Travel – THE STANDARD https://thestandard.co/category/lifestyle/travel/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 17 Nov 2025 14:35:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 “MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News] https://thestandard.co/meland-indoor-park-siam-paragon/ Mon, 17 Nov 2025 14:35:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1144283 “MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News]

เตรียมพบกับ “MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลกจา […]

The post “MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News] appeared first on THE STANDARD.

]]>
“MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News]

เตรียมพบกับ “MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลกจากจีน ที่เลือกเปิดตัวอย่างเป็นทางการนอกประเทศจีนแห่งแรกในไทยที่สยามพารากอน ด้วยงบลงทุนกว่า 400 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 5,000 ตร.ม. บนชั้น 5 สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนี้ จะยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางความบันเทิงครอบครัวระดับสากล

 

MELAND Bangkok

 

Siam Paragon × MELAND การผนึกกำลังครั้งใหญ่เพื่อสร้าง Global Family Destination แห่งใหม่

 

สยามพารากอน ฉลองครบรอบ 20 ปี สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ โดยร่วมมือกับ MELAND เพื่อ Redefine อนาคตของ Family Edutainment ในไทย” ผสานการเล่น การเรียนรู้ ศิลปะ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน

 

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี และเครือข่ายมากกว่า 140 สาขาใน 60 เมืองทั่วจีน MELAND คือแบรนด์ที่ถูกยอมรับในฐานะผู้นำด้าน Interactive Edutainment ที่ออกแบบโลกการเล่นเหมือนนิทานที่มีชีวิต

 

“MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News] 1

บรรยากาศภายใน MELAND Bangkok

 

🧚ดีไซน์ระดับโลกโดย X+Living ผู้คว้ารางวัล A’ Design Award & IDA Design Award

 

สิ่งที่ทำให้ MELAND แตกต่างคือคอนเซปต์ “มองโลกผ่านสายตาของเด็ก” เพื่อออกแบบพื้นที่ที่กระตุ้นจินตนาการ ความอยากรู้อยากเห็น และประสบการณ์สมจริงที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย

 

MELAND ทุกสาขาออกแบบโดย X+Living สตูดิโอดีไซน์ที่ดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และคว้ารางวัลระดับอินเตอร์มากมาย เช่น A’ Design Award (Platinum), IDA Design Award และ Frame Awards

 

ซิกเนเจอร์ของ MELAND คือ สถาปัตยกรรมล้ำสมัยแบบประติมากรรม โทนสีร่วมสมัย งานศิลปะโครงสร้างขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวได้ และแสง สี เสียง และเทคโนโลยีที่สร้างโลกเหนือจริง ทุกโซนถูกออกแบบให้เสมือนเดินอยู่ในหนังสือนิทานแนวแฟนตาซี ที่เด็ก ๆ สามารถ “สำรวจ ปีนป่าย เล่น เรียนรู้” ได้แบบไร้ขีดจำกัด

 

“MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News] 2

MELAND คว้ารางวัล A’ Design Award ระดับแพลตินัม

 

🎠มากกว่า 500 นวัตกรรมความสนุก 6 โซนใหญ่ + 100 เครื่องเล่น และประสบการณ์สุดสมจริง

 

“MELAND ” ถูกออกแบบให้เป็น แฟลกชิประดับโลก กับคอนเทนต์ใหม่กว่า 500 รูปแบบ และ 100 เครื่องเล่นที่ตอบโจทย์ทั้งเด็กเล็กและครอบครัว พร้อมพบไฮไลต์สุดว้าว ได้แก่

 

🔹Wandering Carousel พาเด็ก ๆ ดำดิ่งสู่โลกใต้ท้องทะเลมหัศจรรย์
🔹Sparkle Sky Cruise นั่งยานบินเหนือก้อนเมฆในโลกแฟนตาซี
🔹Cloudtop Jungle Gym พื้นที่ปีนป่ายความสูงกว่า 5 ชั้นใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
🔹Meta-Racers สังเวียนอินเทอร์แอคทีฟสุดมันเหมือนหลุดเข้าไปในโลกเกม
🔹Mini City เมืองจำลองสำหรับกิจกรรม Roleplay กว่า 20 อาชีพ ตั้งแต่แพทย์ เชฟ นักดับเพลิง ไปจนถึงเกษตรกร

 

“MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News] 3

MELAND Sparkle Sky Cruise Realistic View

 

และครั้งแรกในไทยกับ โซนอินเทอร์แอคทีฟสไตล์ Arte Kids Park จาก Arte Museum เชจู โดย D’strict สตูดิโอศิลปะดิจิทัลเบอร์หนึ่งของเกาหลี (ผู้สร้าง Arte Museum และ Arte Kids Park) นำเทคนิค Immersive Interactive Media มาใช้ในโซนพิเศษของ MELAND Bangkok

 

“MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News] 4

MELANDxArte Kids Park Interactive Zone

 

🎡MELAND จุดหมายใหม่ของครอบครัว ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

 

การเปิดตัวในกรุงเทพฯ เดือนธันวาคมนี้ ถือเป็นจังหวะที่เหมาะที่สุด สำหรับไฮซีซันท่องเที่ยว และจะกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญดึงกลุ่มครอบครัวเข้าสู่สยามพารากอนมากยิ่งขึ้น ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสโลกแฟนตาซีที่ “เล่นสนุก ได้เรียนรู้ ได้แรงบันดาลใจ” พร้อมถ่ายรูปได้สวยทุกมุมแบบที่คาดหวังจากแลนด์มาร์กระดับโลก

 

“MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News] 5

 

“MELAND” จะเปิดให้บริการภายในเดือน ธันวาคมนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมกิจกรรมพิเศษ และภาพเปิดพื้นที่ได้เร็ว ๆ นี้บนทุกช่องทางของ MELAND และ Siam Paragon เตรียมนับถอยหลังสู่ปรากฏการณ์ใหม่ของความบันเทิงระดับโลกสำหรับครอบครัว

 

“MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News] 6

The post “MELAND” สวนสนุกในร่มระดับโลก 5,000 ตร.ม. เปิดตัว ณ สยามพารากอน ธ.ค.นี้ [PR News] appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 ชั่วโมง เตรียมตัวก่อนเดินทาง กับ เคน นครินทร์ https://thestandard.co/life/4-hours-life-with-ken-nakarin/ Tue, 08 Jul 2025 05:00:49 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1092405 4 HOURS LIFE with Ken Nakarin

4 ชั่วโมง เตรียมตัวก่อนเดินทาง กับ เคน นครินทร์   […]

The post 4 ชั่วโมง เตรียมตัวก่อนเดินทาง กับ เคน นครินทร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 HOURS LIFE with Ken Nakarin

4 ชั่วโมง เตรียมตัวก่อนเดินทาง กับ เคน นครินทร์

 

เชื่อว่าก่อนออกเดินทาง แต่ละคนก็จะมีวิธีการเตรียมตัวที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะใช้เวลาไปกับการแพลนชุดว่าอยากใส่อะไรในทริปนี้ บางคนใช้ไปกับการเตรียมของใช้ แต่สำหรับ เคน นครินทร์ การเตรียมตัวก่อนเดินทางแต่ละทริป สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมร่างกายให้พร้อม 

 

และนอกจากร่างกายต้องพร้อมแล้ว เขายังบอกว่าอุปกรณ์ของก็ต้องพร้อมด้วย ซึ่งพี่เคนมีไอเทมที่ขาดไม่ได้อยู่ 2 ชิ้นนั่นคือ น้ำหอม ที่ช่วยเสริมความมั่นใจเวลาออกเดินทางไปเจอใครใหม่ๆ และอีกหนึ่งไอเทมที่มักจะซื้อใหม่บ่อยๆ คือแว่นกันแดด แต่หากทริปไหนมีนัดกับเจ้าบ้านชาวต่างชาติ เคนก็ไม่ลืมที่จะช็อปปิ้งของฝากที่สื่อถึงความเป็นไทย ติดไม้ติดมือไปฝากอีกด้วย

 

4 HOURS LIFE with x UOB ในครั้งนี้ เราอยากชวนทุกคนมาเตรียมตัวก่อนเดินทางไปกับ เคน นครินทร์ พร้อมทั้งพาไปสัมผัสกับสถานที่ที่เคนชื่นชอบ ซึ่งหลายแห่งยังเป็นจุดหมายยอดฮิตของผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี และมีดีลพิเศษที่ร่วมกับบัตรเครดิตยูโอบีให้คุณได้เพลิดเพลินมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

 

ออกกำลังกายในสวนสาธารณะ

 

ด้วยความที่ต้องเดินทางบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเพื่อทำงาน ถ่ายรายการ หรือในบางโอกาสก็เป็นทริปส่วนตัวกับครอบครัว สิ่งหนึ่งที่เคนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลร่างกายให้แข็งแรงและไม่ขาดน้ำระหว่างเดินทาง เคนจึงเตรียมความพร้อมด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และไม่ลืมดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ในวันธรรมดาเขามักจะใช้เวลาช่วงเช้าประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มงานไปวิ่งที่สวนลุมพินีหรือสวนเบญจกิติ ซึ่งเป็นสวนที่มีระยะทางกำลังดี บรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการเริ่มต้นวันใหม่ก่อนเข้าสู่โหมดทำงานในเมือง แต่ถ้าเป็นวันหยุด เคนจะขยายเวลาออกกำลังกายให้ยาวขึ้นเป็น 3-4 ชั่วโมง โดยเพิ่มกิจกรรมอื่นๆ เข้าไป เช่น ว่ายน้ำ เข้ายิม หรือแม้แต่ตีเทนนิส เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวอย่างเต็มที่และเติมพลังให้กับตัวเอง

 

 

King Power City Boutique 

 

ทุกครั้งก่อนที่เคนจะเดินทาง เคนจะเตรียม Travel Pack ของตัวเอง โดยไอเทมที่อาจจะดูไม่สำคัญมากแต่ก็ขาดไม่ได้สำหรับเขาคือ น้ำหอม วันนี้เคนเลยพาเรามาตามหาน้ำหอมกันที่ King Power City Boutique ที่ One Bangkok ซึ่งมีน้ำหอมให้เลือกหลากหลายแบรนด์ และมีแบรนด์ประจำเคนใช้ด้วย กลิ่นน้ำหอมที่เคนชอบมักจะเป็นกลิ่นที่ไม่ได้ดูแมนจนเกินไป แต่ก็ไม่ติดหวานจนเกินไปเป็นแนวกลางๆ ซึ่งนอกจากน้ำหอมแล้วในดิวตี้ฟรีเคนยังชอบช็อปปิ้งไอเทมอื่นๆ ด้วย เช่น แว่นกันแดด เรียกได้ว่าแทบจะเปลี่ยนใหม่ทุกๆ ครั้งที่เดินทาง

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. 

Address: ชั้น 1 และ 2, โซน Parade, One Bangkok

Map: https://maps.app.goo.gl/cBDVJA5DNh2q1fpE9

 

 

Thai Makers Market

 

ในการเดินทางแต่ละครั้งเคนชอบที่จะเตรียมของฝากติดไม้ติดมือไปฝากชาวต่างชาติ ของฝากก็มักจะต้องเป็นของที่สื่อถึงความเป็นไทย เคนเลยเลือกที่จะมาหาซื้อของฝากที่โซน Thai Makers Market ใน King Power City Boutique สินค้าของที่นี่เป็นสินค้าไทยหลากหลายหมวดหมู่ ทั้งเสื้อผ้า ของกิน ของใช้ และเป็นสินค้าที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ ถ้าซื้อของฝากจากที่นี่ ชาวต่างชาติชื่นชอบแน่นอน

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. 

Address: ชั้น 1, โซน Parade, One Bangkok

Map: https://maps.app.goo.gl/cBDVJA5DNh2q1fpE9

 

โปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่ถือบัตรเครดิตยูโอบี รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 16,000 บาท*  

1 ก.ค. – 30 ก.ย. 68

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิก https://go.uob.com/43OyFbe

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

 

 

Shake Shack 

 

เดินช็อปปิ้งเตรียมตัวเดินทางจนเหนื่อย เคนก็แวะมาร้านประจำอย่าง Shake Shack ร้านนี้สำหรับเคนถือเป็นร้านเบอร์เกอร์ในความทรงจำมากๆ เพราะติดใจตั้งแต่สมัยร้านยังอยู่ที่เมืองนอก จนมาเปิดไทยเคนก็เคยได้มีโอกาสคุยกับซีอีโอของทางแบรนด์ด้วย หลังจากนั้นก็ติดตามแบรนด์นี้มาตลอด ตอนนี้ที่ร้านมีเมนูพิเศษที่คอลแลปกับ เชฟแพม จากร้าน Potong ออกมาเป็นเมนูสุดแซ่บ สไตล์ไทยซึ่งมีทั้งเมนู Jaew BBQ Pork Burger (ราคา 235 บาท) เป็นเมนูเบอร์เกอร์หมูซอสแจ่วบาร์บีคิวที่เพิ่มความกรุบกรอบด้วยแคบหมู และอีกเมนูที่พลาดไม่ได้คือ Seafood Mayo Fries (ราคา 130 บาท) เป็นการนำเมนูมันทอดชื่อดังของทางร้านมาราดซอสซีฟู้ดมาโยสุดแซ่บ ถือเป็นการคอลแลปที่สร้างรสชาติใหม่ๆ ให้เบอร์เกอร์แซ่บยิ่งขึ้น

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. 

Address: ชั้น 2, โซน Parade, One Bangkok

Map: https://maps.app.goo.gl/GLq1vVZ7PTA9gXSH6

 

โปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่ถือบัตรเครดิตยูโอบี รับฟรี Seafood Mayo Fries* มูลค่า 130 บาท 1 ที่ เมื่อซื้อ Shake Shack x Chef Pam Collaboration Set Menu (Jaew BBQ Pork Burger หรือ Black Pepper Burger และ Mango Sticky Rice Shake)

7 พ.ค. – 6 ก.ค. 68 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิก https://go.uob.com/3GHZHYG

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

The post 4 ชั่วโมง เตรียมตัวก่อนเดินทาง กับ เคน นครินทร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อของเด็ดทั่วไทยก็ Cool ไม่แพ้ใคร พบภาพยนตร์โฆษณาสุดครีเอทีฟ ‘ดั้นด้นทั่วไทยเพราะไทยเด็ด’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ptt-station-thai-travel/ Fri, 21 Jun 2024 05:23:39 +0000 https://thestandard.co/?p=947397 PTT Station

ห้ามพลาดทุกประการทั้งปวง! เมื่อไทยเด็ดดั้นด้นไปดึงและดั […]

The post เมื่อของเด็ดทั่วไทยก็ Cool ไม่แพ้ใคร พบภาพยนตร์โฆษณาสุดครีเอทีฟ ‘ดั้นด้นทั่วไทยเพราะไทยเด็ด’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
PTT Station

ห้ามพลาดทุกประการทั้งปวง! เมื่อไทยเด็ดดั้นด้นไปดึงและดันของเด็ดดวงทั่วไทยดีๆ มาให้ดูกันแล้วกับภาพยนตร์โฆษณาน่ารักใจฟูแบบไม่ไหวแล้วอย่าง ‘ดั้นด้นไปเพราะไทยเด็ด’ ที่กำลังไวรัลไปให้ดุ๊กดิ๊กกันทั่วทุกแพลตฟอร์ม

 

Road Trip หาของดีและเด็ดทั่วไทย

 

ไม่ว่าจะใครก็อยากได้ ‘ของเด็ด’ ดีๆ มาประดับหรือลองกินลองใช้กันสักครา อย่างการเดินทางของแก๊งเพื่อน 4 ตัวละครที่ดั้นด้นไป 4 ภาคของไทยบน Road Trip เพื่อหาของเด็ดดวงโดดเด่น ซึ่งระหว่างทางมีแต่ความน่ารัก เจ๋ง ฮา และ Proud ไปกับความเจ๋งของเด็ดในไทย ของดีของเด็ดทุกวันนี้ อยู่ที่นี่ประเทศไทยไม่ไกลตัวเลย 

 

 

ของเด็ดไทย ทำแบบไหนก็ Cool

 

ไม่ใช่แค่ของดีๆ เด็ดดวงเท่านั้น ภาพยนตร์โฆษณา ‘ดั้นด้นไปเพราะไทยเด็ด’ ยังมาในธีมของโมเดิร์นฟิล์มที่ใช้เทคนิคการ Grading ของงานให้สดใส และจับคู่กันอย่างโดดเด่น ทั้งหมดถูกใส่แทบจะทุก Elements ของภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น Road Trip สไตล์ฉิ่งฉาบทัวร์ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจากผ้าไทยท้องถิ่น ให้เป็นไอเท็มแฟชั่นเก๋ๆ หรือเพลงสไตล์ไทยวินเทจที่สร้างสีสันให้กับภาพยนตร์โฆษณา รวมถึงเทคนิคการถ่ายตัดต่อที่ชูความเด็ดที่ไปดั้นด้นดึงมาจากทั่วประเทศไทย ให้รู้ว่าไทยเด็ดด้วยความครีเอทีฟขั้นสุด ใครดูก็เผลอยิ้มตามกันไปทุกคน

 

PTT Station

 

ไม่ว่าจะของเด็ดจากไหนของไทย ทั้งหมดได้ดั้นด้นไปดึงมารวมไว้ที่ ‘ร้านไทยเด็ด’ แค่มองหาสัญลักษณ์นิ้วโป้งทุกครั้งที่คุณแวะเข้า PTT Station เตรียมพบกับไอเท็มเด็ดจากทั่วไทยไปประดับไว้ให้เด็ดดวงเด่นเกินใครกันได้เลย!

 

 

เรียกได้ว่าภาพจำของสินค้าไทยจากไทยเด็ดนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม มีความโมเดิร์นและมีสไตล์มากขึ้น ทั้งสินค้าของดี ของท้องถิ่น กลายเป็นสินค้าที่น่าซื้อ อีกทั้งยังเข้าถึงง่าย และหลังจากนี้สินค้าในร้านไทยเด็ดจะกลายเป็นสินค้าอยู่ในกระแสในอนาคต

 

ติดตามรับชมเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ ในครั้งนี้ได้ที่

 

The post เมื่อของเด็ดทั่วไทยก็ Cool ไม่แพ้ใคร พบภาพยนตร์โฆษณาสุดครีเอทีฟ ‘ดั้นด้นทั่วไทยเพราะไทยเด็ด’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อสินค้าไทยผสานกับความป๊อป ชวนเที่ยวงาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์’ ที่ ‘ห้างฯเอ็มโพเรียม’ พร้อมกิจกรรมสนุกสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอดซัมเมอร์นี้ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/emporium-kud-thai-only-thailand-best/ Fri, 05 Apr 2024 05:50:10 +0000 https://thestandard.co/?p=919428 คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

  ‘สินค้าไทย’ นั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที […]

The post เมื่อสินค้าไทยผสานกับความป๊อป ชวนเที่ยวงาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์’ ที่ ‘ห้างฯเอ็มโพเรียม’ พร้อมกิจกรรมสนุกสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอดซัมเมอร์นี้ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

‘สินค้าไทย’ นั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่ไหน ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สั่งสมกันมายาวนาน ผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศจากธรรมชาติ ก่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรม ขนมหวานโบราณ หรือแม้กระทั่งผลไม้พันธุ์พื้นเมือง ทุกชิ้นล้วนอัดแน่นไปด้วยวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแบบไทยๆ ที่น่าหลงใหลเสมอ

 

และในช่วงซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับเทศกาลสงกรานต์อันเป็นประเพณีสำคัญของไทย ก็นับเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสกับสีสันและมนต์เสน่ห์ของสินค้าไทยกันอย่างเต็มที่ ซึ่งเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็ได้จัดงาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ – ไตรเฟส อิดิชั่น’ ขึ้น เพื่อคัดสุดยอดสินค้าจากทั่วประเทศมาให้ได้ช้อปกันในที่เดียว

 

งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 3 ตึกของเอ็มดิสทริค ได้แก่ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ โดยแต่ละแห่งจะนำเสนอคอนเซปต์ที่แตกต่างกันออกไป เปรียบเสมือนการออกเดินทางสำรวจความหลากหลายของสินค้าไทยในแบบฉบับของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการท่อง ล่อง ลอง รู้ ชิม หรือช้อป เพื่อค้นหาของดีที่ถูกใจ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ภายใต้ธีม POP FEST. ที่จะพาไปพบกับสุดยอดสินค้าไทยสไตล์ป๊อปสุดชิค ตั้งแต่แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ มวยไทย ไปจนถึงสตรีทฟู้ด และผลไม้หายากสายพันธุ์ไทยแท้

 

ภายในงานที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ถูกแบ่งเป็น 3 โซนหลักๆ ดังนี้

 

เริ่มต้นที่โซน Thai Pop ชั้น 1 บริเวณ Fashion Hall และ EM Walk ที่คัดสุดยอดของฝากและสินค้าไลฟ์สไตล์สไตล์ไทยร่วมสมัย (Best of Thai Souvenirs, Fashion & Lifestyle) ไม่ว่าจะเป็นงานคราฟต์จากศิลปินชั้นนำ สินค้าแฟชั่นดีไซน์เก๋ เช่น แบรนด์ The Only Market, Bangkokian by Another Story, The shop เป็นต้น 

 

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

หรือขนมไทยขึ้นชื่อจากแผนก Gourmet Thai และชาผงปรุงสำเร็จตรามือสูตรต้นตำรับที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี รวมไปถึงสินค้าในกลุ่มสมุนไพรไทย (Herbal Therapy) อย่างแบรนด์ The Herbaholic’s ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์สมุนไพรในรูปแบบใหม่ ยกระดับให้มีความทันสมัย ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมบริการทดลองนวดประคบจากผู้เชี่ยวชาญ

 

 

นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์พิเศษอย่าง Best of Thai Scent แหล่งรวมยาดมหลากหลายแบรนด์ดัง เริ่มตั้งแต่สูตรโบราณไปจนถึงยาดมสไตล์ใหม่ เป็นที่นิยมของทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซื้อเป็นของฝากก็ถูกใจผู้รับ หรือจะใช้เองก็มีหลากหลายกลิ่นให้เลือกตามความชอบ 

 

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

และ Best of Thai Music & Workshop ที่เชิญชวนให้ทุกคนมาสัมผัสดนตรีไทยวินเทจจากศิลปินชั้นนำ พร้อมเข้าร่วมเวิร์กช็อปสนุกๆ เช่น การเพนต์เซรามิก การทำขนมไทย และ D.I.Y. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตลอดช่วงเวลาของงาน ซึ่งประกอบไปด้วย

 

 

 

Thai Craft Workshops

  • ทุกวัน (วันที่ 27 มีนาคม 2567 – 18 เมษายน 2567) สาธิตการใช้ลูกประคบ โดย The Herbaholic’s
  • ทุกสุดสัปดาห์ (วันที่ 30-31 มีนาคม 2567, วันที่ 6-7 และ 13-15 เมษายน 2567) กิจกรรมเพนต์เซรามิก โดย Cone No.9
  • วันที่ 6-7 เมษายน 2567 Thai Modern Craft Workshops (ทำพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า)
  • วันที่ 13-15 เมษายน 2567 Thai Traditional Craft Workshops (ทำถุงหอมดอกไม้แห้ง)

 

Thai Music and Performance 

ร่วมฟังเพลงดนตรีสดจากวงหมอลำร่วมสมัย เอ็นจอยบรรยากาศสนุกแบบไทยๆ พร้อมชิมขนมไทยโบราณยอดนิยมสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ทุกสุดสัปดาห์ และช่วงวันหยุดสงกรานต์ เวลา 13.00 น., 15.00 น. และ 17.00 น.

 

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

ขณะที่ชั้น 2 บริเวณ EM Walk โซน Thai Boxing & Culture เป็นสวรรค์สำหรับสาวกมวยไทยโดยเฉพาะ (Best of Muay Thai & Iconic Thai Fashion) ด้วยสินค้าทั้งในหมวดเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์มวยแบบจัดเต็ม พร้อมเวทีมวยจำลองให้ทดลองเล่น โดยมีเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์ Muscle Sport คอยให้คำปรึกษา 

 

และยังมีแบรนด์ไอคอนิกอย่าง Double Goose ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 60 ปี มาเปิดป๊อปอัพสโตร์ในงานนี้ด้วย ให้ได้มา Personalize เสื้อยืดในสไตล์ที่ชอบ ส่วนใครที่มองหากระเป๋าผ้าแคนวาสวินเทจสุดคูล ต้องไม่พลาดแบรนด์ Moshi Ava ที่จะมาสร้างสีสันด้วยการพิมพ์คำไทยแบบไอคอนิกบนกระเป๋า

 

ปิดท้ายกันที่ Thai Taste บนชั้น 4 ที่ Gourmet Market แหล่งรวมผลไม้สุดพรีเมียมสายพันธุ์ไทยแท้ทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ มังคุดคีรีวง ที่มีเนื้อสีขาวฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน, มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองผิวเหลืองนวลสวย เนื้อละเอียด รสชาติหอมหวาน, ส้มโอทับทิมสยามลูกโตเนื้อชมพูสดใส และชมพู่น้ำดอกไม้รูปทรงสวยหอมหวานฉ่ำ 

 

 

ที่พลาดไม่ได้คือ Gourmet Eats ที่ยกขบวนร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังกว่า 100 ร้านมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ครบทั้งเมนูคาวและหวาน เช่น โกอ่างข้าวมันไก่, ยี่สับหลก, ผัดไทยไฟทะลุ, คนชงคนปรุง, นายอ้วนเย็นตาโฟ และอีกมากมาย

 

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ช้อปภายในห้างเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ เมื่อช้อปสะสมยอดครบ 5,000 บาท สามารถรับกระเป๋าผ้าขาวม้าลิมิเต็ดเอดิชันจากชุมชนในจังหวัดขอนแก่นฟรี มูลค่า 790 บาท มีให้เลือกถึง 8 ลายไม่ซ้ำใคร พร้อมบริการสกรีนชื่อ-ข้อความตามต้องการ

 

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

งาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ – ไตรเฟส อิดิชั่น’ จึงเป็นอีเวนต์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักของไทย เพราะได้รวบรวมสุดยอดสินค้าคุณภาพจากทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักช้อป ตั้งแต่ของกิน ของใช้ ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ไปจนถึงของที่ระลึก ในราคาสุดคุ้ม พร้อมกิจกรรมและโปรโมชันพิเศษแบบจัดเต็มตลอดช่วงเวลาจัดงาน 

 

ใครที่อยากสัมผัสความยิ่งใหญ่และมนต์เสน่ห์ของสินค้าไทยในมุมมองใหม่ หรือกำลังมองหาของขวัญชิ้นพิเศษต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ จะพลาดไม่ได้เลย ไปพบกันได้ที่งาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ – ไตรเฟส อิดิชั่น’ ที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 18 เมษายน 2567 นี้เท่านั้น แล้วคุณจะได้รู้ว่าของดีของไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก

The post เมื่อสินค้าไทยผสานกับความป๊อป ชวนเที่ยวงาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์’ ที่ ‘ห้างฯเอ็มโพเรียม’ พร้อมกิจกรรมสนุกสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอดซัมเมอร์นี้ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดพิกัดเส้นทางสายมูเตลูกับ Top 5 วัดที่ฮ่องกง https://thestandard.co/life/top-5-mutelu-hong-kong-locations/ Sun, 10 Mar 2024 08:42:14 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=909442 วัดฮ่องกง

ชวนผู้อ่านเปิดประสบการณ์ท่องไปในเส้นทางสายมูเตลูกับ 5 ว […]

The post เปิดพิกัดเส้นทางสายมูเตลูกับ Top 5 วัดที่ฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัดฮ่องกง

ชวนผู้อ่านเปิดประสบการณ์ท่องไปในเส้นทางสายมูเตลูกับ 5 วัดฮ่องกงอันซีน และกิจกรรมเสริมดวงฉบับปีมังกรทองที่คัดมาแล้วว่าบรรยากาศสวยงามและดีต่อใจ เต็มไปด้วยพลังบวก

 

สำหรับคนไทย ฮ่องกงถือเป็นจุดหมายปลายทางที่โด่งดังในด้านการ ‘มูเตลู’ ที่นี่ไม่เพียงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักเดินทางที่หลงใหลในการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายที่หลายๆ คนอยากไปลองสัมผัสกับประสบการณ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความสนใจในวัฒนธรรมและประเพณีของการสักการบูชาตามหลักมูเตลู ซึ่ง LIFE มาพร้อมกับพิกัดยอดนิยมฉบับอัปเดตที่มีทั้งวัดดังและมีชื่อเสียงระดับโลกอย่างเช่นวัดแชกงหมิวและวัดหว่องไท่ซิน แต่ยังมีวัดศักดิ์สิทธิ์ของเส้นทางสายมูเตลู ฉบับปีมังกรทอง ที่เต็มไปด้วยพลังงานบวกและความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งรอให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

