Living – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 22 Nov 2025 05:19:01 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่อากาศเย็นกำลังดี https://thestandard.co/life/friluftsliv-happiness-cool-outdoors/ Sat, 22 Nov 2025 05:19:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1146087 Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่อากาศเย็นกำลังดี

Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่ […]

The post Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่อากาศเย็นกำลังดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่อากาศเย็นกำลังดี

Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่อากาศเย็นกำลังดี

 

พอเข้าสู่ช่วงปลายปี อากาศในไทยก็เริ่มเย็นแบบที่สัมผัสได้ เลยเป็นช่วงดี ๆ ที่ชวนให้เราออกมาหาความสุขนอกบ้านกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรับลมยามเช้า เดินเล่นรอบบ้าน หรือจิบอะไรอุ่น ๆ บนระเบียง บรรยากาศแบบนี้เหมาะกับการพักใจแบบสุดๆ และนี่เองที่ทำให้เรานึกถึงแนวคิด Friluftsliv แนวคิดที่ว่าด้วยเรื่อง การชีวิตกลางแจ้ง จากนอร์เวย์ที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ซึ่งถูกพูดถึงครั้งแรกโดย Henrik Ibsen นักเขียนคนสำคัญของประเทศ แนวคิดนี้เชื่อในคุณค่าของการใช้เวลาในธรรมชาติแบบเรียบง่าย ไม่ต้องผจญภัย ไม่ต้องพิชิตยอดเขา แค่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้อยู่กลางอากาศดี ๆ อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด เพื่อให้ใจเบาลงและกลับมาเชื่อมโยงกับโลกอย่างสบาย ๆ

 

Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่อากาศเย็นกำลังดี 1 Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่อากาศเย็นกำลังดี 2

 

และในวันที่อากาศเย็นกำลังดีแบบนี้ เราก็สามารถใช้ Friluftsliv ได้ง่ายมาก แม้อยู่ที่บ้านเองก็ตาม ไม่ต้องมีป่าหรือภูเขา แค่พาตัวเองออกมานอกตัวบ้านสักสิบห้านาที นั่งรับแดดบนชานบ้าน เดินเล่นในสวนเล็ก ๆ หรือคุยกับคนในครอบครัวท่ามกลางลมเย็น ก็ถือว่าได้สัมผัส Friluftsliv แบบเต็ม ๆ แล้ว หัวใจของแนวคิดนี้คือการใช้ธรรมชาติรอบตัวอย่างที่มันเป็น ไม่ต้องจัดฉาก ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์เยอะ แค่เปิดประตูออกไปหาลม แสงแดด และสีเขียวรอบ ๆ ตัว ก็เพียงพอให้บ้านของเรามีมุมความสุขเพิ่มขึ้นอีกนิดในฤดูหนาวนี้

 

Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่อากาศเย็นกำลังดี 3

The post Friluftsliv แนวคิดการมีความสุขกลางแจ้งที่เหมาะกับวันที่อากาศเย็นกำลังดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Brand Films 101: เมื่อ ‘แสนสิริ’ ไม่ได้ขายบ้าน แต่ขายโมเมนต์ ‘ชีวิตดีทุกวัน’ ผ่านเลนส์ขาว-ดำสุดคูล [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/brand-films-101/ Thu, 22 May 2025 08:04:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1076807 Brand Films 101

ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ ‘สินค้า’ แต่โหยหา ‘ความ […]

The post Brand Films 101: เมื่อ ‘แสนสิริ’ ไม่ได้ขายบ้าน แต่ขายโมเมนต์ ‘ชีวิตดีทุกวัน’ ผ่านเลนส์ขาว-ดำสุดคูล [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Brand Films 101

ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ ‘สินค้า’ แต่โหยหา ‘ความหมาย’ และ ‘ประสบการณ์’ การสื่อสารของแบรนด์จึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่การตะโกนบอกว่า ‘ฉันดีอย่างไร’ แต่เป็นการกระซิบเบาๆ ผ่านเรื่องราวที่จับใจ ให้ผู้คนรู้สึกร่วมและผูกพัน 

 

แพลตฟอร์มหนึ่งที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์กับผู้คนในยุคนี้ก็คือ ‘Brand Films’ ที่ไม่ใช่แค่โฆษณาขายของแบบเดิมๆ แต่เป็นการลงทุนสร้างสรรค์เรื่องเล่าที่ลึกซึ้งและน่าจดจำ

 

ลองนึกภาพตามง่ายๆ Brand Films ไม่ได้พยายามยัดเยียดให้คุณซื้อคอนโดหลังใหม่ในทันทีที่ดูจบ แต่จะพาคุณไปสัมผัสกับ ‘ชีวิตที่ดี’ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่นั้นๆ ผ่านภาพสวยๆ เรื่องราวอบอุ่น หรือแม้แต่จังหวะดนตรีที่ปลุกเร้าอารมณ์ มันคือการสร้าง ‘ภาพจำ’ และ ‘ความรู้สึก’ ที่แข็งแรงให้กับแบรนด์ ซึ่งในระยะยาว สิ่งเหล่านี้มีพลังมากกว่าการลดราคาหรือโปรโมชันฉาบฉวยเสียอีก

 

ส่องปรัชญา ‘ชีวิตดี ทุกวันที่บ้าน’ ผ่านเลนส์ Brand Films ของแสนสิริ

 

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจและสะท้อนการใช้ Brand Films ได้อย่างเห็นภาพคือแคมเปญล่าสุด ‘Every day… Life is good ทุกวัน ชีวิตดี’ จากแสนสิริ ที่เลือกจะเล่าเรื่องผ่าน Brand Films ถึง 12 เรื่อง 

 

 

แต่ละเรื่องคือภาพแทนของ ‘โมเมนต์’ ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นความสุขของครอบครัวหลากหลายเจเนอเรชัน คู่รักข้าวใหม่ปลามัน คนโสดที่รักอิสระ หรือแม้แต่มิตรภาพระหว่างเพื่อนบ้านและน้องหมาแสนรัก  

 

ความน่าสนใจคือการเลือกใช้สไตล์การถ่ายทำแบบ ‘Cinematic’ ในโทนภาพขาว-ดำที่ทรงพลัง ซึ่งตัดกับเพลงประกอบแนว Electro Funk อย่าง ‘Don’t Wait Up’ ของวง Midnight Generation ที่ใส่จังหวะสนุกๆ เข้าไป 

 

นี่คือการจงใจสร้าง ‘ความแตกต่าง’ ที่สะท้อน DNA ของแสนสิริที่ไม่เหมือนใคร และที่สำคัญ ทุกฉากทุกตอนถ่ายทำในโครงการจริงของแสนสิริ เพื่อให้เห็นว่า ‘ชีวิตที่ดี’ นั้นเริ่มต้นได้จากที่ ‘บ้าน’ ที่ซึ่งเราใช้เวลาในทุกๆ วัน  

 

ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาดของแสนสิริ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “สิ่งสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ คือเราเชื่อมั่นในเรื่องการสื่อสารแก่นแท้ของแบรนด์ ที่ยึดมั่นในปรัชญาของ Constructing Life, Not Just Building กล่าวคือ แสนสิริมุ่งมั่นในการสร้างบ้านที่มากกว่าที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างความสุขให้กับทุกคน” 

 

 

คำพูดนี้ตอกย้ำว่า Brand Films ทั้ง 12 เรื่อง ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อขายบ้าน แต่เพื่อสื่อสารปรัชญาที่ลึกซึ้งกว่านั้น  

 

Brand Films ไม่ใช่ TVC ตอนยาว แต่มันคือ ‘ศิลปะ’ ของการเล่าเรื่อง

 

หลายคนอาจจะสับสนว่า Brand Films ต่างจากโฆษณาทางทีวี (TVC) แบบเดิมๆ อย่างไร คำตอบง่ายๆ คือ Brand Films ให้อิสระในการเล่าเรื่องมากกว่า ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบเวลาสั้นๆ หรือต้องเน้นการขายสินค้าอย่างโจ่งแจ้ง 

 

แต่การใช้ ‘ศิลปะ’ ของภาพยนตร์มาสร้างสรรค์เรื่องราวที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิด หรือสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้ชมได้ยาวนานกว่า

 

หัวใจสำคัญของ Brand Films คือการหา ‘แก่นแท้’ (Essence) ของแบรนด์ให้เจอ แล้วนำมาขยี้ผ่านเรื่องเล่าที่ ‘จริง’ และ ‘เชื่อมโยง’ กับชีวิตของผู้คนได้ 

 

 

เหมือนที่แสนสิริพยายามจะบอกว่า “เพราะเราเข้าใจว่า วันนี้สภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับไลฟ์สไตล์ และความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันในแบบเฉพาะตัว แสนสิริจึงมุ่งมั่นในการศึกษาความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง พิถีพิถันและ customized ทุกรายละเอียด เพื่อออกแบบและสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล” 

 

Brand Films จึงเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยม  

 

การที่แบรนด์กล้าที่จะลงทุนกับ Brand Films นั่นหมายถึงการมองเกมยาว พวกเขาไม่ได้หวังผลแค่ยอดขายในระยะสั้น แต่กำลังสร้าง ‘สินทรัพย์ทางอารมณ์’ (Emotional Equity) ที่จะผูกมัดใจลูกค้าไว้กับแบรนด์ในระยะยาว 

 

เมื่อผู้คนรู้สึกดีกับแบรนด์ เชื่อมั่นในปรัชญาของแบรนด์ โอกาสที่พวกเขาจะเลือกแบรนด์นั้นๆ เมื่อถึงเวลาที่ต้องการสินค้าหรือบริการย่อมมีสูงกว่าคู่แข่งที่เน้นแต่การแข่งขันด้านราคา

 

อนาคตของ Brand Films กับการสร้าง ‘ตัวตน’ ที่จับต้องได้

 

ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและการแข่งขันที่ดุเดือด Brand Films กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้าง ‘ตัวตน’ (Brand Identity) ที่ชัดเจนและแตกต่างออกมาจากคู่แข่งได้ มันไม่ใช่แค่การสื่อสารแบบทางเดียว แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้เข้ามามี ‘ประสบการณ์ร่วม’ ผ่านเรื่องราวที่แบรนด์นำเสนอ

 

การสร้าง Brand Films ที่ดีต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้งว่าพวกเขาสนใจอะไร มีความฝันแบบไหน หรือกำลังมองหาอะไรในชีวิต จากนั้นจึงนำอินไซต์เหล่านั้นมาพัฒนาเป็นเรื่องราวที่ ‘โดนใจ’ และสามารถสร้าง ‘อิมแพ็กต์’ ในวงกว้างได้ เหมือนที่แคมเปญของแสนสิริพยายามจะสื่อสาร 12 โมเมนต์แห่งความสุข ที่สะท้อนภาพชีวิตในแบบที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง  

 

Brand Films 101

 

เมื่อ Brand Films ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่ ‘โฆษณา’ แต่เป็น ‘คอนเทนต์’ ที่มีคุณค่าในตัวเอง มันจะสามารถเดินทางไปได้ไกลกว่าช่องทางเดิมๆ ของแบรนด์ ผู้คนจะเต็มใจที่จะ ‘แชร์’ และ ‘พูดถึง’ ด้วยความรู้สึกชื่นชม กลายเป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่าสื่อใดๆ เสียอีก 

 

นี่คือเสน่ห์และความท้าทายของ Brand Films ที่นักการตลาดและคนทำโฆษณายุคใหม่ต้องหันมาให้ความสำคัญ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวที่ ‘ใช่’ และ ‘จริงใจ’ เท่านั้นที่จะสามารถเอาชนะใจผู้บริโภคในระยะยาวได้

 

 

มาร่วมดื่มด่ำกับโมเมนต์พิเศษทั้ง 12 เรื่องราวนี้ ได้ที่ https://siri.ly/BtYxlB5 และทุกช่องทางของ Sansiri PLC

The post Brand Films 101: เมื่อ ‘แสนสิริ’ ไม่ได้ขายบ้าน แต่ขายโมเมนต์ ‘ชีวิตดีทุกวัน’ ผ่านเลนส์ขาว-ดำสุดคูล [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ซ่าให้สุดทาง’ แคมเปญใหม่จาก ‘โซดาสิงห์’ เครื่องดื่มแบรนด์แรกในเอเชีย จับมือกับ Harley-Davidson ผสานคาแรกเตอร์ ตอกย้ำแบรนด์โซดาซ่าตัวจริง https://thestandard.co/singha-soda-harley-davidson/ Wed, 27 Nov 2024 11:18:05 +0000 https://thestandard.co/?p=999793

แม้ ‘โซดาสิงห์’ จะอยู่ในตลาดมานานหลายปี แต่ก็ไม่เคยหยุด […]

The post ‘ซ่าให้สุดทาง’ แคมเปญใหม่จาก ‘โซดาสิงห์’ เครื่องดื่มแบรนด์แรกในเอเชีย จับมือกับ Harley-Davidson ผสานคาแรกเตอร์ ตอกย้ำแบรนด์โซดาซ่าตัวจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้ ‘โซดาสิงห์’ จะอยู่ในตลาดมานานหลายปี แต่ก็ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้าง Branding ให้มีสีสันอยู่ตลอดเวลา จนสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่ง และเป็นแบรนด์ที่นั่งอยู่ในใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน 

 

จึงไม่แปลกที่สโลแกน ‘ทุกหยดซ่า โซดาสิงห์’ ยังดูทรงพลังตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ กระทั่งล่าสุดโซดาสิงห์ได้มูฟเมนต์ครั้งใหม่ โดยการร่วมงานกับ Harley-Davidson (ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน) แบรนด์ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ระดับโลกสัญชาติอเมริกัน เปิดตัวแคมเปญ ‘ซ่าให้สุดทาง’ เดินหน้าจัดกิจกรรมแบบจัดเต็มลากยาวจนถึงสิ้นปี เพื่อตอกย้ำแบรนด์โซดาซ่าตัวจริง อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค 

 

หากย้อนไปดูที่ผ่านมา โซดาสิงห์มีพันธมิตรหลากหลายสไตล์เริ่มตั้งแต่ Alex Face ศิลปินไทยผู้สร้างผลงานกราฟฟิตี้ดังไกลทั่วโลก ตามด้วย Mr.Cartoon ศิลปินช่างสักระดับโลก เจ้าของลายสักที่มีเอกลักษณ์บนตัวศิลปินระดับโลกมากมาย, S.V.S.S. และ Dry Clean Only แบรนด์แฟชั่นสตรีทอาร์ตสัญชาติไทย ฯลฯ ที่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานลงบนฉลากลิมิเต็ดเอดิชัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง 

 

 

การร่วมงานของโซดาสิงห์และ Harley-Davidson ในครั้งนี้นับเป็นการคอลลาบอเรชันกับโกลบอลแบรนด์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ที่เคยมีมา และถือได้ว่านี่คือการที่เครื่องดื่มจากเอเชียอย่างโซดาสิงห์ได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Harley-Davidson อีกด้วย 

 

ว่ากันว่าใช้เวลาเจรจาร่วมกันนานกว่า 3 ปีเลยทีเดียว โดย ภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวถึงเป้าหมายของแคมเปญครั้งนี้ว่า แท้จริงแล้วเป็นการสร้างโมเมนตัมให้เกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นสิ่งสะท้อนการไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย เราจะเลือกทำสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะกับแบรนด์ อีกทั้งการได้ร่วมงานกับ Harley-Davidson ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่เขาให้เกียรติมาร่วมงานกับเรา 

 

สิ่งที่น่าสนใจของแคมเปญอยู่ภายใต้คอนเซปต์ ‘ซ่าให้สุดทาง’ เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มารวมกัน ทั้งความซ่าของโซดาสิงห์ในการสร้างทั้งความต่างและแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภค ขณะที่แบรนด์ระดับตำนานของโลกอย่าง Harley-Davidson เป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก 

 

 

ทั้งสองแบรนด์ล้วนมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนและมีประวัติศาสตร์มายาวนาน ครองใจผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มในวงกว้าง

 

 

อีกหนึ่งเป้าหมายของแคมเปญยอดขายเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่โซดาสิงห์อยากสร้างทัศนคติให้กับแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน จนถึงวันนี้แบรนด์ไม่ได้เก่าตามช่วงเวลา แต่ยังพยายามสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ให้ได้ โดยทำให้เห็นว่าโซดาสิงห์เป็นเสมือนพี่ชายที่อยู่เคียงข้างกันไป 

 

 

สำหรับไฮไลต์ความพิเศษของแคมเปญคือ การออกฉลากดีไซน์ลิมิเต็ดเอดิชัน ‘โซดาสิงห์ x Harley-Davidson’ รวมถึงกิฟต์เซ็ตและเสื้อออฟฟิเชียลคอลเล็กชันส่งตรงจาก Harley-Davidson สหรัฐอเมริกา งานนี้นักสะสมหรือแม้แต่สายแฟชั่นทั้งหลายไม่ควรพลาด

 

 

รวมถึงกิจกรรมโรดโชว์ที่เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต, พิษณุโลก, นครราชสีมา, เชียงใหม่ และปิดท้ายที่จังหวัดเชียงราย และในปีนี้โซดาสิงห์ยังร่วมเป็นเจ้าบ้านต้อนรับนักขับขี่จากหลากหลายประเทศทั่วเอเชียในงาน Asia Harley Days ซึ่งถือเป็นการรวมตัวคนรักฮาร์ลีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และจัดคู่กับคอนเสิร์ต Thailand Moto-Music Festival of Asia ที่สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย

 

 

เชื่อว่าแคมเปญ ‘ซ่าให้สุดทาง’ นอกจากจะเป็นการเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมแล้ว ยังจะสามารถส่งต่อความสนุกสนานและสร้างประสบการณ์ที่ดี ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงผู้ขับขี่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นผู้ขับขี่ทั่วเอเชียที่จะมีโอกาสเข้าร่วมงานรวมตัวประจำปีที่กำลังจะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงรายด้วย

 

เรียกได้ว่ากลยุทธ์คอลลาบอเรชันเป็นหัวใจหลักของโซดาสิงห์ที่ทำร่วมกับแบรนด์อื่นๆ มาโดยตลอด และเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้บริโภครอคอยทุกปี ไม่ว่าจะร่วมมือกับใครหรือแบรนด์ไหนก็สามารถครีเอตสิ่งใหม่ๆ ให้กับตลาดและผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี 

 

 

ในอนาคตจะได้เห็นการร่วมงานกับแบรนด์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเลือกร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ ส่วนใหญ่จะพิจารณาจากประวัติที่ยาวนานของแบรนด์ มีคาแรกเตอร์ตรงกัน เป็นกลุ่มโปรดักต์พรีเมียม และตั้งใจสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ หรือจะเรียกได้ว่าทั้งสองแบรนด์จะต้องเสริมภาพลักษณ์ให้กันได้

 

สุดท้ายแล้วการทำตลาดของโซดาสิงห์ไม่มีฉบับตายตัว แต่มีจะปรับเปลี่ยนให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัย เนื่องด้วยวิธีคิดและไอเดียใหม่ๆ จึงทำให้ผู้บริโภครู้สึกมีความผูกพันกับแบรนด์มาอย่างยาวนาน

The post ‘ซ่าให้สุดทาง’ แคมเปญใหม่จาก ‘โซดาสิงห์’ เครื่องดื่มแบรนด์แรกในเอเชีย จับมือกับ Harley-Davidson ผสานคาแรกเตอร์ ตอกย้ำแบรนด์โซดาซ่าตัวจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
19 ปี สยามพารากอน: ยืนหยัดเป็น Global Destination ที่ตอบโจทย์ครบครันทุกมิติ [PR NEWS] https://thestandard.co/19-years-siam-paragon/ Fri, 22 Nov 2024 09:59:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1011679 สยามพารากอน

ถ้าพูดถึง ‘สยามพารากอน’ คุณนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก? &nbs […]

The post 19 ปี สยามพารากอน: ยืนหยัดเป็น Global Destination ที่ตอบโจทย์ครบครันทุกมิติ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สยามพารากอน

ถ้าพูดถึง ‘สยามพารากอน’ คุณนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก?

 

หากมองย้อนกลับไป 19 ปีที่แล้ว เป็นปีที่กำเนิดสยามพารากอน ศูนย์การค้าใจกลางเมืองที่เปลี่ยนวงการศูนย์การค้าไทยไปตลอดกาล

 

ด้วยคอนเซปต์ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา และการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วยความ ‘ใหม่’ อยู่เสมอ ทั้งการเปิดร้านอาหารชื่อดังสาขาแรกที่นี่ ช็อปเสื้อผ้าแฟชั่นที่อัปเดตอยู่ตลอดเวลา หรือกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาที่ไหนไม่ได้

 

 

อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญของสยามพารากอนคือบรรยากาศแห่งความลักชัวรี ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสความหรูหราด้วยการรวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว จนทำให้ปัจจุบันสยามพารากอนกลายเป็น Luxury Destination ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตั้งใจมาสัมผัสประสบการณ์ที่ครบครันและสมบูรณ์แบบที่สุด

 

มหานครแห่งแฟชั่นระดับโลก

 

 

 

สยามพารากอนคือสวรรค์ของเหล่านักช้อปตัวจริง ด้วยการรวบรวมแบรนด์สุดหรูระดับโลกเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่น เครื่องประดับ หรือนาฬิกา นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ทั้งการจัดแฟชั่นโชว์เพื่ออัปเดตเทรนด์ การเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษที่หาได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น และการเปิดป๊อปอัพสโตร์ของแบรนด์ดังที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักช้อป ทำให้สยามพารากอนเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

สวรรค์ของนักชิมตั้งแต่สตรีทฟู้ดถึงมิชลินสตาร์

 

 

19 ปีที่ผ่านมา สยามพารากอนสร้างตำนานร้านอาหารสุดฮิตไว้มากมาย ด้วยการนำร้านดังจากต่างประเทศมาเปิดที่นี่ที่แรก จนกลายเป็นจุดหมายที่นักชิมทั่วไทยต้องมาต่อคิวตั้งแต่ห้างเปิด

 

นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่ร้านอาหารไทยต้นตำรับ ร้านอาหารนานาชาติ ไปจนถึงร้านอาหารที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะยังมีโซนอาหารสตรีทฟู้ดที่คัดสรรเมนูเด็ดจากทั่วประเทศมาให้ลิ้มลอง และมี Food Festival เป็นประจำเพื่อให้ได้ลิ้มลองร้านอาหารใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

ประสบการณ์เหนือระดับที่มากกว่าการช้อปปิ้ง

 

ไม่ได้ตอบโจทย์แค่เหล่านักช้อป เพราะที่สยามพารากอนรวมกิจกรรมและความบันเทิงที่ตอบโจทย์ทุกความชอบ ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์สุดพรีเมียมสำหรับคอหนัง ฟิตเนสใจกลางเมืองสำหรับคนรักสุขภาพ ฮอลล์ใหญ่เพื่อจัดคอนเสิร์ตสำหรับผู้รักในเสียงเพลง หรือนิทรรศการศิลปะที่ผลัดเปลี่ยนตามเทศกาล

 

 

นอกจากนี้ยังมีซีไลฟ์ อควาเรียมขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินไปกับการดูสัตว์น้ำ โดยปัจจุบันคอลแลบกับศิลปินชื่อดังเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้เข้าชมอีกด้วย

 

 

สยามพารากอน แลนด์มาร์กแห่งการเปลี่ยนแปลง 

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนและมีศูนย์การค้าเกิดใหม่อีกมากมายเพียงใด สยามพารากอนยังคงเป็น ‘แลนด์มาร์ก’ ในใจของชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่พัฒนาไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์และวิวัฒนาการของไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

 

 

ด้วยการเป็น ‘ผู้นำ’ พร้อมเปิดประตูสู่โลกแห่งความหรูหรา และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างมากกว่าการช้อปปิ้ง แต่ครอบคลุมทั้ง Luxury Watch Destination และ World Class Food Destination ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้คนทุกมิติแบบไม่มีศูนย์การค้าไหนเทียบเคียงได้

The post 19 ปี สยามพารากอน: ยืนหยัดเป็น Global Destination ที่ตอบโจทย์ครบครันทุกมิติ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘buz’ แอปส่งข้อความเสียง ดีไซน์เรียบง่าย สะท้อน ‘พลังของเสียง’ ที่ทัชใจทุกคำ เข้าถึงทุกความรู้สึก [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/buz-voice-messaging-app/ Wed, 20 Nov 2024 10:45:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1010530

ถึงตัวอักษรจะถ่ายทอดสิ่งที่คุณคิดได้ก็จริง แต่บางครั้งก […]

The post ‘buz’ แอปส่งข้อความเสียง ดีไซน์เรียบง่าย สะท้อน ‘พลังของเสียง’ ที่ทัชใจทุกคำ เข้าถึงทุกความรู้สึก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถึงตัวอักษรจะถ่ายทอดสิ่งที่คุณคิดได้ก็จริง แต่บางครั้งก็ไม่สามารถถ่ายทอด ‘ความรู้สึก’ ที่แท้จริงออกมาได้ทั้งหมด แถมเรายังเผลอตีความน้ำเสียงผ่านตัวอักษรด้วย ‘มุมมอง’ ของเรา จนทำให้พลาดที่จะรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง 

 

‘เสียง’ มีอิทธิพลต่ออารมณ์มากกว่าที่เราคิด นักวิทยาศาสตร์จาก McGill University ทำวิจัยเกี่ยวกับความสามารถของมนุษย์ในการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของคู่สนทนาจากเสียง พบว่ามนุษย์สามารถจำแนกอารมณ์โกรธ เศร้า หรือมีความสุข ได้ทันทีหลังจากฟังเสียง แม้จะเป็นเสียงพูดที่จับใจความไม่ได้

 

 

นี่คือจุดเริ่มต้นให้ Vocalbeats บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติสิงคโปร์ ที่ต้องการจะสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้ใช้งานผ่านเสียง พัฒนา ‘buz’ แอปพลิเคชันส่งข้อความที่เน้นสื่อสารด้วยเสียง

 

ด้วยความเชื่อที่ว่า ‘พลังของเสียง’ จะทำให้การสื่อสารทรงพลังยิ่งขึ้น เพราะ ‘เสียง’ เป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญที่จะทำให้เกิดการสื่อสารกันระหว่างมนุษย์ เป็นวิธีการสื่อสารที่เป็นธรรมชาติที่สุดและสามารถบ่งบอกตัวตน อารมณ์ และความรู้สึกของผู้พูดได้ การสื่อสารด้วยเสียงจึงเป็นการสื่อสารที่แสนเรียบง่าย สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันได้อย่างจริงใจ

 

‘ความเรียบง่าย’ จึงกลายมาเป็นสิ่งที่ buz ให้ความสำคัญและสะท้อนออกมาผ่านอัตลักษณ์และองค์ประกอบต่างๆ ของแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ที่เลือกใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็กทั้งหมด ฟอนต์ที่มีความโค้งมน ที่ไม่เพียงแค่อ่านง่ายเท่านั้น แต่ยังสื่อให้เห็นถึง ‘ความง่าย’ ของการสื่อสารด้วยเสียง และ ‘ความเข้าถึงง่าย’ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถใช้งานแอป buz ได้ ซึ่งโลโก้และฟอนต์นี้ได้รับการออกแบบโดย มิซุโนะ มานาบุ นักออกแบบและผู้กำกับศิลป์ชาวญี่ปุ่น ผลงานที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีคือการออกแบบ ‘คุมะมง’ (Kumamon) มาสคอตที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองคุมาโมโตะ 

 

แม้แต่ Tagline ของแอปพลิเคชันที่เลือกใช้คำว่า ‘voice connects’ ที่สื่อถึงแก่นของแอปได้อย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ก็ตอกย้ำให้เห็นถึง ‘พลังของเสียง’ ที่สามารถเชื่อมโยงทุกคนบนโลกเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ทั้งยังสามารถสื่อสารความรู้สึกและสร้างบรรยากาศการสนทนาที่แตกต่างหลากหลาย เช่น คนรักกับบทสนทนาที่สื่อถึงความรักที่จริงใจ ครอบครัวกับบทสนทนาที่แสนอบอุ่น หรือเพื่อนกับบทสนทนาที่สนุกสนานเป็นกันเอง ขณะเดียวกันก็ยังถ่ายทอดความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เชื่อมต่อทุกคนด้วยการสื่อสารด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย

 

เหนือสิ่งอื่นใดคือการออกแบบ Interface ของแอปให้มีความเรียบง่าย เข้าใจง่าย ไม่ว่าใครก็ใช้งานได้ ช่วยทลายกำแพงระหว่างเจเนอเรชันให้เชื่อมโยงกันด้วยเสียง 

 

 

ถึงตาคุณทดสอบ ‘พลังเสียง’ แล้ว

 

อย่างที่บอกว่า buz ถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานทุกคนผ่านฟีเจอร์หลัก ได้แก่ 

 

  • Push To Talk: แค่กดปุ่มสีเขียวบนหน้าจอที่มีข้อความ ‘Push to Talk’ หรือ ‘กดเพื่อพูด’ ก็สามารถส่งข้อความเสียงแบบเรียลไทม์ได้ 
  • Auto-play: ช่วยให้การสื่อสารสะดวกและไร้รอยต่อ ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่เรากำลังดู YouTube หรือซีรีส์ ติดพันอยู่ พอมีใครส่งข้อความมา ไม่ว่าจะเป็นเสียง ข้อความ หรือภาพ เราต้องสลับไปเปิดอ่าน แต่ buz ถ้าคุณไม่ได้เปิด Quiet Mode ไว้ ใครส่งข้อความมาเราจะได้ยินเสียงแทรกขึ้นมาระหว่างใช้งานแอปอื่นๆ ทันที วิธีตั้งค่าก็แค่เข้าไปที่มุมซ้ายบนของหน้า Home Page แล้วกดเปิดใช้งาน Auto-play เพียงเท่านี้ก็สามารถรับส่งข้อความเสียงได้แม้ไม่ได้ปลดล็อกหน้าจอ 
  • Voice Powered by Artificial Intelligence (AI): buz จับมือกับ OpenAI พัฒนาร่วมกันเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับข้อความเสียงที่ชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น สามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ 
  • Instant voice-to-text transcription: ฟีเจอร์ที่จะช่วยถอดเสียงพูดเป็นข้อความแบบทันที ในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่สะดวกรับข้อความเสียง สามารถเข้าไปกดไอคอนลำโพงด้านซ้ายบนเพื่อเปิด Quiet Mode ข้อความเสียงที่อีกฝั่งส่งมาก็จะเปลี่ยนเป็นตัวอักษรอัตโนมัติ เราสามารถตอบเป็นเสียงหรือแชตกลับเป็นตัวอักษรก็ได้ 
  • Voice translations: ด้วยเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยทลายกำแพงภาษา โดยฟีเจอร์นี้สามารถแปลภาษาจากข้อความเสียงที่ได้รับถึง 27 ภาษาทั่วโลก* 

 

กิมมิกที่ถูกใจสายขี้เล่นเห็นจะเป็น Voicemojis ที่ส่งเสียงได้ตามความรู้สึกของอีโมจินั้นๆ ทำให้คุยสนุกและมีลูกเล่นมากขึ้น รวมถึงแชร์วิดีโอ รูปภาพ ลิงก์ และโลเคชัน ผ่านแชตได้ด้วย

 

และ buz ยังมีนโยบายความปลอดภัยของข้อมูลผ่านการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านข้อมูล (Data Compliance) ตามมาตรฐาน ISO เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าการสนทนาจะปลอดภัยและเป็นความลับ

 

 

ปัจจุบัน buz มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 20 ล้านครั้งทั่วโลก ขึ้นแท่นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมโดยรวมเป็นอันดับ 2 บน App Store เป็นที่เรียบร้อย

 

ใครที่ชอบส่งข้อความเสียง เบื่อพิมพ์ และร้อนใจเวลาส่งข้อความไปแล้วเพื่อนไม่อ่าน ไปโหลดมาใช้ได้เลยที่ Apple Store และ Google Play สามารถใช้ได้กับหลากหลายอุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไอแพด และสมาร์ทวอทช์

 

หมายเหตุ: * ฟีเจอร์ Voice translations แปลภาษาจากข้อความเสียงได้ถึง 27 ภาษาทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น ภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อินโดนีเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน, มาเลย์, โปรตุเกส, รัสเซีย, สเปน, ตากาล็อก, เวียดนาม และภาษาอื่นๆ (ข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567)

 

อ้างอิง: 

The post ‘buz’ แอปส่งข้อความเสียง ดีไซน์เรียบง่าย สะท้อน ‘พลังของเสียง’ ที่ทัชใจทุกคำ เข้าถึงทุกความรู้สึก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มธุรกิจ TCP และเรดบูล สุดจริง! จับมือกรุงเทพมหานคร เปิด ‘Red Bull Skate Park’ สเกตพาร์กสาธารณะในร่มแนวสตรีตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย [PR NEWS] https://thestandard.co/red-bull-skate-park-2/ Fri, 08 Nov 2024 03:00:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1005911 Red Bull Skate Park

‘สเกตบอร์ด’ หนึ่งในกีฬายอดนิยมที่สนับสนุนแอ็กทีฟไลฟ์สไต […]

The post กลุ่มธุรกิจ TCP และเรดบูล สุดจริง! จับมือกรุงเทพมหานคร เปิด ‘Red Bull Skate Park’ สเกตพาร์กสาธารณะในร่มแนวสตรีตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Red Bull Skate Park

‘สเกตบอร์ด’ หนึ่งในกีฬายอดนิยมที่สนับสนุนแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ กลุ่มธุรกิจ TCP และเรดบูล เอเนอร์จี้ดริงก์ จึงสร้าง Red Bull Skate Park สนามสเกตบอร์ดแห่งใหม่ใจกลางสวนเบญจกิติ เพื่อเป็นสนามสเกตบอร์ดสำหรับเยาวชนและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ในการปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่ ภายใต้มาตรฐานสากลเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสำหรับผู้เล่นทุกระดับ

 

ถือเป็นการตอกย้ำเป้าหมาย ‘ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า’ ที่มุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของคนในสังคม โดยมี เรดบูล เอเนอร์จี้ดริงก์ ที่อยู่เคียงข้าง และเติมพลังให้คนรุ่นใหม่ออกไปทำกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ของตนอย่างไม่หยุดยั้ง

 

การเนรมิตพื้นที่ 1,400 ตารางเมตรให้กลายเป็นแลนด์มาร์กของคนรักสเกตบอร์ดแห่งใหม่ ได้ความร่วมมือจาก พรีดิวซ์ (Preduce) บริษัทผู้นำในวงการสเกตบอร์ดของไทย และ ‘พาชา ไวส์’ ศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย มาร่วมส่งต่อเอเนอร์จี้แห่งความมันในครั้งนี้

 

ก่อนจะไปลองสนามจริง THE STANDARD POP อยากชวนไปดูความสนุกของงานเปิดสนามที่ทำเอาเอเนอร์จี้ที่เคยหลับใหลถูกปลุกให้ลุกเป็นไฟทุกวินาที

 

Red Bull Skate Park ตั้งอยู่ที่ศูนย์กีฬาเบญจกิติ สวนเบญจกิติ เปิดให้บริการฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.30-22.00 น.

 

สามารถจองใช้บริการผ่าน CSTD Smart Member หรือติดตามข่าวสารได้ทางเฟซบุ๊ก Benchakitti Sports Center

 

 

มัลลิกา เหลืองนิมิตรมาศ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประเทศไทย กลุ่มธุรกิจ TCP เผยว่า “การสร้างสนาม Red Bull Skate Park ไม่เพียงตอกย้ำเป้าหมาย ‘ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า’ ที่มุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของคนในสังคมเท่านั้น แต่เราต้องการสร้างพื้นที่ให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ปลดปล่อยเอเนอร์จี้อย่างเต็มที่และปล่อยภัย สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์เรดบูลในการสร้างพลัง ส่งต่อความมัน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพนักสเกตบอร์ดรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก”

 

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกถึงที่มาของความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจ TCP ในการพัฒนา Red Bull Skate Park เนื่องจาก ‘ศูนย์กีฬาเบญจกิติ’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่รวมกีฬาไว้หลากหลาย ยังขาดสนามสเกตบอร์ดที่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย สำหรับการเล่นสเกตบอร์ดทุกระดับฝีมือ

 

“เราอยากให้สวนเบญจกิติเป็นสวนสำหรับทุกคน เมื่อปีที่ผ่านมากรุงเทพมหานครเคยมีความคิดอยากจะเพิ่มเซ็กเมนต์ที่เข้าถึงกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม แน่นอนว่าเราก็คิดถึงกระทิงแดงเป็นองค์กรแรก และร่วมมือกันทำให้สนามกีฬานี้เป็นสนามกีฬาของประชาชนทุกคน ต้องขอบคุณที่ทุกคนทำให้ความฝันวันนี้เป็นจริงได้”

 

 

บนพื้นที่กว่า 1,400 ตารางเมตร แบบคอนกรีต พร้อมไลน์ที่สามารถวิ่งเชื่อมแต่ละอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องทั่วทั้งพาร์ก ถูกแบ่งเป็นโซนต่างๆ ที่ตอบโจทย์ผู้เล่นทุกระดับ ได้แก่

 

Beginner Zone พื้นที่โล่งกว้างสำหรับผู้หัดเล่นสามารถฝึกไถ ทรงตัว เลี้ยง และเทคนิคพื้นฐานต่างๆ โดยมีอุปกรณ์ที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น เช่น Speed Bump, Flat Bank และ Manual Pad

 

Intermediate Zone โซนที่มาพร้อมอุปกรณ์สำหรับการฝึกหัดผู้เล่นที่ต้องการพัฒนาฝีมือไปสู่ระดับการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น Flat Bar, Handrail, Quarter Pipe และ Pyramid Ramp

 

Advanced Zone ท้าทายตัวจริงด้วยอุปกรณ์ Wall Ramp, Big Gap และ Kink Rail ให้ผู้เล่นดึงศักยภาพและปลุกพลังที่ซ่อนอยู่ในตัว

 

 

เบื้องหลังการออกแบบสนามแห่งนี้ ได้ เก่ง-จักรินทร์ เพชรวรพล นักสเกตบอร์ดมืออาชีพสังกัดทีมพรีดิวซ์ และอดีตนักสเกตทีมชาติไทย เป็นผู้ออกแบบ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากจุดกำเนิดของกระทิงแดง (เรดบูล) นั่นก็คือ ‘ประเทศไทย’ โดยจำลองจุดเล่นสเกตหรือ ‘สปอต’ จากถนนในประเทศไทยที่มีอุปสรรคท้าทายต่างๆ มารวมไว้ที่นี่ สื่อถึงเอกลักษณ์และเสน่ห์จากท้องถนนไทยในสไตล์ที่นักสเกตบอร์ดทั่วโลกนิยมและชื่นชอบ

 

กิมมิกที่อยากให้สังเกตคือ พื้นสนามมีโลโก้และฝาท่อลายเรดบูล ตอกย้ำถึงความมันที่กำลังปะทุขึ้นอีกครั้งใจกลางกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงป้ายบอกชื่อสนาม Red Bull Skate Park ดึงเอาอัตลักษณ์ป้ายบอกทางของไทยมาใช้ได้อย่างลงตัว 

 

 

ความพิเศษอีกอย่างคือ สนามแห่งนี้ได้ ‘พาชา ไวส์’ ศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย มาถ่ายทอดมุมมองของโลกยุคปัจจุบันและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ผ่านลวดลายศิลปะสามมิติที่ผสมผสานกับรูปทรงเรขาคณิต สีสันที่ใช้สะท้อนถึงพลังและความกระตือรือร้น เข้ากับจิตวิญญาณของแบรนด์เรดบูลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในผลงานที่ชื่อ WAIS ONE

 

 

ไฮไลต์ของงานเปิดสนามที่เรียกเสียงปรบมือและเสียงเชียร์สนั่นสนาม คือการได้ชมลีลาการเล่นสเกตบอร์ดของ เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักกีฬาสเกตบอร์ดทีมชาติไทย วัย 12 ปี ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย ที่ลงแข่งในโอลิมปิกเกมส์ ณ กรุงปารีส พร้อมด้วยนักสเกตบอร์ดระดับต้นๆ ของเมืองไทย ร่วมโชว์เอเนอร์จี้สุดท้าทายในทุกโซนของสนาม

 

 

จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย และ ต้า-นันคุณ ภัคภัทรพรพบ สองนักแสดงที่มาร่วมงานเปิดสนาม ก็ร่วมทดลองเล่นสเกตบอร์ดใน Red Bull Skate Park ด้วย

 

จันจิ นักแสดงสาวเอเนอร์จี้ล้น เผยว่า “ชอบเล่นสเกตบอร์ดอยู่แล้ว แต่เล่นเป็นงานอดิเรก สนามนี้ตอบโจทย์มากๆ เพราะมีโซนที่เหมาะกับเรา ที่สำคัญสนามอินดอร์ไม่ต้องกลัวแดดกลัวฝน แถมอยู่ในเมือง จะนัดเพื่อนมาเล่นแล้วไปชิลที่ไหนต่อก็สะดวกมากค่ะ”

 

ต้า-นันคุณ ภัคภัทรพรพบ บอกว่า “ได้กลับมาเล่นสเกตบอร์ดอีกครั้ง มันสุดๆ ครับ คิดถึงฟีลลิ่งแบบนี้ และอยากให้มีสนามอย่างนี้มานาน เหมือนได้เล่นบนถนนจริงๆ เลย แต่มีความปลอดภัย ทำให้ทุกคนสนุกและออกกำลังกายไปพร้อมกันอย่างมั่นใจ เหมาะจะชวนเพื่อนๆ มาเล่นด้วยกันได้สบายเลยครับ”

 

 

นอกจากจะได้เห็นนักสเกตบอร์ดระดับต้นๆ ของเมืองไทยมาปล่อยเอเนอร์จี้ด้วยการโชว์เล่นสเกตบอร์ด ยังได้เห็นผลลัพธ์สุดเท่จากเอเนอร์จี้ของนักศึกษา Raffles International College ที่ชนะการประกวดในโครงการ Red Bull Fashion Competition 2024 ผ่านแฟชั่นโชว์ ‘Trust Your Energy Fashion Show’ เผยโฉมเสื้อผ้า Red Bull Capsule Collection ที่ผสานความเท่ คูล และดีไซน์ทันสมัย

 

เห็นว่าผลงานทั้งหมดที่ได้เห็นวันนี้จะถูกนำไปผลิตและวางขายจริงบน shop.tcp.com อีกด้วย

 

#RedBullSkateParkTH #เรดบูล #เรดบูลโซดา #กลุ่มธุรกิจTCP #ปลุกพลังเพื่อวันที่ดีกว่า

 

[PR NEWS]

The post กลุ่มธุรกิจ TCP และเรดบูล สุดจริง! จับมือกรุงเทพมหานคร เปิด ‘Red Bull Skate Park’ สเกตพาร์กสาธารณะในร่มแนวสตรีตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
RAVIPA เปิดตัว ‘Hug & Paws Lucky Charm’ เครื่องรางที่พร้อมปกป้องสัตว์เลี้ยงตัวน้อยแสนรักของคุณ https://thestandard.co/ravipa-hug-paws-lucky-charm/ Fri, 16 Aug 2024 13:06:17 +0000 https://thestandard.co/?p=971927

เป็นเจ้าของได้ที่งาน Pet Expo Thailand & Pet Expo C […]

The post RAVIPA เปิดตัว ‘Hug & Paws Lucky Charm’ เครื่องรางที่พร้อมปกป้องสัตว์เลี้ยงตัวน้อยแสนรักของคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นเจ้าของได้ที่งาน Pet Expo Thailand & Pet Expo Championship 2024

ก่อนวางขายอย่างเป็นทางการ 1 ก.ย. นี้

 

🐶🐱RAVIPA เอาใจทาสเจ้าขนฟูทั้งหลาย ด้วยการจับมือแบรนด์น้องใหม่ ‘Hug & Paws’ เพื่อออกแบบเครื่องราง Lucky Charm คอลเล็กชันพิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อสานมิตรภาพและความผูกพันระหว่างเหล่าทาสและสัตว์เลี้ยง และเป็นสัญลักษณ์นำโชคให้แก่กันและกัน

 

เครื่องราง Lucky Charm มี 3 แบบคือ

 

🐾Pawfect Charm

✨Twinkle Star Charm

🌼Promise of Daisy Charm

 

RAVIPA เปิดจำหน่ายคอลเลกชัน Hug & Paws ทางออนไลน์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน Pet Expo Thailand & Pet Expo Championship 2024 วันที่ 15-18 สิงหาคม 2024 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

📌ทั้งนี้ จะจำหน่ายหน้าร้านอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2567

 

ธนิสา วีระศักดิ์ศรี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ RAVIPA แบรนด์เครื่องประดับที่มีความตั้งใจจะมอบพลังบวกความหมายดีๆ ให้ทุกวันของทุกคนมีความหมาย และเปี่ยมด้วยความสุข กล่าวว่า

 

“นับตั้งแต่เปิดตัวเป็นแบรนด์เครื่องประดับไทยที่อยากให้คนสวมใส่ได้รับพลังงานดีๆ มานานกว่า 12 ปี คอลเล็กชันนี้นับเป็นความท้าทายอย่างมากของ RAVIPA ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่ริเริ่มทำเครื่องรางสำหรับสัตว์เลี้ยงขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจจากความรัก มิตรภาพ และความผูกพัน ที่หลายคนมีให้กับสัตว์เลี้ยง เพื่อนขนฟูที่รักและซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นน้องหมา น้องแมว น้องม้า และเพื่อนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ จนยกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวที่อยากให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ไม่เจ็บหรือประสบกับเรื่องร้ายๆ จึงนำสัญลักษณ์นำโชคในด้านต่างๆ มาดีไซน์เป็น Lucky Charm ให้น้องๆ สวมใส่ติดตัวได้ทุกวัน เพื่อเพิ่มพลังบวกให้กับตัวน้องๆ เอง และผู้เป็นเจ้าของด้วย”

 

ทั้งนี้ ทุกดีไซน์ออกแบบมาในสีสันที่น่ารัก เพื่อช่วยเพิ่มความสดใสให้แต่ละวันของเหล่าทาสและเจ้านายสี่ขา ซึ่งไม่ได้มีแต่ความโชคดีเท่านั้น แต่ยังพกความน่ารักไว้อีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อ ‘RAVIPA Hug & Paws Lucky Charm’ ได้แล้ววันนี้ทาง Shop Online ทั้ง

 

Website: www.ravipa.com

LINE: @ravipajewelry หรือ @hugandpaws

IG: @ravipajelwery หรือ @hugandpawsofficial

 

👉🏻พบกับ Lucky Charm ทั้ง 3 แบบในงาน

Pet Expo Thailand & Pet Expo Championship 2024 ระหว่างวันที่ 15-18 สิงหาคม 2567 บูธ C265-C266 โซน Pet Accessories & Goods Exhibition Hall 7-8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

👉🏻เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่

RAVIPA, Central Westville ชั้น G และ RAVIPA, Central Eastville ชั้น 1

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 เป็นต้นไป

 

👉🏻เลือกซื้อได้ทั้งแบบเดี่ยว

หรือสั่งทำเป็น Personalized ชุดพิเศษก็ได้เช่นกัน

ในราคาเริ่มต้นที่ 390 บาท

 

เพราะมากกว่าสัตว์เลี้ยง พวกเขาคือสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ตอบแทนความรักและความซื่อสัตย์ที่เพื่อนแสนรู้มีให้กันเสมอมาด้วย RAVIPA Hug & Paws Lucky Charm ของขวัญสื่อรักที่จะช่วยเสริมความโชคดี และป้องกันภัยให้น้องๆ ขนฟู พบเจอแต่เรื่องราวดีๆ และมีความสุขยามสวมไว้ติดตัว ติดตามความเคลื่อนไหวของ RAVIPA ได้ทาง IG: @ravipajelwery หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 

 

โทร. 09 0919 9295

The post RAVIPA เปิดตัว ‘Hug & Paws Lucky Charm’ เครื่องรางที่พร้อมปกป้องสัตว์เลี้ยงตัวน้อยแสนรักของคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Noble Curve x AIMER รังสรรค์บ้านตัวอย่างให้เป็น Fashion Gallery L’AIMER, LA MAISON INSPIRANT: Discover your Curve of Living https://thestandard.co/noble-curve-x-aimer/ Fri, 28 Jun 2024 11:00:55 +0000 https://thestandard.co/?p=951132

เมื่อแฟชั่นคอลแลบกับบ้าน ‘Noble Curve’ เปิดตัวบ้านตัวอย […]

The post Noble Curve x AIMER รังสรรค์บ้านตัวอย่างให้เป็น Fashion Gallery L’AIMER, LA MAISON INSPIRANT: Discover your Curve of Living appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อแฟชั่นคอลแลบกับบ้าน ‘Noble Curve’ เปิดตัวบ้านตัวอย่างใหม่จากแรงบันดาลใจแฟชั่นมาแรง ‘AIMER’ ในคอนเซปต์ L’AIMER, LA MAISON INSPIRANT: Discover your Curve of Living บ้านแห่งแรงบันดาลใจสำหรับผู้หญิงสไตล์ AIMER 

 

โปรเจกต์ L’AIMER, LA MAISON INSPIRANT: Discover your Curve of Living เกิดขึ้นจาก 2 แบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์สุดยูนีกอย่าง Noble Development ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในไทยมานานกว่า 30 ปี ที่เชื่อในเรื่องความแตกต่าง และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้านการออกแบบในทุกโครงการ 

 

ร่วมด้วย AIMER แบรนด์แฟชั่น Woman Essentials ที่มุ่งเน้นเป็นไอเท็มที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน ให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อผ้าและการตัดเย็บ เพื่อการใช้งานอย่างยาวนานและคุ้มค่า สวมใส่คู่กับเสื้อผ้าที่ทุกคนมีอยู่ในตู้ ด้วยแนวคิดแฟชั่นหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

 

ทั้ง 2 แบรนด์ร่วมดีไซน์บ้านตัวอย่างโครงการ Noble Curve เนรมิตทั้ง 4 ชั้น เป็น Fashion Gallery ของ AIMER จัดแสดงเสื้อผ้าคอลเล็กชันพิเศษ ถ่ายทอดไอเดียและแรงบันดาลใจในการออกแบบ ผ่านเอกลักษณ์และฟังก์ชันของบ้านแนวคิดใหม่อย่าง Noble Curve บ้านที่ยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นได้ทั้งพื้นที่ทำธุรกิจและอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว บนทำเลศักยภาพ ติดถนนใหญ่เอกมัย-รามอินทรา

 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัยสุดแตกต่างที่ผสมผสานกับเอกลักษณ์ของผู้หญิงสไตล์ AIMER ได้ที่งาน L’AIMER, LA MAISON INSPIRANT: Discover your Curve of Living เปิดให้เข้าชมทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน – 25 สิงหาคม 2567 เท่านั้น เฉพาะที่โครงการ Noble Curve ติด Crystal Park เอกมัย-รามอินทรา ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และนัดหมายเข้าชมได้ที่ โทร. 0 2251 9955, LINE: @NobleDev หรือ https://nobleurl.com/3zhcgqd

 

 

The post Noble Curve x AIMER รังสรรค์บ้านตัวอย่างให้เป็น Fashion Gallery L’AIMER, LA MAISON INSPIRANT: Discover your Curve of Living appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดแล้ว! Phenix แหล่งรวมอาหารและสุดยอดความอร่อยใจกลางเมือง ภายใต้คอนเซปต์ ‘อร่อยฟินบินได้’ ปักธงไทยสู่เดสติเนชันด้านอาหารระดับโลก https://thestandard.co/phenix-food-center-now-open/ Mon, 10 Jun 2024 06:10:52 +0000 https://thestandard.co/?p=942751

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) ผู้พัฒนา […]

The post เปิดแล้ว! Phenix แหล่งรวมอาหารและสุดยอดความอร่อยใจกลางเมือง ภายใต้คอนเซปต์ ‘อร่อยฟินบินได้’ ปักธงไทยสู่เดสติเนชันด้านอาหารระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านอาหารของโลกผ่านโครงการ Phenix (ฟีนิกซ์) แหล่งรวมอาหารและสุดยอดความอร่อยใจกลางเมืองบนพื้นที่ยุทธศาสตร์ย่านประตูน้ำ ภายใต้คอนเซปต์ ‘อร่อยฟินบินได้’ (Flavor Gets Its Wing Worldwide) “Phenix Food Wholesale โครงการ 10,000 ล้านพร้อมเปิดแล้ว 26 มิย 2024

 

Phenix ถือเป็นโครงการแนวคิดใหม่ในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวสู่ศูนย์กลางด้านอาหารของโลก สอดคล้องกับพันธกิจของสถาบันอาหาร ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบริการอุตสาหกรรมอาหาร โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนเวทีแห่งโอกาสให้ผู้ประกอบการด้านอาหารไทยกว่า 200 ร้าน สร้างสรรค์นวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันสู่ตลาดโลก

 

AWC ยังร่วมมือกับสถานทูตและหอการค้าจากนานาประเทศ ในการสร้างพาวิเลียนแสดงสินค้าของประเทศต่างๆ สะท้อนภาพลักษณ์แหล่งรวมสินค้าอาหารและศูนย์กลางค้าส่งอาหารที่เชื่อมต่อทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์แห่งแรกของโลก

 

โครงการ Phenix จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์อาหารแห่งใหม่ที่ดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมอาหารจากทั่วโลกมายังประเทศไทยได้ด้วยจุดเด่นอะไร และการจัดกิจกรรมด้านอาหารและความบันเทิงระดับโลกมากมายตลอดทั้งปี จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนอาหารซึ่งเป็น Soft Power ของไทยได้อย่างไร THE STANDARD สรุปให้ [PR NEWS]

 

 

เริ่มกันที่ความโดดเด่นของโครงการ คือการมีพื้นที่ Food Lounge ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จึงรวมที่สุดของอาหารรสเลิศและคาเฟ่กว่า 200 ร้านมาไว้ในที่เดียว ภายใต้บรรยากาศที่ออกแบบโดยคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของนักกินทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นโซนแฮงเอาต์สำหรับรับชมกีฬาและความบันเทิง โซนครอบครัวและเด็ก โซน Co-Dining และโซน You Hunt We Cook Kitchen ที่ลูกค้าเลือกวัตถุดิบมาให้เชฟปรุงอาหารให้

 

 

Phenix ยังเป็นศูนย์ค้าส่งด้านอาหารระดับโลกที่จะมีผู้ขายจากนานาประเทศกว่า 2,400 ราย กลายเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วโลกในราคาต้นทาง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้ามาวางจำหน่ายและจัดแสดงภายในพื้นที่ Share Shop อีกหนึ่งช่องทางที่จะเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อสินค้าและวัตถุดิบด้านอาหารระดับโลก โดยมีศูนย์ให้บริการทางด้านธุรกิจ (SSC) ทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้ซื้อกับผู้ค้า

 

 

ต่อยอดโอกาสทางการค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Phenix ซึ่งจะทำหน้าที่รวบรวมเครือข่ายของกลุ่มผู้ซื้อจากพันธมิตรของ AWC ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ห้องอาหาร บริการจัดเลี้ยง สายการบิน เครือโรงพยาบาล และเชฟชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งผู้ซื้อกลุ่มอาหารอื่นๆ ให้สามารถซื้อขายและจำหน่ายสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ทางสถาบันอาหารจะเข้ามาร่วมพัฒนาหลักสูตร และให้คำปรึกษากระบวนการจัดการอาหารที่ปลอดภัย (Food Safety Management System) สำหรับผู้ประกอบการด้านอาหารทั่วประเทศ ของสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านอาหาร Phenix Academy เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพสู่อุตสาหกรรมอาหารของไทยและของโลก

 

 

ภายในโครงการถูกแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจนเพื่อรองรับกิจกรรมเพื่อความบันเทิง งานประชุม งานอีเวนต์ งานสัมมนา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ Co-Living กว่า 20,000 ตารางเมตร มาพร้อม Phenix Grand Ballroom, Phenix Auditorium Hall, Common Space, ห้องประชุม, ห้องสัมมนา, เลานจ์ขนาดใหญ่ และครัวสาธิต

 

นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ Food Influencer และเหล่า Celebrity Chef มาทำ Live Streaming รีวิวอาหารได้ตลอดเวลา

 

 

ขอเรียกน้ำย่อยตัวอย่างกิจกรรมความบันเทิงที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี ได้แก่

 

  • World Junior Chef Championship เวทีแข่งขันทำอาหารระดับนานาชาติ เฟ้นหาเชฟรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดโลก
  • Thai Food Festival งานแฟร์ที่ผนึกกำลังผู้ผลิตอาหาร เครื่องปรุง และร้านอาหารไทยชั้นนำ ร่วมผลักดันอาหารไทยให้เป็น Soft Power ในวงการอาหารระดับโลก
  • Lisa Ono The Greatest Hits Concert คอนเสิร์ตระดับโลกที่จะจัดขึ้นวันที่ 26 กรกฎาคม 2567
  • NFI Future Food Event สำรวจโลกอาหารแห่งอนาคต
  • NFI Thailand Vegan Festival พลิกโฉมอาหารวีแกนด้วยการผสานรสชาติแบบไทย
  • NFI Awards of the Year พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้กับธุรกิจในวงการอาหาร ที่ดำเนินธุรกิจโดยการคำนึงถึงความยั่งยืน

 

หรือจะคลิกเข้าไปดูคอนเซปต์โครงการได้ที่ https://fb.watch/snRELGuHu-/ 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Phenix Food Wholesale Hub หรือโทร. 06 5549 6565

The post เปิดแล้ว! Phenix แหล่งรวมอาหารและสุดยอดความอร่อยใจกลางเมือง ภายใต้คอนเซปต์ ‘อร่อยฟินบินได้’ ปักธงไทยสู่เดสติเนชันด้านอาหารระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดื่มด่ำความกลมกล่อมที่คุ้นเคย กับ STARBUCKS AT HOME BY NESCAFÉ DOLCE GUSTO ‘New Look! Same Great Taste’ https://thestandard.co/nescafe-dolce-gusto-2/ Mon, 20 May 2024 09:45:09 +0000 https://thestandard.co/?p=932807 Nescafe Dolce Gusto

ดื่มด่ำรสสัมผัสที่คุ้นเคยของกาแฟคุณภาพดี STARBUCKS AT H […]

The post ดื่มด่ำความกลมกล่อมที่คุ้นเคย กับ STARBUCKS AT HOME BY NESCAFÉ DOLCE GUSTO ‘New Look! Same Great Taste’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nescafe Dolce Gusto

ดื่มด่ำรสสัมผัสที่คุ้นเคยของกาแฟคุณภาพดี STARBUCKS AT HOME BY NESCAFÉ DOLCE GUSTO ภายใต้ ‘ลุคใหม่ รสชาติดีต่อใจเหมือนเดิม’

 

NESCAFÉ DOLCE GUSTO แบรนด์ที่มีประสบการณ์ด้านการผลิตกาแฟมานานกว่า 80 ปี แต่ยังขยันสรรหาสิ่งใหม่ๆ มาเอาใจคอกาแฟและแฟนแบรนด์เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อแบรนด์ลุกขึ้นมาปรับแพ็กเกจจิ้ง ‘STARBUCKS AT HOME BY NESCAFÉ DOLCE GUSTO’ ถึงจะลุคใหม่ แต่รสชาติดีต่อใจเหมือนเดิม

 

พูดในฐานะสาวก STARBUCKS AT HOME BY NESCAFÉ DOLCE GUSTO ที่ลิ้มลองมาแล้วทั้ง 11 รสชาติ ยืนยันอีกเสียงว่าทั้งรสชาติความหอม เข้ม กลมกล่อม และคุณภาพกาแฟยังเป๊ะทุกคัพจริงๆ

 

ต้องยกนิ้วให้กับแคปซูลอัจฉริยะที่กักเก็บความสดและความหอมของกาแฟทุกแก้ว พอมาเจอกับเครื่องชงกาแฟจาก NESCAFÉ DOLCE GUSTO ที่มีนวัตกรรมล้ำสมัย ยิ่งทำให้โมเมนต์การดื่มกาแฟคุณภาพดีเกิดขึ้นได้ง่ายๆ แค่คลิกเดียวก็เหมือนมีบาริสต้ามาชงให้ถึงบ้าน

 

โมเมนต์ดีๆ กับกาแฟแก้วโปรดง่ายๆ แบบนี้ใครก็มีได้ แค่เริ่มต้นด้วยการเลือก ‘STARBUCKS BY NESCAFÉ DOLCE GUSTO’ จาก 11 รสชาติที่คุณชื่นชอบได้แล้ววันนี้ตามช่องทางการสั่งซื้อด้านล่าง

 

Official Website: https://bit.ly/3UmCr5w

รวมถึงทางแพลตฟอร์ม Lazada, Shopee และ TikTok Shop

 

แต่ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นด้วยรสชาติไหน เพื่อให้เข้าถึงรสชาติของคุณภาพกาแฟที่แท้จริงในสไตล์ NESCAFÉ DOLCE GUSTO แนะนำ 4 รสชาติขายดีที่ลองแล้วจะรัก จะใช่รสชาติเดียวกับที่อยากลองหรือไม่ พร้อมแล้วไปดูกัน!

 

#NescafeDolceGustoThailand #StarbucksAtHomeThailand 

#NewLookSameGreatTaste #ลุคใหม่ดีต่อใจเหมือนเดิม

 

Nescafe Dolce Gusto

 

การปรับลุคใหม่ครั้งนี้มาใน 11 รสชาติ ได้แก่ House Blend Americano, Espresso Roast, Caffè Latte, Veranda Blend Americano, White Mocha, Pike Place Roast Lungo, Caramel Macchiato, Iced Caffé Americano, Matcha Latte, Cappuccino และ Single-Origin Colombia Espresso

 

ย้ำอีกครั้ง ถึงจะมาในลุคใหม่แต่ทั้ง 11 รสชาติยังคงมาตรฐานความอร่อย กลมกล่อมเหมือนเดิม เพราะมี Smart Technology ช่วยกักเก็บความสดและความหอมไว้ในแคปซูล เพิ่มเติมคือความมินิมัล ที่ทำให้เห็นถึงความใส่ใจของแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ที่มองหากิมมิกจากสิ่งของรอบตัวมาตกแต่งมุมโปรด โดยเฉพาะมุมกาแฟที่กลายเป็นมุมที่ทุกบ้านต้องมี เป็นการเติมเต็มความสุขและชาร์จพลังใจ

 

 

แต่ถ้าพูดถึง 4 รสชาติขายดี และยังคงเป็น The Best ในใจคอกาแฟทุกสไตล์ ต้องยกให้ House Blend Americano, Espresso Roast, Caffè Latte และ Veranda Blend Americano

 

Nescafe Dolce Gusto

 

ตัวแรกที่ไม่มีทางหลุดโผคือ ‘House Blend Americano’ เพราะเป็นกาแฟตัวแรกที่สตาร์บัคส์รังสรรค์ขึ้นมาตั้งแต่ปี 1971 คัดสรรเมล็ดกาแฟจากลาตินอเมริกา นำมาคั่วเพื่อให้ได้รสชาติกาแฟที่เข้มข้นกลมกล่อม พร้อมกลิ่นหอมหวานต่างๆ ที่ได้จากการคั่ว


รสชาติแบบนี้เหมาะที่จะชงเป็นเครื่องดื่มร้อนสำหรับเริ่มต้นวัน หรือจะเสิร์ฟช่วงบ่ายเพื่อปลุกความสดชื่นจากรสชาติและกลิ่นของกาแฟก็ยังได้

 

 

ใครที่อยากสัมผัสกลิ่นและรสชาติเหมือนบาริสต้ามาชงให้ถึงบ้านต้องลอง ‘Caffè Latte’ กาแฟนมสุดคลาสสิก เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากเมนูยอดนิยม เครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ของสตาร์บัคส์ มาครบทั้งคุณภาพของวัตถุดิบระดับพรีเมียมด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% ให้รสชาติที่นุ่ม กลมกล่อม ผสานความประณีตของฟองนม

 

รสชาติความหอมที่ให้ทั้งความกลมกล่อมของกาแฟและความนุ่มนวลของฟองนมแบบนี้ ทำให้นึกถึงช่วงเวลายามบ่ายกับหนังสือดีๆ สักเล่ม หรือซีรีส์เกาหลีฟีลกู๊ดสักเรื่องเลยล่ะ

 

Nescafe Dolce Gusto

 

‘Espresso Roast’ เอสเพรสโซคั่วเข้ม รสชาติที่เข้มข้นและยังสัมผัสได้ถึงความหอมหวานเหมือนกลิ่นของคาราเมล ความลงตัวของรสชาติที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นกาแฟสำหรับวันที่ต้องใช้ไอเดียในการคิดงาน หรือวันที่ต้องรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ

 

หรืออาจจะเป็นแก้วสำหรับเริ่มต้นวันใหม่ของคนที่ชอบกาแฟคั่วเข้มคงความกลมกล่อมได้ครบทุกมิติ

 

 

ถ้าให้นึกถึงกาแฟที่รสชาตินุ่มนวลผสานความกลมกล่อมของกลิ่นโกโก้แล้วล่ะก็ เรานึกถึง ‘Veranda Blend Americano’ ยิ่งถ้ารู้ว่าเบื้องหลังเอกลักษณ์ของกลิ่นและรสชาติที่ว่านี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเกษตรกรชาวไร่กาแฟในลาตินอเมริกา ก็ยิ่งเติมเต็มโมเมนต์กาแฟที่เหมาะสำหรับวันพักผ่อนจริงๆ


กาแฟคั่วอ่อนความเข้มระดับ 6 จึงเป็นรสชาติที่ดื่มง่ายแต่ยังสัมผัสได้ถึงความกลมกล่อมของกาแฟครบ กลิ่นหอมละมุนของโกโก้และกลิ่นกรุ่นจางๆ ของถั่วคั่ว ทำให้แก้วนี้เหมาะกับวันสบายๆ อย่างเช้าวันหยุด บ่ายวันศุกร์ หรือจะทุกๆ วันที่คุณอยากทำให้เป็นวันพักผ่อน

 

Nescafe Dolce Gusto

 

นอกจากคุณภาพที่ดีและรสชาติที่ดีต่อใจเหมือนเดิมของแคปซูลกาแฟ STARBUCKS AT HOME BY NESCAFÉ DOLCE GUSTO ขาดไม่ได้เลยคือเครื่องชงกาแฟดีๆ ที่มีนวัตกรรมล้ำสมัย มาพร้อมแรงดันที่เหมาะสมและอุณหภูมิน้ำที่เหมาะกับทุกเมนูกาแฟแก้วโปรด


เสกโมเมนต์การดื่มกาแฟคุณภาพดีง่ายๆ เหมือนบาริสต้ามาชงให้ถึงบ้าน เพียงแค่เลือกแคปซูล ‘STARBUCKS AT HOME BY NESCAFÉ DOLCE GUSTO’ รสชาติที่ชอบแล้วใส่เข้าเครื่อง ปรับระดับน้ำตามคำแนะนำข้างกล่องของรสชาตินั้นๆ และคลิก เพียงเท่านี้กาแฟคุณภาพดีเหมือนมีบาริสต้ามาชงถึงบ้านก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว

 

 

บิลด์กันขนาดนี้ ถึงเวลาที่คอกาแฟตัวจริงต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเองว่าคุณภาพกาแฟเอกลักษณ์ของทั้ง 11 รสชาติ ที่ได้ Smart Technology มาช่วยล็อกความสดของกาแฟคั่วบดได้อย่างยาวนาน เพื่อให้ได้กาแฟสดที่สมบูรณ์ทั้ง ‘รส’ และ ‘กลิ่น’ ไร้ที่ติทุกแก้ว เหมือนได้ดื่มกาแฟสดที่คาเฟ่จริงเหมือนที่เราสัมผัสหรือไม่

 

ดื่มด่ำกาแฟแก้วโปรดทั้ง 11 รสชาติ ใน ‘ลุคใหม่ รสชาติดีต่อใจเหมือนเดิม’ ได้ด้วยตัวเองที่ https://bit.ly/3UmCr5w และแพลตฟอร์ม Lazada, Shopee, TikTok Shop

The post ดื่มด่ำความกลมกล่อมที่คุ้นเคย กับ STARBUCKS AT HOME BY NESCAFÉ DOLCE GUSTO ‘New Look! Same Great Taste’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อเสน่ห์ความงามใต้ผืนมหาสมุทรถูกร้อยผ่าน Blancpain Fifty Fathoms Automatique เรือนเวลาคู่ใจคนรักการดำน้ำ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/blancpain-fifty-fathoms-automatique/ Mon, 13 May 2024 09:00:09 +0000 https://thestandard.co/?p=931211

เชื่อเหลือเกินว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันต่างก็หลงให […]

The post เมื่อเสน่ห์ความงามใต้ผืนมหาสมุทรถูกร้อยผ่าน Blancpain Fifty Fathoms Automatique เรือนเวลาคู่ใจคนรักการดำน้ำ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เชื่อเหลือเกินว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันต่างก็หลงใหลและชื่นชอบในกิจกรรมใต้น้ำกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำแบบ Snorkeling (น้ำตื้น), Scuba (น้ำลึก)​, ฟรีไดฟ์, การบำบัดใต้น้ำ หรือโยคะใต้น้ำ เป็นต้น

 

ลองสังเกตดูง่ายๆ ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียก็ได้ว่า ในช่วงวันหยุดพักผ่อนเสาร์-อาทิตย์ หรือหยุดยาวนักขัตฤกษ์ เพื่อนรอบตัวของคุณอย่างน้อยหนึ่งคนน่าจะมีสักคนที่เป็นแฟนของกีฬาหรือการทำกิจกรรมใต้น้ำข้างต้น ผ่านการที่พวกเขาหรือเธอมักจะทำคอนเทนต์อัปโหลดลง Instagram, Reels หรือ TikTok อยู่เป็นประจำเป็นแน่!

