News – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 09 Jan 2026 07:36:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย https://thestandard.co/pm-targets-illicit-gold-digital/ Fri, 09 Jan 2026 07:35:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1163321 นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

วันนี้ (9 มกราคม) ที่อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง อนุทิน […]

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

วันนี้ (9 มกราคม) ที่อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) ว่า การประชุมวันนี้ เพื่อมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมต่างๆ และมีการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อสามารถนำไปใช้ในการติดตามธุรกรรมทางการเงินได้ แต่ตัวกลางทางการเงินบางประเภทอย่างเช่นทองคำ ยังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูลทางธุรกรรม จึงได้สั่งการ 3 ข้อ ดังนี้

 

1. ทองคำ ขอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์ และวางมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของผู้ประกอบการค้าทองคำ และพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินของร้านค้าทองคำที่ต้องมารายงานต่อปปง.หรือกรมสรรพากร ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ขอให้พิจารณาปรับลดลงว่าจะปรับลดลงมาเป็นจำนวนเท่าไหร่ และทำเป็นขั้นบันได

 

2. ทองคำที่ผ่านการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ขอให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง ที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่กำหนดการซื้อขายทองคำโดยที่ไม่มีการส่งทองคำจริง จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไข เพื่อให้กรมสรรพากรพิจารณากำหนดจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าว ให้แก่กรมสรรพากร และให้ศึกษาแนวทางภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำร่วมกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป

 

3. สินทรัพย์ดิจิทัลขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณากำหนดการใช้หลักการกฎเกณฑ์ด้านข้อมูลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) เพื่อให้ผู้บริหารสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย ได้รวบรวมข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายระหว่างกระเป๋าของบุคคลที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม ของผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลหรือวอลเลตต่างๆ สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้โอนได้ และเป้าหมายสุดท้ายของข้อมูลธุรกรรมทางการเงินนี้ เราจะทำให้มีการจัดเก็บได้อย่างครบถ้วนมีคุณภาพ และต้องสร้างระบบป้องกัน เพราะช่วงนี้มีการแฮ็กข้อมูลกันง่ายมาก รวมถึงเพื่อให้เกิดการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพทันท่วงที

 

รวมถึงการจำกัดวงเงินธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของลิสต์โปรไฟล์ด้วย จึงขอให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ประสานการทำงานแบบบูรณาการทุกระดับ และทำงานร่วมกันด้วยความเป็นเอกภาพ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับกรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน ซึ่งพวกเราทุกคนต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงได้

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าสิ่งที่ประชุมในวันนี้จะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว และสามารถปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนได้ รวมถึงสกัดกั้นป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินทุกรูปแบบ วันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องเฉพาะดิจิทัลเท่านั้น แต่พูดถึงระบบอนาล็อคด้วย ซึ่งเป็นรูปแบบโบราณดั้งเดิมก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง เพื่อให้หน่วยงานต่างๆมีความระมัดระวังอย่าคิดว่าหมดไปแล้ว หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดประโยชน์มหาศาลให้กับระบบเศรษฐกิจ และสถานะของประเทศไทย ในฐานะที่เป็นประเทศที่มีความเชื่อมั่นจากนานาประเทศได้ในทุกมิติ

 

นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย 1นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย 2นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย 3นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย 4นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย 5นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย 6นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย 7นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย 8

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ สั่ง 3 มาตรการสกัดทุนเทา อุดรอยรั่วธุรกรรม ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ มอบ ปปง. คุมเข้ม หวังเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ยันทำตามกฎหมาย คดีสินบนทองคำโยง ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-ป.ป.ช.’ ย้ำพร้อมรับสำนวนกลับหาก ป.ป.ช. ส่งคืน ระบุหากไม่ผิด ไม่ต้องหนี https://thestandard.co/police-gold-bribe-surachate-nacc/ Fri, 09 Jan 2026 07:34:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1163323 ผบ.ตร. ยันทำตามกฎหมาย คดีสินบนทองคำโยง ‘ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-ป.ป.ช.’ ย้ำพร้อมรับสำนวนกลับหาก ป.ป.ช. ส่งคืน ระบุหากไม่ผิด ไม่ต้องหนี

วันนี้ (9 มกราคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตต […]

The post ผบ.ตร. ยันทำตามกฎหมาย คดีสินบนทองคำโยง ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-ป.ป.ช.’ ย้ำพร้อมรับสำนวนกลับหาก ป.ป.ช. ส่งคืน ระบุหากไม่ผิด ไม่ต้องหนี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ยันทำตามกฎหมาย คดีสินบนทองคำโยง ‘ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-ป.ป.ช.’ ย้ำพร้อมรับสำนวนกลับหาก ป.ป.ช. ส่งคืน ระบุหากไม่ผิด ไม่ต้องหนี

วันนี้ (9 มกราคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคดีสินบนทองคำที่ปรากฏชื่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. และกรรมการ ป.ป.ช. เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า กระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การตั้งคณะสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ก่อนจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษและเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามลำดับ

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่มีผลกระทบกว้างขวาง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจึงต้องพิจารณาข้อกฎหมายและพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคลและเอกสารอย่างละเอียดรอบคอบ จนนำไปสู่การส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาตามกรอบเวลา 30 วันที่กฎหมายกำหนด

 

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการส่งสำนวนดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ผบ.ตร. ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ตามขั้นตอนทุกประการ หากฝ่ายใดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถใช้สิทธิ์โต้แย้งหรือร้องเรียนตามกลไกที่กฎหมายเปิดช่องไว้ได้ พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวความขัดแย้งหรือการแย่งสำนวนระหว่างตำรวจกับ ป.ป.ช. โดยระบุว่าตำรวจไม่ได้ประสงค์จะดึงสำนวนกลับมาเอง แต่หาก ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นควรส่งเรื่องกลับมาให้ตำรวจดำเนินการต่อ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็พร้อมปฏิบัติตามทันที

 

ในประเด็นความกังวลเรื่องผู้ถูกกล่าวหาอาจหลบหนีเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ให้ความเห็นว่า หากผู้ถูกกล่าวหามั่นใจในความบริสุทธิ์ก็ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่หากมีการหลบหนีจริง ตำรวจจะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งการออกหมายจับ การติดตามตัว และการประสานงานกับตำรวจสากล (Interpol) หากพบว่ามีการเดินทางออกนอกประเทศ

 

ในช่วงท้าย ผบ.ตร. ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกระแสข่าวการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในยุคของตนเอง โดยยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเรื้อรังที่มีมานาน อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้นำองค์กร ตนยืนยันที่จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากมีหลักฐานชัดเจนจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

 

“แม้การเปิดเผยความจริงจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรถูกวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่ก็ดีกว่าการปล่อยให้ปัญหาถูกซุกไว้ใต้พรม และขอความกรุณาอย่าเหมารวมตำรวจทั้งองค์กร เพราะผู้กระทำผิดเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับกำลังพลทั้งหมดที่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวทิ้งท้าย

The post ผบ.ตร. ยันทำตามกฎหมาย คดีสินบนทองคำโยง ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-ป.ป.ช.’ ย้ำพร้อมรับสำนวนกลับหาก ป.ป.ช. ส่งคืน ระบุหากไม่ผิด ไม่ต้องหนี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพียงพนอเล่าเหตุผลร่วมเป็นทีมบริหารรัฐบาลพรรคประชาชน หวังใช้ความสามารถปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ https://thestandard.co/peangpanor-joins-government-public-reform/ Fri, 09 Jan 2026 07:24:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1163310 เพียงพนอเล่าเหตุผลร่วมเป็นทีมบริหารรัฐบาล พรรคประชาชน หวังใช้ความสามารถปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ

วันนี้ (9 มกราคม) เพียงพนอ บุญกล่ำ ได้โพสต์ข้อความผ่านเ […]

The post เพียงพนอเล่าเหตุผลร่วมเป็นทีมบริหารรัฐบาลพรรคประชาชน หวังใช้ความสามารถปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพียงพนอเล่าเหตุผลร่วมเป็นทีมบริหารรัฐบาล พรรคประชาชน หวังใช้ความสามารถปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ

วันนี้ (9 มกราคม) เพียงพนอ บุญกล่ำ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในการเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยตอบรับเข้าร่วมเป็นทีมบริหารของพรรคประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมหากพรรคได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

 

เพียงพนอระบุว่า ตนเพิ่งเกษียณอายุจากการทำงานประจำเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม 9 เดือน หลังจากทำงานในวิชาชีพกฎหมายมาอย่างยาวนานกว่า 38 ปีครึ่ง โดยเดิมตั้งใจจะใช้เวลาหลังเกษียณเดินทางท่องเที่ยว สอนหนังสือด้านบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) และรับตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียน

 

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเข้าร่วมทีมบริหารพรรคประชาชนถือเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุด เพราะต้องยกเลิกแผนการพักผ่อนและปฏิเสธโอกาสการเป็นกรรมการบริษัทหลายแห่ง แต่ที่ตัดสินใจตอบรับเนื่องจากต้องการส่งมอบสังคมที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นหลัง และเล็งเห็นว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากและอันตรายที่สุดในเชิงโครงสร้าง

 

เพียงพนอได้หยิบยกปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยระบุถึงสัญญาณถดถอยที่มีมานาน รวมถึงการได้รับฟังความเห็นจากกองทุน Venture Capital ในสิงคโปร์ที่ปฏิเสธลงทุนในไทยเพราะ “Your country is too complicated” (ประเทศไทยของคุณซับซ้อนเกินไป) ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในสายตานักลงทุนต่างชาติ

 

นอกจากนี้ เพียงพนอยังไล่เลียงถึงปัญหาต่างๆ เช่น ดัชนีชี้วัดตกต่ำทั้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน หลักนิติธรรม และคุณภาพการศึกษา, ปัญหาการปั่นหุ้นฉ้อโกงนักลงทุน, การถือครองที่ดินผ่านนอมินีของทุนต่างชาติ, อาคารหน่วยงานราชการและองค์กรอิสระถูกทิ้งร้างมูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท, การบังคับใช้กฎหมายล่าช้า ไม่แน่นอน และไม่เป็นธรรม

 

เพียงพนอเสนอแนวทางแก้ปัญหาด้วยการนำ “Professional Will” (เจตจำนงของมืออาชีพ) มาประสานกับ “Political Will” (เจตจำนงทางการเมือง) ของพรรคประชาชน โดยเน้นการปฏิรูปภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ (Efficiency) ผ่านเรื่องหลักดังนี้:

 

1. กิโยตินกฎหมาย (Regulatory Guillotine): เพื่อลดขั้นตอนและกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ได้ถึง 0.8% และประหยัดเงินได้ 1.3 แสนล้านบาท ตามข้อมูลจาก TDRI

 

2. ปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจ: เร่งออกกฎหมายสตาร์ทอัพ ผลักดัน EEC ให้เดินหน้าได้จริง และปรับปรุงกฎหมายตามมาตรฐาน OECD

 

3. ยกเครื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: แก้ปัญหาข้อจำกัดที่ทำให้ข้าราชการไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวความผิดตามมาตรา 157 โดยจะร่วมทำงานกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง มุนินทร์ พงศาปาน เพื่อสร้างระบบที่เน้นความรับผิดชอบ (Accountability)

 

“หากมีโอกาสได้ลงมือทำ งานนี้จะเป็นงานที่ยากที่สุดและท้าทายที่สุดในชีวิตการทำงานเลยทีเดียว และจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการรวมพลังทั้งสองและอีกหลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน เป็น One Team for Thailand แท้จริง” เพียงพนอระบุ

 

เพียงพนอยืนยันว่า คำตอบสำหรับการตัดสินใจในวันนี้ จึงเหมือนกับเมื่อ 9 ปีก่อนที่ย้ายงาน คือ ต้องการใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในฐานะเป็นมืออาชีพ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด ภายใต้เวลาและข้อจำกัดที่มีอยู่

 

“สุดท้าย เราเคารพความเห็น ความชอบ ความพึงพอใจทางการเมือง และพรรคการเมืองที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลเสมอ และ หากเรายอมรับความจริงว่า ประเทศมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่แก้ไขในตอนนี้ ไม่ได้แล้ว ประโยชน์ของการแก้ไขปัญหา ก็จะเกิดกับส่วนรวม กับประเทศ สังคมที่ดีขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต่อทุกคน” เพียงพนอทิ้งท้าย

 

สำหรับ เพียงพนอ บุญกล่ำ เคยเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กฎหมาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย, กรรมการ หุ้นส่วนผู้บริหาร และที่ปรึกษากฎหมายอาวุโสบริษัท วีระวงค์ ชินวัฒน์ และพาร์ทเนอร์ส จำกัด รวมถึงเคยเป็นทนายความ ทนายความหุ้นส่วน ของบริษัท ไวท์ แอนด์ เคส (ประเทศไทย) จำกัด และทนายความของบริษัท Baker & Mackenzie จำกัด

The post เพียงพนอเล่าเหตุผลร่วมเป็นทีมบริหารรัฐบาลพรรคประชาชน หวังใช้ความสามารถปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก ‘ปัญหาปากท้อง’ สู่ ‘โค่นล้มระบอบ’ ทำไมอิหร่านจึงเกิดเหตุประท้วงครั้งใหญ่? https://thestandard.co/iran-protests-economic-regime/ Fri, 09 Jan 2026 07:09:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1163294 อิหร่าน ประท้วงครั้งใหญ่ 2569

อิหร่านกำลังเผชิญกับคลื่นการประท้วงครั้งรุนแรงที่สุดนับ […]

The post จาก ‘ปัญหาปากท้อง’ สู่ ‘โค่นล้มระบอบ’ ทำไมอิหร่านจึงเกิดเหตุประท้วงครั้งใหญ่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิหร่าน ประท้วงครั้งใหญ่ 2569

อิหร่านกำลังเผชิญกับคลื่นการประท้วงครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังสถานการณ์ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 12 ของการชุมนุม ท่ามกลางยอดผู้เสียชีวิต 36 คน และผู้ถูกคุมขังอีก 2,000 ราย ขณะที่ทางการเร่งดำเนินมาตรการเข้มงวดปราบปรามประชาชน ด้วยการตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ

 

การประท้วงรอบนี้ไม่ได้จำกัดแค่ข้อเรียกร้องเรื่องปัญหาปากท้อง แต่ยังยกระดับไปสู่การท้าทาย ‘ระบอบการปกครอง’ หลังมีผู้ชุมนุมตะโกนคำขวัญอย่าง “ความตายจงเกิดกับเผด็จการ” ท่ามกลางรายงานจาก The Times สื่ออังกฤษที่ยิ่งตอกย้ำความเปราะบางของอำนาจรัฐว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กำลังเตรียมลี้ภัยออกนอกประเทศพร้อมกับครอบครัวไปยังรัสเซีย

 

การลุกฮือครั้งนี้สะท้อนอะไรเกี่ยวกับสังคมและการเมืองอิหร่าน แล้วเหตุใดแรงกดดันทางเศรษฐกิจจึงลุกลามไปสู่การตั้งคำถามต่อทั้งระบอบ THE STANDARD สรุปชนวนสำคัญจากเหตุการณ์ครั้งนี้

 

ทำไมอิหร่านจึงออกมาชุมนุม?

