ต้อนรับเดือนกันยายนด้วยสัปดาห์ที่ดูเหมือนจะคึกคักเป็นพิ […]
The post LIFE This Week 17 อีเวนต์สัปดาห์นี้ มีอะไรน่าออกไปเจอบ้าง 2-8 กันยายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต้อนรับเดือนกันยายนด้วยสัปดาห์ที่ดูเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะแค่สุดสัปดาห์เดียวก็มีสารพัดกิจกรรมชวนให้ออกจากบ้าน ตั้งแต่ตื่นเช้าไปวิ่งรับลม เดินเล่นกับเจ้าสี่ขา ขยับร่างกายด้วยโยคะและคลาสออกกำลังกาย ไปจนถึงช่วงบ่ายที่เหมาะกับการเดินดูหนัง ฟังเพลง หรือปล่อยเวลาให้หมดไปกับการคุ้ยแผ่นเสียงและเดินช็อปปิ้งแบบไม่ต้องรีบร้อน
LIFE This Week สัปดาห์นี้ เราเลยรวบรวมกิจกรรมน่าออกไปลองมาให้เลือกกันอีกครั้ง แน่นอนว่าสายแอ็กทีฟมีทั้งซิตี้รัน พูลปาร์ตี้ โยคะ และคลาสที่ชวนมารีชาร์จร่างกาย ส่วนใครอยากใช้วันหยุดแบบสโลว์ลงหน่อย ก็มีทั้ง Vinyl Fair, หนังบนดาดฟ้า, Listening Session ไปจนถึงกิจกรรมตามรอย Laufey ตามคาเฟ่ในย่านทรงวาด จะตื่นเช้าไปเรียกเหงื่อ หรือเก็บแรงไว้ออกไปเที่ยวตอนบ่าย ก็ลองเลือกพิกัดที่เข้ากับมู้ดแล้วออกไปเอ็นจอยเดือนใหม่กัน

ใครชอบวิ่งตอนเช้า แต่เบื่อเส้นทางเดิมๆ สัปดาห์นี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาวิ่งชมเมืองกันที่ทรงวาด กับ Garmin Run Club x VPR: Run & The City Thailand Series ซิตี้รันระยะ 6 กิโลเมตร ที่ไม่ได้ชวนมาทำเวลา แต่ชวนวิ่งช้าๆ เพซ 8-9 ออกไปสำรวจเมืองและเก็บภาพระหว่างทางไปพร้อมกัน
เส้นทางเริ่มต้นจาก BEANS Coffee Roaster Song Wat ก่อนพาวิ่งผ่านบรรยากาศย่านทรงวาด ออกไปรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ข้ามไปฝั่งธนฯ และสะพานพุทธ พร้อมกิจกรรมระหว่างทางที่เปิดโอกาสให้ได้รู้จักเพื่อนนักวิ่งใหม่ๆ ก่อนกลับมาจบเช้าด้วยกาแฟ เหมาะกับใครที่อยากเริ่มวันเสาร์ด้วยการขยับร่างกาย แต่ยังมีเวลาเหลือไปเที่ยวต่อได้อีกทั้งวัน
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
Where: BEANS Coffee Roaster Song Wat
Dress Code: Blue, White or Black
More Info: Garmin Run Club Thailand

ถ้าวิ่งตอนเช้าอย่างเดียวยังสนุกไม่พอ ลองไปต่อกันในสระ Sabai Run Club ชวนเปลี่ยนเช้าวันเสาร์ให้กลายเป็น Pool Party ตั้งแต่พระอาทิตย์เพิ่งขึ้น เริ่มต้นด้วยการวิ่ง 5 กิโลเมตรจาก Radisson Hotel Chateau de Bangkok ไปสวนลุมพินี ก่อนกลับขึ้นมาขยับร่างกายต่อด้วย Aqua Aerobics
หลังจากนั้นถึงเวลาเข้าสู่โหมดปาร์ตี้จริงๆ ทั้งดีเจริมสระ อาหารเช้าและเครื่องดื่ม พร้อม Ice Bath จาก The Big Chill ให้ลงไปรีเฟรชร่างกายหลังวิ่ง เรียกว่าเป็น Morning Party ที่ได้ทั้งวิ่ง ว่ายน้ำ เต้น กิน และแช่น้ำเย็นครบในเช้าเดียว ใครอยากไปเตรียมชุดว่ายน้ำ หมวก แว่นกันแดด และแต่งตัวด้วยไอเท็มสีฟ้าให้เข้าธีมไว้ได้เลย
Time: เวลา 06.30-10.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
Where: Radisson Hotel Chateau de Bangkok
Dress Code: Something Blue พร้อมชุดว่ายน้ำที่เหมาะสม
More Info: Sabai Run Club , Radisson Hotel Chateau de Bangkok

คนรักแผ่นเสียงเตรียมเผื่อเวลาให้สุดสัปดาห์นี้ไว้ยาวๆ เพราะ BKK VINYL FAIR 2026 VOL.3 กลับมาอีกครั้ง พร้อมย้ายไปปักหลักที่ REM Hotel ย่านประดิพัทธ์ และรอบนี้ไม่ได้มีแค่ตลาดให้เดินคุ้ยหาแผ่นกลับบ้าน แต่จัดเต็มกว่า 10 กิจกรรมตลอด 3 วัน ตั้งแต่ Live Recording, Listening Room, Exhibition, Workshop ไปจนถึง Vinyl DJs ที่ผลัดกันมาเปิดเพลงสร้างบรรยากาศ
ไฮไลต์ที่น่าแวะไปดูคือ Live Recording Session ที่จะได้เห็น Réjizz, Desktop Error และ Stoondio เล่นสดพร้อมบันทึกเสียงลง Tape Reel ก่อนนำไปผลิตเป็นแผ่นเสียงจริง ส่วนสายสะสมเตรียมเจอ Vinyl Market ที่รวมร้านแผ่นเสียงและเครื่องเสียงกว่า 30 ร้านจากทั่วประเทศ รวมถึง Exclusive Vinyl Releases จาก Inspirative, KIKI และ TangBadVoice ที่ทำขึ้นสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ
แต่ถึงไม่ได้เป็นนักสะสมก็มาเดินเล่นได้ เพราะยังมี Listening Library ให้ลองหยิบแผ่นมานั่งฟัง, Hi-Fi Listening Sessions ที่มีทั้ง ‘นภ พรชำนิ’ ‘ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม’ ‘เล็ก Greasy Café’ และแขกรับเชิญอีกหลายคนมาคัดเพลงโปรด ไปจนถึงเวิร์กช็อปลองเป็น Vinyl DJ และทำแผ่นเสียงในแบบของตัวเอง เรียกว่าเป็นงานที่ชวนมาใช้เวลาช้าๆ กับการฟังเพลง มากกว่าตั้งใจมาเพื่อซื้อแผ่นอย่างเดียว
Time: วันศุกร์ เวลา 16.00-23.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 13.00-22.00 น.
When: วันที่ 4-6 กันยายน 2569
Where: REM Hotel ซอยประดิพัทธ์ 20
Admission: บัตร 1 วัน 300 บาท / บัตร 3 วัน 600 บาท พร้อมคูปองส่วนลดซื้อแผ่นเสียง 100 บาท
Ticket: https://www.ticketmelon.com/th/tito-tito/bkkvinylfair-vol3
More Info: BKK VINYL FAIR

เช้าวันเสาร์นี้ใครอยากขยับร่างกายแบบไม่ต้องรีบไปไหนต่อ ลองปักหมุดไปที่ The Office Thonglor เพราะเขาจัด Morning Wellness Session ยาวเกือบ 3 ชั่วโมง ไล่ตั้งแต่ปลุกร่างกายให้ตื่น ไปจนถึงค่อยๆ ลดจังหวะให้กลับมาสงบ
เริ่มเช้าด้วย Yoga Session กับครูแพร์ ก่อนต่อด้วย Sound Healing จาก Crystal และ Tibetan Singing Bowls แล้วปิดท้ายแบบสนุกขึ้นด้วยเวิร์กช็อปแต่งถุงเท้า CUM Socks ในสไตล์ของตัวเอง ระหว่างงานยังมี Protein Smoothie จาก Juicies ให้คนละหนึ่งแก้วด้วย เหมาะกับวันหยุดที่อยากตื่นเช้ามาทำอะไรเพื่อตัวเอง แล้วค่อยออกไปใช้ชีวิตต่อแบบไม่เร่งรีบ
Time: เวลา 06.30-09.20 น.
When: วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
Where: The Office Thonglor
Admission: Early Bird 1,690 บาท / Regular 1,890 บาทต่อคน
Reservation: LINE OA @theoffice.thonglor
More Info: The Office Thonglor

สุดสัปดาห์นี้ลองเปลี่ยนจากการเข้าโรงหนัง ไปนั่งดูหนังกลางแปลงท่ามกลางแจ้งบ้าง เมื่อ Skyline Film Bangkok ยกจอไปกางที่ dib Bangkok พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยบนถนนสุขุมวิท โดยใช้พื้นที่กลางแจ้งของพิพิธภัณฑ์เป็นโรงหนังชั่วคราว พร้อมเก้าอี้ให้นั่งเอนดูสบายๆ และหูฟังไร้สายส่วนตัวที่ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้าง
โปรแกรมรอบนี้มีหนังให้เลือกดูทั้งหมด 6 เรื่องตลอด 3 คืน ตั้งแต่ Once, The Secret Life of Walter Mitty, The Proposal, Cinema Paradiso, The Grand Budapest Hotel ไปจนถึง Materialists จะเลือกหนังรักดูง่ายๆ หรือกลับไปดูหนังเรื่องโปรดซ้ำอีกครั้งก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนฉากหลังจากโรงหนังมาเป็นบรรยากาศของ Dib Bangkok ในช่วงค่ำ
โปรแกรมฉายหนัง
When: วันที่ 4-6 กันยายน 2569
Where: Dib Bangkok, 111 สุขุมวิท 40
Admission: 500 บาท
Ticket: https://www.ticketmelon.com/th/skfbkk/dibbangkok
More Info: Skyline Film Bangkok

เช้าวันเสาร์นี้ถึงคิวพาเจ้าสี่ขาออกไปเที่ยวเมืองด้วยกัน! BKK DOG SOCIETY กลับมากับ DOGS & THE CITY #12 รอบนี้มาในธีม Pathum Wan City Walk ชวนเหล่า Dog Parents และน้องหมาออกเดินเล่นยามเช้าระยะทาง 4.3 กิโลเมตร สำรวจย่านปทุมวันแบบไม่ต้องรีบร้อน
เส้นทางเริ่มจาก Stadium One ก่อนเดินต่อไปยังอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ สามย่าน แวะพักจิบกาแฟที่ Chicken Roast Coffee แล้วเดินผ่านบรรทัดทองกลับมาจบที่ Stadium One ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างทางยังมีกิจกรรม มินิเกม Lucky Draw และช่วงให้เหล่า Dog Parents ได้ทำความรู้จักกันด้วย งานนี้จึงไม่ได้มีแค่พาน้องหมามาเดินเล่น แต่เป็นเหมือน Morning City Walk สำหรับทั้งคนและเจ้าสี่ขาไปพร้อมกัน
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
Where: Stadium One สามย่าน-บรรทัดทอง
More Info: BKK DOG SOCIETY

ถ้าคำว่า Listening Session ทำให้นึกถึงการมานั่งฟังเพลงจากอัลบั้มใหม่เฉยๆ งานนี้อาจต่างออกไปหน่อย เพราะ นท พนายางกูร หรือที่รู้จักกันในนามของ นท เดอะสตาร์ 7 (IG: NOTEP) กำลังจะพา EP ใหม่ PAKARANG ออกจากหูฟังมาสู่การแสดงสดแบบ Immersive ความยาว 45 นาที ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคอนเสิร์ต Installation และ Collective Meditation
PAKARANG หรือ ‘ปะการัง’ คือ EP ใหม่จำนวน 6 เพลงที่สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างแนวปะการัง ความทรงจำ เสียง และร่างกายมนุษย์ โดย NOTEP นำทั้งเสียงร้อง Electronic Production เสียงที่บันทึกจากธรรมชาติ เครื่องดนตรีไทย และ Visual มาประกอบกันเป็นประสบการณ์เดียว รอบสำหรับบุคคลทั่วไปจะจัดขึ้นวันที่ 5 กันยายนเพียง 3 รอบ และเป็นการนั่งชมบนพื้น ใครอยากลองฟังดนตรีในรูปแบบที่มากกว่าการกด Play น่าจะเป็นอีกงานที่น่าปักหมุดไว้
Time: เวลา 15.00 / 17.00 / 19.00 น. (เปิดประตูก่อนแต่ละรอบ 30 นาที)
When: วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
Where: FV Sukhumvit 39
Admission: 222 บาท
Ticket: https://megatix.in.th/events/pakarang-ep-listening-session-with-notep-presented-by-jaiyen
More Info: NOTEP , FV Sukhumvit 39

ถ้าอยากหนีความวุ่นวายของกรุงเทพฯ แต่ไม่มีเวลาออกไปไหนไกล ลองให้เวลาตัวเองครึ่งวันกับ City Getaway กิจกรรมจาก femi x Bliss Me Yoga Club ที่ชวนมาสโลว์ดาวน์กันท่ามกลางบรรยากาศสงบๆ ของ The Yoga Shala Bangkok ในทองหล่อ
ตลอด 4 ชั่วโมงจะค่อยๆ พาเราเปลี่ยนโหมด ตั้งแต่เลือกดอกไม้และถ่าย Polaroid เป็นที่ระลึก ก่อนขยับร่างกายด้วย Vinyasa Flow Yoga ต่อด้วย Sound Healing จาก Crystal Singing Bowls แล้วเข้าสู่ Floral Mindfulness ที่ใช้ดอกไม้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอยู่กับปัจจุบัน ปิดท้ายด้วย Community Time ให้นั่งกินของว่าง พูดคุย และทำความรู้จักคนใหม่ๆ แบบไม่ต้องรีบกลับไปไหน เหมาะกับใครที่อยากให้เช้าวันหยุดเป็นเวลาสำหรับพักทั้งร่างกายและหัวจริงๆ
Time: เวลา 07.30-11.30 น.
When: วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
Where: The Yoga Shala Bangkok, ทองหล่อ
Admission: Early Bird 1,290 บาท (8 คนแรก) / Regular 1,590 บาท
Reservation: https://luma.com/51ezg2a4
More Info: femi

ถ้าปกติวอร์มก่อนตีเทนนิสด้วยการยืดไม่กี่ท่า งานนี้อยากชวนลองจริงจังกับเรื่อง Mobility มากขึ้น เพราะ Serve & Restore จาก The Lobb Club และ Feel Yoga จับ Performance Yoga มารวมกับ Tennis Social ในเช้าวันเดียว โดยคลาสโยคะถูกออกแบบมาเพื่อคนเล่นเทนนิสและกีฬาแร็กเก็ตโดยเฉพาะ เน้น Mobility & Flexibility, Balance & Stability รวมถึงการ Recovery หลังเล่น มากกว่าจะเป็นคลาสโยคะแบบทั่วไป
เช้าเริ่มด้วย Performance Yoga 45 นาที ก่อนลงคอร์ตต่อกับ Tennis Social เล่น Doubles กันแบบสบายๆ แล้วค่อยปิดท้ายด้วยกาแฟ เครื่องดื่ม และนั่งคุยกันที่ The Lobbar อีก 45 นาที เหมาะทั้งมือใหม่และระดับ Intermediate โดยเฉพาะคนที่อยากให้วันตีเทนนิสมีมากกว่าการลงคอร์ตอย่างเดียว
Time: เวลา 08.00-11.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
Where: The Lobb Club
Admission: Regular 1,899 บาท
More Info: The Lobb Club , Feel Yoga

แฟน Laufey ได้มีเหตุผลให้ไปเดินเล่นย่านทรงวาดช่วงนี้ เพราะ A Very Laufey Day 2026 กลับมาเป็นปีที่ 4 พร้อมเปลี่ยนการฟังเพลงให้กลายเป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่กระจายอยู่ตามร้านต่างๆ ในย่าน ภายใต้ธีม A Celebration of the Arts
ปีนี้มีทั้งหมด 5 ร้าน แต่ละร้านหยิบโลกและเพลงของ Laufey ไปตีความเป็นเมนูหรือกิจกรรมของตัวเอง เริ่มจาก Koff And Bun at Songwat ที่มีเครื่องดื่มพิเศษ Laufey’s Rhapsody in Green และ Laufey’s Rhapsody in Blue ส่วน The Krusty และ Nuury Chestnut Ice Cream เปลี่ยนชื่อเพลงอย่าง Dreamer และ Lovesick ให้กลายเป็นรสไอศกรีมและขนม
สายหนังสือแวะ Saan Songwat เพื่อเลือกหนังสือพร้อมรับโปสการ์ดและบุ๊กมาร์กธีมพิเศษ ขณะที่ช่วงเย็นไปต่อได้ที่ Sober Record Bar ซึ่งมีม็อกเทล Laufey’s Rhapsody in Blue พร้อมเปิดเพลงของ Laufey ให้ฟังกัน
กิจกรรมหลักจัดถึงวันที่ 6 กันยายน 2569 เพราะฉะนั้นใครเป็น Lauver และกำลังหาข้ออ้างไปเดินเล่นทรงวาด ลองเปิดเพลง Laufey แล้วค่อยๆ เก็บครบทั้ง 5 พิกัดในวันเดียวก็ได้
When: วันนี้ – 6 กันยายน 2569
Where: แต่ล่ะร้านในย่านทรงวาด
More Info: laufey

ใครอยากเริ่มเช้าวันอาทิตย์ด้วยการขยับร่างกายแบบไม่จริงจังกับเพซมาก ADJUST RUN CLUB ชวนออกมารับแสงแรกกับวิ่ง Social Run ระยะ 5 กิโลเมตร จาก Greydient & Them ย่านอโศก ไปตามเส้นทางรอบสวนเบญจกิติ ก่อนกลับมาจบที่ร้าน
รอบนี้กำหนด Social Pace 7-8 จึงเหมาะกับคนที่อยากวิ่งชิลล์ๆ มากกว่ามาทำเวลา หลังวิ่งยังมี Special Drink จาก Greydient & Them รวมถึงเกม แจกของรางวัล และ Lucky Draw ลุ้น BIB จาก The Music Run Thailand
Time: เวลา 06.00-09.00 น. เริ่มวิ่ง 06.30 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569
Where: Greydient & Them, อโศก
Reservation: https://luma.com/xabbv5s0
More Info: ADJUST RUN CLUB

ถ้าคุณยังไม่เคยดู ‘หนังเงียบ’ พร้อมเสียงดนตรีสด นี่น่าจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ควรลองสักครั้ง เพราะสุดสัปดาห์นี้ เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ประเทศไทย ครั้งที่ 10 จะย้ายมาปิดท้ายกันที่โรงหนังนางเลิ้ง หรือโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมธานี โรงหนังไม้เก่าแก่ในตลาดนางเลิ้งที่เข้ากับบรรยากาศของหนังยุคเกือบ 100 ปีก่อนได้พอดี
โปรแกรมมีเพียง 3 รอบ เริ่มวันเสาร์ด้วย Our Hospitality หนังตลกของ Buster Keaton ก่อนต่อด้วยหนังสั้นชุด Baby Peggy พร้อมวง Lad Lad เล่นดนตรีสด ส่วนรอบที่เราอยากชวนปักหมุดเป็นพิเศษคือวันอาทิตย์กับ Chang: A Drama of the Wilderness (ช้าง) หนังเงียบจากปี 2470 ที่ถ่ายทำในประเทศไทย และจะฉายพร้อมดนตรีสดจาก วงฟองน้ำ ซึ่งเคยทำดนตรีประกอบให้หนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2526 นอกจากได้ดูหนังเก่าบนจอใหญ่ ความสนุกของงานจึงอยู่ที่การได้ลองสัมผัสวิธีดูหนังในยุคที่เสียงจากนักดนตรีหน้าโรงคือส่วนหนึ่งของภาพยนตร์จริงๆ
โปรแกรมฉายหนัง
โปรแกรมรวมหนังสั้น 3 เรื่องของ Baby Peggy หนึ่งในดาราเด็กคนดังแห่งยุคหนังเงียบ พร้อม ดนตรีสดโดยวง Lad Lad จากศิลปินสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา
ผลงานของ Merian C. Cooper และ Ernest B. Schoedsack ที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ถ่ายทอดชีวิตของผู้คนและธรรมชาติในสยามเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน รอบนี้พิเศษด้วย ดนตรีสดจากวงฟองน้ำ ซึ่งมีความผูกพันกับการทำดนตรีประกอบให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2526
หนังทุกรอบมีคำบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และเข้าชมฟรี โดยรับบัตรหน้าโรงก่อนเวลาฉาย 30 นาที
When: วันที่ 5-6 กันยายน 2569
Where: โรงหนังนางเลิ้ง (โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมธานี), ตลาดนางเลิ้ง
Admission: ฟรี รับบัตรหน้างานก่อนเวลาฉาย 30 นาที ไม่มีจองออนไลน์
More Info: The Silent Film Festival in Thailand

เย็นวันเสาร์นี้ใครอยากออกไปวิ่งแบบไม่ต้องห่วงเพซ Rolling Run Club จับมือกับ lululemon Southeast Asia ชวนออกไปวิ่งเล่นกลางเมืองในกิจกรรม Roll & Recharge เริ่มต้นจากเซ็นทรัลชิดลมแล้วค่อยๆ วิ่งไปจบที่ KOKOPAN สามย่าน โดยเน้น Friendly Pace มากกว่าการทำความเร็ว ก่อนปิดท้ายด้วยการนั่งพัก เติมพลัง และใช้เวลาด้วยกันหลังวิ่ง
ความสนุกคือเส้นทางนี้เป็นแบบ Point-to-Point วิ่งจากจุดหนึ่งไปจบอีกจุดหนึ่ง จึงได้เห็นกรุงเทพฯ ระหว่างทางไปด้วย แต่ต้องวางแผนกันนิด เพราะไม่มีบริการรับฝากกระเป๋า ใครอยากเปลี่ยนเย็นวันเสาร์จากการนั่งคาเฟ่มาเป็นวิ่งเข้าเส้นชัยที่คาเฟ่แทน งานนี้ก็น่าลอง
Time: เวลา 16.30-18.30 น.
When: วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2569
Where: lululemon Central Chidlom
More Info: Rolling Run Club , lululemon Southeast Asia

ห้องเรียนเก่าบนชั้น 3 ของโรงเรียนสตรีจุลนาคถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น ‘เร่หนัง’ โรงหนังชุมชนที่ชวนคนทั่วไปมาลองเป็นคิวเรเตอร์และจัดโปรแกรมหนังในแบบของตัวเอง ส่วนโปรแกรมแรกของเดือนกันยายนเป็นคิวของ บีเจ พุฒิเมธ กับหัวข้อ ‘การต่อสู้ดิ้นรนของโลกใต้ – จินตนาการถึงโลกเฟมินิสต์ในอุดมคติ’ ที่ชวนมองเรื่องอำนาจ ความไม่เท่าเทียม และชีวิตของผู้คนใน Global South ผ่านภาพยนตร์
หนังที่เลือกมาฉายคือ Bontok, Rapeless (2024) ของ Mark Lester Valle สารคดีความยาว 119 นาทีที่ติดตามผู้หญิงฟิลิปปินส์สองคนซึ่งเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ ออกตามหาคำตอบจากเรื่องราวของชาว Bontok Igorot ที่เคยถูกบันทึกว่าเป็นสังคมที่ไม่มีการข่มขืน หนังฉายพร้อมซับไตเติลภาษาอังกฤษ และหลังจบจะเปิดวงคุยกันต่อ ใครชอบดูหนังแล้วไม่อยากให้บทสนทนาจบลงพร้อม End Credits น่าจะถูกใจกับรูปแบบนี้
Time: เวลา 16.00-19.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
Where: โรงภาพยนตร์เร่หนัง โรงเรียนสตรีจุลนาค ชั้น 3
Admission: ฟรี จำนวนที่นั่งจำกัด
Reservation: Google Forms
More Info: เร่หนัง Rae-Nang

เช้าวันอาทิตย์นี้ลองเปลี่ยนจากการเลือกว่าจะไป Yoga หรือ Pilates ด้วยการเล่นทั้งสองอย่างในคลาสพิเศษจาก Lumima Wellness Club และ Bangkok Yoga Diary ที่จับ Yoga มาต่อกับ Pilates ก่อนค่อยๆ ลดจังหวะลงด้วย Crystal Bowl Sound Healing เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งการขยับร่างกายและช่วงเวลาสงบๆ ในเช้าเดียวกัน
คลาสหลักใช้เวลา 75 นาที นำโดย ครูปอย ในคลาสโยคะ และ ครูยิ้ม ในคลาสพิลาทิส จากนั้นต่อด้วย Crystal Bowl Sound Healing อีก 15 นาที ก่อนจบด้วย Post-workout Treat และเวลานั่งคุยกันสบายๆ หลังคลาส
Time: เวลา 09.00-11.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569
Where: Lumima Wellness Club, ทองหล่อ 6
Admission: Early Bird 1,333 บาท / Regular 1,590 บาท
Reservation: จองผ่าน LINE @lumima
More Info: Lumima Wellness Club , Bangkok Yoga Diary

โยคะกับ Techno อาจฟังเหมือนอยู่กันคนละโลก แต่ Techno Flow Vol. 2 กำลังชวนทั้งสองอย่างมาเจอกันอีกครั้งในโกดังย่านตลาดน้อย รอบนี้ Yogania Bangkok จะพาเข้าสู่คลาส Vinyasa Flow แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมี Olle.wav คุมบรรยากาศด้วย Ambient Techno และเสียงที่ไล่จังหวะไปพร้อมกับการเคลื่อนไหว ก่อนค่อยๆ ลดความเร็วลงในช่วงท้ายด้วย Singing Bowls และจบด้วย Savasana
คลาสนี้เปิดรับทุกระดับ ไม่จำเป็นต้องเป็นสายโยคะจริงจังก็เข้าร่วมได้ ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่ท่าที่เล่น แต่เป็นการลองโยคะในบรรยากาศ Industrial ของโกดัง พร้อม Soundscape ที่ต่างจากคลาสในสตูดิโอทั่วไป ใครไปต้องนำเสื่อโยคะมาเอง และถ้าอยากเข้ากับ Mood ของงาน แนะนำเสื้อผ้าโทน Neutral หรือสีเข้ม
Time: เวลา 16.00-17.30 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569
Where: Clutch, Warehouse Talat Noi
Reservation: https://www.ticketmelon.com/th/technoflow/Technoflow2
More Info: TECHNO FLOW

สาวกแฟนๆ Beyond The Vines มีพิกัดใหม่ให้แวะแล้ว เพราะแบรนด์จากสิงคโปร์เปิด The BTV Express สาขาใหม่ที่ Central Park ชั้น 1 คราวนี้มาในรูปแบบร้านที่รวมทั้งกระเป๋า แอ็กเซสซอรี และของกุ๊กกิ๊กจาก BTV ไว้ให้เดินเลือกกันใจกลางเมือง
ช่วงเปิดร้านยังมีอะไรให้เล่นเพิ่มอีกนิด ทุกการช้อปหน้าร้านสามารถเลือก BTV Postcard จากเมืองโปรดกลับไปได้ฟรี และ วันที่ 3-6 กันยายน 2569 เพียงเพิ่มเพื่อนทาง LINE ก็รับไอศกรีมไผ่ทองไปกินกันได้ ส่วน 50 ออเดอร์แรกยังสามารถเลือกไอเท็มจาก BTV เพิ่มได้ฟรีอีก 2 ชิ้น ใครที่ใช้สินค้า BTV อยู่แล้วหรือกำลังหาเหตุผลไปสำรวจสาขาใหม่ ช่วงนี้ก็แวะไปกันได้
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
When: เปิดให้บริการแล้ว
Where: The BTV Express, Central Park ชั้น 1 (ชั้นทางเชื่อม BTS)
More Info: Beyond The Vines Thailand
ภาพ: Courtesy of Event
The post LIFE This Week 17 อีเวนต์สัปดาห์นี้ มีอะไรน่าออกไปเจอบ้าง 2-8 กันยายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
บรรยากาศในค่ำคืนสุดพิเศษของงาน ‘A Life, Curated Evening […]
The post A Life, Curated Evening’ ค่ำคืนแห่งความหรูหราที่ซ่อนอยู่ในศิลปะของการใช้ชีวิตที่ Crystal Solana [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
บรรยากาศในค่ำคืนสุดพิเศษของงาน ‘A Life, Curated Evening’ ที่จัดโดย ‘Crystal Club’ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ Crystal Solana โครงการบ้านหรูระดับ Ultra Luxury บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ชวนให้นึกถึงประโยคหนึ่งในวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิก The Little Prince ของ Antoine de Saint-Exupéry ที่ว่า
“It is only with the heart that one can see rightly; what is essential is invisible to the eye.”
สิ่งสำคัญที่สุดนั้น มองไม่เห็นด้วยตา ต้องมองด้วยใจเท่านั้น
เพราะบางครั้ง นิยามของ ‘ชีวิตที่ดี’ อาจไม่ได้วัดจากสิ่งที่มี เช่นเดียวกับ ‘ความหรูหรา’ ที่ไม่อาจตีค่าได้เพียงจากสิ่งที่ถือครอง รายละเอียดของกิจกรรมตลอดทั้งคืนต่างทำหน้าที่ย้ำเตือนให้เราเข้าใจว่า ความสุขที่แท้จริงอาจหมายถึงการมีชีวิตที่ได้รับการดูแลใส่ใจในทุกมิติ ถูกรายล้อมด้วยสิ่งที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันให้สอดคล้องกับตัวตน และการได้ใช้เวลาอันมีค่าไปกับสิ่งที่มีความหมาย
เมื่อบ้านเป็นจุดเริ่มต้นของ Community ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีรสนิยม ความสนใจ และมุมมองต่อการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกัน เรื่องราวเหล่านี้จึงถูกนำมาถ่ายทอดผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ Living การสัมผัสบ้านและศิลปะของการอยู่อาศัย, Passion การแบ่งปันความหลงใหลกับผู้คนที่มีความสนใจเดียวกัน และ Indulgence อาหาร ดนตรี และบทสนทนาดีๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งหล่อหลอมเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างประณีตและสมบูรณ์แบบ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Crystal Club จัดกิจกรรมสุดพิเศษให้กับลูกบ้าน แต่เป็นการต่อยอดความประทับใจจากค่ำคืน ‘Living Well’ ด้วยการขยับบทสนทนาไปอีกขั้นไปสู่ ‘A Life, Curated Evening’ โดยเน้นย้ำไปที่รสนิยม ความชอบ และสิ่งที่เราเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ตามเจตนารมณ์ของผู้บริหาร Crystal Brand ภายใต้กลุ่มบริษัท เค อี ที่ตั้งใจจะสร้าง Lifestyle Community ให้กับลูกบ้านในโครงการ Crystal Park, Grand Crystal, Crystal Solana และโครงการต่างๆ ภายใต้แบรนด์ Crystal ผ่านกิจกรรมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยให้กับลูกบ้าน ภายในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและเป็นกันเองให้กับลูกบ้านที่รักความมีรสนิยมในการใช้ชีวิต
เริ่มต้นค่ำคืนที่ Zafira บ้านที่ถ่ายทอดกลิ่นอายแบบอังกฤษผ่านสัดส่วนพื้นที่และรายละเอียดภายในที่ดูสุขุมนุ่มลึก มีทั้งพื้นที่ต้อนรับ ห้องสมุด มุมจิบชา และมุมสำหรับเวลาของครอบครัว ด้วยกิจกรรมที่คัดสรรมาเพื่อประสบการณ์แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Sensory Experience กับเวิร์กชอปเครื่องหอมจาก ‘JOURNAL’ ที่ให้แขกผู้มีเกียรติได้ออกแบบกลิ่นหอมที่สะท้อนรสนิยมและตัวตนของแต่ละคน

