ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มองไปทางไหนก็เห็นแต่ท้องฟ้า […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 20-26 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มองไปทางไหนก็เห็นแต่ท้องฟ้าครึ้มๆ ฝนตกแทบทุกวัน ใครที่ต้องเดินทางหรือมีแพลนออกไปข้างนอก อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไว้ด้วยนะ
แต่ถึงแม้ว่าฝนจะตก ต่อให้บรรยากาศจะดูน่านอนแค่ไหน ก็อย่าปล่อยให้วันหยุดต้องผ่านไปอย่างน่าเสียดาย LIFE This Week สัปดาห์นี้เราเลยรวมพิกัดกิจกรรมที่ไม่ต้องกลัวเปียกฝนมาให้ทุกคนหนีไปฮีลใจกันแบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมงานอาร์ตแนวทดลอง ช้อปปิ้งงานคราฟต์ดีไซน์เก๋ๆ ปล่อยใจไปกับนิทรรศการต่างๆ และแอบแถมงานวิ่งของสายแอ็กทีฟมาให้เช่นเคย
ถ้าพร้อมแล้วอย่ารอช้า ปักหมุดลิสต์นี้ ชวนเพื่อน ชวนครอบครัว และคนพิเศษ ออกไปใช้เวลาดีๆ ด้วยกัน

ศุกร์นี้หลังเลิกงานมีคิวไปไหนกันหรือยัง? ถ้ายัง มาปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งสัปดาห์ไปกับ Night Run ที่พาสายแอ็กทีฟรักการกินไปวิ่งรับลมชิลๆ ระยะ 5.2 กิโลเมตรแถวย่านรังสิต แต่ไฮไลต์เด็ดอยู่ตรงที่ พอคูลดาวน์เสร็จปุ๊บ ก็จะได้พุ่งตัวไปให้รางวัลตัวเองกันต่อกับ ‘หมูกระทะ’ ตอนสองทุ่มพอดี เรียกได้ว่าเป็นการออกกำลังกายที่คุ้มสุดๆ
When: วันที่ 22 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 18.00-20.00 น. (เริ่มวิ่ง 18.40 น.)
Where: ร้านองศาหมูกะทะ, คลองหนึ่ง, ปทุมธานี
More Info: Run to the sun club

ปลุกเอนเนอร์จียามเช้าไปกับ ‘Coffee Run’ ที่พาทุกคนมา City run รับแดดอ่อนๆ ระยะ 6 กิโลเมตร โดยจะเริ่มต้นที่ theCOMMONS Saladaeng วิ่งลัดเลาะเป็นลูปรอบย่านสาทรแล้วจบที่เดิม ระหว่างทางทุกคนจะได้แวะรีชาร์จความสดชื่นด้วยสเปเชียลตี้คอฟฟี่และสแน็กที่ Roots ก่อนจะวิ่งวนกลับมาคูลดาวน์ที่จุดเริ่มต้น
ใครอยากเริ่มต้นวันหยุดด้วยไวบ์ดีๆ แบบนี้ เตรียมรองเท้าวิ่งคู่เก่งให้พร้อม แล้วมาเจอกันเวลา 07.00-08.00 น. (นัดรวมตัวบรีฟเส้นทาง 06.45 น.) ได้เลย!
When: วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 07.00-08.00 น. (นัดรวมตัวบรีฟเส้นทาง 06.45 น.)
Where: theCOMMONS Saladaeng, สีลม
More Info: theCOMMONS Saladaeng

สำหรับสายแอ็กทีฟที่เลิฟจังหวะดนตรีต้องถูกใจงานนี้! ‘Tum Taw Run Club x Pickle’ ที่จับเอาการวิ่งซิตี้รันในย่านสวนลุมพินี มาเบลนด์เข้ากับปาร์ตี้ไวบ์สุดคูลให้ทุกคนได้ปล่อยจอยแดนซ์ไปกับเสียงเพลงแบบยาวๆ ใครที่อยากปิดท้ายสุดสัปดาห์ด้วยเอนเนอร์จีล้นๆ เตรียมตัวมาให้พร้อม พกของมาเท่าที่จำเป็นนะ เพราะงานนี้ไม่มีจุดรับฝากกระเป๋า แล้วมาจอยกันเลย!
When: วันที่ 24 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 17.00-23.30 น.
Where: Pickle.BKK, สวนลุมพินี
More Info: Durian Radio

เช้าวันหยุดนี้ถ้าใครยังไม่ได้มีแพลนจะไปไหน สวมรองเท้าคู่โปรดแล้วมาวิ่งแถวเจริญกรุงกันกับรูท City Run ระยะ 6.6 กิโลเมตร ที่จะพาทุกคนไปรับลมชิลๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถมยังได้เมกเฟรนด์พูดคุยกับเพื่อนใหม่ในคอมมูนิตี้คนคอเดียวกัน ถ้าใครอยากได้รูปสวยๆ พร้อมรีชาร์จความสดชื่น แนะนำว่าห้ามพลาดเด็ดขาด!
When: วันที่ 24 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 06.45-08.30 น.
Where: Togeta Coffee, สีลม
More Info: Mellow Sundae

เปลี่ยนบรรยากาศมารับลมทะเลกันบ้าง! กับงาน ‘KOFF & COLD x SSC’ งานวิ่งที่จะทุกคนไปสัมผัส Morning Vibes สุดเฟรช พาวิ่งรับแดดอ่อนๆ เลียบชายหาดในระยะ 5 กิโลเมตร แล้วกลับมาพักเบรกพักจิบกาแฟ เอ็นจอยกับกิจกรรมสนุกๆ ค่อยสวิตช์โหมดกลับมาฮีลร่างกายขั้นสุดด้วย Ice Bath Recovery แช่น้ำแข็งฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ที่รับรองว่าทั้งเย็นสะใจแน่นอน ก่อนจะจบกิจกรรมแยกย้ายกันไปพักผ่อน
เตรียมหยิบรองเท้าวิ่งคู่เก่ง ผ้าเช็ดตัว และชุดเปลี่ยนมาให้พร้อม แล้วพุ่งตัวไปกันได้เลย!
When: วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 05.30-10.00 น.
Where: Rosetta Beach Club, บางแสน, ชลบุรี
More Info: SEA SUN CLUB

สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหากิจกรรมฮีลกายฮีลใจในเช้าวันหยุด ลองแวะมาที่งานนี้ ‘Move & Chill Mat Pilates Pool Party vol.2’ คลาส Mat Pilates บนรูฟท็อปรับแสงแดดอ่อนๆ ให้จิตใจได้ผ่อนคลาย จากนั้นก็ถึงเวลาสลัดชุดกีฬาเปลี่ยนมาเป็นชุดว่ายน้ำ แล้วไปปล่อยจอยกับพูลปาร์ตี้ริมสระกันต่อแบบเก๋ๆ เรียกได้ว่าที่นี่เป็นที่ชาร์จพลังสำหรับแก๊งสาวๆ โดยเฉพาะ!
When: วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 06.30-09.30 น.
Where: KROMO Bangkok, สุขุมวิท 29
Dress Code: สีขาว, เขียว, ชมพู และเหลือง
More Info: Fullhouse Wellness Club

วันพฤหัสบดีแบบนี้ ใครหาที่แฮงก์เอาต์ในไวบ์ดีๆ หรือเลิกงานแล้วยังไม่รีบไปไหน ลองแวะมาปล่อยจอยที่ Bar335 กัน! กับโชว์สุดพิเศษจาก Srirajah Rockers วงเร็กเกสัญชาติไทย ซึ่งความฟินคือเราจะได้ดูการเล่นสดแบบ Full Band ในระยะประชิดเลย ฟีลเหมือนมานั่งฟังเพื่อนเล่นดนตรีให้ฟังชิลๆ นอกจากนี้ยังมี DJ Nerddude มาเปิดแผ่นวอร์มอัปให้ด้วย
When: วันที่ 21 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป
Where: BAR335, สุขุมวิท 39
More Info: bar335bkk

ใครที่เป็นสายชาเลิฟเวอร์ห้ามพลาด เพราะ AVANTCHA Tea & Cocktail Bar ตรงทองหล่อ จัดอีเวนต์พิเศษต้อนรับวันชาสากล หยิบเอาใบชาหอมๆ มาทวิสต์เป็นค็อกเทลเก๋ๆ เพียบ แถมภายในงานยังมีกิจกรรมที่หลากหลาย
When: วันที่ 21-24 พฤษภาคม 2569
Time: เปิดทุกวันอาทิตย์ – วันพุธ เวลา 09.00-21.00 น. และวันพฤหัสบดี – วันเสาร์ เวลา 09.00-00.00
Where: AVANTCHA Tea & Cocktail Bar, ทองหล่อ
More Info: AVANTCHA TH

เมื่อไหร่ที่เราเบื่อความจำเจ หรืออยากออกไปเจอผู้คนใหม่ๆ เตรียมปักหมุดขยับออกไปนอกตัวเมืองที่ The Lake Club เมืองทองธานี เพราะสัปดาห์นี้เขามีอีเวนต์น่ารักๆ อย่าง ‘Fanzoned’ สปีดเดตติ้งที่ฉีกกฎความเกร็งแบบเดิมๆ เปลี่ยนการทำความรู้จักคนแปลกหน้าให้กลายเป็นความสนุก แถมยังได้นั่งรับลมริมทะเลสาบฟีลดีสุดๆ
ภายในงานเราจะได้นั่งคุยทำความรู้จักเพื่อนใหม่ (หรืออาจจะได้คนรู้ใจกลับบ้าน) แบบสลับคู่สนทนากันทุกๆ 5 นาที รอบละชั่วโมงครึ่ง ใครเป็นสายขี้อายหรือกลัวเดดแอร์ก็ไม่ต้องห่วง เพราะบนโต๊ะเขามีการ์ดคำถาม เป็นตัวช่วยให้บทสนทนาลื่นไหลขึ้น ทั้งการ์ดสีขาวไว้ละลายพฤติกรรมชิลๆ และการ์ดสีแดงสำหรับชวนคุยเรื่องที่ลึกซึ้งขึ้น เพื่อเช็กทัศนคติและเคมีกันแบบเรียลๆ
อีกหนึ่งกิมมิกน่ารักๆ คือเดรสโค้ดที่ใส่มาบอกสถานะ! ถ้าใครโสดให้ใส่สี ‘แดง-ขาว’ ส่วนใครแค่อยากมาจอยๆ นั่งคุยหาเพื่อนใหม่ให้ใส่ ‘สีดำ’ หรือถ้าคุยกับใครแล้วเคมีตรงกันจนกดแมตช์ในแอป RizzUp ได้สำเร็จ ก็ควงแขนกันไปรับคราฟต์ค็อกเทลสูตรพิเศษฟรี
สามารถจองรอบและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.ticketmelon.com/studio11206/talk-that-talk-fanzoned
When: วันที่ 23-24 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 14.30-21.30 น.
Where: The Lake Club, เมืองทองธานี, นนทบุรี
Dress Code: สีแดง ขาว และดำ
More Info: The Lake Club

หากว่าชอบต้นไม้ใบหญ้า หรือหลงรักการเอาตัวเองไปอยู่ใกล้ธรรมชาติ ต้องรีบพุ่งตัวมาที่นิทรรศการ ‘The Biophilia Scape’ ของคุณไปรยา เกตุกูล ที่หยิบเอาคอนเซปต์ ‘Biophilia’ หรือความผูกพันลึกๆ ของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติมาเล่าผ่านภาพวาด
และความเก๋ของงานนี้คือ เขาจะพาเราซูมเข้าไปดูโลกใบจิ๋วของธรรมชาติแบบใกล้ชิดสุดๆ ทั้งกลีบดอกไม้ เส้นใยของใบไม้ หรือแท้แต่แมลงตัวจิ๋ว ที่ปกติเราอาจจะรีบเดินผ่านไปเฉยๆ แต่ศิลปินเขาเก็บดีเทลมาวาดให้ละมุนมากขึ้น ฟีลลิงเหมือนเราได้หยุดพักสายตาจากความวุ่นวาย แล้วมาโฟกัสกับความสวยงามเล็กๆ รอบตัวที่เราอาจจะเผลอมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน
ส่วนใครอยากมาปล่อยใจจอยๆ ให้ธรรมชาติบำบัดผ่านงานศิลปะ แวะมาเช็กอินกันได้ แถมเปิดเข้าชมฟรีอีกด้วย
When: วันนี้ – 5 กรกฎาคม 2569
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
Where: RCB Galleria 4 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok)
More Info: rivercitycontemporary

เตรียมตัวมาฮีลใจกันที่งาน ‘The Living Ground Hope’s Garden’ สำหรับใครที่เป็นสายเดินชมงานอาร์ตและชื่นชอบคาแรกเตอร์ดีไซน์ ทุกคนจะได้พักผ่อนและอินไปกับไวบ์สวนปิกนิกสุดชิคกลางห้าง เซนทรัล เอ็มบาสซีภายในงานมีกิจกรรมให้เอนจอยมากมายที่จัดยาวๆ ถึงเดือนมิถุนายน ไม่ว่าจะเป็น
เรียกได้ว่างานที่ได้ครบทั้งงานอาร์ต ช้อปปิ้งของกุ๊กกิ๊ก แถมยังได้รับความผ่อนคลายกลับบ้านไปแน่นอน
When: วันที่ 22 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Where: Central Embassy
More Info: happeningmag

ใครยังพอมีเวลาเหลือ ลองมาเดินเล่นดูงานอาร์ตแนวทดลองล้ำๆ แถวเยาวราชกัน กับโปรเจกต์ศิลปินกลุ่ม ‘อีเหละเขละขละ’ มาแปลงร่างแกลเลอรีเป็นห้องทดลองแสงสีเสียงสุดมันส์ เอนจอยกับผลงานได้แบบเต็มที่ แถมยังมี 2 กิจกรรมเด็ดๆ ให้เข้าร่วม
When: ล้อมวง: วันที่ 23, 31 พฤษภาคม 2569 และวันที่ 13, 20 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00-16.00 น.
Where: บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle)
More Info: Bangkok Kunsthalle

เตรียมหยิบเสื่อปิกนิกผืนโปรดให้พร้อม! แล้วมาปล่อยใจไปกับ ‘The Field Society’ ที่เปลี่ยนพื้นที่สีเขียวให้กลายเป็นโอเอซิสของคนเมือง สามารถนั่งแฮงเอาต์ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ เสพงานศิลป์ และฟังดนตรีสดในบรรยากาศร่มรื่น ที่สำคัญคือพาน้องหมาน้องแมวมาจอยด้วยกันได้อย่างเต็มที่
ภายในงานจะมี 9 โซนไฮไลต์ ให้ทุกคนได้มาเอ็นจอยและใช้เวลาร่วมกันตลอดวัน
When: วันที่ 23-24 และ 30-31 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 10.00-19.00 น.
Where: Happitat (Festie Town and Lumis Theater Hall), อาคาร Festie Town ต่อเนื่องไปจนถึง Forest at The Forestias (บางนา)
More Info: Happitat Thailand
ภาพ: Courtesy of Brand
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 20-26 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครมีแพลนไปโตเกียวช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ อาจอยากปักหมุ […]
The post TOKYO LIGHTS 2026 เปลี่ยนโตเกียวยามค่ำคืน เชียร์ศิลปินไทยแข่ง Projection Mapping ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครมีแพลนไปโตเกียวช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ อาจอยากปักหมุดงานนี้ไว้เลย เพราะ TOKYO LIGHTS 2026 เทศกาลแสงสีและ Projection Mapping กลางกรุงโตเกียว กำลังจะกลับมาอีกครั้งระหว่างวันที่ 23-31 พฤษภาคม 2569 บริเวณอาคารรัฐบาลกรุงโตเกียว ย่านนิชิ-ชินจูกุ และสวนชินจูกุชูโอ
ปีนี้อีกหนึ่งไฮไลต์คือการได้ Tao Tsuchiya นักแสดงหญิงชาวญี่ปุ่น มารับหน้าที่ทูตอย่างเป็นทางการของงาน หลังจากที่เธอเป็นแฟนของงานนี้มาตั้งแต่ปี 2022 โดย Tao เล่าว่า สิ่งที่ทำให้เธอประทับใจที่สุดคือบรรยากาศที่เหมือนได้ “หลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง” ผ่านแสง เสียง และงานศิลปะที่โอบล้อมผู้คนไว้ด้วยกัน
ธีมหลักของปีนี้คือ VISIBLE TOKYO ที่ชวนมองโตเกียวผ่าน 5 มุมมอง ทั้งเมือง ธรรมชาติ ความรู้สึก ความสัมพันธ์ และจินตนาการ ผ่านงาน Light Art Park ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปะแสงจากศิลปินญี่ปุ่นและนานาชาติไว้ทั่วพื้นที่สวน
หนึ่งในงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ GAIA ผลงานอินสตอลเลชันขนาดยักษ์จากศิลปินอังกฤษ Luke Jerram ที่จำลองโลกเสมือนจริงจากภาพถ่ายของ NASA และจะมาเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นภายในงานนี้ ผู้ชมจะได้สัมผัสความรู้สึกเหมือนกำลังมองโลกจากอวกาศจริงๆ
อีกหนึ่งส่วนสำคัญของงานคือการแข่งขัน 1-minute Projection Mapping Competition เวทีแข่งขันระดับนานาชาติ ที่เปิดให้ศิลปินจากทั่วโลกส่งผลงานวิดีโอความยาวไม่เกิน 1 นาที 59 วินาทีเข้าประกวด ปีนี้มีผลงานส่งเข้าร่วมกว่า 412 ชิ้น จาก 65 ประเทศทั่วโลก ภายใต้หัวข้อ “บทสนทนา” และมีตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วม ทั้งในฐานะกรรมการและผู้เข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันด้วย
ตัวงานเข้าชมฟรี แต่บางโซน โดยเฉพาะพื้นที่ชม Projection Mapping จำเป็นต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เนื่องจากจำนวนที่นั่งมีจำกัด
#TheStandardLIFE #TheUrbanGuidetoWellbeing #1minutepm #1minutepm2026 #tokyolights #projectionmapping #videomapping #プロジェクションマッピング
The post TOKYO LIGHTS 2026 เปลี่ยนโตเกียวยามค่ำคืน เชียร์ศิลปินไทยแข่ง Projection Mapping ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตื่นเช้ามาพร้อมกับการเตรียมตัวรับมือและวางแผนตารางงานช่ […]
The post กางปฏิทินรอ! ครม. เคาะ 16 ต.ค. 69 เป็นวันหยุดพิเศษ กทม. พร้อมสั่ง WFH 3 วัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตื่นเช้ามาพร้อมกับการเตรียมตัวรับมือและวางแผนตารางงานช่วงปลายปีกันแต่เนิ่นๆ ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติไฟเขียวให้ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งมีคำสั่งให้หน่วยงานราชการใน กทม. ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง หรือ Work from Home (WFH) เป็นเวลา 3 วัน เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรและอำนวยความสะดวกในช่วงการประชุมใหญ่ระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
สำหรับการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นอีเวนต์ทางการเงินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี โดยคาดว่าจะมีรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง และผู้บริหารสถาบันการเงินระดับโลกกว่า 15,000 คน จาก 190 ประเทศเดินทางมายังกรุงเทพฯ
เพื่อให้ภาพรวมการคมนาคมในเมืองหลวงคล่องตัวที่สุด ตารางการทำงานและการหยุดในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม ระหว่างวันที่ 12-16 ตุลาคม 2569 จะถูกปรับเปลี่ยนดังนี้
สําหรับภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา: ทางรัฐบาลได้ ‘ขอความร่วมมือ’ โดยเฉพาะหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โดยรอบสถานที่จัดงาน ให้พิจารณามาตรการที่เหมาะสม เช่น การปรับมาทำ WFH หรือปรับเวลาการทำงานตามความเหมาะสม เพื่อลดความหนาแน่นบนท้องถนน
แน่นอนว่าสัปดาห์นั้นจะกลายเป็นช่วงเวลาที่คนกรุงได้รีเซ็ตจังหวะชีวิตพอสมควรเลย เพราะเมื่อนับรวมวันหยุดราชการปกติในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม และวันหยุดพิเศษในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เท่ากับว่าในสัปดาห์นั้นเราจะได้หยุดยาวกับเสาร์-อาทิตย์ แถมวันทำการที่เหลือยังเป็นการ Work from Home แทบทั้งหมด
สำหรับคนเมืองแบบเรา นี่คือโอกาสดีในการวางแผนแบบเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งทำงานชิลๆ ในต่างจังหวัด หรือวางแผนทริปพักผ่อนยาวๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในเมืองหลวงไปพร้อมกับการต้อนรับผู้นำความคิดระดับโลกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ใครมีแพลนอยากไป Staycation หรือจองตั๋วเที่ยวช่วงนั้น แนะนำให้เริ่มบุ๊กกิ้งกันไว้ได้เลย
ภาพ: Shutterstock
The post กางปฏิทินรอ! ครม. เคาะ 16 ต.ค. 69 เป็นวันหยุดพิเศษ กทม. พร้อมสั่ง WFH 3 วัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
Sitting is the new cancer – วาทะกรรมนี้ Tim Cook […]
The post Design for Sweat ไอเดียออกแบบพื้นที่ ชวนขยับร่างกาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
Sitting is the new cancer – วาทะกรรมนี้ Tim Cook กล่าวไว้เมื่อครั้งเปิดตัว Apple Watch นาฬิกาข้อมือที่ไม่ได้ใช้แค่บอกเวลาแต่มันยังคอยกระตุ้นเตือนให้คุณขยับร่างกายมากขึ้นด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการนั่ง (ทำงาน) แช่อยู่กับที่นาน ๆ จนอาจเกิดผลเสียกับสุขภาพได้ในที่สุด แก่นแนวคิดในการออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นนี้ยังขยายไปถึงแวดวงสถาปัตยกรรม อินทีเรียดีไซน์ ตลอดจนแลนด์สเคป โดยเฉพาะการออกแบบออฟฟิศสเปซยุคใหม่เพื่อใส่ใจวิถี Wellbeing Workplace ของพนักงานมากขึ้น และกระตุ้นให้เหล่าคนทำงานอยากขยับร่างกาย มีความสุขในการเสียเหงื่อ เพื่อสุขภาวะที่ดีขึ้น งานดีไซน์ที่แทรกความหวังดีและคิดเผื่อคนอื่นนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองไปดูกัน

บันไดอาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เหนื่อยมากเกินไปจนคนออฟฟิศไม่อยากเดิน บวกกับลิฟท์อาจเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีเยี่ยมจนทำให้คนขี้เกียจเดินไปด้วย แล้วปกติอาคารต่าง ๆ ก็มักนิยมออกแบบบันไดซ่อนไว้ในซอกหลืบอาคารที่เข้าถึงยากและไม่ค่อยปลอดภัยเสียเท่าไร ทั้งยังคับแคบ (เพื่อประหยัดพื้นที่) จนทำให้รู้สึกอึดอัดจนไม่อยากใช้ ปัญหาเหล่านี้เองที่ทำให้ Foster + Partners ตั้งเป็นโจทย์สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนการออกแบบใหม่เพื่อทำให้คนอยากเดินมากขึ้น

เคสน่าสนใจนี้ก็คืออาคารสำนักงานใหญ่ของสื่อยักษ์ Bloomberg ในลอนดอน โดยสถาปนิกได้ออกแบบไฮไลท์เด่นกลางตึกอย่าง Vortex ให้เป็นเส้นทางลาดเอียงหมุนวนคดเคี้ยวไปมาเพื่อเชื่อมต่อทุกพื้นที่ทำงานทั้ง 6 ชั้นเข้าด้วยกัน ทางเดินนั้นกว้างราว 3 คนยืนเรียงหน้ากระดาน สามารถเดินสวนกันได้แบบไม่เบียดจนอึดอัด ขั้นบันได้ถูกปรับดีไซน์ให้เป็นทางลาดแบบเล่นระดับลดหลั่นลงไปเรื่อย ๆ เพื่อทำให้ก้าวสะดวกเดินสบายยิ่งขึ้น และปลอดภัยยิ่งกว่า แถมแพทเทิร์นเส้นทางนั้นโค้งวนแบบไม่มีฟอร์มตายตัวทำให้รู้สึกสนุกในการเดินมากยิ่งขึ้น นอกจากจะออกแบบสวยจนกระตุ้นให้คนอยากเดินแล้วอีกวัตถุประสงค์หนึ่งก็เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน (ลิฟท์) ภายในตึกลงด้วย แล้วนี่ก็คือหัวใจสำคัญหนึ่งสำหรับการออกแบบอาคารนี้ให้กลายเป็นอาคารสำนักงานที่ยั่งยืนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย

เคสต่อมานี้ยังคงเป็นเรื่องการออกแบบบันไดให้ชวนเดิน ความตั้งใจของ UNStudio ต้องการออกแบบสำนักงานใหญ่ของ Booking.com ในกรุงอัมสเตอร์ดัมให้เป็นออฟฟิศเดินได้ ผังเส้นทางเดินทั้งหมดออกแบบเชื่อมต่อกันไปจนถึงเชื่อมกับโซนระเบียงด้านในแต่ละชั้นตลอดจนเชื่อมสู่สะพานบันไดที่พาดผ่านโถงกลางตึก เส้นทางทั้งหมดถูกออกแบบให้เดินเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสะดวกตั้งแต่แรกก้าวเข้าสู่ตัวอาคารไปจนถึงพื้นที่ทำงานทุกโซนหรือแม้กระทั่งโซนพักผ่อน rooftop ชั้นบนสุดโดยไม่ต้องใช้ลิฟท์เลยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่าเราไม่สามารถห้ามใครไม่ให้ใช้ลิฟท์ได้ ทางสถาปนิกจึงตั้งโจทย์ให้ตัวเองเพิ่มด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ภายในให้ร่มรื่นเหมือนเดิมอยู่ท่ามกลางธรรมชาติซึ่งตรงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเส้นทางเดินป่าขึ้นเขาตามธรรมชาติจริง แล้วในส่วนของบันไดนั้นสถาปนิกตั้งใจออกแบบให้เป็นสไตล์บันไดขั้นถี่สลับพื้นราบพักเหนื่อย มีความชันพอสมควรเพื่อให้คนได้เสียเหงื่อออกกำลังกายกันจริง การออกแบบนี้ไม่ใช่ใส่ใจแค่เรื่องคุณภาพชีวิตเท่านั้นแต่ยังให้ความสำคัญกับสุขภาพอีกด้วย อย่างน้อยตอนเลิกงานแค่พนักงานตัดสินใจเดินลงบันไดนอกจากจะเพลิดเพลิน (สร้างสุขภาพจิตที่ดีได้ด้วย) ก่อนกลับบ้าน วันนั้นคุณก็ได้ออกกำลังกายบ้างแล้วล่ะ

ยุคนี้เทรนด์ Biophilic Design (การออกแบบเชิงวิถีธรรมชาติ) กำลังมาแรง อาคารสำนักงานหลายแห่งจึงตั้งใจออกแบบพื้นที่ให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น การตกแต่งอาคารลักษณะนี้ไม่ใช่แค่เอากระถางต้นไม้มาจัดวางหรือแซมสีเขียวเข้าไปแบบผักชีโรยหน้าเท่านั้น ทว่ามันคือการตกแต่งอาคารแบบวิถีธรรมชาติ หรือสเกลใหญ่หน่อยก็คือการออกแบบภูมิทัศน์เชิงวิถีธรรมชาติเข้าไปให้ร่มรื่นกลมกลืนกับอาคารและมีระบบนิเวศเติบโตยั่งยืนยาวนานได้ด้วยตัวเอง

เคสสร้างสวนป่าไว้บนตึกที่น่าสนใจและดังไปทั่วโลกนี้ก็คือ AIA East Gateway อาคารสำนักงานสีเขียวในกรุงเทพฯ นี่เอง โปรเจกต์นี้ทาง Shma Company Limited เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบระบบนิเวศควบคู่ไปกับการออกแบบอาคาร มีการคำนึงถึงระบบการจัดการและหมุนเวียนน้ำ (Water Circulation) เพื่อให้วิถีธรรมชาติเติบโตได้ด้วยตัวเอง และให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสวนป่าตามธรรมชาติจริง นอกจากนี้ยังออกแบบลู่วิ่งแทรกตัวเข้าไปด้วย เสริมจุดพักผ่อนตลอดจนยิมออกกำลังกายใต้ร่มไม้ร่มรื่น เหล่านี้ล้วนดึงดูดใจให้คนอยากออกมาเดินเล่นผ่อนคลายหรือออกกำลังกายเสียเหงื่อมากขึ้น

อาคารขวัญใจนักเดิน-นักวิ่งมีกันเยอะแล้วคราวนี้พามาดูอาคารขวัญใจนักปั่นกันบ้าง โปรเจกต์ Ledger นี้เป็นอาคารสำนักงานแนวราบผสม Community Mall ที่ตั้งอยู่ในเขต Bentonville รัฐ Arkansas เมืองที่ได้ชื่อว่ามีวิถีและวัฒนธรรมจักรยานที่แข็งแกร่งเบอร์ต้นของอเมริกา ดูผิวเผินอาคารนี้อาจไม่ต่างอะไรจากตึกสไตล์โมเดิร์นทั่วไปเท่าไร ทว่าหากมองลึกลงไปจะพบดีเทลที่ชวนเสียเหงื่อได้อย่างน่าออกแรงทีเดียว

จุดเด่นของการออกแบบสถาปัตยกรรมนี้ก็คือการดีไซน์โซนด้านหน้าอาคารให้เป็นทางลาดชันซิกแซกต่อเนื่องจากชั้นล่างสุดจนถึงด้านบนสุดของอาคาร เส้นทางนี้สร้างขึ้นเพื่อให้เราสามารถปั่นจักรยานขึ้นไปบนอาคารแต่ละชั้นได้สะดวก จุดเริ่มต้นของเส้นทางด้านล่างยังเชื่อมต่อสู่ถนนสาธารณะให้เป็นเส้นทางจราจรเดียวกันแบบสะดวกสบายไร้รอยต่อด้วย นอกจากเลนส์ปั่นจักรยานจะกว้างขวางและสวนทางได้อย่างปลอดภัยแล้วบริเวณนี้ก็ยังใช้เป็นทางเดินปกติสำหรับคนทั่วไปที่ต้องการเดินออกกำลังกายให้ได้เหงื่ออีกด้วย

การเลือกอาคารสำนักงานในแนวราบแทนแนวดิ่งอาจเลือกลดปริมาณลิฟท์แล้วส่งเสริมให้คนเดินแทนได้ แต่บริษัทที่จะทำแบบนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพน่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีทุน (หนา) และมีพื้นที่กว้างขวางเสียมากกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ Google Bay View Campus ในซิลิคอนแวลลีย์ที่ Heatherwick Studio ตั้งใจดีไซน์อาคารแนวราบขนาดใหญ่ให้เป็นโถงกว้างภายใต้หลังคาโดมเดี่ยวสุดล้ำ สิ่งที่กระตุ้นให้อยากขยับร่างอาจไม่ใช่แนววิถีธรรมชาติแต่กลับเป็นการดีไซน์สเปซแนว Creative & Artistic Concept ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบแถมไม่มีฟอร์มตายตัว บวกกับระบบทำงานแบบ Flexible Workspace ที่ทุกคนสามารถมูฟไปนั่งตรงโซนไหนก็ได้ตามต้องการ ความหลากหลายของสเปซดีไซน์ก็เลยเป็นสิ่งดึงดูดใจให้อยากเปลี่ยนบรรยากาศขยับขยายย้ายที่ไปได้เรื่อยอย่างอิสระ

อีกอาคารที่สร้างสรรค์ได้ชวนมูฟก็คือ Meta EMEA Headquarters ที่ Dublin ใน Ireland ซึ่งทาง STUDIOS Architecture ออกแบบภายในให้มีสีสันสดใสอย่างมีเทสต์ ปลุกหัวใจวัยเด็กให้เราอยากสนุกขึ้นมาได้ดีทีเดียว จุดเด่นชวนเดินก็คือบันไดโซนกลางตึกที่โปร่งโล่งสบายและเส้นทางดูไม่น่าเบื่อ โถงกลางยังทำให้เราเห็นความสนุกในการสร้างสรรค์พื้นที่ทำงานต่าง ๆ ที่ชวนให้เราอยากมูฟไปยังจุดโน้นจุดนี้อีกด้วย โดยไอเดียสร้างสรรค์ให้แต่ละห้อง (แต่ละมุมทำงาน) มีบรรยากาศแตกต่างกันไปจนน่ามูฟไปใช้งานก็สามารถประยุกต์ใช้ได้กับออฟฟิศบนอาคารสูงหรือมีพื้นที่ไม่มากได้เช่นกัน
อ้างอิง
The post Design for Sweat ไอเดียออกแบบพื้นที่ ชวนขยับร่างกาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เผลอแป๊บเดียวเราก็เดินทางมาถึงช่วงกลางเดือนกันแล้ว สัปด […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 13-19 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เผลอแป๊บเดียวเราก็เดินทางมาถึงช่วงกลางเดือนกันแล้ว สัปดาห์นี้เมืองดูจะดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่กลับเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของกรุงเทพฯ
LIFE This Week สัปดาห์นี้เลยอยากชวนทุกคนพักจากโหมดความวุ่นวาย มาเป็นการให้เวลากับตัวเองผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เริ่มต้นด้วยการออกไปสูดอากาศรับลมเย็นบนรูฟท็อปริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ริเวอร์ซิตี้ หรือจะหลบไปหาความสงบที่นิ่งสนิทท่ามกลางโลกสีครามใต้ท้องทะเลกับคลาสโยคะและพิลาทิสที่ SEA LIFE
สำหรับใครที่อยากขยับร่างกาย สัปดาห์นี้ก็ยังมีงานวิ่งให้เห็นอยู่ประปราย ส่วนสายช็อปของวินเทจก็ไม่ต้องน้อยหน้า เตรียมพุ่งตัวไปเจองานเซลที่ลานจอดรถเซนทรัลพระราม 9 ต่อด้วยการไปเดินตลาดคราฟต์ที่ GalileOasis หรือจะแวะไปช็อปหนังสือในห้องสมุดสุดคลาสสิกอย่างเนียลสัน เฮส์ ก็ฮีลใจได้ไม่แพ้กัน หากพร้อมแล้ว มาออกแบบสัปดาห์นี้ให้เป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้เวลากับตัวเองในแบบที่เป็นคุณกัน

เมื่อความบ้าและความคลั่งไคล้ในศิลปะถูกปลดปล่อยออกมาในโครงการ MMADness is Calling ณ แมด (MMAD), มันมัน ศรีนครินทร์ พื้นที่แห่งนี้กำลังกลายเป็นจุดหมายสำคัญที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีแสง มีเสียง และมีพื้นที่แสดงออกผ่านผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Installation Art, Mixed Media, Painting และงาน Design
สำหรับ 6 ศิลปินกลุ่มแรกที่จะมาสร้างปรากฏการณ์เติมไฟให้กับผู้ชม ประกอบด้วยผลงานที่น่าสนใจจาก 6
Gallery
ใครที่อยากเห็นพลังความตั้งใจของเหล่าศิลปินแบบเต็มอิ่ม เตรียมตัวไปเดินมุงและเสพอาร์ตในไวบ์ที่แตกต่างได้เลย จริงๆ งานนี้จัดยาวไปถึงปีหน้าและเข้ามชมฟรี แต่ 6 ศิลปินกลุ่มแรกจัดถึงเดือนหน้านะ
Time: เวลา 11.00-19.00 น.
When: วันนี้ – 21 มิถุนายน 2569 (6 ศิลปิน กลุ่มแรก)
Where: MMAD GALLERY ชั้น 2, มันมัน ศรีนครินทร์ (ซีคอนสแควร์)
More Info: MMAD MunMun Art Destination

กลับมาต่อกันที่สัปดาห์ที่ 2 กับงาน ‘โละ’ LOH Summer Sale ที่ครั้งนี้ยึดพื้นที่ลานจอดรถชั้น 6 มาสร้างบรรยากาศตลาดนัดหน้าร้อนที่ใหญ่และเดือดที่สุด! ใครที่พลาดวีคแรกไป วีคนี้เขาเสริมทัพด้วยขบวน Carboot Sale ที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าขนของรักมาโละกันแบบจริงจัง ตั้งแต่เสื้อผ้า Accessories ของสะสมหายาก ไปจนถึงไอเท็มราคาดีที่พร้อมให้คุณได้ “รื้อ” กันอย่างเมามันส์
นอกจากจะได้คุ้ยของดีราคาโดนใจแล้ว ตัวสถานที่ยังเป็นพื้นที่เพดานสูง ทำให้เดินสบาย ไม่ต้องกลัวแดดหรือฝน แถมแสงสวยถ่ายรูปขึ้นสุดๆ พร้อมเซตดีเจที่คอยเปิดเพลงสร้างมู้ดซัมเมอร์ให้คุณช้อปได้เพลินๆ ตั้งแต่บ่ายยันดึก ใครเป็นสายวินเทจหรือชอบลุ้นของดีราคาหลักร้อย งานนี้ต้องปักหมุดมาสักวัน
Time: เวลา 14.00-22.00 น.
When: วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2569
Where: ชั้น 6 ลานจอดรถ เซนทรัล พระราม 9
Ticket: หน้างาน 100 บาท
More Info: LOH SUMMER SALE

กลับมาอีกครั้งกับงานขายหนังสือมือสองประจำปีของ Neilson Hays Library ห้องสมุดสุดคลาสสิกบนถนนสุรวงศ์ ที่รอบนี้จัดหนักจัดเต็มยาวนานถึง 9 วัน ภายในงานรวบรวมหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษนับพันเล่ม ครอบคลุมทุกแนวตั้งแต่เล่มหายากไปจนถึงหนังสืออ่านเล่นทั่วไป รวมถึงนิตยสารและดีวีดีในราคาสุดมิตรภาพ เริ่มต้นเพียงเล่มละ 20 บาทเท่านั้น นอกจากจะได้หนังสือติดมือกลับบ้านแล้ว ทุกการช้อปของคุณยังมีส่วนสำคัญในการช่วยดูแลและบำรุงรักษาอาคารประวัติศาสตร์อายุร้อยกว่าปีแห่งนี้ให้คงความสวยงามต่อไป แถมครั้งนี้เขายังแอบสปอยล์ว่าจะมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ เพื่อแทนคำขอบคุณนักอ่านทุกคนด้วย ใครที่อยากมาเดินเลือกหนังสือในบรรยากาศกึ่งพิพิธภัณฑ์สุดชิล ปักหมุดวันมาได้เลย
Time: เวลา 09.30-17.00 น.
When: วันที่ 16-24 พฤษภาคม 2569
Where: ห้องสมุดเนียลสัน เฮส์ (ถนนสุรวงศ์)
More Info: The Neilson Hays Library

เตรียมตัวมาเช็คลิสต์ไอเท็มในตะกร้ากับงาน Bucket List Market ตลาดนัดศิลปะประจำเดือนพฤษภาคม ที่รวบรวมเหล่าศิลปินและนักสร้างสรรค์มาปล่อยของกันแบบจุใจ ภายใต้คอนเซปต์ที่จะพาเราย้อนกลับไปมีความสุขและสนุกกับสิ่งรอบตัวเหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้ง
ภายในงานคุณจะได้พบกับสินค้าประเภท Design-to-desire ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นงานคราฟต์ทำมือ, สติ๊กเกอร์, โปสการ์ด, ของสะสม ไปจนถึงกิจกรรม Hobby ต่างๆ ที่จะช่วยสปาร์คไอเดียใหม่ๆ ให้กับคุณ ท่ามกลางบรรยากาศสวนลับและตึกเก่าสุดคลาสสิกของ GalileOasis บอกเลยว่าเป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการมาเดินเล่น ถ่ายรูป และอุดหนุนผลงานที่ชื่นชอบกลับบ้านกัน
Time: เวลา 10.00-19.00 น.
When: วันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569
Where: GalileOasis (ราชเทวี)
More Info: GalileOasis

เมื่อ Re coffee ร้านกาแฟสุดเท่แห่งปากน้ำ โคจรมาพบกับ Copse Studio แบรนด์รองเท้าและเครื่องหนังทำมือจากปากน้ำเช่นเดียวกัน เกิดเป็นโปรเจกต์ ‘The Local Craft Club’ ที่ตั้งใจเปลี่ยนคาเฟ่แห่งนี้ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้งานคราฟต์สุดคึกคัก
ภายในร้านคุณจะได้พบกับไอเท็มพิเศษอย่าง Joint Bag กระเป๋าโท้ทใบยักษ์ที่นำหนังมาดีไซน์ผสมผสานกับสแตนเลสได้อย่างลงตัว และที่พลาดไม่ได้คือเมนูเครื่องดื่ม เอ็กซ์คลูซีฟที่ครีเอทมาเพื่อโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ โดยเลือกใช้เมล็ดกาแฟไทยจากลำปางที่ให้โน๊ตกลิ่นอายคล้ายหนัง เสิร์ฟมาพร้อมลูกเล่นเก๋ๆ อย่างควันที่พุ่งออกมาเมื่อเปิดแก้ว นอกจากนี้ยังมี Photo Booth ที่ให้คุณถ่ายรูปแล้วนำมาทำพวงกุญแจ D.I.Y. ได้ทันที บอกเลยว่าเป็นงานที่ลงมือทำเองทุกขั้นตอนจนสัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริงๆ และในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ คุณจได้พบกับ DJ Keito จากญี่ปุ่น ที่มา Live DJ ยาวๆ 2 ชั่วโมงเต็ม
Time: เวลา 08.00-17.00 น.
When: วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569
Where: Re Coffee ปากน้ำ, สมุทรปราการ
More Info: Re Coffee , Copse Studio

