เข้าสู่ช่วงสัปดาห์พิเศษที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เพราะมี […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 12-18 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เข้าสู่ช่วงสัปดาห์พิเศษที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เพราะมีวันสำคัญอย่าง ‘วันแม่แห่งชาติ’ เชื่อว่าตอนนี้หลายคนคงเตรียมเคลียร์คิวล่วงหน้าเพื่อจะได้ใช้เวลาไปกับครอบครัว พาคุณแม่ไปกินข้าวมื้ออร่อย หรือบางคนอาจจะถือโอกาสนี้หยุดพักผ่อนยาวๆ ปักหลักชาร์จแบตอยู่ในเมืองและช่วงเวลาดีๆ แบบนี้แหละ ที่เหมาะกับการพาตัวเองและคนที่บ้านออกไปสโลว์ดาวน์และเอ็นจอยไวบ์ใหม่ๆ กัน
LIFE This Week ในสัปดาห์นี้เลยมัดรวมกิจกรรมดีๆ มาให้แบบจัดเต็ม เริ่มต้นด้วยกิจกรรมฮีลใจฉลองวันแม่ แล้วไปเดือดกันต่อกับการแข่งขันระดับโลกอย่าง HYROX รวมถึงคอมมูนิตี้งานวิ่ง พิลาทิส นิทรรศการศิลปะแบบอิมเมอร์ซีฟ และตลาดนัดของคราฟต์ชิลๆ ในร่ม ปักหมุดพิกัดที่ชอบแล้วจูงมือคุณแม่ออกไปเที่ยวกันเลย

กลับมาระเบิดความมันและความท้าทายระดับโลกอีกครั้ง! กับการแข่งขัน HYROX Bangkok สนามพิสูจน์ความแข็งแกร่ง อึด วินัย และหัวใจของเหล่าสายฟิต สำหรับใครที่มีรายชื่อลงสนามแข่งขัน LIFE ขอร่วมส่งกำลังใจให้ทุกคนเข้าเส้นชัยและทุบสถิติของตัวเองได้สำเร็จ!
ส่วนใครที่ไม่ได้ลงแข่งก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราสามารถซื้อตั๋วเข้าชมเพื่อเข้าไปสัมผัสบรรยากาศความตื่นเต้นระดับไฮเอ็นเนอร์จี พร้อมร่วมส่งเสียงเชียร์ติดขอบสนามให้เหล่านักกีฬาข้ามผ่านขีดจำกัดไปด้วยกัน!
ตารางปล่อยตัวการแข่งขัน (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569
Time: เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป
When: วันที่ 13-16 สิงหาคม 2569
Where: Exhibition Hall 1-4 ชั้น G, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
Admission: บัตรเข้าชม 400 บาทต่อวัน
Ticket: https://hyroxthailand.com/th/
More Info: HYROX Thailand

ใครที่กำลังมองหาพื้นที่ฟื้นฟูร่างกายแบบด่วนสุด ลองมาที่ ‘Ice House Rooftop Baths’ เลย ยิ่งช่วงนี้ เขามีสเปเชียลเรตให้ชาว HYROX ด้วย ใครได้แชมป์โพเดียมคือเดินเข้าฟรีได้เลย ส่วน Finisher หรือนักวิ่งที่ลงแข่งก็มีส่วนลดให้ด้วย ลงอ่างแช่ไอซ์บาธ เข้าห้องซาวน่า แช่บ่อน้ำร้อนแมกนีเซียม หรือถ้ายังเมื่อยอยู่ก็มีบริการนวดจาก Amalaki Spa ให้จองเพิ่มได้ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาพอดีกับการผ่อนคลายร่างกายหลังลงสมรภูมิ HYROX จริงๆ
Time: เวลา 09.00-22.00 น.
When: วันที่ 13-17 สิงหาคม 2569
Where: Ice House Rooftop Baths, ชั้น 6 The Fig Lobby Hotel
More Info: ICE HOUSE

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยต้องคอยมานั่งลุ้นสภาพอากาศอยู่เสมอ ลองเปลี่ยนมู้ดมาเดินเล่นตลาดนัดใต้ดินฆ่าเวลากันสักหน่อยกับ ‘RE:TURN MARKET’ ตลาดนัดมือสองสไตล์ Underground ที่มัดรวมไอเทมเด็ดไว้ให้คุ้ยกันเพลินๆ แบบจัดเต็ม ตั้งแต่เสื้อผ้าวินเทจไปจนถึงของใช้ไลฟ์สไตล์ งานนี้ตอบโจทย์สายสับสายรื้อสุดๆ เพราะได้เดินชอปปิงหลบฝนแบบชิลๆ แถมบรรยากาศยังได้ฟีลความดิบความเท่ไปอีกแบบ ใครชอบออกตามหาแรร์ไอเทมหรือหลงใหลในเสน่ห์ของของมือสอง ปักหมุดที่นี่ไว้ได้เลย
Time: เวลา 11.00-21.00 น.
When: วันที่ 14-16 สิงหาคม 2569
Where: KRUNGTHEP PLAYGROUND, MRT กำแพงเพชร
More Info: ROOKIE

หนีความวุ่นวายไปรีชาร์จเอนเนอร์จีใต้ท้องทะเลกัน กับงาน ‘Whisper of the Underwater World Vol.5’ ที่ยก Elastic Pilates มาไว้กลางอควาเรียม SEA LIFE Bangkok Ocean World งานนี้จะพาทุกคนกลับมาโฟกัสที่ตัวเอง และโฟลว์ร่างกายด้วย Pilates Ring เพื่อปรับบาลานซ์ไปพร้อมๆ กัน แถมยังมีไฮไลต์สำคัญอย่าง Sound Healing ให้ได้ดื่มด่ำไปกับคลื่นเสียงบำบัดผ่านหูฟังที่จะพาไปผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจแบบขั้นสุด
และความพิเศษคือไม่ต้องแบกอุปกรณ์มาเองให้เหนื่อย เพราะเขาเตรียมไว้ให้ครบหมดทั้ง Pilates Mat, Pilates Ring และ Headphones
Time: เวลา 06.30-08.30 น.
When: วันที่ 16 สิงหาคม 2569
Where: SEA LIFE Bangkok Ocean World, Siam Paragon
Dress Code: ม่วง, ฟ้า, ชมพู
More Info: kaewpilates

สุดสัปดาห์นี้ใครหาแพลนชิลๆ สำหรับเติมเต็มเอนเนอร์จีดีๆ ให้ตัวเองต้องมาที่ ‘theCOMMONS Wholesome Festival: Wholesome Kindness’ วีคนี้เขามาในคอนเซปต์ ‘Be Kind’ ที่จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแบรนด์โลคัลที่ใส่ใจโลก
ซึ่งได้ขนกิจกรรมคราฟต์ๆ น่ารักๆ มาให้ทำเพียบตลอดทั้งเสาร์-อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็น
ใครอยากใช้วันหยุดแบบฮีลใจ ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ แถมยังพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นได้ด้วย สัปดาห์นี้แวะไปได้เลย!
Time: ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
When: วันที่ 15-16 สิงหาคม 2569
Where: เดอะคอมมอนส์ คลาวด์ อีเลฟเว่น (BTS ปุณณวิถี)
More Info: thecommonscloud11

ช่วงสุดสัปดาห์นี้ ถ้าใครยังว่างอยู่ แล้วอยากเสพมู้ดความคลาสสิก ต้องมาออกสเต็ปเต้นรำกันที่งาน ‘SWING THROUGH TIME’ เลย เพราะเขาเนรมิตอาคารลุมพินีสถาน ฟลอร์เต้นรำระดับตำนานที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาเกือบ 90 ปี ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในบรรยากาศ Ballroom ยุค 1930s
งานนี้จัดเต็มทั้งฟลอร์ แสง สี เสียง และแอร์เย็นฉ่ำ และฟังเพลงสวิงแจ๊สสดจากวง The Stumblrs และวงดนตรีในตำนานอย่างสุนทราภรณ์ ส่วนใครที่เต้นไม่เป็นก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเขามี Open Class คอยสอนสเต็ปเบสิกสำหรับมือใหม่ให้เรียนปุ๊บแล้วออกลวดลายบนฟลอร์ได้เลยตั้งแต่ครั้งแรก
กำหนดการ
หากว่าพร้อมแล้ว เตรียมแต่งตัวให้เข้าธีมแล้วมาออกเสต็ปกันเลย!
Time: เวลา 17.00-20.00 น.
When: วันที่ 15 สิงหาคม 2569
Where: อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี
More Info: กองการสังคีต กรุงเทพมหานคร Music Division BKK

ใครเป็นทาสน้องหมาและกำลังมองหาพื้นที่ออกกำลังกายไปพร้อมๆ กับฮีลใจเบาๆ ลองแวะมาคลาส Puppy Yoga ที่ Furapy เพราะในสัปดาห์นี้ทุกคนจะได้เล่นโยคะไปกับแก๊งน้องหมาสายพันธุ์ผสมโกลเด้นและฮัสกี้สุดคิวต์ ที่จะมาแจกความสดใสให้ใจฟูแบบคูณสอง โดยคลาสหนึ่งจะใช้เวลา 75 นาที แบ่งเป็นการทำโยคะเบสิกยืดเหยียดเบาๆ 40 นาที (มือใหม่ไม่มีพื้นฐานโยคะก็ทำได้สบายมาก) และอีก 35 นาทีเป็นช่วง Free Time ให้ลงไปคลุกคลี นั่งเล่น ปล่อยจอยกับน้องๆ สี่ขาแบบเต็มอิ่ม
Time: รอบที่ 1 เวลา 13.00-14.15 น. และรอบที่ 2 เวลา 15.15-16.30 น.
When: วันที่ 15 สิงหาคม 2569
Where: FURAPY – Puppy Yoga Bangkok (kitten & puppy studio), อุดมสุข, บางนา, กรุงเทพฯ
More Info: Furapy Bangkok

ใครที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการวิ่งหรืออยากลองเปิดใจหาเพื่อนใหม่ๆ แล้ววิ่งไปพร้อมๆ ต้องมา ‘Morning Run’ กับคอมมูนิตี้วิ่งที่เน้นเพซสบายๆ มือใหม่ก็วิ่งไปด้วยกันได้ ด้วยระยะทาง 3.2 กิโลเมตรกำลังดี ใครอยากได้เอนเนอร์จีดีๆ ให้ตัวเองในวันหยุด เตรียมหยิบรองเท้าคู่เก่งแล้วมาจอยกันแต่เช้าได้เลย
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
When: วันที่ 16 สิงหาคม 2569
Where: SC3 Building, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
More Info: Run to the sun club

ท่ามกลางชีวิตที่เร่งรีบและเสียงแจ้งเตือนที่ไม่เคยหยุดพัก ถ้าเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า ลองแวะมาถอดความเครียดออก แล้วกลับมาฟังเสียงลมหายใจตัวเอง กับงานนิทรรศการ Mindfulness Immersive ครั้งแรกในไทย ‘อานาปานสติ’ ที่ผสานทั้งศิลปะ แสง เสียง และเทคโนโลยี Immersive เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อพาเราออกเดินทางสำรวจจิตใจผ่าน 9 โซน (Zone 0 – Zone 8) ตั้งแต่ The Threshold, The Release, The Reflection, The Invocation, The Choice, The Stillness, The Vision, The Creation ไปจนถึง The Return
งานนี้ทลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ ด้วยการนำกุศโลบายและพิธีกรรมไทยที่คุ้นเคย เช่น การลอดท้องช้าง การอธิษฐาน และการนั่งสมาธิ มาถอดรหัสทางจิตวิทยาและดีไซน์ร่วมสมัย ผ่านการผนึกกำลังของ 5 ศิลปินและนักออกแบบชั้นนำของไทย อย่าง ภัณฑ์ธิรา ณิชยสุรีย์กุล, ปริณ วาณิภัทรางค์กุล, ศรัณญ อยู่คงดี, ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ และ ธนิษฐ์ วชิรปราการสกุล ผสมผสานแสง สี เสียงบำบัด และ Installation Art เพื่อเปลี่ยนเรื่อง ‘สติ’ ให้กลายเป็นสิ่งที่สัมผัสและฮีลใจได้จริง
ไฮไลต์ภายในงาน
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันที่ 13 สิงหาคม – 28 กันยายน 2569
Where: RCB Galleria 3 ชั้น 2, River City Bangkok
More Info: rivercitycontemporary

ใครหลงใหลในเสน่ห์ของย่านทรงวาดและชื่นชอบของแฮนด์คราฟต์ ต้องมาเดินทอดน่องกันที่งาน ‘THE OLD GATE MARKET’ มาร์เก็ตสุดคูล ที่รวบรวมไอเทมเก๋ๆ มาให้เลือกช้อปกันแบบจุใจ มีตั้งแต่ของวินเทจหายาก งานแฮนด์เมดน่ารักๆ ดีไซน์เก๋จากโลคัลแบรนด์ ไปจนถึงชิ้นงานอัปไซเคิลที่มีชิ้นเดียวในโลก วันหยุดยาวนี้ใครมีแพลนพาคุณแม่ไปทัวร์กินของอร่อยแถวทรงวาด ลองแวะมาเดินย่อยและหาของติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้เลย
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันที่ 18-31 สิงหาคม 2569
Where: ประตู 100 ปี ทรงวาด โกดังริมน้ำ (ตรงข้าม Adidas ทรงวาด)
More Info: Outdoor Bkk time

ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ อุ่นเครื่องเตรียมเผยโฉม “MyScape” พื้นที่ใหม่แห่งย่านศรีนครินทร์ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2569 ผ่านนิทรรศการทดลองสุดว้าวที่นำแนวคิด Feel the Beat of the New Ecosystem มาตีความผ่านจังหวะชีวิตในหลากหลายมิติ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้ชมสามารถมองเห็น สัมผัส และมีส่วนร่วมได้ โดยร่วมมือกับ DUCTSTORE the design guru รังสรรค์ 4 HIGHLIGHT EXPERIMENTAL ZONES ให้ทุกคนได้ Explore, Interact & Feel
Time: เวลา 12.00-20.00 น
When: วันนี้ – 16 สิงหาคม 2569
Where: ชั้น 1 Creative Space, มันมัน ศรีนครินทร์, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
More Info: Seacon Square

‘20 Years of Artistic Journey’ นิทรรศการเดี่ยวของ ‘กรีฑา พรมโว’ หรือที่รู้จักกันในนามศิลปิน Chang of Art ภายในงานได้รวบรวมผลงานกว่า 80 ชิ้น ในช่วงตลอด 20 ปีในวงการศิลปะ มาให้ทุกคนได้เดินดูกันแบบจุใจ ไฮไลต์คือลายเส้นสไตล์ Doodle ที่ถูกจับมามิกซ์กับความ Surrealism และ Pop Art ที่หยิบเอาเรื่องความเชื่อเดิมมาเล่าใหม่
นอกจากภาพวาดบนผ้าใบแล้ว ยังมีโซน Functional Art เท่ๆ ที่เอาศิลปะมาผสานกับไลฟ์สไตล์ให้ดูด้วย ทั้งกีตาร์ไฟฟ้าแบบ One of One ที่เล่นดนตรีได้จริง, รถมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่เพ้นต์ลายด้วยมือทั้งคัน ไปจนถึงประติมากรรมคาแรกเตอร์ Mr. Mee Hey และหัวหมาป่านักษัตร
Time: เปิดทุกวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
When: ตั้งแต่วันนี้ – 30 สิงหาคม 2569
Where: ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1-2 ชั้น G, MOCA BANGKOK
More Info: mocabangkok

ก้าวข้ามมิติสู่โลกดิจิทัลสุดล้ำกับผลงานต่อยอดจาก RETROTECH SERIES: ***tape) นิทรรศการอินเทอร์แอ็กทีฟมีเดียอาร์ตที่จะพาตัวคุณในเวอร์ชันพิกเซลหลุดเข้าไปผจญภัยในหลากหลายภูมิทัศน์ดิจิทัล ย้อนรำลึกถึงเสน่ห์และความตื่นเต้นของการสวมบทบาทเป็นตัวละครบนหน้าจอในยุคเครื่องเล่นวิดีโอเกมแรกเริ่ม
ผ่านเทคโนโลยีสุดทันสมัย ตัวนิทรรศการจะสร้างอวตารจำลองรูปลักษณ์ เสื้อผ้า และสไตล์ของคุณ ณ ขณะนั้นขึ้นมาในทันที ก่อนพาคุณออกเดินทางท่องข้ามมิติทั่วทั้งพื้นที่ สัมผัสการตีความตัวตนของคุณในรูปแบบใหม่ๆ ท่ามกลางความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด พร้อมออกสำรวจร่วมกับผู้เล่นคนอื่นๆ บนหน้าจอขนาดใหญ่
Time: เวลา 14.00-20.00 น.
When: เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ ทุกวันศุกร์, เสาร์ และอาทิตย์
Where: bit.studio gallery ชั้น 3, โครงการ Slowcombo
Admission:
Ticket: https://ticket.bit.studio/
More Info: bit.studio
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 12-18 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต้องเล่าย้อนไปก่อนปี 2014 การปั่นจักรยานผ่านบริเวณศูนย์ […]
The post งานออกแบบเปลี่ยนเมือง Cykelslangen สะพานจักรยานลอยฟ้าในโคเปนเฮเกน ทางสัญจรของเมืองที่น่าอยู่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต้องเล่าย้อนไปก่อนปี 2014 การปั่นจักรยานผ่านบริเวณศูนย์การค้า Fisketorvet และท่าเรือของกรุงโคเปนเฮเกนไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น ผู้คนที่ใช้จักรยานเป็นหลักต้องใช้พื้นที่ร่วมกับคนเดินเท้าบริเวณริมน้ำ ต้องเลี้ยวผ่านเส้นทางที่คับแคบ และในบางจุดยังต้องแบกจักรยานขึ้นลงบันไดเพื่อเดินทางต่อไปยังอีกฝั่งของเมือง
แทนที่จะปล่อยให้ความไม่สะดวกเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติ เมืองโคเปนเฮเกนเลือกแก้ปัญหาด้วยแนวคิดที่ตรงไปตรงมา นั่นคือการแยกเส้นทางจักรยานออกจากทางเดินเท้า และยกมันขึ้นไปอยู่เหนือพื้นที่ริมน้ำ
คำตอบนั้นจึงกลายมาเป็น Cykelslangen หรือ The Bicycle Snake สะพานจักรยานลอยฟ้าที่ทอดตัวเป็นเส้นโค้งเหนือท่าเรือ เชื่อมเส้นทางจากสะพาน Dybbølsbro ไปยัง Bryggebroen และย่าน Islands Brygge ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทำให้นักปั่นต้องหยุด ลงจากจักรยาน หรือวกอ้อมเหมือนในอดีต


เดิมทีมีการคาดการณ์ว่าสะพานแห่งนี้จะรองรับจักรยานได้ราว 12,500 คันต่อวัน แต่หลังเปิดใช้งาน จำนวนผู้ใช้กลับเพิ่มขึ้นจนเกิน 20,000 คันต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของโครงการนี้ แต่ยังชี้ให้เห็นเรื่องง่ายๆ ว่า เมื่อเมืองสร้างเส้นทางที่ดี ปลอดภัย และใช้งานได้จริง ผู้คนก็พร้อมเลือกปั่นจักรยานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
และเบื้องหลังสะพาน Cykelslangen คือผลงานของ DISSING+WEITLING สตูดิโอสถาปัตยกรรมเดนมาร์กที่มีรากฐานมาจากสตูดิโอของ Arne Jacobsen ซึ่งไม่ได้มองสะพานแห่งนี้เป็นเพียงทางเชื่อมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เมืองที่ผู้คนต้องใช้งานซ้ำๆ ในทุกวัน
ตัวสะพานจึงถูกออกแบบให้เพรียวบางและกลมกลืนกับอาคารโดยรอบ แทนที่จะมีโครงสร้างขนาดใหญ่บดบังทิวทัศน์ แกนเหล็กกลางและระบบคานรับน้ำหนักถูกซ่อนไว้อย่างเรียบคม ทำให้สะพานดูเบาราวกับกำลังลอยอยู่เหนือผืนน้ำ
เส้นโค้งที่ทำให้สะพานมีรูปร่างคล้ายงูไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างภาพจำเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ปั่นเคลื่อนที่ได้อย่างต่อเนื่อง ลดการเลี้ยวหักมุม และมองเห็นเส้นทางด้านหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ การปั่นผ่านสะพานจึงให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการลื่นไหลไปตามภูมิทัศน์ของเมือง มากกว่าการเดินทางผ่านโครงสร้างคอนกรีตหรือเหล็กที่แข็งกระด้าง


ราวกันตกทั้งสองด้านถูกออกแบบให้โปร่งและบางจนแทบหายไปจากสายตา เปิดให้ผู้ใช้งานมอง Harbour Bath อาคารโดยรอบ และเส้นขอบฟ้าของโคเปนเฮเกนได้ตลอดเส้นทาง
ขณะเดียวกัน การยกระดับเส้นทางจักรยานขึ้นไปเหนือพื้นดินยังช่วยคืนพื้นที่ริมน้ำด้านล่างให้คนเดินเท้า ทั้งสองกลุ่มสามารถใช้พื้นที่เดียวกันได้โดยไม่ต้องคอยหลบหลีกหรือระวังว่าจะตัดหน้ากัน เป็นการแยกการสัญจรอย่างเรียบง่ายที่ช่วยให้พื้นที่สาธารณะปลอดภัยและน่าใช้งานขึ้นสำหรับทุกคน



สิ่งที่ทำให้ Cykelslangen น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงรูปทรงอันโดดเด่น หรือความซับซ้อนของงานวิศวกรรม แต่คือความสามารถในการเปลี่ยนปัญหาเล็กๆ ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นโอกาสในการออกแบบเมืองให้ดีขึ้น
สะพานแห่งนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้คนต้องหันมาปั่นจักรยาน ไม่ได้พยายามประกาศตัวว่าเป็นแลนด์มาร์ก และไม่ได้แข่งขันกับสถาปัตยกรรมชิ้นอื่นในเมือง หากเพียงทำหน้าที่ของมันให้ดีที่สุด ทั้งสะดวก ปลอดภัย ลื่นไหล และน่าใช้งาน จนท้ายที่สุดผู้คนเลือกใช้มันด้วยตัวเอง
Cykelslangen จึงเป็นตัวอย่างของหลักการ Form Follows Function ในแบบฉบับเดนิชอย่างชัดเจน ความงามไม่ได้ถูกเติมเข้ามาหลังจากโครงสร้างเสร็จสมบูรณ์ แต่เกิดขึ้นพร้อมกับการแก้ปัญหา ทุกเส้นโค้งและทุกรายละเอียดล้วนมีเหตุผลรองรับ ขณะเดียวกันก็ยังสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้ใช้งาน
สุดท้ายแล้วนี่ไม่ได้เป็นเพียงสะพานจักรยานสีส้มเส้นหนึ่งของโคเปนเฮเกน หากเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เมืองที่น่าอยู่ไม่ได้เกิดจากแลนด์มาร์กที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เกิดจากการออกแบบรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนมีความสุขขึ้น ปลอดภัยขึ้นทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และบางที นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้โคเปนเฮเกนยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดของโลกอยู่เสมอก็ได้นะ
ภาพ: Rasmus Hjortshøj, Gurskov
The post งานออกแบบเปลี่ยนเมือง Cykelslangen สะพานจักรยานลอยฟ้าในโคเปนเฮเกน ทางสัญจรของเมืองที่น่าอยู่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในยุคที่เราเห็นเทรนด์สถาปัตยกรรมสวยแปลกตาและบ้านสไตล์ต่ […]
The post บ้านที่ไม่ต้อง ‘ว้าว’ แต่อยู่แล้วรู้สึกดี: ถอดรหัส 3 วิธีคิด Sansiri WELL เพื่อ Well-Being ในทุกวัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในยุคที่เราเห็นเทรนด์สถาปัตยกรรมสวยแปลกตาและบ้านสไตล์ต่างๆ ถูกส่งต่อกันบนโซเชียลมีเดียไม่เว้นแต่ละวัน เคยลองถามตัวเองไหมว่า “บ้านที่ดีจริงๆ สำหรับชีวิตเรา หน้าตาเป็นแบบไหน?”
ความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ ในยุคนี้อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ที่กว้างขวาง สไตล์ที่กำลังเป็นกระแส หรือความหรูหราอลังการเพียงอย่างเดียว แต่มันคือพื้นที่ที่เราสามารถ ‘ทิ้งตัว’ พักผ่อนได้อย่างปลอดภัย เป็นที่เติมพลังกาย พลังใจ และมอบสุขภาวะที่ดี (Well-Being) ให้เราทุกวันไปนานๆ