 

ภาพการทำงานใต้ท้องมหาสมุทร
ที่ได้รับความร่วมมือในรูปแบบพันธสัญญาแห่งการอนุรักษ์ท้องทะเล
ภายใต้โครงการ Blancpain Ocean Commitment

 

ทำไมกิจกรรมใต้น้ำถึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวคนไทย

 

อันที่จริงความนิยมของกิจกรรมใต้น้ำเป็นที่แพร่หลายในเทรนด์ไลฟ์สไตล์คนไทย ตลอดจนนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว เนื่องจากภูมิอากาศประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ขณะเดียวกันด้วยลักษณะภูมิประเทศที่สวยงาม ทะเลที่สวยสะกดจิตสะกดใจ ก็เอื้อต่อการที่ทำให้กิจกรรมเหล่านี้กลายเป็นที่นิยมได้ไม่ยาก

 

เพียงแต่ในช่วงหลังยุคโควิดเป็นต้นมา การที่ผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ตัวเองไปพอสมควร ประกอบกับคนจำนวนมากมีความตื่นตัว ใคร่ที่จะออกไปทำกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ต่างออกไปให้ตนเอง ทั้งเพื่อเป็น Achievement Unlocked (ปลดล็อกความสำเร็จส่วนตัว) หรือสร้างคอนเทนต์บนโลกโซเชียล ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีส่วนที่ทำให้กระแสความนิยมของการทำกิจกรรมในโลกใต้น้ำพุ่งพรวดขึ้นอย่างมีนัย

 

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ยังสอดคล้องกับการเปิดเผยเทรนด์ท่องเที่ยวประจำปี 2024 โดยเว็บไซต์ Booking.com ที่ได้ยกให้ ‘We’ll dive into retreats and cooler waters’ หรือเทรนด์การท่องเที่ยวด้วยการหนีร้อนไปพึ่งน้ำเย็น เป็นหนึ่งในเทรนด์น่าจับตาของปีนี้!

 

ในข้อมูลระบุเอาไว้ว่า ด้วยสภาพภูมิอากาศทั่วโลกที่นับวันก็มีแต่จะร้อนมากขึ้น อุ่นมากขึ้น ได้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 เลือกหาทางออกด้วยการคลายร้อนผ่านกิจกรรมที่ทำได้ทางน้ำ เพราะมองว่าเป็นวิธีที่เห็นผลเร็วและทำได้ง่ายที่สุด

 

นี่จึงเป็นเหตุผลประกอบเบื้องต้นที่ว่า เหตุใดกิจกรรมใต้น้ำถึงฮิตและเป็นเทรนด์ที่ร้อนแรงเป็นพิเศษ

 

 

นอกเหนือจากคลายร้อน ทำได้ง่าย ที่เหลือทั้งหมดแบบไม่หารคือ ‘ความหลงใหล’ (Passion)

 

เราดำน้ำ ฟรีไดฟ์ สกูบา ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อเพราะคลายร้อนอย่างเดียวเท่านั้น แต่แรงขับสำคัญก็คือ ความรัก ความชื่นชอบ และความหลงใหลที่ผู้คนต่างก็มีต่อการได้ปล่อยให้ร่างกายได้เป็นอิสระแหวกว่ายตามกระแสน้ำใต้ผิวน้ำ ได้โฟกัส มีสมาธิกับตัวเอง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไร้เสียงหรือสิ่งรบกวน 

 

เช่นเดียวกันกับเหล่านักดำน้ำและนักสำรวจโลกใต้น้ำมืออาชีพ ที่ต่างก็มีความหลงใหลต่อโลกใต้ท้องทะเลและผืนมหาสมุทรไม่แพ้กัน

 

และด้วยความหลงใหลที่พวกเขามี บวกกับอาชีพหลักที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในน้ำเป็นกิจวัตร นั่นจึงทำให้เหล่านักดำน้ำและนักสำรวจโลกใต้น้ำจำเป็นจะต้องมี ‘เครื่องมือคู่ใจ’ ที่พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้ทุกๆ งานของพวกเขาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ไร้อุปสรรค และทำให้ทุกๆ ภารกิจแม่นยำและเที่ยงตรงมากกว่าที่เคย!

 

นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้นักดำน้ำและนักสำรวจโลกใต้น้ำได้โคจรมาพบกับแบรนด์ผู้ผลิตเรือนเวลาระดับโลกอย่าง Blancpain 

 

Blancpain Fifty Fathoms เรือนแรก
ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในการดำน้ำอย่างแท้จริง

 

ย้อนกลับไปเมื่อราวๆ 71 ปีที่แล้ว ในปี 1953 Blancpain ในฐานะผู้ผลิตเรือนเวลาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดตัวนาฬิกาดำน้ำอย่างแท้จริงเรือนแรกของโลกออกมาภายใต้ชื่อโมเดล ‘Fifty Fathoms’ เพื่อมุ่งตอบโจทย์การใช้งานจริงของเหล่านักดำน้ำและนักสำรวจโลกใต้มหาสมุทรโดยเฉพาะ 

 

ความพิเศษและยูนีกของ Blancpain Fifty Fathoms คือการที่เรือนเวลาดำน้ำโมเดลนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยอดีตซีอีโอของแบรนด์ในยุค 50 อย่าง ฌ็อง-ฌากส์ ฟิชแตร์ ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในนักดำน้ำยุคแรกๆ ที่หลงใหลในการผจญภัยใต้ท้องมหาสมุทรอีกด้วย  

 

จุดนี้เองที่ทำให้ Blancpain Fifty Fathoms กลายเป็นเรือนเวลาเพื่อนักดำน้ำและการสำรวจท้องทะเลอย่างแท้จริง เพราะถูกรังสรรค์ขึ้นจากอินไซต์และความต้องการในมุมมองของนักดำน้ำตัวจริง ผลลัพธ์ที่ได้ก็เช่น การที่ Blancpain Fifty Fathoms มีการนำขอบหน้าหมุนได้เพื่อจับเวลาดำน้ำมาใช้เป็นครั้งแรก หรือการดีไซน์ที่ใช้หน้าปัดสีเข้มตัดกับสารเรืองแสงที่ใช้บอกเวลาในที่มืด เนื่องจากยิ่งดำลงไปลึกเท่าไร แสงที่จะทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ใต้ทะเลหรือมหาสมุทรก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ตลอดจนความสามารถในการกันน้ำได้เป็นอย่างดี 

 

คำแนะนำสำหรับการใช้งานขอบหน้าปัดจับเวลาของ 
Blancpain Fifty Fathoms รุ่นดั้งเดิม

 

จะว่าไป Fifty Fathoms ก็ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่นำมาสู่การพัฒนาการดำน้ำแบบสกูบา​ที่ได้กลายมาเป็นหนึ่งใน Activity ยอดนิยมของผู้คนในยุคปัจจุบันตามที่เราได้เกริ่นไปในตอนต้นเช่นกัน ทั้งยังเป็นแม่แบบของเรือนเวลาดำน้ำของโลกนาฬิกาในช่วงเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน

 

ไม่เพียงเท่านั้น หลังปล่อย Fifty Fathoms ออกมา Blancpain ก็ยังคงทำงานร่วมกันกับเหล่านักดำน้ำและหน่วยรบประดาน้ำจากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งหน่วยงานด้านการสำรวจโลกใต้น้ำอย่างไม่ลดละ 

 

โดยนอกเหนือจากการพัฒนา Fifty Fathoms รุ่นใหม่ๆ ออกมา สิ่งที่เราได้เห็นเพิ่มเติมก็คือ ความร่วมมือในรูปแบบพันธสัญญาแห่งการอนุรักษ์ท้องทะเลของ Blancpain ภายใต้ชื่อ Blancpain Ocean Commitment ที่ทางแบรนด์ได้ให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบ เพื่อให้การทำงานด้านการสร้างความตระหนักรู้ สำรวจ และอนุรักษ์ท้องทะเล

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบมวลรวมที่ทำให้ Blancpain Fifty Fathoms เป็นทั้งจุดตั้งต้นของการสำรวจใต้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และกลายเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดของเทรนด์ไลฟ์สไตล์อย่างการดำน้ำสกูบา เรื่อยไปจนถึงการผลักดันให้กิจกรรมใต้ผืนมหาสมุทรและใต้ท้องทะเลกลายเป็นพื้นที่ที่มนุษย์สามารถไปเยี่ยมเยือนได้อย่างยั่งยืน

 

แล้วในปีที่ 71 ของนาฬิกาดำน้ำอย่างแท้จริงเรือนแรกของโลกอย่าง Blancpain Fifty Fathoms จะมีความพิเศษอะไรรอเราอยู่กันแน่?

 

 

Fifty Fathoms Automatique สานต่อตำนานนาฬิกาดำน้ำ ด้วยกลไกอันทรงประสิทธิภาพและคุณสมบัติที่โดดเด่นยิ่งกว่าที่เคย

 

ในปี 2024 ทางแบรนด์ได้สานต่อตำนานของนาฬิกาดำน้ำ Fifty Fathoms ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลารุ่น Fifty Fathoms Automatique ขนาด 42 มม. ออกมาสู่ท้องตลาด เพื่อสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักดำน้ำและผู้ที่มีใจหลงใหลหรือชื่นชอบในกิจกรรมใต้ท้องทะเลและผืนมหาสมุทรอย่างต่อเนื่อง

 

นาฬิกามาพร้อมกับขอบหน้าปัดแบบแซฟไฟร์ที่เปรียบเสมือนซิกเนเจอร์ของโมเดล โดดเด่นด้วยวัสดุตัวเรือนแบบ ‘เรดโกลด์’ และ ‘ไทเทเนียมเกรด 23’ เพื่อขับฟีลลิ่งความน่าหลงใหลและความหรูหราให้กับเรือนเวลาเรือนนี้ พร้อมๆ กับการหยอดดีไซน์ที่สามารถใส่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเข้ากันได้กับไลฟ์สไตล์ทั่วไปอย่างเท่ไม่หยอก

 

 

สายตัวเรือนเวลามีให้เลือกหลากหลายนอกเหนือจากสายไทเทเนียม โดยมีทั้งสายผ้าใบ สายยางแบบ Tropic หรือสายแบบ Nato ตามจุดประสงค์ของการใช้งานในแต่ละโอกาส ซึ่งสายแต่ละแบบก็สามารถเปลี่ยนฟีลลิ่งและคาแรกเตอร์ของเรือนเวลา Fifty Fathoms Automatique ได้อย่างน่าอัศจรรย์ หรือสรุปรวมง่ายๆ ว่า แค่เปลี่ยนสายก็สามารถเปลี่ยนลุคการแต่งตัวให้สนุกขึ้นได้แล้ว

 

ไม่เพียงเท่านั้น ไทเทเนียมเกรด 23 ที่ Blancpain เลือกใช้ยังถือเป็นไทเทเนียมเกรดบริสุทธิ์ที่สุดเมื่อเทียบกับวัสดุไทเทเนียมด้วยกัน ซึ่งจะให้น้ำหนักที่เบา ทนทาน มีความแข็งแกร่ง ป้องกันรอยขีดข่วนหรือการกัดกร่อนได้ดี ไร้ที่ติ โดยปกติจะถูกใช้ทางการแพทย์และการพัฒนาอากาศยาน

 

อีกจุดเด่นที่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้เป็นอันขาดของ Fifty Fathoms Automatique คือ การใช้กลไกขึ้นลานอัตโนมัติรหัส 1315 ที่ทำหน้าที่เป็นหัวใจในการทำงานของเรือนเวลาเรือนนี้

 

 

ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า กลไก 1315 ขึ้นชื่ออย่างมากในด้านการเป็นกลไกที่มั่นคง ทำงานบอกเวลาและจับเวลาได้แม่นยำสุดๆ แถมยังสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 5 วัน ผ่านการทำงานของบาร์เรลคู่สามชุดอีกต่างหาก

 

ในเชิงการประกอบนั้น Fifty Fathoms ถือเป็นไลน์โมเดลเรือนเวลาของ Blancpain ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วในแง่ความพิถีพิถัน ด้วยจุดประสงค์ปลายทางของการใช้งานใต้น้ำที่ต้องนำเด่นด้วยคุณสมบัติการกันน้ำเป็นพิเศษ

 

สำหรับตัวเรือน Fifty Fathoms Automatique ได้รับการออกแบบ สร้าง ผลิต ประกอบ และปรับแต่ง แบบอินเฮาส์โดย Blancpain ทั้งหมด ทุกชิ้นส่วนของนาฬิกาทั้งภายนอกและภายในถูกขัดแต่งอย่างพิถีพิถันตามแนวคิด Haute Horlogerie หรือหลักศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาขั้นสูง 

 

เรียกได้ว่าเป็นเรือนเวลาที่คิดค้นและพัฒนาต่อยอดมาเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนที่หลงใหลกิจกรรมใต้น้ำอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่เคอะเขิน ให้ความรู้สึกหรูหราและสง่างามเมื่อขึ้นข้อในทุกอิริยาบถ

 

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของ Blancpain Fifty Fathoms Automatique สามารถศึกษาต่อได้ที่: https://www.blancpain.com/en/fifty-fathoms/fifty-fathoms-automatique-5010-12b30-b64b

The post เมื่อเสน่ห์ความงามใต้ผืนมหาสมุทรถูกร้อยผ่าน Blancpain Fifty Fathoms Automatique เรือนเวลาคู่ใจคนรักการดำน้ำ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สร้างเมืองกลางใจแบบ One Bangkok นิยามสร้างเมืองฉบับใหม่ที่ดีไซน์ทุกองค์ประกอบให้ตอบโจทย์ทุกจังหวะชีวิต [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/one-bangkok-the-heart-of-bangkok/ Fri, 10 May 2024 07:36:45 +0000 https://thestandard.co/?p=931450 One Bangkok

ในทุกครั้งที่มีการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ เร […]

The post สร้างเมืองกลางใจแบบ One Bangkok นิยามสร้างเมืองฉบับใหม่ที่ดีไซน์ทุกองค์ประกอบให้ตอบโจทย์ทุกจังหวะชีวิต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
One Bangkok

ในทุกครั้งที่มีการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ เรามักได้ยินเหล่า Developer ผู้พัฒนาโครงการอสังหาพากันประโคมข่าวแนวคิดเรื่องทำเลที่ตั้งของโครงการที่ผูกติดกับนิยาม CBD หรือ Central Business District ย่านทำเลธุรกิจที่สำคัญ ‘ใจกลางเมือง’ กันเป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกแต่อย่างใด เพราะถือเป็นการ Bold จุดแข็ง ขยี้จุดขายของตัวเอง

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว แค่ทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบ เข้าถึงได้สะดวกสบาย อยู่ใจกลางเมือง ก็อาจไม่ได้หมายความว่าสถานที่แห่งนั้นจะสามารถตอบโจทย์ความเป็นอยู่ของผู้คนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสถานที่ดังกล่าวไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นมาโดยเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้คน หรือหวังที่จะยกระดับสถานที่นั้นๆ ให้เข้าไปอยู่ ‘กลางใจ’ ของพวกเขา

 

ที่ THE STANDARD POP เกริ่นมาเช่นนี้ก็เพราะว่าเมื่อเร็วๆ นี้เราเพิ่งมีโอกาสได้เห็นแคมเปญใหม่ที่น่าสนใจของ One Bangkok โครงการอสังหาที่วางตัวเองเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้ความตั้งใจให้ใจกลางเมืองเป็น ‘เมืองกลางใจ’ ซึ่งถือเป็นการใช้คำที่ตรงกับวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น ทั้งในแง่การฉีกวิธีการสื่อสารที่จำเจของวงการอสังหา พร้อมๆ กันกับการสื่อถึงความตั้งใจที่แท้จริงของพวกเขาในการสร้างสรรค์โครงการแห่งนี้

 

ทำไม The Heart of Bangkok หรือเมืองกลางใจโดย One Bangkok ถึงมีความสำคัญ แล้วในมิติมุมมองของผู้คน การที่เมืองสักเมืองถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหวังจะเข้ามาอยู่กลางใจ ชนะใจผู้อยู่อาศัย ผู้เยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะถาวรหรือชั่วคราว สิ่งเหล่านี้สะท้อนอะไรกันแน่?

 

 

เมืองกลางใจที่ใช้ใจออกแบบเพื่อให้ทุกใจได้สัมผัสและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกแง่มุม

เหตุผลที่ง่ายและทัชใจที่สุดที่ One Bangkok ตัดสินใจเลือกจะใช้นิยามคำว่า ‘เมืองกลางใจ’ เป็นเมสเสจหลักในแคมเปญสื่อสารเปิดตัวโครงการก็เพราะ One Bangkok มองว่าโครงการของพวกเขาบนพื้นที่กว่า 108 ไร่นั้นเป็นโครงการที่มีสเกลใหญ่ระดับ ‘เมือง’ ซึ่งจะประกอบไปด้วยโซนต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัยระดับ Ultra Luxury, โรงแรม, พื้นที่รีเทล, อาคารสำนักงาน, พื้นที่สีเขียว, พื้นที่การเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ โดยที่เมืองแห่งนี้ยังตั้งใจออกแบบพื้นที่ทุกตารางเมตรเพื่อเติมเต็มทุกๆ ความต้องการของผู้คนในทุกช่วงจังหวะชีวิตและในทุกมิติของความต้องการ ที่แม้แต่ในบางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้เคยจินตนาการถึงด้วยซ้ำ!

 

 

เชื่อว่าทุกคนที่ติดตามข่าวมาก่อนหน้านี้คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าภายในเมือง One Bangkok นี้ได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายส่วนเพื่อตอบสนองทุกๆ ความต้องการของผู้คนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโซนที่พักอาศัยหรือโซนโรงแรม ที่มอบประสบการณ์อยู่อาศัยหรือการพักผ่อนของทุกคนให้พิเศษยิ่งกว่าเคย

 

โซน Office Tower ที่ถูกนิยามว่าเปรียบเสมือน Hub of Visionaries ซึ่งพร้อมเป็นแพลตฟอร์มขับเคลื่อนผู้คนที่มีวิสัยทัศน์ให้บรรลุทุกเป้าหมายและความสำเร็จในชีวิต หรือโซนรีเทล ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปิดโอกาสให้พวกเขาหรือเธอได้ทั้งช้อปปิ้ง ค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ หรือเก็บเกี่ยวทุกโมเมนต์ไลฟ์สไตล์อย่างล้ำค่าแบบที่หาไม่ได้จากที่อื่น

 

ที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน และต้องยอมรับว่าทีมงานทุกคนของ THE STANDARD POP เองต่างก็ตั้งตารอคอยและคาดหวังจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ด้านการเสพผลงานศิลปะและวัฒนธรรมที่สดใหม่มากขึ้นกว่าเดิม นั่นคือพื้นที่โซนจัดแสดงศิลปะและวัฒนธรรม ที่ทาง One Bangkok บอกว่าจะมีการหมุนเวียนนำนิทรรศการและผลงานศิลปะมาจัดแสดงให้ได้เข้าชมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่สดใหม่และไม่จำเจ

 

โดยที่หนึ่งในนั้นคือ Art Loop ซึ่งถือเป็นไฮไลต์เด็ดของพื้นที่ Art & Culture ของ One Bangkok เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตรที่มีการรวบรวมผลงานศิลปะมาจัดแสดงโดยรอบโครงการ ให้ผู้คนทั้งที่อยู่อาศัยหรือคนที่เข้ามาเยี่ยมชมโครงการได้ ‘เข้าใกล้’ ศิลปะมากขึ้นในอีกมิติ ประหนึ่งว่างานสร้างสรรค์เหล่านี้ถูกหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนทุกคนที่ตบเท้าเข้ามายัง One Bangkok เลยก็ว่าได้

 

เรื่องนี้นับว่ามีความหมายมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครมีโอกาสได้เดินทางไปยังประเทศที่เฟื่องฟูในแง่ศิลปะและวัฒนธรรม เช่น สหรัฐฯ, อิตาลี, ฝรั่งเศส หรือแม้แต่ฮ่องกงและไต้หวัน ก็จะพบว่าประเทศเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีพื้นที่ที่พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมด้านแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ผ่านทั้งมิวเซียม, Art Gallery, โรงละคร ฯลฯ อีกมากมายเต็มไปหมด ดังนั้นการที่ One Bangkok จะมีความมุ่งมั่นในการส่งต่อและสร้างแรงบันดาลใจด้านงานศิลปะและวัฒนธรรมจึงถือเป็นเรื่องที่ดีงามมากๆ ต่อทั้งระดับผู้คน สังคม และประเทศ

 

ความเป็นเมืองกลางใจของผู้คนไม่ได้จำกัดแค่พื้นที่โซนอยู่อาศัย, โซนรีเทล, โซนออฟฟิศ หรือโซนจัดแสดงผลงานศิลปะเท่านั้น เพราะภายในเมือง One Bangkok ยังได้มีการหว่านเมล็ดพันธุ์พืชจำนวนมากเพื่อเนรมิตปอดสีเขียวแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนที่อยากจะสูดอากาศบริสุทธิ์มีสุขภาพที่ดี ได้วิ่งออกกำลังกาย วิ่งเล่นกับลูกๆ คนที่รัก พาคุณพ่อคุณแม่เดินใต้ร่มเงาแมกไม้นานาพันธุ์ ได้ใช้เวลาหย่อนใจในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ได้อิ่มเอมและเติมเต็มทุกความต้องการดังกล่าวได้อย่างถ่องแท้ผ่านพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งขนาด 50 ไร่ในโครงการ

 

ซึ่งข้อได้เปรียบของการตั้งอยู่บน Prime Location Hub ณ บริเวณหัวมุมถนนวิทยุและถนนพระราม 4 ก็จะสะท้อนออกมาผ่านการที่พื้นที่สีเขียวของ One Bangkok สามารถแผ่กิ่งก้านไปเชื่อมยังพื้นที่สีเขียวสาธารณะของกรุงเทพฯ เชื่อมจากสวนลุมพินีจรดไปยังสวนเบญจกิตติบนพื้นที่รวมเบ็ดเสร็จกว่า 700 ไร่ เปรียบเสมือนปอดยักษ์ทั้งสองข้างของกรุงเทพฯ ที่คอยฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้กับทุกชีวิต ได้มีคุณภาพความเป็นอยู่และอากาศที่ดีให้สูดไหลเวียนเข้าไปสร้างมวลออกซิเจนแห่งความสุขและความปลอดโปร่งในร่างกาย

 

One Bangkok

 

ไม่เพียงเท่านั้น อีกหนึ่งหัวใจของพื้นที่สีเขียวใน One Bangkok ที่เปรียบได้ดั่งไฮไลต์ของตัวโครงการคือต้น Golden Tree (ต้นไม้ที่มีใบสีเหลืองทองที่เรามักได้เห็นในคอนเทนต์โปรโมตโครงการ One Bangkok) ซึ่งจะบานสะพรั่งและเปล่งสีทองอร่ามเมื่อตัดสะท้อนกับแสงแดดรำไรในช่วงฤดูร้อนของทุกปี โดยที่เจ้าต้น Golden Tree นี้จะถูกปลูกยังตลอดสองข้างทางของถนนบูเลอวาร์ดภายในโครงการ เพื่อให้ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาได้อบอุ่นหัวใจและหลงใหลไปกับความสวยงามของธรรมชาตินี้

 

ที่พิเศษที่สุดคือแม้ว่าพื้นที่ในเมืองแห่งนี้จะมีอาณาบริเวณมากถึง 108 ไร่ ซึ่งแปลความหมายโดยรวบรัดได้ว่ากว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา แต่เพราะแก่นคิดในการออกแบบเมืองแห่งนี้ให้ตอบโจทย์ทุกชีวิตตามนิยามเมืองกลางใจ ดังนั้นทุกจุด ทุกหมุดหมายในตัวโครงการจึงเอื้อความสะดวกให้ผู้คนสามารถเดินเชื่อมถึงกันภายในระยะเวลา 15 นาที (Walkable Neighborhood) แบบไร้รอยต่อ เพื่อให้เกิดประสบการณ์แบบ Seamless Experience ตามแนวคิด 15 Minute Walking City ที่ ศ.คาร์ลอส โมเรโน ได้คิดค้นขึ้น

 

สำหรับแนวคิด 15 Minute Walking City นั้นเชื่อว่าการสร้างเมืองที่ดีจะต้องเอื้อประโยชน์ให้ผู้คนสามารถเดินทางถึงกัน เข้าถึงทุกสิ่งอย่างที่จำเป็นในชีวิตประจำวันด้วยระยะเวลาเพียง 15 นาที ซึ่งไม่เพียงแต่จะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ แต่จะยังเพิ่ม ‘เวลา’ ให้ผู้คนได้นำไปสร้าง Values กลับคืนสู่คุณภาพชีวิตตัวเองได้อย่างมหาศาล ทั้งยังปลดล็อกการที่ให้ผู้คนในชุมชนได้เชื่อมต่อถึงกันมากยิ่งขึ้น เพื่อความแข็งแรงของคอมมูนิตี้ในเมืองอีกด้วย ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่ถูกนำมาปรับใช้กับการสร้างเมืองของ One Bangkok นั่นเอง

 

ส่วนใครที่กังวลว่าแดดและอุณหภูมิอากาศความร้อนในประเทศไทยอาจจะทำให้แนวคิด 15 Minute Walking City เป็นไปได้ยากก็อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะตลอดสองข้างทางของถนนทุกเส้น ทุกมุมใน One Bangkok ล้วนแล้วแต่มีการปลูกต้นไม้ไว้เป็นร่มเงาให้กับผู้คนแทบทั้งสิ้น จึงมั่นใจได้เลยว่าคุณจะสามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้อย่างอุ่นใจ ร่มเย็น ทั้งยังย่นระยะเวลาในการเดินทางลงเหลือเพียงไม่เกิน 15 นาทีเท่านั้น

 

เรียกได้ว่าคิดมาดี คิดมารัดกุมครอบคลุมในทุกๆ มุมมองแล้วเลยก็ว่าได้ในการสร้างคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีที่สุดให้กับเมืองแห่งนี้

 

จากทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ นี่เป็นเพียง ‘บางส่วน’ หรือเศษเสี้ยวจากความตั้งใจที่แท้จริงของ One Bangkok ในการพัฒนาเมืองแห่งนี้ให้การกลายเป็นเมืองกลางใจที่มีความหมายต่อชีวิตของผู้คน ซึ่งจะเชื่อมโยงทั้งการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกชีวิต แบ่งปันคุณค่าความเป็นอยู่ที่ดีในทุกๆ มิติแง่มุม ทั้งยังทำให้ทุกคนตกหลุมรักทุกโมเมนต์ ทุกประสบการณ์ ในตลอดทุกๆ วินาทีที่ได้ใช้เวลาอยู่ใน One Bangkok

 

ดังนั้นการที่ทำเลของ One Bangkok ที่ตั้งอยู่บนหัวมุมถนนวิทยุและถนนพระราม 4 ซึ่งถือเป็น Prime Location Hub อย่างที่เราได้เกริ่นไปในตอนต้นจึงแทบจะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญลำดับรองๆ ลงไปเลยทันที โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงความตั้งใจมุ่งมั่นและรายละเอียดทุกสิ่งอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวโครงการ เพื่อที่จะยกระดับทุกตารางนิ้วใน One Bangkok ให้กลายเป็นเมืองกลางใจของผู้คน

 

ไม่แปลกที่ในท้ายที่สุด One Bangkok จะเลือกสื่อสารแคมเปญต่างๆ ของพวกเขาด้วยแนวคิดเรื่องเมืองกลางใจ เนื่องจากหลักคิดในมุมนี้เป็นองค์ประกอบที่ Developer น้อยรายจะใส่ใจ ในทางตรงกันข้าม One Bangkok สามารถทั้งคิด ลงมือทำ แถมยังถ่ายทอดให้เกิดขึ้นได้จริงอีกด้วย

 

 

สะท้อนนิยามเมืองกลางใจผ่าน 3 Core Values ที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของ One Bangkok

นอกเหนือจากมุมมองเรื่องเมืองกลางใจ THE STANDARD POP อยากย้อนพูดถึงเบื้องหลังแนวคิดการพัฒนาเมืองของ One Bangkok ให้กลายเป็นเมืองกลางใจของผู้คนอีกสักเล็กน้อย โดยเฉพาะ 3 Core Values ที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่อยู่เบื้องหลังหัวใจการสร้างเมืองในแบบฉบับ One Bangkok ซึ่งประกอบไปด้วย

 

  1. People Centric: การพัฒนาทุกสิ่งอย่าง ทุกสัดส่วน ทุกตารางเมตรในโครงการ โดยยึดเอา ‘ผู้คน’ เป็นที่ตั้ง ว่าคนแต่ละประเภท แต่ละเจน หรือแต่ละช่วงวัย มีมุมมอง ความสนใจในเรื่องอะไรมากเป็นพิเศษ ความต้องการของพวกเขาในแต่ละแง่มุมการใช้ชีวิตคือเรื่องอะไรกันแน่ จากนั้นคอยนำสารตั้งต้นดังกล่าวมาร้อยเรียงเป็นพื้นที่และการออกแบบส่วนต่างๆ ภายในโครงการทั้งหมด เพื่อให้ได้เมืองที่ตั้งต้นการออกแบบมาจากผู้คนโดยแท้จริง

 

ดังที่เราได้เห็นผ่านการนำแนวคิด Walkable Neighborhood มาใช้เพื่อให้ทุกชีวิตได้เชื่อมโยงถึงกัน เพื่อความสะดวกสบาย การหลอมรวมของการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแรง ซึ่งทั้งหมดคือสมการที่เทียบเท่ากับผลลัพธ์ของการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยกระดับมากขึ้นกว่าเดิม

 

  1. Sustainability: เรามักเห็นหน่วยงานหลายแห่งพูดถึงความยั่งยืนในมิติที่บางเบา ยากต่อการจับต้อง หรือฟังดูไกลห่างจากการทำให้เกิดขึ้นได้จริงทั้งสิ้น แต่ในเมืองกลางใจ One Bangkok แห่งนี้ ความยั่งยืนจะกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนที่ใช้ทุกช่วงเวลาอยู่ในโครงการสามารถจับต้องได้ง่ายที่สุด

 

ภายใต้โครงการแห่งนี้ได้มีการใช้แนวคิดเรื่องความยั่งยืน เพื่อให้ในระยะยาว One Bangkok เป็นสถานที่ที่จะเติบโตไปพร้อมๆ กับทุกจังหวะชีวิตได้อย่างยั่งยืน ตั้งแต่การวาง Master Plan ในโครงการ ซึ่งได้รับมาตรฐานสากล LEED for Neighborhood Development Platinum เพื่อให้ One Bangkok เป็นโครงการสีเขียวอย่างแท้จริง หรือการดีไซน์พื้นที่ต่างๆ ภายในโครงการเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ความเป็นอยู่ของผู้คน

 

กระทั่งมุมมองเรื่องการเชื่อมต่อปอดสองข้างของกรุงเทพฯ อย่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติเข้าด้วยกัน โดยมีพื้นที่สีเขียวในโครงการขนาด 50 ไร่เป็นแกนกลาง ให้เกิดกลายเป็นปอดยักษ์ใจกลางกรุงเทพฯ ก็ถือเป็นรูปธรรมของความยั่งยืนและความมุ่งมั่นในการสร้างพื้นที่สีเขียวโดย One Bangkok ได้เป็นอย่างดี

 

  1. Smart City: หนึ่งในเหตุผลที่จะทำให้นิยาม Sustainability เกิดขึ้นกับ One Bangkok ได้ก็เป็นผลมาจากการนำ Smart Technologies มาใช้ในโครงการ ซึ่ง One Bangkok ก็ได้นำเทคโนโลยีต่างๆ มาติดตั้งและยกระดับให้เมืองแห่งนี้มีความอัจฉริยะ ทั้งเพื่อให้ชีวิตผู้คนสะดวกสบาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงสร้างความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังมีการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นในโครงการกลับมาประมวลผล เพื่อช่วยให้การควบคุมและบริหารจัดการเมืองกลางใจแห่งนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งที่สุดแล้วปลายทางของถนนทุกสายก็ล้วนแล้วแต่มาบรรจบกันตรงที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ ทุกแง่มุมนั่นเอง

 

One Bangkok

 

จากทั้งหมดทั้งมวลที่เราอธิบายมาข้างต้นนี้ ก็เพื่อให้เห็นว่า One Bangkok ไม่ได้คิดหวังแค่การพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ระดับแลนด์มาร์กของประเทศไทย หรือให้เป็นเมืองที่มีความครบครันในทุกสิ่งเท่านั้น

 

แต่เพราะพวกเขาอยากสร้างเมืองที่อยู่กลางใจของทุกคนแบบจับต้องได้จริง เป็นเมืองที่ถูกคิดมาอย่างดี ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน คิดถึงทุกชีวิตที่จะแวะเวียนเข้ามา และถูกลงมือสร้างโดยหัวใจที่อยากให้ทุกๆ คนได้ตกหลุมรักเมืองแห่งนี้ มีประสบการณ์ที่ดี น่าจดจำ และมีความเป็นอยู่ที่ดีในทุกช่วงเวลานั่นเอง

 

ยอมรับตามตรงว่าส่วนตัวของผู้เขียนและ THE STANDARD POP เอง เมื่อได้ยินรายละเอียดต่างๆ ของโครงการ One Bangkok ที่มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ ก็เกิดความรู้สึกคาดหวังและตั้งตารอคอยที่จะได้ไปเยี่ยมเยือนด้วยตัวเองให้ได้

 

แต่ทันทีที่มีการเปิดเผยแนวคิดเรื่องการออกแบบเมือง สถานที่ ส่วนต่างๆ ผ่านหลักคิดเรื่องเมืองกลางใจออกมา เรากลับรู้สึกตื่นเต้นและแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะไปเยือนสถานที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อพิสูจน์ความหมายของนิยามเมืองกลางใจด้วยตัวเอง

 

แล้วเจอกันนะ เมืองกลางใจ One Bangkok

The post สร้างเมืองกลางใจแบบ One Bangkok นิยามสร้างเมืองฉบับใหม่ที่ดีไซน์ทุกองค์ประกอบให้ตอบโจทย์ทุกจังหวะชีวิต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อสินค้าไทยผสานกับความป๊อป ชวนเที่ยวงาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์’ ที่ ‘ห้างฯเอ็มโพเรียม’ พร้อมกิจกรรมสนุกสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอดซัมเมอร์นี้ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/emporium-kud-thai-only-thailand-best/ Fri, 05 Apr 2024 05:50:10 +0000 https://thestandard.co/?p=919428 คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

  ‘สินค้าไทย’ นั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที […]

The post เมื่อสินค้าไทยผสานกับความป๊อป ชวนเที่ยวงาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์’ ที่ ‘ห้างฯเอ็มโพเรียม’ พร้อมกิจกรรมสนุกสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอดซัมเมอร์นี้ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

‘สินค้าไทย’ นั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่ไหน ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สั่งสมกันมายาวนาน ผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศจากธรรมชาติ ก่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรม ขนมหวานโบราณ หรือแม้กระทั่งผลไม้พันธุ์พื้นเมือง ทุกชิ้นล้วนอัดแน่นไปด้วยวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแบบไทยๆ ที่น่าหลงใหลเสมอ

 

และในช่วงซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับเทศกาลสงกรานต์อันเป็นประเพณีสำคัญของไทย ก็นับเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสกับสีสันและมนต์เสน่ห์ของสินค้าไทยกันอย่างเต็มที่ ซึ่งเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็ได้จัดงาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ – ไตรเฟส อิดิชั่น’ ขึ้น เพื่อคัดสุดยอดสินค้าจากทั่วประเทศมาให้ได้ช้อปกันในที่เดียว

 

งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 3 ตึกของเอ็มดิสทริค ได้แก่ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ โดยแต่ละแห่งจะนำเสนอคอนเซปต์ที่แตกต่างกันออกไป เปรียบเสมือนการออกเดินทางสำรวจความหลากหลายของสินค้าไทยในแบบฉบับของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการท่อง ล่อง ลอง รู้ ชิม หรือช้อป เพื่อค้นหาของดีที่ถูกใจ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ภายใต้ธีม POP FEST. ที่จะพาไปพบกับสุดยอดสินค้าไทยสไตล์ป๊อปสุดชิค ตั้งแต่แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ มวยไทย ไปจนถึงสตรีทฟู้ด และผลไม้หายากสายพันธุ์ไทยแท้

 

ภายในงานที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ถูกแบ่งเป็น 3 โซนหลักๆ ดังนี้

 

เริ่มต้นที่โซน Thai Pop ชั้น 1 บริเวณ Fashion Hall และ EM Walk ที่คัดสุดยอดของฝากและสินค้าไลฟ์สไตล์สไตล์ไทยร่วมสมัย (Best of Thai Souvenirs, Fashion & Lifestyle) ไม่ว่าจะเป็นงานคราฟต์จากศิลปินชั้นนำ สินค้าแฟชั่นดีไซน์เก๋ เช่น แบรนด์ The Only Market, Bangkokian by Another Story, The shop เป็นต้น 

 

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

หรือขนมไทยขึ้นชื่อจากแผนก Gourmet Thai และชาผงปรุงสำเร็จตรามือสูตรต้นตำรับที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี รวมไปถึงสินค้าในกลุ่มสมุนไพรไทย (Herbal Therapy) อย่างแบรนด์ The Herbaholic’s ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์สมุนไพรในรูปแบบใหม่ ยกระดับให้มีความทันสมัย ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมบริการทดลองนวดประคบจากผู้เชี่ยวชาญ

 

 

นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์พิเศษอย่าง Best of Thai Scent แหล่งรวมยาดมหลากหลายแบรนด์ดัง เริ่มตั้งแต่สูตรโบราณไปจนถึงยาดมสไตล์ใหม่ เป็นที่นิยมของทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซื้อเป็นของฝากก็ถูกใจผู้รับ หรือจะใช้เองก็มีหลากหลายกลิ่นให้เลือกตามความชอบ 

 

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

และ Best of Thai Music & Workshop ที่เชิญชวนให้ทุกคนมาสัมผัสดนตรีไทยวินเทจจากศิลปินชั้นนำ พร้อมเข้าร่วมเวิร์กช็อปสนุกๆ เช่น การเพนต์เซรามิก การทำขนมไทย และ D.I.Y. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตลอดช่วงเวลาของงาน ซึ่งประกอบไปด้วย

 

 

 

Thai Craft Workshops

  • ทุกวัน (วันที่ 27 มีนาคม 2567 – 18 เมษายน 2567) สาธิตการใช้ลูกประคบ โดย The Herbaholic’s
  • ทุกสุดสัปดาห์ (วันที่ 30-31 มีนาคม 2567, วันที่ 6-7 และ 13-15 เมษายน 2567) กิจกรรมเพนต์เซรามิก โดย Cone No.9
  • วันที่ 6-7 เมษายน 2567 Thai Modern Craft Workshops (ทำพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า)
  • วันที่ 13-15 เมษายน 2567 Thai Traditional Craft Workshops (ทำถุงหอมดอกไม้แห้ง)

 

Thai Music and Performance 

ร่วมฟังเพลงดนตรีสดจากวงหมอลำร่วมสมัย เอ็นจอยบรรยากาศสนุกแบบไทยๆ พร้อมชิมขนมไทยโบราณยอดนิยมสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ทุกสุดสัปดาห์ และช่วงวันหยุดสงกรานต์ เวลา 13.00 น., 15.00 น. และ 17.00 น.

 

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

ขณะที่ชั้น 2 บริเวณ EM Walk โซน Thai Boxing & Culture เป็นสวรรค์สำหรับสาวกมวยไทยโดยเฉพาะ (Best of Muay Thai & Iconic Thai Fashion) ด้วยสินค้าทั้งในหมวดเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์มวยแบบจัดเต็ม พร้อมเวทีมวยจำลองให้ทดลองเล่น โดยมีเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์ Muscle Sport คอยให้คำปรึกษา 

 

และยังมีแบรนด์ไอคอนิกอย่าง Double Goose ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 60 ปี มาเปิดป๊อปอัพสโตร์ในงานนี้ด้วย ให้ได้มา Personalize เสื้อยืดในสไตล์ที่ชอบ ส่วนใครที่มองหากระเป๋าผ้าแคนวาสวินเทจสุดคูล ต้องไม่พลาดแบรนด์ Moshi Ava ที่จะมาสร้างสีสันด้วยการพิมพ์คำไทยแบบไอคอนิกบนกระเป๋า

 

ปิดท้ายกันที่ Thai Taste บนชั้น 4 ที่ Gourmet Market แหล่งรวมผลไม้สุดพรีเมียมสายพันธุ์ไทยแท้ทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ มังคุดคีรีวง ที่มีเนื้อสีขาวฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน, มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองผิวเหลืองนวลสวย เนื้อละเอียด รสชาติหอมหวาน, ส้มโอทับทิมสยามลูกโตเนื้อชมพูสดใส และชมพู่น้ำดอกไม้รูปทรงสวยหอมหวานฉ่ำ 

 

 

ที่พลาดไม่ได้คือ Gourmet Eats ที่ยกขบวนร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังกว่า 100 ร้านมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ครบทั้งเมนูคาวและหวาน เช่น โกอ่างข้าวมันไก่, ยี่สับหลก, ผัดไทยไฟทะลุ, คนชงคนปรุง, นายอ้วนเย็นตาโฟ และอีกมากมาย

 

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ช้อปภายในห้างเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ เมื่อช้อปสะสมยอดครบ 5,000 บาท สามารถรับกระเป๋าผ้าขาวม้าลิมิเต็ดเอดิชันจากชุมชนในจังหวัดขอนแก่นฟรี มูลค่า 790 บาท มีให้เลือกถึง 8 ลายไม่ซ้ำใคร พร้อมบริการสกรีนชื่อ-ข้อความตามต้องการ

 

คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์

 

งาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ – ไตรเฟส อิดิชั่น’ จึงเป็นอีเวนต์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักของไทย เพราะได้รวบรวมสุดยอดสินค้าคุณภาพจากทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักช้อป ตั้งแต่ของกิน ของใช้ ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ไปจนถึงของที่ระลึก ในราคาสุดคุ้ม พร้อมกิจกรรมและโปรโมชันพิเศษแบบจัดเต็มตลอดช่วงเวลาจัดงาน 

 

ใครที่อยากสัมผัสความยิ่งใหญ่และมนต์เสน่ห์ของสินค้าไทยในมุมมองใหม่ หรือกำลังมองหาของขวัญชิ้นพิเศษต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ จะพลาดไม่ได้เลย ไปพบกันได้ที่งาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ – ไตรเฟส อิดิชั่น’ ที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 18 เมษายน 2567 นี้เท่านั้น แล้วคุณจะได้รู้ว่าของดีของไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก

The post เมื่อสินค้าไทยผสานกับความป๊อป ชวนเที่ยวงาน ‘คัดไทย โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์’ ที่ ‘ห้างฯเอ็มโพเรียม’ พร้อมกิจกรรมสนุกสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอดซัมเมอร์นี้ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pavilion ที่สร้างจากวัสดุเหลือใช้ของไทยและออสเตรเลียมารวมกัน https://thestandard.co/life/pavilion-built-from-leftover-materials-thai-australia/ Thu, 01 Feb 2024 06:25:28 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=894748 Bangkok Design Week 2024

Pavillion สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งจากวัสดุเหลือใช้ &nbsp […]

The post Pavilion ที่สร้างจากวัสดุเหลือใช้ของไทยและออสเตรเลียมารวมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Design Week 2024

Pavillion สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งจากวัสดุเหลือใช้

 

อีกหนึ่งผลงานใน Bangkok Design Week 2024 ที่พูดถึงความยั่งยืนและสามารถใช้งานได้จริง คงหนีไม่พ้น MPavilion ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่ตึก The Corner House ตัว Pavilion จะเป็นเก้าอี้และวัสดุคลุมที่ทำหน้าที่คล้ายกับหลังคา โดยทั้งหมดจะทำจากวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น และเป็นความร่วมมือกันของนักออกแบบชาวไทยและออสเตรเลีย 

 

Pavilion นี้ถูกคิดขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตกลางแจ้งร่วมกันของคนในชุมชน ส่วนประกอบแรกคือ ผ้าหลังคา เป็นวัสดุเหลือใช้ทั้งผ้าและตาข่ายจับปลา ผลงานออกแบบของ all(zone) สตูดิโอออกแบบสัญชาติไทย ตัวผ้าจะมีสีสันที่สดใส โปร่งแสง และป้องกันฝนได้ เมื่อมีแสงมาตกกระทบหลังคาจะให้ความรู้สึกพลิ้วไหวคล้ายเราอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้

 

ส่วนต่อมาจะเป็นเก้าอี้ชื่อ Re-Pete ผลงานการออกแบบของ Canberra Design Lab ประเทศออสเตรเลีย เป็นเก้าอี้น้ำหนักเบา โปร่งแสง แต่แข็งแรง ผลิตจากขวดน้ำพลาสติกรีไซเคิล นำมาหลอมใหม่แล้วขึ้นรูปด้วยเครื่องพรินต์สามมิติ เก้าอี้นี้หากไม่ใช้แล้วสามารถนำวัสดุกลับไปรีไซเคิลใช้งานได้อีกรอบ นักออกแบบบอกว่า เก้าอี้ 1 ตัวจะใช้เวลาผลิตราวๆ 2 ชั่วโมง 49 นาที และที่สำคัญ ในการผลิต 1 ตัวสามารถลดขวดน้ำไปได้ถึงประมาณ 220 ขวด!

 

Facebook: Bangkok Design Week

Instagram: @bangkokdesignweek

 

The post Pavilion ที่สร้างจากวัสดุเหลือใช้ของไทยและออสเตรเลียมารวมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘FWD ประกันชีวิต’ ชวนทุกคน ‘ใช้ชีวิตเหมือนที่เคยคิด เพราะชีวิตคิดแล้วต้องใช้’ ปล่อยจอยไปกับ ‘FWD PlayGrown’ เครื่องเล่นขนาดผู้ใหญ่เล่น ต้อนรับวันเด็กที่จะทำให้คุณได้กลับไปใช้ชีวิต​​เหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้ง [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/fwd-playgrown/ Fri, 12 Jan 2024 11:00:18 +0000 https://thestandard.co/?p=887018

FWD ประกันชีวิต เล่นสุดอีกแล้ว! ครั้งนี้ชวนให้ทุกคนมาสน […]

The post ‘FWD ประกันชีวิต’ ชวนทุกคน ‘ใช้ชีวิตเหมือนที่เคยคิด เพราะชีวิตคิดแล้วต้องใช้’ ปล่อยจอยไปกับ ‘FWD PlayGrown’ เครื่องเล่นขนาดผู้ใหญ่เล่น ต้อนรับวันเด็กที่จะทำให้คุณได้กลับไปใช้ชีวิต​​เหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้ง [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

FWD ประกันชีวิต เล่นสุดอีกแล้ว! ครั้งนี้ชวนให้ทุกคนมาสนุกให้สุด เพราะเขาทุ่มทุนสร้างเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่ตั้งใจทำให้ผู้ใหญ่เล่นมาตั้งไว้ใจกลาง EM Station สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ บริเวณทางเชื่อมระหว่าง EMPORIUM, EMQUARTIER และ EMSPHERE​ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘ใช้ชีวิตเหมือนที่เคยคิด เพราะชีวิตคิดแล้วต้องใช้’

 

 

เห็นแวบแรกนึกว่าเป็นแคมเปญโปรโมตสวนสนุกสำหรับเด็กแห่งใหม่ใจกลางกรุง จนเผลอคิดไปว่าถ้าตอนเด็กๆ มีอะไรสนุกๆ แบบนี้ให้เล่นบ้างก็คงจะดี แต่พอขยับเข้าไปดูใกล้ๆ Installation ที่ออกแบบให้เหมือนกล่องของเล่นขนาดยักษ์ และบน Seesaw (ไม้กระดก) พบผู้ใหญ่หัวใจเด็กกำลังปล่อยจอยไปกับจังหวะขึ้นลงพร้อมเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่ดูไร้กังวล ภาพความสนุกวัยเด็กบน Seesaw (ไม้กระดก) ก็ว้าบเข้ามาในความทรงจำแทบจะทันที และมั่นใจว่าใครที่ได้มาเห็นภาพเดียวกันนี้ต้องรู้สึกเช่นเดียวกัน

 

และน่าจะเป็นความตั้งใจของ FWD ประกันชีวิต ที่เลือกเนรมิตและเปิดตัว ‘FWD PlayGrown สนามผู้ใหญ่เล่น’ ในช่วงเทศกาลวันเด็ก เพราะมันเป็นเครื่องย้ำเตือนและเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ที่คิดถึงหัวใจที่สดใส ความคิดนอกกรอบที่ทำให้เราคิดได้อย่างอิสระ และแรงบันดาลใจไร้ขีดจำกัดในวัยเด็ก ได้ย้อนนึกถึงการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ก้าวข้ามความกังวลและใช้ชีวิตเหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้ง   

 

 

ถือว่าเป็นแคมเปญเปิดปี 2567 ที่ตอกย้ำ Brand Promise สนับสนุนให้ทุกคนได้ ‘Celebrate Living’ ใช้ชีวิตอย่างหมดห่วงในแบบของตัวเองได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนวัยทำงานที่ความกดดันจากสังคม ภาระความรับผิดชอบที่ถาโถม เกิดเป็นความกังวลใจที่เติบโตขึ้นตามอายุ จนทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้เต็มที่อย่างที่เคยคิด 

  

 

สอดคล้องไปกับผลสำรวจที่พบว่า คนไทยจำนวนมากมีเวลาไม่เพียงพอที่จะทำอะไรในแบบที่ตัวเองอยากลองทำ ในฐานะที่ FWD ประกันชีวิต เป็นแบรนด์ประกันชีวิตที่สนับสนุนให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างหมดห่วงในแบบที่ต้องการ จึงส่งแคมเปญ ‘ใช้ชีวิตเหมือนที่เคยคิด เพราะชีวิตคิดแล้วต้องใช้’ มาสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต สนับสนุนให้คนไทยใช้ชีวิตอย่างที่ตั้งใจได้เต็มที่ ก้าวข้ามความกังวลเหมือนกับตอนที่ยังเป็นเด็กที่มีอิสระในการเลือกทำสิ่งต่างๆ ตามความต้องการ โดยมี FWD ประกันชีวิต ดูแลให้

 

 

พอพูดถึงชีวิตอิสระและไร้กังวล เห็นจะมีแต่ชีวิตและหัวใจวัยเด็กที่มอบความมหัศจรรย์แบบนี้ให้กับเราได้ กลายเป็นไอเดียให้ FWD ประกันชีวิต เนรมิตสนามผู้ใหญ่เล่น (FWD PlayGrown) เป็นเครื่องกระตุ้นเตือนแรงบันดาลใจให้ทุกคนลองไป ‘ใช้ชีวิตเหมือนที่เคยคิด’

 

 

ชวนทุกคนไปปล่อยจอยกับเครื่องเล่นต้อนรับวันเด็ก ที่จะทำให้คุณได้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้ง ทั้ง Seesaw (ไม้กระดก) ปล่อยจอยให้เต็มที่ทั้งขาขึ้นและขาลง โดยจะตั้งอยู่ที่ EM Station 2 (BTS พร้อมพงษ์) ​​ทางเชื่อมระหว่าง EMPORIUM, EMQUARTIER และ EMSPHERE​ และ Swing (ชิงช้า) ของผู้ใหญ่ พาคุณปล่อยลอยเอ็นจอยกับทุกสิ่ง ซึ่งจะตั้งอยู่ที่หน้าอาคาร United Center สีลม

 

ได้ยินมาว่าสนามผู้ใหญ่เล่น (PlayGrown) ทั้งสองแห่งเป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรมของแคมเปญ ‘ใช้ชีวิตเหมือนที่เคยคิด เพราะชีวิตคิดแล้วต้องใช้’ ในรูปแบบ On Ground แต่ยังมีกิจกรรมในรูปแบบ Online ต่อยอดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตเหมือนตอนเป็นเด็ก ผ่านเรื่องราวของ TikTok Influencers ที่สามารถใช้ชีวิตเหมือนที่เคยคิดและเคยอยากทำในวัยเด็กได้จริง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและจุดประกายให้ทุกคนลองไปใช้ชีวิตเหมือนที่เคยคิดได้อย่างเต็มที่ เพราะชีวิตคิดแล้วต้องใช้



สำหรับกิจกรรม PlayGrown ที่ EM Station 2 (BTS พร้อมพงษ์) และหน้าอาคาร United Center สีลม จะจัดตั้งแต่วันที่ 11-13 มกราคม 2567 ยังเหลือเวลาให้คุณไปปล่อยจอยกับเครื่องเล่นวัยเด็กอีกครั้ง

 

แล้วพาหัวใจวัยเด็กมาปล่อยจอยกันที่ FWD PlayGrown สนามผู้ใหญ่เล่น ลุย!

The post ‘FWD ประกันชีวิต’ ชวนทุกคน ‘ใช้ชีวิตเหมือนที่เคยคิด เพราะชีวิตคิดแล้วต้องใช้’ ปล่อยจอยไปกับ ‘FWD PlayGrown’ เครื่องเล่นขนาดผู้ใหญ่เล่น ต้อนรับวันเด็กที่จะทำให้คุณได้กลับไปใช้ชีวิต​​เหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้ง [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
คู่ฟินกินทั่วไทย แคมเปญสุดสร้างสรรค์ฟินได้ใจ ผ่านกลยุทธ์ User Generated Content ที่ชวนคนไทยออกไปฟินกับเมนูอร่อยกินคู่กับไวตามิ้ลค์ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/vitamilk-user-generated-content/ Fri, 06 Oct 2023 08:30:33 +0000 https://thestandard.co/?p=851117 Vitamilk User Generated Content

เมื่อพูดถึงแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจในช่วงไม่นานมานี้ ต้อ […]

The post คู่ฟินกินทั่วไทย แคมเปญสุดสร้างสรรค์ฟินได้ใจ ผ่านกลยุทธ์ User Generated Content ที่ชวนคนไทยออกไปฟินกับเมนูอร่อยกินคู่กับไวตามิ้ลค์ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Vitamilk User Generated Content

เมื่อพูดถึงแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจในช่วงไม่นานมานี้ ต้องยกให้กับแคมเปญ ‘ไวตามิ้ลค์ คู่ฟินกินทั่วไทย’ ที่ผ่านการคิดสร้างสรรค์มาเป็นอย่างดี ไม่เพียงสนุกทันสมัย แต่ยังสร้างมูฟเมนต์เชิงบวก ประสบความสำเร็จทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ แถมยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้คนออกไปใช้จ่าย กระจายรายได้กันอย่างเห็นผล เป็น Case Study ที่น่าสนใจไม่น้อย 

 

‘ไวตามิ้ลค์ คู่ฟินกินทั่วไทย’ แคมเปญสุดสร้างสรรค์ฟินได้ใจ

 

แคมเปญดีๆ นี้สร้างสรรค์โดยแบรนด์น้ำนมถั่วเหลือง ไวตามิ้ลค์ (Vitamilk) ที่คนไทยทุกคนต่างคุ้นเคยกันดี เกิดจากไอเดียและความตั้งใจอันดีที่แบรนด์อยากสนับสนุนให้คนไทยได้ออกไปตามหาเมนูคู่ฟินที่กินคู่กับไวตามิ้ลค์แล้วยิ่งอร่อยฟิน ได้ทั้งประโยชน์และเติมพลังไปพร้อมๆ กัน แถมที่ชนะเลิศมากๆ คือยังสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยด้วยการช่วยโปรโมตร้านอาหารเล็กๆ ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ร้านอร่อยในชุมชนของคนตัวเล็กตัวน้อยได้สร้างยอดขายเติบโต เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น 

 

Vitamilk User Generated Content

เหล่าซุปตาร์และอินฟลูเอ็นเซอร์สายกิน-ไลฟ์สไตล์ 

ที่มาร่วมอร่อยกับแคมเปญนี้

 

ในการเปิดตัวแคมเปญครั้งนี้ ไวตามิ้ลค์ยังได้จับมือร่วมกับ LINE MAN Wongnai และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โปรโมตร้านอาหารว่างกินคู่ไวตามิ้ลค์ ผ่าน LINE Official @vitamilk เพื่อชักชวนให้แฟนๆ ของไวตามิ้ลค์ได้ไปตามหาเมนูอร่อยคู่ฟินชิมตามร้านที่ปักหมุดไว้ถึงกว่า 1,000 ร้านค้าทั่วประเทศ พร้อมออกแบบฉลากลายสกรีนบนขวดลายใหม่ ชวนคนไทยมาร่วมอร่อยกับ 24 ร้าน เพื่อนำร่องแนะนำเมนูและร้านอาหารว่างกินคู่กับไวตามิ้ลค์จากทั่วไทย

 

ทั้งยังขนกองทัพแบรนด์พรีเซนเตอร์และอินฟลูเอ็นเซอร์สายกินทั่วไทย นำโดยพระเอกสุดฮอตอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ และอินฟลูเอ็นเซอร์สายกิน-ไลฟ์สไตล์ตัวท็อปของเมืองไทย เช่น MAWIN FINFERRR, ส้ม มารี และ ภูริ หิรัญพฤกษ์ ฯลฯ มาร่วมเปิดตัวแคมเปญพร้อมอร่อยกับเมนูจาก 24 ร้านนำร่องบนฉลากขวดลายใหม่ เพื่อช่วยแนะนำเมนูคู่ฟินกินคู่ไวตามิ้ลค์กับผู้บริโภคทั่วไทย

 

Vitamilk User Generated Content

บางส่วนของ 24 ร้านนำร่อง

ที่ถูกเลือกมาอยู่บนฉลากขวดลายใหม่

 

Vitamilk User Generated Content Vitamilk User Generated Content

เมนูคู่ฟินจากร้านแนะนำ กินคู่กับไวตามิ้ลค์แล้วยิ่งอร่อย

 

ไม่เพียงเท่านั้น แบรนด์ยังได้ชวนคนไทยมาร่วมกันแชร์เมนูของว่างรองท้องกินคู่กับไวตามิ้ลค์เพื่อช่วยกันโปรโมตร้านท้องถิ่น โดยมีแรงจูงใจคือสร้างโอกาสในการเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์สาย Foodie หน้าใหม่ จนเกิดกระแส Social Voice ที่กระหึ่มไปทั่ว ทำให้บรรดาอินฟลูเอ็นเซอร์สายกินตัวท็อป ทั้งตัวพ่อ ตัวแม่ ทั้งระดับ Macro-Micro และ Local Influencers ไปจนถึงผู้คนทั่วไปต่างพากันมาร่วมสนุกแท็กทีมรีวิว รวมพลังโปรโมตแคมเปญดังที่หลายๆ คนน่าจะได้เห็นผ่านตากันมาแล้ว 

 

กลยุทธ์ User Generated Content

ภารกิจปั้นอินฟลูเอ็นเซอร์สายกินหน้าใหม่

ส่งไม้ต่อให้ผู้บริโภคตัวจริงออกตะลุยจับคู่ไวตามิ้ลค์กับเมนูรองท้อง

 

Vitamilk User Generated Content Vitamilk User Generated Content

ความปังของแคมเปญ เกิดกระแส Social Voice กระหึ่ม 

ทั้ง Macro-Micro และ Local Influencers ไปจนถึงอินฟลูเอ็นเซอร์หน้าใหม่

และคนทั่วไปที่ต้องการร่วมสนุกช่วยกันโปรโมตร้านค้า 

 

ผลก็คือแคมเปญนี้ได้รับทั้งความสนใจ เป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเห็นได้จากกระแสตอบรับที่มีแฟนๆ ทางบ้านต่างพากันแชร์คลิปแนะนำเมนูคู่ฟินและร้านอาหารทั่วประเทศมากถึงกว่า 1,000 ร้านค้า มี Engagement ถึงกว่า 2 ล้าน Engagements แถมที่เซอร์ไพรส์จนต้องว้าวคือมียอดเข้าชมทั้งหมดมากถึงกว่า 75 ล้านวิวเลยทีเดียว 

 

หลังจากปล่อยแคมเปญไวตามิ้ลค์คู่ฟินกินทั่วไทยออกมาก็ได้เกิด Voice หรือการพูดถึงตราสินค้าอย่างต่อเนื่องในโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ช่วงวันที่ 15 กรกฎาคม – 26 กันยายน 2566 ส่งผลให้เกิดเปอร์เซ็นต์ Voice สูงขึ้นจากก่อนเริ่มแคมเปญถึง 275 เปอร์เซ็นต์ หรือมีคนพูดถึงแคมเปญนี้มากขึ้นถึง 2,656 เมสเสจเลยทีเดียว ซึ่งยังไม่นับว่ามีการใช้ #vitamilkคู่ฟินกินทั่วไทย กันมากขึ้น ทำให้แฮชแท็กนี้กลายเป็นกระแส จนเป็นแฮชแท็กที่คนใช้มากที่สุดเมื่อพูดถึงไวตามิ้ลค์ โดยความปังของแคมเปญนี้ยังทำให้คนพูดถึงเป็นวงกว้างในหลากหลาย Social Platform ไม่ว่าจะเป็น Facebook, X (Twitter) โดยเฉพาะ TikTok ที่มีคนเข้ามาถ่ายคลิปไวตามิ้ลค์คู่กับอาหารรองท้องพร้อมติด #vitamilkคู่ฟินกินทั่วไทย พุ่งทะลุแล้วกว่า 1,230 คลิป 

 

เรียกได้ว่าแคมเปญนี้ดำเนินกลยุทธ์ User Generated Content อย่างได้ผล จุดกระแส สร้างปรากฏการณ์ไม่ธรรมดา ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างพูดถึงและพากันออกไปตามรอยชิมเมนูคู่ฟินต่างๆ กันที่ร้านเหล่านี้ 

 

จุดกระแสบนโลกออนไลน์ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างยอดขายจริงให้กับร้านค้าทั่วไทยมากมาย

 

Vitamilk User Generated Content

ร้านค้าที่ได้รับการแนะนำสามารถสร้างยอดขายและเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ต่างรู้สึกขอบคุณไวตามิ้ลค์

 

สิ่งที่น่าสนใจและประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชมที่สุดนั้นไม่ได้อยู่แค่ที่ยอดไลก์ ยอดแชร์ ทว่าอยู่ที่ผลดีซึ่งตกกับร้านค้าที่ร่วมแคมเปญ ซึ่งแต่ละร้านต่างก็รู้สึกขอบคุณแคมเปญของไวตามิ้ลค์ที่ทำให้ร้านค้าเล็กๆ ซึ่งมีทั้งฝีมือและอัตลักษณ์ความอร่อยที่หาไม่ได้ทั่วไป ได้มีโอกาสโปรโมตตัวเองผ่านขวดไวตามิ้ลค์และสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น คุณนุ้ย เจ้าของร้านกาแฟไปยาลใหญ่ ได้กล่าวถึงความรู้สึกให้ฟังด้วยความยินดีว่า 

 

“แคมเปญดีมากค่ะ มีคนรู้จักร้านเรามากขึ้น ลูกค้ามาที่ร้านเยอะขึ้น เมนูครัวซองต์ไข่กวนที่เป็นเมนูจับคู่ฟินกับไวตามิ้ลค์มีคนรู้จักเพิ่มมากขึ้น ลูกค้าตามมากินเมนูนี้มากขึ้น และลูกค้าที่มาที่ร้านก็ซื้อไวตามิ้ลค์เพื่อไปลองดื่มกับเมนูในร้านด้วย ยอดขายของร้านเราสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

 

ด้านคุณฝน เจ้าของร้าน Plearn Cafe Bangpu – เพลินคาเฟ่บางปู ก็เล่าให้ฟังว่า มีลูกค้าเข้ามาที่ร้านเยอะขึ้น โดยตามมาจากใน TikTok ที่ไวตามิ้ลค์มีแคมเปญอยู่ “ลูกค้าบางส่วนเห็นจากโซเชียลเลยตามมากินที่ร้านค่อนข้างเยอะ และบางส่วนตามมาจากอินฟลูเอ็นเซอร์ที่ไวตามิ้ลค์เลือกมารีวิวเมนูคู่ฟินของทางร้าน ทำให้ยอดขายสูงขึ้น มีคนรู้จักมากขึ้น”

 