ต่อด้วยเวิร์กชอป Caviar & Champagne การจับคู่คาเวียร์และแชมเปญจาก Caviar House & Prunier แบรนด์คาเวียร์ลักชัวรีระดับโลก และ Pernod Ricard บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสปิริตระดับพรีเมียมรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกจากประเทศฝรั่งเศส ในฐานะ Luxury Beverage Partner เสิร์ฟ Perrier-Jouët Belle Epoque มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์และสุนทรียภาพสูงสุดให้แก่แขกทุกท่าน


นอกจากจะได้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตเป็นที่ระลึก แขกทุกคนยังได้สัมผัสประสบการณ์ทดลองขับรถหรูจาก MGC-ASIA ไม่ว่าจะเป็น Rolls-Royce, Aston Martin หรือ Maserati พร้อมเดินทางจาก Zafira ไปยัง Emeralda ก่อนเข้าสู่กิจกรรมไฮไลท์ของงานนั่นคือ Long Table Dinner

บริเวณชั้น 2 ของ Emeralda บ้านสี่ชั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์แบบนิวยอร์ก โดดเด่นด้วย Double-Volume Foyer, Great Room และพื้นที่ต้อนรับที่เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล ถูกเนรมิตให้กลายเป็น Long Table Dinner โดยมีเชฟ Olivier Limousin อดีตหัวหน้าเชฟจาก L’Atelier de Joël Robuchon รับหน้าที่รังสรรค์เมนูพิเศษ 5 คอร์ส Pairing กับคอนยักจาก Martell โดยมีณิกษ์ อนุมานราชธน ผู้ร่วมก่อตั้ง Teens of Thailand รับหน้าที่นำเสนอศิลปะแห่งการจับคู่รสชาติอาหารกับคอนยักชั้นเลิศ ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สจากคุณแนท บัณฑิตา นักร้องแจ๊สชื่อดังจาก The Voice Thailand



ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคอี กรุ๊ป ผู้บริหารแบรนด์คริสตัล (Crystal) เน้นย้ำถึงแนวคิดการสร้าง Community ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีรสนิยมเดียวกันผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย พร้อมเล่าถึงที่มาของ A Life, Curated Evening บทสนทนาที่ว่าด้วยการเลือกสรรว่าเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน

“สำหรับ Crystal ชีวิตที่ดีไม่ได้เกิดจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เกิดจากสถานที่ที่เราเลือก ผู้คนที่เราใช้เวลาด้วย และประสบการณ์ที่มีความหมายกับเรา และนี่คือสิ่งที่เราอยากให้ Crystal Club เป็น ไม่ใช่เพียงกิจกรรมสำหรับลูกบ้าน แต่เป็น Community ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีรสนิยม ความสนใจ และมุมมองต่อการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกัน”
“ค่ำคืนนี้จึงถูกคัดสรรผ่าน 3 บทสำคัญ ได้แก่ Living, Passion และ Indulgence ซึ่งสะท้อนความเชื่อเดียวกับที่เราใช้ในการสร้าง Crystal Solana บ้านที่ดีไม่ควรเพียงสวยงาม แต่ควรสะท้อนตัวตน และเติบโตไปพร้อมกับทุกช่วงเวลาของเจ้าของ นี่คือความหมายของ Crafted for a Lifetime เพราะท้ายที่สุดแล้ว Luxury is not only what you own. It is how you choose to live”

ความพิเศษในค่ำคืนนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ร่วมกับพันธมิตร อย่าง Asia Plus และ MGC ASIA ที่เข้ามาเติมเต็มให้ค่ำคืนนี้งดงามยิ่งขึ้น ทั้งการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติในบรรยากาศ Curated House Experience รวมถึงการมอบสัมผัสแห่งการขับขี่สุดพรีเมียมผ่าน Driving Experience
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน A Life, Curated Evening เป็นอีกหนึ่งบทของคอมมูนิตี้ที่ตั้งใจสร้างและเติบโตไปด้วยกัน สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ความหรูหราที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่การครอบครอง แต่อยู่ที่ศิลปะในการเลือกใช้ชีวิต ภายใต้บรรยากาศที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างความทรงจำร่วมกันที่มีคุณค่า
การเป็นเจ้าของบ้านในโครงการ Crystal Solana ไม่เพียงแต่มอบที่อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury แต่ยังเปิดประตูสู่ไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบทั้งด้าน Design & Art, Wellness และ Gastronomy ผ่านเอกสิทธิ์เฉพาะของ Crystal Club พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันบนพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นคลับเฮาส์ขนาดใหญ่กว่า 2,000 ตารางเมตร สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส สตูดิโอโยคะ สปา สนามเทนนิส พื้นที่ซ้อมกอล์ฟ ตลอดจนสวนร่มรื่นและลู่วิ่งกลางธรรมชาติ ทั้งหมดนี้สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะสร้างช่วงเวลาที่มีความหมายให้กับผู้อยู่อาศัยต่อไปในทุกช่วงเวลาของชีวิต
Crystal Solana เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมโครงการ ผ่านระบบนัดหมายส่วนตัว (Private Appointment)
ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งคอมมูนิตี้เหนือระดับได้ที่ https://bit.ly/CrystalClub_CrystalSolana
Contact — Crystal Solana
Tel: 02 101 5775
Line: https://bit.ly/Line_Crystal
Website: https://bit.ly/Website_Crystal
Facebook: https://bit.ly/FB_Crystal
Instagram: https://bit.ly/IG_Crystal
The post A Life, Curated Evening’ ค่ำคืนแห่งความหรูหราที่ซ่อนอยู่ในศิลปะของการใช้ชีวิตที่ Crystal Solana [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
เผลอแป๊บเดียวก็เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนสิงหา […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 26 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เผลอแป๊บเดียวก็เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนสิงหาคมกันแล้ว หลังจากทำงานหนักมาทั้งเดือน เราจึงอยากชวนทุกคนมาพักความเหนื่อยล้า แล้วให้รางวัลตัวเองด้วยการสโลว์ดาวน์กายและใจกันสักนิด
ในสัปดาห์นี้ LIFE This Week จึงได้คัดกิจกรรมมูดฮีลใจมาให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นการตื่นเช้ามาออกกำลังกายไปกับคอมมิวนิตีวิ่ง คลาสพิลาทิสยืดเหยียดคลายความเมื่อยล้า กิจกรรมเวิร์กชอปงานคราฟต์น่ารักๆ ไปจนถึงอีเวนต์ที่จะพาทุกคนมาเปิดสัมผัสเทสต์รสชาติใหม่ๆ หากว่าใครพร้อมรีชาร์จพลังก่อนเริ่มเดือนใหม่กันแล้ว ลองเลื่อนดูพิกัดแล้วออกไปจอยกันเลย

ชวนพี่นักวิ่ง และสายคาเฟ่ออกไปวิ่งสัมผัสเสน่ห์ถนนทรงวาด ย่านเก่าแก่สุดคลาสสิก วิ่งรับลมเช้า ชมสถาปัตยกรรมอาคารโบราณ ระยะทางประมาณ 5-7 กิโลเมตร (ขอพี่นักวิ่งที่สามารถวิ่งเพซไม่เกิน 8 ได้) แล้วมาเติมความสดชื่นหลังเข้าเส้นชัยด้วย คราฟต์โคล่าแทปสดเนียนนุ่ม สดชื่น ละมุนลิ้น จากร้าน Oh! Vacola สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทาง Google Forms
Time: เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569
Where: ร้าน Oh! Vacola ถนนทรงวาด
More Info: Anti Run Club Bangkok

เริ่มต้นเช้าวันหยุดรีเฟรชเอเนอร์จีด้วยการออกมาสูดอากาศและขยับร่างกายเบาๆ กับงานวิ่งมูดดีที่ชวนทุกคนมาจอยในระยะทาง 6.5 กิโลเมตร (Easy Run) โดยรูตนี้จะเริ่มต้นที่โรงแรม Novotel Bangkok Platinum Pratunam แล้ววิ่งชิลๆ ไปยังสวนลุมพินี ก่อนจะกลับมาคูลดาวน์ที่จุดเริ่มต้น
ความฟินคือหลังจากวิ่งเรียกเหงื่อเสร็จ จะได้ขึ้นไปรีแลกซ์แช่ Ice Bath คลายกล้ามเนื้อแบบฟินๆ กินมื้อเช้าและเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจ ไปพร้อมๆ กับการได้นั่งชมวิวเมืองเอ็นจอยกับไวบ์ยามเช้ากันต่อแบบยาวๆ
Time: เวลา 06.00-10.00 น.
When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569
Where: โรงแรม Novotel Bangkok Platinum Pratunam
Dress Code: ขาว, เหลือง, ฟ้า
More Info: Anti Run Club Bangkok

ใครที่กำลังมองหาแก๊งเพื่อนวิ่งเก็บระยะไปพร้อมๆ กันในช่วงสุดสัปดาห์ ต้องมาจอยงานนี้เลย ‘Long (Not Alone) Run’ ระยะทาง 18 กิโลเมตร ที่สวนลุมพินี
แม้ระยะทางจะดูเอาเรื่องอยู่สักนิด แต่ไม่ต้องกดดันเลย เพราะเขาเน้นวิ่งเรื่อยๆ เพซสบายๆ เน้นชมวิวธรรมชาติระหว่างทางและต้นไม้สีเขียว ให้ร่างกายได้ค่อยๆ ปรับตัวและเอนจอยกับไวบ์ยามเช้าไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทาง ใครที่กำลังเตรียมตัวลงงานวิ่ง หรือแค่อยากชาเลนจ์ตัวเองเบาๆ ในวันหยุด มารวมตัววอร์มอัปกันเลย
Time: ตั้งแต่เวลา 05.30 น. เป็นต้นไป
When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569
Where: สวนลุมพินี (ประตู 5)
More Info: Fullhouse Wellness Club

ใครที่หลงรักเสน่ห์ของการวิ่งซิตีรันและเป็นสายสเปเชียลตีคอฟฟี ต้องมาที่งานนี้เลย เพราะสัปดาห์นี้คาเฟ่ชื่อดังอย่าง KURASU จับมือร่วมกับ MMRC ฉลองครบรอบ ๗ ปี ด้วยการชวนคอมมูนิตี้คนตื่นเช้ามาวิ่ง City Run จับมือร่วมกับ MMRCในระยะทางตัวเลขสวยๆ ที่ ๗ กิโลเมตร
รูตนี้จะได้วิ่งลัดเลาะซึมซับไวบ์ย่านทองหล่อตอนเช้าแบบชิลๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยกาแฟคราฟต์หอมๆ สักแก้วหลังวิ่งเสร็จ ใครอยากเริ่มต้นวันหยุดด้วยความสดใสและอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ ปักหมุดแวะมาจอยกันเลย
Time: เวลา 06.30-08.00 น.
When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569
Where: Kurasu ทองหล่อ (ซอยสุขุมวิท 57)
More Info: Kurasu Bangkok , meepmeeprunclub

สลับมูดจากร้านกาแฟ มาเอาใจสายมัทฉะกันบ้าง กับงาน ‘MATCHA & MILES’ ที่ชวนทั้งนักวิ่งมือใหม่และมือโปรมาขยับร่างกายแบบไม่เน้นทำความเร็ว แต่เน้นเติมเอนเนอร์จีและปล่อยจอยไปด้วยกันในระยะทางกำลังดีที่ 5.1 กิโลเมตร ให้ได้วิ่งสูดอากาศและสัมผัสเสน่ห์ของย่านราชเทวียามเช้า ก่อนจะกลับมาคูลดาวน์ให้รางวัลตัวเองที่จุดฟินิชที่ร้าน MATY Matcha ให้ได้นั่งพักเหนื่อยและถ่ายรูปทำคอนเทนต์ชิกๆ กับป็อปอัปสตูดิโอรถบ้านสีชมพูสุดคิวต์ แถมท้ายงานยังมีกิจกรรม Lucky Draw สุ่มแจกรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ได้ลุ้นของขวัญกลับบ้านกันอีกด้วย
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569
Where: MATY Matcha (ย่านราชเทวี)
Dress Code: เขียวและชมพู
More Info: RUN RUAN RUAN

สำหรับใครที่คุ้นเคยกับสีสันของย่านทองหล่อ ลองเปลี่ยนมุมมองมาสัมผัสไวบ์สบายๆ กับงาน ‘CITY NEIGHBOR’ ที่ชวนทุกคนมาผูกเชือกรองเท้า แล้วออกมาเดินหรือวิ่งจ็อกกิ้งเบาๆ กับ City Run ในระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร หากพร้อมแล้วเตรียมชุดกีฬาตัวเก่ง แล้วมาพบกันเลย
Time: ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569
Where: HAUS VE/LA ทองหล่อ
More Info: rollingrunclub

อีเวนต์ที่เกิดจากการคอลแล็บกันระหว่าง ‘Carnival’ และ ‘Garmin’ ที่ชวนคอมมูนิตี้วิ่งมาวิ่งในระยะสั้นๆ 5 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นและเส้นชัยอยู่ที่ Carnival One Bangkok ไฮไลต์ของงานนี้คือหลังจากเสร็จที่เส้นชัยจะมีสเปซ ‘Post-run coffee party’ ให้ทุกคนที่มาได้นั่งจิบกาแฟฮีลใจ พูดคุยแลกเปลี่ยนเอนเนอร์จีบวกกับเพื่อนใหม่ๆ
Time: เวลา 06.00-10.00 น.
When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569
Where: Carnival, One Bangkok
Dress Code: ใส่ Garmin Forerunner 170
More Info: carnival.running , Garmin Thailand

ขยับจังหวะให้ช้าลงอีกนิด แล้วมาบูสต์เอนเนอร์จีช่วงบ่ายวันหยุดไปกับสเปซฮีลใจที่เกิดจากการคอลแล็บกันแบบน่ารักๆ ระหว่างสตูดิโอพิลาทิส The Breathing Room และแบรนด์สกินแคร์ LUSH ภายในงานเราจะได้ยืดเหยียดร่างกาย คืนความยืดหยุ่นลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อกับคลาสพิลาทิส ก่อนจะไปปรับโหมดสู่ความผ่อนคลายในเซสชันเวิร์กชอป ที่พาเราไปค้นหาตัวตนและดึงพลังงานบวกออกมาผ่านเรื่องราวของกลิ่นหอมตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม
Time: เวลา 14.00-17.00 น.
When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569
Where: The Breathing Room Studio, P23 Building (ซอยสุขุมวิท 23)
More Info: The Breathing Room

หลังจากทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ลองมาปล่อยใจกันกับงาน ‘Friends of the House’ ที่ Zuma Bangkok เพราะเขารวมตัว 5 บาร์เทนเดอร์มือรางวัล ทั้งจากฝั่งเซี่ยงไฮ้ เชียงใหม่ และภูเก็ต มารังสรรค์ค็อกเทลแก้วซิกเนเจอร์ให้ได้ลิ้มลอง
สำหรับวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จะได้พบกับ
และสำหรับวันที่ 3 กันยายน 2569 ก็จะได้พบกับ 2 บาร์เทนเดอร์บ้านเราจากเชียงใหม่และภูเก็ต อย่าง
สำหรับใครที่กำลังหาบาร์ดีๆ นั่งปล่อยใจจอยๆ กับเครื่องดื่มแก้วโปรด ต้องมางานนี้เลย จัดเพียง 2 คืนเท่านั้น
Time: เวลา 20.00-00.00 น.
When: วันที่ 26 สิงหาคม และวันที่ 3 กันยายน 2569
Where: Zuma Bangkok, โรงแรม The St. Regis Bangkok
More Info: zumabangkok

หากว่าหลงใหลในเสน่ห์ของเมืองภูเก็ต แต่ไม่อยากเดินทางไกลช่วงวันหยุด ลองมาที่ร้านอาหาร Carito’s ย่านสุขุมวิท 22 เลย เพราะได้ Head Chef จากร้าน ‘Local Canteen’ มาเสิร์ฟเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดรสจัดจ้านจากภูเก็ตถึงกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวยำปักษ์ใต้สูตรครอบครัว, แกะย่างกอและ, ทอดมันกุ้งสไตล์ภูเก็ต ไปจนถึงขนมโคกะทิหวานละมุน นอกจากอาหารแล้วยังมีเครื่องดื่มคราฟต์แก้วพิเศษจาก Dibuk House และ shhh. ที่หยิบเอาเสน่ห์ความคลาสสิกแบบชิโน-โปรตุกีสมาตีความใหม่เป็นเครื่องดื่มรสชาติสดชื่นให้เราได้จิบคู่กับอาหารได้อย่างลงตัว พร้อมมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 2 คืนเท่านั้น!
Time: เวลา 18.00-23.00 น.
When: วันที่ 28-29 สิงหาคม 2569
Where: ร้าน Carito’s (ซอยสุขุมวิท 22)
More Info: Carito’s Bangkok

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องกับ LOH% Season 4 เทศกาลโละของประจำปีที่สายช็อปและเหล่าแฟชั่นนิสต้าห้ามพลาด! คร้งนี้ย้ายพิกัดยกทัพมาไว้ใจกลางสุขุมวิท เดินช็อปหลบฝนในตึกแอร์เย็นฉ่ำ รวบรวมเสื้อผ้า แอ็กเซสซอรี ไอเทมแรร์ และแบรนด์เนมมือสองสภาพดีจากตู้เสื้อผ้าของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของเมืองไทย นำมาขนเทขายโละราคาแบบไม่มีกั๊ก พร้อมต้อนรับน้องหมาน้องแมวเข้าร่วมงานด้วย
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
When: วันที่ 28-30 สิงหาคม 2569
Where: ชั้น 1, EM TOWER, EMSPHERE
Admission: บัตรเข้างานราคา 100 บาท / วัน
More Info: LOH Market

ใครคิดถึงบรรยากาศและกลิ่นอายของประเทศอิตาลี บอกเลยว่าไม่ต้องบินข้ามประเทศ เพราะแค่มาที่งาน ‘Perfect 20 – Italian Wine Journey’ อีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Texica ที่ใช้เวลากว่า 16 ปี ในการเดินทางค้นหาและรวบรวมผลผลิตทางวัฒนธรรมจากทั้ง 20 แคว้นของอิตาลีมาไว้ในที่เดียว ก็เหมือนได้บินไปอิตาลีแล้ว
ความน่าสนใจคือจะได้เพลิดเพลินกับการเทสติ้งเครื่องดื่มคราฟต์สัญชาติอิตาเลียนกว่า 100 ชนิด ที่แต่ละแก้วจะพาไปสัมผัสเอกลักษณ์ของภูมิประเทศ สภาพอากาศ และประวัติศาสตร์ของแต่ละท้องถิ่น นอกจากศาสตร์แห่งรสชาติแล้ว ภายในงานยังจำลองไวบ์แบบ ‘Italian Art of Living’ เอาไว้ ทั้งการจับคู่กับอาหารอิตาเลียนอร่อยๆ และโซนไลฟ์สไตล์ที่รวมแบรนด์ไอคอนิกอย่าง Vespa, SMEG และจักรยาน Wilier Triestina เอาไว้ด้วย
Time: เวลา 17.00-20.00 น.
When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569
Where: Grand Ballroom, Four Seasons Hotel Bangkok ที่ Chao Phraya River
More Info: Four Seasons Hotel Bangkok

เปลี่ยนบรรยากาศจากการออกกำลังกาย มานั่งเกาะติดขอบสนามกันสักหน่อย กับอีเวนต์สุดยูนีกที่นำเหล่ามิกซ์โซโลจิสต์ชื่อดังจากทั่วเอเชียกว่า 20 ชีวิต มาวางเชกเกอร์ชั่วคราว แล้วสวมนวมก้าวขึ้นสังเวียนผ้าใบเพื่อประลองฝีมือกันแบบสนุกๆ งานนี้จัดเต็มถึง 11 แมตช์ ภายใต้การดูแลความปลอดภัยและตัดสินโดยทีมงานมืออาชีพ ไฮไลต์คือการเจอกันของคนคุ้นหน้าคุ้นตาในวงการเครื่องดื่ม ทั้ง Kris Du จาก Speak Low เซี่ยงไฮ้, แชมป์ระดับประเทศอย่าง Oscar Eksiam และ Frank รวมถึงแมตช์ของ ณิกษ์ อนุมานราชธน และ เข้ม-ธณัช
ใครที่สุดสัปดาห์ยังว่างอยู่ รีบชวนเพื่อนไปส่งเสียงเชียร์และเอนจอยกับไวบ์สุดคึกคักนี้กันเลย
Time: เวลา 21.30-23.25 น.
When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569
Where: Bar 335 ทองหล่อ
More Info: bar335bkk

ลองมาปิดสวิตช์พักสมอง แล้วปล่อยใจจอยไปกับงาน ‘Rhythm & Reflection’ สเปซฮีลใจที่เกิดจากการจับมือกันของ SoloTribe และ Marshall Livehouse
งานนี้ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เราได้สโลว์ดาวน์และกลับมาคอนเนกต์กับตัวเองอีกครั้ง ผ่านเซสชัน 90 นาที ไม่ว่าจะเป็นการจิบชาสงบจิตใจ การเขียน Journaling ไปจนถึงการบำบัดด้วยเสียง (Sound Journey) ที่คิวเรตโดย BABYSCASH และศาสตร์แห่งกลิ่นหอมจากคุณพีช ผู้เชี่ยวชาญด้าน Sensory Healing สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่รีเซ็ตจิตใจก่อนก้าวเข้าสู่เดือนใหม่ ต้องแวะมาที่งานนี้เลย
Time: เวลา 18.30-20.30 น.
When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569
Where: Marshall Livehouse (ย่านเจริญกรุง)
More Info: Solo Tribe

ใครที่เป็นสายอาร์ตและคนรักงานศิลปะเตรียมปักหมุดรอไว้ได้เลย กับงาน ‘Contemporary Art Fair’ งานแฟร์ศิลปะร่วมสมัยที่ตั้งใจทำเรื่องอาร์ตให้เข้าถึงง่าย สนุก และเป็นกันเองมากขึ้น
งานนี้เหมาตึก 4 ชั้นของ The Corner House เจริญกรุง โดยไฮไลต์ของแต่ละชั้นภายในงาน มีดังนี้
Time: เวลา 09.00-21.00 น.
When: วันที่ 29-30 สิงหาคม 2569
Where:The Corner House เจริญกรุง
More Info: contemp creator , บ้านกูเอง
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 26 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากเปิดให้คนกรุงเทพฯ ได้ทำความรู้จักเมื่อปลายปีที่ผ […]
The post นิทรรศการ ‘ชีวิต ชีวา’ ชมงาน Alexander Calder และอีก 33 ศิลปิน ที่ Dib Bangkok จัดแสดง 26 ก.ย. 2026 – 3 พ.ค. 2027 appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากเปิดให้คนกรุงเทพฯ ได้ทำความรู้จักเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ดิบ บางกอก (Dib Bangkok) สถาบันศิลปะร่วมสมัย กำลังเข้าสู่บทต่อไปด้วยนิทรรศการครั้งที่ 2 ในชื่อ ‘ชีวิต ชีวา (Giving Life)’
ครั้งนี้นิทรรศการรวบรวมผลงานกว่า 160 ชิ้นจากศิลปิน 33 คน ทั้งไทยและต่างประเทศ โดยมีผลงานของ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ (Alexander Calder) เป็นหนึ่งในแกนสำคัญ ชวนสำรวจความหมายของคำว่า ‘ชีวิต’ ผ่านการเคลื่อนไหว ความทรงจำ เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนวิธีที่ศิลปินสามารถทำให้วัสดุหรือวัตถุซึ่งไม่มีชีวิตเกิดการเคลื่อนไหวและมีความหมายขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งนิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2026 – 3 พฤษภาคม 2027
สำหรับคนที่สนใจศิลปะสมัยใหม่ ชื่อของ Alexander Calder (1898-1976) น่าจะคุ้นเคยในฐานะหนึ่งในศิลปินคนสำคัญของศตวรรษที่ 20 และผู้บุกเบิกงานประติมากรรมเคลื่อนไหว หรือ Kinetic Art
แทนที่จะมองประติมากรรมเป็นวัตถุที่ตั้งอยู่นิ่งๆ คาลเดอร์ได้ทดลองนำการเคลื่อนไหวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน โดยเฉพาะผลงานประเภท Mobile ซึ่งองค์ประกอบต่างๆ สามารถขยับและเปลี่ยนรูปแบบไปตามอากาศและแรงโน้มถ่วง ทำให้ประติมากรรมไม่ได้มีรูปร่างตายตัว แต่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามสภาพแวดล้อมรอบตัว
‘ชีวิต ชีวา’ จึงเป็นโอกาสที่คนในไทยจะได้เห็นผลงานของคาลเดอร์ ในบริบทของนิทรรศการขนาดใหญ่โดยไม่ต้องเดินทางไปชมตามพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ และยังเกิดขึ้นในปี 2026 ซึ่งตรงกับวาระ 50 ปีการจากไปของคาลเดอร์ พอดี
แต่ความน่าสนใจของนิทรรศการไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำผลงานของศิลปินชื่อดังมาจัดแสดง เพราะทีมภัณฑารักษ์เลือกนำงานของ Calder ไปวางอยู่ท่ามกลางผลงานของศิลปินต่างยุค ต่างรุ่น และต่างบริบท เพื่อให้เกิดบทสนทนาชุดใหม่ขึ้นภายในพื้นที่เดียวกัน