ล่าสุดเรามีโอกาสได้ฟัง Sansiri Insight Talk: WELL, IN EVERY DAY กับทีมดีไซน์ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแสนสิริ ได้แก่ เกน-วทัญญู ตันติวงศ์ (ผู้อำนวยการฝ่าย Creative House), แก๊ก-ปัทมาวดี ดีซอน (รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์) และพีร์ โปษยานนท์ (ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์) ถึงเบื้องหลังกระบวนการคิดแล้วสัมผัสได้เลยว่า กว่าจะออกมาเป็นบ้านหนึ่งหลัง มันมีรายละเอียดที่ลึกชนิดที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะการยกระดับ Well-Being ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่าน 4 มิติหลักอย่าง Well-Sensed, Well-Balanced, Well-Connected และ Well-Lived ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดและสอดประสานผ่าน 3 ศาสตร์แห่งการออกแบบได้อย่างน่าสนใจ

บ่อยครั้งที่เรามองงานภูมิสถาปัตยกรรมหรือสวนในบ้านเป็นเพียงเรื่องของความสวยงามตกแต่ง แต่ในมุมมองของการสร้าง Well-Being ธรรมชาติคือ ‘ฟังก์ชัน’ สำคัญที่ส่งผลต่อเคมีในสมองและคุณภาพชีวิตของมนุษย์โดยตรง
มีงานวิจัยระดับโลกจากมหาวิทยาลัย Harvard ระบุว่า ผู้คนที่ได้อยู่อาศัยใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีอัตราการเสียชีวิตลดลงและมีอายุยืนยาวขึ้นถึง 12% แสนสิริจึงไม่ได้ออกแบบสวนไว้แค่เพื่อความสวยงาม แต่คิดสเปซเพื่อชวนให้ผู้อยู่อาศัยออกมารับ Daily Dose of Nature อย่างน้อย 17 นาทีต่อวัน หรือราว 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผ่านการดีไซน์เส้นทางเดินออกกำลังกาย หรือมุมพักผ่อนที่มี Soundscape อย่างเสียงน้ำและเสียงนก ซึ่งงานวิจัยรองรับว่าเพียงแค่ได้ยิน ก็ช่วยลดความเครียดและปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง

ที่สำคัญคือความใส่ใจในรายละเอียดระดับองศาของแสงแดด ทีมดีไซน์คำนวณทิศทางแดดช่วง 17.00 น. เพื่อจัดวางตำแหน่งต้นไม้ให้เงาทอดยาวกระทบกับ Facade ด้วยมุม 16-24 องศา ให้เกิดมิติแสงเงาธรรมชาติที่ผ่อนคลายที่สุดของวัน และเปลี่ยนสวนในบ้านให้กลายเป็นพื้นที่เติมพลังใจได้อย่างแท้จริง
งานสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างสภาพแวดล้อมกับผู้อยู่อาศัย คอยกรองสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป ทั้งความร้อน ฝุ่น มลพิษ และเสียงรบกวนภายนอก พร้อมเปิดรับช่องลมและแสงแดดธรรมชาติในทิศทางที่สอดคล้องกับพฤติกรรมคนในบ้าน
นอกจากนี้ยังเป็นการออกแบบที่คิดไปถึงภาพใหญ่ในอนาคต (Responsible Architecture) ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมาย Net Zero เพื่อให้บ้านสามารถปกป้องผู้อยู่อาศัยและโลกได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวอีก 30-50 ปีข้างหน้า

การออกแบบภายในยุคนี้เปลี่ยนจากการเน้นความ ‘ว้าว’ หรือเฟอร์นิเจอร์สุดหรู มาเป็นการยึดความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตจริงได้อย่างผ่อนคลาย
พื้นที่ภายในเปิดกว้างให้สะท้อนความเป็นตัวเองและสร้างความสงบทางใจ เช่น การออกแบบพื้นที่สูงโปร่งอย่าง Double หรือ Triple Volume ไม่ใช่แค่เรื่องความโปร่งหรูหรา แต่คือสเปซที่ช่วยเชื่อมโยงสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ต่างชั้นกัน ให้ยังคงมองเห็นและได้ยินเสียงกันได้เสมอ

แนวคิดทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่กำลังถูกยกระดับขึ้นเป็นคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยจริงอย่าง Sansiri Wellscape Krungthep Kreetha Community โดยมีโครงการนำร่องอย่างบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา ที่ออกแบบบ้านโดยยึดพื้นฐานการใช้ชีวิตและสุขภาวะเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการเปิดตัวสปอร์ตคอมเพล็กซ์อย่าง S Quarter เพื่อเติมเต็ม Ecosystem การอยู่อาศัยและการดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ชีวิตเราได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่ดีไซน์ที่หรูหราอลังการที่สุด… แต่คือดีไซน์ที่ทำงานเงียบๆ อยู่เบื้องหลัง เพื่อคืนสมดุลให้ร่างกาย เติมพลังให้จิตใจ และทำให้เราได้ยินเสียงความสุขของตัวเองในทุกๆ วันที่ได้กลับบ้าน
The post บ้านที่ไม่ต้อง ‘ว้าว’ แต่อยู่แล้วรู้สึกดี: ถอดรหัส 3 วิธีคิด Sansiri WELL เพื่อ Well-Being ในทุกวัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เปิดมาสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงวันแม่ เราว่าหลายคนอาจกำลัง […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 5-11 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เปิดมาสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงวันแม่ เราว่าหลายคนอาจกำลังวางแผนใช้เวลาช่วงวันหยุดกับครอบครัว ชวนคุณแม่ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ หรือหาเวลาพักจากความวุ่นวายแล้วเติมโมเมนต์ดีๆ ให้กับตัวเองและคนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเดินเล่น จิบกาแฟ ดูหนัง ฟังดนตรี หรือทำกิจกรรมใหม่ๆ ด้วยกัน
LIFE This Week เลยคัด 14 กิจกรรมน่าทำมาให้ครบทุกสไตล์ ตั้งแต่เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ ชมหนังกลางเยาวราช คอมมูนิตี้รันและกิจกรรมเวลเนส ไปจนถึงตลาดงานคราฟต์และอีเวนต์ดนตรีริมทะเล จะชวนคุณแม่ เพื่อน คนรัก หรือออกไปใช้เวลากับตัวเองก็รับรองว่าเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่มีอะไรให้ค้นพบ แล้วเลือกกิจกรรมที่ใช่ ปักหมุดวันว่าง แล้วออกไปใช้ชีวิตกันเลย

เหล่า Livies ห้ามพลาด! เพราะทาง Universal Music Thailand ขยายเวลา Olivia Rodrigo “you seem pretty sad for a girl so in love” Album Pop-Up Experience ตามเสียงเรียกร้อง ให้แฟนๆ ได้ไปสัมผัสบรรยากาศที่ได้แรงบันดาลใจจากอัลบั้มใหม่ของ Olivia Rodrigo กันแบบเต็มอิ่ม ทั้งมุมถ่ายรูปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดมู้ดและสไตล์ของอัลบั้มใหม่โดยเฉพาะ เมนูเครื่องดื่มพิเศษ 3 รสชาติ ที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับป๊อปอัปนี้เท่านั้น และเพลิดเพลินกับเพลงจากอัลบั้มใหม่ของ Olivia Rodrigo ที่เปิดตลอดทั้งวัน เติมเต็มบรรยากาศให้เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของอัลบั้ม
When: วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569
Where: Piccolo Vicolo ทั้ง 3 สาขา (สาขาสามยอด, สาขาราชเทวี, สาขาลาซาล)
More Info: Universal Music Thailand

เอาใจคนรักฟิล์มและบรรยากาศวินเทจกับตลาดที่รวบรวมร้านกล้องฟิล์ม ม้วนฟิล์ม อุปกรณ์ถ่ายภาพ แผ่นเสียง งานคราฟต์ และสินค้าจากแบรนด์โลคอลมาไว้ในที่เดียว เดินเลือกของเพลินๆ ก่อนแวะชมวิวริมแม่น้ำช่วงพระอาทิตย์ตก พร้อมซึมซับเสน่ห์ของย่านทรงวาดที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์และพื้นที่สร้างสรรค์
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันนี้ – 12 สิงหาคม 2569
Where: ประตู 100 ปี ทรงวาด โกดังริมน้ำ (ตรงข้าม Adidas ทรงวาด)
More Info: Outdoor Bkk time

เตรียมตัวเปิดบ้านต้อนรับงานใหญ่แห่งปีของสายแต่งบ้านกับมินิอีเวนต์เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ที่ชวนเหล่าเพื่อนพ้องแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยชั้นนำมารวมตัวกัน มอบโปรโมชันสุดพิเศษและส่วนลดสูงสุดถึง 69% พบกับงานเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านคุณภาพเยี่ยมจาก Mobella พร้อมด้วยเพื่อนแบรนด์ดีไซน์ชื่อดัง อาทิ Hawaii Thai, Met, PDM, Plato, Sculpture, Tao Hong Tai (เถ้า ฮง ไท่) และอีกมากมาย ช็อปงานดีไซน์สวยๆ ในราคาพิเศษเพียง 11 วันเท่านั้น
Time: เวลา 10.00-19.00 น.
When: วันที่ 6-16 สิงหาคม 2569
Where: Vibes Ekkamai (Mobella Showroom)
More Info: Mobella

เปลี่ยนค่ำคืนเยาวราชให้กลายเป็นโรงหนังกลางเมือง ที่ชวนคอหนังกลับไปดูภาพยนตร์คลาสสิก 6 เรื่อง ตั้งแต่ Chungking Express, In the Mood for Love, Fallen Angels, Comrades: Almost a Love Story, Pulp Fiction ไปจนถึง Pretty Woman ท่ามกลางบรรยากาศของโรงแรมที่ได้แรงบันดาลใจจากเซี่ยงไฮ้ยุค 1930 เติมเต็มค่ำคืนด้วยภาพยนตร์ มู้ดวินเทจ และเสน่ห์ของย่านเยาวราชที่ไม่เคยหลับใหล
ตารางฉายภาพยนตร์ (Movie Schedule)
Time: ตามรอบฉายภาพยนตร์
When: วันที่ 7-9 สิงหาคม 2569
Where: Shanghai Mansion Bangkok (ถนนเยาวราช)
More Info: Skyline Film Bangkok

หากสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีแพลนไปไหน ขอชวนมาเดินเลือกของใน Pre-Loved Market ตลาดที่รวบรวมเสื้อผ้า ของใช้ และไอเท็มมือสองเก๋ๆ ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ครั้งนี้มาภายใต้ธีม Motherhood ซึ่งตีความความหมายของ “การดูแล” ให้กว้างกว่าแค่ความเป็นแม่ หรือใครก็ตามที่เชื่อในการส่งต่อสิ่งของและเรื่องราวดีๆ ให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันที่ 8-9 สิงหาคม 2569
Where: Friend Friend, Emporium ชั้น 3
More Info: Vintage Agent

ชวนออกไปสัมผัสเสน่ห์ของย่านจักรวรรดิผ่านการวิ่งที่จะพาคุณออกสำรวจตรอกซอกซอย อาคารเก่า และวิถีชีวิตของชุมชนเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านเส้นทางวิ่งระยะประมาณ 5 กิโลเมตร มีให้เลือกทั้งรอบเช้าและรอบเย็น เหมาะสำหรับพี่นักวิ่งและคนที่อยากรู้จักเมืองในมุมใหม่ พร้อมร่วมสร้างสีสันให้ย่านไปกับคอมมูนิตี้นักวิ่ง
Time: 8 สิงหาคม เวลา 06.30 น. / 9 สิงหาคม เวลา 16.30 น.
When: วันที่ 8-9 สิงหาคม 2569
Where: จุดลงทะเบียน ING Tea House, ย่านจักรวรรดิ
More Info: Seuxphen Running Team

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวันแม่ช่วงบ่ายสุดพิเศษกับเวิร์กช็อป Paper Collage โดยศิลปิน Pomme Chan ที่จะพาคุณมาปลดปล่อยจินตนาการ รังสรรค์ผลงานศิลปะตัดแปะกระดาษแฮนด์เมดชิ้นเดียวในโลก เพื่อมอบเป็นของขวัญแทนความรักอันน่าประทับใจให้คุณแม่ พร้อมเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่รายล้อมด้วยผลงานศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ และอิ่มอร่อยกับเซ็ตของหวานสุดพิเศษ เสิร์ฟคู่กับชาหรือกาแฟชั้นดีที่จัดทำขึ้นสำหรับอีเวนต์นี้โดยเฉพาะ
Time: เวลา 13.0-15.00 น.
When: วันที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: GAYA Restaurant & Bar, Sama Garden at BITEC BURI
Admission: 1,600 บาท / ท่าน
More Info: GAYA Restaurant & Bar

สายเฮาส์และเทคโนเตรียมปักหมุด KOLOUR Hua Hin 2026 ที่กลับมาจัดอีกครั้งริมชายหาด The Standard, Hua Hin พร้อมไลน์อัพดีเจชาวไทยทั้งหมด นำโดย MELTMODE (Co-founder Pissawong Records), AN!KA, CIRIYA, BONITA EVERITT และ MARTIN EVERITT ที่จะพาคุณสนุกไปกับดนตรีตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงเที่ยงคืน ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเล พระอาทิตย์ตก และพูลไซด์ของโรงแรมที่แปลงโฉมเป็นเฟสติวัลตลอดหนึ่งวันเต็ม
Time: เวลา 14.00 – 24.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: The Standard, Hua Hin
Tickets: https://megatix.in.th/events/kolour-hua-hin-2026
More Info: Kolour

ชวนน้องๆ นักศึกษาและผู้ที่รักการแต่งภาพมาเติมมู้ดดีๆ ต้อนรับเปิดเทอมกับเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์โดย มายด์ (Mild Little Life) นักสร้างคอนเทนต์ภาพและวิดีโอ ที่จะมาแชร์เทคนิคเปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดาๆ ให้กลายเป็นโปสเตอร์โทนสวยฟีลภาพยนตร์ cinematic แบบง่ายๆ เรียนรู้ตั้งแต่การเกรดสีภาพ การจัดวางไทโปเรฟีและตัวอักษร พร้อมลงมือสร้างสรรค์โปสเตอร์ในสไตล์ของตัวเองด้วยแอปพลิเคชัน Photos และ Pixelmator Pro บน iPad และ MacBook ผู้ไม่มีพื้นฐานก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมและปล่อยไอเดียได้อย่างแน่นอน
(หมายเหตุ: หากสะดวก แนะนำให้นำ iPad ของตนเองมาร่วมกิจกรรม พร้อมดาวน์โหลด Apple Creator Studio ล่วงหน้า เพื่อใช้งาน Pixelmator Pro ได้อย่างราบรื่น)
Time: เวลา 15.00-16.00 น.
When: วันที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: Apple CentralwOrld
Booking: https://www.apple.com/
More Info: Apple

หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองหลวงมาผ่อนคลายกายใจกับเวิร์กช็อปสุขภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟรับเทศกาลวันแม่ ที่จำกัดผู้เข้าร่วมเพียง 6 ท่านเท่านั้น เพื่อประสบการณ์แบบอินทิเมตและเป็นกันเอง เริ่มต้นช่วงบ่ายด้วยการเล่น Mat Pilates รายล้อมด้วยบรรยากาศธรรมชาติ ต่อด้วยพิธีชงชาไทยแบบฝึกสติ จากนั้นลงมือประดิษฐ์งานแฮนด์เมด Jasmine Mandala จากดอกมะลิ ปิดท้ายด้วยการจิบชา Afternoon Tea พูดคุยแลกเปลี่ยนพลังบวกในบรรยากาศสบายๆ
Time: เวลา 15.00-18.00 น.
When: วันที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: โรงแรม เดอะ สุโขทัย กรุงเทพฯ (The Sukhothai Bangkok)
Admission: ราคา Early Bird 1,890 บาท (สำรองที่นั่งภายในวันที่ 5 ส.ค.) / ราคาปกติ 1,990 บาท
Booking: LINE OA @Formalab
More Info: Formalab Bangkok

ปรากฏการณ์ใหม่ของไลฟ์สไตล์เฟสติวัลกลางแจ้งใจกลางเมือง ที่ผสานการออกกำลังกาย ดนตรี เวลเนส และพลังของคอมมูนิตี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว “Beats & Run & Party: The Festival” คาดการณ์ต้อนรับผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คนในวันเดียว โดยความร่วมมือจากคลับวิ่งและสตูเวลเนสชั้นนำทั่วไทย ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนถึงหาดใหญ่ เปิดพื้นที่ให้คุณออกแบบวันพักผ่อนในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระผ่าน 6 โซนไฮไลต์
Time: เวลา 15.00-22.00 น.
When: วันที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Stadium)
Dress Code: Sportswear พร้อมแว่นกันแดดคู่ใจ
Admission:
Ticket: https://megatix.in.th/
More Info: Sawasdee Cup Coffee Party

ชวนเหล่าน้องสุนัขพันธุ์ดัชชุนขาสั้นขวัญใจทุกคน และคุณพ่อคุณแม่มาร่วมเดินเล่นยามเช้าสุดน่ารักระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ในกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้พบปะเพื่อนใหม่ เดินรับอากาศบริสุทธิ์รอบสวนเบญจกิติ และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมงาน
หมายเหตุ: น้องๆ ต้องอยู่ในสายจูงเสมอ ได้รับวัคซีนครบถ้วน และอยู่ในการดูแลของเจ้าของตลอดกิจกรรม
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
When: วันที่ 9 สิงหาคม 2569
Where: สวนเบญจกิติ (จุดลงทะเบียนบริเวณวงเวียนหน้า QSNCC)
Admission: เข้าร่วมกิจกรรมฟรี ได้ทาง https://luma.com/
More Info: BKK DOG SCTY.

เฉลิมฉลองเทศกาลวันแม่ท่ามกลางความเงียบสงบใต้มหาสมุทรกับประสบการณ์ Sound Healing บำบัดด้วยคลื่นเสียงและบำบัดประสาทสัมผัสทั้ง 5 รายล้อมด้วยสัตว์ทะเล นำโดย Sound Healers มืออาชีพ คุณโอม (Inner Healing Club) และ คุณซินดี้ พิเศษสำหรับสัปดาห์วันแม่ ผู้เข้าร่วมจะได้มาส์กหน้าด้วย Respire Premium Hydrogel Face Mask ระหว่างทำกิจกรรม พร้อมรับ Wellness Goodie Bag สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และของขวัญพิเศษเพิ่มเติมสำหรับคุณแม่ทุกคน
Time: เวลา 07.30-09.00 น.
When: วันที่ 9 สิงหาคม 2569
Where: SEA LIFE Bangkok, สยามพารากอน
Admission: 1,990 บาท / ท่าน (จำกัดเพียง 37 ที่นั่งเท่านั้น)
Dress Code: สี Baby Blue, Soft White หรือ Dusty Rose
More Info: The Pawse Club

ยกระดับการดูแลกายใจรับยามเช้าไปกับประสบการณ์เวลเนสสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนชั้น 58 เหนือใจกลางกรุงเทพฯ ผสาน 3 กิจกรรมไฮไลต์เพื่อการรักและดูแลตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับสิทธิ์ All Access ชมวิวเมือง 360 องศาบนจุดชมวิวของ AKARA Sky Hanuman พร้อมรับของขวัญเซอร์ไพรส์จากแบรนด์พาร์ทเนอร์
Time: เวลา 08.00-10.40 น.
When: วันที่ 9 สิงหาคม 2569
Where: AKARA Sky Hanuman (อาคาร One City Centre)
Admission: สำรองที่นั่งผ่าน Google From Link › (จำกัดเพียง 80 ท่าน)
More Info: YPS Your PILATES Sister
ภาพ: Courtesy of Event
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 5-11 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยุคนี้อุปกรณ์ตกแต่งเสปซดูจะไร้เส้นแบ่งระหว่างฟังก์ชันกั […]
The post เทรนด์ Avant-garde Lighting โคมไฟดีไซน์ล้ำ ที่เปลี่ยนสเปซให้ดูสะดุดตา appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยุคนี้อุปกรณ์ตกแต่งเสปซดูจะไร้เส้นแบ่งระหว่างฟังก์ชันกับศิลปะมากขึ้นทุกที เทรนด์การตกแต่งพื้นที่ไม่ได้เน้นแค่การใช้งานและความสวยงามเท่านั้น แต่เหนือขึ้นไปอีกขึ้นคือการสร้างเอกลักษณ์ให้โดดเด่นแตกต่างไม่ซ้ำใคร หนึ่งในเทรนด์น่าสนใจที่กำลังกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในตอนนี้ก็คือ Avant-garde Lighting Design การตกแต่งไฟส่องสว่างแบบฉีกขนบที่ข้ามขั้นไปมากกว่าแค่เรื่องของฟังก์ชัน ถึงขนาดที่บางสื่อใหญ่ระดับโลกด้านอินทีเรียดีไซน์ยังบอกว่าปี 2026 นี้เป็น The Year of Statement Lighting ปีแห่งโคมไฟดีไซน์โดดเด่นกันเลยทีเดียว

อย่างในงาน Milan Design Week 2026 ปีนี้อุปกรณ์ส่องสว่างที่ยังคงโดดเด่นเสมอก็คือแชนเดอเลียร์ โดยเฉพาะการตีความโคมไฟระย้าในยุคใหม่ที่ดูฉีกขนบไปมากแต่ก็สร้างสรรค์ได้สะกดทุกสายตาเช่นกัน แบรนด์ที่เลี้ยงกระแสนี้มาเป็นอย่างดีตลอดต้องยกให้ตัวท๊อปอย่าง Baccarat แบรนด์เก่าแก่ชื่อดังของฝรั่งเศสที่ยังคงทำโปรเจกต์เชิญดีไซน์เนอร์ตลอดจนศิลปินชื่อดังมาแปลงโฉมแชนเดอเลียร์รุ่นคลาสสิกของตัวเองให้กลายเป็นงานอาร์ตระดับไอคอนิกอย่างต่อเนื่อง ผลงานในปีนี้ก็คือ Mille Fleurs ที่เชิญศิลปินชาวอังกฤษ Bethan Laura Wood มาแปลงโฉมโคมไฟระย้า Zénith Chandelier อันเป็นแชนเดอเลียร์ทรงบาโรกช่วงกลางศตวรรษที่ 19 รุ่นไอคอนิกหรูหราคลาสสิกระดับตำนาน ตีความดีไซน์ใหม่โดยรื้อโครงสร้างทั้งหมดแล้วนำมาประกอบขึ้นใหม่ให้กลายเป็น Modern Chandelier กลิ่นอายอาวองการ์ดที่แฝงความคิวท์ได้อย่างน่าสนใจ

อีกหนึ่งความอาวองการ์ดที่ถูกจับตาในเทศกาลนี้ก็คือ LUMIAC ของ Andrea Mancuso ที่ชื่อย่อมาจาก Light Unit Mechanized Intelligence Apparatus Computer โดยตั้งใจให้สอดคล้องกับ MANIAC อันเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นแรก ๆ ของโลกที่พัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 โคมไฟเพดานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากแขนขาจักรกลหุ่นยนต์สุดล้ำ แถมยังเป็นศิลปะสไตล์ Kinetic Art ในตัวที่ออกแบบให้โครงสร้างขยับไปมาได้ ปรับเปลี่ยนวิชวลไม่ให้จำเจและสร้างความตื่นตาตื่นใจไปพร้อมกัน

