห้องชุด, รถยนต์, เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวม 68 รายการ

 

มูลค่า: ประมาณ 12,123 ล้านบาท

 

2. คดี ‘เฉิน จื้อ’ และ Prince Group (อาชญากรรมออนไลน์/ค้ามนุษย์)

 

รายละเอียด: กรณีของ เฉิน จื้อ กับพวก ซึ่งจากการตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์, การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉิน จื้อ เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group กลุ่มธุรกิจข้ามชาติในกัมพูชา

 

ทรัพย์สิน: ที่ดิน, เงินสด, สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวม 96 รายการ

 

มูลค่า: ประมาณ 345 ล้านบาท

 

3. คดี ‘ก๊ก อาน’ (อาชญากรรมข้ามชาติ)

 

รายละเอียด: สืบเนื่องจากการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและการฟอกเงิน

 

ทรัพย์สิน: ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวม 89 รายการ

 

มูลค่า: ประมาณ 560 ล้านบาท

 

4. คดีหลอกเทรดหุ้น (เอื้ออังกูร)

 

รายละเอียด: กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์

 

ทรัพย์สิน: เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวม 31 รายการ

 

มูลค่า: ประมาณ 46 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ปปง. ระบุว่า สำหรับคดีดังกล่าวข้างต้น หากมีผู้เสียหายจากการกระทำความผิดมูลฐาน ทาง ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอนำทรัพย์สินดังกล่าวมาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย แทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป เพื่อเป็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามกระบวนการคุ้มครองสิทธิ

The post ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.ภ.9 สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ปมชาย 18 ปีแย่งปืนตำรวจ ยิง ผอ.รร.พะตงฯ สงขลา เสียชีวิต ขีดเส้น 3 วันรู้ผล พร้อมทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุ https://thestandard.co/songkhla-school-shooting-probe/ Thu, 12 Feb 2026 04:40:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1177688 ภาพจำลองเหตุการณ์ตำรวจสอบสวนคดีหนุ่ม 18 ปี แย่งปืนตำรวจยิง ผอ. โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล […]

The post ผบช.ภ.9 สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ปมชาย 18 ปีแย่งปืนตำรวจ ยิง ผอ.รร.พะตงฯ สงขลา เสียชีวิต ขีดเส้น 3 วันรู้ผล พร้อมทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลองเหตุการณ์ตำรวจสอบสวนคดีหนุ่ม 18 ปี แย่งปืนตำรวจยิง ผอ. โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ท.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายวัย 18 ปี เกิดอาการคุ้มคลั่งก่อเหตุแย่งชิงอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนบุกเข้าไปกราดยิงและจับครู-นักเรียนเป็นตัวประกัน ภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่งผลให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตและมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ

 

พล.ต.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาถึงสาเหตุที่คนร้ายสามารถแย่งชิงอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปก่อเหตุได้ ว่าเกิดจากความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ หรือเป็นเหตุสุดวิสัยจากสถานการณ์หน้างานที่บีบคั้น โดยกำชับให้คณะกรรมการเร่งสรุปผลการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน

 

นอกจากนี้ ผบช.ภ.9 ยังได้เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อหารือและวางมาตรการเข้มงวดในการเข้าระงับเหตุ รวมถึงทบทวนยุทธวิธี (Tactics) และขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเผชิญเหตุวิกฤต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเหตุการณ์ซ้ำรอยในลักษณะนี้ขึ้นอีก

 

สำหรับข้อมูลของผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยเข้ารับการรักษาอาการป่วยทางจิตเวชและมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเลือดทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันสารเสพติดในร่างกาย

 

ส่วนประเด็นมูลเหตุจูงใจที่มีกระแสข่าวระบุว่า ผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจที่น้องสาวซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าวถูกครูลงโทษจนนำมาสู่ความคุ้มคลั่งนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมให้การ ต้องรอให้อาการสงบลงจึงจะสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