 

ที่สำคัญไม่ใช่แค่การนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น เส้นทางสายมูเตลู ฉบับปีมังกรทอง ในครั้งนี้ยังได้อาจารย์คฑา ชินบัญชร กูรูมูเตลูชื่อดัง มาร่วมแบ่งปันเคล็ดลับและวิธีการสักการะที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกการขอพรและการสักการะนั้นเป็นไปอย่างมีความหมายและประสบความสำเร็จตามความปรารถนา นี่คือการพาผู้อ่านไปสำรวจมิติใหม่ของฮ่องกงผ่านมุมมองของมูเตลู ไม่ว่าคุณจะเป็นเซียนมูเตลูหรือมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น ปีมังกรทองนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวและการสร้างสรรค์พลังบวกให้กับชีวิต ส่วนจะมีวัดใดที่ห้ามพลาดบ้าง ไปติดตามพร้อมกันเลย 

 

 

1. วัดหว่องไท่ซิน (Wong Tai Sin)

จุดหมายปลายทางที่โดดเด่นด้วยพิธีกรรมผูกด้ายแดงขอเนื้อคู่ศักดิ์สิทธิ์จากเทพเจ้าหยุคโหลว (Yue Lao) ผู้ช่วยปัดเป่าโชคร้าย และเสริมสร้างความรักให้กับผู้ที่มาสักการะ ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คนโสด หรือคนในชุมชน LGBTQIA+ ทุกคนสามารถขอพรและผูกด้ายแดงตามพิธีกรรมเฉพาะ เพื่อความราบรื่นในชีวิตคู่และความสัมพันธ์ ที่นี่มีเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยและห้องลับใต้ดินที่น่าสนใจ เป็นที่ซึ่งประดิษฐานพระแม่เต้าบ้อ และรูปปั้นเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย 60 องค์ ที่ช่วยปัดเป่าเคราะห์กรรม และคุ้มครองดวงชะตาของมนุษย์ตลอดปี แต่ละองค์มีลักษณะเฉพาะตัวที่สะท้อนบุคลิก นิสัย และการแต่งตัวที่คล้ายคลึงกับผู้ที่เกิดในปีนั้นๆ

 

ความเชื่อและเคล็ดลับ: ในการสักการะที่วัดนี้ ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตามกฎของพิธีกรรมอย่างเคร่งครัด เช่น การไม่ให้นิ้วหลุดจากกันระหว่างเดิน, ไม่ให้ด้ายหลุดจากมือ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสตัวผู้อื่นเพื่อไม่รับโชคร้าย แม้แต่การถูกธูปจากผู้อื่นจี้ก็ถือเป็นการฟาดเคราะห์ครั้งใหญ่ตามความเชื่อของชาวฮ่องกง การเยี่ยมชมห้องลับ Taisui Yuanchen Hall ณ วัดหว่องไท่ซินมีค่าใช้จ่าย 100 ดอลลาร์ฮ่องกง ผู้เข้าชมจะได้รับธูป 3 ดอกและยันต์มังกรเป็นของขวัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกิดในปีชงของปีนั้นๆ สามารถเข้าชมได้ฟรี นอกจากนี้ยังมีโอกาสบริจาคเพิ่มเติม 300 ดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อร่วมพิธีฝากดวงแก้ชงกับนักพรตด้วย 

 

 

2. วัดแชกงหมิว (Che Kung Temple)

สัมผัสเสน่ห์ของประวัติศาสตร์และพลังมงคลที่วัดแชกงหมิว หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘วัดกังหัน’ สถานที่แห่งการปัดเป่าโชคร้าย ประดิษฐานอยู่อย่างงดงามในย่านซาถิ่น (Sha Tin) กับประวัติศาสตร์ที่ยืนยาวนานกว่า 300 ปี สร้างขึ้นเพื่อนายพลแชกง แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่จากราชวงศ์ซ่ง ที่ช่วยนำพาผู้คนผ่านพ้นโรคระบาดที่น่ากลัวได้อย่างปาฏิหาริย์ 

 

เครื่องหมายของชัยชนะในสนามรบของเขาคือกังหันมงคลที่ได้รับการยกย่องว่ามีพลังในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและนำพาสิ่งดีๆ เข้าสู่ชีวิต

 

กังหันในวัดแชกงหมิวไม่ใช่เพียงแค่สัญลักษณ์ทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือแห่งการเสริมดวงที่มีความหมายลึกซึ้ง ใบพัดทั้งสี่ของกังหันหมายถึง 1. การปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากตัว 2. การพัดสิ่งดีเข้าหาตัว 3. การพัดพาสุขภาพร่างกายแข็งแรงเข้ามา 4. การพัดโชคลาภเงินทองเข้ามา ซึ่งใบพัดสี่แฉกหมุนไปในทิศทางเข็มนาฬิกา เป็นการส่งเสริมให้พลังดีๆ ลมหายใจแห่งชีวิตที่แข็งแรง และโชคลาภเงินทองไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน 

 

สำหรับพิธีกรรมขอพรนั้น เมื่อเข้าไปภายในใจกลางวัดแชกง ผู้มาเยือนจะเริ่มจากการไหว้ศาลเจ้าและองครักษ์ทั้งสองข้างทาง ก่อนเข้าไปสักการะและขอพรต่อหน้าองค์แชกงในโถงกลาง ระหว่างไหว้ให้เอ่ยชื่อตนเอง พร้อมขอพรได้ตามที่ใจต้องการ ไม่จำกัดจำนวน



ความเชื่อและเคล็ดลับ: การขอพรต้องสบตากับองค์แชกงตลอดเวลา จากนั้นก็หมุนกังหัน 1 ครั้ง ตามเข็มนาฬิกา โดยห้ามหยุดกังหันเองเด็ดขาด และตีกลองอีก 3 ครั้งเพื่อปิดจบ เมื่อไหว้แล้วองค์แชกงจะคอยเตือนใจให้ผู้สักการะมีความซื่อสัตย์ดังพลทหาร ป้องกันไม่ให้เผลอใจทำผิด ในปีมังกรแบบนี้ ชาวปีมะเมียควรมาไหว้องค์แชกง ซึ่งเป็นขุนพลสายกรำศึกที่จะช่วยเสริมสิริมงคลแก่ผู้เกิดปีมะเมียตลอดปีมังกรทองได้เป็นอย่างดี

 

 

3. ขึ้นกระเช้าสักการะองค์พระใหญ่ที่นองปิง (Ngong Ping)

เป็นที่ราบสูงที่เต็มไปด้วยความสงบและสวยงาม เราสามารถขึ้นกระเช้า Ngong Ping 360 และได้เห็นวิวสุดตระการตาของเกาะลันเตาและอ่าวตุงชุง โดยจุดมุ่งหมายคือวัดโป๋หลินอายุกว่า 115 ปี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาที่ตั้งอยู่บนภูเขา มีการออกแบบมาให้ทุกอาคารกระจายกันอย่างลงตัวตามหลักฮวงจุ้ยอย่างสวยงามทีเดียว มีความสูงรวมส่วนฐาน 34 เมตร 

 

เมื่อไปถึงใจกลางวัดคืออุโบสถหลักที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสามองค์ มอบคำสอนแห่งปัญญา สุขภาพ และความสงบ ด้านหลังยังซ่อน Grand Hall of Ten Thousand Buddhas ที่เป็นทั้งหอพระไตรปิฎกและพื้นที่จัดนิทรรศการ ซึ่งเป็นมุมมองอันสงบของพระใหญ่ได้เต็มตา

 

ความเชื่อและเคล็ดลับ: เริ่มต้นด้วยการทำความเคารพฟ้าดินและทิศต่างๆ พร้อมทั้งกล่าวคำขอพรที่ชัดเจน โดยขั้นตอนการสักการะจะเริ่มต้นจากจุดรับพลังที่ด้านล่าง ด้านหน้าองค์พระ โดยเริ่มจากการเอ่ยชื่อของตนเอง ทำความเคารพฟ้าดินและทิศต่างๆ โดยอาจารย์คฑาได้เผยเคล็ดลับก็คือ คำขอต้องระบุเป้าหมาย สิ่งที่อยากได้ และระยะเวลาให้ชัดเจน พร้อมกล่าวจบด้วยคำว่า “หมื่นคำอธิษฐานสมปรารถนา” คำขอจึงจะเกิดผล

 

เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้บอกเลยว่าไม่ควรพลาดเดินบน ‘Wisdom Path’ เป็นทางเดินที่ล้อมรอบด้วยผลงานศิลปะ Heart Sutra แกะสลักบนเสาไม้ยักษ์ สื่อถึงหลักคำสอนในการไม่ยึดติดและเปิดกว้างทางจิตใจ สิ้นสุดการเยือนด้วยมื้ออาหารกลางวันในโถงรับประทานของวัดโป๋หลินที่เสิร์ฟเมนูมังสวิรัติอร่อยล้ำ ยืนยันประสบการณ์ที่ไม่เพียงแต่เติมเต็มทางจิตวิญญาณ แต่ยังเป็นการสัมผัสกับวัฒนธรรมการกินอาหารที่ยั่งยืนและมีสุขภาพดี

 

 

4. ต้นไม้ขอพรหลัมซุน (Lam Tsuen Wishing Trees)

พิกัดต่อไปคือต้นไม้ขอพรและวัดเจ้าแม่ทับทิมที่หลัมซุน มีพิธีกรรมโยนส้มเสี่ยงทายดวงชะตาที่เกี่ยวกับความรัก การมาที่นี่ยังได้สักการะเจ้าแม่ทับทิมด้วย หมู่บ้านเล็กๆ ในไทโป (Tai Po) เต็มไปด้วยวัดเก่าแก่และประเพณีทางวัฒนธรรมอันงดงาม ที่เริ่มต้นด้วยการไปที่ต้นไม้ขอพรหลัมซุน ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฮ่องกงนิยมมาขอพร ต้นกำเนิดมาจากตำนานรักที่สามีภรรยาคู่หนึ่งสร้างสรรค์ขึ้น และกลายเป็นจุดประสงค์เสริมสร้างความรัก ในปัจจุบันทุกช่วงเทศกาลตรุษจีน ผู้คนมากมายจะหลั่งไหลมาที่นี่เพื่ออธิษฐานขอพรเพื่อเริ่มต้นปีใหม่อย่างเป็นมงคลแก่ชีวิต

 

ความเชื่อและเคล็ดลับ: การอธิษฐานที่ต้นไม้ขอพรเริ่มต้นด้วยการเขียนคำขอลงบนกระดาษ แล้วมัดด้วยเชือกสีแดงพร้อมลูกส้มเป็นน้ำหนัก ขั้นตอนนี้ต้องมีจิตอธิษฐานและโยนเชือกขึ้นไปให้ติดกิ่งไม้ เพื่อให้คำอธิษฐานเป็นจริง

 

ทุกปีจะมีการจัดเทศกาล Hong Kong Well-Wishing Festival ที่ Lam Tsuen Wishing Plaza ตั้งแต่วันที่ 1-15 ของเทศกาลตรุษจีน เป็นโอกาสที่ผู้คนทั้งในและนอกฮ่องกงจะมาร่วมกันสร้างความสุข โยนส้มเสี่ยงทาย ลอยกระทงอธิษฐาน พร้อมชมการแสดงเชิดสิงโตและกิจกรรมน่าตื่นตาตื่นใจอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีวัดเจ้าแม่ทับทิมหรือ Tin Hau Temple ที่เป็นที่นับถือของชาวประมงและผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ทะเล เพราะเชื่อว่าเจ้าแม่ทับทิมจะคุ้มครองให้การเดินทางทางน้ำปลอดภัยและสงบสุขด้วย

 

 

5. สักการะเทพเจ้าห้ามังกรที่ Nam Chung Tin Hau Temple

ค้นพบความสงบที่เจ้าแม่ทับทิมย่านนัมชุง อัญมณีลับในอ้อมกอดของธรรมชาติ ซึ่งบริเวณย่านนัมชุงแห่งนี้มีวัดเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน Pat Sin Leng Country Park และริมอ่าว Starling Inlet ที่นี่เป็นที่สุดของการผสานกลมกลืนกับธรรมชาติ สามารถชื่นชมทิวทัศน์ของทิวเขาและทะเลริมอ่าวได้อย่างลงตัว และยังมีโอกาสได้มองเห็นวิวเมืองเซินเจิ้นจากจุดนี้อีกด้วย

 

ถนนเข้าวัดมีความคับแคบและคดเคี้ยว เพียงรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถมินิบัสเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ แต่การเดินเท้าเข้าไปสัมผัสบรรยากาศใช้เวลาเพียง 10-15 นาที ให้คุณได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ระหว่างทาง ความมหัศจรรย์ทางภูมิศาสตร์ของวัดนี้ยังเต็มไปด้วยความสิริมงคล โดยบริเวณริมอ่าวมีเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม สร้างภาพลักษณ์เหมือนไข่มุกในปากมังกร ทำให้ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่ดีสำหรับการสักการะเทพเจ้าและขอพร แต่ยังเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการค้นหาความสงบและศึกษาฮวงจุ้ยของธรรมชาติได้เพลินใจสุดๆ 

 

ผู้คนมักจะเดินทางมาที่นี่เพื่อสักการะขอความโชคดี ความสุข และอายุที่ยืนยาว จากตำนานเล่าว่ามีเด็กหญิงค้นพบไข่ปริศนา 5 ฟอง ซึ่งฟักออกมาเป็นตัวอ่อนมังกร ถูกมองว่าเป็นสัตว์ประหลาด แต่เธอดูแลมันจนกลายเป็นมังกรที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในปีมหามังกรนี้ วัดนี้เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด



ความเชื่อและเคล็ดลับ: การไหว้นั้นเริ่มจากการนำธูปและผลไม้ 5 ชนิด ได้แก่ แอปเปิ้ล ส้ม ส้มโอ องุ่น และกล้วย โดย 5 เทพเจ้ามังกรจะดลบันดาลให้ผู้ขอประสบความสำเร็จไปทั่วทุกสารทิศ โดยระหว่างไหว้ให้รำลึกถึงพระคุณของมารดาดังพญามังกรที่สำนึกในบุญคุณของเด็กหญิงที่เปรียบดั่งมารดาผู้ให้กำเนิด อาจารย์คฑาจึงขอยกให้วัดแห่งนี้เป็นวัดห้ามพลาดในปีมังกรทองปีนี้ ซึ่งไม่ว่าคุณจะเกิดในปีนักษัตรใดก็สามารถเดินทางมาไหว้เพื่อรับความมั่งมีได้



การมาเยือนที่วัดแห่งนี้เต็มไปด้วยพลังบวก และมีความเชื่อว่าจะเกิดความมั่งมีและความสำเร็จ ทำให้ทุกการเดินทางมายังวัดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการขอพรเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้ความหมายของการให้และการดีต่อธรรมชาติและผู้อื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดอันซีนที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก และควรหาโอกาสไปสักการะสักครั้งในชีวิต

The post เปิดพิกัดเส้นทางสายมูเตลูกับ Top 5 วัดที่ฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เที่ยวสกลนคร ขอนแก่น บุกหลังเวทีหมอลำ ระเบียบวาทะศิลป์ กับ เอม ถาวรศิริ | Relationtrip SS2 EP.3 https://thestandard.co/relationtrip-ss2-ep-3/ Sat, 23 Dec 2023 11:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=880221

ภารกิจตะลุยอีสานครั้งแรกของ เอม ถาวรศิริ แบบไร้แพลนแต่เ […]

The post ชมคลิป: เที่ยวสกลนคร ขอนแก่น บุกหลังเวทีหมอลำ ระเบียบวาทะศิลป์ กับ เอม ถาวรศิริ | Relationtrip SS2 EP.3 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภารกิจตะลุยอีสานครั้งแรกของ เอม ถาวรศิริ แบบไร้แพลนแต่เหมือนโชคเข้าข้าง ทั้งได้มาดูแข่งเรือยาวและเจอร้านเสื้อครามโดนเส้นที่สกลนคร จากนั้นมุ่งหน้าสู่ขอนแก่น เพื่อไปบุกหลังเวทีหมอลำระเบียบวาทะศิลป์แบบถึงถิ่นอีสาน รับชมความสนุกแบบจัดเต็มได้ที่ Relationtrip อีพีนี้

The post ชมคลิป: เที่ยวสกลนคร ขอนแก่น บุกหลังเวทีหมอลำ ระเบียบวาทะศิลป์ กับ เอม ถาวรศิริ | Relationtrip SS2 EP.3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: นอนโฮมสเตย์ ออกเรือจับปลา ใช้ชีวิตช้าๆ ที่บ้านแหลมนาวกับ เอม ถาวรศิริ | Relationtrip SS2 EP.2 https://thestandard.co/relationtrip-ss2-ep-2/ Sat, 09 Dec 2023 05:41:49 +0000 https://thestandard.co/?p=875166

ชุมชนบ้านแหลมนาวเป็นชุมชนมุสลิมขนาดเล็กที่ไร้ถนน ชาวบ้า […]

The post ชมคลิป: นอนโฮมสเตย์ ออกเรือจับปลา ใช้ชีวิตช้าๆ ที่บ้านแหลมนาวกับ เอม ถาวรศิริ | Relationtrip SS2 EP.2 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ชุมชนบ้านแหลมนาวเป็นชุมชนมุสลิมขนาดเล็กที่ไร้ถนน ชาวบ้านมักสัญจรโดยเรือและประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านแบบอนุรักษ์มานานกว่า 300 ปีแล้ว

 

เมื่อ เอม ถาวรศิริ มานอนโฮมสเตย์ที่ชุมชนบ้านแหลมนาว จ.ระนอง ตามหาปูก้ามดาบและหอยชักตีน ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ ทดลองเป็นชาวประมงเต็มรูปแบบ ทั้งออกเรือวางอวนจับปู จับปลา ชวนสัมผัสความสวยงาม ความอุดมสมบูรณ์ และความน่ารักของชาวชุมชนบ้านแหลมนาวได้ที่ Relationtrip อีพีนี้

The post ชมคลิป: นอนโฮมสเตย์ ออกเรือจับปลา ใช้ชีวิตช้าๆ ที่บ้านแหลมนาวกับ เอม ถาวรศิริ | Relationtrip SS2 EP.2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Y JOURNEY’ โปรเจกต์ซีรีส์วายที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนจากชุมชนไปถึงมื้ออาหารโดยอายิโนะโมะโต๊ะและ ททท. https://thestandard.co/y-journey-y-series-project/ Mon, 27 Nov 2023 08:45:03 +0000 https://thestandard.co/?p=868039

อาหารและการท่องเที่ยวถือเป็น ‘แก่นแท้’ ทางรากวัฒนธรรมแล […]

The post ‘Y JOURNEY’ โปรเจกต์ซีรีส์วายที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนจากชุมชนไปถึงมื้ออาหารโดยอายิโนะโมะโต๊ะและ ททท. appeared first on THE STANDARD.

]]>

อาหารและการท่องเที่ยวถือเป็น ‘แก่นแท้’ ทางรากวัฒนธรรมและเสน่ห์ของประเทศไทยลำดับต้นๆ ที่ทำให้ผู้คนมากมายหลายหลากเชื้อชาติจากทั่วทุกมุมโลกถูกดึงดูด ทั้งยังสะกดให้อยากเดินทางมาเยือนยังประเทศที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้

 

ไม่แปลกที่ชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยด้วยกันเองก็ดี ต่างก็ขนานนามให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เต็มไปด้วยสีสัน ไม่เคยหลับใหล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ​ อาหาร และความยั่งยืนทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น

 

และเพื่อยกระดับมุมมองด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม สถานที่ ชุมชน และผู้คน เรื่อยไปจนถึงสิ่งแวดล้อม ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อเร็วๆ นี้ อายิโนะโมะโต๊ะ หรือบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโปรเจกต์สุดพิเศษ ‘Y JOURNEY (STAY LIKE A LOCAL)’ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์และอัตลักษณ์ของการท่องเที่ยวภาคตะวันออกอย่างยั่งยืนผ่านแพลตฟอร์มมินิซีรีส์วาย 6 เอพิโสด นำแสดงโดยนักแสดงรุ่นใหม่ทั้ง 12 คน

 

ผลักดันพันธกิจด้านความยั่งยืน หัวใจหลักไม่แพ้การส่งมอบ ‘ความอยู่ดีมีสุขผ่านผลิตภัณฑ์’ โดยอายิโนะโมะโต๊สู่ความร่วมมือกับ ททท.

 

การโคจรมาทำงานร่วมกันระหว่าง ททท. และอายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) เกิดขึ้นภายใต้เป้าหมายที่ทั้งคู่มองเห็นร่วมกัน โดยสำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป้าหมายคือ การผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยให้คึกคักและเติบโตอย่างยั่งยืน

 

ขณะที่วิสัยทัศน์และหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ณ วันนี้ของอายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) คือ การเป็นผู้นำในการสร้าง ‘ความอยู่ดีมีสุข’ (Well-being) รวมไปถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาด้านอาหารและสุขภาพ พร้อมทั้งส่งมอบความอร่อยและความสุขในการรับประทานอาหารให้กับทุกคน 

 

โดยเน้นหลักไปที่สองประเด็นคือ การช่วยยืดอายุขัยที่มีสุขภาพดีของคนทั่วโลกให้ได้กว่า 1 พันล้านคน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 50% ซึ่งจะบรรลุผ่านทุกซัพพลายเชนของ​​อายิโนะโมะโต๊ะตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ หรือตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการมอบความอร่อยและสุขภาพที่ดี (ด้วยสินค้าของอายิโนะโมะโต๊ะ) จนถึงมือผู้บริโภค

 

 

อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างอายิโนะโมะโต๊ะและ ททท. ว่า “ประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีความงามอันน่าหลงใหล ทั้งวัฒนธรรมและการต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า นักท่องเที่ยวไม่ได้แค่หลงใหลในภูมิประเทศที่สวยงามหรือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยเท่านั้น แต่อาหารไทยรสเด็ดก็เป็นอีกหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสและศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่น 

 

 

“​​ถือเป็นโอกาสอันดีที่สององค์กรซึ่งให้ความสำคัญอย่างสูงด้านความยั่งยืน ทั้งบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้ามาผนึกพลังในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศ”

 

จากถ้อยแถลงของหัวเรือใหญ่ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ในฐานะบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำ จะเห็นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องน่าฉงนชวนสงสัยเลยแม้แต่น้อย ว่าเพราะเหตุใด อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย จึงเข้ามาสนับสนุนโปรเจกต์นี้ร่วมกับทาง ททท. เพราะถือเป็นหนึ่งในพันธกิจที่ ‘ตรงกัน’ และตอบโจทย์ความตั้งใจของอายิโนะโมะโต๊ะในการผลักดันประเด็นด้านความยั่งยืนและการอยู่ดีมีสุขของผู้คนนั่นเอง

 

นอกเหนือจากความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในการส่งเสริมด้านความยั่งยืน อายิโนะโมะโต๊ะยังส่งมอบนิยาม ‘กินดี มีสุข’ หรือ Eat Well, Live Well ของพวกเขาผ่านผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคคนไทยสามารถจับต้องได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ไลน์ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสเพื่อสุขภาพที่ช่วยลดโซเดียม และไลน์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ลดปริมาณความหวานลง หรือไม่หวานเลย 

 

ขณะที่เร็วๆ นี้ พวกเขายังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยส่งเสริมสังคมผู้สูงวัยให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ด้วยศาสตร์แห่งกรดอะมิโน หรือ AminoScience อีกด้วย และยังมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มอีกกว่า 10 ผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพให้แก่คนไทยกว่า 3 ล้านคนในทุกช่วงวัย แต่จะเป็นผลิตภัณฑ์อะไรนั้นต้องลองติดตามกันดูอีกที

 

ทำไมต้อง Y JOURNEY (STAY LIKE A LOCAL) ?

 

ส่วนเหตุผลที่ความร่วมมือของ ททท. และอายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านโปรเจกต์ซีรีส์วายนั้นเกิดจากความตั้งใจที่ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะนำเสนอเรื่องราวการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในจังหวัดโซนภาคตะวันออก วัฒนธรรมอาหารที่แสนเอร็ดอร่อย ให้ผู้คนได้รับชมผ่านวิธีการและรูปแบบที่ย่อยได้ง่าย เพลิน และซึมซับโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ

 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ซีรีส์วายได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงอิทธิพลของไทยมากที่สุดในยุคนี้ (นักท่องเที่ยวหลายคนเดินทางมาเที่ยวยังประเทศไทยด้วยจุดมุ่งหมายการเข้าร่วมกิจกรรมพบปะนักแสดงซีรีส์วาย) ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นสื่อกลางในการนำเสนอเนื้อหาในโปรเจกต์ความร่วมมือที่เกิดขึ้น

 

 

เนื้อหาแต่ละตอนจะถูกบอกเล่าผ่านความสัมพันธ์ที่หลากหลายของตัวละคร พร้อมๆ กับฉากหลังซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดทางภาคตะวันออกของไทย เช่น ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ จันทบุรี ตราด โดยมีการสอดแทรกความสวยงามของทัศนียภาพของแต่ละจังหวัด 

 

 

 

การให้มุมคิดด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งมิติชุมชนและมิติสิ่งแวดล้อม สอดไส้ในด้วยวัฒนธรรมทางด้านอาหารไทยจานเด็ดที่ขึ้นชื่อและอยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน เช่น ผักบุ้งผัดกะปิจากร้านสามแม่ครัว ตลาดบ้านใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา, ปากหม้อเจ๊โบ้ บ้านเลขที่ 5 พนมสารคาม, ไก่ต้มกระวาน และมัสมั่นทุเรียน ของดีของเด่นจากจันทบุรี, แกงคั่วสับปะรดตราดสีทอง​ ต้มส้มระกำปลากระบอก หรืออาหารทะเลแปรรูป แห่งจังหวัดตราด

 

ขณะที่กิมมิกความยั่งยืนก็จะถูกใส่ลงไปเป็นเส้นเรื่องหลักในทุกดีเทล ทุกเอพิโสดแบบไม่ประดักประเดิด เช่น การแปรรูปขยะอาหารแบบ Zero Food Waste, การใช้บรรจุภัณฑ์ธรรมชาติในจังหวะที่เหมาะสมไม่มากไม่น้อย, การจ้างงานคนในชุมชนท้องถิ่น, การรีไซเคิลขยะพลาสติกในทะเล, การใช้พลังงานทดแทน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างน้ำ

 

  

 

ส่วนนักแสดงรุ่นใหม่ที่ได้มาฝากฝีไม้ลายมือการแสดงใน Y JOURNEY (STAY LIKE A LOCAL) ได้แก่ แฟรงค์-ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล, หล่งซือ ลี, เน็ต-สิรภพ มานิธิคุณ, เจมส์-ศุภมงคล วงศ์วิสุทธิ์, ฟลุ๊ค-ณธัช ศิริพงษ์ธร และ ยูโด-ธรรม์ธัช ธารินทร์ภิรมย์, แม้ก-กรธัสส์ รุจีรัตนาวรพันธุ์, ณฐ-ณฐสิชณ์ เอื้อเอกสิชฌ์, มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ, แบงค์-มณฑป เหมตาล, ยุ่น-ภูษณุ วงศาวณิชชากร และ ดิว-นิติกร ปานคร้าม

 

ซึ่งตอนที่บทความนี้ถูกเผยแพร่ออกไป Y JOURNEY (STAY LIKE A LOCAL) ทั้ง 6 เอพิโสดคงได้ออนแอร์ครบทุกตอนแล้ว ใครที่สนใจรับชมสามารถติดตามได้ทั้งทาง AIS PLAY, YouTube ของ AIS และ YouTube การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ช่อง Amazing Thailand

The post ‘Y JOURNEY’ โปรเจกต์ซีรีส์วายที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนจากชุมชนไปถึงมื้ออาหารโดยอายิโนะโมะโต๊ะและ ททท. appeared first on THE STANDARD.

]]>
นั่งรถไฟไปสงขลา บุกแหล่งครามพื้นเมืองปัตตานี กับ เอม ถาวรศิริ | Relationtrip 2 EP.1 https://thestandard.co/relationtrip-ss-2-ep1/ Sun, 26 Nov 2023 13:00:32 +0000 https://thestandard.co/?p=869860

17 ชั่วโมงกับการนั่งรถไฟไปสงขลา กับ เอม ถาวรศิริ เพื่อไ […]

The post นั่งรถไฟไปสงขลา บุกแหล่งครามพื้นเมืองปัตตานี กับ เอม ถาวรศิริ | Relationtrip 2 EP.1 appeared first on THE STANDARD.