 

  • การประท้วงครั้งนี้มีชนวนจากการนัดหยุดงานของกลุ่มแม่ค้าและพ่อค้าในตลาดบาซาร์ ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2025 เป็นต้นมา อันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ หลังค่าเงินเรียลอิหร่านดิ่งลงจนทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมา ซึ่งผลกระทบที่เห็นได้ชัด คือ ราคาสินค้าและอาหารพุ่งสูงถึง 72% เมื่อเทียบกับปี 2024

 

  • หากย้อนที่มาที่ไป วิกฤตเศรษฐกิจทั้งหมดมีที่มาจากการถูก ‘คว่ำบาตร’ อิหร่านถือเป็นประเทศหนึ่งที่ถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในโลก ทั้งข้อกล่าวหาการผลักดันโครงการนิวเคลียร์, การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ ไปจนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผลที่ตามมาคือ อิหร่านถูกจำกัดการเข้าถึงตลาดเงิน ไม่สามารถใช้ทรัพย์สินในต่างประเทศ หรือนำเข้าสินค้าบางอย่างไม่ได้

 

  • อเล็กซ์ วาตันกา นักวิชาการอาวุโสจาก Middle East Institute อธิบายผ่านนิตยสาร TIME ว่า ผลของการคว่ำบาตรและข้อจำกัดทางการค้า ทำให้อิหร่านกลายเป็นประเทศที่มีลูกค้ารายเดียวคือ ‘จีน’ ที่รับซื้อน้ำมันส่วนใหญ่

 

  • วาตันกาขยายความว่า จากสถานการณ์ข้างต้น ทำให้อิหร่านกลายเป็น ‘ค็อกเทลระเบิด’ เพราะนักลงทุนต่างชาติหลีกเลี่ยงตลาดอิหร่าน ขณะที่ประชาชนนำเงินออกนอกประเทศและซื้อทรัพย์สินต่างแดน ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน

 

  • จากเดิมที่วิกฤตเศรษฐกิจเลวร้ายอยู่แล้ว นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรและยุติข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2018 อิหร่านถูกซ้ำเติมความเสียหายทางเศรษฐกิจอีกระลอก จากเหตุการณ์อิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานนิวเคลียร์หลายแห่งในเดือนมิถุนายน 2025 โดยอ้างว่า เป็นการตอบโต้ที่เตหะรานกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างเป็นความลับ

 

  • ปัจจุบัน อิหร่านเผชิญภาวะเงินเฟ้อราว 40% ต่อปี ทำให้ราคาสินค้าหลักอย่างน้ำมันประกอบอาหาร เนื้อสัตว์ ข้าว และชีส มีราคาสูงเกินกำลังซื้อของประชาชน โดยประชาชนรายหนึ่งอธิบายสถานการณ์ล่าสุดกับ SkyNews ว่า ราคาไข่ 1 แผงพุ่งจาก 2.8 แสนโตมัน (ประมาณ 2,200 บาท) เป็น 5 แสนโตมัน (ประมาณ 4,000 บาท) ภายในไม่กี่วัน

 

  • อนึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลพวงจากการที่ มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านประกาศยุติอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราแบบอุดหนุน และหันมาแจกเงินช่วยเหลือรายเดือนแทน ซึ่งคาดว่า ราคาสินค้าจะพุ่งขึ้นอีก หากมาตรการมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคมนี้

 

จากปัญหาปากท้องขยายถึงระบอบการปกครองได้อย่างไร

 

  • เพราะการเมืองย่อมเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ ชาวอิหร่านจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า ปัญหาทั้งหมดเป็นมากกว่าความล้มเหลวการบริหารรัฐบาล แต่เกิดขึ้นเพราะปัญหาเชิงโครงสร้างจากระบอบการปกครอง สะท้อนจากคำขวัญในการประท้วงครั้งนี้ที่มุ่งเป้าโจมตีนโยบายต่างประเทศของทางการโดยตรง คือ ‘ไม่เอากาซา ไม่เอาเลบานอน ชีวิตขอมอบให้อิหร่าน’

 

  • ผู้เชี่ยวชาญจาก Middle East Institute ขยายความว่า ระบอบการปกครองอิหร่านอยู่ภายใต้ระบอบศาสนาที่ให้ความสำคัญกับอุดมการณ์และการต่างประเทศเหนือการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมาว่า อิหร่านพยายามดำเนินนโยบายมีส่วนร่วมกับความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น การสนับสนุนกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ และฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

 

  • ขณะที่ชาวอิหร่านมองว่า การที่ทางการดำเนินนโยบายเช่นนี้ เป็นการเบี่ยงเบนทรัพยากรออกจากปัญหาภายในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญที่อิหร่านกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

 

  • นอกจากนี้ บทบาทของคนรุ่นใหม่หรือ ‘กลุ่ม Gen Z’ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้การประท้วงลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยปรากฏประโยคที่แพร่หลายบน TikTok และโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มของคนหนุ่มสาวอย่างคำว่า “ฉันยอมเป็นคนต่อไป หากนั่นหมายความว่าฉันจะเป็นคนสุดท้าย” ซึ่งมีนัยสำคัญถึงคนรุ่นใหม่จำนวนออกมาที่เสียชีวิตจากการถูกปราบปรามโดยรัฐในการชุมนุม

 

  • ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนหนุ่มสาวอิหร่านจำนวนมากเติบโตขึ้นมาแตกต่างจากคนรุ่นก่อน โดยเฉพาะมุมมองต่อโลกและการเข้ามาของอินเทอร์เน็ต ที่สามารถติดตามเหตุการณ์ประท้วงในประเทศอื่นๆ แม้จะถูกจำกัดบางอย่าง ซึ่งทำให้พวกเขารู้ว่า การใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ และเชื่อว่า ทุกคนสามารถลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงประเทศได้

 

  • ขณะที่เหตุการณ์การประท้วงในปี 2022-2023 จากกรณี มาห์ซา อามินี หญิงชาวเคิร์ดวัย 22 ปี เสียชีวิตจากการจับกุมของตำรวจศีลธรรม เพราะละเมิดกฎหมายการสวมใส่ฮิญาบ ได้ทิ้งจิตสำนึกทางการเมืองอย่างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเสรีภาพทางการเมืองไว้กับคนรุ่นใหม่อีกด้วย ซึ่งทำให้การชุมนุมในปี 2025 ผสมผสานทั้งประเด็นปากท้อง สิทธิมนุษยชน และระบอบการปกครองอย่างแยกจากกันไม่ได้

 

การชุมนุมของอิหร่านไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นโครงการของสหรัฐฯ?

 

  • ในช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในอิหร่านผ่าน Truth Social ว่า หากรัฐบาลยิงและสังหารผู้ประท้วงอย่างสันติด้วยความรุนแรง สหรัฐฯ จะเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งบางส่วนจับตามองว่า สถานการณ์อาจบานปลายเหมือนกรณีสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการบุกเวเนซุเอลา และควบคุมตัว นิโกลัส มาดูโร ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

  • เจฟฟรีย์ แซคส์ (Jeffrey Sachs) ศาสตราจารย์นักเศรษฐศาสตร์, ผู้อำนวยการศูนย์การพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และอดีตที่ปรึกษาพิเศษของเลขาธิการ UN 3 สมัย วิเคราะห์สถานการณ์ว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นในอิหร่านเป็นบทละครส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าทำลายเศรษฐกิจผ่านการคว่ำบาตร เพื่อทำให้ทรัมป์มี ‘ความชอบธรรม’ เข้าแทรกแซงสถานการณ์ภายใน

 

  • อาจารย์แซคส์ระบุว่า อิหร่านคือ ‘โครงการระยะยาว’ ของสหรัฐฯ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศอื่น เช่นเดียวกับยูเครนและเวเนซุเอลา โดยที่ผ่านมา สหรัฐฯ แทรกแซงอิหร่านมาตั้งแต่ปี 1953 จนถึงหลังการปฏิวัติอิหร่านปี 1979 เพราะทรัพยากรสำคัญอย่าง ‘น้ำมัน’

 

  • อดีตที่ปรึกษาพิเศษเลขา UN มองว่า สถานการณ์ในอิหร่านครั้งนี้อาจนำไปสู่การใช้กำลังทางทหาร เช่น อิสราเอลทิ้งระเบิด หรือปฏิบัติการร่วมกับสหรัฐฯ ซึ่งหากอิสราเอลใช้จังหวะความวุ่นวายนี้โจมตีอิหร่าน สถานการณ์จะเลวร้ายและคาดเดาไม่ได้อย่างยิ่ง

 

  • แซคส์ทิ้งท้ายว่า อิหร่านไม่ใช่ ‘หมูในอวย’ เหมือนเวเนซุเอลา เพราะมีความแข็งแกร่งทางทหารมากกว่า และมีพันธมิตรที่สามารถสร้างความเสียหายขั้นรุนแรงได้ หากเกิดสงครามขึ้นจริงๆ อาจารย์เชื่อว่า จะนำไปสู่หายนะที่รุนแรงกว่ากรณีเวเนซุเอลาอย่างเทียบไม่ได้

 

ภาพ: SOPA Images / Getty Images

อ้างอิง:

The post จาก ‘ปัญหาปากท้อง’ สู่ ‘โค่นล้มระบอบ’ ทำไมอิหร่านจึงเกิดเหตุประท้วงครั้งใหญ่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เพียงพนอ บุญกล่ำ: นำความเป็นมืออาชีพควบคู่เจตจำนงการเมือง ฟื้นศรัทธาปฏิรูปภาครัฐ https://thestandard.co/peangpanor-boonklum-people-party-regulatory-reform/ Fri, 09 Jan 2026 07:06:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1163296 เพียงพนอ บุญกล่ำ: นำความเป็นมืออาชีพควบคู่เจตจำนงการเมือง ฟื้นศรัทธาปฏิรูปภาครัฐ

วันนี้ (8 มกราคม) เวลา 12.00 น. พรรคประชาชนเปิดเผยชื่อ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เพียงพนอ บุญกล่ำ: นำความเป็นมืออาชีพควบคู่เจตจำนงการเมือง ฟื้นศรัทธาปฏิรูปภาครัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพียงพนอ บุญกล่ำ: นำความเป็นมืออาชีพควบคู่เจตจำนงการเมือง ฟื้นศรัทธาปฏิรูปภาครัฐ

วันนี้ (8 มกราคม) เวลา 12.00 น. พรรคประชาชนเปิดเผยชื่อ เพียงพนอ บุญกล่ำ เป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการปฏิรูปภาครัฐ ผ่านซีรีส์ The Professionals ตอนที่ 5 ซึ่งเธอสนทนากับ สุทธิชัย หยุ่น ถึงเจตนารมณ์ในการตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมือง และวิสัยทัศน์ในการปฏิรูปภาครัฐเพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไป

 

ตัดสินใจลงสู่ถนนการเมือง เพราะกังวลถึงอนาคตประเทศ

 

เพียงพนอเปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของการมาร่วมงานกับพรรคประชาชนว่า เป็นจังหวะที่สอดคล้องกับการตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด (Early Retire) ซึ่งมีผลเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา แม้เดิมจะมีแผนท่องเที่ยว สอนหนังสือ และเขียนหนังสือ แต่เมื่อได้รับการชักชวนจากผู้ใหญ่ให้มาทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ ประกอบกับความสนใจในประเด็นปัญหาประเทศ โดยเฉพาะเรื่องบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) และการทุจริตคอร์รัปชัน เธอจึงเลือกที่จะทิ้งชีวิตหลังเกษียณมาทำงานเพื่อส่วนรวม

 

“เราถามตัวเองว่า ทำไมประเทศมาถึงจุดนี้ เราเรียนและทำงานมารวมทั้งหมด 38 ปีครึ่ง ได้เห็นมาตั้งแต่ประเทศรุ่งเรือง ทุกอย่างมีความหวัง มาจนถึงวันนี้ที่เราก็สอนหนังสือนิสิตนักศึกษาด้วย ก็เห็นว่าคนรุ่นต่อๆ ไปเขาจะอยู่อย่างไร สมมติเราอยู่อีกสัก 20 ปี ก็อาจจะพอทน แต่ลูกหลานหรือเด็กๆ อาจจะต้องอยู่อีก 50-60 ปี” เพียงพนอระบุ

 

เธอยังขยายความถึงความเกี่ยวพันระหว่างการเมืองกับการทำงานในฐานะนักกฎหมายว่า ในโลกธุรกิจ สิ่งที่นักลงทุนกังวลที่สุดไม่ใช่ภาษี แต่คือความไม่แน่นอนที่คำนวณไม่ได้ หลายครั้งที่ลูกความต่างชาติแสดงความไม่เชื่อมั่นในระบบกฎหมายไทยจนถึงขั้นไม่ขอขึ้นศาลไทย และเลือกไปใช้อนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์แทน ซึ่งเธอถือนิยามว่าเป็น “Inconvenient Truth” หรือความจริงที่น่ากระอักกระอ่วนใจสำหรับคนในวิชาชีพกฎหมาย

 

มุ่งผสานความเป็นมืออาชีพเข้ากับเจตจำนงการเมือง ‘พรรคประชาชน’

 

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เพียงพนอเลือกร่วมงานกับพรรคประชาชน คือความมุ่งมั่นที่สะท้อนผ่านนโยบายและข้อบังคับพรรคอย่างชัดเจน เธอเน้นย้ำว่าปัญหาเรื่อง Rule of Law หรือหลักนิติธรรม คือต้นทุนที่แพงที่สุดของประเทศ ซึ่งหากแก้ไขได้จะช่วยเพิ่ม GDP โดยไม่ต้องลงทุนอย่างอื่นเพิ่มเติม

 

“ประเทศไทยทำเรื่องเพิ่มประสิทธิภาพรัฐมานานมากๆ ทำไมไม่เกิดขึ้นเสียที ก็เพราะมันขาดเจตจำนงทางการเมืองอย่างแน่แท้” เพียงพนอกล่าว

 

สิ่งที่เธอตั้งใจจะนำมาเติมเต็มคือ ความเป็นมืออาชีพที่จะเข้าคู่ไปกับเจตจำนงทางการเมืองของพรรค เธอนิยาม ‘มืออาชีพ’ แปลว่า เรามีอิสระในการที่จะใช้ความรู้ความสามารถของเราแบบมืออาชีพ เพราะฉะนั้นไม่มีใครสามารถมาสั่งให้เราทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

 

ปักธงกิโยตินกฎหมายล้าสมัย

 

หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนที่เพียงพนอมองว่าเป็นหัวใจสำคัญ คือการทำ “กิโยตินกฎหมาย” (Regulatory Guillotine) หรือการทบทวนและยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย แม้ไทยจะเคยมีความพยายามทำเรื่องนี้หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จเนื่องจากขาดเจตจำนงทางการเมืองที่เด็ดขาด

 

เธอเสนอโมเดล “Operation 18” โดยตั้งเป้าหั่นกฎหมายและใบอนุญาตที่ไม่จำเป็นภายในเวลา 18 เดือน ตามแบบอย่างความสำเร็จของเวียดนามที่ใช้โมเดล Project 30 นอกจากนี้ เพียงพนอยังชี้ให้เห็นถึงความเจ็บปวดจากการถูกนักลงทุนมองข้าม โดยยกตัวอย่างจากวงประชุม Venture Capital ที่สิงคโปร์ ซึ่งนักลงทุนต่างชาติเลือกปฏิเสธการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยด้วยเหตุผลที่ว่า “Your country is too complicated.” (ประเทศของคุณซับซ้อนเกินไป), ความซับซ้อนที่คาดเดาไม่ได้นี้เองคือศัตรูตัวฉกาจของความเชื่อมั่น ซึ่งเธอตั้งเป้าจะแก้ไขด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพรัฐและสร้างความโปร่งใส

 

ขับเคลื่อนวาระ ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก

 

เพียงพนอวางบทบาทของตนเองในการขับเคลื่อนนโยบายหลักของพรรคประชาชนใน 3 ส่วนสำคัญ:

 

  • ไทยไม่เทา (ความโปร่งใส): มุ่งเน้นการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างและการปลดล็อกการตีความมาตรา 157 ของกฎหมายอาญา ที่มักถูกใช้จนทำให้ข้าราชการหวาดกลัวการทำงานเกินเหตุ จนส่งผลต่อประสิทธิภาพของรัฐ, รวมถึงการแก้ปัญหาการหลอกลงทุนและสแกมเมอร์ที่ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย

 

  • ไทยเท่ากัน (ลดการผูกขาด): การสร้างที่ยืนให้ SMEs และบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีการล็อกโอกาสหรือปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมในเชิงนโยบาย

 