The post ผบช.ภ.9 สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ปมชาย 18 ปีแย่งปืนตำรวจ ยิง ผอ.รร.พะตงฯ สงขลา เสียชีวิต ขีดเส้น 3 วันรู้ผล พร้อมทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย? https://thestandard.co/scammer-money-laundering-government-iris-scan-mou/ Thu, 12 Feb 2026 04:29:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1177683 ภาพประกอบแสดงการเชื่อมโยงระหว่างโครงการรัฐ การสแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย ที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโครงการของรัฐอาจถูกใช้เป็นฉากหน้าแก่บร […]

The post สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงการเชื่อมโยงระหว่างโครงการรัฐ การสแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย ที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโครงการของรัฐอาจถูกใช้เป็นฉากหน้าแก่บริษัทเอกชนและบุคคลต้องสงสัยที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป ด้วยการเซ็น MOU ที่ใช้เวลาดำเนินการเพียง 3 วัน ก่อนจะพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินสแกมเมอร์และโครงการสแกนม่านตาแลกคริปโต ที่คนไทยกว่า 1.2 ล้านคน เข้าร่วมโครงการไปแล้ว และไม่เคยได้รู้ว่าข้อมูลของตัวเองถูกนำไปใช้อย่างไร

 

KEY MESSAGES สัปดาห์นี้จะพาทุกคนขุดคุ้ย MOU ของรัฐที่เชื่อมโยงถึงบริษัทต้องสงสัย รวมถึงข้อมูลจากรัฐมนตรี และการยืนยันจากกรมสอบสวนพิเศษ ว่าเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และใครอยู่เบื้องหลัง

 

โครงการ TIDC ของกระทรวงดีอีและบริษัทเอกชนต้องสงสัย?

 

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปี 2567 การรายงานข่าวของกระทรวงดีอียุคประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรี ได้สนับสนุนให้ทำโครงการที่ชื่อว่า ศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงินของประเทศไทย (Thailand International Digital Business & Finance Centre) หรือ TIDC เพื่อสร้างศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและออนไลน์ยุคใหม่ โดยมีกระทรวงดีอี บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และบริษัทเอกชนที่ชื่อว่า Prime Opportunity Fund VCC Singapore เป็นผู้ร่วมผลักดันโครงการ และทั้งสามฝ่ายได้ตกลงเซ็น MOU ร่วมกัน

 

ทุกอย่างดูจะเป็นไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งเกิดข่าวใหญ่ว่าไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีกระทรวงดีอีคนถัดมา ได้ประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI และสำนักงาน ปปง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังพบว่าบริษัท Prime Opportunity อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับขบวนการฟอกเงินระดับโลก และพบความผิดปกติของ MOU ฉบับดังกล่าว ทั้งเนื้อหาและระยะเวลาที่ใช้ดำเนินการก่อนลงนามเพียง 3 วันเท่านั้น

 

Key Messages ได้เอกสาร MOU ของโครงการ TIDC มาสองฉบับ ฉบับแรกคือข้อตกลงร่วมระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัท Prime Opportunity และอีกฉบับคือข้อตกลงร่วมระหว่าง NT กับบริษัท Prime Opportunity

 

MOU ฉบับแรกลงนามเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ระบุวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำโครงการ TIDC โดยใช้เวลาเริ่มต้น 36 เดือน กับการทดสอบโครงการผ่านระบบ Digital Economy Regulatory Sandbox หรือ DERS หมายถึงพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมดิจิทัลให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เป็นพื้นที่จำลอง เป็นการทดสอบแบบปิด และจะไม่ถือว่าเป็นการทำธุรกรรมในโลกแห่งความจริง

 

สิ่งที่จะอยู่ใน DERS มีหลายอย่าง เช่น ระบบการทำธุรกรรมและการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล ธนาคารดิจิทัล การจัดการการลงทุนและกองทุน รวมถึง E-commerce ที่เน้นสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างการแปลงหลักทรัพย์เป็นโทเคน บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกและสตาร์ทอัพ ผู้เชี่ยวชาญด้าน CGI ผู้พัฒนาเกม ทรัพย์สินทางปัญญา กองทุน R&D ระบบรักษาความปลอดภัย วิทยาศาสตร์ข้อมูล ชีวิต และสุขภาพ รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจอย่าง ‘บริการเกมออนไลน์และการพนันกีฬา’ ปรากฎอยู่ด้วย