อีกหนึ่งโคมไฟอาวองการ์ดสุดอลังการในตำนานที่จะลืมไม่ได้และยังคงร่วมสมัยอยู่เสมอก็คือผลงานแชนเดอเลียร์แฟนตาซีสุดประณีตที่มาในเฉดสีลูกกวาดป๊อบอาร์ตสะดุดตาเสมอของ Dele Chihuly ศิลปินเป่าแก้วสุดครีเอทเบอร์ต้นของโลก ทุกวันนี้เธอยังสร้างสรรค์โคมไฟสไตล์อาวองการ์ดสุดอาร์ตออกมาเสมอ แต่ผลงานที่ดูเหมือนจะเป็นชิ้นมาสเตอร์พีชที่สุดก็คือ The Chihuly Chandelier ที่แขวนอยู่ในโถงพิพิธภัณฑ์ Victoria and Albert Museum ในกรุงลอนดอนอย่างงดงามอลังการ และสร้างลุคคอนทราสต์ได้อย่างโดดเด่นสะดุดตาที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจของการตกแต่งไฟสไตล์อาวองการ์ดในยุคนี้ถึงแม้ดีไซน์จะเน้นฟอร์มไปทาง Art Shape & Sculpture Form ที่หลากหลายแปลกตามากขึ้นแต่ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมให้ความสำคัญกับเรื่องของฟังก์ชันและการใช้งานให้เหมาะสมกับพื้นที่จริงด้วยเช่นกัน การออกแบบยอดนิยมนั้นมีตั้งแต่รูปทรงไร้ฟอร์อมตายตัว (Freeform & Freestyle), รูปทรงธรรมชาติอิสระ (Organic Forms), ดีไซน์สไตล์อสมมาตร (Asymmetric Balance), ไปจนถึงวิชวลสไตล์เรขาคณิต (Geometric) ที่เล่นกับเส้นสายและรูปทรงเหลี่ยมได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากความอาวองการ์ดแบบอาร์ตตะโกนที่เน้นดีเทลและอารมณ์เชิงศิลป์แล้ว อีกด้านเทรนด์ของความอาวองการ์ดเรียบง่ายแต่เท่ทว่าแอบตะโกนแบบเงียบ ๆ ไม่น้อยหน้ากันนี้ก็มาแรงเช่นกัน ดีไซน์ลักษณะนี้จะอิงไปทางการออกแบบเชิงกราฟิกและสถาปัตยกรรมเสียมากกว่า โดยเฉพาะการนำเส้นสายและรูปทรงเรขาคณิตเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ หนึ่งในงานดีไซน์เรียบง่ายแต่ทรงพลังมากก็คือ Jewels after Jewels after Jewels ที่ Michael Anastassiades ออกแบบให้กับแบรนด์ดังอย่าง Flos โดยนำหลอดไฟเส้นยาวมาขดเป็นฟอร์มสี่เหลี่ยมและวงกลมเรียงซ้อนกันเท่านั้นเอง แต่ก็สามารถสร้างมิติแปลกตาได้อย่างยอดเยี่ยม

อีกชิ้นที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ Cascade ของ Lee Broom ดีไซน์เนอร์ชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ (ที่กระแสกำลังมา) โดดเด่นในสไตล์เรขาคณิตเช่นกัน ผลงานนี้ร่วมสร้างสรรค์กับ Lladró แบรนด์พอร์ซเลนในตำนานจากสเปน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไฟกระดาษโบราณ ทว่าตัวโคมไฟจริงนั้นผลิตจากเซรามิกเนื้อละเอียดโปร่งแสงที่หล่อรูปทรงเลียนแบบโคมกระดาษอย่างเหมือนเป๊ะ หากดูเป็นโคมไฟเส้นเดียวยังไม่เท่าไรแต่มันสามารถนำหลายเส้นสายมาแขวนรวมกันเป็นแชนเดอเลียร์ล้ำยุคลุคใหม่ได้ทันที ผลงานนี้ยังเพิ่งจะคว้ารางวัล Best Lighting จากเวที ELLE DECO International Design Awards 2026 มาหมาด ๆ ด้วย

อีกหนึ่งสไตล์เรียบง่ายแต่ทรงพลังและเหมาะสำหรับคนที่อยากอาวองการ์ดแบบไม่ตะโกนก็คือผลงาน Freeform Luminaire นี้ออกแบบโดย John Procario ดีไซน์เนอร์ที่โดดเด่นในด้านโคมไฟเส้นสายอิสระพริ้วไหว แต่อัตลักษณ์ที่ทำให้ดีไซน์ของเขาโดดเด่นอย่างแตกต่างก็คือการผสานวัสดุไม้สุดพิถีพิถันเข้าไปได้อย่างน่าสนใจทำให้กลายเป็นงาน Modern Craft สุดล้ำเปี่ยมเสน่ห์ในทันที หรืออีกหนึ่งงานที่โดดเด่นบนสื่อในปีนี้ก็คือ Andromeda ของ Lindsey Adelman ที่ผสมผสานแผ่นวีเนียร์หินอ่อนลายธรรมชาติฟอร์มเรขาคณิตเข้ากับงานเป่าแก้วทรงออร์แกนิกเนื้อขุ่นผิวขรุขระซึ่งเป็นส่วนของโคมไฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหินอุกกาบาตนอกโลก วางทับซ้อนสะเปะสะปะเพื่อสื่อถึงจักรวาลไร้ระเบียบที่เต็มไปด้วยดาวฤกษ์มากมาย

กลิ่นอายเรขาคณิตยังถูกนำไปต่อยอดสู่การออกแบบสไตล์ Parametricism บนพื้นฐานสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย ผลงานระดับมาสเตอร์พีชแห่งยุคก็คือ Aria Infinita ของแบรนด์ Slamp ที่นำแชนเดอเลียร์อาวองการ์ด Aria ดีไซน์ล้ำรุ่นดั้งเดิมของ Zaha Hadid มารีครีเอทเป็นเวอร์ชันใหม่ปี 2023 เพื่อร่วมฉลองในวาระครบรอบ 10 ปีของโคมไฟรุ่นเจ๋งนี้รวมถึงเพื่อรำลึกและเป็นเกียรติให้กับการจากไปของเธอด้วย แนวคิดการออกแบบครั้งนี้ก็คือการต่อยอดคอนเซ็ปต์ Modular Luminous Waves
เดิมให้ขยายคลื่นไหลลื่นยาวต่อเนื่องออกไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ส่วนอีกเทรนด์ที่กำลังมาแบบเงียบ ๆ แอบตะโกนอยู่เบา ๆ (และจะยิ่งตะโกนดังขึ้นเรื่อย ๆ) ก็คือดีไซน์ไฟส่องสว่างสุดล้ำผสมผสานการเร้าอารมณ์ร่วม (Sensory and Immersive Experience Lighting) ที่มีการนำลูกเล่นต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาเสริมทัพเพื่อทำให้โคมไฟตอบสนองผู้ใช้งานและสเปซได้หลากหลายมิติมากขึ้น สร้างประสบการณ์พิเศษเหนือกว่าเดิม หนึ่งในงานดีไซน์ที่ครองหน้าสื่อไปทั่วโลกปีนี้ก็คือ Drifting Lights ของ Preciosa แบรนด์ครัสตัลระดับตำนานของสาธารณรัฐเช็กที่ครีเอทแผ่นแก้วเนื้อพรายฟองอากาศขนาดเล็กแล้วฝัง LED ไว้ตรงขอบโครงเหล็กเพื่อฉายแสงกระทบฟองอากาศแล้วหักเหแสงได้หลากหลายอารมณ์ สามารถปรับโหมได้ทั้งแบบไฟนิ่งสีเดียว (Static Lighting) หรือไล่เฉดไฟหลากสี (Dynamic Lighting) ร่วมกับเทคโนโลยี 3D Spatial Mapping เพื่อเล่นจังหวะการเปลี่ยนสีพร้อมปรับทิศทางแสงหลากหลายได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ยังมีงานดีไซน์โคมไฟสไตล์อาวองการ์ดที่น่าสนใจอีกมากมายหลากหลายรูปแบบที่ไม่ได้หยิบยกมาพูดถึงในบทความนี้ ตลอดจนมีการสร้างสรรค์ดีไซน์ล้ำยุคใหม่ ๆ มาให้อัพเดทกันอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน ถึงแม้เทรนด์หรูหราแบบเงียบจะจุดติดมาพักใหญ่แล้ว แต่ขณะเดียวกันเทรนด์ล้ำยุคแบบตะโกนก็ไม่ได้แผ่วลงเลยเช่นกัน ความอาวองการ์ดยังคงร่วมสมัยและมีเสน่ห์อยู่เสมอเช่นเคย
อ้างอิง
The post เทรนด์ Avant-garde Lighting โคมไฟดีไซน์ล้ำ ที่เปลี่ยนสเปซให้ดูสะดุดตา appeared first on THE STANDARD.
]]>
เข้าสู่ช่วงสัปดาห์หยุดยาวที่หลายคนรอคอย เชื่อว่าตอนนี้บ […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 29 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เข้าสู่ช่วงสัปดาห์หยุดยาวที่หลายคนรอคอย เชื่อว่าตอนนี้บางคนคงมีแพลนทริปในใจกันเรียบร้อย พร้อมสำหรับการหยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ บ้างก็เดินทางกลับต่างจังหวัดไปชาร์จแบตที่บ้านเกิด หรือบางคนก็เลือกปักหลักอยู่ในเมือง เพราะไม่อยากนั่งแช่บนถนนหรือแย่งกันเที่ยวทางไกล
และช่วงเวลาที่เมืองโล่งๆ แบบนี้ ก็เหมาะกับพาตัวเองออกไปสโลว์ดาวน์และเอ็นจอยไวบ์ดีๆ กัน LIFE This Week ในสัปดาห์นี้เลยมัดรวมกิจกรรมดีๆ มาให้ ไม่ว่าจะเป็น คอมมูนิตี้งานวิ่งให้ได้ขยับร่างกาย, นิทรรศการศิลปะ, เดินช้อปชิลๆ ที่ Flea market, ดูละครเวทีฟีลดี ไปจนถึงงานปาร์ตี้สุดมันส่งท้ายค่ำคืน ปักหมุดพิกัดที่ชอบ แล้วออกไปเที่ยวกันเลย

เชื่อมั้ยว่าย่านเก่าแก่สุดคลาสสิกอย่างตลาดน้อย-เจริญกรุง ยังมีรายละเอียดเล็กๆ และจุดลับน่าค้นหาซ่อนไว้อีกเพียบ? โปรเจกต์ เจริญ CITYZEN: เจริญพุง Edition โดย The Corner House Bangkok ชวนทุกคนออกมาสโลว์ดาวน์และตั้งวงกินเที่ยวในย่านประวัติศาสตร์ ที่เชื่อมโยงเรื่องราวของชุมชน อาหาร และงานศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ความสนุกเริ่มต้นด้วยการมารับสมุดบันทึกเล่มพิเศษ CITYZEN ID & Journal ที่จุดเริ่มต้น ณ อาคาร The Corner House ปากซอยเจริญกรุง 35 แล้วออกไปสวมบทนักสำรวจย่าน เดินสะสมแสตมป์ตามพิกัดร้านอร่อยในตำนาน คาเฟ่สุดฮิป และพื้นที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น ชามกรุง, แต้เล่าจิ้นเส็ง, ก๋วยเตี๋ยวรู ตลาดน้อย, Rice9gelato, Sunset Coffee Roasters, Envies, จิตตวิไล รวมไปถึงการแวะเสพงานอาร์ตบรรยากาศอบอุ่นใน Mini Gallery ‘Served with art’ ณ Charmgall โดยเมื่อสะสมแสตมป์ครบตามเงื่อนไข สามารถนำมาลุ้นรับของรางวัลพิเศษกลับบ้านได้อีกด้วย
Time: เวลา 11.00-19.00 น.
When: วันนี้ – 30 กรกฎาคม 2569 (เฉพาะวันอังคาร-วันอาทิตย์)
Where: ย่านตลาดน้อย-เจริญกรุง
More Info: THE CORNER HOUSE

ต้อนรับโปรแกรมซีรีส์ประจำปี 2569 ของ A Friend From Afar จากทีมบ้านตรอกถั่วงอก พื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางเมืองเก่าที่ชวนศิลปินและนักสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมถักทอเรื่องราวและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประเดิมอีเวนต์แรกด้วยการต้อนรับ TANCHEN Studio สตูดิโอสิ่งทอร่วมสมัยชื่อดังจากสิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้ ก่อตั้งโดย Sanchia Tan และ Amber Chen ที่จะพาคุณย้อนกลับมาตั้งคำถามถึงสิ่งของที่เราเลือกพกติดตัว ผ่านเวิร์กชอปสานกระเป๋าตาข่ายด้วยมืออันเป็นเอกลักษณ์
เพียงนำสิ่งของชิ้นสำคัญที่มีความหมายต่อใจและมักพกติดตัวเสมอมา 1 ชิ้น Amber และ Sanchia จะพาคุณลงมือเรียนรู้เทคนิคการทอและสานพื้นฐาน เพื่อรังสรรค์ภาชนะหรือกระเป๋าสานตาข่ายสไตล์มินิมัลรูปทรงเฉพาะตัวสำหรับโอบอุ้มวัตถุชิ้นนั้น พร้อมล้อมวงพูดคุย แบ่งปันเรื่องราว และเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันในบรรยากาศสุดอบอุ่นและเป็นกันเอง
Time: เวลา 10.00-12.00 น.
When: วันที่ 30-31 กรกฎาคม 2569
Where: The Living Room ชั้น 4, บ้านตรอกถั่วงอก
Admission: ราคา 1,750 บาทต่อท่าน (รวมเครื่องดื่มต้อนรับฟรี 1 แก้ว)
More Info: Baan Trok Tua Ngork

นับถอยหลังอีกไม่กี่วันก่อนนิทรรศการจะจบลง ดิบ บางกอก จัดปาร์ตี้ส่งท้ายสุดยิ่งใหญ่ ‘To Be Continued Party’ สำหรับนิทรรศการเปิดตัวอย่าง (In)visible Presence (ล่อง(ไม่)หน) ชวนทุกคนมาร่วมเก็บตกงานศิลป์ระดับโลกก่อนยกออก พร้อมเอ็นจอยไปกับกิจกรรมครีเอทีฟ ดนตรี และความทรงจำดีๆ ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่การทำเวิร์กชอปสกรีนเสื้อ พกกล้องฟิล์มท่องมิวเซียม ไปจนถึงดีเจเซ็ตสุดชิล แล้วปิดท้ายความฟินด้วยคอนเสิร์ตเล่นสดจาก Tilly Birds ที่จะมาเปลี่ยนคืนวันศุกร์ธรรมดาให้กลายเป็นปาร์ตี้ทรงจำสุดพิเศษ
กิจกรรมภายในงาน
Time: เวลา 10.00-21.00 น.
When: วันที่ 31 กรกฎาคม 2569
Where: ดิบ บางกอก (dib Bangkok), สุขุมวิท 40
Admission: บัตรเข้าชมนิทรรศการ บัตรทั่วไป 700 บาท บัตรชาวไทย 550 บาท
Booking: https://dibbangkok.org/
More Info: dibbangkok

ขยับมาเสพไวบ์ความเท่ระดับรันเวย์! Balenciaga เนรมิตพื้นที่ร้าน MATCHA PEOPLE อารีย์ ให้กลายเป็นป๊อปอัปครั้งแรกในไทยที่ผสมผสานแฟชั่นระดับไฮเอนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์เวลเนสอย่างลงตัว เพื่อเฉลิมฉลองเปิดตัวคอลเล็กชัน Balenciaga TechWear (จากคอลเล็กชัน Fall 26 Body & Being)
ภายในร้านถูกแปลงโฉมเป็นโชว์รูมเชิงอิมเมอร์ซีฟในดีไซน์แบบมินิมัลลิสต์ยิม ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายอย่าง เคตเทิลเบล เชือกกระโดด และลวดลายกราฟิก ‘Balenciaga Bodies’ พร้อมรังสรรค์เมนูสุขภาพสุดเอกซ์คลูซีฟที่มีให้สัมผัสเฉพาะที่ป๊อปอัปนี้เท่านั้น
Exclusive Menu
Time: เวลา 08.00-17.00 น.
When: ตั้งแต่วันนี้ – 2 สิงหาคม 2569
Where: MATCHA PEOPLE อารีย์
More Info: MATCHA PEOPLE

ใครมองหาพิกัดเดินชิลยามเย็นปลายสัปดาห์นี้ ‘Warehouse Flea Market’ กำลังจะกลับมาจัดอีกครั้ง โดยรอบนี้เขาขนทั้งงานศิลปะ สินค้าวินเทจ เสื้อผ้า แฟชั่น และงานคราฟต์ทำมือมาให้เดินเลือกเพลินๆ พร้อมกิจกรรมน่ารักๆ อย่างเวิร์กชอปทำเครื่องประดับ Upcycled Jewelry และวาดภาพไพ่ทาโรต์สด (Live Tarot Portraits) แถมยังมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้แวะเติมพลังตลอดคืน เดินได้ยาวๆ ตั้งแต่เย็นยันเที่ยงคืน บรรยากาศเป็นกันเอง และที่สำคัญคือพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นด้วยกันได้
Time: เวลา 18.00-00.00 น.
When: วันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569
Where: The Warehouse Bangkok ตลาดน้อย
More Info: thewarehousebkk

งานวิ่งยามเย็นสำหรับสายกินสายจอย กับ City Run ในระยะทางเลือกได้ตามชอบ มีตั้งแต่ 2.4 กม. หรือ 5 กม. ก็ได้ และหลังจากวิ่งเสร็จแล้ว ก็ได้แวะเติมพลังด้วยซีเรียลโปรตีนช็อกโกแลตกรุบกรอบ ก่อนจะยกแก๊งเดินไปนั่งเล่นบอร์ดเกม หัวเราะ และแฮงเอาต์ต่อกันยาวๆ ที่ The Commons ศาลาแดง แต่ถ้าหากว่าใครไม่สะดวกเล่นเกมต่อ จะแยกย้ายหลังวิ่งเสร็จก็ได้เหมือนกัน
Time: เวลา 17.00-18.45 น.
When: วันที่ 1 สิงหาคม 2569
Where: U Chu Liang (อาคารอื้อจือเหลียง), พระราม 4
More Info: healthmeupclub

ปลุกสัญชาตญาณความเสือในตัวคุณแล้วออกไปลุยเมืองกับ THE TIGER SCOUT MISSION กิจกรรม City Run ระยะทาง 4 กิโลเมตร ที่เกิดจากการแท็กทีมระหว่าง VPR และ BOTR Coffee Stand สนับสนุนโดย Tiger Balm ชวนสายวิ่งออกไปผจญภัย สำรวจเส้นทางใหม่ๆ และค้นหาจุดลับน่าสนใจของกรุงเทพฯ ยามเช้า ก่อนจะกลับมาเข้าค่าย Tiger Base Camp เพื่อจิบกาแฟ รับพลังงานบวกและรอพบกับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษหลังเข้าเส้นชัย
Time: เวลา 06.30 น. เป็นต้นไป
When: วันที่ 2 สิงหาคม 2569
Where: BOTR Coffee Stand จตุจักร
Dress code: เสื้อสีขาว กางเกงสีดำ
More Info: BOTR Coffee

เอาใจสายแอ็กทิฟ กับงานวิ่ง ‘Comma And Run Club EP.1 – Sunday Reset’ ในระยะกำลังดี 3 กม. ที่ชวนพาร่างกายออกมารับลมยามเช้าและรีเซ็ตพลังงานบวก มู้ดงานเน้นความเบาสบายและเป็นกันเองและไม่ต้องกังวลเรื่องความเร็ว เพราะเป้าหมายคือการออกมาขยับร่างกายยืดเส้นยืดสาย และเอ็นจอยบรรยากาศ Post-run Wellness Party หลังวิ่งเสร็จ ถือเป็นการแฮงเอาต์พูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆ ในคอมมูนิตี้เดียวกัน
Time: เวลา 08.30-11.00 น. (เริ่มลงทะเบียน 08.30 น.)
When: วันที่ 2 สิงหาคม 2569
Where: ร้าน Comma And ชั้น 1, เซ็นทรัลเวิลด์ (ฝั่งพระตรีมูรติ)
More Info: Fullhouse Wellness Club

เช้าวันอาทิตย์นี้ เริ่มต้นวันดีๆ ด้วย Mini Pilates และ City Run ที่จะพาทุกคนมวิ่งในระยะ 2.7 กม. ไปด้วยกัน หลังจากนั้นก็จะเรียนรู้ท่าพิลาทิสง่ายๆ ที่ใช้ได้จริง สำหรับใครที่อยากรีเฟรชตัวเอง เปิดรับเอเนอร์จีดีๆ ต้องมางานนี้เลย และอย่าลืมเตรียมเสื่อโยคะมาด้วยนะ
Time: เวลา 06.20-09.00 น.
When: วันที่ 2 สิงหาคม 2569
Where: The Breathing Room Studio, P23 Tower, ชั้น 9, สุขุมวิท 23
More Info: Mellow Sundae

ถ้าใครฟังเพลงของ PUN แล้วชอบอินไปกับมู้ดและอารมณ์เพลง ตอนนี้มีนิทรรศการดนตรีแบบอิมเมอร์ซีฟ ‘Museum of Somnia’ เปิดให้แวะไปท่องโลกความฝันกัน ซึ่งในงานนี้เขาจะเปลี่ยนเพลงของ PUN ให้กลายเป็นงานภาพ วิชวล และสเปซเสมือนจริงที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความโหยหา การจากลา และความหวัง
กิมมิกน่าสนใจคือในแต่ละรอบ 60 นาที ระบบจะสุ่มฤดูกาลให้เราได้เจอ 1 ใน 3 แบบ (Summer, Rain หรือ Autumn-Winter) ทำให้บรรยากาศการเข้าชมของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย แถมช่วงท้ายยังเปิดโอกาสให้เลือกตอนจบด้วยตัวเองว่าอยาก ‘Wake’ เพื่อตื่นกลับสู่ความเป็นจริง หรือ ‘Snooze’ ขออยู่ต่อในความทรงจำอีกสักพัก
Time: เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. (เข้าชมรอบละ 60 นาที)
When: ตั้งแต่วันนี้ – 8 สิงหาคม 2569
Where: centralwOrld LIVE ชั้น 8
More Info: PUN OFFICIAL , centralwOrld

ช่วงนี้ใครผ่านไปผ่านมาแถวทรงวาด ต้องลองแวะเข้าไปดู Pop-Up Store ใหม่ของ Matter Makers ที่ Sit In Soi กันสักหน่อย เพราะรอบนี้เขามาในคอนเซปต์ ‘HAVE YOU SEEN “HOTDOG”?’ พร้อมเปิดตัวเสื้อยืดลาย HOTDOG รุ่นพิเศษให้ได้ช้อปกัน แล้วยังมีกิมมิกถ่ายรูปตามจุดต่างๆ อีกด้วย ใครมีแพลนไปเดินเล่นหาของกินแถวทรงวาดช่วงวันหยุดนี้ ลองแวะไปเช็กอินกันเลย
Time: วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 10.00-19.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น.
When: วันนี้ – 5 สิงหาคม 2569
Where: Sit In Soi, ทรงวาด
More Info: mattermakers

เอาใจสาย Audiophile และคนรักเสียงดนตรีระดับไฮเอนด์ กับการกลับมาอีกครั้งของ Devon Turnbull (Devon Ojas) ที่ข้ามฟ้ามาร่วมเปิดประสบการณ์ฟังเพลงสุดเอ็กซ์คลูซีฟใน Klipsch x Ojas Listening Room จัดแสดงลำโพงรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันระดับตำนานอย่าง Klipsch x Ojas kO-R2 ลำโพงแฮนด์เมดทรงเสน่ห์ที่ประกอบด้วยความประณีตจาก Hope, Arkansas สหรัฐอเมริกา ชูจุดเด่นด้วยดีไซน์แตร multisectoral อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ojas คู่กับตู้ไม้ Baltic birch มอบสัมผัสเสียงอันทรงพลังและสมบูรณ์แบบที่สุด
ร่วมสัมผัสและทดลองฟังมิติเสียงระดับมาสเตอร์พีซผ่านแผ่นเสียงไวนิลที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ภายในบรรยากาศ Listening Room สุดเท่ใจกลางเมือง พร้อมเปิดโอกาสให้สายสะสมได้ Pre-order ลำโพงรุ่นพิเศษนี้ที่มีจำนวนจำกัด
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569
Where: SIWILAI Store ชั้น 2, Central Embassy
More Info: SIWILAI

ถ้าใครเห็นประโยคคลาสสิกอย่าง “Hell is other people” (นรกคือคนอื่น) ผ่านตามาบ้าง แล้วถ้าหากว่าประโยคนี้ได้เกิดเป็นภาพจริงๆ ขึ้นมา กับละครเวทีดาร์กคอเมดีเรื่อง ‘No Exit’ ที่เป็นบทละครระดับมาสเตอร์พีซของ Jean-Paul Sartre เตรียมมาจัดแสดงให้ชมกันที่ River City Bangkok ในเดือนสิงหาคมนี้
ความน่าสนใจคือทาง Guhā Productions นำบทละครยุค 1940s มาตีความใหม่ให้สะท้อนการสร้างตัวตนของผู้คนในยุคโซเชียล เล่าเรื่องผ่านตัวละคร 3 คนที่ต้องมาติดอยู่ในโลกหลังความตายโดยไม่มีทางออก และไม่มีเครื่องมือทรมานใดๆ นอกจากมนุษย์ด้วยกันเองที่คอยทรมานกัน เป็นละครที่ทั้งขบขันแบบดาร์กๆ และชวนกลับมาตั้งคำถามถึงการมีชีวิตไปพร้อมกัน กำกับการแสดงโดย วรา หงส์ นำแสดงโดย นัท-พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ และทีมนักแสดงมากฝีมือ
หมายเหตุ: การแสดงความยาวประมาณ 90-120 นาที / จัดแสดงเป็นภาษาไทย พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ
Time: มี 2 รอบการแสดง 13.00 น. และ 19.00 น.
When: วันที่ 1-16 สิงหาคม 2569 (ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์)
Where: RCB Forum ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
More Info: River City Bangkok , GUHĀ PRODUCTIONS