นิทรรศการครั้งนี้ดูแลโดยภัณฑารักษ์ อารียนา ชัยวาระนนท์ ร่วมกับผู้อำนวยการ ดร. มิวาโกะ เทสุกะ โดยนำผลงานของ Calder มาจัดวางร่วมกับศิลปินไทยและนานาชาติ เช่น อิซุมิ กาโตะ (Izumi Kato), เคทลิน คีโอห์ (Caitlin Keogh), ตวน แอนดรูว์ เหงียน (Tuan Andrew Nguyen) และ โทเบียส เรห์แบร์เกอร์ (Tobias Rehberger)
ฝั่งศิลปินไทยมีทั้ง ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช, อารยา ราษฎร์จำเริญสุข, สุธี คุณาวิชยานนท์ และ วสันต์ สิทธิเขตต์ ซึ่งทำให้นิทรรศการไม่ได้พูดถึง ‘การเคลื่อนไหว’ ในความหมายทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังขยายไปถึงความเคลื่อนไหวทางความคิด สังคม และการเมืองในแต่ละช่วงเวลา
อีกหนึ่งเส้นเรื่องที่น่าสนใจคือการย้อนกลับไปยัง ทศวรรษ 1970 ช่วงปลายสงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทั้งโลกและประเทศไทยกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองครั้งสำคัญ
โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2518 เมื่อผลงาน Calder’s Circus เคยมาจัดแสดงที่ หอศิลป์ พีระศรี ในกรุงเทพฯ นิทรรศการ ‘ชีวิต ชีวา’ จึงหยิบประวัติศาสตร์ช่วงดังกล่าวกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ควบคู่ไปกับบริบทของวงการศิลปะไทยในยุคที่แนวคิดเรื่อง ‘ศิลปะเพื่อชีวิต’ กำลังมีบทบาทมากขึ้น
ทำให้การกลับมาของผลงานคาลเดอร์ในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำงานของศิลปินระดับสากลมาให้ชม แต่ยังเป็นการเชื่อมประวัติศาสตร์ศิลปะโลกเข้ากับความเคลื่อนไหวของศิลปะไทยในช่วงเวลาเดียวกัน
และสำหรับกรุงเทพฯ การมีพื้นที่ที่สามารถนำผลงานศิลปะจากต่างประเทศมาวางสนทนากับศิลปินไทยอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้เมืองมีพื้นที่สำหรับการดูศิลปะที่หลากหลายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากคำถามว่างานชิ้นนั้น ‘เข้าใจยาก’ หรือไม่ แต่อาจเริ่มง่ายๆ จากการเข้าไปดูว่า งานตรงหน้าทำให้เรารู้สึกหรือคิดอะไรต่อ
ใครที่สนใจอยากไปชมนิทรรศการชีวิต ชีวา (Giving Life) สามารถวางแผนกันไว้ล่วงหน้าได้เลย โดยจะเริ่มเปิดให้จองบัตรตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 เป็นต้นไป ทาง www.dibbangkok.org
ภาพ: Dib Bangkok
The post นิทรรศการ ‘ชีวิต ชีวา’ ชมงาน Alexander Calder และอีก 33 ศิลปิน ที่ Dib Bangkok จัดแสดง 26 ก.ย. 2026 – 3 พ.ค. 2027 appeared first on THE STANDARD.
]]>
Modernform Series M1 คืออะไร? รู้จักเก้าอี้ Ergonomic ท […]
The post เก้าอี้ Ergonomic ที่ดีควรเป็นอย่างไร เมื่อต้องนั่งทำงานทั้งวัน? appeared first on THE STANDARD.
]]>
Modernform Series M1 คืออะไร? รู้จักเก้าอี้ Ergonomic ที่ออกแบบให้เคลื่อนไหวตามร่างกาย พร้อม 3 เรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือกเก้าอี้ทำงาน
ลองนึกดูว่าในหนึ่งวันเราใช้เวลาอยู่บนเก้าอี้ทำงานนานแค่ไหน บางคนเริ่มตั้งแต่เช้าและแทบไม่ได้ลุกจากโต๊ะจนถึงเย็น แต่ถึงจะเรียกว่านั่งทำงาน ร่างกายของเรากลับไม่ได้อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวนั่งตรง เดี๋ยวเอนหลัง ขยับเข้าใกล้จอ เอี้ยวไปหยิบของ หรือเผลอไหลตัวลงเมื่อเริ่มเหนื่อย
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเลือกเก้าอี้ทำงาน เราอาจต้องเลิกคิดแค่ว่า ตัวไหนนั่งนุ่มหรือนั่งสบายที่สุดในห้านาทีแรก แล้วหันมาดูว่า เมื่อเราต้องอยู่กับเก้าอี้ตัวนี้ครั้งละหลายชั่วโมง หรือตลอดวัน เก้าอี้ตัวนั้นทำงานกับร่างกายของเราอย่างไรบ้าง
และนี่คือ 3 สิ่งที่คุณควรเช็กก่อนเพื่อให้เจอเก้าอี้ Ergonomic คู่ใจ

ภาพจำหนึ่งของการนั่งทำงานที่ดีคือ หลังตรง ไหล่ตั้ง เท้าวางกับพื้น และพยายามรักษาท่านั้นเอาไว้ให้นานที่สุด แต่ในชีวิตจริงแทบไม่มีใครนั่งแบบนั้นตลอดวัน เพราะคนเราเปลี่ยนอิริยาบถอยู่ตลอด เช่น พิมพ์งาน ประชุมออนไลน์ เอื้อมไปหยิบของ กินขนม ฯลฯ ดังนั้นเวลาลองเก้าอี้ ต้องอย่าเพิ่งตัดสินใจจากการนั่งตัวตรงเพียงอย่างเดียว ลองทำสิ่งที่เราทำจริงๆ ระหว่างวันดูบ้าง แล้วสังเกตว่าเมื่อร่างกายเปลี่ยนตำแหน่ง พนักพิงยังตามมารองรับหลังได้ดีแค่ไหน
เก้าอี้ที่ดีจึงไม่ควรทำให้เรารู้สึกว่าต้องนั่งให้ถูกต้องอยู่ตลอดเวลา แต่ควรเปิดโอกาสให้เราเปลี่ยนอิริยาบถได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ยังรู้สึกสบาย
คำว่า Lumbar Support เป็นหนึ่งในคำที่เจอบ่อยมากเวลาเลือกเก้าอี้ Ergonomic จนบางครั้งเราอาจคิดว่ายิ่งรู้สึกถึงแรงดันบริเวณเอวมากเท่าไรยิ่งดี
แต่สิ่งที่ควรสนใจมากกว่าคือ ตำแหน่งของพนักพิงสัมพันธ์กับหลังของเราอย่างไร เพราะรูปร่างและสัดส่วนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
เวลาลองเก้าอี้ ลองพิงหลังตามธรรมชาติแล้วสังเกตง่ายๆ ว่ามีบริเวณไหนที่รู้สึกเหมือนหลังลอยออกจากพนักพิงหรือไม่ จุดรองรับช่วงเอวอยู่ตรงกับร่างกายเราหรือเปล่า และเมื่อเอนหลังแล้วการรองรับนั้นยังรู้สึกต่อเนื่องอยู่ไหม ถ้าต้องคอยเกร็งตัวเพื่อให้หลังสัมผัสพนักพิงตลอดเวลา นั่นอาจไม่ใช่ setting ที่เหมาะกับเราเท่าไรนัก

Modernform Series M1
เวลาเดินเข้าร้านแล้วลองเก้าอี้ สิ่งแรกที่รับรู้ได้ง่ายที่สุดคือ ความนุ่ม หรือ ความแข็ง นอกจากวัสดุแล้ว สิ่งที่ควรลองด้วยคือความสูงและความลึกของที่นั่ง เพราะทั้งสองอย่างมีผลกับตำแหน่งของขาและวิธีที่เราวางตัวบนเก้าอี้
เพราะเก้าอี้ที่ปรับความลึกได้ มีข้อดีคือ สามารถขยับพื้นที่นั่งให้สัมพันธ์กับช่วงขาของคนที่มีรูปร่างต่างกัน ดังนั้นคน 2 คนที่มีสรีระไม่เหมือนกัน ก็ใช่ว่าจะนั่งตัวเดียวกันแล้วสบาย
อีกเรื่องที่มองข้ามกันง่ายคือ ความร้อน โดยเฉพาะในเมืองร้อนอย่างบ้านเรา ต่อให้เบาะนุ่มมาก แต่ถ้านั่งไปสักพักแล้วสะสมความร้อน หรืออับจนรู้สึกไม่สบายตัว ผ่านไปสองชั่วโมงก็อาจทำให้เราอยากลุกหนีจากเก้าอี้อยู่ดี


Modernform Series M1
เรามีโอกาสได้ลองเก้าอี้ Modernform Series M1 เก้าอี้ Ergonomic ที่ทางแบรนด์ตั้งใจออกแบบให้เก้าอี้เคลื่อนไหว และปรับเข้าหาคนนั่ง แทนที่จะล็อคคนนั่งไว้ด้วยท่าเดียว
ความปรับได้และตามใจคนนั่ง เริ่มจากพนักพิง ที่ใช้ DUOFLEX Frame System โครงสร้างพนักพิงสองชั้น ที่ยืดหยุ่นและรองรับตามการเคลื่อนไหว ร่วมกับ FLEXSYNC Technology ช่วยกระจายแรงตอนเอน บริเวณหลังส่วนล่าง เมื่อเรานั่งตรง เอน หรือขยับตัว พนักพิงจึงไม่ได้ให้ความรู้สึกแข็งและนิ่งอยู่กับที่ แต่มี movement ตามร่างกาย เวลาต้องเปลี่ยนท่าก็ยังรู้สึกสบายและมั่นใจ ไม่เหมือนถูกบังคับให้ต้องนั่งนิ่งๆ ตลอดเวลา

อีกจุดคือเรายังปรับความลึกและความสูงของเบาะ Lumbar Support, พนักพิงศีรษะ และที่วางแขนแบบ 4D ได้ด้วย ข้อดีคือถ้าเก้าอี้ตัวนี้ต้องเวียนใช้หลายคน ก็สามารถปรับให้เหมาะกับแต่ละคนได้
ส่วนเบาะ เรารู้สึกเย็นสบายดีเพราะเก้าอี้ตัวนี้ใช้เบาะ Cool Gel ที่ทางแบรนด์แจ้งว่าช่วยดึงและกระจายความร้อนจากร่างกายได้ดีกว่าโฟม ทำให้เรานั่งทำงานต่อได้นาน

Modernform Series M1
โดยรวม เราคิดว่า M1 เป็นเก้าอี้ Ergonomic ที่เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะนั่งจริงจังทำงาน พิมพ์งาน ตรวจงานเท่านั้น เพราะบางครั้งเราก็อาจจะอยากพักสายตาด้วยการนั่งอ่านหนังสือ นั่งฟังประชุมออนไลน์ด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายขึ้น นั่งเล่นโซเชียลด้วยท่าที่สบายที่สุด หรือแม้แต่กินข้าว
ถือว่าตอบโจทย์พฤติกรรมของคนยุคนี้ เมื่อเก้าอี้ทำงานต้องรอบรับกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ทำงานอย่างเดียว Modernform Series M1 รับประกัน 13 ปี วางจำหน่ายแล้ววันนี้
ภาพ: Modernform
The post เก้าอี้ Ergonomic ที่ดีควรเป็นอย่างไร เมื่อต้องนั่งทำงานทั้งวัน? appeared first on THE STANDARD.
]]>
เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคมที่กรุงเทพฯ ยังมีอะไ […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 19-25 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคมที่กรุงเทพฯ ยังมีอะไรให้เราออกไปค้นพบกันแทบทุกวัน สัปดาห์นี้ลองหาเวลาว่างสักช่วง แล้วออกไปเปลี่ยนบรรยากาศจากรูทีนเดิมๆ ไม่ว่าจะตื่นเช้ามาวิ่งหรือเดินสำรวจเมือง พาสี่ขาออกไปขยับร่างกายด้วยกัน แวะดูหนัง เดินนิทรรศการ คุยเรื่องหนังสือ หรือใช้เวลาช่วงบ่ายเดินตลาดหาของวินเทจที่ถูกใจ
LIFE This Week เลยคัด 10 กิจกรรมน่าทำประจำสัปดาห์นี้มาให้เลือกกัน ตั้งแต่ City Run และ City Walk ยามเช้า โปรแกรมฉายหนังและเทศกาลวรรณกรรม ไปจนถึงนิทรรศการศิลปะ ตลาด Flea Market เซสชัน Sound Healing และอีเวนต์ที่รวมดนตรี แฟชั่น และครีเอทีฟคัลเจอร์ไว้ด้วยกัน ลองเลือกกิจกรรมที่เข้ากับมู้ด ปักหมุดวันว่าง แล้วออกไปเติมเรื่องใหม่ๆ ให้สัปดาห์นี้กัน

ถ้าสุดสัปดาห์นี้อยากหาหนังดีๆ ดูสักเรื่อง House of Films ชวนมานั่งดู 5 ภาพยนตร์ที่พูดถึงความเหงา ความสัมพันธ์ และการออกตามหา “ที่ทาง” ของตัวเอง ผ่านตัวละครที่ต่างกำลังค้นหาว่าที่ไหน หรือใครกันแน่ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่ง ตั้งแต่ American Beauty, Into the Wild และ Bridget Jones’s Diary ไปจนถึง Up in the Air และ Cast Away โดยฉายต่อเนื่องตลอด 3 วันในบรรยากาศของ The Corner House Bangkok ใครมีเรื่องที่อยากกลับไปดูอีกครั้ง หรือยังไม่เคยดูบนจอใหญ่ นี่น่าจะเป็นอีกโปรแกรมหนังที่เหมาะกับการปักหมุดไว้ช่วงสุดสัปดาห์นี้ (ปล. จำกัดรอบละ 35 ที่นั่ง)
ตารางรอบฉายภาพยนตร์
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569
วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569
Time: เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป
When: 21-23 สิงหาคม 2569
Where: The Pavilion ชั้น 4, The Corner House Bangkok
Admission: 250 บาท/ที่นั่ง รวมเครื่องดื่มและของทานเล่น
Booking: Google Forms
More Info: The Corner House Bangkok

ใครเป็นสายเดินตลาดวินเทจน่าจะคุ้นชื่อ เท Flea Market กันดี แต่รอบนี้พวกเขาขยับสเกลงานให้ใหญ่ขึ้นกับ My Playground เฟสติวัล 3 วันที่เตรียมเปลี่ยนสถานีรถไฟหัวลำโพงให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นของคนเมือง ภายใต้คอนเซปต์ ‘Too Chill Not Share’ นอกจากจะได้เดินคุ้ยเสื้อผ้าวินเทจปีลึกและของแรร์แล้ว ยังมีเวิร์กช็อป อาหาร เครื่องดื่ม และฟรีคอนเสิร์ตให้แวะไปนั่งฟังกันยาวๆ ใครกำลังหาที่เดินเล่นช่วงบ่ายต่อเนื่องไปถึงค่ำ งานนี้น่าปักหมุดไว้ในลิสต์
Time: เวลา 13.00-23.00 น.
When: 21-23 สิงหาคม 2569
Where: สถานีรถไฟหัวลำโพง
Admission: เข้าฟรี
More Info: เท Flea Market

หาเช้าวันเสาร์นี้ใครมีน้องหมาเป็นคู่หู ชวนกันตื่นเช้ามาวิ่งเล่นในย่านอารีย์กิจกรรม Dog-Friendly Run ที่ออกแบบมาให้หนึ่งคนหนึ่งน้องหมาออกมาขยับร่างกายด้วยกันแบบเบาๆ ในระยะ 1 กิโลเมตร เริ่มและจบที่ NANA Coffee Roasters Ari ก่อนเปลี่ยนจาก Run Club เป็น Coffee Party ตั้งแต่ 7 โมงเช้าให้ทั้งคนและน้องหมาได้พักและใช้เวลาร่วมกันต่อ งานนี้ยังมีเสื้อยืด Exclusive Event T-shirt ให้ผู้เข้าร่วมใส่มาสนุกกับลุคของตัวเองด้วย ใครกำลังมองหากิจกรรมที่ได้ทั้งพาน้องออกมาเจอเพื่อนใหม่ วิ่งเรียกเหงื่อ และจิบกาแฟต่อในเช้าวันหยุด น่าจะถูกใจงานนี้
Time: เวลา 05.30-11.00 น.
When: 22 สิงหาคม 2569
Where: NANA Coffee Roasters Ari (อารีย์ ซอย 4)
More Info: NANA Coffee , โคตรคูล , Carnival Running

เริ่มเช้าวันเสาร์นี้ชวนน้องหมาออกมาเปลี่ยนเส้นทางเดินเล่นประจำวันเป็นการสำรวจกรุงเทพฯ ไปด้วยกันกับ PAWS & PACE กิจกรรมจาก Roadlaan และ BKK DOG SCTY ที่เปิดให้ทั้งคนมีน้องหมาและไม่มีน้องหมามาร่วมเดิน วิ่ง และทำความรู้จักเพื่อนใหม่ในคอมมูนิตี้
โดยเลือกได้ระหว่าง Runner Route ระยะ 4.9 กิโลเมตร สำหรับคนที่อยากออกแรงจริงจังขึ้นมาอีกนิด หรือ Dog Walk & Social Pace ระยะ 3.5 กิโลเมตร สำหรับเดินสบายๆ พร้อมน้องหมา ระหว่างทางยังมี Coffee Break และ Community Time ให้พักและพูดคุยกัน ใครอยากพาสี่ขาคู่ใจออกมาเปิดประสบการณ์ใหม่ หรือแค่อยากเริ่มวันหยุดด้วยการขยับร่างกายท่ามกลางคนรักหมาเหมือนกัน งานนี้น่าจะเป็นเช้าวันเสาร์ที่สนุกทั้งคนและน้อง
คำแนะนำการเตรียมตัว
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: 22 สิงหาคม 2569
Where: ลานคนเมือง
Admission: เข้าร่วมฟรี
Booking: https://luma.com/
More Info: BKK DOG SCTY.
ถ้าชอบหนังสือที่พาเราออกไปไกลกว่าโลกความจริง ลองแวะมางาน Bangkok Speculative Literature Festival เทศกาลวรรณกรรมที่โฟกัสเรื่อง Speculative Literature ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ไซไฟ แฟนตาซี สยองขวัญ ไปจนถึงสัจนิยมมหัศจรรย์ พร้อมชวนคิดต่อว่าโลกสมมติและเรื่องเล่าเหล่านี้อาจช่วยให้เรามองโลกปัจจุบันและจินตนาการถึงอนาคตได้อย่างไร
ไฮไลต์คือการพบกับ 4 นักเขียนจากไทย จีน และสหราชอาณาจักร พร้อมกิจกรรมตลอดวันทั้งวงเสวนา เวิร์กช็อปการเขียน Offline Reading Session รวมถึงตลาดหนังสือและงานคราฟต์ ใครเป็นหนอนหนังสือหรืออยากลองทำความรู้จักวรรณกรรมแนวนี้มากขึ้น น่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน
กิจกรรมภายในงาน
Time: เวลา 10.00-18.00 น.
When: 22 สิงหาคม 2569
Where: Bangkok Kunsthalle
Admission: เข้าร่วมฟรี
Booking: https://luma.com/
More Info: Bangkok Literature & Readers Festival

ใครรู้สึกว่าช่วงนี้ชีวิตเดินเร็วไปหน่อย ลองแบ่งเวลาสองชั่วโมงมาช้าลงกับ The Harmony in Bloom กิจกรรมเวลเนสจาก Stillwave ที่ชวน Montien Hotel Surawong และ Karmakamet มาร่วมสร้างพื้นที่พักใจผ่านเสียง ลมหายใจ ดอกไม้ และกลิ่นหอม
เริ่มจาก Flower Mandala Workshop ที่ให้เราได้จัดวางดอกไม้และอยู่กับตัวเอง ตามด้วย Breath Meditation ค่อยๆ พาใจกลับมาอยู่กับลมหายใจ ก่อนปิดท้ายด้วย Sound Bath โดย ผศ.ดร.เตชิต เฉยพ่วง จากขันธิเบตและเครื่องดนตรีบำบัด ท่ามกลางกลิ่นที่ Karmakamet คัดสรรมาสำหรับกิจกรรมนี้โดยเฉพาะทั้งหมดเกิดขึ้นภายในห้องมณเฑียรทิพย์ พื้นที่ที่ยังคงเก็บรายละเอียดของสถาปัตยกรรมไทยและจิตรกรรมฝาผนังดั้งเดิมเอาไว้ ใครอยากมีช่วงเวลาสงบๆ ให้ตัวเองในสุดสัปดาห์นี้ ลองเก็บกิจกรรมนี้ไว้เป็นหนึ่งตัวเลือก
ทางผู้จัดบอกว่าไม่จำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์ใดๆ มาด้วย เตรียมไว้ให้ทั้งหมด เพียงสวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย และขอมาถึงก่อนเวลาเริ่มกิจกรรมประมาณ 10-15 นาที
Time: เปิดให้เลือกเข้าร่วม 2 รอบ (รอบเช้า เวลา 10.00-12.00 น. และรอบบ่าย เวลา 15.30-17.30 น.)
When: วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569
Where: ห้องมณเฑียรทิพย์ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ
Admission: 1,349 บาทสุทธิต่อคน
Booking: https://stillwave-app-two.vercel.app/
More Info: Stillwave

ใครเบื่อการวิ่งตามเส้นทางเดิมๆ งานนี้ Sabai Run Club และ adidas Thailand ชวนมาเปลี่ยนสวนลุมพินีให้กลายเป็นสนามสำหรับออกผจญภัย เพราะแทนที่จะมีเส้นทางหรือเพซบังคับ ทุกคนจะได้เลือก Running Journey ของตัวเอง ออกตามหาจุดหมายบนแผนที่ได้สูงสุด 3 จุด เก็บและแลก Token กับเพื่อนร่วมทาง ก่อนนำไปลุ้นรับรางวัลกว่า 70 รายการ
จะวิ่งจริงจังหรือค่อยๆ สำรวจเมืองในเพซของตัวเองก็ได้ และหลังจบภารกิจยังชวนขึ้นไปต่อกันที่ Rooftop ของ adidas Thailand HQ พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม Lucky Draw และ Afterparty ปิดท้ายค่ำคืน ใครอยากให้ Saturday Run สนุกเหมือนเกมมากกว่าการออกกำลังกายธรรมดา งานนี้ถือว่าน่าลอง (ปล. ต้องสวมรองเท้า adidas)
Time: เวลา 16.00-22.00 น.
When: วันที่ 22 สิงหาคม 2569
Where: adidas Thailand, Central Park Offices
Admission: เข้าร่วมฟรี
Booking: https://luma.com/
More Info: Sabai Run Club

เช้าวันอาทิตย์นี้ลองเปลี่ยนจากการนอนตื่นสายมาออกไปวิ่งชมกรุงเทพฯ กันกับซิตี้รันครั้งแรกจาก Nonstop Run Club (NSRC) และ lululemon CentralwOrld ที่ชวนทุกคนมาวิ่งระยะประมาณ 4-5 กิโลเมตร
เริ่มต้นจาก Libi home ก่อนพาออกไปสัมผัสเมืองยามเช้าผ่านบรรทัดทอง สวนจุฬาฯ และเลียบคลองแสนแสบ โดยไม่ได้เน้นความเร็วหรือการแข่งขัน แต่เป็นการวิ่งสนุกๆ ไปพร้อมกับคอมมูนิตี้ หลังเข้าเส้นชัยยังมีเครื่องดื่มจาก Libi home cafe พร้อมช่วง พูดคุยและมีกิจกรรมให้ได้ใช้เวลาร่วมกันต่อ ใครอยากเริ่มเช้าวันหยุดด้วยการขยับร่างกายและเจอเพื่อนใหม่ ลองผูกเชือกรองเท้าแล้วออกมาวิ่งด้วยกัน
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: 23 สิงหาคม 2569
Where: Libi home ซอยเกษมสันต์ 2 (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)
Booking: www.eventbrite.com
More Info: Nonstop Run Club

ใครเคยชมนิทรรศการแล้วอยากสัมผัสผลงาน Moving Image ในอีกบรรยากาศหนึ่ง Bangkok Kunsthalle ชวนมาดูผลงานจากนิทรรศการ “Mooring” ของ 3 ศิลปิน อาริสา เผือกผ่อง, Kay Zhang และ Vanessa Bosch พร้อมกันบนจอใหญ่ใน Screening Room ครั้งนี้ผลงานที่เดิมจัดวางอยู่ร่วมกับ Installation และองค์ประกอบอื่นๆ ในนิทรรศการ จะถูกนำมาฉายด้วยภาพขนาดใหญ่และระบบเสียงรอบทิศทาง ทำให้เราได้กลับมาสังเกตรายละเอียดของแต่ละชิ้นผ่านประสบการณ์ที่ต่างออกไป
โดย “Mooring” ยังเป็นโปรแกรมแรกของ Open Ground แพลตฟอร์มที่สนับสนุนการทดลองทางศิลปะและเปิดพื้นที่ให้ศิลปินและภัณฑารักษ์รุ่นใหม่ของไทย ใครสนใจงาน Moving Image หรือศิลปะร่วมสมัย สามารถแวะมาชมได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า แต่ที่นั่งมีจำนวนจำกัด
Time: เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป
When: 23 สิงหาคม 2569
Where: Screening Room, Bangkok Kunsthalle
More Info: Bangkok Kunsthalle

เย็นวันอาทิตย์ใครยังอยากขยับร่างกายต่อ ลองมาปิดท้ายสุดสัปดาห์ด้วยการวิ่ง 5K รอบสวนเบญจกิติกับ Cocobear และ Anti Run Club Bangkok ที่ชวนทุกคนออกมาวิ่งด้วยกันแบบสบายๆ เน้นเพื่อนร่วมทางและบรรยากาศสนุกมากกว่าการทำเวลา วิ่งเสร็จแล้วมีมะพร้าวเย็นๆ จาก Cocobear รอให้จิบเติมความสดชื่นที่เส้นชัย เหมาะทั้งกับคนที่วิ่งเป็นประจำและคนที่แค่อยากหาเหตุผลออกจากบ้านมาเรียกเหงื่อในช่วงเย็น
Time: เวลา 17.00-19.00 น.
When: 23 สิงหาคม 2569
Where: จุดนัดพบลานจอดรถสวนเบญจกิติ
More Info: Anti Run Club Bangkok

ภาพ: Courtesy of Event
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 19-25 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หากใครเคยไป พาใจกลับดาว (Across the […]
The post ‘พาใจกลับดาว’ กลับมาแล้ว รอบนี้ฮีลใจกว่าเดิม เพราะพาน้องๆ มาด้วยได้ 18 ก.ย. – 22 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หากใครเคยไป พาใจกลับดาว (Across the Rainbow Bridge) นิทรรศการศิลปะเยียวยาหัวใจ สำหรับคนที่เคยสูญเสียสัตว์เลี้ยง ครั้งนี้ Eyedropper Fill ‘พาใจกลับดาว’ กลับมาอีกครั้งในชื่อ Beyond the Rainbow จะขึ้นวันที่ 18 กันยายน – 22 พฤศจิกายน 2569 ที่ River City Bangkok
แต่แทนที่จะพาเราไปพูดถึงปลายทางของความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว งานเลือกย้อนกลับไปมองเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน วันที่เรายังไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กตรงหน้าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมากแค่ไหน การค่อยๆ เรียนรู้นิสัยและภาษาของกันและกัน ไปจนถึงกิจวัตรธรรมดาที่ทำซ้ำทุกวันจนแทบไม่ทันสังเกตว่าสิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนเราไปทีละนิด
เพราะการมีสัตว์เลี้ยงอยู่ในชีวิตอาจไม่ได้มีแค่เรื่องของการดูแลเขา แต่ระหว่างทาง เขาก็กำลังสอนอะไรบางอย่างให้เราเหมือนกัน ทั้งการใส่ใจ ความอดทน การรับผิดชอบอีกหนึ่งชีวิต หรือแม้แต่การกลับบ้านให้เร็วขึ้น เพราะรู้ว่ามีใครบางตัวกำลังรออยู่

แนวคิดของ Beyond the Rainbow จึงขยับจากการทำความเข้าใจความสูญเสีย มาสู่คำว่า Growing Together หรือการเติบโตไปด้วยกัน และชวนเรากลับไปมองว่าตลอดเวลาที่มีเขาอยู่ข้างๆ ความสัมพันธ์นี้ทิ้งอะไรไว้กับเราบ้าง
พื้นที่ใหญ่กว่าบน RCB Galleria 1 และ 2 ชั้น 2 ของ River City Bangkok ถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วงของความสัมพันธ์ เริ่มตั้งแต่การพบกัน การใช้ชีวิตร่วมกัน ไปจนถึงวันที่ความสัมพันธ์เปลี่ยนรูปไป แต่ความทรงจำบางอย่างยังอยู่กับเรา
ช่วงแรกคือ First Hello ที่พากลับไปยังวันแรกที่เจอกัน พร้อมพื้นที่ให้ทุกคนนำภาพแรกที่มีร่วมกันมาปักไว้บนกำแพงความทรงจำ
จากนั้นคือ Growing Together พื้นที่ใหญ่ที่สุดของงาน ซึ่งหยิบชีวิตประจำวันของคนกับสัตว์เลี้ยงมาเล่าให้เราได้เล่นและมีส่วนร่วม ตั้งแต่ Giant Litter Box, Bowl of Love จาก Pramy ไปจนถึงพื้นที่สำหรับกอด เล่น ส่งเสียง และ Love Letter ที่ให้เราเขียนข้อความถึงเจ้าตัวแสบที่บ้าน หรือถึงใครบางตัวที่วันนี้ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
ส่วนสุดท้ายคือ Forever in Our Hearts พื้นที่ที่หลายคนอาจจำได้จาก ‘พาใจกลับดาว’ ครั้งแรก โดยยังคงพาเราค่อยๆ ทำความเข้าใจความเศร้าและการสูญเสีย ผ่านกระบวนการที่ออกแบบร่วมกับนักจิตวิทยา


ใช่แล้ว ครั้งนี้พาน้องๆ เข้าชมนิทรรศการด้วยได้ แต่สัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ในรถเข็นหรือกระเป๋าสำหรับสัตว์เลี้ยงตามเงื่อนไขของงาน จากครั้งก่อนที่เราอาจเดินเข้าไปพร้อมกับความคิดถึงใครบางตัว
ครั้งนี้เราอาจได้เดินไปพร้อมกับเขา หันไปมองเจ้าตัวแสบข้างๆ ตอนเจอเรื่องที่คุ้นเคย หัวเราะกับนิสัยบางอย่างที่เหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ หรือแค่ได้ใช้เวลาอีกหนึ่งวันธรรมดาด้วยกัน ซื้อบัตรเข้าชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ticketmelon.com ›
ภาพ: Eyedropper Fill
The post ‘พาใจกลับดาว’ กลับมาแล้ว รอบนี้ฮีลใจกว่าเดิม เพราะพาน้องๆ มาด้วยได้ 18 ก.ย. – 22 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เข้าสู่ช่วงสัปดาห์พิเศษที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เพราะมี […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 12-18 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เข้าสู่ช่วงสัปดาห์พิเศษที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เพราะมีวันสำคัญอย่าง ‘วันแม่แห่งชาติ’ เชื่อว่าตอนนี้หลายคนคงเตรียมเคลียร์คิวล่วงหน้าเพื่อจะได้ใช้เวลาไปกับครอบครัว พาคุณแม่ไปกินข้าวมื้ออร่อย หรือบางคนอาจจะถือโอกาสนี้หยุดพักผ่อนยาวๆ ปักหลักชาร์จแบตอยู่ในเมืองและช่วงเวลาดีๆ แบบนี้แหละ ที่เหมาะกับการพาตัวเองและคนที่บ้านออกไปสโลว์ดาวน์และเอ็นจอยไวบ์ใหม่ๆ กัน
LIFE This Week ในสัปดาห์นี้เลยมัดรวมกิจกรรมดีๆ มาให้แบบจัดเต็ม เริ่มต้นด้วยกิจกรรมฮีลใจฉลองวันแม่ แล้วไปเดือดกันต่อกับการแข่งขันระดับโลกอย่าง HYROX รวมถึงคอมมูนิตี้งานวิ่ง พิลาทิส นิทรรศการศิลปะแบบอิมเมอร์ซีฟ และตลาดนัดของคราฟต์ชิลๆ ในร่ม ปักหมุดพิกัดที่ชอบแล้วจูงมือคุณแม่ออกไปเที่ยวกันเลย