Vitamilk User Generated Content

เจ้าของร้านลัคกี้ ติ่มซำ ชื่นชมยินดี

ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญดีๆ นี้ 

 

คุณโอ เจ้าของร้านลัคกี้ ติ่มซำ นครศรีธรรมราช ก็เสริมด้วยว่า หลังจากที่เข้าร่วมแคมเปญ มีลูกค้าสนใจเยอะขึ้น โดยตามมาจากลายบนขวดไวตามิ้ลค์ “หลังจากเข้าร่วมแคมเปญ ทางร้านเลยมีการทำ Special Menu ขึ้นมาสำหรับไวตามิ้ลค์โดยเฉพาะเลย คือ เมนูไวตามิ้ลค์แปะก๊วย ออกมาขายเพิ่มด้วย ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก” เช่นเดียวกับคุณธนาธิป เจ้าของร้านชาร์ก่ะแฟร์ อาหารเช้า โคราช บอกว่า หลังจากที่เข้าร่วมแคมเปญ คนสนใจมาร้านเยอะขึ้น “ใครที่ชอบกินเมนูเด็ดของร้านเราอย่างขนมปังกระเทียม อยากให้ลองกินคู่กับไวตามิ้ลค์เย็นๆ ดูนะครับ บอกเลยว่าเป็นคู่ฟินที่เข้ากันได้ดีมากๆ” 

 

จากฟีดแบ็กที่กล่าวมาทั้งหมดของแคมเปญนี้ ทั้งกระแสตอบรับ Social Voice ยอดแชร์และยอดวิวคลิปแบบถล่มทลาย ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยตามไปลิ้มรสเมนูคู่ฟิน จนเกิดการสร้างยอดขายให้กับบรรดาร้านอาหารว่างทั่วไทย จึงพิสูจน์ได้ว่าแคมเปญ ‘ไวตามิ้ลค์ คู่ฟินกินทั่วไทย’ เป็นแคมเปญสุดสร้างสรรค์ที่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้ให้กับคนทำมาหากินและร้านอาหารต่างๆ ทั่วประเทศได้อย่างประสบความสำเร็จ เห็นผลจริง เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างน่าชื่นชมมากจริงๆ

The post คู่ฟินกินทั่วไทย แคมเปญสุดสร้างสรรค์ฟินได้ใจ ผ่านกลยุทธ์ User Generated Content ที่ชวนคนไทยออกไปฟินกับเมนูอร่อยกินคู่กับไวตามิ้ลค์ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สานโอกาส สร้างรอยยิ้ม มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน มอบทุนสนับสนุนประจำปี 2566 [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/toyota-grant-support-2023/ Wed, 27 Sep 2023 10:00:16 +0000 https://thestandard.co/?p=845828 มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

เป็นประจำทุกๆ ปีที่มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ซึ่งดำเนินงา […]

The post สานโอกาส สร้างรอยยิ้ม มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน มอบทุนสนับสนุนประจำปี 2566 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

เป็นประจำทุกๆ ปีที่มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ซึ่งดำเนินงานมายาวนานกว่า 31 ปี ได้มุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาชีวิตเด็กและเยาวชน มอบโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงยกระดับคุณภาพชีวิตของใครหลายๆ คน ผ่านโครงการต่างๆ มากมาย หยิบยื่นโอกาส ขับเคลื่อนสังคม ตลอดจนร่วมสร้างอนาคตของประเทศไทยให้มั่นคงสู่ความยั่งยืน โดยล่าสุดได้มีพิธีมอบทุนสนับสนุนประจำปี 2566 แก่สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศล รวมมูลค่า 17,550,000 บาท ไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ณ Toyota ALIVE บางนา งานนี้ได้รับเกียรติโดย ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย พร้อมด้วย กลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมงาน 

 

“มูลนิธิฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เรามีส่วนช่วยเหลือด้านการศึกษาเด็กและเยาวชนให้กับสังคมไทยมาโดยตลอด เพราะเราเชื่อมั่นว่าการศึกษานั้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาคนและคุณภาพชีวิต”  

 

ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กล่าว ทั้งยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญอีกว่าการมอบทุนสนับสนุนให้กับองค์กรต่างๆ ที่ทำประโยชน์ย่อมจะเป็นการทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเมื่อเด็กและเยาวชนที่ได้รับทุนนำวิชาความรู้ที่เล่าเรียนไปประกอบอาชีพ สามารถสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองและครอบครัว ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ก็จะสามารถทำหน้าที่ของตัวเองให้เป็นประโยชน์ และเป็นกำลังสำคัญให้กับประเทศชาติต่อไป  

 

มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

 

ร่วมแรง…ร่วมใจ

พันธกิจขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนด้วยการมอบโอกาส และ ‘สร้างคน’

ตลอดเวลาร่วม 31 ปี ที่มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา ด้วยเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในการส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงมอบโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตแก่เด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพ จึงได้มีการปฏิบัติพันธกิจดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากทั้งสมาคมและสถาบันการศึกษาภายในประเทศมากมาย ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ฯลฯ ในการสนับสนุนและทำกิจกรรมพัฒนาทรัพยากรบุคคลอันเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ อันจะนำไปสู่การยกระดับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้เข้าใกล้เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ต่อไปในอนาคต ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นในการส่งเสริมสังคมอย่างยั่งยืนด้วยการ ‘สร้างคน’ ผ่าน 3 แนวทางหลักๆ ได้แก่

 

  1. ส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ในทุกระดับชั้น ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา 
  2. พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และผู้พิการ รวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 
  3. ส่งเสริมการดำเนินการขององค์กรสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

 

มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

 

พิธีมอบทุนในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ทางมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทว่าสิ่งที่น่าสนใจและน่าพูดถึงมากเป็นพิเศษในปีนี้ คือมูลนิธิฯ ได้มีการเพิ่มเติมมอบทุนการศึกษาสำหรับการส่งเสริมฝีมือแรงงานวิชาชีพ ทั้งในส่วนของทุนอาชีวศึกษา และทุนพยาบาลวิชาชีพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะร่วมมือเร่งส่งเสริมการพัฒนางานภาคอุตสาหกรรม และภาคสาธารณสุข อันสอดคล้องกับแนวทาง ‘อุตสาหกรรมใหม่’ (New S-Curve) และการผลักดันอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ตามแนวทางของรัฐบาล ซึ่งหลายๆ คนน่าจะทราบกันบ้างแล้วว่าทั้ง 2 อุตสาหกรรมดังกล่าวนั้นถูกตั้งเป้าให้เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปในอนาคต นี่จึงเป็นตัวอย่างของภาคเอกชนผู้เล็งเห็นความสำคัญและเป็นแรงหนุนเพื่อให้ประไทยของเราขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ได้เป็นอย่างดี 

 

มากไปกว่านั้นในปีนี้ มูลนิธิโตโยต้า ประเทศไทย ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่เด็กและเยาวชนที่กำลังเติบโตในวัยเรียนควรได้รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการ จึงได้มีการเพิ่มเติมสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนและชุมชน รวมถึงการสนับสนุนด้านสาธารณูปโภค เพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย 

 

มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย พร้อมด้วย กลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

 

สำหรับรายละเอียดขององค์กรต่างๆ ที่ได้รับทุนสนับสนุนโครงการมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ประจำปี 2566 นี้ เป็นจำนวนรวมแล้วทั้งสิ้น 17,550,000 บาท  ได้แก่ 

 

 

โตโยต้า สานโอกาส สร้างรอยยิ้ม

 

มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

น้องๆ เยาวชนแชร์ความรู้สึก กล่าวขอบคุณที่ได้รับทุนสนับสนุน

 

ไฮไลต์อีกอย่างภายในงานมอบทุนสนับสนุนประจำปีนี้ อยู่ที่นักเรียน-นักศึกษาจากทุกสถาบันจำนวนหลายสิบชีวิตที่ได้รับทุนจากมูลนิธิฯ และเดินทางมาร่วมพิธี ทุกคนต่างถือโอกาสนี้ขอบคุณกรรมการของมูลนิธิฯ ที่ได้มอบโอกาสดีๆ ในชีวิตให้ เป็นภาพบรรยากาศที่แสนซาบซึ้งน่าประทับใจ โดยในจำนวนนั้นหลายคนได้แชร์ความรู้สึกให้ฟังในทำนองคล้ายๆ กันว่า

 

“ทุนของมูลนิธิโตโยต้าช่วยให้เราได้สานฝัน ทั้งยังแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเรียนและการดำเนินชีวิตให้กับพวกเราและครอบครัวได้มากจริงๆ เรามีความซาบซึ้งและรู้สึกขอบพระคุณมากๆ และในฐานะที่เราเป็นผู้ได้รับก็อยากจะตอบแทนโอกาสดีๆ ที่เราได้รับกลับไป เราจะตั้งใจเรียน ทำให้ฝันของเราและครอบครัวเป็นจริง โดยจะไม่ลืมเป็นคนดี เพื่อที่จะสามารถตอบแทนและเป็นผู้ให้ตอบแทนสิ่งดีๆ คืนกลับสู่สังคมได้บ้าง”  

 

มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

มอบทุนสนับสนุนให้กับสถาบันการศึกษาต่างๆ 

เป็นจำนวนทั้งสิ้นถึง 17,550,000 บาท

 

มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

คณะกรรมการมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย พร้อมตัวแทนจากองค์กรผู้รับทุน

 

จากรอยยิ้มของเด็กๆ และเยาวชนทุกคนที่เราได้เห็นในวันนี้ พิสูจน์ว่าการที่มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยได้ทุ่มเทช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องยาวนานตลอด 31 ปีนั้นช่วยให้เด็กและเยาวชนที่ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกลของไทยจำนวนไม่น้อย ได้รับโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เหมาะสม และเท่าเทียม จนสามารถเติบโตด้วยความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ละคนได้รับการสนับสนุนโอกาสพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นบุคลากรคุณภาพ และต่างก็ร่วมมือร่วมใจกันมอบสิ่งดีๆ คืนกลับสู่สังคม ร่วมกันเป็นรากฐานที่แข็งแรงในการพัฒนาประเทศตามกำลังความสามารถของตน ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละแรงกำลังของพวกเขาเหล่านี้ย่อมจะรวมกันเป็นแรงกระเพื่อมไปสู่การยกระดับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยของเราให้เข้าใกล้เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ต่อไปในอนาคตได้อย่างแน่นอน สมดังพันธกิจและสโลแกนของมูลนิธิฯ ที่กล่าวว่า​ ‘โตโยต้า สานโอกาส สร้างรอยยิ้ม’ อย่างแท้จริง

 

มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

 

#มูลนิธิโตโยต้า #โตโยต้าสานโอกาสสร้างรอยยิ้ม #มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

The post สานโอกาส สร้างรอยยิ้ม มูลนิธิโตโยต้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน มอบทุนสนับสนุนประจำปี 2566 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Promsri-Tizen’ คือคนกลุ่มไหน? เกี่ยวข้องอะไรกับ ‘SCOPE Promsri’ Luxury Low-Rise Condominium ใจกลางสุขุมวิท [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/promsri-tizen/ Wed, 27 Sep 2023 07:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=846495 SCOPE Promsri

ถ้าคุณกำลังเข้าใจว่า ‘Exclusive Community’ หรือชุมชนสุด […]

The post ‘Promsri-Tizen’ คือคนกลุ่มไหน? เกี่ยวข้องอะไรกับ ‘SCOPE Promsri’ Luxury Low-Rise Condominium ใจกลางสุขุมวิท [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCOPE Promsri

ถ้าคุณกำลังเข้าใจว่า ‘Exclusive Community’ หรือชุมชนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สามารถเกิดขึ้นได้แค่เฉพาะในหมู่บ้านจัดสรรที่มีพื้นที่ส่วนตัว รายล้อมไปด้วยเพื่อนบ้านสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสุด และตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางเมืองเท่านั้น เราจะพาคุณไปรู้จักกับ ‘Promsri-Tizen’ กลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตไม่ซ้ำใครที่อาศัยอยู่ร่วมกันใน ‘SCOPE Promsri’ (สโคป พร้อมศรี) Luxury Low-Rise Condominium บนสุดยอดทำเลใจกลางสุขุมวิท

 

SCOPE Promsri

 

ก่อนจะไปทำความรู้จัก Promsri-Tizen ขอแนะนำให้รู้จัก SCOPE (สโคป) แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตราลักชัวรี เจาะกลุ่มลูกค้า International Premium หรือกลุ่มคนที่เห็นโลกมามาก มีความชอบและรสนิยมที่ไม่จำกัดเฉพาะในกระแสหลักในประเทศ นำไปสู่แนวคิดการสร้างคอนโดมิเนียมที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่ต้องมีความชัดเจนเรื่องรสนิยมที่แตกต่าง เหนือระดับ แบบที่คอนโดมิเนียมไหนก็ให้ไม่ได้ 

 

คุณภาพการออกแบบระดับ International Premium กลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่สะท้อนแนวคิด ‘Quality of thought’ ที่ไม่เพียงสร้างที่อยู่อาศัยเหนือระดับ สังคมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แต่คือวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่ ‘เอ็กซ์คลูซีฟ’ เฉพาะคนของสโคปเท่านั้น

 

รู้จัก ‘Promsri-Tizen’ พลเมืองสุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลาง ‘Exclusive Community’ ของ ‘SCOPE Promsri’

 

จริงๆ แล้ว SCOPE มองตัวเองเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ เพราะนอกจากมุ่งสร้างคอนโดมิเนียมที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ยังมองไปถึงการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยในแบบ SCOPE Experience 

 

ประสบการณ์ที่ได้รับจะต่างกันไปตามทำเล สภาพแวดล้อม รวมถึงการออกแบบโครงการ ที่ผ่านมา SCOPE ได้สร้างชุมชนเอ็กซ์คลูซีฟให้กับพลเมืองของ SCOPE Langsuan ไปแล้ว ถึงคราวของ SCOPE Promsri ที่จะได้มีชุมชนเอ็กซ์คลูซีฟที่แวดล้อมไปด้วยชาว Promsri-Tizen สักที 

 

Promsri-Tizen เป็นคนรุ่นใหม่ Young International Premium อายุ 20-30 ปี ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและดีไซน์ มีไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตไม่ซ้ำใคร รสนิยมล้ำสมัย หลงใหลความงามแบบ ‘น้อยแต่มาก’  

 

SCOPE Promsri

 

เมื่อเข้าใจรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของชาว Promsri-Tizen สโคปจึงออกแบบ Luxury Low-Rise Condominium จำนวน 8 ชั้น 146 ยูนิต โดยเน้นความเรียบง่ายแต่ดูพิถีพิถันในการคัดสรรทุกองค์ประกอบเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของ Promsri-Tizen ภายใต้แนวคิด Life at its Finest โดยให้ความสำคัญใน 4 ด้านของการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิต ได้แก่ ทำเลที่หายากและมีศักยภาพ, การออกแบบที่พิถีพิถัน, บริการและสาธารณูปโภคเหนือระดับ และความเป็นส่วนตัว มีเพียง Promsri-Tizen เท่านั้นที่ได้เห็นและสัมผัสความเหนือระดับดังต่อไปนี้ 

 

Finest Location: ไลฟ์สไตล์ที่ใช่ บนทำเลศักยภาพ ใจกลางสุขุมวิท

 

ทำเลของที่อยู่อาศัยสะท้อนได้ถึงไลฟ์สไตล์ของคนคนนั้น ทำให้ SCOPE Promsri เป็นทำเลที่ Promsri-Tizen เลือก ด้วยโลเคชันที่ตั้งอยู่ในซอยพร้อมศรี ใจกลางสุขุมวิท ซึ่งเป็นทางหลักเส้นหนึ่งในการเดินทางเชื่อมระหว่างทำเลที่มีมูลค่ามากที่สุดบนถนนสุขุมวิทเข้าด้วยกัน ได้แก่ ซอยพร้อมพงษ์ (สุขุมวิท 39) ซอยกลาง (สุขุมวิท 49) และซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) 

 

ทั้ง 3 ซอย จัดเป็นย่านที่มีไลฟ์สไตล์โดดเด่นและครบครัน ทั้งการสัญจรและสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์ Promsri-Tizen ที่ทำงานในเมือง รายล้อมไปด้วยศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เดอะ คอมมอนส์ ทองหล่อ, โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท, The Racquet Club, Tops Fine Food, ร้านอาหาร ไปจนถึงร้านแฮงเอาต์และรูฟท็อปบรรยากาศดีในโซนสุขุมวิท

 

LIFESTYLE

6 M                  NORSE REPUBLICS

950 M              J AVENUE

980 M              THE COMMONS

1.2 KM             EMQUARTIER

 

RESTAURANT | CAFÉ

270 M              KANOM

350 M              TIENGNA

450 M              HANJI

650 M              LA BOTTEGA

750 M              COCOTTE

 

GROCERIES

120 M              TOPS FINE FOOD

170 M              UFM FUJI PROMSRI

600 M              VILLA MARKET SUKHUMVIT 49

 

HEALTH | WELLNESS

6 M                  THE RACQUET CLUB

400 M              SAMITIVEJ HOSPITAL

 

SCOPE Promsri

 

 

Finest Design: ที่สุดของเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งสุดยูนีกจากแบรนด์ดังระดับโลก

 
SCOPE Promsri เป็นโครงการแรกในเอเชียที่คอลแลบกับ ลินย์ โรเซต์ (Ligne Roset) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศสที่มีอายุกว่า 160 ปี ตกแต่งทั้งพื้นที่ส่วนกลางและภายในห้องพักแบบ Fully Furnished ซึ่งจะมี ‘Fully-Furnished Package’ ทั้งโซฟา Prado ที่ออกแบบโดย Christian Werner โต๊ะรุ่นพิเศษ ‘Promsri Table by Ligne Roset’ ไปจนถึงที่นอนจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Simmons เตียงนอนอายุ 135 ปีที่ได้รับความนิยมในโรงแรม 6 ดาวทั่วโลก

 

SCOPE Promsri


นอกจาก Promsri-Tizen จะได้ใช้ชีวิตท่ามกลางเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดีระดับโลกแล้ว ทุกห้องยังมาพร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้คุณภาพระดับ International Premium เช่น ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวจาก Míele แบรนด์ชั้นนำจากเยอรมนี ทั้ง Built-in Combi Oven Microwave เตาไฟฟ้าระบบ Induction และเครื่องดูดควัน รวมไปถึงตู้เย็น Built-in แบรนด์ Liebherr และสุขภัณฑ์ Wall-hung Washlet จาก Kohler 

 

Finest Service & Facility: บริการและสาธารณูปโภคที่เหนือระดับ

 

ไลฟ์สไตล์แบบ Work Hard High-Income ของชาว Promsri-Tizen ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพการพักผ่อนที่สุด ชีวิตภายใน SCOPE Promsri จึงครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก  ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทุกไลฟ์สไตล์ เช่น ออนเซนและซาวน่าส่วนตัว, Moonlight Jacuzzi ชั้นดาดฟ้าแห่งแรกของไทย, Rooftop Lounge & Barbecue สำหรับปาร์ตี้แฮงเอาต์, Private Kitchen & Dining Area ครัวกลางที่ใช้บริการได้แบบส่วนตัว, Sky Lounge ไปจนถึงฟิตเนสขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์จากแบรนด์ Technogym

 

SCOPE Promsri

 

SCOPE Promsri

 

ที่สำคัญ SCOPE Promsri เป็นคอนโดที่ออกแบบเพื่อเป็น Pet Friendly อย่างแท้จริง รองรับสัตว์เลี้ยงได้ทุกไซส์ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และพื้นที่เดินเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยงภายในโครงการ โดยมีการวางกฎเกณฑ์เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยที่มีและไม่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

 

SCOPE Promsri SCOPE Promsri SCOPE Promsri SCOPE Promsri


Finest Privacy: ความเป็นส่วนตัวสูงสุด

 
ถึงจะชอบสังคมแต่บางครั้งก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อเติมพลังชีวิตให้กับตัวเอง SCOPE Promsri ออกแบบโครงการในลักษณะอาคารประเภท Low Rise สูง 8 ชั้น และมีห้องพักเพียง 146 ห้อง ทุกห้องเลือกใช้กระจกพิเศษแบบ Reflective Glass Acoustic Film เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้พักอาศัย โดยที่ยังสามารถชมวิวและรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญกระจกชนิดนี้ช่วยลดความร้อนจากภายนอก จึงช่วยประหยัดพลังงานให้กับลูกบ้าน และยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ถึงประมาณ 30% พร้อมทั้งติดตั้งม่าน Motorised Blackout Blind สำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนในเวลากลางวันและต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด  

 

SCOPE Promsri

 

นี่คือวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่คอนโดมิเนียมไหนก็ให้คุณไม่ได้ มีแต่ Promsri-Tizen เท่านั้นที่จะได้เห็นและสัมผัส SCOPE Experience เหนือระดับเช่นนี้

 

‘SCOPE Promsri’ เริ่มต้นเพียง 7.7 ล้านบาท สำหรับห้องแบบ Fully Furnished (ราคาพิเศษเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น) หรือเลือกห้องที่คุณสามารถออกแบบได้ด้วยตัวเองในราคาเริ่มต้น 6.6 ล้านบาท

 

เรียนรู้วิถีชีวิตของ Promsri-Tizen เพิ่มเติมผ่านข้อมูลโครงการได้ที่ www.scopepromsri.com

The post ‘Promsri-Tizen’ คือคนกลุ่มไหน? เกี่ยวข้องอะไรกับ ‘SCOPE Promsri’ Luxury Low-Rise Condominium ใจกลางสุขุมวิท [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ ดิว อริสรา ในบทบาทซีอีโอแบรนด์ ‘Bébé Roo Baby Care’ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เจาะกลุ่มคุณแม่ยุคใหม่กับการดูแลที่ไม่แพ้ใคร [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/bebe-roo-baby-care-by-due-arisara/ Mon, 25 Sep 2023 07:40:07 +0000 https://thestandard.co/?p=843964 Bébé Roo Baby Care

สภาพแวดล้อมและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปกลายเป็นโจทย์ท้าทายส […]

The post คุยกับ ดิว อริสรา ในบทบาทซีอีโอแบรนด์ ‘Bébé Roo Baby Care’ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เจาะกลุ่มคุณแม่ยุคใหม่กับการดูแลที่ไม่แพ้ใคร [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bébé Roo Baby Care

สภาพแวดล้อมและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปกลายเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่อย่างมาก ไหนจะความกังวลว่าแนวทางการเลี้ยงลูกที่เลือกใช้จะเหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายหรือไม่ ยังต้องใส่ใจความปลอดภัยจากมลพิษ โรคภัย และไวรัสรอบตัวยิ่งมีเรื่องให้ต้องระวังมาก พ่อแม่ยุคใหม่ยิ่งให้ความสำคัญกับการศึกษาที่มาพร้อมกับโลกออนไลน์ คลังความรู้มหาศาลที่พร้อมให้เข้าถึง ทำให้ความนิยมการค้นหาข้อมูลมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเลี้ยงลูกที่ต้องเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของแต่ละครอบครัว ไปจนถึงการเลือกผลิตภัณฑ์หรือของใช้สำหรับลูกน้อยยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ 

 

 

ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งแบรนด์เบเบย์ รูว เบบี้ แคร์ (Bébé Roo Baby Care) ก็เป็นคุณแม่ยุคใหม่ที่ค้นพบการเลี้ยงลูกสไตล์แม่จิงโจ้ หรือที่เรียกว่า ‘Kangaroo Mom’ เป็นการเลี้ยงลูกให้เติบโตในแบบที่เป็นตัวเอง เล่าถึงแนวทางการเลี้ยงน้องไซลาสและที่มาของการปลุกปั้นแบรนด์เบเบย์ รูว เบบี้ แคร์ ในงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา 

 

“แม่สมัยก่อนคุณแม่อาจจะเลี้ยงลูกแบบ Tiger Mom เป็นการเลี้ยงแบบคาดหวัง ต้องการให้ลูกมีทักษะที่เป็นเลิศในทุกๆ ด้าน ทำให้เด็กเติบโตมาพร้อมความกดดัน แต่ยุคนี้มีแนวทางใหม่เรียกว่า Kangaroo Mom เป็นสไตล์การเลี้ยงลูกที่เปิดโอกาสให้ลูกได้ลองผิดลองถูก ซึ่งแนวคิดนี้เชื่อว่าหนทางสู่ความสำเร็จของลูก คือเปิดโอกาสให้เขาได้ค้นหาและเรียนรู้จากความล้มเหลว โดยมีแม่เป็นผู้สนับสนุนให้เขาเติบโตในทางที่ลูกเลือก 

 

“สำหรับดิว ไม่ได้คาดหวังหรือต้องการให้ลูกใช้ชีวิตเพื่อเรา แค่อยากให้เขาเติบโตเป็นคนที่มีความสมดุลทั้งด้าน IQ และ EQ สามารถใช้ชีวิตแบบที่ต้องการได้อย่างมีความสุข ดิวจึงถูกใจกับแนวคิด ‘Kangaroo Mom’ ที่เน้นอิสระให้ลูกได้ค้นหาและทำกิจกรรมที่ชอบด้วยตนเอง โดยพ่อแม่จะไม่เข้าไปบังคับหรือตีกรอบมากจนเกินไป ปล่อยให้ลูกได้ทำผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ แต่มีแม่คอยสนับสนุนอยู่ข้างๆ เสมอเวลาที่ลูกต้องการ ดิวไม่ได้อยากให้ไซลาสมาเลี้ยงดูดิวในอนาคต เพราะเราดูแลตัวเองได้ อยากให้เขาเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตในสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งการเลี้ยงลูกด้วยแนวคิดนี้ต้องเตรียมพร้อมที่จะป้องกันไม่ให้ลูกต้องเผชิญกับอันตรายต่างๆ รวมถึงความสกปรก มลภาวะ ซึ่งจะนำไปสู่การเจ็บป่วยได้”  

 

 

 

แนวคิด Kangaroo Mom ยังเป็นแรงบันดาลใจให้การตั้งชื่อแบรนด์ ‘เบเบย์ รูว เบบี้ แคร์ (Bébé Roo Baby Care)’ และโลโก้แบรนด์ที่มีแม่จิงโจ้กำลังอุ้มลูกที่อยู่ในกระเป๋าหน้าท้อง ทะนุถนอมลูกน้อย ก่อนจะปล่อยให้เผชิญโลกกว้างได้เต็มที่เมื่อถึงเวลา

 

ดิวเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กว่า “การตัดสินใจทำแบรนด์สินค้าสำหรับเด็กในยุคนี้คือความท้าทาย เพราะอัตราการเกิดของเด็กในช่วงหลายปีมานี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน คนที่ตัดสินใจมีลูกก็เป็นคนที่อยู่ในนิยามของคำว่า ‘มีลูกเมื่อพร้อม’ คือคนกลุ่มมิลเลนเนียล (Millennials) หรือในกลุ่ม Gen Y ซึ่งรวมถึงตัวเราเอง ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีพฤติกรรมในการวางแผน ชื่นชอบในการศึกษาและแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์การดูแลลูกน้อยอย่างแท้จริง เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามคุณสมบัติ ‘ดีที่สุด และจับต้องได้’ นั่นทำให้ดิวมองเห็นโอกาส ซึ่งไม่ใช่แค่โอกาสทางธุรกิจอย่างเดียว เราเห็นโอกาสที่มันซ่อนตัวอยู่ในความไม่ปกติของสภาพแวดล้อมในยุคปัจจุบัน โลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะ เชื้อโรค และไวรัส ทำให้คุณพ่อคุณแม่ยุคนี้กังวล จะพาลูกออกนอกบ้านก็กลัวจะแพ้ฝุ่น แพ้อากาศ จึงต้องสรรหาสิ่งที่มาปกป้องลูกให้มากที่สุด

 

 

“ปกติแล้วเวลาจะซื้อของใช้ให้กับไซลาส ดิวจะทำการบ้านหาข้อมูลหนักมาก ต้องเป็นของใช้ที่ดีที่สุด สั่งจากต่างประเทศ รอนานแค่ไหนก็จะรอ ราคาเท่าไรก็ยอมจ่าย บางทีค่าน้ำหนักยังแพงกว่าตัวสินค้า เพราะถ้าเป็นของดีก็พร้อมซื้อ จนเรามีคำถามกับตัวเองว่า ทำไมยังไม่มีผลิตภัณฑ์แบบนี้ในเมืองไทยที่ตอบโจทย์สิ่งที่เราต้องการจริงๆ เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการลองทำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกในสไตล์เดียวกับเรา ปล่อยให้ลูกได้ค้นหาสิ่งที่ชอบ และเรียนรู้เรื่องราวใกล้ตัวผ่านการหยิบจับสิ่งของต่างๆ เพื่อสร้างพัฒนาการทั้งด้านความคิด และเติบโตสมวัย แต่อย่างที่บอกไป ก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะป้องกันไม่ให้ลูกต้องเผชิญกับอันตรายต่างๆ รวมถึงความสกปรก มลภาวะ ซึ่งจะนำไปสู่การเจ็บป่วยได้ จึงเป็นที่มาของคอนเซปต์ #แม่ไม่ยอม ปล่อยผ่านไม่ได้ ดูแลไม่แพ้ใคร”

 

 

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Bébé Roo Baby Care ประกอบไปด้วย 5 ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลและบำรุงผิว ได้แก่ 

  • Bébé Roo Head to Toe Hair & Body Wash สบู่เหลวอาบน้ำ และแชมพูสระผมที่มีความอ่อนโยน
  • Bébe Roo Body Lotion โลชั่นถนอมผิวเด็กเนื้อเข้มข้น ที่มอบความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
  • Bébe Roo 3 in 1 Baby Balm ผลิตภัณฑ์ 3 in 1 เบบี้บาล์ม ลดรอยแดงจากยุงกัด ผื่นผ้าอ้อม และผิวแห้ง
  • Bébé Roo Baby Wet Wipes ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียก ปราศจากแอลกอฮอล์และน้ำหอม
  • Bébé Roo Hygiene Wipes ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียก สูตรแอลกอฮอล์ Food Grade สำหรับลดการสะสมของเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อราทุกชนิด

 

ดิวบอกว่าผลิตภัณฑ์ทุกตัวมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย เพราะมีการคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน และทำงานร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 

 

“เราส่งผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นเข้าไปตรวจสอบที่แล็บของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุกอย่างได้รับการพิสูจน์แล้วว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยจริง และให้ความสำคัญไปที่การดูแลแบบ 3S คือ Sooth ผลิตภัณฑ์ที่ปลอบประโลมผิวลูกน้อย Safe เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และ Screen คัดมาแล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย”



จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ Bébé Roo Baby Care อยู่ที่สารสกัดจากธรรมชาติที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เซนเซีย แคโรต้า (Sensia Carota) สารสกัดจากแครอต เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ Bébé Roo Baby Care ช่วยปลอบประโลมและปกป้องผิวบอบบางเสมือนผิวหนังชั้นที่ 2 มอบความชุ่มชื้นและปรับจุลินทรีย์ในผิวให้อยู่ในภาวะสมดุล โพลูสตอป (PolluStop) ช่วยปกป้องผิวหนังและชำระสิ่งสกปรกจากมลภาวะ ไฮโดรมานิล (Hydromanil) สารสกัดธรรมชาติจาก ‘ต้นทาร่า’ ผสานเทคโนโลยี 3D-Matrix มอบความชุ่มชื้นให้ผิวทันที ลดอาการผิวหลุดลอก เซนเซอรีน (Senseryn) สารสำคัญจาก ‘ออร์แกนิกฮอบส์’ ที่อุดมไปด้วยสาร Polyphenol มีคุณสมบัติจับกับ Bitter Taste Receptor (T2Rs) กระตุ้นการสร้าง Antimicrobial ลดการอักเสบและรอยดำ ปกป้องและฟื้นฟูผิวแพ้ง่ายให้กลับมาแข็งแรง และ ดีเฟนซิล พลัส (Defensil Plus) สารสกัดจากสามทหารเสือแห่งธรรมชาติ Blackcurrant, Ballon Vine และต้นทานตะวัน ช่วยลดการอักเสบ ลดระคายเคือง และผื่นผิวหนังจากการอักเสบ 

 

 

“ดิวตั้งเป้าว่าแบรนด์เบเบย์ รูว เบบี้ แคร์ จะพัฒนาไปตามการเติบโตของน้องไซลาส เพราะสินค้าทุกชิ้นเราใช้กับลูกเราจริงๆ และกลุ่มเป้าหมายของดิวก็ค่อนข้างชัดเจน เป็นคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่เลี้ยงลูกอย่างมีคุณภาพและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก ความท้าทายอาจเป็นช่วงเริ่มต้นที่เพราะเป็นแบรนด์ใหม่ต้องสร้าง Brand Awareness ควบคู่ไปกับการทำตลาดและนำสินค้าเข้าระบบ Modern Trade ตอนนี้จึงเน้นไปที่การสร้างกระดูกสันหลังของแบรนด์ให้แข็งแรง พร้อมๆ กับให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ

 

“เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ทุกคนต้องการสินค้าที่ดีมีคุณภาพดีในราคาเข้าถึงได้ ยิ่งเขาได้หาข้อมูลและรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราเกิดขึ้นจากความตั้งใจทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใส่ใจทุกรายละเอียด ก็น่าจะเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์พ่อแม่ยุคใหม่ได้อย่างแน่นอนค่ะ” 

 

หาซื้อผลิตภัณฑ์ Bébé Roo Baby Care ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำและร้านขายยาชั้นนำ เช่น Gourmet market, Villa market, Foodland, Tops, LAB Pharmacy, Fascino ร้านขายของแม่และเด็ก หรือออนไลน์ทาง Lazada และ LINE Shopping, LINE@: @beberoobabycare 

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Bebe Roo Baby Care 

The post คุยกับ ดิว อริสรา ในบทบาทซีอีโอแบรนด์ ‘Bébé Roo Baby Care’ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เจาะกลุ่มคุณแม่ยุคใหม่กับการดูแลที่ไม่แพ้ใคร [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
KFC ขอเป็นกระบอกเสียงร่วมรณรงค์งดให้กระดูกไก่กับน้องหมาอย่างสร้างสรรค์กับ KFC BONE TIE กระดูกไก่ KFC เดียวที่น้องเคี้ยวได้ ขนมขัดฟันหมาครั้งแรกของโลก [PR NEWS] https://thestandard.co/kfc-bone-tie/ Sat, 02 Sep 2023 07:00:40 +0000 https://thestandard.co/?p=836608

เมื่อน้องหมาส่งเสียงพูดไม่ได้ KFC จึงถือโอกาสในวันสุนัข […]

The post KFC ขอเป็นกระบอกเสียงร่วมรณรงค์งดให้กระดูกไก่กับน้องหมาอย่างสร้างสรรค์กับ KFC BONE TIE กระดูกไก่ KFC เดียวที่น้องเคี้ยวได้ ขนมขัดฟันหมาครั้งแรกของโลก [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อน้องหมาส่งเสียงพูดไม่ได้ KFC จึงถือโอกาสในวันสุนัขสากลที่ผ่านมา ขอเป็นกระบอกเสียงแทนน้องหมา ส่งเสียงถึงทาสทุกคนที่เคยเข้าใจผิดคิดว่ากระดูกเป็นของโปรดของน้องว่า #เอ็นดูแค่ไหนก็อย่าให้กระดูกไก่น้องหมา แต่ให้หันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ หยุดให้กระดูกกับน้อง เพราะนี่คืออันตรายที่อาจทำให้สัตว์เลี้ยงแสนรักต้องทุกข์ทรมานกับอาการล้มป่วยจากสาเหตุที่กระดูกเข้าไปทิ่มแทงอวัยวะสำคัญต่อทางเดินอาหารหรืออุดตันลำไส้ ทำให้น้องหมาติดเชื้อจากแบคทีเรีย หรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลสัตว์หลายแห่งออกโรงเตือนอยู่บ่อยครั้ง

 

ในการส่งเสียงครั้งนี้ KFC ไม่ได้มาเล่นๆ แต่ยังร่วมมือกับ Momo&Friends แบรนด์ขนมขัดฟันสุนัขชื่อดัง สร้างสรรค์ ‘KFC BONE TIE’ กระดูกไก่ KFC เดียวที่น้องเคี้ยวได้เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งเป็นขนมขัดฟันแปรรูปที่ผลิตจากกระดูกไก่ KFC แจกให้น้องหมาแทะได้จริง โดยมี Wunderman Thompson อยู่เบื้องหลังไอเดียสุดคิวต์ เพื่อทำให้ภาพของการรณรงค์งดให้กระดูกสุนัขแจ่มชัดยิ่งขึ้น นับเป็นวิธีการกระจายการสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายของกระดูกไก่ได้อย่างสร้างสรรค์ ชักชวนให้คนเลิกให้กระดูกไก่กับเจ้าสี่ขา และหันมาให้ขนมขัดฟันที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายน้องหมาแทน น้องหมาเพื่อนยากของเราจะได้มีสุขภาพที่ดีและอยู่กับเราได้นานๆ

 

 

สำหรับ ‘KFC BONE TIE’ กระดูกไก่ KFC เดียวที่น้องเคี้ยวได้นี้ เป็นขนมขัดฟันแปรรูปที่ผลิตจากกระดูกไก่ โดยทาง KFC เปิดให้ลูกค้านำกระดูกไก่ที่กินเสร็จแล้วมาหย่อนที่จุดรองรับ ณ สาขาเซ็นทรัล อีสต์วิลล์, แฟชั่นไอส์แลนด์ และเมกาบางนา เพื่อนำไป Upcycle เป็น KFC BONE TIE สำหรับนำแจก ช่วยลด Food Waste ได้โดยตรง โดย KFC BONE TIE มีส่วนช่วยขัดฟันและคราบอาหารในช่องปากน้องหมาไปด้วยในตัว มีโปรตีนสูง ไม่ทิ่มอวัยวะ แถมยังดีไซน์น่ารักกิ๊บเก๋ไม่ซ้ำใครและหาไม่ได้จากที่ไหน เป็นรูปโบว์ผู้พันแซนเดอร์ส ใครเห็นก็ดูออกว่าต้องเป็นกระดูกไก่ KFC แน่นอน เรียกได้ว่าเป็นแคมเปญต้อนรับวันของน้องหมา วันสุนัขสากล ‘International Dog Day’ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้อย่างสุดสร้างสรรค์

 

 

ใครที่สนใจ KFC BONE TIE ต้องขอบอกว่าหมดแล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยไม่มีขาย แต่ KFC แจกให้ฟรีในวัน International Dog Day เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ KFC สาขาเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ห้าง Pet Friendly ที่เป็นมิตรกับเหล่าสัตว์เลี้ยงและได้มอบให้กับผู้โชคดีที่ร่วมสนุกในกิจกรรมหน้าเพจเฟซบุ๊ก KFC Thailand เพียงแค่แชร์โมเมนต์สุดฮาของน้องหมาพร้อมคำบรรยาย ก็ลุ้นรับไปเลยฟรีๆ

 

 

ไม่เพียงแค่นั้น KFC ยังได้แท็กทีมกับมูลนิธิ เดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) เปิดให้ทุกคนที่ได้รับ KFC BONE TIE ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ด้วยการช่วยเหลือสุนัขเพื่อนยากตัวอื่นๆ อีกด้วย โดยสามารถสแกน QR Code บริจาคเงินตามอัธยาศัย ทุกบาททุกสตางค์ถึงมูลนิธิโดยตรง

 

 

ทั้งครีเอตทั้งอิมแพ็กต่อสังคมและน้องหมาขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยถ้าแคมเปญนี้จาก KFC จะกลายเป็นไวรัลทั่วโลกออนไลน์อีกครั้ง ติดตามกิจกรรมและแคมเปญต่อไปของ KFC ได้ที่ Instagram: kfcthailand, Facebook: KFC และ Twitter: KFC Thailand

 

The post KFC ขอเป็นกระบอกเสียงร่วมรณรงค์งดให้กระดูกไก่กับน้องหมาอย่างสร้างสรรค์กับ KFC BONE TIE กระดูกไก่ KFC เดียวที่น้องเคี้ยวได้ ขนมขัดฟันหมาครั้งแรกของโลก [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
One Night Standard แอปพลิเคชันจองที่พักแสนเก๋โดย The Standard ที่คอนเฟิร์มว่าลดราคาแบบโหดยับ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/one-night-standard-by-the-standard-hotel/ Thu, 10 Aug 2023 07:20:44 +0000 https://thestandard.co/?p=827586 One Night Standard

ยกให้เป็นแอปพลิเคชันที่มีชื่อเรียกเก๋แบบตะโกน แถมยังหยิ […]

The post One Night Standard แอปพลิเคชันจองที่พักแสนเก๋โดย The Standard ที่คอนเฟิร์มว่าลดราคาแบบโหดยับ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
One Night Standard

ยกให้เป็นแอปพลิเคชันที่มีชื่อเรียกเก๋แบบตะโกน แถมยังหยิบยกเอากิมมิกความสัมพันธ์ของผู้คนมาบิดเล่นกับจุดขายของแอปได้อย่างชาญฉลาดมากที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมาก็ว่าได้สำหรับ ‘One Night Standard’ แอปพลิเคชันจองห้องพักของ The Standard เครือโรงแรมสุดฮอต 

 

One Night Standard คือแอปพลิเคชันที่ทาง The Standard Hotel พัฒนาขึ้นมาด้วยตัวเอง โดยให้นิยามว่าเป็น ‘Last Minute Booking App’ หรือแอปสำหรับการจองที่พักโรงแรมของ The Standard ในช่วงโค้งสุดท้าย กับราคาที่พักพร้อมส่วนลดสุดพิเศษที่หาไม่ได้จากดีลหรือช่องทางจองห้องพักช่องทางอื่นๆ แน่นอน

 

 

คอนเซปต์ของ One Night Standard คือการที่ตัวแอปจะเปิดให้ผู้ที่สนใจอยากเข้าพักโรงแรมในเครือของ The Standard สามารถเลือกจองที่พักที่อยากจะเข้าพัก ‘ณ วันนั้นๆ’ ด้วยราคาที่ถูกที่สุดของแต่ละวัน (The Standard เคลมว่าเป็นเรตราคาที่ถูกที่สุดแบบ As Low As!) 

 

ซึ่งก่อนหน้านี้ The Standard ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน One Night Standard ออกมาในช่วงปี 2015 หรือเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้วในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก ก่อนจะหยุดให้บริการ One Night Standard ไปชั่วคราวในช่วงที่โควิดระบาดรุนแรง กระทั่งในที่สุดพวกเขาก็ได้นำแอปจองที่พักสุดเจ๋งนี้ออกมาตอบสนองความต้องการ ความสนุก และความสะดวกในการเข้าพัก ให้กับกลุ่มลูกค้าของตัวเองอีกครั้งอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ทั้งยังถือเป็นการเปิดตัว One Night Standard ครั้งแรกในเอเชียอีกด้วย

 

 

เปิดจองบ่าย 3 ของทุกวัน ดีลโหด ลดสูงสุดกว่า 50%!

 

กติกาการจองที่พักผ่านแอป One Night Standard จะเริ่มเปิดให้จองตั้งแต่เวลา 15.00 น. หรือบ่าย 3 ของทุกวัน โดยจะอ้างอิงตามเวลาท้องถิ่นของโรงแรม The Standard ที่เปิดให้จองในแต่ละประเทศ

 

ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยทั้ง The Standard, Bangkok Mahanakhon และ The Standard, Hua Hin หรือในต่างประเทศ เช่น The Standard, High Line, The Standard, East Village (นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา), The Standard Spa, Miami Beach (ไมอามี, สหรัฐอเมริกา), The Standard, London (ลอนดอน, สหราชอาณาจักร), The Standard, Ibiza (อิบิซา, สเปน) และ The Standard, Maldives (สาธารณรัฐมัลดีฟส์) 

 

โดยเมื่อลงทะเบียนเข้าสู่แอปพลิเคชันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวแอปจะแสดงรายชื่อโรงแรมที่เราสามารถจองได้ พร้อมเวลานับถอยหลังที่จะให้เราสามารถกดจองโรงแรม The Standard แต่ละแห่ง

 

ซึ่งจากการสังเกตการณ์เบื้องต้นของ THE STANDARD POP (อ้างอิงเรตราคา ณ วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566) โดยเปรียบเทียบเรตราคาของโรงแรม The Standard ทั้ง Bangkok Mahanakhon และ Hua Hin ในช่องทางการจองต่างๆ พบจุดสังเกตที่น่าสนใจ ดังนี้

 

1. ราคาที่จองได้ผ่านแอป One Night Standard เป็นราคาที่ถูกที่สุดเมื่อเทียบกับทุกช่องทางแพลตฟอร์ม OTA โดยเปรียบเทียบระหว่างราคาที่ถูกที่สุดของโรงแรม The Standard, Hua Hin พบว่าถูกกว่ากันถึงราว 53%

 

เปรียบเทียบราคาที่พักของ The Standard, Hua Hin 

เมื่อจองผ่าน One Night Standard (ซ้าย) และผ่าน OTA (ขวา)
(หมายเหตุ: เรตราคาข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลราคา 

ณ วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566 เท่านั้น 

ราคาเข้าพักในวันอื่นๆ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันออกไป)

 

2. ราคาของโรงแรม The Standard, Hua Hin เมื่อจองผ่านแพลตฟอร์ม OTA พบว่า ราคาถูกที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 8,354 บาท ส่วนราคาจองผ่าน One Night Standard จะเริ่มต้นอยู่ที่ 3,889 บาท (เฉพาะการสำรองห้องพักผ่านแอปภายในวันที่จะเข้าพักหลังเวลา 15.00 น. และเข้าพักได้ 1 คืนเท่านั้น)

 

One Night Standard

เปรียบเทียบราคาที่พักของ The Standard, Bangkok Mahanakhon
เมื่อจองผ่าน One Night Standard (ซ้าย) และผ่าน OTA (ขวา)
(หมายเหตุ: เรตราคาข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลราคา 

ณ วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566 เท่านั้น 

ราคาเข้าพักในวันอื่นๆ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันออกไป)

 

3. ราคาของโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon เมื่อจองผ่านแพลตฟอร์ม OTA พบว่า ราคาถูกที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 6,683 บาท ส่วนราคาจองผ่าน One Night Standard จะเริ่มต้นอยู่ที่ 5,754 บาท ถูกกว่ากันราวๆ 14% (เฉพาะการสำรองห้องพักผ่านแอปภายในวันที่จะเข้าพักหลังเวลา 15.00 น. และเข้าพักได้ 1 คืนเท่านั้น)

 

 

4. ตอบโจทย์กลุ่มคนที่อาจจะไม่ได้วางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้า แต่เกิดความต้องการจองที่พักแบบกะทันหันทันทีทันใด (กรณีเข้าพักติดต่อกันหลายๆ วันอาจจะไม่สะดวกเท่าไร เพราะต้องจองแบบวันต่อวัน แต่หากใครสะดวกก็ถือว่าได้ดีลส่วนลดเข้าพักที่ดีกว่าชาวบ้านแน่นอน!)

 

5. ใครที่เป็นสายตี้ รักการแฮงเอาต์ ต้องปิดโปรเจกต์ดึก อยากเปลี่ยนที่ Staycation หรือบ้านไกล ไม่อยากเดินทางกลับบ้านตอนกลางคืนดึกๆ เปลี่ยวๆ ไหนจะต้องเดินทางไปขายงานตอนเช้าตรู่อีก ยืนยันว่าบริการจองที่พักผ่าน One Night Standard ตอบโจทย์คุณแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

 

  1. เวลาเช็กเอาต์ของทั้ง The Standard, Bangkok Mahanakhon และ The Standard, Hua Hin คือเวลา 12.00 น. เท่ากัน ส่วนเวลาเช็กอินที่ The Standard, Hua Hin จะเริ่มเปิดให้เช็กอินที่เวลา 15.00 น. ส่วนที่ The Standard, Bangkok Mahanakhon จะเริ่มเปิดให้เช็กอินที่เวลา 18.00 น.

 

หมายเหตุ: เรตราคาข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลราคา ณ วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566 เท่านั้น ราคาเข้าพักในวันอื่นๆ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันออกไป

 

 

‘Live Spontaneously, Live The Standard.’ ใช้ชีวิตได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง สนุกสุดเหวี่ยงที่ The Standard

 

แอมเบอร์ แอชเชอร์ ซีอีโอเครือโรงแรม Standard International กล่าวถึงการนำแอปพลิเคชัน One Night Standard มาเปิดให้บริการอีกครั้งว่า การกลับมาครั้งนี้ยังมาพร้อมกับโรงแรม Standard ในสาขาใหม่ๆ เพื่อตอบสนองให้กลุ่มลูกค้าที่อยากเข้าพักแบบไม่ได้แพลนไว้ล่วงหน้า สามารถใช้ชีวิตของพวกเขาได้อย่างเต็มที่

 

“กลุ่มลูกค้าและแขกที่เข้าพักทั้งหลายไม่ได้เพียงแค่กระตือรือร้นที่จะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวเท่านั้น แต่พวกเขายังพร้อมที่จะปลดเปลื้องทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติเหมือนเช่นเคยอีกด้วย ถือเป็นจังหวะเวลาที่ดีที่เราจะกลับมาเปิดให้บริการจองที่พักผ่านแอป One Night Standard ได้อีกครั้ง

 

“ทั้งยังถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่การกลับมาของแอป One Night Standard ในครั้งนี้ยังมาพร้อมกับที่พักหมุดหมายใหม่ๆ อย่างเช่น The Standard, Ibiza หรือ The Standard, Bangkok Mahanakhon และ The Standard, Hua Hin ซึ่งตอบโจทย์เป็นอย่างยิ่งกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบแสง สี ความสนุก และความครึกครื้นในยามราตรี”

 

 

การเปิดตัวแอป One Night Standard ในเฟสที่ 2 ของ The Standard ไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์กลุ่มคนที่ชื่นชอบความสนุก ความตื่นเต้น ไม่นิยมแพลนการเดินทางล่วงหน้า หรือคนที่ชอบดีลส่วนลดมหาโหดเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์กับความตั้งใจ หรือ Purpose ของแบรนด์ The Standard ที่อยากให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างอิสระ เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุดเมื่อเข้าพักที่โรงแรมของพวกเขา ตามคอนเซปต์ Live Spontaneously, Live The Standard.

 

สำหรับแพลนในอนาคตต่อจากนี้ The Standard เตรียมจะขยายโลเคชันและโรงแรมที่เปิดให้แขกที่เข้าพักสามารถจองผ่าน One Night Standard ได้ครอบคลุมในทุกๆ ทำเลที่พวกเขาเปิดให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น Singapore, Melbourne, Lisbon, Dublin, Brussels, Austin และ Brooklyn เป็นต้น

 

รวมถึงการคอลแลบแคมเปญเจ๋งๆ ร่วมกับแบรนด์ผู้ให้บริการอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น การทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มหาคู่ Feeld ในการเชื้อเชิญให้ผู้ใช้งานทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่มีความชื่นชอบ สนใจ และมีเคมีที่เข้ากันได้ มาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทั้ง The Standard และ Feeld จะร่วมรังสรรค์ด้วยกัน (ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก The Standard ว่าแคมเปญที่ว่าจะมีรายละเอียดอย่างไร)

 

ส่วนใครที่อยากโหลดแอปติดเครื่องเอาไว้เผื่อกรณีปุ๊บปั๊บต้องหาที่พักแบบด่วนๆ เพื่อรองรับร่างที่ผ่านศึกยามแฮงเอาต์ดึกๆ ปาร์ตี้หนักๆ หรือต้องอยู่งานปิดโปรเจกต์จนหามรุ่งหามค่ำ สามารถกดคลิกไปที่ลิงก์นี้ได้เลย: https://www.onenightstandard.com/?utm_source=PR&utm_medium=referral&utm_campaign=PR&utm_term=PR&utm_content=PR

The post One Night Standard แอปพลิเคชันจองที่พักแสนเก๋โดย The Standard ที่คอนเฟิร์มว่าลดราคาแบบโหดยับ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: ช่วยกันอนุรักษ์น้ำ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ https://thestandard.co/pop-tip-20052023/ Sat, 20 May 2023 02:54:59 +0000 https://thestandard.co/?p=792990 อนุรักษ์น้ำ

ช่วยกันอนุรักษ์น้ำ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อผลลัพธ์ที […]

The post POP TIP: ช่วยกันอนุรักษ์น้ำ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุรักษ์น้ำ

ช่วยกันอนุรักษ์น้ำ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่นั้นสามารถเริ่มง่ายๆ


จากข้อมูลทางสิ่งแวดล้อมมากมายทั้งไทยและต่างประเทศต่างเน้นย้ำเป็นเสียงเดียวกันว่า น้ำ คือแหล่งที่มาของทุกชีวิต เป็นหนึ่งในทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเรา เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง การขาดแคลนน้ำในปัจจุบันจึงเป็นวาระของโลกที่สำคัญเกินกว่าจะเพิกเฉย แต่เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จากการอนุรักษ์น้ำ คือการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในกิจวัตรประจำวันของเรา แต่สร้างความแตกต่างที่สำคัญร่วมกันได้ ซึ่ง LIFE คัดสรรวิธีอนุรักษ์น้ำมาฝากทุกคนดังนี้ 

 

  • แก้ไขรอยรั่วในบ้านของเรา ก๊อกน้ำหยดเดียวอาจดูไม่สำคัญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้สูญเสียน้ำหลายร้อยลิตร 
  • หมั่นบำรุงรักษาระบบน้ำในบ้านของเราอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงท่อ ก๊อกน้ำ และห้องน้ำ ช่วยกันตรวจสอบซ่อมแซมการรั่วไหลเหล่านี้ได้ จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำได้เป็นอย่างมาก
  • แม้การแช่อ่างน้ำจะช่วยให้ผ่อนคลาย แต่ก็ใช้น้ำในปริมาณที่เยอะมาก หากไม่จำเป็นจริงๆ ควรลดการแช่อ่าง และอาบน้ำฝักบัวประหยัดน้ำแทน 
  • ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำ ตั้งแต่หัวฝักบัว ก๊อกน้ำปรับระดับให้ไหลไม่แรงมาก ไปจนถึงการใช้โถสุขภัณฑ์แบบดูอัลฟลัช และใช้เครื่องซักผ้าประหยัดพลังงาน 
  • สวนเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เราสามารถลดการใช้น้ำได้ โดยปกติเรามักจะรดน้ำต้นไม้มากเกินความจำเป็น ควรศึกษาพันธุ์ต้นไม้ที่ปลูกในบ้านว่าต้องการปริมาณน้ำมากน้อยแค่ไหน จะได้ลดการรดน้ำต้นไม้อย่างสิ้นเปลืองโดยไม่ตั้งใจ 
  • เมื่อถึงหน้าฝน การฝึกเก็บน้ำฝนมาใช้ประโยชน์ก็เป็นทางออกที่ยั่งยืนได้เหมือนกัน เพราะน้ำฝนนำมาทำความสะอาด ทำสวน หรือแม้แต่ล้างรถได้ 
  • โปรดจำไว้ว่าความรับผิดชอบในการอนุรักษ์น้ำไม่ได้ตกเป็นหน้าที่ของคนไม่กี่คน แต่เราควรร่วมกันช่วยประหยัดน้ำในวิธีที่ทำได้ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากสิ่งเล็กน้อยสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ 

The post POP TIP: ช่วยกันอนุรักษ์น้ำ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ECO TIP: Share Books แบ่งปันหนังสือคือความยั่งยืน https://thestandard.co/eco-tip-25032023/ Sat, 25 Mar 2023 05:15:56 +0000 https://thestandard.co/?p=768380

แม้แต่การอ่านก็ทำให้เป็นเรื่องความยั่งยืนและรักษ์โลกได้ […]

The post ECO TIP: Share Books แบ่งปันหนังสือคือความยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้แต่การอ่านก็ทำให้เป็นเรื่องความยั่งยืนและรักษ์โลกได้ มาแบ่งปันหนังสือกันเถอะ วิธีนี้ทำง่ายและได้ความสุขทางใจด้วย

 

เราต่างหนีไม่พ้นโลกที่อยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก การช่วยกันปฏิบัติตัวเพื่อลดสาเหตุของโลกร้อนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากวิธีของการรีไซเคิลและลดการใช้พลังงานลง ซึ่งเป็นวิธียอดนิยมแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่เรียบง่ายแต่ได้ผล นั่นคือการแบ่งปันหนังสือที่เราอ่านจบแล้วให้กับคนอื่นๆ เป็นการช่วยลดฟุตพรินต์ทางนิเวศได้เช่นกัน การผลิตหนังสือใหม่ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรตั้งแต่กระดาษที่ใช้ในการพิมพ์ ไปจนถึงการปล่อยมลพิษที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง ดังนั้นวิธีง่ายๆ เช่นการแบ่งปันหนังสือจึงสามารถช่วยลดการผลิตใหม่ ทั้งยังช่วยลดขยะและอนุรักษ์ทรัพยากรของโลกด้วย ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมผ่านวิธีที่ THE STANDARD LIFE คัดสรรมาฝากดังนี้

 

แลกหนังสือ

ลองสร้างวาระจัดกิจกรรมภายหมู่บ้าน โรงเรียน หรือที่ทำงานของเรา เพื่อแลกเปลี่ยนหนังสือมือสองกัน สิ่งนี้ไม่เพียงส่งเสริมการอ่านอย่างยั่งยืน แต่ยังเปิดโอกาสให้ค้นพบชื่อเรื่องและประเภทใหม่ๆ แถมยังไม่ต้องเก็บหนังสือไว้เฉยๆ ที่นับวันมีแต่จะรกบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ

 

บริจาคให้ห้องสมุดหรือองค์กรการกุศล

ห้องสมุดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญในการแบ่งปันความรู้  การบริจาคหนังสือของคุณให้กับห้องสมุดท้องถิ่นหรือองค์กรการกุศล สามารถช่วยเพิ่มการเข้าถึงหนังสือที่หลากหลายให้คนอื่นๆ ได้

 

บริจาคหนังสือให้กับวัด

ลองนำหนังสือที่มีประโยชน์ไปวางในห้องสมุดหรือในวัด เพื่อให้คนที่แวะเวียนไปได้หยิบมาอ่านเป็นหนังสือสาธารณะ จะช่วยส่งเสริมการอ่านอย่างยั่งยืนได้

อ่าน E-Book

E-Book และหนังสือเสียง มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าหนังสือที่พิมพ์ออกมา เนื่องจากไม่ต้องใช้กระดาษหรือการขนส่งทางกายภาพ ลองเลือกใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเข้าถึงหนังสือเรื่องโปรดของคุณ เป็นการลดขยะทางอ้อม เพราะไม่ต้องซื้อหนังสือมาเพิ่มปริมาณในห้องหรือบ้านของคุณ

The post ECO TIP: Share Books แบ่งปันหนังสือคือความยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กางพิมพ์เขียว ‘Cloud 11’ ดูแนวคิดการออกแบบฮับของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียจาก MQDC [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/cloud-11-mqdc/ Wed, 22 Mar 2023 06:20:43 +0000 https://thestandard.co/?p=763811

ดูเหมือนว่าข่าวการเปิดตัวโครงการ ‘Cloud 11 (คลาวด์ อีเล […]

The post กางพิมพ์เขียว ‘Cloud 11’ ดูแนวคิดการออกแบบฮับของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียจาก MQDC [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดูเหมือนว่าข่าวการเปิดตัวโครงการ ‘Cloud 11 (คลาวด์ อีเลฟเว่น)’ ซึ่งเป็น Theme Project ลำดับที่ 2 ของ MQDC หรือ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย จะสร้างความตื่นเต้นให้กับคนในหลากหลายวงการ

 

 

ในแวดวงอสังหาเองต่างรู้ดีว่า MQDC เคยสร้างความสำเร็จในธีมโปรเจกต์แรก เดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias) โครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส ด้วยการกวาดรางวัลระดับโลกกว่า 42 รางวัล นั่นทำให้โครงการ Cloud 11 ถูกจับตาอย่างเลี่ยงไม่ได้  

 

Cloud 11 ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงวงการครีเอเตอร์ไทย เมื่อ MQDC ประกาศชัดเจนว่าจะปั้น Cloud 11 ให้เป็นฮับของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองเชื่อมต่อ Ecosystem ของเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ผลักดันให้ครีเอเตอร์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Empowering Creators

 

 

คีรินทร์ ชูธรรมสถิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ MQDC กล่าวว่า “MQDC ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรภายใต้แนวคิด ‘For All Well-Being’ ทุกการพัฒนาจึงคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ที่อยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่อาศัย สัตว์ ต้นไม้ และต้องนำเสนอคอนเซปต์ใหม่ๆ เพื่อให้ทันต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยมุ่งสร้างไลฟ์สไตล์แบบ Sustainnovation Living ซึ่งเป็นแนวทางการอยู่อาศัยแห่งอนาคต โดยใช้นวัตกรรมมาขับเคลื่อน จึงเป็นเหตุผลที่ MQDC ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม และลงทุนสำหรับการก่อตั้งและพัฒนาศูนย์วิจัยระดับนานาชาติ เพื่อศึกษาหาความต้องการของผู้คน และนำองค์ความรู้มาพัฒนาโครงการ”  

 

องศา จรรยาประเสริฐ ผู้อำนวยการโครงการ Cloud 11 กล่าวเสริมว่า Cloud 11 เป็นมากกว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูส แต่เป็นการสร้าง Innovation Clusters ซึ่งจะช่วยยกระดับพื้นที่ฝั่งสุขุมวิทใต้ให้กลายเป็นย่านสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับคนรุ่นใหม่ของประเทศไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยีอย่างแข็งแกร่ง 

 

 

“คอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยมีความสามารถ เราจึงต้องการเพิ่มพลังให้ครีเอเตอร์พร้อมยกระดับผ่าน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ‘Content Creation Ecosystem’ ระบบนิเวศเพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพียบพร้อมด้วยพื้นที่สตูดิโอ เงินทุนสนับสนุน บุคลากร อุปกรณ์ทันสมัย และเป็นแหล่งรวมผู้เล่นหลายด้านตั้งแต่สตาร์ทอัพไทยไปจนถึงบริษัทด้านคอนเทนต์ระดับโลก องค์ประกอบต่อมาคือ ‘Virtual-Physical Bridge’ เทคโนโลยีเชื่อมโลกจริงกับโลกเสมือน Web3 อย่าง Metaverse ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี Blockchain มาช่วยเรื่องลิขสิทธิ์ และการแบ่งรายได้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และองค์ประกอบสุดท้ายคือ ‘Inclusive Progress’ ผ่านการจัดโปรแกรมส่งเสริมศักยภาพให้ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ศิลปินที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก รวมถึงผู้ประกอบการขนาดเล็ก ให้สามารถเติบโตได้อย่างเสมอภาค นอกจากนี้โครงการยังให้ความสำคัญกับการสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน เป็นเวทีให้ทั้งครีเอเตอร์และผู้คนในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน รวมไปถึงการสนับสนุนธุรกิจระดับท้องถิ่น”   

 

ซึ่งการจะสร้างฮับของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย การแบ่งสัดส่วนที่ดิน 27 ไร่ บนพื้นที่ใช้สอย 254,000 ตารางเมตร เพื่อทำให้ Ecosystem สมบูรณ์แบบ และตอบโจทย์ทุกแง่มุมการใช้ชีวิตของครีเอเตอร์อย่างแท้จริง จึงได้ดึงพันธมิตรบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับประเทศอย่าง A49 และ Snøhetta บริษัทสถาปัตยกรรมระดับโลก มาร่วมพัฒนาโปรเจกต์ Cloud 11  

 

 

Snøhetta (สะเนอเฮ็ตต้า) บริษัทสถาปัตยกรรมสัญชาตินอร์เวย์ ที่สร้างผลงานระดับโลกมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด มหาวิทยาลัย ฯลฯ ในหลากหลายประเทศ เช่น Shibuya Upper West Project, Times Square, Lillehammer Art Museum, James B. Hunt Jr. Library Ryerson University, Wolfe Center for the Collaborative Arts เป็นต้น 

 

Mr. Kjetil Thorsen (เคเจติล ทราดาล ธอร์เซ่น) ผู้ก่อตั้ง บริษัท Snøhetta เผยว่า Snøhetta เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบและวางคอนเซปต์งานออกแบบทั้งหมด หากมองจากมุมสูง Cloud 11 ถูกออกแบบให้เป็น Mixed-use Courtyard Space โดยมีพื้นที่สีเขียวเป็นหัวใจหลักของโครงการ และถูกโอบล้อมด้วย 4 อาคารโดยเชื่อมต่อกันบนฐานอาคาร (Podium) เดียวกัน   

 

 

พื้นที่ใช้สอย 254,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย 7 องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Ecosystem สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น

 

  • Creative Office & Studio Space พื้นที่สำนักงานและพื้นที่สตูดิโอที่เปิดทำการ 24 ชั่วโมง พร้อมระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพิเศษสำหรับการทำงานด้านคอนเทนต์ มีระบบทำความเย็นแบบยืดหยุ่น และลิฟต์ส่วนตัวสำหรับศิลปินดารา นอกจากนั้น ตัวอาคารยังตั้งเป้าว่าจะได้รับมาตรฐาน LEED ด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรฐาน WELL ด้านสุขภาวะและความเป็นอยู่ของผู้ใช้อาคาร และมาตรฐาน WiredScore SmartScore ด้านระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ 
  • Hybrid Retail พื้นที่ขนาด 5 ชั้น ออกแบบให้เป็นศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และยังเป็นพื้นที่ที่สามารถต่อยอดธุรกิจของกลุ่มครีเอเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแฟชั่นหรือขายสินค้า ที่มาพร้อมบริการสต๊อกสินค้า แพ็กและส่งสินค้า หรือครีเอเตอร์อาหารที่อยากทำธุรกิจร้านอาหารสามารถมาเริ่มต้นที่ Cloud Kitchen โดยยังไม่ต้องลงทุนหน้าร้าน เปรียบเสมือน Sandbox สำหรับทุกคน นอกจากนี้ยังได้จับมือกับแบรนด์ระดับโลกสร้าง Creator Collaboration โดยการนำผลงานของครีเอเตอร์ไปต่อยอดสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะพิเศษ 
  • Lifestyle Hotel โรงแรม 5 ดาวจากเชนโรงแรมระดับโลกที่มาเปิดครั้งแรกในเมืองไทย ตอบโจทย์กลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง และกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาทำงานย่านสุขุมวิท 
  • Smart Hotel โรงแรม 4 ดาวตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ สตาร์ทอัพ จากเชนโรงแรมระดับโลกที่มาเปิดเป็นครั้งแรกในเมืองไทยเช่นกัน 
  • Education พื้นที่สำหรับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย พื้นที่บ่มเพาะ เพื่อสร้างบุคลากรด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • Cultural ประกอบไปด้วยฮอลล์จัดงานคอนเสิร์ต การแข่งขันอีสปอร์ต โรงละคร Blackbox Theatre สำหรับครีเอเตอร์และศิลปินรุ่นใหม่ โดยอาคารนี้จะอยู่บนชั้น Ground สามารถเข้าถึงได้ง่าย 
  • Public Space สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดให้ครีเอเตอร์ได้มาแสดงศักยภาพ และให้คนในชุมชนได้เข้ามาออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจ

 

“สถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่การดีไซน์ แต่คือการลงลึกเพื่อเข้าถึงปัญหา และเปลี่ยนให้กลายเป็นโปรเจกต์ที่สร้างสรรค์ สำหรับผม Cloud 11 เป็นโปรเจกต์ที่เป็นมากกว่าการดีไซน์ แต่สามารถเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของอนาคตได้ เพราะตอบโจทย์ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยมี Public Space ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวเป็นจุดเชื่อมต่อ เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ทำให้เห็นว่านี่เป็นพื้นที่สำหรับทุกคน และเป็นพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อผู้คนในสังคม”  

 

 

Mr. Kjetil อธิบายต่อว่า การเชื่อมต่อทุกตึกเข้าด้วยกันบนฐานอาคารเดียวกัน เป็นต้นแบบของการสร้าง Complex Design ที่เป็นหนึ่งเดียว โดยมีพื้นที่สีเขียวตรงกลางเป็นจุดเชื่อมต่อทุกสิ่งเข้าไว้ด้วยกัน 

 

“Cloud 11 เป็นโปรเจกต์ที่มีสวนลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่ากรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย แม้ว่าพื้นที่สีเขียวของ Cloud 11 จะไม่ได้ทำให้ตัวเลขเพิ่มสูงขึ้น แต่น่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องนี้ และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นต้นแบบที่ดีสำหรับโครงการต่อไปในอนาคต เพราะการมีพื้นที่สีเขียวสำคัญสำหรับอนาคตของโลกเรามากๆ แน่นอนว่าความยั่งยืนจะเป็นกุญแจ และเป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับการใช้ชีวิตในเมือง 

 

เราจะสร้างโปรเจกต์นี้ให้ตอบโจทย์สังคมอย่างไร นี่คือคำถามที่ผมคิดตลอดตอนร่วมพัฒนาและวางคอนเซปต์ตึกนี้ จะเห็นว่าบางพื้นที่ของโครงการเราเว้นว่างไว้เพราะมีต้นไม้ และ MQDC กำชับกับเราว่าห้ามตัดต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว นำมาสู่การปรับดีไซน์ใหม่ด้วยการยกตึกและเว้นพื้นที่ตรงนั้นให้ว่าง เกิดเป็นส่วนหย่อมในโครงการอีกจุด นั่นแสดงให้เห็นว่าเราสามารถดีไซน์อาคารเพื่อให้เดินทางร่วมไปกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัวได้จริง

 

 

Mr. Kjetil ยังบอกด้วยว่า โปรเจกต์นี้ได้วางแนวทางความยั่งยืนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากาศที่จะเข้ามาในตึก การทำความสะอาดคลองที่อยู่ด้านข้างโครงการ พื้นที่ภายในอาคาร และฟังก์ชันต่างๆ ต้องส่งเสริมให้ครีเอเตอร์สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ รวมไปถึงพื้นที่สีเขียวที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาใช้ได้ คือการคืนกลับให้กับสังคม

 

ต้องการคืนกลับให้กับสังคม 

“เราไม่ได้มองแค่ดีไซน์สวย แต่มองไปถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชน ต้องทำให้มีแนวทางที่ยั่งยืน การออกแบบสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดจะต้องตอบแทนสังคมมากที่สุด อย่างตึกนี้นอกจากจะช่วยสนับสนุนชุมชนโดยรอบให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพราะช่วยดึงคนจากพื้นที่อื่นให้เข้ามา นั่นหมายความว่า ธุรกิจ สังคม และผู้คนในย่านนี้จะได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด โดยเฉพาะเวลาที่เรามีพื้นที่สีเขียว ทำให้คนมาเชื่อมต่อกันได้ ทำให้เห็นว่าตึกนี้เป็นต้นแบบงานดีไซน์ที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคม” 

 

เขายังบอกด้วยว่าโปรเจกต์ดีๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดพาร์ตเนอร์ที่ดีที่มีแนวคิดและเป้าหมายเดียวกันอย่าง MQDC และ A49  

 

 

นิธิศ สถาปิตานนท์ กรรมการบริหาร A49 อธิบายเสริมว่า “A49 ทำหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริบทต่างๆ ของคนในพื้นที่และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ รวมถึงข้อจำกัดต่างๆ ให้กับ Snøhetta ซึ่ง Snøhetta จะดูภาพรวม และ A49 ก็ร่วมกันออกแบบ โดยที่เราจะลงรายละเอียดต่างๆ ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบคลอง ที่จอดรถ หรือลงรายละเอียดของแบบ ปรับแบบเพื่อให้เข้ากับบริบทและวัฒนธรรมของคนไทย เพื่อให้ภาพรวมตรงกับความต้องการของ MQDC”   

 

อย่างการดีไซน์ให้ 7 องค์ประกอบภายในโครงการเชื่อมต่อกันได้โดยผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนที่หรือใช้งานอาคารจากฟังก์ชันหนึ่งไปอีกฟังก์ชันได้อย่างไร้รอยต่อ นิธิศบอกว่าเป็นไอเดียที่ตอบโจทย์คนทำงานสายครีเอทีฟอย่างมาก หรือการวางตึกแบบ Courtyard เพื่อต้องการให้พื้นที่สาธารณะเปิดโล่ง มองเห็นท้องฟ้า แต่ยังได้ร่มเงาของตึกในแต่ละช่วงเวลามาช่วยบังแดด ทำให้สามารถใช้ Public Space ได้ตลอดทั้งวัน  

 

 

“จะสังเกตเห็นว่าความกว้างของตึกไม่ได้กว้างเกินไป ทำให้แสงธรรมชาติเข้าถึงทุกส่วนของตึกได้ หรือบริเวณทางเข้าที่มีการเจาะช่อง Void (วอยด์) นอกจากจะช่วยให้ทุกห้องมองเห็นวิวได้ไกลขึ้น หากมองจากรถไฟฟ้าหรือคนที่เดินมาจาก Skywalk จะสามารถมองทะลุเข้าไปยังพื้นที่เปิดโล่ง เห็นพื้นที่สีเขียวที่ยาว 400 เมตรได้”  

 

นิธิศบอกว่ามีรายละเอียดอีกมากที่ทำให้ Cloud 11 โดดเด่นกว่าโครงการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จอดรถที่คำนวณให้เพียงพอต่อการใช้งานจริง หรือการมี Cloud Kitchen รวมถึงการนำระบบ Automatic มาช่วยส่งสินค้าหรืออาหารภายในโครงการ 

 

เมื่อถามนิธิศว่า Cloud 11 จะเป็นต้นแบบให้กับวงการออกแบบได้หรือไม่ นิธิศบอกว่าโครงการที่จะเป็นต้นแบบได้ไม่ได้วัดแค่การดีไซน์ แต่ต้องเป็นโครงการที่สามารถนำเสนอสิ่งดีๆ ให้กับสังคม 

 

“ผมมองว่าสิ่งที่ MQDC มีคือความกล้าหาญและเสียสละ ที่ยอมใช้พื้นที่ขายมาทำเป็น Public Park ที่ใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งยังไม่มีผู้พัฒนาอสังหาเจ้าไหนกล้าทำ รวมถึงโปรแกรมต่างๆ ที่จะมาซัพพอร์ตคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ก็ยังไม่มีใครกล้าทำขนาดนี้” 

 

 

องศา เสริมว่าสิ่งที่ MQDC ทำยังเกิดจากความเชื่อขององค์กรร่วมด้วย “ทุกโครงการเราเริ่มต้นด้วยการรีเสิร์ช ลงไปสำรวจพื้นที่จริงว่าคนในชุมชนขาดอะไร ต้องการพื้นที่แบบไหน แล้วพยายามหาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ได้ เช่น ย่านสุขุมวิทใต้ไม่มีพื้นที่ออกกำลังกายเลย เรามีที่ดิน 27 ไร่ จะทำเป็นพื้นที่ขายทั้งหมดก็ไม่ตอบโจทย์ การสร้างพื้นที่สีเขียวต่างหากที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับคนในชุมชม หรือพื้นที่ริมคลองที่ติดกับโครงการยาว 400 เมตร คิดง่ายๆ ถ้าไม่อยากเห็นก็สร้างรั้วปิด แต่เราพูดคุยปรึกษากับสถาปนิกว่า ทำไมเราไม่โอบกอดมันและทำให้เป็นหน้าบ้านของเรา MQDC จึงช่วยปรับปรุงคลอง รักษาต้นไม้ริมคลองไว้และปรับพื้นที่ให้กลายเป็นถนนคนเดิน ให้คนมาทำกิจกรรมร่วมกันและคนในชุมชนก็สามารถค้าขายได้”

 

“Cloud 11 จะทำให้ทุกคนเห็นว่า เราสามารถออกแบบสถาปัตยกรรมให้สวยงามได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำลายธรรมชาติ แต่สามารถโอบกอดมัน เป็นหนึ่งเดียวกัน และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน” Mr. Kjetil ในฐานะที่ปรึกษาและวางคอนเซปต์งานออกแบบกล่าวทิ้งท้าย 

The post กางพิมพ์เขียว ‘Cloud 11’ ดูแนวคิดการออกแบบฮับของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียจาก MQDC [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tops จับมือ Coles เอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์จากออสเตรเลีย ส่งตรงอาหาร-วัตถุดิบคุณภาพกว่า 200 ไอเท็ม จำหน่ายที่เดียวในไทย https://thestandard.co/tops-and-coles-200-quality-items/ Tue, 14 Mar 2023 10:10:12 +0000 https://thestandard.co/?p=762382

Tops (ท็อปส์) ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย […]

The post Tops จับมือ Coles เอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์จากออสเตรเลีย ส่งตรงอาหาร-วัตถุดิบคุณภาพกว่า 200 ไอเท็ม จำหน่ายที่เดียวในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

Tops (ท็อปส์) ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ฟู้ดรีเทลของไทย จับมือ Coles (โคลส์) แบรนด์สินค้าอาหารคุณภาพระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ที่โดดเด่นเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง ส่งตรงสินค้ากว่า 200 ไอเท็ม วางจำหน่ายเอ็กซ์คลูซีฟทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เฉพาะที่ Tops, Tops Food Hall, Tops Fine Food, Tops CLUB และ Tops Online เท่านั้น

 

สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “Tops มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสรรหาสินค้านำเข้าจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดจากทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่ Food Discovery & Destination ที่เติมเต็มทุกความต้องการให้ลูกค้า ทุกกลุ่มเป้าหมาย ความร่วมมือกับแบรนด์ Coles จะทำให้ลูกค้าของ Tops เข้าถึงสินค้า Made in Australia ได้สะดวกและง่ายเสมือนไปช้อปด้วยตัวเอง เป็นการนำเสนอประสบการณ์และทางเลือกใหม่ๆ ให้กับลูกค้าสอดคล้องกับแนวคิด Every Day DISCOVERY ค้นพบทุกวัน ที่ไม่ธรรมดา ที่ Tops”

 

ปัจจุบัน Tops มีสินค้านำเข้าเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์มากมายกว่า 1,200 รายการ กว่า 150 แบรนด์ดัง ซึ่งถือว่ามากที่สุดในตลาดฟู้ดรีเทลเมืองไทย และยังคงเดินหน้าต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ นำเข้าสินค้าที่เปี่ยมด้วยคุณภาพแบรนด์ดังระดับโลกมาจำหน่ายให้กับลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าและผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัยและชื่นชอบสินค้าคุณภาพนำเข้าจากต่างประเทศ

 

วิลล์ มูลโฮลแลนด์ General Manager Exports and Fresh Food Commercials และผู้บริหาร โคลส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ออสเตรเลีย กล่าวว่า “เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีที่ Coles ได้ส่งออกสินค้าอาหารออสเตรเลียคุณภาพสูงไปยัง 30 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย สินค้าของแบรนด์เป็นสินค้า Australian-Made ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของออสเตรเลียแท้ 

 

“ด้วยภารกิจที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อความสุขผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์อันเป็นความภาคภูมิใจของแบรนด์ไปยังผู้บริโภค รวมทั้งเกิดการแนะนำบอกต่อเป็นวงกว้าง เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Tops ผู้นำธุรกิจฟู้ดรีเทลของเมืองไทย ในการจัดจำหน่ายและส่งมอบสินค้าคุณภาพไปยังผู้บริโภคชาวไทย ทั้งยังเป็นการสนับสนุนผู้ผลิตภายในออสเตรเลียและผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลก”

 

Coles ยกขบวนสินค้าไฮไลต์พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้กว่า 120 รายการ เช่น น้ำผึ้งแท้จากดอกเรดกัม, น้ำผึ้งแท้จากดอกยูคาลิปตัส, เวลเนสโรดออสเตรเลียนอัลมอนด์บัตเตอร์, ช็อกโกแลตฟัดจ์บราวนี่มิกซ์, กาแฟคั่วบด, ควินัว, น้ำมันมะกอกธรรมชาติ, เนยถั่ว, ซีเรียล, บิสกิต, สเปรด, ผลไม้แช่แข็ง และซอส ฯลฯ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ติดอันดับขายดีของแบรนด์ในปี 2565 เช่น ชีสและแครกเกอร์ มาให้ลูกค้า Tops ได้ช้อปแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงออสเตรเลีย

 

จำหน่ายเฉพาะที่ Tops, Tops Food Hall, Tops Fine Food, Tops CLUB และ Tops Online เท่านั้น

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand และ Tops Food Hall หรือแอปพลิเคชัน LINE @TopsThailand

The post Tops จับมือ Coles เอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์จากออสเตรเลีย ส่งตรงอาหาร-วัตถุดิบคุณภาพกว่า 200 ไอเท็ม จำหน่ายที่เดียวในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยสะสมพอยต์ The 1 และรับสิทธิพิเศษตลอดปี! กับ 5 ห้างลักชัวรีในยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล https://thestandard.co/the-1-points-privilege/ Fri, 10 Feb 2023 10:12:06 +0000 https://thestandard.co/?p=748649 5 ห้างลักชัวรีในยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล

หากคุณมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวยุโรปในช่วงไฮซีซันนี […]

The post คนไทยสะสมพอยต์ The 1 และรับสิทธิพิเศษตลอดปี! กับ 5 ห้างลักชัวรีในยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 ห้างลักชัวรีในยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล

หากคุณมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวยุโรปในช่วงไฮซีซันนี้ เราอยากชวนคุณไปเติมเต็มประสบการณ์เหนือระดับกับ 5 ห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรีใน 5 ประเทศซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล ให้คนไทยได้ช้อปปิ้งและสะสมพอยต์ The 1 พร้อมสิทธิพิเศษอีกเพียบ! นอกจากนี้ทุกห้างยังเนรมิตพื้นที่ให้พิเศษกว่าเดิมเพื่อต้อนรับช่วงไฮซีซันของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

 

ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลปักหมุดเดินหน้าขยายธุรกิจห้างสรรพสินค้าลักชัวรี ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองสำคัญของยุโรป และเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือน ทั้งห้างเซลฟริดเจส (Selfridges) ประเทศอังกฤษ, ห้างรีนาเชนเต (Rinascente) ประเทศอิตาลี, ห้างคาเดเว (KaDeWe) ประเทศเยอรมนี, ห้างอิลลุม (Illum) ประเทศเดนมาร์ก และห้างโกลบุส (Globus) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปักหมุดอยู่ใจกลางเมืองสำคัญของยุโรป และเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือน โดยล่าสุดทั้ง 5 ห้างสรรพสินค้าได้เนรมิตพื้นที่ทั้งห้างเพื่อต้อนรับช่วงไฮซีซันของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

 

แล้วในช่วงไฮซีซันนี้แต่ละห้างสรรพสินค้ามีอะไรรอให้คุณไปสัมผัสประสบการณ์บ้าง?

 

 

เริ่มต้นจาก ห้างเซลฟริดเจส (Selfridges) นอกจากจะมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าจดจำจากแบรนด์สินค้าลักชัวรีระดับโลก รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังในหลากหลายหมวดหมู่กว่า 500 แบรนด์ เช่น Alexander McQueen, LOUIS VUITTON, Tiffany & Co., GUCCI, BVLGARI และอื่นๆ อีกมากมาย

 

นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศการตกแต่งแบบ 2D ณ จุดดิสเพลย์ทั้งด้านในและด้านนอกห้างที่ได้ศิลปินชื่อดังต่างๆ มาสร้างสีสันให้ตลอดทั้งปี อีกทั้งมีกิจกรรมภายในห้าง ทั้งโรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ไปจนถึงลานสเกตบอร์ด และพิเศษสุดสำหรับสมาชิกเดอะวันสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่าน Selfridges.com ได้แล้วจากทุกที่ทั่วโลก

 

 

ต่อที่ ห้างรีนาเชนเต (Rinascente) ประเทศอิตาลี ขึ้นชื่อว่าประวัติยาวนานกว่า 150 ปี และยังมีสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาลีคลาสสิกที่สวยงามโดดเด่น พร้อมไปด้วยสินค้าลักชัวรีจากแบรนด์ดังให้เลือกซื้อ โดยเฉพาะแบรนด์ใหม่ล่าสุด เช่น LOEWE, Zimmermann, Vivienne Westwood, Marni X Carhartt และ BOYY

 

พร้อมด้วยบริการ Personal Shopper ที่คอยอำนวยความสะดวกในการให้บริการที่หน้าร้าน และยังมีบริการ Rinascente On Demand แชตตรงกับผู้ช่วยช้อปส่วนตัวชาวอิตาลีได้ที่ LINE: @RinascenteOnDemand


นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ อาทิ แคมเปญ Textile Wave ตื่นตากับสินค้ากลุ่ม Home Textile หลากหลายรายการ ระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม


เต็มอิ่มไปกับแคมเปญที่คนหลงใหลงานออกแบบสุดยูนีกต้องถูกใจอย่าง Maison Margiela Takeover กับการเทกโอเวอร์ห้างรีนาเนเต สาขากรุงมิลานของแบรนด์ Maison Margiela ตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม


และแคมเปญ De Gusto Easter Edition ฉลองเทศกาลอีสเตอร์ด้วยสินค้าและดีลสุดพิเศษระหว่างวันที่ 16 มีนาคม – 9 เมษายนนี้

 

 

ทางด้าน ห้างคาเดเว (KaDeWe) ประเทศเยอรมนี ที่มีประวัติอยู่คู่กับกรุงเบอร์ลินตั้งแต่ปี 1907 ถือเป็นแหล่งรวมแบรนด์ชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก ที่พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เหนือระดับให้กับลูกค้าในประเทศเยอรมนีและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเยือน


ซัมเมอร์นี้ละลานตาไปด้วยแบรนด์สินค้าลักชัวรีทั้งในกลุ่มแฟชั่นอย่าง GIVENCHY, BALMAIN, JACQUEMUS, ISABEL MARANT, STELLA McCARTNEY, Off-White กลุ่มบิวตี้อย่าง Charlotte Tilbury, BYREDO และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ที่ยกทัพมาเอาใจเหล่านักช้อป


สำหรับสายกินต้องไม่พลาด เพราะชั้น 6 ของห้างคาเดเว จัดเต็มทั้งร้านอาหารและบาร์ โดยเฉพาะร้านอาหารใหม่ล่าสุด The Brasserie Hélène ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ให้คุณได้มาใช้ช่วงเวลาดินเนอร์กับบรรยากาศและอาหารคุณภาพชั้นยอด เรียกได้ว่าครบจบที่ห้างคาเดเวที่เดียวทั้งเรื่องกินและเรื่องช้อป

 

 

ห้างอิลลุม (Illum) ประเทศเดนมาร์ก ห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน โดยซัมเมอร์นี้ได้มีการแปลงโฉมตกแต่งแบบโมเดิร์นในธีม ‘Futuristic’ พบความพิเศษจากการเลือกซื้อแบรนด์สินค้าทั้งจากแถบสแกนดิเนเวีย และแบรนด์ดังจากทั่วโลกครบทั้งแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์ เช่น สโตร์รูปโฉมใหม่ของ RIMOWA, IRO, The Vintage Bar และ Full Concept Store จากแบรนด์ CELINE ที่จะเปิดในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้

 

นอกจากนี้ยังมีบริการ Illum On Demand แชตพูดคุยกับพนักงานผ่านช่องทาง WhatsApp ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ +45 2893 6319


รวมถึงได้จัดแคมเปญพิเศษต้อนรับนักช้อปชาวไทยอย่าง Valentine 2023 สินค้าและกิจกรรมพิเศษต้อนรับเดือนแห่งความรัก รวมถึงเอาใจสาวๆ ด้วย Beauty Campaign พร้อมให้เลือกซื้อสินค้าบิวตี้ในราคาพิเศษตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป และสำหรับสาวสังคมต้องไม่พลาด Party Campaign เตรียมรับความสนุกสนานตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป

 

 

ปิดท้ายที่ ห้างโกลบุส (Globus) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในไตรมาสแรกของปีนี้ที่เปิดแบรนด์ใหม่ในหลายกลุ่มสินค้า ทั้งแบรนด์สำหรับบ้านและไลฟ์สไตล์อย่าง Dyson, ASSOULINE แบรนด์แฟชั่นอย่าง PRADA MEN, ZEGNA, LOEWE แบรนด์แฟชั่นสำหรับเด็ก เช่น Palm Angels, MARCELO BURLON หรือแบรนด์ความงาม เช่น DR. BARBARA STURM, THAMEEN LONDON


และเพื่อเป็นการเอาใจสายบิวตี้ เตรียมพบกับโปรโมชัน Globus ‘Beauty Days’ ข้อเสนอส่วนลดสุดพิเศษและกิจกรรมมากมายภายในห้างสรรพสินค้าโกลบุสระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 9 เมษายนนี้ 

 

สิทธิพิเศษสุดๆ สำหรับนักช้อปชาวไทยที่เป็นสมาชิก เดอะวัน (The 1) สามารถสะสมพอยต์เดอะวัน พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่นๆ มากมาย ได้ตลอดทั้งปี 2566 และสำหรับนักช้อปชาวไทยที่มีแพลนเตรียมไปท่องเที่ยวที่ยุโรปในช่วงไฮซีซันนี้ ต้องไม่พลาดกับการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ณ 5 ห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรีของกลุ่มเซ็นทรัล พร้อมรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าคนไทยที่เป็นสมาชิกเดอะวัน

 

  • สะสมคะแนนเดอะวัน เมื่อช้อปปิ้งที่ห้างรีนาเชนเต (Rinascente) ทุกสาขา, ห้างคาเดเว (KaDeWe) ทุก 1 ยูโร เท่ากับ 1 คะแนน ห้างอิลลุม (Illum) ทุก 7.5 โครนเดนมาร์ก เท่ากับ 1 คะแนน และห้างโกลบุส (Globus) สาขาซูริก เจนีวา และลูเซิร์น ทุก 1 ฟรังก์สวิส เท่ากับ 1 คะแนน
  • รับส่วนลด 10% สำหรับสินค้าร่วมรายการ เพียงแสดง The 1 APP
  • รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ที่ร่วมรายการ (ระยะเวลาถึง 31 ธันวาคม 2566)
  • นอกจากนี้ยังมีบริการพิเศษเฉพาะสมาชิกเดอะวัน เอ็กซ์คลูซีฟ เช่น บริการผู้ช่วยช้อปปิ้งส่วนตัว, บริการห่อของขวัญ, Fast Track ในการขอคืนภาษี (Tax Refund) และบริการส่งของถึงโรงแรมที่พัก

 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่จะทำให้ทุกการเดินทางของคุณมีความหมายและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น ผ่านการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ชั้นนำที่ถูกคัดสรรมาเพื่อคุณ พร้อมรับสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิกเดอะวันได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับโลกทั้ง 5 แห่งของกลุ่มเซ็นทรัลได้ทั่วทั้งยุโรป ได้แก่ เซลฟริดเจส (Selfridges) ประเทศอังกฤษ, รีนาเชนเต (Rinascente) ประเทศอิตาลี, คาเดเว (KaDeWe) ประเทศเยอรมนี, อิลลุม (Illum) ประเทศเดนมาร์ก และโกลบุส (Globus) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

ภาพ: Courstesy of Central Group

The post คนไทยสะสมพอยต์ The 1 และรับสิทธิพิเศษตลอดปี! กับ 5 ห้างลักชัวรีในยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: หากลดการใช้เครื่องอบผ้า จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 1.1 ตันต่อปี https://thestandard.co/pop-tip-28012023/ Sat, 28 Jan 2023 00:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=744798

โลกนี้มีหลายคน หลายองค์กร ที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อปก […]

The post POP TIP: หากลดการใช้เครื่องอบผ้า จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 1.1 ตันต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

โลกนี้มีหลายคน หลายองค์กร ที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องธรรมชาติ แต่การจะช่วยกันแก้ไขบรรเทาภาวะโลกร้อนที่ส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศที่กระทบไปทั่วโลก ถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ในชีวิตประจำวันของตนเอง เพื่อต่อลมหายใจของความยั่งยืนให้โลกใบนี้ ไปดูกันว่าสิ่งที่พวกเราทำได้ตั้งแต่วันนี้มีอะไรบ้าง ซึ่ง Tip วันนี้โฟกัสไปที่การอบผ้า ซึ่งกินไฟมหาศาล และหากช่วยกันปรับเรื่องนี้ได้ ก็จะเป็นผลดีต่อโลกนี้ไม่น้อยเลย 

 

 

Pop Tip:

รู้หรือไม่ว่าถ้าเราลดการใช้เครื่องอบผ้า และเปลี่ยนไปใช้ราวตากผ้าในวันที่แดดแรงแทน นอกจากจะช่วยประหยัดไฟ ประหยัดเงินแล้ว ยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 1.1 ตันต่อปีเลยทีเดียว 

 

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: หากลดการใช้เครื่องอบผ้า จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 1.1 ตันต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: การฝึกให้ตัวเองมีทัศนคติที่ดี คือวิธีปลดล็อกพลังที่ซ่อนอยู่ในวันจันทร์ https://thestandard.co/pop-tip-23012023/ Mon, 23 Jan 2023 02:20:09 +0000 https://thestandard.co/?p=740625

โดยปกติแล้ววันจันทร์มักจะเป็นวันที่หลายคนไม่ชอบ เพราะเป […]

The post POP TIP: การฝึกให้ตัวเองมีทัศนคติที่ดี คือวิธีปลดล็อกพลังที่ซ่อนอยู่ในวันจันทร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

โดยปกติแล้ววันจันทร์มักจะเป็นวันที่หลายคนไม่ชอบ เพราะเป็นวันที่บ่งบอกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสิ้นสุดลงแล้ว ต่อไปนี้คือวันแห่งการตั้งใจทำงานไปจนถึงวันศุกร์ แต่หากเช้านี้ใครขาดความพร้อมในการเริ่มทำงานด้วยจิตใจที่ทรงพลังตลอดทั้งวันจันทร์คงไม่สนุกแน่ มาปลดล็อกพลังที่ซ่อนอยู่ในวันจันทร์ด้วยทัศนคติที่ดีกัน 

 

 

Pop Tip:

วิธีปลดล็อกพลังที่ซ่อนอยู่ในวันจันทร์ด้วยทัศนคติที่ดี

  1. มองวันจันทร์เป็นโอกาส ไม่มองว่าเป็นข้อเสีย
  2. ลงมือทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย แทนที่จะเสียเวลานั่งถอนหายใจ
  3. ชาเลนจ์ตัวเองจากงานที่รับผิดชอบ 
  4. พูดคุยแลกเปลี่ยน เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ 

 

ภาพ: Shutterstock 

The post POP TIP: การฝึกให้ตัวเองมีทัศนคติที่ดี คือวิธีปลดล็อกพลังที่ซ่อนอยู่ในวันจันทร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: แนะวิธีช้อปปิ้งอย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม https://thestandard.co/pop-tip-21012023/ Sat, 21 Jan 2023 04:10:06 +0000 https://thestandard.co/?p=740158 ช้อปปิ้ง

การช่วยกันปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน มีวิธีมากมายที่เร […]

The post POP TIP: แนะวิธีช้อปปิ้งอย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช้อปปิ้ง

การช่วยกันปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน มีวิธีมากมายที่เราสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน อยากรณรงค์ให้ทุกคนช่วยกันคนละนิด คิดทุกครั้งก่อนที่จะลงมือทำอะไรที่อาจส่งผลไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม หากมีทางใดที่สามารถช่วยได้ก็ช่วยกันดีกว่า แม้แต่การออกไปช้อปปิ้งนอกบ้านก็สามารถช่วยได้ด้วยการสร้างนิสัยการจับจ่ายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในหลายๆ ครั้งหากสังเกตดีๆ คุณจะพบว่าการตระหนักถึงเรื่องความยั่งยืนสามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น การปรับนิสัยช้อปปิ้งให้อยู่ในทิศทางที่มีส่วนช่วยเรื่องความยั่งยืน จะยกระดับชีวิตของคุณให้เป็นคนที่มีคุณภาพมากขึ้นต่อสังคมและโลกใบนี้ ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ในการซื้อสินค้าอย่างยั่งยืนที่ทุกคนสามารถทำตามได้เลย 

 

 

Pop Tip:
วิธีช้อปปิ้งอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. เลือกซื้อของที่ผลิตขึ้นในท้องถิ่นเป็นหลัก 
  2. ลดขยะพลาสติก หลีกเลี่ยงของที่รีไซเคิลไม่ได้ 
  3. เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน รักษ์โลก
  4. ซื้อของมือสองคุณภาพดี แทนที่จะซื้อใหม่ตลอด
  5. หากซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เลือกแบบที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

 

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: แนะวิธีช้อปปิ้งอย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: Leonardo DiCaprio ขอความร่วมมือจากทุกคนอย่าละเลยเรื่องภาวะโลกร้อน https://thestandard.co/pop-tip-07012023/ Sat, 07 Jan 2023 03:40:57 +0000 https://thestandard.co/?p=733853 Leonardo DiCaprio

แม้ว่าช่วงนี้จะยังไม่ค่อยเห็นผลงานการแสดงใหม่ๆ จากพระเอ […]

The post POP TIP: Leonardo DiCaprio ขอความร่วมมือจากทุกคนอย่าละเลยเรื่องภาวะโลกร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Leonardo DiCaprio

แม้ว่าช่วงนี้จะยังไม่ค่อยเห็นผลงานการแสดงใหม่ๆ จากพระเอกระดับโลกอย่าง Leonardo DiCaprio แต่ขอให้รู้ไว้เถอะว่าผู้ชายคนนี้มีภารกิจส่วนตัวที่มุ่งมั่นจะช่วยโลกใบนี้ให้น่าอยู่และสวยงามขึ้นในทุกๆ วัน รู้หรือไม่ว่าเขาเป็นนักเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติมาหลายปีติดต่อกัน แต่ความสำคัญของเรื่องนี้มันไม่ควรผลักดันให้เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเราอยู่ในยุคที่เฝ้ารอให้คนดังมาช่วยโลกเพียงอย่างเดียว แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เราต่างสามารถมีส่วนร่วมในการวางแผนชีวิต ปรับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อลดการสร้างมลพิษ ลดการสูญเสียความสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น หรือหากมี Leonardo DiCaprio เป็นไอดอลก็ยึดถือเอาความมุ่งมั่นของเขามาเป็นแรงบันดาลใจในการลงมือทำสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่ยังจำเป็นต้องแก้ไขร่วมกันอย่างไม่มีวันจบสิ้น ต่อไปนี้เป็น Tip ที่เราสามาถทำตามได้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Leonardo DiCaprio ผู้เป็นพระเอกทั้งในจอและนอกจอตัวจริง 

 

Leonardo DiCaprio

 

Pop Tip:

รู้หรือไม่ว่า Leonardo DiCaprio เป็นนักเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติมาหลายปี เขาก่อตั้งมูลนิธิ Leonardo DiCaprio Foundation เมื่อปี 1998 และทำงานร่วมกับหลายองค์กร เพื่อรณรงค์เรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การปกป้องชีวิตสัตว์ป่าไม่ให้สูญพันธุ์ สิ่งที่เขาอยากขอความร่วมมือจากทุกคนคือ “อย่าละเลยเรื่องภาวะโลกร้อน นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจอย่างเร่งด่วน” 

 

ภาพ: Leonardo DiCaprio / Instagram

The post POP TIP: Leonardo DiCaprio ขอความร่วมมือจากทุกคนอย่าละเลยเรื่องภาวะโลกร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิธีคลายเครียดฉบับพี่ Kodey GoodDay | THE STANDARD POP https://thestandard.co/relax-with-kodey-goodday/ Thu, 29 Dec 2022 12:00:51 +0000 https://thestandard.co/?p=730574 วิธีคลายเครียดฉบับพี่ Kodey

หลังจากทำงานมาอย่างหนักหน่วง เราเชื่อว่าหลายคนล้วนมีกิจ […]

The post ชมคลิป: วิธีคลายเครียดฉบับพี่ Kodey GoodDay | THE STANDARD POP appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิธีคลายเครียดฉบับพี่ Kodey

หลังจากทำงานมาอย่างหนักหน่วง เราเชื่อว่าหลายคนล้วนมีกิจกรรมคลายเครียดเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกันกับ โค้ดดี้-อรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล หรือ Kodey GoodDay ที่เขาก็มีวิธีคลายเครียดในฉบับของเขาเช่นกัน มาดูกันว่าวิธีคลายเครียดของเขาจะช่วยให้เขาดีขึ้นมากน้อยเพียงใด และอะไรทำให้เขาชอบทำสิ่งนี้

 

ขอขอบคุณสถานที่ Gourmet Market EmQuartier

 


 

Credits

 

Director ทรงพล จั่นลา

Host ภัทรศยา เชาว์รัศมีกุล

Creative Producer ทิพวรรณ ทองพราว

Cameraman ​​​​ธนกร ศักดิ์มณีกุล, อนุรักษ์ นนทจิตต์, อรณิชา อภิวิศาลกิจ

Editor  ศุภอาฒย์ มั่นสิงห์

THE STANDARD Art & Proofreader Team

THE STANDARD Webmaster Team

THE STANDARD Social Media Team

The post ชมคลิป: วิธีคลายเครียดฉบับพี่ Kodey GoodDay | THE STANDARD POP appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มต้นปีแบบเฮงๆ กับ 9 บทสวดมนต์ข้ามปี เสริมสร้างสิริมงคลรับปี 2566 https://thestandard.co/9-powerful-prayers-2/ Thu, 29 Dec 2022 00:54:56 +0000 https://thestandard.co/?p=730223

เป็นอีกปีที่โรคระบาดยังคงวนเวียนอยู่บ้างประปราย แต่การใ […]

The post เริ่มต้นปีแบบเฮงๆ กับ 9 บทสวดมนต์ข้ามปี เสริมสร้างสิริมงคลรับปี 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นอีกปีที่โรคระบาดยังคงวนเวียนอยู่บ้างประปราย แต่การใช้ชีวิตของเรากลับผลิบานขึ้นอีกครั้ง ในปี 2566 นับเป็นปีแห่งการเริ่มใหม่ของคนไทยหลังการแพร่ระบาดอย่างแท้จริง ภาคท่องเที่ยวเปิดแบบเต็มรูปแบบ ร้านค้า ร้านอาหารทยอยเปิดร้านรวงอย่างคึกคัก การแพร่ระบาดใหญ่ผ่านพ้นไปแล้ว สีสันแห่งชีวิตหวนคืน แต่ถึงกระนั้นยังมีอีกหลายคนที่ยังอยากข้ามปีอย่างสงบอยู่ที่บ้าน 

 

ปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่เรากำหนดให้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ชีวิตใหม่ ปณิธานใหม่ อะไรไม่ดีล้วนปล่อยทิ้งไว้ในปีเก่า และเริ่มต้นสิ่งใหม่กับศักราชใหม่ นอกจากงานเลี้ยงสังสรรค์ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ชาวพุทธนิยมปฏิบัติคือ การสวดมนต์ข้ามปี เพื่อสร้างบุญ สร้างอานิสงส์ เสริมสร้างสิริมงคลให้แก่ตนเองในปีใหม่ 

 

การสวดมนต์ข้ามปีจะสวดที่ไหนก็ได้ ขอเพียงแค่ผู้สวดตั้งมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีสมาธิและจิตใจที่สงบขณะสวด ฉะนั้นปีนี้หากใครอยากสวดมนต์ข้ามปี แต่ไม่สะดวกใจออกไปที่วัด นำบทสวดเหล่านี้ไปสวดเรียงตามลำดับ จากบทที่ 1 ถึงบทที่ 9 ให้ครบทุกบท พร้อมทั้งรักษาจิตใจให้สงบขณะสวด เท่านี้คุณก็สามารถเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ได้ง่ายๆ ขณะอยู่บ้าน

 

The post เริ่มต้นปีแบบเฮงๆ กับ 9 บทสวดมนต์ข้ามปี เสริมสร้างสิริมงคลรับปี 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: เปิดเทคนิคสุดเคร่งสำหรับคนที่อยากมีเวลาอิสระในชีวิตเพิ่ม https://thestandard.co/pop-tip-271265/ Tue, 27 Dec 2022 01:58:48 +0000 https://thestandard.co/?p=729076

เคยไหม…อยากมีเวลาเพิ่มมากขึ้น จะได้เอาไปทำในสิ่งที่ตัวเ […]

The post POP TIP: เปิดเทคนิคสุดเคร่งสำหรับคนที่อยากมีเวลาอิสระในชีวิตเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

เคยไหม…อยากมีเวลาเพิ่มมากขึ้น จะได้เอาไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่ข้ออ้างยอดนิยมที่มักใช้กันจนกลายเป็นคำติดปากคือ ไม่มีเวลาเลย อยากไปเที่ยวก็ไม่มีเวลา อยากออกกำลังกายก็ไม่มีเวลา ซึ่งมันทำให้เกิดคำถามที่ว่า ยุ่งจริง! หรือแค่คิดไปเอง สำหรับเรื่องนี้นักเขียน เจค แนปป์ และ จอห์น เซรัตสกี ที่เขียนหนังสือเรื่อง Make Time by Jake Knapp and John Zeratsky ขึ้นมา เขาแนะนำได้น่าสนใจมาก โดยบอกว่าคนเราควรระมัดระวังการใช้สมาร์ทโฟนหรือโซเชียลมีเดียมากเกินไป ควรทำ Digital Detox เช่น ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต กำหนดเวลาการใช้งานสมาร์ทโฟน ฯลฯ ซึ่งเป็นการแนะนำเทคนิคการบริหารเวลาสุดเคร่งครัด ที่หากทำได้คุณจะกลายเป็นคนที่ได้เวลาคืนมา และจะหลุดพ้นจากอาการเสพติดสมาร์ทโฟน รวมถึงมีเวลาอิสระเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน 

 

 

Pop Tip:

นักเขียน เจค แนปป์ และ จอห์น เซรัตสกี เจ้าของหนังสือ Make Time แนะนำว่า ถ้าอยากมีเวลาเพิ่มควรลดการใช้สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย เทคนิคสุดเคร่งที่ช่วยได้ เช่น ทำหน้าโฮมบนสมาร์ทโฟนให้ว่างเปล่า, กำหนดรหัสผ่านให้ยาวประมาณ 20 ตัวอักษร, ล็อกเอาต์ทุกครั้งหลังใช้งาน, ปิดการแจ้งเตือน ถ้าทำได้คุณจะมีเวลาเพิ่มขึ้น 

 

ภาพ: Shutterstock

 

The post POP TIP: เปิดเทคนิคสุดเคร่งสำหรับคนที่อยากมีเวลาอิสระในชีวิตเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: นิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่ง แก้ไขได้ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจโดยกำหนดเป้าหมายให้ตัวเอง https://thestandard.co/pop-tip-261265/ Mon, 26 Dec 2022 01:32:30 +0000 https://thestandard.co/?p=728505

ยิ่งเข้าใกล้การนับถอยหลังสู่ปีใหม่ 2023 มากเท่าไร หลายค […]

The post POP TIP: นิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่ง แก้ไขได้ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจโดยกำหนดเป้าหมายให้ตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยิ่งเข้าใกล้การนับถอยหลังสู่ปีใหม่ 2023 มากเท่าไร หลายคนก็คงไม่มีจิตใจที่จะโฟกัสในการทำงานได้มากเท่าเดิม เพราะใจอยากจะหยุดแล้วไปพักผ่อนท่องเที่ยวกับครอบครัวกันแล้ว ในเมื่อเป็นช่วงเวลาโค้งสุดท้ายของปีเก่าที่เรายังมีหน้าที่ความรับผิดชอบและยังต้องทำงานอยู่ ก็ควรทุ่มเททำงานให้สำเร็จโดยที่มาตรฐานของงานไม่ได้ลดลง ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับการกระตุ้นให้ตัวเองเอาชนะความเบื่อหน่ายในโค้งสุดท้ายของปี ให้กลับมามีแรงฮึดที่จะทำงานต่อไปได้อย่างลื่นไหล ซึ่งเคล็ดลับนี้แนะนำโดย Petr Ludwig นักสร้างแรงจูงใจที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ 500 บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ที่ได้บอกวิธีเอาไว้ดังนี้ 

 

 

Pop Tip:

Petr Ludwig นักเขียนและนักสร้างแรงจูงใจ แนะนำว่านิสัยขี้เกียจ ไม่อยากทำงาน และชอบผัดวันประกันพรุ่ง แก้ไขได้ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจโดยกำหนดเป้าหมายให้ตัวเอง เมื่อทำสำเร็จจะเข้าถึงภาวะลื่นไหลและชำนาญ ยิ่งมีแรงบันดาลใจมากเท่าไร ก็จะยิ่งผัดวันประกันพรุ่งน้อยลงเท่านั้น 

 

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: นิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่ง แก้ไขได้ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจโดยกำหนดเป้าหมายให้ตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: ไอเดียห่อของขวัญปีใหม่แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างขยะเพิ่ม https://thestandard.co/pop-tip-251265/ Sun, 25 Dec 2022 02:11:26 +0000 https://thestandard.co/?p=728250

จากข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของ Green Style อาจทำให้หลายคนร […]

The post POP TIP: ไอเดียห่อของขวัญปีใหม่แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างขยะเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของ Green Style อาจทำให้หลายคนรู้สึกใจหาย หากได้รู้ว่าในปีหนึ่งๆ คนไทยใช้กระดาษคนละ 60 กิโลกรัมต่อปี รวมแล้วทุกปีจะมีขยะจากกระดาษถึง 3.9 ล้านตัน หรือหนักเท่ากับกระดาษ A4 จำนวน 7.8 แสนล้านแผ่น ซึ่งถ้านำกระดาษทั้งหมดมาวางเรียงกัน จะได้พื้นที่เทียบเท่ากับพื้นที่ของเกาะภูเก็ต 90 เกาะเลยทีเดียว ยิ่งช่วงนี้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่ หลายคนกำลังสนุกกับการหาของขวัญปีใหม่เพื่อจับสลาก มันจะดีกว่าไหมหากเราหันมาตระหนักเรื่องการลดปริมาณขยะจากกระดาษกันมากขึ้น ด้วยการหยิบจับสิ่งที่มีในบ้านเพื่อนำมาห่อเป็นของขวัญแบบรักษ์โลกที่ไม่เป็นการเพิ่มขยะไปมากกว่านี้ 

 

 

Pop Tip:

คนไทยใช้กระดาษคนละราวๆ 60 กิโลกรัมต่อปี รวมทุกปีจะมีขยะจากกระดาษที่หนักเท่ากระดาษ A4 จำนวน 7.8 แสนล้านแผ่น หากวางเรียงกันจะเทียบเท่าเกาะภูเก็ต 90 เกาะเลยทีเดียว ของขวัญปีใหม่ปีนี้จึงควรเปลี่ยนจากกระดาษมาห่อด้วยผ้าที่มีอยู่แล้ว และเปลี่ยนจากโบว์พลาสติกเป็นใบไม้หรือดอกไม้แทน  

 

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: ไอเดียห่อของขวัญปีใหม่แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างขยะเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Villeroy & Boch แบรนด์เซรามิกชื่อดังจากเยอรมนีเปิดออนไลน์สโตร์ครั้งแรกในไทย https://thestandard.co/villeroy-boch-online-store-in-thailand/ Sat, 24 Dec 2022 12:20:39 +0000 https://thestandard.co/?p=728203 Villeroy & Boch

หลังจากที่เมื่อก่อนสินค้าจานชามเซรามิกของแบรนด์ชื่อดังร […]

The post Villeroy & Boch แบรนด์เซรามิกชื่อดังจากเยอรมนีเปิดออนไลน์สโตร์ครั้งแรกในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Villeroy & Boch

หลังจากที่เมื่อก่อนสินค้าจานชามเซรามิกของแบรนด์ชื่อดังระดับโลกจากประเทศเยอรมนี Villeroy & Boch จะวางขายตามร้านค้าต่างๆ ต้องสั่งพรีออร์เดอร์ หรือขนกลับมาจากต่างประเทศเท่านั้น ล่าสุดแฟนคลับของแบรนด์นี้น่าจะดีใจสุดๆ เพราะสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์สโตร์แบบออฟฟิเชียลบนแพลตฟอร์ม Lazada ได้แล้ว

 

โดยบนออนไลน์สโตร์แห่งนี้จะมีสินค้าให้เลือกกันแบบครบถ้วนเกือบทุกหมวดหมู่ ทั้งเซ็ตจานชาม ถ้วยซุป ถ้วยสลัด เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร (Cutlery) แก้วไวน์ แก้วแชมเปญ หรือแก้วกาแฟ ซึ่งจะมาจากไฮไลต์คอลเล็กชันอย่าง La Boule, Manufacturer Rock และ Old Luxembourg ที่มาพร้อมลายเพนต์แรกๆ ของแบรนด์ Villeroy & Boch ในชื่อ Brindille แถมตอนนี้ที่พลาดไม่ได้ก็คือ Christmas Collection ที่สวยสง่าและเฟสทีฟสุดๆ

 

Villeroy & Boch เป็นหนึ่งในแบรนด์จานชามเซรามิกที่เก่าแก่ที่สุดของโลก โดยเริ่มมา 274 ปี เมื่อปี 1748 โดย François Boch และลูกชายสามคน เขาได้เปิดร้านทำเซรามิก ก่อนที่ต่อมากิจการจะขยาย และในปี 1836 หลานชาย Jean-François Boch ก็ได้เจอ Nicolas Villeroy ที่ถนัดเรื่องการทำสโตนแวร์ (Stonewear) และได้ร่วมธุรกิจกันเพื่อก่อตั้ง Villeroy & Boch ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุโรป และได้มีโอกาสไปโชว์สินค้าที่งานมหกรรม World’s Fair ทั้งที่ลอนดอน ชิคาโก และปารีส ส่วนพอระบบน้ำประปาเริ่มถูกนำมาใช้ ทาง Villeroy & Boch ก็ได้ผลิตสุขภัณฑ์ห้องน้ำที่ทำมาจากเซรามิกที่เรียบหรูไม่เหมือนใครและเป็นอีกส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่คนรู้จักกันถึงทุกวันนี้

 

นอกเหนือจากนี้ เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัวออนไลน์สโตร์ของ Villeroy & Boch ในไทย ทางแบรนด์ก็ได้ร่วมมือกับ เชฟบัดดี้-ถมธนัตถ์ หทโยดม ผู้อยู่เบื้องหลังร้าน Easy Buddy มาทำเมนูพิเศษให้ที่ร้าน That Fat Kid Buddy ของเขา ณ ซอยเย็นอากาศ 2 ที่ยังคงคอนเซปต์การนำอาหารแบบคอมฟอร์ตฟู้ดที่เรากินกันตั้งแต่วัยเด็กอย่างหมูแดง บะหมี่ปู หรือแม้แต่เยลลี่ มานำเสนอในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง ซึ่งตัวร้านก็กำลังอยู่ในช่วงปรับโฉมใหม่ ก่อนที่จะเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้า

 

Processed with VSCO with al3 preset

Processed with VSCO with al3 preset

Processed with VSCO with al3 preset

 

ภาพ: Villeroy & Boch 

The post Villeroy & Boch แบรนด์เซรามิกชื่อดังจากเยอรมนีเปิดออนไลน์สโตร์ครั้งแรกในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลวิจัยชี้ ‘ผู้หญิง’ สามารถมองเห็นนิสัยด้านมืดของผู้ชายได้ แม้เธอจะดื่มแอลกอฮอล์ไปแล้วก็ตาม https://thestandard.co/women-narcissists-spot/ Thu, 22 Dec 2022 11:07:29 +0000 https://thestandard.co/?p=727532 ผู้หญิง

คุณว่านี่คือเซนส์หรือความสามารถพิเศษของผู้หญิงกัน? &nbs […]

The post ผลวิจัยชี้ ‘ผู้หญิง’ สามารถมองเห็นนิสัยด้านมืดของผู้ชายได้ แม้เธอจะดื่มแอลกอฮอล์ไปแล้วก็ตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้หญิง

คุณว่านี่คือเซนส์หรือความสามารถพิเศษของผู้หญิงกัน?

 

เราต่างรู้ดีว่าการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้สติและความสามารถทางกายภาพลดลง แต่ดูเหมือนประเด็นนี้จะทำอะไรกับเซนส์ของผู้หญิงไม่ได้ เพราะการศึกษาชิ้นล่าสุดพบว่า ผู้หญิงสามารถสังเกตเห็นกลุ่มนิสัยด้านมืดของผู้ชายได้ แม้ว่าเธอจะเริ่มมึนจากการดื่มแอลกอฮอล์ไปแล้ว 1-2 แก้วก็ตาม 

 

Dr. Gayle Brewer จาก University of Liverpool และคณะทีมวิจัย ได้ทดลองให้ผู้หญิงจำนวน 96 คนที่มีอายุตั้งแต่ 18-26 ปี ดื่มวอดก้าและน้ำมะนาว หลังจากนั้นก็ให้พวกเธอมองรูปถ่ายใบหน้าของผู้ชายที่ถูกประเมินว่ามีนิสัยด้านมืดอยู่ในเกณฑ์สูง ผลการทดลองออกมาว่าพวกเธอสามารถสัมผัสได้ทันที และจะตอบสนองต่อคนนั้นในแง่ลบ แม้ว่าพวกเธอจะดื่มแอลกอฮอล์ไปแล้วก็ตาม 

 

“เมื่อมีคนแสดงใบหน้าลักษณะแบบนี้ออกมา พวกเขาจะถูกมองว่าน่าดึงดูดน้อยลงและดูน่ากลัวมากขึ้น” Dr. Gayle Brewer กล่าว

 

ผู้หญิงสามารถรับรู้ได้ว่าผู้ชายคนไหนมีความคิดไม่ดี หรือมีนิสัยด้านมืดจำพวก Narcissism (คนที่หลงตัวเอง), Machiavellianism (คนที่ชอบหลอกใช้คนอื่น), Psychopathy (คนที่ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น)

 

ทำให้เห็นเลยว่าผู้หญิงมีความสามารถในการมองนิสัยของคนได้ดีจริงๆ และถึงแม้ว่าเซนส์ในการมองคนจะแรงแค่ไหน การดื่มแอลกอฮอล์จนขาดสติก็ยังคงอันตรายอยู่ดีไม่ว่าจะเพศไหนก็ตาม 

 

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

The post ผลวิจัยชี้ ‘ผู้หญิง’ สามารถมองเห็นนิสัยด้านมืดของผู้ชายได้ แม้เธอจะดื่มแอลกอฮอล์ไปแล้วก็ตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Devialet Mania ลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่จาก Devialet ที่มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่โดยอัตโนมัติ https://thestandard.co/devialet-mania/ Mon, 19 Dec 2022 13:10:53 +0000 https://thestandard.co/?p=725930

หลังจากปล่อยโปรดักต์ระดับอัลตราลักชัวรี Devialet Phanto […]

The post Devialet Mania ลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่จาก Devialet ที่มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่โดยอัตโนมัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากปล่อยโปรดักต์ระดับอัลตราลักชัวรี Devialet Phantom I ลำโพงบลูทูธที่ได้รับฉายาว่าแพงที่สุดในโลกออกสู่ท้องตลาด มาคราวนี้ Devialet แบรนด์เครื่องเสียงจากฝรั่งเศสก็เปิดตัว Devialet Mania ลำโพงบลูทูธพกพาราคาสบายกระเป๋ามากขึ้น ที่มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่แบบอัตโนมัติ

 

Devialet Mania เป็นลำโพงทรงกลม กรุผ้าทอเพื่อความหรูหรา มีความสูง 170 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม พร้อมมือจับเรียบหรู เพื่อความสะดวกสบาย มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่โดยอัตโนมัติ ด้วยไมโครโฟน 4 ตัว ทำให้ Devialet Mania เป็นผลิตภัณฑ์อัจฉริยะตัวแรกของบริษัทซึ่งเข้าถึงได้ด้วย 4 ภาษา โดยตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชัน Devialet เพื่อสตรีมเพลงโปรดและฟังพอดแคสต์ผ่าน WiFi, Bluetooth 5.0, AirPlay 2 และ Spotify Connect สำหรับสายเอาต์ดอร์ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่คงทน Devialet Mania กันน้ำได้ระดับ IPX4 ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงที่ระดับเสียงปานกลาง 

 

ใครที่สนใจ Devialet Mania มีให้เลือก 2 สี คือสีดำและสีเทา ในราคา 33,990 บาท และสีพิเศษ Paris Opéra ประดับด้วยทองคำ 24K ในราคา 42,990 บาท สามารถดูตัวจริงได้ที่ Devialet by Deco 2000 ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ ดิ เอ็มควอเทีย, สยาม ทาคาชิมายะ ไอคอนสยาม และสาขาใหม่ล่าสุดที่พาวเวอร์ มอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และตั้งแต่วันนี้ – 2 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ Devialet Cabin Popup ชั้น M, EM-Gallery ดิ เอ็มโพเรียม 

 

ภาพ: Courtesy of Brand

The post Devialet Mania ลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่จาก Devialet ที่มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่โดยอัตโนมัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิ่งให้ไวไปกับ ADIZERO SL น้องเล็กตัวจี๊ดจากรองเท้าวิ่งตระกูลสายซิ่ง https://thestandard.co/adizero-sl/ Sun, 18 Dec 2022 02:35:59 +0000 https://thestandard.co/?p=725177

สำหรับคนที่กำลังมองหารองเท้าวิ่งสำหรับใส่ฝึกซ้อมในวันที […]

The post วิ่งให้ไวไปกับ ADIZERO SL น้องเล็กตัวจี๊ดจากรองเท้าวิ่งตระกูลสายซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำหรับคนที่กำลังมองหารองเท้าวิ่งสำหรับใส่ฝึกซ้อมในวันที่ต้องการทำความเร็ว หรือไปให้ไกลขึ้น ตอนนี้เราขอแนะนำ ADIZERO SL รองเท้าวิ่งเพื่อการซ้อมล่าสุดจากตระกูล ADIZERO ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในรองเท้าวิ่งระดับอีลิทมาใส่ไว้ในคู่นี้ แต่มาในราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์

 

 

ADIZERO ถือเป็นตระกูลรองเท้าวิ่งสำหรับสายทำความเร็วจากค่ายสามขีด ที่ทางแบรนด์ได้ปลุกปั้น และเรียกกระแสได้ดีจากรุ่น ADIZERO Adios Pro 3 ซึ่งเป็นตัวท็อปของตระกูลนี้ ที่มีไว้สำหรับใส่ลงแข่งในสนามจริง แน่นอนว่าเมื่อเป็นตัวท็อปราคาก็ย่อมสูงเกือบแตะหมื่นตามไปด้วย แต่สำหรับ ADIZERO SL มาในราคาสบายกระเป๋ายิ่งขึ้น แต่ได้โฟม Lightstrike Pro ที่เคยใช้ในรุ่นทำลายสถิติอย่าง adidas Adios Pro มาด้วย นอกจากนั้นบริเวณโครงพื้นชั้นกลางยังใส่ Lightstrike EVA ที่มีน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มการดูดซับแรงกระแทก สร้างความมั่นคง และการคืนตัวให้โครงสร้างพื้นรองเท้าชั้นกลาง ในขณะที่อัปเปอร์ใช้ผ้าตาข่ายที่ถักทอแบบพิเศษ ลิ้นรองเท้าบุนุ่ม ลดการกดทับและเสียดสีกับผิว

 

 

เราได้ลองมาแล้วต้องบอกว่า ADIZERO SL เป็นน้องเล็กตัวจี๊ดจากตระกูล ADIZERO ที่น่าคบหา ด้วยการออกแบบที่ปรับโฉมใหม่ให้โฉบเฉี่ยวขึ้น เราว่าสวยเลยแหละ น้ำหนักเบา ตัวโฟมที่เพิ่มเข้ามาใส่แล้วได้ฟีลที่นุ่มเด้งขึ้น และที่สำคัญคือราคาอยู่ที่ 4,500 บาท มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สี Pulse Mint สำหรับผู้หญิง และสี Lucid Blue / Lucid Fuchsia สำหรับผู้ชาย วางจำหน่ายแล้ววันนี้

The post วิ่งให้ไวไปกับ ADIZERO SL น้องเล็กตัวจี๊ดจากรองเท้าวิ่งตระกูลสายซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ECO TIP: ตั้งเวลาอาบน้ำให้เสร็จใน 4 นาที ช่วยประหยัดน้ำได้เป็น 10 ลิตร https://thestandard.co/eco-tip-17122022/ Sat, 17 Dec 2022 00:58:43 +0000 https://thestandard.co/?p=724796

เว็บไซต์ Water Corporation แนะนำวิธีปรับความเคยชินบางอย […]

The post ECO TIP: ตั้งเวลาอาบน้ำให้เสร็จใน 4 นาที ช่วยประหยัดน้ำได้เป็น 10 ลิตร appeared first on THE STANDARD.

]]>

เว็บไซต์ Water Corporation แนะนำวิธีปรับความเคยชินบางอย่างเพียงเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการช่วยโลกประหยัดน้ำได้อย่างน่าทึ่ง โดยปกติคนเรามักจะใช้เวลาในการอาบน้ำที่แตกต่างกัน บางคนอาบนานเป็นชั่วโมง แต่บางคนก็อาบน้ำไปด้วย แปรงฟันไปด้วย ซึ่งรู้หรือไม่ว่าการแปรงฟันขณะอาบน้ำ (แบบไม่ปิดฝักบัว) เป็นการใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ การอาบน้ำไม่ควรใช้เวลาที่มากมายขนาดนั้น การปรับนิสัยที่คุ้นเคยเพื่อช่วยประหยัดน้ำจึงเป็นวาระที่พวกเราสามารถช่วยกันได้คนละไม้คนละมือ อาจเริ่มต้นด้วยการจับเวลาอาบน้ำให้ไม่เกิน 4 นาที 

 

 

Pop Tip: วิธีประหยัดน้ำขณะอาบน้ำที่ได้ผลดีที่สุด คือใช้เวลาอาบน้ำให้น้อยลง เช่น ตั้งเวลาอาบน้ำให้เสร็จใน 4 นาที หรือเปิดเพลงโปรด 1 เพลง สามารถช่วยประหยัดน้ำได้เป็น 10 ลิตรเลยทีเดียว 

 

ภาพ: Shutterstock

The post ECO TIP: ตั้งเวลาอาบน้ำให้เสร็จใน 4 นาที ช่วยประหยัดน้ำได้เป็น 10 ลิตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
พจนานุกรมเคมบริดจ์ นิยามความหมายใหม่ของคำว่า ‘Woman’ และ ‘Man’ ซึ่งครอบคลุมถึง Transgender https://thestandard.co/cambridge-dictionary-redefines-meanings-for-woman-man/ Fri, 16 Dec 2022 12:42:29 +0000 https://thestandard.co/?p=724734 พจนานุกรมเคมบริดจ์

โลกพัฒนาขึ้น ภาษาก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน ไม่นานมานี้ Cambrid […]

The post พจนานุกรมเคมบริดจ์ นิยามความหมายใหม่ของคำว่า ‘Woman’ และ ‘Man’ ซึ่งครอบคลุมถึง Transgender appeared first on THE STANDARD.

]]>
พจนานุกรมเคมบริดจ์

โลกพัฒนาขึ้น ภาษาก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน ไม่นานมานี้ Cambridge Dictionary หรือ พจนานุกรมเคมบริดจ์ ได้ขยายคำจำกัดความของคำว่า ‘Woman’ และ ‘Man’ เสียใหม่ โดยครอบคลุมถึง Trangender หรือบุคคลข้ามเพศ

 

แรกเริ่มเดิมที Cambridge Dictionary ได้ให้คำจำกัดความ ‘ผู้หญิง’ ไว้ว่า ‘An adult female human being’ (มนุษย์เพศหญิงที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่หรือวัยเจริญพันธุ์) แน่นอนว่าความหมายนี้ยังคงไว้เช่นเดิม หากแต่เคมบริดจ์ได้ขยายความและเพิ่มเติมความหมายอื่นเข้าไปด้วยว่า ‘An adult who lives and identifies as female though they may have been said to have a different sex at birth’ (ผู้ใหญ่ที่มีชีวิตและระบุหรือชี้ชัดว่าเป็นเพศหญิง แม้พวกเขามีเพศต่างจากแรกเกิดก็ตาม)

 

นอกจากความหมายที่เพิ่มขึ้นมา Cambridge Dictionary ยังยกตัวอย่างการใช้คำ Woman ที่อ้างอิงถึงหญิงข้ามเพศ เช่น ‘She was the first trans woman elected to a national office.’ (เธอเป็นผู้หญิงข้ามเพศคนแรกที่ถูกเลือกเข้าสู่สำนักงานแห่งชาติ) เป็นต้น

 

อันที่จริงการขยายคำนิยามใหม่นี้เปิดเผยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทว่าเพิ่งได้รับความสนใจเป็นวงกว้างจากสาธารณชนหลังจากสำนักข่าว The Telegraph และ The Washington Post หยิบขึ้นมารายงาน และไม่ใช่แค่เพียง ‘Woman’ ที่ถูกเพิ่มเติมความหมาย แต่ ‘Man’ เองก็ได้ความหมายที่สองเช่นเดียวกัน 

 

Laurel Powell จาก Human Rights Campaign ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุน LGBTQIA+ ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา กล่าวกับ The Washington Post ว่า การขยายความหมายนี้ของ Cambridge Dictionary แสดงถึงการยอมรับใน LGBTQIA+ ในวงกว้างมากขึ้น

 

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง:

The post พจนานุกรมเคมบริดจ์ นิยามความหมายใหม่ของคำว่า ‘Woman’ และ ‘Man’ ซึ่งครอบคลุมถึง Transgender appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปจบแคมเปญ Change Your Life มัดรวมโมเมนต์สุดฟินของผู้ใช้งานจริงกว่า 200 คน กับชีวิตที่ง่ายขึ้นเมื่อใช้เครื่องกรองน้ำ Coway [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/coway-change-your-life/ Thu, 15 Dec 2022 07:28:51 +0000 https://thestandard.co/?p=724138

ใครก็รู้ว่าการดื่มน้ำสะอาดสำคัญและจำเป็นกับร่างกายขนาดไ […]

The post สรุปจบแคมเปญ Change Your Life มัดรวมโมเมนต์สุดฟินของผู้ใช้งานจริงกว่า 200 คน กับชีวิตที่ง่ายขึ้นเมื่อใช้เครื่องกรองน้ำ Coway [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครก็รู้ว่าการดื่มน้ำสะอาดสำคัญและจำเป็นกับร่างกายขนาดไหน หากปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกกระหาย แต่อาจกลายเป็นหายนะ ทำให้ผิวแห้งกร้าน ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานไม่คล่องตัว ส่งผลต่อสุขภาพองค์รวมของเราทั้งสิ้น 

 

แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีความยุ่งยากและข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถดื่มน้ำสะอาดได้ทั้งวัน จะดื่มน้ำแบบขวดก็ไม่ะสะดวกแบก และยิ่งถ้าใครเป็นสายรักษ์โลกคงรู้สึกไม่สบายใจที่จะใช้พลาสติก (แม้จะรีไซเคิลได้ก็ตาม)  

 

ครั้นจะซื้อเครื่องกรองน้ำก็ลังเลใจ กลัวได้ไม่คุ้มเสีย ไหนจะเสียค่าเครื่อง เสียค่าซ่อม เสียค่าไส้กรอง และต้องเสียเวลามาคอยดูแลอีก หรือต่อให้คิดว่าคุ้ม จะหาดีไซน์ที่โดนใจก็ไม่มี จะติดจะตั้งมุมไหนก็ดูขัดตา 

 

พอได้สแกน Pain Point ทั้งหมดนี้ จึงเข้าใจในทันทีว่าทำไม Coway (โคเวย์) แบรนด์เครื่องใช้ในบ้านเพื่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำในประเทศเกาหลีใต้ ‘The Best Life Solution Company’ หรือที่คนไทยคุ้นเคยในนาม ‘เครื่องกรองน้ำแบบ Subscribe’ ถึงได้ครองใจคนรุ่นใหม่ และกลายเป็น ‘วัฒนธรรมใหม่ของการดื่มน้ำ’ หรือ ‘The New Culture of Drinking Water’ 

 

 

ล่าสุด Coway ปล่อยแคมเปญ ‘Change Your Life’ ตอกย้ำความสำคัญของการดื่มน้ำสะอาด และต้องการให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความใส่ใจทุกรายละเอียด ด้วยการชวนผู้ใช้บริการน้ำดื่ม Subscription จริงกว่า 200 คนมาร่วมบอกเล่าถึงความประทับใจผ่าน #เปลี่ยนสู่ชีวิตที่ดีกว่า #ChangeYourLife ว่าสามารถเปลี่ยนชีวิตพวกเขาให้ว้าวขึ้นได้ครบทุกมิติจริงอย่างที่เขาว่า เปลี่ยนแล้วชีวิตจะง่าย ไม่ต้องวุ่นวายกับการดูแลเครื่องกรองน้ำ ร่างกายก็เฮลตี้เพราะมีน้ำสะอาดทุกวัน เซฟงบได้ทุกเดือนเพราะจ่ายเบาๆ ราคาเดียว มาพร้อมดีไซน์สวย กลายเป็นของแต่งบ้านสุดเก๋ 

 

ความปังของแคมเปญนี้คือ จากสิ่งที่ Coway ตั้งคำถามว่าเครื่องกรองน้ำจะสามารถ ‘เปลี่ยนสู่ชีวิตที่ดีกว่า’ ได้อย่างไรนั้น รีวิวของผู้ใช้งานจริงกว่า 200 คนในแคมเปญนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ‘เครื่องกรองน้ำแบบ Subscribe’ เปลี่ยนแล้วชีวิตดีกว่าจริงๆ ดีขนาดไหนและดีเรื่องอะไรบ้าง เรามัดรวมโมเมนต์สุดฟินมาให้แล้ว  

 

 

ชีวิตง่าย ไลฟ์สไตล์แบบไหนก็ตอบโจทย์

คำยืนยันจากสาวมั่นและเหล่าทาสแมว ต่างลงความเห็นว่าหลังจากเปลี่ยนมาใช้ Coway ชีวิตง่ายสุดๆ ละทิ้งทุกเรื่องกวนใจไปได้เลย เพราะ ‘เครื่องกรองน้ำแบบ Subscribe’ ยังมาพร้อมบริการ Coway Care ส่ง Cody หรือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมาคอยดูแลในรูปแบบ One Stop Service ตั้งแต่การทำความสะอาดเครื่องกรองน้ำถึงบ้านทุกๆ 2 เดือน เปลี่ยนไส้กรองให้ทุกๆ 4 เดือน ตลอดระยะสัญญา  

 

อีกสิ่งที่ผู้ใช้งานจริงพูดถึงกันเยอะคือเรื่องความง่ายในการใช้งานเครื่อง ใครที่ชอบดื่มชา กาแฟ แต่เบื่อรอน้ำเดือด จะเสียบปลั๊กทิ้งไว้ทั้งวันก็เปลืองไฟ เครื่องกรองน้ำ Coway หลายรุ่นสามารถปรับอุณหภูมิน้ำได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำร้อน น้ำเย็น และน้ำอุณหภูมิห้อง อยากกินน้ำอุณหภูมิไหน แค่เดินไปกดก็จบ! (แค่บางรุ่นเท่านั้นนะ)

 

 

ดื่มสะอาดได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ชีวิตก็เฮลตี้ขึ้นเยอะ

ความเฮลตี้ที่ทำให้ชีวิตสุขภาพดี…เมื่อเปลี่ยนมาใช้ Coway เกิดขึ้นจากนวัตกรรมของ Coway ที่นักวิจัยต้องต้องตรวจสอบสภาพน้ำในแต่ละประเทศจนมั่นใจว่าระบบ Reverse Osmosis (RO) เป็นนวัตกรรมระบบกรองน้ำที่ดีที่สุด และใช้ได้กับสภาพน้ำที่ต่างกัน ซึ่งเป็นนวัตกรรมระดับเดียวกับที่องค์การ NASA ใช้กรองน้ำดื่มในยานอวกาศ สามารถขจัดสิ่งปนเปื้อนอินทรีย์ และกรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กได้ถึง 0.0001 ไมครอน จึงกำจัดโลหะหนัก สารพิษ และสารกัมมันตรังสีได้ เรียกว่ากรองน้ำดื่มสะอาดบริสุทธิ์ถึง 99.99% และยังผ่านการกรอง 4 ขั้นตอนอีกด้วย

 

รีวิวที่เห็นเยอะยังเป็นเรื่องล้ำสมัยของ Coway Care Kit ผู้ช่วยของ Cody ในการดูแลผลิตภัณฑ์ เป็นสุดยอดนวัตกรรมที่มาจากประเทศเกาหลีใต้ ที่สามารถทำความสะอาดถังเก็บน้ำ ทำความสะอาดตัวเครื่อง หัวจ่ายน้ำ และดูแลทุกจุดสำคัญของเครื่อง เวลาที่ Cody เข้ามาดูแล ผู้ใช้งานส่วนใหญ่บอกว่า พอเห็นเครื่องมือและวิธีการทำความสะอาดแบบไม่ปล่อยให้คลาดสายตาสักจุด ก็ยิ่งมั่นใจว่าจะได้ดื่มน้ำสะอาดจริงๆ สะอาดขนาดว่าบ้างคนใช้น้ำล้างผัก และสบายใจที่จะให้น้องหมาน้องแมวดื่ม

 

 

จ่ายครั้งเดียวคุ้มทั้งเดือน  

คุณค่าที่ผู้ใช้งานกว่า 200 คนลงความเห็นเหมือนกันคือ คุ้มกว่า…เมื่อเปลี่ยนมาใช้ Coway จะไม่คุ้มอย่างไรไหว ด้วยราคา Subscription เฉลี่ยต่อคนต่อวัน กับการจ่ายรายเดือนนั้นคุ้มกว่าจริงๆ ช่วยให้คุมค่าใช้จ่ายได้ เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มระหว่างทาง ไส้กรองก็เปลี่ยนฟรี ทำความสะอาดก็ฟรี เครื่องมีปัญหาซ่อมฟรีไปอีก!