  • ไทยทันโลก (หุ้นส่วนทางธุรกิจ): การทำให้รัฐเป็น “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” มากกว่าเป็นตัวขวาง สนับสนุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น Data Center และการลงทุนใน EEC ให้เป็น One Stop Service อย่างแท้จริง

 

เธอยังเสนอแนะให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลาง ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อบูรณาการอำนาจที่ทับซ้อนกันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ตามแบบอย่างเกาหลีใต้และเวียดนาม

 

ธรรมาภิบาล: หัวใจของการบริหารประเทศ

 

ในมุมมองของเพียงพนอ ธรรมาภิบาลไม่ใช่เพียงคำสวยหรู แต่ประกอบด้วยหลักการปฏิบัติ 3 ข้อ:,

 

  • ความรับผิดชอบ: ยิ่งมีอำนาจมากยิ่งต้องรับผิดชอบมาก
  • การตัดสินใจที่มีเหตุผล: ต้องยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ทำเพียงเพราะเป็นไปตามระเบียบแต่ไร้ประสิทธิภาพ เช่น กรณี “เสาไฟประติมากรรม” ที่ไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่า เธอย้ำว่าการตัดสินใจต้องไม่ทำแบบหลับตาข้างเดียวตามสำนวน “Elephant in the room” ที่มองไม่เห็นปัญหาใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่
  • การไร้ส่วนได้เสีย (Conflict of Interest): เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

 

เพียงพนอส่งคำเตือนว่า ประเทศไทยมีเวลาเหลือไม่เกิน 5 ปีในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ก่อนที่ภาระหนี้จะเป็น “งูกินหาง” และออกซิเจนในการพยุงเศรษฐกิจจะหมดไป เธอเชื่อว่าการเข้ามาร่วมงานกับพรรคประชาชนครั้งนี้คืองานที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นพลังที่สำคัญที่สุด,

 

“เรารู้ว่าการขับเคลื่อนและการเปลี่ยนแปลงต้องใช้พลังเยอะ แต่เมื่อคนเริ่มเห็นว่าเปลี่ยนไปแล้วดี คนยอมรับ เรามีที่ยืน และคนมองเห็นเรา เราก็จะได้พวกเขามาร่วมขับเคลื่อนด้วย” เพียงพนอกล่าว

 

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหาโอกาสในต่างประเทศเพียงเพราะในประเทศไม่มีงานที่ท้าทายพอ เพียงพนอเชื่อว่าการสร้างความเชื่อมั่นกลับมาสู่ประเทศไทยคือทางออกเดียวที่จะดึงดูดคนเก่งๆ ให้กลับบ้านได้

 

“เรื่องที่จะทำยากแน่… แต่ว่ายิ่งยากยิ่งต้องทำ และคิดว่าเรามีพลังช็อตสุดท้ายที่ดีที่สุดที่จะส่งมอบต่อได้ ต้องทำให้ political will และ professional will ไปด้วยกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจกลับมายังประเทศไทยให้ได้” เพียงพนอทิ้งท้าย

 

สำหรับเพียงพนอ บุญกล่ำ เคยเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กฎหมาย
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย, กรรมการ หุ้นส่วนผู้บริหาร และที่ปรึกษากฎหมายอาวุโสบริษัท วีระวงค์ ชินวัฒน์ และพาร์ทเนอร์ส จำกัด รวมถึงเคยเป็นทนายความ ทนายความหุ้นส่วน ของบริษัท ไวท์ แอนด์ เคส (ประเทศไทย) จำกัด และทนายความของบริษัท Baker & Mackenzie จำกัด

The post เลือกตั้ง 2569 : เพียงพนอ บุญกล่ำ: นำความเป็นมืออาชีพควบคู่เจตจำนงการเมือง ฟื้นศรัทธาปฏิรูปภาครัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ผนึกกำลังสื่อ – กกต. – ภาคประชาชน เดินหน้ารายงานผลเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ 8 กุมภาพันธ์นี้ ชูความเร็ว – ความแม่นยำ – โปร่งใส https://thestandard.co/media-ect-public-election-2026/ Fri, 09 Jan 2026 06:29:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1163289 ผนึกกำลังสื่อ - กกต. - ภาคประชาชน เดินหน้ารายงานผลเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ 8 กุมภาพันธ์นี้ ชูความเร็ว - ความแม่นยำ - โปร่งใส

วันนี้ (7 มกราคม) ที่คอนเวนชั่น ฮอลล์ อาคาร D ไทยพีบีเอ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ผนึกกำลังสื่อ – กกต. – ภาคประชาชน เดินหน้ารายงานผลเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ 8 กุมภาพันธ์นี้ ชูความเร็ว – ความแม่นยำ – โปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผนึกกำลังสื่อ - กกต. - ภาคประชาชน เดินหน้ารายงานผลเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ 8 กุมภาพันธ์นี้ ชูความเร็ว - ความแม่นยำ - โปร่งใส

วันนี้ (7 มกราคม) ที่คอนเวนชั่น ฮอลล์ อาคาร D ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เครือข่ายสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวความร่วมมือในการรายงานผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบทั่วไป และการออกเสียงประชามติ ปี 2569 แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

 

การแถลงข่าวครั้งนี้นำโดยตัวแทนจากสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ไทยพีบีเอส สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงภาคประชาชนจาก iLaw และเครือข่าย VOTE62

 

ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญของการผนึกกำลังระหว่างสื่อมวลชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งอย่าง รวดเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใสที่สุด ทันทีที่หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศปิดหีบในเวลา 17.00 น.

 

การรายงานผลแบบเรียลไทม์ในครั้งนี้จะอาศัยเครือข่ายอาสาสมัครมากกว่า 10,000 คนที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ภายใต้การบริหารจัดการของทีมนักข่าวพลเมืองไทยพีบีเอส ร่วมกับ VOTE62 และเครือข่ายภาคประชาชน โดยมีนักศึกษาและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้เห็นคะแนนแรกทันทีที่เริ่มนับคะแนน

 

นอกจากนี้ ระบบรายงานผลจะยกระดับไปอีกขั้นด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลโดยตรงจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผ่านการประมวลผลข้อมูลระดับประเทศโดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เพื่อให้สื่อมวลชนทุกแพลตฟอร์มได้รับข้อมูลชุดเดียวกัน ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการรายงานอย่างไม่เป็นทางการจนกว่าการนับคะแนนจะแล้วเสร็จ

 

ภารกิจครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้นำเครือข่ายด้านการสื่อสารและอินเทอร์เน็ต เพื่อให้การส่งข้อมูลจากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของพันธมิตรสื่อกว่า 25 องค์กร ทั้งโทรทัศน์ ออนไลน์ และสื่อข่าวอิสระ

 

ผู้จัดงานยังเชิญชวนประชาชนร่วมเป็น “พันธมิตรอาสาสมัครรายงานผลการเลือกตั้ง” เพื่อร่วมสร้างการเลือกตั้งที่โปร่งใส โดยสามารถลงทะเบียนเลือกหน่วยเลือกตั้งที่สะดวกได้ผ่าน QR Code หรือช่องทางออนไลน์ที่กำหนด และติดตามความเคลื่อนไหวจากทุกสื่อพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ

The post เลือกตั้ง 2569 : ผนึกกำลังสื่อ – กกต. – ภาคประชาชน เดินหน้ารายงานผลเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ 8 กุมภาพันธ์นี้ ชูความเร็ว – ความแม่นยำ – โปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันอ้อนคนลำพูนขอเป็นนายกฯ ยันเพื่อไทยไม่มีเลือดไหลมีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้านณัฐวุฒิปลุกใจส่งกำลังใจถึงทักษิณในเรือนจำ https://thestandard.co/yotchanan-lamphun-pheu-thai/ Fri, 09 Jan 2026 06:24:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1163285 ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ

วันนี้ (9 มกราคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันอ้อนคนลำพูนขอเป็นนายกฯ ยันเพื่อไทยไม่มีเลือดไหลมีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้านณัฐวุฒิปลุกใจส่งกำลังใจถึงทักษิณในเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ

วันนี้ (9 มกราคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เดินทางมายังกาดลำพูนจตุจักร อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เพื่อพบปะประชาชนและขึ้นเวทีปราศรัย เพื่อช่วย ชัยณรงค์ ภู่พิสิฐ ผู้สมัคร สส. ลำพูนเขต 1 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย และรังสรรค์ มณีรัตน์ ผู้สมัคร สส. ลำพูน เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทย หาเสียง

 

ทันทีที่ ศ.ดร.ยศชนัน เดินทางมาถึงได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนที่รอถ่ายรูป มอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง รวมถึงมีพวงมาลัย ข้าวเหนียว แคบหมู และน้ำพริกหนุ่ม

 

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ปราศรัยเป็นภาษาเหนือว่า ตนเกิดที่เชียงใหม่ 46 ปีที่แล้ว แม่เกิดที่เชียงใหม่ พ่อเป็นคนใต้ เพราะฉะนั้นหัวใจผมคือประชาชน วันนี้อยากจะขอเสียงดังๆว่าประเทศไทยเปลี่ยนได้ “ถ้าลำพูนวันนี้พรรคเพื่อไทยทั้ง 2 เขตได้ไหมครับ เอายศชนันเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้ไหมครับ ขอคนเหนือเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบได้ไหมครับ”

 

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า ตนมาจังหวัดลำพูนกับทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นหลายคนบอกว่าเจ็บป่วยไม่ได้รับความเท่าเทียมกันในการรักษา พรรคไทยรักไทย ไม่ฟังใคร ใครบอกทำไม่ได้ไม่ฟัง แต่เราฟังเสียงประชาชนอย่างเดียว 30 บาทรักษาทุกโรค พรรคเพื่อไทย 30 บาทรักษาทุกที่ พอมาถึง ยศชนัน 30 บาท AI เมื่อวาน (8 มกราคม) หากใครอยู่บนเขาบนดอย หมอสามารถวิดีโอคอลได้ สามารถส่งยาขึ้นไปข้างบนดอยได้

 

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบายสนับสนุนสวัสดิการ อสม. เต็มรูปแบบ อสม. ต้องได้รับการดูแล พร้อมจะผลักดันกฎหมายให้อยู่อย่างยั่งยืน มีกินมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี อยู่อย่างมีความสุขตลอดไป และจังหวัดลำพูนเป็นที่แรก เมื่อโพลขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ตนก็เดินทางมาที่นี่เลย

 

ศ.ดร.ยศชนันยังย้ำถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย เติมเงิน 3,000 บาท ให้คนกลุ่มที่รายได้ไม่ถึงวันละ 100 บาท หรือ 3,000 บาทต่อเดือน และ ปลดหนี้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ทั้งนี้รังสรรค์ผลักดัน พ.ร.บ.ลำไยใกล้จะเสร็จแล้ว ขอให้เลือกเข้าไปอีกครั้งได้หรือไม่ วันนี้ยศชนันเข้าไปคนเดียวไม่ได้ ขอรังสรรค์กับชัยณรงค์ เข้าไปด้วย ได้หรือไม่ แต่สองคนไม่พอขอยศชนัน เบอร์ 9 เข้าไปด้วย

 

“วันนี้หลายคนมองว่าพรรคเพื่อไทยเลือดไหล แต่ผมมองว่าไทยรักไทย (ทรท.) ปิ๊กบ้าน มาที่พรรคเพื่อไทยหมดแล้ว คนในพรรคเพื่อไทยยังอยู่เหมือนเดิม คนรุ่นใหม่เข้ามา ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค ได้ยศชนันเป็นนายกรัฐมนตรี” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

 

ก่อนหน้านั้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เรากําลังจะมีรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พรรคไหนจะได้ที่หนึ่ง ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเพื่อไทยได้ที่หนึ่ง แคนดิเดตฯ ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีชื่อ ศ.ดร.ยศชนัน อย่างแน่นอน ซึ่งภาคเหนือมีนายกฯ คนเหนือชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เขยคนเหนือชื่อ สมชาย วงศ์สวัสดิ์

 

และนักวิชาการลูกหลานชาวเหนืออย่าง ศ.ดร.ยศชนัน ที่คนปรามาสว่ามาเพราะนามสกุล แต่ขอให้ดูเขามาเพราะความสามารถ นี่เป็นความแตกต่างของแคนดิเดตที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่ไม่เล่นเกมการเมืองสร้างความขัดแย้งกับใคร มีแต่ประกาศนโยบาย ซึ่งที่ผ่านมาก็ขอให้ผ่านไป เลือกตั้งครั้งนี้ขอเลือกเพื่อไทยทั้งจังหวัด ซึ่งนโยบายเดิมเพื่อไทยก็จะสานต่อ ไปพร้อมกับนโยบายใหม่

 

ณัฐวุฒิระบุอีกว่า เลือกตั้งครั้งนี้ตนไม่ได้จะมาแค่คนเดียว แต่จะมากับอีกคนหนึ่ง ตนได้นัดทักษิณไว้แต่มาไม่ได้ เพราะเขาเอาทักษิณไปขัง ส่วนตนมาได้ไม่ใช่เพราะแน่ แต่เพราะว่าเขาเพิ่งปล่อยตัวมา ยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม และทักษิณ เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทยก็ยังยืนหยัดอยู่กับประชาชนเหมือนเดิม วันก่อนลูกๆ หลานๆ ของทักษิณ ไปเยี่ยม ตนก็ได้ฝากบอกไปว่า เวลาที่ตนเดินสายปราศรัยกับประชาชน คนก็ยังคิดถึง ยังห่วงใย ยังส่งกำลังใจให้ทักษิณอยู่ นี่คือชะตากรรมของนายกรัฐมนตรีที่ยืนเคียงข้างประชาชน นี่คือชะตากรรมของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่กล้าประกาศว่าคนจนจะต้องหมดไป 20 กว่าปีที่พรรคเพื่อไทยยืนข้างประชาชนมาจนทุกวันนี้

 

ณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า วันนี้มีคนมาถามตนว่าเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อไทยพังหรือยัง เพื่อไทยเจ๊งหรือยัง เพื่อไทยตายหรือยัง ตนบอกดังๆ ได้เลยว่าเพื่อไทยไม่มีวันตาย ถ้าจะตายก็ตายไปนานแล้ว แต่ที่ไม่ตายเพราะยังนั่งอยู่ในหัวใจของประชาชน การมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 คน ในวันนี้ คือความพร้อม คือความชัดเจนและคือความเข้มแข็ง ที่เราเดินมาหาประชาชน

 

จังหวัดลำพูน คือพื้นที่ประวัติศาสตร์ทางการเมือง เลือกตั้งทุกครั้งคนลำพูนออกไปใช้สิทธิเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ครั้งนี้ขอรวมพลังกันอีกครั้ง ทำให้เหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ขอแค่ 2 เขต เท่านั้น

 

ณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า ตนขอถามชาวลำพูนสักครั้ง ในฐานะคนเมืองเหนือเหมือนกับทักษิณ ถ้าเย็นนี้ตนจะโทรบอกลูกหลานของทักษิณว่า มาลำพูนมาเจอพี่น้องชาวลำพูน ตนจะฝากพานทองแท้ ชินวัตร ที่จะไปเยี่ยมทักษิณ ไปบอกได้หรือไม่ว่าคนลำพูนยังไม่ลืมทักษิณ ว่ายังรักยังห่วงใย และไปบอกว่าคนลำพูนยังเลือกพรรคเพื่อไทย 2 ใบ ถ้าได้ ขอเสียงหน่อย ขอให้เสียงดังจากจังหวัดลำพูนไปที่เรือนจำคลองเปรม

 

ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ 1ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ 2ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ 3ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ 4ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ 5ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ 6ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ 7ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ 8ยศชนัน อ้อน คนลำพูน ขอเป็น นายกฯ ยัน เพื่อไทย ไม่มีเลือดไหล มีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้าน ณัฐวุฒิ ปลุกใจ ส่งกำลังใจถึง ทักษิณ ในเรือนจำ 9