ชมงานศิลป์บำบัดจิตใจไปกับนิทรรศการจิตรกรรมเดี่ยวครั้งแรกของ รัตน์ โอสถานุเคราะห์ ที่รวบรวมผลงานภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าใบกว่า 30 ชิ้น บอกเล่าและถ่ายทอดความทรงจำอันลึกซึ้งที่มีต่อมารดาผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ผ่านภาษาของสีสัน รูปทรง และสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์
ถ่ายทอดผลงานชุดนี้ด้วยเทคนิค Intuitive Painting หรือการปล่อยให้สัญชาตญาณและอารมณ์นำทางโดยไม่ร่างแบบล่วงหน้า ได้รับอิทธิพลทางทัศนศิลป์จากศิลปินระดับโลกอย่าง Marc Chagall และ Vincent van Gogh ผลงานแต่ละชิ้นสะท้อนถึงความเปราะบาง ความวิตกกังวล และความไม่แน่นอนในชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความรัก ความอ่อนโยน และความเข้มแข็ง ชวนให้ผู้ชมได้สโลว์ดาวน์และร่วมค้นหาความหมายของการเยียวยาจิตใจไปพร้อมกัน
Time: เวลา 08.00 – 17.00 น.
When: วันที่ 1-22 สิงหาคม 2569
Where: noble PLAY เพลินจิต
ภาพ: Courtesy of Event
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 29 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับใครหลายคน City Pop ไม่ได้ถูกจดจำผ่านเสียงดนตรีเพี […]
The post ครั้งแรกในไทย! Hiroshi Nagai: Summer Dreaming นิทรรศการเดี่ยวของผู้สร้างภาพจำแห่งยุค City Pop appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับใครหลายคน City Pop ไม่ได้ถูกจดจำผ่านเสียงดนตรีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาพท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม สระว่ายน้ำสีเทอร์ควอยซ์ ต้นปาล์ม และบ้านริมทะเลที่ชวนให้นึกถึงวันพักผ่อนในฤดูร้อน ภาพเหล่านี้คือผลงานของ Hiroshi Nagai (ฮิโรชิ นากาอิ) ศิลปินชาวญี่ปุ่นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพจำของวัฒนธรรม City Pop ผ่านงานภาพประกอบที่ปรากฏบนปกอัลบั้ม หนังสือ นิตยสาร และสื่อสิ่งพิมพ์มาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970
ล่าสุด ชาวไทยแบบเราจะได้ชมผลงานของเขาอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกผ่านนิทรรศการ Hiroshi Nagai: Summer Dreaming ซึ่งจัดขึ้นที่ River City Bangkok ระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 ภายในงานรวบรวมผลงานออริจินัลกว่า 30 ชิ้น พร้อมผลงานใหม่ล่าสุด 4 ชิ้น ผลงานอาร์ไคฟ์จากช่วง 1980s-2010s รวมถึงปกแผ่นเสียง Record Jacket Designs ที่สะท้อนบทบาทของเขาต่อคัลเจอร์ City Pop และงานภาพประกอบญี่ปุ่น นอกจากนี้ นิทรรศการยังเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างทีมผู้จัดจากญี่ปุ่นและ Prabda Yoon (ปราบดา หยุ่น) นักเขียนและครีเอทีฟชาวไทย ซึ่งร่วมกันพาผลงานของ Hiroshi Nagai มาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
ตลอดหลานปีที่ผ่านมา ผลงานของ Hiroshi Nagai ยังคงได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกลับมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกครั้งพร้อมกระแสการฟื้นคืนของ City Pop บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้ชมรุ่นใหม่เริ่มค้นพบเสน่ห์ของภาษาภาพที่เรียบง่าย แต่มีเอกลักษณ์ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงการกราฟิก ดีไซน์ และศิลปะร่วมสมัย


เอกลักษณ์ของเขาคือการใช้พื้นที่ว่าง เส้นสายเรขาคณิต และสีสันสดจัด ถ่ายทอดภูมิทัศน์ที่ดูเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ถนนเลียบชายฝั่ง บ้านริมทะเล หรือท้องฟ้ากว้างใหญ่ ผลงานส่วนใหญ่มักไม่มีผู้คนอยู่ในภาพ แต่กลับเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตีความเรื่องราว ความทรงจำ และอารมณ์ของตัวเองได้อย่างอิสระ
ความเรียบง่ายดังกล่าวทำให้งานของเขาถูกเชื่อมโยงกับสุนทรียภาพแบบ Retro-futurism ที่ผสมผสานจินตนาการถึงอนาคตเข้ากับภาพจำของวันพักผ่อนในยุค 1980s จนกลายเป็นลายเซ็นที่หลายคนจดจำได้ทันที
นิทรรศการ Hiroshi Nagai: Summer Dreaming เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสรายละเอียดของผลงานต้นฉบับ ทั้งร่องรอยฝีแปรง การลงสี และพื้นผิวบนผืนผ้าใบ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่แตกต่างจากการชมผ่านหนังสือหรือสื่อดิจิทัล
ไม่ว่าคุณจะเติบโตมากับเสียงเพลง City Pop หลงใหลงานกราฟิกญี่ปุ่นยุค 1980 สนใจศิลปะร่วมสมัย หรือเพียงกำลังมองหานิทรรศการที่ชวนให้ใช้เวลาอยู่กับภาพอย่างช้าๆ นี่คือโอกาสหาชมได้ยากในการเห็นผลงานต้นฉบับของศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังหนึ่งในภาพจำสำคัญของวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
EVENT DETAILS
Location: RCB Galleria 1 ชั้น 2, River City Bangkok
Date: วันที่ 4 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569
Time: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.
Admission: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ภาพ: Hiroshi Nagai
The post ครั้งแรกในไทย! Hiroshi Nagai: Summer Dreaming นิทรรศการเดี่ยวของผู้สร้างภาพจำแห่งยุค City Pop appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราไม่จำเป็นต้องเป็น Zero Waste ตั้งแต่วันแรก แค่เริ่มท […]
The post ‘เชฟแทน-ปกรณ์ โกสิยพงษ์’ กับ Living Quality ที่เริ่มต้นครัวด้วยการใช้วัตถุดิบอย่างรู้คุณค่า appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราไม่จำเป็นต้องเป็น Zero Waste ตั้งแต่วันแรก แค่เริ่มทำในแบบที่ทำได้ แล้วค่อยๆ ปรับไปทีละนิด สุดท้ายมันจะพาเราไปถึงเป้าหมายได้เอง
เมื่อพูดถึง Fine Dining ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ การจัดจานที่สวยงาม และประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผ่านการคิดมาอย่างละเอียดในทุกองค์ประกอบ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ร้านอาหารประเภทนี้ก็มักถูกตั้งคำถามเรื่องการใช้ทรัพยากร เพราะกว่าจะได้อาหารแต่ละจาน อาจมีวัตถุดิบอีกหลายส่วนที่ไม่ได้ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร คำถามคือ แล้วจะเป็นไปได้ไหม ที่ Fine Dining สามารถเดินไปพร้อมกับความยั่งยืน โดยไม่ลดทอนทั้งคุณภาพและประสบการณ์ของผู้รับประทาน?
นี่คือคำถามที่ AP Thailand และ THE STANDARD LIFE ชวนมาหาคำตอบใน Eco-Curious: Habit Hacks ซีรีส์ที่เชื่อว่า ความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนโลก แต่เริ่มต้นได้จากพฤติกรรมเล็กๆ ที่เราทำซ้ำในทุกวัน เพราะ AP เชื่อว่า Living Quality หรือคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้หมายถึงเพียงบ้านที่สวยหรือฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัย แต่ยังรวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การออกแบบพื้นที่ให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน และการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป
Eco-Curious: Habit Hack ตอนนี้ เราชวน ‘เชฟแทน-ปกรณ์ โกสิยพงษ์’ เชฟผู้หลงใหลทั้งศาสตร์การทำอาหารและเรื่องสิ่งแวดล้อม มาพูดคุยถึงเบื้องหลังการสร้างร้าน Fine Dining ที่พยายามใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่าที่สุด ตั้งแต่การออกแบบเมนู การบริหารจัดการขยะ ไปจนถึงการเปลี่ยนสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็น ‘ของเหลือ’ ให้กลายเป็นวัตถุดิบใหม่ที่ยังคงสร้างรสชาติและคุณค่าได้ไม่แพ้ส่วนที่อยู่บนจาน

แม้วันนี้หลายคนจะรู้จักเชฟแทนในฐานะเชฟและเจ้าของ GOAT Bangkok ร้านอาหารที่กำลังได้รับความสนใจจากการตีความอาหารไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย แต่จุดเริ่มต้นของการทำอาหารอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นในครัว
เชฟเล่าว่า ตั้งแต่เด็กเขาเติบโตมากับสารคดีของ National Geographic, Discovery และ Animal Planet ที่คุณแม่ชอบเปิดให้ดูอยู่เสมอ ทำให้ค่อยๆ ซึมซับเรื่องธรรมชาติ สัตว์ป่า และระบบนิเวศโดยไม่รู้ตัว มีเหตุการณ์หนึ่งที่เขาจำได้ไม่เคยลืม คือวันที่สังเกตว่าปลาที่คุณแม่ซื้อจากตลาดมีขนาดเล็กลงทุกปี เมื่อถามถึงเหตุผล คำตอบที่ได้รับคือ “ปลาเหลือน้อยลงแล้ว” คำตอบสั้นๆ ในวันนั้น กลายเป็นคำถามที่ติดอยู่ในใจว่า หากมนุษย์ยังใช้ทรัพยากรแบบเดิม วันหนึ่งคนรุ่นต่อไปจะยังมีโอกาสได้เห็นหรือได้กินสิ่งเดียวกับที่เราเคยมีหรือไม่
“ตอนนั้นผมคิดเลยว่า ถ้าวันหนึ่งผมมีลูก เขาจะยังได้กินปลาแบบที่ผมเคยกินไหม มันไม่แฟร์เลยถ้าทรัพยากรจะหายไปเพราะเราใช้มันแบบไม่คิด”
หลายปีต่อมา หลังสั่งสมประสบการณ์ในครัวร้านอาหารระดับมิชลิน ก่อนกลับมาเปิด GOAT Bangkok เป็นของตัวเอง เชฟจึงเลือกสร้างร้านที่ไม่ได้เล่าเพียงเรื่องรสชาติ แต่เล่าเรื่องของผู้คน วัตถุดิบ และระบบนิเวศของประเทศไทย ผ่านทุกจานที่เสิร์ฟ GOAT Bangkok จึงเป็นพื้นที่ที่เชฟนำประสบการณ์ชีวิต ความทรงจำ และวัตถุดิบจากผู้ผลิตทั่วประเทศ มาตีความใหม่ภายใต้แนวคิด Land, People, Season ที่เชื่อว่า อาหารหนึ่งจานสามารถสะท้อนทั้งภูมิประเทศ วัฒนธรรม และฤดูกาลของพื้นที่นั้นๆ ได้ในเวลาเดียวกัน


สิ่งแรกที่เชฟพาเราไปดู ไม่ใช่เมนูซิกเนเจอร์ แต่คือหลังครัว แทนที่จะเห็นเพียงเตาไฟและวัตถุดิบ เรากลับเห็นถังขยะหลายใบที่ถูกแยกไว้อย่างเป็นระบบ เศษผักและผลไม้ที่สามารถย่อยสลายได้จะถูกนำไปผลิตเป็นปุ๋ย ขณะที่ของเสียแต่ละประเภทถูกคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด
“เราไม่ได้เริ่มจากคำว่า Zero Waste แต่เริ่มจากคำถามว่า ของชิ้นนี้ยังใช้ประโยชน์อะไรได้อีก”
ประโยคสั้นๆ ของเชฟ สะท้อนแนวคิดของครัวแห่งนี้ได้ชัดเจน เพราะสำหรับเขา การจัดการขยะไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายของการทำอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบร้านตั้งแต่แรกเริ่ม ยิ่งแยกได้ละเอียดตั้งแต่ต้น ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ทรัพยากรเหล่านั้นได้มี ‘ชีวิตที่สอง’
แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับแบรนด์ AP ที่เชื่อว่า การออกแบบที่ดีไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่คือการสร้างระบบที่ช่วยให้เราใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
เชฟแทนยอมรับว่า หลายคนมอง Fine Dining เป็นรูปแบบอาหารที่สร้างของเสียจำนวนมาก เพราะเลือกใช้เพียงส่วนที่ดีที่สุดของวัตถุดิบ แทนที่จะถามว่า ‘อะไรต้องทิ้ง’ ทีมครัวของ GOAT Bangkok จะเริ่มต้นด้วยคำถามว่า ‘สิ่งนี้ยังกลายเป็นอะไรได้อีก’
“Fine Dining เหมือนทีมที่อยู่ตรงข้ามกับความยั่งยืน เพราะเราเลือกใช้แค่ส่วนที่สวยที่สุด ผมเลยอยากลองออกแบบใหม่ ว่าเราจะใช้ทุกส่วนให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุดยังไง”
แนวคิดนี้ทำให้เศษวัตถุดิบหลายอย่างถูกนำไปหมัก ถนอม หรือแปรรูปเป็นซอส เครื่องปรุง เครื่องดื่ม และองค์ประกอบใหม่ในเมนูฤดูกาลถัดไป เพื่อยืดอายุของวัตถุดิบและลดการสร้างของเสียให้เหลือน้อยที่สุด สำหรับเชฟแทน ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการไม่สร้างขยะเลย แต่คือการพยายามใช้ทรัพยากรทุกชิ้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก่อนที่มันจะกลายเป็นของเสียจริงๆ



แม้คนส่วนใหญ่จะไม่ได้เปิดร้านอาหาร แต่หลายแนวคิดในครัวของเชฟสามารถนำมาปรับใช้ได้ไม่ยาก เชฟแนะนำให้เริ่มจากการสังเกตสิ่งที่เราทิ้งเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเปลือกผัก เปลือกผลไม้ หรือเศษอาหาร ก่อนค่อยๆ หาวิธีนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น ทำน้ำสต็อกจากเศษผัก บดเปลือกไข่เป็นแคลเซียมสำหรับต้นไม้ หรือเริ่มแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง
“ไม่ต้องเริ่มจากเรื่องยากก็ได้ ลองดูแค่ว่าเราโยนอะไรทิ้งเยอะที่สุด แล้วค่อยหาวิธีใช้มันให้คุ้มค่ากว่าเดิม แค่นั้นก็ถือว่าเริ่มแล้ว”
นอกจากนี้ การวางแผนมื้ออาหารให้พอดีกับจำนวนคนในบ้าน เพื่อลดอาหารเหลือทิ้ง หรือเลือกซื้อวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ทั้งสดใหม่และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดเก็บอาหารอย่างเหมาะสมเพื่อยืดอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดการสูญเสียโดยไม่รู้ตัว
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือการ “ใช้ให้ครบ” เช่น ใช้ก้านผักมาทำซุป ใช้เปลือกผลไม้บางชนิดมาทำเครื่องดื่ม หรือแม้แต่การนำอาหารที่เหลือจากมื้อก่อนมาปรับเป็นเมนูใหม่ในวันถัดไป สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดขยะ แต่ยังช่วยให้เราเห็นคุณค่าของวัตถุดิบมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็กๆ ที่เราทำได้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน

เราไม่ได้ทำเพื่อวันนี้อย่างเดียว แต่ทำเพื่อให้คนรุ่นต่อไปยังได้เห็นธรรมชาติแบบเดียวกับที่เราเคยเห็น

The post ‘เชฟแทน-ปกรณ์ โกสิยพงษ์’ กับ Living Quality ที่เริ่มต้นครัวด้วยการใช้วัตถุดิบอย่างรู้คุณค่า appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าพูดถึง ‘Blue Zone’ เรามักนึกถึงพื้นที่ที่ผู้คนอายุขั […]
The post สำรวจ ‘Central Northville’ ต้นแบบ ‘Longevity Destination’ ศูนย์การค้าสำหรับคนใส่ใจคุณภาพชีวิตแห่งแรกของไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าพูดถึง ‘Blue Zone’ เรามักนึกถึงพื้นที่ที่ผู้คนอายุขัยเกิน 100 ปี และมักจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล เช่น โอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น หรือเกาะซาร์ดีเนียในอิตาลี แต่ไม่นานมานี้ ‘สิงคโปร์’ ถูกประกาศให้เป็น Blue Zone 2.0 หรือเมืองอายุยืนที่ถูกออกแบบผ่านนโยบายรัฐ การวางผังเมือง และระบบสุขภาพที่ตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมให้ประชาชนมีสุขภาพดีโดยอัตโนมัติ
ผลลัพธ์ของการออกแบบเมืองแบบสิงคโปร์ สะท้อนให้เห็นว่า ทุกพื้นที่บนโลกสามารถเปลี่ยนเป็น ‘Blue Zone’ ได้ หากมีการออกแบบและจัดวางองค์ประกอบของพื้นที่ที่กระตุ้นให้ผู้คนขยับร่างกาย รายล้อมไปด้วยสภาพแวดล้อมสีเขียว และมีคอมมูนิตี้ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทุกวัย

เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนกรุงเทพฯ ตอนเหนือและชาวนนทบุรี เมื่อการชาร์จพลังและใช้ชีวิตท่ามกลางบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและใกล้ตัว เพราะ เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่มงบกว่า 4,500 ล้านบาท พัฒนา ‘Northville District’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในย่าน ปักธง ‘Thailand’s First Outdoor-Inspired Indoor Shopping Centre’ ต้นแบบ Longevity Destination แห่งแรกของไทย

การออกแบบ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ (Central Northville) ในฐานะ “The New District of North Bangkok” ให้กลายเป็นต้นแบบ Longevity Destination แห่งแรกของไทย ถูกคิดโดยอิงกับ Global Trends ของคนเมืองยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ Green Space, Longevity & Well-being, Social Connectivity และ Multi-generations Lifestyle
เห็นได้จากโครงการระดับโลกอย่าง The Hyundai Seoul ประเทศเกาหลีใต้ ที่จัดสรรพื้นที่เกือบ 50% ให้กับโซนพักผ่อนและพื้นที่สาธารณะ อย่าง ‘Sounds Forest’ สวนลอยฟ้าบนพื้นที่กว่า 3,300 ตารางเมตร หรือโซน ‘Waterfall Garden’ น้ำตกจำลองสูง 12 เมตร
ฝั่งสิงคโปร์ Jewel Changi Airport ที่มี ‘HSBC Rain Vortex’ น้ำตกในร่มที่สูง 40 เมตร ถูกยกให้เป็นน้ำตกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ล้อมรอบด้วย Shiseido Forest Valley สวนในร่มระดับเอเชียที่มีพื้นที่ราว 22,000 ตารางเมตร ถือเป็นหนึ่งในสวนในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

แนวคิดหลักของการออกแบบทั้ง The Hyundai Seoul และ Jewel Changi Airport คือ การออกแบบที่ผูกโยงมนุษย์เข้ากับธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า ‘Biophilic Design’ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ นำมาใช้ในการออกแบบด้วยเช่นกัน โดยดึงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ใช้งานโดยตรง เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
จากการศึกษาผ่าน Focus Group ในพื้นที่รัตนาธิเบศร์ พบว่าผู้บริโภคในย่านนี้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง พร้อมเปิดรับ Urban Lifestyle รูปแบบใหม่ และมองหา Recreation Space ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คนเมืองในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความเครียดสะสม ขาดเวลาออกกำลังกาย รวมถึงผลกระทบจากมลภาวะ PM2.5 ประกอบกับพื้นที่สีเขียวที่ลดน้อยลงในระดับจังหวัด
เซ็นทรัลพัฒนาจึงตั้งเป้าพัฒนา ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ให้เป็น “Green Node” หรือปอดแห่งใหม่ของชุมชน เปลี่ยนภาพจำของคอมมูนิตี้มอลล์แบบเดิม ให้กลายเป็น Ecosystem แห่งการฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิต หรือ Longevity Destination พร้อมเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้เทียบเท่าใจกลางเมือง
บนพื้นที่กว่า 59 ไร่ มีพื้นที่ศูนย์การค้ารวม 210,000 ตารางเมตร ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Biophilic Design’ ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตเมืองอย่างกลมกลืน
หัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิด Social Introduction ในรูปแบบ Urban Experience กระตุ้นให้ผู้คนอยากใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น อยากพบปะ ใช้ชีวิต และแชร์ประสบการณ์ร่วมกันมากขึ้น คือ การสร้าง ‘ประสบการณ์ร่วมกับธรรมชาติ’ อย่างเป็นองค์รวม
ตั้งแต่การใช้แสงธรรมชาติ สายน้ำรูปทรง Organic Form และวัสดุจากธรรมชาติ รวมถึงการเลือกใช้ต้นไม้เพื่อสร้าง Air Quality ภายในศูนย์การค้า ทุกองค์ประกอบถูกวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ Master Plan ไปจนถึงรายละเอียดของการจัดวางต้นไม้ เพื่อให้ธรรมชาติสามารถเติบโตไปพร้อมกับศูนย์การค้าได้อย่างยั่งยืน
ทั้งหมดนี้เพื่อตอบโจทย์คนเมืองและ Multi-Generation Lifestyle ที่กำลังมองหา Recreation Destination รูปแบบใหม่พื้นที่ที่รองรับทั้งการพักผ่อน การออกกำลังกาย การใช้ชีวิตกลางแจ้ง และ Community Lifestyle ได้ครบในที่เดียว

‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ยังเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทยที่นำแนวคิด ‘Outdoor Inspired’ มาผสาน ‘บรรยากาศและภูมิอากาศจริง’ เพื่อกำหนดทิศทางของสถาปัตยกรรมอย่างเป็นระบบ
ผลลัพธ์คือพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับอาคารได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กที่ส่งเสริม Well-being, Mindfulness และ Longevity
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือ ‘Urban Oasis Façade’ สถาปัตยกรรมสไตล์ Tropical Contemporary ที่ผสานสายน้ำ แสงแดด ธรรมชาติ และความเป็นเมืองเข้าด้วยกันอย่างร่วมสมัย โดดเด่นด้วยการออกแบบ Vertical Fins หรือครีบแนวตั้งที่โอบล้อมฟาซาด ที่ไม่เพียงสร้างมิติทางสายตา แต่ยังลดทอนความแข็งของโครงสร้างขนาดใหญ่ และทำหน้าที่กรองความร้อนจากแสงแดดภายนอก ขณะเดียวกันยังแทรกพื้นที่สีเขียวจากต้นไม้จริงในทุกมิติ
อีกหนึ่งกลไกคือการใช้น้ำเป็นองค์ประกอบในการสร้าง Microclimate ช่วยลดอุณหภูมิรอบตัวอาคารและเพิ่มความสบายให้กับผู้ใช้งาน สะท้อนการออกแบบที่สอดรับกับแนวคิด Longevity อย่างเป็นรูปธรรม

แนวคิดทั้งหมดยังถูกถ่ายทอดผ่าน 5 แรงบันดาลใจหลักในการออกแบบพื้นที่ภายใน ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ที่เชื่อมโยงฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับอารมณ์และพฤติกรรมของผู้คน

เริ่มต้นที่ ‘The Clouds’ พื้นที่ Indoor Forest ขนาดใหญ่กว่า 500 ตารางเมตร ถูกออกแบบให้เป็นเสมือน “ประติมากรรมที่มีชีวิต” ใจกลางศูนย์การค้า รายล้อมด้วยต้นไม้จริงที่ปลูกตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง โดยใช้หลัก Biophilic Design ในการคำนวณทิศทางและปริมาณแสงที่ลอดผ่าน Skylight เพื่อให้เหมาะต่อการเติบโตของพืช เพื่อให้ธรรมชาติเติบโตไปพร้อมกับสถาปัตยกรรม