 

เมื่อมีข้อตกลงเกี่ยวกับอภิมหาโปรเจกต์ขนาดนี้ MOU เลยระบุให้ Developer อย่างบริษัท Prime Opportunity จัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและออกวีซ่าพิเศษจำนวน 500 คน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำงานในไทย และจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการแต่เพียงผู้เดียว โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญของการทำ DERS ก็เพื่อให้กระทรวงดีอีได้เห็นถึงความสามารถในการติดตามและกำกับดูแลกิจกรรมหรือธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในโครงการ TIDC

 

และท้ายสุดของ MOU มีบุคคลร่วมลงชื่อสองคน ฝั่งหน่วยงานรัฐคือ วิศิษฎ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ในเวลานั้น และฝั่ง Prime Opportunity คือชายที่ชื่อว่า Tan Kun Chiao George หรือ George Tan (จอร์จ แทน)

 

ส่วน MOU อีกฉบับเป็นข้อตกลงระหว่าง NT กับบริษัท Prime Opportunity เน้นใจความสำคัญไปยังโปรเจกต์ที่อยู่ในโครงการ TIDC อีกที ชื่อว่า Next Generation Gaming Project โดยบริษัท Prime Opportunity จะจัดการเกี่ยวกับโปรเจกต์ ส่วน NT จะคอยกำกับดูแล ให้ข้อเสนอแนะ มีส่วนพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเรื่อวค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ร่วมกับบริษัท Prime Opportunity

 

MOU ฉบับดังกล่าวลงนามโดย พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ส่วนฝั่งบริษัท Prime Opportunity คือ จอร์จ แทน เหมือนที่เซ็นไว้กับ MOU ของกระทรวงดีอี

 

และอีกหนึ่งความน่าสนใจของการเซ็น MOU ฉบับนี้ คือการมีสักขีพยานเป็นนักการเมืองระดับชาติหลายราย เช่น ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีดีอี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กับ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ดูแลกระทรวงกระเกษตรในเวลานั้น รวมถึงชายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปีที่ผ่านมาอย่าง เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) นักการเงินที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นล็อบบี้ยิสต์และเป็นนายหน้าฟอกเงินให้เครือข่ายสแกมเมอร์ในภูมิภาคอาเซียน

 

จึงเป็นที่น่าสงสัยอย่างมากว่าทำไม เบนจามิน เมาเออร์เบอเกอร์ ถึงอยู่ในการเซ็น MOU ของรัฐไทย เขาเกี่ยวข้องอะไรกับ MOU ฉบับนี้ เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนหรือคนของกระทรวงดีอี ทำไมคนจากกระทรวงเกษตรถึงมาเป็นพยานในการเซ็น MOU ของกระทรวงดีอี และทำไมบริษัท Prime Opportunity ถึงถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินและบริษัทสแกนม่านตาแลกคริปโตเคอเรนซี

 

ทางด้านของวิศิษฎ์ที่เป็นคนเซ็น MOU เคยตอบสื่อมวลชนว่าในช่วงเวลานั้นเขาไม่รู้จักกับเบนจามิน เมาเออร์เบอเกอร์เลย และในส่วนของเนื้อหา MOU บริษัท Prime Opportunity จะมาดำเนินธุรกิจที่กฎหมายไทยยังไม่รองรับอย่างพนันออนไลน์ เขาอธิบายว่าโดยหลักการแล้วบริษัทจะประกาศว่าอยากทำอะไรใน MOU แต่ก็จะยังทำไม่ได้จนกว่าจะมีกฎหมายอนุญาต อันนี้เป็นหลักปกติ และ MOU จะไม่ได้ยกเว้นหรือให้สิทธิพิเศษใดๆ แก่บริษัท

 

ทางด้านของประเสริฐ หลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เขาตอบสื่อมวลชนว่าข้อมูลที่มอบให้ DSI เป็นความลับ ขอไม่เปิดเผย แต่จะมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ ก็สามารถมองได้ เพราะ MOU ฉบับนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 แต่เพิ่งมาเป็นประเด็น

 

ส่วนร้อยเอกธรรมนัสในฐานะพยานการเซ็น MOU เคยถูกสื่อมวลชนจี้ถามเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่เขากลับตอบว่าให้ไปถามเรื่องสงครามหรือเรื่องซีเกมได้ไหม และไม่ยอมตอบคำถามใดๆ ว่าทำไมเขาถึงไปปรากฎตัวอยู่ในงานนี้

 

ความเชื่อมโยงของ Prime Opportunity กับสแกนม่านตาแลกคริปโตฯ และเครือข่ายฟอกเงินสแกมเมอร์?