]]>

17 ชั่วโมงกับการนั่งรถไฟไปสงขลา กับ เอม ถาวรศิริ เพื่อไปสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่า ย่าน Old Town สงขลา ที่ที่ทำให้เขาได้สัมผัสว่าสงขลาจริงๆ เป็นอย่างไร ก่อนมุ่งหน้าสู่ปัตตานี บุกแหล่งคราม และแพะพื้นเมือง ทำให้เอมได้รู้จักเพื่อนใหม่ พร้อมแลกเปลี่ยนบทสนทนาแห่งความทุกข์และความสุข จนต้องเก็บทุกความรู้สึกของการเดินทางครั้งนี้ผ่านการบันทึกในรูปแบบของเขาเอง

 

ร่วมเดินทางใน Relationtrip ทาง YouTube และ Facebook ของ THE STANDARD POP วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายนเวลา 18.30 น.

 

[IN PARTNERSHIP WITH AIS 5G]

The post นั่งรถไฟไปสงขลา บุกแหล่งครามพื้นเมืองปัตตานี กับ เอม ถาวรศิริ | Relationtrip 2 EP.1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
One Night Standard แอปพลิเคชันจองที่พักแสนเก๋โดย The Standard ที่คอนเฟิร์มว่าลดราคาแบบโหดยับ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/one-night-standard-by-the-standard-hotel/ Thu, 10 Aug 2023 07:20:44 +0000 https://thestandard.co/?p=827586 One Night Standard

ยกให้เป็นแอปพลิเคชันที่มีชื่อเรียกเก๋แบบตะโกน แถมยังหยิ […]

The post One Night Standard แอปพลิเคชันจองที่พักแสนเก๋โดย The Standard ที่คอนเฟิร์มว่าลดราคาแบบโหดยับ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
One Night Standard

ยกให้เป็นแอปพลิเคชันที่มีชื่อเรียกเก๋แบบตะโกน แถมยังหยิบยกเอากิมมิกความสัมพันธ์ของผู้คนมาบิดเล่นกับจุดขายของแอปได้อย่างชาญฉลาดมากที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมาก็ว่าได้สำหรับ ‘One Night Standard’ แอปพลิเคชันจองห้องพักของ The Standard เครือโรงแรมสุดฮอต 

 

One Night Standard คือแอปพลิเคชันที่ทาง The Standard Hotel พัฒนาขึ้นมาด้วยตัวเอง โดยให้นิยามว่าเป็น ‘Last Minute Booking App’ หรือแอปสำหรับการจองที่พักโรงแรมของ The Standard ในช่วงโค้งสุดท้าย กับราคาที่พักพร้อมส่วนลดสุดพิเศษที่หาไม่ได้จากดีลหรือช่องทางจองห้องพักช่องทางอื่นๆ แน่นอน

 

 

คอนเซปต์ของ One Night Standard คือการที่ตัวแอปจะเปิดให้ผู้ที่สนใจอยากเข้าพักโรงแรมในเครือของ The Standard สามารถเลือกจองที่พักที่อยากจะเข้าพัก ‘ณ วันนั้นๆ’ ด้วยราคาที่ถูกที่สุดของแต่ละวัน (The Standard เคลมว่าเป็นเรตราคาที่ถูกที่สุดแบบ As Low As!) 

 

ซึ่งก่อนหน้านี้ The Standard ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน One Night Standard ออกมาในช่วงปี 2015 หรือเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้วในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก ก่อนจะหยุดให้บริการ One Night Standard ไปชั่วคราวในช่วงที่โควิดระบาดรุนแรง กระทั่งในที่สุดพวกเขาก็ได้นำแอปจองที่พักสุดเจ๋งนี้ออกมาตอบสนองความต้องการ ความสนุก และความสะดวกในการเข้าพัก ให้กับกลุ่มลูกค้าของตัวเองอีกครั้งอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ทั้งยังถือเป็นการเปิดตัว One Night Standard ครั้งแรกในเอเชียอีกด้วย

 

 

เปิดจองบ่าย 3 ของทุกวัน ดีลโหด ลดสูงสุดกว่า 50%!

 

กติกาการจองที่พักผ่านแอป One Night Standard จะเริ่มเปิดให้จองตั้งแต่เวลา 15.00 น. หรือบ่าย 3 ของทุกวัน โดยจะอ้างอิงตามเวลาท้องถิ่นของโรงแรม The Standard ที่เปิดให้จองในแต่ละประเทศ

 

ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยทั้ง The Standard, Bangkok Mahanakhon และ The Standard, Hua Hin หรือในต่างประเทศ เช่น The Standard, High Line, The Standard, East Village (นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา), The Standard Spa, Miami Beach (ไมอามี, สหรัฐอเมริกา), The Standard, London (ลอนดอน, สหราชอาณาจักร), The Standard, Ibiza (อิบิซา, สเปน) และ The Standard, Maldives (สาธารณรัฐมัลดีฟส์) 

 

โดยเมื่อลงทะเบียนเข้าสู่แอปพลิเคชันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวแอปจะแสดงรายชื่อโรงแรมที่เราสามารถจองได้ พร้อมเวลานับถอยหลังที่จะให้เราสามารถกดจองโรงแรม The Standard แต่ละแห่ง

 

ซึ่งจากการสังเกตการณ์เบื้องต้นของ THE STANDARD POP (อ้างอิงเรตราคา ณ วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566) โดยเปรียบเทียบเรตราคาของโรงแรม The Standard ทั้ง Bangkok Mahanakhon และ Hua Hin ในช่องทางการจองต่างๆ พบจุดสังเกตที่น่าสนใจ ดังนี้

 

1. ราคาที่จองได้ผ่านแอป One Night Standard เป็นราคาที่ถูกที่สุดเมื่อเทียบกับทุกช่องทางแพลตฟอร์ม OTA โดยเปรียบเทียบระหว่างราคาที่ถูกที่สุดของโรงแรม The Standard, Hua Hin พบว่าถูกกว่ากันถึงราว 53%

 

เปรียบเทียบราคาที่พักของ The Standard, Hua Hin 

เมื่อจองผ่าน One Night Standard (ซ้าย) และผ่าน OTA (ขวา)
(หมายเหตุ: เรตราคาข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลราคา 

ณ วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566 เท่านั้น 

ราคาเข้าพักในวันอื่นๆ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันออกไป)

 

2. ราคาของโรงแรม The Standard, Hua Hin เมื่อจองผ่านแพลตฟอร์ม OTA พบว่า ราคาถูกที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 8,354 บาท ส่วนราคาจองผ่าน One Night Standard จะเริ่มต้นอยู่ที่ 3,889 บาท (เฉพาะการสำรองห้องพักผ่านแอปภายในวันที่จะเข้าพักหลังเวลา 15.00 น. และเข้าพักได้ 1 คืนเท่านั้น)

 

One Night Standard

เปรียบเทียบราคาที่พักของ The Standard, Bangkok Mahanakhon
เมื่อจองผ่าน One Night Standard (ซ้าย) และผ่าน OTA (ขวา)
(หมายเหตุ: เรตราคาข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลราคา 

ณ วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566 เท่านั้น 

ราคาเข้าพักในวันอื่นๆ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันออกไป)

 

3. ราคาของโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon เมื่อจองผ่านแพลตฟอร์ม OTA พบว่า ราคาถูกที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 6,683 บาท ส่วนราคาจองผ่าน One Night Standard จะเริ่มต้นอยู่ที่ 5,754 บาท ถูกกว่ากันราวๆ 14% (เฉพาะการสำรองห้องพักผ่านแอปภายในวันที่จะเข้าพักหลังเวลา 15.00 น. และเข้าพักได้ 1 คืนเท่านั้น)

 

 

4. ตอบโจทย์กลุ่มคนที่อาจจะไม่ได้วางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้า แต่เกิดความต้องการจองที่พักแบบกะทันหันทันทีทันใด (กรณีเข้าพักติดต่อกันหลายๆ วันอาจจะไม่สะดวกเท่าไร เพราะต้องจองแบบวันต่อวัน แต่หากใครสะดวกก็ถือว่าได้ดีลส่วนลดเข้าพักที่ดีกว่าชาวบ้านแน่นอน!)

 

5. ใครที่เป็นสายตี้ รักการแฮงเอาต์ ต้องปิดโปรเจกต์ดึก อยากเปลี่ยนที่ Staycation หรือบ้านไกล ไม่อยากเดินทางกลับบ้านตอนกลางคืนดึกๆ เปลี่ยวๆ ไหนจะต้องเดินทางไปขายงานตอนเช้าตรู่อีก ยืนยันว่าบริการจองที่พักผ่าน One Night Standard ตอบโจทย์คุณแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

 

  1. เวลาเช็กเอาต์ของทั้ง The Standard, Bangkok Mahanakhon และ The Standard, Hua Hin คือเวลา 12.00 น. เท่ากัน ส่วนเวลาเช็กอินที่ The Standard, Hua Hin จะเริ่มเปิดให้เช็กอินที่เวลา 15.00 น. ส่วนที่ The Standard, Bangkok Mahanakhon จะเริ่มเปิดให้เช็กอินที่เวลา 18.00 น.

 

หมายเหตุ: เรตราคาข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลราคา ณ วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566 เท่านั้น ราคาเข้าพักในวันอื่นๆ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันออกไป

 

 

‘Live Spontaneously, Live The Standard.’ ใช้ชีวิตได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง สนุกสุดเหวี่ยงที่ The Standard

 

แอมเบอร์ แอชเชอร์ ซีอีโอเครือโรงแรม Standard International กล่าวถึงการนำแอปพลิเคชัน One Night Standard มาเปิดให้บริการอีกครั้งว่า การกลับมาครั้งนี้ยังมาพร้อมกับโรงแรม Standard ในสาขาใหม่ๆ เพื่อตอบสนองให้กลุ่มลูกค้าที่อยากเข้าพักแบบไม่ได้แพลนไว้ล่วงหน้า สามารถใช้ชีวิตของพวกเขาได้อย่างเต็มที่

 

“กลุ่มลูกค้าและแขกที่เข้าพักทั้งหลายไม่ได้เพียงแค่กระตือรือร้นที่จะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวเท่านั้น แต่พวกเขายังพร้อมที่จะปลดเปลื้องทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติเหมือนเช่นเคยอีกด้วย ถือเป็นจังหวะเวลาที่ดีที่เราจะกลับมาเปิดให้บริการจองที่พักผ่านแอป One Night Standard ได้อีกครั้ง

 

“ทั้งยังถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่การกลับมาของแอป One Night Standard ในครั้งนี้ยังมาพร้อมกับที่พักหมุดหมายใหม่ๆ อย่างเช่น The Standard, Ibiza หรือ The Standard, Bangkok Mahanakhon และ The Standard, Hua Hin ซึ่งตอบโจทย์เป็นอย่างยิ่งกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบแสง สี ความสนุก และความครึกครื้นในยามราตรี”

 

 

การเปิดตัวแอป One Night Standard ในเฟสที่ 2 ของ The Standard ไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์กลุ่มคนที่ชื่นชอบความสนุก ความตื่นเต้น ไม่นิยมแพลนการเดินทางล่วงหน้า หรือคนที่ชอบดีลส่วนลดมหาโหดเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์กับความตั้งใจ หรือ Purpose ของแบรนด์ The Standard ที่อยากให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างอิสระ เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุดเมื่อเข้าพักที่โรงแรมของพวกเขา ตามคอนเซปต์ Live Spontaneously, Live The Standard.

 

สำหรับแพลนในอนาคตต่อจากนี้ The Standard เตรียมจะขยายโลเคชันและโรงแรมที่เปิดให้แขกที่เข้าพักสามารถจองผ่าน One Night Standard ได้ครอบคลุมในทุกๆ ทำเลที่พวกเขาเปิดให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น Singapore, Melbourne, Lisbon, Dublin, Brussels, Austin และ Brooklyn เป็นต้น

 

รวมถึงการคอลแลบแคมเปญเจ๋งๆ ร่วมกับแบรนด์ผู้ให้บริการอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น การทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มหาคู่ Feeld ในการเชื้อเชิญให้ผู้ใช้งานทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่มีความชื่นชอบ สนใจ และมีเคมีที่เข้ากันได้ มาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทั้ง The Standard และ Feeld จะร่วมรังสรรค์ด้วยกัน (ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก The Standard ว่าแคมเปญที่ว่าจะมีรายละเอียดอย่างไร)

 

ส่วนใครที่อยากโหลดแอปติดเครื่องเอาไว้เผื่อกรณีปุ๊บปั๊บต้องหาที่พักแบบด่วนๆ เพื่อรองรับร่างที่ผ่านศึกยามแฮงเอาต์ดึกๆ ปาร์ตี้หนักๆ หรือต้องอยู่งานปิดโปรเจกต์จนหามรุ่งหามค่ำ สามารถกดคลิกไปที่ลิงก์นี้ได้เลย: https://www.onenightstandard.com/?utm_source=PR&utm_medium=referral&utm_campaign=PR&utm_term=PR&utm_content=PR

The post One Night Standard แอปพลิเคชันจองที่พักแสนเก๋โดย The Standard ที่คอนเฟิร์มว่าลดราคาแบบโหดยับ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
แลนด์มาร์กใหม่ชาวบางนา ‘Design Village บางนา’ เปิดแล้ว จัดเต็มร้านดัง ซูเปอร์มาร์เก็ต เสื้อผ้า กินดื่ม แต่งบ้านครบที่เดียว [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/design-village-bangna/ Sat, 15 Jul 2023 04:34:27 +0000 https://thestandard.co/?p=817120 Design Village

นี่คือข่าวดีสำหรับใครหลายคน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ […]

The post แลนด์มาร์กใหม่ชาวบางนา ‘Design Village บางนา’ เปิดแล้ว จัดเต็มร้านดัง ซูเปอร์มาร์เก็ต เสื้อผ้า กินดื่ม แต่งบ้านครบที่เดียว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Design Village

นี่คือข่าวดีสำหรับใครหลายคน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ‘ชาวบางนา’ ทั้งหลาย เพราะต่อไปนี้ทางเลือกของการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ในช่วงวันหยุดของพวกเราจะสะดวกสบาย ไม่กระจุกตัวเหมือนอย่างเคยอีกต่อไป เมื่อ ‘Design Village บางนา’ คอมมูนิตี้ลิฟวิ่งมอลล์ชื่อดังภายใต้การบริหารงานของบุญถาวร เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบและเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมนี้

 

ความดีงามของ Design Village บางนา ซึ่งเป็น Design Village แห่งที่ 4 ที่บุญถาวรเปิดให้บริการ คือการยกทัพแบรนด์ดังร้านเด็ดๆ ที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ฟิตเนส, ร้านอาหารรสเด็ดที่ใครหลายคนชื่นชอบ ไปจนถึงแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้าน รวมเอาไว้ให้ครบอยู่ที่ที่เดียว เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในละแวกนี้ รวมถึงผู้ที่เดินทางสัญจรมาเยี่ยมเยือนยังคอมมูนิตี้ลิฟวิ่งมอลล์แห่งนี้

 

THE STANDARD POP รวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งหมดที่คุณต้องรู้ของคอมมูนิตี้ลิฟวิ่งมอลล์ที่เปิดให้บริการ ณ ย่านบางนาแห่งนี้มาไว้ให้ชาวบางนาได้สำรวจผ่านบทความของเรา พร้อมเผยถึงเบื้องหลังความตั้งใจของบุญถาวรในการอัปเลเวลย่านบางนาผ่านนิยาม ‘ขยายความสุข ครอบคลุมให้ทั่วทุกพื้นที่!’ 

 

 

Design Village บางนามีร้านอะไรน่าสนใจบ้าง?

ด้วยชื่อชั้นของ Design Village ที่บริหารงานโดยบุญถาวร สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจได้เลยคือ ‘ศักยภาพ’ ในการดีลและดึงพาร์ตเนอร์รีเทลและแบรนด์ดังๆ ทั้งหลายมารวมเอาไว้ให้บริการอยู่บนพื้นที่ของพวกเขา (ข้อนี้ชาวราชพฤกษ์ ชาวพุทธมณฑล และชาวเกษตร-นวมินทร์ ซึ่งเป็นย่านที่ Design Village ทั้ง 3 แห่งที่เปิดให้บริการไปก่อนหน้านี้น่าจะตอบได้ดีว่าจริงไหม)

 

พอเป็นทำเลย่านบางนา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งในย่านที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีเหรอที่ Design Village จะทำให้เราผิดหวัง เพราะครั้งนี้พวกเขามาพร้อมกับทัพแบรนด์ดัง ร้านเด็ดๆ อีกเช่นเคย โดยแบ่งโซนให้บริการออกเป็น 3 อาคาร ดังนี้

 

 

1. อาคาร Gourmet Market Standalone Flagship: รวมของสด ของชำ ซูเปอร์มาร์เก็ตไว้ให้ครบที่เดียว ถือเป็นพาร์ตเนอร์คนสำคัญที่ยืนหยัดเคียงข้างกันและกันมาโดยตลอดสำหรับ Design Village และ Gourmet Market 

 

ผลไม้นำเข้า ของสด และของแห้งคุณภาพชั้นเลิศมีให้เลือกมากมายที่ Gourmet Market 

 

Design Village บางนาแห่งนี้ยกเอาอาคาร Gourmet Market Standalone Flagship ผู้นำธุรกิจรีเทลอาหาร ที่จะเป็น Food Destination แห่งใหม่ในย่านบางนา รวมอาณาจักรอาหารและแบรนด์ชั้นนำกลางเมืองมาเสิร์ฟบนพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ครั้งแรกกับการแนะนำเมนูใหม่ภายใต้คอนเซปต์ Bistro จาก You Hunt We Cook เปิดทำการตั้งแต่เวลา 06.00 น.

 

 

2. อาคารไลฟ์สไตล์: ยกทัพจัดเต็มแบรนด์ดัง ร้านเด็ด – ภายใต้อาคารไลฟ์สไตล์แห่งนี้ Design Village และบุญถาวรนำแบรนด์ดังและร้านค้าจำนวนมากมาให้บริการผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมเยือนแบบเล่นใหญ่สุดๆ มีทั้งแบรนด์รีเทลกลุ่มแฟชั่น เช่น UNIQLO Roadside 

 

สินค้าจาก UNIQLO มีให้เลือกครบ สต๊อกแน่นๆ ไม่มีขาด!

 

แบรนด์กลุ่มร้านอาหารที่หลายคนรอคอยให้มาเปิดในย่านบางนา เช่น After You, Masaru Shabu & Sushi Buffet, Signature BKK บุฟเฟต์ชาบู-อาหารนานาชาติซูเปอร์พรีเมียม, รสนิยม (Rosniyom) ร้านอาหารไทยจาก Iberry Group, ลิ้มเหล่าโหงว, YAMAYA TEMPURA by Hakata สาขาแรกของเมืองไทย, วราภรณ์ ซาลาเปา, Wines Catalog, Fresh Me, Kamu Kamu และ Tora Cha เป็นต้น

 

 

กลุ่ม Home & Living เช่น OPPEIN Bangkok โซลูชันแบบครบวงจรสำหรับตู้ครัว ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ และประตูภายใน OPPEIN เป็นผู้ผลิต Cabinetry รายใหญ่ที่สุดในเอเชีย และแบรนด์อันดับ 1 ในประเทศจีน, Zedere, Glasten หรือร้านค้ากลุ่มเฮลท์แอนด์เวลเนส อย่าง Pruksa Wellness และ GALAXY Fitness ที่ออกแบบด้วยแนวคิดใหม่ กับบรรยากาศการออกกำลังกายในธีมอวกาศ สาขาแรกในประเทศไทย

 

 

3. อาคารบุญถาวร: ออกแบบชีวิตให้ตัวเอง เลือกแต่งบ้าน เลือกอยู่ในแบบฉบับของคุณ! อาคารบุญถาวร ซึ่งเป็นพื้นที่ Home & Living Retail ที่ช่วยให้ทุกไอเดียในการออกแบบชีวิต ความเป็นอยู่ของคนรักบ้าน (คอนโด) ทุกคนเป็นจริงได้ และเป็นไปตามที่ใจเราต้องการ

 

ครบทุกโซลูชันการออกแบบความเป็นอยู่ให้กับคนรักบ้าน

 

โดยมาพร้อมกับโซลูชันด้านความเป็นอยู่ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Tile Gallery, Kitchen, Bath & Bath, Anyhome และ Lighting Center ที่นำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกมามอบความลักชัวรีให้กับคุณคนพิเศษ ด้วยสินค้าคุณภาพตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สำหรับคนที่พิถีพิถันกับการตกแต่งบ้าน รองรับกลุ่มผู้ที่มีใจรักในการดีไซน์ที่อยู่อาศัย และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจรวมถึงไอเดียใหม่ๆ เพื่อการอยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพ

 

 

4. อาคาร Starbucks Drive-Thru: Third Place ที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกคน – อีกหนึ่งเพื่อนคู่ใจยามเดินทางไกล และพื้นที่คอมฟอร์ตโซนของใครหลายๆ คน สำหรับ Starbucks Drive-Thru สถานที่ที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับเหล่านักเดินทางให้แวะมาเติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มที่หลากหลาย พร้อมการให้บริการแบบ Drive-Thru ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ไม่ต้องการลงจากรถเพื่อซื้อกาแฟให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

ดีไซน์การออกแบบอาคารต่างๆ ภายใน Design Village บางนา 

ที่ ‘คิดมาแล้ว’ ว่าต้อง Prompt Access 

ช่วยให้ผู้ใช้บริการเดินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ 

ด้วยระยะทางที่สั้น โปร่ง โล่งสบาย

 

สำหรับ Design Village บางนาแห่งนี้ถูกออกแบบด้วยแนวคิด Prompt Access ด้วยความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเป็นที่ปรึกษาการออกแบบพื้นที่ความเป็นอยู่ของบุญถาวร 

 

ผลลัพธ์ที่ได้จึงทำให้การจัดโซนร้านค้าและบริการให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย โดยรอบตัวอาคารมีการปรับกระชับระยะทางจากประตูรถถึงประตูร้านให้สั้นลง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินถึงกัน และไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถ เชื่อมโยงอาคารแต่ละแห่งให้สัมพันธ์กัน

 

ทั้งยังคำนึงถึงเรื่องแสงธรรมชาติ การระบายอากาศ การประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืนในระยะยาว อีกทั้งยังมีการบริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าอีกด้วย

 

ทำไมถึงต้องเป็นบางนา?

สาเหตุที่บุญถาวรเลือก ‘ปักหมุด’ ลงเสาเข็ม Design Village พื้นที่บริเวณถนนบางนา-ตราด เส้นหลักแห่งนี้ให้กลายเป็น Community Living Mall แห่งใหม่ที่ชาวบางนาจะใช้ชีวิตในไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างอิสระเป็นเพราะว่า พื้นที่แห่งนี้ถูกต่อยอดจากทำเลที่ตั้งของบุญถาวรเดิมบนพื้นที่ขนาด 30 ไร่

 

ซึ่งในเชิงศักยภาพของทำเลถนนบางนา-ตราดแห่งนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วย ‘ความสุกงอม’ ในหลากหลายด้าน ทั้งการเป็นทำเลทองที่มีโครงการอาศัยในรัศมีโดยรอบ 5 กิโลเมตรมากถึง 180 โครงการ (และมีแนวโน้มจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ด้วย!)

 

เป็นโลเคชันที่เดินทางสัญจรได้อย่างสะดวกสบาย เชื่อมระหว่างเมืองหลวงกรุงเทพฯ กับโซนภาคตะวันออก ทั้งยังเชื่อมต่อไปยังถนนเส้นหลักเส้นอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ถนนสุขุมวิท, ถนนศรีนครินทร์, ถนนกาญจนาภิเษก และถนนกิ่งแก้ว และในอนาคตอันใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวก็จะเปิดให้บริการในย่านนี้อีกด้วย

 

 

ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บุญถาวรมองเห็นถึงศักยภาพ โอกาส และความต้องการจากประชากรในละแวกย่านบางนาและโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกที่นับวันก็มีแต่จะขยายตัว เติบโตมากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การพัฒนา Design Village บางนา บนพื้นฐานความเข้าใจความเป็นอยู่ของผู้คน และประสบการณ์ในการให้บริการ Design Village มาต่อเนื่องนานถึง 5 ปีเต็ม นับตั้งแต่เปิดให้บริการแห่งแรกที่ Design Village ราชพฤกษ์ เมื่อปี 2561 

 

และในอนาคตอันใกล้ บุญถาวรยังส่งสัญญาณมาแล้วว่า พวกเขาจะยังคงมองหาทำเลใหม่ๆ ที่มีความน่าสนใจ มีศักยภาพพร้อม เพื่อปักหมุดให้บริการ Design Village แห่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความเจริญของเมืองที่แผ่ขยายอาณาบริเวณออกไปอย่างไม่หยุดยั้งแน่นอน!

 

และสำหรับวันที่ 15 กรกฎาคม 2566 Design Village บางนาจัดงานเปิดตัวภายใต้แนวคิด ‘Unfold Enjoy Party: ขยายความสุข ครอบคลุมทุกพื้นที่’ เพื่อให้เพื่อนบ้านชาวบางนานิสต้าได้ Unfold คอมมูนิตี้ลิฟวิ่งมอลล์กับพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมกิจกรรมมากมาย และส่วนลดจากร้านค้าแบบจุกๆ พร้อมโปรโมชันพิเศษช้อปครบรับทันที Design Village Tumbler และพิเศษมากยิ่งขึ้น ช้อปมากก็ได้ลุ้นมากกับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2566 

 

รวมไปถึงไฮไลต์เด็ด มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เช่น เจ เจตริน, PARADOX, อะตอม ชนกันต์ และ ป๊อบ ปองกูล ที่จะขนเอาความสนุก ความสุข มาต้อนรับทุกคนแบบไม่มีกั๊กอีกด้วย!