กลับมาระเบิดความมันและความท้าทายระดับโลกอีกครั้ง! กับการแข่งขัน HYROX Bangkok สนามพิสูจน์ความแข็งแกร่ง อึด วินัย และหัวใจของเหล่าสายฟิต สำหรับใครที่มีรายชื่อลงสนามแข่งขัน LIFE ขอร่วมส่งกำลังใจให้ทุกคนเข้าเส้นชัยและทุบสถิติของตัวเองได้สำเร็จ!
ส่วนใครที่ไม่ได้ลงแข่งก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราสามารถซื้อตั๋วเข้าชมเพื่อเข้าไปสัมผัสบรรยากาศความตื่นเต้นระดับไฮเอ็นเนอร์จี พร้อมร่วมส่งเสียงเชียร์ติดขอบสนามให้เหล่านักกีฬาข้ามผ่านขีดจำกัดไปด้วยกัน!
ตารางปล่อยตัวการแข่งขัน (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569
Time: เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป
When: วันที่ 13-16 สิงหาคม 2569
Where: Exhibition Hall 1-4 ชั้น G, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
Admission: บัตรเข้าชม 400 บาทต่อวัน
Ticket: https://hyroxthailand.com/th/
More Info: HYROX Thailand

ใครที่กำลังมองหาพื้นที่ฟื้นฟูร่างกายแบบด่วนสุด ลองมาที่ ‘Ice House Rooftop Baths’ เลย ยิ่งช่วงนี้ เขามีสเปเชียลเรตให้ชาว HYROX ด้วย ใครได้แชมป์โพเดียมคือเดินเข้าฟรีได้เลย ส่วน Finisher หรือนักวิ่งที่ลงแข่งก็มีส่วนลดให้ด้วย ลงอ่างแช่ไอซ์บาธ เข้าห้องซาวน่า แช่บ่อน้ำร้อนแมกนีเซียม หรือถ้ายังเมื่อยอยู่ก็มีบริการนวดจาก Amalaki Spa ให้จองเพิ่มได้ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาพอดีกับการผ่อนคลายร่างกายหลังลงสมรภูมิ HYROX จริงๆ
Time: เวลา 09.00-22.00 น.
When: วันที่ 13-17 สิงหาคม 2569
Where: Ice House Rooftop Baths, ชั้น 6 The Fig Lobby Hotel
More Info: ICE HOUSE

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยต้องคอยมานั่งลุ้นสภาพอากาศอยู่เสมอ ลองเปลี่ยนมู้ดมาเดินเล่นตลาดนัดใต้ดินฆ่าเวลากันสักหน่อยกับ ‘RE:TURN MARKET’ ตลาดนัดมือสองสไตล์ Underground ที่มัดรวมไอเทมเด็ดไว้ให้คุ้ยกันเพลินๆ แบบจัดเต็ม ตั้งแต่เสื้อผ้าวินเทจไปจนถึงของใช้ไลฟ์สไตล์ งานนี้ตอบโจทย์สายสับสายรื้อสุดๆ เพราะได้เดินชอปปิงหลบฝนแบบชิลๆ แถมบรรยากาศยังได้ฟีลความดิบความเท่ไปอีกแบบ ใครชอบออกตามหาแรร์ไอเทมหรือหลงใหลในเสน่ห์ของของมือสอง ปักหมุดที่นี่ไว้ได้เลย
Time: เวลา 11.00-21.00 น.
When: วันที่ 14-16 สิงหาคม 2569
Where: KRUNGTHEP PLAYGROUND, MRT กำแพงเพชร
More Info: ROOKIE

หนีความวุ่นวายไปรีชาร์จเอนเนอร์จีใต้ท้องทะเลกัน กับงาน ‘Whisper of the Underwater World Vol.5’ ที่ยก Elastic Pilates มาไว้กลางอควาเรียม SEA LIFE Bangkok Ocean World งานนี้จะพาทุกคนกลับมาโฟกัสที่ตัวเอง และโฟลว์ร่างกายด้วย Pilates Ring เพื่อปรับบาลานซ์ไปพร้อมๆ กัน แถมยังมีไฮไลต์สำคัญอย่าง Sound Healing ให้ได้ดื่มด่ำไปกับคลื่นเสียงบำบัดผ่านหูฟังที่จะพาไปผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจแบบขั้นสุด
และความพิเศษคือไม่ต้องแบกอุปกรณ์มาเองให้เหนื่อย เพราะเขาเตรียมไว้ให้ครบหมดทั้ง Pilates Mat, Pilates Ring และ Headphones
Time: เวลา 06.30-08.30 น.
When: วันที่ 16 สิงหาคม 2569
Where: SEA LIFE Bangkok Ocean World, Siam Paragon
Dress Code: ม่วง, ฟ้า, ชมพู
More Info: kaewpilates

สุดสัปดาห์นี้ใครหาแพลนชิลๆ สำหรับเติมเต็มเอนเนอร์จีดีๆ ให้ตัวเองต้องมาที่ ‘theCOMMONS Wholesome Festival: Wholesome Kindness’ วีคนี้เขามาในคอนเซปต์ ‘Be Kind’ ที่จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแบรนด์โลคัลที่ใส่ใจโลก
ซึ่งได้ขนกิจกรรมคราฟต์ๆ น่ารักๆ มาให้ทำเพียบตลอดทั้งเสาร์-อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็น
ใครอยากใช้วันหยุดแบบฮีลใจ ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ แถมยังพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นได้ด้วย สัปดาห์นี้แวะไปได้เลย!
Time: ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
When: วันที่ 15-16 สิงหาคม 2569
Where: เดอะคอมมอนส์ คลาวด์ อีเลฟเว่น (BTS ปุณณวิถี)
More Info: thecommonscloud11

ช่วงสุดสัปดาห์นี้ ถ้าใครยังว่างอยู่ แล้วอยากเสพมู้ดความคลาสสิก ต้องมาออกสเต็ปเต้นรำกันที่งาน ‘SWING THROUGH TIME’ เลย เพราะเขาเนรมิตอาคารลุมพินีสถาน ฟลอร์เต้นรำระดับตำนานที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาเกือบ 90 ปี ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในบรรยากาศ Ballroom ยุค 1930s
งานนี้จัดเต็มทั้งฟลอร์ แสง สี เสียง และแอร์เย็นฉ่ำ และฟังเพลงสวิงแจ๊สสดจากวง The Stumblrs และวงดนตรีในตำนานอย่างสุนทราภรณ์ ส่วนใครที่เต้นไม่เป็นก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเขามี Open Class คอยสอนสเต็ปเบสิกสำหรับมือใหม่ให้เรียนปุ๊บแล้วออกลวดลายบนฟลอร์ได้เลยตั้งแต่ครั้งแรก
กำหนดการ
หากว่าพร้อมแล้ว เตรียมแต่งตัวให้เข้าธีมแล้วมาออกเสต็ปกันเลย!
Time: เวลา 17.00-20.00 น.
When: วันที่ 15 สิงหาคม 2569
Where: อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี
More Info: กองการสังคีต กรุงเทพมหานคร Music Division BKK

ใครเป็นทาสน้องหมาและกำลังมองหาพื้นที่ออกกำลังกายไปพร้อมๆ กับฮีลใจเบาๆ ลองแวะมาคลาส Puppy Yoga ที่ Furapy เพราะในสัปดาห์นี้ทุกคนจะได้เล่นโยคะไปกับแก๊งน้องหมาสายพันธุ์ผสมโกลเด้นและฮัสกี้สุดคิวต์ ที่จะมาแจกความสดใสให้ใจฟูแบบคูณสอง โดยคลาสหนึ่งจะใช้เวลา 75 นาที แบ่งเป็นการทำโยคะเบสิกยืดเหยียดเบาๆ 40 นาที (มือใหม่ไม่มีพื้นฐานโยคะก็ทำได้สบายมาก) และอีก 35 นาทีเป็นช่วง Free Time ให้ลงไปคลุกคลี นั่งเล่น ปล่อยจอยกับน้องๆ สี่ขาแบบเต็มอิ่ม
Time: รอบที่ 1 เวลา 13.00-14.15 น. และรอบที่ 2 เวลา 15.15-16.30 น.
When: วันที่ 15 สิงหาคม 2569
Where: FURAPY – Puppy Yoga Bangkok (kitten & puppy studio), อุดมสุข, บางนา, กรุงเทพฯ
More Info: Furapy Bangkok

ใครที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการวิ่งหรืออยากลองเปิดใจหาเพื่อนใหม่ๆ แล้ววิ่งไปพร้อมๆ ต้องมา ‘Morning Run’ กับคอมมูนิตี้วิ่งที่เน้นเพซสบายๆ มือใหม่ก็วิ่งไปด้วยกันได้ ด้วยระยะทาง 3.2 กิโลเมตรกำลังดี ใครอยากได้เอนเนอร์จีดีๆ ให้ตัวเองในวันหยุด เตรียมหยิบรองเท้าคู่เก่งแล้วมาจอยกันแต่เช้าได้เลย
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
When: วันที่ 16 สิงหาคม 2569
Where: SC3 Building, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
More Info: Run to the sun club

ท่ามกลางชีวิตที่เร่งรีบและเสียงแจ้งเตือนที่ไม่เคยหยุดพัก ถ้าเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า ลองแวะมาถอดความเครียดออก แล้วกลับมาฟังเสียงลมหายใจตัวเอง กับงานนิทรรศการ Mindfulness Immersive ครั้งแรกในไทย ‘อานาปานสติ’ ที่ผสานทั้งศิลปะ แสง เสียง และเทคโนโลยี Immersive เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อพาเราออกเดินทางสำรวจจิตใจผ่าน 9 โซน (Zone 0 – Zone 8) ตั้งแต่ The Threshold, The Release, The Reflection, The Invocation, The Choice, The Stillness, The Vision, The Creation ไปจนถึง The Return
งานนี้ทลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ ด้วยการนำกุศโลบายและพิธีกรรมไทยที่คุ้นเคย เช่น การลอดท้องช้าง การอธิษฐาน และการนั่งสมาธิ มาถอดรหัสทางจิตวิทยาและดีไซน์ร่วมสมัย ผ่านการผนึกกำลังของ 5 ศิลปินและนักออกแบบชั้นนำของไทย อย่าง ภัณฑ์ธิรา ณิชยสุรีย์กุล, ปริณ วาณิภัทรางค์กุล, ศรัณญ อยู่คงดี, ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ และ ธนิษฐ์ วชิรปราการสกุล ผสมผสานแสง สี เสียงบำบัด และ Installation Art เพื่อเปลี่ยนเรื่อง ‘สติ’ ให้กลายเป็นสิ่งที่สัมผัสและฮีลใจได้จริง
ไฮไลต์ภายในงาน
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันที่ 13 สิงหาคม – 28 กันยายน 2569
Where: RCB Galleria 3 ชั้น 2, River City Bangkok
More Info: rivercitycontemporary

ใครหลงใหลในเสน่ห์ของย่านทรงวาดและชื่นชอบของแฮนด์คราฟต์ ต้องมาเดินทอดน่องกันที่งาน ‘THE OLD GATE MARKET’ มาร์เก็ตสุดคูล ที่รวบรวมไอเทมเก๋ๆ มาให้เลือกช้อปกันแบบจุใจ มีตั้งแต่ของวินเทจหายาก งานแฮนด์เมดน่ารักๆ ดีไซน์เก๋จากโลคัลแบรนด์ ไปจนถึงชิ้นงานอัปไซเคิลที่มีชิ้นเดียวในโลก วันหยุดยาวนี้ใครมีแพลนพาคุณแม่ไปทัวร์กินของอร่อยแถวทรงวาด ลองแวะมาเดินย่อยและหาของติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้เลย
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันที่ 18-31 สิงหาคม 2569
Where: ประตู 100 ปี ทรงวาด โกดังริมน้ำ (ตรงข้าม Adidas ทรงวาด)
More Info: Outdoor Bkk time

ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ อุ่นเครื่องเตรียมเผยโฉม “MyScape” พื้นที่ใหม่แห่งย่านศรีนครินทร์ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2569 ผ่านนิทรรศการทดลองสุดว้าวที่นำแนวคิด Feel the Beat of the New Ecosystem มาตีความผ่านจังหวะชีวิตในหลากหลายมิติ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้ชมสามารถมองเห็น สัมผัส และมีส่วนร่วมได้ โดยร่วมมือกับ DUCTSTORE the design guru รังสรรค์ 4 HIGHLIGHT EXPERIMENTAL ZONES ให้ทุกคนได้ Explore, Interact & Feel
Time: เวลา 12.00-20.00 น
When: วันนี้ – 16 สิงหาคม 2569
Where: ชั้น 1 Creative Space, มันมัน ศรีนครินทร์, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
More Info: Seacon Square

‘20 Years of Artistic Journey’ นิทรรศการเดี่ยวของ ‘กรีฑา พรมโว’ หรือที่รู้จักกันในนามศิลปิน Chang of Art ภายในงานได้รวบรวมผลงานกว่า 80 ชิ้น ในช่วงตลอด 20 ปีในวงการศิลปะ มาให้ทุกคนได้เดินดูกันแบบจุใจ ไฮไลต์คือลายเส้นสไตล์ Doodle ที่ถูกจับมามิกซ์กับความ Surrealism และ Pop Art ที่หยิบเอาเรื่องความเชื่อเดิมมาเล่าใหม่
นอกจากภาพวาดบนผ้าใบแล้ว ยังมีโซน Functional Art เท่ๆ ที่เอาศิลปะมาผสานกับไลฟ์สไตล์ให้ดูด้วย ทั้งกีตาร์ไฟฟ้าแบบ One of One ที่เล่นดนตรีได้จริง, รถมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่เพ้นต์ลายด้วยมือทั้งคัน ไปจนถึงประติมากรรมคาแรกเตอร์ Mr. Mee Hey และหัวหมาป่านักษัตร
Time: เปิดทุกวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
When: ตั้งแต่วันนี้ – 30 สิงหาคม 2569
Where: ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1-2 ชั้น G, MOCA BANGKOK
More Info: mocabangkok

ก้าวข้ามมิติสู่โลกดิจิทัลสุดล้ำกับผลงานต่อยอดจาก RETROTECH SERIES: ***tape) นิทรรศการอินเทอร์แอ็กทีฟมีเดียอาร์ตที่จะพาตัวคุณในเวอร์ชันพิกเซลหลุดเข้าไปผจญภัยในหลากหลายภูมิทัศน์ดิจิทัล ย้อนรำลึกถึงเสน่ห์และความตื่นเต้นของการสวมบทบาทเป็นตัวละครบนหน้าจอในยุคเครื่องเล่นวิดีโอเกมแรกเริ่ม
ผ่านเทคโนโลยีสุดทันสมัย ตัวนิทรรศการจะสร้างอวตารจำลองรูปลักษณ์ เสื้อผ้า และสไตล์ของคุณ ณ ขณะนั้นขึ้นมาในทันที ก่อนพาคุณออกเดินทางท่องข้ามมิติทั่วทั้งพื้นที่ สัมผัสการตีความตัวตนของคุณในรูปแบบใหม่ๆ ท่ามกลางความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด พร้อมออกสำรวจร่วมกับผู้เล่นคนอื่นๆ บนหน้าจอขนาดใหญ่
Time: เวลา 14.00-20.00 น.
When: เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ ทุกวันศุกร์, เสาร์ และอาทิตย์
Where: bit.studio gallery ชั้น 3, โครงการ Slowcombo
Admission:
Ticket: https://ticket.bit.studio/
More Info: bit.studio
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 12-18 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต้องเล่าย้อนไปก่อนปี 2014 การปั่นจักรยานผ่านบริเวณศูนย์ […]
The post งานออกแบบเปลี่ยนเมือง Cykelslangen สะพานจักรยานลอยฟ้าในโคเปนเฮเกน ทางสัญจรของเมืองที่น่าอยู่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต้องเล่าย้อนไปก่อนปี 2014 การปั่นจักรยานผ่านบริเวณศูนย์การค้า Fisketorvet และท่าเรือของกรุงโคเปนเฮเกนไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น ผู้คนที่ใช้จักรยานเป็นหลักต้องใช้พื้นที่ร่วมกับคนเดินเท้าบริเวณริมน้ำ ต้องเลี้ยวผ่านเส้นทางที่คับแคบ และในบางจุดยังต้องแบกจักรยานขึ้นลงบันไดเพื่อเดินทางต่อไปยังอีกฝั่งของเมือง
แทนที่จะปล่อยให้ความไม่สะดวกเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติ เมืองโคเปนเฮเกนเลือกแก้ปัญหาด้วยแนวคิดที่ตรงไปตรงมา นั่นคือการแยกเส้นทางจักรยานออกจากทางเดินเท้า และยกมันขึ้นไปอยู่เหนือพื้นที่ริมน้ำ
คำตอบนั้นจึงกลายมาเป็น Cykelslangen หรือ The Bicycle Snake สะพานจักรยานลอยฟ้าที่ทอดตัวเป็นเส้นโค้งเหนือท่าเรือ เชื่อมเส้นทางจากสะพาน Dybbølsbro ไปยัง Bryggebroen และย่าน Islands Brygge ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทำให้นักปั่นต้องหยุด ลงจากจักรยาน หรือวกอ้อมเหมือนในอดีต


เดิมทีมีการคาดการณ์ว่าสะพานแห่งนี้จะรองรับจักรยานได้ราว 12,500 คันต่อวัน แต่หลังเปิดใช้งาน จำนวนผู้ใช้กลับเพิ่มขึ้นจนเกิน 20,000 คันต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของโครงการนี้ แต่ยังชี้ให้เห็นเรื่องง่ายๆ ว่า เมื่อเมืองสร้างเส้นทางที่ดี ปลอดภัย และใช้งานได้จริง ผู้คนก็พร้อมเลือกปั่นจักรยานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
และเบื้องหลังสะพาน Cykelslangen คือผลงานของ DISSING+WEITLING สตูดิโอสถาปัตยกรรมเดนมาร์กที่มีรากฐานมาจากสตูดิโอของ Arne Jacobsen ซึ่งไม่ได้มองสะพานแห่งนี้เป็นเพียงทางเชื่อมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เมืองที่ผู้คนต้องใช้งานซ้ำๆ ในทุกวัน
ตัวสะพานจึงถูกออกแบบให้เพรียวบางและกลมกลืนกับอาคารโดยรอบ แทนที่จะมีโครงสร้างขนาดใหญ่บดบังทิวทัศน์ แกนเหล็กกลางและระบบคานรับน้ำหนักถูกซ่อนไว้อย่างเรียบคม ทำให้สะพานดูเบาราวกับกำลังลอยอยู่เหนือผืนน้ำ
เส้นโค้งที่ทำให้สะพานมีรูปร่างคล้ายงูไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างภาพจำเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ปั่นเคลื่อนที่ได้อย่างต่อเนื่อง ลดการเลี้ยวหักมุม และมองเห็นเส้นทางด้านหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ การปั่นผ่านสะพานจึงให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการลื่นไหลไปตามภูมิทัศน์ของเมือง มากกว่าการเดินทางผ่านโครงสร้างคอนกรีตหรือเหล็กที่แข็งกระด้าง


ราวกันตกทั้งสองด้านถูกออกแบบให้โปร่งและบางจนแทบหายไปจากสายตา เปิดให้ผู้ใช้งานมอง Harbour Bath อาคารโดยรอบ และเส้นขอบฟ้าของโคเปนเฮเกนได้ตลอดเส้นทาง
ขณะเดียวกัน การยกระดับเส้นทางจักรยานขึ้นไปเหนือพื้นดินยังช่วยคืนพื้นที่ริมน้ำด้านล่างให้คนเดินเท้า ทั้งสองกลุ่มสามารถใช้พื้นที่เดียวกันได้โดยไม่ต้องคอยหลบหลีกหรือระวังว่าจะตัดหน้ากัน เป็นการแยกการสัญจรอย่างเรียบง่ายที่ช่วยให้พื้นที่สาธารณะปลอดภัยและน่าใช้งานขึ้นสำหรับทุกคน



สิ่งที่ทำให้ Cykelslangen น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงรูปทรงอันโดดเด่น หรือความซับซ้อนของงานวิศวกรรม แต่คือความสามารถในการเปลี่ยนปัญหาเล็กๆ ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นโอกาสในการออกแบบเมืองให้ดีขึ้น
สะพานแห่งนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้คนต้องหันมาปั่นจักรยาน ไม่ได้พยายามประกาศตัวว่าเป็นแลนด์มาร์ก และไม่ได้แข่งขันกับสถาปัตยกรรมชิ้นอื่นในเมือง หากเพียงทำหน้าที่ของมันให้ดีที่สุด ทั้งสะดวก ปลอดภัย ลื่นไหล และน่าใช้งาน จนท้ายที่สุดผู้คนเลือกใช้มันด้วยตัวเอง
Cykelslangen จึงเป็นตัวอย่างของหลักการ Form Follows Function ในแบบฉบับเดนิชอย่างชัดเจน ความงามไม่ได้ถูกเติมเข้ามาหลังจากโครงสร้างเสร็จสมบูรณ์ แต่เกิดขึ้นพร้อมกับการแก้ปัญหา ทุกเส้นโค้งและทุกรายละเอียดล้วนมีเหตุผลรองรับ ขณะเดียวกันก็ยังสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้ใช้งาน
สุดท้ายแล้วนี่ไม่ได้เป็นเพียงสะพานจักรยานสีส้มเส้นหนึ่งของโคเปนเฮเกน หากเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เมืองที่น่าอยู่ไม่ได้เกิดจากแลนด์มาร์กที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เกิดจากการออกแบบรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนมีความสุขขึ้น ปลอดภัยขึ้นทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และบางที นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้โคเปนเฮเกนยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดของโลกอยู่เสมอก็ได้นะ
ภาพ: Rasmus Hjortshøj, Gurskov
The post งานออกแบบเปลี่ยนเมือง Cykelslangen สะพานจักรยานลอยฟ้าในโคเปนเฮเกน ทางสัญจรของเมืองที่น่าอยู่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในยุคที่เราเห็นเทรนด์สถาปัตยกรรมสวยแปลกตาและบ้านสไตล์ต่ […]
The post บ้านที่ไม่ต้อง ‘ว้าว’ แต่อยู่แล้วรู้สึกดี: ถอดรหัส 3 วิธีคิด Sansiri WELL เพื่อ Well-Being ในทุกวัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในยุคที่เราเห็นเทรนด์สถาปัตยกรรมสวยแปลกตาและบ้านสไตล์ต่างๆ ถูกส่งต่อกันบนโซเชียลมีเดียไม่เว้นแต่ละวัน เคยลองถามตัวเองไหมว่า “บ้านที่ดีจริงๆ สำหรับชีวิตเรา หน้าตาเป็นแบบไหน?”
ความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ ในยุคนี้อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ที่กว้างขวาง สไตล์ที่กำลังเป็นกระแส หรือความหรูหราอลังการเพียงอย่างเดียว แต่มันคือพื้นที่ที่เราสามารถ ‘ทิ้งตัว’ พักผ่อนได้อย่างปลอดภัย เป็นที่เติมพลังกาย พลังใจ และมอบสุขภาวะที่ดี (Well-Being) ให้เราทุกวันไปนานๆ

ล่าสุดเรามีโอกาสได้ฟัง Sansiri Insight Talk: WELL, IN EVERY DAY กับทีมดีไซน์ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแสนสิริ ได้แก่ เกน-วทัญญู ตันติวงศ์ (ผู้อำนวยการฝ่าย Creative House), แก๊ก-ปัทมาวดี ดีซอน (รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์) และพีร์ โปษยานนท์ (ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์) ถึงเบื้องหลังกระบวนการคิดแล้วสัมผัสได้เลยว่า กว่าจะออกมาเป็นบ้านหนึ่งหลัง มันมีรายละเอียดที่ลึกชนิดที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะการยกระดับ Well-Being ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่าน 4 มิติหลักอย่าง Well-Sensed, Well-Balanced, Well-Connected และ Well-Lived ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดและสอดประสานผ่าน 3 ศาสตร์แห่งการออกแบบได้อย่างน่าสนใจ

บ่อยครั้งที่เรามองงานภูมิสถาปัตยกรรมหรือสวนในบ้านเป็นเพียงเรื่องของความสวยงามตกแต่ง แต่ในมุมมองของการสร้าง Well-Being ธรรมชาติคือ ‘ฟังก์ชัน’ สำคัญที่ส่งผลต่อเคมีในสมองและคุณภาพชีวิตของมนุษย์โดยตรง
มีงานวิจัยระดับโลกจากมหาวิทยาลัย Harvard ระบุว่า ผู้คนที่ได้อยู่อาศัยใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีอัตราการเสียชีวิตลดลงและมีอายุยืนยาวขึ้นถึง 12% แสนสิริจึงไม่ได้ออกแบบสวนไว้แค่เพื่อความสวยงาม แต่คิดสเปซเพื่อชวนให้ผู้อยู่อาศัยออกมารับ Daily Dose of Nature อย่างน้อย 17 นาทีต่อวัน หรือราว 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผ่านการดีไซน์เส้นทางเดินออกกำลังกาย หรือมุมพักผ่อนที่มี Soundscape อย่างเสียงน้ำและเสียงนก ซึ่งงานวิจัยรองรับว่าเพียงแค่ได้ยิน ก็ช่วยลดความเครียดและปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง

ที่สำคัญคือความใส่ใจในรายละเอียดระดับองศาของแสงแดด ทีมดีไซน์คำนวณทิศทางแดดช่วง 17.00 น. เพื่อจัดวางตำแหน่งต้นไม้ให้เงาทอดยาวกระทบกับ Facade ด้วยมุม 16-24 องศา ให้เกิดมิติแสงเงาธรรมชาติที่ผ่อนคลายที่สุดของวัน และเปลี่ยนสวนในบ้านให้กลายเป็นพื้นที่เติมพลังใจได้อย่างแท้จริง
งานสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างสภาพแวดล้อมกับผู้อยู่อาศัย คอยกรองสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป ทั้งความร้อน ฝุ่น มลพิษ และเสียงรบกวนภายนอก พร้อมเปิดรับช่องลมและแสงแดดธรรมชาติในทิศทางที่สอดคล้องกับพฤติกรรมคนในบ้าน
นอกจากนี้ยังเป็นการออกแบบที่คิดไปถึงภาพใหญ่ในอนาคต (Responsible Architecture) ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมาย Net Zero เพื่อให้บ้านสามารถปกป้องผู้อยู่อาศัยและโลกได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวอีก 30-50 ปีข้างหน้า

การออกแบบภายในยุคนี้เปลี่ยนจากการเน้นความ ‘ว้าว’ หรือเฟอร์นิเจอร์สุดหรู มาเป็นการยึดความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตจริงได้อย่างผ่อนคลาย
พื้นที่ภายในเปิดกว้างให้สะท้อนความเป็นตัวเองและสร้างความสงบทางใจ เช่น การออกแบบพื้นที่สูงโปร่งอย่าง Double หรือ Triple Volume ไม่ใช่แค่เรื่องความโปร่งหรูหรา แต่คือสเปซที่ช่วยเชื่อมโยงสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ต่างชั้นกัน ให้ยังคงมองเห็นและได้ยินเสียงกันได้เสมอ

แนวคิดทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่กำลังถูกยกระดับขึ้นเป็นคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยจริงอย่าง Sansiri Wellscape Krungthep Kreetha Community โดยมีโครงการนำร่องอย่างบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา ที่ออกแบบบ้านโดยยึดพื้นฐานการใช้ชีวิตและสุขภาวะเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการเปิดตัวสปอร์ตคอมเพล็กซ์อย่าง S Quarter เพื่อเติมเต็ม Ecosystem การอยู่อาศัยและการดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ชีวิตเราได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่ดีไซน์ที่หรูหราอลังการที่สุด… แต่คือดีไซน์ที่ทำงานเงียบๆ อยู่เบื้องหลัง เพื่อคืนสมดุลให้ร่างกาย เติมพลังให้จิตใจ และทำให้เราได้ยินเสียงความสุขของตัวเองในทุกๆ วันที่ได้กลับบ้าน
The post บ้านที่ไม่ต้อง ‘ว้าว’ แต่อยู่แล้วรู้สึกดี: ถอดรหัส 3 วิธีคิด Sansiri WELL เพื่อ Well-Being ในทุกวัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เปิดมาสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงวันแม่ เราว่าหลายคนอาจกำลัง […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 5-11 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เปิดมาสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงวันแม่ เราว่าหลายคนอาจกำลังวางแผนใช้เวลาช่วงวันหยุดกับครอบครัว ชวนคุณแม่ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ หรือหาเวลาพักจากความวุ่นวายแล้วเติมโมเมนต์ดีๆ ให้กับตัวเองและคนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเดินเล่น จิบกาแฟ ดูหนัง ฟังดนตรี หรือทำกิจกรรมใหม่ๆ ด้วยกัน
LIFE This Week เลยคัด 14 กิจกรรมน่าทำมาให้ครบทุกสไตล์ ตั้งแต่เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ ชมหนังกลางเยาวราช คอมมูนิตี้รันและกิจกรรมเวลเนส ไปจนถึงตลาดงานคราฟต์และอีเวนต์ดนตรีริมทะเล จะชวนคุณแม่ เพื่อน คนรัก หรือออกไปใช้เวลากับตัวเองก็รับรองว่าเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่มีอะไรให้ค้นพบ แล้วเลือกกิจกรรมที่ใช่ ปักหมุดวันว่าง แล้วออกไปใช้ชีวิตกันเลย