ถัดมาคือ ‘The Hill’ พื้นที่ Community ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ผสานฟังก์ชันของ Co-working Space เข้ากับพื้นที่กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพยนตร์ ฟังดนตรี หรือเวทีเสวนา ติดตั้งจอภาพขนาดใหญ่ให้เหมือนกำลังดูภาพยนตร์อยู่ในสวน สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของศูนย์การค้าจากพื้นที่เชิงพาณิชย์ ไปสู่ ‘Social Platform’ ที่เอื้อต่อการสร้างคอมมูนิตี้
ขณะที่ ‘Tree Grove’ ลานต้นไม้แห่งการพักผ่อน จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งการฟื้นฟู กระตุ้นการผ่อนคลาย ด้วยองค์ประกอบทางธรรมชาติ อย่างเสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการหลีกหนีจากความเร่งรีบโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกเมือง

‘Stone Atrium’ โถงกลางที่โดดเด่นด้วย Digital Screen รองรับการจัดอีเวนต์และทำหน้าที่เป็นพื้นที่ Showcase สำหรับแบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และกีฬา หากมองในเชิงกลยุทธ์ พื้นที่นี้คือ “Commercial Anchor” ที่ช่วยสร้าง Traffic และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้กับโครงการ
ต่อกันที่ ‘Playville’ พื้นที่ Outdoor ที่ออกแบบให้เป็น Active Lifestyle Space ประกอบไปด้วย Kid Playground สนามเด็กเล่นกลางแจ้งขนาด 550 ตารางเมตร ตกแต่งด้วย ‘หมีกริซลี่’ สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และ The Fountain ลานเล่นน้ำสุดสนุก ตอบรับเทรนด์ “Play-based Lifestyle” ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และพัฒนาการผ่านการเล่น

และไฮไลท์สุดท้ายคือ ‘PetVille’ แหล่งรวมพลคนรักสัตว์เลี้ยง บนพื้นที่กว่า 235 ตารางเมตร ที่ออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่ Pet Park สำหรับวิ่งเล่น บริการ Grooming ไปจนถึง Pet Wellness แบบครบวงจร เชื่อมต่อกับพื้นที่ Urban Park ที่มีลานกิจกรรมสำหรับแอโรบิกและอีเวนต์ไลฟ์สไตล์ต่างๆ พร้อม Jogging Track มาตรฐานระยะทาง 450 เมตร ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงสามารถออกกำลังกายร่วมกันได้
ความโดดเด่นในเชิงสถาปัตยกรรมและแนวคิดดังกล่าว ส่งผลให้ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ คว้ารางวัล Hubexo Asia Awards 2025 ในสาขา Top 10 Developers ขึ้นแท่นแลนด์มาร์กระดับภูมิภาคตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการ ตอกย้ำต้นแบบของรีเทลยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และคุณภาพชีวิต

การออกแบบ Ecosystem ของการใช้ชีวิต ที่เชื่อมโยงการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นองค์รวม ยังสะท้อนผ่านการคัดสรรกว่า 300 Downtown Brands ที่ตอบโจทย์ทั้งมิติของ Well-being, Mindfulness และ Longevity
สอดรับกับรายงาน Global Consumer: ICSC x McKinsey (2026) ที่ชี้ว่า ผู้บริโภคในทุกเจเนอเรชันให้ความสำคัญกับ Dining, Wellness และ Community-driven Experiences เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศูนย์การค้าจึงต้องตอบโจทย์มากกว่าแค่การจับจ่าย แต่ต้องส่งเสริมสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจ ควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ที่ให้คุณค่ากับแนวคิด “Health is the New Wealth” การลงทุนใน Active Lifestyle และการยกระดับ Performance ของร่างกายในระยะยาว
จึงเป็นที่มาของการคัดสรรกว่า 300 Downtown Brands โดยมีสัดส่วนแบรนด์ใหม่ถึง 80% ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง
นำโดย D-Sports Stadium สปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์แนวญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ SHARE FUN, FIND NEW เปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นประสบการณ์ความบันเทิงแบบมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมปีนผาหรือโซนแอคทีฟอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มเพื่อนและครอบครัว
ขณะที่ Fitness First Redefined ยกระดับฟิตเนสสู่พรีเมียมไลฟ์สไตล์ พร้อม Pilates Studio เต็มรูปแบบ HYROX Training Club และซาวน่าอินฟราเรด สะท้อนเทรนด์ Wellness ที่ลึกขึ้นจากการออกกำลังกายทั่วไป ไปสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและเฉพาะบุคคลมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังผนึกกำลังกับกลุ่มเซ็นทรัลสร้าง ‘Future Lifestyle Retail’ เชื่อมโยงทุกมิติของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ Tops Food Hall ที่คัดสรรวัตถุดิบพรีเมียม, Super Sports นำเสนอสินค้าและบริการเฉพาะทางอย่างสินค้าลิขสิทธิ์สโมสรลิเวอร์พูลและบริการขึ้นเอ็นไม้แร็คเก็ต, Powerbuy ยกระดับการใช้ชีวิตด้วย Home Solutions ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมรักษ์โลกเข้ากับดีไซน์พรีเมียม, อ่าน-เขียน-เรียน-เล่น แหล่งรวมความสุขและแรงบันดาลใจของทุกคนในครอบครัว ไปจนถึง OfficeMate รองรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่

ฝั่ง Food Lifestyle Destination ยกขบวนร้านดังยอดนิยม อาทิ Bonchon, Chagee, Eat Am Are, Fam Time, Gong Cha, Gyu-Kaku, Joe’s Wing, Katsu Midori, Momo Paradise, Nose Tea คอนเซ็ปต์ใหม่ Real Nose Tea, Saemaeul Express, Shabu Baru, Sizzler Special, Solsot, Sour Little, The Stone, เกศเตี๋ยว เป็นต้น
และ Food Ville ศูนย์อาหารพรีเมียมคอนเซปต์ The Warmth of Nature ออกแบบบรรยากาศเหมือนนั่งกินข้าวท่ามกลางธรรมชาติ รวมร้านมิชลินมากมาย อาทิ ราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปีศาลเจ้าพ่อเสือ, เปลวก๋วยเตี๋ยวต้มยำ, คุณประนอม ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก, สุกี้เมาเวอริค เป็นต้น ร้านดังเมืองนนท์ฯ: เสน่ห์เรือนนท์, เหลาริมทาง by เชฟเดช
ขณะเดียวกัน โครงการยังให้ความสำคัญกับทุกเจนฯ ผ่านแบรนด์และบริการอย่าง Flex Rehab, Matsukiyo, Daiso & Standard, Kidzooona สนามเด็กเล่นในร่มจากญี่ปุ่น และ SF Cinema ในคอนเซ็ปต์ใหม่ “The Prestige Cinema”
มากไปกว่านั้น ยังพัฒนาพื้นที่ให้เป็นคอมมูนิตี้แห่งความสุขและสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน ขนทัพกิจกรรม Well-being เต็มรูปแบบมาตอบโจทย์คนในย่านทุกเจนฯ ไม่ว่าจะเป็น Lifestyle Market, Food, Sport และงาน Taste of Nonthaburi รวบรวมที่สุดของดีเมืองนนท์
การมาถึงของ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ในฐานะ Longevity Destination แห่งแรกของไทย จึงไม่เพียงยกระดับไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี แต่จะทำหน้าที่เป็นต้นแบบพื้นที่ที่ทำให้เราอยากใช้ชีวิต ขยับร่างกาย ใกล้ชิดธรรมชาติ และเชื่อมโยงกับผู้คนรอบตัว
อ้างอิง
The post สำรวจ ‘Central Northville’ ต้นแบบ ‘Longevity Destination’ ศูนย์การค้าสำหรับคนใส่ใจคุณภาพชีวิตแห่งแรกของไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่ออาหารอีสานไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกเล […]
The post ‘Beyond Isan Dining Experience’ เมื่ออาหารอีสานไม่ได้มีหน้าที่แค่เสิร์ฟความอร่อย appeared first on THE STANDARD.
]]>
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่ออาหารอีสานไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกเล่ารสชาติ แต่ยังเล่าเรื่องผู้คน ผืนดิน และอนาคตของภูมิภาคไปพร้อมกัน คำถามนี้ถูกถ่ายทอดผ่าน Beyond Isan Dining Experience กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้นโดย The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026 ร่วมกับ เฮือนคำนาง ร้านอาหารในจังหวัดขอนแก่นที่เปิดขายเพียงวันละโต๊ะ และมีจุดเด่นคือการนำวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย
ภายใต้แนวคิด Regenerative Isan Gastronomy มื้ออาหารนี้ชวนผู้กินร่วมมองอาหารอีสานในมิติที่กว้างกว่าเดิม ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่น การสร้างคุณค่าให้เกษตรกรฐานราก ไปจนถึงการต่อยอดภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของอีสานให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม



นอกจากอาหารอร่อยให้กินไม่หยุดปาก ตลอดมื้ออาหาร นักชิมยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างใกล้ชิดกับ เคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO ของ THE STANDARD และ เชฟคำนาง ณัฎฐภรณ์ คมจิต ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารเฮือนคำนาง ผ่านบทสนทนาที่พาผู้คนมองเห็นศักยภาพของอาหารในฐานะเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ธุรกิจ และความยั่งยืน
Beyond Isan Dining Experience จึงไม่ใช่เพียงมื้ออาหารที่รวบรวมเมนูพิเศษไว้บนโต๊ะ แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนให้ตั้งคำถามว่า อาหารหนึ่งจานสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับผู้คนและชุมชนได้มากเพียงใด และเมื่อวัตถุดิบท้องถิ่นได้รับการตีความใหม่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ‘รสชาติของอีสาน’ ก็สามารถก้าวข้ามภาพจำเดิม พร้อมส่งต่อเรื่องราวของภูมิภาคสู่ผู้คนในวงกว้างได้อย่างน่าจดจำ





The post ‘Beyond Isan Dining Experience’ เมื่ออาหารอีสานไม่ได้มีหน้าที่แค่เสิร์ฟความอร่อย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ส่งท้ายปลายเดือนกรกฎาคมด้วยความคึกคักแบบจัดเต็ม เพราะสั […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 22-28 กรกฎาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ส่งท้ายปลายเดือนกรกฎาคมด้วยความคึกคักแบบจัดเต็ม เพราะสัปดาห์นี้กรุงเทพฯ และพิกัดใกล้เคียงมีถึง 17 กิจกรรม ที่พร้อมชวนทุกคนออกจากบ้านไปเติมเอนเนอร์จีกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
แน่นอนว่าพี่นักวิ่งเตรียมรองเท้าให้พร้อม เพราะมีทั้งงานฉลองครบรอบของรันคลับ กิจกรรมต้อนรับคอลเล็กชันใหม่ ซิตี้รันกับน้องหมา ไปจนถึงการวิ่งต่อด้วยเซสชันไอซ์บาธเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ส่วนสายไลฟ์สไตล์และเวลเนสก็เลือกได้ตั้งแต่ซาวด์บาธพร้อมชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา โยคะรับลมทะเลที่พัทยา ตลาดคราฟต์ในบรรยากาศย่านเก่าทรงวาด เวิร์กช็อปอาหาร ไปจนถึงการดูหนังช่วงเย็นที่คอมมูนิตี้สเปซ
LIFE This Week สัปดาห์นี้จึงอยากชวนทุกคนออกไปขยับร่างกาย พบปะคอมมูนิตี้ใหม่ๆ และใช้เวลากับประสบการณ์ดีๆ เลือกกิจกรรมที่ใช่ แล้วปักหมุดออกไปใช้ชีวิตกันได้เลย!

รีเซ็ตร่างกายและจิตใจในช่วงกลางสัปดาห์กับงานคอลแลบส์พิเศษร่วมกับ Still Wave Born ที่ชวนคุณมาปล่อยวางความเหนื่อยล้า ชะลอจังหวะชีวิต และกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเองอีกครั้ง
สัมผัสประสบการณ์คลื่นเสียงบำบัดและแรงสั่นสะเทือนอันนุ่มนวล ที่จะค่อยๆ พาคุณเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางแสงพระอาทิตย์ตกและวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามาจากชั้น 26 พร้อมเติมความสดชื่นด้วยน้ำผลไม้คั้นสดและน้ำดื่มตลอดเซสชัน
Time: เวลา 18.00-19.30 น.
When: วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569
Where: Royal Orchid Sheraton Riverside Hotel Bangkok
Ticket: บัตร Early Bird ราคาเริ่มต้น 999 บาท
More Info: Royal Orchid Sheraton

Workshop ก๋วยจั๊บญวน: ซาว x ร้านอินโดจีน (อุบลราชธานี)
หากพูดถึงร้านอาหารเวียดนามระดับตำนานของอุบลราชธานี ชื่อของ ‘อินโดจีน’ คงเป็นร้านแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ร้านอาหารที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2515 และปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ เชฟหน่อย-ขยันวิทย์ ศรีสกุลวรรณ ทายาทรุ่นที่ 3 เจ้าของรางวัล Bib Gourmand จาก Michelin Guide Thailand ผู้ยังคงยึดมั่นกับการทำเส้นสดด้วยมือและสูตรอาหารที่สืบทอดกันมาหลายสิบปี
ครั้งนี้เชฟหน่อยบินตรงมามาจัดเวิร์กช็อปถ่ายทอดเสน่ห์แห่งงานคราฟต์เส้นและซุปแบบดั้งเดิม ให้ทุกคนได้เรียนรู้กระบวนการทำตั้งแต่การนวดและขึ้นรูปเส้นสดด้วยมือตามวิถีชาวบ้าน ไปจนถึงการเคี่ยวน้ำซุปรสเข้มข้นกลมกล่อมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เป็นเวิร์กช็อปที่ไม่ควรพลาด
Time: เวลา 11.00-14.00 น.
When: วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569
Where: Zao Ekkamai เอกมัย 10 แยก 6 หรือ ปรีดีพนมยงค์ 25
Price: ราคา 2,450 บาทต่อท่าน (จำกัดเพียง 15 ที่นั่ง)
More Info: zaoisan

เปลี่ยนคืนวันพฤหัสบดีให้กลายเป็น Movie Night กับ Thursday Sunset Film Club ที่ theCOMMONS Cloud 11 ซึ่งชวน Documentary Club มาคัดสรรภาพยนตร์คุณภาพให้ชมในโรงภาพยนตร์บรรยากาศอบอุ่นภายใน PlayYard
สัปดาห์นี้พบกับ Aftersun ภาพยนตร์ดราม่าที่ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ทั่วโลก ถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำระหว่างพ่อและลูกสาวผ่านทริปพักร้อนในตุรกีเมื่อกว่า 20 ปีก่อน หนังที่ค่อยๆ เล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดและอารมณ์ที่ชวนให้คนดูเก็บไปคิดต่อ เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหากิจกรรมหลังเลิกงาน หรืออยากใช้เวลาช่วงค่ำกับหนังดีในบรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมของว่างและป๊อปคอร์นจาก POPPA
Time: เวลา 19.00-21.00 น.
When: วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569
Where: PlayYard, theCOMMONS Cloud 11
Ticket: ราคา 350 บาท (รับฟรีป๊อปคอร์นจาก POPPA)
Booking: https://www.ticketmelon.com/
More Info: theCOMMONS Cloud 11

Beyond The Vines ชวนทุกคนมาสัมผัสคอลเล็กชันใหม่ Stretch Studio ผ่านป๊อปอัพสุดพิเศษที่ Ice House Rooftop Baths พื้นที่ที่ผสานการออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกาย และการใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว
ตลอด 3 วันของกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะได้ทำความรู้จักกับ Stretch Studio Tote กระเป๋าผ้านีโอพรีนกันน้ำที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เข้ายิม ไปจนถึงเซสชัน Recovery พร้อมร่วมสนุกกับ Lucky Draw เพื่อลุ้นรับส่วนลดและของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Beyond The Vines รวมถึง Pull-Up Challenge ที่ผู้ทำ Pull-up ได้มากที่สุดตลอดกิจกรรมจะได้รับ Stretch Studio Tote กลับบ้าน นอกจากนี้ยังสามารถจอง Contrast Therapy เพื่อสัมผัสประสบการณ์ Ice Bath, Panoramic Sauna และ Magnesium Hot Bath ได้
Time: เวลา 14.00-22.00 น.
When: วันที่ 23-25 กรกฎาคม 2569
Where: Ice House Rooftop Baths, The Fig Lobby Hotel
Ticket: เข้าร่วมงานฟรี / Contrast Therapy ราคา 590 บาทต่อคน (แนะนำให้จองล่วงหน้า)
Booking: www.theicehouse.co
More Info: Beyond The Vines , ICE HOUSE

ใครกำลังมองหาเหตุผลดีๆ ในการแวะไปเดินเล่นย่านทรงวาดช่วงนี้ ลองปักหมุด The Hidden Quarter Market ตลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในโกดังริมน้ำบริเวณตรอกประตูไม้ 100 ปี ชวนทุกคนมาใช้เวลากับการเดินเลือกซื้อของวินเทจ งานคราฟต์ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน และสินค้า Upcycled Design จากหลากหลายร้าน พร้อมนั่งชิลล์ริมแม่น้ำ ถ่ายรูป และรอชมพระอาทิตย์ตก
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันที่ 21 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2569
Where: ตรอกประตูไม้ 100 ปี ทรงวาด โกดังริมน้ำ (ตรงข้าม Adidas)
More Info: Outdoor BKK time

ลืมภาพการแข่งขันที่จริงจังไปก่อน เพราะ Sabai Run Club อยากชวนทุกคนกลับมาสนุกกับการเล่นกีฬาอีกครั้ง ผ่านกิจกรรมที่หยิบแรงบันดาลใจจาก Hybrid Fitness มาใส่ ‘ความสบาย’ ลงไป ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์หรือซ้อมมาก่อน แค่ชวนเพื่อนมาจับทีม แล้วออกไปลองก็พอ
นอกจาก Hybrid Fitness Challenge แล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกตลอดเช้า ไม่ว่าจะเป็น Pickleball, Beach Volleyball, Mini Golf, เซสชันไอซ์บาธ โดย Big Chill พร้อมดีเจเปิดเพลงสร้างบรรยากาศ และเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นวันเสาร์ด้วยการออกกำลังกายแบบไม่กดดัน พร้อมใช้เวลาร่วมกับคอมมูนิตี้ที่รักการเคลื่อนไหวเหมือนกัน
Time: ลงทะเบียน 06.00 น. (กิจกรรมสิ้นสุด 10.00 น.)
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: Asoke Sports Club
Dress Code: โทนสีขาว น้ำเงิน หรือเหลือง (หรือเสื้อ Sabai)
More Info: Sabai Run Club

หนึ่งปีที่ผ่านมา RollingRunClub ไม่ได้สร้างแค่รันคลับ แต่สร้างคอมมูนิตี้ที่เติบโตจากการออกไปวิ่งด้วยกันทุกสัปดาห์ จนกลายเป็นที่มาของคำว่า ‘OUR’ ชื่องานฉลองครบรอบหนึ่งปีที่อยากบอกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ของทุกคนที่เคยร่วมออกเดินทาง ไม่ว่าจะเพิ่งมาวิ่งครั้งแรก หรืออยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรก
เช้าวันเสาร์นี้ ทุกคนจะได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งกับการวิ่งระยะประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนใช้เวลาพูดคุย พบปะ และฉลองช่วงเวลาดีๆ ที่สร้างร่วมกันตลอดหนึ่งปี เพราะสำหรับพวกเขาไม่ได้แค่ชวนคนออกมาวิ่ง แต่เชื่อว่า “We don’t just run – we roll”
Time: นัดพบเวลา 06.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: The Wireless Club, One Bangkok
More Info: RollingRunClub

ชวนเปลี่ยนเช้าวันเสาร์ให้สดชื่นกว่าเดิมกับ Herban Era Run 2026 งานวิ่งที่ผสมผสานการออกกำลังกายเข้ากับเสน่ห์ของสมุนไพรไทย พร้อมเปิดตัว BREW Run Club กับกิจกรรม Luxury Social Run ครั้งแรกในสวนลุมพินี และแขกรับเชิญพิเศษ เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข ที่จะมาร่วมวิ่งและใช้เวลาตลอดช่วงเช้ากับทุกคน
นอกจากการวิ่งระยะ 2.5 และ 5 กิโลเมตร ภายในงานยังมีกิจกรรมที่ชวนให้รู้จักสมุนไพรไทยในมุมใหม่ ทั้ง Herban Experience Zone สำหรับทดลองผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ออกแบบมาเพื่อนักวิ่ง, Herban Food & Drink Zone ที่เสิร์ฟเมนูและเครื่องดื่มจากสมุนไพรไทย รวมถึง Race Pack ที่มาพร้อมเสื้อ BIB เหรียญรางวัล และ Running Kit เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นวันหยุดด้วยการวิ่ง พร้อมเปิดประสบการณ์เวลเนสในบรรยากาศสบายๆ
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: ลานแอโรบิก สวนลุมพินี
More Info: Brew Run Club

สำหรับพี่นักวิ่งคนไหนที่หลงไหลสนีกเกอร์ และวัฒนธรรมเกม The Grey Console นี้คือกิจกรรมที่รวมทั้งสามสิ่งไว้ด้วยกัน ผ่านการเปิดตัว adidas Adizero EVO SL “The Grey Console” by CARNIVAL รองเท้ารุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากความทรงจำในวัยเด็ก การกดปุ่ม Start บนเครื่องเกม และการออกวิ่งที่ทุกก้าวคือการเริ่มต้นครั้งใหม่
ผู้เข้าร่วมจะได้ทดลองวิ่งระยะ 6 กิโลเมตรบนเส้นทางที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ Carnival One Bangkok ก่อนปิดท้ายช่วงเช้าด้วย Post-run Coffee Party พร้อมพบปะคอมมูนิตี้นักวิ่งและคนรักสนีกเกอร์ งานนี้เปิดสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ซื้อรองเท้า adidas Adizero EVO SL “The Grey Console” by CARNIVAL ตามเงื่อนไขที่กำหนด และลงทะเบียนเข้าร่วมล่วงหน้าเท่านั้นนะ
Time: เวลา 06.00-10.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: Carnival One Bangkok
Registration: สำหรับผู้ซื้อรองเท้า adidas Adizero EVO SL “The Grey Console” by CARNIVAL ระหว่างวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569 (จำกัด 100 สิทธิ์ และลงทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง)
More Info: CARNIVAL Running

หากเช้าวันเสาร์ของคุณไม่ได้อยากจบแค่การวิ่ง ลองเพิ่มความท้าทายด้วย 10 KM INTO THE FREEZE กิจกรรมที่ชวนออกไปเก็บระยะ ก่อนปิดท้ายด้วยการแช่น้ำเย็นและซาวน่าเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่ Ice Bath Club Bangkok สถานที่ไอซ์บาธแก่งใหม่ย่านนานา
นอกจากการวิ่งแล้ว ผู้เข้าร่วมยังจะได้สัมผัสประสบการณ์ Recovery แบบครบเซสชัน ทั้ง Ice Bath และ Sauna พร้อมรับ Collector’s Chip และของที่ระลึกจากกิจกรรม เหมาะสำหรับนักวิ่งที่อยากรู้จักศาสตร์การฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย หรือกำลังมองหาเช้าวันเสาร์ที่แตกต่างจากการออกไปวิ่งตามปกติ
Time: เวลา 06.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: Ice Bath Club Nana, JLK Tower
Ticket: 600 บาท (จำกัดเพียง 40 คน)
Booking: Google Forms
More Info: The Ice Bath Club

หากสุดสัปดาห์ของคุณมักเริ่มต้นพร้อมสายจูงและเจ้าสี่ขา DOGS & THE PARK คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เพราะงานนี้ชวนเจ้าของและน้องหมาออกมาใช้เวลาในสวนเบญจกิติ เดินรับอากาศยามเช้าไปพร้อมกับคอมมูนิตี้คนรักสุนัขบนเส้นทางระยะ 3.4 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างทางยังมีมุมถ่ายรูปและโอกาสได้พบปะเพื่อนใหม่ทั้งคนและน้องหมา เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มเช้าวันหยุดแบบเรียบง่าย พร้อมปล่อยให้เจ้าตัวโปรดได้ออกมาวิ่งเล่นและเข้าสังคมบ้าง
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: สวนเบญจกิติ
Booking: https://luma.com/07a2qir4
More Info: BKK DOG SCTY.

