พลิ้วไหวดั่งสายลม แข็งแกร่งดุจหินผา เคลื่อนไหวดั่งสายน้ […]
The post Feixue Pavilion ในจีน ที่มาของสถาปัตยกรรมที่แข็งแกร่ง แต่พลิ้วไหวและอ่อนโยน appeared first on THE STANDARD.
]]>
พลิ้วไหวดั่งสายลม แข็งแกร่งดุจหินผา เคลื่อนไหวดั่งสายน้ำ – นี่ไม่ใช่บทกวีเปรียบเทียบแต่เป็นการนิยามอารมณ์สถาปัตยกรรมหลากหลายมิติที่รวมไว้ในหนึ่งเดียว อาคารที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ก็คือ Feixue Pavilion ในเมืองลู่โจว มณฑลเสฉวน ประเทศจีน สถาปัตยกรรมปูนเปลือยดีไซน์เก๋กลิ่นอาย Minimalist Architecture ที่ดูแข็งกร้าวและแข็งแกร่งทว่าอ่อนโยนและนุ่มนวลในคราวเดียวกัน รายละเอียดของการดีไซน์นั้นล้วนแล้วแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติโดยรอบที่โอบล้อม ทั้งยังเป็นผลงานสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ชื่ออาคารหลังนี้ 飞雪 (Feixue) ในภาษาจีนแปลว่า ‘หิมะที่โปรยปราย’ มันสื่อความหมายถึงหุบเขาแห่งดอกแพร์ที่บริเวณนี้จะรายล้อมด้วยต้นแพร์เต็มไปหมด ยามที่มันออกดอกบานสะพรั่งจะขาวโพลนเต็มหุบเขานั้นเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่งนัก และเมื่อสายลมพัดผ่านกลีบดอกที่ปลิวสไวนั้นก็งดงามราวกับหิมะกำลังโปรยปรายเลยทีเดียว

สถาปนิกหยิบเอาอัตลักษณ์ของพืชพรรณท้องถิ่นนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบอาคาร โครงอาคารตลอดจนรายละเอียดส่วนต่าง ๆ อาทิ หลังคา และแผ่นทางเดิน ออกแบบให้มีรูปทรงเหมือนกลีบดอกไม้ หากถอยมามองภาพรวมในระยะไกลก็จะเห็นภาพราวกับว่ากลีบดอกแพร์ที่ร่วงหล่นและปลิวสไวทั้งหลายต่างพัดพามารวมตัวซ้อนทับกันอย่างไม่เป็นระเบียบ (ตามธรรมชาติ) จนก่อเกิดเป็นอาคารหลังนี้นั่นเอง
ถึงแม้แรงบันดาลใจในเรื่องดอกไม้จะดูอ่อนโยนพลิ้วไหวทว่าสถาปนิกกลับเลือกสร้างอาคารนี้ด้วยคอนกรีตเป็นหลักที่อาจดูขัดหูขัดตาและย้อนแยงกันไปสักหน่อย แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นความตั้งใจสร้างสถาปัตยกรรมกลิ่นอายมินิมอลลิสต์ด้วยวัสดุที่แข็งและเรียบนิ่งเพื่อสื่อถึงความแข็งแกร่งของขุนเขาที่โอบล้อมอยู่ในคราวเดียวกัน

ทว่าความขัดแย้งที่ย้อนแยงนี้กลับผสมผสานกันได้ลงตัวอย่างน่าประหลาด คอนกรีตปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งถูกทำให้ซอฟท์ลงด้วยลายเส้นโค้งมนวางสลับซับซ้อนอย่างไม่เป็นระเบียบนัก ประกอบกับการดีไซน์ให้ผนังอาคารล่นลึกเข้ามาด้านใน (พร้อมเน้นการใช้ประตูและหน้าต่างกระจกใส) เพื่อเว้นโซนด้านนอกให้เป็นระเบียงโปร่งก็ช่วยลดความอึดอัดและแข็งทื่อลงได้ดีทีเดียว ดูเป็นความแข็งแกร่งที่อ่อนโยนเหมือนดั่งธรรมชาติด้วยเช่นกัน
ทว่าอีกไฮไลท์เด่นที่ทำให้อาคารหลังนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นไม่ซ้ำใครก็คือการออกแบบหลังคารอาคารให้เป็นบ่อน้ำในตัว แล้วบ่อแต่ละบ่อยังเล่นระดับลดหลั่นกันลงไปสร้างมุมมองที่ทำให้อาคารหลังนี้ดูมีมิติที่น่าสนใจอีกด้วย จุดเด่นของดีไซน์นั้นอยู่บนหลังคาด้านบนสุดของอาคารและอีกอันที่ลดหลั่นลงมา

ซึ่งบริเวณนี้วางพื้นรูปกลีบดอกไม้ไซส์เล็กลงลดหลั่นกันไปในดีไซน์ที่ทำให้เข้ากันกับรูปทรงของหลังคาด้วย แล้วดีไซน์พื้นที่ให้กลายเป็นระเบียงจุดชมวิวหลากหลายพร้อมทางเดินลอยเหนือน้ำ ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปาร์ตี้ส่วนตัวเล็ก ๆ ที่พิเศษไม่เหมือนใครได้อีกด้วย ซึ่งดีไซน์นี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรดากลีบดอกแพร์ที่ร่วงหล่นลงมาลอยอยู่บนผิวน้ำนั่นเอง

นอกจากนี้หลังคาบ่อน้ำยังเปลี่ยนมู้ดได้หลากหลายอารมณ์ทำให้อาคารมีลูกเล่นหลากหลายมิติเพิ่มมากขึ้น ยามผิวน้ำนิ่งสะท้อนเงาธรรมชาติโดยรอบอย่างสวยงาม ยามผิวน้ำต้องแสงยามเช้าหรือยามเย็นสร้างก็สร้างวิวสุดแสนโรแมนติกน่าประทับใจ หรือยามลมพัดก็สร้างเกลียวคลื่นทำให้พื้นผิวดูเคลื่อนไหวไม่เรียบนิ่ง หรือแม้แต่ยามฝนตกกระทบผิวน้ำก็ทำให้เกิดมิติอารมณ์และวิชวลที่แปลกตาน่าหลงใหลได้ ยิ่งไปกว่านั้นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ซ่อนไว้ในดีไซน์เล่นระดับก็คือการปล่อยให้น้ำสามรถไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำได้ ซึ่งหลังคาก็จะกลายเป็นเสมือนน้ำตกยุคโมเดิร์น ได้ยินเสียงน้ำไหลรินเย็นใจ สร้างบรรยากาศน่าสนใจและเปลี่ยนมู้ดอารมณ์ได้อีกรูปแบบเช่นกัน
ถึงแม้จะวัสดุหลักโดยรวมจะดูแข็งแกร่งจนแข็งทื่อ แต่การออกแบบตกแต่งภายในนั้นก็พยามทำให้อาคารหลังนี้ดูอ่อนโยนและผ่อนคลายขึ้น เริ่มตั้งแต่ลดความทึบของอาคารลงด้วยการเน้นใช้กระจกใสในส่วนของผนังห้องไปจนถึงประตู-หน้าต่าง ตลอดจนปรับผนังหลายส่วนให้เป็นสไตล์ประตูบานหมุน (Pivot Door) หลาย ๆ บานเรียงรายกันเพื่อเปิดรับลมและไหลเวียนอากาศได้ดี

ขณะเดียวกันก็มุมมองไม่อึดอัด หรือปิดเพื่อปกป้องภายในให้อบอุ่นก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการใส่ดีเทลเส้นโค้งมนลงไปในรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างเช่นหินหรือไม้ (กรอบประตูไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์) เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นและกลมกลืนกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ภายในอาคารยังแบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นห้องต่าง ๆ น่าสนใจอีกมากมาย ที่สำคัญเขาออกแบบให้ทุกพื้นที่สามารถสัมผัสธรรมชาติตลอดจนชมความงดงามของทิวทัศน์ได้ทุกจุด และดูเหมือนว่าอาคารมีลูกเล่นสไตล์นี้จะเป็นสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่เหมาะสำหรับโซนเขตอากาศร้อนชื้นที่มีฝนตกบ่อยอย่างยิ่งด้วย สำหรับผู้ที่ออกแบบโปรเจกต์นี้ก็คือ Archermit บริษัทสถาปนิกสัญชาติจีนที่กำลังโด่งดังและสร้างผลงานน่าสนใจไว้มากมาย
ภาพ: Archermit
The post Feixue Pavilion ในจีน ที่มาของสถาปัตยกรรมที่แข็งแกร่ง แต่พลิ้วไหวและอ่อนโยน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงกลางเดือนกลับมาทีไร เหมือนเป็นช่วงที่เราอยากพักจากง […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 10-16 มิถุนายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงกลางเดือนกลับมาทีไร เหมือนเป็นช่วงที่เราอยากพักจากงานที่หนักหน่วง แล้วหันกลับมาฟังร่างกายและใจตัวเองให้มากขึ้น ยิ่งสัปดาห์นี้ตรงกับช่วง Global Wellness Day บรรยากาศของเมืองเลยอบอวลไปด้วยเอนเนอร์จีของการดูแลตัวเองในหลายรูปแบบ
LIFE This Week สัปดาห์นี้เลยอยากชวนทุกคนสลัดความเหนื่อยล้า แล้วออกไปเติมเอนดอร์ฟินผ่านหลากหลายกิจกรรม เริ่มตั้งแต่การหลบไปรีเซ็ตร่างกายและจิตใจริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ The Peninsula หรือออกไปวิ่งรับลมเช้ากับคอมมูนิตี้รันที่นัดรวมตัวกันทั่วเมือง ทะยานความสนุกไปกับเสียงเพลงหลังเลิกงานด้วยเต้นแอโรบิกในสวนใจกลางสุขุมวิท ดำดิ่งลึกไปกับมิติความงามของศาสตร์แห่งเสียงระดับอิมเมอร์ซีฟกับโปรเจกต์ของ Wonderfruit หรือสลัดความจำเจไปจอยปาร์ตี้เฉลิมฉลองเดือนไพรด์ที่ประตูผี และสำหรับใครที่อยากเปลี่ยนไวบ์มาเดินซื้อของบำบัด สัปดาห์นี้ก็ต้องพุ่งตัวไปเพลิดเพลินที่ Pre-Loved เอ็มโพเรียม ต่อด้วยตลาดสโลว์มาร์เก็ตรับลมโชยใต้หลังคาริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยอดพิมาน หากพร้อมแล้ว มาออกแบบสัปดาห์นี้ให้เป็นช่วงเวลาที่คุณได้เฉลิมฉลอง ดูแล และรักตัวเองในแบบที่ใช่กัน

เปลี่ยนเย็นวันพุธหลังเลิกงานอันแสนเหนื่อยล้าให้เป็นชั่วโมงขยับจังหวะเรียกเหงื่อสุดมันส์ เมื่อ EMDISTRICT จับมือคอลแลปส์ร่วมกับ Virgin Active ชวนคนเมืองมาสลัดความเครียดแล้วปล่อยใจไปกับเสียงเพลงในกิจกรรม “EM-ROBIC DANCE” คลาสเต้นแอโรบิกกลางสวนสาธารณะใจกลางสุขุมวิทที่จะพาทุกคนไปขยี้แคลอรีรับพลังงานความสดชื่นท่ามกลางพื้นที่สีเขียว โดยงานนี้เปิดให้ผู้ที่สนใจแวะมาขยับร่างกายร่วมกันได้ฟรี แค่เตรียมชุดออกกำลังกายให้พร้อมแล้วพุ่งตัวไปออกไปเต้น
Dance Schedule)
ชกมวยมิกซ์ศาสตร์การต่อสู้สุดเร้าใจโดยทีมโค้ชตัวท็อป เควิน, ซีเกมส์ และต้น (KEVIN, SEAGAME, and TON)
Time: แบ่งเป็น 2 รอบกิจกรรม ตั้งแต่เวลา 18.00-19.45 น.
When: วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569
Where: อุทยานเบญจสิริ
More Info: EMSPHERE

ฉลองสัปดาห์ Global Wellness Day แบบลักชัวรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับเทศกาลดูแลสุขภาพองค์รวมที่จะพาทุกคนไปชะลอจังหวะชีวิตภายใต้ปรัชญา Life Lived Best ผ่านสเปซที่รวบรวมทั้งการเคลื่อนไหวร่างกาย การฝึกสติ และการฟื้นฟูระบบประสาทขั้นสุด ไฮไลต์รอบนี้จัดเต็มตารางกิจกรรมตั้งแต่เช้าจรดค่ำ นำทีมโดยผู้เชี่ยวชาญที่จะพาคุณไปเปิดประสบการณ์ฮีลใจหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Sunrise River Yoga โยคะรับอรุณริมน้ำ, คลาสโยคะบนบอร์ดทรงตัว SUP Yoga, ออกกำลังกายในน้ำ Aquatic Exercise, คลาสกีฬาฮิตอย่าง Pickleball และ Tennis Clinic ไปจนถึงศาสตร์ฟื้นฟูกล้ามเนื้อเชิงลึกอย่างการลงแช่ถังน้ำแข็ง Ice Bath ตบท้ายด้วยคลาสทำอาหารเพื่อสุขภาพ Wellness Cooking Classes และคลาสคลื่นเสียงบำบัดลอยน้ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Floating Soundbath เพื่อความผ่อนคลายขั้นสุดก่อนกลับบ้าน
ส่วนใครที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.peninsula.com/wellness-weekend
When: วันเสาร์ที่ 13 และ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569
Where: The Peninsula Bangkok
More Info: The Peninsula Bangkok

แว่นมาวิ่งมา กับอีเวนต์ซิตี้รันสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Rolling Run Club ที่รอบนี้แท็กทีมคอลแลปส์ร่วมกับ Better Vision Prestige ชวนเหล่านักวิ่งหยิบแว่นคู่ใจมาออกสตาร์ทวิ่งรับแดดแรกย่านใจกลางเมืองราชประสงค์ไปด้วยกัน เพลิดเพลินไปกับเส้นทางวิ่งชมเมืองระยะชิลๆ 5 กิโลเมตร ก่อนจะปิดท้ายด้วยพรีเมียมประสบการณ์หลังวิ่งเสร็จ ทั้งบริการทำความสะอาดแว่นตา ดัดปรับแต่งทรงเฟรมฟรี ชมนิทรรศการเลนส์คอลเลกชันสุดพิเศษ และส่งท้ายวันด้วยการนั่งจิบกาแฟพูดคุยแลกเปลี่ยนเอนเนอร์จีร่วมกันในคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพต้อนรับสัปดาห์เวลเนส
Time: เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
When: วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569
Where: Better Vision Prestige, Erawan Bangkok
Ticket: หน้างาน 100 บาท
More Info: ROLLING RUN CLUB

เมื่อแบรนด์สตรีทแวร์ตัวพ่ออย่าง Carnival Running โคจรมาคอลแลปส์กับแบรนด์สปอร์ตระดับโลกอย่าง ANTA เกิดเป็นบิ๊กโปรเจกต์งานวิ่งรับเช้าวันเสาร์ที่จะพาทุกคนออกสตาร์ทปล่อยพลังความแพสชันไปพร้อมกัน ชวนเหล่านักวิ่งผูกเชือกรองเท้าคู่ใจออกไปลุยเส้นทางรันเมืองระยะท้าทาย 13 กิโลเมตร ที่ผสมผสานทั้งพลังงาน ความเชื่อมโยง และเพอร์ฟอร์แมนซ์ขั้นสุด ก่อนจะไปเช็กอินรับความฟินกับสารพัดกิจกรรมฟื้นฟูร่างกายและสตรีทคัลเจอร์แบบจัดเต็มที่จุดสิ้นสุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
Time: เวลา 06.00-12.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569
Where: จุดเริ่มต้นที่ร้าน Carnival สยามสแควร์ ซอย 7 จุดสิ้นสุด Anta Zone 2 Space (The River Club)
More Info: CARNIVAL RUNNING

เปลี่ยนฟีลมาท้าแดดกับงานวิ่งซิตี้รันริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่รอบนี้คอมมูนิตี้คนรักสุขภาพอย่าง Club Tempo BKK จับมือร่วมกับ Biore UV ชวนทุกคนสลัดความง่วงมาขยับร่างกายพร้อมผิวสู้แดด สัมผัสเอนเนอร์จีอันสดชื่นผ่านจุดสตาร์ทบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 วิ่งรับลมโชยบนเส้นทางเลาะริมแม่น้ำระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยความพิเศษของงานนี้คู่นักวิ่งทุกคนจะได้ร่วมทดลองและสัมผัสประสิทธิภาพการปกป้องผิวขั้นสุดจาก Biore UV Extreme Protection SPF50+ PA++++ ตลอดการวิ่ง ย่ำฝีเท้าชมวิวเมืองเก่าในมุมมองสุดฟีลกู๊ด แถมได้รูปคอนเทนต์สวยๆ ชิคๆ กลับบ้านแน่นอนครับ
Time: เวลา 06.00-08.30 น.
When: วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569
Where: ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 (เชิงสะพานพุทธ)
Dress Code: ขาว / น้ำเงิน / ดำ
More Info: Club Tempo BKK

เมื่อคอมมูนิตี้คนวิ่งสายชิลอย่าง ANTI RUN CLUB โคจรมาเจอกับคาเฟ่มัทฉะแอนด์โมจิสุดฮิปย่านสุขุมวิทอย่าง YUKĀCHA Cafe เกิดเป็นโปรแกรมเช้าวันอาทิตย์สุดกลมกล่อมที่ชวนทุกคนมาขยับร่างกายในคอนเซปต์ Run first. Matcha after.
ครั้งนี้พาทุกคนออกไปวิ่ง Easy Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร ต้อนรับนักวิ่งทุกเพซ ทุกระดับความเร็ว วิ่งรับลมเช้าเสร็จแล้วชวนย้ายสเปซมานั่งพักผ่อนสังสรรค์ จิบคอมมูนิตี้ชาเขียวแบบฟีลกู๊ดต้อนรับสัปดาห์แห่งการดูแลตัวเองร่วมกันครับ
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569
Where: YUKĀCHA Cafe, สุขุมวิท 24
Dress Code: สีขาว
More Info: Anti Run Club Bangkok , YUKĀCHA Cafe

กลับมาสร้างความเดือดให้สายสตรีทอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 กับงานวิ่งสุดมันส์ที่ได้ร่วมวัฒนธรรมแฟชั่น และเสียงเพลงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวในงาน รอบนี้ Club Tempo BKK จับมือแท็กทีมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Sony และ Seek The Miles ชวนทุกคนออกมาสลัดความจำเจ แล้วขยับจังหวะฝีเท้าไปตามเสียงดนตรี และความสนุกสนานที่เป็นกันเอง ลุยเส้นทางรันเมืองระยะทาง 5.4 กิโลเมตร ที่จะพาคุณปักหมุดแลนด์มาร์กย่านสุขุมวิทแบบครบถ้วน ก่อนจะมุ่งหน้ากลับมาแฮงเอาต์ รับลมเย็นๆ และร่วมสนุกกับกิจกรรมแจกของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนดาดฟ้าสวนลอยฟ้า บนเอ็มควอเทียร์
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569
Where: ชั้น 5, Helix Garden, EmQuartier
More Info: Club Tempo BKK

เฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจไปกับคอมมูนิตี้สุดเฟียส เมื่อแบรนด์แว่นตากันแดดสายแฟชั่นสุดกวนอย่าง Goodr แท็กทีมร่วมกับคลับนักวิ่งสายไลฟ์สไตล์อย่าง RRMMC ชวนพี่นักวิ่ง ทุกเพศ ทุกวัยมาร่วมสร้างปาร์ตี้เฉลิมฉลอง Pride Month ย่านเมืองเก่าประตูผี ผ่านกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ที่ทางแบรนด์ขออุบเอาไว้ก่อน
ที่ขอแค่คุณพกรอยยิ้ม เปิดใจให้กว้าง แล้วพร้อมมาสนุกไปกับคอมมูนิตี้ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและความเท่าเทียม ท่ามกลางไวบ์เสียงเพลง เครื่องดื่ม และความมันส์แบบเป็นกันเองครับ
Time: เวลา 16.00-20.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569
Where: Tai Soon Bar
More Info: Goodr Sunglasses

เปิดพื้นที่ต้อนรับประสบการณ์ด้านเสียงสุดล้ำจาก Wonderfruit ที่รอบนี้ร่วมกับ MSCTY Studio ชวนคนเมืองและชาววันเดอร์มาดำดิ่งลึกสู่โลกของเสียงผ่านโปรเจกต์ Sonic Minds Lab แบบสองวันเต็มที่จะพาทุกคนไปสำรวจความเชื่อมโยงระหว่าง เสียง สถานที่ และสุขภาวะทางสังคมท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นของศาลาเสน่หา โรงภาพยนตร์อิสระและไวน์บาร์แห่งใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ ซึ่งการรับรู้ทุกรูปแบบจะถูกปลุกขึ้นมาพร้อมกันผ่านระบบเสียง Hi-Fi คุณภาพเยี่ยมจาก Elpa Shaw
กิจกรรมตลอด 2 วัน
Time: เวลา 11.00-21.30 น.
When: วันเสาร์ที่ 13 และ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569
Where: ศาลาเสน่หา (Sala Saneha)
Ticket: ticketmelon/sonicminds26
More Info: Wonderfruit

กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชันอัปเกรดกับ Pre-Loved Market (Re-Edition002) ปลุกกระแสแฟชั่นยั่งยืนในคอนเซปต์ Personal Expression : Wear it. Live it. Own it. พื้นที่พิเศษใจกลางเมืองที่เปิดโอกาสให้เหล่าเจ้าของเทสดีนำของสะสม เสื้อผ้าชิ้นโปรด และแรร์ไอเท็มที่เคยผ่านการใช้งานด้วยความรักมาส่งต่อให้กัน เพราะเราเชื่อว่าเสื้อผ้าและของสะสมทุกชิ้นต่างมีที่มาและมีเรื่องราวในตัวเองเสมอ ชวนทุกคนมาเดินเล่นสลัดความเครียดแบบแอร์เย็นสบายๆ ปล่อยใจไปกับการเลือกค้นหาไอเท็มที่สะท้อนตัวตนเพื่อรอวันออกไปเดินทางครั้งใหม่กับเจ้าของคนเช่นคุณครับ
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 13 และ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569
Where: Friend Friend, ชั้น 3 Emporium
More Info: Vintage Agent

สายวินเทจและคนรักความยั่งยืนเตรียมตัว เมื่อทีมตลาดนัดสุดชิคระดับตำนานอย่าง Cheeze Pop-Up แตกไลน์มาเปิดตัวโปรเจกต์มาร์เก็ตครั้งแรกในชื่อ Loop Market ตลาดนัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มาในคอนเซปต์สุดสโลว์ งานนี้ตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้ส่งต่อเสื้อผ้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และของสะสมสภาพดีให้วนลูปไปอยู่ในมือของคนที่ชอบในสิ่งเดียวกันแบบไม่เร่งรีบ
ยิ่งไปกว่านั้นตัวงานยังเลือกใช้พื้นที่โถงติดที่จอดรถด้านล่างของโครงการยอดพิมาน ทำให้ได้ไวบ์เอาต์ดอร์เปิดรับลมโชยจากแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มๆ แถมเชื่อมต่อไปเดินเล่นตลาดปากคลองได้สบายๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องฟ้าฝนเพราะมีหลังคาบังแดดฝนให้ชอปปิงกันได้ยาวๆ ตลอดทั้งคืน
Time: เวลา 15.00-23.00 น.
When: วันที่ 12-14 มิถุนายน 2569
Where: โครงการยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ก
More Info: LOOP MARKET
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 10-16 มิถุนายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เชื่อว่าหลายคนน่าจะยังมูฟออนจากวันหยุดที่เพิ่งผ่านมาได้ […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 3-9 มิถุนายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เชื่อว่าหลายคนน่าจะยังมูฟออนจากวันหยุดที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่เต็มร้อย ยิ่งช่วงนี้มองออกไปนอกหน้าต่างทีไรก็เจอแต่ท้องฟ้าที่ครึ้มฝนแทบตลอดเวลา เห็นบรรยากาศแบบนี้บางทีก็แอบอยากจะทิ้งตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่มๆ แล้วปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ แบบไม่ต้องทำอะไรเลย แต่จะปล่อยเวลาอุดอู้อยู่ห้องจนหมดสัปดาห์ก็น่าเสียดายแย่!
รีบลุกมาสลัดความขี้เกียจทิ้งไป แล้วมาปลุกเอนเนอร์จีในตัวเองกันดีกว่า LIFE This Week สัปดาห์นี้ เราจึงคัดกิจกรรมสำหรับสายแอ็กทีฟมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น งานวิ่ง คลาสพิลาทิส และแอโรบิก หรือใครที่อยากเดินเล่นฮีลใจกับนิทรรศการศิลปะมู้ดดี และตลาดงานคราฟต์สุดเก๋เราว่าก็เพลินเช่นกัน
ถ้าหากว่าพร้อมกันแล้วปักหมุดลิสต์นี้ไว้เลย แล้วชวนเพื่อน ครอบครัว และคนรู้ใจ ออกไปเอ็นจอยไปด้วยกัน!