 

เมื่อดูรายละเอียดของ MOU จะเห็นว่าเนื้อหาไม่ได้พูดถึงการเปิดบริษัทที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดีอีกับบริษัท Prime Opportunity แบบชัดเจน แต่ไชยชนกให้ข้อมูลกับรายการ KEY MESSAGES ว่าจากการลงนาม MOU มีการตั้งบริษัทที่ชื่อว่า TIDC Group และบริษัทลูกอย่าง TIDC Worldverse ขึ้นมาทำอะไรบางอย่างด้วย

 

ไชยชนก: มันมีการสื่อสาร มีการทำการโปรโมทที่เป็นการติดต่อกันระหว่าง TIDC ทางฝั่งของกระทรวงฯ ให้กระทรวงโปรโมท เว็บไซต์ของ TIDC เองมีการสื่อสารแล้วประสานให้นำโลโก้ของทั้งกระทรวง DE โลโก้ของทาง NT ขึ้นไปอยู่บนเว็บไซต์ พอเลื่อนลงไปล่างสุดจะเห็นข้อความที่เขียนว่า TIDC Group และใน TIDC มันก็จะมี TIDC Holding, TIDC Worldverse, TIDC Limited โดยหลักฐานที่เห็นทุกอย่างมันเครือเดียวกัน

 

เมื่อมีการยืนยันว่ากระทรวงดีอีและบริษัท Prime Opportunity มีบริษัทร่วมกันเป็น TIDC Group ไชยชนกระบุอีกว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ ETDA และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เคยได้รับเอกสารจากบริษัท TIDC Worldverse ผู้นำเข้ากล้องสแกนม่านตา และเป็นกลุ่มบริษัทที่ไปเซ็นสัญญาโดยตรงกับ Tools for Humanity เพื่อขอทำโครงการ World ID ระบบที่ยืนยันตัวตนว่าเป็นมนุษย์จริงๆ ด้วยการสแกนม่านตา แต่ถูก ETDA และ สคส. ปฏิเสธไม่อนุญาตให้ดำเนินโครงการ

 

แต่กลายเป็นว่าในปี 2567 มีคนไทยกว่า 1.2 ล้านคนทั่วประเทศ สแกนม่านตาไปแล้ว และมอบเงินคริปโตสกุล Worldcoin (WLD) เป็นการตอบแทน แต่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า พอสแกนม่านตา ได้เหรียญดิจิทัลมาแล้ว ก็จะมีคนรอรับซื้อเหรียญดิจิทัลนั้นทันทีโดยจ่ายเป็นเงินสด

 

เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่ซื้อขายเหรียญดิจิทัล แต่เป็นเรื่องของการที่ผู้จัดทำโครงการไม่ได้แจ้งรายละเอียดทั้งหมดต่อประชาชน ม่านตาของพวกเขาถูกบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ โดยไม่มีใครทราบว่าจะถูกเอาไปใช้ต่อหรือไม่ ใช้อย่างไรบ้าง และบริษัทอาจนำข้อมูลไปขายต่อให้พันธมิตรโดยไม่บอกผู้ใช้ หรือคิดในกรณีที่แย่ที่สุด ม่านตาของคนไทยกว่า 1.2 ล้านคน จะถูกเอาไปเป็นบัญชีม้าทางดิจิทัลด้วยหรือเปล่า ก็ไม่มีใครรู้

 