 

  

 

ดีไซน์วิลเลจ บางนา (Design Village Bang Na)

ที่อยู่: 15 ทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 

เปิดให้บริการ: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

โทร.: 0 2174 6888

The post แลนด์มาร์กใหม่ชาวบางนา ‘Design Village บางนา’ เปิดแล้ว จัดเต็มร้านดัง ซูเปอร์มาร์เก็ต เสื้อผ้า กินดื่ม แต่งบ้านครบที่เดียว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
จองตั๋วกับ Traveloka แอปที่เข้าใจไลฟ์สไตล์นักเดินทาง ดึง ‘ใบเฟิร์น’ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ตอกย้ำสถานะแพลตฟอร์มเที่ยวอันดับหนึ่งใน SEA [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/booking-with-traveloka-app/ Tue, 30 May 2023 02:00:43 +0000 https://thestandard.co/?p=795801 Traveloka

จองตั๋ว Traveloka วางแผนการเที่ยวได้ตามใจ ตอบโจทย์ทุกไล […]

The post จองตั๋วกับ Traveloka แอปที่เข้าใจไลฟ์สไตล์นักเดินทาง ดึง ‘ใบเฟิร์น’ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ตอกย้ำสถานะแพลตฟอร์มเที่ยวอันดับหนึ่งใน SEA [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Traveloka

จองตั๋ว Traveloka วางแผนการเที่ยวได้ตามใจ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

หากกล่าวถึงไลฟ์สไตล์ สิ่งหนึ่งที่มักถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ การท่องเที่ยว เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ได้ค้นพบประสบการณ์แตกต่าง อันเป็นคุณค่าของชีวิตที่เหนือกว่าวันธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลง ไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวก็แตกแขนงบริการขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวกสบาย ในขณะเดียวกันก็แข่งขันกันในเชิงคุณค่า ทั้งในเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคาและความเข้ากันดีกับไลฟ์สไตล์ของผู้รับบริการ ‘ทราเวลโลก้า’ (Traveloka) แอปท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือหนึ่งในแพลตฟอร์มจองตั๋วท่องเที่ยวที่เกิดมาเพื่อตอบสนองนักเดินทางยุคนี้ ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ระหว่างการเดินทางให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง

 

ภาพประกอบ 1: ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก บน โปรโมชัน International Travel Fair ชวนคุณออกไปท่องโลกกว้างกับ Traveloka

 

 

ภาพของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ในมู้ดแอนด์โทนที่ยิ้มแย้มสดใสในชุดสีโทนน้ำเงินและฟ้า ไม่ว่าจะเป็นลุคที่เธอโพสท่าชูนิ้วเลข 1 หรือลุคที่เธอกำลังลากกระเป๋าเดินทางก้าวออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ล้วนมีนัยถึงการสื่อสารครั้งใหม่ที่ Traveloka ตั้งใจจะบอกกับกลุ่มนักเดินทาง โดยเฉพาะกับกลุ่มคนร่วมเจเนอเรชันเดียวกันกับแบรนด์แอมบาสเดอร์คือ Gen Y และ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่ มีไลฟ์สไตล์ค่อนข้างหลากหลาย และเพื่อสื่อถึงความเป็นที่หนึ่งของแพลตฟอร์มเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ตอบโจทย์โดนใจทุกการเดินทาง เพราะ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ก็เป็นซูเปอร์สตาร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไกลถึงต่างแดน เธอจึงควบตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ในประเทศไทยและเวียดนาม นับเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่น้อยทีเดียว

 

นอกเหนือจากสร้างกระแสฮือฮาด้วยการคัดสรรแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับซุปตาร์ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่มุ่งหวังแล้ว ทราเวลโลก้าในฐานะแอปจองตั๋วยอดนิยม ยังถือโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลงบนแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นการปรับปรุงบริการให้มีความหลากหลายในเชิงไลฟ์สไตล์ตามค่านิยมในการท่องเที่ยวที่แปรเปลี่ยนไป โดยมีที่มาที่ไปจากการที่แบรนด์วิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มซึ่งมีพื้นเพและมีความสนใจที่แตกต่างกัน เพื่อให้สมฐานะแพลตฟอร์มยืนหนึ่งในใจของนักเดินทาง

 

ภาพประกอบ 2: ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน แพลตฟอร์มเที่ยว Traveloka ก็ช่วยให้คุณวางแผนพักผ่อนได้ตรงใจ

 

แน่นอนว่า หากคุณเป็นคนชอบวางแผนการเดินทาง ย่อมคุ้นเคยกับการจองตั๋วผ่าน Traveloka เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการแบบครบเครื่องตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบิน บริการด้านขนส่ง หารถเช่า หาที่พัก ดีลส่วนลดร้านอาหาร รวมไปจนถึงช่วยวางแผนให้ทริปของคุณลงตัวที่สุด ยิ่งเมื่อแบรนด์มีการพัฒนาฟีเจอร์ภายในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ เพื่อให้นักเดินทางสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คุณได้ ‘ใช้ชีวิตในแบบคุณ’ หรือ ‘Life, Your Way’ ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบทริป ยิ่งทวีความน่าสนใจ เพราะให้ทั้งความคุ้มค่าและคุณค่ากับผู้ใช้งาน

 

ด้านความคุ้มค่า – คุณจะได้พบกับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Price Lock หรือฟีเจอร์ล็อกราคา เอาใจนักวางแผนที่จองไฟลต์แต่เนิ่นๆ แล้วต้องการระยะเวลาในการตัดสินใจโดยไม่ต้องกังวลว่าราคาตั๋วจะพุ่งทะยานขึ้น*

 

(*คลิกดูเงื่อนไขการล็อกราคาได้ที่ https://www.traveloka.com/th-th/price-lock)


แม้ไม่ใช่มือโปร คุณก็สามารถจองตั๋วที่โดนใจได้เร็วและสะดวกมากขึ้นด้วย Promo Filter ให้คุณจองตั๋วเครื่องบินราคาโปรโมชันผ่าน Traveloka แบบคนมือโปร เพราะทราเวลโลก้าออกแบบฟีเจอร์นี้เพื่อให้คุณค้นหาโปรโมชันตั๋วเครื่องบินได้สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น เหมือนเป็นมือโปรจองตั๋วยังไงยังงั้น*

(*คลิกดูเงื่อนไข Promo Filter ได้ที่ https://www.traveloka.com/th-th/explore/destination/how-to-promo-filter/100826)

 

 

ภาพประกอบ 3: ออกไปท่องโลกกว้างเมื่อไร อย่าลืมนึกถึง Traveloka แอปจองตั๋วที่จะทำให้การเที่ยวเมืองนอกของคุณคุ้มค่ายิ่งกว่า

 

พบดีลสุดคุ้มค่ากับฟีเจอร์ Price Alerts เพียงตั้งค่าการใช้งาน Price Alerts คุณก็จะไม่พลาดราคาสุดคุ้ม พร้อมเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินสายการบินต่างๆ ให้คุณกดจองราคาที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที*

 

(*คลิกดูเงื่อนไข Price Alerts ได้ที่ https://www.traveloka.com/en-th/explore/destination/how-to-price-alert/100129)

 

นักเรียน นักศึกษา บินคุ้มราคาประหยัดกว่า ด้วยฟีเจอร์ Student Fare* สะท้อนว่าแบรนด์เห็นคุณค่าในการออกเดินทางที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ชีวิตให้กับคนรุ่นใหม่ได้

(*คลิกดูเงื่อนไข Student Fare ได้ที่ https://www.traveloka.com/th-th/promotion/studentfare)

 

ส่วนใครที่ชอบไปเที่ยวเมืองนอก หรือกำลังวางแผนจัดทริปไปตะลุยโลกกว้างยังต่างแดน ฟีเจอร์ International Travel Fair จะทำให้คุณประทับใจกับส่วนลดทริปสูงสุดถึง 99% จองแล้วไปไม่ได้สามารถยกเลิกได้ฟรี แถมมี Refund Okay คืนเงินได้สูงสุด 80% ว่าแล้วก็ค้นหาตั๋วเครื่องบิน Traveloka บน Google แล้วเช็กดูโปรโมชันบนเว็บไซต์ได้เลย ระยะเวลาการจอง 22 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2566

                     

ภาพประกอบ 4: พบความสุขได้ทุกครั้งที่เดินทาง เพียงมีผู้ช่วยวางแผนเที่ยวอย่าง Traveloka สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ระหว่างทางได้ไม่รู้จบ

 

ด้านคุณค่า – เพราะเชื่อว่าความสุขของแต่ละคนแตกต่างกัน และเพราะเห็นความสำคัญของการก้าวออกไปสัมผัสโลกภายนอก เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเอง Traveloka จึงมีฟีเจอร์ Discovery เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับนักเดินทางที่อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ มาทำให้ทริปของคุณสมบูรณ์แบบ โดยที่ไม่ต้องผูกมัดกับการเดินทางในรูปแบบเดิมๆ คุณสามารถออกแบบให้เป็นตัวเองได้ 100% ไม่ว่าคุณจะมองหาประสบการณ์ Glamping ชิลๆ พักผ่อนในรีสอร์ต 5 ดาว ผ่อนคลายในสปา กิจกรรมสนุกแอดเวนเจอร์ อยากท่องเที่ยวส่งเสริมสุขภาพและความงาม บินสบายกับเที่ยวบินชั้นหนึ่ง หรือเที่ยวโรดทริปอันแสนสนุกและน่าตื่นเต้น จะเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศ ทราเวลโลก้าก็สามารถสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายมาตอบสนองคุณได้

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร รักในไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวในแบบไหน Traveloka จะเป็นประตูบานใหญ่ให้คุณได้เปิดออกไป ‘ใช้ชีวิตในแบบคุณ’ แค่ลองจองตั๋วผ่านทราเวลโลก้า แพลตฟอร์มเที่ยวอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วความทรงจำกับการเดินทางครั้งใหม่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

 

 

The post จองตั๋วกับ Traveloka แอปที่เข้าใจไลฟ์สไตล์นักเดินทาง ดึง ‘ใบเฟิร์น’ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ตอกย้ำสถานะแพลตฟอร์มเที่ยวอันดับหนึ่งใน SEA [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซัมเมอร์นี้มาห้างได้เรื่อง! ‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ สวมบทตัวแทนท่องเที่ยว ชวนมา ‘SUMMER-CATION TRAVEL AGENT ช้อปได้เรื่อง เที่ยวฟรีทั่วไทย’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/the-mall-summer-cation/ Fri, 17 Mar 2023 10:53:54 +0000 https://thestandard.co/?p=764617

วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่า ป […]

The post ซัมเมอร์นี้มาห้างได้เรื่อง! ‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ สวมบทตัวแทนท่องเที่ยว ชวนมา ‘SUMMER-CATION TRAVEL AGENT ช้อปได้เรื่อง เที่ยวฟรีทั่วไทย’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ ‘ฤดูร้อน’ อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม และคาดว่าจะร้อนกว่าปีที่แล้ว

 

แน่นอนเมื่อพูดถึงฤดูร้อนเราย่อมนึกถึงการไปทะเล ซึ่งนอกจากการค้นหาสกินแคร์ดีๆ เพื่อปกป้องผิวสวยๆ ของเราแล้ว อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปโพสท่าเก๋ๆ ในโลเคชันที่ไม่เหมือนใคร เพื่อเรียกเสียงฮือฮาจากเพื่อนๆ ในโซเชียลมีเดีย

 

ซึ่งเราสามารถหาทั้งสกินแคร์ดีๆ เครื่องประดับเก๋ๆ และเสื้อผ้าที่อินเทรนด์ทั้งหมดได้ใน ‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจรีเทลของประเทศไทย ผ่านการบริหารศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์, เอ็ม ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

 

งานนี้ ‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ ผุดไอเดียสร้างสรรค์ต้อนรับฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวในช่วงซัมเมอร์ ด้วยการชวนทุกคนออกไปสร้างเรื่องกัน กับแคมเปญที่ทำให้การมาห้างได้เรื่อง! ภายใต้แนวคิด SUMMER-CATION ออกไปสร้างเรื่องกัน 

 

โดยให้ห้างสรรพสินค้าสวมบทตัวแทนท่องเที่ยวคัดสรรประสบการณ์ซัมเมอร์ในหลากสไตล์ พร้อมกับจับมือพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรโรงแรมและรีสอร์ตชั้นนำ เสกสรรพื้นที่ป๊อปอัพใจกลางห้างให้กลายเป็นพื้นที่มอบไอเดียและประสบการณ์การท่องเที่ยวพิเศษในซัมเมอร์นี้ ‘SUMMER-CATION TRAVEL AGENT ช้อปได้เรื่อง! เที่ยวฟรีทั่วไทย’ 

 

เพียงช้อปครบรับเลยทันที ทริปสร้างเรื่องเที่ยวฟรีทั่วไทย รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท กับ 6 หมุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่สามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบ พิเศษเพียง 14 วัน ระหว่างวันที่ 16-29 มีนาคม 2566 เท่านั้น!! 

 

 

แคมเปญ ‘SUMMER-CATION ช้อปได้เรื่อง! เที่ยวฟรีทั่วไทย’ เป็นการชวนลูกค้าออกไปสร้างเรื่องราวท่องเที่ยวเติมสีสันความสนุกตลอดซัมเมอร์ กับทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟและที่พักสุดหรู พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับจากโรงแรมและรีสอร์ตชั้นนำของไทย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวทุกรูปแบบของคนไทย 

 

 

เช่น สายชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ผจญภัยดำน้ำชมความงามใต้ท้องทะเล หรือสายชิลนอนชมวิวธรรมชาติท่ามกลางหุบเขา รวมถึงสายครอบครัวเอ็นจอยทริปท่องเที่ยวกันแบบยกบ้านในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ 

 

นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศทั้งเมืองหลักและเมืองรอง เป็นการปลุกสีสันการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย 

 

 

พิเศษ! พบกับป๊อปอัพใจกลางห้าง ‘SUMMER-CATION TRAVEL AGENT (ซัมเมอร์-เคชั่น ทราเวล เอเจนท์)’ ที่คัดสรรทริปท่องเที่ยวและแพ็กเกจที่พักทั่วไทยมามอบให้กับลูกค้าแบบฟรีๆ เพียงช้อปครบรับเลยทันที ทริปสร้างเรื่องเที่ยวฟรีทั่วไทย จะดำน้ำ ขึ้นเขา ล่องแพ หรือนั่งชมวิว สามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบ เช่น

 

 

  • ช้อปสะสมครบตั้งแต่ 50,000 บาทต่อวัน เลือกรับ 
    • Exclusive One Day Trip X Suntan Soul จังหวัดพังงา ทริปดำน้ำหมู่เกาะสุรินทร์ เที่ยวหมู่บ้านชาวมอแกน (มูลค่า 10,400 บาทต่อสิทธิ์ จำนวน 30 สิทธิ์) 
    • แพ็กเกจที่พัก 2 วัน 1 คืน The FloatHouse River Kwai จังหวัดกาญจนบุรี นอนแพบูติกสุดชิล ชมวิวแม่น้ำแคว (มูลค่า 7,800 บาทต่อสิทธิ์ จำนวน 80 สิทธิ์)
    • แพ็กเกจที่พัก 2 วัน 1 คืน Hua Hin Marriott Resort and Spa จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เอ็นจอยโมเมนต์ริมหาดหัวหินสนุกสนานทั้งครอบครัว (มูลค่า 9,500 บาทต่อสิทธิ์ จำนวน 50 สิทธิ์)

 

 

  • ช้อปสะสมครบตั้งแต่ 100,000 บาทต่อวัน เลือกรับ
    • แพ็กเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน Meliá Koh Samui เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พักผ่อนแบบไพรเวตวิว ริมทะเลสีคราม (มูลค่า 26,000 บาทต่อสิทธิ์ จำนวน 30 สิทธิ์)
    • แพ็กเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน Veranda High Resort Chiang Mai จังหวัดเชียงใหม่ ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ท่ามกลางหุบเขา เพลินวิวพาโนรามา (มูลค่า 30,780 บาทต่อสิทธิ์ จำนวน 30 สิทธิ์)

 

 

  • ช้อปสะสมครบตั้งแต่ 150,000 บาทต่อวัน รับเลย แพ็กเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน Treehouse Villas Koh Yao จังหวัดพังงา นอนบ้านต้นไม้สไตล์ทรอปิคัลสุดโรแมนติก (มูลค่า 47,500 บาทต่อสิทธิ์ จำนวน 40 สิทธิ์)

 

 

สิทธิพิเศษนี้สำหรับสมาชิก M Card เมื่อช้อปภายในห้างครบตามที่กำหนด ไม่รวม Power Mall และ Gourmet Market (จำกัด 2 สิทธิ์ต่อ 1 หมายเลขบัตร M Card ต่อทุกสาขาตลอดรายการ) มาช้อปเตรียมความพร้อมและแลกรับทริปออกไปสร้างเรื่องได้ที่ เอ็ม ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ ชั้น G, เอ็ม ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชั้น 1, เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น 2 และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น M

 

 

ยังไม่หมดเท่านั้น เมื่อมาห้างแล้วต้องได้เรื่อง! ‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ ต้อนรับฤดูกาลการท่องเที่ยว เปิดสีสันประสบการณ์ความสนุก กับบรรยากาศการตกแต่งห้าง ผสมผสานศิลปะและการใช้ชีวิตที่ร่วมสมัย นำเสนอเรื่องราวและการตีความซัมเมอร์ในนิยามใหม่อย่างมีสไตล์ เป็นพื้นที่พร้อมมอบแรงบันดาลใจและไอเดียเตรียมมออกไปสร้างเรื่องราวในซัมเมอร์นี้ในแบบของคุณ โดยเรื่องราวการออกแบบถูกดีไซน์ต่างกันตามคาแรกเตอร์ของแต่ละห้าง 

 

 

เดอะมอลล์ ทุกสาขา, เอ็ม ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา ภายใต้แนวคิด ‘THE MALL FUN SUMMER TIME’ ด้วยการนำแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ท่องทะเลในช่วงซัมเมอร์ ถ่ายทอดผ่าน ‘สร้อยลูกปัด’ แอ็กเซสซอรียอดฮิตในยุค 90 ที่ร้อยเรียงประดับประดาไปด้วยหมู่มวลสัตว์นานาชนิดจากท้องทะเล เช่น หอย ปู ปลา มาเป็นสื่อในการมอบสีสันความสนุกให้กับลูกค้า

 

 

เอ็มโพเรียม และ เอ็มควอเทียร์ ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ภายใต้แนวคิด ‘THE HYBRID GARDEN OF THE EM DISTRICT’ ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์กับ Pariwat Studio โดย บิ๊ก-ปริวัฒน์ อนันตชินะ กราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดังที่หลงใหลในการออกแบบกราฟิก, สิ่งพิมพ์, สถาปัตย์ และศิลปะ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวซัมเมอร์ ด้วยการผสมผสานแรงบันดาลใจจากการใช้ชีวิตของคนในย่านสุขุมวิท ที่มีเอกลักษณ์ ทั้ง ผู้คน สถาปัตยกรรมตึกรามบ้านช่อง รวมถึงธรรมชาติที่ผสานเสน่ห์เป็นงานศิลป์ดิจิทัลคอลลาจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคดิจิทัล และปิดท้ายประสบการณ์การเดินทางทั่วโลกในซัมเมอร์แบบชวนฝันที่ 

 

 

พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ภายใต้แนวคิด ‘SUMMER DREAM VOYAGE’ พบกับบันทึกเรื่องราวการเดินทางในดินแดนซัมเมอร์แห่งจินตนาการ ผ่านงานโมเดิร์นกราฟิกดีไซน์สุดอาร์ต มาสร้างบรรยากาศการช้อปด้วยสัญลักษณ์แห่งท้องทะเล ด้วยลายเส้นมินิมัลสีส้ม สีน้ำเงิน และสีฟ้า ถ่ายทอดความงดงามร่วมสมัยแบบไร้พรมแดน ดีไซน์สะท้อนโมเดิร์นไลฟ์สไตล์เอาใจลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ

 

มาห้างได้เรื่อง! แล้วก็ต้องอินเทรนด์ได้เรื่อง! ด้วย ‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ เพิ่มองศาความฮอตในช่วงซัมเมอร์ พร้อมคัดสรรสินค้า Spring/Summer 2023 Collections มาเอาใจนักสร้างเรื่อง ทั้งสายแฟ สายกิจกรรมเอาต์ดอร์ และสายช้อปโดยเฉพาะ 

 

 

แฟได้เรื่อง! บิวตี้แฟชั่นอินสไตล์อย่างครบครัน แฟชั่นชาย-หญิง ชวนสายแฟมาช้อปแฟชั่นไอเท็ม เตรียมแพ็กกระเป๋าออกไปสร้างเรื่อง! ชุดเป๊ะ พร็อพปัง ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้า ฮอตกว่าแดดประเทศไทย ขนทั้งดีไซเนอร์ไทยและแบรนด์ดังระดับโลก ทั้ง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แว่นตากันแดด กระเป๋าเดินทาง ชุดว่ายน้ำ ครบจบที่เดียว พร้อมรับฟรี!* กระเป๋า LIMITED EDITION GIVE.ME.MUSEUMS MULTI-POCKET TOTE (มูลค่า 1,990 บาท) เมื่อช้อปแผนกแฟชั่น Women’s Fashion, Men’s Fashion, Lingerie Salon ครบ 6,000 บาท* ระหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2666 ถึง 16 เมษายน 2566

 

 

คราฟต์ได้เรื่อง! เอาใจสายเวิร์กช็อปกับ Craft Workshop เตรียมกิจกรรมคราฟต์เวิร์กช็อปจากสตูดิโอและแบรนด์ดังอีกมากมายให้คุณแวะมาจอยได้ตลอดวันเสาร์-อาทิตย์! วันที่ 11 มีนาคม 2566 – 2 เมษายน 2566 ได้ที่ Hobby Club แผนก The Living สำรองที่นั่ง: https://www.paragondepartmentstore.com/…/the-living…/

 

 

อย่าลืม ก่อนออกไปสร้างเรื่องรับซัมเมอร์นี้ก็แวะมาช้อป…ให้ได้เรื่อง! ที่งานนี้ เผลอๆ จะได้เรื่องเที่ยวฟรีไม่รู้ตัว! มาแลกรับทริปได้ที่ SUMMER-CATION TRAVEL AGENT ที่ เอ็ม ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ ชั้น G, เอ็ม ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชั้น 1, เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น 2 และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น M วันที่ 16-29 มีนาคม 2566 เพียง 14 วันเท่านั้น! 

 

 

#SummerCation #SummerCationTravelAgent #ช้อปได้เรื่อง #TheMallGroup #TheMall #MLifestore #Emporium #EmQuartier #Paragon

The post ซัมเมอร์นี้มาห้างได้เรื่อง! ‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ สวมบทตัวแทนท่องเที่ยว ชวนมา ‘SUMMER-CATION TRAVEL AGENT ช้อปได้เรื่อง เที่ยวฟรีทั่วไทย’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุขใจกับทัศนียภาพเหนือสุดแดนสยาม แล้วมันให้สุดกับกีฬาในบรรยากาศแสนเพอร์เฟกต์ที่ ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ https://thestandard.co/singha-park-chiang-rai/ Wed, 08 Feb 2023 09:10:03 +0000 https://thestandard.co/?p=747552

ขึ้นชื่อว่า ‘เชียงราย’ จังหวัดขนาดใหญ่ที่อยู่ทางตอนเหนื […]

The post สุขใจกับทัศนียภาพเหนือสุดแดนสยาม แล้วมันให้สุดกับกีฬาในบรรยากาศแสนเพอร์เฟกต์ที่ ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ขึ้นชื่อว่า ‘เชียงราย’ จังหวัดขนาดใหญ่ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทยแห่งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่ผู้คนจำนวนมากต่างก็ปักหมุดหมาย หวังเดินทางมาเยี่ยมเยือนอยู่บ่อยๆ ไม่แพ้จังหวัดอย่างเชียงใหม่เลยด้วยซ้ำ

 

ด้วยทำเลที่ตั้งที่ได้ชื่อว่าเหนือสุดแดนสยาม ลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทัศนียภาพที่โดดเด่นหาตัวจับยาก และวิถีชีวิตผู้คนที่ไม่เร่งรีบมากนักเมื่อเทียบกับเมืองใกล้เคียง สอดคล้องกับจังหวะเดียวกันที่ภาครัฐและเอกชนสอดประสานกันผลักดันกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงรายอย่างต่อเนื่อง ล้วนส่งผลให้เชียงรายได้รับความนิยมอย่างมหาศาล กลายเป็นเมืองที่ถูกขยายฤดูกาลให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และในทุกๆ ฤดู

 

จนเมื่อเร็วๆ นี้ เชียงรายก็ได้ทะยานขึ้นมาเป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงที่สุดในประเทศไทย!

 

 

แต่ประเด็นที่สำคัญและหลายคนอาจจะไม่รู้ก็คือ แม้เชียงรายจะโดดเด่นแบบไม่หวือหวาในเชิงธรรมชาติ ลักษณะภูมิประเทศ แต่ความจริงแล้วอีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจซึ่งเกิดขึ้นจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่สวยงามนี่เอง ทำให้ผู้คนที่หลงรักกีฬาประเภทต่างๆ พากีฬาที่ตัวเองชื่นชอบมาขยายความสนุก ณ จังหวัดแห่งนี้

 

 

ลองจินตนาการดูสิว่าการได้ปั่นจักรยานระยะทางยาวๆ ทอดสายตามองวิวสองข้างทางที่สวยงามไปพร้อมๆ กับลมเย็นๆ ที่ลู่ปะทะผิวหน้า และการได้สูดออกซิเจนบริสุทธิ์ลงปอดฉ่ำๆ ทั้งหมดนี้จะฟินแค่ไหน?

 

และหนึ่งในเดสทิเนชันยอดฮิตที่ระยะหลังๆ มานี้ถูกใช้เป็นอีกหนึ่งใน Sport Tourism Hub จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาหลากหลายรูปแบบอยู่เป็นประจำ ต้องยกให้ ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ ซึ่งวันนี้ THE STANDARD POP จะขอมาลงดีเทลเพิ่มเติมว่าความดีงามของกิจกรรมกีฬาที่เกิดขึ้นที่สิงห์ปาร์ค เชียงรายนั้นน่าประทับใจมากแค่ไหน

 

 

แลนด์มาร์กสำคัญของเชียงรายที่เป็นมากกว่าแค่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แต่คืออีเวนต์กีฬาจัดเต็มแบบไม่รู้จบยาวๆ ทั้งปี

เป็นระยะเวลากว่าทศวรรษแล้วที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย ได้สร้างประสบการณ์ดีๆ ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเชียงราย และในขณะเดียวกันก็ยังสร้างงาน สร้างความยั่งยืน ผ่านการสร้างรายได้หลั่งไหลเข้าครัวเรือนชาวบ้านเชียงรายอย่างมหาศาลตลอดทั้งปี ผลักดันให้ทั้งเมืองคึกคักและสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูแบบไม่ต้องหยุดพัก

 

อย่างไรก็ดี สิงห์ปาร์ค เชียงราย ไม่ได้มีดีแค่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเท่านั้น เพราะอีกหนึ่งไฮไลต์เด็ดของสิงห์ปาร์ค เชียงราย ด้วยความพร้อมของสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จึงมักจะมีกิจกรรมสนุกๆ โดยเฉพาะกิจกรรมด้านกีฬาหมุนเวียนมาจัดกันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายตลอดทุกเดือน

 

 

เริ่มต้นที่งานวิ่งในบรรยากาศชุ่มฉ่ำของฤดูฝน Chiang Rai Marathon งานวิ่งมาราธอนที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในเชียงราย โดยเมื่อปีที่ผ่านมาได้เปิดให้นักวิ่งสมัครทั้งหมด 4 ระยะทาง ได้แก่ Super Fun Run 7 km, Mini Marathon 10.5 km, Half Marathon 21 km และ Marathon 42.195 km ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักวิ่งทั่วทุกสารทิศทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และคาดว่าในปี 2023 หากไม่มีอะไรผิดพลาดเราก็น่าจะได้เห็น Chiang Rai Marathon กันอีกครั้งในเดือนมิถุนายนอย่างแน่นอน

 

ตามมาติดๆ ในเดือนตุลาคม จากฤดูฝนเตรียมผลัดสู่ฤดูหนาว กับงานแข่งขันจักรยานยนต์สาย Enduro การแข่งขันจักรยานยนต์วิบากที่ใกล้เคียงกับการแข่งขันโมโตครอสมากที่สุด ต่างกันตรงที่เส้นทางการแข่งขัน Enduro จะยาวและวิบากกว่าสมชื่อ แต่ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ผู้เข้าแข่งขันทุกคนก็จะได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดสองข้างทางของสิงห์ปาร์ค เชียงราย กับอากาศที่เริ่มเย็นสบาย ไร้มลพิษ จนอาจจะเผลอตัวลืมว่าตัวเองกำลังอยู่ในระหว่างการแข่งขันเลยทีเดียว!

 

 

ความประทับใจในฤดูหนาวยังไม่หมดไป เพราะในเดือนพฤศจิกายน สิงห์ปาร์ค เชียงราย ยังได้จัดงานจักรยานทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนืออย่าง Chiang Rai Road Classic เป็นโอกาสที่ดีของนักปั่นจักรยานที่ได้ทั้งออกกำลังกาย ชมหมอก และสูดอากาศสดชื่นในตอนเช้า อีกทั้งได้ขับผ่านเส้นทางซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดเชียงราย เช่น วัดร่องขุ่น สะพานข้ามหนองหลวง โดยนักปั่นจะได้สัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมเมืองเชียงราย พร้อมกับความสวยงามของธรรมชาติสองข้างทางไปพร้อมๆ กัน ซึ่งในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยจากทั่วทุกภาคและชาวต่างชาติมากกว่า 2,000 คน

 

 

ส่งท้ายปลายปีในเดือนธันวาคมกับ OR Powerboat Grand Prix by Singha Watersports การแข่งขันกีฬาความเร็วทางน้ำ เรือเร็ว F1 บนพื้นที่อ่างเก็บน้ำ 250 ไร่ ในอาณาบริเวณสิงห์ปาร์ค เชียงราย กับบรรยากาศและสภาพอากาศแสนร่มรื่น ถือเป็น First Move ก้าวใหม่ของกีฬาทางน้ำที่จัดขึ้นครั้งแรกในภาคเหนือ เป็นอีกหนึ่งการแข่งขันกีฬาที่ตื่นเต้นและได้รับความนิยมในต่างประเทศอีกด้วย

 

 

ล่าสุดกับการจัดแข่งขันไตรกีฬา T3 (Thailand x Triathlon x Travel) New Race New Challenge ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย โดยเปิดให้เหล่านักกีฬาร่วมสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันไตรกีฬาบนมาตรฐานการแข่งขันสากลและปลอดภัยสูง ทั้งการวิ่ง ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ กับบรรยากาศสุดพิเศษ เนื่องจากตรงกับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย (High Season) ให้นักกีฬาได้สัมผัสอากาศเย็น เพลินกับวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงามทั้งไร่ชาและแปลงดอกไม้ สร้างคอมมูนิตี้สำหรับคนรักกีฬาสายเอ็กซ์ตรีม พร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่นผ่านการใช้กีฬากระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัด

 

เที่ยวได้ทั้งปี เที่ยวได้ทุกฤดู สุขใจแบบไม่รู้จบที่ ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’

จากการรับบทบาทเป็นทั้งผู้ผลักดันและเจ้าบ้านจัดมหกรรมกีฬาใหญ่หลายรายการทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของสิงห์ปาร์ค เชียงราย ที่ได้ร่วมออกแบบประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเชียงราย

 

ทั้งยังทำให้เชียงรายกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมวลแห่งความสุข ความสนุก ความทรงจำใหม่ๆ ที่ชวนผู้คนมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีแบบไม่ต้องหยุดพัก ไม่ว่าจะอยู่ในฤดูกาลไหน ช่วงเวลาใดก็ตาม 

 

 

ซึ่งผลดีทั้งหมดไม่ได้ตกแค่ตัวนักท่องเที่ยวที่จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษเท่านั้น เพราะในเวลาเดียวกันชาวบ้านเชียงรายที่อยู่ในท้องถิ่นก็จะมีรายได้หลั่งไหลไปจุนเจือครอบครัวไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมอีกด้วย

 

แน่นอนว่าตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป สิงห์ปาร์ค เชียงราย ก็เตรียมมหกรรมกีฬาสุดยิ่งใหญ่ด้วยสเกลที่อลังการกว่าเดิม พร้อมรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่เดินทางมาเยือนเชียงรายไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

และคงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอีกต่อไป หากในอนาคตอันใกล้นี้เชียงรายจะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน Sport Destination ยอดนิยมแห่งหนึ่งของประเทศไทย!