 

และอีกมุมที่เห็นคนรีวิวกันเยอะคือ ผู้ใช้งานที่เป็นครอบครัวใหญ่ ถ้าใช้รุ่น Gracie ค่าบริการรายเดือนเพียงเดือนละ 1,390 บาท ถ้าบ้านมี 9 คน เฉลี่ยตกคนละ 154 บาท หรือคนละ 5 บาทต่อวัน ถูกกว่าซื้อน้ำขวดเห็นๆ 

 

 

เปลี่ยนครัวเก่าให้เป็นคาเฟ่เกาหลี

จุดเด่นที่หลายคนนึกไม่ถึง แต่ Coway คิดมาให้แล้วคือการดีไซน์เครื่องกรองน้ำให้สวยเลิศ จัดวางมุมไหนของบ้านก็เก๋ และยังเลือกใช้วัสดุสุดพรีเมียมคุณภาพเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ เปลี่ยนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จับซ่อนใต้ซิงค์ให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน อัปฟีลลิ่งให้เหมือนครัวสไตล์เกาหลี โดนใจผู้ใช้งาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มักเลือกใช้ของที่ให้ทั้งฟังก์ชันที่ดีและมีสไตล์ด้วย 

 

เพื่อให้คุณเห็นภาพความคุ้มค่าทั้ง 4 ด้านของบริการแบบ Subscription มากยิ่งขึ้น แนะให้ดูคลิปด้านล่างนี้ประกอบความอิน และจะทำให้เข้าใจความฟินของผู้ใช้งานจริง 

 

 

ถ้าวัตถุประสงค์ของแคมเปญ ‘Change Your Life’ คือการทำให้ทุกคนเห็นความคุ้มค่าของ ‘เครื่องกรองน้ำแบบ Subscription’ ถือว่า Coway ประสบความสำเร็จ เพราะการชวนให้ผู้ใช้งานจริงมารีวิวว่าชอบอะไร ถูกใจสิ่งไหน ทำให้เห็นว่า Pain Point ที่ Coway พบและนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงมุ่งสร้าง ‘วัฒนธรรมใหม่ของการดื่มน้ำ’ นั้นเป็นเรื่องจริง อีกอย่างการให้ผู้ใช้งานจริงเป็นคนส่งสาร ยังสื่อสารไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น และสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์ได้อีกทาง

The post สรุปจบแคมเปญ Change Your Life มัดรวมโมเมนต์สุดฟินของผู้ใช้งานจริงกว่า 200 คน กับชีวิตที่ง่ายขึ้นเมื่อใช้เครื่องกรองน้ำ Coway [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตอบโจทย์สายลุยที่ต้องการความสะดวก กับ GoPro HERO11 Black Mini ฟังก์ชันครบ แต่ขนาดเล็กกว่าเดิม https://thestandard.co/gopro-hero11-black-mini/ Wed, 14 Dec 2022 11:37:26 +0000 https://thestandard.co/?p=723787

หลังเปิดตัว GoPro 11 มาซักพักใหญ่ GoPro ผู้ผลิตกล้อง Ac […]

The post ตอบโจทย์สายลุยที่ต้องการความสะดวก กับ GoPro HERO11 Black Mini ฟังก์ชันครบ แต่ขนาดเล็กกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังเปิดตัว GoPro 11 มาซักพักใหญ่ GoPro ผู้ผลิตกล้อง Action Camera ชื่อดัง ก็ได้เปิดตัวกล้องน้องใหม่ตระกูลเดิมที่มีขนาดเล็กกว่า เบากว่า ทำให้พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

GoPro HERO11 Black Mini เป็นแอ็กชันแคมน้องเล็กในตระกูล HERO11 ที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากมีขนาดตัวที่เล็กกว่า เบากว่า ทำให้พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้น ในด้านการใช้งานถือว่ามีความคล่องตัวและใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการควบคุมผ่านปุ่มเพียงปุ่มเดียว ประสิทธิภาพของกล้องตัวนี้ไม่ได้น้อยไปกว่ารุ่นพี่เลย ด้วยเซ็นเซอร์รุ่นใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นที่มี HERO11 Black ทำให้สามารถถ่ายวิดีโออัตราส่วนภาพ 8:7 ในมุมมองแนวตั้ง ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมด้วยวิดีโอที่แสดงสีได้มากถึง 1 พันล้านเฉดสี เพื่อมุมมองภาพกว้างและสมจริงที่สุด

 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีระบบกันสั่น HyperSmooth 5.0 พร้อมระบบปรับระดับเส้นขอบฟ้า Horizon Lock 360 องศาในตัว ทำให้วิดีโอไม่สั่นแม้กล้องจะหมุน 360 องศาระหว่างจับภาพ, Superview ที่ความละเอียด 5.3K 60fps และ 4K 120fps และครอปภาพจากวิดีโอได้ความละเอียดภาพ 24.7mpx, เลนส์ดิจิทัล HyperView แบบ Hyper-Immersive ให้มุมมองภาพ 16:9 กว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมาในกล้อง HERO ในด้านโหมดการทำงาน มีการเพิ่มโหมด Night Effect Time Lapse ใหม่ 3 โหมด อีกทั้งยังมีโหมด TimeWarp 3.0 ที่ความละเอียด 5.3K และโหมด Easy, Pro ให้เลือกใช้ได้ตามความถนัด ปิดท้ายด้วยการปรับปรุงแบตเตอรี่ให้เป็นแบบ Enduro เพิ่มสมรรถนะกล้องในสภาพอากาศเย็นและอบอุ่น ยืดเวลาถ่ายวิดีโอได้สูงสุดถึง 38%

 

ใครที่สนใจอยากจะเป็นเจ้าของ สามารถหาซื้อ GoPro HERO11 Black Mini ได้ตามร้านขายอุปกรณ์กล้องชั้นนำ หรือช่องทางออนไลน์ GoPro by Mentagram ที่ Shopee หรือ Lazada ราคาเพียงแค่ 15,000 บาทเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://gopro.com

 

ภาพ: GoPro

The post ตอบโจทย์สายลุยที่ต้องการความสะดวก กับ GoPro HERO11 Black Mini ฟังก์ชันครบ แต่ขนาดเล็กกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Minions x CASETiFY แก๊งมินเนียนสีเหลืองตัวป่วน กลับมาสร้างสีสันให้อุปกรณ์มือถืออีกครั้ง https://thestandard.co/minions-x-casetify/ Wed, 14 Dec 2022 10:09:15 +0000 https://thestandard.co/?p=723732

อีกหนึ่งคอลเล็กชันจาก CASETiFY ที่น่ารักมาก และเราเชื่อ […]

The post Minions x CASETiFY แก๊งมินเนียนสีเหลืองตัวป่วน กลับมาสร้างสีสันให้อุปกรณ์มือถืออีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีกหนึ่งคอลเล็กชันจาก CASETiFY ที่น่ารักมาก และเราเชื่อว่าคุณต้องชอบเช่นกัน กับ ‘Minions x CASETiFY’ คาแรกเตอร์การ์ตูนสีเหลืองตัวจิ๋วจากค่าย Illumination ที่กลับมาสร้างสีสันให้ให้แก่มือถือและอุปกรณ์ไอที

 

โดยคอลเล็กชันนี้ประกอบด้วยลวดลายของตัวละครมินเนียนสุดฮอตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เควิน (Kevin) สจ๊วต (Stuart) บ็อบ (Bob) และลายกล้วยขี้เล่น ซึ่งจะถูกดีไซน์อยู่บนเคสมือถือรุ่นต่างๆ ของ CASETiFY ได้แก่ รุ่น Impact, UItra Impact และ Bounce Case ไฮไลต์ของคอลเล็กชันนี้ยังอยู่ที่การออกแบบได้เองตามความชอบ (Customize) ด้วยการเลือกปรับแต่งชื่อหรือโมโนแกรมควบคู่ไปกับมินเนียนตัวโปรดได้อีกด้วย

 

Minions x CASETiFY รองรับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เทคโนโลยีหลากหลายแบรนด์ ทั้ง iPhone, Samsung, Google Pixel รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับ AirPods, AirPods Pro, iPad, เคส MacBook Snap, ซองใส่แล็ปท็อป, Apple AirTag, สาย Apple Watch, MagSafe Wallet, ที่ชาร์จไร้สาย, สายลูกปัดและเคสสำหรับ Nintendo Switch

 

คอลเล็กชันนี้วางขายเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ราคา 1,199-3,099 บาท สามารถดูรายละเอียดและช้อปได้ที่ www.casetify.com

 

The post Minions x CASETiFY แก๊งมินเนียนสีเหลืองตัวป่วน กลับมาสร้างสีสันให้อุปกรณ์มือถืออีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
On Going/ Going On… นิทรรศการใหม่สไตล์คนทำหนัง กับอีเวนต์ฉลองเทศกาลสไตล์รักษ์โลกจาก noble PLAY https://thestandard.co/on-going-going-on-noble-play/ Wed, 14 Dec 2022 08:40:16 +0000 https://thestandard.co/?p=723655

ใครเดินทางผ่านเพลินจิตบ่อยๆ ต้องรู้สึกเหมือนกันว่าครีเอ […]

The post On Going/ Going On… นิทรรศการใหม่สไตล์คนทำหนัง กับอีเวนต์ฉลองเทศกาลสไตล์รักษ์โลกจาก noble PLAY appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครเดินทางผ่านเพลินจิตบ่อยๆ ต้องรู้สึกเหมือนกันว่าครีเอทีฟสเปซใจกลางย่านอย่าง noble PLAY ช่วยเข้ามาเติมสีสันให้พวกเรามีกิจกรรมสนุกๆ ทำมากขึ้นกว่าเดิมในทุกเดือน ตั้งแต่มีร้านกาแฟป๊อปอัพ ร้านอาหารมื้อสาย รวมถึงพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็เช่นกัน

 

และเนื่องจากฤดูเทศกาลเข้าใกล้มาทุกที noble PLAY จึงมีทั้งกิจกรรมและนิทรรศการใหม่ๆ ที่รอให้ทุกคนมาร่วมสนุกด้วยกัน ในบรรยากาศสุดชิลที่มีครบทั้งงานศิลปะ อาหาร และดนตรี

 

 

‘On Going/ Going On…’ เป็นนิทรรศการชุดใหม่ล่าสุดที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้ เราเชื่อว่าคนรักโรงภาพยนตร์และภาพยนตร์ต้องโดนใจแน่นอน เพราะศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานทั้งหมดนี้คือ เป็นเอก รัตนเรือง และ สันติ แต้พานิช สองผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ร่วมกับ Theatre To Go ทีมละครที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด และพวกเขาทำให้ทุกคนมีโรงภาพยนตร์ที่บ้านเป็นของตัวเอง

 

พวกเขาทั้งสามเชื่อว่าศิลปะจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้ชมสามารถมีส่วนร่วม มีความรู้สึกไปกับมันได้ นิทรรศการร่วมกัน On Going/ Going On… จึงนำชิ้นงานต่างๆ ของผู้กำกับมาจัดแสดงหลายรูปแบบ เช่น เครื่องฉายสไลด์ บทสัมภาษณ์ แถลงการณ์ สารคดี แคสติ้งเทป หรือหนังสือการ์ตูน เป็นต้น

 

 

เช่นเดียวกับทีม Theatre To Go ที่นำกล่องดูละครเวทีที่ออกแบบช่วงโควิดมาจัดผสมในนิทรรศการนี้ด้วย ทุกคนเพียงแค่นั่งๆ นอนๆ บนชิ้นงานและมุมที่จัดไว้ให้ แล้วใช้แอปพลิเคชัน AR บนมือถือส่องเพื่อดูละครเวทีสดผ่านจอ โดยมีฉากในกล่องเป็นพื้นหลัง ส่วนแต่ละกล่องจะเล่าเรื่องราวอะไรบ้าง ต้องไปส่องดูกันเอง

 

 

ส่วนพื้นที่ด้านนอกที่มองเห็นมาแต่ไกล เพราะมีต้นคริสต์มาสยักษ์ดูแปลกตา จะเป็นอีเวนต์พิเศษ ‘LOVE’s Going On’ ที่จัดเฉพาะสุดสัปดาห์ที่ 9-10 ธันวาคม และ 15-17 ธันวาคมนี้เท่านั้น โดยมาในธีม ECO X’MAS NIGHT ที่ตั้งใจทำทุกอย่างให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

 

เริ่มตั้งแต่ต้นคริสต์มาสทำจากไม้ไผ่ ของตกแต่งภายในงานทำจากนั่งร้านก่อสร้างและวัสดุรีไซเคิล (ทำให้หลังงานจบแล้วสามารถนำไปใช้ต่อได้) การใช้วัสดุย่อยสลายง่ายเป็นภาชนะ และมีการแยกขยะกับเศษอาหารเพื่อนำไปทำปุ๋ย เป็นต้น

 

 

บูธอาหารและเครื่องดื่มที่จะพบในงานมีตั้งแต่คราฟต์เบียร์โดยประชาชนเบียร์ นำมาให้เลือกหลายแนว รวมถึงเมนูเบียร์ซอฟต์เสิร์ฟ และพิซซ่ากับของกินเล่น กินอิ่มต่างๆ จากทีม Oldman Weekend Camp ที่ทุกคนสามารถเดินซื้อแล้วมานั่งกินด้วยกันได้ภายในพื้นที่

 

และยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินมาเล่นสดๆ ให้ฟังด้วย ไม่ว่าจะเป็น H 3 F (15 ธันวาคม), GENE KASIDIT (16 ธันวาคม), Death of A Salesman และ Desktop Error (17 ธันวาคม)

 

 

ทุกคนรับ Event Pass เข้าร่วมงานฟรีได้นะ! เพียงนำของที่ไม่ใช้แล้วมาส่งต่อในกล่องรับบริจาคที่ตั้งไว้ภายในงาน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หนังสือ หรือตุ๊กตา

 

และหากใครทำภารกิจครบ 3 อย่าง ได้แก่ บริจาคของ แยกขยะรีไซเคิล และแยกเศษอาหาร จะได้สิทธิ์หมุนกาชาปองลุ้นของรางวัล 1 ครั้ง

 

 

สำหรับงาน LOVE’s Going On จะเริ่มจัดวันที่ 15-17 ธันวาคมนี้ ถ้าใครอยากนั่งชิลฟังเพลงใจกลางเมือง อย่าลืมหยิบของเล็กๆ น้อยๆ มาร่วมแบ่งปันความสุขกันต่อ ส่วนนิทรรศการ On Going/ Going On… เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2566

 

noble PLAY เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. (ติด BTS เพลินจิต) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Noble Development

The post On Going/ Going On… นิทรรศการใหม่สไตล์คนทำหนัง กับอีเวนต์ฉลองเทศกาลสไตล์รักษ์โลกจาก noble PLAY appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: วิธีสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรในที่ทำงาน https://thestandard.co/pop-tip-12122022/ Mon, 12 Dec 2022 03:06:46 +0000 https://thestandard.co/?p=722618

ไม่ว่าคุณจะทำงานเก่งแค่ไหน แต่ถ้าอยู่ในสังคมที่บรรยากาศ […]

The post POP TIP: วิธีสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรในที่ทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่ว่าคุณจะทำงานเก่งแค่ไหน แต่ถ้าอยู่ในสังคมที่บรรยากาศในการทำงานย่ำแย่ ก็ส่งผลกระทบต่อความสุขได้ เมื่อบรรยากาศระหว่างการทำงานชวนให้อึดอัดหรือตึงเครียดเกินไป การทำงานคงไม่ค่อยมีความสุข ดังนั้นไม่ว่าเราจะอยู่ในองค์กรเล็กหรือใหญ่ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ จึงเป็นเรื่องสำคัญเช่นกันที่ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรในที่ทำงาน นอกจากจะเป็นการเสริมบรรยากาศดีๆ ให้เกิดขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตทั้งตัวเราเองและเพื่อนร่วมงานด้วย ซึ่งวิธีในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรในที่ทำงานให้ได้ผลนั้น นักเขียน Jacqueline Whitmore จาก Entrepreneur ได้แนะนำเอาไว้ดังนี้ 

 

 

Pop Tip:

วิธีสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรในที่ทำงาน

  1. มีทัศนคติเชิงบวก
  2. ปฏิบัติต่อคนในที่ทำงานด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน
  3. กระตือรือร้นในการเป็นผู้ฟังที่ดี
  4. มีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนร่วมงาน
  5. ทำงานโดยมีเป้าหมายเดียวกัน 
  6. พูดขอบคุณในโอกาสที่เหมาะสม 

 

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: วิธีสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรในที่ทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉลองเทศกาลแห่งความสุข กับเอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ โฉมใหม่ พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจกับประสบการณ์ช้อปปิ้งไร้รอยต่อ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/the-em-district-happiness-season/ Thu, 08 Dec 2022 03:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=720681 เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

เดอะมอลล์ กรุ๊ป สร้างประวัติศาสตร์โครงการ ดิ เอ็ม ดิสทร […]

The post ฉลองเทศกาลแห่งความสุข กับเอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ โฉมใหม่ พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจกับประสบการณ์ช้อปปิ้งไร้รอยต่อ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

เดอะมอลล์ กรุ๊ป สร้างประวัติศาสตร์โครงการ ดิ เอ็ม ดิสทริค (The Em District) ด้วยการผนึกกำลังของ 3 โครงการศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาส พร้อมเผยโฉมใหม่ล่าสุดของ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ (Emporium Department Store) รับเทศกาลแห่งความสุข อัดแน่นด้วยนวัตกรรมไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ สร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตเหนือระดับ ผ่านรูปแบบการจัดแบ่งโซนที่ช้อปได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมสินค้าที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ยกขบวนแบรนด์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงบริการใหม่ๆ ในทุกแผนก ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ ดิ เอ็ม ดิสทริค (The Em District) ภายใต้แนวคิด ‘Future Retail’ พื้นที่สำหรับการสร้างแรงบันดาลใจและใช้ชีวิต เพื่อการค้าปลีกแห่งอนาคต มากกว่า Shopping Center แต่คือการยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครแห่งใหม่ของโลก 

 

เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ รูปโฉมใหม่สะท้อนวิสัยทัศน์ของดิ เอ็ม ดิสทริค ผ่านการออกแบบเพื่อชีวิตอันทันสมัย เปิดรับเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ๆ สะท้อนผ่านการจัดรูปแบบโซนต่างๆ รวมไปถึงสินค้าและบริการใหม่ เช่น ‘Gourmet Curation’ คัดสรรวัตถุดิบและอาหารชั้นนำระดับโลกมาไว้ใจกลางสุขุมวิท ที่แผนกกูร์เมต์มาร์เก็ต (Gourmet Market) และกูร์เมต์อีทส์ (Gourmet Eats), ‘Beauty & Wellness Hub’ ศูนย์รวมประสบการณ์ บริการความงาม ตอบครบทุกความต้องการ ที่แผนกบิวตี้ฮอลล์ (Beauty Hall) ที่เตรียมยกบูติกน้ำหอมระดับโลกมาไว้กลางใจเมือง Niche Perfume Zone by Atelier de Prestige พร้อมสกินแคร์ เมกอัพแบรนด์ใหม่อีกมากมายแบบจัดเต็ม, ‘Fashion & Lifestyle Hub’ แฟชั่นสะท้อนความเป็นตัวตนในหลากไลฟ์สไตล์ ที่แผนก Fashion และ Sports Mall, ‘Creative & Lifestyle Hub’ ที่ BeTrend, Kids’ Planet และ The Living รวมไปถึง ‘Digital & Technology Hub’ ที่ Power Mall ซึ่งล้วนออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความสนุก มอบประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การช้อปปิ้ง พร้อมเชิญพาร์ตเนอร์แบรนด์ดังต่างๆ มากมายมาร่วมกันเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุข กับสิทธิพิเศษ ส่วนลด โปรโมชัน ของขวัญ รวมไปถึงเซอร์ไพรส์และบริการสุดพิเศษมากมาย

 

เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

 

มุมคาเฟ่เปิดใหม่ ร้าน Ve/La (เวลา) 

 

ตื่นตาตื่นใจกับคอนเซปต์ใหม่ ประสบการณ์และแรงบันดาลใจไม่รู้จบ

 

ช่างน่ายินดีที่ในช่วงเวลาดีๆ ปลายปีแบบนี้ นักช้อปทุกท่านจะได้พบกับ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ โฉมใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต โดยยึด ‘ผู้คน’ เป็นศูนย์กลาง เริ่มตั้งแต่การจัดวางโซนและชั้นต่างๆ ใหม่ เพื่อประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ หลอมรวมแผนกต่างๆ ผ่านรูปแบบช้อปอินช้อป (Shop-in-Shop) หรือร้านป๊อปอัพคอนเซปต์ใหม่ๆ (Pop-Up) ควบคู่ไปกับกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างพื้นที่ให้คนมาพบปะแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ 

 

เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

‘Gourmet Market’ 

Premium Supermarket ในย่านสุขุมวิท ที่สุดของซูเปอร์มาร์เก็ต มาตรฐานระดับโลก 

 

นอกจากนี้ยังได้มีการปรับแนวคิดการคัดสรรสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ โดยยึดผู้บริโภคเป็นแกนหลัก (Consumer-Centric Curation) เพื่อให้เหล่านักช้อปได้สัมผัสถึงความพิเศษของประสบการณ์การช้อปเต็มที่ ตั้งแต่แบรนด์และมุมสุดพิเศษ คอลเล็กชันเอ็กซ์คลูซีฟ ป๊อปอัพโดยแบรนด์สุดฮอต ไปจนถึงบริการพิเศษ เพื่อให้นักช้อปได้รับสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะของแต่ละคนมากที่สุด โดยเฉพาะบริการใหม่จาก Gourmet Academy อย่าง ‘Gourmet Smart Shopper’ บริการช่วยเลือกสินค้าและวัตถุดิบให้ตรงกับความต้องการ และสามารถแนะนำการจับคู่ของวัตถุดิบแต่ละชนิดที่รับประทานคู่กันเพื่อเพิ่มสีสันให้มื้ออาหารอร่อยยิ่งขึ้น

 

‘Gourmet Smart Shopper’ ผู้ช่วยที่คอยบริการให้คำแนะนำในการเลือกสินค้าและวัตถุดิบต่างๆ ให้เหมาะกับเมนูอาหาร

และโซน PAAK บริการตัดแต่งผักและผลไม้ในรูปแบบ DIY สร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษเฉพาะตัวคุณ

 

ความโดดเด่นของคอนเซปต์ใหม่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ อยู่ที่การออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปแบบไร้รอยต่อ ผ่านการจัดโซนที่หลอมรวมความพิเศษแบบครบวงจร เพื่อการเข้าถึงแบรนด์โดยไม่แบ่งแยกตามประเภทสินค้า เช่น แต่งเติมบ้านด้วยสินค้าไลฟ์สไตล์ที่แฝงความแฟนตาซีเอาไว้ในทุกๆ ชิ้น จาก Sretsis Table ด้วยคอนเซปต์ Living The Sretsis Fantasy ที่ชั้น 1 Women’s Fashion, Oris Café ส่วนหนึ่งของแฟลกชิปสโตร์แบรนด์นาฬิกา ORIS แห่งแรกในประเทศไทย ที่บริเวณ Watch Galleria ชั้น 2, โซน ‘Ultimate Sound Experience’ ที่มอบประสบการณ์เครื่องเสียงเหนือระดับ และร้าน Nespresso คอนเซปต์ใหม่ล่าสุด พร้อมเปิดตัวกาแฟแคปซูลรสชาติใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Power Mall ชั้น 3 จนไปถึง The Living ที่ชั้น 4 ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ภายใต้คอนเซปต์ The Living Life Inspired โดยให้ความรู้สึกเหมือนกับการอยู่ในบ้านของตัวเอง 

 

ทั้งนี้ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ โฉมใหม่ ได้มีการจัดแบ่งชั้นและแผนกใหม่ พร้อมบริการเอ็กซ์คลูซีฟ โดยคำนึงถึงรูปแบบการช้อปและใช้ชีวิตแบบโมเดิร์นไลฟ์สไตล์คนเมืองเอาไว้ดังนี้

 

ชั้น BF: ‘Beauty & Wellness Services’ ศูนย์รวมประสบการณ์ที่พร้อมให้บริการดูแลปรนนิบัติผิวและความงามอย่างหรูหรามีระดับ ตอบครบทุกความต้องการ 

 

ชั้น GF: ‘Beauty Hall’ ศูนย์รวมแห่งความงาม ทั้งสกินแคร์ เมกอัพ น้ำหอม จากแบรนด์ดังชั้นนำมากกว่า 150 แบรนด์ บนพื้นที่ใหม่กว่า 3,500 ตารางเมตร มาพร้อมกับ Head-to-Toe Beauty & Wellness Service Hub ที่พร้อมดูแลในทุกมิติของความงาม รวมไปถึงการให้บริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟส่วนตัวโดย Beauty Consultant & Specialist 

 

ชั้น MF: ‘Luxe Fashion’ ที่สุดของโชว์เคสแฟชั่นแบรนด์หรูระดับโลก พร้อมด้วยบริการสุดพิเศษเหนือระดับ ที่จะพร้อมมามอบประสบการณ์แฟชั่นและบริการใหม่ในปี 2566

 

ชั้น 1F: ‘Women’s Fashion’ โฉมใหม่ของ Ladies’ Boutique / Shoes & Bags Salon / Accessories Bazaar / Lingerie Salon ที่มาในรูปแบบของ Shop-in-Shop โดยดีไซเนอร์ไทยชั้นนำ แบรนด์อินเตอร์ที่กำลังฮอตที่สุด รวมไปถึงโซนใหม่อย่าง Leisure House ตอบโจทย์คนรักการท่องเที่ยว 

 

เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

Power Mall (Shop-in-Shop)

 

Sports Mall (Flagship Store)

 

ชั้น 2F: 

  • ‘Men’s Fashion’ ยกระดับการช้อปปิ้งของคุณผู้ชายทุกสไตล์ กับพื้นที่โฉมใหม่สุดหรูแบบ Shop-in-Shop และพรีเมียมสโตร์ พบกับสารพันบริการ Personalization 
  • โซน ‘Watch Galleria’ นำเสนอแฟลกชิปสโตร์ของแบรนด์นาฬิการะดับโลก และสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 
  • โซน ‘Sports Mall’ รวมทุกแบรนด์กีฬาดังกว่า 100 แบรนด์ไว้ครบครัน ตอบโจทย์แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ คนรักการออกกำลังกาย และกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมโซนพิเศษสำหรับผู้ที่หลงรักกีฬากอล์ฟ 

 

ชั้น 3F:

  • ‘Power Mall’ ที่สุดของการใช้ชีวิต กับแหล่งรวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล กับร้านแฟลกชิปแบรนด์ดังระดับโลก ครบครันทุกกลุ่มสินค้า 
  • โซน ‘BeTrend’ จุดหมายของผู้ที่ชอบงานสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนใคร พบกับ BE STATIONARY ที่รวบรวมสินค้าเครื่องเขียนสุดเก๋กว่า 40,000 ชิ้น พร้อมบริการ Engraving & Personalization Service โดยแบรนด์ดังมากมาย
  • โซน ‘Kid’s Planet’ สารพันแหล่งรวมของเล่นและมุมกิจกรรมสร้างสรรค์จินตนาการ ที่รวบรวมแบรนด์ต่างประเทศชั้นนำ เช่น LEGO, Playmobil, Rookie, Skechers ไว้บนพื้นที่กว่า 569 ตารางเมตร

 

ชั้น 4F: 

  • ‘The Living’ เปิดประสบการณ์การช้อปสินค้าเพื่อการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านและใช้ชีวิต ภายใต้คอนเซปต์ The Living Life Inspired ทำให้การมาเลือกซื้อสินค้าเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตยิ่งกว่าที่เคย 
  • ‘Gourmet Market’ ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ของ Premium Supermarket มาตรฐานระดับโลก แหล่งรวมวัตถุดิบและอาหารชั้นเลิศที่ดีที่สุดที่คัดสรรแล้วจากทั่วโลก หลากหลายและครบครันทุกความต้องการกว่า 10,000 รายการ พร้อมด้วยบริการสุดพิเศษ ‘Gourmet Smart Shopper’ 
  • ‘Gourmet Eats’ ศูนย์รวมสตรีทฟู้ดร้านดังกว่า 100 ร้านค้า ใจกลางสุขุมวิท โดยคัดสรรร้านค้าร้านอาหารสตรีทฟู้ดชั้นนำ พร้อมมีรางวัลการันตีจากทั่วกรุงเทพฯ

 

ไฮไลต์ห้ามพลาดกับโซนพิเศษและแบรนด์ใหม่ ที่เดียวที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ 

 

ไม่หมดเพียงเท่านั้น ที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ยังได้เปิดตัวโซนไฮไลต์เพื่อประสบการณ์การช้อปปิ้งเหนือระดับในทุกชั้นทุกแผนก เริ่มจาก Beauty Hall ชั้น G โซนน้ำหอม Atelier de Prestige ที่ยกทัพแบรนด์น้ำหอมนิช (Niche Perfume) สุดหรูไว้ครบครัน พร้อมสกินแคร์ เมกอัพแบรนด์ใหม่ เช่น Drunk Elephant, Gucci Beauty, Hermès Beauty, Elixir, The History of Whoo, Albion ที่ยกขบวนมาเอาใจเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ชาวสุขุมวิทโดยเฉพาะ

 

ส่วนผู้ที่ชอบการแต่งบ้านในกลิ่นอายวินเทจแฟนตาซี พบกับ Sretsis Table ในคอนเซปต์ ‘Living The Sretsis Fantasy’ โดยแบรนด์แฟชั่นไทยชั้นนำ Sretsis ที่แผนกแฟชั่นสตรี Women’s Fashion ชั้น 1 นอกจากนี้แผนกแฟชั่นสุภาพบุรุษ Men’s Fashion ชั้น 2 ก็มีร้าน LEVI’S ในรูปแบบของ Shop-in-Shop Premium Store ที่มีเพียง 4 ร้านในประเทศไทย รวบรวมคอลเล็กชันอิมพอร์ตและคอลเล็กชันหายาก พร้อมไซส์และสีที่หลากหลาย และร้าน ​TUMI ซึ่งเป็น Shop-in-Shop ใน Department Store ที่แรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบริการ Personalize Service ด้วยเครื่อง Monograming ให้ลูกค้าได้บ่งบอกความเป็นตัวเองด้วยบริการสลักข้อความและลายเซ็นลงบนกระเป๋า ส่วนใน Watch Galleria ก็มี Oris Café ร้านกาแฟจากแบรนด์ ORIS ที่พร้อมต้อนรับนักช้อปด้วยกาแฟและเบเกอรีสุดพิเศษ 

 

(ซ้าย) LEVI’S Premium Store ที่มีเพียง 4 ร้านในประเทศไทย

(ขวา) TUMI Shop-in-Shop พร้อมบริการ Personalize Service ด้วยเครื่อง Monograming

 

เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

แฟลกชิปสโตร์แบรนด์นาฬิกา ORIS แห่งแรกในประเทศไทย 

ที่บริเวณ Watch Galleria ชั้น 2

 

ในส่วนของ Power Mall ที่ชั้น 3 พบกับ Nespresso Boutique ในคอนเซปต์ใหม่ล่าสุดที่แรกในประเทศไทย ส่วนที่ The Living ชั้น 4 ยังมีโซนพิเศษ ‘Curated by Another Story’ ที่ยกทุกสิ่งที่คุณหลงรักจาก Another Story มาไว้ที่เอ็มโพเรียม พร้อมสินค้า First Launch ของแบรนด์ Normann Copenhagen 

 

นอกจากนี้ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ยังได้คัดสรรสุดยอดแบรนด์ดังทั้งในประเทศไทยและจากทั่วโลก ทั้งแบรนด์ที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยแต่ยังไม่เคยมีที่เอ็มโพเรียม ไปจนถึงแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟมากมายที่ไม่เคยวางขายในประเทศไทยมาก่อน เพื่อมอบความพิเศษแบบครบครันให้กับนักช้อป 

 

สินค้า Limited Edition จากแบรนด์พาร์ตเนอร์

(รองเท้า O&B Exclusive Colors และ แก้ว Tumbler ลาย Sailor Moon Limited Edition จากแบรนด์ Corkcicle)

 

ช่วงปีใหม่นี้พบกับกิจกรรมอัดแน่น โปรโมชัน ของขวัญ และบริการสุดพิเศษตลอดช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง 

เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาของเอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์โฉมใหม่ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข เอ็มโพเรียมควงแขนมากับสารพันแบรนด์และพาร์ตเนอร์มากมาย จัดเต็มบริการและสิทธิพิเศษแบบพลัสๆ เพื่อให้นักช้อปและคนเมืองผู้หลงรักการใช้ชีวิตสมัยใหม่ในสไตล์ของตัวเองได้รับความสุขและสร้างช่วงเวลาพิเศษ คุณสามารถพบกับสินค้า Holiday Gift Set จากแบรนด์ความงามระดับโลก พร้อมสินค้าลิมิเต็ดคอลเล็กชัน ทั้งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไอเท็ม พร้อมกิจกรรมพิเศษๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขอีกมากมาย 

 

พิเศษกับบริการห่อของขวัญด้วยผ้าสไตล์ญี่ปุ่น (Furoshiki Gift Wrapping) ที่มาพร้อมกับแท็กหนังและบริการเพนต์ชื่อหรือคำอวยพรโดยศิลปินชื่อดังทุกสุดสัปดาห์ มูลค่า 1,080 บาท พิเศษ! เพียงช้อปภายในห้างเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์ครบ 2,000 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ถือบัตรวีซ่าทุกประเภท หรือช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป สำหรับลูกค้าทั่วไป รับบริการห่อของขวัญสุดพิเศษได้ที่เอ็มโพเรียม ชั้น 2 ตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2565 – 1 มกราคม 2566 

 

  Furoshiki Gift Wrapping & Personalized Charm

 

ตบท้ายด้วยขบวนช้าง EMPORIUM CELEBRATION PARADE ขนความสุขแจกรางวัลใหญ่ทุกสัปดาห์ มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท พบกับดาราศิลปินที่มาร่วมขบวนพาเหรดช้าง เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข เพียงโชว์บิล รับเลยของรางวัลสุดเซอร์ไพรส์ทุกสุดสัปดาห์ เวลา 14.00-19.00 น. 

 

ปิดท้ายด้วย EMPORIUM HAPPINESS++ CELEBRATION โปรโมชันสุดพิเศษเพียง 5 วัน เท่านั้น (8-12 ธันวาคม 2565) สมาชิก M Card เท่านั้น ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ เฉพาะดีพาร์ทเม้นท์สโตร์เท่านั้น รับ M Cash Coupon สูงสุด 1,000 บาท, ช้อปครบ 15,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ เฉพาะ Power Mall รับ M Cash Coupon สูงสุด 1,500 บาท หรือช้อปครบ 2,000 บาทต่อใบเสร็จ ที่แผนก Gourmet Market รับ Extra Happiness Bag มูลค่า 390 บาท

 

พร้อมร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข และมาสร้างโมเมนต์สุดพิเศษกับ EMPORIUM HAPPINESS++ CELEBRATION ที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 – 12 มกราคม 2566

The post ฉลองเทศกาลแห่งความสุข กับเอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ โฉมใหม่ พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจกับประสบการณ์ช้อปปิ้งไร้รอยต่อ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: ไอเดียเริ่มต้นการจดบันทึกในทุกวัน ที่ช่วยให้ค้นพบตัวเอง และทำให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากขึ้น https://thestandard.co/pop-tip-08122022/ Thu, 08 Dec 2022 01:00:55 +0000 https://thestandard.co/?p=721096

การจดบันทึก คือหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ค้นพบตัวเอง และยังส […]

The post POP TIP: ไอเดียเริ่มต้นการจดบันทึกในทุกวัน ที่ช่วยให้ค้นพบตัวเอง และทำให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

การจดบันทึก คือหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ค้นพบตัวเอง และยังสามารถนำทางชีวิตให้ไปสู่เป้าหมาย เริ่มจากเรื่องเล็กไปสู่เรื่องใหญ่ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ได้ มีผู้เชี่ยวชาญมากมายได้กล่าวถึงข้อดีของการติดตามความคิดของตนเองผ่านการเขียนลงไปในบันทึกของแต่ละวัน ยิ่งในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ก็ยังแสดงให้เห็นว่า เพียงแค่เริ่มจดบันทึกอย่างต่อเนื่อง มันจะกลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมเป้าหมาย เพิ่มแรงจูงใจ และความตระหนักรู้ในตัวเอง รวมทั้งส่งผลต่อการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลด้วย 

 

ดังนั้นการเริ่มต้นวันด้วยการจดบันทึกนอกจากแค่กันลืมแล้ว ยังมีประโยชน์ที่คาดไม่ถึงอีกมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าการจดบันทึกไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ก็ยังมีอีกหลายวิธีที่เราสามารถเชื่อมโยงกับความคิดภายในของตนเอง และฝึกสติให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านการจดบันทึก ดังนั้นจึงควรมีวิธีการจดบันทึกที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเอง สำหรับใครที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เรามี Tip ดีๆ มาฝากดังนี้ 

 

 

Pop Tip: ใครที่อยากเริ่มต้นจดบันทึกเพื่อช่วยให้ค้นพบตัวเอง และทำให้การตัดสินใจมีเหตุผลมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้เริ่มจากการบันทึกเรื่องส่วนตัวก่อน แล้วค่อยฝึกเขียนเป้าหมาย การบันทึกเรื่องราวเชิงบวกจะทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น แต่เมื่อเจอเรื่องแย่ การเขียนสิ่งที่อยู่ในใจออกมา จะช่วยลดความเครียดได้เช่นกัน 

 

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: ไอเดียเริ่มต้นการจดบันทึกในทุกวัน ที่ช่วยให้ค้นพบตัวเอง และทำให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
จะมัวนอนไม่พอกันไปทำไม ให้ Samsung Galaxy Watch 5 Pro เป็นตัวช่วยให้เราหลับได้ดีขึ้น https://thestandard.co/samsung-galaxy-watch-5-pro/ Wed, 07 Dec 2022 09:21:11 +0000 https://thestandard.co/?p=720913 Samsung Galaxy Watch 5 Pro

ปัจจุบันเมื่อเราพูดถึงสมาร์ทวอทช์ สิ่งที่คนมองหาย่อมไม่ […]

The post จะมัวนอนไม่พอกันไปทำไม ให้ Samsung Galaxy Watch 5 Pro เป็นตัวช่วยให้เราหลับได้ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samsung Galaxy Watch 5 Pro

ปัจจุบันเมื่อเราพูดถึงสมาร์ทวอทช์ สิ่งที่คนมองหาย่อมไม่ใช่แค่การบอกเวลา หรือการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้งานด้านการสื่อสาร เพราะความสามารถพื้นฐานของสมาร์ทวอทช์ยุคนี้ต้องสมกับชื่อ ‘สมาร์ท’ จริงๆ ด้วยฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตของผู้สวมใส่สะดวกสบาย ปลอดภัย ฟิต และเฮลตี้ยิ่งขึ้น 

 

ครั้งนี้เราเลยอยากชูความสามารถด้านสุขภาพของ Samsung Galaxy Watch 5 Pro สมาร์ทวอทช์จากค่าย Samsung ทีมาแรงด้วยหน้าตา สเปก และการใช้งานที่ถือเป็นรุ่นเรือธงจากระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์เลยก็ว่าได้  ซึ่งเราจะเน้นไปที่ฟีเจอร์เด่นของตระกูลอย่าง Advanced Sleep Coaching ที่มีไว้เพื่อแก้ปัญหาการนอนที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่ของคนเมืองยุคนี้ 

 

 

สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ทำอะไรได้บ้าง 

แต่ก่อนที่จะโฟกัสไปที่ฟีเจอร์การนอน เราอยากพูดถึงความสามารถโดยรวมของ Samsung Galaxy Watch 5 Pro กันก่อนว่า สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ถือเป็นตัวท็อปที่เหนือกว่ารุ่น Samsung Galaxy Watch 5 ตรงความจุของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่า 80 ชั่วโมง เหมาะกับใส่ลุยกิจกรรมกลางแจ้งเพราะมี GPS, สามารถอัปโหลดเส้นทาง (GPX Format) เข้ามาไว้ใน Galaxy Watch ล่วงหน้าเผื่อไปในที่อับสัญญาณ (Route Target) มีฟังก์ชันแทร็กเส้นทางย้อนหลัง (Track Back Route) เพื่อกลับไปในจุดเริ่มต้นได้ง่าย วัสดุพรีเมียมด้วยหน้าจอ Sapphire Crystal Glass ป้องกันการแตกร้าวได้ดีกว่า ตัวเรือนเป็นไทเทเนียม เรียบ หรู ทนทาน และมีน้ำหนักเบา ส่วนสายนาฬิกามาแบบ Magnetic D-Buckle Sport Band (แม่เหล็กเปิด-ปิด) ที่สวมใส่/ถอดออกได้ง่ายมาก  

 

ส่วนฟีเจอร์เด่นด้านสุขภาพที่คล้ายคลึงกัน ได้แก่ การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การวัดระดับความเครียด, การวัดค่า VO2Max และการวัด Body Composition Measurement ที่ประกอบไปด้วย Body Fat, มวลกล้ามเนื้อ, Body Water (ปริมาณน้ำในร่างกาย), BMI (ดัชนีมวลกาย) และ BMR (อัตราการเผาผลาญต่อวัน) นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมผ่อนคลายสมาธิ และโปรแกรมออกกำลังกายกว่า 90 แบบให้เลือก  

 

ความสามารถเด่นด้านการนอน 

 

 

ในขณะที่ฟีเจอร์ด้านการนอนที่ถือเป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้ ต้องบอกว่ารุ่นนี้สามารถวัดการนอนได้ละเอียดและแม่นยำ โดยทำงานร่วมกับแอปอย่าง Samsung Health โดยแต่ละคืนจะบอกคะแนน Sleep Score และแจ้งว่าเราหลับในสเตจไหนบ้าง แบ่งเป็นระดับ Deep, REM, Light, Awake ก่อนบันทึกและวิเคราะห์แพตเทิร์นการนอนให้ออกมาเป็นคาแรกเตอร์เฉพาะตัวอย่าง สิงโต จระเข้ กวาง เม่น เพนกวิน ฯลฯ พร้อมเสนอข้อแนะนำเพื่อพัฒนาการนอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ด้วย Personalized Sleep Symbol ที่ช่วยให้เราเห็นภาพพฤติกรรมการนอนของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น 

 

นอกจากนี้เรายังสามารถบันทึกเสียงการกรนระหว่างนอน (Snoring Detection) เพื่อปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญได้ในอนาคตด้วย รวมถึงการวัดค่าออกซิเจนในเลือดขณะหลับ (SpO2 – Blood Oxygen) เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะขาดออกซิเจนขณะที่เรานอนหลับไม่รู้ตัว   

 

ความรู้สึกหลังใช้งานจริง 

 

 

อย่างที่บอกว่าครั้งนี้เราเน้นไปที่ฟีเจอร์ที่ช่วยเรื่องการนอน ซึ่งเราได้สวมใส่ Samsung Galaxy Watch 5 Pro นอนติดต่อกันมาพักใหญ่ สิ่งที่ชอบคือตัวสมาร์ทวอทช์ สามารถจับการเข้านอนและการตื่นได้อัตโนมัติ และค่อนข้างแม่นยำ แม้จะคลาดเคลื่อนเวลาตื่นบ้างก็เพียงเล็กน้อย สามารถวิเคราะห์ได้ว่าแต่ละคืนนั้นเรานอนที่ระดับไหนมากที่สุด มีตื่นกลางดึกหรือไม่ เลยทำให้รู้ว่าทำไมบางคืนตื่นมาแล้วจึงยังรู้สึกเหมือนนอนไม่พอหรือไม่เต็มอิ่ม 

 

และเมื่อใส่ติดต่อกันเกิน 5 วัน ทางแอป Samsung Health จะวิเคราะห์และมอบคำแนะนำที่ประเมินจากการนอนของเราจริงๆ จึงไม่ได้เป็นคำแนะนำแบบทั่วไปสำหรับใครก็ได้ จุดนี้ทำให้เราเชื่อและอยากลองทำตาม อีกทั้งการบอกข้อมูลต่างๆ ก็ชัดเจนและเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน 

 

แต่จุดที่ยังติดอยู่ ได้แก่ การไม่คุ้นกับการใส่สมาร์ทวอทช์เข้านอน เพราะตัวเรือนมีขนาดใหญ่ และตัวสายรัดข้อมือค่อนข้างแน่นกระชับ แต่เมื่อใส่หลายคืนติดต่อกันก็คุ้นชิน ไม่ได้รู้สึกหนักหรือรำคาญ อีกจุด ได้แก่ การพยายามใช้ Snoring Detection เพราะรู้ตัวว่าเป็นคนนอนกรน แต่จากที่ทดลองก็ไม่สามารถอัดเสียงกรนของเราได้ แม้จะวางมือถือที่มีแอป Galaxy Wearable และ Samsung Health เสียบชาร์จอยู่ข้างๆ ก็ตาม

 

ในความคิดเห็นส่วนตัว ผู้เขียนจึงมองว่า Samsung Galaxy Watch 5 Pro สามารถบอกเราได้ถึงพฤติกรรมการนอนของเรา เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเรื่องการนอนร่วมกับคุณหมอได้ดียิ่งขึ้น โดยที่เราไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมอีก ด้วยเหตุนี้ Samsung Galaxy Watch 5 Pro จึงนับเป็นสมาร์ทวอทช์อันดับต้นๆ ที่มาพร้อมหน้าตาและความสามารถระดับไฮเอนด์ ในราคาไม่ถึงสองหมื่น เพราะอยู่ที่ 13,900 บาท สำหรับรุ่น BT 45 มม. และ 16,900 บาท สำหรับรุ่น LTE 45 มม. มีให้เลือก 2 สี ระหว่าง Gray Titanium และ Black Titanium ใครสนใจสามารถหาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

 

The post จะมัวนอนไม่พอกันไปทำไม ให้ Samsung Galaxy Watch 5 Pro เป็นตัวช่วยให้เราหลับได้ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
The St. Regis เปิดห้องเพนต์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดให้มานอนพัก ดูพลุฉลองปีใหม่ เฉพาะสิ้นปีนี้เท่านั้น https://thestandard.co/the-st-regis-penthouse/ Wed, 07 Dec 2022 07:32:22 +0000 https://thestandard.co/?p=720808 The St. Regis

ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาฉลองปีใหม่แบบวีไอพีสุดๆ มีทั้งร […]

The post The St. Regis เปิดห้องเพนต์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดให้มานอนพัก ดูพลุฉลองปีใหม่ เฉพาะสิ้นปีนี้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
The St. Regis

ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาฉลองปีใหม่แบบวีไอพีสุดๆ มีทั้งรถลิมูซีนส่วนตัว สระว่ายน้ำส่วนตัว ระเบียงชมพลุอย่างเต็มตา และอาหารฝีมือเชฟระดับมิชลิน โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ จะเปิดห้องพัก 2 ชนิดที่หรูที่สุด และเอ็กซ์คลูซีฟที่สุด ให้คุณมานอนพักได้ในวันปีใหม่นี้

 

แพ็กเกจแรกคือ ‘The Owner’s Penthouse’ เป็นห้องพักสไตล์ดูเพล็กซ์ 2 ชั้น อยู่บนชั้น 44 และเป็นห้องดีที่สุดของโรงแรม ผู้ที่เลือกพักห้องนี้จะมีบริการรถลิมูซีนส่วนตัว พร้อมกับมื้ออาหารค่ำสุดพิเศษก่อนวันขึ้นปีใหม่จาก IGNIV ห้องอาหารมิชลินหนึ่งดาว หลังจากนั้นกลับขึ้นไปชมพลุจากระเบียงห้องพักที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว และแชมเปญเตรียมไว้ให้พร้อมเคานต์ดาวน์ด้วยกัน

 

เมื่อเข้าสู่มื้อแรกของปีใหม่ อิ่มอร่อยไปกับบุฟเฟต์นานาชาติ New Year’s Brunch จากห้องอาหารวูว์ ก่อนเดินทางกลับบ้านด้วยรถลิมูซีนส่วนตัว แพ็กเกจนี้สำหรับ 2 ท่าน ราคา 480,000++ บาทต่อคืน

 

The St. Regis

Marriott International Hotel

 

หรืออีกแพ็กเกจ ‘The Royal Suite’ ห้องสวีทบนชั้น 24 ที่มาพร้อมความกว้างขวางให้คุณฉลองปีใหม่ได้อย่างสบายใจ หากเลือกแพ็กเกจนี้จะได้รับบุฟเฟต์มื้อค่ำ (New Year’s Eve Dinner Buffet) ที่ห้องอาหารวูว์ ก่อนขึ้นไปชมพลุที่บาร์ตรงมุม VIP ชิดริมหน้าต่างด้วยกัน และปิดท้ายด้วยแชมเปญต้อนรับปีใหม่ 

 

หลังจากนั้น ทุกคนจะได้เพลิดเพลินกับมื้อแรกของปี ด้วยอาหารเช้าสุดพิเศษที่เสิร์ฟให้ถึงในห้องพัก โดยแพ็กเกจนี้สำหรับ 2 ท่านเช่นกัน ราคา 220,000++ บาทต่อคืน

ทั้งสองแพ็กเกจเข้าพักได้เฉพาะวันที่ 31 ธันวาคม 2565 – 1 มกราคม 2566 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2207 7777 หรืออีเมล [email protected]

The post The St. Regis เปิดห้องเพนต์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดให้มานอนพัก ดูพลุฉลองปีใหม่ เฉพาะสิ้นปีนี้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: เปิดข้อคิดจากหนังสือ ‘The Miracle Morning’ ให้เริ่มต้นทุกเช้าด้วยกิจวัตรเพื่อความสำเร็จของตัวเอง https://thestandard.co/pop-tip-02122022/ Fri, 02 Dec 2022 00:27:37 +0000 https://thestandard.co/?p=718767

จากคำนำในหนังสือ The Miracle Morning ทุกสิ่งในชีวิตจะดี […]

The post POP TIP: เปิดข้อคิดจากหนังสือ ‘The Miracle Morning’ ให้เริ่มต้นทุกเช้าด้วยกิจวัตรเพื่อความสำเร็จของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากคำนำในหนังสือ The Miracle Morning ทุกสิ่งในชีวิตจะดีขึ้น เขียนเอาไว้ว่า คนเราทุกคนมีศักยภาพในการทำให้ตนเองได้รับในสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ สุขภาพที่แข็งแรง ทรัพย์สินเงินทอง อิสรภาพ หรือความรัก การจะบรรลุความสำเร็จในทุกๆ ด้านของชีวิตนั้นสามารถทำได้ไม่ยากนัก นั่นคือการทุ่มเทเพื่อใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในแต่ละวัน ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับว่า ‘เราตื่นนอนและใช้เวลาในช่วงเช้าอย่างไร’ นี่เป็นหนึ่งในแนวทางที่ได้จากหนังสือดีๆ จึงอยากนำมาแบ่งปันหลักคิดสำหรับผู้อ่านให้เห็นความสำคัญของสิ่งแรกที่ตัวเองเริ่มต้นทำในยามเช้า เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่กำหนดได้ว่าแนวโน้มของชีวิตในวันนั้นๆ จะเป็นอย่างไร ดังนั้นมาลองเริ่มต้นวันใหม่ ตื่นนอนในแต่ละวันด้วยพลังงานดีๆ มีแรงจูงใจที่ดี และโฟกัสกับตัวเองมากขึ้น เพื่อยกระดับชีวิตไปอีกขั้น

 

 

Pop Tip:

จงเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างมีพลังบวก สร้างแรงจูงใจที่ดี และมีเป้าหมายให้ตัวเอง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเริ่มต้นมาจากว่า ‘คุณตื่นนอนและใช้เวลาช่วงเช้าอย่างไร’ เริ่มต้นทุกเช้าด้วยกิจวัตรเพื่อความสำเร็จของตัวเอง นั่นแหละคือกุญแจสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

 

ภาพ: Shutterstock

 

The post POP TIP: เปิดข้อคิดจากหนังสือ ‘The Miracle Morning’ ให้เริ่มต้นทุกเช้าด้วยกิจวัตรเพื่อความสำเร็จของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค้นหา ‘Art of Living’ ศิลปะการสร้างงานศิลป์ชั้นสูงที่ใครก็เข้าถึงได้ของ ‘Blancpain’ และ ‘Michelin Guide’ ผ่าน ‘Young Chef Award’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/art-of-living-blancpain-michelin-guide-young-chef-award/ Wed, 30 Nov 2022 09:00:02 +0000 https://thestandard.co/?p=716892 Art of Living

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบการใช้ชีวิตเรียบง่าย หรูหรา เต็มไปด้ว […]

The post ค้นหา ‘Art of Living’ ศิลปะการสร้างงานศิลป์ชั้นสูงที่ใครก็เข้าถึงได้ของ ‘Blancpain’ และ ‘Michelin Guide’ ผ่าน ‘Young Chef Award’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Art of Living

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบการใช้ชีวิตเรียบง่าย หรูหรา เต็มไปด้วยเรื่องท้าทาย และรังสรรค์มันออกมาอย่างไร นั่นก็คือหนึ่งในรูปแบบของ ‘Art of Living’ หรือศิลปะของการใช้ชีวิต ที่เราผู้เป็นเจ้าของมีสิทธิ์ที่จะปรุงแต่งและออกแบบด้วยตัวเอง  

 

ก็เหมือนที่ใครชอบเปรียบเปรยว่า ‘ชีวิตก็เหมือนอาหาร’ เราต่างมีสูตรลับและเทคนิคเฉพาะของตัวเอง ใช้ความเชี่ยวชาญผสานกับวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างดี กลายเป็นเมนูแบบที่เราจินตนาการไว้ มันอาจจะดีเลิศจนใครก็อยากตามไปขอสูตรลับ ‘ศิลปะการใช้ชีวิต’ และอาจจะเป็นเลิศจนคว้ารางวัล ‘Michelin Star’ ในฐานะผู้ที่มีศิลปะการใช้ชีวิตเหนือชั้นกว่าใคร

 

‘Art of Living’ ศิลปะที่ดำรงอยู่ในทุกรูปแบบชีวิตของ ‘Blancpain’

บางทีคุณอาจจะเข้าใจนิยามของคำว่า ‘Art of Living’ ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านปรัชญาของ Blancpain แบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์สัญชาติสวิสที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่เชื่อว่าศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง กับศิลปะการปรุงอาหารชั้นสูง มีแง่งามความคิดที่เชื่อมโยงกัน 

 

Art of Living

 

มีแต่บิ๊กแฟนของ Blancpain เท่านั้นที่รู้ดีว่า ความพิเศษของนาฬิกาทุกเรือนหาใช่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ในทุกขั้นตอนต้องใช้ความทุ่มเท ใส่ใจ และความเชี่ยวชาญของ Watchmaker จนทำให้ Blancpain เป็นเรือนเวลาที่ทรงคุณค่าดุจงานศิลป์ เช่นเดียวกับ ‘จานอาหาร’ เบื้องหลังเมนูที่ดูเรียบง่าย ล้วนเกิดขึ้นจากความเชี่ยวชาญ แรงบันดาลใจ ความหลงใหล และเทคนิคเฉพาะตัวก่อเกิดเป็นเมนูที่ดีที่สุด 

 

Art of Living

 

รางวัลแด่คนปั้นฝัน

Blancpain ยังเชื่อมั่นว่า ‘Art of Living’ สามารถหลอมรวมไปกับชีวิตทุกรูปแบบที่ตั้งต้นด้วยแพสชัน และมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ Blancpain จับมือกับพาร์ตเนอร์ระดับโลกอย่าง Michelin Guide ร่วมกันขับเคลื่อนให้ผู้คนเห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่พวกเขาสรรค์สร้าง อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของแบรนด์ที่จะช่วยผลักดันความเป็นเลิศของคนในวงการอาหาร โดยที่ Blancpain ได้ร่วมเดินทางไปกับ Michelin Guide ค้นร้านอาหารที่ควรค่าแก่การมอบดาว เฟ้นหาเชฟผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ และมอบรางวัล ‘Young Chef Award’ เพื่อบอกว่า Blancpain สนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ

 

Art of Living

 

 

แม้ว่า Blancpain จะเพิ่งเป็นพาร์ตเนอร์กับ Michelin Guide เมื่อปี 2020 แต่ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับเชฟก็เชื่อมโยงกันมาตั้งแต่ปี 1986 ด้วยการมอบนาฬิกาที่สลักข้อความพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองรางวัล ‘World’s Best Chef’ ให้กับ Frédy Girardet

 

Art of Living

Frédy Girardet (ซ้าย) 

 

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ Blancpain เฉิดฉายอยู่บนข้อมือของเชฟชื่อดังมากมายกว่า 3 ทศวรรษ มีเชฟชั้นนำที่เป็นพาร์ตเนอร์ทั่วโลกกว่า 100 คน เช่น Paul Bocuse, Joël Robuchon, Martín Berasategui, Julien Royer และ Glenn Viel อีกทั้งมีการเปิดตัวเชฟหน้าใหม่ในฐานะ Friend of Blancpain อยู่เสมอ

 

Art of Living

(จากซ้ายไปขวา) Paul Bocuse, Joël Robuchon, Martín Berasategui, Julien Royer และ Glenn Viel

 

Friend of the Brand

สำหรับประเทศไทย ในปี 2020 Blancpain เพิ่งแต่งตั้งให้เชฟฝาแฝด Thomas และ Mathias Sühring เจ้าของร้าน Sühring (ซูห์ริง) เข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ในแวดวง Culinary Friends ของแบรนด์ในฐานะ ‘Friend of the Brand’ พร้อมทั้งมอบนาฬิกาเรือนพิเศษในรุ่น Fifty Fathoms และ Fifty Fathoms Bathyscaphe ให้กับพวกเขา

 

Art of Living

 

Sühring เป็นร้านอาหารในประเทศไทยเพียงไม่กี่ร้านที่สามารถคว้าดาวดวงแรกหลังเปิดร้านได้เพียง 1 ปี และสามารถรักษาคุณภาพครองตำแหน่งมิชลิน 2 ดาวติดต่อกัน 5 ปีซ้อน อีกทั้งในปี 2020 ร้านอาหารแห่งนี้สามารถไต่อันดับขึ้นเป็นสุดยอดร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชียอันดับที่ 6 

 

สูตรอาหารตำรับดั้งเดิมที่พวกเขาเคยลิ้มรสตั้งแต่เยาว์วัย ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นเมนูเยอรมันสไตล์โมเดิร์น ด้วยชั้นเชิงการปรุงและศิลปะการผสมผสานงานศิลป์ที่อาศัยทั้งความหลงใหล ฝึกฝน จนเกิดเป็นความชำนาญ เพื่อให้ได้เมนูที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพแห่งรสชาติที่ควรค่าแก่การเชิดชู 

 

‘Young Chef Award’ ค้นฟ้า คว้าดาว (ดวงใหม่)  

ตลอดการเดินทางไปกับ Michelin Guide และเฟ้นหาเชฟผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ Blancpain ยังพยายามที่จะส่งสารไปถึงเชฟรุ่นใหม่ว่า สิ่งที่พวกเขาทำนั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอีกมากมาย ด้วยการมอบรางวัล ‘Young Chef Award’ ให้กับเชฟรุ่นใหม่ อายุไม่เกิน 36 ปี ซึ่งเปี่ยมด้วยความสามารถ มีใจรักในการทำอาหาร และสามารถนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้แก่วงการอาหาร ซึ่งตรงกับแก่นแท้ของแบรนด์ที่ไม่เพียงให้คุณค่ากับความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างผลงานศิลป์ที่ทรงคุณค่าไม่รู้จบ 

 

เหนือสิ่งอื่นใดรางวัล ‘Young Chef Award’ จะเป็นเครื่องตอกย้ำให้เชฟรุ่นใหม่รู้ว่า ทุกการเดินทางจะมี Blancpain คอยสนับสนุนพวกเขาอยู่เสมอ 

 

ล่าสุด Blancpain ตอกย้ำคำมั่น จับมือกับ Michelin Guide ประกาศรางวัล ‘Young Chef Award’ ประจำปี 2023 ให้กับ Davide Garavaglia (ดาวิเด การาวาเกลีย) เชฟชาวอิตาเลียนวัย 32 ปี แห่งร้าน Côte by Mauro Colagreco ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษสำหรับเชฟรุ่นใหม่ระดับดาวมิชลิน 

 

Art of Living

 

สำหรับเชฟ Davide Garavaglia รางวัลนี้คือบทพิสูจน์ความสำเร็จ แต่สำหรับพวกเราทุกคน นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณเข้าใกล้ความหมายที่แท้จริงของ Art of Living มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะในฐานะของผู้สรรค์สร้างงานศิลป์ หรือในฐานะของคนที่สนับสนุนงานศิลป์ของพวกเขาเหล่านี้ก็ตาม

The post ค้นหา ‘Art of Living’ ศิลปะการสร้างงานศิลป์ชั้นสูงที่ใครก็เข้าถึงได้ของ ‘Blancpain’ และ ‘Michelin Guide’ ผ่าน ‘Young Chef Award’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: เปลี่ยนนิสัยผัดวันประกันพรุ่งด้วยกฎ 5 วินาทีของ เมล ร็อบบินส์ https://thestandard.co/pop-tip-29112022/ Tue, 29 Nov 2022 01:46:18 +0000 https://thestandard.co/?p=716978

เมล ร็อบบินส์ เป็นนักเขียนและนักสร้างแรงบันดาลใจที่สอนผ […]

The post POP TIP: เปลี่ยนนิสัยผัดวันประกันพรุ่งด้วยกฎ 5 วินาทีของ เมล ร็อบบินส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมล ร็อบบินส์ เป็นนักเขียนและนักสร้างแรงบันดาลใจที่สอนผู้คนนับล้านทั่วโลกถึงความลับ 5 วินาทีที่ช่วยควบคุมชีวิตให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น โดยสลัดเงื่อนไขและข้ออ้างของความขี้เกียจเดิมๆ ทิ้งไป หากผู้อ่านเคยมีความรู้สึกขี้เกียจ ไม่อยากทำอะไรบางอย่างเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยไม่ต่อต้านมัน มันจะกลายเป็นนิสัยเคยชินที่ไม่ดีเอาซะเลย แต่การได้รู้จักกฎ 5 วินาทีนี้จะช่วยให้เรากล้าต่อสู้และเอาชนะความขี้เกียจเหล่านั้น อีกทั้งจะเป็นสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนทัศนคติ ความคิด และพฤติกรรมของเราไปพร้อมๆ กันได้ด้วย ไม่ว่าคุณอยากเป็นคนที่ตื่นเช้าขึ้น อยากแข็งแรงมากขึ้น อยากมีความสุขมากกว่าเดิม มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าคุณยังทำตัวเหมือนเดิมไปวันๆ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับของกฎ 5 วินาทีที่จะเปลี่ยนนิสัยผัดวันประกันพรุ่งให้เป็นคนใหม่ที่นิสัยยอดเยี่ยมกว่าเดิม 

 

 

Pop Tip:

การเปลี่ยนนิสัยผัดวันประกันพรุ่งด้วยกฎ 5 วินาทีของ เมล ร็อบบินส์ มีกฎว่าถ้าเราอยากทำอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ให้รีบลงมือทำสิ่งนั้นตั้งแต่ 5 วินาทีแรก อย่าลังเลที่จะทำ เช่น อยากออกกำลังกายแต่ขี้เกียจ ให้ลองนับถอยหลัง 5 4 3 2 1 ใส่รองเท้ากีฬาแล้วลุยเลย 


ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: เปลี่ยนนิสัยผัดวันประกันพรุ่งด้วยกฎ 5 วินาทีของ เมล ร็อบบินส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yelp เชื่อว่าค็อกเทลทางเลือกที่ไม่มี ‘แอลกอฮอล์’ จะยังคงเป็นที่นิยมในปี 2023 https://thestandard.co/yelp-non-alcoholic-cocktails/ Thu, 24 Nov 2022 01:42:10 +0000 https://thestandard.co/?p=714576 ค็อกเทลทางเลือก

ช่วงสิ้นปีแบบนี้หลายคนคงกำลังมองหาอาหารและเครื่องดื่มให […]

The post Yelp เชื่อว่าค็อกเทลทางเลือกที่ไม่มี ‘แอลกอฮอล์’ จะยังคงเป็นที่นิยมในปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค็อกเทลทางเลือก

ช่วงสิ้นปีแบบนี้หลายคนคงกำลังมองหาอาหารและเครื่องดื่มใหม่ๆ ไว้สำหรับการเฉลิมฉลองอย่างแน่นอน ซึ่งเทรนด์ต่างๆ ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา 

 

ล่าสุด Yelp ซึ่งเป็นเว็บไซต์รีวิวร้านอาหาร และธุรกิจบริการกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยากลองค็อกเทลใหม่ๆ หรือเป็นนักผสมเครื่องดื่ม ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อลองเครื่องดื่มใหม่ๆ

 

ปีที่แล้ว Yelp ได้คาดการณ์ไว้ว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสแรงและรสขมจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเนโกรนี เช่นเดียวกับค็อกเทลคลาสสิกที่เลียนแบบมาร์ตินีอย่าง เอสเพรสโซ มาร์ตินี หรือคอสโมโพลิแทน แต่ที่น่าสนใจคือ เขาตั้งข้อสังเกตว่า เครื่องดื่มค็อกเทลที่ไม่มีแอลกอฮอล์จะเป็นที่น่าจับตามอง และในปีนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

 

สำหรับปี 2023 ค็อกเทลทางเลือกที่ไม่มีแอลกอฮอล์จะยังคงเป็นที่นิยมต่อไป โดยเริ่มจาก Michelagua ซึ่งมีการค้นหาเพิ่มขึ้น 62% ซึ่งทาง Yelp คาดว่าม็อกเทลจะเติบโตในปีนี้ ด้วยเหล่าคนดังที่สร้างสรรค์แนวของตัวเอง ไปจนถึงความนิยมที่ไม่มีการดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งนี้อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

 

อ้างอิง:

The post Yelp เชื่อว่าค็อกเทลทางเลือกที่ไม่มี ‘แอลกอฮอล์’ จะยังคงเป็นที่นิยมในปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาหารสัตว์แบบ ‘เปียก’ หรือ ‘แห้ง’ ดีกว่าสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน? https://thestandard.co/wet-dry-pet-food/ Tue, 22 Nov 2022 11:18:42 +0000 https://thestandard.co/?p=713896 อาหารสัตว์

ไม่เพียงแต่อาหารการกินของมนุษย์เท่านั้น ที่ส่งผลต่อปัญห […]

The post อาหารสัตว์แบบ ‘เปียก’ หรือ ‘แห้ง’ ดีกว่าสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาหารสัตว์

ไม่เพียงแต่อาหารการกินของมนุษย์เท่านั้น ที่ส่งผลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะจากการวิจัยใหม่ล่าสุดได้ศึกษาอาหารสุนัขและแมวตามประเภทอาหารเปียกและแห้ง ว่าชนิดไหนส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน

 

โดยการศึกษาได้ดูจากคุณค่าทางโภชนาการ และลักษณะสิ่งแวดล้อมของอาหารประเภทต่างๆ ผ่านการสำรวจทั้งหมด 938 รายการ แบ่งเป็นสำหรับสุนัข 618 รายการ และแมว 320 รายการ มีทั้งอาหารเปียก อาหารแห้ง และอาหารทำเอง เพื่อประเมินคุณค่าสารอาหารหลัก และคุณค่าที่เป็นแหล่งพลังงาน

 

การศึกษานี้ได้ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมประจำปีของประเภทอาหารสัตว์ รวมถึงการปล่อยมลพิษ การใช้น้ำ และที่ดิน

 

จากการศึกษาพบว่า โดยภาพรวมแล้วอาหารสัตว์ประเภท ‘แห้ง’ จะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าอาหารเปียก นอกจากนี้อาหารแห้งยังให้พลังงานมากที่สุดต่อกรัม แต่นี่ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่าอาหารแห้งจะให้สารอาหารที่มากกว่า ในขณะที่อาหารเปียกจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า แต่ข้อดีของมันคือ มีโปรตีนในระดับที่สูงกว่า 

 

การวิจัยก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นว่า อาหารวีแกนสำหรับสุนัขอาจเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นอันตรายน้อยที่สุดหากจัดเก็บอย่างถูกต้อง อีกหนึ่งทางเลือกคือการเลือกอาหารแห้งที่ให้คุณค่าทางโภชนาการแก่สัตว์เลี้ยง

 

แต่แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างมีความต้องการทางโภชนาการที่ต่างกันไป ซึ่งสำหรับสัตว์ที่มีอาหารยืดหยุ่น การเปลี่ยนอาหารเปียกเป็นอาหารแห้งอาจเป็นวิธีง่ายๆ ในการใส่ใจสภาพแวดล้อม

 

นอกจากนี้การศึกษาในครั้งนี้อาจเป็นแรงจูงใจให้กับเหล่าผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ในการพยายามสร้างโซลูชันที่ยั่งยืนมากขึ้น สำหรับการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง โดยการหาแหล่งโปรตีนทางเลือกมากขึ้น

 

อ้างอิง:

The post อาหารสัตว์แบบ ‘เปียก’ หรือ ‘แห้ง’ ดีกว่าสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถิติจาก Rover.com ระบุว่า ชื่อสัตว์เลี้ยงที่เป็น ‘เมนูอาหารและเครื่องดื่ม’ ได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2022 https://thestandard.co/food-drinks-pet-names-2022/ Mon, 21 Nov 2022 10:50:02 +0000 https://thestandard.co/?p=713071

ใครตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มบ้าง? […]

The post สถิติจาก Rover.com ระบุว่า ชื่อสัตว์เลี้ยงที่เป็น ‘เมนูอาหารและเครื่องดื่ม’ ได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มบ้าง?