เปลี่ยนบรรยากาศจากการวิ่งเรียกเหงื่อ มาบาลานซ์ร่างกายและจิตใจรับความสงบในโลกใต้ท้องทะเลกันสักหน่อย กับ ‘Whisper of the Underwater World VOL.2’ ที่ SEA LIFE Bangkok Ocean World สยามพารากอน ที่ชวนทุกคนตื่นเช้ามาทำ Deep Ocean Pilates เคลื่อนไหวร่างกายช้าๆ ไปพร้อมกับเหล่าฝูงปลา ก่อนจะปิดท้ายด้วย Sound Healing คลื่นเสียงบำบัดที่ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าและเยียวยาจิตใจแบบขั้นสุด
ส่วนใครที่ไม่มีอุปกรณ์ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเขามีเสื่อพิลาทิสเตรียมไว้ให้แล้ว แถมยังมีของขวัญเป็นลิปวีแกนจาก Akins ให้ติดมือกลับบ้านด้วย แนะนำว่าพกถุงเท้าหรือคาร์ดิแกนมาด้วยนิดนึงก็ดีนะ เพราะแอร์ข้างในค่อนข้างเย็น
Time: เวลา 06.30-08.30 น.
When: วันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569
Where: SEA LIFE Bangkok Ocean World, สยามพารากอน
Dress Code: ขาว / ชมพู / เหลือง
More Info: Kaew Pilates Studio

สลัดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แล้วมาเติมเอนดอร์ฟินให้ร่างกายกับคลาสออกกำลังกายสุดมันส์บนรูฟท็อปสุดชิล ไม่ว่าคุณจะเป็นสายย่อหรือสายเต้น งานนี้มีคุณครูผู้เชี่ยวชาญมานำเต้นทั้ง Aerobic และ Zumba ในจังหวะสนุกๆ ที่เน้นความมันส์เป็นหลัก ท่าเต้นง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้แม้ไม่มีพื้นฐาน
นอกจากจะได้เรียกเหงื่อแบบสะใจแล้ว ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการได้ออกกำลังกายไปพร้อมกับชมวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือโค้งน้ำเจ้าพระยา เป็นการรีเซ็ตพลังงานยามเย็นที่ดีต่อใจและดีต่อสุขภาพสุดๆ ใครที่กำลังมองหาพื้นที่ปล่อยใจและอยากหาเพื่อนใหม่สายแอ็กทีฟ เตรียมชุดออกกำลังกายให้พร้อมแล้วมาเจอกันบนดาดฟ้านะ
Time: เวลา 18.00-19.00 น.
When: วันพฤหัสบดีที่ 14 และ 28 พฤษภาคม 2569
Where: RCB Rooftop ชั้น 5, ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
More Info: River City Bangkok

เตรียมรองเท้าคู่ใจให้พร้อม แล้วออกมาสัมผัสบรรยากาศการวิ่งซิตี้รันที่เท่ที่สุดในย่านนี้ กับการคอลแลปส์พิเศษระหว่าง รีย์รัน รีเรน และ Carnival Running ที่ชวนทุกคนมาวิ่งสำรวจย่านอารีย์เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ NANA Coffee Roasters Ari คาเฟ่สุดดีไซน์เก๋ย่านอารีย์
งานนี้ไม่ใช่แค่การวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่เป็นการรวมตัวของเหล่าพี่นักวิ่งที่มีสไตล์ โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะได้สวม Exclusive T-shirt ของงานออกมาวาดลวดลายบนถนนด้วยกัน และที่พลาดไม่ได้คือช่วง Coffee Party ตั้งแต่ 7 โมงครึ่งเป็นต้นไป ให้ทุกคนได้จิบกาแฟดีๆ พูดคุย และแลกเปลี่ยนพลังงานบวกในคอมมูนิตี้คนรักการวิ่งและสตรีทแฟชั่นแบบใกล้ชิดกัน
Time: เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
When: วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569
Where: NANA Coffee Roasters Ari (อารีย์ ซอย 4)
More Info: NANA Coffee , โคตรคูล , Carnival Running

สัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ยามเช้าผ่านเส้นทาง The Morning Bird Route ที่จะพาคุณวิ่งสำรวจแลนด์มาร์กสำคัญๆ เริ่มต้นจากสวนรมณีนาถ ผ่านสวนสราญรมย์ วัดพระแก้ว สนามหลวง เสาชิงช้า และไปสิ้นสุดที่วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) เป็นรูทที่รวมทั้งความฟิตและวิวสวยๆ ของพระนครไว้ในที่เดียว
หลังจากวิ่งเสร็จ ก็มาผ่อนคลายร่างกายกันต่อกับเซสชันโยคะเป็นเวลา 30 นาที เพื่อยืดเหยียดและคืนความสดชื่นให้กับกล้ามเนื้อ ก่อนจะปิดท้ายเช้าที่แสนสดใสด้วยการจิบเครื่องดื่มดีๆ และร่วมแชร์พลังงานบวกในคอมมูนิตี้ที่ CHALOR.home specialty เป็นการ Detox ทั้งร่างกายและจิตใจที่ลงตัวที่สุดสำหรับเช้าวันหยุด
Time: เวลา 07.00-14.00 น.
When: วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569
Where: CHALOR.home specialty (ย่านบำรุงเมือง)

เตรียมรองเท้าวิ่งให้พร้อม แล้วเอาตัวเองไปคลุกคลีให้เข้ากับมู้ดของย่านพญาไท ในกิจกรรมวิ่ง City Run ระยะทางกำลังดีที่ 5 กิโลเมตร เริ่มต้นเช้าวันหยุดด้วยการสูดอากาศและสำรวจมุมต่างๆ ของเมือง ก่อนจะกลับมาคลายร้อนด้วยประสบการณ์พิเศษจาก Electrolux Portable Blender
ไฮไลต์หลังเข้าเส้นชัยคือคุณจะได้สนุกกับการ Blend your own smoothie ออกแบบรสชาติสมูทตี้หรือโปรตีนเชคในแบบที่คุณชอบด้วยเครื่องปั่นพกพาที่ทั้งรวดเร็วและสดใหม่ เป็นการรีชาร์จพลังงานหลังวิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่รักสุขภาพและชอบความสนุกไปพร้อมกัน ใครที่ลงทะเบียนไว้แล้วไปเจอกันนะ
Time: เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
When: วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569
Where: PAAK Phayathai (พญาไท)
Dress Code: BLACK BLUE หรือ WHITE GREY
More Info: rollingrunclub
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 13-19 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลางเดือนมิถุนายนนี้ กรุงเทพฯ กำลังจะกลับมาคึกคักอีกครั […]
The post Bangkok World Music Day 2026 ชวนคนกรุงฟังดนตรีฟรีที่ One Bangkok appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลางเดือนมิถุนายนนี้ กรุงเทพฯ กำลังจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ One Bangkok ร่วมกับ Alliance Française Bangkok สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ Live Promotions เตรียมจัดงาน ‘Bangkok World Music Day 2026’ หรือ เทศกาลดนตรีกรุงเทพ ‘69 เทศกาลดนตรีฟรีขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากเทศกาลระดับโลกอย่าง Fête de la Musique โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 นี้
หลังประสบความสำเร็จเมื่อปีที่แล้วโดยมีผู้ร่วมงานเกือบ 7,000 คน ปีนี้เทศกาลกลับมาใหญ่กว่าเดิม พร้อมศิลปินไทยและต่างชาติกว่า 30 ราย บน 5 เวทีทั่วพื้นที่ One Bangkok และสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ครบทั้งป๊อป อินดี้ ฮิปฮอป แจ๊ส หมอลำ อิเล็กทรอนิกส์ และดีเจเซ็ต รวมถึงโชว์พิเศษจากการร่วมงานของศิลปินไทยและต่างประเทศ
โดยหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Ballroom ที่เฉลิมฉลองวัฒนธรรม Voguing ผ่านการเต้นและการแสดงสุดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังมีตลาดอาหาร กิจกรรม Interactive และพื้นที่ Busking สำหรับศิลปินหน้าใหม่ตลอดทั้งวัน
สำหรับเทศกาลต้นแบบอย่าง Fête de la Musique เริ่มต้นในฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2525 ก่อนขยายไปกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ภายใต้แนวคิดที่อยากให้ ‘ดนตรีเป็นของทุกคน’
ใครอยากหาที่เดินเล่น ฟังเพลง และใช้เวลากับบรรยากาศสนุกๆ กลางกรุงเทพฯ นี่น่าจะเป็นอีกงานที่ไม่ควรพลาดของเดือนมิถุนายน
ภาพ: Bangkok World Music Day
The post Bangkok World Music Day 2026 ชวนคนกรุงฟังดนตรีฟรีที่ One Bangkok appeared first on THE STANDARD.
]]>
หัวใจของการใช้ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้มันอย่างไร แต่ […]
The post VATANIKA เปิดตัว ‘Equilibrium’ นิยามใหม่ของความลักชัวรีและ Well-being appeared first on THE STANDARD.
]]>
หัวใจของการใช้ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้มันอย่างไร แต่คือเราใส่คุณภาพและความสุขลงไปในทุกช่วงเวลาได้มากแค่ไหน เพื่อให้ทั้งเวลาและความสุขของเรายืนยาวออกไป และได้แบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตกับคนที่เรารัก และรักเรา
วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง VATANIKA
หากพูดถึงชื่อ VATANIKA เชื่อว่าสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคือแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและสไตล์อันเฉียบคม ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็น แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา สร้างแรงบันดาลใจผ่านรันเวย์แฟชั่นและรายการ Online Reality Series ที่ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่การโชว์งานดีไซน์ แต่คือการนำไลฟ์สไตล์ที่มีรสนิยมเข้ามาใกล้ชิดผู้คนมากขึ้น
ล่าสุด VATANIKA กำลังขยับไปอีกขั้น ด้วยการก้าวข้ามขอบเขตของแฟชั่นสู่การเป็น Experience Architect ในโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า ‘Equilibrium’ ซึ่งเป็นการนิยามมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมาแบรนด์พิสูจน์ให้เห็นว่าสไตล์ที่แท้จริงไม่เคยแยกออกจากคุณภาพของการใช้ชีวิต และโปรเจกต์ Equilibrium คือบทพิสูจน์นั้น โดยเปลี่ยนจากการออกแบบเสื้อผ้า มาเป็นการออกแบบประสบการณ์ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการ ‘Live Fully’ (ใช้ชีวิตเต็มที่) และ ‘Live Well’ (ดูแลตัวเองอย่างดี) ให้เกิดขึ้นจริง โดยโปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากความเชื่อง่ายๆ แต่ทรงพลังว่าคุณภาพชีวิตไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข แต่คือความรู้สึกข้างใน
View this post on Instagram
ความน่าตื่นเต้นครั้งแรกจะเริ่มต้นขึ้นที่ ภูเก็ต ในเดือพฤษภาคม 2569 นี้ กับทริปส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแขกทีได้รับเชิญเท่านั้น ซึ่งในทริปนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Reignwood Group ที่จะพาทุกคนออกไปสัมผัสประสบการณ์ Equilibrium กันบนเรือยอชต์สุดหรู
หลายคนอาจจะติดภาพว่า การขึ้นเรือยอร์ชจะต้องหมายถึงปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับเธอเลือกที่จะตีความใหม่เพื่อพิสูจน์ว่า เราสามารถสนุกกับชีวิตอย่างเต็มที่ไปพร้อมๆ กับการดูแลร่างกายได้ ยิ่งไปกว่านั้น
ทริปนี้ยังได้ Layan Life by Anantara Layan Phuket Resort เข้ามาช่วยออกแบบประสบการณ์สุขภาพแบบเฉพาะบุคคลให้กับแขกแต่ละท่าน เพื่อให้มั่นใจว่าสมดุลที่แต่ละคนได้รับนั้นเหมาะสมและทรงพลังที่สุด นี่คือการผสมผสานระหว่างความลักชัวรีและ Well-being ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน และนี่คือการนำเสนอประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้จริงว่าสมดุลที่แท้จริงนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ใครที่อยากติดตามรายละเอียดและแรงบันดาลใจได้ทางช่องทางโซเชียลมีเดียของ VATANIKA
ภาพ: VATANIKA
The post VATANIKA เปิดตัว ‘Equilibrium’ นิยามใหม่ของความลักชัวรีและ Well-being appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลางกรุงโรม เมืองแห่งอารยธรรมและประวัติศาสตร์ รถยนต์คลา […]
The post Anantara Concorso Roma งานรถคลาสสิกที่เปลี่ยนกรุงโรมเป็นเวที La Dolce Vita [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลางกรุงโรม เมืองแห่งอารยธรรมและประวัติศาสตร์ รถยนต์คลาสสิกอิตาเลียนกว่า 70 คันจากทั่วโลก รวมตัวกันเพื่อแสดงความงาม งานฝีมือ และวิถีชีวิตแบบ La Dolce Vita ที่ทำให้อิตาลีมีวัฒนธรรมยานยนต์ทรงอิทธิพล
นี่คือ “Anantara Concorso Roma” งานคอนคอร์โซครั้งปฐมฤกษ์ที่ Anantara Hotels & Resorts และ UBS จัดขึ้นในกรุงโรม ระหว่างวันที่ 16-19 เมษายนที่ผ่านมา โดยมี Anantara Palazzo Naiadi Rome Hotel เป็นศูนย์กลาง พร้อมใช้สถานที่สำคัญอย่าง Villa Borghese, Casina Valadier และ Piazza Bucarest เป็นฉากหลังให้รถคลาสสิก งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์อิตาเลียน

สำหรับคนรักรถ Anantara Concorso Roma คือการรวมตัวของ Ferrari, Lamborghini, Maserati, Alfa Romeo, Lancia และ Fiat ในสภาพที่หาชมได้ยาก แต่สำหรับคนที่สนใจการเดินทางและวัฒนธรรม นี่คือภาพของกรุงโรมในอีกมิติ เมืองที่นำประวัติศาสตร์ งานฝีมือ อาหาร และเสน่ห์ของสถานที่ มาสร้างประสบการณ์ร่วมสมัยที่ชวนให้ผู้คนอยากเดินทางไปสัมผัส

เสน่ห์ของ Anantara Concorso Roma เริ่มต้นจากการเลือก “กรุงโรม” เป็นฉากหลัก เพราะในอิตาลี รถคลาสสิกไม่เคยเป็นเพียงวัตถุสะสม แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับศิลปะ แฟชั่น สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตมาอย่างยาวนาน การพารถยนต์อิตาเลียนกลับมารวมตัวกันใน Eternal City จึงไม่ต่างจากการพางานออกแบบจากหลายยุคสมัยกลับมาสนทนากับต้นกำเนิดของตัวเองอีกครั้ง
งานนี้มี Anantara Palazzo Naiadi Rome Hotel เป็นจุดเริ่มต้น ก่อนที่ไฮไลต์ในวันเสาร์ที่ 18 เมษายน จะพารถทุกคันไปจัดแสดง ณ Casina Valadier และ Piazza Bucarest ภายใน Villa Borghese รถคลาสสิกเหล่านี้จึงไม่ได้ถูกวางไว้ในฮอลล์ปิดแบบงานยานยนต์ทั่วไป แต่ปรากฏอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์จริงของกรุงโรม มีทั้งประวัติศาสตร์ ความงาม แสงแดด และจังหวะชีวิตของเมืองเป็นองค์ประกอบร่วม

งาน Anantara Concorso Roma เป็นประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่างานรวมรถคลาสสิก โดยจัดแสดง Ferrari, Lamborghini, Maserati และแบรนด์ดังอื่นๆ ให้เข้ากับการเดินทางและสถาปัตยกรรมของกรุงโรม ภายใต้แนวคิด La Dolce Vita delle Automobili งานนี้จึงไม่เพียงเป็นการประกวดรถคลาสสิกครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี แต่ยังเป็นการคืนวัฒนธรรมยานยนต์อิตาเลียนสู่ชีวิตเมือง และทำให้กรุงโรมเป็นส่วนสำคัญของงาน ไม่ใช่แค่ฉากหลัง
บรรยากาศงานต่อเนื่องด้วยมื้อกลางวันพร้อมแชมเปญ และค่ำคืนที่ Palazzo Brancaccio ที่รวมอาหาร ความบันเทิง และบทสนทนาไว้ในประสบการณ์เดียวกัน รถคลาสสิกจึงเป็นสื่อกลางพาผู้คนเข้าสู่โลกอิตาลี ที่ความงามไม่ได้มีแค่บนตัวรถ แต่อยู่ในแสงเมือง รสอาหาร เสียงสนทนา และจังหวะชีวิตแบบโรมัน
จุดเด่นของงานปีแรกคือการเปลี่ยน “รถคลาสสิก” ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอิตาเลียนอย่างแท้จริง ผ่านรถยนต์กว่า 70 คัน และการประกวด 16 คลาส ตั้งแต่รถ Zagato ก่อนสงครามจนถึงไฮเปอร์คาร์ แบรนด์ดัง เช่น Ferrari, Lamborghini, Maserati, Alfa Romeo, Lancia, Fiat และ Pagani สะท้อนภาพ La Dolce Vita delle Automobili โดยเน้นการมองรถเหล่านี้ในฐานะงานออกแบบที่แสดงถึงรสนิยม เทคโนโลยี และจิตวิญญาณของแต่ละยุค



รถคลาสสิกถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอิตาลี เช่นเดียวกับสถาปัตยกรรม แฟชั่น และอาหาร รถอิตาเลียนโดดเด่นด้วยสมรรถนะ เส้นสายที่เปี่ยมอารมณ์ งานฝีมือ และการผสมผสานศิลปะกับการใช้งาน การเดินชมรถที่ Villa Borghese จึงเหมือนการชมแกลเลอรีกลางแจ้งที่จัดแสดงยานยนต์ซึ่งมีประวัติศาสตร์ เคยโลดแล่นบนถนนและการแข่งขันจริง
ในงานที่เต็มไปด้วยรถอิตาเลียนระดับตำนาน Maserati V4 Sport Zagato ปี 1932 คือคันที่ได้รับรางวัลสูงสุด Best of Show หรือ La migliore automobile del Concorso ไม่ใช่แค่เพราะความงามหรือความหายาก แต่เพราะรถคันนี้มีประวัติศาสตร์เข้มข้นพอ ๆ กับเมืองที่มันเดินทางกลับมาเยือนอีกครั้ง

รถคันนี้เคยมีเจ้าของคนแรกเป็นแพทย์ผู้มั่งคั่งในกรุงโรม ก่อนจะหวนคืนสู่เมืองแห่งนี้อีกครั้งในรอบ 94 ปี ตัวรถถูกผลิตขึ้นเพียง 2 คันทั่วโลก โดยคันที่คว้ารางวัลในงานนี้คือคันที่สอง ต่อมาได้รับการออกแบบตัวถังใหม่โดย Zagato ในปี 1934 เป็นโรดสเตอร์สีเขียวทูโทนอันเป็นเอกลักษณ์
ความพิเศษอยู่ที่เครื่องยนต์ V16 ซึ่งเกิดจากการนำเครื่องยนต์ Tipo 26 ขนาด 2,000 ซีซี จำนวน 2 เครื่องมาวางต่อกัน จนกลายเป็นงานวิศวกรรมเชิงทดลองของอิตาลีในทศวรรษ 1930 และเคยพา Maserati V4 ทำสถิติความเร็วโลกในปี 1929 ด้วยความเร็ว 246 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
หลังจากนั้น รถคันนี้ถูกขายให้ Erik Verkade ชาวเนเธอร์แลนด์ ก่อนจะถูกถอดแยกชิ้นส่วนหลังการรุกรานของเยอรมนี โดยเครื่องยนต์ V16 ถูกซ่อนไว้ในห้องนอนนานถึง 5 ปี ต่อมารถถูกส่งต่อให้นักสะสมในสหราชอาณาจักร และได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถันจนกลับมาสง่างามอีกครั้ง
ชัยชนะของ Maserati V4 Sport Zagato ในกรุงโรมจึงไม่ใช่แค่ชัยชนะของรถที่สวยที่สุดในงาน แต่เป็นชัยชนะของเรื่องเล่า งานฝีมือ และความทรงจำที่ยังเดินทางต่อได้ แม้เวลาจะผ่านไปเกือบหนึ่งศตวรรษ

Anantara Concorso Roma สะท้อนบทบาทของโรงแรมหรูในวันที่ “การเข้าพัก” เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ที่กว้างกว่าเดิม เพราะ Anantara Palazzo Naiadi Rome Hotel ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ต้อนรับแขกหรือจุดนัดพบของเจ้าของรถ แต่กลายเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมกรุงโรม รถคลาสสิก อาหาร การเดินทาง และบทสนทนาเข้าด้วยกัน ก่อนต่อยอดประสบการณ์ทั้งหมดออกไปสู่พื้นที่สำคัญอย่าง Villa Borghese, Casina Valadier และ Palazzo Brancaccio