เริ่มต้นเช้าวันเสาร์แบบปลุกเอนเนอร์จีให้สนุกสุดเหวี่ยง ไปกับงาน ‘วิ่ง’ ที่นำ ‘กาแฟ’ มารวมไว้ด้วยกัน! ใครที่เป็นสายแอ็กทีฟและคอฟฟีเลิฟเวอร์ บอกเลยว่าตอบโจทย์สุดๆ ซึ่งจะออกสตาร์ตวิ่งระยะ 10 กิโลเมตรรับแสงยามเช้า ที่ไม่ว่าใครจะวิ่งเพซไหนเลือกวิ่งตามสปีดของตัวเองได้
นอกจากนี้ยังมีโซน SIP & COFFEE EXPERIENCE ที่คอยเสิร์ฟความสดชื่นกันครบทั้งกาแฟดริปและโคลด์บรูว์นุ่มๆ แถมยังมี DJ Session ให้โยกเบาๆ คูลดาวน์ร่างกาย พร้อมเวิร์กช็อปดริปกาแฟให้สายคาเฟ่ได้อัปสกิลกันด้วย
When: วันที่ 6 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
Where: Seacon Square, ศรีนครินทร์
Dress Code: สีดำ
More Info: Monster.runbkk

สำหรับงานวิ่งนี้คือลืมเรื่องการทำเวลาหรือการรักษาเพซไปได้แล้ว แล้วงัดสกิลการโพสท่าสับๆ แข่งกันแทน ให้สมกับงานวิ่ง LGBTQIA+ ที่แสดงออกถึงตัวตนความหลากหลายได้อย่างเต็มที่ โดยเส้นทางจะเริ่มต้นออกสตาร์ทกันที่สวนลุมพินี ก่อนจะวิ่งไปจบที่โรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok นอกจากนี้ในงานยังมี Ballroom Culture, เวิร์กช็อปเต้น Voguing, โชว์ Drag, มุมกิจกรรม Wellness ไปจนถึงเพลิดเพลินไปกับขนมเครื่องดื่มธีม Pride ให้กินกันแบบฟินๆ
When: วันที่ 6 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 06.00-10.00 น.
Where: เริ่มต้นที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 (สวนลุมพินี) แล้วไปจบที่โรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok
Dress Code: EXPRESS YOURSELF แต่งตัวในแบบที่สะท้อนความเป็นตัวเองออกมาอย่างเต็มที่
More Info: Sabai Run Club Bangkok

เอาใจสายเฮลตีที่เป็นมัตฉะเลิฟเวอร์กันบ้าง กับซิตี้รันไซส์มินิสุดอบอุ่นและเป็นกันเองแบบสุดๆ! วิ่งในระยะทางเบาๆ 5 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่วอร์มอัปยืดเส้นยืดสายแบบ Dynamic กับพื้นฐานการวิ่งที่ถูกต้อง (Fundamental of Running) และ Running Drill ซึ่งหากว่าใครเป็นมือใหม่หัดวิ่งบอกเลยว่าได้ทริกดีๆ กลับไปอัปสกิลแน่นอน ก่อนจะปิดท้ายความฟินด้วยไฮไลต์อย่าง Matcha Hour ให้ทุกคนได้จิบชาเขียวแก้วโปรด เติมความสดชื่นฮีลร่างกาย ไปพร้อมกับฟังเพลงเพลินๆ จาก DJ ปล่อยจอยกันสุดๆ
When: วันที่ 6 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 06.00-09.30 น.
Where: MATCHA HOUR BKK (BTS เสนานิคม), จตุจักร, กรุงเทพฯ
Dress Code: ใส่เสื้อสีขาว
More Info:

ใครว่าวงการวิ่งจะต้องสายเฮลตี้เท่านั้น! เราว่าไม่จริงเพราะงานนี้เอาใจสายวิ่งที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ กับเบอร์เกอร์ชิ้นโตๆ จากร้านเบอร์เกอร์ระดับตำนานที่เปิดคอยต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมงอย่าง 25 Degrees Bangkok ยามเช้าตรู่ ด้วยระยะทางวิ่งชิลๆ เพียง 4.5 กิโลเมตร วิ่งเสร็จก็มานั่งจิบกาแฟพูดคุย Socialize ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ และที่สำคัญความพิเศษของงานนี้คือเขาจัดขึ้นในช่วง Pride Month พอดี ทำให้ทุกคนที่รักในการแต่งตัว สามารถจัดเต็มสีสันตามสไตล์ของตัวเองได้เลย
When: วันที่ 7 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
Where: 25 Degrees Bangkok, สีลม, บางรัก
Dress Code: สีสันจัดเต็ม
More Info: neighborfoot

ใครที่ไม่ถนัดตื่นเช้าแต่อยากได้ฟีลวิ่งสนุกๆ กลางเมือง ต้องห้ามพลาด City Run งานนี้ ‘ม่วนหลาย Pride Night Run’ กับระยะทางเบาๆ แค่ 4-5 กิโลเมตร วิ่งแบบ Social Pace สไตล์หางเครื่อง เน้นเอนจอยไม่เน้นทำเวลา แถมพอวิ่งเสร็จปุ๊บก็มีเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจรอให้จิบ และจอยไปกับเสียงดนตรีลูกทุ่งจังหวะมันๆ พร้อมกิจกรรมเติมความม่วน ความแซ่บ ให้สนุกกันต่อยาวๆ ตลอดคืน
* เปิดให้ลงทะเบียนแล้วตั้งแต่วันนี้!
When: วันที่ 27 มิถุนายน 2569 (เปิดให้ลงทะเบียนแล้วตั้งแต่วันนี้)
Time: เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
Where: theCOMMONS Saladaeng, สีลม
Dress Code: ชุดแฟนซี ธีม ‘ลูกทุ่งในดวงใจ’
More Info:

ใครที่อยากหาสเปซสีเขียวสำหรับยืดเส้นยืดสายรับเช้าวันหยุด ต้องมางานนี้เลย! ‘Unlock Your Experience’ สเปเชียลคลาสยามเช้าสำหรับสายรักสุขภาพได้มาขยับร่างกายแบบชิลๆ กลางสวนสวยของอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ
กิจกรรมในงานจะเน้นคลาสออกกำลังกายบนเสื่อที่ช่วยกระตุ้นร่างกายและปลุกเอนเนอร์จีให้ฟีลเฟรชรับวันใหม่ งานนี้เตรียมมาแค่ชุดออกกำลังกายตัวเก่งก็พอ เพราะทางงานเขาเตรียมเสื่อ (Mat) ไว้ให้ปูเล่นกันครบทุกคน ได้มาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า แถมหลังจบคลาสยังมี Goodie Bag แจกให้ติดไม้ติดมือกลับไปฮีลใจต่อที่บ้านด้วย
When: วันที่ 6 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
Where: อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
More Info:

ใครว่าเต้นแอโรบิกต้องไปแค่ที่สวนสาธารณะเท่านั้น! งานนี้จะพาทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ สลัดความขี้เกียจเช้าวันอาทิตย์ทิ้งไป แล้วมาขยับร่างกายแบบสับๆ กับฟลอร์ T-DANCE สุดมัน ซึ่งกิมมิกความสนุกของงานนี้คือการยกเอาไวบ์การเต้นแอโรบิกสไตล์สวนลุมฯ มาไว้กลางร้านแบบเป๊ะๆ ให้ทุกคนได้มาปล่อยจอย เต้นออกสเตปเรียกเหงื่อไปพร้อมกันกับจังหวะเพลงสนุกๆ
When: วันที่ 7 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 10.00-13.00 น.
Where: TDERM, สุขุมวิท 63, คลองตันเหนือ, วัฒนา
More Info: TDERM.BANGKOK

เปลี่ยนมู้ดจากงานเรียกเหงื่อ มาเดินทอดน่องชิลๆ ในบรรยากาศช่วงค่ำกันสักหน่อย! กับตลาดนัดกลางคืนคอนเซปต์สุดยูนีค ที่ชวนทุกคนมาเปิดไฟฉายส่องหาสไตล์ที่ใช่และเป็นตัวเองกันให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นหลากสไตล์ ของสะสมยุค 90s สุดคลาสสิก ไปจนถึงของแปลกหายากที่รอให้เราไปรับ สำหรับใครที่ชอบความคราฟต์ ความวินเทจ หรืออยากหาอินสไปร์ใหม่ๆ ในการแต่งตัว บอกเลยว่าไวบ์งานนี้ดีมาก เหมาะกับการไปเดินปล่อยจอยสุดๆ
When: วันที่ 5-7 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 18.00-00.00 น.
Where: ช่างชุ่ย, Creative Park ปิ่นเกล้า
More Info: ChangChuiBKK

เชื่อมั้ยว่าหนังสือเล่มที่ใช่ มักจะพาเราไปเจอผู้คนและรสชาติที่ถูกใจเสมอ เหมือนกับเทศกาลหนังสือในคอนเซปต์ ‘Hidden Stories – เรื่องราวที่ซ่อนอยู่’ จับเอาตัวอักษร เครื่องดื่ม ดนตรี และศิลปะมาเบลนด์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ไฮไลต์ที่บอกเลยว่าต้องลองคือ ‘Drink your Stories’ กิจกรรมที่บาร์เทนเดอร์จะคอยรับฟังเรื่องเล่า ความรัก หรือความลับของคุณ แล้วนำไปตีความก่อนจะดีไซน์ออกมาเป็นเครื่องดื่มแก้วพิเศษที่มีเพียงแก้วเดียวในโลก! (ใครไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็มีเมนูม็อกเทลนะ)
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีมุมให้ดิ่งลึกไปกับความรู้สึกอีกเพียบ ทั้งร้านหนังสือที่จัดหมวดหมู่ตาม ‘เฉดอารมณ์’ (Healing / Escape / Sad) ให้เราเลือกเล่มที่ตรงกับใจที่สุด, มุม Book Swap ให้พกหนังสือเล่มโปรดมาเขียน Post-it แลกเปลี่ยนความรู้สึกกับคนแปลกหน้า, ห้องพักใจกลางงาน Projection Art, ตลาดงานคราฟต์สุดกิ๊บเก๋ ไปจนถึงโซนบอร์ดเกมให้นั่งเมกเฟรนด์ใหม่ๆ เคล้าเสียงดนตรีสด ฟีลลิ่งเหมือนหลุดเข้าไปในบาร์ลับจริงๆ เลยล่ะ
When: ตั้งแต่วันนี้ – 7 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Where: ชั้น 1, มันมัน ศรีนครินทร์ – ห้างสรรพศิลป์คราฟท์
More Info: MMAD MunMun Art Destination

สำหรับสาย Niche Perfume และคนรักกลิ่นหอมสไตล์สแกนดิเนเวียนต้องตื่นเต้นกับสิ่งนี้ AMOLN (อามอลน์) แบรนด์น้ำหอมและไลฟ์สไตล์สุดมินิมอลจากเมืองมัลเมอ ประเทศสวีเดน การันตีความเรียบหรูด้วยการเป็นแบรนด์ผู้ผลิตน้ำหอมและเทียนหอมสำหรับพระราชวังแห่งสวีเดน ได้เปิดป๊อปอัพที่กรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว Fine Fragrance Collection คอลเลกชันน้ำหอมชุดแรกของแบรนด์ให้ได้สัมผัสกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
ความน่าสนใจของน้ำหอมคอลเลกชันแรกนี้ มาพร้อมความเข้มข้นระดับ Eau de Parfum สูงถึง 25% ซึ่งเป็นมาตรฐานของ Fine Perfumery ช่วยให้กลิ่นค่อยๆ เผยเลเยอร์ซับซ้อนบนผิวและติดทนนาน โดยแบรนด์ได้ร่วมงานกับ 3 นักปรุงน้ำหอมชื่อดังจากฝรั่งเศส อย่าง Nejla Barbir, Jean-Michel Duriez และ Vincent Ricord รวมกันรังสรรค์ออกมาเป็นน้ำหอม 7 กลิ่นซิกเนเจอร์ที่ไร้ข้อจำกัดเรื่องเพศและสะท้อนตัวตนได้อย่างอิสระ
นอกจากน้ำหอมแล้ว ภายใน Pop-Up Store ยังจัดเต็มทั้งเทียนหอมซิกเนเจอร์ เครื่องหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ของสะสมรุ่นลิมิเต็ดที่มีจำหน่ายเฉพาะในกรุงเทพฯ รวมถึงเมนูเครื่องดื่มและไอศกรีมสูตรพิเศษที่ดีไซน์มาจากกลิ่นหอมของ AMOLN ให้ได้ลิ้มลองกันด้วย
When: วันนี้ – 11 มิถุนายน 2569
Where: CentralwOrld ชั้น 1 (บริเวณระหว่างร้าน Dior และ Starbucks)
More Info: AMOLN

เชื่อว่าลึกๆ แล้วเราทุกคนน่าจะมี ‘ความทรงจำ’ หรือ ‘ความผิดพลาด’ บางอย่างที่พยายามวิ่งหนีและซุกซ่อนมันไว้ลึกๆ จนวันเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านั้นอาจค่อยๆ ก่อตัวกลายเป็น ‘มอนสเตอร์’ ในใจเราโดยไม่รู้ตัว
นิทรรศการศิลปะมู้ดดีพๆ อย่าง ‘Museum of Monsters’ จะพาทุกคนหันกลับไปทำความเข้าใจกับบาดแผลในอดีตอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง เพราะบางทีการเดินเข้าไปโอบกอดมอนสเตอร์ในใจ และยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองนี่แหละ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฮีลใจและเติบโตที่เวิร์กที่สุดก็ได้
When: ตั้งแต่วันนี้ – 21 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
Where: RCB Galleria 5, ชั้น 3, River City Bangkok
More Info: rivercitycontemporary
ภาพ: Courtesy of Brand
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 3-9 มิถุนายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทริปเวลเนสหรู ผสานสุขภาพและไลฟ์สไตล์ VATANIKA Equilibri […]
The post VATANIKA Equilibrium ทริปเวลเนสที่เชื่อว่าสุขภาพดีและรสนิยมรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทริปเวลเนสหรู ผสานสุขภาพและไลฟ์สไตล์ VATANIKA Equilibrium โปรเจกต์ใหม่ล่าสุดใหม่ของ แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ที่ก้าวขึ้นมารับบทบาท Experience Architect เพื่อออกแบบทริปรีทรีตให้แขกที่ได้รับเชิญเข้าถึงสุขภาพดีในแบบของตัวเอง โดยโปรเจกต์นี้ตั้งคำถามสำคัญท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ ที่ว่า การดูแลตัวเองมักมาพร้อมความน่าเบื่อ เคร่งครัด และความสนุกที่มากเกินก็มักตามมาด้วยผลเสียต่อร่างกาย แต่ Equilibrium เชื่อมั่นว่าถ้าหากเรามีวินัย ความรื่นรมย์ และอายุที่ยืนยาว ก็สามารถหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ได้ สอดรับกับแนวคิดประจำทริปอย่าง
It’s not how you live your life, it’s how well you live your life.
วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง VATANIKA Equilibrium
เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ได้รับแรงบันดาลใจที่ลึกซึ้งและอบอุ่น จากการที่คุณแพรได้ถอดรหัสการใช้ชีวิตของคุณยายวัย 86 ปี ผู้เปี่ยมด้วยพลังบวก สนุกกับการดื่มไวน์ในมื้ออาหาร ขยับตัวเต้นรำทุกครั้งเมื่อได้ยินเพลงโปรด ทว่ากลับมีผลลัพธ์สุขภาพที่แข็งแรงอย่างน่าอัศจรรย์ อินไซต์ข้อนี้เองที่จุดประกายให้คุณแพรมองเห็นว่า ความสุขทางอารมณ์ คือกุญแจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาว และการพาแขกคนพิเศษมาสัมผัสบรรยากาศนี้ร่วมกัน ก็ยิ่งตอกย้ำภาพความหรูหราตามในแบบฉบับของคุณแพร คือการได้สนุกกับชีวิตไปพร้อมๆ กับการรักตัวเองอย่างถูกวิธี




ตลอดทั้งทริปนี้ กิจวัตรประจำวันของแต่ละบุคคลถูกออกแบบมาเพื่อปรนนิบัติผู้มาเยือนอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ผสานศาสตร์แห่งความผ่อนคลายและเทคโนโลยีการฟื้นฟูเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ
ทันทีที่เดินทางมาถึง ทริปนี้พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยการปลดล็อกความเหนื่อยล้าสะสมด้วยศาสตร์แห่งความสงบ ผ่านกิจกรรม Sound Healing จากคริสตัลโบว์ลมาช่วยบำบัด ต่อด้วยกิจกรรมเวิร์กชอปปรุงเครื่องหอมเฉพาะบุคคลเพื่อสร้างกลิ่นบำบัดเฉพาะตัว การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และปิดท้ายด้วยการดริปวิตามินเพื่อรีเซตร่างกายและเติมพลังงานจากภายในสู่ภายนอก




หลังจากปรับสมดุลกายใจเรียบร้อยแล้ว ในช่วงค่ำจะเป็นเวลาของ Welcome Dinner มื้อพิเศษในรูปแบบ Long Table ที่ชวนดื่มด่ำอาหารรสเลิศและเครื่องดื่มรสดี เคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีท่ามกลางบรรยากาศบนลายัน เรสซิเดนซ์ พร้อมเต็มอิ่มกับการแสดง Live entertainment ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มค่ำคืนแรกได้อย่างน่าประทับใจ ก่อนจะส่งทุกคนเข้านอนเพื่อพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม


เริ่มต้นเช้าวันใหม่ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ด้วยโปรแกรมการดูแลสุขภาพกายและใจแบบเฉพาะบุคคล ยกระดับการฟื้นฟูสู่วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่แม่นยำผ่านศูนย์เวลเนสอย่าง Layan Life by Anantara ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์เวลเนสแบบจริงจังที่ค่อนข้างครบครันมาก ทั้งเรื่องเครื่องมือ โปรแกรม และทีมผู้เชี่ยวชาญ แต่ทลายกรอบความยุ่งยากเพราะทุกคนไม่จำเป็นต้องใช้เวลาที่นี่นานๆ ใครมีเวลาแค่ไหนก็เลือกทำแค่นั้น หรืออยากแวะมาทำทรีตเมนต์สั้นๆ แล้วออกไปเที่ยวต่อก็ไม่มีปัญหา โดยมีทีมแพทย์คอยดูแลเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การตรวจวิเคราะห์สภาพผิวหน้าอย่างเจาะลึก การเข้าเครื่องบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric Chamber) และการลงแช่ในบ่อน้ำร้อน น้ำเย็นบำบัดเพื่อคลายกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี





เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย เราก็ได้ล่องเรือยอชต์ลำหรูจาก Noah Yacht Club ที่ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายลอยน้ำ ท่ามกลางอุปกรณ์จาก Technogym ให้แขกได้ยืดเหยียด เล่นพิลาทิส และรับลมทะเล แถมบนเรือยังมีการเสริมความเปล่งปลั่งภายนอกให้สมบูรณ์แบบด้วยโปรแกรมดูแลผิวระดับซูเปอร์พรีเมียมจาก Clé De Peau Beauté อีกด้วย
และเราก็กลับมาปิดท้ายวันอย่างสวยงามด้วยการกลับมา Beach Dinner ดินเนอร์ริมชายหาดที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง และเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของแขกในทริป






ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บรรยากาศของสถานที่ก็มีผลอย่างยิ่ง ซึ่งสถานที่สำหรับทริปนี้คือ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท (Anantara Layan Phuket Resort) พิกัดพักผ่อนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ตัวรีสอร์ตโอบล้อมด้วยบรรยากาศอันร่มรื่นของต้นไม้สีเขียวขจี ซึ่งเอื้อต่อการจัดทริปในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของสเปซการพักผ่อน ที่นี่ก็รองรับความเป็นส่วนตัวด้วยสัดส่วนห้องพักที่ออกแบบมาได้ลงตัว
นอกจากมุมสงบสำหรับการผ่อนคลายแล้ว ภายในรีสอร์ตยังมีกิจกรรมสำหรับสายแอกทีฟ ที่รองรับแฟซิลิตีไว้ครบครัน ตั้งแต่สนามเทนนิส เวทีมวยไทย หน้าผาจำลองสำหรับท้าทายการปีนผา กิจกรรมยิงธนู และซิปไลน์สุดตื่นเต้น ไปจนถึงกิจกรรมทางน้ำที่สนุกสนานอย่างการพายเรือคายัก แพดเดิลบอร์ด และวินด์เซิร์ฟ ทำให้บรรยากาศโดยรวมของทริปไม่ได้ชวนให้ผู้คนหยุดนิ่งอยู่กับการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว แต่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เลือกกิจกรรมของตัวเอง จะใช้เวลาสงบๆ กับธรรมชาติ หรือออกไปสนุกกับกิจกรรมที่ชอบก็ได้เช่นกัน