ไชยชนก: เวลาจะเก็บข้อมูลมันจะมีในเรื่องกฎหมายของ PDPA อยู่แล้วว่ามันต้องขอการยินยอม ต้องมีการแจ้งผู้ที่จะได้รับการเก็บข้อมูลก่อนว่าคุณเก็บไปทำอะไร ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการส่วนที่ทำถูกต้อง หรือกระบวนการส่วนที่ทำแบบมีความจงใจเก็บเหรียญที่มันถือเป็นการฉ้อโกงประชาชน ไม่ได้มีการแจ้งให้พี่น้องประชาชนรับทราบเลยว่าคุณจะเก็บอะไร แล้วก็ไม่ได้มีการแจ้งอย่างละเอียดในเรื่องของผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากการที่คุณไปสมัครทำ ID

 

ไชยชนก: พอเราไปบอกเขาแล้วว่าทำไม่ได้ เขาก็อ้างว่าเขาไม่ได้เก็บ เขาทำในเชิงแค่ยืนยันตัวตนว่าเป็นมนุษย์โดยการใช้ม่านตาหรือ IR สแกน พอสแกนเสร็จแล้วลบทิ้งไม่มีการเก็บแน่นอน เราเลยให้คนไปสแกน พอคนสแกนเสร็จปุ๊บ รอบแรกก็สร้าง ID สร้างแอ็กเคานต์ได้หมด หลังจากนั้นเราก็เว้นระยะไว้ ถ้าเกิดจริงอย่างที่ว่าคือลบ ไม่เก็บ ตอนไปสแกนอีกครั้งหนึ่งก็ต้องสแกนได้อีกหรือเขาก็ต้องไม่รู้ แต่พอเราทดสอบกลับไปสแกนอีกครั้ง คนเดิม สรุปแล้วคือระบบมัน identify มาว่าคุณเคยสแกนแล้ว

 

ไชยชนก: หมายความว่าต้องเก็บแน่นอน แล้วทีนี้ถามว่ามันส่งต่อได้ไหม มีอีกข้ออ้างหรือเหตุผลหนึ่งที่เขาให้มาว่ามันไม่ได้เป็นการเก็บม่านตา เพราะว่าเขาสแกนเสร็จปุ๊บ เขาเอาม่านตา convert มาเป็นโค้ด พอ convert เป็นโค้ด เขาก็จะบอกว่ามันไม่ได้เป็นการเก็บ ID แต่ไม่ว่าอย่างไรข้ออ้างที่ให้มันพิสูจน์มาแล้วว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ความเป็นจริงก็คือท่านเก็บแล้ว ไม่ว่าจะเก็บในรูปแบบม่านตาหรือเก็บในรูปแบบโค้ด ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะว่าทั้งสองแบบมันถูก transfer หรือปรับเปลี่ยนได้

 

หลังจากนั้น วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ออกคำสั่งระงับการดำเนินงานสแกนม่านตาในประเทศไทย จะต้องลบทำลายข้อมูลม่านตาและข้อมูลส่วนบุคคลจำนวน 1.2 ล้านคนภายใน 7 วัน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย หรือป้องกันการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ถูกต้อง รวมถึงเหตุผลเรื่องการจูงใจด้วยการมอบเหรียญคริปโต ถือเป็นการขอความยินยอมที่ไม่เป็นไปโดยอิสระตามกฎหมายกำหนด และใช้ข้อมูลเกินวัตถุประสงค์

 

ไชยชนก: ยังมีอีกหลายเรื่องที่เรายังสามารถเรียกความเป็นธรรมให้พี่น้องประชาชนได้ ทั้งในเรื่องของการปรับกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องจากการละเมิดในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลชีวภาพ เราสามารถปรับได้มากสุดถึงตั้ง 5 ล้านบาทต่อ 1 ถ้าเกิดเราสามารถทำตรงนี้ได้สามารถทั้งเยียวยา ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับการเยียวยาจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น แล้วก็นำไปซึ่งแม้กระทั่งการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมากมาย ลองนึกภาพว่า 5 ล้านบาทต่อ 1 ID มหาศาลแค่ไหนครับ

 

และ DSI รับเรื่องนี้มาเป็นคดีพิเศษเลขคดีที่ 148/2568 โดยจะดูในฐานความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14

 