 

หิ้วรองเท้ากีฬา เตรียมร่างกายให้พร้อม แล้วเจอมากันที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย

The post สุขใจกับทัศนียภาพเหนือสุดแดนสยาม แล้วมันให้สุดกับกีฬาในบรรยากาศแสนเพอร์เฟกต์ที่ ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
23 สิ่งที่ต้องกลับไปโดนที่ญี่ปุ่นในปี 2023! จัดทริปแบบ ‘ความคุ้นเคยบวกความแปลกใหม่’ : โกเบ-อาวาจิ-คางาวะ-ชิโกกุ-ฟุกุโอกะ https://thestandard.co/23-things-japan-2023/ Fri, 27 Jan 2023 03:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=739902 JNTO

น่านฟ้าของโลกเปิดออกอีกครั้ง แม้จะยังไม่ครบทุกภาคส่วนเห […]

The post 23 สิ่งที่ต้องกลับไปโดนที่ญี่ปุ่นในปี 2023! จัดทริปแบบ ‘ความคุ้นเคยบวกความแปลกใหม่’ : โกเบ-อาวาจิ-คางาวะ-ชิโกกุ-ฟุกุโอกะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
JNTO

น่านฟ้าของโลกเปิดออกอีกครั้ง แม้จะยังไม่ครบทุกภาคส่วนเหมือนที่เคยเป็น แต่สำหรับคนไทยที่อั้นเที่ยวมาเกือบ 3 ปีอย่างเราๆ แน่นอนว่ากดจองตั๋วและจัดกระเป๋าในสปีดที่เร็วยิ่งกว่าการจากไปของอากาศหนาวเมืองไทย แต่ใครจะไปสนใจ ในเมื่อเรากำลังจะได้ไปสัมผัสความเย็นชุ่มปอดของญี่ปุ่น 

 

ซากุระก็ดี ใบไม้แดงก็ได้ ขอให้ได้ไปเถอะ! 

 

เข้าใจได้ว่าหลายคนคงกังวลเรื่องโรคภัยที่ก็ยังลุกขึ้นมาอาละวาดเป็นระลอก (ทุกคนที่กำลังจัดกระเป๋าชะงักมือแล้วหันมาทำหน้าวิตก) แต่ในฐานะที่กลับไปเยือนมาแล้วอยากบอกให้สบายใจว่ามันปลอดภัยมาก คนญี่ปุ่นนั้นใส่หน้ากากเก่งพอกับคนไทย และใส่มาตั้งแต่ก่อนโควิด มาตรการป้องกันโรคก็ดีงามทุกหนแห่ง ไม่มีอะไรให้ต้องเครียดหรือขมวดคิ้ว เอาเวลามาวางแผนเดินทางของเราดีกว่า (จัดกระเป๋าต่ออย่างร่าเริง!) 

 

 

วันนี้ทางเราขอนำเสนอแผนชื่อว่า ‘การกลับไปอย่างยิ่งใหญ่ของนักเที่ยวไทยผู้หิวญี่ปุ่น’ ชวนคุณกลับไปซบอกความคุ้นเคยที่จะช่วยสร้างความสบายใจ แต่เติมประสบการณ์ใหม่ๆ ลงไปด้วย 

 

จากทั้งหมดกว่า 10 ทริปที่เคยไปเยือนญี่ปุ่นมา ผมสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นแฟนบอยของภูมิภาคคันไซได้อย่างเต็มภาคภูมิ นั่นคือถ้าไปเที่ยวเองแบบไม่ต้องทำงาน ก็จะจิ้มสนามบินปลายทางที่ KIX ในโอซาก้า เป็นจุดตั้งต้นไว้ก่อน แล้วร่อนเร่เรื่อยเปื่อยไปเกียวโต โกเบ นารา วากายามะ โอคายามะ หรือฮิโรชิมะ แล้วพุ่งไปลงฟุกุโอกะ ก่อนจะตะลอนไปทั่วเกาะคิวชู นั่นคือท่ามาตรฐานของนักท่องเที่ยวอย่างเรา ที่พอเดินทางมาสักพักก็มักขี้เกียจออกนอกเส้นทางที่คุ้นเคยแล้ว 

 

ดังนั้นจึงตื่นเต้นมากกับการเดินทางครั้งนี้ที่มีเจ้าภาพเป็น JNTO หรือ Japan National Tourism Organization (องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น) เพราะราวกับเขารู้ใจ พากลับไปที่ที่ผูกพันและคิดถึง แต่แอบดึงเราออกนอกคอมฟอร์ตโซนไปเจอแหล่งท่องเที่ยวเฟี้ยวๆ ใหม่ๆ ที่ควรค่าแก่การปักหมุดลงแมปบ้าง 

 

บอกเลยว่าต่อจากนี้ผมจะเที่ยวด้วยแนวคิดนี้แหละ ‘คุ้นเคยเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็แอบผจญภัยเบาๆ’ แนะนำสำหรับคนที่เที่ยวญี่ปุ่นมาจนพรุน กลับไปที่ที่เรารักนั่นแหละครับ แต่หา Side Trip เพื่อเพิ่มรสชาติใหม่ๆ ด้วย

 

Index:

  1. กระตุกทุกประสาทสัมผัส: พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ átoa ที่โกเบ
  2. รูปปั้นหอมหัวใหญ่ที่ใครก็ต้องตกใจ! ‘Ottamanegi’ เกาะอาวาจิ
  3. เบอร์เกอร์แห่งความ ‘สุด’ ของคนญี่ปุ่น: Awajishima Onion Beef Burger
  4. ฟันกระเบื้องด้วยมือเปล่า!: Breaking Roofing Tile Experience
  5. ข้าวกล่องหน้าหมึกยักษ์ (ที่ไม่ต้องการน้ำจิ้มซีฟู้ด)
  6. ซุ้มประตูโทริอิลอยฟ้า: ศาลเจ้า Takaya
  7. ภาพสะท้อนกลับหัวที่ชายหาดพระอาทิตย์ตกดิน: หาดชิจิบุงาฮามะ
  8. เรียวกังชั้นยอด: Shikishima-kan 
  9. แสวงบุญบนบันได 785 ขั้นไปกับน้องหมา!: คมปิระซัง-ศาลเจ้าโคโตฮิรากุ
  10. พูดถึงคางาวะ ต้องคิดถึงซานุกิอุด้ง: Sanuki Udon
  11. ไอศกรีมอุด้งมีอยู่จริง!: Kamatama Soft Cream 
  12. โรงแรมดีที่ฟุกุโอกะ: The Blossom Hakata Premiere 
  13. สดอร่อยจากทะเลวันต่อวัน: Umeyama Teppei
  14. ศาลเจ้าเรียนเก่งที่เหมาะกับคนชิคๆ: ดาไซฟุเท็มมังกู  
  15. หาดแห่งความรัก ซากุราอิ ฟุตามิงาอุระ – Sakurai Futamigaura, Itoshima 
  16. จุดถ่ายรูปห้ามพลาด: กำแพงปีกเทวดา + SURF SIDE CAFE 
  17. ห้างเท่ๆ: MARK IS
  18. หม้อไฟมตสึนาเบะ คนรักไส้มาทางนี้: Nishijin Hatsuki 
  19. ร้านรวมสารพัดแมสก์: Smile Factory 
  20. ซอฟต์ครีมเนียนแน่นยังกับมาร์ชเมลโล! : Daimyo Soft Cream 
  21. ร้านชาชั้นดี: Mitsuyasu Seika-en 
  22. โรงแรมดีที่ฟุกุโอกะ: Hotel Resol Trinity Hakata
  23. เสพบรรยากาศร้านรถเข็นแบบญี่ปุ่น: ยะไต Chusuke

 

หลังแลนดิ้งลงสนามบินนานาชาติคันไซในโอซาก้า คุณจะสามารถผ่านกระบวนการเข้าเมืองที่แสนสะดวกสบาย เพียงกรอก Fast Track ที่เว็บไซต์ Visit Japan ก่อนที่ https://www.vjw.digital.go.jp/ แล้วใช้ QR Code ที่ ตม. และศุลกากรได้เลย ง่ายและสะดวกมาก 

 

ความคุ้นเคยของเราคือโอซาก้าใช่ไหม ได้! ช้อป ชิม อิ่มอร่อย ไปก่อนเลยสัก 2 วัน จากนั้นลองแพลนทริปต่อไปยังเฮียวโงะ (หรือโกเบ) ใช้เวลานั่งรถไฟไม่ถึง 40 นาทีจากสถานีโอซาก้า โดยปักหมุดที่ Kobe Port Museum แล้วไปตาม Google Maps ได้เลย หรือถ้าจะเช่ารถขับไปก็แค่ชั่วเวลาฟังพอดแคสต์จบเอพิโสดหนึ่งก็ถึงแล้ว (ญี่ปุ่นขับรถง่ายมากครับ)

 


 

 

1. กระตุกทุกประสาทสัมผัส: พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ AQUARIUM×ART átoa

ที่อยู่: Kobe City, Hyogo Pref. ชั้น 2-4 Kobe Port Museum 

ค่าเข้า: 2,400 เยน (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป), 1,400 เยน (เด็กนักเรียนประถม), 800 เยน (3 ขวบขึ้นไป)

เวลาเปิด-ปิด: โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดบนเว็บไซต์


การเดินทาง: จากสถานีซันโนมิยะ (Sannomiya – 三宮) เดินประมาน 18 นาที, จากสถานีโมโตมาจิ (Motomachi – 元町) เดินประมาณ 15 นาที หรือนั่งรถบัส Port Loop Bus จากป้าย Sannomiya Ekimae (三宮駅前) ลงที่ป้าย Shinko-cho (新港町) ตรงหน้าพิพิธภัณฑ์เลย 

เว็บไซต์: https://atoa-kobe.jp/ 

 

สถานที่แบบนี้สำหรับผมคือต้องโดน เพราะมันครบเครื่อง ทั้งความชิล ความว้าว และความน้อน! 

 

คนรักอควาเรียมอาจเคยไปไคยูคัง (Kaiyukan) ที่โอซาก้ามาแล้ว กลับไปครั้งนี้อยากชวนไปชมหนึ่งในอควาเรียมเจนใหม่ของญี่ปุ่น อายุอานามเพียงหนึ่งขวบนิดหน่อยเท่านั้น จึงไม่แปลกใจที่สัมผัสถึงความสดใหม่ของการดีไซน์และแนวคิดของที่นี่ได้เต็มเปี่ยม  

 

ชื่อ ‘อาโทอะ’ (átoa) มีที่มาจาก ‘อา’ แรกที่หมายถึง Aquarium ‘โท’ คือ と (To) ที่แปลว่า และ/กับ ส่วน ‘อะ’ อันหลังคือ Art มินนะซังครับ! ที่นี่คือการผสมผสานพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเข้ากับศิลปะ! 

 

 

ไฮไลต์แบบเล่นใหญ่ที่สุดต้องยกให้โซนชื่อ ‘MIYABI’ กับทัศนียภาพ 4 ฤดูของญี่ปุ่นผสมผสานสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ 

 

ตอนเดินเข้าไปนี่คือลืมไปชั่วขณะจริงๆ ว่านี่กำลังอยู่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เพราะมันสวยจนตะลึง ผมใช้เวลาในห้องเพดานสูงโอ่โถงนี้นานที่สุด เพราะนอกจากต้องส่ายกล้องถ่ายคลิปเก็บไปฝากทางบ้านแล้ว ยังค่อยๆ เดินไล่ส่องแต่ละองค์ประกอบอย่างละเอียดลออด้วยตาตัวเองอีกรอบ ที่นี่ถูกออกแบบให้ถ่ายทอดหลากอารมณ์แห่ง 4 ฤดูของญี่ปุ่น ผ่านแสง สี และความเคลื่อนไหวของแสง ตลอดจนเรื่องราวของวัฒนธรรมและเสียงดนตรีที่ช่วยปรุงอารมณ์ให้เคลิบเคลิ้ม ก่อนจะได้สะดุ้งและหัวเราะออกมากับเจ้าปลาน้อยใหญ่หลายชนิดพันธุ์ที่ว่ายอวดสีสันอยู่ใต้พื้นกระจก เรียกว่า 360 องศา ไม่มีตรงไหนไม่สวยและไม่น่าตื่นเต้นเลยสักมุมเดียว  

 

คำนี้ดี! 

  • MIYABI (雅) สื่อความหมายประมาณว่า ‘ความงดงามแบบดั้งเดิม’ เห็นภาพสาวกิโมโนชงชาแช่มช้อยใต้กิ่งซากุระแล้วหนึ่ง
  • ในภาษาอังกฤษอาจใช้คำว่า Gracious, Elegant, Graceful หรือ Refined
  • 和と灯の間 (MIYABI – Wa to Akari no ma) หมายถึงระหว่างความเป็นญี่ปุ่นและแสง) 

 

เดินล่องลอยออกมาจากห้อง MIYABI ราวคนถูกสะกดจิต เลื้อยเลาะไปตามทางที่ถูกออกแบบไว้อย่างดี เข้าห้องโน้นออกห้องนี้ (มีทั้งหมดมากถึง 8 โซน 8 อารมณ์) เพื่อเยี่ยมชมบรรดา ‘น้อน’ ทั้งหลายที่รอทักทายเราอยู่ ต่อให้ไม่ได้รักสัตว์น้ำเป็นพิเศษก็ต้องมีใจเหลวกันบ้าง ภายใต้ใบหน้าหนวดๆ ที่ถูกครอบไว้ด้วยหน้ากากสีดำขรึมนี้ ผมส่งเสียงเหมือนโลมาอยู่ตลอดเวลาด้วยความเอ็นดูสูงสุด โดยเฉพาะน้อนผู้นี้ที่เป็นแรงบันดาลใจให้แพตเทิร์นดีไซน์หลักของ átoa เอ็นดูมาก

 

 

กำลังอมยิ้มราวคนบ้ากับความน่ารักของเหล่าน้องๆ สมองก็ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้งด้วยพลังแห่งแสงสี! ที่นี่เขามีคอนเสิร์ตหรือยังไง! แล้ว โอ้ ถังแก้วกลมขนาดยักษ์ที่เด่นเป็นสง่านั้นมันคืออะไร! 

 

 

ถึงจุดนี้เราเริ่มชินกับแสง สี เสียงแล้ว แต่พอมาถึงโซน Planets งานหมอกก็ออกมาเซอร์ไพรส์! นี่ยังมีกิมมิกอะไรซ่อนอยู่อีกไหมครับเนี่ย! และเนื่องจากเผอิญเดินเข้ามาในจังหวะที่เอฟเฟกต์ทุกอย่างในคลังแสงถูกปล่อยออกมาแสดงพร้อมเพรียง ผมถึงกับทรุดตัวลงนั่งแล้วซึมซับบรรยากาศอยู่อีก 10 นาทีเต็ม อากิระซังครับ เราอยู่ที่นี่สักหนึ่งวันเต็มๆ ได้ไหม (ผู้นำทริปตอบว่า เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ เรายังมีของอีกราว 22 อย่างรอให้ไปโดนอยู่นะคะ ลุกค่ะ) 

 

 

แสง เสียง สี ดนตรี หมอก หมดแล้วใช่ไหมนะ? ยังครับ กลิ่นก็มา! นี่เขาตั้งใจโจมตีทุกประสาทสัมผัสของเราจนครบจริงๆ โซน Marine Note นี้กลิ่นต่างจากโซนอื่นจริงๆ ด้วย ที่จริงไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าห้องอื่นมีกลิ่นไหม แต่พอเข้ามาในห้องนี้ถึงกับต้องปลดหน้ากากชั่วคราว แล้วตั้งใจสูดกลิ่นที่ทำให้นึกถึงความสดชื่นของไอทะเล อดคิดไม่ได้ว่าเขาน่าจะทำเทียนหรือดิฟฟิวเซอร์กลิ่นนี้ขายนะ ผมอุดหนุนแน่ 

 

 

เอาเป็นว่าถ้าคุณรักสัตว์ รักศิลปะ รักการออกแบบที่ฉลาด รักบรรยากาศสบายๆ ไม่รีบร้อน กรุณาจัดเวลามาเยี่ยมชมที่นี่อย่างน้อยครึ่งวัน เพื่อมาถ่ายรูปไปสัก 1,000 ช็อต (มันว้าวทุกมุมจริงๆ นะ) ได้ทั้งความรู้คู่ความตะลึงตา 

 

 

ก่อนกลับอย่าลืมแวะขึ้นไปชั้น 4 ที่ átoa Café เพื่อจิบเครื่องดื่มร้อนๆ แกล้มของหวานที่แทบตัดใจกัดเข้าไปไม่ลง เพราะมันน่ารักมากอีกแล้ว (แนะนำซอฟต์ครีมกับเอแคลร์) กินเถอะครับ มันอร่อย… นั่นไง! ที่สุดแล้วประสาทสัมผัสการรับรสที่ลิ้นก็ไม่วายถูกโจมตีอีกจนได้ หรือถ้ายังเสพความน่ารักไม่พอ เดินต่อไปด้านหลัง เพื่อทักทายฝูงน้องเพนกวินที่โซน Skyshore เป็นการปิดท้ายได้นะ

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

2. รูปปั้นหอมหัวใหญ่ที่ใครก็ต้องตกใจ! Ottamanegi (おっ玉葱)

ที่อยู่: Uzunooka Onaruto Bridge Memorial Hall, Awaji island, Hyogo Pref. 

แผนที่: https://goo.gl/maps/T9Zfvz8hbogHu6Dz6 

การเดินทาง: จากทางออกทางด่วน Awajishima Minami IC (淡路島南IC) ประมาณ 1 กิโลเมตร 

 

เกาะอาวาจิ (Awaji) เป็นแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่คุณภาพดี ปลูกได้ตลอดทั้งปี อากาศก็พอดิบพอดีที่อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 16 องศาเซลเซียส ไหนจะดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ บวกกับลมที่พัดมาจากทะเลในเซโตะ (Seto Inland Sea) ทำให้ความเผ็ดน้อยลง ก็เลยได้ออกมาเป็นหอมหัวใหญ่หวานฉ่ำจูซซี่ที่เลื่องชื่อ

 

เรารู้กันอยู่แล้วว่าคนญี่ปุ่นนั้นสุภาพ ไม่กระโตกกระตาก ถ้าไม่นับสถานการณ์พิเศษอย่างการฉลองในอิซากายะแล้ว ทุกคนก็จะพยายามคุมระดับเสียงในที่สาธารณะไว้อย่างมีมารยาทมากทีเดียว 

 

ยกเว้นเวลาที่เขาต้องการประกาศก้องถึงของดีที่เขาภูมิใจ! ถ้าในกรณีนี้ผมว่าไม่มีใครจะตะโกนได้ดังเท่าชาวญี่ปุ่นอีกแล้ว! ชาวอาวาจิจึงจะไม่มัวอุบอิบกระซิบว่า อะโน หอมหัวใหญ่ของเราก็คุณภาพดีนิดหน่อยนะครับ ฮุฮิ แต่เขาจะตะเบ็งบอกกันสุดเสียงเลยล่ะว่า หอมหัวใหญ่อาวาจิดีที่สุดในโลกเลยคร้าบ! เชิญชิมกันได้เลยค่า! No Onion No Life เดส! 

 

รูปปั้นหอมหัวใหญ่ (เรียกหอมหัวยักษ์เถอะ) นี้นักท่องเที่ยวต่างต่อแถวถ่ายรูปเช็กอินกันเอิกเกริก มันมีทั้งความน่ารักและน่าทึ่งที่ดึงความอารมณ์ดีของทุกคนออกมาได้ ไม่ว่าจะวัยลุงหรือวัยหลาน นี่เป็นจุดถ่ายรูปสุดฮิตที่สามารถมองเห็นวิวทะเล ช่องแคบนารูโตะ (Naruto) กับสะพานแขวนโอนารูโตะ (Oonaruto) ที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะอาวาจิกับเกาะชิโกกุได้เต็มสายตา 

 

 

ร้านขายขนมของฝากที่นี่เต็มไปด้วยสินค้าหลากหลาย หอมหัวใหญ่สดๆ และอะไรก็ตามที่ทำจากหอมหัวใหญ่ หรือดีไซน์ออกมาโดยได้แรงบันดาลใจจากหอมหัวใหญ่ ตั้งแต่ฟุโรชิกิ ผ้าญี่ปุ่นสารพัดประโยชน์ ไปจนถึงตุ๊กตามาสคอตหน้าตาน่ากอด ส่วนของกินเล่นขอแนะนำ Onion Chips กรุบกรอบหยุดไม่ได้ กะพริบตาหนึ่งทีคือหมดไปแล้วหนึ่งถุง 

 

หันไปอีกทางก็เห็นมุมถ่ายรูปที่คุณสามารถคอสเพลย์เป็นหอมคุงได้โดยการใส่วิกส้ม! และที่เตะตาชนะเลิศ คนมุงกันแน่นเอี้ยด คือ ตู้คีบหอมหัวใหญ่! 

 

คำนี้ดี!

  • ภาษาญี่ปุ่นเรียกหัวหอมว่า ทามะเนกิ (Tamanegi – 玉葱) พอดีเสียงไปคล้ายกับ Tamageru たまげる (ตกใจ) ก็สื่อประมาณว่า เห็นรูปปั้นหัวหอมแล้วประหลาดใจจัง อะไรอย่างนั้น  
  • แต่ถ้าจะใช้อุทานให้พูดว่า “Ottamage!” (おったまげ!)

 

กลับสู่ Main Menu


 

3. เบอร์เกอร์แห่งความ ‘สุด’ ของคนญี่ปุ่น: Awajishima Onion Beef Burger

 

ภาพ: ©Awaji Island Tourist Association

 

เห็นแถวยาวๆ ที่ไหน คนไทยสู้ตายไม่มีท้อ รีบแล่นเข้าไปต่อคิวอย่างไว ยืนรอไป สูดกลิ่นหอมไป น้ำลายไหลถึงหัวเข่า ขนมหน้าตาน่ารักที่อควาเรียมเมื่อเช้ากินพื้นที่เพียง 1 ใน 10 ของกระเพาะเท่านั้น ขอเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้นยักษ์เท่ารูปปั้นหอมใหญ่ Ottamanegi เลยได้ไหม! อ้อ ขอหอมใหญ่ทอดหนึ่งที่ด้วยครับ!

 

ญี่ปุ่นนั้นถนัดนักเรื่องการจัดแรงก์ ป้ายขนาดใหญ่ด้านหน้าบอกเราแล้วว่าฮิตอันดับ 1-5 ของที่นี่คือเมนูอะไรบ้าง ผมจิ้มฮิตอันดับ 2 อันเป็นเบอร์เกอร์หมู เนื่องจากอันดับ 1 เขาเป็นเบอร์เกอร์เนื้อ และผมไม่กินเนื้อ อืม กรุณาหมายเหตุคำพูดที่บอกว่า “ผมไม่กินเนื้อ” เอาไว้ให้ดีนะครับ (คุณคุมิโกะ ไกด์สาว ยิ้มหรี่ตาประมาณว่า แล้วดิฉันจะรอดูนะคะ)

 

ขนมปังร้อนๆ นุ่มหนา เนื้อชิ้นโตเนียนฟัน และเด่นที่ความหวานกรอบของหอมใหญ่ที่ทำให้นึกสงสัยว่าถ้าได้กัดกินสดๆ อาจจะอร่อยสดชื่นไม่แพ้แอปเปิ้ลเลยนะนี่! กะพริบตาอีก 3 ทีทั้งหมดก็ลงไปอยู่ในท้อง เริ่มต้นมื้อแรกได้ดีงามอย่างนี้ เหมือนเป็นลางที่ดีว่าตลอดทริปต้องได้ผจญของอร่อยอีกไม่หวาดไม่ไหวแน่ๆ

 

กลับสู่ Main Menu


 

4. ฟันกระเบื้องด้วยมือเปล่า!: Breaking Roofing Tile Experience 

 

 ภาพ: ©Awaji Island Tourist Association 

 

อาวาจิไม่ได้มีแต่ของให้ดูและให้กินนะครับ เดี๋ยวนี้คนเราเขาต้องเที่ยวเอา Experience กันด้วย มันต้องได้ลงไม้ลงมือออกแอ็กชันกันหน่อย แถมผลพลอยได้คือคอนเทนต์สำหรับอัปลงสตอรีใน IG หรือ TikTok ได้เก๋ๆ ดูยูนีก ไม่ดาษดื่น หมื่นไลก์ต้องมาแล้ว 

 

แต่ถามว่าจู่ๆ เขาก็ดำริขึ้นมาลอยๆ เหรอว่าให้คนมาเรียนคาราเต้กันอย่างไม่มีที่มาที่ไป ไม่ได้สิ มันต้องมีความผูกโยงกับรากเหง้าของท้องถิ่นด้วย ทั้งหมดทั้งมวลจึงเริ่มมาจากการที่เกาะอาวาจินั้นเป็นตัวท็อปของประเทศในการผลิตกระเบื้องมุงหลังคาชั้นดี จึงมีความคิดที่จะโชว์เคสสินค้าเชิดหน้าชูตาของเกาะผสานไปกับศิลปะการต่อสู้แบบญี่ปุ่น สร้างสรรค์กันไปมา กลายเป็นกิจกรรมฟันกระเบื้องด้วยมือเปล่า! คาราเต้มาสเตอร์จะเป็นผู้สอนคุณสับกระเบื้องให้กระจุยด้วยท่วงท่าเยี่ยงจอมยุทธ์ นี่เขามีชุดให้เปลี่ยนด้วยนะไม่ใช่เล่นๆ ดูโปรสุดอะไรสุด 

 

ในเว็บเขียนบอกไว้เลยว่า อายุที่ร่วมกิจกรรมนี้ได้คือตั้งแต่ 5 ขวบยัน 95 ขวบ! โดยจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาเหมาๆ ไป 3,500 เยน รวมเรียนรวมสับ มีพี่สตาฟฟ์คอยถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ให้เสร็จสรรพ มาร่วมสนุกกันเป็นหมู่คณะได้ เขารับตั้งแต่ 2 คนไปจนถึง 30 คน แค่คิดภาพก็ได้ยินเสียง ย้ากกก ฉัวะ! กันเซ็งแซ่สนุกสนานแล้ว 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

5. ข้าวกล่องหน้าหมึกยักษ์ (ที่ไม่ต้องการน้ำจิ้มซีฟู้ด)

 

Hippari Dako Meshi (ひっぱりだこ飯) ของร้าน Awaji-ya ซึ่งเป็นร้านขายข้าวกล่องที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1903 ราคากล่องละ 1,200 เยน มีขายตามสถานี Kobe, Shin-kobe และอื่นๆ 

 

ระหว่างนั่งรถผ่านไปบนสะพานอะคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge) สะพานแขวนที่ยาวที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ในโลกที่เชื่อมระหว่างโกเบและเกาะอาวาจิ เหนือช่องแคบอะคาชิ ก็ได้รับความรู้จากคุมิโกะซัง คุณไกด์คนเก่งที่พูดไทยคล่องปรื๋อ ว่าที่นี่มี ‘หมึกยักษ์’ เป็นของขึ้นชื่อ และด้วยความที่ใช้ชีวิตแหวกว่ายอยู่ในคลื่นทะเลรุนแรงเป็นประจำ ทำให้เนื้อน้องเขาแน่น หนึบ แต่ไม่เหนียวเลย น่าทึ่งมาก 

 

“ไม่เหนียวจริงหรือ ไม่น่าเชื่อเลย ถ้าได้พิสูจน์ก็คงดีนะครับเนี่ย” คุณคุมิโกะยิ้มแล้วหรี่ตาอย่างรู้ทัน ก่อนจะควัก Hippari Dako Meshi ที่ซื้อเตรียมไว้ออกมาแจกจ่ายคนละหนึ่ง พลางถามเบาๆ ว่า เอ๊ะ เบอร์เกอร์หอมใหญ่ย่อยไปหมดแล้วเหรอคะ (ซึ่งผมทำเป็นไม่ได้ยิน) 

 

 

เรียกข้าว ‘กล่อง’ อาจไม่ค่อยตรงนัก คงต้องเรียกข้าว ‘โอ่ง’ จะเหมาะกว่า อีกครั้งที่เห็นได้ชัดว่างานแพ็กเกจจิ้งของญี่ปุ่นเขาจึ้งจริง! ทั้งดีไซน์สุดเท่บนกระดาษปิดฝา และตัวโอ่งดินน้อยลายนูนรูปทาโกะปากจู๋ ที่เดี๋ยวพอกินเสร็จแล้วสามารถล้างเก็บไว้ใช้ใส่โน่นนี่จุ๊กจิ๊กต่อได้ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนที่พยายามจะ Sustainable 

 

เดี๋ยวนะ นึกออกแล้ว เจ้านี่คือสิ่งที่ผมเคยเห็นในการ์ตูนชื่อ ตะลอนชิมข้าวกล่องรถไฟ ที่เคยอ่านนี่นา วันนี้ได้จับของจริงและกำลังจะได้ลิ้มรสของอร่อยในตำนานแล้ว! 