แม้ว่าทริปในครั้งนี้จะเป็นความเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญโดยเฉพาะ ทว่าในมุมมองของเรา การมีสุขภาพที่ดีและการใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยมอาจไม่ใช่สองเป้าหมายที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หากแต่เป็นสององค์ประกอบที่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างงดงาม เช่นเดียวกับทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นใน VATANIKA Equilibrium ทริปที่ไม่ได้ชวนให้แขกหลีกหนีจากความสุขของชีวิต แต่ชวนให้กลับมาค้นหาวิธีใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมดูแลตัวเองให้ดีไปพร้อมกัน
สำหรับใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจเพื่อนำไปจัดสรรสัดส่วนความบาลานซ์ให้กับชีวิตในเวอร์ชันของตัวเอง สามารถแวะไปร่วมอัปเดตมุมมอง สไตล์ และวิสัยทัศน์เพิ่มเติมต่อได้ที่โซเชียลมีเดียของ
ภาพ: VATANIKA Equilibrium, The Standard Life
The post VATANIKA Equilibrium ทริปเวลเนสที่เชื่อว่าสุขภาพดีและรสนิยมรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ลึกเข้าไปในย่านเศรษฐกิจสุดคึกคักอย่างสีลม ครั้งหนึ่งเคย […]
The post เมื่อสีรุ้งแต่งแต้มสีลม พื้นที่ปลอดภัยของกลุ่ม LGBTQ+ ที่เปิดให้คนทุกสีสันได้เป็นตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ลึกเข้าไปในย่านเศรษฐกิจสุดคึกคักอย่างสีลม ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของผู้คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เข้าพวกกับใคร
ในซอกซอยของสีลมซุกซ่อนโลกใบใหม่ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศเอาไว้ หลายคนถูกกีดกันจากสังคม เพื่อน หรือแม้แต่ครอบครัว โชคดีที่ถนนเส้นนี้มีพื้นที่ให้พวกเขาได้หายใจเต็มปอด เป็นตัวเองโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกใครตัดสิน จนบางคนยกให้สีลมเป็นบ้านหลังที่สอง
ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ กลุ่มคนที่เคยซ่อนอยู่ในมุมเล็ก ๆ ของเมืองจะออกมาเฉิดฉายบนท้องถนนท่ามกลางฝน หน้าบ้านของพวกเขาเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเฉลิมฉลองงาน Bangkok Pride 2026 ไม่ใช่แค่กลุ่ม LGBTQ+ เท่านั้น แต่คือคนทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลกที่มีสีลมเป็นเหมือนความฝัน
เสียงเพลงดังสนั่นชวนให้คนออกมาร้องเล่นเต้นระบำราวกับเป็นธรรมเนียม คู่รักเพศเดียวกันพากันจูงมือเดินขบวนเหมือนมหกรรมงานวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ ไม่ลืมแต่งแต้มตัวเองด้วยสีรุ้ง เพราะทุกคนต่างรู้ว่าสีรุ้งไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ แต่มันหมายถึงอิสรภาพในการใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองเป็น
สีลมอาจไม่ใช่เมืองหลวงของ LGBTQ+ แบบซานฟรานซิสโก แต่ภายใต้ความเป็นกันเองของคนไทย วิกผมสีสด คอสตูมหลากสีสัน แดร็กโชว์ และเพลงหมอลำ ความทรงจำและการต่อสู้มากมายต่างเกิดขึ้นบนถนนเส้นนี้
ที่นี่ การเฉลิมฉลอง Pride Month ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ปีละครั้ง แต่เกิดขึ้นได้ทุกค่ำคืนที่ผู้คนยังออกมาหัวเราะ เต้นรำ พบรัก และใช้ชีวิตโดยไม่ต้องกลัวสายตาใคร จนอดคิดไม่ได้ว่าเราอาจไม่ต้องใช้คำว่าเนรมิตถนนสีลมให้เป็นสีรุ้งอีกต่อไป เพราะสีรุ้งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสีลมไปตั้งนานแล้ว
บางที ชื่อของมันอาจหมายถึงสายลมหลากสีสัน ที่คอยพัดพาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของย่านนี้มาตลอดก็ได้

The post เมื่อสีรุ้งแต่งแต้มสีลม พื้นที่ปลอดภัยของกลุ่ม LGBTQ+ ที่เปิดให้คนทุกสีสันได้เป็นตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
นี่คือยุค Golden Age of Luxury Train Travel R […]
The post Heaven on Train 5 รถไฟท่องเที่ยวดีไซน์สวยระดับโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>

นี่คือยุค Golden Age of Luxury Train Travel – ช่วงนี้มีสื่อดังระดับสากลหลายเจ้าออกมาพูดพร้อมกัน (ราวกับไม่ได้นัดหมาย) ว่าเวลานี้คือยุคทองของรถไฟสายท่องเที่ยวสุดหรู ธุรกิจที่เคยเนื้อหอมในอดีตกำลังกลับมาบูมอีกครั้ง สัญญาณที่บ่งบอกนั้นนอกจากการขยับตัวของเจ้าใหญ่ระดับตำนานทั้งหลายแล้ว ก็ยังรวมถึงแม่ทัพใหญ่ทั้งจากวงการ Luxury Fashion ไปจนถึง Hospitality (Hotel & Resort) ต่างตบเท้าเข้ามาร่วมแจม หยิบรถไฟสายเก่ามาปัดฝุ่นใหม่ พลิกฟื้นไลฟ์สไตล์ดั้งเดิมให้กลับมามีชีวิตชีวาร่วมสมัย รวมถึงพลิกโฉมธุรกิจกันยกใหญ่เพื่อปั้นรถไฟท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง

นั่นยังไม่นับรวมโปรเจกต์ครีเอทรถไฟท่องเที่ยวใหม่อีกหลายสาย ไอเดียสร้างสรรค์รถไฟให้มีคอนเซ็ปต์น่าสนใจอีกมากมาย และการเสริมทัพบริการใหม่ ๆ เข้าไปอีกเพียบ ที่ร่วมผลักดันให้ธุรกิจรถไฟท่องเที่ยวนี้น่าดึงดูดใจมากขึ้นเรื่อย รวมถึงช่วยปลุกกระแส Luxury Train ให้กลับขึ้นมาอยู่แถวหน้าอีกครั้ง และยังคงมุ่งหน้าสู่อนาคตต่อไปได้ … วันนี้เราเลยอยากชวนมาอัพเดทขบวนรถไฟท่องเที่ยวเกรดพรีเมี่ยม 5 stars ที่ไม่ได้บ่งบอกการการันตีคุณภาพเท่านั้นแต่ยังหมายถึงดาวเด่นมีระดับ 5 ดวงน่าจับตาในช่วงนี้ ซึ่งหลายคนใฝ่ฝันอยากลองขึ้นไปสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับดูสักครั้งในชีวิต

ผู้รังสรรค์ศิลปะแห่งการเดินทางในตำนานอย่าง Orient Express กำลังกลับมาปลุกกระแส Luxury Train Travel ในยุโรปให้คึกคักอีกครั้งด้วยการเปิดตัว La Dolce Vita Orient Express รถไฟท่องเที่ยวสุดหรูในแบบฉบับ Made in Italy ที่ทุกอย่างล้วนผลิตและรังสรรค์ขึ้นในอิตาลี นับเป็นรถไฟท่องเที่ยวขบวนแรกในประวัติศาสตร์ของอิตาลีเลยก็ว่าได้

จุดเด่นของรถไฟขบวนหรูแสนคลาสสิกนี้คือการปลุกความรุ่งเรืองในอดีตให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่การนำเอาตู้รถไฟเก่าโมเดล Z1 จากยุค 70s มาปัดฝุ่นแปลงโฉมใหม่ในดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกลิ่นอาย Italian Design Golden Age แห่งยุค 60s ซึ่งเปรียบดั่งยุคทองของอิตาลี โดยสะท้อนผ่านงานออกแบบสไตล์เรขาคณิต (Geometric) ที่ทำให้นึกถึง Gio Ponti ผสมผสานสไตล์โมเดิร์นนิสม์อันแสนเย้ายวน (Sensual Modernism) ที่ทำให้นึกถึง Gae Aulenti และ Osvaldo Borsani สุนทรียศาสตร์ทั้งหมดในขบวนนี้สร้างสรรค์โดย Dimorestudio จากมิลานเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับยุค Mid-Century Italian Design อันรุ่งเรืองของอิตาลีนั่นเอง

ขบวนรถไฟสายนี้ให้บริการห้องพักสุดพรีเมียม 30 ห้องที่หรูหราไม่แพ้โรงแรม 6 ดาว พร้อมเสิร์ฟความอร่อยเหนือระดับในโซน The Dining Car ที่เนรมิตตู้เสบียงให้กลายเป็นภัตตาคารหรูดูแลความอร่อยโดย Heinz Beck เชฟมิชลินระดับ 3 ดาว เสิร์ฟเมนูชั้นเลิศเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบ เครื่องดื่ม ตลอดจนวัฒนธรรมอาหารของแต่ละภูมิภาคในอิตาลี นอกจากนี้ยังมีเลานจ์บาร์ Rendez-vous จุดพบปะสังสรรค์ที่ชวนทุกคนย้อนบรรยากาศไปสนุกสนานกับประสบการณ์ Social Luxury แบบอิตาเลียนซึ่งได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมค็อกเทลบาร์และซาลอนในยุค 1960s รวมถึงความพิเศษอีกมากมายที่รอต้อนรับอยู่บนรถไฟขบวนพิเศษล่าสุดนี้
https://www.orient-express.com/la-dolce-vita/a-dream-train/

จากมนต์ขลังแห่งเมดิเตอร์เรเนียนสู่มนต์เสน่ห์แห่งอาระเบีย โปรเจกต์ปลุกกระแสรถไฟท่องเที่ยวสุดหรูนี้ไม่ได้อยู่แค่ในยุโรปเท่านั้นแต่กำลังขยายสู่ดินแดนอาหรับด้วย ขบวนรถไฟท่องแดนอารยธรรมทะเลทรายนี้เป็นการจับมือร่วมธุรกิจกันระหว่าง Saudi Arabia Railways กับกระทรวงวัฒนธรรมและท่องเที่ยวของซาอุดิอาระเบีย ตลอดจน Arsenale Group บริษัทสัญชาติอิตาลีผู้บริหาร La Dolce Vita Orient Express นั่นเอง โดยเส้นทางใหม่ล่าสุดจะเปิดตัวในปี 2026 นี้

เอกลักษณ์ของรถไฟขบวนนี้คือการผสมผสานความประณีตหรูหราแบบอิตาเลียนเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมของซาอุดิอาระเบียออกมาเป็นสไตล์ Modern Heritage & Sophisticated ดีไซน์ตู้โดยสารและห้องพักตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก ผ้าทอพิถีพิถัน ลวดลายสถาปัตยกรรมสุดวิจิตร รวมถึงคุมโทนสีขรึมสะท้อนความเรียบหรูมีระดับ ตลอดจนดีเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก AlUla เมืองโอเอซิสโบราณแห่งทะเลทรายอาระเบียอันเป็นแหล่งมรดกโลก (UNESCO World Heritage Site) แห่งแรกของซาอุดิอาระเบีย

ขบวนรถไฟนี้ให้บริการห้องพักระดับพรีเมียมเพียง 33 ห้องและรองรับผู้โดยสารเพียง 66 คนเท่านั้น แล้วแต่ละห้องยังมีบัตเลอร์ส่วนตัวพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมงด้วย นอกจากนี้ยังเนรมิตเลานจ์บาร์สุดเรียบหรูโดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Majlis อันเป็นห้องรับรองแขกแบบดั้งเดิมของวัฒนธรรมอาระเบีย พร้อมสอดแทรกกลิ่นอายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมในแหล่งโบราณคดีเฮกรา (Hegra) โซนตู้เสบียงสุดหรูเสิร์ฟตำรับอาหารท้องถิ่นผสมผสานตำรับอิตาเลียนเพื่อมอบความอร่อยไปพร้อมไมตรีอันอบอุ่นตามแบบฉบับดินแดนแห่งท้องทะเลทราย
https://www.dreamofthedesert.com/

ยังจำโปรเจกต์ในอดีตที่ Accor ออกมาประกาศว่าจะรีโนเวทรถไฟเก่าแก่สุดคลาสสิกขบวน Nostalgie-Istanbul-Orient-Express ให้กลับมามีชีวิตใหม่เพื่อวิ่งต้อนรับ Paris Olympic 2024 ได้หรือเปล่า เป็นที่น่าเสียดายว่าโปรเจกต์คราวนั้นกลับเสร็จไม่ทันตามฝัน ทว่าก็เป็นที่น่ายินดีว่าโปรเจกต์นี้ยังคงดำเนินเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องเพื่อทำฝันให้เป็นจริงตามที่หวังไว้ และคาดว่ารถไฟท่องเที่ยวสายพิเศษนี้พร้อมจะเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในปี 2027 ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน

ขบวนรถไฟเก่า 17 ตู้จากยุค 1920s–1930s ที่ถูกทิ้งร้างในบริเวณชายแดนโปแลนด์-เบลารุสกำลังฟื้นคืนชีพทีละน้อย จากโปรเจกต์ความหวังใหม่ The New Orient Express กลายมาเป็นโปรเจกต์ชวนหวนคืนสู่ความทรงจำกับการย้อนกลับไปใช้ชื่อดั้งเดิม L’Orient Express อีกครั้งเพื่อเป็นเกียรติให้ขบวนเก่าแก่อันโด่งดังที่สร้างประวัติศาสตร์มายาวนานมากกว่า 140 ปี และยังสะท้อนถึงตัวตนอันทรงคุณค่าที่แท้จริง ในส่วนของผู้ดูแลการออกแบบยังคงเป็นสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Maxime d’Angeac เช่นเคย โดยเร็ว ๆ นี้เพิ่งมีการเผยภาพแรกลุคใหม่ของรถไฟขบวนนี้ที่มาในสไตล์ Contemporary Art Deco ดูเรียบโก้แต่เท่คลาสสิกร่วมสมัยจนเรียกเสียงว้าว!ได้ดีทีเดียว

จุดเด่นน่าสนใจก็คือการตกแต่งสร้างสรรค์ใหม่ที่ต่อยอดแรงบันดาลใจมาจากรถไฟขบวนเก่าแก่ดั้งเดิม ตั้งแต่โคมไฟเก๋กลิ่นอายอาร์ตเดโค พรมลายแมกไม้เขียวขจีสไตล์ Geometric Pattern สุดชิคที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผนังพรมลายผืนป่าโทนสีส้มอิฐแบบดั้งเดิม แล้วยังรวมงานครีเอทขึ้นใหม่อย่างพรมทอมือสีน้ำเงินเข้มหรูหราสุดแกลม ไปจนถึงพระเอกของขบวนนี้อย่าง Curved Sofa สไตล์ลอนคลื่นสีเขียวสดที่ตัดกับห้อง (บาร์) โทนสีเข้มคลาสสิกอย่างโดดเด่นมีสไตล์ ไฮไลท์อีกอย่างก็คือห้องพัก Presidential Suite ที่ออกแบบสไตล์ Parisian Apartment ห้องพักหรูในกรุงปารีส โดยดีไซน์ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระที่สไตล์ Art Déco ถือกำเนิดมาครบรอบ 100 ปี (1925-2025) อีกด้วย
https://www.orient-express.com/en/trains/the-orient-express

หากพูดถึงรถไฟท่องเที่ยวกลิ่นอายเอเชียที่หรูหราเลอค่าที่สุดในตอนนี้คงต้องยกให้ขบวนตามรอยเส้นทางสายไหมอันทรงคุณค่านี้ อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ทาง Golden Eagle Luxury Trains อีกยักษ์ใหญ่ในตำนานเคยเปิดบริการรถไฟท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไหมนี้มาบ้างแล้ว (เป็นบางช่วงเท่านั้น) แต่ในวาระครบรอบ 35 ปีนี้บริษัทฉลองอย่างยิ่งใหญ่ไฟกระพริบด้วยการเปิดตัวรถไฟหรูท่องเส้นทางสายไหมมุมมองใหม่ที่แกรนด์กว่าเก่าและระยะทางไกลกว่าเดิม

ขบวนเส้นทางสายไหมนี้เป็นรถไฟตู้นอนระดับ Ultra Luxury ที่มีกำหนดการเที่ยวปฐมฤกษ์ในปลายเดือนกันยายน 2026 นี้ โดยโปรแกรมการเดินทาง The Grand Silk Road จะใช้เวลาทั้งสิ้น 22 วัน เดินทางระหว่างปักกิ่ง (จีน) กับทานชเคนต์ (อุซเบกิสถาน) เคลื่อนผ่าน 5 ประเทศ รวมระยะทางกว่า 3,862 กิโลเมตร ภายในมีห้องพัก 2 แบบไว้บริการคือ Superior Cabin จำนวน 36 ห้องที่ตกแต่งเรียบหรูแบบสากล มาพร้อมโซฟาขนาดใหญ่ปรับเปลี่ยนเป็นเตียงนอนได้ และระดับพรีเมียม Han Dynasty Suite จำนวน 2 ห้องที่ตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัยกลิ่นอายคลาสสิกเปี่ยมเสน่ห์

เอกลักษณ์เหนือระดับของขบวนนี้ก็คือดีไซน์กลิ่นอาย Contemporary Chinese with a Silk Road Twist สไตล์จีนร่วมสมัยผสมผสานกลิ่นอายหลากหลายวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหมโดยได้แรงบันดาลใจมาจากยุคราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty) ผู้บุกเบิกเส้นทางสายไหมนั่นเอง ส่วนของ The Bar Car ก็มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใครด้วยการตกแต่งประตูกระจกคู่ทรงโค้งให้สอดรับกับโดมเพดานขอบมนซึ่งดีเทลนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรถเทียมม้าสมัยราชวงศ์ฮั่น อีกจุดน่าสนใจก็คือโซนตู้ชมวิว (Observation Car) ด้านท้ายซึ่งโดดเด่นด้วยการตกแต่งานไม้แกะสลักผสมผสานรายละเอียดสไตล์จีนโบราณอย่างงดงามลงตัว รวมถึงห้องเล่นไพ่นกกระจอกสไตล์จีนโบราณที่ชวนให้สัมผัสถึงจิตวิญญาณตะวันออกได้อย่างถึงแก่น โดยผลงานสร้างสรรค์สุดอลังการคราวนี้เป็นฝีมือของสตูดิโอ HBA (Hirsch Bedner Associates) อันเลื่องชื่อที่วางคอนเซ็ปต์ออกแบบไว้ให้รถไฟขบวนนี้เป็นดั่ง Luxurious Mobile Resort นั่นเอง
https://www.goldeneagleluxurytrains.com/trains/golden-eagle-silk-road-express/

รถไฟท่องเที่ยวสไตล์ Cruise Train ในยุคก่อนมักจะดีไซน์ออกมาให้เป็นลุคหรูหราสไตล์คลาสสิกเสียส่วนใหญ่ จนกระทั่งปี 2019 ที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการแฟชั่นอย่างกลุ่ม LVMH เข้าเทคโอเวอร์ Belmond หนึ่งในผู้นำแห่งตำนานรถไฟท่องเที่ยวสุดหรู เราจึงเริ่มได้เห็นการการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ มากมายที่ฉีกขนบไปจากเดิม รวมถึงการสร้างสรรค์ตู้โดยสารมุมมองใหม่ในลุคเท่สุดเนี้ยบที่เพิ่งเปิดบริการไปเมื่อปี 2025 นี้ เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งการเริ่มก้าวสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง

L’OBSERVATOIRE นั้นแปลว่า ‘หอดูดาว’ ซึ่งเป็นชื่อตู้รถไฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียงหนึ่งเดียวในขบวน Venice Simplon-Orient-Express (VSOE) อันเก่าแก่และมีชื่อเสียงนี้ด้วย โปรเจกต์นี้เป็นการนำตู้รถไฟดั้งเดิมหมายเลข 3544 ที่สร้างขึ้นในปี 1927 มารีโนเวทด้านในใหม่หมด โดยเชิญ JR (Jene-René) ศิลปินสตรีทอาร์ทชาวฝรั่งเศสชื่อดังมาสร้างสรรค์ดีไซน์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร กลิ่นอายการออกแบบโดยรวมนั้นดูเป็นสไตล์ Modern Classic แต่หัวใจสำคัญที่ซ่อนอยู่ก็คือการวางคอนเซ็ปต์ให้เป็นสถานที่มหัศจรรย์ลึกลับซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘หอดูดาว’ ยุคโบราณผสมผสานไอเดีย ‘ห้องแห่งความลับ (Wunderkammer)’ ที่เศรษฐีสมัยก่อนนิยมสร้างไว้ในบ้าน ซึ่งนอกจากดีไซน์หรูหราแปลกตาผสมผสานความคลาสสิกแล้วไอเดียการออกแบบนี้ยังต้องการปลุกความสนุกในวัยเด็กของทุกคนให้กลับมาอีกครั้งด้วย

ตู้โดยสารส่วนตัวนี้ภายในแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ ราวกับอพาร์ทเมนต์หรูห้องใหญ่ โดยแบ่งเป็นห้องนอน ห้องอาบน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร ห้องสมุด ไปจนถึงห้องแห่งความลับที่ซ่อนอยู่หลังแผงตู้หนังสือ (อย่างที่รู้กัน) นั่นเอง ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เด่นนั้นก็คือการแต่งผนังไปจนถึงเพดานที่เรียงแผ่นวงกลมต่อกันให้คล้ายแผงเกล็ดปลา (หรือบ้างก็ว่าเกล็ดมังกร) ซึ่งแต่ละโซนก็จะสร้างสรรค์ลวดลาย สีสัน รวมถึงใช้วัสดุแตกต่างกันไปด้วย อีกอัตลักษณ์เด่นในขบวนนี้ก็คือการตกแต่งแผงไม้ฝังลาย (Marquetry) เพื่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่ง JR ทำงานร่วมกับ Philippe Allemand เจ้าของสตูดิโอ Atelier Philippe Allemand ผู้เชี่ยวชาญงานไม้ฝังลายระดับโลกที่ดูแลรถไฟสาย VSOE นี้มาตั้งแต่ปี 1997 โดยร่วมกันครีเอทผลงานไม้ฝังลายดีไซน์เท่เพื่อตกแต่งพื้นที่ต่าง ๆ ราวกับงานอาร์ตสมัยใหม่ที่น่าสนใจทีเดียว