เหล่า Livies ห้ามพลาด! เพราะทาง Universal Music Thailand ขยายเวลา Olivia Rodrigo “you seem pretty sad for a girl so in love” Album Pop-Up Experience ตามเสียงเรียกร้อง ให้แฟนๆ ได้ไปสัมผัสบรรยากาศที่ได้แรงบันดาลใจจากอัลบั้มใหม่ของ Olivia Rodrigo กันแบบเต็มอิ่ม ทั้งมุมถ่ายรูปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดมู้ดและสไตล์ของอัลบั้มใหม่โดยเฉพาะ เมนูเครื่องดื่มพิเศษ 3 รสชาติ ที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับป๊อปอัปนี้เท่านั้น และเพลิดเพลินกับเพลงจากอัลบั้มใหม่ของ Olivia Rodrigo ที่เปิดตลอดทั้งวัน เติมเต็มบรรยากาศให้เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของอัลบั้ม
When: วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569
Where: Piccolo Vicolo ทั้ง 3 สาขา (สาขาสามยอด, สาขาราชเทวี, สาขาลาซาล)
More Info: Universal Music Thailand

เอาใจคนรักฟิล์มและบรรยากาศวินเทจกับตลาดที่รวบรวมร้านกล้องฟิล์ม ม้วนฟิล์ม อุปกรณ์ถ่ายภาพ แผ่นเสียง งานคราฟต์ และสินค้าจากแบรนด์โลคอลมาไว้ในที่เดียว เดินเลือกของเพลินๆ ก่อนแวะชมวิวริมแม่น้ำช่วงพระอาทิตย์ตก พร้อมซึมซับเสน่ห์ของย่านทรงวาดที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์และพื้นที่สร้างสรรค์
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันนี้ – 12 สิงหาคม 2569
Where: ประตู 100 ปี ทรงวาด โกดังริมน้ำ (ตรงข้าม Adidas ทรงวาด)
More Info: Outdoor Bkk time

เตรียมตัวเปิดบ้านต้อนรับงานใหญ่แห่งปีของสายแต่งบ้านกับมินิอีเวนต์เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ที่ชวนเหล่าเพื่อนพ้องแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยชั้นนำมารวมตัวกัน มอบโปรโมชันสุดพิเศษและส่วนลดสูงสุดถึง 69% พบกับงานเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านคุณภาพเยี่ยมจาก Mobella พร้อมด้วยเพื่อนแบรนด์ดีไซน์ชื่อดัง อาทิ Hawaii Thai, Met, PDM, Plato, Sculpture, Tao Hong Tai (เถ้า ฮง ไท่) และอีกมากมาย ช็อปงานดีไซน์สวยๆ ในราคาพิเศษเพียง 11 วันเท่านั้น
Time: เวลา 10.00-19.00 น.
When: วันที่ 6-16 สิงหาคม 2569
Where: Vibes Ekkamai (Mobella Showroom)
More Info: Mobella

เปลี่ยนค่ำคืนเยาวราชให้กลายเป็นโรงหนังกลางเมือง ที่ชวนคอหนังกลับไปดูภาพยนตร์คลาสสิก 6 เรื่อง ตั้งแต่ Chungking Express, In the Mood for Love, Fallen Angels, Comrades: Almost a Love Story, Pulp Fiction ไปจนถึง Pretty Woman ท่ามกลางบรรยากาศของโรงแรมที่ได้แรงบันดาลใจจากเซี่ยงไฮ้ยุค 1930 เติมเต็มค่ำคืนด้วยภาพยนตร์ มู้ดวินเทจ และเสน่ห์ของย่านเยาวราชที่ไม่เคยหลับใหล
ตารางฉายภาพยนตร์ (Movie Schedule)
Time: ตามรอบฉายภาพยนตร์
When: วันที่ 7-9 สิงหาคม 2569
Where: Shanghai Mansion Bangkok (ถนนเยาวราช)
More Info: Skyline Film Bangkok

หากสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีแพลนไปไหน ขอชวนมาเดินเลือกของใน Pre-Loved Market ตลาดที่รวบรวมเสื้อผ้า ของใช้ และไอเท็มมือสองเก๋ๆ ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ครั้งนี้มาภายใต้ธีม Motherhood ซึ่งตีความความหมายของ “การดูแล” ให้กว้างกว่าแค่ความเป็นแม่ หรือใครก็ตามที่เชื่อในการส่งต่อสิ่งของและเรื่องราวดีๆ ให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันที่ 8-9 สิงหาคม 2569
Where: Friend Friend, Emporium ชั้น 3
More Info: Vintage Agent

ชวนออกไปสัมผัสเสน่ห์ของย่านจักรวรรดิผ่านการวิ่งที่จะพาคุณออกสำรวจตรอกซอกซอย อาคารเก่า และวิถีชีวิตของชุมชนเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านเส้นทางวิ่งระยะประมาณ 5 กิโลเมตร มีให้เลือกทั้งรอบเช้าและรอบเย็น เหมาะสำหรับพี่นักวิ่งและคนที่อยากรู้จักเมืองในมุมใหม่ พร้อมร่วมสร้างสีสันให้ย่านไปกับคอมมูนิตี้นักวิ่ง
Time: 8 สิงหาคม เวลา 06.30 น. / 9 สิงหาคม เวลา 16.30 น.
When: วันที่ 8-9 สิงหาคม 2569
Where: จุดลงทะเบียน ING Tea House, ย่านจักรวรรดิ
More Info: Seuxphen Running Team

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวันแม่ช่วงบ่ายสุดพิเศษกับเวิร์กช็อป Paper Collage โดยศิลปิน Pomme Chan ที่จะพาคุณมาปลดปล่อยจินตนาการ รังสรรค์ผลงานศิลปะตัดแปะกระดาษแฮนด์เมดชิ้นเดียวในโลก เพื่อมอบเป็นของขวัญแทนความรักอันน่าประทับใจให้คุณแม่ พร้อมเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่รายล้อมด้วยผลงานศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ และอิ่มอร่อยกับเซ็ตของหวานสุดพิเศษ เสิร์ฟคู่กับชาหรือกาแฟชั้นดีที่จัดทำขึ้นสำหรับอีเวนต์นี้โดยเฉพาะ
Time: เวลา 13.0-15.00 น.
When: วันที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: GAYA Restaurant & Bar, Sama Garden at BITEC BURI
Admission: 1,600 บาท / ท่าน
More Info: GAYA Restaurant & Bar

สายเฮาส์และเทคโนเตรียมปักหมุด KOLOUR Hua Hin 2026 ที่กลับมาจัดอีกครั้งริมชายหาด The Standard, Hua Hin พร้อมไลน์อัพดีเจชาวไทยทั้งหมด นำโดย MELTMODE (Co-founder Pissawong Records), AN!KA, CIRIYA, BONITA EVERITT และ MARTIN EVERITT ที่จะพาคุณสนุกไปกับดนตรีตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงเที่ยงคืน ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเล พระอาทิตย์ตก และพูลไซด์ของโรงแรมที่แปลงโฉมเป็นเฟสติวัลตลอดหนึ่งวันเต็ม
Time: เวลา 14.00 – 24.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: The Standard, Hua Hin
Tickets: https://megatix.in.th/events/kolour-hua-hin-2026
More Info: Kolour

ชวนน้องๆ นักศึกษาและผู้ที่รักการแต่งภาพมาเติมมู้ดดีๆ ต้อนรับเปิดเทอมกับเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์โดย มายด์ (Mild Little Life) นักสร้างคอนเทนต์ภาพและวิดีโอ ที่จะมาแชร์เทคนิคเปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดาๆ ให้กลายเป็นโปสเตอร์โทนสวยฟีลภาพยนตร์ cinematic แบบง่ายๆ เรียนรู้ตั้งแต่การเกรดสีภาพ การจัดวางไทโปเรฟีและตัวอักษร พร้อมลงมือสร้างสรรค์โปสเตอร์ในสไตล์ของตัวเองด้วยแอปพลิเคชัน Photos และ Pixelmator Pro บน iPad และ MacBook ผู้ไม่มีพื้นฐานก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมและปล่อยไอเดียได้อย่างแน่นอน
(หมายเหตุ: หากสะดวก แนะนำให้นำ iPad ของตนเองมาร่วมกิจกรรม พร้อมดาวน์โหลด Apple Creator Studio ล่วงหน้า เพื่อใช้งาน Pixelmator Pro ได้อย่างราบรื่น)
Time: เวลา 15.00-16.00 น.
When: วันที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: Apple CentralwOrld
Booking: https://www.apple.com/
More Info: Apple

หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองหลวงมาผ่อนคลายกายใจกับเวิร์กช็อปสุขภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟรับเทศกาลวันแม่ ที่จำกัดผู้เข้าร่วมเพียง 6 ท่านเท่านั้น เพื่อประสบการณ์แบบอินทิเมตและเป็นกันเอง เริ่มต้นช่วงบ่ายด้วยการเล่น Mat Pilates รายล้อมด้วยบรรยากาศธรรมชาติ ต่อด้วยพิธีชงชาไทยแบบฝึกสติ จากนั้นลงมือประดิษฐ์งานแฮนด์เมด Jasmine Mandala จากดอกมะลิ ปิดท้ายด้วยการจิบชา Afternoon Tea พูดคุยแลกเปลี่ยนพลังบวกในบรรยากาศสบายๆ
Time: เวลา 15.00-18.00 น.
When: วันที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: โรงแรม เดอะ สุโขทัย กรุงเทพฯ (The Sukhothai Bangkok)
Admission: ราคา Early Bird 1,890 บาท (สำรองที่นั่งภายในวันที่ 5 ส.ค.) / ราคาปกติ 1,990 บาท
Booking: LINE OA @Formalab
More Info: Formalab Bangkok

ปรากฏการณ์ใหม่ของไลฟ์สไตล์เฟสติวัลกลางแจ้งใจกลางเมือง ที่ผสานการออกกำลังกาย ดนตรี เวลเนส และพลังของคอมมูนิตี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว “Beats & Run & Party: The Festival” คาดการณ์ต้อนรับผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คนในวันเดียว โดยความร่วมมือจากคลับวิ่งและสตูเวลเนสชั้นนำทั่วไทย ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนถึงหาดใหญ่ เปิดพื้นที่ให้คุณออกแบบวันพักผ่อนในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระผ่าน 6 โซนไฮไลต์
Time: เวลา 15.00-22.00 น.
When: วันที่ 8 สิงหาคม 2569
Where: สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Stadium)
Dress Code: Sportswear พร้อมแว่นกันแดดคู่ใจ
Admission:
Ticket: https://megatix.in.th/
More Info: Sawasdee Cup Coffee Party

ชวนเหล่าน้องสุนัขพันธุ์ดัชชุนขาสั้นขวัญใจทุกคน และคุณพ่อคุณแม่มาร่วมเดินเล่นยามเช้าสุดน่ารักระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ในกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้พบปะเพื่อนใหม่ เดินรับอากาศบริสุทธิ์รอบสวนเบญจกิติ และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมงาน
หมายเหตุ: น้องๆ ต้องอยู่ในสายจูงเสมอ ได้รับวัคซีนครบถ้วน และอยู่ในการดูแลของเจ้าของตลอดกิจกรรม
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
When: วันที่ 9 สิงหาคม 2569
Where: สวนเบญจกิติ (จุดลงทะเบียนบริเวณวงเวียนหน้า QSNCC)
Admission: เข้าร่วมกิจกรรมฟรี ได้ทาง https://luma.com/
More Info: BKK DOG SCTY.

เฉลิมฉลองเทศกาลวันแม่ท่ามกลางความเงียบสงบใต้มหาสมุทรกับประสบการณ์ Sound Healing บำบัดด้วยคลื่นเสียงและบำบัดประสาทสัมผัสทั้ง 5 รายล้อมด้วยสัตว์ทะเล นำโดย Sound Healers มืออาชีพ คุณโอม (Inner Healing Club) และ คุณซินดี้ พิเศษสำหรับสัปดาห์วันแม่ ผู้เข้าร่วมจะได้มาส์กหน้าด้วย Respire Premium Hydrogel Face Mask ระหว่างทำกิจกรรม พร้อมรับ Wellness Goodie Bag สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และของขวัญพิเศษเพิ่มเติมสำหรับคุณแม่ทุกคน
Time: เวลา 07.30-09.00 น.
When: วันที่ 9 สิงหาคม 2569
Where: SEA LIFE Bangkok, สยามพารากอน
Admission: 1,990 บาท / ท่าน (จำกัดเพียง 37 ที่นั่งเท่านั้น)
Dress Code: สี Baby Blue, Soft White หรือ Dusty Rose
More Info: The Pawse Club

ยกระดับการดูแลกายใจรับยามเช้าไปกับประสบการณ์เวลเนสสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนชั้น 58 เหนือใจกลางกรุงเทพฯ ผสาน 3 กิจกรรมไฮไลต์เพื่อการรักและดูแลตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับสิทธิ์ All Access ชมวิวเมือง 360 องศาบนจุดชมวิวของ AKARA Sky Hanuman พร้อมรับของขวัญเซอร์ไพรส์จากแบรนด์พาร์ทเนอร์
Time: เวลา 08.00-10.40 น.
When: วันที่ 9 สิงหาคม 2569
Where: AKARA Sky Hanuman (อาคาร One City Centre)
Admission: สำรองที่นั่งผ่าน Google From Link › (จำกัดเพียง 80 ท่าน)
More Info: YPS Your PILATES Sister
ภาพ: Courtesy of Event
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 5-11 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยุคนี้อุปกรณ์ตกแต่งเสปซดูจะไร้เส้นแบ่งระหว่างฟังก์ชันกั […]
The post เทรนด์ Avant-garde Lighting โคมไฟดีไซน์ล้ำ ที่เปลี่ยนสเปซให้ดูสะดุดตา appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยุคนี้อุปกรณ์ตกแต่งเสปซดูจะไร้เส้นแบ่งระหว่างฟังก์ชันกับศิลปะมากขึ้นทุกที เทรนด์การตกแต่งพื้นที่ไม่ได้เน้นแค่การใช้งานและความสวยงามเท่านั้น แต่เหนือขึ้นไปอีกขึ้นคือการสร้างเอกลักษณ์ให้โดดเด่นแตกต่างไม่ซ้ำใคร หนึ่งในเทรนด์น่าสนใจที่กำลังกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในตอนนี้ก็คือ Avant-garde Lighting Design การตกแต่งไฟส่องสว่างแบบฉีกขนบที่ข้ามขั้นไปมากกว่าแค่เรื่องของฟังก์ชัน ถึงขนาดที่บางสื่อใหญ่ระดับโลกด้านอินทีเรียดีไซน์ยังบอกว่าปี 2026 นี้เป็น The Year of Statement Lighting ปีแห่งโคมไฟดีไซน์โดดเด่นกันเลยทีเดียว

อย่างในงาน Milan Design Week 2026 ปีนี้อุปกรณ์ส่องสว่างที่ยังคงโดดเด่นเสมอก็คือแชนเดอเลียร์ โดยเฉพาะการตีความโคมไฟระย้าในยุคใหม่ที่ดูฉีกขนบไปมากแต่ก็สร้างสรรค์ได้สะกดทุกสายตาเช่นกัน แบรนด์ที่เลี้ยงกระแสนี้มาเป็นอย่างดีตลอดต้องยกให้ตัวท๊อปอย่าง Baccarat แบรนด์เก่าแก่ชื่อดังของฝรั่งเศสที่ยังคงทำโปรเจกต์เชิญดีไซน์เนอร์ตลอดจนศิลปินชื่อดังมาแปลงโฉมแชนเดอเลียร์รุ่นคลาสสิกของตัวเองให้กลายเป็นงานอาร์ตระดับไอคอนิกอย่างต่อเนื่อง ผลงานในปีนี้ก็คือ Mille Fleurs ที่เชิญศิลปินชาวอังกฤษ Bethan Laura Wood มาแปลงโฉมโคมไฟระย้า Zénith Chandelier อันเป็นแชนเดอเลียร์ทรงบาโรกช่วงกลางศตวรรษที่ 19 รุ่นไอคอนิกหรูหราคลาสสิกระดับตำนาน ตีความดีไซน์ใหม่โดยรื้อโครงสร้างทั้งหมดแล้วนำมาประกอบขึ้นใหม่ให้กลายเป็น Modern Chandelier กลิ่นอายอาวองการ์ดที่แฝงความคิวท์ได้อย่างน่าสนใจ

อีกหนึ่งความอาวองการ์ดที่ถูกจับตาในเทศกาลนี้ก็คือ LUMIAC ของ Andrea Mancuso ที่ชื่อย่อมาจาก Light Unit Mechanized Intelligence Apparatus Computer โดยตั้งใจให้สอดคล้องกับ MANIAC อันเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นแรก ๆ ของโลกที่พัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 โคมไฟเพดานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากแขนขาจักรกลหุ่นยนต์สุดล้ำ แถมยังเป็นศิลปะสไตล์ Kinetic Art ในตัวที่ออกแบบให้โครงสร้างขยับไปมาได้ ปรับเปลี่ยนวิชวลไม่ให้จำเจและสร้างความตื่นตาตื่นใจไปพร้อมกัน

อีกหนึ่งโคมไฟอาวองการ์ดสุดอลังการในตำนานที่จะลืมไม่ได้และยังคงร่วมสมัยอยู่เสมอก็คือผลงานแชนเดอเลียร์แฟนตาซีสุดประณีตที่มาในเฉดสีลูกกวาดป๊อบอาร์ตสะดุดตาเสมอของ Dele Chihuly ศิลปินเป่าแก้วสุดครีเอทเบอร์ต้นของโลก ทุกวันนี้เธอยังสร้างสรรค์โคมไฟสไตล์อาวองการ์ดสุดอาร์ตออกมาเสมอ แต่ผลงานที่ดูเหมือนจะเป็นชิ้นมาสเตอร์พีชที่สุดก็คือ The Chihuly Chandelier ที่แขวนอยู่ในโถงพิพิธภัณฑ์ Victoria and Albert Museum ในกรุงลอนดอนอย่างงดงามอลังการ และสร้างลุคคอนทราสต์ได้อย่างโดดเด่นสะดุดตาที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจของการตกแต่งไฟสไตล์อาวองการ์ดในยุคนี้ถึงแม้ดีไซน์จะเน้นฟอร์มไปทาง Art Shape & Sculpture Form ที่หลากหลายแปลกตามากขึ้นแต่ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมให้ความสำคัญกับเรื่องของฟังก์ชันและการใช้งานให้เหมาะสมกับพื้นที่จริงด้วยเช่นกัน การออกแบบยอดนิยมนั้นมีตั้งแต่รูปทรงไร้ฟอร์อมตายตัว (Freeform & Freestyle), รูปทรงธรรมชาติอิสระ (Organic Forms), ดีไซน์สไตล์อสมมาตร (Asymmetric Balance), ไปจนถึงวิชวลสไตล์เรขาคณิต (Geometric) ที่เล่นกับเส้นสายและรูปทรงเหลี่ยมได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากความอาวองการ์ดแบบอาร์ตตะโกนที่เน้นดีเทลและอารมณ์เชิงศิลป์แล้ว อีกด้านเทรนด์ของความอาวองการ์ดเรียบง่ายแต่เท่ทว่าแอบตะโกนแบบเงียบ ๆ ไม่น้อยหน้ากันนี้ก็มาแรงเช่นกัน ดีไซน์ลักษณะนี้จะอิงไปทางการออกแบบเชิงกราฟิกและสถาปัตยกรรมเสียมากกว่า โดยเฉพาะการนำเส้นสายและรูปทรงเรขาคณิตเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ หนึ่งในงานดีไซน์เรียบง่ายแต่ทรงพลังมากก็คือ Jewels after Jewels after Jewels ที่ Michael Anastassiades ออกแบบให้กับแบรนด์ดังอย่าง Flos โดยนำหลอดไฟเส้นยาวมาขดเป็นฟอร์มสี่เหลี่ยมและวงกลมเรียงซ้อนกันเท่านั้นเอง แต่ก็สามารถสร้างมิติแปลกตาได้อย่างยอดเยี่ยม

อีกชิ้นที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ Cascade ของ Lee Broom ดีไซน์เนอร์ชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ (ที่กระแสกำลังมา) โดดเด่นในสไตล์เรขาคณิตเช่นกัน ผลงานนี้ร่วมสร้างสรรค์กับ Lladró แบรนด์พอร์ซเลนในตำนานจากสเปน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไฟกระดาษโบราณ ทว่าตัวโคมไฟจริงนั้นผลิตจากเซรามิกเนื้อละเอียดโปร่งแสงที่หล่อรูปทรงเลียนแบบโคมกระดาษอย่างเหมือนเป๊ะ หากดูเป็นโคมไฟเส้นเดียวยังไม่เท่าไรแต่มันสามารถนำหลายเส้นสายมาแขวนรวมกันเป็นแชนเดอเลียร์ล้ำยุคลุคใหม่ได้ทันที ผลงานนี้ยังเพิ่งจะคว้ารางวัล Best Lighting จากเวที ELLE DECO International Design Awards 2026 มาหมาด ๆ ด้วย

อีกหนึ่งสไตล์เรียบง่ายแต่ทรงพลังและเหมาะสำหรับคนที่อยากอาวองการ์ดแบบไม่ตะโกนก็คือผลงาน Freeform Luminaire นี้ออกแบบโดย John Procario ดีไซน์เนอร์ที่โดดเด่นในด้านโคมไฟเส้นสายอิสระพริ้วไหว แต่อัตลักษณ์ที่ทำให้ดีไซน์ของเขาโดดเด่นอย่างแตกต่างก็คือการผสานวัสดุไม้สุดพิถีพิถันเข้าไปได้อย่างน่าสนใจทำให้กลายเป็นงาน Modern Craft สุดล้ำเปี่ยมเสน่ห์ในทันที หรืออีกหนึ่งงานที่โดดเด่นบนสื่อในปีนี้ก็คือ Andromeda ของ Lindsey Adelman ที่ผสมผสานแผ่นวีเนียร์หินอ่อนลายธรรมชาติฟอร์มเรขาคณิตเข้ากับงานเป่าแก้วทรงออร์แกนิกเนื้อขุ่นผิวขรุขระซึ่งเป็นส่วนของโคมไฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหินอุกกาบาตนอกโลก วางทับซ้อนสะเปะสะปะเพื่อสื่อถึงจักรวาลไร้ระเบียบที่เต็มไปด้วยดาวฤกษ์มากมาย

กลิ่นอายเรขาคณิตยังถูกนำไปต่อยอดสู่การออกแบบสไตล์ Parametricism บนพื้นฐานสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย ผลงานระดับมาสเตอร์พีชแห่งยุคก็คือ Aria Infinita ของแบรนด์ Slamp ที่นำแชนเดอเลียร์อาวองการ์ด Aria ดีไซน์ล้ำรุ่นดั้งเดิมของ Zaha Hadid มารีครีเอทเป็นเวอร์ชันใหม่ปี 2023 เพื่อร่วมฉลองในวาระครบรอบ 10 ปีของโคมไฟรุ่นเจ๋งนี้รวมถึงเพื่อรำลึกและเป็นเกียรติให้กับการจากไปของเธอด้วย แนวคิดการออกแบบครั้งนี้ก็คือการต่อยอดคอนเซ็ปต์ Modular Luminous Waves
เดิมให้ขยายคลื่นไหลลื่นยาวต่อเนื่องออกไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ส่วนอีกเทรนด์ที่กำลังมาแบบเงียบ ๆ แอบตะโกนอยู่เบา ๆ (และจะยิ่งตะโกนดังขึ้นเรื่อย ๆ) ก็คือดีไซน์ไฟส่องสว่างสุดล้ำผสมผสานการเร้าอารมณ์ร่วม (Sensory and Immersive Experience Lighting) ที่มีการนำลูกเล่นต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาเสริมทัพเพื่อทำให้โคมไฟตอบสนองผู้ใช้งานและสเปซได้หลากหลายมิติมากขึ้น สร้างประสบการณ์พิเศษเหนือกว่าเดิม หนึ่งในงานดีไซน์ที่ครองหน้าสื่อไปทั่วโลกปีนี้ก็คือ Drifting Lights ของ Preciosa แบรนด์ครัสตัลระดับตำนานของสาธารณรัฐเช็กที่ครีเอทแผ่นแก้วเนื้อพรายฟองอากาศขนาดเล็กแล้วฝัง LED ไว้ตรงขอบโครงเหล็กเพื่อฉายแสงกระทบฟองอากาศแล้วหักเหแสงได้หลากหลายอารมณ์ สามารถปรับโหมได้ทั้งแบบไฟนิ่งสีเดียว (Static Lighting) หรือไล่เฉดไฟหลากสี (Dynamic Lighting) ร่วมกับเทคโนโลยี 3D Spatial Mapping เพื่อเล่นจังหวะการเปลี่ยนสีพร้อมปรับทิศทางแสงหลากหลายได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ยังมีงานดีไซน์โคมไฟสไตล์อาวองการ์ดที่น่าสนใจอีกมากมายหลากหลายรูปแบบที่ไม่ได้หยิบยกมาพูดถึงในบทความนี้ ตลอดจนมีการสร้างสรรค์ดีไซน์ล้ำยุคใหม่ ๆ มาให้อัพเดทกันอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน ถึงแม้เทรนด์หรูหราแบบเงียบจะจุดติดมาพักใหญ่แล้ว แต่ขณะเดียวกันเทรนด์ล้ำยุคแบบตะโกนก็ไม่ได้แผ่วลงเลยเช่นกัน ความอาวองการ์ดยังคงร่วมสมัยและมีเสน่ห์อยู่เสมอเช่นเคย
อ้างอิง
The post เทรนด์ Avant-garde Lighting โคมไฟดีไซน์ล้ำ ที่เปลี่ยนสเปซให้ดูสะดุดตา appeared first on THE STANDARD.
]]>
เข้าสู่ช่วงสัปดาห์หยุดยาวที่หลายคนรอคอย เชื่อว่าตอนนี้บ […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 29 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เข้าสู่ช่วงสัปดาห์หยุดยาวที่หลายคนรอคอย เชื่อว่าตอนนี้บางคนคงมีแพลนทริปในใจกันเรียบร้อย พร้อมสำหรับการหยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ บ้างก็เดินทางกลับต่างจังหวัดไปชาร์จแบตที่บ้านเกิด หรือบางคนก็เลือกปักหลักอยู่ในเมือง เพราะไม่อยากนั่งแช่บนถนนหรือแย่งกันเที่ยวทางไกล
และช่วงเวลาที่เมืองโล่งๆ แบบนี้ ก็เหมาะกับพาตัวเองออกไปสโลว์ดาวน์และเอ็นจอยไวบ์ดีๆ กัน LIFE This Week ในสัปดาห์นี้เลยมัดรวมกิจกรรมดีๆ มาให้ ไม่ว่าจะเป็น คอมมูนิตี้งานวิ่งให้ได้ขยับร่างกาย, นิทรรศการศิลปะ, เดินช้อปชิลๆ ที่ Flea market, ดูละครเวทีฟีลดี ไปจนถึงงานปาร์ตี้สุดมันส่งท้ายค่ำคืน ปักหมุดพิกัดที่ชอบ แล้วออกไปเที่ยวกันเลย

เชื่อมั้ยว่าย่านเก่าแก่สุดคลาสสิกอย่างตลาดน้อย-เจริญกรุง ยังมีรายละเอียดเล็กๆ และจุดลับน่าค้นหาซ่อนไว้อีกเพียบ? โปรเจกต์ เจริญ CITYZEN: เจริญพุง Edition โดย The Corner House Bangkok ชวนทุกคนออกมาสโลว์ดาวน์และตั้งวงกินเที่ยวในย่านประวัติศาสตร์ ที่เชื่อมโยงเรื่องราวของชุมชน อาหาร และงานศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ความสนุกเริ่มต้นด้วยการมารับสมุดบันทึกเล่มพิเศษ CITYZEN ID & Journal ที่จุดเริ่มต้น ณ อาคาร The Corner House ปากซอยเจริญกรุง 35 แล้วออกไปสวมบทนักสำรวจย่าน เดินสะสมแสตมป์ตามพิกัดร้านอร่อยในตำนาน คาเฟ่สุดฮิป และพื้นที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น ชามกรุง, แต้เล่าจิ้นเส็ง, ก๋วยเตี๋ยวรู ตลาดน้อย, Rice9gelato, Sunset Coffee Roasters, Envies, จิตตวิไล รวมไปถึงการแวะเสพงานอาร์ตบรรยากาศอบอุ่นใน Mini Gallery ‘Served with art’ ณ Charmgall โดยเมื่อสะสมแสตมป์ครบตามเงื่อนไข สามารถนำมาลุ้นรับของรางวัลพิเศษกลับบ้านได้อีกด้วย
Time: เวลา 11.00-19.00 น.
When: วันนี้ – 30 กรกฎาคม 2569 (เฉพาะวันอังคาร-วันอาทิตย์)
Where: ย่านตลาดน้อย-เจริญกรุง
More Info: THE CORNER HOUSE