นอกเหนือจากความเชื่อมโยงกับประเด็นสแกนม่านตา บริษัทต้นเรื่องอย่าง Prime Opportunity ซึ่งเป็นบริษัทแบบทุนแปรผัน จัดตั้งและดำเนินงานภายใต้กฎหมายของประเทศสิงคโปร์ ที่มีตัวแทนเซ็น MOU อย่าง จอร์จ แทน ก็ถูกพบว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์ และอาจเกี่ยวข้องกับเบนจามิน เมาเออร์เบอเกอร์ ที่ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. อายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท รวมถึงนายยิมเลี๊ยก ประธานกลุ่มธนาคารในประเทศกัมพูชา

 

ไชยชนก: ถ้าจะโยงจากสัญญาก็จะเป็นบริษัท TIDC ที่เกิดขึ้นจากสัญญาที่เซ็นโดยกระทรวงกับทาง Prime Opportunity ตัวผู้ถือหุ้นของ TIDC เนื่องจากเป็นบริษัทในไทยก็จะมี 51% เป็นคนไทย แล้วคนไทยท่านนั้นผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม แต่ผมคิดว่าท่านคงไปสืบหากันเองได้ แต่ว่าท่านเองก็เป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการก่อตั้งธนาคาร BIC เช่นกันกับบริษัทที่เคยมีข้อพิพาทในกรรมาธิการความมั่นคง เรื่องมีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ก็คือ Prime Street Consultant

 

ไชยชนก: ในส่วนผู้ถือหุ้นของตัว Prime Opportunity อีก 49% ก็มีผู้ลงนามที่ลงนามในสัญญาเป็นจอร์จ แทน ซึ่งคุณจอร์จแม้จะลงนามในบริษัท Prime Opportunity แต่ลงนามโดยตำแหน่งคือ Chief Commercial Officer ของทาง Capital Asia Investment (CAI) ซึ่งก็เป็นกลุ่มธนาคารหรือกลุ่มฟันด์ที่มันมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับในเครือข่ายต่างๆ ที่ผมเชื่อว่าหลายท่านก็เห็นในเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ถูกพูดถึงในสื่อ

 

เมื่อเอาข้อมูลจากไชยชนก มาประกบกับการรายงานของสำนักข่าวอิสรา ทำให้เห็นความเชื่อมโยงชัดเจนขึ้นว่า จอร์จ แทน นั่งอยู่ในบอร์ดของบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งมีแคทรียา บีเวอร์ ภรรยาของเบนจามิน เมาเออร์เบอเกอร์ และ วิรันยา ยิมจ์ ภรรยาของยิมเลี๊ยก ถือหุ้นอยู่ เป็นบริษัทที่ออกใบอนุญาตจ้างงานเบนจามิน ปรึกษาและโครงการลงทุนในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูก ปปง. ออกคำสั่งอายัดทรัพย์

 

ไชยชนก: แค่จุดเริ่มต้นเหล่านี้มันก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกให้เห็นถึง Connection ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็มีโอกาสทำงานควบคู่ในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางการปราบปรามการสแกม ในเรื่องของยิมเลี๊ยก ที่นำไปซึ่งการยึดทรัพย์ต่างๆ แล้วเราก็จะพบว่าเครือข่ายเหล่านี้มันมีความพัวพันกันคุณจอร์จ แทน ผมจำไม่ได้ว่าเป็นการบริหารทรัพย์ของกลุ่มไหน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นภรรยาของยิมเลี้ยกด้วย มันจะมีสิ่งที่พัวพันกันเยอะมาก ที่เป็นที่เป็นข้อมูลที่เป็นประจักษ์แล้ว ที่อยู่ในสื่อมวลชนทั่วไปด้วย

 

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเรื่องราวทั้งหมดไม่ถูกเปิดโปง?

 

สิ่งที่อันตรายที่สุดในเรื่องนี้อาจไม่ใช่คริปโต ไม่ใช่การสแกนม่านตา และไม่ใช่ชื่อของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่อยู่ที่ตราประทับของรัฐที่ถูกใช้สร้างความชอบธรรมให้กับระบบที่ประชาชนไม่รู้จัก ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ และไม่เคยยินยอมอย่างแท้จริง

 