ปิดทายด้วยไฮไลท์ระดับมาสเตอร์พีชซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นขบวนแห่งหอดูดาวแล้วแน่นอนว่าเขาใส่ใจรายละเอียดการออกแบบให้ทุกพื้นที่สามารถเป็นจุดมองออกไปยังท้องฟ้าด้านนอกได้ นอกจากนี้ก็ยังมีมุมนั่งเล่นไว้ฟังเพลงไปพร้อมจับกล้องส่องดูดาวที่เก๋ไม่เหมือนใคร แล้วที่พีคที่สุดก็คือการเสริม ‘โดมแก้ว’ กระจกใสทรงกลมบานใหญ่บนเพดานเอาไว้ให้นอนเล่นแหงนมองฟ้านับดาวกันแบบเพลิน ๆ ซึ่งโดมแก้วนี้จะซ่อนอยู่เฉพาะในห้องนอนและห้องแห่งความลับเท่านั้น
https://www.belmond.com/trains/europe/venice-simplon-orient-express/l-observatoire-by-jr
The post Heaven on Train 5 รถไฟท่องเที่ยวดีไซน์สวยระดับโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมสะบัดธงสีรุ้งให้พร้อม เพราะสัปดาห์นี้กรุงเทพฯ กำล […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 27 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมสะบัดธงสีรุ้งให้พร้อม เพราะสัปดาห์นี้กรุงเทพฯ กำลังจะเต็มไปด้วยพลังแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมต้อนรับ Pride Month เทศกาลที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ออกมาตะโกนบอกโลกและเฉลิมฉลองความเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ
LIFE This Week เลยขอพาทุกคนพุ่งตัวไปรับแรงบันดาลใจและพลังงานบวกแบบจัดเต็ม เริ่มต้นด้วยงานใหญ่แห่งปีที่ทุกคนรอคอยอย่าง Bangkok Pride Parade 2026 ที่จะมาสร้างประวัติศาสตร์บนถนนสีลม หรือจะตื่นเช้ามาเปลี่ยนทางเท้าให้เป็นสีรุ้งในงานวิ่งสุดเก๋ Pride Beat Run ที่เซ็นทรัลเวิลด์
แต่ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้น เพราะเราแอบลิสต์พิกัดแฮงเอาต์หลังเลิกงานวันศุกร์ที่จะพาคุณไปโดดกับ ‘น้อย พรู’ บนระเบียงลอยฟ้าของ SIWILAI CITY CLUB หรือจะหลบความวุ่นวายไปดูหนังนอกกระแสที่ตึกเก่า The Corner House ย่านเจริญกรุง ปิดท้ายด้วยการไป ‘Decompress’ แช่น้ำแข็งยืดเหยียดกับคลาส Mat Pilates ใจกลางทองหล่อและสาทร แพลนแน่นและน่าออกไปใช้ชีวิตทุกงานขนาดนี้ ถ้าเคลียร์ตารางพร้อมแล้ว เตรียมปักหมุดแล้วพุ่งตัวออกไปฉลองความสุขในสัปดาห์นี้กันเลย!

วางความเครียดจากการทำงานลง แล้วพุ่งตัวมาแฮงเอาต์ในบรรยากาศ Beach in the Sky บนรูฟท็อปลักชัวรีใจกลางเมือง รอบนี้จัดความพิเศษขั้นสุดเพื่อเรียลแฟนโดยเฉพาะ พบกับศิลปินระดับตำนาน ‘น้อย พรู’ (กฤษดา สุโกศล แคลปป์) ที่จะมาสาดพลังงานและเล่าเรื่องราวผ่านท่วงท่า ลีลาการเพอร์ฟอร์ม และเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานแนวดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อก บริตป็อป และโซลป็อปร็อกที่จะปลุกความทรงจำและความรู้สึกของคุณให้ตื่นเต้นอีกครั้ง
ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้น เพราะทางคลับยังจัด Resident DJ เทสดีอย่าง SUPHAR และ WATWHATT มาคอยเปิดเพลงแนว House และ Nu Disco ชวนให้ทุกคนได้โยกตามเบาๆ พร้อมอิ่มอร่อยไปกับอาหารและเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากเชฟชั้นดีตลอดทั้งคืน เป็นค่ำคืนวันศุกร์ที่คอมมูนิตี้คนรักดนตรีห้ามพลาดเด็ดขาด
Show Times:
Time: เวลา 11.00-00.00 น.
When: วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569
Where: SIWILAI CITY CLUB ชั้น 5, Central Embassy
Booking: สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ โทร. 06-2361-9777 หรือ LINE OA: @siwilaisocialclubs
More Info: SIWILAI CITY CLUB

ร่วมกิจกรรมสนทนาและฝึกมองงานศิลปะผ่านกระบวนการ Deep Looking หรือการมองอย่างใคร่ครวญไปกับ ดร. มิวาโกะ เทสุกะ (Dr. Miwako Tezuka) ผู้อำนวยการ ดิบ บางกอก ซึ่งในอีพีแรกนี้จะชวนผู้เข้าร่วมทุกคนร่วมกันสำรวจผลงานภาพถ่ายขาวดำอันทรงพลังอย่างเงียบงันเพียงชิ้นเดียว ของศิลปินระดับโลกอย่าง Hiroshi Sugimoto จากซีรีส์ Theaters ที่กำลังจัดแสดงอยู่บนชั้น 2 ในนิทรรศการหลัก ‘(In)visible Presence’ ล่อง(ไม่)หน
ความน่าสนใจของเซสชันนี้คือการเรียนรู้ที่จะชะลอจังหวะสายตา มองอย่างละเอียด เพื่อรับรู้และตกผลึกถึงสิ่งที่อาจดำรงอยู่นอกเหนือไปจากสิ่งที่มองเห็นตรงหน้า สู่แนวคิดที่ว่าด้วยสิ่งที่เรารับรู้ จดจำ และรู้สึกได้ นอกเหนือจากสิ่งที่ตาเห็น โดยเปิดรับผู้เข้าร่วมจำนวนจำกัดเพียง 15 ท่านเท่านั้นเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองได้อย่างทั่วถึงและเป็นกันเองมากที่สุด
Time: เวลา 15.00-15.30 น. (กรุณามาถึงก่อนเริ่มกิจกรรม 15 นาที เพื่อเช็กอินรับสายรัดข้อมือที่ Information Desk)
When: วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569
Where: จุดนัดพบบริเวณทางเข้า Turnstile, Dib Bangkok
Museum Ticket: บุคคลสัญชาติไทย 550 บาท / บุคคลต่างชาติ 700 บาท
Language: ภาษาอังกฤษเท่านั้น
More Info: Dib Bangkok

เปิดสเตจแรกต้อนรับ Pride Month ด้วยการเปลี่ยนย่านราชประสงค์ให้เป็นรันเวย์สีรุ้งในเช้าวันเสาร์ กับกิจกรรม 5K City Run ที่เบลนด์วัฒนธรรม Run Club เข้ากับความสนุกระดับติดแกลม โดย centralwOrld และ Brew Run Club ชวนทุกคนมาวิ่งไปแดนซ์ไปท่ามกลางบีทดนตรีสุดมันส์จาก Live DJ ของ Universal Music พร้อมการปรากฏตัวของเหล่า Drag Queen ตัวแม่ที่จะมาร่วมไฮป์พลังงานตลอดเส้นทาง
งานนี้เปิดรับทุกคนแบบไม่จำกัดเพศและไม่เน้นความเร็ว โดยมีทีม BREW Pacers คอยดูแลเรื่องจังหวะการวิ่งตลอดทริป สิ่งที่ต้องทำมีเพียงแค่งัดชุด Fancy ที่สะท้อนความวิบวับและสีสันในแบบที่เป็นตัวเองที่สุดออกมาสะบัดบนรันเวย์ เพราะงานนี้มีรางวัล Best Costume รอแจกสำหรับคนที่แต่งตัวได้ Proud ที่สุดด้วย
Time: เวลา 05.00-10.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569
Where: ลานหน้า centralwOrld
Dress Code: Proud to be you / Sparkle and Colorful
Registration: ซื้อบัตรได้ที่ Ticketmelon
More Info: Brew Run Club

ขอชวนทุกคนมาใช้เวลาช่วงบ่ายวันเสาร์เพื่อเชื่อมต่อและเรียนรู้ร่างกายตัวเองอีกครั้ง กับคลาส Mat Pilates Weekend ที่จะพาคุณไปขยับร่างกาย ยืดเหยียด และเสริมสร้างความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่อบอุ่นและสเปซสุดผ่อนคลาย
ความพิเศษของคลาสรอบนี้คือเป็นการรวมตัวกันของ 3 แบรนด์ไลฟ์สไตล์ นำโดยเจ้าบ้านสายสุขภาพอย่าง ISŌRA Wellness แท็กทีมสาดความอร่อยเสิร์ฟความฟินหลังจบคลาสด้วยคุ้กกี้สุดระดับตำนานจาก Baked by Aimmie คู่กับเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมจาก Rocket Coffeebar ให้คุณได้นั่งพักผ่อน คลายกล้ามเนื้อ และเติมความสดชื่นด้วยขนมหวานแสนอร่อย ใครที่อยากมาจอยคอมมูนิตี้ดีๆ แบบนี้ต้องรีบทักไปจองด่วนครับ เพราะตอนนี้เหลือที่ว่าง 7 สิทธิ์สุดท้ายเท่านั้น!
Time: เวลา 15.00-16.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569
Where: ISŌRA Wellness (ชั้น 3, สาทร ซอย 12)
Booking: Line OA @isora
More Info: ISŌRA , BAKED by Aimmie , Rocket Coffeebar

เปิดมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ผสมผสานความท้าทายและการผ่อนคลายเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยโปรเจกต์นี้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เลือกเข้าร่วมตามความสนใจถึง 2 เซสชันสุดพิเศษ ที่จะมาช่วยปรับพลังงานและคืนความสดชื่นให้กับกล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้า
ความพิเศษคือทุกเซสชันเปิดให้เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่จำกัดจำนวนผู้โชคดีเพียงเซสชันละ 15 ท่านเท่านั้น ใครที่กำลังมองหากิจกรรมฮีลใจและอยากลองชาเลนจ์ตัวเองในสเปซสวยๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด
รายละเอียดกิจกรรม:
Time: Session 1 เวลา 09.00-13.00 น. และ Session 2 เวลา 12.00-16.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม และ วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569
Where: Limber Studio, Stone Goat และ Revival BKK
Dress Code: ชมพู / เหลือง / ขาว / ดำ / น้ำตาล
More Info: Garmin Thailand , Limber Studio

เฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ Pride Month ด้วยขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี โดยปีนี้ตัวขบวนจะขับเคลื่อนและบอกเล่าเรื่องราวผ่าน 6 ขบวนไฮไลต์ 6 เฉดสี ซึ่งมีจุดตั้งแถวและประเด็นการเรียกร้องที่แตกต่างกันออกไป ก่อนที่ทุกขบวนจะเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่สนามกีฬาเทพหัสดิน เพื่อส่งต่อพลังงานบวกสู่ Pride Stage ที่จะมีคอนเสิร์ตจากวงหมอลำระดับตำนานอย่าง ‘ระเบียบวาทะศิลป์’ และเหล่าไอคอน LGBTQIAN+ อีกเพียบ
พิกัด 6 ขบวนพาเหรด เลือกปักหมุดจุดที่ใช่ได้เลย
กิจกรรม ณ Pride Stage (สนามกีฬาเทพหัสดิน)
Time: เวลา 14.00-22.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569
Where: จากถนนสีลม มุ่งหน้าสู่ สนามกีฬาเทพหัสดิน
More Info: Bangkok Pride

กลับมาสร้างไวบ์ดีๆ ให้กับคนรักหนังอีกครั้ง ณ The Corner House Bangkok (ตึกชัยพัฒนศิลป์) ในธีม Life as Performance โปรแกรมฉายภาพยนตร์ระดับไอคอนิก 5 เรื่อง 5 รสชาติ ที่จะมาชวนทุกคนร่วมสำรวจตัวตน ความปรารถนา และการใช้ชีวิตในฐานะ ‘Performer’ ที่ต้องแสดงบทบาทต่างๆ ภายใต้ภาพลักษณ์และความคาดหวังของสังคมเพื่อเอาตัวรอด
ตัวงานจัดฉายในห้องรับรองบรรยากาศอบอุ่น จำกัดเพียงรอบละ 35 ที่นั่งเท่านั้น ทำให้ได้ฟีลการชมภาพยนตร์ที่เอ็กซ์คลูซีฟและเป็นกันเองแบบสุดๆ แถมตั๋วทุกใบยังรวมเครื่องดื่มเย็นๆ ให้จิบระหว่างชมหนังอีกด้วย ใครที่อยากมานั่งปล่อยใจ เสพความสุนทรีย์จากแผ่นฟิล์มในตึกเก่า บันทึกตารางฉายแล้วรีบกดจองให้ทันนะ เพราะบางรอบเต็มไปเรียบร้อยแล้ว
ตารางฉายภาพยนตร์ (อัปเดตสถานะล่าสุด)
When: วันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569
Where: The Pavilion (ชั้น 4), The Corner House Bangkok
Ticket: 250 บาท / ที่นั่ง (รวมเครื่องดื่มแล้ว)
Booking: ผ่านลิงก์ Google Forms
More Info: THE CORNER HOUSE Bangkok

เปลี่ยนพื้นที่ใจกลางเมืองให้กลายเป็นคอมมูนิตี้ที่เชื่อมต่อดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างสรรค์เข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ภายใต้คอนเซปต์ Celebrate Pride For All, Because We Are Many! ซึ่งงานนี้จัดเต็มไลน์อัปกิจกรรมแบบแน่นๆ 4 วัน 4 สไตล์ ให้คุณเลือกเข้าร่วมตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นสายเฮลตี้ สายคอนเสิร์ต หรือสายชอบดูโชว์สุดปังจากเหล่าตัวแม่ Drag
Timeline & Line-up (อัปเดตสถานะล่าสุด)
When: วันที่ 30 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2569
Where: ชั้น G, Parkside Hall, Central Park Bangkok
More Info: Central Park

เปลี่ยนวันหยุดสุดสัปดาห์สิ้นเดือนนี้ ให้กลายเป็นการพักร้อนสไตล์บีชคลับสุดเก๋กลางเมือง โดยแบรนด์แฟชั่นอย่าง HerSonders ร่วมทีมกับ Rechill ที่เปิดสาขาใหม่กลางทองหล่อ จัดคอมมูนิตี้สำหรับคนรักสุขภาพที่ผสมผสานทั้งเวลเนส, แฟชั่น, ดนตรี และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการเปิดประสบการณ์ Sauna Social บนพื้นที่ขนาดใหญ่ครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่รองรับคนได้ถึง 40-60 คน พร้อมบำบัดร่างกายด้วยพิธีกรรมฟื้นฟูระบบประสาทอย่างการลงแช่ไอซ์บาธ เคล้าไปกับเสียงดนตรีบีทละมุนๆ จากไลน์อัปดีเจสาวในช่วงพระอาทิตย์ตก นอกจากนี้ยังมีบาร์มะพร้าวออร์แกนิก กิจกรรมเวิร์กชอปทำพัด รวมถึงโอกาสพิเศษที่จะได้ยลโฉมคอลเลกชันฤดูร้อนใหม่ล่าสุดจาก HerSonders ก่อนใครอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นคอมมูนิตี้ที่สายแกลมและสายรักสุขภาพต้องมาจอย
Time: Session 1 เวลา 13.00-16.00 น. / Session 2 เวลา 16.00 – 19.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 30 และ วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569
Where: Rechill ชั้น 4, Market Place ทองหล่อ 15
Booking: ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี! ผ่านลิงก์นี้ Event
More Info: HerSonders , RECHILL

ปักหมุดแลนด์มาร์กความสนุกต้อนรับต้นเดือนมิถุนายนกับงานประจำหาดที่ทุกคนรอคอย Matalay Khaolak Classic 2026 ณ Memories Surf Village เขาหลัก เทศกาลริมหาดรูปแบบใหม่ที่รวบตึงกิจกรรม Beach Lifestyle ไว้แบบจัดเต็ม โดยปีนี้พาทุกคนย้อนวันวานมาในมู้ด ‘งานวัด Y2K’ ขนทัพทั้งศิลปินป็อป ศิลปินลูกทุ่ง และไลน์อัปดีเจชื่อดังระดับประเทศมาร่วมปลุกพลังงานความม่วนจอยริมทะเลอันดามันตลอด 3 วัน 3 คืนครับ
งานนี้เกิดจากความร่วมมือกันของกลุ่มคนที่รักในเสียงคลื่นและคอมมูนิตี้ริมชายหาด เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคน ไม่ว่าจะสายวิ่ง สายเซิร์ฟ สายกิน หรือสายปาร์ตี้ ได้มาใช้เวลารีเซ็ตร่างกายและปล่อยใจไปกับเสียงเพลงท่ามกลางบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่นและสนุกสนานไปด้วยกัน
6 กิจกรรมตลอดเทศกาล
Surfer Show (1-3 มิถุนายน 69) เกาะขอบสนามชมการแข่งขันโต้คลื่นประเภท Longboard ระดับนานาชาติกว่า 4 Division จากเซอร์เฟอร์กว่า 16 ประเทศ และไฮไลต์สุดน่ารักอย่างการแข่งขันเซิร์ฟของน้องหมา!
Ripcurl Trail to Tide (2 มิถุนายน 69) กิจกรรมวิ่งคอมมูนิตี้ 5K & 8K พาคุณลัดเลาะจากป่าสนสู่ชายหาด (จำกัด 300 คน) วิ่งเสร็จแล้วห้ามรีบกลับ! มีโซน Ice Bath Recovery แช่น้ำแข็งคืนความสดชื่นให้กล้ามเนื้อฟรีริมหาด พร้อมลุ้นรางวัล Lucky Draw อีกเพียบ
Khaolak Drip Yen Battle (1 มิถุนายน 69) กิจกรรมใหม่แกะกล่องกับการแข่งขันชงกาแฟดริปเย็นของบาริสต้าทั่วประเทศ ร่วมส่งใจเชียร์การรังสรรค์เมนูกาแฟจากเมล็ดไทยเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของป่าต้นน้ำ
Beach Market & Workshops เดินช้อปเดินชิมฟีลงานวัดสุดชิคที่รวบรวมบูธอาหารอร่อยๆ และป็อปอัพแบรนด์แฟชั่น Beach Lifestyle จากทั่วประเทศ รวมถึงกิจกรรม Wellness ดีๆ มากมาย
Live Concerts (ชมฟรี!) โดดให้ยับและแดนซ์ให้สะบัดกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินตัวท็อป
Thailand’s Top DJs Line-up: ปาร์ตี้สละโสดความเหงายามค่ำคืนไปกับดีเจแถวหน้าของเมืองไทย เช่น DJ TOB, DJ PatraB, DJ Pragueputth feat. DJ Lobster และดีเจอีกเพียบที่จะสลับสับเปลี่ยนมาสาดบีทรับแสงซันเซ็ต
When: วันที่ 1-3 มิถุนายน 2569
Where: Memories Surf Village, เขาหลัก พังงา
More Info: Khaolak Surf Town , Khaolak Classic

ต่อยอดความสำเร็จจากพาร์ทกาแฟในช่วงกลางวันสู่คอนเซปต์ Happy Day, Dirty Night เมื่อ BEANS Coffee Roaster นำเมล็ดกาแฟที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษอย่าง Single Origin รหัส C-5 ที่ให้ Aroma และ Coffee Oils สมบูรณ์แบบ มาคอลแลปส์ร่วมกับ 12 บาร์และร้านดังทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรังสรรค์เมนู Dirty Cocktail สูตร Exclusive ที่ผสมผสานศาสตร์แห่ง Specialty Coffee และโลกของ Nightlife เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนนี้
ความพิเศษของแคมเปญนี้คือมีกิมมิคแลกเปลี่ยนความอร่อย โดยลูกค้าของร้าน BEANS สามารถนำคูปองไปแลกรับ Dirty Cocktail ที่บาร์พาร์ทเนอร์ได้ฟรี! และในทางกลับกัน ลูกค้าจากบาร์ต่างๆ ก็สามารถนำคูปองมาแลกรับเมนู Dirty ที่ร้าน BEANS ได้ฟรีเช่นกัน (เครื่องดื่มมีจำนวนจำกัดต่อวัน)
ลายแทงพิกัด 12 บาร์ดัง และเมนูไฮไลต์ที่คุณต้องไปลอง
Time: ตามเวลาเปิดทำการของแต่ละบาร์
When: วันที่ 1-30 มิถุนายน 2569
Where: 12 บาร์ชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ
More Info: BEANS Coffee Roaster