 

ไม่ต้องแปลกใจ เพราะคุณไม่ใช่คนเดียว

 

หลายคนอาจมีสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคู่ใจ เป็นเพื่อนคุยยามเหงา หรือแม้แต่มีไว้เพื่อเป็นพลังใจในแต่ละวัน ซึ่งในยุคนี้ถือเป็นช่วงที่หลายคนหันมาให้ความสนใจกับสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้น ใครกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ แต่ยังไม่มีชื่อให้พวกมัน วันนี้ THE STANDARD POP มีไอเดียการตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงมาฝากทุกคน

 

จากสถิติของ Rover.com ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจตลาดออนไลน์สำหรับคนที่จะซื้อและขายบริการการดูแลสัตว์เลี้ยงระบุไว้ว่า ตามการวิเคราะห์ชื่อสัตว์เลี้ยงหลายล้านตัวที่ถูกส่งมาโดยผู้ปกครองสัตว์ พบว่าส่วนใหญ่เป็นชื่อที่อยู่ใน ‘เมนูอาหารและเครื่องดื่ม’

 

ซึ่งชื่อสุนัขที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ที่ไม่น่าเป็นไปได้กลับเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดย Rover.com ระบุว่า ‘Hotpot’ เพิ่มขึ้น 1,085% ถือเป็นอันดับ 1 และชื่ออื่นๆ ที่ได้รับคำนิยมอย่างมากคือ Sashimi เพิ่มขึ้น 785%, Pastrami เพิ่มขึ้น 485%, Yerba เพิ่มขึ้น 485% และ Calzone เพิ่มขึ้น 435% ซึ่งไม่เพียงแต่เมนูอาหารเท่านั้น เพราะเครื่องดื่มอย่างวอดก้า เช่น Truly, Gin, Mai Tai และ Seltzer ก็ยังเป็นชื่อสุนัขได้

 

ในฝั่งของแมวก็ไม่น้อยหน้า เมื่อพิจารณาชื่อแมวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหาร 10 อันดับแรก ได้แก่ Roll, Green Bean, Casserole, S’more, Tamale, Morel, Parsley, Gravy, Chili, Sourdough และเครื่องดื่ม Gimlet, Chardonnay และ Vino 

 

นอกจากนี้ทาง Rover.com ยังได้เสนอชื่อที่กำลังมาแรงในปีนี้ เพื่อเป็นไอเดียในการตั้งชื่อสัตว์เลี้ยง ซึ่งได้แก่ Doritos, Cheddar Cheese, Cheeto Puff, Gazpacho, Stroopwafel, Taco Bella, Spicy Nugget, Mcriblet, Mcgriddle, Kulshan, Miller Lite, Dutch Bro และ Dunk’N

 

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง:

The post สถิติจาก Rover.com ระบุว่า ชื่อสัตว์เลี้ยงที่เป็น ‘เมนูอาหารและเครื่องดื่ม’ ได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 คำถามกับ Nick Jones ผู้ก่อตั้ง Soho House ก่อนที่จะมาเปิดในประเทศไทยต้นปี 2023 https://thestandard.co/5-questions-with-nick-jones/ Mon, 21 Nov 2022 10:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=713027

Nick Jones ผู้ก่อตั้ง Soho House   ในช่วง 2-3 เดือ […]

The post 5 คำถามกับ Nick Jones ผู้ก่อตั้ง Soho House ก่อนที่จะมาเปิดในประเทศไทยต้นปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

Nick Jones ผู้ก่อตั้ง Soho House

 

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หนึ่งในโปรเจกต์ระดับโลกที่กำลังจะมาเปิดในประเทศไทยและได้รับความสนใจไม่น้อยก็คือ Soho House ไพรเวตคลับเฮาส์ชื่อดังอันดับ 1 ของโลกจากประเทศอังกฤษ ซึ่งการที่ Soho House เลือกมาเปิดสาขาแรกของโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กรุงเทพมหานครก็เป็นการตอกย้ำบทบาทและการเป็นศูนย์กลาง (Cultural Hub) ของบ้านเราที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

ล่าสุดทางผู้ก่อตั้งของ Soho House อย่าง Nick Jones ก็ได้เดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อดูความคืบหน้าของโปรเจกต์นี้ ซึ่งได้ฤกษ์เปิดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2023 พร้อมกับได้มาพูดคุยสัมภาษณ์กับทาง THE STANDARD POP ถึงประเด็นต่างๆ ที่หลายคนสงสัยกัน

 

ทำไมถึงคุณตัดสินใจว่ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองแรกของโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะมาเปิด Soho House?

 

ย้อนกลับไปตั้งแต่ผมตัดสินใจเริ่ม Soho House เมื่อปี 1995 ที่ลอนดอน ผมอยากครีเอตพื้นที่ที่นักแสดง ศิลปิน และคนสายครีเอทีฟที่ใช้ชีวิตอยู่ในละแวกโซโหสามารถมาแฮงเอาต์ สนุกกัน กินอาหารอร่อยๆ ดื่มคอกเทลดีๆ และพบเจอหลากหลายผู้คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

 

ซึ่ง 27 ปีที่แล้ว แม้ตอนนั้น Soho House จะไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก แต่สิ่งที่ผมถือว่าโดดเด่นคือการสร้างคอมมูนิตี้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และไม่ได้เน้นความเป็นไพรเวตคลับเฮาส์เชิงพาณิชย์ที่อยู่ใจกลางลอนดอนและแมสจนเกินไปที่ทุกคนต้องมากัน

 

ปัจจัยนี้ก็ติดตัวผมมาตลอดทุกครั้งที่เราเลือกจะมาเปิดสาขาใหม่ไม่ว่าจะที่ไหนของโลก โดยเราจะต้องดูก่อนว่าเมืองนั้นๆ มีซีนของกลุ่มคนสายครีเอทีฟที่โดดเด่น ก้าวหน้า และ Authentic หรือไม่ ซึ่งกรุงเทพฯ ก็ตอบโจทย์สิ่งนี้อย่างมาก และทุกวันนี้กลายเป็นศูนย์กลางของวงการแฟชั่น ศิลปะ และอาหารที่เรามองข้ามไม่ได้

 

หลายคนเซอร์ไพรส์ที่ Soho House ตัดสินใจเปิดสาขากรุงเทพฯ ที่สุขุมวิทซอย 31 ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงแรม The Eugenia ทำไมคุณถึงเลือกที่นี่?

 

สำหรับเรา สุขุมวิทซอย 31 เป็นหนึ่งในตัวอย่างของย่านในกรุงเทพฯ ที่แม้จะอยู่ใจกลางเมือง แต่ตัวซอยเองก็อาจไม่ได้เมนสตรีมมากนักที่คนจะนึกเป็นประจำ แต่เราก็มองว่าย่านนี้มีเรื่องราว มีความ Authentic และ Soho House จะสามารถช่วยให้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งและกลายเป็นย่านที่คนครีเอทีฟจะอยากมาร่วมตัวกัน ซึ่งกับงานป๊อปอัพ Baan Soho ของเราที่จัดเมื่อเดือนก่อนช่วง Bangkok Art Biennale ผมก็ตื่นเต้นมากที่ได้เห็นศิลปิน นักดนตรี ดีไซเนอร์ คนครีเอทีฟ หรือแม้แต่เชฟทั้งรุ่นใหม่หรือรุ่นที่สร้างชื่อให้กับตัวเองแล้วมาเอ็นจอยกัน ซึ่งก็เป็นภาพที่เราหวังว่าจะเกิดขึ้นกับ Soho House Bangkok ตอนเปิดเร็วๆ นี้

 

ภาพจำลอง Soho House Bangkok

 

คอนเซปต์ ‘ไพรเวตคลับเฮาส์’ ถือว่าใหม่มากสำหรับคนกรุงเทพฯ คุณคิดว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่คนยังสับสนและไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Soho House?

 

อย่างแรกเลยคือเราเป็นไพรเวตคลับเฮาส์ที่มีความ Inclusive มากกว่า Exclusive เพราะดูจากสมาชิกที่เราคัดสรรก็ต่างมีความหลากหลายทั้งในเชิงอายุ เพศ หรือหน้าที่การงาน ซึ่งเพราะเหตุนี้เราก็เลยมีหลายเรตราคาเพื่อให้คนได้มีโอกาสเข้ามาเป็นสมาชิก Soho House

 

นอกเหนือจากนี้ เราไม่ได้มองตัวเองเป็นไพรเวตคลับเฮาส์ที่อยากให้คนมาแข่งกันสวยหรูไปวันๆ แต่เรากลับอยากให้ทุกสมาชิกรู้สึกเหมือนได้อยู่ในคอมมูนิตี้และครอบครัวที่สร้างสรรค์และช่วยเหลือกันและกัน อย่างเช่นเราก็เคยเห็นนักประพันธ์คนหนึ่งที่กำลังดิ้นรนมาพบเจอและรู้จักกับนักเขียนภาพยนตร์ที่ดังมากๆ ซึ่งต่อมาพวกเขาก็ได้ทำงานร่วมกัน

 

ทำไมถึงคุณตั้งให้หนึ่งในกฎเหล็กของ Soho House คือการไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปข้างใน?  

 

ผมตั้งใจตั้งแต่แรกว่าอยากสร้างพื้นที่ Soho House ให้สมาชิกทุกคนได้มีโอกาสพูดคุยและคอนเนกต์กันแบบต่อหน้า พร้อมได้ปล่อยวางและรีแล็กซ์ด้วยการวางเครื่องมือสื่อสารทั้งหมด และได้เอ็นจอยเครื่องดื่ม อาหาร และการได้พบเจอผู้คน ซึ่งผมคิดว่าในยุคสมัยนี้กับโซเชียลมีเดียมันก็ยิ่งสำคัญขึ้นอีกที่เราจะมี Social Interaction ที่จับต้องได้ แทนที่จะอัปเดตชีวิตกันผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเดียว

 

ในอนาคต Soho House มีแพลนจะขยายกิจการในไทยไหม อย่างเช่นเปิด Soho Beach House ติดทะเลที่ภาคใต้?

 

ณ เวลานี้เราขอโฟกัสที่ Soho House Bangkok ก่อน และเดี๋ยวค่อยว่ากันว่าจะอย่างไรต่อ

 

จากซ้ายบน: Soho Farmhouse, Soho House Hong Kong, Soho House Mumbai และ Soho House New York

The post 5 คำถามกับ Nick Jones ผู้ก่อตั้ง Soho House ก่อนที่จะมาเปิดในประเทศไทยต้นปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก’ ที่พักแบรนด์ lyf (ไลฟ์) แห่งแรกของเมืองไทยในเครือ Ascott หมุดหมายสำหรับนักเดินทางที่รักอิสระ และอยากพบปะเพื่อนใหม่อยู่เสมอ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/lyf-sukhumvit-8-bangkok/ Fri, 18 Nov 2022 06:30:36 +0000 https://thestandard.co/?p=710693 ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก

ถึงคิวของนักเดินทางชาวไทยที่จะได้สัมผัสประสบการณ์การพัก […]

The post ‘ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก’ ที่พักแบรนด์ lyf (ไลฟ์) แห่งแรกของเมืองไทยในเครือ Ascott หมุดหมายสำหรับนักเดินทางที่รักอิสระ และอยากพบปะเพื่อนใหม่อยู่เสมอ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก

ถึงคิวของนักเดินทางชาวไทยที่จะได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนรูปแบบใหม่กับ ‘ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก’ (lyf Sukhumvit 8 Bangkok) แบรนด์ไลฟ์แห่งแรกของเมืองไทยในเครือ The Ascott Limited ที่ปักหมุดเปลี่ยนโฉมการเดินทางของชาวมิลเลนเนียลส์ และนักเดินทางมาแล้วใน 9 ประเทศทั่วโลก ภายใต้คอนเซปต์ ‘Co-Living’ สถานที่ที่สามารถสร้างประสบการณ์เพื่อการใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อนพร้อมกัน   

 

ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก

 

lyf (ไลฟ์) มาจากคำว่า ‘Live Your Freedom’ แนวคิดที่ถอดแบบจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของชาวมิลเลนเนียลส์ กลุ่มคนที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในสังคม รักอิสระ ชอบการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน และพบปะเพื่อนใหม่อยู่เสมอ 

 

‘ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก’ จึงเป็นมากกว่าโรงแรมสำหรับการพักผ่อน แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ทำงานแบบ Work from Home ไปจนถึงแหล่งรวมพลของคนชอบทำกิจกรรมทั้งในและนอกสถานที่ ตามคอนเซปต์ของแบรนด์ที่มุ่งเน้นให้ผู้พักอาศัยได้มีส่วนร่วม โดยทางโรงแรมจะจับมือกับธุรกิจต่างๆ เช่น ศิลปะ เทคโนโลยี ดีไซน์ และสุขภาพ ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้เข้าพัก  

 

ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก

 

‘ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก’ โรงแรม 8 ชั้น ออกแบบพื้นที่โซนหลักๆ ให้สอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของชาวมิลเลนเนียลส์ ได้แก่

 

  • ชั้น 1 ‘Connect’ พื้นที่ทำงานและเลานจ์
    โซนล็อบบี้ที่ดีไซน์พื้นที่เปิดโล่ง มีโต๊ะไม้ตัวยาวพร้อมปลั๊กไฟสำหรับเสียบชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ออกแบบมาให้เป็นพื้นที่สำหรับทำงาน แชร์ไอเดีย นั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนใหม่ 
  • ชั้น 1 ‘Bond’ ครัวแบบ Social Kitchen
    ห้องครัวขนาดใหญ่ที่จัดเตรียมอุปกรณ์ทำครัวครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น เตาอบ ไมโครเวฟ เครื่องล้างจาน เปิดพื้นที่ให้ชาวมิลเลนเนียลส์โชว์ฝีมือการทำอาหาร หรือจะแลกเปลี่ยนไอเดียและสูตรลับก็ยังได้
  • ชั้น 2 ‘Wash & Hang’ โซนซักผ้าพร้อมพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ
    พื้นที่ที่จะทำให้การซักผ้าของคุณสนุกยิ่งขึ้น เพราะระหว่างรอคุณสามารถชวนเพื่อนท้าแข่งที่โต๊ะฟุตบอลมือหมุน หรือจะพากันไปนั่งชิลๆ ตรงกำแพงเพนต์ลายกราฟฟิตี้ด้านนอก พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์แปลกใหม่ก็ดี 

 

ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก

 

  • ชั้น 2 – ชั้น 8 ห้องพักแบบ ‘One of a Kind’ ขนาด 16 ตารางเมตร จำนวน 196 ห้อง
    การตกแต่งแต่ละชั้นจะนำเอกลักษณ์ของย่านพระนครมาเป็นต้นแบบ เริ่มกันที่ ชั้น 2 จำลองบรรยากาศชุมชนย่านปากคลองตลาด ชั้น 3 ได้แรงบันดาลใจมาจากชุมชนท่าเตียนและวัดโพธิ์ ชั้น 4 ถอดแบบความงดงามของวัดพระแก้ว ในขณะที่ชั้น 5 ดึงเอกลักษณ์ของสนามหลวงหยอดไว้ตามมุมต่างๆ ชั้น 6 น่าจะถูกใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ เพราะตกแต่งด้วยธีมถนนข้าวสาร ส่วนชั้น 7 อบอวลไปด้วยบรรยากาศของป้อมพระสุเมรุ และชั้น 8 ถ่ายทอดเสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยา

 

ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก

 

  • ที่นี่ยังมีห้อง Working Space ไว้บริการเผื่อนักเดินทางกลุ่มไหนต้องการพื้นที่ส่วนตัวสำหรับระเบิดไอเดีย ประชุมโปรเจกต์ สามารถจองผ่านแอป Discover ASR ได้ทันที คิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง 

 

  • ชั้นดาดฟ้า ‘Burn’ พื้นที่ออกกำลังกาย
    สายเฮลตี้ต้องเลิฟโซนนี้ สนามหญ้ากลางแจ้งตอนเช้าถูกจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับคลาสโยคะ ตกดึกชวนคุณเปลี่ยนบรรยากาศมาอาบแสงจันทร์ และออกกำลังกายไปพร้อมๆ กัน หรือใครอยากขึ้นมาชมวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนก็ไม่ผิดกติกา 

 

ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก

 

และเพื่อให้สมกับเป็นที่พักของคนยุคใหม่ ทุกขั้นตอนตั้งแต่การจองที่พัก เช็กอิน เช็กเอาต์ เปิดประตูห้องพัก ไปจนถึงพูดคุยกับพนักงานเพื่อสอบถามข้อมูลหรือขอความช่วยเหลือ สามารถทำได้ผ่านแอป Discover ASR โดยมี ‘lyf guards’ (ไลฟ์การ์ด) ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงช่วยเหลือเรื่องการเช็กอิน เช็กเอาต์เท่านั้น แต่จะคอยให้คำปรึกษา แนะนำร้านอาหารเด็ดๆ แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาด รวมถึงกิจกรรมสนุกๆ ที่คุณสามารถมีส่วนร่วมได้ตลอดการเข้าพัก

 

ยังมีกิมมิกเล็กๆ ที่น่าจะถูกใจนักเดินทางสายอีโค เช่น อุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้อง แปรงสีฟัน หวี มีดโกนหนวด เลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายง่าย รวมทั้งไม่มีบริการน้ำดื่มขวดพลาสติกในห้องพัก แต่จะให้เหยือกน้ำไปกดน้ำดื่มได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงที่หน้าลิฟต์ของทุกชั้น 

 

ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก

 

ก็เหมือนที่ ไบรอัน ตัน ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทยและ สปป.ลาว บอกในงาน Reopening ว่า “การกลับมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในประเทศไทย เราเตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษด้วยมาตรฐานการเข้าพักเหนือระดับเพื่อต้อนรับนักเดินทางกลุ่มมิลเลนเนียลส์”

  

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก ‘Ascott Star Rewards’ ฟรี! เพื่อรับสิทธิประโยชน์ ส่วนลดห้องพัก และประสบการณ์สุดพิเศษ เช่น คลาสโยคะยามเช้า เวิร์กช็อปวิธีการทำคอมบูชา และอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ

 

ระยะเวลาการจอง: 17 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2565
ระยะเวลาเข้าพัก: 1 ธันวาคม 2565 – 31 มกราคม 2566 

 

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2254 1900 อีเมล [email protected] หรือที่เว็บไซต์ด้านล่าง
https://www.discoverasr.com/en/lyf/thailand/lyf-sukhumvit-8-bangkok

The post ‘ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก’ ที่พักแบรนด์ lyf (ไลฟ์) แห่งแรกของเมืองไทยในเครือ Ascott หมุดหมายสำหรับนักเดินทางที่รักอิสระ และอยากพบปะเพื่อนใหม่อยู่เสมอ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Leica เปิดตัว Leitz Phone 2 สมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่มีแอปถ่ายภาพคล้ายกับซีรีส์ M ที่หลายคนชื่นชอบ https://thestandard.co/leica-leitz-phone-2/ Wed, 16 Nov 2022 02:31:48 +0000 https://thestandard.co/?p=709705

​Leica ผู้ผลิตกล้องและเลนส์สุดพรีเมียม เปิดตัวสมาร์ทโฟน […]

The post Leica เปิดตัว Leitz Phone 2 สมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่มีแอปถ่ายภาพคล้ายกับซีรีส์ M ที่หลายคนชื่นชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

​Leica ผู้ผลิตกล้องและเลนส์สุดพรีเมียม เปิดตัวสมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Leitz Phone 2 โดยมีจุดเด่นเป็นเลนส์ขนาดใหญ่มาพร้อมกับฝาครอบเลนส์แบบฉบับกล้อง Leica

 

เมื่อปีที่แล้ว (2021) Leica แบรนด์ผู้ผลิตกล้องและเลนส์สุดพรีเมียมสัญชาติเยอรมัน เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของบริษัทภายได้ชื่อ ‘Leica Leitz Phone 1’ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันกับ Sharp บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฟนของประเทศญี่ปุ่น โดยทาง Leica ได้นำเอาโทรศัพท์รุ่น Sharp Aquos R6 มาพัฒนาและต่อยอดออกมาเป็น Leica Leitz Phone 1 ซึ่งมีจุดเด่นด้านการถ่ายภาพ เลนส์ขนาดใหญ่ และฝาครอบเลนส์ ให้อารมณ์เหมือนกับคุณกำลังพกกล้อง Leica ติดตัวไปในทุกที่

 

ทว่าในปี 2022 พวกเขากลับมาอีกครั้งกับสินค้าตัวใหม่ ‘Leica Leitz Phone 2’ ที่นำเอา Sharp Aquos R7 มาต่อยอด แต่ยังคงเน้นไปที่ฟังก์ชันถ่ายภาพเช่นเคย เพียงแต่ถอดคำว่า Leica ออก และเปลี่ยนมาใช้คำว่า Leitz แทนในทุกๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลนส์ ฝาครอบเลนส์ หรือที่จุดแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

 

สำหรับ Leica Leitz Phone 2 ตัวเครื่องจะใช้วัสดุเป็น Gorilla Glass ทั้งหน้าและหลัง มาพร้อมระบบสแกนนิ้วใต้จอ, ในด้านมาตรฐานการกันนำ้กันฝุ่นจะอยู่ที่ IPX5-IPX8/IP6X, กล้องหลัง เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ถึง 1 นิ้ว โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 47.2MP (f/1.9) และกล้องหน้าความละเอียด 12.6MP (f/2.3) พร้อมระบบออโต้โฟกัส และแอปพลิเคชันกล้องที่มีการจำลองลักษณะของเลนส์ 3 ชนิดคล้ายกับเลนส์ซีรีส์ M ที่หลายคนชื่นชอบ ได้แก่ Summilux 28 mm ใช้ถ่ายแนวแอ็กชัน, Summilux 35 mm ใช้ถ่ายสตรีททั่วไป และ Noctilux 50 mm ใช้ถ่ายพอร์เทรต แถมยังมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยแต่งโทนสีของภาพ 3 โทนด้วยกัน นั่นคือ Monochrome ใช้ถ่ายขาว-ดำ, Cinema Classic ที่จำลองสีฟิล์มที่ใช้ถ่ายหนังในอดีต และ Cinema Contemporary ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกล้องถ่ายหนังในยุคปัจจุบัน

 

สำหรับใครที่กำลังสนใจในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ Leica Leitz Phone 2 มีจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ราคา 225,360 เยน (ประมาณ 57,000 บาท)

 

ภาพ: leica-camera.com

อ้างอิง:

The post Leica เปิดตัว Leitz Phone 2 สมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่มีแอปถ่ายภาพคล้ายกับซีรีส์ M ที่หลายคนชื่นชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 เหตุผลที่ควรเปลี่ยนมาใช้ iPhone 14 Pro จะดีไหม? มาหาคำตอบไปด้วยกัน https://thestandard.co/5-reasons-to-iphone-14-pro/ Wed, 16 Nov 2022 01:05:53 +0000 https://thestandard.co/?p=709644

สำหรับคนที่เป็นสาวก iPhone และใช้มาตั้งแต่เจเนอเรชันแรก […]

The post 5 เหตุผลที่ควรเปลี่ยนมาใช้ iPhone 14 Pro จะดีไหม? มาหาคำตอบไปด้วยกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำหรับคนที่เป็นสาวก iPhone และใช้มาตั้งแต่เจเนอเรชันแรกๆ จนถึงรุ่น 13 เมื่อมีเจเนอเรชันใหม่ออกมา ก็มักเกิดคำถามขึ้นเสมอว่าเราจะลงทุนกับรุ่นใหม่ดีไหม ถึงเวลาถอยใหม่แล้วหรือยัง ครั้งนี้เราเลยจะมาสรุปให้ฟังว่าในฐานะคนที่ใช้ iPhone 13 Pro มาก่อน เมื่อได้มาทดลองใช้จริงรุ่น 14 Pro เป็นเวลานานหลายเดือนนั้น เราจับความพิเศษอะไรของ iPhone รุ่นนี้ได้บ้าง ก่อนลิสต์ออกมาเป็นเหตุผล 5 ประการที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่ 

 

1. ชิป A16 Bionic แรงสุดแล้วตอนนี้

ในขณะที่ iPhone 14 ยังคงใช้ชิป A15 Bionic เหมือน iPhone 13 Pro แต่สำหรับ iPhone 14 Pro ได้รับการอัปเกรดให้เป็น A16 Bionic ที่ช่วยให้เครื่องทำงานได้แรงและเร็วยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าแรงที่สุดในบรรดา iPhone ด้วยกัน ซึ่งส่งผลให้ iPhone 14 Pro มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า iPhone 14 พูดง่ายๆ ว่าตกรุ่นช้ากว่า แม้จะออกมาปีเดียวกัน แต่จากการใช้งานจริงเราพบว่า ความเร็วและความแรงนั้นดีกว่าเดิมเล็กน้อย (เพราะลำพัง A15 Bionic ก็จัดว่าแรงมากๆ อยู่แล้ว) ไม่ได้ถึงขั้นสัมผัสได้ถึงความปรู๊ดปร๊าดชัดเจนขนาดนั้น   

 

2. Dynamic Island ที่ใช้งานได้จริง 

ฟีเจอร์นี้เป็นสิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้เป็นแค่ลูกเล่นใหม่ที่มาปรากฏตัวครั้งแรกใน iPhone 14 Pro แต่ Dynamic Island มีประโยชน์จริงๆ ในแง่การใช้งาน เริ่มจากการเป็นหน้าจอแสดงผล Notification บอก Incoming, AirPods connected call Face ID, Low battery และ Charging ฯลฯ รวมถึงการบอกสถานะการทำงานของแอปพลิเคชันต่างๆ ที่เปิดใช้งานอยู่ เช่น Ongoing call, Music/Now playing, Maps directions, Timer เป็นต้น รวมถึงยังใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง Apple watch หรือ AirPods ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้คนใช้เห็นถึงความต่างระหว่างรุ่น 13 Pro กับ 14 Pro

 

 

3. Always-On Display ถ้าไม่ชอบก็เกลียดเลย 

นี่ก็ฟังก์ชันใหม่ที่มีเฉพาะ iPhone 14 Pro ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้เราสามารถเห็นหน้าจอได้ตลอดเวลา เพื่อเช็กข้อมูลเริ่มต้นอย่างการแจ้งเตือน วัน และเวลา ได้โดยไม่ต้องแท็ปหน้าจอให้เปิดขึ้นเหมือนรุ่นก่อนๆ ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีเฉพาะเครื่อง Android เท่านั้น เมื่อ Apple ใส่เข้ามาบ้าง ก็ได้ออกแบบให้หน้าจอสามารถปรับหรี่แสงให้ไม่สว่างจนเกินไป ฟีเจอร์นี้ต้องบอกตามตรงว่าถ้าไม่รักก็เกลียดเลย เพราะหลายคนรำคาญกับการเห็นหน้าจอที่เปิดตลอดเวลา (แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดหรือปิด) และรู้สึกถึงความไม่เป็นส่วนตัว ที่คนอื่นๆ สามารถมองเห็นหน้าจอของเราได้ แต่ก็ต้องบอกว่าคนส่วนใหญ่ชื่นชอบฟีเจอร์นี้เพราะความสะดวกสบายนั่นเอง 

 

4. กล้องใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี 

นับป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ Apple ใช้กล้องที่มีความละเอียด 12MP ใน iPhone 6s แต่สำหรับตัว iPhone 14 Pro ได้มีการอัปเกรดความละเอียดของกล้องหลักให้กระโดดไปถึง 48MP และเป็นเซ็นเซอร์ Quad-Pixel ที่ช่วยให้เราถ่ายภาพในที่แสงน้อยๆ ได้ดียิ่งขึ้น 

 

หลังจากที่ลองใช้จริง พบว่าคุณภาพกล้อง iPhone 14 Pro นั้นดีกว่าตัว iPhone 13 Pro ทั้งการถ่ายในที่แสดงปกติและแสงน้อย กล้องหน้าเซลฟีก็ดีกว่าเช่นกัน น่าจะถูกใจคนที่ชอบถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่างภาพมืออาชีพที่สามารถใช้โหมด ProRAW ส่วน Action Mode ก็ช่วยให้การถ่ายวิดีโอด้วย iPhone นั้นนิ่งและสมูธยิ่งขึ้น เหมาะกับการใช้จับกิจกรรมที่มีความเคลื่อนไหวสูง เช่น กีฬา วิ่ง การเต้น ฯลฯ

 

 

เมื่อเทียบด้านข้างของ iPhone 13 Pro ฝั่งซ้าย และ iPhone 14 Pro ที่อยู่ทางขวาจะเห็นว่าตัวเลนส์ของกล้องมีขนาดใหญ่กว่าอย่างชัดเจน

 

ด้านซ้ายเป็น iPhone 13 Pro ด้านขวา iPhone 14 Pro จะเห็นว่าภาพและแสงของรุ่นใหม่สด สว่าง และคมชัดกว่า 

 

 

5. เพิ่มระบบความปลอดภัยด้วย Crash Detection   

อีกหนึ่งของใหม่ที่มีในตระกูล 14 ทุกรุ่น แต่เราคงไม่อยากใช้เท่าไรนัก นั่นคือระบบแจ้งเตือนเมื่อมีอุบัติเหตุทางรถยนต์เกิดขึ้นขณะที่เราอยู่บนรถ โดยที่ iPhone จะติดต่อไปยังเบอร์ฉุกเฉินที่เราตั้งเอาไว้โดยอัตโนมัติ ซึ่งตอนนี้ยังจับได้แต่อุบัติเหตุทางรถยนต์ ยังไม่สามารถตรวจจับอุบัติเหตุบนยานพาหนะอื่นๆ อย่าง มอเตอร์ไซค์ เรือ หรือจักรยาน แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ว่าฟีเจอร์นี้อาจได้รับการพัฒนา แต่ต้องบอกว่าฟีเจอร์นี้เราไม่ได้ทดสอบจริง เพียงแต่รู้ว่าถ้ามีไว้ก็อุ่นใจดี 

 

สรุปคุ้มค่าไหม?

หากพูดถึงความคุ้มค่าสำหรับคนที่ชอบการถ่ายภาพ และอยากได้กล้อง iPhone ที่ดีที่สุดในรุ่น Pro ต้องบอกว่า iPhone 14 Pro ตอบโจทย์ เพราะกล้องดีกว่าตัวเก่าแน่นอน แถมด้วยสิ่งใหม่เอี่ยมอย่าง Dynamic Island, Always-On Display และ Crash Detection ที่เหล่าสาวก iPhone ไม่เคยลองใช้มาก่อน ก็ย่อมยิ่งทำให้รุ่นนี้คุ้มค่าเข้าไปใหญ่ในแง่ประสบการณ์ใหม่ๆ ในการใช้งานสินค้า Apple 

 

แต่หากคุณเป็นคนที่ใช้งานทั่วไปไว้รับสาย โทรเข้า-ออก ถ่ายภาพ เล่นโซเชียล ไม่ได้มีความต้องการอะไรที่มากมายเป็นพิเศษ การเปลี่ยนจาก 13 Pro มาเป็น 14 Pro อาจไม่จำเป็นเท่าไรนัก แต่ถ้าใช้รุ่นที่ต่ำลงไปกว่านั้น การได้มาจับ iPhone 14 Pro ในราคาเริ่มต้นที่ 41,900 บาท จะเห็นถึงความต่างแน่นอน

The post 5 เหตุผลที่ควรเปลี่ยนมาใช้ iPhone 14 Pro จะดีไหม? มาหาคำตอบไปด้วยกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP Tip: วางแผนการจ่ายตลาดซื้ออาหารตุนในตู้เย็นอย่างพอดี ช่วยลด Food Waste ได้ https://thestandard.co/pop-tip-12112022/ Fri, 11 Nov 2022 23:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=708052

เคยไหมเวลาออกไปจับจ่ายซื้ออาหารตามซูเปอร์มาร์เก็ต มักจะ […]

The post POP Tip: วางแผนการจ่ายตลาดซื้ออาหารตุนในตู้เย็นอย่างพอดี ช่วยลด Food Waste ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เคยไหมเวลาออกไปจับจ่ายซื้ออาหารตามซูเปอร์มาร์เก็ต มักจะกลับบ้านมาพร้อมกับความพะรุงพะรังที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายเกินคาดเสมอ หนึ่งสิ่งที่ทุกคนทราบดีว่าต้องรณรงค์และช่วยกันอย่างแข็งขันเพื่อลดโลกร้อนคือ การพกตะกร้าหรือถุงผ้าไปเอง แต่เรื่องที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่าจะสร้างปัญหาขยะอาหาร หรือ Food Waste ให้กับโลกได้มากมายเหมือนกันคือ การที่เราไม่วางแผนการซื้ออาหารอย่างพอดี บางคนมีความตั้งใจจะซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารอย่างหนึ่ง แต่ได้อีกหลายสิ่งเพิ่มเข้ามา เพราะอยากกินไปหมดทุกอย่าง และคิดว่าซื้อมาตุนก่อนคงไม่เป็นไร แต่สุดท้ายเมื่อกินไม่ทัน วัตถุดิบก็เน่าเสีย และกลายเป็นขยะอาหารที่ทับถมกันทั่วโลก ซึ่งรู้หรือไม่ว่ามีปริมาณอาหาร 1 ใน 3 ของโลกที่ถูกทิ้งเป็นขยะ ดังนั้นเราจึงอยากชวนทุกคนมาปรับตัวกันใหม่ด้วยเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

 

 

Pop Tip: รู้หรือไม่ว่าการวางแผนการจ่ายตลาดซื้ออาหารตุนในตู้เย็นอย่างพอดี ช่วยลด Food Waste ได้ ควรคำนวณวัตถุดิบที่จะซื้อและเช็กวันหมดอายุให้ดีก่อนเสมอ และควรซื้อมาพอดีกับจำนวนคน และกินให้หมดตามเวลาจะได้ไม่เน่าเสีย 

 

ภาพ: Shutterstock 

The post POP Tip: วางแผนการจ่ายตลาดซื้ออาหารตุนในตู้เย็นอย่างพอดี ช่วยลด Food Waste ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Kia’ แบรนด์ที่เชื่อว่าทุกการเดินทางของผู้คน ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/kia-movement-that-inspires/ Fri, 11 Nov 2022 03:00:38 +0000 https://thestandard.co/?p=705357

เมื่อพูดถึงแบรนด์รถยนต์คุณภาพสูงจากประเทศเกาหลีใต้ที่ได […]

The post ‘Kia’ แบรนด์ที่เชื่อว่าทุกการเดินทางของผู้คน ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อพูดถึงแบรนด์รถยนต์คุณภาพสูงจากประเทศเกาหลีใต้ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนทั่วโลก แน่นอนว่าหลายคนน่าจะนึกถึง ‘Kia’ อย่างแน่นอน ด้วยความที่แบรนด์เกียอยู่ในอุตสาหกรรมของ ‘Movement’ หรือ ‘การเดินทาง’ มายาวนานกว่า 72 ปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่การผลิตรถจักรยาน ไปจนถึงการผลิตรถจักรยานยนต์และรถบรรทุก จนปัจจุบันนี้เกียได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำรายใหญ่ที่สุดในโลก และได้ผลิตรถยนต์ให้กับผู้คนกว่าหลายล้านคนทั่วโลก และเมื่อไม่นานมานี้ทางแบรนด์เพิ่งจะมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ซึ่งส่งผลมาถึงประเทศไทย และสำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่กันอยู่ก็น่าจะอยากรู้ THE STANDARD จึงขออาสาพาทุกคนไปเจาะลึกถึงเรื่องนี้กัน

 

Movement That Inspires: การเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์ Kia

ในช่วงต้นปี 2021 ทางแบรนด์เพิ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่น่าสนใจเกิดขึ้น โดยเกียได้มีการเปิดตัวโลโก้พร้อมทั้งเป้าหมายใหม่ของแบรนด์เกียทั่วโลก ด้วยคอนเซปต์และเป้าหมายใหม่ที่ชัดเจน เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ของแบรนด์เกีย คือ ‘Movement That Inspires’ หรือ ‘การเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจ’ สะท้อนถึงปรัชญาของเกียที่เชื่อว่า ‘การเดินทางสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้’ เพราะการเดินทางประกอบไปด้วย ‘จุดเริ่มต้น’ ‘ระหว่างทาง’ และ ‘ปลายทาง’ ช่วยให้ผู้คนได้ค้นพบกับสถานที่ใหม่ๆ พบเจอผู้คนใหม่ๆ รวมถึงพบกับประสบการณ์ชีวิตอันมีค่าใหม่ๆ เสมอ

 

ทั้งนี้ Ho Sung Song, President & CEO ของเกีย ได้กล่าวถึงการรีแบรนดิ้งและเปิดตัวแบรนด์เกียใหม่ในครั้งนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจว่าเป็น Total Transformation ที่จะครอบคลุมถึงทั้งภารกิจขององค์กร กลยุทธ์ทางธุรกิจ แนวทางการดีไซน์ใหม่ ฯลฯ

 

“ไม่เฉพาะเครื่องกลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้คน เกียจะมุ่งให้ความสำคัญกับลูกค้าของเราเป็นศูนย์กลาง เรามุ่งนำเสนอประสบการณ์ต่างๆ ที่มีคุณค่า รวมถึงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับลูกค้าผู้บริโภคของเราตลอดเส้นทางการเลือกซื้อและเป็นเจ้าของรถยนต์เกีย”

 

 

กล่าวคือ เกียจะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ โดยคำนึงถึงประสบการณ์การเดินทาง ทั้งในแง่ของ ‘Space’ ที่ออกแบบดีไซน์ภายในและภายนอกมาเป็นอย่างดี และในแง่ของ ‘Time’ เนื่องจากเกียเชื่อมั่นว่าเวลาคือทรัพยากรที่มีคุณค่าของมนุษย์ทุกคน จึงออกแบบรถให้มีทั้งความแปลกใหม่ สะดวกสบาย เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอบสนองทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกียเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างสรรค์แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับผู้คนตลอดทุกการเดินทาง พร้อมทั้งยังไม่ลืมที่จะคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นประเด็นที่กลุ่มลูกค้ายุคใหม่ให้ความสำคัญ

 

เปิดตัวโลโก้และเป้าหมายใหม่ของแบรนด์เกียในประเทศไทย

 

ผู้บริโภคชาวไทยควรรู้อะไรบ้าง

 

โลโก้ใหม่ของ Kia

 

จากความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเกีย คอร์เปอร์เรชั่น ย่อมนำมาสู่ทิศทางของผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์เกียในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นั่นคือ ‘บริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ จำกัด’ ซึ่งได้มีการเปิดตัวโลโก้และเป้าหมายใหม่ของแบรนด์เกียในประเทศไทยตามมาด้วยเช่นกัน

 

ถ้าจะให้พูดกันจริงๆ แล้วเกียในประเทศไทยก่อนหน้านี้อาจจะไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก เนื่องด้วยข้อจำกัดทางด้านโครงสร้างภาษีในการนำเข้า จนกระทั่งการเริ่มบุกตลาดด้วย ‘Kia Grand Carnival Generation 3’ เมื่อปี 2018 ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่น เป็นรถครอบครัวที่มีความสมาร์ท ซึ่งหลายๆ คนอาจจะจดจำได้ว่ามีคู่เซเลบริตี้ชื่อดังอย่าง หมอโอ๊ค สมิทธิ์-โอปอล์ ปาณิสรา พร้อมสองฝาแฝด อลิน-อลัน เป็นพรีเซนเตอร์ต้นแบบครอบครัวยุคใหม่ จึงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างเห็นได้ชัด แล้วเมื่อเปิดตัว Generation 4 ในปลายปี 2020 ก็ยิ่งได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นไปอีก ด้วยรูปโฉมใหม่ที่โฉบเฉี่ยวมากขึ้น พร้อมยังใส่เทคโนโลยีการขับขี่มาอย่างจัดเต็ม เพื่อให้ตลอดการเดินทางของลูกค้าสะดวกสบายและ Inspiring และปัจจุบันก็ได้กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ระดับ Top of Mind ที่ครอบครัวยุคใหม่ล้วนนึกถึง

 

จนมาถึงการปรับแบรนด์ใหม่ในครั้งนี้ของเกีย ประเทศไทย ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งแรกที่มีการปรับอย่างเห็นได้ชัดมากที่สุดคือการเผยโฉมโลโก้ที่อยู่บนรถยนต์รุ่นเรือธงอย่าง The Kia Carnival ซึ่งล่าสุดออกมาใน Generation 4 และต้องยอมรับว่ารูปลักษณ์ของตัวรถที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัยนั้นสอดรับกับโลโก้ใหม่ได้ดีจริงๆ แต่แน่นอนว่าการปรับครั้งนี้ย่อมไม่ใช่แค่การปรับเพียงโลโก้อย่างเดียว ทว่ายังยกเครื่องปรับไปถึงภาพลักษณ์ของโชว์รูมกันใหม่ทั้งหมด ทั้งยังมีแผนขยายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งภายในปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของแบรนด์เกีย รวมถึงมีการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยให้ชีวิตลูกค้าสะดวกสบายมากขึ้น เช่น ระบบ ‘Kia Connect’ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถจองคิวการเข้ารับบริการผ่านทาง Kia Thailand LINE Official Account ได้อีกด้วย

 

New Show Room

สะท้อนภาพลักษณ์และเป้าหมายใหม่ของ Kia

 

นอกจากนี้ด้านการดีไซน์ต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ และการมุ่งหน้าสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเกียสำนักงานใหญ่มีแผนที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด 11 รุ่น ภายในปี 2026 ทั้งนี้หลังการรีแบรนดิ้ง เกียได้มีการปล่อยรถยนต์ All New Kia EV6 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรกที่ได้รับการเปิดตัวภายใต้แนวทางใหม่ของแบรนด์ออกมา โดยได้รับรางวัล 2022 Car of the Year จากเวที European Car of the Year (COTY) ซึ่งใครที่สนใจก็ต้องรอลุ้นกันว่าเราจะได้พบกับคันจริงที่อาจจะได้นำเข้ามาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสหรือไม่ รวมไปถึงรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงการศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดที่จะนำเข้ามาในประเทศไทยต่อไปในอนาคตด้วย

 

บรรยากาศสะดวกสบายของ New Show Room

 มอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า

 

The Kia Carnival รถยนต์รุ่นเรือธงของเกียในประเทศไทย

เมื่อมาถึง Generation 4 ล่าสุด มีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าหลังจากที่ Kia Carnival Generation 3 บุกตลาดไทยอย่างจริงจังด้วยความที่รถมีรูปลักษณ์โดดเด่น เป็นรถครอบครัวที่สมาร์ท รวมถึงคุณภาพของยนตรกรรมที่ทำให้ผู้บริโภคพึงพอใจ เกิดการการันตีแนะนำกันปากต่อปาก จึงทำให้แบรนด์เกียมีภาพลักษณ์ที่แข็งแรงและได้รับความไว้วางใจจากผู้ขับขี่ชาวไทยมากขึ้น ทั้งนี้ข้อพิสูจน์คือ Kia Carnival Generation 3 นั้นมียอดขายที่เติบโตขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด โดยที่น่าทึ่งคือเพิ่มขึ้นถึงเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว และล่าสุดทางเกียประเทศไทยก็ได้มีการนำ The Kia Carnival Generation 4 เข้ามา ส่วนจะมีอะไรที่เจ๋งและน่าสนใจเป็นไฮไลต์สำหรับรุ่นนี้บ้าง เราสรุปเน้นๆ มาให้ฟังกันแล้ว ดังนี้

 

The Kia Carnival Generation 4

รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ออกแบบมาอย่างลงตัว

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่

 

  • รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสวยสะดุดตา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่  The Kia Carnival Generation 4 ได้ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดการออกแบบ ‘แกรนด์ แอนด์ บอลรูม’ สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยว สวยงาม สะดุดสายตา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ภายในที่โอ่โถง กว้างขวาง ให้ภาพลักษณ์ของความเป็นรถครอบครัวที่เจ้าของรถสามารถขับเองได้อย่างไม่เคอะเขินด้วยรูปทรงที่ไม่เทอะทะคล้ายรถเก๋ง แต่ก็อเนกประสงค์ที่จะเดินทางไปพร้อมกันทั้งครอบครัวได้ ซึ่งนี่เองที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของ Kia Carnival ในทุกๆ Generation ที่ผ่านมา

 

สมาร์ทคาร์เทคโนโลยีล้ำสมัย

ความจุกว้างขวางนั่งสบายสุดๆ จุได้มากสุดถึง 11 คน

 

  • ขับสนุกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์สมาร์ท สตรีม ดีเซล 2.2 เทอร์โบ 202 แรงม้า เรียกได้ว่าแรงกำลังดี จึงไม่มีทางอืดแน่นอน ถูกใจคุณพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลาย แถมคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักษ์โลกก็ต้องถูกใจ เพราะเครื่องยนต์มาตรฐาน EURO 5 ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อม
  • ความจุกว้างขวางนั่งสบายสุดๆ สำหรับพื้นที่ภายในนั้น The Kia Carnival Generation 4 นี้ถือว่ากว้างขวางมาก สามารถนั่งได้สูงสุดถึง 11 คน ซึ่งบางคนมองว่า 11 คนอาจจะมากไป แต่เบาะแถวสุดท้ายสามารถพับเก็บได้ราบเรียบเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่เก็บสัมภาระ นั่งเพียง 7-8 คนแบบสบายๆ ได้ เรียกว่าตอบโจทย์ได้จุใจมาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทั้งครอบครัวขนาดเล็กหรือใหญ่ แถมยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ในระหว่างเดินทางได้แบบไม่อึดอัด
  • สมาร์ทคาร์เทคโนโลยีล้ำสมัย The Kia Carnival รุ่นนี้ยังเป็นรถครอบครัวที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกต่างๆ เพียบ ไม่ว่าจะเป็น Smart Power Sliding Door (ประตูสไลด์ไฟฟ้า) และ Smart Tailgate (ประตูท้ายไฟฟ้า) ระบบความบันเทิงต่างๆ เช่น การเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Andriod Auto เครื่องเสียงจาก BOSE รอบคัน รวมไปถึงระบบ Rear-Seat Entertainment ที่มีการจับมือกับ Pinkfong ผู้เชี่ยวชาญด้านความบันเทิงเพื่อการศึกษาของเกาหลีใต้ ผลิตเพลงดังติดหูครอบครัวอย่าง Baby Shark ที่มีกระทั่งเวอร์ชันภาษาไทยด้วย มั่นใจได้ว่าพ่อแม่หลายๆ คนน่าจะต้องเคยฟังเพลงติดหูนี้พร้อมกับลูกๆ แถมเรียกได้ว่าแทบจะเปิดวนซ้ำไปซ้ำมาทั้งวัน และที่สำคัญที่สุดคือระบบความปลอดภัย ซึ่ง The Kia Carnival Generation 4 นับเป็นรถยนต์รุ่นแรกของเกียในประเทศไทยที่มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ DRIVE WiSE ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันความปลอดภัย Active Safety แบบครบครัน

 

 

ผู้บริโภคชาวไทยที่สนใจสามารถเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์กันได้ที่โชว์รูมเกียโฉมใหม่ รวมถึงสัมผัสยนตรกรรม The Kia Carnival Generation 4 ได้ที่โชว์รูมเกียทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางที่เว็บไซต์ www.kia.com เบอร์โทรศัพท์ 0 2915 1991 และสามารถติดตามข่าวสารของ Kia Thailand เพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Kia Thailand หรือที่ LINE Official Account: @kia.thailand แล้วจะเข้าใจได้ดีขึ้นว่า ‘Movement That Inspires: การเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจ’ นั้นแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

The post ‘Kia’ แบรนด์ที่เชื่อว่าทุกการเดินทางของผู้คน ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวต่อไปของ Riot Games ในประเทศไทย คือการสื่อสารแบบ Hyper-Localization มุ่งผสานความเป็นไทยเข้ากับเกม https://thestandard.co/next-step-riot-games-thailand/ Wed, 09 Nov 2022 08:54:10 +0000 https://thestandard.co/?p=706500

ใครที่ติดตามเกม League of Legends หรือ Valorant คงรู้สึ […]

The post ก้าวต่อไปของ Riot Games ในประเทศไทย คือการสื่อสารแบบ Hyper-Localization มุ่งผสานความเป็นไทยเข้ากับเกม appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครที่ติดตามเกม League of Legends หรือ Valorant คงรู้สึกได้ว่าระยะหลัง Riot Games มีอะไรปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และหันมาสนใจตลาดบ้านเรามากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการบอกลา Garena Thailand (ด้วยดี) แล้วดึง League of Legends และ Teamfight Tactics ในประเทศไทยเข้ามาบริการเอง เรียกเสียงเฮจากแฟนเกมบ้านเราได้มากพอสมควร ไม่ใช่ว่าเราไม่ผูกพันกับ Garena Thailand แต่การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงสองเกมนี้กำลังมีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้ตื่นตามากกว่าเดิม 

 

ย้อนกลับไปในช่วงงาน Thailand Game Show 2022 ที่ผ่านมา THE STANDARD พบเจอ ‘อิศรา พวงชมภู’ ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมมูนิตี้และช่องทางโซเชียลในประเทศไทยจาก Riot Games APAC และมีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับแผนการตลาดและทิศทางที่ Riot Games กำลังมุ่งหน้าไป โดยอิศราเผยว่า ต่อไปหัวใจหลักของการสื่อสารและพัฒนาเกมจะเน้นไปที่ ‘Hyper-Localization’ หรือการเจาะลึกความต้องการของผู้บริโภคท้องถิ่น เข้าไปมีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าร่วมกัน

 

“Riot Games พยายามผสมผสานวัฒนธรรมเข้ามาในเกมสักระยะแล้ว เรามีแผนพัฒนาเชิงภูมิภาคมากขึ้น สำหรับประเทศไทยเราพยายามใส่ความเป็นไทยให้มากขึ้นกว่าเดิม อย่างในงาน Thailand Game Show 2022 เราร่วมงานกับคุณนฤปิติ หาเรือนทรง ศิลปินไทยสายภาพประกอบ ร่วมกันนำเสนองานศิลป์ที่จะนำความเป็นไทยผสมผสานเข้าไปกับตัวละครของ Riot Games ซึ่งทางเราก็ประทับใจมากๆ นอกจากนี้ยังร่วมงานกับคุณ ‘เก่ง ธชย’ ปรับแต่งเพลงของ Riot ที่เคยปล่อยออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Phoenix, Legends never die, Die For You จากทุกจักรวาลให้มีดนตรีไทยแทรกอยู่ในท่วงทำนอง

 

 

“ประเทศไทยเรามีฐานแฟนเกมเยอะมาก และการเติบโตของเกมก็เป็นสิ่งน่าสนใจ ภายในปีหน้า Riot Games วางแผนขยายทีมและการทำงานให้เข้าถึงท้องถิ่นมากที่สุด ทั้งในไทย ฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย เรากำลังมี County Manager ประจำประเทศไทย เราจะพยายามทำให้คอนเทนต์มีความเป็นไทยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นใน 5 ปีข้างหน้า บอกเลยว่ามีอะไรน่าตื่นเต้นให้กับคนไทยมากขึ้นอีกเยอะอย่างแน่นอน”

 

นอกจากการทำตลาดแบบ Hyper-Localization อิศราเผยว่าทาง Riot Games ยังพยายามสนับสนุนและยกระดับคุณภาพลีกกีฬาอีสปอร์ตเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่ให้ทั้งค่ายเกม ผู้เล่น และนักกีฬา สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ทั้งวงการ และเมื่อถามถึงโอกาสของประเทศไทยในการเจ้าภาพจัดการแข่งขันอีสปอร์ตระดับใหญ่ของ Riot ในอนาคต อิศราบอกว่าไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ เพียงแต่ถามกลับว่า ‘ทำไมจะเป็นไปไม่ได้’ ในเมื่อประเทศไทยมีความพร้อม

 

“ผมคิดว่าประเทศไทยมีความพร้อมในด้านนี้มากนะ เรามีการแข่งขันอีสปอร์ตบ่อยครั้ง เรามีระบบหลังบ้านที่พร้อมระดับสากล ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่หมายถึงระบบโดยรวมเลยทีเดียว ฉะนั้นผมมองว่ามีโอกาสที่ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับนานาชาติในอนาคต”

 

และนี่เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ จาก Riot Games เราเชื่อว่าหลังการเข้ามาของ Country Manager ประจำประเทศไทย แฟนเกมจะได้พบการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ เพราะคุณก็รู้ว่า Riot ไม่เคยทำอะไรเล็กๆ พวกเขาจริงจัง และสร้างเซอร์ไพร์สให้เราตลอด (โดยเฉพาะสิ่งอื่นๆ ที่นอกเหนือจากเกม)

 

ภาพ: Shutterstock, พลอยจันทร์ สุขคง

The post ก้าวต่อไปของ Riot Games ในประเทศไทย คือการสื่อสารแบบ Hyper-Localization มุ่งผสานความเป็นไทยเข้ากับเกม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเป็นเกมแห่งปี! DRX เอาชนะ T1 ไป 3-2 คว้าแชมป์ Worlds 2022 พร้อมเงินรางวัลกลับบ้าน 18.2 ล้านบาท https://thestandard.co/lol-worlds-2022-finals/ Sun, 06 Nov 2022 07:52:26 +0000 https://thestandard.co/?p=704946

สมเป็นเกมแห่งปีจริงๆ สำหรับการแข่งขัน Worlds 2022 หรือช […]

The post สมเป็นเกมแห่งปี! DRX เอาชนะ T1 ไป 3-2 คว้าแชมป์ Worlds 2022 พร้อมเงินรางวัลกลับบ้าน 18.2 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

สมเป็นเกมแห่งปีจริงๆ สำหรับการแข่งขัน Worlds 2022 หรือชื่อเต็มว่า League of Legends World Championship 2022 การแข่งขันลีกสุดยอดของเกม LoL เพื่อเฟ้นหาทีมที่ดีที่สุดของปี ซึ่งปีนี้นอกจากจะมีพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่สมกับตำแหน่งประธานเกมของ Lil Nas X แล้ว แมตช์การแข่งขันชิงคู่แชมป์สู่คู่ท้ายระหว่างทีม DRX พบกับ T1 ก็ดุเดือดสมศักดิ์ศรี โดย DRX ทีม Underdog ที่ไม่มีคนคิดว่าจะคว้าแชมป์ กลับเอาชนะทีมระดับตำนานอย่าง T1 ได้สำเร็จ ด้วยสกอร์ 3-2 เกม

 

การแข่งขันนี้จัดขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย ณ Chase Center ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา โดยทีม DRX ซึ่งประกอบด้วย Kingen, Pyosik, Juhan, Zeka, Taeyoon, Deft และ BeryL พบกับ T1 ที่มีสมาชิกทีม ได้แก่ Zeus, Oner, Faker, Gumayusi, Keria และ Asper การตัดสินผลเป็นระบบแบบ BO5 ทีมใดสามารถเอาชนะได้ 3 ใน 5 เกมก่อนจะเป็นผู้ชนะ

 

แน่นอนว่าช่วงแรก T1 สามารถครองกระแสเกมและเอาชนะได้อย่างรวดเร็ว ทำสกอร์นำไปก่อน 1-0 เกม แต่ DRX ก็สามารถทวงคืนคะแนนกลับมาได้ทันควันในเกมที่ 2 พวกเขาผลัดกันชนะ จนเข้าสู่นัดตัดสินในเกมที่ 5 ซึ่งผลปรากฏว่า DRX สู้สุดใจ สามารถเอาชนะ T1 ได้สำเร็จด้วยสกอร์ 3-2 เกม คว้าแชมป์อันดับ 1 พร้อมเงินรางวัล 4.8 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 18.2 ล้านบาท สำหรับ T1 ที่คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศ รับเงินรางวัล 3.3 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12.4 ล้านบาท

 

DRX เข้าสู่ Worlds 2022 ในฐานะทีม Play-In นักวิเคราะห์ต่างไม่เชื่อว่า DRX จะคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ทว่าพวกเขากลับเอาชนะทีมระดับแชมป์อย่าง EDward Gaming และ Gen.G และท้ายที่สุดก็สามารถเอาชนะ T1 และคว้าแชมป์ได้สำเร็จ 

 

ยินดีกับ DRX ด้วยอีกครั้ง

 

สามารถดูย้อนหลังได้ที่ www.youtube.com/c/lolesports

The post สมเป็นเกมแห่งปี! DRX เอาชนะ T1 ไป 3-2 คว้าแชมป์ Worlds 2022 พร้อมเงินรางวัลกลับบ้าน 18.2 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปัญหาจากการเมาแล้วขับอาจจะลดลง เมื่อ AI สามารถรู้ได้ว่าคุณเมาหรือไม่ https://thestandard.co/ai-drunk-driver/ Wed, 02 Nov 2022 13:42:37 +0000 https://thestandard.co/?p=703584 AI

เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคนที่กำลังจะขับรถให้เรานั้นเมาหร […]

The post ปัญหาจากการเมาแล้วขับอาจจะลดลง เมื่อ AI สามารถรู้ได้ว่าคุณเมาหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
AI

เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคนที่กำลังจะขับรถให้เรานั้นเมาหรือไม่ ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อมีระบบ AI สามารถช่วยคุณตรวจสอบได้ โดยมีความแม่นยำถึง 93%

 

อย่างที่เราทราบกันดีว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากจะทำให้เราขาดสติ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอาการ ‘เมา’ ซึ่งอาการเหล่านี้นำพาให้เกิดปัญหาอีกหลายอย่าง แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือปัญหาการ ‘เมาแล้วขับ’ จากสถิติเราพบว่า การเมาแล้วขับเป็นปัญหาที่หลายประเทศต้องเจอ สำหรับประเทศไทยมีรายงานว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2565 มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เมาแล้วขับถึง 2,334 คดี (ยอดจาก 3 วันใน 7 วันอันตราย) นั่นยังไม่รวมถึงเทศกาลอื่นๆ รวมถึงคดีเล็กคดีน้อยระหว่างวันอีกด้วย

 

อ้างอิงจาก International Journal of Intelligent Information and Database Systems ระบุว่า Kha Tu Huynh และ Huynh Phuong Thanh Nguyen 2 นักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม นครโฮจิมินห์ ได้พัฒนาระบบตรวจจับอาการเมาจากใบหน้าคน โดยใช้ AI ประเมินลักษณะของใบหน้าร่วมกับการตรวจจับอินฟราเรด เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์จะเริ่มจากการสังเกตใบหน้า ตรวจจับตำแหน่งดวงตาและศีรษะเพื่อประเมิน ก่อนเพิ่มความแม่นยำด้วยการตรวจจับรังสีความร้อน หรืออินฟราเรดควบคู่ไปด้วย ทีมนักพัฒนาระบุว่า การตรวจด้วยอินฟราเรดทำให้ระบบ AI นี้มีความแม่นยำมากถึง 93%

 

อย่างไรก็ดี ทีมพัฒนาระบุว่าการวัดผลยังถือว่ามีความคลาดเคลื่อนมากอยู่ และพวกเขาคาดว่าการฝึก AI ด้วยชุดข้อมูลที่มากขึ้นหรือกลุ่มภาพความร้อนที่หลากหลายมากขึ้น จะช่วยให้ AI มีความแม่นยำมากขึ้นในอนาคต 

 

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง:

The post ปัญหาจากการเมาแล้วขับอาจจะลดลง เมื่อ AI สามารถรู้ได้ว่าคุณเมาหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลงานวิจัยพบ แบคทีเรียที่อาจทำให้เกิด ‘โรคอัลไซเมอร์’ จากการ ‘แคะจมูก’ ในหนู https://thestandard.co/alzheimer-mice-bacteria/ Wed, 02 Nov 2022 09:44:15 +0000 https://thestandard.co/?p=703442 แคะจมูก

บางทีกิจวัตรประจําวันอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอย่างไ […]

The post ผลงานวิจัยพบ แบคทีเรียที่อาจทำให้เกิด ‘โรคอัลไซเมอร์’ จากการ ‘แคะจมูก’ ในหนู appeared first on THE STANDARD.