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันอ้อนคนลำพูนขอเป็นนายกฯ ยันเพื่อไทยไม่มีเลือดไหลมีแต่ ทรท. ปิ๊กบ้าน ด้านณัฐวุฒิปลุกใจส่งกำลังใจถึงทักษิณในเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตัดสินชะตา ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ กลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ https://thestandard.co/surachate-fate-police-return/ Fri, 09 Jan 2026 06:15:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1163267 ตัดสินชะตา **‘**พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ กลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้กำหนดนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีพิพา […]

The post ตัดสินชะตา ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ กลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตัดสินชะตา **‘**พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ กลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้กำหนดนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีพิพาทระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในวันที่ 9 มกราคม 2569 นั้น

 

THE STANDARD ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและวิเคราะห์ฉากทัศน์ทางกฎหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจในประเด็นที่ซับซ้อนระหว่าง ‘คำสั่งให้ออกชั่วคราว’ และ ‘คำสั่งไล่ออก’ ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกัน ไว้ดังนี้

 


 

ตัดสินชะตา ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ กลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post ตัดสินชะตา ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ กลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด https://thestandard.co/air-force-children-day-2026/ Fri, 09 Jan 2026 05:44:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1163259 ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด

วันนี้ (9 มกราคม) พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพ […]

The post ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด

วันนี้ (9 มกราคม) พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยถึงความพร้อมในการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของกองทัพอากาศ โดยระบุว่ากองทัพอากาศให้ความสำคัญกับวันนี้ในการเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ ปลูกฝังวิธีคิดที่ถูกต้องให้แก่เยาวชน พร้อมทั้งแสดงขีดความสามารถและความเข้มแข็งของกองทัพเพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประชาชน

 

โฆษกกองทัพอากาศกล่าวว่า แม้กองทัพจะมีความพร้อมในการจัดงานทุกปี แต่อาจมีข้อขัดข้องบางประการ โดยเฉพาะผลกระทบต่อความล่าช้าของเที่ยวบินพาณิชย์ในช่วงวันพรุ่งนี้ (10 มกราคม) จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ และขอให้ทุกภาคส่วนถือเป็นกิจกรรมสำคัญหนึ่งวันที่ร่วมกันสร้างพลังให้แก่เด็กและเยาวชน

 

สำหรับการอำนวยความสะดวกในปีนี้ กองทัพอากาศได้พัฒนาระบบการเข้าชมให้ดียิ่งขึ้น โดยขอความร่วมมือให้ผู้ที่จะมาร่วมงาน ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อความรวดเร็ว ทั้งนี้ จากสถิติงานครบรอบ 88 ปี กองทัพอากาศในปีที่ผ่านมาซึ่งมีผู้ร่วมงานกว่า 130,000 คน คาดว่าในวันพรุ่งนี้จะมีประชาชนและเยาวชนตบเท้าเข้าร่วมกิจกรรมในระดับหลักแสนคนเช่นเดียวกัน

 

ในด้านความปลอดภัย กองทัพอากาศได้เตรียมการอย่างรัดกุม โดยจะมีการติดตั้งเครื่องสแกนและระบบตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ร่วมงานอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ครอบครัวที่มาร่วมกิจกรรม

 

ส่วนการแสดงการบิน (Air Show) ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญ ในปีนี้จะมีความพิเศษมากกว่าทุกปี เนื่องจากนักบินและกำลังพลเพิ่งเสร็จสิ้นจากปฏิบัติการทางอากาศในพื้นที่ชายแดน การบินโชว์ในปีนี้จึงเป็นการบินในระดับต่ำเพื่อให้ผู้ชมเห็นขีดความสามารถของเครื่องบินได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งแตกต่างจากปฏิบัติการจริง และถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมส่งกำลังใจให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนอีกด้วย

 

กองทัพอากาศแจ้งรายละเอียดพื้นที่จัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ดังนี้:

 

พื้นที่จัดงานหลัก (กรุงเทพฯ):

 

  • ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง
  • พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ
  • สนามบินเล็กกองทัพอากาศ (ทุ่งสีกัน)

 

พื้นที่งดจัดกิจกรรม (เพื่อเตรียมความพร้อมปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ): เนื่องจากเป็นฐานปฏิบัติการหลักที่มีเครื่องบินรบประจำการและต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง จึงงดจัดกิจกรรมใน 5 กองบิน ได้แก่

 

1. กองบิน 1 นครราชสีมา

 

2. กองบิน 3 สระแก้ว

 

3. กองบิน 4 นครสวรรค์ (ตาคลี) [หมายเหตุ: ต้นฉบับระบุเชียงใหม่ แต่ปกติกองบิน 4 อยู่ตาคลี]

 

4. กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี

 

5. กองบิน 21 อุบลราชธานี

 

กองทัพอากาศจึงขอเชิญชวนผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าร่วมงานตามจุดที่กำหนด และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารการเดินรถและที่จอดรถจากเพจประชาสัมพันธ์ของกองทัพอากาศอย่างใกล้ชิด

 

ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 1ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 2ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 3ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 4ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 5ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 6ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 7ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 8ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 9ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 10ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 11ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 12ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 13ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 14ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 15ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 16ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด 17

The post ทอ. ประกาศความพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 69 เน้นสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : วิโรจน์เดินช่วยหาเสียง กทม. ย้ำจุดยืนพรรคเรื่องกองทัพไม่เปลี่ยน มุ่งแก้ทุจริต ช่วยทหารชั้นผู้น้อย https://thestandard.co/wirote-bangkok-army-reform/ Fri, 09 Jan 2026 05:21:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1163236 Heres the reformatting of the headline using the specified rule (add a space before proper nouns that follow a verb): The original headline already adheres to this specific rule. The only instance where a proper noun (กทม.) follows a verb (หาเสียง) already has a space. Therefore, no changes are needed based on the given rule. **Original (and reformatted) headline:** วิโรจน์เดินช่วยหาเสียง กทม. ย้ำจุดยืนพรรคเรื่องกองทัพไม่เปลี่ยน มุ่งแก้ทุจริต ช่วยทหารชั้นผู้น้อย

วันนี้ (9 มกราคม) วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส. แบบบ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : วิโรจน์เดินช่วยหาเสียง กทม. ย้ำจุดยืนพรรคเรื่องกองทัพไม่เปลี่ยน มุ่งแก้ทุจริต ช่วยทหารชั้นผู้น้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Heres the reformatting of the headline using the specified rule (add a space before proper nouns that follow a verb): The original headline already adheres to this specific rule. The only instance where a proper noun (กทม.) follows a verb (หาเสียง) already has a space. Therefore, no changes are needed based on the given rule. **Original (and reformatted) headline:** วิโรจน์เดินช่วยหาเสียง กทม. ย้ำจุดยืนพรรคเรื่องกองทัพไม่เปลี่ยน มุ่งแก้ทุจริต ช่วยทหารชั้นผู้น้อย

วันนี้ (9 มกราคม) วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขตประเวศ-สะพานสูง (ประเวศ ดอกไม้ ทับช้าง) พรรคประชาชน ลงพื้นที่บริเวณพัฒนาการ 74

 

ขณะขึ้นรถแห่เพื่อพบปะพี่น้องชาวประเวศ วิโรจน์กล่าวว่า พรรคประชาชนมีนโนบายกว่า 200 ข้อ โดยนโยบายเพิ่มสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ จะปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท ปรับทันทีในเดือนตุลาคม จากนั้นก็จะปรับเป็น 1,500 บาท ภายใน 4 ปี

 

“วันนี้ผมอยู่กับ ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส. เบอร์ 8 จากพรรคประชาชน อดีต สส. เขตประเวศ-สะพานสูง ขอให้พี่น้องประชาชนเลือก สส. คนเดิม เพื่อไปสานงานต่อ ก่องานใหม่ ขอให้พี่น้องในพื้นที่ประเวศเข้าคูหา กาเบอร์ 8 เลือก สส. เขตคนเดิม กาเบอร์ 46 เลือกพรรคประชาชนไปเป็นรัฐบาล ส่ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิไปเป็นนายกรัฐมนตรี” วิโรจน์กล่าว

 

วิโรจน์ระบุว่า ถึงเวลาจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์ และทุนเทา หมดเวลาทนฟังอุบายเก่าๆ ที่จะเข้ามาหลอกเงินพ่อแม่พี่น้อง ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องระแวงอีกต่อไป ได้เวลาจัดการข้อมูลเชื่อมโยงโครงข่ายหน่วยงานและสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตั้งศูนย์บัญชาการในการปรับสแกมเมอร์ และร่วมมือกับหลายประเทศในโลกเพื่อจัดการกับแก๊งสแกมเมอร์ ปราบทุนเทา ได้แล้ว

 

ด้าน ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กล่าวทักทายพี่น้องชาวประเวศ ให้พ่อแม่พี่น้องออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เข้าคูหา กาเบอร์ 8 การเลือกตั้งครั้งนี้ ชี้ชะตาอนาคต ไม่มีเสียง สว. มาเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป ขอพ่อแม่พี่น้องเลือกพรรคประชาชน กาเบอร์ 46 เลือก สส. เขตประเวศ กาเบอร์ 8 พรรคประชาชนมีกว่า 200 นโยบายดูแลพ่อแม่พี่น้องตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ดูแลประชาชนทั่วถึงไม่ต้องพิสูจน์ความจนอีกต่อไป

 

จากนั้น วิโรจน์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีกระแสตอบรับหลังมีผลโพลวัดคะแนนความนิยมพรรคการเมืองต่างๆ นั้น วิโรจน์กล่าวว่า ไม่ได้มีเวลาติดตามโพลดังกล่าวมากนัก และเห็นว่าพรรคประชาชนยังมีเวลาทำงานอีกมาก โดยตนเอง พรรคประชาชนและผู้สมัคร สส. ก็พยายามพบปะประชาชนให้มากที่สุดและพยายามเสนอนโยบายสวัสดิการการปรับเบี้ยผู้สูงอายุ ปรับจาก 600 บาท เป็น 1,000 บาทและทำให้ค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายที่มีความเป็นธรรมต่อทุกคนมากขึ้น

 

นอกจากนี้ การจัดการแก๊ง Call Center แก๊งสแกมเมอร์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลจริงจัง เพื่อไม่ให้พ่อแม่พี่น้องต้องยกเป็นเหยื่อแก๊งทุนเทาเหล่านี้อีกต่อไป

 

ส่วนเรื่องบัตรทองซึ่งประชาชนชาวกรุงเทพได้รับผลกระทบพอสมควร ทั้งตอนบาดเจ็บซึ่งประชาชนต้องรอดูต้องรอเรื่องการส่งตัวคนไข้ที่ต้องมีการยื่นเอกสารจำนวนมาก กระบวนการเหล่านี้ต้องลดลง พ่อแม่พี่น้องต้องไม่เสียเวลารอคอยยื่นเอกสารจำวนมากอีกต่อไป เรื่องการเบิกจ่ายยา เช่น การรักษาตัวของผู้ป่วยมะเร็ง ยังมียาที่ไม่อยู่ในบัญชีหลักแห่งชาติ ก็ต้องพยายามเอางบประมาณมาปรับปรุงตรงนี้เพื่อทำให้ประชาชนชาวไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลและคนเจ็บป่วยรักษาได้เร็ว เพราะคนเจ็บป่วย 1 คน ก็กระทบกันทั้งบ้าน

 

วิโรจน์ยืนยัน พรรคประชาชนทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนพร้อมรักษาคะแนนเสียงเขตเดิม เพิ่มเติมเขตใหม่ด้วย ส่วนประเด็นการจัดการธุรกิจฟอกเงิน ธุรกิจศูนย์เหรียญที่ไม่ยอมเสียภาษีให้ไทยสักบาทเดียว พรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าจัดการเรื่องนี้และดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติให้เพิ่มขึ้น นานแค่ไหนแล้วที่ไทยไม่มีอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นานแค่ไหนแล้วที่ไทยไม่มีนวัตกรรมสร้างแรงงานทักษะสูง เพื่อให้ลูกหลานคนไทยของเรามีเงินเดือนดีๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้คนไทยสามารถนำรายได้ไปสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้

 

สำหรับคำถามเรื่องจุดยืนของพรรคเกี่ยวกับมาตรา 112 วิโรจน์กล่าวว่า ส่วนมาตรา 112 นั้น เมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วไม่สามารถนำมาเป็นนโยบายในการหาเสียงได้อีกต่อไป ส่วนเรื่องของทหารหรือกองทัพนั้น ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้หาเสียงเรื่องนี้เลย เพราะว่าประชาชนที่เข้าใจส่วนใหญ่ก็เข้าใจดีอยู่แล้วทั้งนั้น ตนได้เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการทหาร หากพบเจอเรื่องทุจริตก็ไม่สามารถปล่อยผ่านได้

 

ส่วนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่มีความโปร่งใส ขาดประสิทธิภาพ ก็ต้องจัดการ แต่ในด้านการลงทุนด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และนโยบายการจัดซื้อที่มีการชดเชยไม่ใช่แค่การเอาเงินไปแลกอาวุธก็ต้องเป็นไปตามความเหมาะสม ตนไม่เห็นด้วยที่มีการนำพลทหารชั้นผู้น้อยไปซ้อมทรมาน เรื่องนี้เราต้องให้ความสำคัญ ไม่เคยปล่อยปละละเลย ตนคิดว่าอะไรดีก็ส่งเสริม อะไรไม่ดีก็จัดการไม่ได้มีการเปลี่ยนจุดยืนแต่อย่างใด

 

สำหรับประเด็นที่พรรคบัตรประชาชนถูกโจมตีนั้น วิโรจน์กล่าวว่า ตามจริงแล้วถูกโจมตีมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ตนมองว่าเนื่องจากพรรคได้รับความนิยมสูงจึงต้องถูกเพ่งเล็งเป็นธรรมดา ก็ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าคูหากาให้เบอร์ สส. เขต จากพรรคประชาชน และกาให้เบอร์พรรคประชาชน กาทั้งสองใบ เพื่อส่งให้พรรคประชาชนกลายเป็นรัฐบาลประชาชน เพื่อส่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี

The post เลือกตั้ง 2569 : วิโรจน์เดินช่วยหาเสียง กทม. ย้ำจุดยืนพรรคเรื่องกองทัพไม่เปลี่ยน มุ่งแก้ทุจริต ช่วยทหารชั้นผู้น้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นประธานวุฒิสภา ร้องตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ชี้ ปปป.-ป.ป.ช. สอบคดีสินบนทองคำขัดรัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/surachate-gold-bribe-challenge/ Fri, 09 Jan 2026 05:08:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1163231 ทีมทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่น ประธานวุฒิสภา ร้องตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ชี้ ปปป.-ป.ป.ช. สอบคดีสินบนทองคำ ขัด รัฐธรรมนูญ

วันนี้ (9 มกราคม) ที่อาคารรัฐสภา สัญญาภัชระ สามารถ ทนาย […]

The post ทีมทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นประธานวุฒิสภา ร้องตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ชี้ ปปป.-ป.ป.ช. สอบคดีสินบนทองคำขัดรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่น ประธานวุฒิสภา ร้องตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ชี้ ปปป.-ป.ป.ช. สอบคดีสินบนทองคำ ขัด รัฐธรรมนูญ

วันนี้ (9 มกราคม) ที่อาคารรัฐสภา สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการทำคดีที่เกี่ยวข้องกับสินบนทองคำ โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานวุฒิสภา เป็นตัวแทนรับมอบ

 

สัญญาภัชระ แถลงรายละเอียดโดยใช้เวลากว่า 40 นาที ระบุว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้เป็นการขอความเป็นธรรมให้รัฐสภาส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 236 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 หมวด 4

 

ฝ่ายทนายความโต้แย้งว่า เนื่องจากคดีดังกล่าวมีข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงถึงตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ซึ่งรวมถึงกรรมการ ป.ป.ช. และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายแล้ว ป.ป.ช. ไม่สามารถตรวจสอบพิจารณาความผิดของตนเองได้ การที่พนักงานสอบสวนของตำรวจดำเนินการสอบสวนเชิงลึกและส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. จึงเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายบัญญัติไว้