แน่นอนว่าพี่นักวอ่งแบบเราเชื่อว่าถ้าได้ดื่มกาแฟหลังวิ่งคือรางวัลที่ดีที่สุดของเช้าวันหยุด ถ้าอย่างนั้นคุณต้องมาลองวิ่งงาน Pistachio & Coffee Run เมื่อ theWHOLESOME Run Club จากทีมเดอะคอมม่อน จับมือกับ Meep Meep Run Club ชวนออกไปวิ่งรอบสวนลุมพินี ก่อนกลับมาปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มและขนมจาก Roots และ Pista & Co.
ไม่ว่าจะเลือกวิ่ง จ็อกกิ้ง หรือเดิน ก็สามารถร่วมกิจกรรมได้ทั้งหมด ไฮไลต์อยู่ที่เมนูพิเศษอย่าง Rose Pistachio Latte พร้อมขนมอบสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม โดย 30 คนแรกที่ลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับเครื่องดื่มและขนมฟรี ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนก็สามารถ Walk-in มาร่วมวิ่งและใช้เวลายามเช้ากับคอมมูนิตี้ได้เช่นกัน
Time: นัดเวลา 06.30 น. / เริ่มวิ่ง 07.00-08.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: theCOMMONS Saladaeng
Ticket: เข้าร่วมฟรี (Walk-in ได้)
More Info: theCOMMONS Saladaeng

สำหรับใครหลายคน รันคลับไม่ได้เป็นแค่ที่นัดกันออกมาวิ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ได้เจอเพื่อนใหม่ มีคนคอยทักทุกเช้าวันเสาร์ และค่อยๆ กลายเป็นความเคยชินที่ขาดไม่ได้ นั่นคือเหตุผลที่ MORI Run Club เลือกใช้คำว่า Homecoming ในงานฉลองครบรอบ 1 ปี เพราะนี่ไม่ใช่แค่งานวันเกิด แต่เป็นการชวนทุกคนกลับมาที่ ‘บ้าน’ ของคอมมูนิตี้อีกครั้ง
ตลอดช่วงเย็น ผู้เข้าร่วมจะได้วิ่งก่อนต่อด้วยคลาส BodyCombat, Sound Therapy, Silent Disco และ Poolside Party พร้อมเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ทำเฉพาะงานนี้ ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้วันเกิดริมสระในบรรยากาศสบายๆ เหมาะทั้งสำหรับสมาชิกประจำและคนที่อยากรู้จัก MORI Run Club เป็นครั้งแรก
Time: เริ่มเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: House Lagom สุขุมวิท 20
Ticket: 349 บาท (จำกัด 100 คน)
Booking: Google Forms
More Info: MORI RUN CLUB BKK

ถ้าอยากรู้ว่าภาคเหนือวันนี้ไม่ได้มีแค่ร้านกาแฟหรือวิวภูเขา ลองแวะมาที่ TOOB NORTH พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ภายใน Cloud 11 Park ที่รวบรวมเชฟ ช่างฝีมือ ศิลปิน นักออกแบบ และคอมมูนิตี้จากภาคเหนือมาไว้ในที่เดียว ผ่านนิทรรศการ เวิร์กช็อป และบทสนทนาที่ทำให้เห็นว่างานคราฟต์ยังคงพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับคนรุ่นใหม่
โปรแกรมรอบนี้มาในธีม The Human Hand กับกิจกรรมกว่า 16 รายการ ตั้งแต่งานคราฟต์จากดินเผา การย้อมสีธรรมชาติ ลูกปัดจากเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงโชว์เคสและเวิร์กช็อปที่ชวนเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านสองมือของผู้สร้างสรรค์ เหมาะสำหรับคนที่สนใจงานออกแบบ ศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงใครที่อยากใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับกิจกรรมที่ได้ลงมือทำจริง
สามารถดูกิจกรรมทั้งหมดได้ทาง https://www.instagram.com/mnna.creative/
When: วันที่ 25-26 กรกฎาคม 2569
Where: TOOB NORTH ชั้น 5, Cloud 11 Park
Registration: ลงทะเบียนโดย DM ไปยังผู้จัดแต่ละกิจกรรม
More Info: mnna.creative , Cloud 11 Bangkok

เปลี่ยนเช้าวันอาทิตย์ให้สดใสกว่าที่เคยกับกิจกรรมที่ชวนออกมาขยับร่างกายพร้อมดูแลเส้นผมไปในเวลาเดียวกัน เมื่อ Fullhouse Wellness Club จับมือกับ MISE en SCÈNE จัด Morning Wellness Session ที่รวมทั้งการวิ่ง การยืดเหยียด และแอโรบิกไว้ในเช้าเดียว
ผู้เข้าร่วมจะได้เริ่มต้นด้วย Community Run กับ Coach M ต่อด้วย Stretch Session กับ ครูพลอย PTK ก่อนปิดท้ายด้วยคลาสแอโรบิก พร้อมรับ Perfect Kit จาก MISE en SCÈNE และลุ้นของรางวัลเพิ่มเติมผ่านกิจกรรม เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มวันใหม่ด้วยการออกกำลังกายแบบสนุกๆ พร้อมกลับบ้านด้วยไอเดียการดูแลเส้นผมหลังออกกำลังกาย
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
Where: อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Dress Code: โทนสีส้ม ครีม หรือขาว
Ticket: เข้าร่วมฟรี (จำกัด 150 คน)
More Info: Fullhouse Wellness Club

ถ้าการวิ่งเช้าวันอาทิตย์ยังไม่พิเศษพอ ลองเปลี่ยนมาออกตามหา ‘พี่เสือ’ กับกิจกรรมสนุกๆ จาก Neighborfoot. x Tiger Balm ที่หยิบคาแรกเตอร์ของยาหม่องตราเสือมาเปลี่ยนเป็นเกมระหว่างการวิ่ง พร้อมพานักวิ่งขึ้นไปวอร์มอัพบน Mahanakhon SkyWalk ชั้น 78 ก่อนออกวิ่งรอบเมืองในระยะ 6.5 กิโลเมตร
หลังเข้าเส้นชัย ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้ร่วมเปิด Mystery Box ตามหาเสือหลุดพร้อมรับของรางวัลจาก Tiger Balm และปิดท้ายด้วยช่วงคูลดาวน์ที่ Mahanakhon Square เป็นอีกหนึ่ง Social Run ที่ไม่ได้แข่งกับเวลา แต่ชวนออกมาวิ่ง พบปะผู้คน และเติมสีสันให้เช้าวันหยุด
Time: นัดพบ 06.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
Where: King Power Mahanakhon
Dress Code: สีขาว, ดำ, ส้ม
Ticket: จำกัด 50 คน (ประกาศรายชื่อ 23 กรกฎาคม)
Booking: Google Forms
More Info: Neighborfoot.

หนีเมืองกรุงไปรีเซ็ตพลังกายและใจในบรรยากาศสุดลักชัวรีริมชายหาดพัทยากับ The Ocean Rituals กิจกรรม Wellness Experience จาก Porsche Centre Pattaya, MASON Pattaya และ JOJAI Club ที่ผสานการเคลื่อนไหว ดนตรี อาหาร และไลฟ์สไตล์ไว้ในวันเดียว พร้อมเปิดให้เลือกสัมผัสบรรยากาศได้ทั้งช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
ช่วงเช้าเริ่มต้นด้วย Sunrise Yoga-Barre ท่ามกลางวิวทะเลยามเช้า ต่อด้วยอาหารเช้าเพื่อสุขภาพและ Ice Face Rituals ส่วนช่วงเย็นเปลี่ยนชายหาดให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับ Sunset Barre ที่ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวไปพร้อมกับ Live DJ ก่อนปิดท้ายด้วยคานาเป้และม็อกเทล พร้อมประสบการณ์ทดลองขับ Porsche โดยแต่ละเซสชันรับเพียง 25 คน จึงเหมาะกับคนที่อยากพักจากความวุ่นวาย แล้วใช้เวลาหนึ่งวันกับการเคลื่อนไหว ความสงบ และบรรยากาศริมทะเลอย่างเต็มที่
Time: ตามรอบเวลาที่เลือก (รอบเช้า 05.30-10.00 น. / รอบเย็น 17.00-20.30 น.)
When: วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
Where: MASON Pattaya
Dress Code: โทนสีเบจ, สีดำ และ สีเขียวโอลีฟ
Ticket: Early Bird 2,680 บาท / ราคาปกติ 3,280 บาท (จำกัด 25 คนต่อเซสชัน)
Booking: https://luma.com/a9fk7gij
More Info: Jojai.club , MASON PATTAYA
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 22-28 กรกฎาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อพูดถึงการเที่ยวทะเลของเกาะภูเก็ต หลายคนคงคุ้นเคยกั […]
The post PISCES คาตามารันลำใหม่ ที่ชวนใช้ชีวิตบนทะเลภูเก็ตให้ช้าลงและน่าจดจำ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อพูดถึงการเที่ยวทะเลของเกาะภูเก็ต หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพการตื่นแต่เช้า นั่งสปีดโบ๊ตออกไปตามเกาะต่างๆ ลงเล่นน้ำ ถ่ายรูป แล้วรีบเดินทางต่อเพื่อให้ทันเกาะถัดไป
แต่ PISCES คาตามารันลำใหม่จาก Cape Odyssey เลือกตีความการเที่ยวทะเลอีกแบบ แทนที่จะพยายามพาไปให้ได้หลายเกาะที่สุดภายในหนึ่งวัน กลับชวนให้ผู้โดยสารใช้เวลากับการเดินทางมากขึ้น ตั้งแต่นอนเล่นรับลมบนดาดฟ้า กินอาหารกลางวันแบบไม่ต้องรีบ ไปจนถึงนั่งชมพระอาทิตย์ตกบนเรือระหว่างเดินทางกลับฝั่ง
PISCES เป็นเรือ Power Catamaran ความยาว 26 เมตร หรือประมาณ 86 ฟุต ภายในถูกแบ่งออกเป็นหลายพื้นที่เพื่อให้แขกสามารถเลือกใช้เวลาได้ในแบบของตัวเอง


แม้จะเป็นเรือขนาดใหญ่ แต่ตัวเรือผลิตจากไฟเบอร์กลาสเพื่อให้มีน้ำหนักเบากว่าเรือโครงสร้างเหล็ก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 550 แรงม้า 2 เครื่อง และเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 10-18 น็อต ซึ่งความเร็วในที่นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเร่งเก็บจุดหมายให้มากขึ้นเท่านั้น แต่ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ระหว่างเกาะ และคืนเวลาให้ผู้โดยสารได้อยู่ในแต่ละพื้นที่นานกว่าเดิม
เบื้องหลังโปรเจกต์นี้คือ ไผ่-พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Cape Odyssey ซึ่งเติบโตมากับทะเลอันดามันและการล่องเรือตั้งแต่วัยเด็ก ความตั้งใจของเขาคือการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากทริปสปีดโบ๊ตทั่วไป ให้การนั่งเรือกลายเป็นจุดหมายของวันหยุดจริงๆ
ส่วนชื่อ PISCES ก็มาจากราศีมีน ซึ่งเป็นราศีเกิดของผู้ก่อตั้งและพี่ชายฝาแฝด สะท้อนถึงสัญลักษณ์ปลาสองตัวที่หมายถึงความสมดุล อิสระ และการออกเดินทาง ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับแบรนด์ Cape Odyssey



ขนาดของเรือเป็นสิ่งแรกที่เราสะดุดตา แต่จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบพื้นที่มากกว่าความใหญ่โต พื้นที่ภายนอกปูด้วยไม้สักแท้และออกแบบให้เปิดรับวิวทะเล ตั้งแต่ดาดฟ้าด้านหน้า พื้นที่รับประทานอาหาร เตียงอาบแดด ไปจนถึงฟลายบริดจ์ด้านบนที่เหมาะกับการนั่งพักในช่วงเย็น
ถัดเข้ามาภายในเป็นซาลูนปรับอากาศขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยหน้าต่างบานกว้าง จึงยังมองเห็นวิวแบบพาโนรามาได้แม้เลือกหลบร้อนอยู่ด้านใน นอกจากนี้ยังมีระบบเสียง บูธดีเจ และห้องพักส่วนตัวพร้อมห้องน้ำในตัว สำหรับแขกที่ต้องการพื้นที่สงบระหว่างการเดินทาง โดยบนเรือมีห้องสวีตพร้อมห้องน้ำจำนวน 2 ห้อง
เมื่อเรือจอดกลางทะเล ยังสามารถลงเล่นน้ำหรือเลือกทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ทั้งแพดเดิลบอร์ด เจ็ตเซิร์ฟ ดำน้ำตื้น และ Floating Ocean Pool สระลอยน้ำพร้อมตาข่ายกั้นด้านท้ายเรือ รวมถึงสามารถขอจัดเตรียมกิจกรรมทางน้ำแบบใช้เครื่องยนต์เพิ่มเติมได้



เปิดให้บริการ 2 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์นักเดินทาง ตั้งแต่ผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์บนเรือลำนี้เป็นครั้งแรก ไปจนถึงกลุ่มที่ต้องการเหมาลำสำหรับโอกาสพิเศษ
1. Exclusive Shared Voyages (ทริปเส้นทางอ่าวพังงา)
สำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินทางมาเป็นกลุ่มใหญ่ หรือผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์โดยไม่จำเป็นต้องเหมาลำทั้งลำ โดยทั้งทริปใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ออกเดินทางจากอ่าวปอช่วง 11.00 น. และกลับถึงท่าเรือประมาณ 19.00 น. เส้นทางพาเข้าสู่อ่าวพังงา ผ่านเกาะนาคา เกาะห้อง เขาตะปูหรือ James Bond Island และพื้นที่หน้าผาหินปูน ถ้ำทะเล และลากูนต่างๆ ก่อนจบวันด้วยการชมพระอาทิตย์ตกระหว่างเดินทางกลับ
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงรายชื่อเกาะ แต่เป็นการจัดพื้นที่ให้แขกแต่ละกลุ่มมีมุมของตัวเอง แทนการวางที่นั่งเรียงแน่นเหมือนเรือทัวร์ทั่วไป บรรยากาศบนเรือถูกวางให้อยู่ระหว่างการพักผ่อนริมทะเลกับเสียงเพลงแบบ Beach Groove มากกว่าจะเป็นโบ๊ตปาร์ตี้เต็มรูปแบบ
ความแตกต่างจากเรือทั่วไปของ PISCES คือเลือกจำกัดผู้โดยสารเพียง 45 ท่าน (จากความจุจริงที่รองรับได้ถึง 70-80 ท่าน)
แพ็กเกจ Standard ราคาเริ่มต้น 6,900 บาทสุทธิต่อคน และ VIP ราคา 7,900 บาทสุทธิต่อคน รวมบริการรับ-ส่งจากโรงแรม อาหารบนเรือ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ผลไม้ อุปกรณ์ดำน้ำ เจ็ตเซิร์ฟ แพดเดิลบอร์ด สระลอยน้ำ ผ้าเช็ดตัว ประกันอุบัติเหตุ และเสื้อชูชีพ
สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น สามารถอัปเกรดห้องพัก Private Cabin เพิ่มในราคา 10,000 บาทสุทธิสำหรับ 2 คน
2. Premium Private Charter (เหมาลำส่วนตัว)
อีกรูปแบบสำหรับกลุ่มที่ต้องการเหมาลำและกำหนดการเดินทางด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว การเฉลิมฉลอง ปาร์ตี้ส่วนตัว หรือการรับรองแขกและลูกค้าขององค์กร
เส้นทางสามารถปรับได้ตามความต้องการ ตั้งแต่การล่องในอ่าวพังงา ไปจนถึงเกาะพีพี เกาะราชา เกาะไข่ หรือเกาะไม้ท่อน รวมถึงเลือกจุดรับแขกจากโรงแรม ชายหาด หรือท่าเรือที่สะดวกได้ โดยอาจมีค่า Relocation เพิ่มเติมตามระยะทาง
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 250,000 บาทสำหรับการใช้งาน 8 ชั่วโมง ภายในแพ็กเกจประกอบด้วยอาหารบนเรือ เครื่องดื่ม อุปกรณ์ทางน้ำ ทีมงาน ห้องครัวส่วนตัว รวมถึงสามารถปรับเมนูและเส้นทางให้เหมาะกับโอกาสนั้นๆ ได้


ด้านอาหารบน PISCES ก็ไม่ได้ถูกจัดให้เป็นแค่เพียงมื้อระหว่างทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ตลอดวัน ซึ่งเมนูมีตั้งแต่อาหารไทย เมดิเตอร์เรเนียน และยุโรปร่วมสมัย ไปจนถึงซูชิแฮนด์โรลที่ปรุงสดบนเรือ สำหรับทริปส่วนตัวยังสามารถสั่งเมนูพรีเมียมอย่าง Seafood Tower เพิ่มล่วงหน้าได้
ด้านเครื่องดื่มก็มีทั้งค็อกเทล ไวน์ แชมเปญ และเครื่องดื่มที่ออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศของแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่มื้อกลางวันกลางแดด โดยพื้นที่บาร์และบริการอาหารสามารถปรับให้เหมาะกับงานเฉลิมฉลองหรือโอกาสพิเศษได้เช่นกัน



ท้ายที่สุด PISCES สะท้อนให้เราเห็นว่าความหมายของการเที่ยวทะเลแบบลักชัวรีกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่อาจวัดกันด้วยจำนวนเกาะหรือกิจกรรมที่ทำได้ภายในหนึ่งวัน สู่การมีพื้นที่มากขึ้น ผู้คนน้อยลง และมีเวลาพอที่จะใช้ชีวิตกับทะเลโดยไม่ต้องรีบ
PISCES PHUKET
Exclusive Shared Voyage
Premium Private Charter
Bookings: [email protected]
Call: (+66) 084 393 4531
LINE Official: @piscesphuket
Instagram: PISCES PHUKET
Website: https://piscesphuket.com/
ภาพ: PISCES
The post PISCES คาตามารันลำใหม่ ที่ชวนใช้ชีวิตบนทะเลภูเก็ตให้ช้าลงและน่าจดจำ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในยุคที่คนรุ่นใหม่ถูกรายล้อมด้วยความเร่งรีบต่างๆ จนเกิด […]
The post ทำความรู้จัก Ceiling Service ศิลปะแห่งความเชื่องช้า และเทรนด์นอนนิ่งๆ ฮีลใจคนเมืองในกรุงโซล appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในยุคที่คนรุ่นใหม่ถูกรายล้อมด้วยความเร่งรีบต่างๆ จนเกิดความเหนื่อยล้าสะสม เมืองหลวงที่หมุนไวติดจรวดอย่างกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ กำลังเกิดความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ซึ่งอาจเรียกได้ว่า Architecture of Slowness หรือการออกแบบพื้นที่และประสบการณ์ที่ชวนให้ผู้คนหยุดพักจากจังหวะอันเร่งรีบของเมือง และหนึ่งในโปรเจกต์ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่สุดก็คือ Ceiling Service อีเวนต์ดนตรีบำบัดจากโซลที่เดินทางจัดงานในสถานที่ต่างๆ ทั่วเมือง และเพิ่งจัดงานครั้งที่ 10 เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ชื่อของ Ceiling Service มีแนวคิดมาจากคำในภาษาดัตช์ว่า plafondservice ซึ่งใช้เรียกช่วงเวลาที่เรานอนตาค้างอยู่บนเตียง จ้องมองเพดานในคืนที่นอนไม่หลับ แต่โปรเจกต์นี้เลือกหยิบเอาประสบการณ์อันแสนทรมานนั้นมาพลิกความหมายใหม่ จากเดิมที่เคยจ้องเพดานด้วยความกระวนกระวาย กลายเป็นการเอนหลัง นอนราบ และปล่อยตัวเองไปกับพื้นที่ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เราได้หยุดพักอย่างแท้จริง


Ceiling Service จึงไม่ใช่คอนเสิร์ต ไม่ใช่นิทรรศการ และไม่ใช่คลาสทำสมาธิแบบที่มีขั้นตอนให้ต้องปฏิบัติตาม หากเป็นประสบการณ์ที่อยู่ระหว่างทั้งสามสิ่ง โดยใช้เสียง พื้นที่ และความนิ่งมาประกอบกัน ผู้เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนหรือจับจ้องไปยังเวที
แต่สามารถนอนลงบนที่นอน มองขึ้นไปบนเพดาน ฟังดนตรี อ่านหนังสือ งีบหลับ หรือเพียงใช้เวลาอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ
ภายในพื้นที่จัดงานมีที่นอนพรีเมียมเรียงเต็มพื้น โดย Simmons เป็นหนึ่งในแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่มีส่วนทำให้รูปแบบการรับชมในแนวราบกลายเป็นภาพจำของโปรเจกต์ จากพื้นที่สำหรับการแสดงดนตรีจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นห้องพักผ่อนขนาดใหญ่ ซึ่งผู้คนสามารถเลือกใช้เวลาได้ตามชอบ

ซึ่งในภาษาเกาหลี บางคนเรียกประสบการณ์ลักษณะนี้อย่างขำขันว่า 합법적 눕방 (ฮับบอบจ็อก นุบปัง) หรือการมีพื้นที่ให้นอนเล่นได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ภายใต้คำเรียกที่ดูสนุกนั้นกลับซ่อนความรู้สึกที่คนเมืองจำนวนไม่น้อยเข้าใจร่วมกัน เพราะในชีวิตประจำวันที่ทุกชั่วโมงถูกแบ่งให้กับการทำงาน การเดินทาง การออกกำลังกาย และการพัฒนาตัวเอง การนอนนิ่งๆ โดยไม่มีเป้าหมาย กลับกลายเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่าต้องขออนุญาตตัวเองเสียก่อน
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ Ceiling Service แตกต่างจากกิจกรรม Sound Bath หรือ Meditation ทั่วไป คือความจริงจังในการคัดเลือกศิลปิน ผู้แสดงไม่ได้ถูกเชิญมาเพียงเพื่อสร้างเสียงที่ฟังสบาย แต่ล้วนเป็นศิลปินที่สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างเสียง ความสงบ จิตใจ และการเยียวยาผ่านผลงานของตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง



หนึ่งในศิลปินหลักของ Vol.10 คือ Yogetsu Akasaka พระนิกายเซนจากกรุงโตเกียว ผู้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากผลงาน Heart Sutra Live Looping Remix ซึ่งนำบทสวด Heart Sutra มาผสมผสานกับจังหวะบีตบ็อกซ์และเสียงที่สร้างขึ้นผ่าน Loop Station สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้มองผลงานเหล่านี้เป็นเพียงการทดลองทางดนตรี แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเยียวยาและลดความทุกข์ของผู้ฟังผ่านเสียง
อีกหนึ่งศิลปินหลักคือ Cifika ศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ชาวเกาหลีใต้ อดีตกราฟิกดีไซเนอร์ที่เริ่มต้นเรียนรู้การทำดนตรีด้วยตัวเองผ่านโปรแกรม Ableton ก่อนพัฒนาภาษาทางดนตรีของตัวเองขึ้นมาจากห้องนอน และกลายเป็นหนึ่งในศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของเกาหลี ผลงานของเธอมักสำรวจความสมดุลระหว่างความหนักและความเบา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้จัดเลือกให้มาร่วมสร้างประสบการณ์ใน Ceiling Service
แม้ Cifika และ Yogetsu Akasaka จะมีภูมิหลังและวิธีการทำงานที่แตกต่างกันอย่างมาก คนหนึ่งมาจากดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัย อีกคนมาจากการปฏิบัติแบบเซน แต่จุดที่ทั้งคู่เชื่อมโยงกันคือการใช้เสียงเพื่อสร้างสภาวะบางอย่างให้เกิดขึ้นภายในตัวผู้ฟัง มากกว่าการสร้างการแสดงที่เรียกร้องให้ทุกสายตาจับจ้องอยู่บนเวที
รอบๆ ศิลปินหลักทั้งสองคนยังมีศิลปินแอมเบียนต์จากทั้งเกาหลีและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น K.O.P. 32, sooom, Lim Yong Ju และ Notep มาร่วมสร้างภูมิทัศน์ทางเสียงให้กับงาน ดนตรีแต่ละช่วงจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย แต่ช่วยเปลี่ยนวิธีที่ผู้ร่วมงานรับรู้พื้นที่ เวลา และร่างกายของตัวเอง
เมื่อมองให้กว้างกว่าอีเวนต์เพียงสองวัน Ceiling Service ยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่วัฒนธรรมของกรุงโซล จากเดิมที่การออกไปข้างนอกมักเชื่อมโยงกับการทำกิจกรรม การกินดื่ม และการหาประสบการณ์ กลับเริ่มมีพื้นที่ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัก การฟัง และไม่ต้องมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น ทั้ง Tea House, Sound Bath, Meditation Space ไปจนถึงโปรเจกต์ที่มองว่า ‘การไม่ทำอะไร’ ก็สามารถเป็นประสบการณ์ที่ได้รับการออกแบบอย่างจริงจังได้
แน่นอนว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าโปรเจกต์ลักษณะนี้จะกลายเป็นรูปแบบการพักผ่อนที่อยู่กับเมืองในระยะยาว หรือเป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราวของคนรุ่นหนึ่ง แต่การเดินทางมาถึงครั้งที่ 10 ก็แสดงให้เห็นว่า ความต้องการพื้นที่ซึ่งไม่ได้เรียกร้องอะไรจากผู้คนอาจไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป
ในวันที่โลกพยายามเร่งให้เราทำทุกอย่างได้เร็วขึ้น Ceiling Service เสนอคำตอบที่เรียบง่ายให้กับความเหนื่อยล้าของคนเมือง นั่นคือห้องหนึ่ง เสียงบางอย่าง และการอนุญาตให้ตัวเองอยู่ตรงนั้นต่ออีกสักพัก เพราะบางทีความหรูหราที่หาได้ยากที่สุดในวันนี้ อาจไม่ใช่สิ่งของราคาแพงหรือประสบการณ์อันหวือหวา แต่คือ เวลาและพื้นที่ที่อนุญาตให้เราอยู่นิ่งๆ โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
สามารถติดตามการประกาศจัดงานครั้งถัดไปได้ทาง Instagram: ceiling service
ภาพ: ceiling service
The post ทำความรู้จัก Ceiling Service ศิลปะแห่งความเชื่องช้า และเทรนด์นอนนิ่งๆ ฮีลใจคนเมืองในกรุงโซล appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างสีสันให้กับงาน The Secret Sauce B […]
The post ISAN SHOWCASE รวมไอเดียธุรกิจสร้างสรรค์แดนอีสานในงาน #tssbwอีสาน2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างสีสันให้กับงาน The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026 ที่เพิ่งจบลงไป คือ ISAN SHOWCASE พื้นที่ที่รวบรวมผู้ประกอบการ นักออกแบบ และแบรนด์สร้างสรรค์จากภาคอีสานมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า วัตถุดิบ ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์จากท้องถิ่น สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจที่แข่งขันได้ในระดับประเทศและระดับโลก
ตลอดช่วงเวลาของงาน โซนนี้เต็มไปด้วยสินค้า งานคราฟต์ นวัตกรรม อาหาร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์จริงผ่านกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการชมการเพ้นท์เซรามิกสด ชิมขนมเทียนแก้วสูตรดั้งเดิมกว่า 70 ปี จิบกาแฟพร้อม Sound Experience ชิม Craft Cocktail จากวัตถุดิบอีสาน ทดลองทำ Art Toy จากขยะทะเล และชิมนวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากผู้ประกอบการไทย