ต้อนรับโปรแกรมซีรีส์ประจำปี 2569 ของ A Friend From Afar จากทีมบ้านตรอกถั่วงอก พื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางเมืองเก่าที่ชวนศิลปินและนักสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมถักทอเรื่องราวและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประเดิมอีเวนต์แรกด้วยการต้อนรับ TANCHEN Studio สตูดิโอสิ่งทอร่วมสมัยชื่อดังจากสิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้ ก่อตั้งโดย Sanchia Tan และ Amber Chen ที่จะพาคุณย้อนกลับมาตั้งคำถามถึงสิ่งของที่เราเลือกพกติดตัว ผ่านเวิร์กชอปสานกระเป๋าตาข่ายด้วยมืออันเป็นเอกลักษณ์
เพียงนำสิ่งของชิ้นสำคัญที่มีความหมายต่อใจและมักพกติดตัวเสมอมา 1 ชิ้น Amber และ Sanchia จะพาคุณลงมือเรียนรู้เทคนิคการทอและสานพื้นฐาน เพื่อรังสรรค์ภาชนะหรือกระเป๋าสานตาข่ายสไตล์มินิมัลรูปทรงเฉพาะตัวสำหรับโอบอุ้มวัตถุชิ้นนั้น พร้อมล้อมวงพูดคุย แบ่งปันเรื่องราว และเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันในบรรยากาศสุดอบอุ่นและเป็นกันเอง
Time: เวลา 10.00-12.00 น.
When: วันที่ 30-31 กรกฎาคม 2569
Where: The Living Room ชั้น 4, บ้านตรอกถั่วงอก
Admission: ราคา 1,750 บาทต่อท่าน (รวมเครื่องดื่มต้อนรับฟรี 1 แก้ว)
More Info: Baan Trok Tua Ngork

นับถอยหลังอีกไม่กี่วันก่อนนิทรรศการจะจบลง ดิบ บางกอก จัดปาร์ตี้ส่งท้ายสุดยิ่งใหญ่ ‘To Be Continued Party’ สำหรับนิทรรศการเปิดตัวอย่าง (In)visible Presence (ล่อง(ไม่)หน) ชวนทุกคนมาร่วมเก็บตกงานศิลป์ระดับโลกก่อนยกออก พร้อมเอ็นจอยไปกับกิจกรรมครีเอทีฟ ดนตรี และความทรงจำดีๆ ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่การทำเวิร์กชอปสกรีนเสื้อ พกกล้องฟิล์มท่องมิวเซียม ไปจนถึงดีเจเซ็ตสุดชิล แล้วปิดท้ายความฟินด้วยคอนเสิร์ตเล่นสดจาก Tilly Birds ที่จะมาเปลี่ยนคืนวันศุกร์ธรรมดาให้กลายเป็นปาร์ตี้ทรงจำสุดพิเศษ
กิจกรรมภายในงาน
Time: เวลา 10.00-21.00 น.
When: วันที่ 31 กรกฎาคม 2569
Where: ดิบ บางกอก (dib Bangkok), สุขุมวิท 40
Admission: บัตรเข้าชมนิทรรศการ บัตรทั่วไป 700 บาท บัตรชาวไทย 550 บาท
Booking: https://dibbangkok.org/
More Info: dibbangkok

ขยับมาเสพไวบ์ความเท่ระดับรันเวย์! Balenciaga เนรมิตพื้นที่ร้าน MATCHA PEOPLE อารีย์ ให้กลายเป็นป๊อปอัปครั้งแรกในไทยที่ผสมผสานแฟชั่นระดับไฮเอนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์เวลเนสอย่างลงตัว เพื่อเฉลิมฉลองเปิดตัวคอลเล็กชัน Balenciaga TechWear (จากคอลเล็กชัน Fall 26 Body & Being)
ภายในร้านถูกแปลงโฉมเป็นโชว์รูมเชิงอิมเมอร์ซีฟในดีไซน์แบบมินิมัลลิสต์ยิม ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายอย่าง เคตเทิลเบล เชือกกระโดด และลวดลายกราฟิก ‘Balenciaga Bodies’ พร้อมรังสรรค์เมนูสุขภาพสุดเอกซ์คลูซีฟที่มีให้สัมผัสเฉพาะที่ป๊อปอัปนี้เท่านั้น
Exclusive Menu
Time: เวลา 08.00-17.00 น.
When: ตั้งแต่วันนี้ – 2 สิงหาคม 2569
Where: MATCHA PEOPLE อารีย์
More Info: MATCHA PEOPLE

ใครมองหาพิกัดเดินชิลยามเย็นปลายสัปดาห์นี้ ‘Warehouse Flea Market’ กำลังจะกลับมาจัดอีกครั้ง โดยรอบนี้เขาขนทั้งงานศิลปะ สินค้าวินเทจ เสื้อผ้า แฟชั่น และงานคราฟต์ทำมือมาให้เดินเลือกเพลินๆ พร้อมกิจกรรมน่ารักๆ อย่างเวิร์กชอปทำเครื่องประดับ Upcycled Jewelry และวาดภาพไพ่ทาโรต์สด (Live Tarot Portraits) แถมยังมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้แวะเติมพลังตลอดคืน เดินได้ยาวๆ ตั้งแต่เย็นยันเที่ยงคืน บรรยากาศเป็นกันเอง และที่สำคัญคือพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นด้วยกันได้
Time: เวลา 18.00-00.00 น.
When: วันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569
Where: The Warehouse Bangkok ตลาดน้อย
More Info: thewarehousebkk

งานวิ่งยามเย็นสำหรับสายกินสายจอย กับ City Run ในระยะทางเลือกได้ตามชอบ มีตั้งแต่ 2.4 กม. หรือ 5 กม. ก็ได้ และหลังจากวิ่งเสร็จแล้ว ก็ได้แวะเติมพลังด้วยซีเรียลโปรตีนช็อกโกแลตกรุบกรอบ ก่อนจะยกแก๊งเดินไปนั่งเล่นบอร์ดเกม หัวเราะ และแฮงเอาต์ต่อกันยาวๆ ที่ The Commons ศาลาแดง แต่ถ้าหากว่าใครไม่สะดวกเล่นเกมต่อ จะแยกย้ายหลังวิ่งเสร็จก็ได้เหมือนกัน
Time: เวลา 17.00-18.45 น.
When: วันที่ 1 สิงหาคม 2569
Where: U Chu Liang (อาคารอื้อจือเหลียง), พระราม 4
More Info: healthmeupclub

ปลุกสัญชาตญาณความเสือในตัวคุณแล้วออกไปลุยเมืองกับ THE TIGER SCOUT MISSION กิจกรรม City Run ระยะทาง 4 กิโลเมตร ที่เกิดจากการแท็กทีมระหว่าง VPR และ BOTR Coffee Stand สนับสนุนโดย Tiger Balm ชวนสายวิ่งออกไปผจญภัย สำรวจเส้นทางใหม่ๆ และค้นหาจุดลับน่าสนใจของกรุงเทพฯ ยามเช้า ก่อนจะกลับมาเข้าค่าย Tiger Base Camp เพื่อจิบกาแฟ รับพลังงานบวกและรอพบกับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษหลังเข้าเส้นชัย
Time: เวลา 06.30 น. เป็นต้นไป
When: วันที่ 2 สิงหาคม 2569
Where: BOTR Coffee Stand จตุจักร
Dress code: เสื้อสีขาว กางเกงสีดำ
More Info: BOTR Coffee

เอาใจสายแอ็กทิฟ กับงานวิ่ง ‘Comma And Run Club EP.1 – Sunday Reset’ ในระยะกำลังดี 3 กม. ที่ชวนพาร่างกายออกมารับลมยามเช้าและรีเซ็ตพลังงานบวก มู้ดงานเน้นความเบาสบายและเป็นกันเองและไม่ต้องกังวลเรื่องความเร็ว เพราะเป้าหมายคือการออกมาขยับร่างกายยืดเส้นยืดสาย และเอ็นจอยบรรยากาศ Post-run Wellness Party หลังวิ่งเสร็จ ถือเป็นการแฮงเอาต์พูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆ ในคอมมูนิตี้เดียวกัน
Time: เวลา 08.30-11.00 น. (เริ่มลงทะเบียน 08.30 น.)
When: วันที่ 2 สิงหาคม 2569
Where: ร้าน Comma And ชั้น 1, เซ็นทรัลเวิลด์ (ฝั่งพระตรีมูรติ)
More Info: Fullhouse Wellness Club

เช้าวันอาทิตย์นี้ เริ่มต้นวันดีๆ ด้วย Mini Pilates และ City Run ที่จะพาทุกคนมวิ่งในระยะ 2.7 กม. ไปด้วยกัน หลังจากนั้นก็จะเรียนรู้ท่าพิลาทิสง่ายๆ ที่ใช้ได้จริง สำหรับใครที่อยากรีเฟรชตัวเอง เปิดรับเอเนอร์จีดีๆ ต้องมางานนี้เลย และอย่าลืมเตรียมเสื่อโยคะมาด้วยนะ
Time: เวลา 06.20-09.00 น.
When: วันที่ 2 สิงหาคม 2569
Where: The Breathing Room Studio, P23 Tower, ชั้น 9, สุขุมวิท 23
More Info: Mellow Sundae

ถ้าใครฟังเพลงของ PUN แล้วชอบอินไปกับมู้ดและอารมณ์เพลง ตอนนี้มีนิทรรศการดนตรีแบบอิมเมอร์ซีฟ ‘Museum of Somnia’ เปิดให้แวะไปท่องโลกความฝันกัน ซึ่งในงานนี้เขาจะเปลี่ยนเพลงของ PUN ให้กลายเป็นงานภาพ วิชวล และสเปซเสมือนจริงที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความโหยหา การจากลา และความหวัง
กิมมิกน่าสนใจคือในแต่ละรอบ 60 นาที ระบบจะสุ่มฤดูกาลให้เราได้เจอ 1 ใน 3 แบบ (Summer, Rain หรือ Autumn-Winter) ทำให้บรรยากาศการเข้าชมของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย แถมช่วงท้ายยังเปิดโอกาสให้เลือกตอนจบด้วยตัวเองว่าอยาก ‘Wake’ เพื่อตื่นกลับสู่ความเป็นจริง หรือ ‘Snooze’ ขออยู่ต่อในความทรงจำอีกสักพัก
Time: เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. (เข้าชมรอบละ 60 นาที)
When: ตั้งแต่วันนี้ – 8 สิงหาคม 2569
Where: centralwOrld LIVE ชั้น 8
More Info: PUN OFFICIAL , centralwOrld

ช่วงนี้ใครผ่านไปผ่านมาแถวทรงวาด ต้องลองแวะเข้าไปดู Pop-Up Store ใหม่ของ Matter Makers ที่ Sit In Soi กันสักหน่อย เพราะรอบนี้เขามาในคอนเซปต์ ‘HAVE YOU SEEN “HOTDOG”?’ พร้อมเปิดตัวเสื้อยืดลาย HOTDOG รุ่นพิเศษให้ได้ช้อปกัน แล้วยังมีกิมมิกถ่ายรูปตามจุดต่างๆ อีกด้วย ใครมีแพลนไปเดินเล่นหาของกินแถวทรงวาดช่วงวันหยุดนี้ ลองแวะไปเช็กอินกันเลย
Time: วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 10.00-19.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น.
When: วันนี้ – 5 สิงหาคม 2569
Where: Sit In Soi, ทรงวาด
More Info: mattermakers

เอาใจสาย Audiophile และคนรักเสียงดนตรีระดับไฮเอนด์ กับการกลับมาอีกครั้งของ Devon Turnbull (Devon Ojas) ที่ข้ามฟ้ามาร่วมเปิดประสบการณ์ฟังเพลงสุดเอ็กซ์คลูซีฟใน Klipsch x Ojas Listening Room จัดแสดงลำโพงรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันระดับตำนานอย่าง Klipsch x Ojas kO-R2 ลำโพงแฮนด์เมดทรงเสน่ห์ที่ประกอบด้วยความประณีตจาก Hope, Arkansas สหรัฐอเมริกา ชูจุดเด่นด้วยดีไซน์แตร multisectoral อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ojas คู่กับตู้ไม้ Baltic birch มอบสัมผัสเสียงอันทรงพลังและสมบูรณ์แบบที่สุด
ร่วมสัมผัสและทดลองฟังมิติเสียงระดับมาสเตอร์พีซผ่านแผ่นเสียงไวนิลที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ภายในบรรยากาศ Listening Room สุดเท่ใจกลางเมือง พร้อมเปิดโอกาสให้สายสะสมได้ Pre-order ลำโพงรุ่นพิเศษนี้ที่มีจำนวนจำกัด
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569
Where: SIWILAI Store ชั้น 2, Central Embassy
More Info: SIWILAI

ถ้าใครเห็นประโยคคลาสสิกอย่าง “Hell is other people” (นรกคือคนอื่น) ผ่านตามาบ้าง แล้วถ้าหากว่าประโยคนี้ได้เกิดเป็นภาพจริงๆ ขึ้นมา กับละครเวทีดาร์กคอเมดีเรื่อง ‘No Exit’ ที่เป็นบทละครระดับมาสเตอร์พีซของ Jean-Paul Sartre เตรียมมาจัดแสดงให้ชมกันที่ River City Bangkok ในเดือนสิงหาคมนี้
ความน่าสนใจคือทาง Guhā Productions นำบทละครยุค 1940s มาตีความใหม่ให้สะท้อนการสร้างตัวตนของผู้คนในยุคโซเชียล เล่าเรื่องผ่านตัวละคร 3 คนที่ต้องมาติดอยู่ในโลกหลังความตายโดยไม่มีทางออก และไม่มีเครื่องมือทรมานใดๆ นอกจากมนุษย์ด้วยกันเองที่คอยทรมานกัน เป็นละครที่ทั้งขบขันแบบดาร์กๆ และชวนกลับมาตั้งคำถามถึงการมีชีวิตไปพร้อมกัน กำกับการแสดงโดย วรา หงส์ นำแสดงโดย นัท-พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ และทีมนักแสดงมากฝีมือ
หมายเหตุ: การแสดงความยาวประมาณ 90-120 นาที / จัดแสดงเป็นภาษาไทย พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ
Time: มี 2 รอบการแสดง 13.00 น. และ 19.00 น.
When: วันที่ 1-16 สิงหาคม 2569 (ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์)
Where: RCB Forum ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
More Info: River City Bangkok , GUHĀ PRODUCTIONS

ชมงานศิลป์บำบัดจิตใจไปกับนิทรรศการจิตรกรรมเดี่ยวครั้งแรกของ รัตน์ โอสถานุเคราะห์ ที่รวบรวมผลงานภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าใบกว่า 30 ชิ้น บอกเล่าและถ่ายทอดความทรงจำอันลึกซึ้งที่มีต่อมารดาผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ผ่านภาษาของสีสัน รูปทรง และสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์
ถ่ายทอดผลงานชุดนี้ด้วยเทคนิค Intuitive Painting หรือการปล่อยให้สัญชาตญาณและอารมณ์นำทางโดยไม่ร่างแบบล่วงหน้า ได้รับอิทธิพลทางทัศนศิลป์จากศิลปินระดับโลกอย่าง Marc Chagall และ Vincent van Gogh ผลงานแต่ละชิ้นสะท้อนถึงความเปราะบาง ความวิตกกังวล และความไม่แน่นอนในชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความรัก ความอ่อนโยน และความเข้มแข็ง ชวนให้ผู้ชมได้สโลว์ดาวน์และร่วมค้นหาความหมายของการเยียวยาจิตใจไปพร้อมกัน
Time: เวลา 08.00 – 17.00 น.
When: วันที่ 1-22 สิงหาคม 2569
Where: noble PLAY เพลินจิต
ภาพ: Courtesy of Event
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 29 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับใครหลายคน City Pop ไม่ได้ถูกจดจำผ่านเสียงดนตรีเพี […]
The post ครั้งแรกในไทย! Hiroshi Nagai: Summer Dreaming นิทรรศการเดี่ยวของผู้สร้างภาพจำแห่งยุค City Pop appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับใครหลายคน City Pop ไม่ได้ถูกจดจำผ่านเสียงดนตรีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาพท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม สระว่ายน้ำสีเทอร์ควอยซ์ ต้นปาล์ม และบ้านริมทะเลที่ชวนให้นึกถึงวันพักผ่อนในฤดูร้อน ภาพเหล่านี้คือผลงานของ Hiroshi Nagai (ฮิโรชิ นากาอิ) ศิลปินชาวญี่ปุ่นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพจำของวัฒนธรรม City Pop ผ่านงานภาพประกอบที่ปรากฏบนปกอัลบั้ม หนังสือ นิตยสาร และสื่อสิ่งพิมพ์มาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970
ล่าสุด ชาวไทยแบบเราจะได้ชมผลงานของเขาอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกผ่านนิทรรศการ Hiroshi Nagai: Summer Dreaming ซึ่งจัดขึ้นที่ River City Bangkok ระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 ภายในงานรวบรวมผลงานออริจินัลกว่า 30 ชิ้น พร้อมผลงานใหม่ล่าสุด 4 ชิ้น ผลงานอาร์ไคฟ์จากช่วง 1980s-2010s รวมถึงปกแผ่นเสียง Record Jacket Designs ที่สะท้อนบทบาทของเขาต่อคัลเจอร์ City Pop และงานภาพประกอบญี่ปุ่น นอกจากนี้ นิทรรศการยังเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างทีมผู้จัดจากญี่ปุ่นและ Prabda Yoon (ปราบดา หยุ่น) นักเขียนและครีเอทีฟชาวไทย ซึ่งร่วมกันพาผลงานของ Hiroshi Nagai มาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
ตลอดหลานปีที่ผ่านมา ผลงานของ Hiroshi Nagai ยังคงได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกลับมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกครั้งพร้อมกระแสการฟื้นคืนของ City Pop บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้ชมรุ่นใหม่เริ่มค้นพบเสน่ห์ของภาษาภาพที่เรียบง่าย แต่มีเอกลักษณ์ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงการกราฟิก ดีไซน์ และศิลปะร่วมสมัย


เอกลักษณ์ของเขาคือการใช้พื้นที่ว่าง เส้นสายเรขาคณิต และสีสันสดจัด ถ่ายทอดภูมิทัศน์ที่ดูเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ถนนเลียบชายฝั่ง บ้านริมทะเล หรือท้องฟ้ากว้างใหญ่ ผลงานส่วนใหญ่มักไม่มีผู้คนอยู่ในภาพ แต่กลับเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตีความเรื่องราว ความทรงจำ และอารมณ์ของตัวเองได้อย่างอิสระ
ความเรียบง่ายดังกล่าวทำให้งานของเขาถูกเชื่อมโยงกับสุนทรียภาพแบบ Retro-futurism ที่ผสมผสานจินตนาการถึงอนาคตเข้ากับภาพจำของวันพักผ่อนในยุค 1980s จนกลายเป็นลายเซ็นที่หลายคนจดจำได้ทันที
นิทรรศการ Hiroshi Nagai: Summer Dreaming เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสรายละเอียดของผลงานต้นฉบับ ทั้งร่องรอยฝีแปรง การลงสี และพื้นผิวบนผืนผ้าใบ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่แตกต่างจากการชมผ่านหนังสือหรือสื่อดิจิทัล
ไม่ว่าคุณจะเติบโตมากับเสียงเพลง City Pop หลงใหลงานกราฟิกญี่ปุ่นยุค 1980 สนใจศิลปะร่วมสมัย หรือเพียงกำลังมองหานิทรรศการที่ชวนให้ใช้เวลาอยู่กับภาพอย่างช้าๆ นี่คือโอกาสหาชมได้ยากในการเห็นผลงานต้นฉบับของศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังหนึ่งในภาพจำสำคัญของวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
EVENT DETAILS
Location: RCB Galleria 1 ชั้น 2, River City Bangkok
Date: วันที่ 4 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569
Time: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.
Admission: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ภาพ: Hiroshi Nagai
The post ครั้งแรกในไทย! Hiroshi Nagai: Summer Dreaming นิทรรศการเดี่ยวของผู้สร้างภาพจำแห่งยุค City Pop appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราไม่จำเป็นต้องเป็น Zero Waste ตั้งแต่วันแรก แค่เริ่มท […]
The post ‘เชฟแทน-ปกรณ์ โกสิยพงษ์’ กับ Living Quality ที่เริ่มต้นครัวด้วยการใช้วัตถุดิบอย่างรู้คุณค่า appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราไม่จำเป็นต้องเป็น Zero Waste ตั้งแต่วันแรก แค่เริ่มทำในแบบที่ทำได้ แล้วค่อยๆ ปรับไปทีละนิด สุดท้ายมันจะพาเราไปถึงเป้าหมายได้เอง
เมื่อพูดถึง Fine Dining ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ การจัดจานที่สวยงาม และประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผ่านการคิดมาอย่างละเอียดในทุกองค์ประกอบ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ร้านอาหารประเภทนี้ก็มักถูกตั้งคำถามเรื่องการใช้ทรัพยากร เพราะกว่าจะได้อาหารแต่ละจาน อาจมีวัตถุดิบอีกหลายส่วนที่ไม่ได้ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร คำถามคือ แล้วจะเป็นไปได้ไหม ที่ Fine Dining สามารถเดินไปพร้อมกับความยั่งยืน โดยไม่ลดทอนทั้งคุณภาพและประสบการณ์ของผู้รับประทาน?
นี่คือคำถามที่ AP Thailand และ THE STANDARD LIFE ชวนมาหาคำตอบใน Eco-Curious: Habit Hacks ซีรีส์ที่เชื่อว่า ความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนโลก แต่เริ่มต้นได้จากพฤติกรรมเล็กๆ ที่เราทำซ้ำในทุกวัน เพราะ AP เชื่อว่า Living Quality หรือคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้หมายถึงเพียงบ้านที่สวยหรือฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัย แต่ยังรวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การออกแบบพื้นที่ให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน และการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป
Eco-Curious: Habit Hack ตอนนี้ เราชวน ‘เชฟแทน-ปกรณ์ โกสิยพงษ์’ เชฟผู้หลงใหลทั้งศาสตร์การทำอาหารและเรื่องสิ่งแวดล้อม มาพูดคุยถึงเบื้องหลังการสร้างร้าน Fine Dining ที่พยายามใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่าที่สุด ตั้งแต่การออกแบบเมนู การบริหารจัดการขยะ ไปจนถึงการเปลี่ยนสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็น ‘ของเหลือ’ ให้กลายเป็นวัตถุดิบใหม่ที่ยังคงสร้างรสชาติและคุณค่าได้ไม่แพ้ส่วนที่อยู่บนจาน

แม้วันนี้หลายคนจะรู้จักเชฟแทนในฐานะเชฟและเจ้าของ GOAT Bangkok ร้านอาหารที่กำลังได้รับความสนใจจากการตีความอาหารไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย แต่จุดเริ่มต้นของการทำอาหารอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นในครัว
เชฟเล่าว่า ตั้งแต่เด็กเขาเติบโตมากับสารคดีของ National Geographic, Discovery และ Animal Planet ที่คุณแม่ชอบเปิดให้ดูอยู่เสมอ ทำให้ค่อยๆ ซึมซับเรื่องธรรมชาติ สัตว์ป่า และระบบนิเวศโดยไม่รู้ตัว มีเหตุการณ์หนึ่งที่เขาจำได้ไม่เคยลืม คือวันที่สังเกตว่าปลาที่คุณแม่ซื้อจากตลาดมีขนาดเล็กลงทุกปี เมื่อถามถึงเหตุผล คำตอบที่ได้รับคือ “ปลาเหลือน้อยลงแล้ว” คำตอบสั้นๆ ในวันนั้น กลายเป็นคำถามที่ติดอยู่ในใจว่า หากมนุษย์ยังใช้ทรัพยากรแบบเดิม วันหนึ่งคนรุ่นต่อไปจะยังมีโอกาสได้เห็นหรือได้กินสิ่งเดียวกับที่เราเคยมีหรือไม่
“ตอนนั้นผมคิดเลยว่า ถ้าวันหนึ่งผมมีลูก เขาจะยังได้กินปลาแบบที่ผมเคยกินไหม มันไม่แฟร์เลยถ้าทรัพยากรจะหายไปเพราะเราใช้มันแบบไม่คิด”
หลายปีต่อมา หลังสั่งสมประสบการณ์ในครัวร้านอาหารระดับมิชลิน ก่อนกลับมาเปิด GOAT Bangkok เป็นของตัวเอง เชฟจึงเลือกสร้างร้านที่ไม่ได้เล่าเพียงเรื่องรสชาติ แต่เล่าเรื่องของผู้คน วัตถุดิบ และระบบนิเวศของประเทศไทย ผ่านทุกจานที่เสิร์ฟ GOAT Bangkok จึงเป็นพื้นที่ที่เชฟนำประสบการณ์ชีวิต ความทรงจำ และวัตถุดิบจากผู้ผลิตทั่วประเทศ มาตีความใหม่ภายใต้แนวคิด Land, People, Season ที่เชื่อว่า อาหารหนึ่งจานสามารถสะท้อนทั้งภูมิประเทศ วัฒนธรรม และฤดูกาลของพื้นที่นั้นๆ ได้ในเวลาเดียวกัน


สิ่งแรกที่เชฟพาเราไปดู ไม่ใช่เมนูซิกเนเจอร์ แต่คือหลังครัว แทนที่จะเห็นเพียงเตาไฟและวัตถุดิบ เรากลับเห็นถังขยะหลายใบที่ถูกแยกไว้อย่างเป็นระบบ เศษผักและผลไม้ที่สามารถย่อยสลายได้จะถูกนำไปผลิตเป็นปุ๋ย ขณะที่ของเสียแต่ละประเภทถูกคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด
“เราไม่ได้เริ่มจากคำว่า Zero Waste แต่เริ่มจากคำถามว่า ของชิ้นนี้ยังใช้ประโยชน์อะไรได้อีก”
ประโยคสั้นๆ ของเชฟ สะท้อนแนวคิดของครัวแห่งนี้ได้ชัดเจน เพราะสำหรับเขา การจัดการขยะไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายของการทำอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบร้านตั้งแต่แรกเริ่ม ยิ่งแยกได้ละเอียดตั้งแต่ต้น ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ทรัพยากรเหล่านั้นได้มี ‘ชีวิตที่สอง’
แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับแบรนด์ AP ที่เชื่อว่า การออกแบบที่ดีไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่คือการสร้างระบบที่ช่วยให้เราใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
เชฟแทนยอมรับว่า หลายคนมอง Fine Dining เป็นรูปแบบอาหารที่สร้างของเสียจำนวนมาก เพราะเลือกใช้เพียงส่วนที่ดีที่สุดของวัตถุดิบ แทนที่จะถามว่า ‘อะไรต้องทิ้ง’ ทีมครัวของ GOAT Bangkok จะเริ่มต้นด้วยคำถามว่า ‘สิ่งนี้ยังกลายเป็นอะไรได้อีก’
“Fine Dining เหมือนทีมที่อยู่ตรงข้ามกับความยั่งยืน เพราะเราเลือกใช้แค่ส่วนที่สวยที่สุด ผมเลยอยากลองออกแบบใหม่ ว่าเราจะใช้ทุกส่วนให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุดยังไง”
แนวคิดนี้ทำให้เศษวัตถุดิบหลายอย่างถูกนำไปหมัก ถนอม หรือแปรรูปเป็นซอส เครื่องปรุง เครื่องดื่ม และองค์ประกอบใหม่ในเมนูฤดูกาลถัดไป เพื่อยืดอายุของวัตถุดิบและลดการสร้างของเสียให้เหลือน้อยที่สุด สำหรับเชฟแทน ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการไม่สร้างขยะเลย แต่คือการพยายามใช้ทรัพยากรทุกชิ้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก่อนที่มันจะกลายเป็นของเสียจริงๆ



แม้คนส่วนใหญ่จะไม่ได้เปิดร้านอาหาร แต่หลายแนวคิดในครัวของเชฟสามารถนำมาปรับใช้ได้ไม่ยาก เชฟแนะนำให้เริ่มจากการสังเกตสิ่งที่เราทิ้งเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเปลือกผัก เปลือกผลไม้ หรือเศษอาหาร ก่อนค่อยๆ หาวิธีนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น ทำน้ำสต็อกจากเศษผัก บดเปลือกไข่เป็นแคลเซียมสำหรับต้นไม้ หรือเริ่มแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง
“ไม่ต้องเริ่มจากเรื่องยากก็ได้ ลองดูแค่ว่าเราโยนอะไรทิ้งเยอะที่สุด แล้วค่อยหาวิธีใช้มันให้คุ้มค่ากว่าเดิม แค่นั้นก็ถือว่าเริ่มแล้ว”
นอกจากนี้ การวางแผนมื้ออาหารให้พอดีกับจำนวนคนในบ้าน เพื่อลดอาหารเหลือทิ้ง หรือเลือกซื้อวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ทั้งสดใหม่และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดเก็บอาหารอย่างเหมาะสมเพื่อยืดอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดการสูญเสียโดยไม่รู้ตัว
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือการ “ใช้ให้ครบ” เช่น ใช้ก้านผักมาทำซุป ใช้เปลือกผลไม้บางชนิดมาทำเครื่องดื่ม หรือแม้แต่การนำอาหารที่เหลือจากมื้อก่อนมาปรับเป็นเมนูใหม่ในวันถัดไป สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดขยะ แต่ยังช่วยให้เราเห็นคุณค่าของวัตถุดิบมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็กๆ ที่เราทำได้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน

เราไม่ได้ทำเพื่อวันนี้อย่างเดียว แต่ทำเพื่อให้คนรุ่นต่อไปยังได้เห็นธรรมชาติแบบเดียวกับที่เราเคยเห็น

The post ‘เชฟแทน-ปกรณ์ โกสิยพงษ์’ กับ Living Quality ที่เริ่มต้นครัวด้วยการใช้วัตถุดิบอย่างรู้คุณค่า appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าพูดถึง ‘Blue Zone’ เรามักนึกถึงพื้นที่ที่ผู้คนอายุขั […]
The post สำรวจ ‘Central Northville’ ต้นแบบ ‘Longevity Destination’ ศูนย์การค้าสำหรับคนใส่ใจคุณภาพชีวิตแห่งแรกของไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าพูดถึง ‘Blue Zone’ เรามักนึกถึงพื้นที่ที่ผู้คนอายุขัยเกิน 100 ปี และมักจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล เช่น โอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น หรือเกาะซาร์ดีเนียในอิตาลี แต่ไม่นานมานี้ ‘สิงคโปร์’ ถูกประกาศให้เป็น Blue Zone 2.0 หรือเมืองอายุยืนที่ถูกออกแบบผ่านนโยบายรัฐ การวางผังเมือง และระบบสุขภาพที่ตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมให้ประชาชนมีสุขภาพดีโดยอัตโนมัติ
ผลลัพธ์ของการออกแบบเมืองแบบสิงคโปร์ สะท้อนให้เห็นว่า ทุกพื้นที่บนโลกสามารถเปลี่ยนเป็น ‘Blue Zone’ ได้ หากมีการออกแบบและจัดวางองค์ประกอบของพื้นที่ที่กระตุ้นให้ผู้คนขยับร่างกาย รายล้อมไปด้วยสภาพแวดล้อมสีเขียว และมีคอมมูนิตี้ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทุกวัย

เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนกรุงเทพฯ ตอนเหนือและชาวนนทบุรี เมื่อการชาร์จพลังและใช้ชีวิตท่ามกลางบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและใกล้ตัว เพราะ เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่มงบกว่า 4,500 ล้านบาท พัฒนา ‘Northville District’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในย่าน ปักธง ‘Thailand’s First Outdoor-Inspired Indoor Shopping Centre’ ต้นแบบ Longevity Destination แห่งแรกของไทย

การออกแบบ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ (Central Northville) ในฐานะ “The New District of North Bangkok” ให้กลายเป็นต้นแบบ Longevity Destination แห่งแรกของไทย ถูกคิดโดยอิงกับ Global Trends ของคนเมืองยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ Green Space, Longevity & Well-being, Social Connectivity และ Multi-generations Lifestyle
เห็นได้จากโครงการระดับโลกอย่าง The Hyundai Seoul ประเทศเกาหลีใต้ ที่จัดสรรพื้นที่เกือบ 50% ให้กับโซนพักผ่อนและพื้นที่สาธารณะ อย่าง ‘Sounds Forest’ สวนลอยฟ้าบนพื้นที่กว่า 3,300 ตารางเมตร หรือโซน ‘Waterfall Garden’ น้ำตกจำลองสูง 12 เมตร
ฝั่งสิงคโปร์ Jewel Changi Airport ที่มี ‘HSBC Rain Vortex’ น้ำตกในร่มที่สูง 40 เมตร ถูกยกให้เป็นน้ำตกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ล้อมรอบด้วย Shiseido Forest Valley สวนในร่มระดับเอเชียที่มีพื้นที่ราว 22,000 ตารางเมตร ถือเป็นหนึ่งในสวนในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

แนวคิดหลักของการออกแบบทั้ง The Hyundai Seoul และ Jewel Changi Airport คือ การออกแบบที่ผูกโยงมนุษย์เข้ากับธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า ‘Biophilic Design’ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ นำมาใช้ในการออกแบบด้วยเช่นกัน โดยดึงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ใช้งานโดยตรง เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
จากการศึกษาผ่าน Focus Group ในพื้นที่รัตนาธิเบศร์ พบว่าผู้บริโภคในย่านนี้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง พร้อมเปิดรับ Urban Lifestyle รูปแบบใหม่ และมองหา Recreation Space ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คนเมืองในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความเครียดสะสม ขาดเวลาออกกำลังกาย รวมถึงผลกระทบจากมลภาวะ PM2.5 ประกอบกับพื้นที่สีเขียวที่ลดน้อยลงในระดับจังหวัด
เซ็นทรัลพัฒนาจึงตั้งเป้าพัฒนา ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ให้เป็น “Green Node” หรือปอดแห่งใหม่ของชุมชน เปลี่ยนภาพจำของคอมมูนิตี้มอลล์แบบเดิม ให้กลายเป็น Ecosystem แห่งการฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิต หรือ Longevity Destination พร้อมเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้เทียบเท่าใจกลางเมือง
บนพื้นที่กว่า 59 ไร่ มีพื้นที่ศูนย์การค้ารวม 210,000 ตารางเมตร ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Biophilic Design’ ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตเมืองอย่างกลมกลืน
หัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิด Social Introduction ในรูปแบบ Urban Experience กระตุ้นให้ผู้คนอยากใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น อยากพบปะ ใช้ชีวิต และแชร์ประสบการณ์ร่วมกันมากขึ้น คือ การสร้าง ‘ประสบการณ์ร่วมกับธรรมชาติ’ อย่างเป็นองค์รวม
ตั้งแต่การใช้แสงธรรมชาติ สายน้ำรูปทรง Organic Form และวัสดุจากธรรมชาติ รวมถึงการเลือกใช้ต้นไม้เพื่อสร้าง Air Quality ภายในศูนย์การค้า ทุกองค์ประกอบถูกวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ Master Plan ไปจนถึงรายละเอียดของการจัดวางต้นไม้ เพื่อให้ธรรมชาติสามารถเติบโตไปพร้อมกับศูนย์การค้าได้อย่างยั่งยืน
ทั้งหมดนี้เพื่อตอบโจทย์คนเมืองและ Multi-Generation Lifestyle ที่กำลังมองหา Recreation Destination รูปแบบใหม่พื้นที่ที่รองรับทั้งการพักผ่อน การออกกำลังกาย การใช้ชีวิตกลางแจ้ง และ Community Lifestyle ได้ครบในที่เดียว

‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ยังเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทยที่นำแนวคิด ‘Outdoor Inspired’ มาผสาน ‘บรรยากาศและภูมิอากาศจริง’ เพื่อกำหนดทิศทางของสถาปัตยกรรมอย่างเป็นระบบ
ผลลัพธ์คือพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับอาคารได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กที่ส่งเสริม Well-being, Mindfulness และ Longevity
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือ ‘Urban Oasis Façade’ สถาปัตยกรรมสไตล์ Tropical Contemporary ที่ผสานสายน้ำ แสงแดด ธรรมชาติ และความเป็นเมืองเข้าด้วยกันอย่างร่วมสมัย โดดเด่นด้วยการออกแบบ Vertical Fins หรือครีบแนวตั้งที่โอบล้อมฟาซาด ที่ไม่เพียงสร้างมิติทางสายตา แต่ยังลดทอนความแข็งของโครงสร้างขนาดใหญ่ และทำหน้าที่กรองความร้อนจากแสงแดดภายนอก ขณะเดียวกันยังแทรกพื้นที่สีเขียวจากต้นไม้จริงในทุกมิติ
อีกหนึ่งกลไกคือการใช้น้ำเป็นองค์ประกอบในการสร้าง Microclimate ช่วยลดอุณหภูมิรอบตัวอาคารและเพิ่มความสบายให้กับผู้ใช้งาน สะท้อนการออกแบบที่สอดรับกับแนวคิด Longevity อย่างเป็นรูปธรรม

แนวคิดทั้งหมดยังถูกถ่ายทอดผ่าน 5 แรงบันดาลใจหลักในการออกแบบพื้นที่ภายใน ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ที่เชื่อมโยงฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับอารมณ์และพฤติกรรมของผู้คน

เริ่มต้นที่ ‘The Clouds’ พื้นที่ Indoor Forest ขนาดใหญ่กว่า 500 ตารางเมตร ถูกออกแบบให้เป็นเสมือน “ประติมากรรมที่มีชีวิต” ใจกลางศูนย์การค้า รายล้อมด้วยต้นไม้จริงที่ปลูกตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง โดยใช้หลัก Biophilic Design ในการคำนวณทิศทางและปริมาณแสงที่ลอดผ่าน Skylight เพื่อให้เหมาะต่อการเติบโตของพืช เพื่อให้ธรรมชาติเติบโตไปพร้อมกับสถาปัตยกรรม

ถัดมาคือ ‘The Hill’ พื้นที่ Community ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ผสานฟังก์ชันของ Co-working Space เข้ากับพื้นที่กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพยนตร์ ฟังดนตรี หรือเวทีเสวนา ติดตั้งจอภาพขนาดใหญ่ให้เหมือนกำลังดูภาพยนตร์อยู่ในสวน สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของศูนย์การค้าจากพื้นที่เชิงพาณิชย์ ไปสู่ ‘Social Platform’ ที่เอื้อต่อการสร้างคอมมูนิตี้
ขณะที่ ‘Tree Grove’ ลานต้นไม้แห่งการพักผ่อน จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งการฟื้นฟู กระตุ้นการผ่อนคลาย ด้วยองค์ประกอบทางธรรมชาติ อย่างเสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการหลีกหนีจากความเร่งรีบโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกเมือง

‘Stone Atrium’ โถงกลางที่โดดเด่นด้วย Digital Screen รองรับการจัดอีเวนต์และทำหน้าที่เป็นพื้นที่ Showcase สำหรับแบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และกีฬา หากมองในเชิงกลยุทธ์ พื้นที่นี้คือ “Commercial Anchor” ที่ช่วยสร้าง Traffic และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้กับโครงการ
ต่อกันที่ ‘Playville’ พื้นที่ Outdoor ที่ออกแบบให้เป็น Active Lifestyle Space ประกอบไปด้วย Kid Playground สนามเด็กเล่นกลางแจ้งขนาด 550 ตารางเมตร ตกแต่งด้วย ‘หมีกริซลี่’ สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และ The Fountain ลานเล่นน้ำสุดสนุก ตอบรับเทรนด์ “Play-based Lifestyle” ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และพัฒนาการผ่านการเล่น

และไฮไลท์สุดท้ายคือ ‘PetVille’ แหล่งรวมพลคนรักสัตว์เลี้ยง บนพื้นที่กว่า 235 ตารางเมตร ที่ออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่ Pet Park สำหรับวิ่งเล่น บริการ Grooming ไปจนถึง Pet Wellness แบบครบวงจร เชื่อมต่อกับพื้นที่ Urban Park ที่มีลานกิจกรรมสำหรับแอโรบิกและอีเวนต์ไลฟ์สไตล์ต่างๆ พร้อม Jogging Track มาตรฐานระยะทาง 450 เมตร ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงสามารถออกกำลังกายร่วมกันได้
ความโดดเด่นในเชิงสถาปัตยกรรมและแนวคิดดังกล่าว ส่งผลให้ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ คว้ารางวัล Hubexo Asia Awards 2025 ในสาขา Top 10 Developers ขึ้นแท่นแลนด์มาร์กระดับภูมิภาคตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการ ตอกย้ำต้นแบบของรีเทลยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และคุณภาพชีวิต

การออกแบบ Ecosystem ของการใช้ชีวิต ที่เชื่อมโยงการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นองค์รวม ยังสะท้อนผ่านการคัดสรรกว่า 300 Downtown Brands ที่ตอบโจทย์ทั้งมิติของ Well-being, Mindfulness และ Longevity
สอดรับกับรายงาน Global Consumer: ICSC x McKinsey (2026) ที่ชี้ว่า ผู้บริโภคในทุกเจเนอเรชันให้ความสำคัญกับ Dining, Wellness และ Community-driven Experiences เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศูนย์การค้าจึงต้องตอบโจทย์มากกว่าแค่การจับจ่าย แต่ต้องส่งเสริมสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจ ควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ที่ให้คุณค่ากับแนวคิด “Health is the New Wealth” การลงทุนใน Active Lifestyle และการยกระดับ Performance ของร่างกายในระยะยาว
จึงเป็นที่มาของการคัดสรรกว่า 300 Downtown Brands โดยมีสัดส่วนแบรนด์ใหม่ถึง 80% ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง
นำโดย D-Sports Stadium สปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์แนวญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ SHARE FUN, FIND NEW เปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นประสบการณ์ความบันเทิงแบบมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมปีนผาหรือโซนแอคทีฟอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มเพื่อนและครอบครัว
ขณะที่ Fitness First Redefined ยกระดับฟิตเนสสู่พรีเมียมไลฟ์สไตล์ พร้อม Pilates Studio เต็มรูปแบบ HYROX Training Club และซาวน่าอินฟราเรด สะท้อนเทรนด์ Wellness ที่ลึกขึ้นจากการออกกำลังกายทั่วไป ไปสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและเฉพาะบุคคลมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังผนึกกำลังกับกลุ่มเซ็นทรัลสร้าง ‘Future Lifestyle Retail’ เชื่อมโยงทุกมิติของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ Tops Food Hall ที่คัดสรรวัตถุดิบพรีเมียม, Super Sports นำเสนอสินค้าและบริการเฉพาะทางอย่างสินค้าลิขสิทธิ์สโมสรลิเวอร์พูลและบริการขึ้นเอ็นไม้แร็คเก็ต, Powerbuy ยกระดับการใช้ชีวิตด้วย Home Solutions ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมรักษ์โลกเข้ากับดีไซน์พรีเมียม, อ่าน-เขียน-เรียน-เล่น แหล่งรวมความสุขและแรงบันดาลใจของทุกคนในครอบครัว ไปจนถึง OfficeMate รองรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่

ฝั่ง Food Lifestyle Destination ยกขบวนร้านดังยอดนิยม อาทิ Bonchon, Chagee, Eat Am Are, Fam Time, Gong Cha, Gyu-Kaku, Joe’s Wing, Katsu Midori, Momo Paradise, Nose Tea คอนเซ็ปต์ใหม่ Real Nose Tea, Saemaeul Express, Shabu Baru, Sizzler Special, Solsot, Sour Little, The Stone, เกศเตี๋ยว เป็นต้น
และ Food Ville ศูนย์อาหารพรีเมียมคอนเซปต์ The Warmth of Nature ออกแบบบรรยากาศเหมือนนั่งกินข้าวท่ามกลางธรรมชาติ รวมร้านมิชลินมากมาย อาทิ ราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปีศาลเจ้าพ่อเสือ, เปลวก๋วยเตี๋ยวต้มยำ, คุณประนอม ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก, สุกี้เมาเวอริค เป็นต้น ร้านดังเมืองนนท์ฯ: เสน่ห์เรือนนท์, เหลาริมทาง by เชฟเดช
ขณะเดียวกัน โครงการยังให้ความสำคัญกับทุกเจนฯ ผ่านแบรนด์และบริการอย่าง Flex Rehab, Matsukiyo, Daiso & Standard, Kidzooona สนามเด็กเล่นในร่มจากญี่ปุ่น และ SF Cinema ในคอนเซ็ปต์ใหม่ “The Prestige Cinema”
มากไปกว่านั้น ยังพัฒนาพื้นที่ให้เป็นคอมมูนิตี้แห่งความสุขและสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน ขนทัพกิจกรรม Well-being เต็มรูปแบบมาตอบโจทย์คนในย่านทุกเจนฯ ไม่ว่าจะเป็น Lifestyle Market, Food, Sport และงาน Taste of Nonthaburi รวบรวมที่สุดของดีเมืองนนท์
การมาถึงของ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ในฐานะ Longevity Destination แห่งแรกของไทย จึงไม่เพียงยกระดับไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี แต่จะทำหน้าที่เป็นต้นแบบพื้นที่ที่ทำให้เราอยากใช้ชีวิต ขยับร่างกาย ใกล้ชิดธรรมชาติ และเชื่อมโยงกับผู้คนรอบตัว
อ้างอิง
The post สำรวจ ‘Central Northville’ ต้นแบบ ‘Longevity Destination’ ศูนย์การค้าสำหรับคนใส่ใจคุณภาพชีวิตแห่งแรกของไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่ออาหารอีสานไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกเล […]
The post ‘Beyond Isan Dining Experience’ เมื่ออาหารอีสานไม่ได้มีหน้าที่แค่เสิร์ฟความอร่อย appeared first on THE STANDARD.
]]>
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่ออาหารอีสานไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกเล่ารสชาติ แต่ยังเล่าเรื่องผู้คน ผืนดิน และอนาคตของภูมิภาคไปพร้อมกัน คำถามนี้ถูกถ่ายทอดผ่าน Beyond Isan Dining Experience กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้นโดย The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026 ร่วมกับ เฮือนคำนาง ร้านอาหารในจังหวัดขอนแก่นที่เปิดขายเพียงวันละโต๊ะ และมีจุดเด่นคือการนำวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย
ภายใต้แนวคิด Regenerative Isan Gastronomy มื้ออาหารนี้ชวนผู้กินร่วมมองอาหารอีสานในมิติที่กว้างกว่าเดิม ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่น การสร้างคุณค่าให้เกษตรกรฐานราก ไปจนถึงการต่อยอดภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของอีสานให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม



นอกจากอาหารอร่อยให้กินไม่หยุดปาก ตลอดมื้ออาหาร นักชิมยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างใกล้ชิดกับ เคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO ของ THE STANDARD และ เชฟคำนาง ณัฎฐภรณ์ คมจิต ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารเฮือนคำนาง ผ่านบทสนทนาที่พาผู้คนมองเห็นศักยภาพของอาหารในฐานะเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ธุรกิจ และความยั่งยืน
Beyond Isan Dining Experience จึงไม่ใช่เพียงมื้ออาหารที่รวบรวมเมนูพิเศษไว้บนโต๊ะ แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนให้ตั้งคำถามว่า อาหารหนึ่งจานสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับผู้คนและชุมชนได้มากเพียงใด และเมื่อวัตถุดิบท้องถิ่นได้รับการตีความใหม่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ‘รสชาติของอีสาน’ ก็สามารถก้าวข้ามภาพจำเดิม พร้อมส่งต่อเรื่องราวของภูมิภาคสู่ผู้คนในวงกว้างได้อย่างน่าจดจำ





The post ‘Beyond Isan Dining Experience’ เมื่ออาหารอีสานไม่ได้มีหน้าที่แค่เสิร์ฟความอร่อย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ส่งท้ายปลายเดือนกรกฎาคมด้วยความคึกคักแบบจัดเต็ม เพราะสั […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 22-28 กรกฎาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ส่งท้ายปลายเดือนกรกฎาคมด้วยความคึกคักแบบจัดเต็ม เพราะสัปดาห์นี้กรุงเทพฯ และพิกัดใกล้เคียงมีถึง 17 กิจกรรม ที่พร้อมชวนทุกคนออกจากบ้านไปเติมเอนเนอร์จีกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
แน่นอนว่าพี่นักวิ่งเตรียมรองเท้าให้พร้อม เพราะมีทั้งงานฉลองครบรอบของรันคลับ กิจกรรมต้อนรับคอลเล็กชันใหม่ ซิตี้รันกับน้องหมา ไปจนถึงการวิ่งต่อด้วยเซสชันไอซ์บาธเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ส่วนสายไลฟ์สไตล์และเวลเนสก็เลือกได้ตั้งแต่ซาวด์บาธพร้อมชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา โยคะรับลมทะเลที่พัทยา ตลาดคราฟต์ในบรรยากาศย่านเก่าทรงวาด เวิร์กช็อปอาหาร ไปจนถึงการดูหนังช่วงเย็นที่คอมมูนิตี้สเปซ
LIFE This Week สัปดาห์นี้จึงอยากชวนทุกคนออกไปขยับร่างกาย พบปะคอมมูนิตี้ใหม่ๆ และใช้เวลากับประสบการณ์ดีๆ เลือกกิจกรรมที่ใช่ แล้วปักหมุดออกไปใช้ชีวิตกันได้เลย!

รีเซ็ตร่างกายและจิตใจในช่วงกลางสัปดาห์กับงานคอลแลบส์พิเศษร่วมกับ Still Wave Born ที่ชวนคุณมาปล่อยวางความเหนื่อยล้า ชะลอจังหวะชีวิต และกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเองอีกครั้ง
สัมผัสประสบการณ์คลื่นเสียงบำบัดและแรงสั่นสะเทือนอันนุ่มนวล ที่จะค่อยๆ พาคุณเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางแสงพระอาทิตย์ตกและวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามาจากชั้น 26 พร้อมเติมความสดชื่นด้วยน้ำผลไม้คั้นสดและน้ำดื่มตลอดเซสชัน
Time: เวลา 18.00-19.30 น.
When: วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569
Where: Royal Orchid Sheraton Riverside Hotel Bangkok
Ticket: บัตร Early Bird ราคาเริ่มต้น 999 บาท
More Info: Royal Orchid Sheraton

Workshop ก๋วยจั๊บญวน: ซาว x ร้านอินโดจีน (อุบลราชธานี)
หากพูดถึงร้านอาหารเวียดนามระดับตำนานของอุบลราชธานี ชื่อของ ‘อินโดจีน’ คงเป็นร้านแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ร้านอาหารที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2515 และปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ เชฟหน่อย-ขยันวิทย์ ศรีสกุลวรรณ ทายาทรุ่นที่ 3 เจ้าของรางวัล Bib Gourmand จาก Michelin Guide Thailand ผู้ยังคงยึดมั่นกับการทำเส้นสดด้วยมือและสูตรอาหารที่สืบทอดกันมาหลายสิบปี
ครั้งนี้เชฟหน่อยบินตรงมามาจัดเวิร์กช็อปถ่ายทอดเสน่ห์แห่งงานคราฟต์เส้นและซุปแบบดั้งเดิม ให้ทุกคนได้เรียนรู้กระบวนการทำตั้งแต่การนวดและขึ้นรูปเส้นสดด้วยมือตามวิถีชาวบ้าน ไปจนถึงการเคี่ยวน้ำซุปรสเข้มข้นกลมกล่อมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เป็นเวิร์กช็อปที่ไม่ควรพลาด
Time: เวลา 11.00-14.00 น.
When: วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569
Where: Zao Ekkamai เอกมัย 10 แยก 6 หรือ ปรีดีพนมยงค์ 25
Price: ราคา 2,450 บาทต่อท่าน (จำกัดเพียง 15 ที่นั่ง)
More Info: zaoisan

เปลี่ยนคืนวันพฤหัสบดีให้กลายเป็น Movie Night กับ Thursday Sunset Film Club ที่ theCOMMONS Cloud 11 ซึ่งชวน Documentary Club มาคัดสรรภาพยนตร์คุณภาพให้ชมในโรงภาพยนตร์บรรยากาศอบอุ่นภายใน PlayYard
สัปดาห์นี้พบกับ Aftersun ภาพยนตร์ดราม่าที่ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ทั่วโลก ถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำระหว่างพ่อและลูกสาวผ่านทริปพักร้อนในตุรกีเมื่อกว่า 20 ปีก่อน หนังที่ค่อยๆ เล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดและอารมณ์ที่ชวนให้คนดูเก็บไปคิดต่อ เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหากิจกรรมหลังเลิกงาน หรืออยากใช้เวลาช่วงค่ำกับหนังดีในบรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมของว่างและป๊อปคอร์นจาก POPPA
Time: เวลา 19.00-21.00 น.
When: วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569
Where: PlayYard, theCOMMONS Cloud 11
Ticket: ราคา 350 บาท (รับฟรีป๊อปคอร์นจาก POPPA)
Booking: https://www.ticketmelon.com/
More Info: theCOMMONS Cloud 11

Beyond The Vines ชวนทุกคนมาสัมผัสคอลเล็กชันใหม่ Stretch Studio ผ่านป๊อปอัพสุดพิเศษที่ Ice House Rooftop Baths พื้นที่ที่ผสานการออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกาย และการใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว
ตลอด 3 วันของกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะได้ทำความรู้จักกับ Stretch Studio Tote กระเป๋าผ้านีโอพรีนกันน้ำที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เข้ายิม ไปจนถึงเซสชัน Recovery พร้อมร่วมสนุกกับ Lucky Draw เพื่อลุ้นรับส่วนลดและของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Beyond The Vines รวมถึง Pull-Up Challenge ที่ผู้ทำ Pull-up ได้มากที่สุดตลอดกิจกรรมจะได้รับ Stretch Studio Tote กลับบ้าน นอกจากนี้ยังสามารถจอง Contrast Therapy เพื่อสัมผัสประสบการณ์ Ice Bath, Panoramic Sauna และ Magnesium Hot Bath ได้
Time: เวลา 14.00-22.00 น.
When: วันที่ 23-25 กรกฎาคม 2569
Where: Ice House Rooftop Baths, The Fig Lobby Hotel
Ticket: เข้าร่วมงานฟรี / Contrast Therapy ราคา 590 บาทต่อคน (แนะนำให้จองล่วงหน้า)
Booking: www.theicehouse.co
More Info: Beyond The Vines , ICE HOUSE

ใครกำลังมองหาเหตุผลดีๆ ในการแวะไปเดินเล่นย่านทรงวาดช่วงนี้ ลองปักหมุด The Hidden Quarter Market ตลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในโกดังริมน้ำบริเวณตรอกประตูไม้ 100 ปี ชวนทุกคนมาใช้เวลากับการเดินเลือกซื้อของวินเทจ งานคราฟต์ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน และสินค้า Upcycled Design จากหลากหลายร้าน พร้อมนั่งชิลล์ริมแม่น้ำ ถ่ายรูป และรอชมพระอาทิตย์ตก
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันที่ 21 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2569
Where: ตรอกประตูไม้ 100 ปี ทรงวาด โกดังริมน้ำ (ตรงข้าม Adidas)
More Info: Outdoor BKK time

ลืมภาพการแข่งขันที่จริงจังไปก่อน เพราะ Sabai Run Club อยากชวนทุกคนกลับมาสนุกกับการเล่นกีฬาอีกครั้ง ผ่านกิจกรรมที่หยิบแรงบันดาลใจจาก Hybrid Fitness มาใส่ ‘ความสบาย’ ลงไป ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์หรือซ้อมมาก่อน แค่ชวนเพื่อนมาจับทีม แล้วออกไปลองก็พอ
นอกจาก Hybrid Fitness Challenge แล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกตลอดเช้า ไม่ว่าจะเป็น Pickleball, Beach Volleyball, Mini Golf, เซสชันไอซ์บาธ โดย Big Chill พร้อมดีเจเปิดเพลงสร้างบรรยากาศ และเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นวันเสาร์ด้วยการออกกำลังกายแบบไม่กดดัน พร้อมใช้เวลาร่วมกับคอมมูนิตี้ที่รักการเคลื่อนไหวเหมือนกัน
Time: ลงทะเบียน 06.00 น. (กิจกรรมสิ้นสุด 10.00 น.)
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: Asoke Sports Club
Dress Code: โทนสีขาว น้ำเงิน หรือเหลือง (หรือเสื้อ Sabai)
More Info: Sabai Run Club

หนึ่งปีที่ผ่านมา RollingRunClub ไม่ได้สร้างแค่รันคลับ แต่สร้างคอมมูนิตี้ที่เติบโตจากการออกไปวิ่งด้วยกันทุกสัปดาห์ จนกลายเป็นที่มาของคำว่า ‘OUR’ ชื่องานฉลองครบรอบหนึ่งปีที่อยากบอกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ของทุกคนที่เคยร่วมออกเดินทาง ไม่ว่าจะเพิ่งมาวิ่งครั้งแรก หรืออยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรก
เช้าวันเสาร์นี้ ทุกคนจะได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งกับการวิ่งระยะประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนใช้เวลาพูดคุย พบปะ และฉลองช่วงเวลาดีๆ ที่สร้างร่วมกันตลอดหนึ่งปี เพราะสำหรับพวกเขาไม่ได้แค่ชวนคนออกมาวิ่ง แต่เชื่อว่า “We don’t just run – we roll”
Time: นัดพบเวลา 06.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: The Wireless Club, One Bangkok
More Info: RollingRunClub

ชวนเปลี่ยนเช้าวันเสาร์ให้สดชื่นกว่าเดิมกับ Herban Era Run 2026 งานวิ่งที่ผสมผสานการออกกำลังกายเข้ากับเสน่ห์ของสมุนไพรไทย พร้อมเปิดตัว BREW Run Club กับกิจกรรม Luxury Social Run ครั้งแรกในสวนลุมพินี และแขกรับเชิญพิเศษ เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข ที่จะมาร่วมวิ่งและใช้เวลาตลอดช่วงเช้ากับทุกคน
นอกจากการวิ่งระยะ 2.5 และ 5 กิโลเมตร ภายในงานยังมีกิจกรรมที่ชวนให้รู้จักสมุนไพรไทยในมุมใหม่ ทั้ง Herban Experience Zone สำหรับทดลองผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ออกแบบมาเพื่อนักวิ่ง, Herban Food & Drink Zone ที่เสิร์ฟเมนูและเครื่องดื่มจากสมุนไพรไทย รวมถึง Race Pack ที่มาพร้อมเสื้อ BIB เหรียญรางวัล และ Running Kit เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นวันหยุดด้วยการวิ่ง พร้อมเปิดประสบการณ์เวลเนสในบรรยากาศสบายๆ
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: ลานแอโรบิก สวนลุมพินี
More Info: Brew Run Club

สำหรับพี่นักวิ่งคนไหนที่หลงไหลสนีกเกอร์ และวัฒนธรรมเกม The Grey Console นี้คือกิจกรรมที่รวมทั้งสามสิ่งไว้ด้วยกัน ผ่านการเปิดตัว adidas Adizero EVO SL “The Grey Console” by CARNIVAL รองเท้ารุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากความทรงจำในวัยเด็ก การกดปุ่ม Start บนเครื่องเกม และการออกวิ่งที่ทุกก้าวคือการเริ่มต้นครั้งใหม่
ผู้เข้าร่วมจะได้ทดลองวิ่งระยะ 6 กิโลเมตรบนเส้นทางที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ Carnival One Bangkok ก่อนปิดท้ายช่วงเช้าด้วย Post-run Coffee Party พร้อมพบปะคอมมูนิตี้นักวิ่งและคนรักสนีกเกอร์ งานนี้เปิดสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ซื้อรองเท้า adidas Adizero EVO SL “The Grey Console” by CARNIVAL ตามเงื่อนไขที่กำหนด และลงทะเบียนเข้าร่วมล่วงหน้าเท่านั้นนะ
Time: เวลา 06.00-10.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: Carnival One Bangkok
Registration: สำหรับผู้ซื้อรองเท้า adidas Adizero EVO SL “The Grey Console” by CARNIVAL ระหว่างวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569 (จำกัด 100 สิทธิ์ และลงทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง)
More Info: CARNIVAL Running

หากเช้าวันเสาร์ของคุณไม่ได้อยากจบแค่การวิ่ง ลองเพิ่มความท้าทายด้วย 10 KM INTO THE FREEZE กิจกรรมที่ชวนออกไปเก็บระยะ ก่อนปิดท้ายด้วยการแช่น้ำเย็นและซาวน่าเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่ Ice Bath Club Bangkok สถานที่ไอซ์บาธแก่งใหม่ย่านนานา
นอกจากการวิ่งแล้ว ผู้เข้าร่วมยังจะได้สัมผัสประสบการณ์ Recovery แบบครบเซสชัน ทั้ง Ice Bath และ Sauna พร้อมรับ Collector’s Chip และของที่ระลึกจากกิจกรรม เหมาะสำหรับนักวิ่งที่อยากรู้จักศาสตร์การฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย หรือกำลังมองหาเช้าวันเสาร์ที่แตกต่างจากการออกไปวิ่งตามปกติ
Time: เวลา 06.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: Ice Bath Club Nana, JLK Tower
Ticket: 600 บาท (จำกัดเพียง 40 คน)
Booking: Google Forms
More Info: The Ice Bath Club

หากสุดสัปดาห์ของคุณมักเริ่มต้นพร้อมสายจูงและเจ้าสี่ขา DOGS & THE PARK คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เพราะงานนี้ชวนเจ้าของและน้องหมาออกมาใช้เวลาในสวนเบญจกิติ เดินรับอากาศยามเช้าไปพร้อมกับคอมมูนิตี้คนรักสุนัขบนเส้นทางระยะ 3.4 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างทางยังมีมุมถ่ายรูปและโอกาสได้พบปะเพื่อนใหม่ทั้งคนและน้องหมา เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มเช้าวันหยุดแบบเรียบง่าย พร้อมปล่อยให้เจ้าตัวโปรดได้ออกมาวิ่งเล่นและเข้าสังคมบ้าง
Time: เวลา 06.00-08.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: สวนเบญจกิติ
Booking: https://luma.com/07a2qir4
More Info: BKK DOG SCTY.