Fritz Hansen แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับตำนานจากเดนมาร์ก ร่วมกับ NORSE Republics ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ เปิดตัวโฉมใหม่ของ House of Fritz Hansen Bangkok โชว์รูมใจกลางเมืองเนื่องในโอกาสครบรอบ 9 ปี ยกระดับพื้นที่ภายใต้แนวคิด A Space for Design Icons ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เปิดกว้าง และโมเดิร์น ราวกับได้มาเยือนบ้านของนักสะสมงานดีไซน์ระดับโลก
และเพื่อเฉลิมฉลองการปรับโฉมครั้งสำคัญนี้ ทางแบรนด์ชวนทุกคนมาร่วมสำรวจนิยามความงามร่วมสมัยที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ผ่านกิจกรรมไฮไลต์หลักที่พร้อมต้อนรับผู้หลงใหลในงานดีไซน์ทุกคนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
PK22 Photo Series นิทรรศการที่ต้องห้ามพลาด ชมนิทรรศการจัดแสดงภาพถ่ายสุดพิเศษที่คัดสรรมาจากหนังสือโดยช่างภาพชื่อดังระดับโลกอย่าง Blaine Davis, Soonae Park และ Valentina Vos ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ท่วงทำนอง และมิติความงามของเก้าอี้สุดไอคอนิกอย่าง PK22 ในหลากหลายบริบท สะท้อนให้เห็นถึงความงามของงานออกแบบที่ยังคงความร่วมสมัย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมทุกคนได้มาใช้เวลากับตัวเองในการสำรวจความหมายของคำว่า Iconic Design ในแบบฉบับของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ณ House of Fritz Hansen Bangkok
การเปิดตัว Magazine C – Issue No. 7 “PK22” นิตยสารเชิงลึกที่เชื่อมโยงเรื่องราวระหว่างดีไซน์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนจาก 5 เมืองรอบโลกที่ใช้ชีวิตร่วมกับเก้าอี้ PK22 (ผลงาน Masterpiece ในปี 1956 ของ Poul Kjærholm) วางจำหน่ายในราคา 990 บาท พร้อมรับ Special-Edition Folio Sleeve ของที่ระลึกดีไซน์พิเศษ (มีจำนวนจำกัด) เฉพาะที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
Time: เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)
When: วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 (สำหรับกิจกรรมจัดแสดงภาพถ่าย PK22 Photo Series)
Where: House of Fritz Hansen Bangkok (ซอยสมคิด)
More Info: Fritz Hansen Bangkok
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 27 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
Chapters Kyoto จาก Wonderfruit เตรียมเปิดขายกรกฎาคมนี้ […]
The post Wonderfruit เปิดรายละเอียดใหม่ของ Chapters Kyoto ก่อนขายจริง ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Chapters Kyoto จาก Wonderfruit เตรียมเปิดขายกรกฎาคมนี้ กับประสบการณ์เกียวโตที่มีเพียง 100 คนเท่านั้น
หลังจากฉลองครบ 10 ปีไปเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ Wonderfruit ไม่ได้จัดแค่เทศกาลใหญ่ตามเดิม แต่กำลังเปิดบทใหม่ในชื่อ Chapters Kyoto งาน 4 วันที่จะพา 100 คนไปเยือนเกียวโตในสถานที่ซึ่งคนทั่วไปเข้าไม่ถึง ในประสบการณ์พิเศษที่ พีท-ประณิธาน พรประภา ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Wonderfruit เล่าว่า “สิ่งที่ทำได้กับคนร้อยคน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่ทำได้กับคนเป็นพัน”
แต่ก่อนที่บัตรจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมที่กำลังมาถึง นี่คือสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับงานนี้หลังมีโอกาสได้พูดคุยถึงวิชั่นของงานนี้
ถ้าคิดว่า Chapters Kyoto คือ Wonderfruit เวอร์ชันเกียวโต ต้องปรับความเข้าใจใหม่ เพราะงานนี้ไม่มีให้เลือกว่าอยากไป session ไหน ไม่มี stage A หรือ stage B เพราะทุกคนจะร่วมเดินทางไปด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน และสัมผัสประสบการณ์เดียวกันตลอด 4 วัน ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งตัวโปรแกรมจะถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อประสบการณ์สุดพิเศษนี้
ทุกอย่างขับเคลื่อนผ่านแนวคิด “Myo” (妙) จากพุทธศาสนานิกายเซน คำนี้หมายถึงการค้นพบความมหัศจรรย์ในสิ่งธรรมดา สำรวจผ่านสามเรื่องหลักที่ Wonderfruit ยึดมาตลอดคือ Mind, Sound และ Nature ผ่านดนตรี อาหาร ศิลปะ และพิธีกรรมที่ผสมทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย

ความพิเศษของงานนี้คือ บางส่วนในโปรแกรมไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปเยือน ไม่ว่าจะสวนหรือวัด และนั่นคือสิ่งที่ทาง Wonderfruit กับพาร์ตเนอร์หลักอย่าง Toho Leo Co., Ltd. ในเกียวโต ต้องเวิร์กกันอย่างหนักเพื่อให้โปรแกรมนี้เกิดขึ้นได้จริง ไม่ว่าจะเป็นย่านฮิกาชิยามะ (Higashiyama) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1915 ตั้งอยู่บนที่สูง มองลงมาเห็นเมืองเกียวโต
โอฮาระ ซันโซ (Ohara-Sanso / 大原山荘) โรงแรมญี่ปุ่นดั้งเดิมยุคต้นศตวรรษที่ 20 ล้อมรอบด้วยภูเขาและวัดเก่าแก่ ที่ดินแห่งนี้เป็น sanctuary of stillness ที่เสียงลมและลำธารยังคงเหมือนเดิมมาหลายร้อยปี
และ เขาคุรามะ (Kurama) ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของศาสตร์ Reiki
รวมถึงการแวะสำรวจแกลเลอรีที่กระจายทั่วเมือง

การร่วมงานกับ ฮิโรกิ โอคาโนะ (Hiroki Okano) นักดนตรีและ sound artist ระดับตำนานของญี่ปุ่น ที่ช่วยออกแบบ sonic experience ทั้งหมดของงานนี้ เรียว อิวาโมโตะ (Ryo Iwamoto) ผู้ก่อตั้ง TeaRoom Inc. และ Tea Master อายุน้อยที่สุดของสมาคมชาอุระเซนเกะ (Urasenke) จะมาออกแบบประสบการณ์ด้านพิธีกรรมและวัฒนธรรมตลอดงาน

Chapters Kyoto จัดวันที่ 22–25 ตุลาคม 2569 มีแผนเปิดขายบัตรในช่วงเดือนกรกฎาคมปีนี้ รอบแรกจำหน่ายผ่าน Pineapple Eyes ก่อนเปิดให้บุคคลทั่วไปที่ chapterskyoto.co › สามารถติดตามข่าวสารได้ที่หน้าเพจของ Wonderfruit
The post Wonderfruit เปิดรายละเอียดใหม่ของ Chapters Kyoto ก่อนขายจริง ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเปิดนิทรรศการ ‘La Mode en Maje […]
The post เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเปิดนิทรรศการ ‘La Mode en Majesté’ ฉลอง 170 ปีสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส ที่ปารีส appeared first on THE STANDARD.
]]>
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเปิดนิทรรศการ ‘La Mode en Majesté’ ฉลอง 170 ปีสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส ที่ปารีส นำผ้าไทยสู่เวทีโลก
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง (Musée des Arts Décoratifs – MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อทรงเปิดนิทรรศการ ‘La Mode en Majesté – Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity’ หรือ ‘ราชพัสตราสู่สากล’

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 340 ปีแห่งการติดต่อครั้งแรกระหว่างสยามและฝรั่งเศส และ 170 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างไทยและฝรั่งเศส โดยอยู่ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ผ่านความร่วมมือระหว่าง พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (QSMT), สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT), สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และ Musée des Arts Décoratifs

นิทรรศการจัดขึ้นที่ Musée des Arts Décoratifs ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถาบันวัฒนธรรมสำคัญของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับพระราชวังลูฟวร์ และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญด้านศิลปะ การออกแบบ แฟชั่น และหัตถศิลป์ระดับโลก การที่นิทรรศการไทยได้รับพื้นที่จัดแสดงในสถาบันแห่งนี้ สะท้อนระดับความสำคัญของโครงการในมิติการทูตวัฒนธรรม

นิทรรศการรวบรวมวัตถุจัดแสดงเกือบ 200 รายการ ทั้งฉลองพระองค์ของพระบรมวงศานุวงศ์ไทย สิ่งทอไทยโบราณ ผ้ายก เครื่องประดับ ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ และผลงานร่วมสมัยจากนักออกแบบไทย โดยถือเป็น ครั้งแรกที่คอลเล็กชันในลักษณะนี้ถูกนำมาจัดแสดงในฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ
เนื้อหาของนิทรรศการนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศสผ่านวิวัฒนาการของเครื่องแต่งกาย ตั้งแต่ยุคคณะทูตสยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่เดินทางไปยังราชสำนักพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายในช่วงปี 1685–1686 จนถึงยุคปัจจุบัน



อีกหนึ่งแกนสำคัญคือบทบาทของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการพัฒนาภาพลักษณ์ชุดไทยสมัยใหม่ โดยเฉพาะความร่วมมือกับ Pierre Balmain ดีไซเนอร์ระดับตำนานของฝรั่งเศส ในการออกแบบฉลองพระองค์สำหรับการเสด็จเยือนต่างประเทศ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำให้ชุดไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ


นิทรรศการยังนำเสนอเรื่องราวของ ผ้ามัดหมี่ไทย งานหัตถกรรมสิ่งทอจากชุมชนท้องถิ่นที่ได้รับการต่อยอดสู่เวทีแฟชั่นโลก รวมถึงวิวัฒนาการของ ชุดไทย 8 รูปแบบ ที่กลายเป็นรากฐานสำคัญของการแต่งกายไทยร่วมสมัย

จากบทสัมภาษณ์พระราชทานพิเศษ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเปิดเผยว่า โครงการนี้ใช้เวลาเตรียมงานมากกว่าหนึ่งปี โดยจุดเริ่มต้นมาจากการเตรียมงานเฉลิมฉลอง 170 ปีความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส
พระองค์ทรงระบุว่า ด้วยความที่เคยทรงศึกษาและใช้ชีวิตในฝรั่งเศส ทำให้ทรงเข้าใจรสนิยมและบริบทของผู้ชมในประเทศนี้ จึงเห็นว่าการนำเสนอผ่านแฟชั่นและศิลปวัฒนธรรมไทยจะเป็นรูปแบบที่เหมาะสม

แนวคิดสำคัญของนิทรรศการคือการทำให้ผู้ชมต่างชาติเห็นว่า มรดกแฟชั่นไทย งานหัตถศิลป์ และอัตลักษณ์ไทย สามารถยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างร่วมสมัย
พระองค์ยังทรงเปิดเผยว่า หนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือการได้รับพระบรมราชานุญาตให้นำ ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มาจัดแสดงนอกประเทศไทย ซึ่งถือเป็นครั้งแรก
นิทรรศการ La Mode en Majesté – Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ 25 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงปารีส
ภาพ La Mode en Majesté, นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
The post เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเปิดนิทรรศการ ‘La Mode en Majesté’ ฉลอง 170 ปีสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส ที่ปารีส appeared first on THE STANDARD.
]]>
คุณกำลังเครียดอยู่ใช่ไหม? ความเครียดกลายมาเป็นเรื่องปกต […]
The post Grounding Heaven around Bangkok 8 แหล่งชวนผ่อนใจกราวด์ดิ้งรอบกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>
คุณกำลังเครียดอยู่ใช่ไหม? ความเครียดกลายมาเป็นเรื่องปกติของชีวิตของมนุษย์ยุคนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะผู้คนที่อยู่ในเมืองกรุงนั้นมีโอกาสเผชิญกับสิ่งเร้าให้เกิดความเครียดมากมายตลอดเวลา จากคำถามข้างต้นถ้าคุณตอบว่า “ใช่” เราอยากชวนคุณมาปลดปล่อยพลังนี้ออกไปจากตัวกัน
Grounding (กราวด์ดิ้ง) คือการเชื่อมต่อร่างกายกับพลังธรรมชาติโดยตรง อย่างเช่นการเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าไปจนถึงพื้นดิน การนำอวัยวะไปจุ่มไปจนถึงว่ายน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือแม้แต่การเอามือไปสัมผัสกับต้นไม้ เป็นต้น แนวคิดนี้เชื่อว่าร่างกายของเรามีประจุบวกสะสมจากการใช้ชีวิตประจำวันอยู่เสมอ การได้มีโอกาสกราวด์ดิ้งคือการถ่ายเทประจุเหล่านี้ออกจากร่างกายเรา สามารถปรับสมดุลพลังงาน ลดการอักเสบ และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ยิ่งขึ้น ลดความเครียดลงได้ และเยียวยาสุขภาพกายและสุขภาพใจให้ดีขึ้นด้วย กิจกรรมง่าย ๆ นี้บางทีอาจเป็นเรื่องที่หาทำได้ยากสำหรับคนอยู่ในเมืองใหญ่ อันที่จริงยุคนี้มีแหล่งพักผ่อนหย่อนใจผุดขึ้นมากมายทว่าวันนี้เราลองคัดสรรพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ที่น่าชวนไปกราวด์ดิ้งด้วยกัน

ปอดขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ นี้มีจุดเด่นในการสร้างระบบนิเวศเลียนแบบวิถีธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากบรรยากาศจะเหมือนเดินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแล้วสวนแห่งนี้ยังมีบริเวณสนามหญ้าหลายจุดให้เราลงไปเดินตลอดจนทิ้งกายเพื่อกราวด์ดิ้งได้อย่างไม่เคอะเขินด้วย อย่างเช่นโซนอัฒจันทร์กลางที่สามารถเดิ่นเล่น นั่งอ่านหนังสือ ไปจนถึงทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากมาย รวมถึงมีต้นไม้ใหญ่มากมายให้เราสัมผัส หรือจะเป็นโซนริมสระน้ำใหญ่ติด ถ.รัชดาฯ ที่ทาง กทม. นำเก้าอี้แบ่งปัน (Chair for sharing) เตียงผ้าใบมาวางไว้บนสนามหญ้าให้เราสามารถนั่งชิลล์ไปพร้อมกราวด์ดิ้งริมสระได้อย่างแสนสบายทีเดียว

ย่านจตุจักนี้มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันหลายสวนและทุกสวนล้วนเหมาะแก่การหาพื้นที่กราวด์ดิ้งอย่างยิ่ง ทว่าสวนใหม่ล่าสุดในย่านนี้ออกแบบพื้นที่สีเขียวให้ผสมผสานจุดทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบได้อย่างน่าสนใจตลอดจนมีจุดชวนให้กราวด์ดิ้งมากมาย อย่างโซนอัฒจันทร์เล็กที่ให้เรานั่งเล่นเอาเท้าสัมผัสพื้นได้ง่ายดาย หรือจะเป็นโซนเนินเขาจำลองที่เหมาะสำหรับการนำเด็ก ๆ ไปเล่นด้วยกัน อีกหนึ่งจุดเด่นคือโซนจัดแต่งก้อนหินขนาดใหญ่ที่ทำให้เราไปนั่งพักหรือเดินบนหินเพื่อช่วยนวดเท้าและเปลี่ยนบรรยากาศกราวด์ดิ้งได้เช่นกัน

สำหรับชาวกรุงเทพฯ โซนฝั่งตะวันออกสวนสาธารณะขนาดใหญ่ผืนนี้เต็มไปด้วยธรรมชาติเขียวขจีหลากหลายรูปแบบและกิจกรรมให้พักผ่อนมากมาย รวมถึงพื้นที่กราวด์ดิ้งหลากหลายโซนที่ให้เราทั้งสามารถเดินเล่นบนสนามหญ้า ปลีกวิเวกไปหามุมนั่งอ่านหนังสือพร้อมกราวด์ดิ้งท่ามกลางความสงบ ตลอดจนมีต้นไม้ใหญ่ให้สัมผัสและมีหินก้อนใหญ่ให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศกราวด์ดิ้งได้ดีไม่แพ้สวนสาธารณะอื่น

ถึงแม้ขนาดสวนจะไม่ได้ใหญ่นักและดูจะเป็นแค่ระดับ Pocket Park กลางเมืองเสียมากกว่า แต่สวนหย่อมขนาดย่อมนี้กลับมีลานขั้นบันไดสีเขียวให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจและเอาเท้ากราวด์ดิ้งกับพื้นได้อย่างสบาย (และน่าจะเป็นสวนสไตล์สแตนด์ให้นั่งพักผ่อนแห่งแรก ๆ ของกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้) นอกจากจะตั้งอยู่ริมเจ้าพระยาที่วิวดีและลมพัดเย็นสบายแล้วพื้นที่นี้ยังมาพร้อมวิวสวยทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างป้อมพระสุเมรุอันตระหง่านงดงามด้วย ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจขวัญใจทั้งคนไทยและคนต่างชาติเลยก็ว่าได้ เป็นจุด กราวด์ดิ้งสุดป๊อปมาช้านานเลยเชียวล่ะ

อุทยานใจกลางกรุงอีกแห่งที่มีสนามหญ้าชวนนั่งเพลินเดินเล่นตลอดจนมีกิจกรรมน่าสนุกเกิดขึ้นมากมายตลอดเวลา ที่นี่เป็นอีกแห่งที่ออกแบบสวนให้ทันสมัยแต่มีวิถีธรรมชาติที่น่าหลงใหลไปพร้อมกัน นอกจากโซนสนามหญ้าสีเขียวอีกแหล่งที่ชวนกราวด์ดิ้งไม่แพ้กันก็คือโซนลานหินหลากหลายจุดที่มีตั้งแต่ก้อนใหญ่ยันก้อนเล็กไว้ให้เดินสัมผัสธรรมชาติและนวดเท้าได้เป็นอย่างดีทีเดียว รวมถึงโซนเก้าอี้ยาวให้นั่งกราวด์ดิ้งสัมผัสธรรมชาติได้อย่างสบายใจอีกด้วย

ส่วนใครที่ชอบกราวด์ดิ้งเชิงกิจกรรมไปพร้อมกับการเรียนรู้วิถีเกษตรในตัว หรืออยากกราวด์ดิ้งแบบครอบครัว แนะนำให้ลองออกนอกเมืองมาสักนิดเพื่อสนุกกับกิจกรรมที่นี่ แน่นอนว่าไฮไลท์เด่นชวนสัมผัสธรรมชาติก็คือกิจกรรม “ลงนา เล่น เลอะ เรียนรู้เรื่องข้าว” ที่เปิดโอกาสให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ลองสนุกกับการลงไปดำนาตลอดจนมีความสุขกับการเลอะโคลนได้อย่างอิสระเสรี นอกจากจะได้กราวด์ดิ้งกันเต็ม ๆ แล้วยังได้ออกแรงเสียเหงื่อปลดปล่อยความเครียดได้อย่างดีทีเดียวล่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมดูแลสุขภาพด้วยบริการแช่มือและเท้ากับน้ำสมุนไพรไทยสูตรเฉพาะที่จะช่วยสร้างความผ่อนคลายและรีบูทร่างกายได้ดีทีเดียว

อีกหนึ่งแหล่งชวนกราวด์ดิ้งใกล้กรุงที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับวิถีธรรมชาติและสนุกกับวิถีเกษตรไทยไปพร้อมกัน นอกจากพื้นที่ให้เดินเล่นบนสนามหญ้าและกิจกรรมมากมายแล้ว ภายในบริเวณนี้ยังมีโซนคาเฟ่นั่งชิลตลอดจนมุมนั่งพักผ่อนแสนสบายที่ให้เราได้สัมผัสธรรมชาติท่ามกลางความสงบร่มเย็นอย่างเต็มที่ แล้วไฮไลท์พิเศษทีเด็ดกว่านั้นก็คือโซน Patom Organic Dog Park ที่เหมาะสำหรับชวนน้องหมามากราวด์ดิ้งไปกับธรรมชาติด้วยกัน นอกจากจะปลอดภัยไร้สารเคมีอันตรายแล้วโซนนี้ยังล้อมรั้วเป็นสัดส่วนให้น้องหมาสนุกกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่และเจ้าของไร้กังวลอีกด้วย รวมถึงมีโซนให้แช่บ่อน้ำและของเล่นวิถีธรรมชาติที่ให้ทั้งน้องหมาและเราได้สัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง

พื้นที่ธรรมสถานแห่งความสงบนี้ชวนเรากราวด์ดิ้งไปกับธรรมชาติได้อย่างไม่เคอะเขินเพราะนี่คือหนึ่งวิถีปฏิบัติของที่นี่ การถอดรองเท้าเดินกับผืนหญ้า เหยียบย่างบนหิน หรือแม้แต่การกอดโอบต้นไม้ ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมปกติของที่นี่ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสดชื่น ปลุกพลังชีวิตได้เป็นอย่างดี หรือถ้าอยากกราวด์ดิ้งร่วมกับวิถีธรรมด้วยก็สามารถสมัครเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมกับที่นี่ได้ที่จะทำให้เราได้ฝึกจิต ผ่อนคลาย ไปพร้อมกิจกรรมชวนกราวด์ดิ้งหลากหลายแบบทีเดียว
ภาพ: กรุงเทพมหานคร (Greener Bangkok), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ, เสถียรธรรมสถาน, สวนสามพราน
The post Grounding Heaven around Bangkok 8 แหล่งชวนผ่อนใจกราวด์ดิ้งรอบกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มองไปทางไหนก็เห็นแต่ท้องฟ้า […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 20-26 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มองไปทางไหนก็เห็นแต่ท้องฟ้าครึ้มๆ ฝนตกแทบทุกวัน ใครที่ต้องเดินทางหรือมีแพลนออกไปข้างนอก อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไว้ด้วยนะ
แต่ถึงแม้ว่าฝนจะตก ต่อให้บรรยากาศจะดูน่านอนแค่ไหน ก็อย่าปล่อยให้วันหยุดต้องผ่านไปอย่างน่าเสียดาย LIFE This Week สัปดาห์นี้เราเลยรวมพิกัดกิจกรรมที่ไม่ต้องกลัวเปียกฝนมาให้ทุกคนหนีไปฮีลใจกันแบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมงานอาร์ตแนวทดลอง ช้อปปิ้งงานคราฟต์ดีไซน์เก๋ๆ ปล่อยใจไปกับนิทรรศการต่างๆ และแอบแถมงานวิ่งของสายแอ็กทีฟมาให้เช่นเคย
ถ้าพร้อมแล้วอย่ารอช้า ปักหมุดลิสต์นี้ ชวนเพื่อน ชวนครอบครัว และคนพิเศษ ออกไปใช้เวลาดีๆ ด้วยกัน

ศุกร์นี้หลังเลิกงานมีคิวไปไหนกันหรือยัง? ถ้ายัง มาปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งสัปดาห์ไปกับ Night Run ที่พาสายแอ็กทีฟรักการกินไปวิ่งรับลมชิลๆ ระยะ 5.2 กิโลเมตรแถวย่านรังสิต แต่ไฮไลต์เด็ดอยู่ตรงที่ พอคูลดาวน์เสร็จปุ๊บ ก็จะได้พุ่งตัวไปให้รางวัลตัวเองกันต่อกับ ‘หมูกระทะ’ ตอนสองทุ่มพอดี เรียกได้ว่าเป็นการออกกำลังกายที่คุ้มสุดๆ
When: วันที่ 22 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 18.00-20.00 น. (เริ่มวิ่ง 18.40 น.)
Where: ร้านองศาหมูกะทะ, คลองหนึ่ง, ปทุมธานี
More Info: Run to the sun club