 

 

และตามประสาคนไทยแหละครับ พอเปิดมาเจอปลาหมึกปุ๊บ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาคือ “อยากได้น้ำจิ้มซีฟู้ดจังน้า” ถ้าน้องทาโกะรู้เข้าคงงอน (“พวกผมเป็นหมึกสัญชาติญี่ปุ่นนะ!”) แต่เพียงวินาทีแรกที่ได้ลิ้มลองก็ต้องลืมความคิดติดแซ่บแต่เดิม เพราะมันกลมกล่อมสมบูรณ์แล้วด้วยตัวของมันเอง แครอต เห็ด ไข่หวานย่าง ปลาไหลย่าง ข้าวญี่ปุ่นเหนียวนุ่ม ซอสละมุนลิ้น และพระเอกของงาน หมึกยักษ์ที่นุ่ม หนึบ แต่ไม่เหนียวจริงๆ ด้วย สุดยอดไปเลย! 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

6. ซุ้มประตูโทริอิลอยฟ้า: ศาลเจ้าทาคายะ (Takaya – 高屋神社)

ที่อยู่: Kan-onji City, Kagawa Pref. 

แผนที่: https://goo.gl/maps/m7inYp2eVNbRAvMV9 

การเดินทาง: วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ จะมีบริการชัตเทิลบัสจากที่จอดรถของสวน Kotohiki (ค่ารถบัส (ไป-กลับ) 1,000 เยน ประมาณ 25 นาที สามารถเช็กตารางรถบัสได้ที่นี่: https://www.City.kanonji.kagawa.jp/soshiki/21/22812.html)

 

ถ้าคิดว่าก้าวเท้าลงจากรถบัสแล้วจะพบกับสุดยอดวิวอย่างในรูปทันที ก็ต้องบอกว่า ใจเย็นก่อนนะมินนะซัง จากจุดนี้เรายังต้องใช้พลังน่องและพลังใจตะกายกันต่ออีกประมาณ 3-4 ฮึบบนทางเดินเท้าที่จะชันขึ้นเรื่อยๆ (จนอีกนิดหนึ่งจะเป็นหน้าผาอยู่แล้ว) แต่ไม่ต้องกลัวไป ใครร่างกายไม่ค่อยฟิต เพียงแค่ก้าวสั้นๆ ขึ้นไปอย่างช้าๆ อย่าหวั่นไหวกับนักท่องเที่ยวบางท่านที่จะคล้ายมีวิชาตัวเบา ปล่อยเขาไปๆ จะอย่างไรก็ขอรับรองว่าวิวข้างบนนั้นสวยคุ้มเมื่อยแน่นอน 

 

 

Takaya Shrine เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอินาซุมิ (Inazumi) ที่มีความสูง 404 เมตร คนท้องถิ่นเรียกศาลเจ้านี้ว่า อินาซุมิซัง (Inazumi-san) ศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องเรียกโชคลาภ ครอบครัวแคล้วคลาด ธุรกิจรุ่งเรือง และแลนด์มาร์กอันโด่งดัง ‘เสาโทริอิลอยฟ้า’ (Tenku no Torii – 天空の鳥居) ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปเช็กอินสักครั้ง จากมุมนี้เราจะมองเห็นเมืองคันองจิ (Kan-onji) กับทะเลในเซโตะได้พร้อมกัน ทิวทัศน์สบายตา สวยจนลืมปวดขาไปเลย 

 

เหนือชั้นอย่างญี่ปุ่น ต้องรวมวัฒนธรรมเข้าไว้กับเทคโนโลยี ในบริเวณศาลเจ้าจึงมีตู้กดอัตโนมัติที่ขายเครื่องราง แผ่นไม้เอมะ รวมไปถึงเส้นอุด้งอันโด่งดัง เอาไว้บริการ หยอดเหรียญแล้วสะสมของที่ระลึกกันได้ตามอัธยาศัย 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

7. ภาพสะท้อนกลับหัวที่ชายหาดอาทิตย์ตกดิน: หาดชิจิบุงาฮามะ (Chichibugahama – 父母ヶ浜) 

ที่อยู่: Mitoyo City, Kagawa Pref.

แผนที่: https://goo.gl/maps/MA399kuyC7BbT7WT6 

 

ถ้ารู้สึกว่าทะเลเกลือ Uyuni Salt Flat ในประเทศโบลิเวียที่อเมริกาใต้มันไกลไป ก็มาที่นี่แทนได้ หาดนี้เป็น 1 ใน 100 จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น เคยได้ที่ 1 ในการจัดอันดับ ‘สถานที่ดูพระอาทิตย์ตกที่อยากไปมากที่สุด’ ในปี 2018 โดยเว็บไซต์ jalan.net 

 

 

ลมพัดเย็น แสงสีสวย และผู้คนคึกคัก ทั้งที่เหนื่อยหนักมาทั้งวัน ทันใดนั้นก็เหมือนถูกชาร์จพลังให้กลับมาสดชื่นได้อีกรอบ ด้วยเสียงหัวเราะที่มากับท่าโพสถ่ายรูปตลกๆ หรือเสียงอู้อ้าวู้ว้าวที่มากับสายโพสท่าสวยๆ แต่ถ้าอยากได้รูปถ่ายเป๊ะปังโดยมืออาชีพ ใช้บริการที่นี่ได้เลย: https://www.mitoyo-kanko.com/eng/photoplan/ 

 

นี่เป็นเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวเมืองมิโทโยะที่มีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ แนะนำทุกสิ่งที่เกี่ยวกับการถ่ายรูป นอกจากนั้นยังสามารถเข้าไปดูวัน-เวลาว่าง แล้วกรอกแบบฟอร์มจองได้ทันที โดยเขาจะรับถ่ายเป็นกรุ๊ป เยอะสุดไม่เกิน 40 คน ราคาตามนี้ คือ กลุ่ม 1-10 คน ราคา 22,000 เยน, กลุ่ม 11-20 คน ราคา 44,000 เยน, กลุ่ม 21-30 คน ราคา 66,000 เยน และกลุ่ม 31-40 คน ราคา 88,000 เยน (ถ้าตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุด เพิ่ม 11,000 เยน)

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

8. เรียวกังชั้นยอด: ชิกิชิมะคัง (Shikishima-kan – 敷島館)

ที่อยู่: Kotohira town, Kagawa Pref.

การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานีโคโตเดนโคโตฮิระ (Kotoden Kotohira – 琴電琴平) 

เว็บไซต์: https://www.hotespa.net/hotels/shikishimakan/ 

 

เรียวกังแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงทางเดินขึ้นสู่ศาลเจ้าโคโตฮิระกู เรียกว่าเป็นทำเลทองอยู่ใจกลางแหล่งท่องเที่ยวหลักเลยทีเดียว เป็นการปรับปรุงอาคารเก่าแก่ 100 ปีของเรียวกังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญจากรัฐบาลญี่ปุ่น ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่จะได้รับการบริการชั้นหนึ่ง ได้นอนอย่างคุณภาพในห้องพักชั้นหนึ่ง รวมไปถึงการได้อร่อยกับอาหารมื้อเย็นชั้นหนึ่งแบบ 8 คอร์สที่ทั้งอิ่มตา อิ่มใจ และอิ่มท้อง

 

 

มีบ่อออนเซนทั้งในร่มและกลางแจ้ง ห้องซาวน่ากว้างขวาง แต่ถ้าไม่สะดวกใจจะใช้พื้นที่ร่วมกับผู้อื่นในสภาพเปล่าเปลือย ขอเชิญทางออนเซนแบบส่วนตัวที่มีให้ถึง 4 ห้อง 4 สไตล์ ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องจองและไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม

 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

9. แสวงบุญบนบันได 785 ขั้นไปกับน้องหมา!: คมปิระซัง – ศาลเจ้าโคโตฮิรากุ (Kotohiragu – 金刀比羅宮)

ที่อยู่: Kotohira town, Kagawa Pref.

การเดินทาง: จากสถานี Kotoden Kotohira (琴電琴平) เดินประมาณ 15 นาทีไปถึงประตู Daimon หรือจากสถานี JR Kotohira (JR 琴平) เดินประมาณ 20 นาทีไปถึงประตู Daimon

เว็บไซต์: http://www.konpira.or.jp 

 

คนญี่ปุ่นมักจะเรียกศาลเจ้านี้ว่า ‘คมปิระซัง’ (Konpira-san) ตั้งอยู่บนภูเขาโซซุ (แปลว่าหัวช้าง) ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างขึ้นมาเมื่อใด แต่เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยเฮอันเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว

 

บนนี้มีศาลเจ้าของเทพแห่งทะเล (Omononushi no kami – 大物主神) และจักรพรรดิซูโตคุ (崇徳天皇) จักรพรรดิองค์ที่ 75 ศักดิ์สิทธิ์เรื่องความปลอดภัยในการเดินทางเรือ ความอุดมสมบูรณ์ของดินและผลผลิต

 

 

คมปิระซังมีชื่อเสียงกับบันไดหิน 785 ขั้น (ซึ่งยังมีจุดหมายที่สูงขึ้นไปอีกรวม 1,368 ขั้นให้ได้ท้าทาย สำหรับคนที่ทั้งพลังขาและพลังศรัทธาล้นเหลือ) ชาวญี่ปุ่นจะพูดกันว่า “ไปไหว้เจ้าขอพรที่คมปิระซังสักครั้งหนึ่งในชีวิต” อารมณ์คงเหมือนอยากไปพระพุทธบาทสักครั้งของคนไทยสมัยก่อน ดังนั้นในสมัยเอโดะ การเดินทางไปไหว้เจ้าขอพรที่คมปิระซังจึงเป็นกิจกรรมสุดฮิต แต่สำหรับคนที่อยู่ไกลหรือร่างกายไม่อำนวย ก็จะมีการฝากสุนัขให้ไปกับนักเดินทางแทน โดยสุนัขที่ไปไหว้เจ้าแทนเจ้าของนั้นก็จะได้รับการขนานนามว่า ‘คมปิระอินุ’ (Inu แปลว่าสุนัข) นั่นเอง เท่ระเบิด

 

 

ถ้าจะให้โหวต ที่นี่คืออันดับหนึ่งในใจผมสำหรับทริปนี้เลย ทั้งที่ต้องตื่นมาปีนบันไดกันแต่เช้า เหนื่อยและเมื่อยขาแทบหลุด แต่การได้ออกเหงื่อกับกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่อากาศแจ่มใสเย็นสบายอย่างนี้ไม่ใช่โอกาสที่หาง่าย ทุกครั้งที่มาญี่ปุ่นผมจะพยายามมาในฤดูอากาศหนาวจัดอย่างที่ชอบ และจะบอกตัวเองว่า ให้ใช้เวลาอยู่กลางแจ้งให้ได้มากที่สุด และต่อให้ระหว่างทางจะเหนื่อยแค่ไหน เมื่อได้ขึ้นไปถึงยอดสูงสุด ความชื่นใจนั้นจะหาอะไรมาเปรียบไม่ได้เลยทีเดียว

 

 

สำหรับคนที่กังวลใจกับคำว่า ‘บันได 785 ขั้น’ อยากให้เห็นภาพว่ามันไม่ใช่บันไดที่ต้องตะกายรวดเดียวโดยมีคนเอาแส้เฆี่ยนอยู่ข้างหลังอย่างนั้นนะครับ ระหว่างทางจะมีร้านค้าให้แวะชม ร้านขนมให้แวะชิม ธรรมชาติสวยๆ ให้เพลิดเพลิน จะหยุดเดินเมื่อไรไม่มีใครว่า ปีนขึ้นไปอีก 10 ขั้น อ๊ะ เจอร้านน่าช้อป ไต่เพลินๆ ขึ้นไปอีก 20 ขั้น เอ้า วิวนี้ดี เซลฟีหนึ่งกรุบ ดังนี้เป็นต้น 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

10. พูดถึงคางาวะ ต้องคิดถึงซานุกิอุด้ง (Sanuki Udon) ที่ร้าน Tsuruda-ya (つるだや) 

ที่อยู่: ตั้งอยู่ตรงบันไดขั้นที่ 22 เปิดมานานประมาณ 160 ปีแล้ว 

เวลาเปิด-ปิด: เวลา 08.00-17.00 น.  

เว็บไซต์: https://turudaya.jp 

 

พูดถึงคางาวะ ต้องนึกถึงอุด้ง ที่นี่เป็นแหล่งปลูกข้าวสาลีมาเนิ่นนาน และเมื่อประมาณพันปีที่แล้ว พระโคโบ ไดชิ (คูไค) นำเส้นที่ทำจากแป้งสาลีกลับมาจากจีน แล้วเผยแพร่ใน Sanuki (ชื่อเดิมของจังหวัดคางาวะ)   

 

จุดเด่นของอุด้งที่นี่คือเส้นต้องแน่น หนึบ ตัวซุปทำจากปลาแห้งอิริโกะจากเกาะอิบูกิ อาหารชุดที่คณะเราได้ลิ้มรสเป็นเมนูสำหรับกรุ๊ปทัวร์ที่ต้องจองล่วงหน้า ยังมีเมนูอุด้งต่างๆ เช่น อุดุ้งเทมปุระ และอุด้งเต้าหู้ทอด เป็นต้น 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

11. ไอศกรีมอุด้งมีอยู่จริง! Kamatama Soft Cream (かまたまソフト) ที่ร้าน Shoyu-mame Hompo (しょうゆ豆本舗) 

ที่อยู่: ถนนช้อปปิ้งหน้าศาลเจ้า

ราคา: 350 เยน 

 

ไปให้สุดครับ บอกแล้วญี่ปุ่นเขาจะทำอะไรต้องสุดเท่านั้น คางาวะดังเรื่องอุด้งนักใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นทุกอย่างต้อง Udon-Inspired ไปเลย ไม่เว้นแม้แต่ซอฟต์เสิร์ฟ! ใครจะไปนึกว่าเราจะได้กินไอติมอุด้งในชีวิตนี้ ที่ไหนมันจะมี! ที่นี่แหละครับ 

 

 

ในส่วนของรสชาติต้องบอกว่าเกินคาด ใครจะไปคิดว่าซอฟต์ครีมหวานๆ จะเข้ากันได้ดีกับต้นหอมและโชยุเช่นนี้ บ้าไปแล้ว 

 

 

เอาไปอีกหนึ่ง ซึ่งอร่อยและควรค่าแก่การจับเซลฟี เรียกว่า Oiri Soft Cream (おいりソフト) ท็อปปิ้งด้วย Oiri สีพาสเทลแสนนุบนิบ อันเป็นขนมมงคลขึ้นชื่อของจังหวัดคางาวะที่บ่าวสาวจะมอบให้กับแขกในงานแต่งงานตามประเพณีท้องถิ่น 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

12. โรงแรมดีที่ฟุกุโอกะ: The Blossom Hakata Premiere

ที่อยู่: Fukuoka City, Fukuoka Pref.

การเดินทาง: จากสถานี Hakata ทางออก Hakata เดิน 7 นาที

เว็บไซต์: https://www.jrk-hotels.co.jp/Hakata_premier/

 

วาร์ปมากับชินคันเซนสู่สถานีฮากาตะในฟุกุโอกะที่แสนคิดถึง เมืองนี้เคยช่วยเปิดประสบการณ์ให้คนไม่ชอบราเมงอย่างผมได้รู้จัก ‘ทงคตสึราเมง’ จนกลายเป็นอาหารโปรดติดท็อปเท็นไปเลย เปลี่ยนชีวิตมาก 

 

โรงแรมนี้ดีงามมาก ประการแรก ใกล้สถานีฮากาตะเพียง 2 บล็อก คณะเราไม่อยากเสียเวลารอแท็กซี่ จึงชวนกันลากกระเป๋าแล้วออกเดิน คุยกันเพลินๆ ยังไม่ทันเปลี่ยนท็อปปิกก็ถึงแล้วเฉย ประการที่ 2 ด้านล่างมี Starbucks ชั้น 2 มีร้านอาหารเด็ดที่เราจะได้ลิ้มรสเย็นนี้ (ถูมือและเลียริมฝีปากอย่างคาดหวัง) ประการที่ 3 ห้องกว้างมาก ขนาดเตียงเพียงพอให้นักมวยปล้ำชายญี่ปุ่นหนึ่งคนพลิกตัวได้ 4 ตลบ (นี่คือลองลงไปกลิ้งดูจริงๆ ถูกไหม) ให้หมอนคุณภาพดีมาเต็มเตียงจนนึกอยากมีมากกว่าหนึ่งหัวจะได้หนุนคุ้มๆ และสุดท้ายคุณภาพฟูกคือแทบจะพลิกเตียงดูป้ายยี่ห้อ ทำไมมันจะนอนสบายขนาดนี้ ถ้ามีแบบนี้ที่บ้านต้องโดนไล่ออกจากงานแน่ เพราะจะไม่ยอมตื่นขึ้นทำมาหากินอีกเลย 

 

อีกหนึ่งสิ่งที่ลงไปใช้บริการได้ฟรีคือ ออนเซน ซึ่งถึงจะไม่อลังการเท่าของโรงแรมที่แล้ว แต่ก็จัดว่ากว้างขวางจนวิ่งเล่นได้ (แต่ไม่แนะนำ เพราะจะลื่นล้มหน้าฟาด) มีห้องซาวน่าร้อนๆ ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้า แถมผลิตภัณฑ์อาบน้ำก็หอมและละมุนผิวดีเหลือเกินจนอยากขโมยใส่ขวดเปล่าร้านไดโซกลับบ้าน (ก็ไม่แนะนำอีก เพราะเป็นนิสัยอันไม่งามอย่างยิ่ง) 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

13.สดอร่อยจากทะเลวันต่อวัน: อุเมะยามะ เทปเป โชคุโด (Umeyama Teppei Shokudo – 梅山鉄平食堂)

ที่อยู่: ชั้น 2 ของโรงแรม The Blossom Hakata Premier 

เวลาเปิด-ปิด: เวลา 11.30-15.30 น. (ออร์เดอร์สุดท้ายเวลา 15.00 น.), เวลา 17.00-22.00 น. (ออร์เดอร์สุดท้ายเวลา 21.30 น.) หยุดวันอังคารและพุธ 

เว็บไซต์: https://umeyamateppei.com/lime 

 

นี่คือร้านอาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากชาวเมืองฟุกุโอกะ มี 2 สาขา โดยสาขาหลัก Honten อยู่ที่ถนนวาตานาเบะโดริ 

 

จานเด็ดของที่นี่ใช้ปลาสดๆ จากทะเลเก็งไคนะดะ (Genkai-nada – 玄界灘) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะคิวชู ดังนั้นเมนูวันนี้จะมีอะไรก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ได้มาในวันนั้นๆ นั่นเอง สดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว โดยจะมีการอัปเดตเมนูบนเว็บไซต์ของร้านทุกวัน ตอนเวลาประมาณ 10.00 น.

 

 

ยุคนี้ไม่กลัวแล้วล่ะกับการที่เมนูหรือป้ายต่างๆ ใดๆ ไม่มีเวอร์ชันภาษาที่เราเข้าใจ เพียงใช้ Google Translate แบบเปิดกล้องส่องดูแป๊บเดียว ก็สื่อสารกันได้สบายมาก และนั่นก็คือวิธีที่เราได้มาซึ่งอาหารอร่อยลิ้นที่ได้กินในมื้อนี้ อันประกอบด้วย 

 

  • ชุดปลาย่างประจำวัน วันนี้เป็นซาบะ (本日の焼き魚定食, 880 เยน) 
  • ชุดปลามาอาจิซาชิมิ (真アジ刺身定食, 1,380 เยน) 
  • ชุดปลาแซลมอนชุบแป้งทอด (サーモンフライ定食, 1,155 เยน) 
  • ชุดปลากะพงต้ม (天然鯛煮付け定食, 1,480 เยน) 
  • ชุดหอยนางรมชุบแป้งทอด (カキフライ定食, 1,280 เยน) 

 

ความคนไทยก็จะมีการสั่งกันคนละชุดไม่ซ้ำ แล้วแบ่งกันเพื่อให้ทุกคนได้กินทุกอย่าง ชาวญี่ปุ่นทั่วไปอาจมีการเอียงคอใส่ด้วยความงงเล็กน้อย แต่ทั้งคุมิโกะซังและอากิระซังของเราเฉยมาก ด้วยความที่ชินแล้ว แถมแบ่งซาบะและหอยนางรมทอดให้เราได้ลิ้มรสอย่างใจดี 

 

มื้อนี้ทั้งความอร่อยและความสนุก (ในการแลกกันชิม) เอาไปเลยสิบเต็มสิบ!

 

กลับสู่ Main Menu


 

ภาพ: Dazaifu-Tenmangu

 

14. ศาลเจ้าเรียนเก่งที่เหมาะกับคนชิคๆ: ดาไซฟุเท็มมังกู (Dazaifu Tenmangu Shrine – 太宰府天満宮) 

ที่อยู่: Dazaifu City, Fukuoka Pref.

การเดินทาง: จากสถานี Nishitetsu Fukuoka (Tenjin) นั่งรถไฟสาย Nishitetsu Tenjin-Oomuta ลงที่สถานี Futsukaichi เปลี่ยนสายเป็นสาย Nishitetsu Dazaifu ลงที่สถานี Dazaifu ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที ค่ารถไฟ 410 เยน

เว็บไซต์: https://www.dazaifutenmangu.or.jp/en/ 

 

อีกหนึ่งศาลเจ้าสำคัญระดับซิกเนเจอร์ที่ต้องแวะเมื่อมาฟุกุโอกะ ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 919 เพื่ออุทิศให้แก่ สึกะวาระ โนะ มิจิซาเนะ (Sugawara Michizane – 菅原道真) ผู้ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการศึกษา ที่นี่จึงได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์เรื่องการเรียน การสอบ ขับไล่สิ่งชั่วร้าย มีคนมากราบไหว้ประมาณ 10 ล้านคนต่อปี 

 

สึกะวาระ โนะ มิจิซาเนะ เป็นคนชั้นสูงในสมัยเฮอัน เกิดที่เกียวโต เป็นทั้งนักวิชาการและนักการเมืองที่เก่งกาจ ต่อมาถูกคู่แข่งทางการเมืองไล่ออกจากเกียวโต และส่งไปยังเมืองดาไซฟุบนเกาะคิวชู หลังจากมิจิซาเนะเสียชีวิตลง ขณะลูกศิษย์ขนศพของท่านด้วยรถเข็น เดินไปสักพักหนึ่ง เจ้าวัวลากรถกลับหยุดเดินและนอนลง ทำอย่างไรก็ไม่ยอมไปต่อ เลยเชื่อกันว่านั่นเป็นเพราะวิญญาณของท่านมิจิซาเนะอยากจะอยู่ที่นี่ ที่สุดแล้วจึงตัดสินใจฝังศพท่านลงตรงนั้น และสร้างเป็นอาคารศาลเจ้าขึ้นมาเคารพบูชาทีหลัง

 

ในบริเวณศาลเจ้ามีต้นบ๊วยราว 6,000 ต้นทั้งสีขาวและสีชมพู เนื่องจากเป็นดอกไม้โปรดของท่านมิจิซาเนะ ดอกบ๊วยจึงกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของศาลเจ้านี้ไปโดยปริยาย ใครอยากได้ภาพดอกบ๊วยบานสะพรั่งต้องมาช่วงราวกลางเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนมีนาคม

 

แต่ละศาลเจ้าจะมีจุดเด่นหรือจุดขายต่างกันไป ใครอยากสัมผัสศาลเจ้าที่เดินทางง่าย ไม่ต้องใช้เวิร์บทู ‘จาริก’ โดยการขึ้นเขาปีนบันได ที่นี่เหมาะมาก นอกจากนั้นยังเป็นที่ที่ให้บรรยากาศของความเป็นหนุ่มสาวเต็มเปี่ยม เนื่องจากมีนักเรียน-นักศึกษาจำนวนมากมาขอพรให้สอบติดกันตลอดเวลา นอกจากนี้ร้านรวงสองข้างทางยังมีความเก๋ไก๋ทางการดีไซน์สูงมาก แถมสินค้าและอาหารนั้นนอกจากรสชาติดีแล้ว ยังถูกแวดล้อมด้วยการออกแบบของหน้าร้านและแพ็กเกจจิ้งสุดเทรนดี้ ใครที่ไม่ได้ใฝ่ศาลเจ้าแนวคัลเจอร์จัด แต่เน้นดีไซน์ชิคๆ ที่นี่เหมาะกับคุณสุดๆ 

 

ภาพ: Dazaifu-Tenmangu

 

แนะนำขนมขึ้นชื่อ โมจิปิ้งไส้ถั่วแดงตราดอกบ๊วย (Umegae-Mochi) ชิ้นละ 130 เยน ซึ่งอร่อยจริง ชิ้นเดียวไม่พอ และต้องซื้อฝาก! 

 

จุดถ่ายรูปนอกศาลเจ้าเท่าที่เห็นคือทุกคนเป็นต้องแวะ Starbucks ที่ดีไซน์หน้าร้านเป็นแบบไม้พุ่ง เป็นร้านเงือกเขียวที่ออกแบบได้ไม่เหมือนร้านไหนจริงๆ

 

คำนี้ดี!