นอกจากการเดินเลือกชมสินค้า ISAN SHOWCASE ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริโภค นักลงทุน และผู้สนใจธุรกิจสร้างสรรค์ ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผสานงานออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน ความยั่งยืน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับใครที่ได้มาร่วมงานในปีนี้ ISAN SHOWCASE คืออีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนพลังของผู้ประกอบการอีสานได้อย่างชัดเจน ส่วนใครที่พลาดไป ปีหน้าอย่าลืมปักหมุดรอ เพราะพื้นที่แห่งนี้ยังมีเรื่องราวและไอเดียใหม่ๆ ให้ค้นหาอีกมาก
แล้วพบกันใหม่ใน The Secret Sauce Business Weekend อีสาน ครั้งถัดไป















The post ISAN SHOWCASE รวมไอเดียธุรกิจสร้างสรรค์แดนอีสานในงาน #tssbwอีสาน2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
“เต็มที่ทุกตารางนิ้ว” คือแนวคิดการออกแบบของ AP Condo ที […]
The post เบื้องหลังแนวคิด ‘AP Condo เต็มที่ทุกตารางนิ้ว’ ทำไมคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้วัดที่ขนาดห้องอย่างเดียว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
“เต็มที่ทุกตารางนิ้ว” คือแนวคิดการออกแบบของ AP Condo ที่หลอมรวม 3 ไอเดียหลักไว้ด้วยกัน ได้แก่ ความสุนทรีย์ (Aesthetics & Comfort), พื้นที่หลากหลายที่ใช้งานได้จริง (Diversity & Choice) และความสะดวก คงทน ปลอดภัย (Seamless & Safety) โดยไอเดียเหล่านี้เกิดจากการเข้าใจปัญหาผู้อยู่อาศัย เพราะ AP Condo เชื่อว่า คุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้มาจากห้องที่กว้างขวางเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการออกแบบที่เข้าใจชีวิตคนอย่างแท้จริง
เคยเจอเรื่องเหล่านี้บ้างไหมในการใช้ชีวิตคอนโด
เปิดม่านตอนเช้าแล้วเจอแค่กำแพงตึกข้างๆ ไม่มีวิวให้ใจได้พัก
กลับบ้านมาอยากมีมุมนั่งทำงานเงียบๆ แต่ห้องมีแค่โซฟานั่งเล่นกับเตียงนอน
ฝนตกหนักทีไร อดคิดไม่ได้ว่าน้ำจะไหลย้อนเข้าตึกอีกหรือเปล่า
เพราะปัญหาคับอกคับใจ ไม่ได้อยู่ที่พื้นที่ที่มี แต่อยู่ที่การออกแบบ AP Condo จึงเริ่มต้นดีไซน์จากการฟังเสียงคนอยู่อาศัยให้ลึกลงไปกว่าเสียงที่ได้ยิน แต่เป็นเสียงภายในที่สะท้อนพฤติกรรมและความกังวล (Unspoken Need) แล้วมาปรับใช้เป็น ‘AP CODE’ มาตรฐานการออกแบบที่เชื่อมโยงกับ Code of Empathy ตั้งแต่ทำเล พื้นที่อยู่อาศัย ไปจนถึงบริการหลังการขาย
บางคนบอกว่าวันที่เหนื่อยที่สุด แค่ได้นั่งมองอะไรสวยๆ สักพักก็ผ่อนคลายขึ้น นี่คือสิ่งที่เสาหลักแรก ความสุนทรีย์ที่สมบูรณ์แบบ (Aesthetics & Comfort) ให้ความสำคัญ ผ่านการคัดสรรทำเลและมุมมองอาคารอย่างตั้งใจ เพื่อให้ทุกห้องได้วิวที่ดีที่สุดเท่าที่ทำเลนั้นจะให้ได้ เช่น:
LIFE พระราม 4 – อโศก: มองออกไปเห็นเส้นโค้งน้ำบางกะเจ้าโอบล้อมเมืองสุขุมวิท พร้อมอากาศบริสุทธิ์จากสวนเบญจกิติ
THE ADDRESS สยาม – ราชเทวี: อยู่ใจกลางความคึกคักของเมือง แต่ยังมีมุมสงบไว้พักใจได้เต็มที่
ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น: วิววัดอรุณฯ แบบพาโนรามา นั่งชมพลุเทศกาลสำคัญได้จากพื้นที่ของตัวเอง



ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ชีวิตเหมือนกัน บางคนต้องการมุมทำงานเงียบๆ บางคนอยากได้พื้นที่ผ่อนคลายหลังเลิกงาน เสาหลักที่สอง พื้นที่หลากหลายที่ใช้งานได้จริง (Diversity & Choice) จึงตอบโจทย์ด้วย Layout ห้องกว่า 100 แบบ จากทุกคอนโด ทั้งห้องแบบ Simplex และ Vertiplex พร้อม Free Space Zone ที่ปรับเป็นมุมทำงาน มุมพักผ่อน หรือมุมส่วนตัวได้ตามใจ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ที่ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น

ความใส่ใจนี้ยังรวมไปถึงพื้นที่ส่วนกลาง ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Private in Public ตั้งแต่ Stand-alone Facilities ที่ LIFE รัชดา – พระราม 9 ไปจนถึง Verticle Facilities ส่วนกลาง 10 ชั้นใจกลางเอกมัยของ RHYTHM เอกมัย – เอสเตท ที่จัดวางมุมพักผ่อนให้รู้สึกเป็นส่วนตัว แต่ยังเปิดให้เจอผู้คนได้เมื่ออยากเจอ


ถ้าแต่ละวันไม่ต้องกังวลว่าจะมีเหตุร้ายอะไรในคอนโด ก็คงใช้ชีวิตได้หายห่วง เสาหลักที่สาม ความสะดวก คงทน ปลอดภัย (Seamless & Safety) คือเสาที่ AP Condo ให้ความสำคัญ และสะท้อนผ่านงานออกแบบที่ช่วยให้ลูกบ้านคลายกังวล:
และสำหรับใครที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัวอีกคน AP Condo ก็ให้ความสำคัญกับแนวคิด Pet-Friendly อย่างเต็มที่ เช่น ASPIRE สุขุมวิท 103 ที่ใส่ใจตั้งแต่การใช้พื้น SPC ทนรอยขีดข่วน, สี Organic Care, เครื่องปรับอากาศระบบ nanoe
X , ห้อง Pet Pal Suite, การแยกอาคาร Pet Friendly ไปจนถึงปุ่มแจ้งเตือน Pet-in-Elevator ในลิฟต์ เพื่อไม่ให้น้องหลุดออกไปโดยไม่ตั้งใจ

เพราะคำว่าคุณภาพชีวิตที่ดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนแค่ต้องการวิวที่มองแล้วใจสงบ บางคนแค่อยากมีหลากหลายมุมในห้อง AP Condo จึงฟังความต้องการของแต่ละคนด้วยความใส่ใจ และสร้างมาตรฐานการออกแบบที่ “เต็มที่ทุกตารางนิ้ว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด” เพื่อให้ที่อยู่ตอบโจทย์ชีวิตของแต่ละคนที่สุด
AP Condo เต็มที่ทุกตารางนิ้ว เพราะคุณภาพของทุกตารางนิ้ว คือที่สุดของคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัย
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://apthai.ly/MzMfJa
The post เบื้องหลังแนวคิด ‘AP Condo เต็มที่ทุกตารางนิ้ว’ ทำไมคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้วัดที่ขนาดห้องอย่างเดียว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยอมรับเลยว่าช่วงนี้ทันทีที่เปิดหน้าจอขึ้นมา ก็พบแต่เรื่ […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 15-21 กรกฎาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยอมรับเลยว่าช่วงนี้ทันทีที่เปิดหน้าจอขึ้นมา ก็พบแต่เรื่องที่ทำให้ใจเต้นแรงและชวนลุ้นระทึกไม่เว้นวัน ทั้งสถานการณ์ข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือสภาพอากาศหน้าฝนที่เดาใจยากจนชวนให้หดหู่ แต่ก็ไม่ต้องเศร้าหรือปล่อยให้ความหม่นหมองมาขโมยพลังชีวิตของเราไปซะหมด เตรียมตัวชุดและรองเท้าให้พร้อม แล้วออกมาทำกิจกรรมจอยๆ ที่ทำให้เรากลับมาสดชื่นกันอีกครั้งดีกว่า
ในสัปดาห์นี้ LIFE This Week ได้คัดสรรกิจกรรมดีๆ ทั่วกรุงเทพฯ มาเสิร์ฟให้ครบทุกสไตล์อีกตามเคย ตั้งแต่นิทรรศการศิลปะชวนเดินชม คอมมูนิตี้งานวิ่งให้ได้ขยับร่างกาย คลาสพิลาทิสช่วยยืดเหยียด ไปจนถึงเปิดท้ายตลาดงานอาร์ตสุดชิค เผื่อว่าใครจะได้ใช้เป็นข้ออ้างดีๆ ในการพาตัวเองออกจากบ้าน หนีความวุ่นวายไปรีเซ็ตสมอง และสนุกกับการใช้ชีวิตมากขึ้น

สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการวิ่งคนเดียวเหงาๆ มาเป็นเช้าวันหยุดที่เต็มไปด้วยพลังบวก กับคอมมูนิตี้วิ่งสุดแนวที่ชวนทุกคนมาออกกำลังกายและแฮงเอาต์ไปพร้อมๆ กัน
หากว่าใครกำลังกังวลเรื่องของความเร็วในการวิ่ง บอกเลยว่างานนี้วิ่งเพซสบายๆ เน้นวิ่งไปคุยไป ทักทายเพื่อนใหม่ และเสพมู้ดของเมืองยามเช้าในระยะสั้นๆ เพียง 4.5 กิโลเมตร แล้วหลังจากวิ่งเสร็จและคูลดาวน์เรียบร้อย ทางงานจะเปลี่ยนสเปซให้กลายเป็นปาร์ตี้ย่อมๆ มีดีเจมาเปิดแผ่น (DJ Spin) ขับกล่อมมู้ดดีๆ คู่ไปกับการกิน Brunch พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ เติมความสดชื่นแบบเฮลตี้หลังเสียเหงื่อ
Time: เวลา 07.00-09.30 น. (เริ่มลงทะเบียน 06.30 น.)
When: วันที่ 19 กรกฎาคม 2569
Where: โรงแรม AMARA Bangkok (ถนนสุรวงศ์)
More Info: Seuxphen Running Team

หากเช้าวันเสาร์นี้ยังไม่ได้มีแพลนไปไหน ลองตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ในย่านพระนครกัน กับซิตี้รันรับแสงแรกของวัน ที่ไม่เน้นความเร็ว แต่เน้นการเสพวิวและมิตรภาพระหว่างทาง เหมาะสำหรับคนที่อยากขยับร่างกายพร้อมเที่ยวชมเมืองไปในตัว
สำหรับงานนี้จะวิ่งแบบ Easy Pace ที่ระดับ 8-9 ซึ่งเป็นความเร็วที่กึ่งวิ่งกึ่งเหยาะ ทำให้ไม่เหนื่อยจนเกินไป ในระยะทางประมาณ 4.7 กิโลเมตร พาเราลัดเลาะผ่านแลนด์มาร์กสำคัญต่างๆ ของเกาะรัตนโกสินทร์ยามเช้าตรู่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ถนนยังโล่งและอากาศยังไม่ร้อน
และแอบกระซิบว่างานนี้ไม่มีจุดฝากกระเป๋า แนะนำให้พกเฉพาะของจำเป็นติดตัวมานะ
Time: เวลา 06.30-08.00 น.
When: วันที่ 18 กรกฎาคม 2569
Where: สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
Parking: มีพื้นที่จอดรถใน มธ. ท่าพระจันทร์
More Info: โลดแล่น รันคลับ

เปลี่ยนบรรยากาศการวิ่งยามเช้าให้มีสีสันและเอ็นจอยขึ้น กับ Run Club Meeting ที่ชวนแก๊งเพื่อนสนิทมาขยับร่างกายไปด้วยกัน ก่อนจะปิดท้ายด้วยการนั่งล้อมวงดื่มกาแฟแก้วโปรดในคาเฟ่สบายๆ
โดยจะเริ่มสตาร์ทกันตั้งแต่ช่วง 06.45 น. และหลังจากวิ่งเสร็จก็มารับกาแฟเติมความสดชื่น พร้อมเปิดสเปซให้ได้นั่ง Hang out พูดคุยแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์สนุกๆ ร่วมกันก่อนแยกย้ายไปใช้เวลาวันหยุด
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
When: วันที่ 18 กรกฎาคม 2569
Where: Citycup BKK, คลองเตย, กรุงเทพฯ
More Info: Ari Running

ปิดท้ายลิสต์งานวิ่งของสัปดาห์นี้ด้วย RunClub ที่จะชวนทุกคนมาวิ่งซิตี้รันรับลมเช้าวันอาทิตย์ และพบปะพูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆ ก่อนจะจบวันด้วยกาแฟแก้วโปรด โดยจะเริ่มสตาร์ทวิ่งตรงเวลาเป๊ะตอน 06.30 น. ขอแนะนำว่าให้พกหมวกและกระบอกน้ำพกพามาด้วยนะ หากว่าพร้อมกันแล้วเตรียมผูกเชือกรองเท้าให้แน่น แล้วออกมารับพลังงานดีๆ ในเช้าวันอาทิตย์นี้ไปด้วยกันเลย
Time: เวลา 06.30-08.00 น. เป็นต้นไป (ลงทะเบียน 05.45 น.)
When: วันที่ 19 กรกฎาคม 2569
Where: นัดพบที่ร้าน Pacamara สาขา Tops มาร์เก็ตเพลสนางลิ้นจี่
Dress Code: น้ำเงิน ขาว และดำ
More Info: Mitr Miles Run

ใครที่เป็นแฟนคลับ Taylor Swift ต้องพุ่งตัวมาที่นี่ด่วนๆ เพราะเปลี่ยนวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่แสนตึงเครียดให้กลายเป็นค่ำคืนแห่งความผ่อนคลายปนสนุกสนาน กับอีเวนต์สุดครีเอทีฟอย่าง In our sauna era ที่นำศาสตร์ซาวน่าสไตล์เยอรมันมามิกซ์เข้ากับป๊อปคัลเจอร์ จัดเซสชันซาวน่าแบบ Aufguss (เอาฟ์กุส) ในเวอร์ชัน Taylor’s Version ที่ออกแบบโดย Resident Sauna Master Gianni ซึ่งจะเปลี่ยนภาพจำของการนั่งอบอ้าวในห้องสี่เหลี่ยมเงียบๆ ให้กลายเป็นการรีเซ็ตพลังที่ชวนอมยิ้มที่สุด
ไฮไลต์ของค่ำคืนนี้คือการได้ใช้ท่วงท่าสะบัดผ้าคลุมคอยควบคุมทิศทางลมเพื่อสร้างคลื่นความร้อนและกระจายกลิ่นหอมอย่างเป็นจังหวะตามเพลย์ลิสต์เพลงฮิตของ Taylor Swift คลอไปกับกิจกรรมตอบคำถามสนุกๆ ได้อย่างเต็มที่ 2 ชั่วโมงเต็มๆ พร้อมนั่งชมวิวเมืองกรุงแบบพาโนรามา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดลับเย็นวันศุกร์ที่จะช่วยขับเหงื่อและชะล้างความเหนื่อยล้าสะสมมาตลอดทั้งสัปดาห์ได้เป็นอย่างดี
Time: เวลา 19.00-20.00 น.
When: วันที่ 17 กรกฎาคม 2569
Where: Ice House Rooftop Baths, โรงแรม The Fig Lobby Hotel (ย่านคลองเตย)
More Info: ICE HOUSE | Ice Bath & Sauna in Bangkok

หากสุดสัปดาห์นี้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าจนไม่อยากเอาตัวออกไปวิ่งหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง ลองเปลี่ยนมาพักผ่อนด้วยการพาตัวเองมานอนนิ่งๆ ในสเปซที่เงียบสงบฟังเสียง Sound Meditation หรือการทำสมาธิบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่จะช่วยปรับสมดุลร่างกายและจิตใจจากภายในสู่ภายนอก ถือเป็นเซฟโซนสำหรับชาวออฟฟิศและคนเมืองที่กำลังเผชิญภาวะสะสมความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือต้องการพื้นที่รีเซ็ตพลังงานชีวิตที่โดนสูบไปในวันธรรมดา
ความพิเศษของคลาสนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนและไม่ต้องเตรียมตัวอะไรให้วุ่นวาย แค่พาตัวเองมานอนหลับตา ปล่อยวางเรื่องราวลุ้นระทึกในหน้าฟีด แล้วปล่อยให้คลื่นเสียงและแรงสั่นสะเทือนทำหน้าที่ปลอบประโลม บำบัดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยปรับคลื่นสมองให้เข้าสู่โหมดผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง
Time: เวลา 18.30-19.30 น.
When: วันที่ 18 กรกฎาคม 2569
Where: LIBI HOME (ลิบิโฮม), ปทุมวัน (ใกล้ bts สยาม)
More Info: LIBI HOME

เอาใจคนรักป๊อปคัลเจอร์ยุคเก่า ด้วยอีเวนต์สุดพิเศษอย่าง Y2K Guilty Hits Vol.2 ที่จะชวนย้อนเวลากลับไปสู่ยุคทองของเพลงป๊อปและบอยแบนด์ระดับไอคอนแห่งยุค 2000s เตรียมซ้อมลูกคอไปร่วมร้องตะโกนและแดนซ์กระจาย ตั้งแต่ Britney Spears, Backstreet Boys ไปจนถึง Westlife ผ่านโชว์ Tribute สุดพิเศษจากทีมศิลปินคุณภาพอย่าง Jayson Creer, Sam Sermsartr, Ploy และ Jean ที่พร้อมจะปลุกซาวด์แทร็กแห่งวัยเยาว์ให้กลับมาโลดแล่นบนฟลอร์เต้นรำอีกครั้ง
Time: เวลา 21.15-22.45 น.
When: วันที่ 19 กรกฎาคม 2569
Where: BLACK CABIN BAR, ทองหล่อ
More Info: Black Cabin

ร่วมเฉลิมฉลองและยกระดับจิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมค็อกเทลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอีเวนต์ประจำเดือนกรกฎาคม ดื่มด่ำกับบ่ายวันอาทิตย์สุดพิเศษผ่านการโคจรมาเจอกันในเซสชัน Guest Shift ของมิกโซโลจิสต์ชื่อดังระดับภูมิภาค นำโดย David Abalayan จาก No Entry Manila และ Kevin Jerrold Corrales จาก Problem Child Manila ที่จะมาร่วมสร้างสรรค์เครื่องดื่มแก้วพิเศษคู่กับ Brian Gonzalez แห่ง The St. Regis Bar Bangkok พร้อมยกระดับความอร่อยด้วยเมนูแทปาสสไตล์ไทยโมเดิร์น จากการร่วมมือกันของเชฟปอม-ณภัทร เทียนอารมณ์ จากห้องอาหาร Le Du Kaan Bangkok ร่วมกับเชฟบอมและเชฟนิน่าแห่ง The St. Regis Bangkok เคล้าคลอไปกับเสียงบีทและดนตรีสดจาก Live DJ ตลอดงาน (จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 100 ที่นั่งเท่านั้น)
แพ็กเกจ Free-Flow Beverages (1,999 บาท) เต็มอิ่มกับเครื่องดื่ม Free-flow พร้อมเมนูแทปาสเสิร์ฟฟรีตลอดกิจกรรม
แพ็กเกจ Free-Flow Champagne (4,199 บาท) ยกระดับความพรีเมียมด้วยแชมเปญ Free-flow ควบคู่ไปกับเมนูแทปาสเสิร์ฟฟรี
Time: เวลา 13.00-16.00 น.
When: วันที่ 19 กรกฎาคม 2569
Where: The St. Regis Bar (The St. Regis Bangkok)
Reservations: สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ทาง
More Info: The St. Regis Bar Bangkok

ชวนสายคราฟต์และคนรักงานศิลปะมาเปิดโหมดความคิดสร้างสรรค์ในวันหยุดสุดสัปดาห์กับเวิร์กชอปทำ Zine (หนังสือทำมือ) ที่จะชวนทุกคนมาครีเอทหนังสือทำมือในรูปแบบอิสระตามสไตล์ของตัวเองสนุกๆ หลากหลายหัวข้อที่จะช่วยจุดประกายไอเดีย งานนี้ไม่มีถูกไม่มีผิด ให้คุณได้ทดลองและแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่ โดยทางผู้จัดงานได้จัดเตรียมอุปกรณ์คราฟต์พื้นฐานไว้ให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ อุปกรณ์วาดเขียน และอุปกรณ์สำหรับตัดแปะคอลลาจ เพียงแค่มีจินตนาการและความพร้อมที่จะมาสนุกด้วยกันก็พอ เหมาะมากสำหรับคนที่มองหากิจกรรมฮีลใจและอยากใช้เวลาว่างสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่มีเล่มเดียวในโลก (จำกัดผู้ร่วมสนุกเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 8 คนต่อรอบเท่านั้น)
Time: เวลา 11.30-14.00 น. / เวลา 15.00-17.53 น.
When: วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569
Where: Slowcombo ชั้น 1 บริเวณ Living Space
Admission: ราคา 450 บาทต่อคน
More Info: slowcombo