ปลุกเอนเนอร์จียามเช้าไปกับ ‘Coffee Run’ ที่พาทุกคนมา City run รับแดดอ่อนๆ ระยะ 6 กิโลเมตร โดยจะเริ่มต้นที่ theCOMMONS Saladaeng วิ่งลัดเลาะเป็นลูปรอบย่านสาทรแล้วจบที่เดิม ระหว่างทางทุกคนจะได้แวะรีชาร์จความสดชื่นด้วยสเปเชียลตี้คอฟฟี่และสแน็กที่ Roots ก่อนจะวิ่งวนกลับมาคูลดาวน์ที่จุดเริ่มต้น
ใครอยากเริ่มต้นวันหยุดด้วยไวบ์ดีๆ แบบนี้ เตรียมรองเท้าวิ่งคู่เก่งให้พร้อม แล้วมาเจอกันเวลา 07.00-08.00 น. (นัดรวมตัวบรีฟเส้นทาง 06.45 น.) ได้เลย!
When: วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 07.00-08.00 น. (นัดรวมตัวบรีฟเส้นทาง 06.45 น.)
Where: theCOMMONS Saladaeng, สีลม
More Info: theCOMMONS Saladaeng

สำหรับสายแอ็กทีฟที่เลิฟจังหวะดนตรีต้องถูกใจงานนี้! ‘Tum Taw Run Club x Pickle’ ที่จับเอาการวิ่งซิตี้รันในย่านสวนลุมพินี มาเบลนด์เข้ากับปาร์ตี้ไวบ์สุดคูลให้ทุกคนได้ปล่อยจอยแดนซ์ไปกับเสียงเพลงแบบยาวๆ ใครที่อยากปิดท้ายสุดสัปดาห์ด้วยเอนเนอร์จีล้นๆ เตรียมตัวมาให้พร้อม พกของมาเท่าที่จำเป็นนะ เพราะงานนี้ไม่มีจุดรับฝากกระเป๋า แล้วมาจอยกันเลย!
When: วันที่ 24 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 17.00-23.30 น.
Where: Pickle.BKK, สวนลุมพินี
More Info: Durian Radio

เช้าวันหยุดนี้ถ้าใครยังไม่ได้มีแพลนจะไปไหน สวมรองเท้าคู่โปรดแล้วมาวิ่งแถวเจริญกรุงกันกับรูท City Run ระยะ 6.6 กิโลเมตร ที่จะพาทุกคนไปรับลมชิลๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถมยังได้เมกเฟรนด์พูดคุยกับเพื่อนใหม่ในคอมมูนิตี้คนคอเดียวกัน ถ้าใครอยากได้รูปสวยๆ พร้อมรีชาร์จความสดชื่น แนะนำว่าห้ามพลาดเด็ดขาด!
When: วันที่ 24 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 06.45-08.30 น.
Where: Togeta Coffee, สีลม
More Info: Mellow Sundae

เปลี่ยนบรรยากาศมารับลมทะเลกันบ้าง! กับงาน ‘KOFF & COLD x SSC’ งานวิ่งที่จะทุกคนไปสัมผัส Morning Vibes สุดเฟรช พาวิ่งรับแดดอ่อนๆ เลียบชายหาดในระยะ 5 กิโลเมตร แล้วกลับมาพักเบรกพักจิบกาแฟ เอ็นจอยกับกิจกรรมสนุกๆ ค่อยสวิตช์โหมดกลับมาฮีลร่างกายขั้นสุดด้วย Ice Bath Recovery แช่น้ำแข็งฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ที่รับรองว่าทั้งเย็นสะใจแน่นอน ก่อนจะจบกิจกรรมแยกย้ายกันไปพักผ่อน
เตรียมหยิบรองเท้าวิ่งคู่เก่ง ผ้าเช็ดตัว และชุดเปลี่ยนมาให้พร้อม แล้วพุ่งตัวไปกันได้เลย!
When: วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 05.30-10.00 น.
Where: Rosetta Beach Club, บางแสน, ชลบุรี
More Info: SEA SUN CLUB

สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหากิจกรรมฮีลกายฮีลใจในเช้าวันหยุด ลองแวะมาที่งานนี้ ‘Move & Chill Mat Pilates Pool Party vol.2’ คลาส Mat Pilates บนรูฟท็อปรับแสงแดดอ่อนๆ ให้จิตใจได้ผ่อนคลาย จากนั้นก็ถึงเวลาสลัดชุดกีฬาเปลี่ยนมาเป็นชุดว่ายน้ำ แล้วไปปล่อยจอยกับพูลปาร์ตี้ริมสระกันต่อแบบเก๋ๆ เรียกได้ว่าที่นี่เป็นที่ชาร์จพลังสำหรับแก๊งสาวๆ โดยเฉพาะ!
When: วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 06.30-09.30 น.
Where: KROMO Bangkok, สุขุมวิท 29
Dress Code: สีขาว, เขียว, ชมพู และเหลือง
More Info: Fullhouse Wellness Club

วันพฤหัสบดีแบบนี้ ใครหาที่แฮงก์เอาต์ในไวบ์ดีๆ หรือเลิกงานแล้วยังไม่รีบไปไหน ลองแวะมาปล่อยจอยที่ Bar335 กัน! กับโชว์สุดพิเศษจาก Srirajah Rockers วงเร็กเกสัญชาติไทย ซึ่งความฟินคือเราจะได้ดูการเล่นสดแบบ Full Band ในระยะประชิดเลย ฟีลเหมือนมานั่งฟังเพื่อนเล่นดนตรีให้ฟังชิลๆ นอกจากนี้ยังมี DJ Nerddude มาเปิดแผ่นวอร์มอัปให้ด้วย
When: วันที่ 21 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป
Where: BAR335, สุขุมวิท 39
More Info: bar335bkk

ใครที่เป็นสายชาเลิฟเวอร์ห้ามพลาด เพราะ AVANTCHA Tea & Cocktail Bar ตรงทองหล่อ จัดอีเวนต์พิเศษต้อนรับวันชาสากล หยิบเอาใบชาหอมๆ มาทวิสต์เป็นค็อกเทลเก๋ๆ เพียบ แถมภายในงานยังมีกิจกรรมที่หลากหลาย
When: วันที่ 21-24 พฤษภาคม 2569
Time: เปิดทุกวันอาทิตย์ – วันพุธ เวลา 09.00-21.00 น. และวันพฤหัสบดี – วันเสาร์ เวลา 09.00-00.00
Where: AVANTCHA Tea & Cocktail Bar, ทองหล่อ
More Info: AVANTCHA TH

เมื่อไหร่ที่เราเบื่อความจำเจ หรืออยากออกไปเจอผู้คนใหม่ๆ เตรียมปักหมุดขยับออกไปนอกตัวเมืองที่ The Lake Club เมืองทองธานี เพราะสัปดาห์นี้เขามีอีเวนต์น่ารักๆ อย่าง ‘Fanzoned’ สปีดเดตติ้งที่ฉีกกฎความเกร็งแบบเดิมๆ เปลี่ยนการทำความรู้จักคนแปลกหน้าให้กลายเป็นความสนุก แถมยังได้นั่งรับลมริมทะเลสาบฟีลดีสุดๆ
ภายในงานเราจะได้นั่งคุยทำความรู้จักเพื่อนใหม่ (หรืออาจจะได้คนรู้ใจกลับบ้าน) แบบสลับคู่สนทนากันทุกๆ 5 นาที รอบละชั่วโมงครึ่ง ใครเป็นสายขี้อายหรือกลัวเดดแอร์ก็ไม่ต้องห่วง เพราะบนโต๊ะเขามีการ์ดคำถาม เป็นตัวช่วยให้บทสนทนาลื่นไหลขึ้น ทั้งการ์ดสีขาวไว้ละลายพฤติกรรมชิลๆ และการ์ดสีแดงสำหรับชวนคุยเรื่องที่ลึกซึ้งขึ้น เพื่อเช็กทัศนคติและเคมีกันแบบเรียลๆ
อีกหนึ่งกิมมิกน่ารักๆ คือเดรสโค้ดที่ใส่มาบอกสถานะ! ถ้าใครโสดให้ใส่สี ‘แดง-ขาว’ ส่วนใครแค่อยากมาจอยๆ นั่งคุยหาเพื่อนใหม่ให้ใส่ ‘สีดำ’ หรือถ้าคุยกับใครแล้วเคมีตรงกันจนกดแมตช์ในแอป RizzUp ได้สำเร็จ ก็ควงแขนกันไปรับคราฟต์ค็อกเทลสูตรพิเศษฟรี
สามารถจองรอบและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.ticketmelon.com/studio11206/talk-that-talk-fanzoned
When: วันที่ 23-24 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 14.30-21.30 น.
Where: The Lake Club, เมืองทองธานี, นนทบุรี
Dress Code: สีแดง ขาว และดำ
More Info: The Lake Club

หากว่าชอบต้นไม้ใบหญ้า หรือหลงรักการเอาตัวเองไปอยู่ใกล้ธรรมชาติ ต้องรีบพุ่งตัวมาที่นิทรรศการ ‘The Biophilia Scape’ ของคุณไปรยา เกตุกูล ที่หยิบเอาคอนเซปต์ ‘Biophilia’ หรือความผูกพันลึกๆ ของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติมาเล่าผ่านภาพวาด
และความเก๋ของงานนี้คือ เขาจะพาเราซูมเข้าไปดูโลกใบจิ๋วของธรรมชาติแบบใกล้ชิดสุดๆ ทั้งกลีบดอกไม้ เส้นใยของใบไม้ หรือแท้แต่แมลงตัวจิ๋ว ที่ปกติเราอาจจะรีบเดินผ่านไปเฉยๆ แต่ศิลปินเขาเก็บดีเทลมาวาดให้ละมุนมากขึ้น ฟีลลิงเหมือนเราได้หยุดพักสายตาจากความวุ่นวาย แล้วมาโฟกัสกับความสวยงามเล็กๆ รอบตัวที่เราอาจจะเผลอมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน
ส่วนใครอยากมาปล่อยใจจอยๆ ให้ธรรมชาติบำบัดผ่านงานศิลปะ แวะมาเช็กอินกันได้ แถมเปิดเข้าชมฟรีอีกด้วย
When: วันนี้ – 5 กรกฎาคม 2569
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
Where: RCB Galleria 4 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok)
More Info: rivercitycontemporary

เตรียมตัวมาฮีลใจกันที่งาน ‘The Living Ground Hope’s Garden’ สำหรับใครที่เป็นสายเดินชมงานอาร์ตและชื่นชอบคาแรกเตอร์ดีไซน์ ทุกคนจะได้พักผ่อนและอินไปกับไวบ์สวนปิกนิกสุดชิคกลางห้าง เซนทรัล เอ็มบาสซีภายในงานมีกิจกรรมให้เอนจอยมากมายที่จัดยาวๆ ถึงเดือนมิถุนายน ไม่ว่าจะเป็น
เรียกได้ว่างานที่ได้ครบทั้งงานอาร์ต ช้อปปิ้งของกุ๊กกิ๊ก แถมยังได้รับความผ่อนคลายกลับบ้านไปแน่นอน
When: วันที่ 22 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Where: Central Embassy
More Info: happeningmag

ใครยังพอมีเวลาเหลือ ลองมาเดินเล่นดูงานอาร์ตแนวทดลองล้ำๆ แถวเยาวราชกัน กับโปรเจกต์ศิลปินกลุ่ม ‘อีเหละเขละขละ’ มาแปลงร่างแกลเลอรีเป็นห้องทดลองแสงสีเสียงสุดมันส์ เอนจอยกับผลงานได้แบบเต็มที่ แถมยังมี 2 กิจกรรมเด็ดๆ ให้เข้าร่วม
When: ล้อมวง: วันที่ 23, 31 พฤษภาคม 2569 และวันที่ 13, 20 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00-16.00 น.
Where: บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle)
More Info: Bangkok Kunsthalle

เตรียมหยิบเสื่อปิกนิกผืนโปรดให้พร้อม! แล้วมาปล่อยใจไปกับ ‘The Field Society’ ที่เปลี่ยนพื้นที่สีเขียวให้กลายเป็นโอเอซิสของคนเมือง สามารถนั่งแฮงเอาต์ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ เสพงานศิลป์ และฟังดนตรีสดในบรรยากาศร่มรื่น ที่สำคัญคือพาน้องหมาน้องแมวมาจอยด้วยกันได้อย่างเต็มที่
ภายในงานจะมี 9 โซนไฮไลต์ ให้ทุกคนได้มาเอ็นจอยและใช้เวลาร่วมกันตลอดวัน
When: วันที่ 23-24 และ 30-31 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 10.00-19.00 น.
Where: Happitat (Festie Town and Lumis Theater Hall), อาคาร Festie Town ต่อเนื่องไปจนถึง Forest at The Forestias (บางนา)
More Info: Happitat Thailand
ภาพ: Courtesy of Brand
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 20-26 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครมีแพลนไปโตเกียวช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ อาจอยากปักหมุ […]
The post TOKYO LIGHTS 2026 เปลี่ยนโตเกียวยามค่ำคืน เชียร์ศิลปินไทยแข่ง Projection Mapping ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครมีแพลนไปโตเกียวช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ อาจอยากปักหมุดงานนี้ไว้เลย เพราะ TOKYO LIGHTS 2026 เทศกาลแสงสีและ Projection Mapping กลางกรุงโตเกียว กำลังจะกลับมาอีกครั้งระหว่างวันที่ 23-31 พฤษภาคม 2569 บริเวณอาคารรัฐบาลกรุงโตเกียว ย่านนิชิ-ชินจูกุ และสวนชินจูกุชูโอ
ปีนี้อีกหนึ่งไฮไลต์คือการได้ Tao Tsuchiya นักแสดงหญิงชาวญี่ปุ่น มารับหน้าที่ทูตอย่างเป็นทางการของงาน หลังจากที่เธอเป็นแฟนของงานนี้มาตั้งแต่ปี 2022 โดย Tao เล่าว่า สิ่งที่ทำให้เธอประทับใจที่สุดคือบรรยากาศที่เหมือนได้ “หลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง” ผ่านแสง เสียง และงานศิลปะที่โอบล้อมผู้คนไว้ด้วยกัน
ธีมหลักของปีนี้คือ VISIBLE TOKYO ที่ชวนมองโตเกียวผ่าน 5 มุมมอง ทั้งเมือง ธรรมชาติ ความรู้สึก ความสัมพันธ์ และจินตนาการ ผ่านงาน Light Art Park ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปะแสงจากศิลปินญี่ปุ่นและนานาชาติไว้ทั่วพื้นที่สวน
หนึ่งในงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ GAIA ผลงานอินสตอลเลชันขนาดยักษ์จากศิลปินอังกฤษ Luke Jerram ที่จำลองโลกเสมือนจริงจากภาพถ่ายของ NASA และจะมาเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นภายในงานนี้ ผู้ชมจะได้สัมผัสความรู้สึกเหมือนกำลังมองโลกจากอวกาศจริงๆ
อีกหนึ่งส่วนสำคัญของงานคือการแข่งขัน 1-minute Projection Mapping Competition เวทีแข่งขันระดับนานาชาติ ที่เปิดให้ศิลปินจากทั่วโลกส่งผลงานวิดีโอความยาวไม่เกิน 1 นาที 59 วินาทีเข้าประกวด ปีนี้มีผลงานส่งเข้าร่วมกว่า 412 ชิ้น จาก 65 ประเทศทั่วโลก ภายใต้หัวข้อ “บทสนทนา” และมีตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วม ทั้งในฐานะกรรมการและผู้เข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันด้วย
ตัวงานเข้าชมฟรี แต่บางโซน โดยเฉพาะพื้นที่ชม Projection Mapping จำเป็นต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เนื่องจากจำนวนที่นั่งมีจำกัด
#TheStandardLIFE #TheUrbanGuidetoWellbeing #1minutepm #1minutepm2026 #tokyolights #projectionmapping #videomapping #プロジェクションマッピング
The post TOKYO LIGHTS 2026 เปลี่ยนโตเกียวยามค่ำคืน เชียร์ศิลปินไทยแข่ง Projection Mapping ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตื่นเช้ามาพร้อมกับการเตรียมตัวรับมือและวางแผนตารางงานช่ […]
The post กางปฏิทินรอ! ครม. เคาะ 16 ต.ค. 69 เป็นวันหยุดพิเศษ กทม. พร้อมสั่ง WFH 3 วัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตื่นเช้ามาพร้อมกับการเตรียมตัวรับมือและวางแผนตารางงานช่วงปลายปีกันแต่เนิ่นๆ ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติไฟเขียวให้ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งมีคำสั่งให้หน่วยงานราชการใน กทม. ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง หรือ Work from Home (WFH) เป็นเวลา 3 วัน เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรและอำนวยความสะดวกในช่วงการประชุมใหญ่ระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
สำหรับการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นอีเวนต์ทางการเงินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี โดยคาดว่าจะมีรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง และผู้บริหารสถาบันการเงินระดับโลกกว่า 15,000 คน จาก 190 ประเทศเดินทางมายังกรุงเทพฯ
เพื่อให้ภาพรวมการคมนาคมในเมืองหลวงคล่องตัวที่สุด ตารางการทำงานและการหยุดในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม ระหว่างวันที่ 12-16 ตุลาคม 2569 จะถูกปรับเปลี่ยนดังนี้
สําหรับภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา: ทางรัฐบาลได้ ‘ขอความร่วมมือ’ โดยเฉพาะหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โดยรอบสถานที่จัดงาน ให้พิจารณามาตรการที่เหมาะสม เช่น การปรับมาทำ WFH หรือปรับเวลาการทำงานตามความเหมาะสม เพื่อลดความหนาแน่นบนท้องถนน
แน่นอนว่าสัปดาห์นั้นจะกลายเป็นช่วงเวลาที่คนกรุงได้รีเซ็ตจังหวะชีวิตพอสมควรเลย เพราะเมื่อนับรวมวันหยุดราชการปกติในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม และวันหยุดพิเศษในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เท่ากับว่าในสัปดาห์นั้นเราจะได้หยุดยาวกับเสาร์-อาทิตย์ แถมวันทำการที่เหลือยังเป็นการ Work from Home แทบทั้งหมด
สำหรับคนเมืองแบบเรา นี่คือโอกาสดีในการวางแผนแบบเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งทำงานชิลๆ ในต่างจังหวัด หรือวางแผนทริปพักผ่อนยาวๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในเมืองหลวงไปพร้อมกับการต้อนรับผู้นำความคิดระดับโลกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ใครมีแพลนอยากไป Staycation หรือจองตั๋วเที่ยวช่วงนั้น แนะนำให้เริ่มบุ๊กกิ้งกันไว้ได้เลย
ภาพ: Shutterstock
The post กางปฏิทินรอ! ครม. เคาะ 16 ต.ค. 69 เป็นวันหยุดพิเศษ กทม. พร้อมสั่ง WFH 3 วัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
Sitting is the new cancer – วาทะกรรมนี้ Tim Cook […]
The post Design for Sweat ไอเดียออกแบบพื้นที่ ชวนขยับร่างกาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
Sitting is the new cancer – วาทะกรรมนี้ Tim Cook กล่าวไว้เมื่อครั้งเปิดตัว Apple Watch นาฬิกาข้อมือที่ไม่ได้ใช้แค่บอกเวลาแต่มันยังคอยกระตุ้นเตือนให้คุณขยับร่างกายมากขึ้นด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการนั่ง (ทำงาน) แช่อยู่กับที่นาน ๆ จนอาจเกิดผลเสียกับสุขภาพได้ในที่สุด แก่นแนวคิดในการออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นนี้ยังขยายไปถึงแวดวงสถาปัตยกรรม อินทีเรียดีไซน์ ตลอดจนแลนด์สเคป โดยเฉพาะการออกแบบออฟฟิศสเปซยุคใหม่เพื่อใส่ใจวิถี Wellbeing Workplace ของพนักงานมากขึ้น และกระตุ้นให้เหล่าคนทำงานอยากขยับร่างกาย มีความสุขในการเสียเหงื่อ เพื่อสุขภาวะที่ดีขึ้น งานดีไซน์ที่แทรกความหวังดีและคิดเผื่อคนอื่นนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองไปดูกัน

บันไดอาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เหนื่อยมากเกินไปจนคนออฟฟิศไม่อยากเดิน บวกกับลิฟท์อาจเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีเยี่ยมจนทำให้คนขี้เกียจเดินไปด้วย แล้วปกติอาคารต่าง ๆ ก็มักนิยมออกแบบบันไดซ่อนไว้ในซอกหลืบอาคารที่เข้าถึงยากและไม่ค่อยปลอดภัยเสียเท่าไร ทั้งยังคับแคบ (เพื่อประหยัดพื้นที่) จนทำให้รู้สึกอึดอัดจนไม่อยากใช้ ปัญหาเหล่านี้เองที่ทำให้ Foster + Partners ตั้งเป็นโจทย์สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนการออกแบบใหม่เพื่อทำให้คนอยากเดินมากขึ้น

เคสน่าสนใจนี้ก็คืออาคารสำนักงานใหญ่ของสื่อยักษ์ Bloomberg ในลอนดอน โดยสถาปนิกได้ออกแบบไฮไลท์เด่นกลางตึกอย่าง Vortex ให้เป็นเส้นทางลาดเอียงหมุนวนคดเคี้ยวไปมาเพื่อเชื่อมต่อทุกพื้นที่ทำงานทั้ง 6 ชั้นเข้าด้วยกัน ทางเดินนั้นกว้างราว 3 คนยืนเรียงหน้ากระดาน สามารถเดินสวนกันได้แบบไม่เบียดจนอึดอัด ขั้นบันได้ถูกปรับดีไซน์ให้เป็นทางลาดแบบเล่นระดับลดหลั่นลงไปเรื่อย ๆ เพื่อทำให้ก้าวสะดวกเดินสบายยิ่งขึ้น และปลอดภัยยิ่งกว่า แถมแพทเทิร์นเส้นทางนั้นโค้งวนแบบไม่มีฟอร์มตายตัวทำให้รู้สึกสนุกในการเดินมากยิ่งขึ้น นอกจากจะออกแบบสวยจนกระตุ้นให้คนอยากเดินแล้วอีกวัตถุประสงค์หนึ่งก็เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน (ลิฟท์) ภายในตึกลงด้วย แล้วนี่ก็คือหัวใจสำคัญหนึ่งสำหรับการออกแบบอาคารนี้ให้กลายเป็นอาคารสำนักงานที่ยั่งยืนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย

เคสต่อมานี้ยังคงเป็นเรื่องการออกแบบบันไดให้ชวนเดิน ความตั้งใจของ UNStudio ต้องการออกแบบสำนักงานใหญ่ของ Booking.com ในกรุงอัมสเตอร์ดัมให้เป็นออฟฟิศเดินได้ ผังเส้นทางเดินทั้งหมดออกแบบเชื่อมต่อกันไปจนถึงเชื่อมกับโซนระเบียงด้านในแต่ละชั้นตลอดจนเชื่อมสู่สะพานบันไดที่พาดผ่านโถงกลางตึก เส้นทางทั้งหมดถูกออกแบบให้เดินเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสะดวกตั้งแต่แรกก้าวเข้าสู่ตัวอาคารไปจนถึงพื้นที่ทำงานทุกโซนหรือแม้กระทั่งโซนพักผ่อน rooftop ชั้นบนสุดโดยไม่ต้องใช้ลิฟท์เลยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่าเราไม่สามารถห้ามใครไม่ให้ใช้ลิฟท์ได้ ทางสถาปนิกจึงตั้งโจทย์ให้ตัวเองเพิ่มด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ภายในให้ร่มรื่นเหมือนเดิมอยู่ท่ามกลางธรรมชาติซึ่งตรงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเส้นทางเดินป่าขึ้นเขาตามธรรมชาติจริง แล้วในส่วนของบันไดนั้นสถาปนิกตั้งใจออกแบบให้เป็นสไตล์บันไดขั้นถี่สลับพื้นราบพักเหนื่อย มีความชันพอสมควรเพื่อให้คนได้เสียเหงื่อออกกำลังกายกันจริง การออกแบบนี้ไม่ใช่ใส่ใจแค่เรื่องคุณภาพชีวิตเท่านั้นแต่ยังให้ความสำคัญกับสุขภาพอีกด้วย อย่างน้อยตอนเลิกงานแค่พนักงานตัดสินใจเดินลงบันไดนอกจากจะเพลิดเพลิน (สร้างสุขภาพจิตที่ดีได้ด้วย) ก่อนกลับบ้าน วันนั้นคุณก็ได้ออกกำลังกายบ้างแล้วล่ะ

ยุคนี้เทรนด์ Biophilic Design (การออกแบบเชิงวิถีธรรมชาติ) กำลังมาแรง อาคารสำนักงานหลายแห่งจึงตั้งใจออกแบบพื้นที่ให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น การตกแต่งอาคารลักษณะนี้ไม่ใช่แค่เอากระถางต้นไม้มาจัดวางหรือแซมสีเขียวเข้าไปแบบผักชีโรยหน้าเท่านั้น ทว่ามันคือการตกแต่งอาคารแบบวิถีธรรมชาติ หรือสเกลใหญ่หน่อยก็คือการออกแบบภูมิทัศน์เชิงวิถีธรรมชาติเข้าไปให้ร่มรื่นกลมกลืนกับอาคารและมีระบบนิเวศเติบโตยั่งยืนยาวนานได้ด้วยตัวเอง

เคสสร้างสวนป่าไว้บนตึกที่น่าสนใจและดังไปทั่วโลกนี้ก็คือ AIA East Gateway อาคารสำนักงานสีเขียวในกรุงเทพฯ นี่เอง โปรเจกต์นี้ทาง Shma Company Limited เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบระบบนิเวศควบคู่ไปกับการออกแบบอาคาร มีการคำนึงถึงระบบการจัดการและหมุนเวียนน้ำ (Water Circulation) เพื่อให้วิถีธรรมชาติเติบโตได้ด้วยตัวเอง และให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสวนป่าตามธรรมชาติจริง นอกจากนี้ยังออกแบบลู่วิ่งแทรกตัวเข้าไปด้วย เสริมจุดพักผ่อนตลอดจนยิมออกกำลังกายใต้ร่มไม้ร่มรื่น เหล่านี้ล้วนดึงดูดใจให้คนอยากออกมาเดินเล่นผ่อนคลายหรือออกกำลังกายเสียเหงื่อมากขึ้น

อาคารขวัญใจนักเดิน-นักวิ่งมีกันเยอะแล้วคราวนี้พามาดูอาคารขวัญใจนักปั่นกันบ้าง โปรเจกต์ Ledger นี้เป็นอาคารสำนักงานแนวราบผสม Community Mall ที่ตั้งอยู่ในเขต Bentonville รัฐ Arkansas เมืองที่ได้ชื่อว่ามีวิถีและวัฒนธรรมจักรยานที่แข็งแกร่งเบอร์ต้นของอเมริกา ดูผิวเผินอาคารนี้อาจไม่ต่างอะไรจากตึกสไตล์โมเดิร์นทั่วไปเท่าไร ทว่าหากมองลึกลงไปจะพบดีเทลที่ชวนเสียเหงื่อได้อย่างน่าออกแรงทีเดียว

จุดเด่นของการออกแบบสถาปัตยกรรมนี้ก็คือการดีไซน์โซนด้านหน้าอาคารให้เป็นทางลาดชันซิกแซกต่อเนื่องจากชั้นล่างสุดจนถึงด้านบนสุดของอาคาร เส้นทางนี้สร้างขึ้นเพื่อให้เราสามารถปั่นจักรยานขึ้นไปบนอาคารแต่ละชั้นได้สะดวก จุดเริ่มต้นของเส้นทางด้านล่างยังเชื่อมต่อสู่ถนนสาธารณะให้เป็นเส้นทางจราจรเดียวกันแบบสะดวกสบายไร้รอยต่อด้วย นอกจากเลนส์ปั่นจักรยานจะกว้างขวางและสวนทางได้อย่างปลอดภัยแล้วบริเวณนี้ก็ยังใช้เป็นทางเดินปกติสำหรับคนทั่วไปที่ต้องการเดินออกกำลังกายให้ได้เหงื่ออีกด้วย

การเลือกอาคารสำนักงานในแนวราบแทนแนวดิ่งอาจเลือกลดปริมาณลิฟท์แล้วส่งเสริมให้คนเดินแทนได้ แต่บริษัทที่จะทำแบบนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพน่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีทุน (หนา) และมีพื้นที่กว้างขวางเสียมากกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ Google Bay View Campus ในซิลิคอนแวลลีย์ที่ Heatherwick Studio ตั้งใจดีไซน์อาคารแนวราบขนาดใหญ่ให้เป็นโถงกว้างภายใต้หลังคาโดมเดี่ยวสุดล้ำ สิ่งที่กระตุ้นให้อยากขยับร่างอาจไม่ใช่แนววิถีธรรมชาติแต่กลับเป็นการดีไซน์สเปซแนว Creative & Artistic Concept ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบแถมไม่มีฟอร์มตายตัว บวกกับระบบทำงานแบบ Flexible Workspace ที่ทุกคนสามารถมูฟไปนั่งตรงโซนไหนก็ได้ตามต้องการ ความหลากหลายของสเปซดีไซน์ก็เลยเป็นสิ่งดึงดูดใจให้อยากเปลี่ยนบรรยากาศขยับขยายย้ายที่ไปได้เรื่อยอย่างอิสระ

อีกอาคารที่สร้างสรรค์ได้ชวนมูฟก็คือ Meta EMEA Headquarters ที่ Dublin ใน Ireland ซึ่งทาง STUDIOS Architecture ออกแบบภายในให้มีสีสันสดใสอย่างมีเทสต์ ปลุกหัวใจวัยเด็กให้เราอยากสนุกขึ้นมาได้ดีทีเดียว จุดเด่นชวนเดินก็คือบันไดโซนกลางตึกที่โปร่งโล่งสบายและเส้นทางดูไม่น่าเบื่อ โถงกลางยังทำให้เราเห็นความสนุกในการสร้างสรรค์พื้นที่ทำงานต่าง ๆ ที่ชวนให้เราอยากมูฟไปยังจุดโน้นจุดนี้อีกด้วย โดยไอเดียสร้างสรรค์ให้แต่ละห้อง (แต่ละมุมทำงาน) มีบรรยากาศแตกต่างกันไปจนน่ามูฟไปใช้งานก็สามารถประยุกต์ใช้ได้กับออฟฟิศบนอาคารสูงหรือมีพื้นที่ไม่มากได้เช่นกัน
อ้างอิง
The post Design for Sweat ไอเดียออกแบบพื้นที่ ชวนขยับร่างกาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เผลอแป๊บเดียวเราก็เดินทางมาถึงช่วงกลางเดือนกันแล้ว สัปด […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 13-19 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เผลอแป๊บเดียวเราก็เดินทางมาถึงช่วงกลางเดือนกันแล้ว สัปดาห์นี้เมืองดูจะดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่กลับเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของกรุงเทพฯ
LIFE This Week สัปดาห์นี้เลยอยากชวนทุกคนพักจากโหมดความวุ่นวาย มาเป็นการให้เวลากับตัวเองผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เริ่มต้นด้วยการออกไปสูดอากาศรับลมเย็นบนรูฟท็อปริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ริเวอร์ซิตี้ หรือจะหลบไปหาความสงบที่นิ่งสนิทท่ามกลางโลกสีครามใต้ท้องทะเลกับคลาสโยคะและพิลาทิสที่ SEA LIFE
สำหรับใครที่อยากขยับร่างกาย สัปดาห์นี้ก็ยังมีงานวิ่งให้เห็นอยู่ประปราย ส่วนสายช็อปของวินเทจก็ไม่ต้องน้อยหน้า เตรียมพุ่งตัวไปเจองานเซลที่ลานจอดรถเซนทรัลพระราม 9 ต่อด้วยการไปเดินตลาดคราฟต์ที่ GalileOasis หรือจะแวะไปช็อปหนังสือในห้องสมุดสุดคลาสสิกอย่างเนียลสัน เฮส์ ก็ฮีลใจได้ไม่แพ้กัน หากพร้อมแล้ว มาออกแบบสัปดาห์นี้ให้เป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้เวลากับตัวเองในแบบที่เป็นคุณกัน

เมื่อความบ้าและความคลั่งไคล้ในศิลปะถูกปลดปล่อยออกมาในโครงการ MMADness is Calling ณ แมด (MMAD), มันมัน ศรีนครินทร์ พื้นที่แห่งนี้กำลังกลายเป็นจุดหมายสำคัญที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีแสง มีเสียง และมีพื้นที่แสดงออกผ่านผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Installation Art, Mixed Media, Painting และงาน Design
สำหรับ 6 ศิลปินกลุ่มแรกที่จะมาสร้างปรากฏการณ์เติมไฟให้กับผู้ชม ประกอบด้วยผลงานที่น่าสนใจจาก 6
Gallery
ใครที่อยากเห็นพลังความตั้งใจของเหล่าศิลปินแบบเต็มอิ่ม เตรียมตัวไปเดินมุงและเสพอาร์ตในไวบ์ที่แตกต่างได้เลย จริงๆ งานนี้จัดยาวไปถึงปีหน้าและเข้ามชมฟรี แต่ 6 ศิลปินกลุ่มแรกจัดถึงเดือนหน้านะ
Time: เวลา 11.00-19.00 น.
When: วันนี้ – 21 มิถุนายน 2569 (6 ศิลปิน กลุ่มแรก)
Where: MMAD GALLERY ชั้น 2, มันมัน ศรีนครินทร์ (ซีคอนสแควร์)
More Info: MMAD MunMun Art Destination

กลับมาต่อกันที่สัปดาห์ที่ 2 กับงาน ‘โละ’ LOH Summer Sale ที่ครั้งนี้ยึดพื้นที่ลานจอดรถชั้น 6 มาสร้างบรรยากาศตลาดนัดหน้าร้อนที่ใหญ่และเดือดที่สุด! ใครที่พลาดวีคแรกไป วีคนี้เขาเสริมทัพด้วยขบวน Carboot Sale ที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าขนของรักมาโละกันแบบจริงจัง ตั้งแต่เสื้อผ้า Accessories ของสะสมหายาก ไปจนถึงไอเท็มราคาดีที่พร้อมให้คุณได้ “รื้อ” กันอย่างเมามันส์
นอกจากจะได้คุ้ยของดีราคาโดนใจแล้ว ตัวสถานที่ยังเป็นพื้นที่เพดานสูง ทำให้เดินสบาย ไม่ต้องกลัวแดดหรือฝน แถมแสงสวยถ่ายรูปขึ้นสุดๆ พร้อมเซตดีเจที่คอยเปิดเพลงสร้างมู้ดซัมเมอร์ให้คุณช้อปได้เพลินๆ ตั้งแต่บ่ายยันดึก ใครเป็นสายวินเทจหรือชอบลุ้นของดีราคาหลักร้อย งานนี้ต้องปักหมุดมาสักวัน
Time: เวลา 14.00-22.00 น.
When: วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2569
Where: ชั้น 6 ลานจอดรถ เซนทรัล พระราม 9
Ticket: หน้างาน 100 บาท
More Info: LOH SUMMER SALE

กลับมาอีกครั้งกับงานขายหนังสือมือสองประจำปีของ Neilson Hays Library ห้องสมุดสุดคลาสสิกบนถนนสุรวงศ์ ที่รอบนี้จัดหนักจัดเต็มยาวนานถึง 9 วัน ภายในงานรวบรวมหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษนับพันเล่ม ครอบคลุมทุกแนวตั้งแต่เล่มหายากไปจนถึงหนังสืออ่านเล่นทั่วไป รวมถึงนิตยสารและดีวีดีในราคาสุดมิตรภาพ เริ่มต้นเพียงเล่มละ 20 บาทเท่านั้น นอกจากจะได้หนังสือติดมือกลับบ้านแล้ว ทุกการช้อปของคุณยังมีส่วนสำคัญในการช่วยดูแลและบำรุงรักษาอาคารประวัติศาสตร์อายุร้อยกว่าปีแห่งนี้ให้คงความสวยงามต่อไป แถมครั้งนี้เขายังแอบสปอยล์ว่าจะมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ เพื่อแทนคำขอบคุณนักอ่านทุกคนด้วย ใครที่อยากมาเดินเลือกหนังสือในบรรยากาศกึ่งพิพิธภัณฑ์สุดชิล ปักหมุดวันมาได้เลย
Time: เวลา 09.30-17.00 น.
When: วันที่ 16-24 พฤษภาคม 2569
Where: ห้องสมุดเนียลสัน เฮส์ (ถนนสุรวงศ์)
More Info: The Neilson Hays Library

เตรียมตัวมาเช็คลิสต์ไอเท็มในตะกร้ากับงาน Bucket List Market ตลาดนัดศิลปะประจำเดือนพฤษภาคม ที่รวบรวมเหล่าศิลปินและนักสร้างสรรค์มาปล่อยของกันแบบจุใจ ภายใต้คอนเซปต์ที่จะพาเราย้อนกลับไปมีความสุขและสนุกกับสิ่งรอบตัวเหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้ง
ภายในงานคุณจะได้พบกับสินค้าประเภท Design-to-desire ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นงานคราฟต์ทำมือ, สติ๊กเกอร์, โปสการ์ด, ของสะสม ไปจนถึงกิจกรรม Hobby ต่างๆ ที่จะช่วยสปาร์คไอเดียใหม่ๆ ให้กับคุณ ท่ามกลางบรรยากาศสวนลับและตึกเก่าสุดคลาสสิกของ GalileOasis บอกเลยว่าเป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการมาเดินเล่น ถ่ายรูป และอุดหนุนผลงานที่ชื่นชอบกลับบ้านกัน
Time: เวลา 10.00-19.00 น.
When: วันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569
Where: GalileOasis (ราชเทวี)
More Info: GalileOasis

เมื่อ Re coffee ร้านกาแฟสุดเท่แห่งปากน้ำ โคจรมาพบกับ Copse Studio แบรนด์รองเท้าและเครื่องหนังทำมือจากปากน้ำเช่นเดียวกัน เกิดเป็นโปรเจกต์ ‘The Local Craft Club’ ที่ตั้งใจเปลี่ยนคาเฟ่แห่งนี้ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้งานคราฟต์สุดคึกคัก
ภายในร้านคุณจะได้พบกับไอเท็มพิเศษอย่าง Joint Bag กระเป๋าโท้ทใบยักษ์ที่นำหนังมาดีไซน์ผสมผสานกับสแตนเลสได้อย่างลงตัว และที่พลาดไม่ได้คือเมนูเครื่องดื่ม เอ็กซ์คลูซีฟที่ครีเอทมาเพื่อโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ โดยเลือกใช้เมล็ดกาแฟไทยจากลำปางที่ให้โน๊ตกลิ่นอายคล้ายหนัง เสิร์ฟมาพร้อมลูกเล่นเก๋ๆ อย่างควันที่พุ่งออกมาเมื่อเปิดแก้ว นอกจากนี้ยังมี Photo Booth ที่ให้คุณถ่ายรูปแล้วนำมาทำพวงกุญแจ D.I.Y. ได้ทันที บอกเลยว่าเป็นงานที่ลงมือทำเองทุกขั้นตอนจนสัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริงๆ และในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ คุณจได้พบกับ DJ Keito จากญี่ปุ่น ที่มา Live DJ ยาวๆ 2 ชั่วโมงเต็ม
Time: เวลา 08.00-17.00 น.
When: วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569
Where: Re Coffee ปากน้ำ, สมุทรปราการ
More Info: Re Coffee , Copse Studio

เปลี่ยนบรรยากาศจากการวิ่งเรียกเหงื่อ มาบาลานซ์ร่างกายและจิตใจรับความสงบในโลกใต้ท้องทะเลกันสักหน่อย กับ ‘Whisper of the Underwater World VOL.2’ ที่ SEA LIFE Bangkok Ocean World สยามพารากอน ที่ชวนทุกคนตื่นเช้ามาทำ Deep Ocean Pilates เคลื่อนไหวร่างกายช้าๆ ไปพร้อมกับเหล่าฝูงปลา ก่อนจะปิดท้ายด้วย Sound Healing คลื่นเสียงบำบัดที่ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าและเยียวยาจิตใจแบบขั้นสุด
ส่วนใครที่ไม่มีอุปกรณ์ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเขามีเสื่อพิลาทิสเตรียมไว้ให้แล้ว แถมยังมีของขวัญเป็นลิปวีแกนจาก Akins ให้ติดมือกลับบ้านด้วย แนะนำว่าพกถุงเท้าหรือคาร์ดิแกนมาด้วยนิดนึงก็ดีนะ เพราะแอร์ข้างในค่อนข้างเย็น
Time: เวลา 06.30-08.30 น.
When: วันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569
Where: SEA LIFE Bangkok Ocean World, สยามพารากอน
Dress Code: ขาว / ชมพู / เหลือง
More Info: Kaew Pilates Studio

สลัดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แล้วมาเติมเอนดอร์ฟินให้ร่างกายกับคลาสออกกำลังกายสุดมันส์บนรูฟท็อปสุดชิล ไม่ว่าคุณจะเป็นสายย่อหรือสายเต้น งานนี้มีคุณครูผู้เชี่ยวชาญมานำเต้นทั้ง Aerobic และ Zumba ในจังหวะสนุกๆ ที่เน้นความมันส์เป็นหลัก ท่าเต้นง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้แม้ไม่มีพื้นฐาน
นอกจากจะได้เรียกเหงื่อแบบสะใจแล้ว ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการได้ออกกำลังกายไปพร้อมกับชมวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือโค้งน้ำเจ้าพระยา เป็นการรีเซ็ตพลังงานยามเย็นที่ดีต่อใจและดีต่อสุขภาพสุดๆ ใครที่กำลังมองหาพื้นที่ปล่อยใจและอยากหาเพื่อนใหม่สายแอ็กทีฟ เตรียมชุดออกกำลังกายให้พร้อมแล้วมาเจอกันบนดาดฟ้านะ
Time: เวลา 18.00-19.00 น.
When: วันพฤหัสบดีที่ 14 และ 28 พฤษภาคม 2569
Where: RCB Rooftop ชั้น 5, ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
More Info: River City Bangkok

เตรียมรองเท้าคู่ใจให้พร้อม แล้วออกมาสัมผัสบรรยากาศการวิ่งซิตี้รันที่เท่ที่สุดในย่านนี้ กับการคอลแลปส์พิเศษระหว่าง รีย์รัน รีเรน และ Carnival Running ที่ชวนทุกคนมาวิ่งสำรวจย่านอารีย์เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ NANA Coffee Roasters Ari คาเฟ่สุดดีไซน์เก๋ย่านอารีย์
งานนี้ไม่ใช่แค่การวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่เป็นการรวมตัวของเหล่าพี่นักวิ่งที่มีสไตล์ โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะได้สวม Exclusive T-shirt ของงานออกมาวาดลวดลายบนถนนด้วยกัน และที่พลาดไม่ได้คือช่วง Coffee Party ตั้งแต่ 7 โมงครึ่งเป็นต้นไป ให้ทุกคนได้จิบกาแฟดีๆ พูดคุย และแลกเปลี่ยนพลังงานบวกในคอมมูนิตี้คนรักการวิ่งและสตรีทแฟชั่นแบบใกล้ชิดกัน
Time: เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
When: วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569
Where: NANA Coffee Roasters Ari (อารีย์ ซอย 4)
More Info: NANA Coffee , โคตรคูล , Carnival Running

สัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ยามเช้าผ่านเส้นทาง The Morning Bird Route ที่จะพาคุณวิ่งสำรวจแลนด์มาร์กสำคัญๆ เริ่มต้นจากสวนรมณีนาถ ผ่านสวนสราญรมย์ วัดพระแก้ว สนามหลวง เสาชิงช้า และไปสิ้นสุดที่วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) เป็นรูทที่รวมทั้งความฟิตและวิวสวยๆ ของพระนครไว้ในที่เดียว
หลังจากวิ่งเสร็จ ก็มาผ่อนคลายร่างกายกันต่อกับเซสชันโยคะเป็นเวลา 30 นาที เพื่อยืดเหยียดและคืนความสดชื่นให้กับกล้ามเนื้อ ก่อนจะปิดท้ายเช้าที่แสนสดใสด้วยการจิบเครื่องดื่มดีๆ และร่วมแชร์พลังงานบวกในคอมมูนิตี้ที่ CHALOR.home specialty เป็นการ Detox ทั้งร่างกายและจิตใจที่ลงตัวที่สุดสำหรับเช้าวันหยุด
Time: เวลา 07.00-14.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569
Where: CHALOR.home specialty (ย่านบำรุงเมือง)