  • คำพูดภาษาญี่ปุ่นสำหรับคุณที่อยากลดน้ำตาล ได้มาจากที่ต้องการสั่งกาแฟหวานน้อย คุมิโกะซังจึงสอนให้ท่องวลีนี้ไว้ “ซาโต้ สุคุนาเมเดะ” (Sato Sukuname de) ที่หมายความประมาณว่า “ขอหวานน้อยๆ นะครับ/ค่ะ”

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

15. หาดแห่งความรัก ซากุราอิ ฟุตามิงาอุระ (Sakurai Futamigaura – 桜井二見ヶ浦),  Itoshima)

ที่อยู่: Itoshima City, Fukuoka Pref. อยู่คาบสมุทรอิโตชิมะ ทางตะวันตกของฟุกุโอกะ

การเดินทาง: จากตัวเมืองฟุกุโอกะ ขับรถประมาณ 45 นาที

แผนที่: Sakurai Futamigaura’s Couple Stones: https://goo.gl/maps/ZvgTdyUu7wFE52Qs5 

 

ทุกเมืองใหญ่ต้องการเมืองตากอากาศอยู่ใกล้ๆ ที่ที่เรานึกคึกขึ้นมาเมื่อไรก็สามารถกระโดดขึ้นรถแล้วชวนกันขับไปเที่ยวหย่อนใจได้เลย ไม่ต้องเตรียมตัวนาน จะอยู่สักวันสองวันหรือไปเช้าเย็นกลับก็สบายๆ อิโตชิมะก็เป็นสถานที่แบบนั้นแหละ 

 

ถ้าคุณไม่ใช่มือใหม่หัดเที่ยวคิวชู น่าจะเคยรู้มาบ้างว่าที่นี่เขาขึ้นชื่อมากในหมู่คนรักหอย (พูดถึงก็ได้กลิ่นหอยสดๆ ย่างไฟหอมๆ ชวนกลืนน้ำลาย ลอยมาทันที) ที่นี่จะมีคาเฟ่เท่ๆ ให้คุณได้แวะชิลตามรายทาง และอีกอย่างที่อยากให้แวะไปเก็บรูปเก็บสตอรีก็คือ เสาโทริอิสีขาวบนชายหาด ที่เมื่อมองทะลุไปแล้วจะเป็นกรอบเป๊ะให้กับภาพของหินคู่รักหรือหินแต่งงาน (Meoto-Iwa 夫婦岩) ที่อยู่เบื้องหลัง สองหินนี้เชื่อมต่อกันด้วยเชือกศักดิ์สิทธิ์ (Shimenawa) ความยาว 30 เมตร น้ำหนักเกือบ 1 ตัน โดยจะมีพิธีกรรมเปลี่ยนเชือกใหม่ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี 

 

และแน่นอนว่านี่ก็เป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น 1 ใน  100 แห่งด้วยเช่นกัน

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

16. จุดถ่ายรูปห้ามพลาด: กำแพงปีกเทวดา (天使の羽) + SURF SIDE CAFE (パームビーチザガーデンズ) 

การเดินทาง: เดินเพียง 7 นาทีจากหินคู่รัก เราก็สามารถติดปีกให้กับตนเพื่อรูปถ่ายคูลๆ ไว้ลงโซเชียลแล้ว ตรงนี้ฮิตมาก อย่าลืมมาเป็นเทวดากัน แนะนำให้มากันช่วงเย็นๆ แสง สี จะดีงามตามท้องเรื่อง 

แผนที่: 

 

สะบัดปีกเทวดาทิ้ง แล้วเดินขึ้นจากชายหาดมาอีกเพียง 1 นาที จะเจอคาเฟ่แสนเก๋ที่ทำให้ผมนึกว่านี่เราทะลุมิติมาที่ปาล์มบีชในยุค 80 หรือเปล่า เป็นร้านที่ทั้งนั่งสบายและถ่ายรูปสวย ไม่ว่าจะเคาน์เตอร์หรือบูธในสไตล์ไดเนอร์ด้านใน หรือจะไปเอกเขนกบนระเบียงชิลๆ ด้านนอก เครื่องดื่มก็ชื่นใจ ขนมก็อร่อย และโฟโตจีนิกจัด!

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

17. ห้างเท่ๆ: MARK IS Fukuoka Momochi  

เวลาเปิด-ปิด: เวลา 10.00-21.00 น.

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟใต้ดิน Tojinmachi (唐人町) เดินประมาณ 10 นาที 

แผนที่: https://goo.gl/maps/VpCRDwLYHAR5JwmG9 

เว็บไซต์: https://www.mec-markis.jp/fukuoka-momochi/ 

 

คนที่เคยไปเยือนฟุกุโอกะมาแล้วย่อมนึกออกว่าถ้าจะช้อปปิ้งต้องตรงดิ่งไปที่ไหน ซึ่งก็คงไม่พ้น Canal City ที่ไม่ไกลจากสถานีฮากาตะนัก ไม่ก็ย่านเทนจิน แต่ถ้าได้กลับไปหนนี้อยากให้ลองแวะไปที่อีกหนึ่งห้างเท่ๆ ใกล้แค่นั่งใต้ดินจากสถานีเทนจินไป 3 ป้ายเท่านั้น 

 

ห้าง MARK IS เรียกว่าเท่ตั้งแต่ตัวตึกที่ออกแบบให้เหมือนน้องวาฬ ไปจนถึงการออกแบบด้านในที่ถึงจะไม่ซื้ออะไร ก็เดินถ่ายรูปได้ทั้งวัน 

 

 

อยากได้อะไรที่นี่มีครบ แบรนด์ดังที่คุ้นเคยหรือแบรนด์แปลกตาที่น่าค้นหา มุมเซลฟีเก๋ๆ ก็มากมาย อยากดูภาพยนตร์ก็มีโรงภาพยนตร์ อยากเล่นเกมก็มีอาร์เคด แถมฟู้ดคอร์ตเขาก็ดีมากจริงๆ อาหารละลานตาเลือกแทบไม่ถูก ร้านระดับรางวัลเพียบ!

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

18. หม้อไฟมตสึนาเบะ คนรักไส้มาทางนี้: Nishijin Hatsuki (西新初喜) 

ที่อยู่: สาขา MARK IS Fukuoka Momochi ชั้น 3

เวลาเปิด-ปิด: เวลา 11.00-22.00 (Lo. 21.15 น.)

เว็บไซต์: https://www.nishijin-hatsuki.jp 

 

เคยลั่นวาจาไว้ว่า “ผมไม่กินเนื้อ!” แต่ถามว่าลำบากใจไหมที่ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง อ๋อไม่เลยครับ ที่จริงลืมอธิบายว่าผมเป็นคนที่ปกติไม่กินเนื้อ แต่ถ้ามีเนื้ออร่อยมากๆ ก็จะกินครับ ดังนั้นการยอมเสียคำพูดหรือจุดยืนบ้างเพื่อให้ได้กินของอร่อย ก็นับเป็นสิ่งควรทำบ่อยๆ จริงไหมครับ 

 

จำได้ว่าครั้งแรกที่มาฟุกุโอกะนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองกินหม้อไฟไส้ตุ๋น วันนี้กลับมาอีกทีก็เป็นโอกาสได้รื้อฟื้นความทรงจำอันสวยงามให้ต่อมรับรสชาติอีกครั้ง

 

รู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ตลอดทริปนี้มีแผนช่วยกำกับเรื่องการกินด้วย คือทาง JNTO เขาช่วยคัดและคิดมาแล้วว่าเราควรต้องได้ฟินกับอาหารอะไร มื้อไหน ไม่เช่นนั้นคงได้ยืนงงในดงของอร่อยไปอีกนาน เพราะตัดสินใจไม่ถูก มื้อนี้เลยมาลงที่นี่ครับ นิชิจินฮัตสึกิ ร้านยากินิกุ เนื้อวัววากิวขนดำ และหม้อไฟไส้ตุ๋นมตสึนาเบะ ที่เปิดมานานกว่า 80 ปี  

 

 

รายการต่อไปนี้เหมาะสำหรับนักกินทั่วไป สามารถอร่อยกันได้ทุกวัย ทางเราชิมให้แล้วครับ รับประทานตามได้ทั้งหมดเลย เด็ดแน่นอน หม้อไฟไส้ตุ๋นวัววากิวขนดำ (黒毛和牛もつ鍋 สำหรับ 1 คน 1,980 เยน), ชุดแกงกะหรี่ลิ้นวัว (牛タンカレー定食 1,380 เยน) และอีกหนึ่งเมนูเด็ด ชุดแฮมเบิร์กเนื้อวากิวขนดำ (黒毛和牛特製ハンバーグ定食 1,780 เยน) อร่อยน้ำตาแทบไหลไปเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะความไส้นั้นมันได้เนื้อสัมผัสที่ทั้งหนุบและกรุบ ไหนจะรสชาติของน้ำซุปที่แทบตักซดจนหมดหม้อ จะขอเติมข้าวก็เขินๆ (ก็เลยไม่ขอ? หึ ขอสิครับ ไม่รู้เมื่อไรจะได้กลับมาหาหม้อไฟที่นี่อีก ต้องกินให้กระเพาะจดจำไปอย่างน้อย 3 ปี!) 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

19. ร้านรวมสารพัดแมสก์: SMILE FACTORY 

ที่อยู่: MARK IS Fukuoka Momochi ชั้น 3

เวลาเปิด-ปิด: เวลา 10.00-21.00 น.

 

สิ่งหนึ่งที่ผมสอดสายตามองหาอยู่เสมอในทริปนี้คือหน้ากาก ก็จริงที่มันไม่ได้เป็นของหายากเหมือนช่วงโควิดระลอกแรกอีกแล้วแหละ แต่ญี่ปุ่นเขาเป็นเจ้าแห่งการสวมหน้ากากไง และไม่ใช่แค่เรื่องไวรัสและความละอองฝอย ไหนจะหวัดเอย ภูมิแพ้เอย ฝุ่นเอย มันกลายเป็นสินค้าที่เราต้องพกติดตัวแบบไม่มีไม่ได้ไปแล้ว ผมเลยพยายามจะมองหาหน้ากากเก๋ๆ ที่ใหม่ด้วยไอเดียหรือเทคโนโลยี เพราะเชื่อว่าญี่ปุ่นเขาถนัดแน่ แต่ส่วนใหญ่การส่องตามคอมบินิ (ร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น) ก็จะเห็นร้านละนิดละหน่อย ดังนั้นพอได้เดินมาเจอ SMILE FACTORY ทีเดียวคือโอเค จบ 

 

ที่นี่มีแมสก์มากกว่า 300 ชนิด จะเอาอะไรมีให้เลือกทั้งหมด จะเอาสวยก็คือมีให้ทุกสี ทุกเฉด จะเอาใส่สบายก็มีให้ทุกไซส์ ทุกทรง ผมถามไปตรงๆ เลยว่า อ่า มีแบบที่เหมาะกับคนหน้ากว้างๆ ไหมครับ ซึ่งมี แฮปปี้มาก แก้มที่เคยล้นออกข้างถูกรวบเก็บไว้ได้สำเร็จ ดูคล้ายเป็นคนหน้าเรียวคนหนึ่งขึ้นมาได้แล้ว! 

 

ที่สำคัญขอลองใส่ดูได้ด้วยนะครับ เขาให้ลองและให้มาเลย คือมีน้อยมากที่เขาจะให้นะ แทบไม่เคยเห็นมาก่อน และแน่นอนว่าข้าพเจ้าที่เจอแมสก์รุ่นและสีที่ตรงใจก็โกยกลับมาอย่างเยอะ น่าจะใช้ได้ถึงกลางปีหน้า!

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

20. ซอฟต์ครีมเนียนแน่นอย่างกับมาร์ชเมลโล! : Daimyo Soft Cream 

ที่อยู่: สาขา MARK IS Fukuoka Momochi ชั้น 1

ราคา: Premium Milk (プレミアム生クリームミルク) 490 เยน

เว็บไซต์: https://daimyosoftcream.com/home/ 

 

แอบคิดไว้แล้วแหละว่าเขาต้องหาไอศกรีมอร่อยๆ ให้เราชิมอีก มันไม่จบแค่ที่ซอฟต์เสิร์ฟอุด้งเมื่อ 2 วันก่อนหรอก แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ถึงภายนอกจะทำหน้านิ่งๆ รักษาลุค แต่ในใจคือกระโดดตีลังกาไปแล้ว 

 

ถ้าพูดตรงๆ จากแวบแรกที่เห็นเราก็ไม่ได้ตื่นเต้นกันมาก เพราะถ้าเทียบกับซอฟต์ครีมที่โรยต้นหอมมาเตะตาแต่แรกแล้ว น้องไดเมียวเขาก็ดูหน้าตาเรียบง่าย ไม่หวือหวาอะไร จะมีสะกิดใจนิดหนึ่งก็แค่ตัวโคนสีดำสุดเท่ แต่พอได้ลองเม้มริมฝีปากขบลงบนก้อนสีขาวเย็นนั้น ตาเบิกโพลงครับ พระเจ้า ไม่เคยเจอสัมผัสแบบนี้มาก่อน ทำไมมันเนียนแน่นอย่างกับมาร์ชเมลโลขนาดนี้ หันไปอีกทีเห็นพนักงานขายกำลังโชว์ความหนุบหนับของน้องโดยการคว่ำทั้งกรวยให้ดูว่าไม่ไหลหล่นเด้อ 

 

 

ไดเมียวใช้เครื่องทำซอฟต์ครีมคุณภาพสูงจากอิตาลี ส่วนโคนสีดำสุดเท่นั้นก็เพราะผสมถ่านไม้ไผ่นั่นเอง เขามีสาขา 4 แห่งในฟุกุโอกะ แต่ถ้าใครไปเที่ยวโออิตะ ที่นั่นก็มีร้านหนึ่ง และสำหรับโตเกียวก็มีอีกร้านหนึ่งที่สวนสาธารณะมิยาชิตะ แถวสถานีชิบุยา ใกล้ที่ไหนก็แวะไปชิมที่นั่นครับ 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

21. ร้านชาชั้นดี มิตสึยาสึ เซกะเอ็น (Mitsuyasu Seika-en – 光安青霞園)

ที่อยู่: ถนนช้อปปิ้งชินเทนโช (Shin-Tencho Shopping Arcade – 新天町商店街)

เวลาเปิด-ปิด: เวลา 09.00-20.00 น. 

 

มาญี่ปุ่นทั้งทีต้องซื้อชาชั้นดีติดมือไปฝากผู้หลักผู้ใหญ่เสียหน่อย ร้านมิตสึยาสึ เซกะเอ็น (Mitsuyasu Seika-en) เปิดมาตั้งแต่ปี 1716 จำหน่ายชาเขียวจากเมืองยาเมะ อันเป็นแหล่งปลูกชาเขียวคุณภาพดีที่ฟุกุโอกะนี่เอง ไม่ว่าจะซื้อเป็นกรัมหรืออยากได้แบบซองสำเร็จรูปก็ได้ทั้งนั้น แถมที่นี่ยังมีชาสุขภาพและอุปกรณ์ในการชงชาแบบครบครันอีกด้วย

 

ได้คุยกับคุณลุงเจ้าของร้าน ซึ่งมีความรู้และเรื่องเล่ามากมาย ใครอยากฝึกสนทนาภาษาญี่ปุ่น ชวนคุณลุงคุยได้เลย ใจดีมากๆ ครับ

 

 

ร้านชาแห่งนี้อยู่ในชินเทนโช ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งที่มีหลังคา (Shōtengai) แห่งแรกในภาคตะวันตกของญี่ปุ่น สร้างขึ้นมาเมื่อปี 1946 ตอนหลังสงคราม เดินออกมาจากสถานีเทนจินเจอเลยทันที มีร้านค้าให้ซื้อหาประมาณ 100 ร้าน เดินเพลินมาก ได้ของฝากกันครบๆ จบที่นี่ ไม่น่ายาก 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

22. โรงแรมดีที่ฟุกุโอกะ: Hotel Resol Trinity Hakata

 

ทำเลใจกลางเมืองแสนสะดวก ใกล้สถานีนาคาสึคาวาบาตะ (Nakasukawabata) แค่นิดเดียว รายล้อมด้วยร้านสะดวกซื้อและร้านค้าต่างๆ เช่น ดองกี้ ขาช้อปปิ้งที่ยังซื้อไม่หนำใจ รวมถึงผู้ที่พร้อมจะเดินเล่นดูแสง สี ยามราตรี  ที่นี่ตอบโจทย์ทั้งหมด เรื่องปากท้องนั้น อิจิรันราเมงก็อยู่ไม่ไกล หรือถ้าอยากไปเลาะริมฝั่งแม่น้ำฮากาตะเพื่อลองประสบการณ์ยะไต ก็ใกล้นิดเดียวเท่านั้น 

 

กลับสู่ Main Menu


 

 

23. เสพบรรยากาศร้านรถเข็นแบบญี่ปุ่น: Yatai! Chusuke (忠助)

ที่อยู่: ตั้งอยู่หน้าธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น สาขาฟุกุโอกะ 

เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 18.00-01.00 น. หยุดวันอาทิตย์

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟใต้ดินเทนจิน (Tenjin) เดิน 3 นาที

เว็บไซต์: https://yokanavi.com/yatai/122502/ 

 

นี่คือสิ่งที่เราเห็นมาตั้งแต่เริ่มเสพมังงะและอะนิเมะญี่ปุ่น พระเอกรูปหล่อวัย 30 กว่าผู้กรำงานหนักจนดึก ขณะเดินกลับบ้านก็รู้สึกอยากแวะยะไตเจ้าประจำ เพื่อผ่อนคลายความเครียด แถมได้ปรับทุกข์กับคุณลุงเจ้าของร้านผู้ผ่านโลกมามาก และมักให้คำแนะนำดีๆ เสมอ 

 

อยากทำอย่างในการ์ตูนบ้างมานานแล้ว และวันนี้ก็ได้ทำสมใจครับ! ถึงเราจะไม่ใช่ซาราริมังผู้เหนื่อยล้าจากการงาน แต่เราเป็นนักท่องเที่ยวผู้เหนื่อยล้าจากการช้อป หอบข้าวของพะรุงพะรัง ร่างก็สั่นสะท้านกับอากาศ 7 องศาเซลเซียสของค่ำคืนนี้ ดูน่าสงสารไม่น้อย และควรได้รับการปลอบประโลมจากคุณลุงยะไตเช่นกัน! 

 

 

ในอากาศแบบนี้ โอเด้งคือสิ่งที่สวรรค์ส่งมาเลยครับ แรกๆ ก็ชี้แบบเขินๆ หัวไชเท้าครับ เต้าหู้ครับ ไข่ฟองหนึ่งครับ พอแล้วครับ ขอบคุณครับ อ๊าก! (อร่อยแสงพุ่งออกปาก) ทีนี้เริ่มรัวนิ้วชี้ของที่เหลือทุกอย่างที่ยังไม่ได้ชิม เก็บสแปร์ให้เกลี้ยง ผมคนเดียวน่าจะเติมไปประมาณ 4 รอบ นี่เฉพาะโอเด้งอย่างเดียวนะ ถ้าเป็นร้านชูสุเกะ สิ่งนี้คือไอเท็มเทพจริงๆ ครับ ถ้าไปฟุกุโอกะต้องมาลองให้ได้นะครับ

 

เอ๊ะ คุณลูกค้าข้างๆ เริ่มมีการสั่งเบียร์ น่าอร่อยจริง แต่ผมแพ้น่ะสิ สงสัยต้องสั่งจินเจอร์เอลเหมือนเดิมแล้ว แต่อะไรนะครับ เบียร์แบบแอลกอฮอล์ 0% ก็มีเหรอครับ ไหนผมขอลองหน่อย โอ้โห อร่อยจริง! รสชาติเหมือนเบียร์ปกติเลย! ทันใดนั้นจากที่ว่าจะอิ่มเลยเปลี่ยนใจ ขอเบิ้ลไข่ยัดไส้สไตล์ญี่ปุ่น (Tonpei-Yaki) อีกที่ครับ ยากิโทริด้วยครับ และแน่นอนเกี๊ยวซ่าต้องมาเพิ่มแล้ว! (ของร้านนี้เป็นเกี๊ยวซ่าน้อยน่ารัก กินแกล้มเบียร์ได้เรื่อยๆ คีบไปคุยไปไม่ต้องกลัวอิ่มเลยครับ) 

 

ในความมืดของค่ำคืนที่เหน็บหนาว แสงสีส้มละมุนของร้านรถเข็นมันช่างทำให้ชาวเมืองผู้อ่อนล้าและหิวโหยได้อุ่นใจและอุ่นท้องดีเหลือเกิน 

 

กลับสู่ Main Menu


 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.jnto.or.th/readysetgojapan/

The post 23 สิ่งที่ต้องกลับไปโดนที่ญี่ปุ่นในปี 2023! จัดทริปแบบ ‘ความคุ้นเคยบวกความแปลกใหม่’ : โกเบ-อาวาจิ-คางาวะ-ชิโกกุ-ฟุกุโอกะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
KTO ยกให้ปี 2023 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยว Jeollanam-do พร้อมเปิดเที่ยวบินพิเศษบินตรงสู่จังหวัด https://thestandard.co/kto-jeollanam-do-2023/ Tue, 24 Jan 2023 08:07:05 +0000 https://thestandard.co/?p=741242

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยรู้จักจุดหมายปลายทางในเกาหลีใต้ […]

The post KTO ยกให้ปี 2023 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยว Jeollanam-do พร้อมเปิดเที่ยวบินพิเศษบินตรงสู่จังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยรู้จักจุดหมายปลายทางในเกาหลีใต้มากกว่าแค่โซล เชจู และปูซาน หลายคนเริ่มออกไปเที่ยวยังสถานที่เที่ยวใหม่ๆ นอกเมืองหลวง บ้างก็มุ่งไปอินชอน โกยาง พาจู หรือบางส่วนก็มุ่งลงใต้แวะแทกู คยองจู ปูซาน และจังหวัดใกล้เคียง สำหรับปี 2023 องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีบอกว่า ปีนี้ยกให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวจังหวัด Jeollanam-do หรือช็อลลาใต้ จังหวัดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี แล้วจังหวัดนี้น่าสนใจอย่างไร หรือมีที่เที่ยวที่ไหนบ้าง?

 

ชื่อช็อลลาใต้ทุกคนอาจไม่คุ้นเท่าไร แต่ถ้าเอ่ยเป็นเมืองใหญ่ๆ ในเขตพื้นที่นี้อย่าง ยอซู, กวางจู หรือซุนชอน สายคนชอบเกาหลีคงมีคุ้นหูคุ้นตากันบ้าง ช็อลลาใต้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี เป็นเขตพื้นที่อุดมสมบูรณ์จนถูกเรียกว่าอู่ข้าวอู่น้ำขนาดใหญ่ของประเทศ นอกจากพื้นดินที่ปลูกอะไรก็ขึ้น ตลอดแนวชายฝั่งยังมีเกาะน้อยใหญ่มากกว่า 2,000 เกาะ ผลิตผลทางทะเลที่สำคัญของจังหวัดจึงได้แก่ หอยนางรม และสาหร่ายทะเล  

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวก็มีตั้งแต่ที่คุ้นตาอย่าง Naganeupseong Folk Village หมู่บ้านโบราณตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลก เช่นเดียวกับ Suncheonman Bay Wetland Reserve พื้นที่ชุ่มน้ำของเกาหลีใต้ แหล่งดูนก และวิวทุ่งหญ้าสุดลูกตา ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกเช่นกัน 

 

ใครที่ชอบแสงสีเขียวเช็กอินยังป่าไผ่ Juknokwon หรือสวนดั้งเดิมจากสมัยโชซอน Soswaewon Garden สายอาร์ตห้ามพลาดกับ Arte Museum นิทรรศการแบบ Immersive Media Art ที่เน้นวิชวลเหนือจินตนาการ และสร้างประสบการณ์งานศิลป์ที่มากกว่าการดูด้วยสายตา นี่ยังไม่รวมสถานที่อื่นๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะไร้หลังคา บนเกาะยอนฮง, ชินอัน ‘Purple Island’ เกาะดอกไม้สีม่วงบานสะพรั่งทั้งสี่ฤดู ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมาแล้ว 850,000 คน 

 

ผู้อ่านท่านใดที่อยากเดินทางไปเที่ยวยังช็อลลาใต้ ตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดช็อลลานัมโดได้ลงนามข้อตกลงทางธุรกิจร่วมกัน เพื่อเปิดเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่สนามบินมูอัน ซึ่งจะทำให้การเดินทางเที่ยวจังหวัดนี้สะดวกและง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยว ยังมีการเปิดร้านค้าปลอดภาษี 3 แห่งในจังหวัด โดยเที่ยวบินเช่าเหมาลำเที่ยวแรกจะมาถึงสนามบินนานาชาติมูอันในวันที่ 30 มกราคม และเปิดให้บริการไปจนถึง 24 มีนาคม 

 

ภาพ: Getty Image

The post KTO ยกให้ปี 2023 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยว Jeollanam-do พร้อมเปิดเที่ยวบินพิเศษบินตรงสู่จังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สะพายกล้องตามรอย ‘5 Best Spot in Bangkok’ โลเคชันที่ช่างภาพเขารู้กัน เราจึงอยากให้คนรักการถ่ายภาพทุกคนได้รู้จัก [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/5-best-spot-in-bangkok/ Wed, 18 Jan 2023 04:26:56 +0000 https://thestandard.co/?p=738762 5 Best Spot in Bangkok

‘กรุงเทพฯ’ น่าอยู่หรือไม่? ขึ้นอยู่กับว่าถามใครและตอบจา […]

The post สะพายกล้องตามรอย ‘5 Best Spot in Bangkok’ โลเคชันที่ช่างภาพเขารู้กัน เราจึงอยากให้คนรักการถ่ายภาพทุกคนได้รู้จัก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 Best Spot in Bangkok

‘กรุงเทพฯ’ น่าอยู่หรือไม่? ขึ้นอยู่กับว่าถามใครและตอบจากมุมมองไหน 

 

หากถามชาวต่างชาติ มีผลสำรวจแบบไม่เป็นทางการจาก InterNations ชุมชนออนไลน์สำหรับชาวต่างชาติที่มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคน ได้ทำการสำรวจความพึงพอใจของคนทำงานเกือบ 12,000 คน จาก 50 เมือง ในปี 2022 โหวตให้ ‘กรุงเทพฯ’ เป็นเมืองน่าอยู่และน่าทำงานที่สุดในโลกลำดับที่ 6 

 

ดูย้อนแย้งกับผลสำรวจของ Kisi บริษัทเทคโนโลยีให้คำปรึกษาด้านการทำงาน ได้จัดอันดับเมืองที่สร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานดีสุดจนถึงแย่สุดในโลก หรือ Work-Life Balance Index 2022 ปรากฏว่า ‘กรุงเทพฯ’ รั้งท้ายอยู่อันดับที่ 96 จากการสำรวจ 100 เมืองทั่วโลก 

 

แต่ถ้าถามคนกรุงเทพฯ คำตอบที่ได้อาจเป็นได้ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะกรุงเทพฯ สำหรับบางคนอาจเต็มไปด้วยความเร่งรีบจนไม่ทันสังเกตเห็นมุมเล็กๆ ไว้ชุบชูพลังใจ 

 

THE STANDARD POP อยากชวนสำรวจมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ ผ่าน 5 โลเคชันลับ (ที่ไม่ลับในหมู่ช่างภาพ) นอกจากจะเป็นสถานที่ที่มีเหลี่ยมมุมตอบโจทย์การถ่ายภาพ เผื่อใครที่กำลังมองหาโลเคชันใหม่ไว้ถ่ายภาพ หรือเอาไว้แนะนำเพื่อนต่างชาติที่อยากได้โลเคชันใหม่ๆ โพสต์ลง IG แล้ว บางสถานที่อาจทำให้คุณเห็นภูมิทัศน์ของพื้นที่กรุงเทพฯ ในมุมที่แปลกตา ความเป็นเมืองแบบที่ไม่คุ้นชิน ไปจนถึงวิถีชีวิตของผู้คนในสถานที่นั้นๆ จะทำให้คุณตีความนิยามความสุขเปลี่ยนไปก็เป็นได้

  

5 Best Spot in Bangkok

 

การสำรวจกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ยังได้ ต่อ-สุรศักดิ์ เมืองแก้ว MISTER INTERNATIONAL THAILAND 2022 มาร่วมค้นหามุมมองใหม่ๆ ด้วยกัน 

 

หลายคนอาจไม่รู้ว่า นอกจาก IG ส่วนตัว ต่อ สุรศักดิ์ ยังมี IG ทีเขาตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อลงภาพถ่ายโดยเฉพาะ (Follow ได้ที่ @srs_film35) ต่อบอกว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาชอบการถ่ายรูปเกิดขึ้นหลังจากลงเรียนวิชาถ่ายภาพของคณะ “เพิ่งรู้ว่าการถ่ายรูปสนุก เพราะมีเทคนิคหลายอย่างที่น่าสนใจ พอถ่ายไปเรื่อยๆ ก็เริ่มสังเกตว่าภาพส่วนใหญ่ที่ชอบถ่ายเป็นภาพไลฟ์สไตล์แนว Street Photo บางทีก็เดินตามตลาดสด ถ่ายรูปพ่อค้า แม่ค้ากำลังจัดแผงขายของ”

 

เขายังบอกด้วยว่า Vivian Maier คือช่างภาพหญิงแนวสตรีทที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเขา ผลงานของเธอทำให้ต่อพบว่าชีวิตประจำวันของผู้คนน่าสนใจเกินกว่าที่จะมองผ่าน และยังเป็นหลักฐานที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนในช่วงเวลานั้นๆ ได้อย่างดี 

 