 

สัญญาภัชระ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นการติดกระดุมเม็ดแรกผิด เมื่อจุดเริ่มต้นไม่ถูกต้อง พยานหลักฐานที่ได้มาจึงเข้าข่ายหลักต้นไม้พิษ (Poisonous Tree Doctrine) ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมได้ตามรัฐธรรมนูญ

 

สัญญาภัชระ อธิบายเพิ่มเติมว่า พ.ร.ป. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45 และ 49-56 ระบุชัดเจนว่า หากมีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. กระทำความผิดร่วมกับบุคคลอื่น ต้องดำเนินคดีไปพร้อมกันในกระบวนการเดียวกันผ่านคณะผู้ไต่สวนอิสระที่แต่งตั้งโดยประธานศาลฎีกาเท่านั้น เพื่อรับประกันความเป็นกลาง ไม่สามารถแยกสำนวนหรือให้พนักงานสอบสวนปกติทำหน้าที่แทนได้

 

ส่วนประเด็นที่สังคมกังวลว่าการกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่จะทำให้คดีล่าช้านั้น ทนายความยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความสมัครใจ แต่เป็นความจำเป็นทางข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม

 

ในช่วงท้าย ทนายความได้ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง โดยยืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงอยู่ในประเทศไทยและสามารถติดต่อได้ตามปกติ ไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศตามกระแสข่าวลือแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เลือกที่จะยังไม่ออกมาชี้แจงผ่านสื่อในช่วงนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้นำสังคมหรือการตอบโต้ที่อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี โดยยืนยันที่จะต่อสู้และให้ความร่วมมือตามกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้องในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นในชั้นพนักงานสอบสวน, ป.ป.ช., รัฐสภา หรือชั้นศาลในอนาคต

The post ทีมทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นประธานวุฒิสภา ร้องตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ชี้ ปปป.-ป.ป.ช. สอบคดีสินบนทองคำขัดรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 https://thestandard.co/dispatch-election-referendum-ballots-2569/ Fri, 09 Jan 2026 04:59:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1163228 The headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule for this particular phrasing, as there are no proper nouns directly following a verb that would require an inserted space. สส. and 2569 are specific identifiers but are part of descriptive noun phrases (บัตรเลือกตั้ง สส., บัตรประชามติ 2569) rather than standalone proper nouns immediately following the verb ปล่อย. So, the reformat is: ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569

วันนี้ (9 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
The headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule for this particular phrasing, as there are no proper nouns directly following a verb that would require an inserted space. สส. and 2569 are specific identifiers but are part of descriptive noun phrases (บัตรเลือกตั้ง สส., บัตรประชามติ 2569) rather than standalone proper nouns immediately following the verb ปล่อย. So, the reformat is: ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569

วันนี้ (9 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดความพร้อมการจัดเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ และร่วมกันในภารกิจขนส่งเอกสารและบัตรเลือกตั้ง รวมทั้งเปิดพื้นที่จัดตั้งศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยว่า การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ มีจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าจำนวน 2,410,425 ราย แบ่งเป็นผู้ขอใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้งจำนวน 2,262,643 ราย ผู้ขอใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง จำนวน 8,247 ราย และผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักรจำนวน 139,535 ราย

 

ขณะที่จำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิที่ออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติและนอกราชอาณาจักร มีจำนวนรวม 1,598,056 ราย แบ่งเป็น ผู้ขอใช้สิทธินอกเขตออกเสียง จำนวน 1,502,390 ราย และมีผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร จำนวน 95,666 ราย

 

ทั้งนี้ สำหรับภารกิจด้านการลำเลียงและขนส่งบัตรเลือกตั้งทั้งในและนอกราชอาณาจักร กกต.ได้มอบหมายให้ ไปรษณีย์ไทย ทำหน้าที่จัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศและนอกราชอาณาจักร รวมถึงการจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงการเลือกตั้ง พร้อมทั้งมอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยดำเนินการรวบรวมและลำเลียงบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีการลงคะแนนแล้วเข้าสู่กระบวนการจัดการตามขั้นตอน รวมถึงสนับสนุนการจัดส่งข้อมูลและเอกสารสำคัญไปยังครัวเรือนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างครบถ้วนและทั่วถึง

 

ส่วนในด้านความปลอดภัย กกต. ได้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและเอกสารสำคัญตลอดกระบวนการเคลื่อนย้าย โดยวางกลไกการควบคุมและตรวจสอบในทุกช่วงการดำเนินงาน เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างรอบคอบและลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความเรียบร้อยของการเลือกตั้ง

 

ด้าน มังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ กรมการกงสุลได้เตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรอย่างเป็นระบบ โดยได้จัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและบัตรออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร (บัตรเปล่า) พร้อมวัสดุอุปกรณ์ไปยังสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยในต่างประเทศ 67 ประเทศ 95 เมืองปลายทาง

 

เพื่อรองรับการใช้สิทธิของคนไทยในต่างแดนอย่างทั่วถึง

 

ในการนี้ได้กำชับให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลวัน เวลา สถานที่ และช่องทางการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน

 

กรมการกงสุลให้ความสำคัญกับการควบคุมขั้นตอนและกรอบเวลาในการจัดส่งบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วกลับประเทศไทย โดยประสานการขนส่ง

 

อย่างปลอดภัยเพื่อส่งมอบให้ไปรษณีย์ไทยดำเนินการตามขั้นตอน ก่อนเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนของ กกต. ภายในระยะเวลาที่กำหนด”

 

พล.ต.ท. อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความปลอดภัยและสงบเรียบร้อย ซึ่งได้เตรียมความพร้อมกำลังพลรวมกว่า 126,000 นาย และกำหนดมาตรการ

 

รักษาความปลอดภัยการเลือกตั้ง ให้ครอบคลุมทั้งการขนส่งบัตรเลือกตั้ง การดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ปฏิบัติ และความปลอดภัย ณ หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ

 

ขณะที่ ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานสื่อสารและขนส่งหลักของชาติ พร้อมที่จะสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ โดยได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ยานพาหนะ สถานที่ และเทคโนโลยีเพื่อรองรับภารกิจการขนส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ โดยมีการระดมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมรถขนส่งรวมกว่า 600 เที่ยว เพื่อกระจายบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมถึงการขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรไปยังปลายทางที่มีคนไทยพำนักทั่วโลก

 

The headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule for this particular phrasing, as there are no proper nouns directly following a verb that would require an inserted space. สส. and 2569 are specific identifiers but are part of descriptive noun phrases (บัตรเลือกตั้ง สส., บัตรประชามติ 2569) rather than standalone proper nouns immediately following the verb ปล่อย. So, the reformat is: ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 1The headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule for this particular phrasing, as there are no proper nouns directly following a verb that would require an inserted space. สส. and 2569 are specific identifiers but are part of descriptive noun phrases (บัตรเลือกตั้ง สส., บัตรประชามติ 2569) rather than standalone proper nouns immediately following the verb ปล่อย. So, the reformat is: ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 2The headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule for this particular phrasing, as there are no proper nouns directly following a verb that would require an inserted space. สส. and 2569 are specific identifiers but are part of descriptive noun phrases (บัตรเลือกตั้ง สส., บัตรประชามติ 2569) rather than standalone proper nouns immediately following the verb ปล่อย. So, the reformat is: ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 3The headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule for this particular phrasing, as there are no proper nouns directly following a verb that would require an inserted space. สส. and 2569 are specific identifiers but are part of descriptive noun phrases (บัตรเลือกตั้ง สส., บัตรประชามติ 2569) rather than standalone proper nouns immediately following the verb ปล่อย. So, the reformat is: ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 4The headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule for this particular phrasing, as there are no proper nouns directly following a verb that would require an inserted space. สส. and 2569 are specific identifiers but are part of descriptive noun phrases (บัตรเลือกตั้ง สส., บัตรประชามติ 2569) rather than standalone proper nouns immediately following the verb ปล่อย. So, the reformat is: ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 5The headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule for this particular phrasing, as there are no proper nouns directly following a verb that would require an inserted space. สส. and 2569 are specific identifiers but are part of descriptive noun phrases (บัตรเลือกตั้ง สส., บัตรประชามติ 2569) rather than standalone proper nouns immediately following the verb ปล่อย. So, the reformat is: ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 6The headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule for this particular phrasing, as there are no proper nouns directly following a verb that would require an inserted space. สส. and 2569 are specific identifiers but are part of descriptive noun phrases (บัตรเลือกตั้ง สส., บัตรประชามติ 2569) rather than standalone proper nouns immediately following the verb ปล่อย. So, the reformat is: ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 9

The post เลือกตั้ง 2569 : ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรประชามติ 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พิธาเยือนแอลเอ ปลุกคนไทยต่างแดนใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ https://thestandard.co/pita-la-thais-vote-2026/ Fri, 09 Jan 2026 04:36:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1163217 เลือกตั้ง 2569 : พิธา เยือน แอลเอ ปลุกคนไทยต่างแดนใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ

วันนี้ (8 มกราคม) เวลา 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของรัฐแค […]

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธาเยือนแอลเอ ปลุกคนไทยต่างแดนใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พิธา เยือน แอลเอ ปลุกคนไทยต่างแดนใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ

วันนี้ (8 มกราคม) เวลา 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จัดกิจกรรม Pita US Tour ที่วัดไทยลอสแอนเจลิส เพื่อเป็นวงพบปะแลกเปลี่ยนกับคนไทยในสหรัฐฯ เกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้ร่วมพูดคุยในครั้งนี้ด้วย

 

พิธากล่าวว่า จากการพูดคุยกับคนไทยไกลบ้านในเมืองต่างๆ ช่วงที่ผ่านมา มีเสียงสะท้อนว่าหลายคนไม่อยากกลับประเทศไทยเพราะกลัวว่าจะไม่สามารถทำงานที่ตัวเองอยากทำได้ ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอชวนคิดว่าคนไทยไกลบ้านจะได้อะไรจากการไปเลือกตั้ง ถ้าเราได้รัฐบาลที่ดูแลคนไทย ไม่ใช่แค่ภายในอาณาเขตของประเทศ แต่ดูแลคนไทยที่อยู่ทั่วโลก ชีวิตของคนไทยไกลบ้านจะดีขึ้นอย่างไร

 

“ตอนนี้เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังไม่ดึงดูดใจให้คนไทยอยากกลับไป ระบบในประเทศเรายังมีปัญหา ดังนั้นทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลต่อไปต้องพิจารณาคือทำอย่างไรให้สามารถดึงศักยภาพของคนไทยที่อยู่ไกลบ้านมาร่วมพัฒนาประเทศได้ เช่น คนไทยที่ย่าน Bay Area แคลิฟอร์เนีย ทำงานในอุตสาหกรรมไฮเทค คนไทยในนิวยอร์กที่ทำอุตสาหกรรมไฮทัช” พิธากล่าว

 

พิธากล่าวสนับสนุนนโยบายของพรรคประชาชน ที่จะสร้าง ‘แพลตฟอร์มพลังสมอง’ (Thai Global Talent & Ideas) เป็นช่องทางระดมความคิดจากคนไทยทั่วโลกที่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นต่างๆ เชื่อมโยงข้อเสนอสู่หน่วยงานรัฐโดยตรง เช่นเดียวกับที่เอสโตเนียมีสิ่งที่เรียกว่า Talent pool รวมถึงการมีหน่วยงานที่ดูแลชีวิตของคนไทยในต่างประเทศอย่างครบวงจร เชื่อมโยงระบบพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล ลดขั้นตอนการเดินทางและเอกสารซ้ำซ้อน พัฒนาระบบการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรให้สะดวกโปร่งใส จัดตั้งระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน (Thai SOS) ที่รวมศูนย์การแจ้งเหตุและติดตามผลการช่วยเหลือไว้ในจุดเดียว

 

ทั้งนี้ ชาวไทยในลอสแอนเจลิสมีคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนประชามติทั้ง 3 ครั้ง และความเป็นไปได้ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พิธากล่าวว่า ถ้าสามารถดึงให้คนไทยต่างแดนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ จนได้รัฐบาลที่ดี ได้เปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่แน่ว่าในอีก 2 สมัยหรือ 8 ปีข้างหน้า เมื่อเรามีอากาศที่สะอาด ระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก มีระบบนิเวศที่เสริมให้ผู้คนไปถึงศักยภาพสูงสุดของเขาได้ คนไทยไกลบ้านหลายคนอาจจะพร้อมกลับไปอยู่ประเทศไทย นำความรู้จากต่างประเทศไปร่วมพัฒนาประเทศ

 

“นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องปลุกยักษ์ให้ตื่น ปลุกพลังของคนไทยต่างแดน ช่วยกันเชิญชวนทุกคนออกไปใช้สิทธิครั้งนี้ให้มากที่สุด” พิธากล่าว

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธาเยือนแอลเอ ปลุกคนไทยต่างแดนใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : กกต. ย้ำ บัตรออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. เป็น ‘สีเหลือง’ https://thestandard.co/ec-confirms-yellow-ballot/ Fri, 09 Jan 2026 04:33:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1163214 กกต. ย้ำ บัตรออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. เป็น ‘สีเหลือง’

วันนี้ (8 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) […]

The post เลือกตั้ง 2569 : กกต. ย้ำ บัตรออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. เป็น ‘สีเหลือง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. ย้ำ บัตรออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. เป็น ‘สีเหลือง’

วันนี้ (8 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ระบุว่า ตามที่สำนักงาน กกต. ได้จัดส่งเอกสาร ‘ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่’ ไปถึงเจ้าบ้านทุกครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติได้ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น

 

สำนักงาน กกต. ขอประชาสัมพันธ์บัตรออกเสียงประชามติ ที่ใช้ในการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. เป็นบัตร ‘สีเหลือง’

 

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้มีกรณีวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมออนไลน์ว่า ภาพตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติในเอกสารข้อมูลที่สำนักงาน กกต. ส่งให้เจ้าบ้านนั้นพิมพ์ด้วยสีฟ้า ทั้งที่บัตรออกเสียงประชามติของจริงเป็นสีเหลือง ซึ่งกังวลว่าจะทำให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิเกิดความสับสน

The post เลือกตั้ง 2569 : กกต. ย้ำ บัตรออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. เป็น ‘สีเหลือง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ไชยชนก ยืนยันมีข้อมูล 10 อดีต-ผู้สมัคร สส. เอี่ยวทุนเทา โยน รมว.ยุติธรรม เปิดชื่อเร็วๆ นี้ ปัดดิสเครดิตทางการเมืองช่วงเลือกตั้ง https://thestandard.co/chaichanok-10-mps-justice-names/ Fri, 09 Jan 2026 04:26:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1163210 ไชยชนก ยืนยันมีข้อมูล 10 อดีต-ผู้สมัคร สส. เอี่ยวทุนเทา โยน รมว.ยุติธรรม เปิดชื่อเร็วๆ นี้ ปัดดิสเครดิตทางการเมืองช่วงเลือกตั้ง

วันนี้ (9 มกราคม) ที่กระทรวงการคลัง ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมน […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ไชยชนก ยืนยันมีข้อมูล 10 อดีต-ผู้สมัคร สส. เอี่ยวทุนเทา โยน รมว.ยุติธรรม เปิดชื่อเร็วๆ นี้ ปัดดิสเครดิตทางการเมืองช่วงเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ยืนยันมีข้อมูล 10 อดีต-ผู้สมัคร สส. เอี่ยวทุนเทา โยน รมว.ยุติธรรม เปิดชื่อเร็วๆ นี้ ปัดดิสเครดิตทางการเมืองช่วงเลือกตั้ง

วันนี้ (9 มกราคม) ที่กระทรวงการคลัง ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดเผยว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 10 คน ทั้งอดีตและว่าที่ผู้สมัครตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ระบุว่า มีความเกี่ยวข้องกับทุนสีเทาว่า ขอให้รอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอัปเดตรายงานเพิ่มเติมมาก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ ทุกอย่างก็ต้องพิสูจน์ต่อไป