]]>
แคะจมูก

บางทีกิจวัตรประจําวันอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอย่างไม่ทันคาดคิด เรื่องบางเรื่องที่เราทำเป็นประจำ หากทำมันซ้ำๆ ย้ำๆ เป็นเวลานานก็อาจมีผลตามมาได้เช่นกัน

 

และล่าสุดมีงานวิจัยใหม่ออกมา สำหรับคนที่ชอบ ‘แคะจมูก’ อาจต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมันอาจส่งผลต่อสมอง ทำให้เกิด ‘โรคอัลไซเมอร์’ ได้

 

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Griffith ของออสเตรเลีย ได้พบแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ‘Chlamydia pneumoniae’ มันสามารถเดินทางผ่านเส้นประสาทรับกลิ่นของโพรงจมูก โดยใช้เป็นเส้นทางโจมตีระบบประสาทส่วนกลางไปจนถึงสมองส่วนกลาง และเซลล์ในสมองตอบสนองต่อการโจมตี โดยฝากโปรตีนเบตาอะไมลอยด์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของโรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

ศาสตราจารย์ James St. John ผู้ร่วมวิจัย และหัวหน้ากลุ่ม Clem Jones Centre for Neurobiology and Stem Cell Research ได้ทำการศึกษาในหนู และกล่าวว่า เส้นประสาทรับกลิ่นทำหน้าที่เป็นช่องทางด่วนสำหรับแบคทีเรียในการเดินทางไปถึงสมองได้ และการวิจัยขั้นต่อไปพวกเขาจะศึกษาเส้นทางเดียวกันในมนุษย์

 

สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ แบคทีเรียดังกล่าวไม่เพียงแต่มีแค่ในหนูเท่านั้น แต่ในมนุษย์เองก็มี เพียงแค่พวกเขายังไม่ได้ศึกษาเส้นทางการเดินทางที่พวกมันจะไปถึงสมอง ซึ่ง St. John และทีมของเขาได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า การสูญเสียกลิ่นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ 

 

เบื้องต้นพวกเขาอาจเริ่มศึกษาจากกลุ่มคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่เริ่มรับกลิ่นได้ไม่เหมือนเดิม รวมถึงยังพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ นอกจากอายุ อย่างสภาพแวดล้อม การสัมผัส รวมไปถึงแบคทีเรีย Chlamydia pneumoniae

 

อ้างอิง:

The post ผลงานวิจัยพบ แบคทีเรียที่อาจทำให้เกิด ‘โรคอัลไซเมอร์’ จากการ ‘แคะจมูก’ ในหนู appeared first on THE STANDARD.

]]>
PUBG Mobile จับมือกับ Messi เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามบอล ต้อนรับ World Cup 2022 https://thestandard.co/pubg-mobile-messi/ Tue, 01 Nov 2022 06:48:36 +0000 https://thestandard.co/?p=702835

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณสามารถใช้สกิลความพลิ้วแบบ Messi หลบ […]

The post PUBG Mobile จับมือกับ Messi เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามบอล ต้อนรับ World Cup 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณสามารถใช้สกิลความพลิ้วแบบ Messi หลบกระสุนได้ในเกม PUBG Mobile 

 

ใครๆ ก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ไม่เว้นแม้แต่ PUBG Mobile เกมมือถือแนว Battle Royale ชื่อดังที่ขอเป็นส่วนหนึ่งของงานด้วยการจับมือกับนักฟุตบอลระดับโลกอย่าง Lionel Messi (ลิโอเนล เมสซี) เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 7 สมัย ในแพตช์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 

 

PUBG Mobile เวอร์ชัน 2.3 จะมาในธีม Football Carnival โดยตัวเกมจะเพิ่มไอเท็มลิมิเต็ดที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Messi เช่น ‘รองเท้าทองคำ’ ที่เมื่อสวมใส่จะช่วยให้คุณเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ยังเพิ่มแผนที่ใหม่เป็น ‘สนามฟุตบอล’ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับความเป็นฟุตบอลโลกได้แบบสุดๆ 

 

ทางด้าน Messi ได้กล่าวถึงการร่วมงานในครั้งนี้ว่า “วิดีโอเกมเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ กับชีวิตผมมาโดยตลอด ผมเล่นเกมเพื่อเป็นการพักผ่อน ผ่อนคลายในเวลาที่ผมไม่ได้ลงสนาม อีกทั้งมันยังช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเพื่อนร่วมทีมหรือครอบครัวอีกด้วย” และเขายังบอกอีกว่ารู้สึกภูมิใจมากที่ได้ร่วมงานกันในครั้งนี้ หวังว่าทุกคนจะได้สนุกไปด้วยกัน

 

ทุกคนสามารถสนุกกับเวอร์ชัน 2.3 ได้ในเดือนพฤศจิกายน 2022 บอกได้เลยว่าแฟนคลับ PUBG และ Messi ไม่ควรพลาด

 

ภาพ: PUBG Mobile

อ้างอิง:

The post PUBG Mobile จับมือกับ Messi เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามบอล ต้อนรับ World Cup 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Congratulations! Tundra Esports เอาชนะ Team Secret 3-0 คว้าแชมป์ TI11 ไปครอง https://thestandard.co/tundra-esports-vs-team-secret/ Mon, 31 Oct 2022 00:53:03 +0000 https://thestandard.co/?p=702050 Tundra Esports

แข่งกันอย่างดุเดือนตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กับงานทัวร์น […]

The post Congratulations! Tundra Esports เอาชนะ Team Secret 3-0 คว้าแชมป์ TI11 ไปครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tundra Esports

แข่งกันอย่างดุเดือนตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กับงานทัวร์นาเมนต์ใหญ่แห่งปี Dota2 The International 11 หรือ TI11 ที่คราวนี้ทาง Valve ปักหมุดมาจัดแข่งยังประเทศสิงคโปร์ ในที่สุดเราก็ได้สุดยอดทีม Dota2 ประจำปี 2022 แล้ว โดย ‘Tundra Esports’ สามารถเอาชนะ Team Secret อย่างสมศักดิ์ศรีด้วยสกอร์ 3-0 เกม ในระบบ BO 5 คว้าแชมป์อันดับ 1 ไปครอง 

 

Tundra Esports และ Team Secret เคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่งในรอบชิงแชมป์สายบน โดย Tundra Esports ทีมจากลอนดอน ตัวแทนยุโรปตะวันตกเอาชนะ Team Secret เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ Grand Final ด้วยสกอร์ 2-1 เขี่ย Team Secret ลงสู่สายล่าง ก่อนมาพบกันอีกครั้งในรอบ Grand Final วันนี้ ศึกสุดท้ายที่ตัดสินว่าทีมใดจะเป็นทีมที่ดีที่สุดของ Dota2 ประจำปี 2022

 

สำหรับการแข่งวานนี้ จัดขึ้น ณ Singapore Indoor Stadium โดย Tundra Esports เอาชนะ Team Secret แบบขาดลอย กับการดราฟต์ที่หลายคนบอกว่า Next Level แม้เกมสุดท้าย Team Secret จะพยายามขัดขืนด้วยการแบกของ Nisha แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้แก่ Tundra Esports ด้วยสกอร์ 3-0

 

ขอแสดงความยินดีกับ Tundra Esports อีกครั้งด้วย

 

ภาพ: Dota 2

The post Congratulations! Tundra Esports เอาชนะ Team Secret 3-0 คว้าแชมป์ TI11 ไปครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 เกมผี เล่นสนุก สยองสุดขีด เพิ่มบรรยากาศหลอนๆ ในวันฮาโลวีน https://thestandard.co/halloween-ghost-games/ Sat, 29 Oct 2022 11:53:37 +0000 https://thestandard.co/?p=701822 7 เกมผี

ฮาโลวีนเป็นหนึ่งเทศกาลที่เราชอบมาก เพราะหากไม่นับว่าเป็ […]

The post 7 เกมผี เล่นสนุก สยองสุดขีด เพิ่มบรรยากาศหลอนๆ ในวันฮาโลวีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 เกมผี

ฮาโลวีนเป็นหนึ่งเทศกาลที่เราชอบมาก เพราะหากไม่นับว่าเป็นเทศกาลที่เกี่ยวพันกับคริสตศาสนา เทศกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สนุกและสร้างสีสันไม่น้อยให้แก่ผู้คนทั่วโลก ทั้งการละเล่น คอสเพลย์ ขบวนพาเหรด การตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่ในบรรยากาศผีๆ ที่มีเพียงหนึ่งครั้งในแต่ละปี แน่นอนว่าในคืนปล่อยผี นอกจากความสนุก ความสยองและความหลอนจากเรื่องผีและสิ่งลี้ลับย่อมมาคู่กัน 

 

สำหรับใครที่อยากร่วมสัมผัสความสนุกปนสยองของเทศกาลวันฮาโลวีน แต่ไม่อยากแต่งผีออกไปฉลองนอกบ้าน เราแนะนำให้เลือกเกมในลิสต์ด้านล่างนี้ดู มีทั้งเล่นคนเดียวสั่นประสาทไปจนถึงสยองยกแก๊งค์กับผองเพื่อน

 

7 เกมผี

 

Phasmophobia

เกมผีแนวสืบสวนที่ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นแก๊งล่าท้าผี ตามหาพลังงานลี้ลับที่อยู่ในสถานที่รกร้างผ่านอุปกรณ์และคำใบ้ต่างๆ เพื่อระบุตัวตนของวิญญาณเหล่านั้นให้ได้

 

7 เกมผี

 

Dead by Daylight

เกมแนวสยองขวัญเขย่าประสาทแบบเอาตัวรอดที่ผู้เล่น (4 คน) ต้องหนีฆาตกรโรคจิต (1 คน) ให้สำเร็จ ท่ามกลางบรรยกาศความเงียบและน่ากลัวของป่า โดยมีภารกิจเดียวคือซ่อมเครื่องปั่นไฟ เพื่อสร้างประตูหลบหนี แต่แน่นอนว่าระหว่างนั้นต้องห้ามโดนฆ่า

 

7 เกมผี

 

Scorn

เกมสยองขวัญอินดี้ที่ความหลอนแปรเปลี่ยนตามตัวละคร เรื่องราวการหายตัวไปอย่างลึกลับของนักเขียนชื่อดัง ที่ทำให้ตัวละครหลักอย่าง Daniel Noyer ต้องออกตามหาเบาะแส และเมื่อเขาถลำลึกก็ยิ่งพบเจอกับความจริงอันน่าสยองแบบถอนตัวไม่ทัน

 

7 เกมผี

 

Limbo

เกมสยองขวัญแบบ 2 มิติ ที่ดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไร แต่ทั้งเรื่อง ฉาก ซาวด์ ค่อยๆ เพิ่มความหลอนและสร้างกดดันในทุกอณู เรื่องราวของเด็กน้อยคนหนึ่งที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาทางออกจากสถานที่ที่ตัวก็ไม่รู้ว่าคือที่ไหน?!

 

7 เกมผี

 

The Quarry 

เหล่าอาจารย์และวัยรุ่นกำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงส่งท้าย ค่ายฤดูร้อน Hackett’s Quarry แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขกลายเป็นฝันร้าย เมื่อชาวบ้านโชกเลือดเริ่มตามล่าหาเหยื่อ และพวกเขาต้องเอาตัวรอด

 

7 เกมผี

 

Little Nightmares II

ฝันร้ายครั้งใหม่ที่สยดสยองยิ่งกว่าเดิม เกมแนว Horror Adventure ผสม Puzzle ที่ถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศสยองขวัญ เรื่องราวของหนุ่มน้อย Mono หนุ่มน้อยหัวกระดาษ ที่ตื่นขึ้นมากลางป่าใหญ่ ต้องมาร่วมมือกับ Six เพื่อเอาชีวิตรอดจากความน่าสะพรึงกลัวของ Pale City

 

7 เกมผี

 

Outlast 

หนึ่งในเกมที่ได้รับการกล่าวขานว่าสยองและน่ากลัวที่สุดในโลกเกมหนึ่ง เรื่องราวของ Miles Upshur นักข่าวสายสืบสวน ออกสำรวจโรงพยาบาลจิตเวช Mount Massive และพยายามเอาชีวิตรอดให้ได้นานมากพอเพื่อค้นพบความลับที่น่ากลัวของมัน จะเล่นภาคไหนก็ได้ หรือจะเล่นให้ครบทั้ง Outlast, Outlast: Whistleblower และ Outlast II ก็ได้เช่นกัน

 

ภาพ: Courtesy of Brands

The post 7 เกมผี เล่นสนุก สยองสุดขีด เพิ่มบรรยากาศหลอนๆ ในวันฮาโลวีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘สุข’ หรือ ‘เศร้า’ ก็ส่งผลดีต่อการนอน ดังนั้นการฟังเพลงก่อนนอนจึงเป็นเรื่องที่ดี https://thestandard.co/sleep-song/ Thu, 27 Oct 2022 06:26:14 +0000 https://thestandard.co/?p=700819 การฟังเพลงก่อนนอน

กิจกรรมก่อนนอนของแต่ละคนคืออะไร?   บางคนอาจเลือกหย […]

The post ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘สุข’ หรือ ‘เศร้า’ ก็ส่งผลดีต่อการนอน ดังนั้นการฟังเพลงก่อนนอนจึงเป็นเรื่องที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
การฟังเพลงก่อนนอน

กิจกรรมก่อนนอนของแต่ละคนคืออะไร?

 

บางคนอาจเลือกหยิบภาพยนตร์ดีๆ สักเรื่องเปิดดู บางคนอาจดูรายการตามช่องยูทูบ บางคนใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือ หรือบางคนอาจเลือกใช้เสียงเพลงเป็นเพื่อนที่ดีก่อนนอน

 

ซึ่งการศึกษาใหม่ค้นพบว่า ‘การฟังเพลง’ ที่ไม่ว่าจะเป็นเพลงสุขหรือเพลงเศร้าก่อนนอน จะส่งผลต่อคุณภาพการนอนได้ 

 

แม้งานวิจัยก่อนหน้านี้ที่สำรวจประเภทของเพลงที่เล่นก่อนนอนพบว่า ดนตรีคลาสสิกที่ผ่อนคลายช่วยลดปัญหาการนอนหลับได้ แต่สำหรับงานวิจัยใหม่ที่ศึกษากลุ่มคนหนุ่มสาวในประเทศสิงคโปร์ชี้ให้เห็นว่า เพลงที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเพลงสุขหรือเพลงเศร้า เพลงเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพการนอนหลับของมนุษย์

 

จากการศึกษาของผู้เข้าร่วม 62 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 19-32 ปี กับการฟังเพลง 3 ประเภทคือ เพลงสุข เพลงเศร้า และ Pink Noise เช่น เสียงฝนตก หรือเสียงน้ำตก โดยฟังทั้งหมด 5 คืนติดต่อกัน

 

ผลการวิจัยพบว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยมีการนอนหลับที่ดีขึ้นเมื่อฟังเพลงสุขหรือเพลงเศร้า มากกว่าฟังเพลงประเภท Pink Noise แต่ยังไม่มีการรายงานความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

 

จิตแพทย์ Alex Dimitriu ผู้เชี่ยวชาญด้านยานอนหลับได้สังเกตว่า ‘ดนตรี’ เป็นเครื่องมือทางอารมณ์ที่ทรงพลังพอสมควร มันสามารถทำให้ความคิดของมนุษย์ไขว้เขวอย่างมีประสิทธิภาพต่อการพยายามหลับในแต่ละคืน

 

แน่นอนว่าการฟังเพลงก่อนนอนถือเป็นเครื่องมือที่ราคาถูกและส่งผลต่อประสิทธิภาพการนอน ที่สำคัญดนตรีทำให้ใครหลายคนสงบ มีความสุข ดังนั้นการจัดเพลย์ลิสต์เพลงก่อนนอนโดยเฉพาะ อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดปัญหาที่มีในขณะหลับ

 

อ้างอิง:

The post ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘สุข’ หรือ ‘เศร้า’ ก็ส่งผลดีต่อการนอน ดังนั้นการฟังเพลงก่อนนอนจึงเป็นเรื่องที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sonic, Final Fantasy และ Pokémon สามเกมใหม่สุดคลาสสิก เปิดให้เล่นจริงก่อนลงตลาด ใน TGS 2022 https://thestandard.co/sonic-final-fantasy-pokemon-tgs-2022/ Sat, 22 Oct 2022 07:09:34 +0000 https://thestandard.co/?p=698695 TGS 2022

การกลับมาอีกครั้งของงาน Thailand Game Show 2022 หรือ TG […]

The post Sonic, Final Fantasy และ Pokémon สามเกมใหม่สุดคลาสสิก เปิดให้เล่นจริงก่อนลงตลาด ใน TGS 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
TGS 2022

การกลับมาอีกครั้งของงาน Thailand Game Show 2022 หรือ TGS 2022 งานใหญ่ประจำปีที่เหล่าเกมเมอร์ต่างตั้งตารอคอย โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 ตุลาคม 2565 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นอกจากเกมเมอร์จะได้มีโอกาสพบปะกันแบบตัวเป็นๆ แล้ว บรรดาค่ายเกมเองต่างก็ขนกองทัพความสนุกมาให้ผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมแบบที่ไม่มีใครยอมใคร เรียกได้ว่างานนี้แค่ได้มาก็คุ้มเกินคุ้ม!

 

ความน่าสนใจภายในงาน TGS 2022 นอกจากการเปิดตัวคอลเลกชัน NFT และการแข่งขันทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ต ก็คงหนีไม่พ้นการนำเกมใหม่ (แต่ชื่อคุ้นๆ) จากค่ายเกมยักษ์ใหญ่ อย่าง Sonic Frontiers, Final Fantasy และ Pokémon มาให้ผู้เข้าชมงานได้ทดลองเล่นกันแบบฟรีๆ ก่อนวันวางจำหน่ายจริง

 

เรามาสำรวจทั้ง 3 เกมใหม่นี้ในงาน TGS 2022 ว่ามีอะไรที่น่าสนใจจนอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองเล่นดูสักครั้ง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


TGS 2022

 

Sonic Frontiers

เจ้าเม่นสายฟ้าสีน้ำเงิน ‘โซนิค’ (Sonic) คาแรกเตอร์ที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีจากค่ายเกมสัญชาติญี่ปุ่น Sega (เซกา) เจ้าของเกมดัง ไม่ว่าจะเป็น Street Fighter, Mortal Kombat ฯลฯ โดยในงาน TGS 2022 ถือเป็นครั้งแรกที่ทางเซกาได้มาพบปะกับเกมเมอร์ชาวไทยกันถึงที่ ในครั้งนี้ก็ไม่พลาดที่จะนำเกมใหม่ของค่ายอย่าง ‘Sonic Frontiers’ เกมแอ็กชันผจญภัยไขปริศนาที่เพิ่งปล่อยตัวอย่างแรกในงาน Tokyo Game Show เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนให้ได้ลองเล่นกัน 

 

TGS 2022

TGS 2022

 

ความน่าสนใจของ Sonic Frontiers นอกจากเนื้อหาเรื่องราวการผจญภัยของโซนิค กับระบบการเล่นวิ่งเก็บห่วงที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว สิ่งที่ทำให้เกม Sonic Frontiers น่าสนใจยิ่งขึ้นนั่นคือ ระบบ Open-Zone ที่มีด้วยกันทั้งหมด 5 โซน โดยแต่ละโซนจะมีรูปแบบการต่อสู้ ศัตรู รวมถึงปริศนาที่แตกต่างกันไว้ให้ผู้เล่นได้ใช้ทักษะในการสำรวจ การต่อสู้และแก้ปริศนาไปพร้อมกัน และอีกหนี่งความน่าสนใจก็คือ ระบบ Cyber Space และ Cyber-Powered Combat ที่จะท้าทายผู้เล่นในการวางแผนต่อสู้ หรือเพิ่มความเร็วให้กับเจ้าโซนิคของเรา

 

Sonic Frontiers จะวางจำหน่ายในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2022 บน PlayStation, Nintendo Switch และ Xbox

 

TGS 2022

 

Crisis Core – Final Fantasy VII – Reunion

ตั้งแต่ Square Enix ประกาศจะรีเมก Crisis Core: Final Fantasy VII หนึ่งในภาคเสริมจากเกมซีรีส์ Final Fantasy VII เกมแอ็กชัน RPG ที่กุมหัวใจผู้เล่นหลายต่อหลายคนให้ได้เล่นระหว่างรอ Final Fantasy VII Rebirth แฟนๆ ต่างก็ตั้งตารอที่จะได้กลับมาสะสางปมของตัวละคร ท่ามกลางการต่อสู้ในเมืองนีเบิลไฮม์อีกครั้ง

 

TGS 2022

TGS 2022

 

ถึงแม้ในส่วนเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ในภารกิจของ แซ็ค แฟร์ (Zack Fair), คลาวด์ (Cloud) และคณะจะยังเป็นไปตามต้นฉบับเดิมทุกประการ แต่ทางทีมผู้พัฒนาก็ได้มีการใส่เสียงพากย์ให้กับทุกตัวละคร, ปรับระบบการเล่นในฉากต่อสู้ให้มีความต่อเนื่องมากขึ้น, พัฒนาโมเดลสามมิติของตัวละครและฉากให้มีความคมชัดทั้งหมด รวมถึงเรียบเรียงเพลงประกอบหลักใหม่ เพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับตัวเกมโดยยังคงกลิ่นอายของ Crisis Core: Final Fantasy VII ไว้ดังเดิม

 

Crisis Core – Final Fantasy VII – Reunion มีจะวางจำหน่ายในวันที่ 13 ธันวาคม 2022 บน PlayStation, Nintendo Switch และ Xbox

 

TGS 2022

 

Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet

เหล่าโปเกมอนเทรนเนอร์ต้องห้ามพลาด กับ ‘Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet’ เกมจากค่าย Nintendo ที่ครั้งนี้ผู้เล่นจะได้เข้าเรียนเพื่อฝึกฝนการเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์เต็มตัว และออกค้นหาโปเกมอนในตำนานอย่าง โคไรดอน (Koraidon) ใน Pokémon Scarlet กับ มิไรดอน (Miraidon) ใน Pokémon Violet

 

TGS 2022

TGS 2022

 

ความน่าสนใจของ Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet ที่นอกเหนือจากกราฟิก เจ้าตัวโปเกมอนและตัวละครภายในเกมจะน่ารักตามฉบับ Nintendo ก็คือ โหมดผู้เล่นหลายคน (Multiplayer) ที่เราสามารถชวนเพื่อนมาเล่นพร้อมกันได้สูงสุดถึง 4 คน และแผนที่ Open World ที่ผู้เล่นสามารถเดินไปไหนมาไหนก็ได้อิสระ โดยที่ไม่ต้องเล่นตามเนื้อเรื่องหลักของเกม นอกจากนี้ในโหมดแบตเทิล ทีมผู้พัฒนายังได้มีการปรับการเคลื่อนไหวของตัวละครให้สอดคล้องกับระบบ Open World ภายในเกมอีกด้วย

 

Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet จะแยกจำหน่ายออกเป็น 2 ชุด โดยจะจำหน่ายวันที่ 18 พฤศจิกายน 2022 บน Nintendo Switch เท่านั้น

 

ภาพ: SEGA, square-enix, nintendo

อ้างอิง: 

The post Sonic, Final Fantasy และ Pokémon สามเกมใหม่สุดคลาสสิก เปิดให้เล่นจริงก่อนลงตลาด ใน TGS 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มแล้ววันนี้ Thailand Game Show 2022 มหกรรมงานเกมที่อัดแน่นด้วยค่ายเกม อุปกรณ์แบรนด์ดัง แฟนมีต ไปจนถึง NFT https://thestandard.co/thailand-game-show-2022/ Fri, 21 Oct 2022 11:57:19 +0000 https://thestandard.co/?p=698475 Thailand Game Show 2022

สุดสัปดาห์นี้ เหล่าเกมเมอร์หรือผู้สนใจโลกเกม เราไม่อยาก […]

The post เริ่มแล้ววันนี้ Thailand Game Show 2022 มหกรรมงานเกมที่อัดแน่นด้วยค่ายเกม อุปกรณ์แบรนด์ดัง แฟนมีต ไปจนถึง NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thailand Game Show 2022

สุดสัปดาห์นี้ เหล่าเกมเมอร์หรือผู้สนใจโลกเกม เราไม่อยากให้คุณพลาดกับ Thailand Game Show 2022 มหกรรมงานเกมสุดยิ่งใหญ่ที่กำลังจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 21-23 ตุลาคม 2565 โดยคราวนี้มาในธีม Come Back สื่อถึงการกลับมาจัดงานแบบ On-ground อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งหลังการแพร่ระบาดของโควิด พร้อมกับสถานที่ใหม่ใหญ่กว่าเดิมอย่างศูนย์ฯ สิริกิติ์ 

 

ภายในงานแน่นอนว่าต้องอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมจากค่ายเกมต่างๆ ที่ขนเอาเกมในสังกัดรวมถึงเกมใหม่มาให้ลองเล่นกันฟรีๆ ไม่ว่าจะเป็น Bandai Namco Entertainment, Level Infinite, HoYoverse, Riot Games, Warrior of Gods, The Collectors และ Kocca ค่ายเกมจากประเทศเกาหลี ร่วมถึงสินค้าเกมมิงเกียร์ และสินค้าไอทีต่างๆ จากแบรนด์เหล่านี้ให้ลองและเลือกซื้อหาด้วย เช่น Predator, Logitech G, Intel, Western Digital, HyperX, Nubwo x EGA ZONE, Marvo, SteelSeries และ Huawei นั่นยังไม่รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อย่างแฟนมีต แข่งเกม รวมถึงการออกบูธของค่ายเกม NFT ครั้งแรกอย่าง GuildFi, Terosoft และ Office Land Party ด้วย

 

Thailand Game Show 2022: Come Back จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Exhibition Hall 3-4 ชั้น G ระหว่างวันที่ 21-23 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00-20.00 น. 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandgameshow.com

 

ภาพ: พลอยจันทร์ สุขคง

The post เริ่มแล้ววันนี้ Thailand Game Show 2022 มหกรรมงานเกมที่อัดแน่นด้วยค่ายเกม อุปกรณ์แบรนด์ดัง แฟนมีต ไปจนถึง NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจพื้นที่เล็กๆ ของเด็กชายพาริส ที่มี Pokémon GO เป็นส่วนหนึ่งในนั้น [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/pokemon-go/ Fri, 21 Oct 2022 03:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=696422 ไอซ์ พาริส

ย้อนไปในวันที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ไอซ์ พาริส เคยเป็นวัย […]

The post สำรวจพื้นที่เล็กๆ ของเด็กชายพาริส ที่มี Pokémon GO เป็นส่วนหนึ่งในนั้น [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอซ์ พาริส

ย้อนไปในวันที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ไอซ์ พาริส เคยเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีโมเมนต์ความสนุกเหมือนวัยรุ่นไทยคนอื่นๆ ชอบหาโอกาสผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการเล่นเกม หรือออกไปเจอคอมมูนิตี้ในหมู่เพื่อน ซึ่งในเวลานั้น Pokémon GO คือเกมที่ให้เขาได้ครบทั้งการ Join The Moment ร่วมกันกับเพื่อน การได้ออกไปพบปะผู้คนที่มีพลังงานเดียวกัน โดยที่ไม่ได้คาดคิดว่าวันหนึ่งเขาจะได้เป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้อย่างจริงจัง

 

Pokémon GO

 

“วันที่ได้รู้ว่าผมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ Pokémon GO ผมรู้สึกยินดีและดีใจ มันทำให้ผมนึกย้อนไปถึงวันที่เราเอ็นจอยกับเกมนี้มากๆ ตอนที่ Pokémon GO เข้ามาแรกๆ ผมยังอยู่ในช่วงมัธยมอยู่เลย จำได้ว่าทุกๆ เช้าจะรีบไปโรงเรียนเพื่อไปกดน้ำหอม (Incense หรือน้ำหอมเรียกโปเกมอน) เพราะมันจะอยู่แถวนั้น เราก็นั่งรอกับเพื่อนเพื่อให้มีโปเกมอนโผล่ขึ้นมา จริงจังมากถึงขั้นจัดเวรสลับกันกดเลยนะ สมัยนั้นน้ำหอมเป็นไอเท็มที่ได้ยากมาก จะมีเวลาจำกัด เราก็ต้องสลับกันแต่ละวันว่าใครเป็นคนกด เรียกได้ว่ามันคือกิจกรรมที่ทั้งชั้นเรียนทำร่วมกัน ใครเจอตัวไหนก็มาบอกกัน พอเลิกเรียนเราก็นั่งบีทีเอสมาสยาม แล้วตรงลานน้ำพุหน้าพารากอน ผมจำได้ว่าคนนั่งเรียงจับโปเกมอนกันเยอะมาก เนื่องจากตรงนั้นจะเป็นแลนด์มาร์กที่น้ำหอมไม่เคยขาด มันเป็นภาพที่ผมจำมากเลยนะ เพราะผมคือหนึ่งในคนที่นั่งจับตรงนั้น (หัวเราะ) เล่นเสร็จก็ไปกินข้าวแล้วกลับมาเล่นใหม่ นี่คือความทรงจำที่ผมจำไม่ลืมเลย การที่เราได้มาเจอกลุ่มคนที่มีเอเนอร์จี้เดียวกัน มาอยู่รวมกัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เกมนี้ทำให้พลังงานเหล่านั้นมารวมตัวกันได้” ไอซ์บอกเล่าด้วยแววตาที่เป็นประกายและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้รู้สึกได้ถึงความอินและความรักที่เขามีต่อเกมรูปแบบ AR เกมนี้อย่างแท้จริง

 

Pokémon GO

 

“พูดแล้วก็คิดถึงบรรยากาศแบบนั้นนะครับ มันเหมือนช่วยปลุกความเป็นเด็กในตัวเราให้ตื่นขึ้นมา เรากลับมามีช่วงเวลาสวยงามที่จินตนาการได้โลดแล่นอีกรอบหนึ่ง ไม่ว่าใครก็จะรู้สึกแบบนี้ ไม่ว่าอายุเท่าไรก็ยังเล่นได้อยู่ ทุกวันนี้ผมเห็นหลายๆ คนก็ยังเล่น Pokémon Go กันอยู่เลยนะ ตัวผมเองแม้จะว่างเว้นจากการกดเกมนี้ไปพักใหญ่ๆ ด้วยภาระงานในวงการบันเทิง แต่พอกลับมาเล่น มันก็เหมือนการได้เจอเพื่อนสนิทที่ต่อให้ไม่เจอนานแค่ไหนก็ต่อกันติด เลเวลทุกอย่างที่ผมเคยทำไว้ก็ยังอยู่ และผมมองว่าการที่กลับมาเล่นตอนนี้มันเป็นเวลาที่เหมาะเจาะมากเลยนะ เพราะตอนนี้ในเกมได้มีการอัปเดตใหม่ที่ทำให้เราคอนเนกต์กับคนอื่นง่ายขึ้น มีฟีเจอร์ที่ให้เทรดโปเกมอนและแลกเปลี่ยนของขวัญกันได้ คุณเชื่อไหมว่าฟีเจอร์นี้คือฟีเจอร์ในฝันของผม ณ ตอนนั้นเลยนะ ผมเคยคิดเล่นๆ กับเพื่อนว่าถ้าเราจับโปเกมอนแล้วมาเทรดกันได้ก็คงจะดี จนวันนี้มันทำได้แล้ว หรือแม้กระทั่งถ้าอยู่ต่างเมืองกัน เราก็สามารถส่งโปสการ์ดให้กันได้ ซึ่งหลังโปสการ์ดนั้นก็อาจมีโปเกมอนซ่อนอยู่ด้วย ก็รู้สึกว้าว! มันเกินความคาดหมายของเราไปเยอะเลย”

 

การกลับมาสร้างแคมเปญสุดหฤหรรษ์ของ Pokémon GO และ ไอซ์ พาริส ในรอบนี้ ศิลปินหนุ่มมองว่ามันคือรีแล็กซ์โซน ที่ผู้คนจะได้กลับมาคอนเนกต์กันอีกครั้งหลังจากที่ช่วงเวลาที่ผ่านมาทั่วโลกเผชิญหน้ากับความตึงเครียดในปีก่อนๆ ที่ผ่านมา โดยการกลับมาในครั้งนี้จะมีความพิเศษใหม่ๆ เป็นของขวัญต้อนรับการคืนสังเวียนของผู้เล่นชาวไทย

 

Pokémon GO

 

“ผมมองว่ามันน่าจะเกิดเป็นปรากฏการณ์อะไรบางอย่างได้อีกครั้งหนึ่งนะ เพราะเดี๋ยวนี้มันมีความพิเศษหลายอย่างเกิดขึ้นที่สมัยก่อนไม่มี เช่น ทุกๆ เดือนจะมี Community Day ซึ่งถ้าคุณได้ Community Day แล้วผมแนะนำให้กด Double XP ไว้ด้วยเลยนะ เพราะมันจะเป็นช่วงที่โปเกมอนพิเศษๆ จะออกมา ถ้าตอนนั้นเราเปิดน้ำหอมไปเดินเล่นรอบๆ เพื่อจับ มันก็จะได้ตัวเด็ดๆ อย่างในช่วงที่มีแฟชั่นวีก ในโลกของ Pokémon GO ก็มีแฟชั่นโปเกมอนด้วยนะ ธรรมดาซะที่ไหน (หัวเราะ) มักจะมีแบบนี้มาเรื่อยๆ เป็นความพิเศษที่มาเฉพาะช่วงเวลาสำหรับคนที่รักการสะสม อย่างในเร็วๆ นี้ก็จะมีอีเวนต์จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์อย่างซาฟารีโซน (Pokémon GO Safari Zone) ที่เขาจะเปิดเป็นพื้นที่หนึ่งที่ให้คนมารวมตัวกันในแต่ละเมืองของแต่ละประเทศ มีกิจกรรมให้คนรัก Pokémon GO ได้ทำร่วมกัน และในเกมจะมีตัวโปเกมอนพิเศษให้เก็บกันอีกด้วย โดยในประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างสิงคโปร์จะมีกิจกรรมนี้เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ คนไทยจะได้ชมภาพการไลฟ์บรรยากาศนั้นด้วย ส่วนกิจกรรมนี้ในเมืองไทย ผมคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นอีกไม่นานนี้ พวกเราก็จะได้ไปเจอกัน ผมก็จะไปจับโปเกมอนตรงนั้นด้วย ผมรู้สึกว่านี่มันไม่ต่างกับเฟสติวัลหนึ่งเลยนะ การที่มันปลุกเร้าให้เราออกไปใช้ชีวิตข้างนอกมันเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากมากๆ กับเกมโทรศัพท์ที่ทำได้แบบนี้ ทำให้เราได้ไปเห็นโลก ได้ออกกำลังกายไปด้วยในตัว เป็นความสนุกในการทำทุกๆ อย่างไปพร้อมกัน เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้ว”

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการได้พูดคุยกับ ไอซ์ พาริส รอบนี้ ทำให้เราคิดถึงเสน่ห์และความน่ารักของ Pokémon GO ด้วยเช่นกัน และยิ่งไปกว่านั้น มันทำให้เราคิดถึงเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในตัวและอยากจะพบปะพูดคุยกับเด็กคนนั้นอีกครั้ง เหมือนอย่างที่ ไอซ์ พาริส ก็ได้เจอกับเด็กชายพาริส ตัวตนในวันวานที่ทำให้เขาเอ็นจอยกับความสุขความผ่อนคลายเช่นกัน

 

Pokémon GO

 

ติดตามความสนุกของโปเกมอนได้ที่ Pokémongolive.com/th/news/ และ Twitter @PokémonGOAppTH

The post สำรวจพื้นที่เล็กๆ ของเด็กชายพาริส ที่มี Pokémon GO เป็นส่วนหนึ่งในนั้น [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตามคำเรียกร้อง ในที่สุดแบรนด์ Lush ก็เปิดตัวเทียนหอมเป็นครั้งแรก และออกแบบให้แก้วเทียนรีไซเคิลได้ 100% https://thestandard.co/lush-scented-candles/ Thu, 20 Oct 2022 06:08:44 +0000 https://thestandard.co/?p=697689

Lush แบรนด์ออร์แกนิกจากประเทศอังกฤษที่มีคอนเซปต์เป็นเอก […]

The post ตามคำเรียกร้อง ในที่สุดแบรนด์ Lush ก็เปิดตัวเทียนหอมเป็นครั้งแรก และออกแบบให้แก้วเทียนรีไซเคิลได้ 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>

Lush แบรนด์ออร์แกนิกจากประเทศอังกฤษที่มีคอนเซปต์เป็นเอกลักษณ์ภายใต้สโลแกน Fresh Handmade Cosmetics ความโดดเด่นของ Lush แผ่ความนิยมไปทั่วโลก เพียงแค่เดินเข้าใกล้ร้าน Lush กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ก็จะลอยมาแตะจมูกจนเคลิ้ม แม้ว่าผลิตภัณฑ์หลากหลายรายการที่เรียงรายอยู่ภายในร้านจะมีจำนวนมากจนเลือกไม่ไหว แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่แฟนๆ ของแบรนด์เรียกร้องมาตลอดคือ อยากให้ Lush ทำเทียนหอมสักที แม้จะต้องรอมาหลายปี แต่ในที่สุด Lush ก็สร้างสรรค์เทียนหอมที่ทุกคนรอคอย โดยนำเอา 3 กลิ่นที่ขายดีและเป็นซิกเนเจอร์อันโดดเด่นของ Lush มาเป็นกลิ่นเทียนหอมที่จะสร้างบรรยากาศภายในที่อยู่อาศัยให้มีความสุขและผ่อนคลายไปกับแนวกลิ่นที่คุ้นเคย และยังมีเทียนกลิ่นพิเศษสำหรับเทศกาล Halloween ที่สร้างสรรค์ออกมาเป็นกลิ่น Lord of Misrule ด้วย 

 

สำหรับเทียนหอม Lush ครั้งนี้ประกอบด้วย กลิ่น Sleepy ที่ดังมาจากโลชั่นบำรุงผิวกาย ใครที่เคยใช้จะรู้สึกว่ากลิ่นลาเวนเดอร์ที่หอมหวาน ผสานกับกลิ่นกระดังงา ช่วยนำพาอารมณ์ก่อนนอนให้สงบ ผ่อนคลาย และชวนให้นอนหลับง่ายขึ้น ยิ่งเมื่อมาในรูปแบบเทียนหอม การจุดไว้ที่ข้างเตียงก่อนเข้านอนสัก 1-2 ชั่วโมง คงจะฟินและชวนง่วงไม่เบา ส่วนกลิ่น Olive Branch เด่นด้วยกลิ่นซิตรัสของมะกรูดและดอกส้ม ผสานกับน้ำมัน Galbanum และกลิ่นสุดท้ายคือ Orange Blossom โดดเด่นด้วยดอกส้มผสมน้ำผึ้งที่ผสานกับกลิ่นซิตรัสของมะกรูด และน้ำมัน Neroli 

 

และเมื่อเทียนเหล่านี้สร้างสรรค์โดยแบรนด์ Lush จึงวางใจได้ว่าเทียนที่ผลิตมานั้นผ่านการผสานขั้นตอนที่ละเอียดรอบคอบและปลอดภัย ซึ่งเหมือนกับสินค้าอื่นทุกๆ อย่างของ Lush ที่ผ่านการเลือกใช้ส่วนผสมที่ดี มีคุณภาพสูง และกระบวนการได้มาของน้ำมันหอมระเหยก็ได้มาอย่างมีคุณธรรม และบรรจุอยู่ในเทียนทั้งหมด ด้วยส่วนผสมขี้ผึ้งธรรมชาติที่ใช้เป็นตัวยืนพื้นคือขี้ผึ้งเรปซีด น้ำมันมะพร้าว ขี้ผึ้งมะพร้าว และขี้ผึ้งละหุ่ง ทำให้เทียนทั้งหมดปราศจากส่วนผสมของปาล์ม ไม่ผ่านการจีเอ็ม ไม่มีส่วนผสมของถั่วเหลือง แล้วก็ยังเป็นวีแกน 100% อีกด้วย แก้วแบบฝ้าอันสวยงามนี้สามารถนำมาใช้ใหม่ได้หรือนำไปรีไซเคิลได้ 100% เทียน 1 แท่งสามารถจุดได้นาน 12-15 ชั่วโมง สำหรับเทียนหอม Lush Sleepy, Olive Branch และ Orange Blossom ราคา 795 บาท (ดูเหมือนว่าในไทยมีวางจำหน่ายกลิ่น Lord of Misrule และจำหน่ายภายในร้านเท่านั้น) 

 

 

ภาพ: Lush

อ้างอิง:

The post ตามคำเรียกร้อง ในที่สุดแบรนด์ Lush ก็เปิดตัวเทียนหอมเป็นครั้งแรก และออกแบบให้แก้วเทียนรีไซเคิลได้ 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปงาน Behind The Sims Summit มีอะไรเกิดขึ้นบ้างกับเกม The Sims ในอนาคต https://thestandard.co/behind-the-sims-summit/ Wed, 19 Oct 2022 11:19:42 +0000 https://thestandard.co/?p=697406 Behind The Sims Summit

เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา (18 ตุลาคม) ชาวซิมส์มีงานให […]

The post สรุปงาน Behind The Sims Summit มีอะไรเกิดขึ้นบ้างกับเกม The Sims ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Behind The Sims Summit

เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา (18 ตุลาคม) ชาวซิมส์มีงานใหญ่ประจำปีกับ ‘Behind The Sims Summit’ งานอีเวนต์ทางออนไลน์ที่ทาง EA Games ผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายเกม The Sims ออกมาป่าวประกาศแก่ชาวซิมส์ว่า พวกเขากำลังทำอะไรอยู่ และจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเกม The Sims ในอนาคต ซึ่งก็มีตั้งแต่ การประกาศเล่นฟรีของ The Sims 4 ในทุกแฟลตฟอร์ม การปรับปรุงทารกชาวซิมส์ให้สามารถคลานหรือนั่งบนพื้นห้องได้ รวมไปถึงการประกาศโปรเจกต์ใหม่อย่าง Project Rene หรือเรียกง่ายๆ ว่า The Sims 5 อย่างเป็นทางการ 

 

สำหรับใครที่ไม่ได้ดูงานอีเวนต์เมื่อคืน และอยากรู้ว่ามีอะไรอัปเดตบ้างนั้น เรารวบมาให้แล้วคร่าวๆ ในอินโฟกราฟิกด้านล่าง

 

ส่วนใครที่อยากไปชมงานอีเวนต์ย้อนหลัง คลิกไปที่ 

 

 

Behind The Sims Summit

 

ภาพ: EA Games

อ้างอิง:

The post สรุปงาน Behind The Sims Summit มีอะไรเกิดขึ้นบ้างกับเกม The Sims ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
iPad หลากสี และ iPad Pro รุ่นใหม่ พร้อมวางจำหน่าย 26 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/new-ipad-pro-26-october/ Wed, 19 Oct 2022 01:50:31 +0000 https://thestandard.co/?p=697055

Apple เปิดตัว iPad รุ่นใหม่ถึง 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ iPa […]

The post iPad หลากสี และ iPad Pro รุ่นใหม่ พร้อมวางจำหน่าย 26 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Apple เปิดตัว iPad รุ่นใหม่ถึง 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ iPad รุ่นเริ่มต้น ที่มาในสีสันสดใส มีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีฟ้า, ชมพู, เหลือง และสีเงิน ใช้ชิป A14 Bionic ที่ทำงานได้เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น กล้องหน้าเป็นแบบอัลตร้าไวด์ความละเอียด 12MP อยู่ในขอบแนวนอน เพื่อรองรับการใช้งานวิดีโอคอล ส่วนกล้องหลังความละเอียด 12MP เช่นกัน และได้รับการปรับให้รองรับการถ่ายภาพและวิดีโอ 4K 

 

รุ่นนี้เปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB-C จอภาพ Liquid Retina ขนาดใหญ่ 10.9 นิ้วที่ขยายหน้าจอไปจนสุดขอบ ช่วยเพิ่มพื้นที่การมองเห็น หน้าจอพัฒนาให้ชัดขึ้นและสว่างยิ่งขึ้น ส่วน Touch ID ย้ายไปอยู่ด้านบนแทน สามารถใช้งานร่วมกับ Magic Keyboard Folio ใหม่หมดที่ออกแบบมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ (แต่ต้องซื้อเพิ่ม) ในขณะที่ราคาปรับขึ้นอีกนิด เพราะเริ่มต้นที่ 17,900 บาท และรุ่น Wi-Fi + Cellular ในราคาเริ่มต้นที่ 23,900 บาท

 

 

รุ่นถัดไปที่เปิดตัว ได้แก่ iPad Pro รุ่น 2 ที่มาพร้อมชิป M2 ทำให้ iPad รุ่นนี้เป็นอุปกรณ์พกพาและอเนกประสงค์ที่เร็วและแรงที่สุด มอบประสบการณ์ใหม่ในการใช้ปากกา ด้วยการยกปลาย Apple Pencil ที่เหนือไปอีกขั้น และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่เร็วสุดแรง จอภาพล้ำหน้าที่สุดในตระกูล iPad มีกล้องระดับโปร, Face ID, Thunderbolt และระบบเสียง 4 ลำโพง 

 

รวมถึงคุณสมบัติใหม่ใน iPadOS 16 เช่น คุณสมบัติตัวจัดการให้อยู่ตรงกลาง การรองรับจอภาพภายนอกอย่างสมบูรณ์ แอประดับเดสก์ท็อป และโหมดการอ้างอิง ทำให้เวิร์กโฟลวระดับโปรบน iPad เหนือชั้นไปอีกขั้น 

 

 

iPad Pro ใหม่ มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ รุ่น 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว สีเงินและสีเทาสเปซเกรย์ มาพร้อมความจุ 128GB, 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB สำหรับรุ่น 11 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 32,900 บาท และ 38,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular ส่วน iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 44,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 50,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular พร้อมวางจำหน่ายหน้าร้านวันที่ 26 ตุลาคมนี้

 

ภาพ: Apple

The post iPad หลากสี และ iPad Pro รุ่นใหม่ พร้อมวางจำหน่าย 26 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Standard Gym ยิมดีไซน์เก๋ พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และกรุ๊ปคลาสส่งตรงจากฮอลลีวูด https://thestandard.co/the-standard-gym/ Mon, 17 Oct 2022 13:06:15 +0000 https://thestandard.co/?p=696498 The Standard Gym

ดูเหมือนเทรนด์ออกกำลังและแฟชั่นกำลังมาแรงจริงๆ  &n […]

The post The Standard Gym ยิมดีไซน์เก๋ พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และกรุ๊ปคลาสส่งตรงจากฮอลลีวูด appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Standard Gym

ดูเหมือนเทรนด์ออกกำลังและแฟชั่นกำลังมาแรงจริงๆ 

 

The Standard, Bangkok Mahanakhon ซิตี้โฮเทลไวบ์สนุกที่เพิ่งเปิดบ้านไปได้ไม่นาน ล่าสุดเปิดตัวยิมอย่างเป็นทางการแล้ว ภายใต้ชื่อ ‘The Standard Gym’ ตั้งอยู่บนชั้น 6 ของอาคาร รายล้อมด้วยธรรมชาติและวิวเมือง ที่สำคัญยิมดีไซน์สวย เปิด 24 ชั่วโมง และมีอุปกรณ์ทันสมัย

 

การตกแต่งด้านในยังคงเต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นกายแบบเรโทร มีพื้นที่เปิดโล่ง ผนังกรุกระจกรับแสงธรรมชาติ พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายสุดทันสมัยจากแบรนด์ TechnoGym และเครื่อง CLMBR (ไคล์มเบอร์) แห่งแรกในประเทศไทย เครื่องปีนเขาสายพันธุ์ใหม่ที่รวมเอาการฝึกคาร์ดิโอและการฝึกกล้ามเนื้อเข้าด้วยกัน คนรักการปั่นจักรยานจะต้องถูกใจกับ Peloton เครื่องปั่นจักรยานที่ไม่ธรรมดา เพราะคุณสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อออกกำลังกายไปพร้อมกับผู้อื่นได้ทั่วโลกผ่านหน้าจอขนาดใหญ่

 

The Standard Gym

The Standard Gym

The Standard Gym

The Standard Gym

 

นอกจากเครื่องออกกำลังกายชวนให้ออกกำลัง ที่นี่ยังมีคลาสซิกเนเจอร์ 5 คลาส ทั้งแบบสตูดิโอและเอาต์ดอร์ เช่น Lift & Clmbr การคาร์ดิโอโดยใช้ทุกส่วนของร่างกายผ่านเครื่องปีนเขา ควบคู่กับการบริหารกล้ามเนื้อผ่านเครื่อง Technogym Bench ใครที่อยากเผาผลาญแคลอรี แนะนำ HEAT ช่วยเรื่องการเผาผลาญแคลอรีให้มากขึ้น โดยมีการดึงทักษะกีฬาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคลาส สายฟิตแอนด์เฟิร์มไม่ควรพลาดกับคลาส HYPE เป็นการออกกำลังกายสไตล์บูทแคมป์ที่ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น และสุดท้ายกับคลาสที่เน้นสบายๆ ผ่อนคลาย STRETCH ที่จะช่วยเรื่องการยืดกล้ามเนื้อ หาบาลานซ์ของร่างกาย ลดความตึงเครียด

 

The Standard Gym

The Standard Gym

 

The Standard Gym เปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ณ The Standard, Bangkok Mahanakhon ผู้สนใจสามารถใช้บริการได้ ผ่านระบบสมาชิก 1 เดือน, 3 เดือน และ 12 เดือน, Guest Pass หรือเข้าพักยังโรงแรม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.standardhotels.com/bangkok/properties/bangkok

 

ภาพ: The Standard Gym

The post The Standard Gym ยิมดีไซน์เก๋ พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และกรุ๊ปคลาสส่งตรงจากฮอลลีวูด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิวซีแลนด์มีแผนเริ่มเก็บภาษีจาก ‘เรอ-ปัสสาวะ-ตด’ ของวัว จากเกษตรกร https://thestandard.co/new-zealand-cow-burps-farts-tax/ Thu, 13 Oct 2022 05:15:56 +0000 https://thestandard.co/?p=695116

Jacinda Ardern นายกรัฐมนตรีประเทศนิวซีแลนด์ ยืนยันในงาน […]

The post นิวซีแลนด์มีแผนเริ่มเก็บภาษีจาก ‘เรอ-ปัสสาวะ-ตด’ ของวัว จากเกษตรกร appeared first on THE STANDARD.

]]>

Jacinda Ardern นายกรัฐมนตรีประเทศนิวซีแลนด์ ยืนยันในงานแถลงข่าวเร็วๆ นี้เกี่ยวกับประเด็นการเก็บภาษีจากเหล่าเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ซึ่งเธอจะผลักดันข้อเสนอให้เกษตรกรจ่ายค่า ‘เรอ-ปัสสาวะ-ตด’ ของวัว เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

“นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของนิวซีแลนด์ในการก้าวไปสู่ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าปล่อยมลพิษต่ำในอนาคต และเป็นไปตามการกำหนดราคาการปล่อยมลพิษทางการเกษตรในปี 2025” Jacinda Ardern กล่าว

 

แน่นอนว่านิวซีแลนด์เองถือเป็นประเทศที่ส่งออกปศุสัตว์และเนื้อสัตว์รายใหญ่ โดยมีโคประมาณ 10 ล้านตัว และแกะ 26 ล้านตัว ในจำนวนสัตว์เหล่านี้ทำให้มีการปล่อยก๊าซมีเทนทางชีวภาพ ซึ่งถือว่าเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพมากกว่า 80 เท่าของพลังงานโลกร้อนจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะสั้น

 

ในด้านของเกษตรกรรายใหญ่อย่าง Andrew Morrison ประธานกลุ่มล็อบบี้ฟาร์ม Beef + Lamb New Zealand ไม่มั่นใจและได้แสดงความกังวลกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เขากล่าวว่าจะไม่ยอมรับระบบที่ทำให้เกษตรกรและชุมชนของเราตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างไม่เหมาะสม

 

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้หวังว่าจะจูงใจเกษตรกรให้ลดการปล่อยมลพิษโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อต้นทุน ซึ่งในแถลงการณ์ของรัฐบาลกล่าวว่า พวกเขาจะนำรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ในภาคเกษตรกรรมผ่านเทคโนโลยีใหม่ การวิจัย และการจ่ายเงินจูงใจให้กับเกษตรกร

 

อ้างอิง:

The post นิวซีแลนด์มีแผนเริ่มเก็บภาษีจาก ‘เรอ-ปัสสาวะ-ตด’ ของวัว จากเกษตรกร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google Japan สร้างคีย์บอร์ดแถวเดียว ‘G-Board’ ไว้ให้คนโต๊ะรกทำงานง่ายขึ้น (หรือยากกว่าเดิมก็ไม่รู้) https://thestandard.co/google-japan-g-board/ Tue, 11 Oct 2022 06:51:46 +0000 https://thestandard.co/?p=694305 Google Japan

เคยไหมที่พื้นที่บนโต๊ะทำงานไม่พอใช้เพราะมีของมากมายวางเ […]

The post Google Japan สร้างคีย์บอร์ดแถวเดียว ‘G-Board’ ไว้ให้คนโต๊ะรกทำงานง่ายขึ้น (หรือยากกว่าเดิมก็ไม่รู้) appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google Japan

เคยไหมที่พื้นที่บนโต๊ะทำงานไม่พอใช้เพราะมีของมากมายวางเต็มไปหมด โดยเฉพาะคีย์บอร์ด สิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานแต่ดันกินพื้นที่บนโต๊ะทำงานไปอย่างมาก ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปเมื่อนักพัฒนาจาก Google ประเทศญี่ปุ่น ได้เสนอแนวคิดคีย์บอร์ดแบบใหม่ที่มีชื่อว่า ‘G-Board’ 

 

G-Board เป็นคีย์บอร์ดแถวเดียวสุดล้ำ นำปุ่มตัวอักษรทั้งหมดมาจัดเรียงเป็นแนวนอนแถวเดียว แทนที่จะมีแถวแนวตั้งซ้อนชั้นกันหลายๆ แถวแบบคีย์บอร์ดปกติ ข้อดีของการเรียงปุ่มตัวอักษรแบบแถวเดียวนั้นคือ เราสามารถวางคีย์บอร์ดไว้ตามแนวขอบโต๊ะทำงานได้ แถมยังช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างบนโต๊ะทำงานให้มากขึ้นด้วย และถ้าช่วงไหนรีบๆ ก็สามารถหาคนมาช่วยพิมพ์ได้อีกด้วย (อันนี้ไม่รู้ช่วยให้เร็วขึ้นหรือช้ากว่าเดิม)

 

อย่างไรก็ดี ทางทีมพัฒนากล่าวว่าจะยังไม่มีการจำหน่ายจริงสำหรับ G-Board เพราะเป็นเพียงแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์เท่านั้น โดยทาง Google Japan เปิดเผยข้อมูลต่างๆ รวมถึงรายละเอียดการผลิตแผงวงจร หรือซอฟต์แวร์ของคีย์บอร์ดนี้ไว้ให้เหล่านักพัฒนาได้ไปลองสร้างกันดูได้

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทาง Google Japan มีแนวคิดในการพัฒนาคีย์บอร์ดสุดแปลกขึ้นมา โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมีแนวคิดในการทำคีย์บอร์ดให้อยู่ในรูปทรงของแก้วชา และสามารถใช้ดื่มชาได้จริงอีกด้วย

 

ภาพ: Google Japan

อ้างอิง:

The post Google Japan สร้างคีย์บอร์ดแถวเดียว ‘G-Board’ ไว้ให้คนโต๊ะรกทำงานง่ายขึ้น (หรือยากกว่าเดิมก็ไม่รู้) appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาชม Four Seasons Private Residences โครงการที่พักอาศัยริมแม่น้ำระดับอัลตราลักชัวรี https://thestandard.co/four-seasons-private-residences/ Tue, 11 Oct 2022 03:52:12 +0000 https://thestandard.co/?p=694143 Four Seasons Private Residences

ลองนึกภาพยามตื่นเช้าแล้วเจอวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบไม่มีอะ […]

The post พาชม Four Seasons Private Residences โครงการที่พักอาศัยริมแม่น้ำระดับอัลตราลักชัวรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Four Seasons Private Residences

ลองนึกภาพยามตื่นเช้าแล้วเจอวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบไม่มีอะไรบดบัง หลังจากนั้นก็เดินเล่นไปนั่งกินขนม รับประทานมื้อค่ำ หรือกระทั่งแวะนั่งจิบค็อกเทลที่บาร์ในโรงแรมหรูสองแห่งได้แบบไม่ต้องเดินทางดูสิ ทุกคนคิดว่าโครงการที่พักอาศัยแห่งนี้จะตอบโจทย์สุดยอดไลฟ์สไตล์มากขนาดไหน

 

Four Seasons Private Residences เป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ระหว่างโรงแรมโฟร์ซีซั่น และ คาเพลลา กรุงเทพ ปัจจุบันเริ่มเปิดให้ซื้อและเข้าอาศัยแล้ว โดยมีจำนวนทั้งหมด 73 ชั้น 366 ยูนิต มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อม ความเป็นส่วนตัวที่สำคัญที่สุด ไปจนถึงการออกแบบตกแต่งที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับความลักชัวรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

วันนี้เราเลยถือโอกาสพาทุกคนไปเดินชมห้องในโครงการแห่งนี้ด้วยกัน แล้วมาดูกันว่าโครงการที่พักอาศัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเครือ Four Seasons Hotels & Resorts จะเต็มไปด้วยสุดยอดไลฟ์สไตล์แบบไหนบ้าง

Four Seasons Private Residences

 

เริ่มจากห้องพักที่มีให้เลือกตั้งแต่ชนิด 1 ห้องนอน ห้องสวีท ไปจนถึงชนิดวิลล่า โครงการจะมีให้เลือกทั้งแบบตกแต่งพร้อมอยู่ หรือห้องเปล่าพร้อมตกแต่งเอง ซึ่งความพิเศษหนึ่งที่เราชอบและมีทุกห้องก็คือ การออกแบบหน้าต่างสไตล์ Picture Frame ที่ไม่ว่าจะยืนหรือนั่งชมวิวจากในห้องก็ดูเหมือนเรากำลังมองภาพวาดบนผนัง เพราะจะไม่มีเส้นรบกวนสายตาหรือขอบหน้าต่างบดบังวิวสุดลักชัวรี

 

นอกจากนี้ ทุกห้องของโครงการยังออกแบบเป็นห้องมุมทั้งหมดด้วย ทำให้ผู้เข้าอาศัยทุกห้องสามารถดูวิวเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยาจากมุมสูงได้แบบพาโนรามาสุดสายตา

 

 

ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกก็เริ่มจาก ‘โฟร์ซีซั่นส์ คลับ’ (Four Seasons Club) พื้นที่ส่วนกลางที่กินบริเวณตั้งแต่ชั้น 64-66 จึงมีความโปร่งสบายเท่าอาคาร 3 ชั้น มาพร้อมโซนเลานจ์และบาร์ส่วนตัวที่มีพนักงานคอยอำนวยความสะดวกหากใครนัดพูดคุยเรื่องสำคัญที่นี่

 

แล้วบนชั้นส่วนกลางนี้ยังมีโยคะสตูดิโอ, ห้องออกกำลังกาย, สระว่ายน้ำบนยอดตึก, ห้องประชุม, ห้องอ่านหนังสือ, ห้องพักผ่อนสำหรับเด็กโต, ห้องชมภาพยนตร์, ห้องวาดรูป และห้องดนตรี ให้ผู้อาศัยใช้งานได้ทั้งหมดในพื้นที่เดียว

 

 

แล้วยังมีส่วนกลางบนชั้น 3 อีกหนึ่งโซน ‘เดอะ เดค’ (The Deck) จะเหมาะสำหรับสายฟิตเนสหรือคนที่อยากดูแลสุขภาพจริงจัง เนื่องจากชั้นนี้จะมีอุปกรณ์ครบครันมาตรฐานเดียวกับฟิตเนสระดับโลก รวมถึงห้องสปา, ห้องทำผม, สระว่ายน้ำ, สนามเด็กเล่น และห้องตัดแต่งขนสัตว์

 

นอกจากนี้ยังมีโซนพรอมนาดริมแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับทั้งสองโรงแรม และริเวอร์เลานจ์ ให้ทุกคนพาเพื่อนๆ มานั่งพูดคุยกันได้เสมือนห้องนั่งเล่น

 

ซึ่งบริเวณนี้หากผู้อาศัยโดยสารมาทางเรือก็สามารถเข้ากลับที่พักได้เช่นกัน หรือใครอยากตื่นเช้าแล้วเดินไปนั่งเล่นที่คาเฟ่ของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ที่อยู่ประตูถัดไปก็ทำได้เลย

 

ส่วนห้องอาหารและบาร์ชื่อดังที่ทุกคนสามารถเดินไปถึงได้ก่อนใครก็อย่างเช่น Yu Ting Yuan ร้านอาหารจีนมิชลิน 1 ดาวแห่งแรกในเมืองไทย, Côte by Mauro Colagreco ห้องอาหารดาวมิชลินโดยเชฟระดับโลก หรือ BKK Social Club บาร์ค็อกเทลยอดเยี่ยมอันดับ 10 ระดับเอเชีย

 


โฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง 64 มาพร้อมมาตรฐานการบริการระดับเครือโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เปิดพร้อมให้ย้ายเข้าพักได้แล้ววันนี้ สามารถติดต่อเพื่อเข้าชมสถานที่แบบส่วนตัว หรือจับจองเป็นเจ้าของห้องที่เหลือเพียงไม่กี่ยูนิตได้ที่ www.chaophrayaestate.com หรือโทร. 0 2675 2888

 

ภาพ: นุติ ปราโมท, Four Seasons Private Residences

The post พาชม Four Seasons Private Residences โครงการที่พักอาศัยริมแม่น้ำระดับอัลตราลักชัวรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
OBEGRÄNSAD เฟอร์นิเจอร์สีดำสนิทเอาใจนักทำเพลง จาก IKEA และ Swedish House Mafia วางจำหน่ายในไทยแล้ว https://thestandard.co/obegransad-feat-swedish-house/ Sat, 08 Oct 2022 06:07:14 +0000 https://thestandard.co/?p=693110 obegransad

เมื่อกลางปีที่ผ่านมา IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ราคาย่อมเยา […]

The post OBEGRÄNSAD เฟอร์นิเจอร์สีดำสนิทเอาใจนักทำเพลง จาก IKEA และ Swedish House Mafia วางจำหน่ายในไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
obegransad

เมื่อกลางปีที่ผ่านมา IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ราคาย่อมเยารายใหญ่จากสวีเดน ประกาศเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ ‘OBEGRÄNSAD’ ณ งาน Milan Design Week 2022 โดยเผยตัวอย่างคอลเล็กชันให้ดูพอหอมปากหอมคอเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น ทว่าผ่านมาราว 3 เดือนเศษ IKEA คอลเล็กชันนี้ก็พร้อมจำหน่ายและเข้าสโตร์ในไทยเป็นที่เรียบร้อย

 

OBEGRÄNSAD ในภาษาสวีดิชแปลว่า ‘ไร้ขีดจำกัด’ สื่อจุดประสงค์ที่ต้องการให้เฟอร์นิเจอร์รุ่นนี้เข้าถึงนักดนตรีและโปรดิวเซอร์แบบโฮมสตูดิโอ ผู้มีงบประมาณไม่มาก แต่สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยนำเอารูปทรงสี่เหลี่ยมและวงกลมมาเป็นแกนในการออกแบบ และใช้สีดำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Swedish House Mafia มาคุมโทน

 

สินค้าในคอลเล็กชัน OBEGRÄNSAD มีหลายประเภทด้วยกัน เช่น โต๊ะทำงานดีไซน์น้อยแต่มาก สามารถวางได้ทั้งแล็ปท็อป เครื่องมือทำเพลง ขณะเดียวกันก็มีแท่นวางลำโพง พร้อมลิ้นชักสำหรับวางเครื่อง MIDI หรือคีย์บอร์ดระดับกลาง นอกจากโต๊ะทำงานในคอลเล็กชันนี้ยังมีเก้าอี้อาร์มแชร์สีดำ ชั้นวางแผ่นเสียง และชั้นวางของอเนกประสงค์อีกด้วย

 

OBEGRÄNSAD ไม่ได้มีแค่สินค้าที่เป็นเฟอร์นิเจอร์แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีสินค้าในหมวดของใช้ เช่น กระเป๋า ถุงช้อปปิ้ง รองเท้าใส่ในบ้าน นาฬิกา และอื่นๆ อีกมากมาย IKEA ตั้งใจสร้างสรรค์คอลเล็กชันนี้ให้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะมือใหม่หัดทำเพลงและระดับมืออาชีพ

 

สินค้าในคอลเล็กชัน OBEGRÄNSAD จะวางขายทั้ง IKEA สาขาบางนาและบางใหญ่ ในวันที่ 8 ตุลาคม 2565 และทางออนไลน์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

 

สามารถดูรายละเอียดของสินค้าเพิ่มเติมได้ที่

www.ikea.com/th/th/new/obegransad-feat-swedish-house-mafia-your-home-studio-setup-pub4d829620

 

ภาพ: IKEA

The post OBEGRÄNSAD เฟอร์นิเจอร์สีดำสนิทเอาใจนักทำเพลง จาก IKEA และ Swedish House Mafia วางจำหน่ายในไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ห้องสมุด Neilson Hays Library เตรียมเปิดขายหนังสือมือสอง ครั้งสุดท้ายของปี เริ่ม 29 ต.ค. – 6 พ.ย. 65 https://thestandard.co/neilson-hays-library/ Fri, 07 Oct 2022 09:51:07 +0000 https://thestandard.co/?p=692829 Neilson Hays Library

หากคุณเคยไปใช้บริการ Neilson Hays Library และถูกใจหนังส […]

The post ห้องสมุด Neilson Hays Library เตรียมเปิดขายหนังสือมือสอง ครั้งสุดท้ายของปี เริ่ม 29 ต.ค. – 6 พ.ย. 65 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Neilson Hays Library

หากคุณเคยไปใช้บริการ Neilson Hays Library และถูกใจหนังสือหลายเล่ม แต่ไม่รู้ว่าจะหาซื้อที่ไหน สิ้นเดือนนี้เราแนะนำให้คุณปักหมุดที่งานนี้ดู

 

ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน ห้องสมุดนิลเซน เฮส์ หรือ Neilson Hays Library จัดงานขายหนังสือมือสองครั้งสุดท้ายของปี โดยนำหนังสือมากมายหลายประเทศ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือประเภทนิยาย สอบสวนลึกลับ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และปรัชญา ฯลฯ โดยทั้งหมดเป็นหนังสือที่ทางหอสมุดได้รับบริจาคมาจากผู้อุปการคุณ และบางส่วนก็เป็นหนังสือที่ดึงมาจากชั้นหนังสือ นอกจากนี้ยังมีหนังสือเด็กและหนังสือเก่าหายากมากมาย รวมไปถึง CD และ DVD ด้วย ในราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาทเท่านั้น 

 

และเนื่องจากมีพื้นที่จำกัด ทางหอสมุดเผยว่า ไม่สามารถขนหนังสือมาวางจำหน่ายได้ในวันเดียว และจะไม่มีถุงพลาสติกให้เพื่อลดปริมาณขยะ 

 

Neilson Hays Library เป็นห้องสมุดเก่าแก่อายุ 100 ปี บนถนนสุรวงศ์ เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2465 โดยได้ มาริโอ ตามัญโญ สถาปนิกคนสำคัญของกรุงเทพฯ ในยุคนั้น มาออกแบบอาคารให้ นอกจากทำหน้าที่เป็นห้องสมุดแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์เกี่ยวกับดนตรีและศิลปะมากมาย

 

ใครที่สนใจงานขายหนังสือของ Neilson Hays Library เชิญได้ที่ห้องสมุดฯ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2565 (ปิดวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม) เวลา 09.30-16.00 น. 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/NeilsonHaysLibrary

 

ภาพ: Neilson Hays Library

The post ห้องสมุด Neilson Hays Library เตรียมเปิดขายหนังสือมือสอง ครั้งสุดท้ายของปี เริ่ม 29 ต.ค. – 6 พ.ย. 65 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Pixel Watch’ สมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่รวมเอาจุดเด่นของ Fitbit และ Google ไว้หนึ่งเดียว เริ่มจับจอง 13 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/pixel-watch-fitbit-google/ Fri, 07 Oct 2022 06:18:55 +0000 https://thestandard.co/?p=692587

หลังประกาศเปิดตัวชิมลางไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื […]

The post ‘Pixel Watch’ สมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่รวมเอาจุดเด่นของ Fitbit และ Google ไว้หนึ่งเดียว เริ่มจับจอง 13 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังประกาศเปิดตัวชิมลางไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อวานนี้บริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง Google ได้ประกาศว่า Pixel Watch นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรกของ Google จะปล่อยออกสู่ตลาดให้ผู้บริโภคจับจองแล้วในวันที่ 13 ตุลาคม 2022

 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Google ประกาศเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรก Pixel Watch ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของ Google ในการบุกตลาดสมาร์ทวอทช์ หลังมี Apple และ Samsung เป็นผู้นำตลาดมาเนิ่นนาน โดยร่วมมือกับ Fitbit พัฒนาฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


Google Pixel Watch รุ่นแรกจะเป็นนาฬิกาลักษณะโค้งมน ปรับเปลี่ยนสายได้ ตัวเรือนทำจากสเตนเลส ไร้ขอบ ใช้ระบบปฏิการ Wear OS by Google (Wear OS 3.5) มีความจุ 32GB โต้ตอบผ่านหน้าปัดได้ด้วยการปัด และด้วยความร่วมมือกับ Fitbit ทำให้ Pixel Watch กลายเป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีรูปลักษณ์สวยเฉียบ และยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ดูแลสุขภาพที่ดีด้วย ไม่ว่าจะเป็น โหมดอัตราวัดการเต้นของหัวใจในระดับแม่นยำ, โหมดออกกำลังกาย 40 โหมด, GPS ในตัว รวมถึงฟีเจอร์ Active Zone Minutes ช่วยให้การออกกำลังกายต่อเนื่อง ทั้งยังรองรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG เพื่อตรวจจับอาการหัวใจเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ด้วย

 

แน่นอนว่าแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง Google Maps, Google Wallet และ Google Assistant จะเป็นส่วนหนึ่งของ Pixel Watch รวมไปถึงหลากหลายแอปพลิเคชันที่เข้าถึงได้ผ่าน Google Play Store บนข้อมือของคุณ เช่น Adidas Running, Calm, Spotify, MyFitnessPal และ Strava 

 

ตัวนาฬิกายังสามารถกันน้ำได้ในระดับ 50 เมตร (5 ATM) มีระบบ Emergency SOS ระบบตรวจจับการล้มและติดต่อบริการฉุกเฉิน

 

Pixel Watch จะวางขายในสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ Bluetooth/Wi-Fi ในราคา 349.99 ดอลลาร์สหรัฐ และ 4G LTE+Bluetooth/Wi-Fi ราคา 399.99 ดอลลาร์สหรัฐ

 

สอบถามข้อมูลและดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://blog.google/products/pixel/google-pixel-watch

 

ภาพ: Google

อ้างอิง:

The post ‘Pixel Watch’ สมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่รวมเอาจุดเด่นของ Fitbit และ Google ไว้หนึ่งเดียว เริ่มจับจอง 13 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Overwatch 2 เปิดให้เล่นแล้ววันแรก พร้อมกับปัญหาเซิร์ฟล่มจากการโจมตี DDoS https://thestandard.co/overwatch-2-ddos-attack/ Wed, 05 Oct 2022 12:50:06 +0000 https://thestandard.co/?p=691587

โบกมือลา Overwatch ภาคแรกเพียงช่วงอึดใจ Blizzard ก็ปล่อ […]

The post Overwatch 2 เปิดให้เล่นแล้ววันแรก พร้อมกับปัญหาเซิร์ฟล่มจากการโจมตี DDoS appeared first on THE STANDARD.