“เมื่อไรที่ผมถือกล้องผมจะกลายเป็นคนช่างสังเกตทันที ผมมักจะมองหาความเป็นธรรมชาติ ปฏิสัมพันธ์ของคน โมเมนต์ที่ไม่ปรุงแต่ง มันยิ่งมีเสน่ห์เมื่อถูกถ่ายผ่านกล้องฟิล์ม โทนสีของฟิล์มมีเสน่ห์อยู่แล้ว ซึ่ง 5 โลเคชันที่ไปวันนี้ ทุกที่มีเสน่ห์ต่างกัน แม้จะเป็นสถานที่ที่รีโนเวตใหม่ แต่มันยังหลงเหลือร่องรอยของอดีต ทำให้ผมเห็นกรุงเทพฯ ในมุมใหม่ เชื่อว่าแต่ละคนจะเห็นสิ่งที่ต่างกันแม้จะไปในสถานที่เดียวกัน” 

 

 

 

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) 

อาคารสีขาวสไตล์โมเดิร์น โดดเด่นด้วยฟาซาดสีขาวจากแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิตพับไปมาเป็นเส้นหยักที่หยอกล้อกับแสงเงาของพระอาทิตย์ เดิมเคยเป็นอาคารเก่าแก่ที่เปิดเป็นศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มาตั้งแต่ พ.ศ. 2542 ก่อนจะรีโนเวตใหม่เพื่อให้เข้ายุคสมัย แต่ยังหลงเหลืออัตลักษณ์ของอาคารเดิมอย่างหลังคาทรงจั่วไว้ 

 

ด้านหน้าอาคารออกแบบให้เป็นสวนที่รายล้อมไปด้วยพรรณไม้ไทยและสมุนไพร จัดวางลดหลั่นไปตามสเต็ปของพื้นที่ลานวงรี จึงเป็นได้ทั้งพื้นที่หย่อนใจ และเรียนรู้การอยู่รวมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้อีกทาง ภายในใช้เป็นสถานที่รวบรวมข้อมูลด้านมานุษยวิทยาและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความรู้ใหม่ทางด้านมานุษยวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ความรู้ท้องถิ่นของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามาเติมความรู้ผ่านนิทรรศการบริเวณโถงทางเดินและนิทรรศการหมุนเวียน บางทีคุณอาจค้นพบความสุขง่ายๆ ที่หลงลืมซ่อนเร้นในภาพถ่ายของผู้คนในอดีต แม้กระทั่งเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ก็อาจทำให้คุณมองเห็นเสน่ห์ของสิ่งรอบตัวก็เป็นได้ 

 

ที่ตั้ง ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร 20 ถนนบรมราชชนนี แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 

 

 

อาคารพัสดุยศเส (ตึกแดง) 

อาคารพัสดุยศเสอายุเฉียดร้อยปีแห่งนี้ พนักงานการรถไฟฯ รู้จักกันดีในชื่อ ‘ตึกแดง’ สร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บพัสดุจากการสร้างอุโมงค์ขุนตาน และการก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ ออกแบบโดยหลวงสุขวัฒน์ ในสมัยที่พระยาสารศาสตร์ ศิริลักษณ์ เป็นผู้บัญชาการกรมรถไฟ ตัวอาคาร 3 ชั้นลักษณะครึ่งอิฐครึ่งไม้ วางผังในลักษณะตัวยู ปีกกลางของตึกแดงเป็นโครงสร้างไม้และคานเหล็ก นอกจากความโดดเด่นของอิฐแดง เสน่ห์ของอาคารแห่งนี้ยังอยู่ที่ลายฉลุไม้ ระแนง และบันไดไม้สักโบราณกึ่งเวียนขึ้นไปชั้น 2 และชั้น 3 และระเบียงทางเดินตลอดแนวอาคารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 

 

พ.ศ. 2549 อาคารแห่งนี้ได้รับคัดเลือกจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นอาคารรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและอาคารสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็นที่ทำการหลักของการรถไฟฯ หากใครอยากจะแวะเวียนไปเก็บภาพความขลังของประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ถ้าไปในเวลาทำการอาจเดินชมได้แค่ภายนอกเท่านั้น 

 

ที่ตั้ง เลขที่ 1 การรถไฟแห่งประเทศไทย แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 

 

 

สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย 

หนึ่งในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ถูกขนานนามว่าสวยที่สุดในไทย ฝีมือการออกแบบโดย รศ. ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ ปรมาจารย์ผู้ชำนาญเรื่องสถาปัตยกรรมไทย ภายในสถานีถ่ายทอดความวิจิตรของท้องพระโรงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดดเด่นด้วยเสาสดุมภ์บริเวณทางเดิน ลงลายกระเบื้องเป็นดอกพิกุล ปลายเสาประดับด้วยบัวจงกลปิดทองคำเปลว พื้นและผนังจำลองมาจากกำแพงเมือง ประดับด้วยเสาเสมาของพระบรมมหาราชวัง เพดานเป็นลายฉลุแบบดาวล้อมเดือน ปิดทองคำเปลว และด้วยโลเคชันที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่อนุรักษ์เกาะรัตนโกสินทร์ (ชั้นใน) ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ จึงเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น พระบรมมหาราชวัง, มิวเซียมสยาม, วัดโพธิ์, วัดพระแก้ว, บ้านหม้อ และปากคลองตลาด 

 

ที่สำคัญบริเวณทางออก 1 ถูกเนรมิตให้กลายเป็น Site Museum พิพิธภัณฑ์ใต้ดินแห่งแรกของประเทศไทย เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นเศษกระเบื้อง, เครื่องปั้นดินเผา, เครื่องเคลือบ, เครื่องแก้ว, เกือกม้า, โครงกระดูกวัว ไปจนถึงฐานรากของท้องพระโรง (วังกรมหลวงอดิศรอุดมเดช) ที่ค้นพบระหว่างก่อสร้างมิวเซียมสยามใน พ.ศ. 2549 

 

ที่ตั้ง สถานีอยู่บริเวณสี่แยก ถนนสนามไชย ถนนมหาราช ถนนจักรเพชร และซอยราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ  

 

 

สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา 

สวนลอยฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย และสวนลอยฟ้าข้ามแม่น้ำแห่งแรกของโลก พื้นที่สาธารณะที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ซึมซับภูมิทัศน์ของกรุงเทพฯ มุมสูงได้แบบ 360 องศา และน่าจะเป็นจุดเดียวที่คุณจะได้เห็นเสน่ห์ของเมืองเก่าและเมืองใหม่ในเวลาเดียวกัน เพราะเมื่อมองไปยังฝั่งเกาะรัตนโกสินทร์ ภาพของสะพานพุทธและวัดอรุณเป็นตัวแทนความรุ่งเรืองในอดีต แต่แค่เพียงหันหลังกลับ ตึกสูงระฟ้าที่อยู่ในย่านสีลม สาทร เจริญกรุง คือสัญลักษณ์ความรุ่งเรืองของกรุงเทพฯ บทใหม่ 

 

สะพานแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร โดยการปรับปรุงโครงสร้างเดิมของรางรถไฟฟ้าลาวาลินที่ถูกทิ้งร้างกว่า 36 ปี ให้กลายเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้า พร้อมมุมพักผ่อน ทางเดิน และทางจักรยาน ความยาว 280 เมตร ความกว้าง 8.50 เมตร ท่ามกลางความร่มรื่นของพันธุ์พืชที่เหมาะกับสภาพอากาศของกรุงเทพฯ เช่น ต้นมะกอกน้ำ, ชาข่อย, ใบต่างเหรียญ, รัก, หญ้าหนวดแมว, ยี่โถ, ชงโค, ต้อยติ่ง, เอื้องหมายนา ฯลฯ ที่ไม่เพียงเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง แต่ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศโดยรวมอีกด้วย

 

ที่ตั้ง: ถนนพระปกเกล้า แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

 

 

สวนป่าเบญจกิติ 

สวนสาธารณะที่ตั้งใจปั้นให้เป็น ‘โมเดลป่ากลางเมือง’ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศของเมืองให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เริ่มจากการปรับพื้นที่นับพันของอดีตโรงงานยาสูบแปลงนี้ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว ออกแบบให้เป็นสวนแบบวนเกษตรที่ประกอบด้วยพรรณไม้พื้นบ้านและพรรณไม้ชายน้ำ กลายเป็นพื้นที่การเรียนรู้เรื่องพรรณไม้ในระบบนิเวศ ทั้งพรรณไม้ป่าชายเลน พรรณไม้บึงน้ำจืด พรรณไม้ป่าดิบลุ่มต่ำ และพรรณไม้ป่าดิบแล้ง เพื่อสร้างระบบนิเวศเลียนแบบธรรมชาติที่สมบูรณ์ ขุดบึงน้ำ 4 บึง รองรับน้ำได้ถึง 128,000 ลูกบาศก์เมตร เก็บรักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมไว้ 1,733 ต้น และเพิ่มพรรณไม้ที่เป็นพืชท้องถิ่นเดิมในบริเวณกรุงเทพมหานครกว่า 300 ชนิด จำนวน 7,155 ต้น  ที่สำคัญสวนขนาดใหญ่นี้จะทำหน้าที่เป็นฟองน้ำที่รับเอาน้ำที่ระบายไม่ทันและกำลังท่วมขังมากักเก็บ และช่วยบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ กลายเป็นพื้นที่หน่วงน้ำในกรณีที่มีน้ำมากเกินความจำเป็น และเป็นสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานคร 

 

ไฮไลต์ของที่นี่คือ สกายวอล์ก ระยะทาง 1.6 กิโลเมตรที่สามารถเดินเชื่อมไปถึงสวนลุมพินี เชื่อมต่อไปสะพานเขียว และเชื่อมไปยังพื้นที่สวนน้ำที่อยู่ส่วนหน้าของสวนเบญจกิติ รวมไปถึงโครงสร้างภายในสวนมีการออกแบบให้เป็นทางเดินลัดเลาะชมธรรมชาติ 5.8 กิโลเมตร เส้นทางวิ่ง 2.8 กิโลเมตร และเส้นทางจักรยาน 3.4 กิโลเมตร เอาเป็นว่าใครที่อยากเห็นสารพัดวิธีสร้างความสุขง่ายๆ ของคนเมือง คุณจะได้เห็นภาพเหล่านั้นในพื้นที่สีเขียวแห่งนี้  

 

ที่ตั้ง ระหว่างถนนรัชดาภิเษกและถนนดำรงค์พิทักษ์

 

 

เพื่อไม่ให้การออกไปค้นหามุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ ทั้ง 5 โลเคชันได้มาแค่พอร์ตใหม่สำหรับช่างภาพ หรือโปรไฟล์ใหม่สำหรับคนชอบถ่ายรูป ถือโอกาสนี้ส่งภาพถ่ายเข้าร่วมประกวดในโครงการ ‘ASSETWISE PHOTO CONTEST 2022’ โครงการที่ ‘แอสเซทไวส์’ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด ‘ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ’ หรือ ‘We Build Happiness’ ร่วมกับ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ Colorful Bangkok 2022 จัดขึ้นเพื่อให้บุคคลทั่วไป และคนที่รักการถ่ายภาพนำเสนอมุมมองแห่งความสุข และความเป็นเมืองของกรุงเทพฯ ผ่านภาพถ่ายของผู้คน เมือง วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยว ผ่าน 2 หัวข้อ ได้แก่  

 

  • Happiness Has No Conditions: ภาพถ่ายเกี่ยวกับ ‘ผู้คนและการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์’ โดยเป็นภาพที่สะท้อนมุมมองความสุขของการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ ของผู้คน  
  • Unseen Happiness: ภาพถ่ายเกี่ยวกับ ‘Creative Bangkok Cityscape’ โดยเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงภูมิทัศน์ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไม่จำกัดว่าเป็นมุมสูง หรือมุมบนพื้น ผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์

 

โดยภาพที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 จนถึงวันหมดเขตรับสมัคร ใช้กล้องดิจิทัลได้ทุกรูปแบบรวมถึงสมาร์ทโฟน สามารถส่งภาพเข้าประกวดได้ไม่เกิน 10 ภาพ ต่อ 1 หัวข้อ และสามารถเปลี่ยนภาพถ่ายที่ส่งประกวดได้ตลอดเวลาจนถึงวันปิดรับการส่งภาพถ่าย  

 

ผู้ชนะเลิศในแต่ละหัวข้อ จะได้รับเงินรางวัลผลงานละ 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ และยังมีรางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยมให้ในแต่ละหัวข้อ จำนวน 10 รางวัล เงินรางวัลผลงานละ 5,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งสิ้น 300,000 บาท 

 

ประกาศผลภาพถ่ายที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย รวมถึงประกาศผลการตัดสินภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ผ่านทาง www.rpst.or.th 

 

สมัครและส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2566 http://www.rpst.or.th/assetwise-photo-contest-2022/   

 

ประกาศผลภาพถ่ายที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย รวมถึงประกาศผลการตัดสินภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ทาง www.rpst.or.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 09 7250 0058 หรือ [email protected] 

 

อ้างอิง: 

The post สะพายกล้องตามรอย ‘5 Best Spot in Bangkok’ โลเคชันที่ช่างภาพเขารู้กัน เราจึงอยากให้คนรักการถ่ายภาพทุกคนได้รู้จัก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Travel Trend 2023: จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในวงการท่องเที่ยวปี 2023 https://thestandard.co/travel-trend-2023/ Fri, 06 Jan 2023 00:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=733289

หลังโลกเหี่ยวเฉาจากการแพร่ระบาดมานานเกือบ 3 ปีเต็ม ในที […]

The post Travel Trend 2023: จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในวงการท่องเที่ยวปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังโลกเหี่ยวเฉาจากการแพร่ระบาดมานานเกือบ 3 ปีเต็ม ในที่สุดโลกก้าวพ้นสู่ยุคหลังโควิดอย่างเป็นทางการ ผู้คนจำนวนมากกลับมาเดินทางลัดฟ้าไปมาหาสู่กันอีกครั้ง พรมแดนระหว่างประเทศเปิดออก นักเดินทางปักหมุดยังจุดหมายปลายทางที่เคยคิดถึงอีกครั้ง

 

ขณะที่ปี 2022 เป็นการเดินทางสู่จุดหมายปลายทางที่เราคุ้นเคยเพื่อเยียวยาความโหยหาและคิดถึง ในปี 2023 นักเดินทางจะมองหาประสบการณ์ที่ก้าวไปอีกระดับ ลึกซึ้งมากขึ้น เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ใส่ใจสิทธิประโยชน์มากขึ้น ขณะเดียวกันบิ๊กเทรนด์อย่างการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลกกลับซึมลึกเข้าสู่วิถีนักเดินทางอย่างเป็นธรรมชาติ กลายเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่นักเดินทางต่างพึงใส่ใจและปฏิบัติ

 

โลกแห่งการท่องเที่ยวในปี 2023 จะมีหน้าตาเช่นไรนั้น นี่คือ 7 เทรนด์ท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ 

 

 

ทริปเดินทางเพื่อพัฒนาตนเองจะได้รับความสนใจ

หลังจากเดินทางเพื่อการพักผ่อนและสนุนสนานในช่วงปลายปี 2022 ช่วงกลางปี 2023 เป็นต้นไป ผู้คนจะเริ่มมองหาทริปเดินทางที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น หรืออาจเป็นการเดินทางที่มีส่วนช่วยพัฒนาหรือเพิ่มคุณภาพชีวิตตนเอง การเลือกเนื้อหากิจกรรมกลายเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจการเดินทาง แทนจุดหมายปลายทางหรือเมืองต่างๆ จากประเทศทั่วโลก หลายโรงแรมและรีสอร์ตพยายามสร้างจุดเด่นเพื่อดึงดูดนักเดินทาง ตัวอย่างเช่น หลายคนอาจปักหมุดเดินทางไป Kamalaya Resort สมุย เพราะอยากร่วม Wellness Programs เพื่อบำบัดอาการต่างๆ ของตน หรือนักเดินทางอาจเลือกปักหมุดยังภูเก็ต พังงา บาหลี เพื่อเรียนเซิร์ฟโดยเฉพาะ 

 

 

ทีวีกำลังเข้ามาแทนที่ Instagram ในฐานะผู้มีอิทธิพลด้านการเดินทาง

Set Jetting หรือ Film Tourism ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ทว่าการแพร่ระบาดของโควิดทำให้เทรนด์นี้หวนกลับมาอีกครั้ง ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาผู้คนใช้วันหยุดไปกับการดูรายการในสตรีมมิงมากกว่าออกนอกบ้าน หลายจุดหมายปลายทางในละคร ภาพยนตร์ สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาอยากเดินทาง หรืออยากเป็นดั่งตัวเอก 

 

ข้อมูลล่าสุดจาก Netflix เผยว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำรายการ ละคร และภาพยนตร์ กลายเป็นสถานที่ชื่นชอบของนักเดินทาง เช่น ปารีส กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง มียอดจองที่พักในปี 2023 สูงกว่าช่วงแพร่ระบาดมากถึง 20% เป็นผลมาจากซีรีส์เรื่อง Emily in Paris (อ้างอิงจากรายงานของ Expedia) หรือหลายคนเลือกเดินทางไปนิวซีแลนด์อีกครั้งเพื่อสัมผัสประสบการณ์ของ Middle Earth จาก The Lord of the Rings: The Rings of Power 

 

 

นิยามใหม่ของ All-Inclusive ที่ได้คุณภาพมากกว่าเดิม

แพ็กเกจที่พักแบบ All-Inclusive ไม่ค่อยได้รับความนิยมจากนักเดินทางระดับลักชัวรีเท่าไร เพราะพวกเขาเชื่อว่าคุณภาพของเครื่องดื่มและอาหารนั้นไม่ดีเท่ากับการจ่ายเอง ทว่าหลังการแพร่ระบาดโควิด พฤติกรรมของนักเดินทางเปลี่ยนไป พวกเขาพยายามหลีกหนีความวุ่นวายจากผู้คน และเลือกใช้ที่พักมากดาวมาปรนเปรอตัวเองในวันหยุด แทนที่จะออกไปเที่ยวด้านนอก 

 

ในปี 2023 เราจึงเห็นโรงแรมและรีสอร์ตหรูหันมาจัดแพ็กเกจแบบ All-Inclusive มากขึ้น และเป็น All-Inclusive แบบคุณภาพ ที่สร้างนิยามใหม่ให้แก่บริการ All-Inclusive ไม่ได้แค่เสิร์ฟแต่อาหารแบบบุปเฟต์ หรือบังคับทำกิจกรรมที่ไม่น่าสนใจ แต่อาหารที่รวมอยู่เหล่านั้นจะต้องเลือกสั่งได้ อร่อย และมีคุณภาพ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่มีให้ทำตลอดการเข้าพักจะเป็นกิจกรรมยอดนิยมหรือเอื้อต่อชุมชน แน่นอนว่าตอนนี้มีหลายที่พักเริ่มทำกันบ้างแล้ว เช่น The Gallivant ที่สหราชอาณาจักร, Les Maisons de Campagne ของฝรั่งเศส หรือ Ikos แห่งใหม่ในมายอร์กา

 

 

คุณภาพการนอนกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจเลือกที่พัก

ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด การนอนเป็นแค่กิจวัตรประจำวันของการนักเดินทาง แต่ปัจจุบันปัญหาออฟฟิศซินโดรม ความวุ่นวาย ความเครียดของคนเมือง ส่งผลให้คนหลับนอนหลับยากขึ้น การนอนอย่างมีคุณภาพจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นักเดินทางเลือกคำนึงก่อนตัดสินใจเลือกที่พักใดที่พักหนึ่ง เตียงนอนนอนดีไหม? มีเมนูหมอนให้เลือกสรรหรือเปล่า หรือถ้ารายใดเป็น Wellness Retreat ก็อาจดูลึกถึงว่ามีโปรแกรมบำบัดเพื่อการนอนหรือไม่ อย่างไรก็ดี Sleep Tourism เป็นเทรนด์ที่ก่อตัวอย่างเงียบๆ ในปีที่ผ่านมา มีหลายโรงแรมเริ่มโปรโมตนักเดินทางด้วยการนอน มีการผุด Sleep Concierge ขึ้นเพื่อดูแลเรื่องการนอนของแขกโดยเฉพาะ รวมถึงแบรนด์เครื่องนอนชื่อดัง Hästens ของสวีเดน ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดโรงแรมเพื่อนอนหลับเป็นของตนเองในชื่อ Hästens Sleep Spa Hotel ทางตอนกลางของโปรตุเกส 

 

 

การท่องเที่ยวแบบรักษ์โลกซึมลึกสู่วิถีนักเดินทางอย่างเป็นธรรมชาติ

ภาวะโลกรวนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่คนทั่วโลกต่างตระหนักและจำต้องช่วยกันพยุง ก่อนที่โลกของเราจะก้าวข้ามเข้าสู่จุดที่ไม่สามารถหวนกลับได้ เมื่อธรรมชาติเปลี่ยน พฤติกรรมเราต้องเปลี่ยนตาม ในปีนี้มาตรฐานความยั่งยืนและดูแลสิ่งแวดล้อมจะเป็นนโยบายหลักที่คนในวงการท่องเที่ยวใส่ใจและคำนึงเป็นสิ่งแรก รีสอร์ตและโรงแรมใหญ่ล้วนเลิกใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกอื่นๆ ด้วย นักเดินทางไม่ว่าจะเป็นสายบุกป่าฝ่าดง หรือนอนเอื่อยในโรงแรม ต่างหันมาสนับสนุนโรงแรมและผู้ประกอบการที่คำนึงถึงความยั่งยืนเป็นอันดับแรก ฉะนั้นใครไม่ปรับเปลี่ยนอาจกลายเป็นตัวเลือกรั้งท้ายสำหรับนักเดินทาง 

 

และไม่ใช่แค่โรงแรมที่พักเท่านั้น แต่พฤติกรรมสนับสนุนความยั่งยืนยังส่งให้ผลนักเดินทางเลือกเดินทางแบบไฮบริด คือ การเดินทางหลายรูปแบบในหนึ่งทริป เช่น ใช้เครื่องบินเดินทางข้ามพรมแดนในเส้นทางระยะไกล และเลือกนั่งรถไฟ รถบัส หรือเรือ แทนการนั่งเครื่องบินในเส้นทางระยะสั้น หรือเลือกเที่ยวแบบโรดทริปหลังจากนั่งเครื่องบินมาแล้วหนึ่งต่อ

 

 

ที่พักแบบบูติก ยูนีก และมีดีไซน์ จะได้รับความนิยมมากกว่าโรงแรมใหญ่

โควิดทำให้นักเดินทางสนใจโรงแรมใหญ่ด้วยเหตุผลเรื่องมาตรฐานความสะอาด และการเผชิญโรคระบาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้พวกเขาพบว่าประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่ก็สำคัญต่อการใช้ชีวิต นั่นทำให้ที่พักแบบ Boutique Hotel หรือ Airbnb อย่างเช่น ปราสาทเก่า กระโจมกลางป่า บ้านต้นไม้ หรือที่พักอื่นๆ ที่ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ ได้รับความนิยมมากขึ้นในปีนี้ โรงแรมใหญ่ยังคงได้รับความนิยมเช่นเคย แต่ผู้คนจะหันเหไปสรรหาความแปลกใหม่เพื่อประสบการณ์ชีวิตมากกว่า

 

 

Work from Roam คือนิยามใหม่ของ Work from Home

แม้จะเป็นเทรนด์ที่เราไม่ชอบเท่าไรนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกหลังโควิดนั้นหมุนมาทางนี้จริงๆ การแพร่ระบาดใหญ่ทำให้คนทั่วโลกหันมาปรับพฤติกรรมการทำงานแบบ Work from Home คือไม่จำเป็นต้องมาทำงานยังที่ทำงาน แต่อยู่บ้านก็สามารถทำงานได้ พอพรมแดน การทำงานแบบ WFH ยังคงอยู่ หากแต่ปรับเปลี่ยนเป็น Work from Roam อย่างไรน่ะเหรอ ในเมื่อจะทำงานที่บ้าน หรือคาเฟ่ ก็สามารถทำงานแบบ Remote Working ได้เหมือนกัน ผู้คนจึงตัดสินใจเดินทางพร้อมกับทำงานในวันปกติไปด้วย อารมณ์วันนี้บ้านของฉันอยู่ที่โรงแรมหนึ่งในลอนดอน แต่อีกวันบ้านก็อยู่ในฝรั่งเศส เมื่อโลกหมุนมาทางนี้ นักเดินทางจึงมองหาที่พักที่เหมาะสมกับการทำงาน เช่น มีห้องกว้าง มีปลั๊กเยอะ อินเทอร์เน็ตแรง หรือมี Co-working Space อยู่ใกล้ๆ เป็นต้น

 

ภาพ: Shutterstock, Netflix, Airbnb, Hästens

อ้างอิง:

The post Travel Trend 2023: จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในวงการท่องเที่ยวปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุโมงค์หน้าพระลาน เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 1 ม.ค. เดินเที่ยววัดชมวังได้สะดวก ไม่ต้องกลัวอุบัติเหตุ https://thestandard.co/na-phra-lan-01012566/ Sat, 31 Dec 2022 11:13:35 +0000 https://thestandard.co/?p=731404

เริ่มต้นปีใหม่ 2566 กับสิ่งใหม่ กรุงเทพมหานครประกาศเปิด […]

The post อุโมงค์หน้าพระลาน เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 1 ม.ค. เดินเที่ยววัดชมวังได้สะดวก ไม่ต้องกลัวอุบัติเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เริ่มต้นปีใหม่ 2566 กับสิ่งใหม่ กรุงเทพมหานครประกาศเปิดใช้งาน ‘อุโมงค์หน้าพระลาน’ อย่างเป็นทางการวันที่ 1 มกราคม 2566 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนชาวไทยที่เดินทางสักการะขอพรพระแก้วมรกตและชมความงดงามของพระบรมมหาราชวัง

 

อุโมงค์หน้าพระลาน จะอยู่บริเวณเดียวกับสนามหลวง ฝั่งเดียวกับประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง เชื่อมต่อไปยังศาลหลักเมือง หน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ และสนามหลวง โดยมีทั้งหมด 4 ประตูทางออก ได้แก่ 

 

ทางออก 1: สนามหลวง / ท่าพระจันทร์

ทางออก 2: กรมศิลปากร 

ทางออก 3: ศาลหลักเมือง 

ทางออก 4: พระบรมมหาราชวัง / วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

 

ภายในอุโมงค์มีระบบระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย ระบบสปริงเกอร์ดับเพลิงอัตโนมัติ เครื่องตรวจจับควัน ป้ายทางออกฉุกเฉิน ฯลฯ นักท่องเที่ยวที่แวะเวียนจะได้ชมภาพเก่าหาชมยากของกรุงรัตนโกสินทร์ประดับอยู่ตามผนังกำแพง มีห้องน้ำชายหญิงไว้ให้บริการ พร้อมจุดบริการประชาสัมพันธ์ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังด้วย

 

อุโมงค์หน้าพระลาน เปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

 

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง:

The post อุโมงค์หน้าพระลาน เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 1 ม.ค. เดินเที่ยววัดชมวังได้สะดวก ไม่ต้องกลัวอุบัติเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ปลายทาง ปลายปี ที่…ภูลังกา | Relationtrip EP.8 https://thestandard.co/relationtrip-ep8/ Sat, 31 Dec 2022 11:00:46 +0000 https://thestandard.co/?p=731344

การเดินทางทริปสุดท้ายของอวัชกับ Relationtrip ในซีซันนี้ […]

The post ชมคลิป: ปลายทาง ปลายปี ที่…ภูลังกา | Relationtrip EP.8 appeared first on THE STANDARD.

]]>

การเดินทางทริปสุดท้ายของอวัชกับ Relationtrip ในซีซันนี้ ที่จะพาคุณไปสัมผัสบรรยากาศดีๆ ที่ภาคเหนืออย่างจังหวัดพะเยา ครั้งนี้อวัชมุ่งหน้าไปยังภูลังกา จุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา หุบเขาที่เงียบและสงบปนเหงา… จนทำให้คิดถึงใครบางคน

 

“การที่ได้มาดูวิวผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งเล็กๆ แต่ว่าภาพนี้มันจะถูกจดจำเอาไว้ข้างในเรา” อวัช

 

ขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกคนที่ออกเดินทางด้วยกันใน Relationtrip ซีซันนี้ ขอบคุณผู้ติดตามรายการทุกคนที่พาพวกเราเดินทางมาถึงวันนี้ ถ้ามีโอกาสหวังว่าพวกเราจะได้ออกเดินทางพร้อมกันอีกครั้งหนึ่งในเร็วๆ นี้

 

ร่วมออกเดินทางพร้อมกับ อัด อวัช ในรายการ Relationtrip ทาง YouTube และ Facebook ของ THE STANDARD POP เท่านั้น

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/pop/

The post ชมคลิป: ปลายทาง ปลายปี ที่…ภูลังกา | Relationtrip EP.8 appeared first on THE STANDARD.

]]>