 

ส่วนที่กระบวนการของ MOU ที่เกี่ยวกับการเก็บข้อมูลจะสามารถทำให้ข้อมูลหลุดไปได้หรือไม่นั้น ไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกัน สิ่งที่จะผูกพันทุนเทากับ DSI ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ MOU ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับ การเข้าข่ายการฟอกเงินที่มี สส. พัวพันกับหลายพรรค

 

ส่วนรายชื่อ 10 สส.ที่เกี่ยวข้องนั้น ไชยชนก ระบุว่า มีทั้งผู้สมัคร สส. และเป็นอดีต สส.มาก่อน ส่วนจะมีกี่พรรคนั้น ขอให้รอชม แต่ว่ามีมากกว่า 1 พรรค ซึ่งรายละเอียดจะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นคนตอบ โดยเบื้องต้นพบหลักฐาน และเส้นทางการเงินที่ชัดเจน โดยในความเป็นจริงนั้นยังมีอีกมากแต่จะขอเฉพาะเท่าที่พิสูจน์ทราบได้ พร้อมยืนยันว่าจะมีรายชื่อทยอยออกมาอีก และจะมีการขยายรายชื่อเพิ่มเติม

 

ขณะที่ การปล่อยรายชื่อ 10 สส.ที่เกี่ยวข้องกับทุนเทาจะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง ไชยชนก กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเป็นช่วงเลือกตั้ง เมื่อมีการตรวจสอบเจอก็ต้องดำเนินการ ไม่ใช่เมื่อเลือกตั้งแล้วเราไม่สามารถดำเนินการได้ เรื่องนี้ตนคิดว่าจะเป็นปัญหาในเชิงกระบวนการยุติธรรม เรื่องแบบนี้เจอเบาะแสแล้วไม่ทำไม่เปิดช่อง หลีกเลี่ยงกลุ่มเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์

 

เมื่อถามว่า มีการมองว่าเป็นการตัดคู่แข่งทางการเมืองหรือไม่ ไชยชนกกล่าวว่า ไม่ใช่ครับ แล้วแต่คนจะมอง เราอยู่ในตำแหน่งบริหารตอนนี้ เรามีหน้าที่รับผิดชอบ เราไม่ทำนั่นหมายถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แค่ประจวบเหมาะในช่วงการเลือกตั้ง แต่หากไม่ยุบสภา เรื่องดังกล่าวนี้ก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามถึงอย่างไรก็ต้องทำ

 

ส่วนการเชิญ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนฤมล ภิญโญวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรมเข้ามาให้ข้อมูลทางกระทรวงดีอีจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ไชยชนกกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนทำกำหนดการเชิญทั้งสองบุคคล แต่เป็นทางดีเอสไอ พร้อมปฏิเสธว่า ตนไม่ได้เข้าไปร่วมรับฟังการให้ข้อมูลของทั้งสองคน ทางกระทรวงดีอีมีหน้าที่เพียงรวบรวมข้อมูล และหาหลักฐานที่หาได้ และได้รวบรวมส่งไปแล้ว แต่การขยายความและนำข้อมูลเหล่านั้นไปพิสูจน์หลักฐาน จะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ รวมถึงการเห็นควรว่าจะเชิญใครมาให้ข้อมูลด้วย

 

นอกจากนี้ ตนได้พยายามหาข้อมูลเชิงธุรกิจที่ไม่อาจเปิดเผยได้จากประเทศสิงคโปร์ด้วย หากรัฐบาลไทยได้มีการติดต่อไป อาจจะได้ข้อมูลที่ดีขึ้น

 

เมื่อถามย้ำว่า สุดท้ายแล้วอาจจะถูกมองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง ไชยชนกกล่าวว่า ตนมองว่าไม่ใช่ แต่เรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องของความถูกต้อง เมื่อมีการกระทำความผิด มีหลักฐาน อย่างที่ตนพูดไป หากมีข้อมูล แต่ไม่ดำเนินการและพิสูจน์ ก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

The post เลือกตั้ง 2569 : ไชยชนก ยืนยันมีข้อมูล 10 อดีต-ผู้สมัคร สส. เอี่ยวทุนเทา โยน รมว.ยุติธรรม เปิดชื่อเร็วๆ นี้ ปัดดิสเครดิตทางการเมืองช่วงเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพลวงตาคนว่างงาน? เจาะลึกเศรษฐกิจไทยผ่าน Zocial Eye เมื่อคนแห่ทำ ‘Gig Economy’ เพราะนายจ้างกอดเงินสด สะท้อนความเปราะบางระยะยาว https://thestandard.co/wealth-in-depth-gig-economy/ Fri, 09 Jan 2026 03:45:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1163183 Gig Economy

ในฐานะแบรนด์ที่ต้องแข่งขันในตลาด มักคุ้นเคยกับการวางแผน […]

The post ภาพลวงตาคนว่างงาน? เจาะลึกเศรษฐกิจไทยผ่าน Zocial Eye เมื่อคนแห่ทำ ‘Gig Economy’ เพราะนายจ้างกอดเงินสด สะท้อนความเปราะบางระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gig Economy

ในฐานะแบรนด์ที่ต้องแข่งขันในตลาด มักคุ้นเคยกับการวางแผนรายปี การตั้ง KPI และการคาดการณ์พฤติกรรมผู้บริโภคล่วงหน้า แต่จากสัญญาณชีพจรทางเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา และทิศทางที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2569 ดูเหมือนว่าตำราการวางแผนแบบเดิมอาจจะไม่เวิร์คอีกต่อไปแล้ว

 

THE STANDARD WEALTH พาไปย้อนดูปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจผ่านมุมมองโลกโซเชียลมีเดียกับ กล้า ตั้งสุวรรณ ซีอีโอของ Wisesight บริษัทเทคโนโลยีผู้ให้บริการข้อมูลวิเคราะห์อินไซต์ผู้คนบนโซเชียลมีเดีย ผ่านเครื่องมือ Zocial Eye เพื่อวิเคราะห์และมองเห็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลงผ่านข้อมูลและปรากฏการณ์จริง สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ ‘ไม่เติบโตเพราะความไม่แน่นอน’ และแนวทางการเอาตัวรอดของผู้ประกอบการไทย

 

ภาพลวงตาคนว่างงาน? เจาะลึกเศรษฐกิจไทยผ่าน **Zocial Eye** เมื่อคนแห่ทำ **‘Gig Economy’** เพราะนายจ้างกอดเงินสด สะท้อนความเปราะบางระยะยาว 1

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา / THE STANDARD

 

กล้า กล่าวว่า หากย้อนกลับไปมองไทม์ไลน์ของปีที่ผ่านมา* เราจะพบว่าประเทศไทยเผชิญกับปัจจัยที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส เปรียบเสมือนโดมิโนแห่งความโกลาหลที่ผู้ประกอบการต้องรับมือหลายระลอก

 

เริ่มต้นที่ไตรมาส 1 เราเผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ภัยพิบัติที่สร้างความตื่นตระหนก สั่นไหวความรู้สึกคนทั้งประเทศ ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยการค้นหาข้อมูล การสอบถามสถานการณ์ว่าใครรู้สึกแรงสั่นสะเทือนบ้าง การแชร์วิธีรับมือกับแผ่นดินไหว และการรายงานสถานการณ์สดบนโซเชียล

 

แฮชแท็กเกี่ยวกับแผ่นดินไหวติดเทรนด์ทันที พร้อมกับการเผยแพร่ความรู้เรื่องมาตรการความปลอดภัยและการเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติ โดยมีคนบนโซเชียลมีเดียพูดถึงเรื่องนี้กว่า 121,216,180 เอ็นเกจเมนต์

 

ไตรมาส 2 ความตึงเครียดจากความไม่สงบระหว่างไทยและกัมพูชา จากข้อพิพาทและการอ้างสิทธิในพื้นที่ทับซ้อนจนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง เรื่องนี้กลายเป็นกระแสร้อนแรงในโซเชียลมีเดีย เราได้เห็นปรากฏการณ์ที่คนไทยพร้อมใจกันติดตามสถานการณ์ชายแดนแบบนาทีต่อนาที ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ข้อมูล การวิเคราะห์พื้นที่ทับซ้อน หรือการแสดงจุดยืนปกป้องอธิปไตย

 

จนแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องขึ้นเทรนด์หลายสัปดาห์และยังคงร้อนแรงต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่กระทบคนไทยทุกคน มีการพูดถึงข้อพิพาทดังกล่าวกว่า 1,268,516,709 เอ็นเกจเมนต์ โดยเป็นประเด็นที่ดุเดือดที่สุดของปี 2568 เลยทีเดียว

 

ภาพลวงตาคนว่างงาน? เจาะลึกเศรษฐกิจไทยผ่าน **Zocial Eye** เมื่อคนแห่ทำ **‘Gig Economy’** เพราะนายจ้างกอดเงินสด สะท้อนความเปราะบางระยะยาว 2

 

ไตรมาส 3 ข่าวเศร้าที่กระทบจิตใจคนในสังคมคือข่าว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ที่มีคนกล่าวถึงประเด็นนี้ 74,655,278 เอ็นเกจเมนต์

 

และในไตรมาส 4 เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ โดยเฉพาะ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชาวโซเชียลมีเดียทั่วประเทศร่วมใจกันระดมความช่วยเหลือผ่านทุกช่องทาง มีการแชร์พิกัดขอความช่วยเหลือ โพสต์รายการของบริจาค และส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้อย่างไม่ขาดสาย

 

ความรุนแรงของน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้หลายจังหวัดประสบปัญหาอย่างหนัก ทั้งบ้านเรือนเสียหาย การคมนาคมเป็นอัมพาต และผู้ประสบภัยจำนวนมาก แฮชแท็กน้ำท่วมต่างๆ ทำให้ยอดเอ็นเกจเมนต์พุ่งสูง 333,004,561 เอ็นเกจเมนต์ สะท้อนถึงความห่วงใยและน้ำใจที่ไม่ทิ้งกันของคนไทยในยามที่ต้องการความช่วยเหลือ

 

(*รวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ Zocial Eye เพื่อวิเคราะห์และจัดอันดับประเด็นที่ชาวโซเชียลพูดถึงมากที่สุด โดยเก็บข้อมูลช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 22 ธันวาคม 2568)

 

ภาพลวงตาคนว่างงาน? เจาะลึกเศรษฐกิจไทยผ่าน **Zocial Eye** เมื่อคนแห่ทำ **‘Gig Economy’** เพราะนายจ้างกอดเงินสด สะท้อนความเปราะบางระยะยาว 3

ภาพ: REUTERS/Weerapong Narongkul

 

เหตุการณ์เหล่านี้ แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องสุดวิสัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับโลกใบนี้ แต่ประเด็นสำคัญที่กล้าชี้ให้เห็นคือ ‘การขาดการเตรียมพร้อมรับมืออย่างเป็นระบบของไทย’

 

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการรับมือภัยพิบัติไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ผลกระทบที่ตามมาคือ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่อาจหยุดชะงักและส่งผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนซึ่งยากต่อการวางแผนทางธุรกิจ ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจและไม่กล้าลงทุน

 

เมื่อภาคธุรกิจมองไม่เห็นความชัดเจน สิ่งที่ตามมาคือปฏิกิริยาลูกโซ่ที่น่ากังวล เริ่มต้นจากต้องรัดเข็มขัด ผู้ประกอบการเลือกที่จะเก็บเงินสด ไว้ก่อน ชะลอการขยายกิจการหรือลงทุนใหม่ๆ

 

เอฟเฟคต่อมาคือทำให้ การจ้างงานลดลง เพราะเมื่อไม่ลงทุน ก็ไม่มีการจ้างแรงงานเพิ่ม หรืออาจจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลง หลายคนจึงเลือกที่จะหันไปทำอาชีพอิสระมากขึ้น แต่เราอาจพบว่าตัวเลขคนว่างงานในระบบดูไม่สูงนัก

 

แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนภาพจริง เพราะหลายคนผันตัวไปรับอาชีพอิสระหรือทำงาน Gig Economy แบบ Full-time ซึ่งในทางเทคนิคถือว่า ‘ไม่ว่างงาน’ แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ นี่คือความเปราะบางของรายได้และสวัสดิการในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตามแม้ท่ามกลางวิกฤต กล้ามองว่าก็ยังมีโอกาสดีสำหรับบางอุตสาหกรรมที่เป็นเจ้าใหญ่ เช่น

 

  • พลังงานและกลุ่มการเงิน ธุรกิจภาคใหญ่ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานยังคงเติบโตและเป็นกองหลังที่สำคัญแต่ก็ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการทำงาน
  • ธุรกิจท่องเที่ยว ที่ยังคงเป็นภาคธุรกิจสำคัญในการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ
  • กลุ่มอาหาร, บันเทิง (Entertainment), สุขภาพ (Health and Wellness) ธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานและการฮีลใจ
  • ธุรกิจดิจิทัล ธุรกิจที่เกี่ยวกับ Digital Services ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ

 

ขณะเดียวกันธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจตัวกลาง เริ่มน่ากังวล เพราะปัจจัยหลักคือการทะลักเข้ามาของสินค้าราคาถูกจากประเทศจีน ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นระเบิดที่รอวันปะทุ โมเดลธุรกิจแบบ ซื้อมาขายไป หรือ Trading ใกล้จะถึงจุดจบ

 

ผู้ประกอบการที่ทำหน้าที่เป็นเพียง ‘พ่อค้าคนกลาง’ โดยไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าจะไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับต้นทางจากจีนได้เลย ทางรอดเดียวคือต้องเปลี่ยนตัวเองเป็น ‘ผู้ผลิต’ หรือ ‘ผู้สร้างแบรนด์’ ที่มีความแข็งแกร่ง หรือเป็นผู้กระจายสินค้าปลายทางที่มีเครือข่ายเข้าถึงผู้บริโภคอย่างแท้จริงเท่านั้น

 

กล้าทิ้งท้าย ทางออกสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ว่า “ปี 2569 ไม่ใช่ปีแห่งการเสี่ยงโชค แต่เป็นปีแห่งการ ‘บริหารความเสี่ยงข้อมูล’ จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในการจับสัญญาณเล็ก ๆ ท่ามกลางความไม่แน่นอน การรู้ทันทีว่ากระแสลมเปลี่ยนทิศทางไหน จะช่วยให้แบรนด์ของคุณปรับตัวได้ทัน ไม่ว่าคุณจะเลือกควบรวม เพื่อเปลี่ยนตัวเองจากผู้เล่นรายย่อย ให้กลายเป็นรายกลางหรือรายใหญ่ คือทางรอด”

 

“อีกทั้งการรวมกันจะช่วยสร้างอำนาจต่อรอง, เลือกเปลี่ยนตลาด หากประเมินแล้วว่าอุตสาหกรรมที่คุณอยู่นั้นอาจไปต่อไม่ได้หรือการแข่งขันสูงเกินไป อาจต้องถึงเวลาที่จะเปลี่ยนสนามการแข่งขันที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด หรือเลือกสร้างความแตกต่าง Unique ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ ยอมจ่ายให้กับประสบการณ์ ที่หาไม่ได้จากสินค้า Mass Production ซึ่งข้อมูลจะช่วยให้คุณหาทิศทางของเส้นทางที่คุณกำลังจะเดินไปต่อได้”

 

ภาพปก: Grant Faint / Getty Images

The post ภาพลวงตาคนว่างงาน? เจาะลึกเศรษฐกิจไทยผ่าน Zocial Eye เมื่อคนแห่ทำ ‘Gig Economy’ เพราะนายจ้างกอดเงินสด สะท้อนความเปราะบางระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเทากลืนกินระบบเศรษฐกิจไทย ‘Data Bureau’ อาจไม่ใช่ทางรอด? https://thestandard.co/grey-money-economy-data-bureau/ Fri, 09 Jan 2026 03:41:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1163177 เงินเทากลืนกินระบบเศรษฐกิจไทย ‘Data Bureau’ อาจไม่ใช่ทางรอด?