ความร่วมมือกับ UBS, Richard Mille, Lockton Wattana และพันธมิตรลักชัวรีอื่นๆ ทำให้งานนี้เป็นมากกว่าอีเวนต์รถยนต์ แต่เป็นการรวมโลกยานยนต์ งานฝีมือ การลงทุน การเดินทาง และไลฟ์สไตล์ระดับสูงไว้ในประสบการณ์เดียวกัน วิลเลียม ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้ง Minor International บริษัทแม่ของ Anantara และนักสะสมรถคลาสสิก เห็นว่างานครั้งแรกนี้ประสบความสำเร็จเกินคาด ทั้งจากคอลเล็กชันรถอิตาเลียน ฉากหลังของกรุงโรม และการนำ ‘La Dolce Vita’ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง


The post Anantara Concorso Roma งานรถคลาสสิกที่เปลี่ยนกรุงโรมเป็นเวที La Dolce Vita [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าช่วงนี้ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน สุดสัปดาห์นี้มีอีกหนึ […]
The post แวะชิมซอฟท์เสิร์ฟที่ OREO MATCHA HOUSE appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าช่วงนี้ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน สุดสัปดาห์นี้มีอีกหนึ่งที่น่าแวะไปในกรุงเทพฯ เมื่อ OREO เปิดป็อปอัปคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นชื่อ OREO MATCHA HOUSE ที่เซ็นทรัล พาร์ค มีให้เที่ยวแค่ 3 วันเท่านั้น ระหว่าง 8–10 พฤษภาคมนี้ ใครที่คิดถึงญี่ปุ่นอยู่ หรืออยากหาที่ถ่ายรูปสวยๆ ใจกลางเมือง ลองแวะมาได้
โซนนี้ตกแต่งโทนฟ้าและเขียวเอิร์ธโทนสบายตา มีน้องมาเนะคิเนโคะ แมวนำโชคยักษ์คอยต้อนรับอยู่ด้านหน้า บรรยากาศมาแบบมินิมอล แต่มีรายละเอียดที่น่ารักแฝงอยู่
ส่วนเมนูก็ไม่ธรรมดา มีให้เลือกสามเมนู ได้แก่ OREO Fuji Soft Serve ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟมัตจะเนื้อนุ่มเบาหวานละมุน OREO Fuji Float ชาเขียวเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมมัตจะในแก้วเดียวกัน และ OREO Hokkaido Donut โดนัทสไตล์ฮอกไกโดเนื้อเบาชุ่มฉ่ำ นอกจากนั้นยังมีสินค้าใหม่อย่าง OREO Soft Serve Matcha และ OREO Cheese-su ให้ได้ลิ้มลองด้วย
ใครอยากได้ของฝากหรือของสะสมกลับบ้าน ที่นี่มีของที่ระลึกลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ทำมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ มีจำนวนจำกัดและเปิดแค่สามวันเท่านั้น งานจัดที่ชั้น 4 บริเวณลานเชื่อมสวนลอยฟ้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค


The post แวะชิมซอฟท์เสิร์ฟที่ OREO MATCHA HOUSE appeared first on THE STANDARD.
]]>
ที่ผ่านมา Whoop ถือเป็นเจ้าตลาดของ wearable สุขภาพแบบไม […]
The post Fitbit Air กับ Whoop ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่า? appeared first on THE STANDARD.
]]>
ที่ผ่านมา Whoop ถือเป็นเจ้าตลาดของ wearable สุขภาพแบบไม่มีหน้าจอที่นักกีฬาและคนรักสุขภาพจริงจังใช้กันมาหลายปี จุดขายคือวัดละเอียด ข้อมูลลึก แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลที่ครบครันก็ต้องจ่ายค่า subscription รายปีประมาณหกพันบาท
ล่าสุด Google เปิดตัว Fitbit Air มาแข่งตรงๆ ในราคาที่ถูกลงกว่าครึ่ง เป็น wearable สุขภาพแบบไม่มีหน้าจอเหมือนกัน คำถามคือ แล้วมันต่างกันยังไง และแบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่า?
Fitbit Air ราคา $99.99 จ่ายครั้งเดียว แล้วฟีเจอร์หลักส่วนใหญ่ก็ใช้งานได้เลย ทั้ง heart rate, sleep tracking, SpO2 และข้อมูลสุขภาพพื้นฐานอื่นๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ถ้าอยากได้ Google Health Coach ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และแนะนำเพิ่มเติม ก็จ่ายเพิ่ม $9.99 ต่อเดือน ซึ่งซื้อแล้วได้ทดลองใช้ฟรี 3 เดือน ถ้าชอบก็ไปต่อ ถ้าไม่อินก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

ส่วน Whoop 5.0 ไม่มีราคาตัวเครื่อง แต่ต้องสมัคร subscription ก่อนถึงจะได้อุปกรณ์มา แพ็กเกจถูกสุดชื่อ Whoop One อยู่ที่ $199 ต่อปี แต่ถ้าอยากได้ฟีเจอร์ครบหรืออุปกรณ์รุ่น MG ที่มี ECG ราคาอยู่ที่ $359 ต่อปี และที่สำคัญถ้าหยุดจ่าย subscription ฟีเจอร์หลักของอุปกรณ์ก็จะใช้งานต่อไม่ได้แบบเต็มรูปแบบ
เมื่อเทียบการใช้งาน 3 ปี ค่าใช้จ่ายของ Fitbit Air จะถูกกว่าการใช้แพ็กเกจเริ่มต้นของ Whoop ค่อนข้างมาก และยิ่งต่างชัดขึ้นเมื่อเทียบกับแพ็กเกจระดับสูงของ Whoop

ทั้งสองตัววัดข้อมูลสุขภาพพื้นฐานได้ใกล้เคียงกัน ทั้ง heart rate ตลอดวัน, sleep stages, SpO2, HRV และ skin temperature แต่แนวทางการใช้ข้อมูลนั้นต่างกันพอสมควร
Whoop 5.0 เก็บข้อมูล biometric ถี่มาก และมีจุดเด่นด้านการวิเคราะห์ recovery กับ performance ที่ละเอียดกว่า โดยเฉพาะ Strain และ Recovery score ที่ช่วยบอกว่าวันนี้ร่างกายพร้อมรับภาระได้แค่ไหน และฟื้นตัวแล้วหรือยัง
ส่วน Fitbit Air ใช้ Gemini AI มาช่วยอ่านและอธิบายข้อมูลผ่าน Google Health Coach ซึ่งพูดคุยได้เหมือนถามเพื่อน พูดให้เข้าใจง่ายคือ Whoop ให้ข้อมูลที่ลึกและละเอียดกว่า แต่ Fitbit Air พยายามทำให้ข้อมูลสุขภาพเหล่านั้นเข้าใจง่ายกว่า

Whoop 5.0 อยู่ได้ประมาณ 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วน Fitbit Air อยู่ได้ประมาณ 7 วัน ทั้งสองตัวถูกออกแบบมาให้ใส่สบายและเบากว่าสมาร์ทวอชทั่วไปมาก โดยเฉพาะเวลานอนหรือใส่ติดตัวทั้งวัน
ด้านการกันน้ำ ทั้งคู่สามารถใส่ออกกำลังกายหรือใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย แต่ Fitbit Air ดูจะเหมาะกับสายว่ายน้ำมากกว่าเล็กน้อย
อันที่จริงไม่มีคำตอบที่ถูกต้องและตายตัว Whoop จะเหมาะกับคนที่ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ต้องการข้อมูลที่ละเอียดที่สุดเท่าที่ wearable device จะให้ได้ และไม่มีปัญหากับค่าสมาชิกรายปี
ส่วนคนที่ไม่ได้ต้องการข้อมูลระดับนักกีฬาโปร แค่อยากรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้นสักนิด และไม่อยากผูกตัวเองกับค่าสมาชิกรายปี Fitbit Air น่าจะเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า
The post Fitbit Air กับ Whoop ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่า? appeared first on THE STANDARD.
]]>
พอเข้าสัปดาห์ที่มีวันหยุดเพิ่มมารอเราอยู่แบบนี้ เชื่อว่ […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 6-12 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
พอเข้าสัปดาห์ที่มีวันหยุดเพิ่มมารอเราอยู่แบบนี้ เชื่อว่าในใจใครหลายคนก็คงอยากจะให้วันหยุดช่วงสุดสัปดาห์มาถึงเร็วๆ ซึ่งเราว่าเป็นช่วงเวลาที่ก็เหมาะมากกับการสวิตช์จากโหมดงานไปเอ็นจอยกับสิ่งต่างๆ รอบตัว
LIFE This Week สัปดาห์นี้เราเลยคัดกิจกรรมที่จะพาทุกคนออกไปสนุกในแบบฉบับของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสายแอ็กทีฟที่ชื่นชอบการวิ่ง สายอาร์ตที่อยากเดินปล่อยใจไปกับนิทรรศการ สายครอบครัวใช้วันหยุดกับลูก สายช้อปที่มองหาของแต่งบ้านและวินเทจมาร์เก็ต หรือสายชิลที่อยากหาพื้นที่ฮีลใจและออกไปถ่ายรูปทำคอนเทนต์ เราก็ลิสต์มาไว้ให้ครบ หากว่าพร้อมกันแล้ว เตรียมปักหมุดแล้วพุ่งตัวออกไปใช้ชีวิตกัน

เตรียมชุดสีชมพู-ขาวให้พร้อม แล้วมาเจอกันที่ Blue Parrot ร่วมกับ Chateau Sainte Marguerite ชวนคุณมาคลายเหนื่อยจากการทำงานด้วยปาร์ตี้จิบไวน์โรเซ่ในบรรยากาศเป็นกันเอง นอกจากไวน์แล้ว ภายในร้านยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ได้ขยับตัวและละลายพฤติกรรมกับเพื่อนร่วมงาน ทั้ง Mini Golf, Pétanque (เปตอง), Darts (ปาเป้า) และ Table Football พร้อมดนตรีสดสุด Groovy จาก DJ ที่จะมาเปิดแผ่นสร้างไวบ์ให้คุณได้แดนซ์กันในสวนหรือริมสระน้ำ เป็นการปิดจบวันทำงานที่สมบูรณ์แบบ
ไฮไลต์อยู่ที่สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จองผ่าน Megatix รับฟรีไวน์โรเซ่ 2 แก้ว จำกัดเพียง 30 ท่านแรกต่อวันเท่านั้น
When: วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569
Time: เริ่ม 18.00 น. เป็นต้นไป (DJ เวลา 19.00-22.00 น.)
Where: Blue Parrot (ซอยเย็นอากาศ)
More Info: Blue Parrot Bangkok

เบรกความวุ่นวายกลางสัปดาห์ แล้วมาพักใจหลังเลิกงานกับ ‘Yawanawá’ ที่ Recharge.haven สเปซสีเขียวร่มรื่นย่านสุขุมวิท 87 กัน เพราะวันพฤหัสบดีนี้เขามีอีเวนต์พิเศษที่ชวนคุณพ่อและลูกสาวจากชนเผ่าพื้นเมือง Yawanawá บินตรงจากบราซิล มาเล่นดนตรีบำบัดให้ฟังกันอย่างใกล้ชิด เหมือนกับว่าได้วาร์ปไปพักผ่อนกลางป่า Amazon จะเริ่มจากการจิบ Cacao อุ่นๆ เพื่อปรับอารมณ์ให้รีแล็กซ์ ก่อนจะปล่อยใจไปกับการฟังเสียงร้องและเครื่องดนตรีดั้งเดิมจากป่า Amazon กันแบบยาวๆ 90 นาที ซึ่งพลังของคลื่นเสียงจะช่วยเคลียร์ความเครียดและทำให้เรากลับมาอยู่กับตัวเองได้ดีขึ้น
When: วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 18.30-21.00 น.
Where: Recharge.haven, สุขุมวิท 87
More Info: Awa·ré Collective

สำหรับใครที่เป็นสายแต่งบ้าน ชอบงานดีไซน์เรียบเท่สไตล์สแกนดิเนเวียน เตรียมพุ่งตัวมาที่ ‘HAY Warehouse Sale 2026’ ด่วนๆ! กับงานเซลครั้งใหญ่ที่จัดแค่ 11 วันเท่านั้น! และเป็นครั้งแรกในไทยอีกด้วย ซึ่งความน่าสนใจคือเขาเนรมิตสเปซใน Warehouse 30 (โกดัง 3) ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับเดินช้อปปิ้งได้เพลินๆ พร้อมจำลองมุมต่างๆ ในบ้านให้เห็นไอเดียการจัดวางจริง มีตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อย่างโซฟา โต๊ะ เก้าอี้ ไปจนถึงของใช้จุกจิกเลยล่ะ
When: วันที่ 7-17 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 10.00-19.00 น.
Where: Warehouse 30 (ซอยเจริญกรุง 30) โกดัง 3
More Info: Warehouse 30 , HAY THAILAND

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ศิลปะริมทางอีกครั้ง เมื่อ L’On Gallery พาศิลปินทั้งไทยและต่างชาติกว่า 30 ชีวิต มาสร้างสรรค์ผลงานสดๆ ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ในย่านปากคลองตลาด ไฮไลต์ของงานนี้คือความหลากหลายที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ตั้งแต่งานจิตรกรรม ภาพถ่าย ไปจนถึงงานคราฟต์ และการแสดงดนตรีสดที่มีทั้งวงแจ๊ส ป๊อป และดีเจมาสร้างไวบ์ให้พิเศษยิ่งขึ้น
ที่สำคัญ งานนี้ไม่ได้มีแค่ศิลปะร่วมสมัย แต่ยังมีการแสดงโขนให้ได้ชมกันแบบใกล้ชิดอีกด้วย นอกจากจะได้ไปเดินเสพอาร์ตชิลๆ แล้วคุณยังสามารถอุดหนุนผลงานจากมือศิลปินโดยตรง ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจะถูกมอบให้ บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อนรามอินทรา เรียกว่าได้ทั้งแรงบันดาลใจและได้ทำบุญไปพร้อมกัน
When: วันที่ 8-10 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 14.00-22.00 น.
Where: ปากคลองตลาด
More Info: L’On bangkok

กลับมาอีกครั้งกับงานเตรียมความพร้อมของลูกประจำปี ครั้งนี้ ไอคอนสยาม จับมือกับ THE STANDARD และ ซูเปอร์จิ๋ว เนรมิตพื้นที่กว่า 2 ชั้นบน ICONSIAM ให้กลายเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่สำหรับครอบครัว ภายใต้คอนเซปต์ “Growing Together” ที่เน้นการติดอาวุธทางความคิดให้พ่อแม่เข้าใจลูก Gen Alpha มากขึ้น โดยเฉพาะเทรนด์สำคัญอย่าง AI-Parenting และการเสริมสร้างทักษะทางอารมณ์ (EQ) ความยืดหยุ่น (Resilience) ไปจนถึงการเฟ้นหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของเด็กๆ ผ่านมุมมองของสปีกเกอร์ชั้นนำ
ภายในงานแบ่งออกเป็น 5 โซนกิจกรรม
When: วันที่ 8-10 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 10.00-18.00 น.
Where: ICONSIAM Hall ชั้น 7 และ ICON Art & Culture Space ชั้น 8
Ticket: Zipevent
More Info: Alpha Skills Summit

สุดสัปดาห์นี้ หากว่าใครยังไม่ได้มีแพลนไปไหน ลองมาเดินเล่นที่ ‘ตึกแขก’ โลเคชันสุดคลาสสิกหัวมุมถนนทรงวาดกัน กับงาน ‘Songwat First Vibe: Art & Drink Space’ ป๊อปอัปคอมมิวนิตีที่มิกซ์ความคลาสสิกและไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ Coachella Listening Party ที่ชวนมาฟังเพลย์ลิสต์จากเทศกาลดนตรีระดับโลกผ่านชุดลำโพงไฮเอนด์ ให้คลื่นเสียงกระหึ่มแบบได้ฟีลเหมือนไปยืนเอ็นจอยอยู่หน้าเวทีจริงๆ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการศิลปะอบอุ่นหัวใจ ‘You & Me, A Thousand Tomorrows’ ให้เดินดูด้วย พร้อมกับจิบมัทฉะเกรดพิธีการ หรือชิมคราฟต์สปิริตสัญชาติไทยอย่าง ‘ออนซอน’ ในโซน Co-Drinking Space ก็เริ่ด ส่วนใครที่เป็นสายอาร์ตก็มีเวิร์กชอปสักมือแบบดั้งเดิม ให้ลองเปิดประสบการณ์กันอีกด้วย
When: วันที่ 8-10 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 08.00-20.00 น.
Where: ตึกแขก (หัวมุมถนนทรงวาด ใกล้ท่าน้ำราชวงศ์)
More Info: Songwat First Vibe

เอาใจคนรักของวินเทจกันสักหน่อย กับตลาดนัดของมือสองในไวบ์สุดอบอุ่น ‘Pre-Loved Market’ งานนี้เขารวบรวมของรักของหวงจากเจ้าของเดิมมาส่งต่อ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นวินเทจที่คัดมาแล้ว หรือของแต่งบ้านสุดคลาสสิกที่มีเรื่องราวซ่อนอยู่ สัมผัสเอนเนอร์จีของเหล่าแม่ค้าพ่อค้าที่มาปล่อยของ แล้วเดินทอดน่องช้อปปิ้งกันแบบเพลินๆกัน
อีกอย่างงานนี้จัดในพื้นที่แอร์เย็นฉ่ำ เดินสบาย ไม่ต้องกลัวร้อน ที่โซน Friend Friend ชั้น 3 ของเอ็มโพเรียม แถมโปรเจกต์นี้เขาจะจัดกันยาวๆ ทุกสุดสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ตั้งแต่พฤษภาคมไปจนถึงตุลาคมเลยนะ
When: วันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
Where: Friend Friend, Emporium ชั้น 3
More Info: Vintage agent

ฮีลร่างกายกันไปแล้ว ลองแวะมาเช็กพลังงานข้างในกันต่อ กับเวิร์กชอป ‘Chakra Reflection – Balance your core color energy’ ที่เน้นให้เราได้กลับมาสังเกตและทำความเข้าใจตัวเอง ผ่านระบบจักระ และ Reflection Cards คอยช่วยไกด์คำตอบ ให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าส่วนไหนของชีวิตที่กำลังหลุดบาลานซ์ ซึ่งสามารถหยิบมาใช้ได้ทุกวัน ถือเป็นพื้นที่ให้เราได้พักชาร์จแบต และกลับมานั่งนิ่งๆ ‘ฟังเสียงใจของตัวเอง’ อีกครั้ง
When: วันที่ 9 และ 17 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 10.00-12.30 น.
Budget: ราคา 1,699 บาท (First time) / 999 บาท (Community price)
Where: NEWTRO CAFE, จุฬา ซอย 14
More Info: Soul Coach

เตรียมตัวมาสนุกแบบไม่ต้องกังวลเรื่องทักษะกีฬา เพราะงานนี้เน้นมาจอย มาฮา และมาหาเพื่อนใหม่กับเทศกาลกีฬาฉบับ Sabai Run Club ที่รวมเอาสารพัดกิจกรรมสนุกๆ มาไว้บนรูฟท็อปและสนามทรายใจกลางเมือง ไฮไลต์เด็ดที่ทุกคนตั้งตารอคือ Aerobics Dance ที่จะเรียกเหงื่อและเสียงหัวเราะได้แน่นอน
นอกจากนี้ยังมีกีฬาอินเทรนด์อย่าง Pickleball กีฬาสุดชิลล์อย่าง Mini Golf ไปจนถึง Beach Volleyball และ Beach Ball Game บนสนามทรายสุดเท่ ปิดท้ายด้วยการรีเซ็ตร่างกายกับการแช่ไอซ์บาธกับทีม The Big Chill จิบกาแฟ และฟังเพลงจาก DJ ให้เช้าวันเสาร์ของคุณเปี่ยมไปด้วยพลังงานบวก
When: วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 06.00-10.00 น.
Where: Asoke Sports Club
More Info: Sabai Run Club

หากว่าชอบวิ่งในสวนรับเช้าวันหยุดแบบสบายๆ ต้องแวะมาที่ ‘ROLLING RUN : PLUS YOUR STEP’ กับระยะทาง 4 กิโลเมตร ในสวนภูผามหานที (สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ) ซึ่งเขามีกิมมิกเล็กๆ ให้ทุกคนใส่เสื้อผ้าโทนสีฟ้า ขาว และดำ มาวิ่งด้วยกัน ซึ่งหลังเข้าเส้นชัยก็จะมีของว่างและกิฟต์เซ็ตเล็กๆ น้อยๆ เตรียมไว้ให้อีกด้วย
When: วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
Where: สวนภูผามหานที, สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
Dress Code: เสื้อผ้าโทนสีฟ้า ขาว และดำ
More Info: rollingrunclub