เมื่อโครงการใดก็ตามสามารถอ้างความร่วมมือกับกระทรวง อ้างโลโก้หน่วยงานรัฐ และอ้างการอยู่ใน sandbox ของรัฐบาลได้ ความระแวดระวังของสังคมจะลดลงโดยอัตโนมัติ เพราะถูกแทนที่ด้วยความเชื่อที่ว่า “ถ้ารัฐรับรองแล้ว ก็คงจะปลอดภัย”

 

แต่ในโลกดิจิทัล ความน่าเชื่อถือคือทรัพยากรที่มีมูลค่าสูง และถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือได้ง่ายกว่างบประมาณหรืออำนาจตามกฎหมาย หากกลไกของรัฐถูกใช้เป็นฉากหน้าให้กับเครือข่ายธุรกิจที่ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน ทำอะไรอยู่ และมีใครอยู่เบื้องหลัง ระบบฟอกเงินในศตวรรษที่ 21 ก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป แต่สามารถดำเนินการได้อย่างเปิดเผยภายใต้คำว่านวัตกรรม เทคโนโลยีแห่งอนาคต และการทดสอบเชิงนโยบาย กลายเป็นการฟอกเงินในระบบดิจิทัลที่รัฐรับรอง เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดของการฟอกเงิน

 

ไชยชนก: ตอนเข้ามาในตอนแรกก็มีการขอเกี่ยวกับเรื่องนี้ วินาทีที่เราทราบว่ามันมีแล้วก็ได้รับการตอบรับกลับมาที่บอกว่าไม่มี ไม่รู้ ทั้งในเชิงของตัวสัญญา ในเชิงของกระบวนการลงนาม MOU ในเรื่องของพิธีต่างๆ บอกว่าไม่มีนะครับ แต่ท้ายที่สุดแล้ว มีสื่อหนึ่งที่ออกรูปภาพออกมาก่อน หลังจากนั้นผมสามารถที่จะเอาหลักฐานตรงนี้ไปจี้ถามหน่วยงาน จนนำมาซึ่งว่าเราได้เจอครบภาพของกระบวนการตรงนั้นเยอะ แล้วก็ได้ทำให้เราสืบไปเจอในเรื่องของการทำการโปรโมทโฆษณา TIDC โดยกระทรวง ที่เกี่ยวข้องกับมิติอื่นๆ ที่ก่อนหน้านี้หาไม่พบ

 

ไชยชนก: จริงๆ ใน 1 สิ่งที่อยู่ใน MOU ที่ผมคิดว่ามันอาจจะดูเป็นเรื่องที่พอเรามามองเรื่องสแกมเมอร์ เรื่องอะไรแล้วจะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ผมว่าเป็นหนึ่งในเรื่องใหญ่มากๆ ที่อยู่ใน MOU คือ Cyber Security ถ้าเกิดกลุ่มกระบวนการเหล่านี้เข้ามาสร้างแล้วทำแล้วเป็นคนคุมในเรื่องของ Cyber Security มันเปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่าง ในอนาคตมันไม่มีความปลอดภัยทางไซเบอร์อีกต่อไป อะไรที่เราต้องพึ่งพา แล้วเราคิดว่าเป็นสิ่งที่จะเป็นเกาะกำบังให้เรา กลับกลายจะเป็นสิ่งที่นำเราไปสู่เอาข้อมูลต่างๆ เอาความปลอดภัยเราต่างๆ ไปมอบให้สแกมเมอร์

 

และถ้าวันหนึ่งโครงสร้างเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเก็บข้อมูลหรือการแลกคริปโต แต่ขยายไปสู่การควบคุมระบบความมั่นคงไซเบอร์ ระบบยืนยันตัวตน หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ คำถามจะไม่ใช่แค่ว่าใครทำผิดกฎหมายหรือไม่ แต่จะกลายเป็นคำถามว่าใครคือผู้มีอำนาจแท้จริงของประเทศนี้กันแน่ และเมื่อเรื่องราวถูกอ้างชื่อของหน่วยงานรัฐ ประชาชนก็ย่อมจะต้องตรวจสอบได้

 

เพราะถ้าเรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีใครตั้งคำถาม วันนี้มันอาจเป็น sandbox วันหนึ่งมันอาจเป็นโครงการนำร่อง และวันต่อไปมันอาจกลายเป็นโครงสร้างถาวรของประเทศ โดยที่ประชาชนไม่เคยมีโอกาสเลือก ไม่แม้กระทั่งได้รับรู้เลยด้วยซ้ำ