เศรษฐกิจจีนอ่อนแอ ต้นตอการไหลทะลักของ ‘ทุนเทา’ สู่ไทยแล […]

The post เงินเทากลืนกินระบบเศรษฐกิจไทย ‘Data Bureau’ อาจไม่ใช่ทางรอด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเทากลืนกินระบบเศรษฐกิจไทย ‘Data Bureau’ อาจไม่ใช่ทางรอด?

เศรษฐกิจจีนอ่อนแอ ต้นตอการไหลทะลักของ ‘ทุนเทา’ สู่ไทยและอาเซียน?

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ การว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ การชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการควบคุมเงินทุนและธุรกิจเทคโนโลยีอย่างเข้มงวดของรัฐ ประกอบกับการไหลบ่าของทุนจีนได้พลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมของอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ยักษ์ เส้นทางสายไหม (Belt and Road Initiative: BRI)

 

ปัจจัยเหล่านี้เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่ซ่อนอยู่ใน ‘ทุนเทา’ โดยเฉพาะทุนที่ไม่สามารถเติบโต หรือแสดงตัวได้อย่างโปร่งใส แต่เลือกเคลื่อนย้ายออกนอกประเทศภาพชัดขึ้นอีกครั้ง

 

หลังการระบาดโควิด-19 ทุนจีนมองหา ‘พื้นที่ใหม่’ ที่ต้นทุนต่ำ ช่องว่างกฎหมายอ่อนแอ และอยู่ใกล้จีน-อาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ‘ไทย เมียนมา และกัมพูชา’ กลายเป็นเป้าหมายสำคัญ ทั้งในฐานะพื้นที่เคลื่อนผ่านเงิน และฐานปฏิบัติการ นำมาสู่เส้นทางหากินใหม่ไป จนถึงกลายเป็นปมใหญ่ที่เรียกว่า ‘ฐานฟอกเงิน’

 

บวกกับกระแสข่าวร้อนหลังเหตุการณ์การหายตัวไปของดาราจีน ‘หวังซิง’ เมื่อต้นปี 2568 กลายเป็นชนวนที่ฉายภาพปัญหานี้อย่างชัดเจน ความกังวลของสังคมจีนต่อความปลอดภัย ทำให้นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกการเดินทางมาไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว

 

เงินเทากลืนกินระบบเศรษฐกิจไทย ‘Data Bureau’ อาจไม่ใช่ทางรอด? 1

 

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ภาพยนตร์จีนฟอร์มยักษ์ No More Bets ที่เข้าฉายเมื่อราว 3 ปีก่อน ยิ่งสะท้อนโลกของแก๊งสแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ และธุรกิจผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งวันนี้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ใช่หนังโรงทั่วไป แต่คือ ‘หนังฉายซ้ำ’ ที่เปิดโปงขบวนการทุนสีเทาที่ยังอยู่และเติบโตไปเรื่อยๆ

 

ปัญหานี้แผ่ขยายไปทั่วภูมิภาค ส่งผลให้เมียนมาและกัมพูชากลายเป็น

 

  • ฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์
  • แหล่งค้ามนุษย์
  • เงินเทา
  • ตลาดมืดคริปโต
  • ตลาดมืดทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ โดยมีไทยเป็นทั้งทางผ่าน ‘จุดฟอกเงิน และตลาดรองรับ’

 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

แม้จะไม่มีตัวเลขมูลค่ารวมที่แน่ชัด แต่ผลกระทบนั้นมหาศาล โดยเฉพาะมีการประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐกิจสูญเงิน 1.15 แสนล้านบาทต่อปี จากแก๊งสแกมเมอร์ รัฐสูญเสียรายได้ภาษี

 

ภาพทั้งหมดนี้ยิ่งสะท้อนว่า ‘อาชญากรรมข้ามชาติ’ ไม่ใช่ปัญหาใต้ดินอีกต่อไป แต่กำลังกระทบเศรษฐกิจไทยจริง

 

สอดคล้องมุมผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ภาคเอกชน โดย กกร. ชี้ตรงกันว่า หลังโควิด-19 หนึ่งในภัยร้ายแรงที่สุดต่อระบบเศรษฐกิจไทย คือ ‘ทุนสีเทาที่แทรกซึมทุกระดับ’ ซึ่ง การแก้ทุนเทา ต้องแก้ที่ไทยเทาด้วย

 

ตั้งแต่ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงกลไกอำนาจรัฐ ผู้บริโภคและผู้ประกอบการสุจริตต้องแบกรับต้นทุนที่มองไม่เห็น ทั้งการแข่งขันที่บิดเบือน ความโปร่งใสที่หายไป และความเสื่อมถอยของความเชื่อมั่น

 

หากรัฐแก้ไขล่าช้า ปัญหาจะกัดกร่อนเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในระยะยาว จนกลายเป็น ‘บาดแผลเชิงโครงสร้าง’ ของไทยและเพื่อนบ้าน

 

เปิดโปง 10 ประเภท ‘แหล่งฟอกเงิน’

 

แม้เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงาน ปปง. ระบุว่า เงินที่ถูกนำมาฟอกมักมาจากแหล่งหลักกว่า 10 ประเภท เช่น การค้ายาเสพติด การพนัน การฉ้อโกงประชาชน การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ การหลีกเลี่ยงภาษีของภาคธุรกิจ และการรับสินบนหรือการใช้ตำแหน่งโดยมิชอบ

 

“การฟอกเงินในปัจจุบันมีความซับซ้อนสูง ตั้งแต่การซื้อทรัพย์สินหรูด้วยเงินสด การตั้งธุรกิจบังหน้า การใช้นอมินี ไปจนถึงการโอนเงินข้ามประเทศผ่านระบบดิจิทัล เมื่อเงินผิดกฎหมายเหล่านี้ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ” ย่อมทำให้ตลาดเสียสมดุล และเปิดช่องให้ทุนสีเทา ‘เติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจจริง’

 

ดังนั้น การปราบปรามทุนจีนสีเทา ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงปฏิบัติการด้านความมั่นคงหรือการท่องเที่ยว แต่ต้องยกระดับเป็น ‘วาระแห่งชาติด้านเศรษฐกิจ ’

 

ตั้งแต่การสกัดเส้นทางเงิน การตรวจสอบนอมินี การคุมอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงความร่วมมือระดับภูมิภาค หากไทยยังปล่อยให้เศรษฐกิจสีเทาเติบโตบนความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน

 

ปลายทางอาจไม่ใช่แค่การสูญเสียรายได้ แต่คือการถูกบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจภายในไปเรื่อยๆ

 

‘Data Bureau’ กลไกปราบทุนสีเทา ช่วยได้แต่ไม่ 100% แนะต้องอุดรอยรั่ว

 

จากกรณีที่กระทรวงการคลังเดินหน้าผลักดันการจัดตั้ง ‘Data Bureau’ หรือศูนย์รวมข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและธุรกิจสีเทา THE STANDARD WEALTH ได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวในวงการเทคโนโลยีที่มาวิเคราะห์ประโยชน์ของกลไกที่ว่าจะช่วยสกัดทุนเทาได้แค่ไหน

 

เงินเทากลืนกินระบบเศรษฐกิจไทย ‘Data Bureau’ อาจไม่ใช่ทางรอด? 2

 

สมคิด จิรานันตรัตน์ ที่ปรึกษาทางด้านเทคโนโลยี ของบริษัท Arise by Infinitas (บริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารกรุงไทยและ Accenture) และเป็นผู้ก่อตั้งและอดีตประธาน Kasikorn Business Technology Group (KBTG) อธิบายกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในเชิงเทคนิค Data Bureau คือระบบที่เชื่อมต่อข้อมูลจากหน่วยงานทางการเงินและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

 

ไม่ว่าจะเป็น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), กรมสรรพากร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

 

กลไกการทำงานจะใช้การเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน Open API ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย คือ ฝ่ายผู้เก็บข้อมูล (Data Holder) และฝ่ายรับข้อมูล โดยผู้เก็บข้อมูลต้องมีความสามารถในการส่งข้อมูลผ่านระบบเชื่อมต่อเมื่อมีการร้องขอจากผู้มีอำนาจ (Authority)

 

“หากพบข้อสงสัยหรือพิรุธ แต่ละหน่วยงานสามารถดึงข้อมูลเหล่านี้มาตรวจสอบได้ทันที ทำให้เห็นภาพความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ (Asset) ว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของอะไรบ้าง หรือมีเส้นทางการเงิน (Money Trail) จากต้นทางไปถึงใคร ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินการเอาผิดทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าในปัจจุบัน” สมคิดกล่าว

 

จุดบอดที่ต้องระวัง ‘เงินสด’ และ ‘คริปโต’ ที่ตรวจสอบยาก

 

แม้ Data Bureau จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการตรวจสอบสินทรัพย์ส่วนใหญ่ แต่คุณสมคิดชี้ให้เห็นว่า ระบบนี้อาจ ช่วยได้ไม่ 100% เนื่องจากยังมีสินทรัพย์บางประเภทที่ตรวจสอบได้ยาก หรือไม่สามารถเรียกดูข้อมูลได้

 

  • สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) หากเป็นการซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขาย (Exchange) ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถดึงมาตรวจสอบได้ แต่หากเป็นการถือครองในบัญชีต่างประเทศ หรือ Exchange ที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล จะเป็นเรื่องยากในการเข้าถึงข้อมูล
  • เงินสด (Cash) เป็นช่องทางหลักที่กลุ่มทุจริตมักใช้ในการตัดตอนเส้นทางการเงิน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

 

“คนที่มีความประสงค์ไม่สุจริต เขาจะนำสินทรัพย์ไปเก็บไว้ในที่ที่ตรวจสอบลำบาก เช่น คริปโตที่ตรวจสอบยาก หรือบัญชีธนาคารในต่างประเทศที่ไทยไม่มีอำนาจเรียกดูข้อมูล” สมคิดกล่าว

 

แนะทางออก ต้อง ‘คุมเข้ม’ การเคลื่อนย้าย ควบคู่การตรวจสอบ

 

เพื่อให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพสูงสุด คุณสมคิดเสนอแนะว่า ลำพังแค่เครื่องมือตรวจสอบ (Audit) อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องมีมาตรการป้องกัน และควบคุม การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ร่วมด้วย

 

สมคิดยกตัวอย่างกรณี บัญชีม้า ที่มักมีการถอนเงินสดออกมาเพื่อตัดตอนเส้นทางการเงิน โจทย์คือเราจำเป็นต้องควบคุมหรือไม่ ว่าให้ถอนเงินสดได้ไม่เกินจำนวนเท่าไรต่อวัน เพื่อสกัดกั้นการขนย้ายเงินสดออกจากระบบ

 

เช่นเดียวกับ คริปโตเคอร์เรนซี หากต้นทางของทรัพย์สินอยู่ในเมืองไทย จะต้องมีวิธีการควบคุมการโอนย้ายไปยัง Wallet ต่างประเทศ หรือต้องมีกลไกที่สามารถระบุตัวตนและตรวจสอบธุรกรรมเหล่านั้นได้

 

“การใช้ Data Bureau จะได้ผลดีในบางส่วน แต่ในส่วนที่ตรวจสอบไม่ได้ รัฐต้องหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังพื้นที่สีเทาเหล่านั้น ต้องทำควบคู่กันทั้งสองส่วน” สมคิดทิ้งท้าย

 

ก.ล.ต. ร่วมทีม ‘Connect the Dots’ ผนึกคลัง-ธปท. ลุยโปรเจกต์ ‘Data Bureau’ หวังเชื่อมโยงข้อมูลยกระดับการกำกับดูแลทั้งระบบ

 

เงินเทากลืนกินระบบเศรษฐกิจไทย ‘Data Bureau’ อาจไม่ใช่ทางรอด? 3

 

ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH โดยยืนยันว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะอนุกรรมการชุดที่เรียกว่า ‘Connecting the Dots’ ซึ่งเป็นคณะทำงานภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานภาคการเงินต่างๆ

 

โดยเลขาธิการ ก.ล.ต. ได้เข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ในคณะทำงานชุดนี้ด้วยตนเอง

 

เจาะลึกคอนเซปต์ ‘Data Bureau’ เมื่อข้อมูลต้อง ‘เชื่อมโยง’ สำหรับแนวคิดหลัก (Concept) ของการจัดตั้ง Data Bureau และการทำงานของชุด Connecting the Dots นั้น เลขาธิการ ก.ล.ต. อธิบายว่า เป้าหมายสำคัญคือผลลัพธ์ในเรื่องของ ‘การเชื่อมโยงข้อมูล’ (Data Integration)

 

เนื่องจากในปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลแต่ละแห่งต่างถือครองข้อมูลภายใต้กฎหมายและบทบาทหน้าที่ตามบริบทของตนเอง ซึ่งมีความซับซ้อนและบางส่วนมีความทับซ้อนกันอยู่ การมีระบบ Data Bureau จะช่วยให้เกิดการแชร์ข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลระหว่างกันได้

 

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงสร้างของ Data Bureau นี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตลาดทุน แต่ยังรวมถึงหน่วยงานสำคัญระดับประเทศ

 

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
  • กลุ่มธนาคารพาณิชย์

 

ยกเครื่องกำกับดูแล ‘Data Flow’

 

ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ ขยายความเพิ่มเติมว่า การที่ทุกภาคส่วนซึ่งดูแลบริบทของตนเองอยู่แล้วภายใต้ข้อมูลที่มีการไหลเวียน (Data Flow) สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาแลกเปลี่ยนหรือแชร์ร่วมกันได้ จะนำไปสู่ประโยชน์สำคัญ 2 ประการ ดังนี้

 

  • การกำกับดูแลภาพรวมที่ดีขึ้น: ช่วยให้เห็นภาพรวมของการกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะส่วนของตลาดทุน แต่รวมถึงระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกัน
  • เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล: การเชื่อมโยงข้อมูลจะช่วยลดความซับซ้อนในการทำงาน และทำให้การกำกับดูแลในขอบเขตที่ทับซ้อนกันนั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ ทางคณะทำงาน ‘Connecting the Dots’ มีกำหนดการที่จะเข้ารายงานความคืบหน้าต่อท่านนายกรัฐมนตรี และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการร่วมกับกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ

 

ตั้งทีม ‘ปราบทุนเทา’ วาระชาติ

 

เงินเทากลืนกินระบบเศรษฐกิจไทย ‘Data Bureau’ อาจไม่ใช่ทางรอด? 4

 

ทางด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศให้ปัญหา ‘สแกมเมอร์ฺเป็นวาระแห่งชาติ’ และได้แต่งตั้งอนุกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 คณะ ดังนี้

 

  • คณะอนุกรรมการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
  • คณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
  • คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
  • คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย

 

โดยแต่ละคณะอนุกรรมการจะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การปราบปราม การป้องกัน การประชาสัมพันธ์ และการตรวจสอบเส้นทางเงินเทา

 

ทั้งนี้ ดร.เอกนิติ นิทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งเป็นประธาน ในคณะอนุกรรมการด้านการตรวจสอบเส้นทางเงินเทา และได้ประกาศตั้ง Data Bureau ไปเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568

 

โดย Data Bureau มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำข้อมูลที่มีอยู่แล้วของหน่วยงานต่างๆ มาเชื่อมด้วยกัน ซึ่งเบื้องต้น จะเน้นที่การทำงานร่วมกันของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดช่องทางการเงินที่อาจเป็นพฤติกรรมต้องสงสัยและต้องเร่งตรวจสอบไว้ 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

 

  • สินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโทเคอเรนซี โดยเฉพาะส่วนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ (ก.ล.ต.) หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่นอกประเทศไทย
  • Money Changer ซึ่งเป็นส่วนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแล
  • ตลาดทองคำ โดยรวมถึงทองคำที่เป็นกายภาพ (Physical) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivative) ที่เป็นกระดาษ ซึ่งปัจจุบันตลาดทองคำยังไม่มีหน่วยงานใดกำกับดูแลโดยตรง

 

ส่วนการดำเนินงานตรวจสอบ ทาง Data Bureau จะเน้นตรวจสอบใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่

 

  • การพิสูจน์ตัวตน (Know Your Customer – KYC) โดยตรวจสอบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลนั้นเป็นตัวจริงหรือเป็นนอมินีหรือไม่ เนื่องจากบางตลาด เช่น ตลาดทองคำ อาจยังไม่มีการตรวจสอบและยืนยันตัวตนที่เข้มข้นเท่ากันในภาคการเงิน เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร
  • พฤติกรรม (Behavior) โดยตรวจสอบพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น แจ้งว่าเป็นนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจ แต่มีเงินไหลเข้าออกที่ผิดปกติหรือ
  • ธุรกรรม (Transaction) โดยตรวจสอบการไหลเข้าและไหลออกของเงินผ่านช่องทางต่างๆ ที่ต้องผ่านธปท.