แน่นอนว่าพี่นักวอ่งแบบเราเชื่อว่าถ้าได้ดื่มกาแฟหลังวิ่งคือรางวัลที่ดีที่สุดของเช้าวันหยุด ถ้าอย่างนั้นคุณต้องมาลองวิ่งงาน Pistachio & Coffee Run เมื่อ theWHOLESOME Run Club จากทีมเดอะคอมม่อน จับมือกับ Meep Meep Run Club ชวนออกไปวิ่งรอบสวนลุมพินี ก่อนกลับมาปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มและขนมจาก Roots และ Pista & Co.
ไม่ว่าจะเลือกวิ่ง จ็อกกิ้ง หรือเดิน ก็สามารถร่วมกิจกรรมได้ทั้งหมด ไฮไลต์อยู่ที่เมนูพิเศษอย่าง Rose Pistachio Latte พร้อมขนมอบสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม โดย 30 คนแรกที่ลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับเครื่องดื่มและขนมฟรี ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนก็สามารถ Walk-in มาร่วมวิ่งและใช้เวลายามเช้ากับคอมมูนิตี้ได้เช่นกัน
Time: นัดเวลา 06.30 น. / เริ่มวิ่ง 07.00-08.00 น.
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: theCOMMONS Saladaeng
Ticket: เข้าร่วมฟรี (Walk-in ได้)
More Info: theCOMMONS Saladaeng

สำหรับใครหลายคน รันคลับไม่ได้เป็นแค่ที่นัดกันออกมาวิ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ได้เจอเพื่อนใหม่ มีคนคอยทักทุกเช้าวันเสาร์ และค่อยๆ กลายเป็นความเคยชินที่ขาดไม่ได้ นั่นคือเหตุผลที่ MORI Run Club เลือกใช้คำว่า Homecoming ในงานฉลองครบรอบ 1 ปี เพราะนี่ไม่ใช่แค่งานวันเกิด แต่เป็นการชวนทุกคนกลับมาที่ ‘บ้าน’ ของคอมมูนิตี้อีกครั้ง
ตลอดช่วงเย็น ผู้เข้าร่วมจะได้วิ่งก่อนต่อด้วยคลาส BodyCombat, Sound Therapy, Silent Disco และ Poolside Party พร้อมเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ทำเฉพาะงานนี้ ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้วันเกิดริมสระในบรรยากาศสบายๆ เหมาะทั้งสำหรับสมาชิกประจำและคนที่อยากรู้จัก MORI Run Club เป็นครั้งแรก
Time: เริ่มเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
When: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
Where: House Lagom สุขุมวิท 20
Ticket: 349 บาท (จำกัด 100 คน)
Booking: Google Forms
More Info: MORI RUN CLUB BKK

ถ้าอยากรู้ว่าภาคเหนือวันนี้ไม่ได้มีแค่ร้านกาแฟหรือวิวภูเขา ลองแวะมาที่ TOOB NORTH พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ภายใน Cloud 11 Park ที่รวบรวมเชฟ ช่างฝีมือ ศิลปิน นักออกแบบ และคอมมูนิตี้จากภาคเหนือมาไว้ในที่เดียว ผ่านนิทรรศการ เวิร์กช็อป และบทสนทนาที่ทำให้เห็นว่างานคราฟต์ยังคงพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับคนรุ่นใหม่
โปรแกรมรอบนี้มาในธีม The Human Hand กับกิจกรรมกว่า 16 รายการ ตั้งแต่งานคราฟต์จากดินเผา การย้อมสีธรรมชาติ ลูกปัดจากเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงโชว์เคสและเวิร์กช็อปที่ชวนเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านสองมือของผู้สร้างสรรค์ เหมาะสำหรับคนที่สนใจงานออกแบบ ศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงใครที่อยากใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับกิจกรรมที่ได้ลงมือทำจริง
สามารถดูกิจกรรมทั้งหมดได้ทาง https://www.instagram.com/mnna.creative/
When: วันที่ 25-26 กรกฎาคม 2569
Where: TOOB NORTH ชั้น 5, Cloud 11 Park
Registration: ลงทะเบียนโดย DM ไปยังผู้จัดแต่ละกิจกรรม
More Info: mnna.creative , Cloud 11 Bangkok

เปลี่ยนเช้าวันอาทิตย์ให้สดใสกว่าที่เคยกับกิจกรรมที่ชวนออกมาขยับร่างกายพร้อมดูแลเส้นผมไปในเวลาเดียวกัน เมื่อ Fullhouse Wellness Club จับมือกับ MISE en SCÈNE จัด Morning Wellness Session ที่รวมทั้งการวิ่ง การยืดเหยียด และแอโรบิกไว้ในเช้าเดียว
ผู้เข้าร่วมจะได้เริ่มต้นด้วย Community Run กับ Coach M ต่อด้วย Stretch Session กับ ครูพลอย PTK ก่อนปิดท้ายด้วยคลาสแอโรบิก พร้อมรับ Perfect Kit จาก MISE en SCÈNE และลุ้นของรางวัลเพิ่มเติมผ่านกิจกรรม เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มวันใหม่ด้วยการออกกำลังกายแบบสนุกๆ พร้อมกลับบ้านด้วยไอเดียการดูแลเส้นผมหลังออกกำลังกาย
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
Where: อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Dress Code: โทนสีส้ม ครีม หรือขาว
Ticket: เข้าร่วมฟรี (จำกัด 150 คน)
More Info: Fullhouse Wellness Club

ถ้าการวิ่งเช้าวันอาทิตย์ยังไม่พิเศษพอ ลองเปลี่ยนมาออกตามหา ‘พี่เสือ’ กับกิจกรรมสนุกๆ จาก Neighborfoot. x Tiger Balm ที่หยิบคาแรกเตอร์ของยาหม่องตราเสือมาเปลี่ยนเป็นเกมระหว่างการวิ่ง พร้อมพานักวิ่งขึ้นไปวอร์มอัพบน Mahanakhon SkyWalk ชั้น 78 ก่อนออกวิ่งรอบเมืองในระยะ 6.5 กิโลเมตร
หลังเข้าเส้นชัย ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้ร่วมเปิด Mystery Box ตามหาเสือหลุดพร้อมรับของรางวัลจาก Tiger Balm และปิดท้ายด้วยช่วงคูลดาวน์ที่ Mahanakhon Square เป็นอีกหนึ่ง Social Run ที่ไม่ได้แข่งกับเวลา แต่ชวนออกมาวิ่ง พบปะผู้คน และเติมสีสันให้เช้าวันหยุด
Time: นัดพบ 06.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
Where: King Power Mahanakhon
Dress Code: สีขาว, ดำ, ส้ม
Ticket: จำกัด 50 คน (ประกาศรายชื่อ 23 กรกฎาคม)
Booking: Google Forms
More Info: Neighborfoot.

หนีเมืองกรุงไปรีเซ็ตพลังกายและใจในบรรยากาศสุดลักชัวรีริมชายหาดพัทยากับ The Ocean Rituals กิจกรรม Wellness Experience จาก Porsche Centre Pattaya, MASON Pattaya และ JOJAI Club ที่ผสานการเคลื่อนไหว ดนตรี อาหาร และไลฟ์สไตล์ไว้ในวันเดียว พร้อมเปิดให้เลือกสัมผัสบรรยากาศได้ทั้งช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
ช่วงเช้าเริ่มต้นด้วย Sunrise Yoga-Barre ท่ามกลางวิวทะเลยามเช้า ต่อด้วยอาหารเช้าเพื่อสุขภาพและ Ice Face Rituals ส่วนช่วงเย็นเปลี่ยนชายหาดให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับ Sunset Barre ที่ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวไปพร้อมกับ Live DJ ก่อนปิดท้ายด้วยคานาเป้และม็อกเทล พร้อมประสบการณ์ทดลองขับ Porsche โดยแต่ละเซสชันรับเพียง 25 คน จึงเหมาะกับคนที่อยากพักจากความวุ่นวาย แล้วใช้เวลาหนึ่งวันกับการเคลื่อนไหว ความสงบ และบรรยากาศริมทะเลอย่างเต็มที่
Time: ตามรอบเวลาที่เลือก (รอบเช้า 05.30-10.00 น. / รอบเย็น 17.00-20.30 น.)
When: วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
Where: MASON Pattaya
Dress Code: โทนสีเบจ, สีดำ และ สีเขียวโอลีฟ
Ticket: Early Bird 2,680 บาท / ราคาปกติ 3,280 บาท (จำกัด 25 คนต่อเซสชัน)
Booking: https://luma.com/a9fk7gij
More Info: Jojai.club , MASON PATTAYA
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 22-28 กรกฎาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อพูดถึงการเที่ยวทะเลของเกาะภูเก็ต หลายคนคงคุ้นเคยกั […]
The post PISCES คาตามารันลำใหม่ ที่ชวนใช้ชีวิตบนทะเลภูเก็ตให้ช้าลงและน่าจดจำ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อพูดถึงการเที่ยวทะเลของเกาะภูเก็ต หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพการตื่นแต่เช้า นั่งสปีดโบ๊ตออกไปตามเกาะต่างๆ ลงเล่นน้ำ ถ่ายรูป แล้วรีบเดินทางต่อเพื่อให้ทันเกาะถัดไป
แต่ PISCES คาตามารันลำใหม่จาก Cape Odyssey เลือกตีความการเที่ยวทะเลอีกแบบ แทนที่จะพยายามพาไปให้ได้หลายเกาะที่สุดภายในหนึ่งวัน กลับชวนให้ผู้โดยสารใช้เวลากับการเดินทางมากขึ้น ตั้งแต่นอนเล่นรับลมบนดาดฟ้า กินอาหารกลางวันแบบไม่ต้องรีบ ไปจนถึงนั่งชมพระอาทิตย์ตกบนเรือระหว่างเดินทางกลับฝั่ง
PISCES เป็นเรือ Power Catamaran ความยาว 26 เมตร หรือประมาณ 86 ฟุต ภายในถูกแบ่งออกเป็นหลายพื้นที่เพื่อให้แขกสามารถเลือกใช้เวลาได้ในแบบของตัวเอง


แม้จะเป็นเรือขนาดใหญ่ แต่ตัวเรือผลิตจากไฟเบอร์กลาสเพื่อให้มีน้ำหนักเบากว่าเรือโครงสร้างเหล็ก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 550 แรงม้า 2 เครื่อง และเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 10-18 น็อต ซึ่งความเร็วในที่นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเร่งเก็บจุดหมายให้มากขึ้นเท่านั้น แต่ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ระหว่างเกาะ และคืนเวลาให้ผู้โดยสารได้อยู่ในแต่ละพื้นที่นานกว่าเดิม
เบื้องหลังโปรเจกต์นี้คือ ไผ่-พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Cape Odyssey ซึ่งเติบโตมากับทะเลอันดามันและการล่องเรือตั้งแต่วัยเด็ก ความตั้งใจของเขาคือการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากทริปสปีดโบ๊ตทั่วไป ให้การนั่งเรือกลายเป็นจุดหมายของวันหยุดจริงๆ
ส่วนชื่อ PISCES ก็มาจากราศีมีน ซึ่งเป็นราศีเกิดของผู้ก่อตั้งและพี่ชายฝาแฝด สะท้อนถึงสัญลักษณ์ปลาสองตัวที่หมายถึงความสมดุล อิสระ และการออกเดินทาง ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับแบรนด์ Cape Odyssey



ขนาดของเรือเป็นสิ่งแรกที่เราสะดุดตา แต่จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบพื้นที่มากกว่าความใหญ่โต พื้นที่ภายนอกปูด้วยไม้สักแท้และออกแบบให้เปิดรับวิวทะเล ตั้งแต่ดาดฟ้าด้านหน้า พื้นที่รับประทานอาหาร เตียงอาบแดด ไปจนถึงฟลายบริดจ์ด้านบนที่เหมาะกับการนั่งพักในช่วงเย็น
ถัดเข้ามาภายในเป็นซาลูนปรับอากาศขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยหน้าต่างบานกว้าง จึงยังมองเห็นวิวแบบพาโนรามาได้แม้เลือกหลบร้อนอยู่ด้านใน นอกจากนี้ยังมีระบบเสียง บูธดีเจ และห้องพักส่วนตัวพร้อมห้องน้ำในตัว สำหรับแขกที่ต้องการพื้นที่สงบระหว่างการเดินทาง โดยบนเรือมีห้องสวีตพร้อมห้องน้ำจำนวน 2 ห้อง
เมื่อเรือจอดกลางทะเล ยังสามารถลงเล่นน้ำหรือเลือกทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ทั้งแพดเดิลบอร์ด เจ็ตเซิร์ฟ ดำน้ำตื้น และ Floating Ocean Pool สระลอยน้ำพร้อมตาข่ายกั้นด้านท้ายเรือ รวมถึงสามารถขอจัดเตรียมกิจกรรมทางน้ำแบบใช้เครื่องยนต์เพิ่มเติมได้



เปิดให้บริการ 2 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์นักเดินทาง ตั้งแต่ผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์บนเรือลำนี้เป็นครั้งแรก ไปจนถึงกลุ่มที่ต้องการเหมาลำสำหรับโอกาสพิเศษ
1. Exclusive Shared Voyages (ทริปเส้นทางอ่าวพังงา)
สำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินทางมาเป็นกลุ่มใหญ่ หรือผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์โดยไม่จำเป็นต้องเหมาลำทั้งลำ โดยทั้งทริปใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ออกเดินทางจากอ่าวปอช่วง 11.00 น. และกลับถึงท่าเรือประมาณ 19.00 น. เส้นทางพาเข้าสู่อ่าวพังงา ผ่านเกาะนาคา เกาะห้อง เขาตะปูหรือ James Bond Island และพื้นที่หน้าผาหินปูน ถ้ำทะเล และลากูนต่างๆ ก่อนจบวันด้วยการชมพระอาทิตย์ตกระหว่างเดินทางกลับ
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงรายชื่อเกาะ แต่เป็นการจัดพื้นที่ให้แขกแต่ละกลุ่มมีมุมของตัวเอง แทนการวางที่นั่งเรียงแน่นเหมือนเรือทัวร์ทั่วไป บรรยากาศบนเรือถูกวางให้อยู่ระหว่างการพักผ่อนริมทะเลกับเสียงเพลงแบบ Beach Groove มากกว่าจะเป็นโบ๊ตปาร์ตี้เต็มรูปแบบ
ความแตกต่างจากเรือทั่วไปของ PISCES คือเลือกจำกัดผู้โดยสารเพียง 45 ท่าน (จากความจุจริงที่รองรับได้ถึง 70-80 ท่าน)
แพ็กเกจ Standard ราคาเริ่มต้น 6,900 บาทสุทธิต่อคน และ VIP ราคา 7,900 บาทสุทธิต่อคน รวมบริการรับ-ส่งจากโรงแรม อาหารบนเรือ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ผลไม้ อุปกรณ์ดำน้ำ เจ็ตเซิร์ฟ แพดเดิลบอร์ด สระลอยน้ำ ผ้าเช็ดตัว ประกันอุบัติเหตุ และเสื้อชูชีพ
สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น สามารถอัปเกรดห้องพัก Private Cabin เพิ่มในราคา 10,000 บาทสุทธิสำหรับ 2 คน
2. Premium Private Charter (เหมาลำส่วนตัว)
อีกรูปแบบสำหรับกลุ่มที่ต้องการเหมาลำและกำหนดการเดินทางด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว การเฉลิมฉลอง ปาร์ตี้ส่วนตัว หรือการรับรองแขกและลูกค้าขององค์กร
เส้นทางสามารถปรับได้ตามความต้องการ ตั้งแต่การล่องในอ่าวพังงา ไปจนถึงเกาะพีพี เกาะราชา เกาะไข่ หรือเกาะไม้ท่อน รวมถึงเลือกจุดรับแขกจากโรงแรม ชายหาด หรือท่าเรือที่สะดวกได้ โดยอาจมีค่า Relocation เพิ่มเติมตามระยะทาง
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 250,000 บาทสำหรับการใช้งาน 8 ชั่วโมง ภายในแพ็กเกจประกอบด้วยอาหารบนเรือ เครื่องดื่ม อุปกรณ์ทางน้ำ ทีมงาน ห้องครัวส่วนตัว รวมถึงสามารถปรับเมนูและเส้นทางให้เหมาะกับโอกาสนั้นๆ ได้


ด้านอาหารบน PISCES ก็ไม่ได้ถูกจัดให้เป็นแค่เพียงมื้อระหว่างทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ตลอดวัน ซึ่งเมนูมีตั้งแต่อาหารไทย เมดิเตอร์เรเนียน และยุโรปร่วมสมัย ไปจนถึงซูชิแฮนด์โรลที่ปรุงสดบนเรือ สำหรับทริปส่วนตัวยังสามารถสั่งเมนูพรีเมียมอย่าง Seafood Tower เพิ่มล่วงหน้าได้
ด้านเครื่องดื่มก็มีทั้งค็อกเทล ไวน์ แชมเปญ และเครื่องดื่มที่ออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศของแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่มื้อกลางวันกลางแดด โดยพื้นที่บาร์และบริการอาหารสามารถปรับให้เหมาะกับงานเฉลิมฉลองหรือโอกาสพิเศษได้เช่นกัน



ท้ายที่สุด PISCES สะท้อนให้เราเห็นว่าความหมายของการเที่ยวทะเลแบบลักชัวรีกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่อาจวัดกันด้วยจำนวนเกาะหรือกิจกรรมที่ทำได้ภายในหนึ่งวัน สู่การมีพื้นที่มากขึ้น ผู้คนน้อยลง และมีเวลาพอที่จะใช้ชีวิตกับทะเลโดยไม่ต้องรีบ
PISCES PHUKET
Exclusive Shared Voyage
Premium Private Charter
Bookings: [email protected]
Call: (+66) 084 393 4531
LINE Official: @piscesphuket
Instagram: PISCES PHUKET
Website: https://piscesphuket.com/
ภาพ: PISCES
The post PISCES คาตามารันลำใหม่ ที่ชวนใช้ชีวิตบนทะเลภูเก็ตให้ช้าลงและน่าจดจำ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในยุคที่คนรุ่นใหม่ถูกรายล้อมด้วยความเร่งรีบต่างๆ จนเกิด […]
The post ทำความรู้จัก Ceiling Service ศิลปะแห่งความเชื่องช้า และเทรนด์นอนนิ่งๆ ฮีลใจคนเมืองในกรุงโซล appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในยุคที่คนรุ่นใหม่ถูกรายล้อมด้วยความเร่งรีบต่างๆ จนเกิดความเหนื่อยล้าสะสม เมืองหลวงที่หมุนไวติดจรวดอย่างกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ กำลังเกิดความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ซึ่งอาจเรียกได้ว่า Architecture of Slowness หรือการออกแบบพื้นที่และประสบการณ์ที่ชวนให้ผู้คนหยุดพักจากจังหวะอันเร่งรีบของเมือง และหนึ่งในโปรเจกต์ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่สุดก็คือ Ceiling Service อีเวนต์ดนตรีบำบัดจากโซลที่เดินทางจัดงานในสถานที่ต่างๆ ทั่วเมือง และเพิ่งจัดงานครั้งที่ 10 เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ชื่อของ Ceiling Service มีแนวคิดมาจากคำในภาษาดัตช์ว่า plafondservice ซึ่งใช้เรียกช่วงเวลาที่เรานอนตาค้างอยู่บนเตียง จ้องมองเพดานในคืนที่นอนไม่หลับ แต่โปรเจกต์นี้เลือกหยิบเอาประสบการณ์อันแสนทรมานนั้นมาพลิกความหมายใหม่ จากเดิมที่เคยจ้องเพดานด้วยความกระวนกระวาย กลายเป็นการเอนหลัง นอนราบ และปล่อยตัวเองไปกับพื้นที่ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เราได้หยุดพักอย่างแท้จริง


Ceiling Service จึงไม่ใช่คอนเสิร์ต ไม่ใช่นิทรรศการ และไม่ใช่คลาสทำสมาธิแบบที่มีขั้นตอนให้ต้องปฏิบัติตาม หากเป็นประสบการณ์ที่อยู่ระหว่างทั้งสามสิ่ง โดยใช้เสียง พื้นที่ และความนิ่งมาประกอบกัน ผู้เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนหรือจับจ้องไปยังเวที
แต่สามารถนอนลงบนที่นอน มองขึ้นไปบนเพดาน ฟังดนตรี อ่านหนังสือ งีบหลับ หรือเพียงใช้เวลาอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ
ภายในพื้นที่จัดงานมีที่นอนพรีเมียมเรียงเต็มพื้น โดย Simmons เป็นหนึ่งในแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่มีส่วนทำให้รูปแบบการรับชมในแนวราบกลายเป็นภาพจำของโปรเจกต์ จากพื้นที่สำหรับการแสดงดนตรีจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นห้องพักผ่อนขนาดใหญ่ ซึ่งผู้คนสามารถเลือกใช้เวลาได้ตามชอบ

ซึ่งในภาษาเกาหลี บางคนเรียกประสบการณ์ลักษณะนี้อย่างขำขันว่า 합법적 눕방 (ฮับบอบจ็อก นุบปัง) หรือการมีพื้นที่ให้นอนเล่นได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ภายใต้คำเรียกที่ดูสนุกนั้นกลับซ่อนความรู้สึกที่คนเมืองจำนวนไม่น้อยเข้าใจร่วมกัน เพราะในชีวิตประจำวันที่ทุกชั่วโมงถูกแบ่งให้กับการทำงาน การเดินทาง การออกกำลังกาย และการพัฒนาตัวเอง การนอนนิ่งๆ โดยไม่มีเป้าหมาย กลับกลายเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่าต้องขออนุญาตตัวเองเสียก่อน
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ Ceiling Service แตกต่างจากกิจกรรม Sound Bath หรือ Meditation ทั่วไป คือความจริงจังในการคัดเลือกศิลปิน ผู้แสดงไม่ได้ถูกเชิญมาเพียงเพื่อสร้างเสียงที่ฟังสบาย แต่ล้วนเป็นศิลปินที่สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างเสียง ความสงบ จิตใจ และการเยียวยาผ่านผลงานของตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง



หนึ่งในศิลปินหลักของ Vol.10 คือ Yogetsu Akasaka พระนิกายเซนจากกรุงโตเกียว ผู้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากผลงาน Heart Sutra Live Looping Remix ซึ่งนำบทสวด Heart Sutra มาผสมผสานกับจังหวะบีตบ็อกซ์และเสียงที่สร้างขึ้นผ่าน Loop Station สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้มองผลงานเหล่านี้เป็นเพียงการทดลองทางดนตรี แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเยียวยาและลดความทุกข์ของผู้ฟังผ่านเสียง
อีกหนึ่งศิลปินหลักคือ Cifika ศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ชาวเกาหลีใต้ อดีตกราฟิกดีไซเนอร์ที่เริ่มต้นเรียนรู้การทำดนตรีด้วยตัวเองผ่านโปรแกรม Ableton ก่อนพัฒนาภาษาทางดนตรีของตัวเองขึ้นมาจากห้องนอน และกลายเป็นหนึ่งในศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของเกาหลี ผลงานของเธอมักสำรวจความสมดุลระหว่างความหนักและความเบา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้จัดเลือกให้มาร่วมสร้างประสบการณ์ใน Ceiling Service
แม้ Cifika และ Yogetsu Akasaka จะมีภูมิหลังและวิธีการทำงานที่แตกต่างกันอย่างมาก คนหนึ่งมาจากดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัย อีกคนมาจากการปฏิบัติแบบเซน แต่จุดที่ทั้งคู่เชื่อมโยงกันคือการใช้เสียงเพื่อสร้างสภาวะบางอย่างให้เกิดขึ้นภายในตัวผู้ฟัง มากกว่าการสร้างการแสดงที่เรียกร้องให้ทุกสายตาจับจ้องอยู่บนเวที
รอบๆ ศิลปินหลักทั้งสองคนยังมีศิลปินแอมเบียนต์จากทั้งเกาหลีและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น K.O.P. 32, sooom, Lim Yong Ju และ Notep มาร่วมสร้างภูมิทัศน์ทางเสียงให้กับงาน ดนตรีแต่ละช่วงจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย แต่ช่วยเปลี่ยนวิธีที่ผู้ร่วมงานรับรู้พื้นที่ เวลา และร่างกายของตัวเอง
เมื่อมองให้กว้างกว่าอีเวนต์เพียงสองวัน Ceiling Service ยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่วัฒนธรรมของกรุงโซล จากเดิมที่การออกไปข้างนอกมักเชื่อมโยงกับการทำกิจกรรม การกินดื่ม และการหาประสบการณ์ กลับเริ่มมีพื้นที่ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัก การฟัง และไม่ต้องมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น ทั้ง Tea House, Sound Bath, Meditation Space ไปจนถึงโปรเจกต์ที่มองว่า ‘การไม่ทำอะไร’ ก็สามารถเป็นประสบการณ์ที่ได้รับการออกแบบอย่างจริงจังได้
แน่นอนว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าโปรเจกต์ลักษณะนี้จะกลายเป็นรูปแบบการพักผ่อนที่อยู่กับเมืองในระยะยาว หรือเป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราวของคนรุ่นหนึ่ง แต่การเดินทางมาถึงครั้งที่ 10 ก็แสดงให้เห็นว่า ความต้องการพื้นที่ซึ่งไม่ได้เรียกร้องอะไรจากผู้คนอาจไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป
ในวันที่โลกพยายามเร่งให้เราทำทุกอย่างได้เร็วขึ้น Ceiling Service เสนอคำตอบที่เรียบง่ายให้กับความเหนื่อยล้าของคนเมือง นั่นคือห้องหนึ่ง เสียงบางอย่าง และการอนุญาตให้ตัวเองอยู่ตรงนั้นต่ออีกสักพัก เพราะบางทีความหรูหราที่หาได้ยากที่สุดในวันนี้ อาจไม่ใช่สิ่งของราคาแพงหรือประสบการณ์อันหวือหวา แต่คือ เวลาและพื้นที่ที่อนุญาตให้เราอยู่นิ่งๆ โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
สามารถติดตามการประกาศจัดงานครั้งถัดไปได้ทาง Instagram: ceiling service
ภาพ: ceiling service
The post ทำความรู้จัก Ceiling Service ศิลปะแห่งความเชื่องช้า และเทรนด์นอนนิ่งๆ ฮีลใจคนเมืองในกรุงโซล appeared first on THE STANDARD.
]]>