ปาร์ตี้ตอนเช้ากลับมาอีกแล้ว! ใครที่เป็นสายแอ็กทีฟลองตื่นเช้ากว่าเดิมนิดนึง แล้วออกไปวิ่ง City Run ระยะทางประมาณ 4 กม. รับแสงแรกใจกลางเมือง ที่เบลนด์รูทีนยามเช้าระหว่างความฟิตและความสนุกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จากนั้นแวะเติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มที่ร้าน BEANS พอวิ่งเสร็จก็มาคูลดาวน์กันต่อด้วยน้ำผลไม้สกัดเย็นเพิ่มความเฟรช ก่อนจะสวิตช์มู้ดไปจอย Juice Party ที่ VEYLA เตรียมรองเท้าคู่ใจให้พร้อม แล้วออกมาวิ่งรับไวบ์ดีๆ กันเลย
When: วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 05.30-11.00 น. (ปาร์ตี้เริ่ม 11.00 น. เป็นต้นไป)
Where: CURVE BKK สุขุมวิท 51 และปาร์ตี้ที่ VEYLA
More Info: BIBI Coffee&Juice

สำหรับคนที่อยากเน้นเพซสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบ MORI FREEDOM RUN งานวิ่งระยะ 5 กิโลเมตร โดยสตาร์ตกันที่สวนลุมพินี แล้วไปจบเส้นชัยที่ร้าน 90Grams BKK ให้ทุกคนได้เอนจอยกับ Fun & Chill Pace หากว่าไม่ใช่นักวิ่งประจำ หรืออยากวิ่งไปคุยกับเพื่อนไป ถ่ายรูปไป ก็สามารถเข้าเส้นชัยได้ทันเวลาแบบไม่เหนื่อยหอบจนเกินไปด้วย และอีกความน่าตื่นเต้นของงานนี้คือกติกาการรับสมัครที่เปิดให้ลงทะเบียนแค่ 9 นาทีเท่านั้น!
When: วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 06.00-07.45 น.
Where: สวนลุมพินี ประตู 4, หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6
More Info: MORI RUN CLUB BKK

ค้นตู้หาหมวกใบเก่งหรือผ้าโพกหัวสีสันสดใสเตรียมไว้ได้เลย เพราะ THE SUMMER CLUB 2026 เขาชวนมาแต่งตัวสนุกๆ ตาม Dress Code แล้วออกมาวิ่งไปด้วยกันในระยะ 7 กิโลเมตร ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์
สำหรับไทม์ไลน์จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 06.00 น. บริเวณลาน Pickleball Court (Outdoor Square A) มีบรีฟเส้นทางและวอร์มอัปกันตอน 06.15 น. ก่อนจะออกสตาร์ทวิ่งในเวลา 06.40 น. พอวิ่งเสร็จช่วง 08.30 น. ก็แวะเติมความเฟรชด้วยเครื่องดื่มจาก BEANS COFFEE ROASTER หรือถ้าใครยังเหลือพลังจะไปจอยตีพิกเคิลบอลชิลๆ ต่อก็ยังได้
When: วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 06.00-08.30 น.
Where: สนาม Pickleball Court, CentralwOrld
Dress Code: หมวกหรือผ้าโพกหัวสีสันสดใส
More Info: MONSTER RUN CLUB

ลบภาพการวิ่งแบบเดิมๆ แล้วมาสัมผัสประสบการณ์ Sip. Stride. Stretch. Serve. ที่ Gaysorn x Brew ได้เบลนด์ความฟิตและการสังสรรค์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เริ่มต้นเช้าวันอาทิตย์ด้วย 5 กม. ในจังหวะสบายๆ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ Gaysorn Amarin เพื่อคลายกล้ามเนื้อด้วยไฮไลต์อย่าง Wine Yoga และสนุกไปกับกีฬาที่ฮอตที่สุดตอนนี้อย่าง Pickleball
งานนี่ไม่ใช่แค่ชวนคุณมาออกกำลังกาย แต่เป็นการชวนคุณมาสร้าง Community ของคนที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบเดียวกัน คุณจะได้พักผ่อนใน Recovery Zone ที่มีทั้ง LED Therapy และกิจกรรม Court Side สนุกๆ พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ และเชื่อมต่อกับเพื่อนใหม่ในบรรยากาศโซเชียลคลับ
Event Agenda
When: วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 06.00-20.00 น.
Where: Forum, Gaysorn Amarin
Dress Code: ขาว / เขียว / น้ำตาล / ดำ
Ticket: Ticketmelon
More Info: Brew Run Club , Gaysorn Village

ก่อนที่จะหมดซัมเมอร์นี้ ถ้าใครยังไม่ได้ไปเที่ยวทะเลก็ไม่ต้องเศร้าไป เพราะว่าที่งาน Sound of Summer จะพาทุกคนมาสัมผัสไวบ์ทะเลแบบ Immersive ที่นำ 4 สถานที่สุดฮอตอย่าง ฮาวาย, ภูเก็ต, คาปรี (อิตาลี) และญี่ปุ่น มาให้เราได้เที่ยวทิพย์แบบครบทั้งรูป รส และเสียงเลยล่ะ ซึ่งเราจะได้เลือกปลายทางว่าจะไปที่ไหนผ่าน ‘แผ่นเสียง’ แล้วก็ก้าวขึ้นไปบน Immersive Bus ภาพวิชวล เสียงดนตรี และกลิ่นหอมๆ จากแบรนด์ BsaB ก็จะเริ่มทำงานทันที ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในมู้ดของเมืองนั้นจริงๆ
When: ตั้งแต่วันนี้ – 10 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Where: Central Park ชั้น G
More Info: Central Park

เคยยืนมองภาพวาดแล้วรู้สึกเหมือนได้ค่อยๆ ทำความรู้จักใครสักคนมั้ย? ในนิทรรศการ ‘PALS: A NOT SO ALONE EXHIBITION’ จะพาทุกคนไปสำรวจความรู้สึกนั้นผ่านลายเส้นของคุณทรงศีล ทิวสมบุญ ที่ตั้งใจเล่าว่าคาแรกเตอร์ทุกตัวในเฟรมผ้าใบล้วนมีชีวิต มีเรื่องราว และเป็นเหมือน ‘เพื่อน’ คอยบอกเล่าอะไรบางอย่างในแบบของตัวเอง เหมือนกับว่าได้ทักทายเพื่อนใหม่ไปทีละคน
When: ตั้งแต่วันนี้ – 7 มิถุนายน 2569 (หยุดทุกวันจันทร์)
Time: เวลา 10.00-19.00 น.
Where: Trendy Gallery, ชั้น 2 (River City Bangkok)
More Info: TRENDY GALLERY
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 6-12 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนเป็ […]
The post เจอกัน 31 พ.ค.นี้! Bangkok Pride 2026 เนรมิตสีลมเป็นถนนสีรุ้ง พร้อมโชว์หมอลำระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนเป็นมหานครแห่งสีรุ้งอีกครั้งกับ Bangkok Pride Festival 2026 ซึ่งปีนี้มาในคอนเซปต์ ‘Patch the World with Pride : การถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ’ ถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากที่เราผ่านพ้นปีแห่งการเฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียมมาแล้ว ก้าวต่อไปในปีนี้คือการพิสูจน์ว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นศูนย์กลางความหลากหลายระดับโลก (Global Pride Hub) เพื่อส่งต่อพลังสำคัญ 3 ประการ
ไฮไลต์ของปีนี้มีการอัปเกรดขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะเส้นทางพาเหรดที่ขยับขยายให้มีระยะทางสมศักดิ์ศรีมาตรฐาน WorldPride ระดับสากลเทียบชั้นของมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเราสรุปข้อมูลสำคัญที่คุณต้องเตรียมตัวมาให้แล้ว ดังนี้

มหกรรม Bangkok Pride Parade 2026 จัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 – 22.00 น.
เส้นทางปีนี้มีเปลี่ยนพิกัดใหม่! โดยขบวนจะเริ่มตั้งแถวที่ สวนสาธารณะคลองช่องนนทรี (ช่วงที่ 2) > มุ่งหน้าเข้าสู่ ถนนสีลม ย่านหัวใจสำคัญของชาว LGBTQIAN+ > ผ่านแยกศาลาแดงและอังรีดูนังต์ > และมุ่งหน้าสู่ ถนนพระราม 1 รวมระยะทางกว่า 4.8 กิโลเมตร
ในปีนี้คุณจะได้พบกับธงรุ้งที่ยาวกว่าทุกปีถึง 300 เมตร ซึ่งจะปูเต็มพื้นที่ถนนสีลมตลอดเส้นทางพาเหรด
ความพิเศษสุดของปีนี้อีกอย่างคือการนำวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน มาเป็นกระบอกเสียงระดับโลก บนเวที Pride Stage ณ สนามเทพหัสดิน พบกับการรวมพลังกับวงหมอลำระดับตำนาน ‘ระเบียบวาทะศิลป์’ ที่จะมาเสิร์ฟความม่วนจอยเพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณและวิถีชีวิตอันเข้มแข็งของกลุ่มเพศหลากหลายในท้องถิ่นอีสาน ผสมผสาน Soft Power ไทยเข้ากับขบวนการสิทธิมนุษยชนได้อย่างน่าจดจำ
นอกจากนี้ยังกิจกรรมมีเชิงสร้างสรรค์และวิชาการตลอดวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ไม่ว่าจะเป็น
และจากปี 2568 ที่เราฉลองกฎหมายสมรสเท่าเทียม มาสู่ปี 2569 นี้ คือการประกาศว่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่จุดหมายของการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็น Pride Destination อันดับต้นๆ ของโลก โดยการหยิบความม่วนของหมอลำมาเล่าเรื่องความหลากหลายคือเสน่ห์ที่ไม่มีประเทศไหนทำได้ ใครที่มีแพลนจะมาร่วมขบวน เตรียมพลังมาให้พร้อม เพราะปีนี้เรากำลังเดินเพื่อปักหมุดหมายใหญ่สู่ WorldPride 2030 ร่วมกัน ส่วนใครที่ยังไม่เคยไปร่วมสัมผัสบรรยากาศจริง ปีนี้ก็ก็ถือเป็นปีแรกที่ดีของการเข้าร่วม
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บางกอก ไพรด์ (Tag: )
ภาพ: The Standard Team
The post เจอกัน 31 พ.ค.นี้! Bangkok Pride 2026 เนรมิตสีลมเป็นถนนสีรุ้ง พร้อมโชว์หมอลำระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราอยากจะใช้พื้นที่ในบ้านทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพ […]
The post Uncleree Farm ฟาร์มเห็ดกลางเมือง ใส่ใจที่มาของวัตถุดิบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราอยากจะใช้พื้นที่ในบ้านทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะพวกขยะอาหาร เรารู้สึกว่าอยากจะจัดการหรือว่าใช้เขาให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด
ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ Uncleree Farm
บนพื้นที่เล็กๆ ในบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนซอยเพชรเกษม 46 กรุงเทพมหานคร มีฟาร์มเห็ดและร้านอาหารขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ในชื่อ Uncleree Farm ที่มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการกำจัดขยะอาหารในบ้าน สู่ร้านอาหารจากเห็ดชื่อดัง และตั้งใจที่จะสานต่อที่แห่งนี้ให้กลายเป็น Community ที่จะชวนทุกคนใกล้ชิดกับโลกมากขึ้นผ่านขยะรอบตัว
Eco-Curious ตอนล่าสุด ขอพาไปคุยกับ ‘ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ’ เกษตรกรผู้ก่อตั้งฟาร์มเห็ดกลางเมือง เขามีวิธีการคิดในการกำจัดขยะหลากหลายรูปแบบในบ้านอย่างไรให้กลายเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้คนในชุมชนไว้ และสิ่งนี้สามารถส่งต่อให้ผู้คนที่เข้ามารู้สึกชื่นชมถึงขยะที่พวกเขามองข้ามได้อย่างไร – เพียงแค่คุณเปลี่ยนวิธีคิด ขยะธรรมดาก็กลายเป็นสิ่งที่สวยงามจนคุณต้องเอ่ยปากชม
View this post on Instagram
Uncleree Farm เป็นฟาร์มเล็กๆ ในซอยเพชรเกษม 46 ของกรุงเทพมหานคร ที่มีชื่อเสียงเรื่องเห็ดและคอร์สโอมากาเสะ ที่นี่ไม่ใช่ฟาร์มทั่วไปแบบที่หลายคนคุ้นเคย ไม่มีพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ ไม่มีแปลงผักเรียงเป็นระเบียบ มีเพียงโซนเพาะเห็ดไม่กี่ตารางเมตร พื้นที่จัดการขยะ ร้านอาหารเล็กๆ ไปจนถึงโซนเวิร์กช็อปที่เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นวัสดุใหม่ หากอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ Uncleree Farm คือ ‘บ้านของคนเมืองคนหนึ่ง’ ที่พยายามใช้ทุกทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตั้งคำถามกับสิ่งเล็กๆ รอบตัวอยู่เสมอ ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ทดลองชีวิต ระบบนิเวศขนาดย่อม และคอมมูนิตี้ของคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน
“เราอยากจะใช้พื้นที่ในบ้านทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะพวกขยะอาหาร เรารู้สึกว่าอยากจะจัดการหรือว่าใช้เขาให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด”
ก่อนจะมาเป็นฟาร์ม ลุงรีย์เริ่มต้นจากการตั้งคำถามกับสิ่งใกล้ตัวที่สุดอย่าง ‘ขยะอาหารในบ้าน’ เขามองว่ากรุงเทพฯ อาจไม่ได้มีอะไรดีกว่าต่างจังหวัดมากนัก ยกเว้นปริมาณขยะที่มหาศาล และนั่นกลายเป็น pain point แรกที่เขาอยากลองจัดการให้ได้ จากความสนใจนี้ เขาเริ่มศึกษาเรื่องดิน ปุ๋ย และการเลี้ยงไส้เดือน จนพบว่าจุดตั้งต้นของเกษตรทั้งหมดอาจไม่ใช่พืชหรือพื้นที่ แต่คือ ‘ดินที่ดี’ และดินที่ดีสามารถเริ่มได้จากขยะในครัวของเราเอง
“จะทำเกษตร ต้องเริ่มจากดิน ผมไปบวช เจ้าอาวาสเห็นว่าไอ้นี่มีแวว เลยหนีบไปทั่ว แล้วก็ไปเจอกับไส้เดือนดิน ผมชอบมากเลยศึกษาเพิ่มเติม พอลาสึกมาคุณแม่ก็ชวนไปเข้าคลาสเลี้ยงไส้เดือน ผมก็คิดว่าสิ่งนี้เป็นทางออก ผมรู้สึกว่ากรุงเทพฯ ขยะเยอะมาก ถ้าผมแปลงขยะพวกนั้นเป็นปุ๋ยได้”




เมื่อมีปุ๋ยแล้ว ความท้าทายต่อมาของลุงรีย์คือปลูกอะไรดีในพื้นที่จำกัดของเมือง ที่ทั้งไม่มีแดด ไม่มีเวลา และไม่เอื้อให้ทำเกษตรแบบดั้งเดิม คำตอบของลุงรีย์คือ ‘เห็ด’ วัตถุดิบที่ใช้พื้นที่น้อย ไม่ต้องรดน้ำมาก และสามารถควบคุมรอบการเติบโตได้อย่างแม่นยำ จากการทดลองเล็กๆ ในบ้าน ค่อยๆ กลายเป็นฟาร์มเห็ด และในที่สุดก็พัฒนาไปสู่รูปแบบที่มากกว่าการปลูกเพื่อกินเอง
“7 วันคือ 7 วัน เห็ดมันออกตรงเวลา เราไม่ต้องเฝ้า”
เมื่อปลูกเห็ดแล้วหลายคนให้ความสนใจ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาไม่ใช่แผนธุรกิจ แต่เป็นการตอบสนองต่อคนที่เข้ามาหา หลายคนอยากรู้ อยากลอง และอยากกินเห็ดสดจากฟาร์ม ลุงรีย์จึงเริ่มเปิดโต๊ะเล็กๆ ในบ้าน เพื่อเล่าเรื่องเห็ดผ่านอาหาร ก่อนจะพัฒนาเป็น Omagahed ประสบการณ์การกินเห็ดหลากรูปแบบที่ไม่ได้มีเมนูตายตัว แต่เปลี่ยนไปตามวัตถุดิบในแต่ละวัน เมนูจำนวนมากไม่ได้มาจากสูตร แต่เกิดจากการลองผิดลองถูก ฟีดแบ็กลูกค้า และประสบการณ์ของลุงรีย์





สำหรับลุงรีย์ ความยั่งยืนไม่ใช่คำที่ต้องนิยามให้เหมือนกันทุกคน แต่คือสิ่งที่ ‘พอดีกับตัวเอง’ และสามารถทำต่อไปได้จริง ฟาร์มของเขาไม่ได้สมบูรณ์แบบ ไม่ได้มีทุกอย่างครบ แต่เป็นระบบที่เชื่อมโยงกันระหว่างขยะ อาหาร และชีวิตประจำวัน ขยะอาหารถูกเปลี่ยนเป็นปุ๋ย ปุ๋ยกลายเป็นเห็ด เห็ดและของเหลือกลายเป็นอาหารสัตว์ และสุดท้ายทุกอย่างหมุนเวียนกลับมาเป็นทรัพยากรใหม่
นอกจากฟาร์มเห็ดและร้านอาหารเล็กๆ ที่นี่ยังมีอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เติบโตขึ้นมาควบคู่กับฟาร์มคือ ‘Uncleree Re-Thing’ การนำขยะพลาสติกอย่างถุงหรือบับเบิลแร็ปมาสร้างเป็นวัสดุใหม่ ไม่ใช่ในฐานะของการรีไซเคิลแบบเดิม แต่เป็นการให้ ‘ชีวิตที่สอง’ กับสิ่งของเหล่านี้ ผ่านการออกแบบและงานคราฟต์ที่ทำได้แม้กระทั่งในระดับครัวเรือน จากของที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า กลายเป็นวัสดุที่มีคุณค่าในบริบทใหม่ และในวันนี้ โปรเจกต์นี้กลับกลายเป็นอีกหนึ่งรายได้สำคัญของฟาร์ม
“ด้วยความที่ภรรยาของผม ‘ลิน’ เขาทำเรื่องของการลดใช้พลาสติก แล้วเวลาเราไปเอาขยะในบางครั้ง ขยะอาหารต้องถูกแยกระหว่างขยะอาหารกับขยะพลาสติก เราเห็นดังนั้นก็เลยปิ๊งไอเดีย ถ้าเราจัดการกับขยะอาหารได้ เราก็น่าจะจัดการกับขยะพลาสติกได้เช่นกัน โปรเจกต์ Re-Think เลยถูกคิดขึ้นมา” ลุงรีย์กล่าว
“ตอนนี้เราทำเรื่องเกี่ยวกับคัดแยกพวกถุงพลาสติกแล้วก็บับเบิล หรือว่าสิ่งที่เราเรียกกันว่าขยะกำพร้า เอาเขามาทำให้มี Second life สร้างออกมาเป็นงานคราฟต์ทำแพตเทิร์นผ้า สร้างแมตทีเรียลใหม่ขึ้นมา อย่างเราชอบทำเรื่องเกี่ยวกับพวก stationery สมุด ปากกา” – ลิน


สุดท้ายแล้ว Uncleree Farm อาจไม่ใช่ฟาร์มในความหมายที่เราคุ้นเคย ไม่ใช่ร้านอาหาร ไม่ใช่เวิร์กช็อป หรือแม้แต่ธุรกิจที่เติบโตตามสูตรสำเร็จ แต่คือการทดลองของคนคนหนึ่งที่พยายามทำความเข้าใจโลกผ่านสิ่งเล็กๆ รอบตัว และตั้งคำถามกับทุกอย่างที่ถูกมองว่า ‘ไร้ค่า’ ว่าจริงๆ แล้วยังมีศักยภาพอะไรซ่อนอยู่บ้าง และบางที ความยั่งยืนในแบบของลุงรีย์ อาจไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่คือการทำให้ทุกอย่าง ‘ไม่เสียเปล่า’ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ใครอยากสอบถามข้อมูล ‘Uncleree Farm’ เชิญได้ที่ https://www.facebook.com/unclereefarm หรือ https://www.instagram.com/unclereefarm
The post Uncleree Farm ฟาร์มเห็ดกลางเมือง ใส่ใจที่มาของวัตถุดิบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ฤดูร้อนปีนี้อุณหภูมิดูจะฮ๊อตจนพุ่งสูงปรอทแตก แต่ในเมื่อ […]
The post Cozy Code ปรับห้องให้สบายต้อนรับฤดูร้อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ฤดูร้อนปีนี้อุณหภูมิดูจะฮ๊อตจนพุ่งสูงปรอทแตก แต่ในเมื่องเราหลีกเลี่ยงความร้อนกันไม่ได้ก็เลยอยากชวนมาลองออกแบบความสบายทดแทน ด้วยการปรับลุคเปลี่ยนมู้ดตกแต่งบ้านใหม่ให้กลายเป็นสไตล์ Cozy Living สร้างบรรยากาศแสนสบายไปจนถึงเติมแต่งความผ่อนคลาย เพื่อช่วยคลายร้อนและเพิ่มชีวิตชีวาให้บ้านน่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม มาลองดูกันว่าจะมีเคล็ดลับอะไรน่าสนใจที่จะทำให้บ้านเก๋อยู่สบายยิ่งขึ้น