]]>

โบกมือลา Overwatch ภาคแรกเพียงช่วงอึดใจ Blizzard ก็ปล่อยภาคใหม่ Overwatch 2 มาให้เล่นอย่างทันท่วงทีในวันถัดมา ซึ่งก็คือช่วงเวลาตี 2 ของวันที่ 5 ตุลาคม 2022 ทว่าหลังเปิดได้เพียงไม่นาน เซิร์ฟเวอร์เกมกลับไม่เป็นดังใจผู้เล่น เข้าเล่นเกมไม่ได้จนคิวเล่นเกมยาวเหยียด ซึ่งภายหลัง Mike Ybarra ประธาน Blizzard ได้ทวีตแจ้งว่า ระบบเกมได้รับการโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial-of-Service) อย่างหนักหน่วง

 

Overwatch เป็นเกมยิงแนว FPS ผสม MOBA ของค่าย Blizzard Entertainment เปิดให้เล่นครั้งแรกในปี 2016 แน่นอนว่าสร้างความฮือฮาให้เหล่าเกมเมอร์และวงการเกมแบบเปรี้ยงปร้าง จนถือเป็นเกมที่ได้รับความนิยมทั้งในกีฬา E-Sports และวงการเกม แม้ภายหลังการอัปเดตเกมจะทำให้ได้รับความนิยมน้อยลงก็ตาม 

 

สำหรับ Overwatch 2 เป็นการปรับปรุงเกม Overwatch ภาค และปรับเปลี่ยนระบบใหม่หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนการเล่น PvP ให้กลายเป็นเกมฟรีในทุกแพลตฟอร์ม ตัดระบบกล่องสุ่มออก และรับไอเท็มโดยตรง Battle Pass นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงและเปิดตัวฮีโร่ใหม่ รวมถึงแมปใหม่ และระบบการเล่นที่กระชับมากขึ้น

 

Overwatch 2 เพิ่งเปิดให้เล่นวันนี้ (5 ตุลาคม) เป็นวันแรก แถมยังเปิดตัวไม่ได้สวยมากนัก เนื่องจากหลังเปิดได้เพียงชั่วโมงเดียว เซิร์ฟเวอร์ก็ได้รับการโจมตีแบบ DDoS อย่างหนักหน่วงจนทำให้เซิร์ฟล่ม และมีเหล่าเกมเมอร์ต่อเข้าคิวยาวเหยียดนับหมื่น แม้ตอนนี้สถานการณ์จะคลี่คลายลงแล้ว แต่การเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในวันเปิดตัวก็ชวนให้นักเล่นเกมเบือนหน้านี้ได้เหมือนกัน 

 

สำหรับใครที่อยากเล่น Overwatch 2 สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://overwatch.blizzard.com/en-gb

 

ภาพ: Bizzard

อ้างอิง:

The post Overwatch 2 เปิดให้เล่นแล้ววันแรก พร้อมกับปัญหาเซิร์ฟล่มจากการโจมตี DDoS appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลาก่อน! Google ตัดสินใจหยุดให้บริการเกมคลาวด์ Stadia เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงเกมเมอร์ได้อย่างที่คิด https://thestandard.co/google-stadia-2/ Fri, 30 Sep 2022 00:43:25 +0000 https://thestandard.co/?p=688819 Google Stadia

วงการเกมเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่พยาย […]

The post ลาก่อน! Google ตัดสินใจหยุดให้บริการเกมคลาวด์ Stadia เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงเกมเมอร์ได้อย่างที่คิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google Stadia

วงการเกมเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่พยายามมีส่วนร่วม เนื่องจากมองเห็นช่องทางธุรกิจและเม็ดเงินมหาศาลในนั้น แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จ เพราะแค่ไอเดียที่ดีไม่ได้หมายความว่าคุณจะพาเรือลำนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง

 

เรายังจำได้ถึงช่วงเวลาของการเปิดตัว Google Stadia แพลตฟอร์มให้บริการเกมบนคลาวด์จาก Google ไอเดียความสดใหม่และความยิ่งใหญ่ที่ทำให้การเล่นเกมน่าจะเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกขึ้น หากแต่ในความเป็นจริงดูเหมือนว่า Google จะตั้งความคาดหวังไว้สูงไป ไม่มีผู้เล่นใช้บริการมากอย่างที่คิด และในที่สุด Google ก็ตัดสินใจประกาศนับถอยหลัง Stadia ผ่านบล็อกเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 กันยายน)

 

“ขณะที่แนวทางของ Stadia ในการสตรีมเกมสำหรับผู้บริโภคนั้นสร้างขึ้นบนพื้นฐานเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้รับผลตอบรับจำนวนมากจากผู้ใช้ตามที่เราคาดไว้ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจยุติการให้บริการสตรีมมิง Stadia” Google กล่าวไว้ในแถลงการณ์

 

Google เปิดให้บริการ Stadia ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และเราก็ไม่แปลกใจนักหากจะถูกปิดตัวลงเร็วๆ นี้ เนื่องจาก Google หยุดพัฒนาเกมเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแพลตฟอร์มนี้มาปีกว่าแล้ว แถมยอดผู้ใช้งานก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างหรือได้รับความนิยมเท่ากับแพลตฟอร์มอื่นๆ

 

อย่างไรก็ดี Google สัญญาว่าจะคืนเงินค่าอุปกรณ์ เกม และเนื้อหาเสริมของ Stadia ทั้งหมดที่ซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์ของบริษัทให้แก่ผู้เล่นปัจจุบัน และยังมีแผนนำเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Stadia ไปใช้ยังส่วนอื่นๆ ของ Google เช่น YouTube, Google Play หรือ AR ต่อไป

 

ผู้เล่นสามารถใช้บริการ Google Stadia ได้จนถึงวันที่ 18 มกราคม 2023 หลังจากนั้นระบบจะปิดให้บริการและเริ่มขั้นตอนการคืนเงินให้แก่ผู้ใช้ตามลำดับ

 

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง:

The post ลาก่อน! Google ตัดสินใจหยุดให้บริการเกมคลาวด์ Stadia เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงเกมเมอร์ได้อย่างที่คิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix มีแผนเปิดสตูดิโอเกมเป็นของตนเอง ณ เฮลซิงกิ โดยได้อดีตผู้บริหารของ EA และ Zynga มาดูแล https://thestandard.co/netflix-ea-zynga/ Wed, 28 Sep 2022 11:21:33 +0000 https://thestandard.co/?p=688160 Netflix

นอกจากอุตสาหกรรมสตรีมมิง ดูเหมือน Netflix จะสนุกกับการบ […]

The post Netflix มีแผนเปิดสตูดิโอเกมเป็นของตนเอง ณ เฮลซิงกิ โดยได้อดีตผู้บริหารของ EA และ Zynga มาดูแล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix

นอกจากอุตสาหกรรมสตรีมมิง ดูเหมือน Netflix จะสนุกกับการบุกตลาดเกมมากกว่าที่คิด

 

หลังเปิดบริการเกมทางมือถือมาได้ขวบปี ไม่กี่วันที่ผ่านมา Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิงเจ้าใหญ่ของโลกเพิ่งประกาศว่า พวกเขากำลังเปิดสตูดิโอเกมเป็นของตนเองอีกแห่ง ณ เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ โดยได้ Marko Lastikka อดีตผู้บริหารของ EA และ Zynga มาดูแล 

 

เหตุที่เลือกเมืองนี้ Netflix ระบุในแถลงการณ์ว่า เฮลซิงกิเป็นศูนย์กลางการผลิตเกม และมีบุคคลที่มีความสามารถด้านเกมที่ดีที่สุดในโลก

 

สตูดิโอเกมแห่งนี้จะถูกสร้างใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่สตูดิโอเกมแห่งแรกในเฮลซิงกิของ Netflix เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Netflix เข้าซื้อกิจการ Next Games ซึ่งทำให้สตูดิโอแห่งใหม่กลายเป็นสตูดิโอแห่งที่ 2 ในเฮลซิงกิ และแห่งที่ 4 ของ Netflix

 

“นี่เป็นอีกก้าวหนึ่งในวิสัยทัศน์ของเรา ในการสร้างสตูดิโอเกมระดับโลกที่จะนำเกมต้นฉบับอันน่าสนุก โดยไม่มีโฆษณาและไม่มีการซื้อในแอป ไปสู่สมาชิกหลายร้อยล้านคนทั่วโลก” Amir Rahimi รองประธาน Game Studios ของ Netflix กล่าว 

 

Netflix Games เปิดให้บริการเกมผ่านระบบแอนดรอยด์มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว โดยมียอดดาวน์โหลดประมาณ 30 ล้านครั้งทั่วโลก และมีการใช้งานเฉลี่ย 1.63 ล้านคนในเดือนที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก Apptopia ที่แชร์ให้กับ CNN Business

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น Amir Rahimi กล่าวว่า การสร้างเกมอาจใช้เวลาหลายปี และแฟนๆ อาจต้องรอนานสักนิดก่อนที่จะมีเกมใหม่ปล่อยออกมา

 

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง:

The post Netflix มีแผนเปิดสตูดิโอเกมเป็นของตนเอง ณ เฮลซิงกิ โดยได้อดีตผู้บริหารของ EA และ Zynga มาดูแล appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘The New Signal’ อีเวนต์น่ารักที่ผนวกโลกของไวนิลเข้ากับ NFT https://thestandard.co/the-new-signal-nft/ Tue, 27 Sep 2022 11:59:08 +0000 https://thestandard.co/?p=687565 The New Signal

การฟังเพลงจากไวนิลกลายเป็นเทรนด์สำคัญของนักฟังยุคใหม่ที […]

The post ‘The New Signal’ อีเวนต์น่ารักที่ผนวกโลกของไวนิลเข้ากับ NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
The New Signal

การฟังเพลงจากไวนิลกลายเป็นเทรนด์สำคัญของนักฟังยุคใหม่ที่ชื่นชอบกลิ่นอายของการฟังเพลงยุคอนาล็อก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกเราในยามนี้กำลังตื่นตัวกับระบบบล็อกเชนและ Metaverse เช่นกัน และจะเป็นอย่างไรถ้าเราเอา 2 อย่างนี้มารวมกัน

 

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Gadhouse แบรนด์ Music & Lifestyle ผู้ผลิตเครื่องเสียงแบรนด์ไทย จับมือกับ SoundKoh Collective จัดงาน ‘The New Signal’ อีเวนต์เล็กๆ น่ารัก ที่นำเอาโลกของไวนิลมาผนวกเข้ากับโลก NFT โดยเชิญ 11 ศิลปิน NFT ทั้งจากไทย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานบนเครื่องเล่นแผ่นเสียง อุปกรณ์เสริม และเฟอร์นิเจอร์จาก Gadhouse ซึ่งนอกจากจะมีผลงานในโลกความเป็นจริงแล้ว ชิ้นงานทั้งหมดจะถูกแปลงไปอยู่บนโลกดิจิทัลโดยเหล่าศิลปิน 3D จาก Site of Projects บนแพลตฟอร์ม Sandbox เพื่อใช้เป็นช่องทางประมูลสินค้าบนแพลตฟอร์ม OpenSea รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายนั้นจะถูกนำไปใช้เพื่อการจัดกิจกรรมที่สนับสนุนศิลปิน นักดนตรีหน้าใหม่ และชุมชนท้องถิ่นต่อไป

 

แม้ตัวงานอีเวนต์หลักจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ตัวนิทรรศการยังคงจัดแสดงจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ณ TOWNHOUSE SPACE ซอยอารีย์ 4 แต่หากอยากประมูลชิ้นงาน NFTs สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://opensea.io/Gadhouse มีเจ๋งๆ เพียบเลย

 

The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal The New Signal

The post ‘The New Signal’ อีเวนต์น่ารักที่ผนวกโลกของไวนิลเข้ากับ NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกม Cyberpunk 2077 กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง หลังอนิเมะ ‘Cyberpunk: Edgerunners’ ออกฉาย https://thestandard.co/cyberpunk-2077-game-popularity/ Mon, 26 Sep 2022 12:27:03 +0000 https://thestandard.co/?p=686985 Cyberpunk 2077

เรียกว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์อนิเมะมาแรงและได้รับความนิยมมา […]

The post เกม Cyberpunk 2077 กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง หลังอนิเมะ ‘Cyberpunk: Edgerunners’ ออกฉาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cyberpunk 2077

เรียกว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์อนิเมะมาแรงและได้รับความนิยมมากในขณะนี้ กับ Cyberpunk: Edgerunners ซีรีส์การ์ตูนจากสตรีมมิง Netflix ที่ CD Projekt Red เจ้าของเกมดัง จับมือกับสตูดิโอ Trigger ของญี่ปุ่น นำโครงเรื่องจากเกม Cyberpunk 77 มาต่อยอดสร้างเป็นซีรีส์อนิเมะ เรื่องราวของ David เด็กหนุ่มยากจนที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ของเขาใน Night City สถานที่ที่อัดแน่นไปด้วยแสงสี ความรุนแรง และความเหลื่อมล้ำ โดยมี อาราซากะ บริษัทผลิตอาวุธยักษ์ใหญ่ของโลกเป็นผู้กุมอำนาจอยู่เบื้องหลัง

 

ทว่าเรื่องราวอันชวนให้น่าติดตามและสร้างความประทับใจแก่คนดู ทำให้เหล่าเกมเมอร์ผู้เคยผิดหวังจากบัคอันมหาศาลของเกม Cyberpunk 77 ตัดสินใจกลับมาเล่นอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงคนที่ไม่เคยสนใจเกมนี้ก็หันมาเล่นด้วย จนทำให้ Cyberpunk 77 กลับมาติดอันดับท็อป 10 บน Steam อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเคยทำสถิติมาแล้วช่วงเปิดเกม แต่เหล่าเกมเมอร์เทเนื่องจากผิดหวังกับบัคมหาศาล 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


 

สำหรับสถิติล่าสุด วันที่ 26 กันยายน 2022 เกม Cyberpunk 77 มีผู้เล่นแบบเรียลไทม์ประมาณ 80,000 คน และมากถึง 136,724 คนใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา คิดเป็นอันดับ 3 ใน Steam และเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับยอดเดือนก่อนที่มีคนเล่นไม่ถึง 20,000 คนต่อวันเท่านั้น

 

อย่างไรก็ดี หลายคนมองว่าไม่ใช่แค่ความนิยมของการ์ตูนอนิเมะที่ส่งผลต่อการความนิยมของเกม แต่ยังรวมไปถึงการลดราคาเกม และแพตช์อัปเดตใหม่เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมาด้วย

 

ภาพ: Netflix

อ้างอิง:

The post เกม Cyberpunk 2077 กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง หลังอนิเมะ ‘Cyberpunk: Edgerunners’ ออกฉาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
CASETiFY ปักหมุด เปิดป๊อปอัพสโตร์แห่งแรกในไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ แล้ววันนี้ https://thestandard.co/casetify-central-world/ Mon, 26 Sep 2022 09:04:33 +0000 https://thestandard.co/?p=686822 CASETiFY

หลังจากที่สั่งซื้อออนไลน์มานานหรือไปซื้อตามร้านอุปกรณ์ม […]

The post CASETiFY ปักหมุด เปิดป๊อปอัพสโตร์แห่งแรกในไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ แล้ววันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CASETiFY

หลังจากที่สั่งซื้อออนไลน์มานานหรือไปซื้อตามร้านอุปกรณ์มือถือ ล่าสุดแบรนด์เคสมือถือระดับโลกจากฮ่องกงอย่าง CASETiFY ที่ Gigi Hadid, Kylie Jenner และ The Weeknd ชอบสุดๆ ก็ได้เปิดป๊อปอัพสโตร์แห่งแรกในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ณ โซน Atrium ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้การนำเข้าของบริษัท PP Group

 

สำหรับป๊อปอัพสโตร์แห่งนี้ของ CASETiFY ก็จะพบกับหลากหลายเคสมือถือและอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงเคสสำหรับ iPhone 14 ที่เพิ่งมาใหม่สดๆ ร้อนๆ และก็ยังมีเคสมือถือไลน์ Co-Lab ที่ทำร่วมกับศิลปินและแบรนด์ชื่อดังอย่าง Keith Haring, Alice+Olivia, แบรนด์สตรีทแวร์ไทยอย่าง Carnival และที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ก็คือคอลเล็กชันที่ทำกับ เจฟ ซาเตอร์ 

 

เพื่อเป็นการฉลองป๊อปอัพสโตร์แห่งแรกในไทย ทาง CASETiFY ก็ได้มีโปรโมชันมากมาย โดยไฮไลต์ก็คือสำหรับลูกค้า 200 ท่านแรกที่ซื้อสินค้าครบ 2,999 บาท รับสายคล้องมือถือ (Custom Bead Strap) ที่มีตัวอักษร BKK และไอคอนรูปหัวใจ ที่ทำสำหรับประเทศไทยเท่านั้น 

 

ภาพ: CASETiFY 

The post CASETiFY ปักหมุด เปิดป๊อปอัพสโตร์แห่งแรกในไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ แล้ววันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สายวิ่งชวนไปเช็กอินที่ ‘101 Track’ ลู่วิ่งลอยฟ้าสองสีเปิดใหม่ ณ 101 True Digital Park https://thestandard.co/101-track/ Sun, 25 Sep 2022 09:51:11 +0000 https://thestandard.co/?p=686334 101 Track

ดูเหมือนคนกรุงมีที่วิ่งเพิ่มอีกแล้ว กับ 101 Track ลู่วิ […]

The post สายวิ่งชวนไปเช็กอินที่ ‘101 Track’ ลู่วิ่งลอยฟ้าสองสีเปิดใหม่ ณ 101 True Digital Park appeared first on THE STANDARD.

]]>
101 Track

ดูเหมือนคนกรุงมีที่วิ่งเพิ่มอีกแล้ว กับ 101 Track ลู่วิ่งลอยฟ้าสองสีที่เปิดใหม่ ณ ชั้นดาดฟ้าของ 101 True Digital Park

 

ถือเป็นเรื่องดีๆ ของเหล่าผู้ใช้ชีวิตคนเมือง ที่ยามนี้กรุงเทพมหานครของเรามีที่วิ่งดีๆ เปิดให้บริการฟรีแก่บุคคลทั่วไปอีกแห่งแล้ว โดยตั้งอยู่ชั้นบนสุดของ 101 True Digital Park ไลฟ์สไตล์มอลล์ในละแวกปุณณวิถี ถนนสุขุมวิทตอนปลาย 101 Track  ลู่วิ่งลอยฟ้าในร่มกึ่งกลางแจ้ง ระยะทางต่อรอบ 540 เมตร จัดได้ว่าเป็นลู่วิ่งลอยฟ้าที่มีระยะยาวที่สุด พร้อมพื้นที่ขนาดใหญ่ เหมาะแก่การออกกำลังกาย 

 

101 Track มีการใช้สีแสดงสัญลักษณ์ ได้แก่ โซนสีเทาสำหรับการวอร์มอัพ เลนสีน้ำเงินสำหรับการวิ่งเร็ว ส่วนเลนสีเขียวสำหรับการเดินหรือจ๊อกกิ้ง เพื่อให้คนวิ่งเลือกในเส้นทางที่เหมาะสมกับการออกกำลังกายของแต่ละคน พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ล็อกเกอร์ และที่จอดรถ การเดินทางสะดวกสบาย เนื่องจากเชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี

 

สำหรับผู้สนใจ ที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://101truedigitalpark.com

 

ภาพ: 101 Track

The post สายวิ่งชวนไปเช็กอินที่ ‘101 Track’ ลู่วิ่งลอยฟ้าสองสีเปิดใหม่ ณ 101 True Digital Park appeared first on THE STANDARD.

]]>
Spotify เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘GetReadyWithMusic’ เพลย์ลิสต์เพลงที่เข้าคู่กับสไตล์การแต่งตัวของผู้ใช้ในแต่ละวัน https://thestandard.co/spotify-getreadywithmusic/ Sun, 25 Sep 2022 07:58:00 +0000 https://thestandard.co/?p=686291 Spotify

ดนตรีและเครื่องแต่งกายล้วนบ่งบอกถึงตัวตนและอารมณ์ของคุณ […]

The post Spotify เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘GetReadyWithMusic’ เพลย์ลิสต์เพลงที่เข้าคู่กับสไตล์การแต่งตัวของผู้ใช้ในแต่ละวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Spotify

ดนตรีและเครื่องแต่งกายล้วนบ่งบอกถึงตัวตนและอารมณ์ของคุณในยามนั้น หลังจากเปิดตัวฟีเจอร์จับคู่เพลงกับเดสทิเนชันท่องเที่ยวไปเมื่อหลายเดือนก่อน มาตอนนี้ Spotify ก็เปิดตัวลูกเล่นใหม่อีกแล้วในชื่อว่า ‘GetReadyWithMusic’ ควิซสั้นๆ ก่อนสร้างเพลย์ลิสต์ที่ช่วยคุณเลือกเพลงให้เข้ากับสไตล์ของเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ 

 

‘GetReadyWithMusic’ เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่มีลูกเล่นสนุกๆ โดยให้ผู้ฟังชาวไทยเข้ามาทำควิซเพื่อสร้างเพลย์ลิสต์ที่ใช่ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากลวดลาย สีสัน และสไตล์ของเสื้อผ้าที่สวมใส่ วิธีการร่วมสนุกนั้นง่ายมาก 

 

– เพียงเข้าไปที่ https://spotify.com/getreadywithmusic ทางโทรศัพท์มือถือ 

– ตอบคำถามเกี่ยวกับสไตล์การแต่งกายของคุณ เพื่อให้ระบบรู้ว่าคุณกำลังเตรียมตัวทำอะไร สวมใส่เสื้อผ้าแบบไหน และอารมณ์เป็นเช่นไรในวันนี้ 

– อัปโหลดรูปภาพตัวเองกับชุดที่สวมใส่ ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นภาพปกในเพลย์ลิสต์ใหม่ของคุณ 

– จากนั้นระบบจะจัดเพลย์ลิสให้ และบูมกลายเป็น ‘Music Closet’ เพลย์ลิสต์สำหรับเสื้อผ้าแต่ละชุด ในตู้เสื้อผ้าดนตรี 

 

สำหรับใครที่อยากลองฟีเจอร์ GetReadyWithMusic สามารถลองเล่นได้แล้ววันนี้ ที่ https://spotify.com/getreadywithmusic

 

ภาพ: Shutterstock, Spotify

The post Spotify เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘GetReadyWithMusic’ เพลย์ลิสต์เพลงที่เข้าคู่กับสไตล์การแต่งตัวของผู้ใช้ในแต่ละวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Sims 4 เปิดให้เล่นฟรี! ตั้งแต่ 18 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนคนที่เสียเงินซื้อมาก่อนแล้ว มีของกำนัลให้ https://thestandard.co/the-sims-4-is-going-free-to-play/ Wed, 21 Sep 2022 13:34:45 +0000 https://thestandard.co/?p=684826 The Sims 4

ข่าวดีสำหรับแฟนคลับ The Sims และคนที่สนใจอยากเล่น &nbsp […]

The post The Sims 4 เปิดให้เล่นฟรี! ตั้งแต่ 18 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนคนที่เสียเงินซื้อมาก่อนแล้ว มีของกำนัลให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Sims 4

ข่าวดีสำหรับแฟนคลับ The Sims และคนที่สนใจอยากเล่น

 

‘ไม่กี่วันที่ผ่านมา EA (Electronic Arts) ผู้จัดจำหน่ายเกม The Sims ประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2022 เป็นต้นไป เกม The Sims 4 ภาคหลัก จะเปิดให้ผู้เล่นฟรีในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น PC และ Mac ผ่านแอปพลิเคชัน EA, Origin, Steam หรือจะเป็นคอลโซล PlayStation 5, PlayStation 4, Xbox Series X|S และ Xbox One ส่วนภาคเสริมอื่นๆ ยังคงต้องซื้อเช่นเคย

 

สำหรับชาวซิมส์ที่เคยโหลดเกมนี้มาเล่นก่อนหน้าไม่ต้องเสียใจไป ทาง EA เตรียมแจกแพ็กเกจเสริมให้ฟรีเพื่อปลอบใจ เป็น ‘Desset Luxe Kit’ ชุดเฟอร์นิเจอร์สีเบจ 28 ชิ้นที่ได้แรงบันดาลใจจากทะเลทราย ชาวซิมส์ที่มี The Sims 4 ครอบครองอยู่แล้วต้องล็อกอินเข้าระบบก่อนวันที่ 17 ตุลาคม และกดรับสิทธิ์จากเมนูหลัก ส่วนใครที่เป็นสมาชิก EA Play จะได้รับแพ็กเกจเสริม ‘Get to Work’ และ ‘Toddler Stuff Pack’ สำหรับ EA Play Pro เพิ่มอีกหนึ่งชุด ฟรี!

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า EA จะหยุดพัฒนาและสนับสนุนเกม ในทางตรงกันข้ามทางผู้พัฒนาระบุว่าทีมงานยังคงพัฒนาเนื้อหาใหม่สำหรับ The Sims 4 เพียงแต่เปลี่ยนมาเป็น Free-to-Play เพื่อต้องการขยายฐานผู้เล่นเพิ่มเท่านั้น

 

อย่างไรก็ดี แม้จะมีกระแสในเชิงบวก แต่ผู้เล่นแฟนคลับ The Sims ตัวยงกลับมองว่า EA สามารถชดเชยอะไรแก่ผู้เล่นได้มากกว่าชุดเฟอร์นิเจอร์สีเบจเพียงชุดเดียว

 

สำหรับใครอยากเล่น The Sims 4 สามารถดาวน์โหลดและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ea.com/en-gb/games/the-sims/the-sims-4

 

ภาพ: The Sims 4

อ้างอิง:

The post The Sims 4 เปิดให้เล่นฟรี! ตั้งแต่ 18 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนคนที่เสียเงินซื้อมาก่อนแล้ว มีของกำนัลให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมบางฤดูมนุษย์ถึงรู้สึกเศร้ากว่าปกติ? ‘ภาวะซึมเศร้าตามฤดูกาล’ อาจเกิดขึ้นเมื่อร่างกายรับแสงแดดไม่เพียงพอ https://thestandard.co/seasonal-affective-disorder/ Tue, 20 Sep 2022 05:58:12 +0000 https://thestandard.co/?p=684106 ภาวะซึมเศร้าตามฤดูกาล

ใน 1 ปีของประเทศไทยมีฤดูทั้งหมด 3 ฤดู เมื่อแต่ละฤดูเปลี […]

The post ทำไมบางฤดูมนุษย์ถึงรู้สึกเศร้ากว่าปกติ? ‘ภาวะซึมเศร้าตามฤดูกาล’ อาจเกิดขึ้นเมื่อร่างกายรับแสงแดดไม่เพียงพอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาวะซึมเศร้าตามฤดูกาล

ใน 1 ปีของประเทศไทยมีฤดูทั้งหมด 3 ฤดู เมื่อแต่ละฤดูเปลี่ยนไป ก็จะส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละคนเช่นเดียวกัน ซึ่งนั่นมีที่มาที่ไปและเหตุผลสนับสนุนว่าทำไมในบางฤดูมนุษย์ถึงรู้สึกเศร้ากว่าปกติ

 

อาการที่เกิดขึ้นมีชื่อเรียกว่า ‘ภาวะซึมเศร้าตามฤดูตาล’ หรือ Seasonal Affective Disorder (SAD) เป็นภาวะซึมเศร้าอีกประเภทหนึ่งที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล อาการเบื้องต้นจะรู้สึกเศร้า ขาดพลังงาน หมดความสนใจในกิจกรรมตามปกติ ง่วงนอน และน้ำหนักขึ้น 

 

โดยปกติ SAD จะเกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูหนาว ก่อนที่จะสิ้นสุดลงที่ช่วงฤดูร้อน ซึ่งในช่วงฤดูหนาวใครหลายคนอาจเผชิญกับ ‘Winter Blues’ เป็นภาวะที่ทำให้รู้สึกหดหู่เล็กน้อย แต่ SAD รุนแรงกว่า เพราะมันส่งผลต่อชีวิตประจำวันด้วย

 

ซึ่งกว่า 5% ของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ประสบกับ SAD โดยมีแนวโน้มที่จะเริ่มในวัยรุ่นที่อายุระหว่าง 18-30 ปี และส่งผลต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย นักวิจัยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามฤดูกาล โดยเชื่อว่า ‘การขาดแสงแดด’ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะนี้ในมนุษย์

 

นอกจากนี้แสงแดดยังทำให้นาฬิกาชีวิตเปลี่ยนไป ทั้งการควบคุมอารมณ์ การนอนหลับ และฮอร์โมน ที่สำคัญสารเคมีในสมองอาจเปลี่ยนไปด้วย เพราะแสงแดดช่วยควบคุมเซโรโทนินซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดความสุข รวมไปถึงวิตามินดีและการเพิ่มของเมลาโทนินด้วย

 

อ้างอิง:

The post ทำไมบางฤดูมนุษย์ถึงรู้สึกเศร้ากว่าปกติ? ‘ภาวะซึมเศร้าตามฤดูกาล’ อาจเกิดขึ้นเมื่อร่างกายรับแสงแดดไม่เพียงพอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสาร์-อาทิตย์นี้ ชวนดู VALORANT Champions Istanbul 2022 งานแข่งเกมรอบชิงชนะเลิศ รายการใหญ่ที่สุดของ VALORANT https://thestandard.co/valorant-champions-istanbul-2022/ Sat, 17 Sep 2022 07:15:03 +0000 https://thestandard.co/?p=682977

ถ้าพูดถึงเกมยิงปืนในบ้านเรานอกจาก PUBG, Free Fire ก็มี […]

The post เสาร์-อาทิตย์นี้ ชวนดู VALORANT Champions Istanbul 2022 งานแข่งเกมรอบชิงชนะเลิศ รายการใหญ่ที่สุดของ VALORANT appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าพูดถึงเกมยิงปืนในบ้านเรานอกจาก PUBG, Free Fire ก็มี VALORANT จาก Riot Games นี่แหละที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง และเพิ่มจำนวนผู้เล่นมากขึ้นทุกปีตั้งแต่มีการเปิดให้เล่นมาในปี 2020 แต่ในแง่ของ E-Sport เมื่อเทียบกับเกมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมในค่ายเดียวกันอย่าง League of Legends หรือค่ายคู่แข่ง การแข่งเกมชิงแชมป์โลกยังเป็นสิ่งใหม่มาก แต่สำหรับใครที่เป็นสายชอบดู E-Sport วันเสาร์-อาทิตย์นี้ เราจึงอยากชวนคุณไปดูแมตช์นัดสำคัญของศึกชิงความเป็น VALORANT Champions Istanbul 2022 งานแข่งเกมรอบชิงชนะเลิศ รายการใหญ่ที่สุดของเกม VALORANT

 

VALORANT Champions 2022 คืออะไร

 

VALORANT Champions 2022 เป็นรายการแข่งขันเกม VALORANT รายการใหญ่ที่สุดระดับ Tier S ที่นำเอาแชมป์และทีมต่างๆ ที่ผ่านการคัดเลือกจากการเก็บคะแนน VCT Circuit Points ในแต่ละโซนตลอดปีที่ผ่านมา และจาก VALORANT Last Chance Qualifier จากทั้ง 6 ภูมิภาค รวมทั้งหมด 16 ทีม มาประชันกัน เพื่อเฟ้นหาทีมที่เก่งและแกร่งที่สุดในสมรภูมิ รายการการแข่งขันนี้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2021 และการแข่งขันครั้งที่ 2 ในปีนี้จัดขึ้นที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 18 กันยายน 2022

 

คนดูจะได้ดูอะไรใน 2 วันนี้

 

ในวันที่ 17 และ 18 กันยายน 2022 จะเป็นสองแมตช์สำคัญที่ชี้ชะตาว่าใครเป็นทีมที่สุดยอดที่สุดในการแข่งขัน VALORANT Champions Istanbul 2022 ที่จัดขึ้น ณ Volkswagen Arena เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังผ่านการแข่งขันอย่างยาวนานมาตลอดทั้งปี

 

โดยในวันที่ 17 กันยายน 2022 เป็นการพบกันระหว่าง 2 ทีมใหญ่ของสายล่าง ได้แก่ DRK ที่ชนะ FRX ได้อย่างเฉียบขาด มาพบกับ OpTic ทีมจากสหรัฐอเมริกาที่พ่ายแพ้ให้แก่ LOUD และต้องการแก้มือเพื่อเข้าสู่รอบ Final ในคืนวันที่ 18 กันยายน 2022

 

VALORANT หรือ Project A ในชื่อเดิม เป็นเกมยิงปืนแบบ 5v5 ของค่าย Riot Games ที่ใช้ความสามารถของคาแรกเตอร์ตัวละครเป็นตัวแปรในการวางกลยุทธ์ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความสามารถและรูปแบบการเล่นของตัวละครที่ต่างกันถึง 19 ตัว ในแต่ละเกม ผู้เล่นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายละ 5 คน ผลัดกันรุก-รับ ใช้เวลา 01.40 นาทีต่อรอบ ใครได้ 13 คะแนนก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ การแข่งขัน VALORANT Champions Istanbul 2022 จะเป็นระบบแบบ BO3 ใครชนะ 2 ใน 3 เกมก่อนจะเป็นผู้ชนะไป

 

สำหรับใครที่อยากลองชมหรือติดตามการแข่งขัน สามารถเข้าไปรับชมและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ YouTube และ Facebook ของ ESL Thailand https://www.youtube.com/c/ESLThailand และ www.facebook.com/ThaiESL

 

ส่วนใครที่อยากลองเล่นเกม VALORANT สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ https://playvalorant.com/th-th

 

ภาพ: พลอยจันทร์ สุขคง

The post เสาร์-อาทิตย์นี้ ชวนดู VALORANT Champions Istanbul 2022 งานแข่งเกมรอบชิงชนะเลิศ รายการใหญ่ที่สุดของ VALORANT appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้เกิดคำพูด ‘แสดงความเกลียดชัง’ บนโลกออนไลน์มากขึ้น https://thestandard.co/sustain-lifestyle-temperature-anger/ Thu, 15 Sep 2022 01:13:50 +0000 https://thestandard.co/?p=681620 แสดงความเกลียดชัง

การศึกษาใหม่จากนักวิจัยสถาบัน Potsdam Institute for Cli […]

The post อุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้เกิดคำพูด ‘แสดงความเกลียดชัง’ บนโลกออนไลน์มากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสดงความเกลียดชัง

การศึกษาใหม่จากนักวิจัยสถาบัน Potsdam Institute for Climate Impact Research (PIK) พบว่า อุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้เกิดการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) บนโลกออนไลน์ 

 

ซึ่งคำพูดแสดงความเกลียดชังจะเพิ่มขึ้นในเขตภูมิอากาศ กลุ่มรายได้ และความเชื่อเรื่องอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นเกินไป และจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน The Lancet Planetary Health แสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำกว่า 12-21 องศาเซลเซียส จะเชื่อมโยงกับพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ที่ก้าวร้าว 

 

โดยที่สหรัฐอเมริกาได้วิเคราะห์ข้อความบน Twitter นับพันล้านรายการด้วยอัลกอริทึม AI พบว่า ทวีตที่แสดงความเกลียดชังเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่นอกเขตความสะดวกสบายของสภาพอากาศ ผู้คนมักแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวบนโลกออนไลน์เมื่ออยู่ข้างนอกที่อุณหภูมิร้อนหรือเย็นเกินไป Annika Stechemesser ผู้เขียนคนแรกของการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน The Lancet Planetary Health กล่าว

 

จากผลการศึกษาที่เน้นเรื่องการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังบนโลกออนไลน์นี้ ถือเป็นการส่งผลกระทบใหม่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมโดยรวมและสุขภาพจิตของผู้คนได้

 

อ้างอิง:

The post อุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้เกิดคำพูด ‘แสดงความเกลียดชัง’ บนโลกออนไลน์มากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Starbucks จับมือ Polygon เปิดตัว ‘Starbucks Odyssey’ โปรแกรมสมาชิกที่เข้าถึงสิทธิพิเศษมากขึ้นผ่าน NFT https://thestandard.co/starbucks-odyssey-nft/ Tue, 13 Sep 2022 12:47:06 +0000 https://thestandard.co/?p=680966

สร้างความตื่นเต้นให้แก่แฟนคลับ Starbucks ในสหรัฐอเมริกา […]

The post Starbucks จับมือ Polygon เปิดตัว ‘Starbucks Odyssey’ โปรแกรมสมาชิกที่เข้าถึงสิทธิพิเศษมากขึ้นผ่าน NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>

สร้างความตื่นเต้นให้แก่แฟนคลับ Starbucks ในสหรัฐอเมริกาไม่น้อย เมื่อเครือกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัว ‘Starbucks Odyssey’ โปรแกรมสมาชิกในโลก Web3 ที่ช่วยให้นักชิมกาแฟสัมผัสประสบการณ์พิเศษจากสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากโปรแกรมสมาชิกปกติ

 

Brady Brewer รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Starbucks กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “Starbucks ทำหน้าที่เป็น Third Place เสมอ เราทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างบ้านและที่ทำงาน เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างกาแฟและชุมชน และเราก็ทำหน้าที่นี้ในโลก Web3 ด้วย”

 

Starbucks Odyssey จะเป็นส่วนขยายของโปรแกรม Starbucks Rewards โดยจะเป็นระบบสะสมคะแนนของสมาชิกบนเครือข่ายบล็อกเชน Polygon กล่าวคือ สมาชิกต้องเข้าสู่ระบบ Starbucks Rewards ในเบื้องต้น จากนั้นก็เริ่มทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสะสมแต้ม ซึ่งส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับแบรนด์และกาแฟ เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมสมาชิกจะได้ตราประทับสะสมในรูปแบบของ NFT ซึ่งสามารถนำไปซื้อขายต่อกันได้ แสตมป์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันจะมีให้สมาชิกทุกคนสามารถซื้อได้โดยตรงด้วยบัตรเครดิต ไม่จำเป็นต้องใช้กระเป๋าเงินเข้ารหัสลับหรือสกุลเงินดิจิทัล เมื่อสะสมแสตมป์ได้ในระดับหนึ่ง ระบบจะปลดล็อกการเข้าถึงสิทธิประโยชน์และประสบการณ์พิเศษต่างๆ เช่น สิทธิในการซื้อสินค้าพิเศษ หรือร่วมกิจกรรมอย่างการเดินทางไปฟาร์มกาแฟ Starbucks Hacienda Alsacia ในคอสตาริกา 

 

“นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น Starbucks Odyssey เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในรูปแบบของ Third Place เพื่อพบกับลูกค้าของเราไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เรากำลังสร้างชุมชนด้วยเทคโนโลยี Web3 สถานที่ซึ่งสมาชิก Starbucks Rewards และพันธมิตรสามารถเชื่อมต่อกันได้ด้วยความรักของกาแฟ” Brewer กล่าว

 

ตอนนี้ Starbucks Odyssey จะเริ่มใช้ในสหรัฐอเมริกาเพียงเท่านั้น และคาดว่าจะขยายสู่ส่วนอื่นในอนาคตถ้าประสบความสำเร็จ โดยผู้สนใจสามารถเข้าลงชื่อ Waiting List ได้ที่ https://waitlist.starbucks.com

 

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง:

The post Starbucks จับมือ Polygon เปิดตัว ‘Starbucks Odyssey’ โปรแกรมสมาชิกที่เข้าถึงสิทธิพิเศษมากขึ้นผ่าน NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
ควีนเอลิซาเบธที่ 2 กับ Royal Corgi สุนัขทรงเลี้ยง 14 รุ่น ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ https://thestandard.co/royal-corgi-queen-elizabeth-2/ Fri, 09 Sep 2022 11:32:28 +0000 https://thestandard.co/?p=679166

“สุนัขคอร์กี้ของฉัน คือครอบครัว” – ควีนเอลิซาเบธท […]

The post ควีนเอลิซาเบธที่ 2 กับ Royal Corgi สุนัขทรงเลี้ยง 14 รุ่น ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

“สุนัขคอร์กี้ของฉัน คือครอบครัว” – ควีนเอลิซาเบธที่ 2

 

ใครที่ติดตามพระจริยวัตรของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงครองราชย์ จะเห็นว่าทุกอิริยาบถของพระองค์มักมีเหล่าสุนัขคอร์กี้ทรงเลี้ยงคลอเคลียอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเดินเล่นในสวน ประทับอยู่ในห้องหนังสือ หรือออกว่าพระราชกิจตามสถานที่ต่างๆ จนกลายเป็นภาพจำไปแล้วว่า ‘มีควีนต้องมีคอร์กี้ มีคอร์กี้ต้องมีควีน’ การเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์คอร์กี้ของพระองค์ ไม่เพียงสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นเท่านั้น แต่ยังสร้างความนิยมให้แก่เหล่าสุนัขพันธุ์คอร์กี้จนเกิดกระแสบูมไปทั่วโลก

 

สุนัขคอร์กี้ทรงเลี้ยงตัวแรก ต้องย้อนกลับไปเมื่อพระองค์ยังเป็นองค์หญิงเอลิซาเบธ พระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชบิดาทรงเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์คอร์กี้ที่มีชื่อว่า ‘ดูดี้’ (Dookie) เจ้าหญิงเอลิซาเบธทรงรักและเอ็นดูมากจนต้องแวะเวียนไปเล่นด้วยเสมอ จนกระทั่งพระองค์มีพระชนมายุ 18 พรรษา พระราชบิดาจึงพระราชทานสุนัขคอร์กี้ให้ทรงเลี้ยง 1 ตัว โดยมีชื่อว่า ‘ซูซาน’ (Susan)

 

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเดตกับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ เดินเล่นในสวน ทรงหนังสือ หรือทำกิจวัตรอันใด เป็นต้องเห็นเจ้าหญิงเอลิซาเบธกับซูซานอยู่เสมอ พระองค์ทรงเอ็นดูซูซานมาก และทรงทำฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขคอร์กี้เป็นของพระองค์เองในพระราชวังวินด์เซอร์ ลูกสุนัขพันธุ์แท้ทุกตัวจากคอกในพระราชวังจะได้รับการจดทะเบียนภายใต้ชื่อวินด์เซอร์ สมเด็จพระราชินีไม่เคยอนุญาตให้คอร์กี้ทรงเลี้ยงทำการแสดงและแข่งขันใดๆ และพระองค์ก็ไม่เคยขายคอร์กี้ทรงเลี้ยงสักตัวเดียว แม้ว่าจะมอบให้เป็นของขวัญบ้างก็ตาม

 

ภาพจำอันดีงามและอบอุ่นระหว่างควีนกับคอร์กี้ ทำให้สุนัขพันธุ์คอร์กี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในสหราชอาณาจักร จากเดิมที่มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ กลับมีผู้สนใจเลี้ยงมากมาย บางตัวถูกนำมาเป็นมาสคอต บางตัวถูกนำไปล้อเลียนในการ์ตูน และบางตัวก็ถูกนำไปร่วมแสดงซีนเปิดงานในพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ

 

ตลอดพระชนมายุ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเลี้ยงคอร์กี้ทั้งหมด 30 ตัว 14 รุ่น โดยทุกตัวได้เสียชีวิตลงแล้ว และถูกฝังไว้ที่สุสานในพระตำหนักบัลมอรัล และพระราชวังบักกิงแฮม 

 

 

ภาพ: Getty Image

อ้างอิง:

The post ควีนเอลิซาเบธที่ 2 กับ Royal Corgi สุนัขทรงเลี้ยง 14 รุ่น ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทาสต้องมีแล้วไหม? Dyson เปิดตัวเครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่ที่มีชุดแปรงขนสำหรับสัตว์เลี้ยงมาด้วย https://thestandard.co/dyson-v15-detect/ Thu, 08 Sep 2022 08:08:42 +0000 https://thestandard.co/?p=678223

เมื่อนึกถึงอุปกรณ์ล้ำๆ สำหรับการทำความสะอาดบ้านที่สวยหร […]

The post ทาสต้องมีแล้วไหม? Dyson เปิดตัวเครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่ที่มีชุดแปรงขนสำหรับสัตว์เลี้ยงมาด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อนึกถึงอุปกรณ์ล้ำๆ สำหรับการทำความสะอาดบ้านที่สวยหรู ดีไซน์ดูดี และได้รับความนิยมในคนไทย คงหนีไม่พ้นเครื่องดูดฝุ่น Dyson ที่จะอยู่ใน Top of Mind ของใครหลายคนแน่นอน เป็นเวลาสักพักแล้วที่ไม่ได้ข่าวความเคลื่อนไหวอะไรใหม่ๆ กลายเป็นว่าทางแบรนด์ซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่อยู่นี่เอง

 

 

จนล่าสุด Dyson เพิ่งมีการเปิดตัวเครื่องดูดฝุ่น Dyson V15 Detect อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และเคลมว่านี่เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ทรงพลังและชาญฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ Dyson ทีเดียว (ด้วยพลังดูด 240 AW และเทคโนโลยีเลเซอร์และเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น) แต่ที่ดูเหมือนจะถูกใจทาสน้องหมา น้องแมว เป็นพิเศษก็คือการที่เครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับ 3 เครื่องมือใหม่ที่ตอบสนองความต้องการในการทำความสะอาดที่หลากหลายกว่าเดิม โดยเฉพาะชุดแปรงขนสัตว์เลี้ยงที่บอกเลยว่าเหล่าทาสสามารถแปรงขนให้น้องๆ ได้อย่างสะอาด สวยงาม ราวกับเป็นมืออาชีพเลยทีเดียว

 

ส่วนอีกสองเครื่องมือใหม่ที่มาด้วยกันคือแปรงปัดฝุ่นไร้รอยขีดข่วน สำหรับทำความสะอาดคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ใดๆ และยังมีหัวดูดสำหรับซอกเข้าถึงยากที่ใช้งานง่ายยิ่งขึ้นในพื้นที่ที่ตัวเราเข้าถึงยาก

 

 

การเปิดตัวเครื่องดูดฝุ่น Dyson V15 Detect ครั้งนี้เป็นผลงานทางวิศวกรรมจาก Dyson ที่มีการพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นและอุปกรณ์เสริมใหม่ เป็นผลเนื่องมาจากการวิจัยระดับโลก Dyson Global Dust Study ที่ศึกษาพฤติกรรมการทำความสะอาดของคนไทย และพบว่าในปีนี้ 93% ของคนไทยทำความสะอาดบ้านบ่อยเท่ากับปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าถึงแม้จะเป็นยุคหลังโควิด ความสะอาดและสุขอนามัยของบ้านก็ยังเป็นสิ่งสำคัญของคนไทย ทางแบรนด์จึงพัฒนาเครื่องมือทำความสะอาดที่เก่งขึ้น ฉลาดขึ้น และตอบโจทย์การทำความสะอาดในหลากหลายรูปแบบมากขึ้นนั่นเอง

 

ขอโฟกัสไปที่เครื่องมือชุดแปรงขนสัตว์เลี้ยงก่อนเลย อุปกรณ์นี้น่าจะทำให้ปัญหาเรื่องเส้นขนสัตว์เลี้ยงในบ้านกลายเป็นเรื่องเบาๆ เส้นขนของสัตว์เลี้ยงสามารถนำละอองเกสรและสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ ไปทั่วบ้าน

 

 

จากการสำรวจพฤติกรรมการทำความสะอาดทั่วโลกของ Dyson พบว่า คนไทย 2 ใน 5 ให้สัตว์เลี้ยงนอนร่วมเตียงเดียวกัน และมีเพียง 3 ใน 10 ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงเท่านั้นที่ทราบว่าตัวไรฝุ่นสามารถอาศัยอยู่บนสัตว์เลี้ยงได้ ชุดแปรงขนสัตว์เลี้ยงจึงถูกออกแบบมาเพื่อดูดจับเส้นขนและสะเก็ดผิวขนาดเล็กที่หลุดร่วงออกมาในระหว่างที่เราแปรงขนของน้องๆ วิธีใช้ง่ายมาก เพียงต่อหัวดูดแปรงเข้ากับตัวเครื่องได้เลย จะต่อแบบท่อดูดเพิ่มความยาวก็ได้ โดยขนแปรงหวี 364 เส้น ที่เอียงเป็นมุม 35 องศาจะงอมาอยู่ในตำแหน่งตั้งตรงขณะที่เรากำลังแปรงขน ซึ่งสะดวกและง่ายมากๆ เพียงแค่นี้น้องหมาน้องแมวของเราก็จะมีขนที่สวย สะอาด ปราศจากฝุ่น สะเก็ดผิวหนัง และไรฝุ่น 

 

 

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เหมาะกับทุกคนคือแปรงปัดฝุ่นไร้รอยขีดข่วน เป็นแปรงแบบ Self-Cleaning ตัวแรกของ Dyson ซึ่งฉีกกรอบการกำจัดฝุ่นแบบเดิมๆ ไปเลย โดยได้แรงบันดาลใจจากพู่กันระบายสีและแปรงแต่งหน้าขนแปรงเรียวเล็กเพียง 0.05 มม. ทำให้เวลาใช้งานปัดคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กใดๆ ฝุ่นบนจอทีวี หรือฝุ่นภายในรถยนต์ ก็จะช่วยขจัดฝุ่นได้ง่ายและไม่ทำให้เป็นรอยง่าย

 

 

นอกจากนี้เครื่องดูดฝุ่นรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับความสามารถในการกรอง 5 ระดับ สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 99.99% เล็กสุดที่ 0.3 ไมครอน แปลว่าเวลาดูดฝุ่นเรามั่นใจได้เลยว่าจะไม่เหลือฝุ่นหลุดรอดไปได้ มีการปิดผนึกทั่วทั้งตัวเครื่อง ไร้กังวลเรื่องการรั่วไหลของฝุ่นด้วยระบบการกรอง HEPA ที่สามารถดักจับฝุ่นขนาดเล็กได้ ทั้งสะเก็ดผิวหนังจากสัตว์เลี้ยงหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ตัวกรองที่อยู่ด้านในเครื่องถูกพัฒนาขึ้นจนสามารถดักจับอนุภาคได้มากถึง 99.97% โดยจับอนุภาคได้เล็กสุดที่ 0.1 ไมครอน ทำให้เครื่องดูดฝุ่นรุ่นนี้ได้ชื่อว่าสามารถกรองอากาศได้สะอาดที่สุด และยังเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีระบบการกรองดีที่สุดของ Dyson อีกด้วย

 

 

ส่วนใครที่เคยเจอปัญหาพื้นที่แคบๆ ที่เครื่องดูดฝุ่นเข้าไม่ถึง เครื่องดูดฝุ่นตัวใหม่นี้แก้ Pian Point ได้แล้ว เพราะมีหัวดูดสำหรับซอกเข้าถึงยากที่สามารถบิดได้ถึง 22 องศา ด้วยความกว้างเพียง 12.5 มม. และระยะเอื้อม 254 มม. หัวดูดนี้ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงและทำความสะอาดพื้นที่แคบได้อย่างล้ำลึก ถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่ตอบโจทย์ให้ผู้ใช้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม สำหรับทุกความต้องการในการทำความสะอาดภายในบ้านได้อย่างพึงพอใจ

 

 

ภาพ:  Courtesy of Dyson 

The post ทาสต้องมีแล้วไหม? Dyson เปิดตัวเครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่ที่มีชุดแปรงขนสำหรับสัตว์เลี้ยงมาด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาแล้ว iPhone รุ่นใหม่! เช่นกันกับ Apple Watch และ AirPods Pro พร้อมราคา https://thestandard.co/apple-events-2022/ Thu, 08 Sep 2022 04:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=678024 Apple

วันนี้ (8 กันยายน) Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สาวกตั้ […]

The post มาแล้ว iPhone รุ่นใหม่! เช่นกันกับ Apple Watch และ AirPods Pro พร้อมราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple

วันนี้ (8 กันยายน) Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สาวกตั้งตาคอยในงาน Far Out ที่จัดขึ้นที่ Steve Jobs Theatre เมืองแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีทั้ง iPhone, Apple Watch และ AirPods ตัวใหม่ ที่น่าสนใจไม่น้อย

 

Apple

 

iPhone 14 ราคา 32,900 บาท / iPhone 14 Plus ราคา 37,900 บาท  

หน้าตายังคงเหมือนกับ iPhone 13 และใช้หน่วยประมวลผลเดียวกันอย่าง A15 จอภาพเป็นเทคโลยี Super Retina XDR ขนาด 6.1 และ 6.7 นิ้ว กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่ถ่ายภาพตอนกลางคืนได้ดีขึ้น ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมกับระบบ Auto Focus เทคโนโลยี Photonic Engine จะช่วยปรับแต่งภาพให้ดีขึ้นอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีความสามารถใหม่ๆ อีก เช่น ฟังก์ชัน Always-On Display พร้อมกับการปรับแต่ง Lock Screen แบบใหม่ๆ ฟังก์ชันตรวจจับอุบัติเหตุรถชนพร้อมโทรขอความช่วยเหลือ ไปจนถึงการสามารถเชื่อมต่อกับระบบดาวเทียมเพื่อขอความช่วยเหลือได้แม้จะไม่มีสัญญาณมือถือหรือสัญญาณ WiFi

 

Apple

 

iPhone 14 Pro ราคา 41,900 บาท / iPhone 14 Pro Max ราคา 44,900 บาท

ดีไซน์ที่เปลี่ยนชัดเจนคือรอยบากหน้าจอที่เล็กลงและถูกทำให้เป็น Dynamic Island ซึ่งจะเปลี่ยนหน้าตาและขนาดไปเรื่อยตามฟังก์ชันที่ใช้งาน ส่วนหน่วยประมวลผลก็ใช้ชิปใหม่ล่าสุดอย่าง A16 Bionic ที่ทำงานได้เร็วกว่าเดิม ส่วนจอภาพถูกพัฒนาให้ดีขึ้น โดยจะสว่างกว่าเดิมถึง 2 เท่าเมื่ออยู่กลางแดด ขณะที่กล้อง คราวนี้ถูกอัปเกรดให้แจ่มกว่าเดิมด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ใหญ่ขึ้น 65% เมื่อเทียบกับ iPhone 13 Pro แถมยังเอาใจมืออาชีพด้วยการถ่ายฟอร์แมต ProRAW และเพิ่มเทเลโฟโต้ 2 เท่ามาให้สำหรับการถ่ายรูปคนสวยๆ 

 

แน่นอนว่าการถ่ายภาพกลางคืนก็ทำได้ดีขึ้นถึง 2 เท่า ส่วนกล้องหน้าก็มาพร้อมกับระบบ Auto Focus และรูรับแสงที่กว้างขึ้น ทำให้ถ่ายรูปตอนกลางคืนได้ดีขึ้นเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอยังคงเป็นระดับ 4K แต่พัฒนาระบบกันสั่นให้ดีกว่าเดิม ทั้ง iPhone 14 Pro และ 14 Pro Max มีฟังก์ชัน Always-On Display และฟังก์ชันตรวจจับอุบัติเหตุรถชนพร้อมโทรขอความช่วยเหลือ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมเพื่อขอความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนเรื่องสีใหม่ ปีนี้เพิ่มสีม่วงเข้มเข้ามาให้เลือกอีกหนึ่งสี

 

Apple

 

Apple Watch SE ราคา ​​9,900 บาท 

รุ่นเล็กสุดในตระกูลที่ออกมาแทนรุ่นก่อนหน้าเมื่อปี 2020 คราวนี้ทำงานได้เร็วกว่าเดิม 20% นอกจากฟังก์ชันมาตรฐานอย่างการใช้งานเพื่อสุขภาพและฟิตเนสทั้งหลาย เช่น วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วิเคราะห์การนอน ฯลฯ ยังมีฟังก์ชันใหม่คือการตรวจจับอุบัติเหตุรถชน หากเกิดขึ้นก็พร้อมที่จะโทรขอความช่วยเหลือทันที 

 

Apple

 

Apple Watch Series 8 ราคา 15,900 บาท 

มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่อย่างการตรวจวัดอุณหภูมิ ที่จะช่วยให้ผู้หญิงสามารถติดตามรอบเดือนและคาดคะเนช่วงเวลาตกไข่ได้, การตรวจจับการชนกันจากอุบัติเหตุรถชนอย่างรุนแรง ซึ่งเมื่อเกิดเหตุขึ้นจะมีบริการติดต่อหน่วยฉุกเฉินให้อัตโนมัติ พร้อมบอกตำแหน่ง รวมถึงแจ้งเตือนผู้ที่อยู่ในรายชื่อติดต่อฉุกเฉินที่ตั้งไว้

 

Apple

 

Apple Watch Ultra ราคา 31,900 บาท 

รุ่นนี้เหมาะสำหรับนักผจญภัยและนักกีฬาทั้งหลาย เพราะออกแบบมาให้สามารถทำงานได้ในหลากหลายสภาพแวดล้อมและทนทานต่อทุกสภาพอากาศ โดยตัวเรือนทำมาจากไทเทเนียมที่แข็งแรง ทนทาน ป้องกันการกระแทก 

 

สามารถใช้งานได้ในสภาพอากาศเย็น -20 องศาไปจนถึงร้อนจัด 55 องศา, ลงน้ำได้ลึก 40 เมตร, มาพร้อมกับระบบ GPS ที่ระบุตำแหน่งได้แม่นยำกว่า GPS ทั่วไปถึง 2 เท่า, มีระบบตัดเสียงรบกวน เพื่อให้สามารถพูดคุยได้อย่างชัดเจน, ระบบเข็มทิศดิจิทัล รวมถึงฟังก์ชันส่งเสียงขอความช่วยเหลือที่สามารถส่งไปได้ไกลถึงระยะ 180 เมตร ส่วนแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 36 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

 

Apple

 

AirPods Pro 2 ราคา 8,990 บาท

หน้าตายังคงเหมือนเดิม แต่ Apple บอกว่าเสียงดีกว่าเดิมแน่นอน เพราะใช้ไดรเวอร์ใหม่ พร้อมตัวขยายสัญญาณ และชิปใหม่อย่าง H2 ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คุณภาพเสียงเพลงดีกว่าเดิมแล้ว ยังช่วยให้ระบบตัดเสียงรบกวน หรือ Active Noise Cancellation ทำงานได้ดีมากขึ้นถึง 2 เท่าเลยทีเดียว ส่วนการควบคุม คราวนี้สามารถเพิ่ม-ลด Volume ได้แล้วด้วยการควบคุมผ่านก้านหูฟัง ขณะที่แบตเตอรี่ก็ถูกปรับให้สามารถใช้ฟังเพลงแบบยาวๆ ไปเลย 6 ชั่วโมงรวด 

 

ภาพ: Apple 

The post มาแล้ว iPhone รุ่นใหม่! เช่นกันกับ Apple Watch และ AirPods Pro พร้อมราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hayao Miyazaki เร่งระดมทุนเพื่ออนุรักษ์ผืนป่าที่ Totoro เกิด เพราะถ้าไม่มีป่านี้คงไม่มี My Neighbor Totoro https://thestandard.co/hayao-miyazaki-fundraising/ Thu, 08 Sep 2022 01:41:11 +0000 https://thestandard.co/?p=677956 My Neighbor Totoro

หากใครเป็นแฟน Studio Ghibli ค่ายแอนิเมชันชื่อดังจากญี่ป […]

The post Hayao Miyazaki เร่งระดมทุนเพื่ออนุรักษ์ผืนป่าที่ Totoro เกิด เพราะถ้าไม่มีป่านี้คงไม่มี My Neighbor Totoro appeared first on THE STANDARD.

]]>
My Neighbor Totoro

หากใครเป็นแฟน Studio Ghibli ค่ายแอนิเมชันชื่อดังจากญี่ปุ่น จะต้องรู้จักภาพยนตร์เรื่อง My Neighbor Totoro เป็นอย่างดี เพราะมีตัวละครที่โดดเด่นเป็นที่น่าจดจำอย่าง ‘Totoro’ ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าเขียวขจีอุดมสมบูรณ์

 

แต่รู้หรือไม่ว่าป่าในเรื่อง My Neighbor Totoro มีอยู่จริง ซึ่งผู้กำกับ และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Studio Ghibli อย่าง ฮายาโอะ มิยาซากิ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากป่าแห่งนั้น

 

นอกจากนี้เขายังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งสถานที่ดังกล่าวมีชื่อว่า Sayama Hills ใน Tokorozawa จังหวัดไซตามะ เขาอาศัยอยู่ที่นั่นมานานกว่า 52 ปี ด้วยความรักและผูกพันกับผืนป่า เขากล่าวว่า “ถ้าเราไม่ได้อาศัยอยู่ใน Tokorozawa คงไม่มีเจ้า Totoro”

 

เขาใช้เงินไปกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อกอบกู้ผืนป่าที่ Totoro เกิด แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เขาสนับสนุนให้รัฐบาลท้องถิ่นเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์ และขอความช่วยเหลือจากสาธารณชนด้วยการระดมทุนจากนักลงทุน หรือประชาชนทั่วไป พร้อมมอบรางวัลเป็นภาพสุดพิเศษให้แก่ผู้ที่เข้าร่วม

 

ในฐานะที่ป่าแห่งนี้ถือเป็นถิ่นกำเนิดของ Totoro การอนุรักษ์พื้นที่จึงมีความสำคัญไม่เพียงแต่ในสตูดิโอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแฟนๆ ด้วย และเนื่องจากภาพรางวัลไม่สามารถส่งออกนอกประเทศได้ แคมเปญนี้จึงจำกัดให้เฉพาะคนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ผลตอบรับก็ดีเกินคาด โดยขณะนี้สามารถระดมทุนได้ประมาณ 86% ของเป้าหมายแล้ว 

 

และเมื่อบรรลุเป้าหมาย เมืองจะใช้เงินทั้งหมดที่ระดมทุนมาได้ซื้อที่ดินสำหรับโครงการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวในปีงบประมาณ 2023 

 

ภาพ: Studio Ghibli

อ้างอิง:

The post Hayao Miyazaki เร่งระดมทุนเพื่ออนุรักษ์ผืนป่าที่ Totoro เกิด เพราะถ้าไม่มีป่านี้คงไม่มี My Neighbor Totoro appeared first on THE STANDARD.

]]>