 

โดยที่ประชุมตั้งเป้าหมายว่าจะได้รูปแบบของ Data Bureau ภายในพฤศจิกายน 2568 และระบบทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2568

 

เก็บภาษีธุรกิจเฉพาะเทรดทองออนไลน์

 

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 กระทรวงการคลัง ได้ผนึกกำลัง ธปท. และ ก.ล.ต. ออกมาตรการสกัด ‘การแข็งค่าของเงินบาท’ หลังเงินบาทแข็งค่าเร็ว แรง เกินปัจจัยพื้นฐาน และแข็งค่านำภูมิภาค โดยมี 3 มาตรการสำคัญ ดังนี้

 

1. สรรพากรเก็บข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองบนแพลตฟอร์ม จากผู้ให้บริการซื้อขายทองคำในลักษณะเดียวกับแพลตฟอร์มสินค้าหรือบริการออนไลน์ที่มีการนำส่งข้อมูลอยู่แล้ว

 

2. กรมสรรพากรเล็งเก็บ ‘ภาษีธุรกิจเฉพาะ’ สำหรับการซื้อ-ขายทองคำผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งต้องเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการ (Hearing) และอาจต้องผ่านความเห็นของกฤษฎีกา และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนจึงจะประกาศใช้ได้

 

3. ธปท.เล็งกำหนดเพดานปริมาณการซื้อ-ขายทองคำในแพลตฟอร์มออนไลน์

 

สำหรับมาตรการเก็บ ‘ภาษีธุรกิจเฉพาะ’

 

ดร.เอกนิติ เผยว่า รัฐบาลจะแถลงความคืบหน้าในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการตรวจสอบเส้นทางเงินเทา วันที่ 9 มกราคม 2569 นี้

 

งานนี้อาจต้องฝากความหวังทีม ‘Connect the Dots’ กับโปรเจกต์ ‘Data Bureau’

 

ภาพ: Craig Hastings, chainatp, Caia Image/Getty Images

The post เงินเทากลืนกินระบบเศรษฐกิจไทย ‘Data Bureau’ อาจไม่ใช่ทางรอด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปธน.เยอรมนี วิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ระเบียบโลกกลายเป็น ‘ซ่องโจร’ https://thestandard.co/german-president-policy-den-thieves/ Fri, 09 Jan 2026 02:48:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1163167 ปธน.เยอรมนี วิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ระเบียบโลกกลายเป็น ‘ซ่องโจร’

แฟรงก์-วอลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีเยอรมนี ออกโรง […]

The post ปธน.เยอรมนี วิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ระเบียบโลกกลายเป็น ‘ซ่องโจร’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปธน.เยอรมนี วิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ระเบียบโลกกลายเป็น ‘ซ่องโจร’

แฟรงก์-วอลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีเยอรมนี ออกโรงวิจารณ์​นโยบายต่างประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้ โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรง โดยย้ำว่าระเบียบโลกเสื่อมถอยกลายเป็นเหมือน ‘ซ่องโจร’ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกช่วยป้องกันไม่ให้ ‘ผู้ไร้ศีลธรรม’ ฉกฉวยตามอำเภอใจ

 

เมื่อคืนนี้ (8 มกราคม) ชไตน์ไมเออร์แสดงความคิดเห็นถึงสหรัฐฯ ในงานสัมมนาที่กรุงเบอร์ลิน โดยพาดพิงกรณีทรัมป์สั่งเปิดปฏิบัติการบุกเวเนซุเอลา และควบคุมตัว นิโกลัส มาดูโร ผู้นำประเทศเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งถูกจับตามองว่า เป็นความคิดเห็นที่รุนแรงกว่าปกติ ในฐานะประมุขเชิงสัญลักษณ์ของประเทศที่มีบทบาทเชิงพิธีการเป็นหลัก

 

ชไตน์ไมเออร์กล่าวว่า ประชาธิปไตยโลกกำลังถูกโจมตีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยการผนวกคาบสมุทรไครเมียของรัสเซีย และการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ ขณะที่พฤติกรรมของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน คือรอยร้าวทางประวัติศาสตร์ครั้งที่ 2

 

ผู้นำเยอรมนีเชิงสัญลักษณ์กล่าวว่า สหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรที่สำคัญที่สุด กำลังทำลายค่านิยมของระเบียบโลกที่เป็นผู้สร้างขึ้นมา และเป็นเรื่องสำคัญที่นานาประเทศต้องป้องกันไม่ให้โลกกลายเป็นซ่องโจร

 

“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้โลกกลายเป็นซ่องโจร ที่ซึ่งผู้ไร้ศีลธรรมที่สุดหยิบฉวยเอาทุกอย่างที่ต้องการ ที่ซึ่งภูมิภาคหรือแม้แต่ทั้งประเทศถูกปฏิบัติราวกับเป็นทรัพย์สินของมหาอำนาจเพียงไม่กี่ประเทศ”

 

ชไตน์ไมเออร์กล่าวว่า การบ่อนเซาะของระเบียบโลกได้ดำเนินมาถึงขั้นที่รุนแรงแล้ว โดยประเทศขนาดเล็กและอ่อนแอกว่า มีความเสี่ยงกลายเป็น ‘ฝ่ายที่ไร้ทางป้องกัน’ อย่างสิ้นเชิง และทั้งภูมิภาคอาจถูกปฏิบัติราวกับเป็นทรัพย์สินของมหาอำนาจเพียงไม่กี่ประเทศ

 

ผู้นำเยอรมนียังระบุต่อว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว นโยบายความมั่นคงของยุโรปจำเป็นต้องได้รับการทบทวนใหม่ พร้อมย้ำว่า เยอรมนีจะมีบทบาทได้ก็ต่อเมื่อเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงในมิติทางการทหาร

 

ภาพ: Andreas Gora / Reuters

อ้างอิง:

The post ปธน.เยอรมนี วิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ระเบียบโลกกลายเป็น ‘ซ่องโจร’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก Multilateralism สู่ Minilateralism! World Economic Forum เผยรูปแบบ ‘ความร่วมมือทั่วโลก’ กำลังวิวัฒน์ https://thestandard.co/multilateralism-minilateralism-wef-evolution/ Fri, 09 Jan 2026 02:44:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1163164 จาก Multilateralism สู่ Minilateralism World Economic Forum เผยรูปแบบ ‘ความร่วมมือทั่วโลก’ กำลังวิวัฒน์

จาก Multilateralism สู่ Minilateralism! เปิดตัวรายงาน G […]

The post จาก Multilateralism สู่ Minilateralism! World Economic Forum เผยรูปแบบ ‘ความร่วมมือทั่วโลก’ กำลังวิวัฒน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก Multilateralism สู่ Minilateralism World Economic Forum เผยรูปแบบ ‘ความร่วมมือทั่วโลก’ กำลังวิวัฒน์

จาก Multilateralism สู่ Minilateralism! เปิดตัวรายงาน Global Cooperation Barometer 2026 ของ World Economic Forum เผยความร่วมมือทั่วโลก (Global Cooperation) กำลังเกิดการวิวัฒน์ ชี้กำลังหมดยุคเวทีใหญ่ จับกันเป็นกลุ่มเล็ก คล่องตัวและรักษาผลประโยชน์ได้มากกว่า หลังระบอบพหุภาคีนิยม (Multilateralism) เผชิญกับกระแสลมต้านที่รุนแรง ทำให้ทั่วโลกหันไปรวมกลุ่มกันแบบเล็กลง แต่มีความยืดหยุ่นมากกว่า (Minilateralism)

 

World Economic Forum (WEF) เปิดเผยรายงาน ดัชนีชี้วัดความร่วมมือระดับโลก ประจำปี 2026 (Global Cooperation Barometer 2026) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้ระดับความร่วมมือโดยรวมแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แนวทางความร่วมมือ ‘กำลังมีวิวัฒนาการ’ จากระบบพหุภาคี (Multilateralism) เวทีใหญ่ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ไปสู่การจับกลุ่มพันธมิตรขนาดย่อมที่มีความคล่องตัวมากขึ้น (Minilateralism)

 

“แรงกดดันมหาศาลต่อสถาบันพหุภาคีกำลังส่งผลให้ความร่วมมือระดับโลกเกิดการวิวัฒนาการมากกว่าที่จะถดถอย โดยขณะที่รูปแบบความร่วมมือแบบพหุภาคีลดลง กลุ่มพันธมิตรประเทศที่มีขนาดเล็กและมีความคล่องตัวกว่า รวมถึงภาคเอกชนในบางกรณี กลับมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาระดับความร่วมมือโดยรวม” รายงานระบุ

 

Børge Brende ประธานและซีอีโอของ World Economic Forum กล่าวว่า “ท่ามกลางช่วงเวลาที่ผันผวนและไม่แน่นอนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ความร่วมมือได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง แม้ความร่วมมือในวันนี้อาจดูแตกต่างไปจากในอดีต แต่แนวทางการทำงานร่วมกันยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างชาญฉลาด เร่งสร้างนวัตกรรมอย่างรับผิดชอบ และเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในยุคที่ความแน่นอนลดน้อยลง แนวทางที่ยืดหยุ่น คล่องตัว และขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย มีแนวโน้มที่จะต้านทานความปั่นป่วนในปัจจุบันและส่งมอบผลลัพธ์ได้ดีที่สุด”

 

ทั้งนี้ Global Cooperation Barometer ซึ่งจัดทำร่วมกับ แมคคินซีย์ แอนด์ คอมพานี (McKinsey & Company) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2024 มีไว้เพื่อทำหน้าที่ประเมินความร่วมมือระดับโลกผ่าน 5 มิติ ได้แก่ การค้าและเงินทุน, นวัตกรรมและเทคโนโลยี, สภาพภูมิอากาศและทุนทางธรรมชาติ, สุขภาพและสุขภาวะ, และสันติภาพและความมั่นคง โดย Barometer ดังกล่าวสร้างขึ้นจาก 41 ตัวบ่งชี้ โดยใช้ปี 2020 เป็นฐานดัชนีเพื่อสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงโรคระบาด

 

เจาะลึกแนวโน้ม ความร่วมมือ 5 เสาหลัก ประจำปี 2026

 

โดยแนวโน้มโดยรวมพบว่า ความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศและเทคโนโลยีมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งแม้ต้องเผชิญกับอุปสรรค ด้านสุขภาพและการค้ายยังคงทรงตัว ขณะที่ความร่วมมือด้านสันติภาพและความมั่นคงลดลงอย่างรุนแรง

 

  • ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation & Technology): มีการขยายตัวขึ้นอย่างโดดเด่น การเคลื่อนย้ายบุคลากรที่มีความสามารถ (Talent flows) และบริการด้านไอทีเติบโตขึ้น แม้จะมีการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างชาติมหาอำนาจ แต่เกิดรูปแบบความร่วมมือใหม่ๆ ในกลุ่มประเทศพันธมิตร โดยเฉพาะด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐาน 5G
  • ด้านสภาพภูมิอากาศและทุนทางธรรมชาติ (Climate & Natural Capital): เติบโตขึ้นจากการระดมทุนและการขยายตัวของเทคโนโลยีสะอาด (Clean Tech) ที่แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 โดยกลุ่มประเทศต่างๆ เริ่มผนวกเป้าหมายลดคาร์บอนเข้ากับความมั่นคงทางพลังงาน
  • ด้านการค้าและเงินทุน (Trade & Capital): อยู่ในภาวะทรงตัว (Flat) ปริมาณการค้าสินค้าเติบโตช้ากว่าเศรษฐกิจโลก และเริ่มเปลี่ยนทิศทางการไหลเวียนไปยัง “ประเทศพันธมิตรที่มีแนวคิดตรงกัน” (Aligned partners) มากขึ้น
  • ด้านสุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness): ทรงตัวเช่นกัน แม้ผลลัพธ์ทางสุขภาพจะดูดีขึ้นหลังยุคโควิด-19 แต่มีความเปราะบางซ่อนอยู่ เนื่องจากความช่วยเหลือด้านการพัฒนาสุขภาพลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง
  • ด้านสันติภาพและความมั่นคง (Peace & Security): เป็นเสาหลักเดียวที่ “ลดลงอย่างรุนแรง” ตัวชี้วัดทุกตัวต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 ความขัดแย้งและการใช้จ่ายทางทหารเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กลไกแก้ปัญหาระดับโลกประสบปัญหาในการระงับวิกฤต ส่งผลให้ยอดผู้พลัดถิ่นทั่วโลกพุ่งแตะ 123 ล้านคน

 

รายงาน Global Cooperation Barometer 2026 ยังสรุปว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคของการเขียนกฎความร่วมมือใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีโครงสร้างใหม่ๆ ตั้งแต่ข้อตกลงการค้าไปจนถึงพันธมิตรด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยผู้นำจำเป็นต้องฟื้นฟูบทสนทนาที่มีประสิทธิภาพเพื่อระบุผลประโยชน์ร่วมกัน ท่ามกลางโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น

The post จาก Multilateralism สู่ Minilateralism! World Economic Forum เผยรูปแบบ ‘ความร่วมมือทั่วโลก’ กำลังวิวัฒน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้นเชียงใหม่ เริ่มต้นที่อากาศสะอาด https://thestandard.co/yoschanan-revive-chiang-mai-air/ Fri, 09 Jan 2026 02:21:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1163161 ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด

วันนี้ (9 มกราคม) ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้นเชียงใหม่ เริ่มต้นที่อากาศสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด

วันนี้ (9 มกราคม) ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นำ นพ.เพทาย เตโซฬาร ผู้สมัคร สส. จังหวัดเชียงใหม่ เขต 2 และทีมงาน พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่จ่ายตลาดสุขาภิบาล (ยางเนิ้ง) อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้ามามอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองและพวงมาลัยแคบหมู

 

ศ.ดร.ยศชนัน ยังให้สัมภาษณ์ถึงสิ่งที่จะทำให้คนเชียงใหม่ ว่า มีเรื่องคมนาคม การแก้ไขปัญหาน้ำการขุดลอกแม่น้ำปิง การทำถนน และเรื่องการท่องเที่ยวก็เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องสินค้าเกษตรเรื่องลำไย ซึ่งตนอยากให้เชียงใหม่เป็นที่ที่ทุกคนอยากมา เราพยายามทำเรื่อง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด อากาศต้องสะอาด ซึ่ง สส. พรรคเพื่อไทยเป็นประธานในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเราจะมาพลิกฟื้นจังหวัดเชียงใหม่ ขอพี่น้องทุกคนให้โอกาสพรรคเพื่อไทย เราจะทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มจากเชียงใหม่

 

ก่อนที่ ศ.ดร. ยศชนันและคณะ จะร่วมรับประทานอาหารเช้าและกาแฟโบราณ ณ ร้านข้าวต้มหน้าอำเภอสารภี

 

ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด 1ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด 2ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด 3ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด 4ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด 5ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด 6ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด 7ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้น **เชียงใหม่** เริ่มต้นที่อากาศสะอาด 8

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนัน บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก บอกจะพลิกฟื้นเชียงใหม่ เริ่มต้นที่อากาศสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>