บ้านในเมืองร้อนมักจะเลือกใช้ม่านหนาทึบเพื่อป้องกันแสงแดดสาดเข้ามาในห้องและช่วยลดอุณหภูมิภายใน แต่ลองปรับลุคเปลี่ยนมู้ดใหม่มาใช้ผ้าม่านผืนโปร่งแสงและพลิ้วไหวแทนดู นอกจากจะทำให้แสงส่องเข้ามาภายในบ้านมากขึ้น ห้องดูสว่างขึ้น แสดงยังช่วยฆ่าเชื้อทำให้ลดกลิ่นอับและกำจัดโรคในตัวด้วย แถมเมื่อลมพัดม่านพลิ้วไหวก็ทำให้เราสัมผัสกลิ่นอาย Cozy Living ได้ง่ายดายทันทีอีกด้วย แล้วเมื่อเวลาเปลี่ยนไปแสงแดดในเวลาต่าง ๆ ที่สาดเข้ามากระทบม่านหรือภายในห้องก็สร้างมิติการเล่นกับแสงได้หลากหลายอารมณ์จนทำให้บ้านมีเสน่ห์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาด้วย

หัวใจสำคัญของ Cozy Living คือการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่สัมผัสแล้วให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย อย่างการเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้ซึ่งวัสดุมีรูพรุนตามธรรมชาติที่ช่วยดูดซับความชื้นและปล่อยออกมาเมื่ออากาศแห้งทำให้คุณสมบัติควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ดี ผิวสัมผัสของไม้ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นและเย็นสบายซึ่งต่างจากโลหะที่อาจเย็นจัดและร้อนกว่าได้ หรือการเลือกผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาตินั้นทำให้สัมผัสนุ่มสบาย ปลอดภัยต่อสุขภาพ ผืนผ้าทอเหล่านี้เป็นรหัสลับที่ทำให้ห้องดู Cozy ขึ้นทันที ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน, ผ้าปูโต๊ะ, ผ้าคลุมโซฟา, หรือแม้แต่ผ้าปูเตียง

สีมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกมากกว่าที่เราคิด การเลือกสีโทนอ่อนไปจนถึงสไตล์เอิร์ธโทนถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย สีเบจ ครีม น้ำตาลอ่อน เทาอุ่น หรือแม้แต่สีเขียวสุขุมที่เป็นเทรนด์เด่นประจำปีนี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เรามีความรู้สึกสงบและเป็นธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาดหรือเตะตาจนรบกวน การใช้สีโทนอ่อนยังช่วยสะท้อนแสงและทำให้ห้องดูโปร่งสบายมากขึ้น ไม่ดูอึดอัดหรือร้อนรุ่มเหมือนการใช้สีเข้มหรือสีสดจัด แต่ถ้าหากไม่อยากเลี่ยนกับโทนเดียวกันจนเกิดไปก็ลองหาโทนสีเข้มตัดแซมเข้าไปได้ เช่น หมอนอิง หรือ พรม เพื่อให้ห้องดูสนุกสนานมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น


ต้นไม้คือเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ทำให้ห้องดูมีชีวิตขึ้นมาได้ทันที สีเขียวจากธรรมชาติสามารถเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้ดูสดชื่นและผ่อนคลายได้ ไม่เพียงแค่ช่วยฟอกอากาศเท่านั้นแต่มันยังช่วยเพิ่มออกซิเจนได้ด้วย อีกมิติน่าสนใจในมุมของ Cozy Living ก็คือรูปทรงที่ธรรมชาติรังสรรค์ต่างมีเสน่ห์ไม่ซ้ำกันและทำให้ความแข็งทื่อของวัสดุต่าง ๆ อย่างผนัง หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ดูนุ่มนวลอ่อนโยนมากขึ้น อีกหัวใจสำคัญก็คือการเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตได้และเคลื่อนไหวได้ตามธรรมชาติโดยเฉพาะหากมีลมพัดผ่านทำให้ต้นไม้พลิ้วไหวก็สร้างบรรยากาศสบายได้มากขึ้นทีเดียว


การจัดบ้านสไตล์ Cozy Living อาจดูเป็นลักษณะศิลปะของความไม่สมบูรณ์แบบที่ทำให้บ้านน่าอยู่ เสน่ห์อย่างหนึ่งก็คือการมีข้าวของตกแต่งมากมายที่ดูเยอะแต่ไม่รก หรือกระจัดกระจายแต่ค่อนข้างจัดวางอย่างเป็นระเบียบ หากจัดห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นจนโล่งหรือจัดเก็บสิ่งของจนมิดชิดเป็นระเบียบเรียบร้อยเกินไปอาจทำให้กลายเป็นสไตล์มินิมอลจนดูน่าเบื่อ แต่หากเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ จัดวางไม่ต้องเป็นระเบียบนัก หรือมีข้าวของวาง (และตกแต่ง) เต็มไปหมดแต่ก็ต้องไม่ทำให้ระเกะระกะจนดูรก ไม่ก็เสริมชั้นวางหนังสือแบบเปิดจัดเรียงหลากหลายเล่มปนเป ความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยจนเกินไปนักอาจกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้นได้

กลิ่นคือองค์ประกอบที่มองไม่เห็นแต่ทรงพลังอย่างยิ่ง มีผลการวิจัยมากมายที่บ่งบอกว่ากลิ่นสามารถส่งผลต่อระบบอารมณ์ของมนุษย์ได้ ลองเลือกเครื่องหอมปรับบรรยากาศอย่างกลิ่นลาเวนเดอร์ก็สามารถช่วยทำให้ผ่อนคลายขึ้นได้ หรือกลิ่นนิวซิตรัสที่ช่วยเติมความสดชื่นได้ทันที หากต้องการเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่านั้นก็สามารถสร้าง Signature Scent อันเป็นกลิ่นประจำบ้านเฉพาะตัวของตนเองได้ กลิ่นที่ชอบบวกกับความคุ้นเคยจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเมื่อกลับสู่บ้านอันเป็นเสมือนพื้นที่ปลอดภัย รู้สึกอบอุ่น สบายได้ในทันที

หากเสียงธรรมชาติอาจดูเชยและน่าเบื่อไปแล้วลองเปลี่ยนเป็นเปิดเสียงดนตรีสไตล์ Lo-fi หรือ Acoustic เบา ๆ คลอไปในห้องก็ช่วยกระตุ้นให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและสบายมากยิ่งขึ้น หรืออาจลองเลือกเปิดดนตรีที่ผสมผสานเสียงธรรมชาติก็อาจทำให้เราจินตนาการไปถึงการนั่งชิลในคาเฟ่ริมทะเลหรือนอนเล่นชานระเบียงไม้ริมลำธารก็อาจทำให้การผ่อนคลายในบ้านดูสบายมากยิ่งขึ้น แล้วหากอยากสร้างความพิเศษไปกว่านั้นก็อาจทำในลักษณะเดียวกันกับการสร้างกลิ่นเฉพาะนั่นก็คือการสร้าง Soundscape หรือภูมิทัศน์ของเสียงภายในบ้านแบบเฉพาะตัวที่สร้างบรรยากาศให้ไม่เหมือนใคร
The post Cozy Code ปรับห้องให้สบายต้อนรับฤดูร้อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมษายนกำลังจะผ่านไป พร้อมส่งไม้ต่อให้กับเดือนพฤษภาคมที่ […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 29 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมษายนกำลังจะผ่านไป พร้อมส่งไม้ต่อให้กับเดือนพฤษภาคมที่มาพร้อมกับสีสันใหม่ๆ และวันหยุดยาวที่หลายคนรอคอย ไม่ว่าจะเป็นสายช้อปวินเทจ ก็มีนัดกันริมแม่น้ำ และสำหรับสายฟิตก็มีคลาสเคลื่อนไหวร่างกายที่ iRIYA และการรีเซ็ตร่างกายด้วยความเย็นระดับขีดสุดบนดาดฟ้ามาให้ครบ ไม่ว่าคุณจะอยากฮีลใจด้วยงานอาร์ต หรืออยากเบิร์นพลังงานด้วยการเคลื่อนไหว
สัปดาห์นี้ LIFE This Week เลยชวนคุณมาเปลี่ยนโหมดจากความวุ่นวายเป็นความรื่นรมย์ ที่เริ่มต้นด้วยการดื่มด่ำดนตรีแจ๊สระดับโลกจาก Peter Beets Trio เพื่อฉลองวัน International Jazz Day ก่อนจะไปเดินทอดน่องในสถานีรถไฟหัวลำโพงที่ถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ หรือจะไปปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับทุ่งดอกไม้สีลูกกวาดในนิทรรศการศิลปะที่ชิดลม และชมมินิคอนเสิร์ตวง WIM ก่อนวันหยุดยาวกัน

เตรียมพบกับการรวมตัวของสายปาร์ตี้และคนครีเอทีฟในงานที่ Martell ตั้งใจนำเสนออีกมิติของ Cognac ผ่านบรรยากาศที่สดใหม่และมีสไตล์แบบไม่ซ้ำใคร ไฮไลต์อยู่ที่มินิคอนเสิร์ตจาก WIM ที่จะมาสะกดอารมณ์ทุกคนด้วยเพลงสุดชิลล์ตลอดคืน ต่อด้วยความสนุกจาก Lonely Girls Club ที่ขนดีเจเซตมาแบบ Full Set คุมฟลอร์เต้นให้ไม่หยุดพัก
นอกจากดนตรีแล้ว ภายในงานยังเปิดตัว Signature Serving สุดชิคกับ Martell Dispenser ที่ดีไซน์มาเพื่อสายปาร์ตี้โดยเฉพาะ นี่จึงไม่ใช่แค่การมาดื่ม แต่คือพื้นที่ของ Brand Friends ที่จะได้มาพบปะ แชร์โมเมนต์ และสร้างเรื่องราวใหม่ๆ ไปด้วยกัน ใครที่ไม่อยากพลาดค่ำคืนสุดเดือดนี้ รีบจองด่วน
Time: เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป
When: วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569
Where: What’s Happened? ชั้น 5, EMSPHERE
Tickets: Line OA @WhatsHappened
More Info: What’s Happened

ร่วมสัมผัสจิตวิญญาณแห่งดนตรีแจ๊สในค่ำคืนสุดพิเศษกับ Peter Beets Trio นำโดย Peter Beets นักเปียโนระดับแนวหน้าจากเนเธอร์แลนด์ ผู้เคยร่วมเวทีกับตำนานอย่าง Chick Corea และ Wynton Marsalis มาแล้ว ครั้งนี้เขาจะพาคุณเดินทางผ่านท่วงทำนองของ Swing, Hard Bop และ Post-Bop ที่ผสมผสานความประณีตแบบคลาสสิกเข้ากับความดุเดือดของ Bebop ได้อย่างน่าอัศจรรย์
โดยมี Steve Zwanink (Double Bass) และ Sander Smeets (Drums) ร่วมกันถ่ายทอดดนตรีแจ๊ส ใครที่เป็นสายแจ๊สตัวจริง หรืออยากเริ่มต้นรู้จักเสน่ห์ของแจ๊สผ่านศิลปินระดับโลก ต้องมางานนี้
Time: เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป
When: วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569
Where: SIWILAI Sound Club – Live Room (ชั้น 1)
Tickets: https://www.ticketmelon.com/
More Info: Fullhouse Wellness Club

วันแรงงานปีนี้ Monster Run Club ชวนคุณมาเปลี่ยนนิยามการพักผ่อนให้สนุกขึ้น และกล้าลองมากขึ้น กับประสบการณ์ใหม่ที่รวมการวิ่ง พิลาทิส และเวิร์กชอปเข้าไว้ด้วยกัน เริ่มต้นด้วยการวิ่งเบาๆ 6 กิโลเมตร เพื่อกระตุ้นร่างกาย ตามด้วยเซสชัน Pre-Pilates จากทีมผู้เชี่ยวชาญของ iRIYA ที่จะทำให้คุณได้จัดระเบียบร่างกายอย่างถูกวิธี
และมีไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือเวิร์กชอป Where Is Your Sourdough โดย What the Brunch ที่ให้คุณได้ลงมือดีไซน์ Sourdough ในแบบที่เป็นตัวเอง เติมพลังด้วยเมนูสุขภาพจาก Maliq และ Vegain Wellness Bar งานนี้ครบทั้งความฟิต ความสนุก และความอร่อยแบบ Finish Strong แน่นอน
Time: เวลา 06.00-10.00 น.
When: วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569
Where: iRIYA Physio Pilates Studio (ประดิษฐ์มนูธรรม)
More Info: Monster Run Club

สลัดความเหนื่อยล้าแล้วมาจอยกันบนดาดฟ้าในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัวกว่าเดิมกับ The Big Chill: Girlies Edition ครั้งนี้พวกเขาได้ออกแบบมาให้สาวๆ ได้มา Hangout, Recover และ Connect กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งวิ่งเสร็จมาจาก Sabai Run หรือแค่อยากมาพักผ่อนในวันอาทิตย์ ที่นี่มีครบทั้งบ่อน้ำแข็ง (Ice Baths) อ่างน้ำอุ่นและเซสชันเซาว์น่าที่ช่วยรีเซ็ตร่างกายได้ดี
ความพิเศษของสัปดาห์นี้คือการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมเพื่อให้ได้ไวบ์ที่สนิทสนมกันมากขึ้น ภายในงานยังมีมุมบอร์ดเกมจาก Coucou Social Game Bar และโซนออกกำลังกายเบาๆ ให้ได้ขยับร่างกาย และสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยแช่มาก่อน ไม่ต้องกังวล เพราะมีรอบแนะนำเทคนิคพิเศษในช่วงเช้าที่จะดูแลคุณอย่างใกล้ชิด เตรียมชุดว่ายน้ำและผ้าขนหนูมาให้พร้อม แล้วมาเจอกัน
Time: เวลา 09.30-14.00 น. (เริ่มวิ่ง 07.15 น.)
When: วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569
Where: Ice House Rooftop Baths
More Info: The Big Chill

กลับมาอีกครั้งใน EP.2 ที่ใหญ่กว่า เดิมกว่า และเป็นไอคอนิกยิ่งขึ้นกับ Vintage Weekend Market ที่คนรักของเก่าต้องปักหมุด ปีนี้เนรมิตแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง สถานีหัวลำโพง ให้กลายเป็นสเปซสำหรับสายวินเทจโดยเฉพาะ ให้คุณเดินเล่นเลือกช้อปของสะสมหายากได้ตลอดทั้งวัน พร้อมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารและเครื่องดื่มที่คัดมาอย่างดี
ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าที่จะมาขับกล่อมบรรยากาศคลาสสิกให้สนุกไปตลอดทั้งคืน ตั้งแต่สาย Synth-pop อย่าง Polycat ไปจนถึงความเก๋าของ Sqweez Animal และ Flure เป็นการผสมผสานเสน่ห์ของสถานีรถไฟเก่าเข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัวที่สุด
Music Line-up
Time: เวลา 14.00-00.00 น.
When: วันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569
Where: สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
More Info: BANAKÉ

กลับมาปักหมุดที่ย่านทรงวาดอีกครั้งกับความสนุกที่เพิ่มขึ้นในงาน HEY! Thrift Riverside Songwat the 2nd drift ตลาดนัดสินค้ามือสองที่รวมเอาเสื้อผ้าวินเทจ เกมส์ เครื่องประดับ และของแต่งบ้านจุกจิกมาให้เลือกช้อปในราคาสบายกระเป๋า พร้อมเสริมทัพด้วยแบรนด์ไทยสุดฮอตจากฟีด IG ที่ยกขบวนมาให้สัมผัสของจริงกันในงาน
ความพิเศษของครั้งนี้คือบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ ลานโพธิ์ที่หน้าโชว์รูม Vintage Vespa Thailand ให้คุณได้ช้อปปิ้งพลางจิบเครื่องดื่ม และดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงจาก Live DJ ที่จะมาสร้างมู้ดในช่วงตอนพระอาทิตย์ตกดินพอดี บอกเลยว่า Vibe ดีจนไม่อยากกลับแน่นอน
Time: เวลา 14.00-21.00 น.
When: วันที่ 1-3 พฤษภาคม 2569
Where: ลานโพธิ์ หน้า Vintage Vespa Thailand (ทรงวาด)
More Info: HEY! THRIFT

สัปดาห์นี้หากใครกำลังมองหามุมสงบเพื่อฮีลใจ Galeri 24 แกเลอรี่ไลฟ์สไตล์ย่านสุขุมวิท 24 เปิดพื้นที่ให้คุณได้มานั่งลงและหยุดพักไปกับโปรเจกต์ “ไปตั้งไกล กลับมาที่ใจ” ผลงานการคอลแลปส์สุดพิเศษกับ ‘เตยยี่’ ศิลปินผู้นำเสนอข้อความที่กระแทกใจและปลอบประโลมผู้คน
ไฮไลต์ของงานคือการจัดวางเก้าอี้ผ้าใบดีไซน์พิเศษที่มาพร้อมข้อความสะท้อนความรู้สึก ชวนให้คุณได้ลองใช้เวลาอยู่กับตัวเอง นั่งฟังเสียงหัวใจ เดินดูความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ หรือจะลองเขียนข้อความบอกตัวเองดูก็ได้ เป็นพื้นที่เล็กๆ ที่เตือนให้เรารู้ว่า บางครั้งการเดินทางไปที่ไหนตั้งไกล ก็ไม่สำคัญเท่าการได้กลับมาพบใจตัวเอง
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
When: วันนี้ – 20 มิถุนายน 2569
Where: Galeri 24 (สุขุมวิท 24)
More Info: Galeri 24 Bangkok , teayii

นิทรรศการเดี่ยวครั้งใหญ่ที่ซุ่มทำมานานกว่าหนึ่งปีภายใต้ความเชื่อที่ว่า “อะไรก็เป็นศิลปะได้” ครั้งนี้ Give me museums จะพาเราไปสำรวจโลกของศิลปะที่หยิบยกเอาสิ่งใกล้ตัวมาสร้างสรรค์ในมุมมองใหม่ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่ได้อยู่แค่ในกรอบรูป แต่อยู่ในทุกจังหวะของชีวิตประจำวัน
งานนี้จัดเต็มทั้งงาน Painting และ Installation ที่จะพาคุณหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการสีลูกกวาด แว่วมาว่าทีมงานตั้งใจพาศิลปะมาอยู่ใกล้ชิดกับทุกคนมากขึ้น เป็นพื้นที่ที่เหมาะมากสำหรับการมาเติมแรงบันดาลใจ ถ่ายรูปสวยๆ และพบปะกับคอมมูนิตี้คนรักงานอาร์ตที่คิดถึงกันมาตลอดหลายปี
Time: เวลา 11.00-21.00 น. (ตามรอบเวลาที่เลือก)
When: วันที่ 1-30 พฤษภาคม 2569
Where: Event Hall (ชั้น 2), Central Chidlom
Price: 200 บาท (จำนวนจำกัด)
Ticket: LINE OA @give.me.museums
More Info: Give me museums
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 29 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครกำลังหากิจกรรมช่วงปลายเดือนเมษายน ลองปักหมุดงานนี้ไว […]
The post สุดสัปดาห์นี้ชวนเที่ยว ‘งานฉลองครบรอบ 100 ปี สวนลุมฯ’ 6 วัน 6 คืนเต็ม! appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครกำลังหากิจกรรมช่วงปลายเดือนเมษายน ลองปักหมุดงานนี้ไว้เลย กับงานฉลองครบรอบ 100 ปีของสวนลุมพินี สวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย ที่กรุงเทพมหานครเตรียมจัดขึ้นภายใต้ชื่องาน ‘100 ปีแห่งการสืบสานพระราชปณิธาน’ ระหว่างวันที่ 25-30 เมษายน 2569 บอกเลยว่าจัดเต็มยาว 6 วัน 6 คืน เดินเล่นได้เพลินๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
งานนี้ไม่ได้เป็นแค่งานฉลองธรรมดา แต่ยังเป็นการรำลึกถึงพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองให้คนกรุงเทพฯ ได้ใช้พักผ่อนมาจนถึงวันนี้
สำหรับวันเปิดงาน 25 เมษายน เวลา 18.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชพิธีและทอดพระเนตรการแสดงภายในงานด้วย
ส่วนวันที่ 26-30 เมษายน (เวลา 10.00-21.00 น.) คือช่วงที่สายเดินเล่นต้องชอบ เพราะกิจกรรมแน่นมาก ทั้งนิทรรศการเรื่องราวของสวนลุมฯ โชว์ลีลาศย้อนยุค ฟังดนตรีจากวงออร์เคสตรา ไปจนถึงโชว์แสงสีเสียงบนหอนาฬิกา และที่ขาดไม่ได้คือโซนของกินกับตลาดของดีจากทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ที่ยกมาไว้ให้เดินชิมกันแบบจุกๆ
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์ที่เหมาะกับทั้งสายชิล สายกิน หรือจะชวนเพื่อนไปเดินเล่นหลังเลิกงานก็ยังได้ ใครคิดถึงบรรยากาศสวนลุมฯ แบบคึกคักหน่อยๆ ถูกใจแน่นอน
The post สุดสัปดาห์นี้ชวนเที่ยว ‘งานฉลองครบรอบ 100 ปี สวนลุมฯ’ 6 วัน 6 คืนเต็ม! appeared first on THE STANDARD.
]]>
เริ่มต้นแล้วสำหรับ Salone del Mobile.Milano ครั้งที่ 64 […]
The post 9 ไฮไลท์ Art & Design ใน Milan Design Week 2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เริ่มต้นแล้วสำหรับ Salone del Mobile.Milano ครั้งที่ 64 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Milan Design Week 2026 เทศกาลดีไซน์ระดับโลกแห่งเมืองมิลานของอิตาลี ผู้นำเบอร์ต้นในการนำเสนอแนวคิดล้ำสมัยไปจนถึงไอเดียน่าจับตาของแวดวงการออกแบบในหลากหลายอุสาหกรรมตลอดจนวงการศิลปะ-วัฒนธรรมหลากแขนง โดยเฉพาะเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเทศกาลนี้ก็คือการเป็นสนามประชันฝีมือแห่งวงการเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายในจากทั่วโลก เทศกาลสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-26 เม.ย. 2026 ทั่วทุกพื้นที่ของเมืองมิลานเช่นเคย
โดยในปีนี้มาในธีม A Matter of Salone ที่จะพาทุกคนหวนไปสุ่วัสดุพื้นฐานอันเป็นแก่นสำคัญของการสร้างสรรค์ทุกสิ่งนั่นเอง ว่าแต่มีนี้จะมีไฮไลท์เด่นอะไรน่าสนใจกันบ้าง คราวนี้เราคัดสรรไอเดียเด็ดในสาย Art & Design เอามาฝากัน