 

ดู VDO KEY MESSAGES สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย?:

 

 

The post สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศธ. ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น ‘ศศิพัชร’ ผอ.รร.พะตงฯ พร้อมทบทวนยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา https://thestandard.co/moe-grants-promotion-director-safety/ Thu, 12 Feb 2026 04:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1177662 กระทรวงศึกษาธิการมอบบำเหน็จให้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เสียชีวิตพร้อมทบทวนมาตรการความปลอดภัย

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระ […]

The post ศธ. ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น ‘ศศิพัชร’ ผอ.รร.พะตงฯ พร้อมทบทวนยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงศึกษาธิการมอบบำเหน็จให้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เสียชีวิตพร้อมทบทวนมาตรการความปลอดภัย

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากกรณีการเสียชีวิตของ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา อันเนื่องมาจากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมเร่งสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ คณะครู และนักเรียนในโรงเรียนอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสวัสดิการและการเยียวยาสภาพจิตใจ

 

โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาสิทธิประโยชน์และบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมเสนอเรื่องต่อสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งสูงสุดคือ การเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ จำนวน 7 ขั้น ในอัตรา 1 ขั้น เท่ากับร้อยละ 5 รวมเป็นร้อยละ 35 ของอัตราเงินเดือน และขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้เสียชีวิต โดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด

 

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ สพฐ. ประสานกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และจัดทีมสหวิชาชีพด้านจิตวิทยาเข้าให้การดูแลครูและนักเรียนในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทบทวนและยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาให้เข้มงวดและรัดกุมมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ศ.ดร.นฤมลและคณะมีกำหนดการลงพื้นที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ในเวลา 10.00 น. เพื่อให้กำลังใจผู้บริหารและนักเรียน

 

“กระทรวงศึกษาธิการจะดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง พร้อมดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน” โฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าว

The post ศธ. ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น ‘ศศิพัชร’ ผอ.รร.พะตงฯ พร้อมทบทวนยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือรับตรุษจีน ขอพรให้คนไทยมีความสุข สามัคคี ประเทศไทยเป็นที่ยำเกรง https://thestandard.co/anutin-chinese-new-year-shrine-pray/ Thu, 12 Feb 2026 03:42:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1177649 อนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ เดินทางไปไหว้ ศาลเจ้าพ่อเสือในช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่วัดราชบ […]

The post นายกฯ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือรับตรุษจีน ขอพรให้คนไทยมีความสุข สามัคคี ประเทศไทยเป็นที่ยำเกรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ เดินทางไปไหว้ ศาลเจ้าพ่อเสือในช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ทรงศักดิ์ ทองศรี และ ศักดา วิเชียรศิลป์ รวมถึงผู้บริหารจากกระทรวงมหาดไทย ได้เดินเท้าไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ได้บนบานขอให้ชนะเลือกตั้งหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า มาไหว้เป็นประจำเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนได้ขอพรอะไรหรือไม่นั้น อนุทิน กล่าวว่า “ขอให้ประเทศไทยเป็นที่ยำเกรง ส่วนคนที่คิดไม่ดีกับประเทศไทย ต้องพังพินาศ พร้อมขอให้ประชาชนคนไทยมีความสุข มีความเข้มแข็ง มีความมั่นคง มีความร่ำรวย มีความสามัคคี ขอแค่นี้”

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทางที่เดินไปยังศาลเจ้าพ่อเสือ มีประชาชน วินจักรยานยนต์ คนขับสามล้อ รวมถึงเจ้าของร้านค้าและร้านอาหารในบริเวณดังกล่าว เข้ามาทักทายและขอถ่ายรูป โดยบางคนบอกว่ารู้สึกดีใจที่ได้เจอนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย และวันนี้มีโอกาสได้เจอ จึงรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก อยากขอถ่ายรูปกับนายกฯ

The post นายกฯ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือรับตรุษจีน ขอพรให้คนไทยมีความสุข สามัคคี ประเทศไทยเป็นที่ยำเกรง appeared first on THE STANDARD.

]]>