พาตัวเองไปเสพไวบ์คลาสสิกริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับ Hidden Quarter Market ตลาดสร้างสรรค์สุดฮิตที่ยึดพื้นที่โกดังเก่าในตรอกประตูไม้ร้อยปี ย่านทรงวาด ชวนทุกคนหนีความวุ่นวายมาปล่อยใจไปกับบรรยากาศสุด laid-back เดินทอดน่องช้อปปิ้งสินค้าที่คัดสรรมาอย่างดีจากเหล่าดีไซเนอร์และศิลปินอิสระเทสต์ดีที่มีให้เลือกครบครัน ตั้งแต่งานศิลปะทำมือ เสื้อผ้าแฟชั่นแนว Y2K เครื่องประดับดีไซน์เก๋ กลิ่นหอมอโรมา ไปจนถึงของใช้รักษ์โลก
ภายในงานจะได้ยินเสียงเพลงคลอๆ จากดีเจ (Live DJ) ที่จะมาเปิดแผ่นสร้างมู้ดริมน้ำให้เดินเพลินยิ่งขึ้น แถมงานนี้ยังเอาใจคนรักสัตว์ด้วยคอนเซปต์ Pet Welcome ที่พร้อมอ้าแขนต้อนรับให้คุณสามารถจูงน้องหมาน้องแมวคู่ใจมาเดินเล่นรับลมไปด้วยกันได้ ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดดีๆ ในการออกไปใช้เวลาเช้าวันหยุด
Time: เวลา 10.30-20.00 น.
When: วันนี้ – 19 กรกฎาคม 2569
Where: Warehouse 9 ตรอกประตูไม้ร้อยปี โกดัง (ตรงข้าม Adidas), ย่านทรงวาด (MRT วัดมังกร (ทางออก 1 หรือ 3), MRT หัวลำโพง หรือท่าเรือราชวงศ์)
More Info: Outdoor Bkk time

ชวนหนีความวุ่นวายในเมือง มาเดินทอดน่องเสพกลิ่นอายชุมชนริมน้ำสุดคลาสสิก กับนิทรรศการดอกไม้ ‘ดอกไม้กระจายยิ้ม’ ที่เปลี่ยนตลาดเก่าอายุร้อยปีให้กลายเป็นแกลเลอรีศิลปะ ที่มอบพลังบวกและความผ่อนคลายให้ได้แวะมาฮีลใจกัน
ความสนุกของงานนี้คือการได้เดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยเพื่อตามหาผลงานศิลปะดอกไม้ที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วชุมชนรวมกว่า 20 ชิ้นงาน โดยแบ่งเป็น 9 ผลงานไฮไลต์ และ 11 ผลงานสร้างสรรค์จากทีมผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งแต่ละจุดหยิบเอาสิ่งรอบตัวและอินไซต์ของชุมชนมาตีความได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น
Time: เวลา 10.00-18.00 น.
When: ตั้งแต่วันนี้ – 2 สิงหาคม 2569
Where: ตลาดเก่าหัวตะเข้ (ลาดกระบัง)
More Info: รักดอก RakDok
ภาพ: Courtesy of Event
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 15-21 กรกฎาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครมี ‘สกุชชี่’ อันโปรดที่บีบจนย้วย สีหม่น หรือหมดความน […]
The post บริจาค ‘สกุชชี่เก่า’ เข้าโครงการขยะกำพร้า เปลี่ยนเป็นพลังงาน RDF ลดขยะอย่างถูกวิธี appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครมี ‘สกุชชี่’ อันโปรดที่บีบจนย้วย สีหม่น หรือหมดความน่ารักจนถูกวางทิ้งไว้ในมุมห้อง อย่าเพิ่งโยนลงถังขยะทั่วไป เพราะตอนนี้ บริษัท สมบูรณ์ สายกรีน จำกัด เปิดรับบริจาคสกุชชี่เก่าทุกสภาพ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ก่อนแปรรูปเป็น RDF (Refuse Derived Fuel) หรือเชื้อเพลิงขยะที่ใช้ผลิตพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม ช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบและต่ออายุทรัพยากรที่หมดหน้าที่แล้วให้กลับมาสร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง
แม้สกุชชี่จะเป็นของเล่นยอดฮิตที่หลายคนสะสมไว้เพื่อความเพลิดเพลินหรือใช้คลายเครียด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ของเล่นเนื้อนุ่มเหล่านี้ก็มักเสื่อมสภาพ บีบจนเสียรูป เปลี่ยนสี หรือถูกเก็บไว้โดยไม่ใช้งาน สุดท้ายจึงกลายเป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก หากถูกทิ้งรวมกับขยะทั่วไปก็มักลงเอยที่หลุมฝังกลบและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ทางออกคือการส่งต่อให้เข้าสู่โครงการ ขยะกำพร้า ซึ่งรับสกุชชี่ทุกประเภท ไม่ว่าจะเก่าหรือเสียหายแค่ไหน เพื่อนำไปแปรรูปเป็น RDF เชื้อเพลิงที่ผลิตจากขยะผ่านกระบวนการคัดแยกและปรับปรุงคุณภาพ ก่อนนำไปใช้ในระบบปิด เช่น โรงงานปูนซีเมนต์หรือโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ โดยมีการควบคุมการปล่อยมลพิษตามมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ช่วยลดการฝังกลบและใช้ประโยชน์จากขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
RDF คือ เชื้อเพลิงที่ได้จากการนำขยะมาผ่านกระบวนการปรับปรุงสภาพ เพื่อนำไปเผาให้ความร้อนในระบบปิด เช่น โรงงานปูนซีเมนต์หรือโรงงานไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะเท่านั้น โดยในกระบวนการเผาจะมีการควบคุมก๊าซพิษและฝุ่นละอองอย่างเข้มงวดตามค่ามาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้มั่นใจได้ว่าขยะเหล่านี้จะไม่ถูกนำไปฝังกลบให้เป็นมลพิษตกค้างแก่โลก
การร่วมโครงการทำได้ไม่ยาก เพียงรวบรวมสกุชชี่ที่ไม่ใช้แล้ว ใส่กล่องหรือบรรจุภัณฑ์ให้เรียบร้อย แล้วจัดส่งมาที่ บริษัท สมบูรณ์ สายกรีน จำกัด เลขที่ 99/8 หมู่ 4 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
โครงการเปิดรับบริจาค ตลอดทั้งปี ไม่มีวันปิดรับ แม้จะเป็นเพียงของเล่นชิ้นเล็กๆ แต่การเลือกทิ้งอย่างถูกวิธีก็สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ไม่น้อย เพราะทุกชิ้นที่ถูกส่งเข้าสู่ระบบจะช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบ สนับสนุนแนวคิด Circular Economy และเปลี่ยนสิ่งของที่หมดหน้าที่แล้วให้กลายเป็นพลังงานทดแทนได้อีกครั้ง
หากที่บ้านยังมีสกุชชี่กองอยู่ในลิ้นชักหรือกล่องเก็บของ นี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการส่งต่อ เพื่อให้ของเล่นที่เคยสร้างความสุขได้กลับมาสร้างประโยชน์ให้โลกอีกครั้ง
ที่มา: บริษัท สมบูรณ์ สายกรีน
The post บริจาค ‘สกุชชี่เก่า’ เข้าโครงการขยะกำพร้า เปลี่ยนเป็นพลังงาน RDF ลดขยะอย่างถูกวิธี appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยิ่งเทคโนโลยีทำให้โลกก้าวไกลและหมุนไวเท่าไร มนุษ […]
The post Wellness Library แหล่งฮีลกายใจของวัฒนธรรมสายเวลเนส appeared first on THE STANDARD.
]]>

ยิ่งเทคโนโลยีทำให้โลกก้าวไกลและหมุนไวเท่าไร มนุษย์ก็ยิ่งโหยหาช่วงเวลาที่จะทำให้วิถีของตัวเองก้าวเดินช้าลงมากเท่านั้น นอกจากกิจกรรมเชิง Wellness จะกลับมาเป็นเทรนด์นิยมใหม่ของคนยุคนี้แล้วกิจกรรมลักษณะนี้ก็ยังปรับตัวและครีเอทได้น่าสนใจมากขึ้นทุกวัน แล้วอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญของยุคนี้ก็คือการคัดสรรสถานที่เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดใจชวนให้อยากเข้าร่วมกันมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นพิพิธภัณฑ์ไปจนถึงโบราณสถานทรงคุณค่า รวมถึงเทรนด์กำลังมาล่าสุดอย่าง ‘ห้องสมุด’ ซึ่งกลับกลายเป็นว่านี่คือความลงตัวที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดเลยทีเดียว

ทำไมห้องสมุดจึงกลายเป็นพื้นที่น่าสนใจใหม่สำหรับวัฒนธรรม Wellness ในยุคปัจจุบัน? คำถามนี้น่าสนใจทีเดียว เดิมทีห้องสมุดมีภาพจำในหัวเราทุกคนว่าคือแหล่งสะสมตำราและพื้นที่เรียนรู้อันเคร่งขรึมมีกฎระเบียบเคร่งครัด ถึงแม้จะเต็มไปด้วยผู้คนแต่ความเงียบสงัด (จนบางทีอาจรู้สึกอึดอัด) กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติจนกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญไปแล้ว ข้อดีนี้เริ่มกลายเป็นข้อด้อยในยุคปัจจุบันที่ทำให้คนเริ่มห่างหายจากห้องสมุดมากไปทุกที นั่นเลยทำให้ห้องสมุดยุคนี้เริ่มปรับตัวเพื่อทำให้พื้นที่นี้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้อีกครั้ง จากแค่แหล่งเรียนรู้เริ่มกลายเป็นแหล่งกิจกรรมสำหรับชุมชน เปลี่ยนสถานที่ปิดให้กลายเป็นสถานที่เปิดโอบรับสิ่งใหม่ให้มีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม

คนยุคใหม่ไม่ได้ต้องการวิถี Wellness แค่การออกกำลังกายหรือกินอาหารสุขภาพเท่านั้น แต่ต้องการบำบัดทางสายตาและอารมณ์ไปพร้อมกันด้วย (Visual & Emotional Healing) ซึ่งนี่เสมือนอุบายแต่ก็กลับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำกิจกิจกรรม Wellness ประสบความสำเร็จและได้ผลดีมากขึ้นอย่างไม่คาดคิดเลยทีเดียว โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ทรงคุณค่าไปจนถึงบรรยากาศเงียบสงบต้องมนต์ขลัง นั่นเลยทำให้กิจกรรมเสียเหงื่ออย่างสงบไปจนถึงกิจกรรมฮีลใจที่จัดในโบราณสถานหรือแม้แต่ห้องสมุดเก่าแก่นั้นจึงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษสำหรับคนยุคใหม่

แน่นอนว่าไม่ว่าจะยุคสมัยไหนเอกลักษณ์ห้องสมุดที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยก็คือ ‘ความเงียบ’ สิ่งนี้ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของห้องสมุดเสมอ และความ ‘สงบ’ ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทำกิจกรรมเชิง Wellness ด้วยเช่นกัน ความเงียบสงบนี้สามารถสร้างสมาธิและเยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดี ทำให้กิจกรรมเชิงบำบัดกายและใจทั้งหลายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันความเงียบก็กลับทำให้กิจกรรมใช้เสียงอย่างดนตรีบำบัด, เสียงฮีลใจ (Sound Healing), หรือแม้แต่คอนเสิร์ตทรงพลังมากยิ่งขึ้น มันคือความคอนทราสต์เชิงบวกที่กลับลงตัว เพราะทำให้ผู้คนได้โฟกัสในดนตรีและลงลึกถึงแก่นแท้ของเสียงตลอดจนทำให้เสียงเดินทางเข้าสู่จิตใจผู้ฟังได้ลึกซึ้งแบบไร้สิ่งรบกวน

เรามักคุ้นเคยกับภาพจำเดิม ๆ ว่าห้องสมุดคือสถานที่สำหรับ (แค่) อ่านหนังสือ และกิจกรรม Wellness ต้องทำให้ห้องสี่เหลี่ยมคลีน ๆ หรือท่ามกลางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยุคนี้เราเริ่มเห็นการครีเอทกิจกรรม Wellness แปลกใหม่ หรือแม้แต่เห็นห้องสมุดสร้างสรรค์กิจกรรมดึงดูดใจมากมาย ทั้งนี้ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการสร้างประสบการณ์พิเศษแบบ Special Event หรือแม้แต่ Once-in-a-lifetime Experience ที่กระตุ้นให้คนอยากมาสัมผัสมากยิ่งขึ้น ซึ่งในยุคที่มีความหลากหลายขณะเดียวกันอะไรก็แมสได้ง่ายเต็มไปหมด ผู้คนจึงแสวงหาความแตกต่าง ให้คุณค่ากับความไม่เหมือนใคร และประทับใจกับสิ่งไม่คาดคิด การทำอะไรแปลกใหม่จึงกลายเป็นค่านิยมสำหรับคนยุคนี้ไปแล้ว เช่นเดียวกับการทำกิจกรรม Wellness ในห้องสมุด หากเป็นวิถีชีวิตปกติของคนทั่วไปอาจดูเป็นเรื่องยาก การสร้างสรรค์กิจกรรมสุดพิเศษลักษณะนี้จึงกลายเป็น Value of Life ในชีวิตทันที

สิ่งที่ห้องสี่เหลี่ยมแสนสะดวกสบายหรือแม้แต่ธรรมชาติสุดเฟรชอาจให้ไม่ได้เหมือนห้องสมุดก็คือ ‘คุณค่าทางประวัติศาสตร์’ ซึ่งปัจจุบันกลับกลายเป็นเทรนด์ที่คนรุ่นใหม่โหยหา การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และซึมซับศิลปวัฒนธรรมแบบเดิม ๆ นั้นอาจเป็นการท่องเที่ยวโบราณสถานยืนดูนิทรรศการตามพิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่เข้าห้องสมุดเพื่ออ่านตำรา ทว่ายุคใหม่นี้เรากำลังผสมผสานวิถีชีวิตให้กลมกลืนกับสิ่งเหล่านี้มากยิ่งขึ้น เราเลยได้เห็นการจัดกิจกรรมใหม่ ๆ หรือแม้แต่กิจกรรมเชิง Wellness ท่ามกลางสถาปัตยกรรมและศิลปะทรงคุณค่าทั้งหลาย เพื่อเป็นอีกวิถีในการเสพและซึมซับประวัติศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยด้วยนั่นเอง
[Error: Image 7 not found]
นิยามใหม่นี้เป็นคุณค่าที่เราคุ้นเคยกันดีแต่มักมองข้ามหรือไม่เคยคิดถึงความสำคัญ โลกอันแสนวุ่นวายทุกวันนี้ทำให้มีสิ่งเร้ารอบตัวมากมาย เทคโนโลยีทำให้มนุษย์ต้องรายล้อมไปด้วย ‘สิ่งเคลื่อนไหว’ แทบตลอดเวลาจนทำให้สายตาไปจนถึงจิตใจเหนื่อยล้าอย่างไม่รู้ตัว (และแทบไม่ได้พัก) ห้องสมุดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สิ่งรอบตัวมักหยุดนิ่ง มีสิ่งเร้าทางสายตาที่เคลื่อนไหวน้อย ทำให้เราได้พักผ่อนสายตาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ และทำให้สมองผ่อนคลายได้ไม่คาดคิดเลยทีเดียว แล้วด้วยโครงสร้างของห้องสมุด (โดยเฉพาะห้องสมุดยุคเก่า) จะเน้นเพดานสูงที่โล่งโปร่งสบาย ให้มุมมองผ่อนคลาย การจัดเรียงหนังสืออย่างเป็นระเบียบกลายเป็นสิ่งที่สบายตายไปเลยสำหรับยุคนี้ พื้นที่นี้จึงสามารถช่วยลดสภาวะ “สมองตื้อ (Brain Fog)” ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย รวมถึงทำให้เราหันมาโฟกัสกับกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ นั่นเลยทำให้กลายเป็นสถานที่ที่จะทำให้กิจกรรม Wellness ยอดเยี่ยมได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยอีกด้วย
The post Wellness Library แหล่งฮีลกายใจของวัฒนธรรมสายเวลเนส appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากพูดถึงร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นหรือคอนบินิ ภาพที่หลายคน […]
The post FamilyMart ดึง NIGO® ปฏิวัติแบรนด์ เปิดตัว FAMIMA PARK แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่โตเกียว appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากพูดถึงร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นหรือคอนบินิ ภาพที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นการ แวะซื้อโอนิกิริ แซนด์วิช หรือไก่ทอด Famichiki ระหว่างวัน แต่ FamilyMart กำลังพยายามทำให้มันมีความหมายมากกว่านั้น ด้วยการเปิดตัว Next FamilyMart Project โปรเจกต์ที่จะยกระดับร้านสะดวกซื้อให้เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ และแต่งตั้ง NIGO® ผู้ก่อตั้ง A Bathing Ape (BAPE), HUMAN MADE และ Artistic Director ของ KENZO เข้ามารับหน้าที่ Creative Director เพื่อร่วมกำหนดทิศทางแบรนด์ในอนาคต
การจับมือกันครั้งนี้มาพร้อมกับการเปิดตัวไลน์อัปแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ FAMIMA PARK AZABUDAI แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกของแบรนด์ ซึ่งจะเปิดให้บริการวันนี้เป็นวันแรก ภายใน Azabudai Hills แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุงโตเกียว โดย FamilyMart ตั้งเป้าให้ที่นี่เป็นร้านสะดวกซื้อที่ผู้คนตั้งใจเดินทางมา มากกว่าจะเป็นเพียงร้านสำหรับแวะซื้อของระหว่างทาง พร้อมทดลองแนวคิดใหม่ๆ ก่อนขยายสู่สาขาอื่นทั่วประเทศ
ภายในร้านได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่สถาปัตยกรรม พื้นที่จัดวางสินค้า แสงไฟ ยูนิฟอร์มพนักงาน ไปจนถึงประสบการณ์การซื้อ เพื่อให้สะท้อนโลกของแฟชั่นและวัฒนธรรมร่วมสมัยมากกว่าร้านสะดวกซื้อทั่วไป นอกจากนี้ยังมีพนักงานแนะนำสินค้าแบบเฉพาะทาง ระบบหลายภาษา และพื้นที่ทดลองรูปแบบการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ อีกด้วย
.img2
.img4





สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ตัวร้าน แต่คือทิศทางที่ FamilyMart กำลังเดิน เพราะในวันที่ความสะดวกกลายเป็นมาตรฐานของทุกแบรนด์แล้ว เรื่องการแข่งขันอาจอยู่ที่การสร้างประสบการณ์ วัฒนธรรม และความรู้สึกที่ทำให้ผู้คนอยากเดินเข้าร้าน แม้ไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรตั้งแต่แรก และ FAMIMA PARK AZABUDAI ก็คือก้าวแรกของการทดลองครั้งนั้น
และสำหรับใครที่มีแพลนจะเดินทางไปเที่ยวกรุงโตเกียว ญี่ปุ่นในช่วงนี้ ขอบอกว่าไม่ควรพลาดการไปเช็กอินและชมสเปซจริงด้วยตาตัวเอง โดยตัวร้านตั้งอยู่ภายในเขตมินาโตะ ย่านอาซาบุได ย่านยอดฮิตที่น่าจับตาที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
อ้างอิง:
ภาพ: FamilyMart
The post FamilyMart ดึง NIGO® ปฏิวัติแบรนด์ เปิดตัว FAMIMA PARK แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่โตเกียว appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้เที่ยวอีสานกำลังมาแรง มีทั้งโรงแรม ที่เที่ยว และ […]
The post Ad Lib Khon Kaen เมื่อกลิ่นอายอีสานถูกตีความใหม่ สู่โรงแรมร่วมสมัยที่เรียบหรู อบอุ่น และได้มาตรฐานสากล appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้เที่ยวอีสานกำลังมาแรง มีทั้งโรงแรม ที่เที่ยว และร้านอาหารไวบ์ดีเกิดขึ้นมากมาย ใครที่กำลังวางแผนทริปอีสานและอยากสัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่นแบบร่วมสมัย อยากให้ลองมาพักที่ Ad Lib Khon Kaen โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่หยิบความเป็นอีสานมาเล่าใหม่ ผ่านดีไซน์ วัสดุ อาหาร และบรรยากาศที่ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติมาพักแล้วก็ต้องติดใจอย่างแน่นอน
จุดเด่นของ Ad Lib Khon Kaen คือการเป็นโรงแรมใจกลางเมืองที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ทุกดีเทลของการตกแต่งหยิบเสน่ห์อีสานมานำเสนออย่างพอดี ตั้งแต่ผนังอิฐดินเผา โทนสีอบอุ่น ไปจนถึงลายแพตเทิร์นที่ชวนให้นึกถึงงานจักสานและผ้าทออีสาน เมื่อรวมกับแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาอย่างพอดี ภาพรวมจึงให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง แต่ยังคงความเรียบหรูแบบโรงแรมพรีเมียม
นอกจากนี้ ยังมีห้องอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ‘Kaen Ground’ คาเฟ่ชั้นล่างที่เหมาะกับการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยคาเฟอีนจากกาแฟและเบเกอรีอบใหม่หอมๆ จะมานั่งทำงานระหว่างวัน นัดคุยกับเพื่อน หรือแวะเติมพลังระหว่างทริปก็ตอบโจทย์
หรือถ้าอยากชมวิวเมืองขอนแก่นแบบพาโนรามา แนะนำให้ขึ้นไปที่ชั้น 27 กับห้องอาหาร ‘Seasons 27’ ที่เสิร์ฟเมนูผสมผสานระหว่าง Italian และ New Asian โดยหยิบวัตถุดิบพรีเมี่ยมตามฤดูกาลทั้งไทย และต่างประเทศมารังสรรค์ให้เป็นมื้อพิเศษ เหมาะทั้งสำหรับแขกของโรงแรม และคนในเมืองที่อยากหาร้านอาหารบรรยากาศดี


ส่วนห้องอาหารที่มีคาแรกเตอร์อีสานชัดที่สุด และเพิ่งคว้า MICHELIN Guide 2026 มาครอง คือ ‘Food by Fire’ อีสานสเต๊กเฮาส์บนชั้น 27 ที่หยิบวัตถุดิบอิสานและผลผลิตตามฤดูกาลมาตีความใหม่ผ่านคอนเซปต์ Nature, Fire และ Isan พร้อมพาเราไปรู้จักอีสานในฐานะภูมิภาคขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมถึง 20 จังหวัด และเป็นหนึ่งในแหล่งวัตถุดิบสำคัญของประเทศ ตั้งแต่ข้าว พืชผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ก่อนนำมาปรุงด้วยศิลปะของไฟ การหมัก และเทคนิคโบราณที่อยู่คู่ครัวอีสานมายาวนาน จนกลายเป็นมื้ออาหารที่มีเรื่องเล่า ภูมิปัญญา และต้นทางของวัตถุดิบอยู่ในทุกจาน


ยังไม่จบแค่นั้น ยังมี ‘KaenKaew Live House & Rooftop’ บนชั้น 28 ที่มีดนตรีสด พร้อมอาหารสไตล์แกสโตรผับ เครื่องดื่ม และไวบ์สนุกๆ ที่ทำให้สัมผัสพลังของขอนแก่นยามค่ำคืนได้อย่างเต็มที่
ห้องพักและบรรยากาศโดยรอบของ Ad Lib Khon Kaen ต่อยอดจากตัวตนของ Ad Lib Bangkok บูติกโฮเทลใจกลางสุขุมวิทที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางเมืองใหญ่ ก่อนนำมาตีความใหม่ให้เข้ากับบริบทของขอนแก่น ห้องพักถูกออกแบบ layout มาอย่างเป็นสัดส่วน ใช้งานง่าย และให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ตั้งแต่พื้นที่พักผ่อน มุมทำงาน ไปจนถึงห้องน้ำที่จัดวางอย่างลงตัว ภาพรวมจึงมีทั้งมาตรฐานระดับพรีเมียม ความเรียบหรู และเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่ผสมกันได้อย่างพอดี

นอกจากนี้ โรงแรมยังเตรียมเปิดตัวห้องพักธีม Dino Family บนชั้น 16 ซึ่งออกแบบมาสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ โดยหยิบแรงบันดาลใจจากไดโนเสาร์ สัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับภาคอีสาน มาต่อยอดเป็นห้องพักที่เด็กๆ และผู้ใหญ่พักได้สบายอีกด้วย

Ad Lib Khon Kaen เหมาะกับคนที่อยากพักในขอนแก่นแบบไม่จำเจ อยากได้โรงแรมที่เดินทางสะดวก มีอาหารดีๆ และมีมู้ดของอีสานร่วมสมัยอยู่ในตัว จะมาเที่ยวกับเพื่อน มากับครอบครัว มาทำงาน หรือแค่แวะพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศสักคืนก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/adlibkhonkaen
The post Ad Lib Khon Kaen เมื่อกลิ่นอายอีสานถูกตีความใหม่ สู่โรงแรมร่วมสมัยที่เรียบหรู อบอุ่น และได้มาตรฐานสากล appeared first on THE STANDARD.
]]>