ซาลง (Salone) แห่งดีไซน์ระดับ (โคตร) พรีเมี่ยมที่ถือเป็นไฮไลท์ใหม่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในงานปีนี้นั้นไม่ได้มีวัตถุประสงค์เน้นการเป็นเปิดพื้นที่ออกร้านให้แบรนด์ทั่วไป หากแต่เป็นโซนจัดแสดงสินค้าในรูปแบบ Collectible Design ที่คัดสรรผู้ประกอบการพิเศษจากทั่วโลกมาโชว์ศักยภาพของตนเอง ซึ่งปัจจุบันงานดีไซน์เพื่อการสะสมนี้กำลังเป็นตลาดเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งแถมยังเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยเช่นกัน การนิยามสินค้าในกลุ่มนี้อาจไม่ได้มุ่งเน้นไปที่มูลค่าและการสะสมเป็นหลักหากแต่เน้นในด้านคุณค่าและการสร้างสรรค์ผลงานซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาใครลอกเลี่ยนแบบได้ยาก ตลอดจนงานดีไซน์แบบ tailor-made สั่งทำขึ้นเฉพาะเท่านั้น โดยคำว่า Raritas มาจากภาษาละตินแปลว่า “ของหายาก” ทว่าในบริบทนี้สื่อถึงสิ่งสร้างสรรค์ขึ้นโดยไม่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ตายตัวของการออกแบบ และนี่ก็คือหัวใจและพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ดีไซน์เนอร์เกิดการต่อยอดสร้างสรรค์สิ่งใหม่มาตั้งแต่ยุคโบราณ ตลอดจนเป็นจุดกำเนิดทำให้เกิดดีไซน์ระดับ Iconic ขึ้นมากมายด้วยนั่นเอง
https://www.salonemilano.it/en/articles/salone-raritas

เขาวงกตทรงเรขาคณิตสีชมพูสุดโมเดิร์นที่ผุดขึ้นกลางลาน Cortile d’Onore ภายในพระราชวังเก่า Palazzo Litta สถาปัตยกรรมสไตล์บาโรกอันวิจิตรงดงามนี้เป็นผลงาน Design Installation สุดป๊อบที่วิชวลคอนทราสต์กันสุดขั้วทว่ากลายเป็นจุดที่สร้างความโดดเด่นได้ดีทีเดียว ผลงานที่ดังตั้งแต่ก่อนเทศกาลจะเริ่มนี้เป็นฝีมือสร้างสรรค์ของ Lina Ghotmeh สถาปนิกสาวชื่อดังที่กำลังมาแรงแล้วนี่ยังถือเป็นผลงานเดี่ยวกลางแจ้งชิ้นแรกของเราในเทศกาล Milan Design Week อีกด้วย ภูมิทัศน์ดีไซน์เก๋นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรากฐานโครงสร้างสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่นำมาแปลงเป็นดีเทลของงานได้อย่างน่าสนใจ แล้วจุดประสงค์ของการออกแบบก็เพื่ออยากให้ผู้คนได้ชะลอความเร่งรีบลงในช่วงสัปดาห์เทศกาลดีไซน์ที่กำลังวุ่นวายที่สุดนี้ เส้นทางวกวนอาจชวนให้สับสนแต่ขณะเดียวกันตลอดทางก็มีที่นั่งให้เราได้หยุดพักเพื่ออยู่กับตัวเองหรือมีเวลาสังเกตสิ่งรอบตัวได้ละเอียดลึกซึ้งมากขึ้น
https://www.dezeen.com/2026/04/21/lina-ghotmeh-pink-labyrinth-milan-design-week/

ผลงานของ Ai Weiwei ปรากฏที่ไหนมักกระตุกความสนใจผู้คนได้เสมอ นับเป็นครั้งแรกที่ศิลปินร่วมสมัยผู้เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอันโด่งดังนี้มาร่วมแสดงใน Milan Design Week แล้วยังเป็นครั้งแรกที่เขาทำงานกับผ้าไหมอีกด้วย โดยโปรเจกต์นี้เป็นการร่วมงานกับ Rubelli แบรนด์สิ่งทอหรูหราเก่าแก่แห่งเวนิสร่วมกันสร้างสรรค์ลายทอบนผืนผ้าไหมที่ดูหรูหราประณีตขณะเดียวกันก็สื่อสารข้อความเชิงวิพากษ์สังคมได้เจ็บแสบตามสไตล์ Ai Weiwei ด้วยเช่นกัน เหตุผลที่แบรนด์เชิญศิลปินจีนมาครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อต้องการเชิดชูดินแดนต้นกำเนิดแห่งผ้าไหมและภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสืบต่อมาจนถึงโลกตะวันตกด้วยนั่นเอง ขณะเดียวกันก็ต้องการสร้างการตระหนักรู้ถึงพลังของศิลปะร่วมสมัยและงานหัตถกรรมที่สามารถทำหน้าที่ได้หลากหลายมิติมากกว่าแค่การเป็นเพียงแค่ผลงานศิลปะเท่านั้น
https://www.rubelli.com/en/news/ai-weiwei-about-silk

ทุกคนรู้ดีว่าผ้าพลีทคือซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Issey Miyake แต่น้อยคนจะรู้ว่าอุปกรณ์สำคัญที่อยู่เบื้องหลังการสร้างรอยพับอันประณีตนี้ก็คือ Paper Log อันเป็นกระดาษรองผ้าสอดไส้ในกระบวนการพับจีบนั่นเอง ปกติแล้วหลังจากเสร็จงานกระดาษเหล่านี้จะถูกมัดรวมกันเพื่อเอาไปทิ้งหรือนำไปรีไซเคิลต่อโดยไม่มีใครใส่ใจ กระทั่ง Satoshi Kondo ผู้อำนวยการออกแบบของ MIYAKE DESIGN STUDIO เข้ามาเห็นจึงเกิดไอเดียนำขยะนี้มาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อต่อชีวิตให้มันอีกครั้งและสื่อสารถึงวิถียั่งยืนในวงการแฟชั่นด้วย โดยร่วมมือกับ Ensamble Studio บริษัทสถาปนิกแห่งสเปนนำ Paper Log มาผลิตงาน Design Installation ทว่าผลงานที่ดูเหมือนจะเป็นมาสเตอร์พีชของโปรเจตก์นี้ก็คือ Blocky Armchair เก้าอี้อาร์มแชร์ลวดลายสีสันอ่อนโยนงดงามซึ่งดีไซน์เรียบง่ายแต่โดดเด่นนี้เกิดจากการจัดเรียงมัดกระดาษ Paper Log อัดนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์กระเบื้องที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้ต้องยกให้กับคอลเลกชันอันเป็นผลงานที่แบรนด์เก่าแก่คลาสสิกอย่าง Ceramica Francesco De Maio เชิญสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อดัง Kengo Kuma มาร่วมสร้างสรรค์ด้วยกัน ในคอลเลกชันนี้ประกอบไปด้วยกระเบื้อง 3 สี 3 ดีไซน์ที่ระบายสีด้วยมือโดยได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ได้แก่ “Mist-ม่านหมอก” กระเบื้อโทนสีเขียวที่สื่อถึงความสดชื่นชุ่มชื้นโดยลายเกิดจากการระบายแปรงสีในแนวนอน “Earth-ผืนดิน” กระเบื้องโทนสีน้ำตาล-ขาวที่สื่อถึงพื้นแผ่นดินโดยลายเกิดจากการระบายแปรงสีในแนวตั้ง และ “Rain-สายฝน” กระเบื้องโทนน้ำเงิน-ขาวอันเป็นชิ้นโดดเด่นสุดซึ่งลายเกิดจากการวาดเส้นสีน้ำเงินด้วยพู่กันในแนวตั้งแล้วเว้นระยะให้ห่างกันจนเกิดเป็นลายทางให้อารมณ์คล้ายสายฝนนั่นเอง สะท้อนถึงงานฝีมือและเสน่ห์ของธรรมชาติได้อย่างงดงามลงตัว

ศิลปิน Yinka Ilori ที่โดดเด่นเรื่องสีสันและได้รับฉายาว่า “Architect of Joy” ปีนี้มาสร้างความสดใสให้ Milan Design Week 2026 ด้วยนิทรรศการสีสดสุดสนุกเช่นเคย ทว่าไฮไลท์เด่นครั้งนี้ก็คือการเปิดตัว Sun Holder ถังแชมเปญดีไซน์เก๋แปลกตาที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงน้ำเต้าแอฟริกันและผลิตจากวัสดุอัปไซเคิลพร้อมตกแต่งลวดลายอันประณีตที่ได้แรงบันดาลใจจากดวงอาทิตย์

ท่ามกลางบรรดา Luxury Brand ทั้งหลายที่ร่วมแจม Milan Design Week ในปีนี้คงต้องบอกว่า Gucci ทำผลงานได้โดดเด่นน่าจับตาที่สุด นิทรรศการน้อยแต่มาก-เรียบง่ายแต่เท่นี้จัดแสดงผลงานเลอค่าผืนพรมแขวนผนัง (Tapestry) ทอลายวิจิตรประณีตแบบหัตศิลป์ดั้งเดิมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรเนสซองส์ ผืนพรมกลิ่นอายวินเทจนี้โดดเด่นด้วยลวดลายสไตล์คลาสสิกที่ผสมผสานกิมมิกดีเทลยุคใหม่เข้าไปอย่างแยบยลและมีเสน่ห์ทีเดียว โดยพรมทั้ง 12 ผืนนี้แขวนจัดแสดงไว้บนผนังอาคารโดยรอบลาน Chiostri di San Simpliciano อันเก่าแก่คลาสสิกเพื่อเล่าตำนานการเดินทางตลอดระยะเวลา 105 ปี ของแบรนด์อันภาคภูมิใจของอิตาลีนี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นตอนที่ Guccio Gucci ทำงานเป็น bellboy ที่ Savoy Hotel ในกรุงลอนดอน จนมาถึงล่าสุดในยุคนี้ที่ Demna เข้ามากุมบังเหียร แล้วก็แน่นอนว่านี่คือนิทรรศการเปิดตัวครั้งแรกของเขาใน Milan Design Week ด้วยนั่นเอง
https://www.gucci.com/th/th/nst/gucci-memoria

หนึ่งใน Installation Art ที่โด่งดังที่สุดของเทศกาลครั้งนี้ก็คือผลงานที่สร้างสรรค์โดย Sara Ricciardi ศิลปินหญิงยุคใหม่ที่กำลังมาแรง ผลงานชิ้นนี้แปลงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ “ฮอร์โมนแห่งความสุข” ให้กลายเป็นงานศิลป์จับต้องได้ผ่านการครีเอทบอลลูนพองลมไล่เฉดสีรุ้งสดใสในรูปทรงแปลกตาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างโมเลกุล นอกจากนี้ยังสามารถพองลมและยุบตัวช้า ๆ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นและปอดที่กำลังหายใจ ผลงานติดตั้งจัดแสดงอยู่บริเวณโถง Loggiato ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Pinacoteca di Brera อันเก่าแก่ทรงคุณค่าทำให้เกิดภาพความล้ำสมัยคอนทราสต์กับสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกอย่างโดดเด่นสะดุดตาน่าสนใจ

ในงาน Milan Design Week 2026 มีเฟอร์นิเจอร์เปิดตัวใหม่มากมายแต่ดูเหมือนว่าคอลเลกชันคอลแลบนี้จะขโมยซีนจนได้รับความสนใจมากที่สุด ด้วยความที่ H&M Home ก้าวสู่สมรภูมิ Milan Design Week เป็นครั้งแรกก็เลยต้องสร้างกระแสเรียกความสนใจด้วยการไปเชิญ Kelly Wearstler อินทีเรียดีไซน์เนอร์สาย Maximalist ชื่อดังมาร่วมสร้างสรรค์คอลเลกชันพิเศษเสียเลย แล้วเล่นปล่อยของทีเดียวที่มีตั้งแต่เก้าอี้, โต๊ะ, โคมไฟ, ไปจนถึงของแต่งบ้านภายใต้แนวคิด Modular ที่สามารถปรับเปลี่ยนใช้งานได้หลากหลายบรรยากาศ พร้อมมากับวิสัยทัศน์ชัดเจนซึ่งวางเป้าหมายในการออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงชั้นดีแต่นำมาขายในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงและจับต้องได้ แถมสร้างกระแสต่อด้วยการเลือกสถานที่จัดแสดงเป็น Palazzo Acerbi พระราชวังเก่าสไตล์บาโรกที่ไม่เคยเปิดให้สาธารณะเข้าชมมาก่อน
The post 9 ไฮไลท์ Art & Design ใน Milan Design Week 2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผ่านพ้นเทศกาลความคึกคักไปได้ไม่ทันไร บรรยากาศช่วงปลายเด […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 22-28 เมษายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผ่านพ้นเทศกาลความคึกคักไปได้ไม่ทันไร บรรยากาศช่วงปลายเดือนแบบนี้ก็ดูเหมือนจะดรอปจังหวะลงมาอยู่ในโหมดสโลว์ไลฟ์อีกครั้ง หลายคนอาจจะกำลังมีความสุขกับการทิ้งตัวลงบนเตียงอยู่กับบ้าน หรือบางคนมีความเนือยๆ จากควันหลงวันหยุดยาวที่ผ่านมาอยู่ แต่หากจะอยู่เฉยๆ จนหมดเดือนก็คงเสียดายเวลาเช่นกัน
สัปดาห์นี้เราเลยอยากพาทุกคนลุกมาหาอินสไปเรชันใหม่ๆ รีเฟรชร่างกาย ชาร์จเอนเนอร์จีกันสักหน่อย กับลิสต์กิจกรรมที่เราคัดมาให้ครบ ทั้งคอมมูนิตี้สำหรับสายแอ็กทีฟที่อยากออกไปซิตี้รันรับแดดเช้า ปาร์ตี้พิลาทิสริมสระ หรือใครที่อยากหาเซฟโซนสงบๆ เราก็มีทั้งคอมมูนิตี้มาร์เก็ตฟีลสวนหลังบ้าน และงานอาร์ตเท่ๆ ให้ไปเดินเล่นกันเพลินๆ
ใครที่พร้อมบูสต์เอนเนอร์จีแล้ว ก็ตามไปปักหมุดเช็กอินกับกิจกรรมที่เราคัดมาให้สัปดาห์นี้กันได้เลย!

สำหรับใครที่เป็นสายแอ็กทีฟ เตรียมรองเท้าวิ่งคู่ใจให้พร้อม แล้วมาจอยกันที่งาน ‘ROLLING RUN : BIVE+ MOVE LIVELY’ สตาร์ทเช้าวันเสาร์ด้วยซิตี้รันรับลมชมเมืองระยะ 5 กิโลเมตร ก่อนจะกลับมารีเฟรชร่างกายขั้นสุดกับ Ice Bath Recovery แล้วปล่อยใจโฟลว์ไปกับเซ็ตเพลงของ DJ ในไวบ์ดีๆ ริมสระน้ำ เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะแพ็กชุดว่ายน้ำตัวเก่งมาด้วยล่ะ เพราะนี่คือไฮไลต์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเอนเนอร์จีดีๆ ซึ่งกันและกัน
When: วันที่ 25 เมษายน 2569
Time: เวลา 06.00-11.00 น.
Where: The Standard, Bangkok Mahanakhon, สีลม, กรุงเทพฯ

สายแฮงเอาต์ที่รักความแอ็กทีฟเตรียมตัวให้พร้อม! เพราะ ‘Block Party’ ที่ PAC Sukhumvit 32 พร้อมรวมทุก Good Vibes ของคนเมืองมาไว้ในที่เดียว
เริ่มต้นด้วยการวิ่งชิลๆ ช่วงเย็น 16.45 น. ออกสตาร์ทจากสวนเบญจกิติ แล้วมาสนุกไปกับคลาสแอโรบิก หลังจากนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาของการปาร์ตี้ที่ทุกคนรอคอย ในเวลา 18.30 น. ทุกคนจะได้ปล่อยจอยไปกับบีตสนุกๆ จาก Live DJ พร้อมเสพงานศิลปะสตรีทอาร์ตโชว์พ่นสีสดๆ จาก Artist TU แถมยังมีทั้งของอร่อยและเครื่องดื่มแก้วโปรดให้เอนจอยกันแบบยาวๆ
When: วันที่ 25 เมษายน 2569
Time: เวลา 16.45-20.00 น.
Where: เริ่มต้นที่สวนเบญจกิติ (Benjakitti Park) แล้วไปจบที่ PAC – Peaches Active Club สุขุมวิท 32

หนีความวุ่นวายของเมืองกรุงไปคอนเนกต์กับธรรมชาติที่ชลบุรีกับ ‘lululemon trail run’ เซสชันวิ่งเทรลที่พร้อมพาทุกคนไปลุยเส้นทางธรรมชาติระยะ 7 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือขาประจำก็สามารถวิ่งไปด้วยกันได้ ก่อนจะกลับมาพักเติมความสดชื่นในช่วงสายของวันและทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมร่างกายให้พร้อม ใส่รองเท้าวิ่งเทรลคู่เก่ง แล้วออกมาเอนจอยไปด้วยกันตลอดเส้นทางเลย!
When: วันที่ 25 เมษายน 2569
Time: เวลา 06.15-09.30 น.
Where: เขาฉลาก ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

เอาใจสายแอ็กทีฟที่หลงใหลการวิ่ง งานอาร์ต และคอมมูนิตี้คนเมือง! เพราะงาน ‘Bangkok in Motion’ ได้คอลแลบส์กันระหว่าง SeuXPhen, The M.O.V.E by Honda และ UNHOUR Cafe ทำให้เบลนด์ทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เริ่มต้นกันด้วยการแวะมาจอยสเปซนวัตกรรมสุดล้ำของ The M.O.V.E by Honda ในช่วงเย็นๆ ที่เดินได้อย่างไม่เสียเหงื่อ ไปพร้อมๆ กับเสพงานดีไซน์และฟัง Panel Talk รับอินสไปเรชันเจ๋งๆ จากศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังอย่าง TRK ก่อนจะออกมาวิ่งซิตี้รันกับทีมเสือเผ่นกันต่อ แล้วจึงกลับมา ‘Sip the moment’ จิบเครื่องดื่มรีเฟรชร่างกายปิดท้าย พร้อมเมกเฟรนด์กับคอมมูนิตี้คนคอเดียวกัน
หากพร้อมแล้วละก็ลงทะเบียน และสวมรองเท้าคู่เก่งออกมาวิ่งกันเลย!
When: วันที่ 26 เมษายน 2569
Time: ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป
Where: The M.O.V.E by Honda (Emsphere ชั้น G)

หากการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการได้จิบกาแฟคราฟต์ดีๆ สักแก้ว คือการปลุกเอนเนอร์จีให้พร้อมไปตลอดทั้งวัน เราว่างานนี้ตอบโจทย์สุดๆ กับ ‘Morning Coffee Run’ ที่จะพาทุกคนมาคอมพลีต Morning Routine ด้วยการออกไปซิตี้รันรับแดดอ่อนๆ ยามเช้ากับรูทวิ่งชิลๆ 3 km. โดยจะออกสตาร์ตกันที่ Halo Koffee สาขาสุขุมวิท 33/1 วิ่งลัดเลาะไปแวะพักดื่มน้ำเติมความเฟรชกันที่สาขาพร้อมพงษ์ ก่อนจะวิ่งวนกลับมาคูลดาวน์และให้รางวัลตัวเองด้วยการจิบกาแฟแก้วโปรดที่คัดสรรเมล็ดมาอย่างดีที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
When: วันที่ 26 เมษายน 2569
Time: เวลา 06.00-07.15 น.
Where: ร้าน Halo Koffee สาขาสุขุมวิท 33/1

ออกมาสูดกลิ่นอายธรรมชาติใจกลางเมืองให้ฉ่ำปอด! กับซิตี้รันระยะ 5 กิโลเมตรในเช้าวันอาทิตย์จาก Youthfulnest club ที่ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งมือใหม่หรือขาประจำก็มาวิ่งดูแสงแรกไปด้วยกันได้ และอีกอย่างที่น่าสนใจคือทุกคนที่เข้าร่วมก็จะได้เสื้อวิ่งดีไซน์เก๋ไปใส่ฟรีๆ อีกด้วย
When: วันที่ 26 เมษายน 2569
Time: ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
Where: ลานอัฒจันทร์กลาง สวนเบญจกิติ

ชวนสาวๆ หยิบชุดว่ายน้ำตัวโปรดมาเปลี่ยนบรรยากาศวันหยุดให้เฟรชกว่าเดิม! กับงาน ‘YPS HOT SIS Pilates & Sauna Party’ ที่เบลนด์ Wellness เข้ากับปาร์ตี้ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เริ่มจากบาลานซ์ร่างกายผ่านคลาส Poolside Pilates ริมสระน้ำพร้อมชมวิวเมืองสวยๆ ก่อนจะเพิ่มความสนุกเข้าไปอีกกับเกมในน้ำ แล้วจึงสวิตช์โหมดมารีเซ็ตตัวเองขั้นสุดด้วย Sauna และ Ice Bath
หลังจากที่ออกกำลังกายกันเสร็จก็เข้าสู่ช่วง ‘ปาร์ตี้’ ที่หลายคนน่าจะรอคอย เอนจอยไปกับบาร์บีคิว และบีตสนุกๆ จาก DJ หากว่าพร้อมแล้วก็เตรียมคัดชุดว่ายน้ำคุมโทนสีสันรับซัมเมอร์ให้พร้อม แล้วมาจอยกันเลย!
When: วันที่ 25 เมษายน 2569
Time: เวลา 15.00-20.00 น.
Where: โครงการ Town Hall สุขุมวิท 49

ลืมภาพจำไทเก๊กแบบเดิมๆ ไปได้เลย! เพราะ ‘World Tai Chi Day: Tai Chi & Beats’ ทวิสต์ไทเก๊กให้เข้ากับความคูลของไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่อนคลายร่างกายไปกับบีตรีมิกซ์จาก DJ GUNGUN นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อปตกแต่งพัดให้ทุกคนได้วาดลวดลายกันแบบชิคๆ และจิบมัทฉะสุดพรีเมียมไปพร้อมกัน เตรียมหยิบรองเท้าผ้าใบที่ใส่แล้วกระชับมั่นใจทุกการเคลื่อนไหวแล้วมาที่งานนี้เลย!
When: วันที่ 26 เมษายน 2569
Time: เริ่มเซสชัน 1 เวลา 10.00-10.30 น. และเซสชัน 2 เวลา 11.00-11.30 น.
Where: theCOMMONS Thonglor (ทองหล่อ ซอย 17)

กลับมาอีกครั้งกับ ‘House Lagom Market in the Backyard’ คอมมูนิตี้ของฮอปปิ้งมาร์เก็ตฟีลสวนหลังบ้านในไวบ์สุดอบอุ่น ที่จะเปลี่ยนสุดสัปดาห์ให้เต็มไปด้วยโมเมนต์ฮีลใจ ในงานนี้เราจะได้เดินช้อปไอเทมไลฟ์สไตล์กันเพลินๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หนังสือ แผ่นเสียง หรือของสะสมสุดน่ารัก อีกทั้งมีเวิร์กช็อปสนุกๆ ให้ได้ลองทำกันตั้งแต่บ่ายสามถึงสามทุ่มเลยทีเดียว
แต่ถ้าใครอยากมาหาที่นั่งจิบกาแฟก่อน ตัวโครงการเขาเปิดให้ชิลกันยาวๆ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงเที่ยงคืนเลย คลอไปด้วย Live Music และเสียงเพลงจาก DJ กลางสวน ส่วนใครที่มีน้องหมาน้องแมวบอกเลยว่าต้องชอบมาก เพราะที่นี่เปิดเป็น Pet-friendly อีกด้วย
When: วันที่ 25-26 เมษายน 2569
Time: เวลา 15.00-21.00 น.
Where: House Lagom, สุขุมวิท 20

ทุกคนเชื่อในเรื่องของมวลพลังงานและการดึงดูดสิ่งดีๆ ไหม? ที่ ‘Crystal 101 Workshop’ จะพาเราไปลงลึกกับศาสตร์ของคริสตัลที่ไม่ได้เป็นแค่ไอเทมสวยงาม แต่เป็นแหล่งพลังงานที่สามารถเชื่อมโยงและส่งผลต่อจิตใจของเราได้จริงๆ ด้วย โดยในคลาสนี้จะได้เรียนรู้การสำรวจโลกภายใน (Self-discovery) พร้อมเรียนรู้วิธีจูนเอนเนอร์จีให้เข้ากับคริสตัลคู่ใจ ตั้งแต่วิธีเคลียร์มวลพลังงานเดิม ชาร์จพลังงานใหม่ จนกลายเป็นรูทีนที่ทำได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น ใครที่อินกับเรื่องพลังงาน หรืออยากลองเปิดรับมวลพลังงานใหม่ๆ เพื่อเสริมความบาลานซ์ให้ตัวเอง เซสชันนี้คือพลาดไม่ได้เด็ดขาด! เพราะว่าทุกคนจะได้พลังบวกกลับไปแบบเต็มๆ
When: วันที่ 26 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-12.00 น.
Where: Libra & Pisces ชั้น 2, Slowcombo

ในยุคที่ AI สามารถเสกภาพสวยๆ ได้เพียงชั่วพริบตา ‘ICONOSTASIS: No Masters, No Icons’ นิทรรศการฟอร์มยักษ์ จะพาทุกคนมาตั้งคำถามถึงคุณค่าของศิลปะที่เกิดจากการลงมือทำด้วยฝีมือมนุษย์ ผ่านการรวมตัวของ 4 ศิลปินนานาชาติระดับท็อป และ 4 ศิลปินไทย
ภายในงานเราจะได้ชมจิตรกรรมกว่า 120 ชิ้น พร้อมผลงานชิ้นใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และไฮไลต์อยู่ที่กำแพง Iconostasis wall ที่ผสานงานของศิลปินทั้ง 8 ท่านเข้ากับ 56 ชิ้นงานจากศิลปินรุ่นใหม่ของไทย
When: วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 10.00-18.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
Where: MOCA BANGKOK ชั้น G
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 22-28 เมษายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมเงินพร้อมกันหรือยัง? งานคุ้ยแผ่นเสียงแห่งปีกลับมา […]
The post ชวนคุ้ยแผ่นเสียง ตามเก็บไอเทมลับ ‘Record Fest BKK 2026’ 24-26 เม.ย. นี้ Siam Paragon appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมเงินพร้อมกันหรือยัง? งานคุ้ยแผ่นเสียงแห่งปีกลับมาแล้ว
Record Store Day หนึ่งในอีเวนท์ประจำปีของคนรักเสียงเพลงที่จัดขึ้นทั่วโลกช่วงสัปดาห์สุดท้ายในเดือนเมษายนของทุกปี เพื่อเฉลิมฉลอง ‘วันร้านแผ่นเสียงโลก’ และวัฒนธรรมการฟังเพลงแบบอนาล็อกวนกลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว โดยปีนี้กลับมาในชื่อ ‘Record Fest BKK 2026’ ที่อัปสเกลงานให้ใหญ่ขึ้น หลากหลายมากขึ้นตามคอนเซปต์ SPIN THE CULTURE
แน่นอนว่าไฮไลต์ภายในงานย่อมต้องหนีไม่พ้น โซน Collector Garage ชวนคนมีของ (เยอะ) มาปล่อยของสะสมในคอลเลกชัน ส่งต่อให้เจ้าของใหม่ที่มองหาไอเท็มเด็ด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเสียง เทป ซีดี หรือสินค้ามิวสิกไลฟ์สไตล์ ครั้งนี้มีบูธเข้าร่วมงานมากกว่า 40 บูธและมีค่ายเพลงนำแผ่นเสียงใหม่ล่าสุด มาเปิดตัวในงานเป็นที่แรก
นอกจากแผ่นเสียงที่มีคุ้ยขากันจนหน่ำใจ ภายในงานยังมีมินิคอนเสิร์ต ดีเจ แฟนไซน์ เวิร์กชอป และเวที Talk ให้ทุกคนได้มาแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันอีกด้วย
บอกเลยว่าปีนี้งานใหญ่ขึ้น และกิจกรรมแน่นเอี๊ยด ใครสนใจแวะไปได้ ตั้งแต่วันที่ 24-26 เมษายน 2026 เวลา 10.00-22.00 น. ที่ NEX HALL ชั้น 5 Siam Paragon ตลอด 3 วันเต็ม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ IG @recordfestbkk
ภาพ: Record Fest
The post ชวนคุ้ยแผ่นเสียง ตามเก็บไอเทมลับ ‘Record Fest BKK 2026’ 24-26 เม.ย. นี้ Siam Paragon appeared first on THE STANDARD.
]]>
ความเก่าแก่ไม่จำเป็นต้องเก่าเก็บเสมอไป และเราก็สามารถสร […]
The post Mindfulness Reborn 7 กิจกรรมเสียเหงื่อและฮีลใจ ปลุกชีวิตใหม่ให้เราและโบราณสถาน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ความเก่าแก่ไม่จำเป็นต้องเก่าเก็บเสมอไป และเราก็สามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้มันได้อีกครั้ง ทุกวันนี้โบราณสถานไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นแหล่งเรียนรู้หรือจุดหมายการท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะหลายแห่งกำลังปรับเปลี่ยนเพิ่มบทบาทใหม่ให้กลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรมแบบ Multi-purpose Venues ได้ในคราวเดียวกัน นั่นเลยทำให้เราได้เห็นกิจกรรมสร้างสรรค์ผุดขึ้นตามสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมาย และได้เห็นโบราณสถานกลับมามีความหมายและใช้ประโยชน์ได้ในโลกยุคปัจจุบันอีกครั้ง โดยเฉพาะกิจกรรมเชิง Wellness Activity ที่ดูจะเหมาะสมเข้ากับสถานที่ได้อย่างลงตัว ไปจนถึงกิจกรรมสร้างสรรค์อย่าง Workout มิติใหม่ที่ต้องการสร้างกระแสและมอบประสบการณ์สุดแสนประทับใจที่ไม่เหมือนใคร
นอกจากจะช่วยปลุกชีวิตเราให้สดใสแล้ว ขณะเดียวกันก็ยังปลุกให้โบราณสถานกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นด้วย รวมถึงทำให้โบราณสถานยังคงร่วมสมัยได้และผสานเข้ากับวิถียุคปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน

กิจกรรมผ่อนคลายสุดแสนเอ็กซ์คลูซีฟนี้เป็นการนำสองศาสตร์มาผสมผสานเพื่อการฟื้นฟูจิตใจและร่างกายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ศาสตร์แรกก็คือการนอนอาบคลื่นเสียง (Sound Bath) จากขันทิเบต (Tibetan Singing Bowl) แล้วต่อด้วยศาสตร์ที่สองก็คือดนตรีบำบัด (Music Therapy) ในรูปแบบ Classical Concert Experience ที่เชิญนักดนตรีคลาสสิกมาบรรเลงให้เรานอนฟังกันสด ๆ ทว่าความพิเศษยิ่งกว่านั้นก็คือการคัดสรรสถานที่สุดแสนพิเศษซึ่งทุกที่ล้วนเป็นสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดก็คือการจัดกิจกรรมภายในโถง Painted Hall ที่ Old Royal Naval College อันเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ English Baroque ที่สร้างขึ้นในปี 1712 โดยพาทุกคนหลับตาอาบเสียงภายใต้โถงวิจิตรตระการตาที่ได้รับสมญานามว่า Sistine Chapel แห่งเกาะอังกฤษ

กิจกรรม HYROX กำลังเป็นเทรนด์เสียเหงื่อมาแรงทั่วโลกแต่คงไม่มีสนามไหนโดดเด่นดึงดูดใจได้เท่า HYROX Paris Grand Palais อีกแล้ว สนามแข่งเวิร์กเอาท์สุดอลังการนี้จัดขึ้นภายใต้โดมแก้ววิจิตร Grand Palais (Grand Palais des Champs-Élysées) สุดคลาสสิกซึ่งเคยเรียกเสียงฮือฮาในคราวที่เป็นหนึ่งในสนามแข่งขันของมหกรรมโอลิมปิก Paris 2024 มาแล้ว
โดย Grand Palais สร้างขึ้นในปี 1900 เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป 1900 Paris Exposition โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โบซาร์ (Beaux-Arts architecture) ผสมผสานกลิ่นอายอาร์นูโว (Art Nouveau) ซึ่งปัจจุบันทางกรุงปารีสได้รีโนเวทอาคารใหม่ให้กลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรมยอดฮิตมากมายรวมถึงกลายเป็นสนามแข่งขัน HYROX เบอร์ต้นที่นักแข่งขันทั่วโลกเริ่มปักหมุดวางเป้าหมายให้มาลงแข่งขันให้ได้สักครั้งในชีวิต
+ https://hyroxfrance.com/event/paris-grand-palais-25/

ไฮไลท์เด่นของสนาม Run Rome The Marathon คือเส้นทางวิ่งลัดเลาะไปตามโบราณสถานสำคัญระดับโลกมากมายทว่าปี 2026 นี้มีอีกหนึ่งไฮไลท์ทีเด็ดเพิ่มเติมเข้ามานั่นก็คือ New Balance Run House สถานที่ฟื้นฟูร่างกายและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าสุดเก๋ที่เนรมิตรขึ้นภายใต้ Corsie Sistine โบราณสถานทรงคุณค่าซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปา Sixtus IV della Rovere ทรงปรับโฉมอาคารในปี 1478 เพื่อให้กลายเป็นโรงพยาบาลชุมชนแห่งแรก ๆ ของโลกเลยก็ว่า
ภายในแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก (ตามชื่อห้องโถง) คือโซน Sala Lancisi สำหรับผ่อนคลายกายและจิตด้วยกิจกรรมทำสมาธิ, ฝึกควบคุมลมหายใจ, ไปจนถึงกิจกรรม Sound Bath เสียงบำบัด เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นฟูหลังการวิ่งอันหนักหน่วง และโซน Sala Baglivi ที่มาในคอนเซ็ปต์ Laboratory for Mechanical Exploration ประกอบไปด้วยกิจกรรมกายภาพบำบัด (Physiotherapy) และความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา (Sports Science) ที่มาพร้อมสนามทดสอบลู่วิ่งสมรรถสูงไปจนถึงจุดทดลองผลิตภัณฑ์รองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพสำหรับการวิ่งโดยเฉพาะ

ภาพจำของ Natural History Museum ในลอนดอนที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็คือภาพของโครงกระดูกวาฬสีน้ำเงินยักษ์ห้อยอยู่กลางโถง Hintze Hall ภายใต้สถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์ (Romanesque Revival) อันงดงามตระการตา ทว่ายุคนี้สถานที่แห่งนี้กำลังสร้างภาพจำใหม่ด้วยการเปิดโถงดังกล่าวให้กลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสุดฮิตมากมายรวมถึงการจัดคลาสโยคะประจำยามเช้า Yoga class The Natural History Museum ก่อนเปิดพิพิธภัณฑ์เพื่อปลุกความกระปรี้กระเปร่าต้อนรับวันใหม่ และคลาส Evening Yoga at the Museum กิจกรรมยืดเส้นยืดสายตอนเย็นหลังเลิกงานช่วยผ่อนคลายความเครียดประจำวัน จนทำให้เป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับคนยุคใหม่ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครในทันที
+ https://www.nhm.ac.uk/events/yoga-at-the-natural-history-museum.html

เทรนด์เวิร์กเอาท์ในพิพิธภัณฑ์กำลังมาแรงไม่เว้นแม้แต่ Musée du Louvre พิพิธภัณฑ์ที่โด่งดังและมีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกนี้ก็กระโดดมาร่วมแจมกับเขาด้วย โดยกิจกรรม Run in the Louvre นี้จะเป็นการจัดคลาสโยคะยามเช้าก่อนพิพิธภัณฑ์เปิด เป็นคลาสโยคะเคลื่อนที่ 1 ชั่วโมง แบ่งเป็นเซสชั่นต่าง ๆ ให้เวิร์กเอาท์ไปตามจุดไฮไลท์เด่นภายในพิพิธภัณฑ์ อาทิ ลาน Cour Marly and Cour Puget ที่จะได้โยคะท่ามกลางคอลเลกชันประติมากรรมซึ่งเคยตกแต่งใน Château de Marly พระราชวังพักผ่อนส่วนพระองค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือโยคะบนลาน The Cour Khorsabad ท่ามกลางประติมากรรมโบราณที่ทำให้ได้สัมผัสร่องรอยของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) อย่างใกล้ชิด
+ https://www.louvre.fr/expositions-et-evenements/visites-guidees/parcours-off-yoga

มาดูกิจกรรม Sound Healing แบบกลางแจ้งกันบ้างสำหรับกิจกรรมนี้เป็นการนำเอาเสียงบำบัดหลากหลายรูปแบบมาใช้ฮีลใจและกายร่วมกัน อาทิ ขันธิเบต (Tibetan Healing Bowls), กระดิ่งลมกระบอกไม้ไผ่ญี่ปุ่น (Japanese Koshi Chimes), ไปจนถึงกอง (Grotta Sonora Gongs) จากอิตาลี (คล้ายกับฆ้อง) และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมาย โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นที่ Creake Abbey ซากโบสถ์โบราณอายุกว่า 800 ปีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ซึ่งเมื่อก่อนสถานที่แห่งนี้ยังเคยเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลของชุมชนอีกด้วย นับเป็นการใช้สถานที่ในการส่งเสริมพลังแห่งการรักษาที่มีเสน่ห์และเปี่ยมพลังทีเดียว
+ https://www.english-heritage.org.uk/visit/whats-on/realign-special-sites-sound-bath-at-creake-abbey/

กิจกรรมบำบัดนี้ไม่ใช่แนวออกกำลังกายแต่เป็นกิจกรรมเสพศิลป์สร้างสมาธิที่ผสานศิลปะเข้ากับการสร้างความสงบในจิตใจคราวเดียวกัน โดยกิจกรรมนี้จะพาดื่มด่ำกับงานศิลป์ภายใน The Metropolitan Museum of Art (หรือ THE MET ที่ทุกคนคุ้นเคย) ทว่าจะแตกต่างจาก Guide Tour ปกติตรงที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและการฝึกสมาธิมาบรรยายงานศิลป์เชิงลึกที่เน้นความสุนทรีด้านความสวยงามและเรื่องราวเชิงอารมณ์ศิลป์เป็นหลักมากกว่าการอัดความรู้เชิงประวัติศาสตร์ การเล่าดำเนินไปพร้อมการบรรเลงเปียโนที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อช่วยเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจไปในตัว กิจกรรมนี้มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมฝึกมองงานศิลปะด้วยตาและหัวใจที่เปิดกว้าง ดื่มด่ำกับงานศิลป์อย่างแท้จริง ตลอดจนได้เรียนรู้และเชื่อมต่อกับจิตใจภายในของตนเอง
+ https://www.museummeditationnyc.com/
ภาพ: Lie Down and Listen, HYROX, NSS Magazine, Natural History Museum London, Sortiraparis
อ้างอิง:
The post Mindfulness Reborn 7 กิจกรรมเสียเหงื่อและฮีลใจ ปลุกชีวิตใหม่ให้เราและโบราณสถาน appeared first on THE STANDARD.
]]>