เตรียมรองเท้าวิ่งให้พร้อม แล้วเอาตัวเองไปคลุกคลีให้เข้ากับมู้ดของย่านพญาไท ในกิจกรรมวิ่ง City Run ระยะทางกำลังดีที่ 5 กิโลเมตร เริ่มต้นเช้าวันหยุดด้วยการสูดอากาศและสำรวจมุมต่างๆ ของเมือง ก่อนจะกลับมาคลายร้อนด้วยประสบการณ์พิเศษจาก Electrolux Portable Blender
ไฮไลต์หลังเข้าเส้นชัยคือคุณจะได้สนุกกับการ Blend your own smoothie ออกแบบรสชาติสมูทตี้หรือโปรตีนเชคในแบบที่คุณชอบด้วยเครื่องปั่นพกพาที่ทั้งรวดเร็วและสดใหม่ เป็นการรีชาร์จพลังงานหลังวิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่รักสุขภาพและชอบความสนุกไปพร้อมกัน ใครที่ลงทะเบียนไว้แล้วไปเจอกันนะ
Time: เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
When: วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569
Where: PAAK Phayathai (พญาไท)
Dress Code: BLACK BLUE หรือ WHITE GREY
More Info: rollingrunclub
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 13-19 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลางเดือนมิถุนายนนี้ กรุงเทพฯ กำลังจะกลับมาคึกคักอีกครั […]
The post Bangkok World Music Day 2026 ชวนคนกรุงฟังดนตรีฟรีที่ One Bangkok appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลางเดือนมิถุนายนนี้ กรุงเทพฯ กำลังจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ One Bangkok ร่วมกับ Alliance Française Bangkok สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ Live Promotions เตรียมจัดงาน ‘Bangkok World Music Day 2026’ หรือ เทศกาลดนตรีกรุงเทพ ‘69 เทศกาลดนตรีฟรีขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากเทศกาลระดับโลกอย่าง Fête de la Musique โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 นี้
หลังประสบความสำเร็จเมื่อปีที่แล้วโดยมีผู้ร่วมงานเกือบ 7,000 คน ปีนี้เทศกาลกลับมาใหญ่กว่าเดิม พร้อมศิลปินไทยและต่างชาติกว่า 30 ราย บน 5 เวทีทั่วพื้นที่ One Bangkok และสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ครบทั้งป๊อป อินดี้ ฮิปฮอป แจ๊ส หมอลำ อิเล็กทรอนิกส์ และดีเจเซ็ต รวมถึงโชว์พิเศษจากการร่วมงานของศิลปินไทยและต่างประเทศ
โดยหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Ballroom ที่เฉลิมฉลองวัฒนธรรม Voguing ผ่านการเต้นและการแสดงสุดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังมีตลาดอาหาร กิจกรรม Interactive และพื้นที่ Busking สำหรับศิลปินหน้าใหม่ตลอดทั้งวัน
สำหรับเทศกาลต้นแบบอย่าง Fête de la Musique เริ่มต้นในฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2525 ก่อนขยายไปกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ภายใต้แนวคิดที่อยากให้ ‘ดนตรีเป็นของทุกคน’
ใครอยากหาที่เดินเล่น ฟังเพลง และใช้เวลากับบรรยากาศสนุกๆ กลางกรุงเทพฯ นี่น่าจะเป็นอีกงานที่ไม่ควรพลาดของเดือนมิถุนายน
ภาพ: Bangkok World Music Day
The post Bangkok World Music Day 2026 ชวนคนกรุงฟังดนตรีฟรีที่ One Bangkok appeared first on THE STANDARD.
]]>
หัวใจของการใช้ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้มันอย่างไร แต่ […]
The post VATANIKA เปิดตัว ‘Equilibrium’ นิยามใหม่ของความลักชัวรีและ Well-being appeared first on THE STANDARD.
]]>
หัวใจของการใช้ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้มันอย่างไร แต่คือเราใส่คุณภาพและความสุขลงไปในทุกช่วงเวลาได้มากแค่ไหน เพื่อให้ทั้งเวลาและความสุขของเรายืนยาวออกไป และได้แบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตกับคนที่เรารัก และรักเรา
วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง VATANIKA
หากพูดถึงชื่อ VATANIKA เชื่อว่าสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคือแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและสไตล์อันเฉียบคม ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็น แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา สร้างแรงบันดาลใจผ่านรันเวย์แฟชั่นและรายการ Online Reality Series ที่ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่การโชว์งานดีไซน์ แต่คือการนำไลฟ์สไตล์ที่มีรสนิยมเข้ามาใกล้ชิดผู้คนมากขึ้น
ล่าสุด VATANIKA กำลังขยับไปอีกขั้น ด้วยการก้าวข้ามขอบเขตของแฟชั่นสู่การเป็น Experience Architect ในโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า ‘Equilibrium’ ซึ่งเป็นการนิยามมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมาแบรนด์พิสูจน์ให้เห็นว่าสไตล์ที่แท้จริงไม่เคยแยกออกจากคุณภาพของการใช้ชีวิต และโปรเจกต์ Equilibrium คือบทพิสูจน์นั้น โดยเปลี่ยนจากการออกแบบเสื้อผ้า มาเป็นการออกแบบประสบการณ์ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการ ‘Live Fully’ (ใช้ชีวิตเต็มที่) และ ‘Live Well’ (ดูแลตัวเองอย่างดี) ให้เกิดขึ้นจริง โดยโปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากความเชื่อง่ายๆ แต่ทรงพลังว่าคุณภาพชีวิตไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข แต่คือความรู้สึกข้างใน
View this post on Instagram
ความน่าตื่นเต้นครั้งแรกจะเริ่มต้นขึ้นที่ ภูเก็ต ในเดือพฤษภาคม 2569 นี้ กับทริปส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแขกทีได้รับเชิญเท่านั้น ซึ่งในทริปนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Reignwood Group ที่จะพาทุกคนออกไปสัมผัสประสบการณ์ Equilibrium กันบนเรือยอชต์สุดหรู
หลายคนอาจจะติดภาพว่า การขึ้นเรือยอร์ชจะต้องหมายถึงปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับเธอเลือกที่จะตีความใหม่เพื่อพิสูจน์ว่า เราสามารถสนุกกับชีวิตอย่างเต็มที่ไปพร้อมๆ กับการดูแลร่างกายได้ ยิ่งไปกว่านั้น
ทริปนี้ยังได้ Layan Life by Anantara Layan Phuket Resort เข้ามาช่วยออกแบบประสบการณ์สุขภาพแบบเฉพาะบุคคลให้กับแขกแต่ละท่าน เพื่อให้มั่นใจว่าสมดุลที่แต่ละคนได้รับนั้นเหมาะสมและทรงพลังที่สุด นี่คือการผสมผสานระหว่างความลักชัวรีและ Well-being ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน และนี่คือการนำเสนอประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้จริงว่าสมดุลที่แท้จริงนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ใครที่อยากติดตามรายละเอียดและแรงบันดาลใจได้ทางช่องทางโซเชียลมีเดียของ VATANIKA
ภาพ: VATANIKA
The post VATANIKA เปิดตัว ‘Equilibrium’ นิยามใหม่ของความลักชัวรีและ Well-being appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลางกรุงโรม เมืองแห่งอารยธรรมและประวัติศาสตร์ รถยนต์คลา […]
The post Anantara Concorso Roma งานรถคลาสสิกที่เปลี่ยนกรุงโรมเป็นเวที La Dolce Vita [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลางกรุงโรม เมืองแห่งอารยธรรมและประวัติศาสตร์ รถยนต์คลาสสิกอิตาเลียนกว่า 70 คันจากทั่วโลก รวมตัวกันเพื่อแสดงความงาม งานฝีมือ และวิถีชีวิตแบบ La Dolce Vita ที่ทำให้อิตาลีมีวัฒนธรรมยานยนต์ทรงอิทธิพล
นี่คือ “Anantara Concorso Roma” งานคอนคอร์โซครั้งปฐมฤกษ์ที่ Anantara Hotels & Resorts และ UBS จัดขึ้นในกรุงโรม ระหว่างวันที่ 16-19 เมษายนที่ผ่านมา โดยมี Anantara Palazzo Naiadi Rome Hotel เป็นศูนย์กลาง พร้อมใช้สถานที่สำคัญอย่าง Villa Borghese, Casina Valadier และ Piazza Bucarest เป็นฉากหลังให้รถคลาสสิก งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์อิตาเลียน

สำหรับคนรักรถ Anantara Concorso Roma คือการรวมตัวของ Ferrari, Lamborghini, Maserati, Alfa Romeo, Lancia และ Fiat ในสภาพที่หาชมได้ยาก แต่สำหรับคนที่สนใจการเดินทางและวัฒนธรรม นี่คือภาพของกรุงโรมในอีกมิติ เมืองที่นำประวัติศาสตร์ งานฝีมือ อาหาร และเสน่ห์ของสถานที่ มาสร้างประสบการณ์ร่วมสมัยที่ชวนให้ผู้คนอยากเดินทางไปสัมผัส

เสน่ห์ของ Anantara Concorso Roma เริ่มต้นจากการเลือก “กรุงโรม” เป็นฉากหลัก เพราะในอิตาลี รถคลาสสิกไม่เคยเป็นเพียงวัตถุสะสม แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับศิลปะ แฟชั่น สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตมาอย่างยาวนาน การพารถยนต์อิตาเลียนกลับมารวมตัวกันใน Eternal City จึงไม่ต่างจากการพางานออกแบบจากหลายยุคสมัยกลับมาสนทนากับต้นกำเนิดของตัวเองอีกครั้ง
งานนี้มี Anantara Palazzo Naiadi Rome Hotel เป็นจุดเริ่มต้น ก่อนที่ไฮไลต์ในวันเสาร์ที่ 18 เมษายน จะพารถทุกคันไปจัดแสดง ณ Casina Valadier และ Piazza Bucarest ภายใน Villa Borghese รถคลาสสิกเหล่านี้จึงไม่ได้ถูกวางไว้ในฮอลล์ปิดแบบงานยานยนต์ทั่วไป แต่ปรากฏอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์จริงของกรุงโรม มีทั้งประวัติศาสตร์ ความงาม แสงแดด และจังหวะชีวิตของเมืองเป็นองค์ประกอบร่วม

งาน Anantara Concorso Roma เป็นประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่างานรวมรถคลาสสิก โดยจัดแสดง Ferrari, Lamborghini, Maserati และแบรนด์ดังอื่นๆ ให้เข้ากับการเดินทางและสถาปัตยกรรมของกรุงโรม ภายใต้แนวคิด La Dolce Vita delle Automobili งานนี้จึงไม่เพียงเป็นการประกวดรถคลาสสิกครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี แต่ยังเป็นการคืนวัฒนธรรมยานยนต์อิตาเลียนสู่ชีวิตเมือง และทำให้กรุงโรมเป็นส่วนสำคัญของงาน ไม่ใช่แค่ฉากหลัง
บรรยากาศงานต่อเนื่องด้วยมื้อกลางวันพร้อมแชมเปญ และค่ำคืนที่ Palazzo Brancaccio ที่รวมอาหาร ความบันเทิง และบทสนทนาไว้ในประสบการณ์เดียวกัน รถคลาสสิกจึงเป็นสื่อกลางพาผู้คนเข้าสู่โลกอิตาลี ที่ความงามไม่ได้มีแค่บนตัวรถ แต่อยู่ในแสงเมือง รสอาหาร เสียงสนทนา และจังหวะชีวิตแบบโรมัน
จุดเด่นของงานปีแรกคือการเปลี่ยน “รถคลาสสิก” ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอิตาเลียนอย่างแท้จริง ผ่านรถยนต์กว่า 70 คัน และการประกวด 16 คลาส ตั้งแต่รถ Zagato ก่อนสงครามจนถึงไฮเปอร์คาร์ แบรนด์ดัง เช่น Ferrari, Lamborghini, Maserati, Alfa Romeo, Lancia, Fiat และ Pagani สะท้อนภาพ La Dolce Vita delle Automobili โดยเน้นการมองรถเหล่านี้ในฐานะงานออกแบบที่แสดงถึงรสนิยม เทคโนโลยี และจิตวิญญาณของแต่ละยุค



รถคลาสสิกถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอิตาลี เช่นเดียวกับสถาปัตยกรรม แฟชั่น และอาหาร รถอิตาเลียนโดดเด่นด้วยสมรรถนะ เส้นสายที่เปี่ยมอารมณ์ งานฝีมือ และการผสมผสานศิลปะกับการใช้งาน การเดินชมรถที่ Villa Borghese จึงเหมือนการชมแกลเลอรีกลางแจ้งที่จัดแสดงยานยนต์ซึ่งมีประวัติศาสตร์ เคยโลดแล่นบนถนนและการแข่งขันจริง
ในงานที่เต็มไปด้วยรถอิตาเลียนระดับตำนาน Maserati V4 Sport Zagato ปี 1932 คือคันที่ได้รับรางวัลสูงสุด Best of Show หรือ La migliore automobile del Concorso ไม่ใช่แค่เพราะความงามหรือความหายาก แต่เพราะรถคันนี้มีประวัติศาสตร์เข้มข้นพอ ๆ กับเมืองที่มันเดินทางกลับมาเยือนอีกครั้ง

รถคันนี้เคยมีเจ้าของคนแรกเป็นแพทย์ผู้มั่งคั่งในกรุงโรม ก่อนจะหวนคืนสู่เมืองแห่งนี้อีกครั้งในรอบ 94 ปี ตัวรถถูกผลิตขึ้นเพียง 2 คันทั่วโลก โดยคันที่คว้ารางวัลในงานนี้คือคันที่สอง ต่อมาได้รับการออกแบบตัวถังใหม่โดย Zagato ในปี 1934 เป็นโรดสเตอร์สีเขียวทูโทนอันเป็นเอกลักษณ์
ความพิเศษอยู่ที่เครื่องยนต์ V16 ซึ่งเกิดจากการนำเครื่องยนต์ Tipo 26 ขนาด 2,000 ซีซี จำนวน 2 เครื่องมาวางต่อกัน จนกลายเป็นงานวิศวกรรมเชิงทดลองของอิตาลีในทศวรรษ 1930 และเคยพา Maserati V4 ทำสถิติความเร็วโลกในปี 1929 ด้วยความเร็ว 246 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
หลังจากนั้น รถคันนี้ถูกขายให้ Erik Verkade ชาวเนเธอร์แลนด์ ก่อนจะถูกถอดแยกชิ้นส่วนหลังการรุกรานของเยอรมนี โดยเครื่องยนต์ V16 ถูกซ่อนไว้ในห้องนอนนานถึง 5 ปี ต่อมารถถูกส่งต่อให้นักสะสมในสหราชอาณาจักร และได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถันจนกลับมาสง่างามอีกครั้ง
ชัยชนะของ Maserati V4 Sport Zagato ในกรุงโรมจึงไม่ใช่แค่ชัยชนะของรถที่สวยที่สุดในงาน แต่เป็นชัยชนะของเรื่องเล่า งานฝีมือ และความทรงจำที่ยังเดินทางต่อได้ แม้เวลาจะผ่านไปเกือบหนึ่งศตวรรษ

Anantara Concorso Roma สะท้อนบทบาทของโรงแรมหรูในวันที่ “การเข้าพัก” เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ที่กว้างกว่าเดิม เพราะ Anantara Palazzo Naiadi Rome Hotel ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ต้อนรับแขกหรือจุดนัดพบของเจ้าของรถ แต่กลายเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมกรุงโรม รถคลาสสิก อาหาร การเดินทาง และบทสนทนาเข้าด้วยกัน ก่อนต่อยอดประสบการณ์ทั้งหมดออกไปสู่พื้นที่สำคัญอย่าง Villa Borghese, Casina Valadier และ Palazzo Brancaccio

ความร่วมมือกับ UBS, Richard Mille, Lockton Wattana และพันธมิตรลักชัวรีอื่นๆ ทำให้งานนี้เป็นมากกว่าอีเวนต์รถยนต์ แต่เป็นการรวมโลกยานยนต์ งานฝีมือ การลงทุน การเดินทาง และไลฟ์สไตล์ระดับสูงไว้ในประสบการณ์เดียวกัน วิลเลียม ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้ง Minor International บริษัทแม่ของ Anantara และนักสะสมรถคลาสสิก เห็นว่างานครั้งแรกนี้ประสบความสำเร็จเกินคาด ทั้งจากคอลเล็กชันรถอิตาเลียน ฉากหลังของกรุงโรม และการนำ ‘La Dolce Vita’ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง


The post Anantara Concorso Roma งานรถคลาสสิกที่เปลี่ยนกรุงโรมเป็นเวที La Dolce Vita [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าช่วงนี้ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน สุดสัปดาห์นี้มีอีกหนึ […]
The post แวะชิมซอฟท์เสิร์ฟที่ OREO MATCHA HOUSE appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าช่วงนี้ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน สุดสัปดาห์นี้มีอีกหนึ่งที่น่าแวะไปในกรุงเทพฯ เมื่อ OREO เปิดป็อปอัปคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นชื่อ OREO MATCHA HOUSE ที่เซ็นทรัล พาร์ค มีให้เที่ยวแค่ 3 วันเท่านั้น ระหว่าง 8–10 พฤษภาคมนี้ ใครที่คิดถึงญี่ปุ่นอยู่ หรืออยากหาที่ถ่ายรูปสวยๆ ใจกลางเมือง ลองแวะมาได้
โซนนี้ตกแต่งโทนฟ้าและเขียวเอิร์ธโทนสบายตา มีน้องมาเนะคิเนโคะ แมวนำโชคยักษ์คอยต้อนรับอยู่ด้านหน้า บรรยากาศมาแบบมินิมอล แต่มีรายละเอียดที่น่ารักแฝงอยู่
ส่วนเมนูก็ไม่ธรรมดา มีให้เลือกสามเมนู ได้แก่ OREO Fuji Soft Serve ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟมัตจะเนื้อนุ่มเบาหวานละมุน OREO Fuji Float ชาเขียวเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมมัตจะในแก้วเดียวกัน และ OREO Hokkaido Donut โดนัทสไตล์ฮอกไกโดเนื้อเบาชุ่มฉ่ำ นอกจากนั้นยังมีสินค้าใหม่อย่าง OREO Soft Serve Matcha และ OREO Cheese-su ให้ได้ลิ้มลองด้วย
ใครอยากได้ของฝากหรือของสะสมกลับบ้าน ที่นี่มีของที่ระลึกลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ทำมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ มีจำนวนจำกัดและเปิดแค่สามวันเท่านั้น งานจัดที่ชั้น 4 บริเวณลานเชื่อมสวนลอยฟ้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค


The post แวะชิมซอฟท์เสิร์ฟที่ OREO MATCHA HOUSE appeared first on THE STANDARD.
]]>
ที่ผ่านมา Whoop ถือเป็นเจ้าตลาดของ wearable สุขภาพแบบไม […]
The post Fitbit Air กับ Whoop ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่า? appeared first on THE STANDARD.
]]>
ที่ผ่านมา Whoop ถือเป็นเจ้าตลาดของ wearable สุขภาพแบบไม่มีหน้าจอที่นักกีฬาและคนรักสุขภาพจริงจังใช้กันมาหลายปี จุดขายคือวัดละเอียด ข้อมูลลึก แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลที่ครบครันก็ต้องจ่ายค่า subscription รายปีประมาณหกพันบาท
ล่าสุด Google เปิดตัว Fitbit Air มาแข่งตรงๆ ในราคาที่ถูกลงกว่าครึ่ง เป็น wearable สุขภาพแบบไม่มีหน้าจอเหมือนกัน คำถามคือ แล้วมันต่างกันยังไง และแบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่า?
Fitbit Air ราคา $99.99 จ่ายครั้งเดียว แล้วฟีเจอร์หลักส่วนใหญ่ก็ใช้งานได้เลย ทั้ง heart rate, sleep tracking, SpO2 และข้อมูลสุขภาพพื้นฐานอื่นๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ถ้าอยากได้ Google Health Coach ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และแนะนำเพิ่มเติม ก็จ่ายเพิ่ม $9.99 ต่อเดือน ซึ่งซื้อแล้วได้ทดลองใช้ฟรี 3 เดือน ถ้าชอบก็ไปต่อ ถ้าไม่อินก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

ส่วน Whoop 5.0 ไม่มีราคาตัวเครื่อง แต่ต้องสมัคร subscription ก่อนถึงจะได้อุปกรณ์มา แพ็กเกจถูกสุดชื่อ Whoop One อยู่ที่ $199 ต่อปี แต่ถ้าอยากได้ฟีเจอร์ครบหรืออุปกรณ์รุ่น MG ที่มี ECG ราคาอยู่ที่ $359 ต่อปี และที่สำคัญถ้าหยุดจ่าย subscription ฟีเจอร์หลักของอุปกรณ์ก็จะใช้งานต่อไม่ได้แบบเต็มรูปแบบ
เมื่อเทียบการใช้งาน 3 ปี ค่าใช้จ่ายของ Fitbit Air จะถูกกว่าการใช้แพ็กเกจเริ่มต้นของ Whoop ค่อนข้างมาก และยิ่งต่างชัดขึ้นเมื่อเทียบกับแพ็กเกจระดับสูงของ Whoop

ทั้งสองตัววัดข้อมูลสุขภาพพื้นฐานได้ใกล้เคียงกัน ทั้ง heart rate ตลอดวัน, sleep stages, SpO2, HRV และ skin temperature แต่แนวทางการใช้ข้อมูลนั้นต่างกันพอสมควร
Whoop 5.0 เก็บข้อมูล biometric ถี่มาก และมีจุดเด่นด้านการวิเคราะห์ recovery กับ performance ที่ละเอียดกว่า โดยเฉพาะ Strain และ Recovery score ที่ช่วยบอกว่าวันนี้ร่างกายพร้อมรับภาระได้แค่ไหน และฟื้นตัวแล้วหรือยัง
ส่วน Fitbit Air ใช้ Gemini AI มาช่วยอ่านและอธิบายข้อมูลผ่าน Google Health Coach ซึ่งพูดคุยได้เหมือนถามเพื่อน พูดให้เข้าใจง่ายคือ Whoop ให้ข้อมูลที่ลึกและละเอียดกว่า แต่ Fitbit Air พยายามทำให้ข้อมูลสุขภาพเหล่านั้นเข้าใจง่ายกว่า

Whoop 5.0 อยู่ได้ประมาณ 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วน Fitbit Air อยู่ได้ประมาณ 7 วัน ทั้งสองตัวถูกออกแบบมาให้ใส่สบายและเบากว่าสมาร์ทวอชทั่วไปมาก โดยเฉพาะเวลานอนหรือใส่ติดตัวทั้งวัน
ด้านการกันน้ำ ทั้งคู่สามารถใส่ออกกำลังกายหรือใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย แต่ Fitbit Air ดูจะเหมาะกับสายว่ายน้ำมากกว่าเล็กน้อย
อันที่จริงไม่มีคำตอบที่ถูกต้องและตายตัว Whoop จะเหมาะกับคนที่ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ต้องการข้อมูลที่ละเอียดที่สุดเท่าที่ wearable device จะให้ได้ และไม่มีปัญหากับค่าสมาชิกรายปี
ส่วนคนที่ไม่ได้ต้องการข้อมูลระดับนักกีฬาโปร แค่อยากรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้นสักนิด และไม่อยากผูกตัวเองกับค่าสมาชิกรายปี Fitbit Air น่าจะเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า
The post Fitbit Air กับ Whoop ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่า? appeared first on THE STANDARD.
]]>