LIFE | BODY & MIND – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 20 Jan 2026 08:08:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง https://thestandard.co/life/loving-boundaries-parents-lover-self/ Tue, 20 Jan 2026 08:08:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1167188 Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง

บางความเจ็บในชีวิตไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่รักใครเลย แต […]

The post Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง

บางความเจ็บในชีวิตไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่รักใครเลย แต่เกิดจากการที่เรารักทุกคนมากเกินไป จนลืมถามหัวใจตัวเองว่ามันยังไหวอยู่หรือเปล่า การอยู่ตรงกลางระหว่างคนรักกับพ่อแม่คือพื้นที่ที่เปราะบางที่สุด เพราะทุกการตัดสินใจเหมือนมีใครสักคนต้องเสียใจเสมอ และบ่อยครั้ง คนที่เสียใจที่สุดกลับเป็น “เราเอง” คนที่พยายามประคองทุกความสัมพันธ์ไว้ด้วยความเงียบ ด้วยความอดทน และด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่ควรต้องแบกเพียงลำพัง

 

หลายคนเติบโตมากับความเชื่อว่า ความกตัญญูคือการต้องทำให้พ่อแม่พอใจเสมอ ขณะเดียวกัน ความรักก็สอนให้เราปกป้องคนรักจากทุกสิ่งที่อาจทำร้ายเขาได้ เมื่อสองสิ่งนี้เดินไปคนละทิศ คนตรงกลางจึงเหมือนถูกดึงออกเป็นสองฝั่งโดยไม่มีพื้นที่ให้ยืนอย่างมั่นคง ความรู้สึกผิด ความสับสน และความเหนื่อยล้าสะสมอย่างเงียบๆ จนบางวัน เราเริ่มไม่แน่ใจว่าชีวิตนี้กำลังเป็นของใครกันแน่

 

Loving Boundaries ไม่ได้หมายถึงการตัดใครออกจากชีวิต แต่มันคือการเรียนรู้ที่จะวาง “เส้นที่อ่อนโยน” ให้กับคนที่เรารักที่สุด เส้นที่บอกกับตัวเองว่า เรามีสิทธิ์ดูแลความรู้สึกของตัวเองก่อน โดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต การมีขอบเขตไม่ได้แปลว่าเราใจร้าย แต่มันคือสัญญาณของความรักที่เติบโตแล้ว ความรักที่ไม่ยอมแลกกับการทำร้ายตัวเองซ้ำๆ

 

บางครั้ง ทางออกที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่เป็นการเลือก “ความสงบของใจ” เป็นอันดับแรก เลือกพูดในสิ่งที่รู้สึกอย่างสุภาพ เลือกเว้นระยะห่างจากสถานการณ์ที่ทำให้หัวใจอ่อนล้า เลือกปกป้องความสัมพันธ์ที่สำคัญ โดยไม่ยอมให้ใครก็ตามล้ำเส้นความรู้สึกของเรา แม้แต่คนที่เรารักมากที่สุดก็ตาม

 

ความจริงที่ปลอบใจได้คือ เราสามารถรักพ่อแม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องยอมรับทุกอย่าง และเราสามารถรักคนรักได้ โดยไม่ต้องตัดขาดจากครอบครัว สิ่งที่เปลี่ยนคือวิธีที่เราดูแลตัวเองระหว่างทาง การเติบโตทางอารมณ์คือวันที่เรายอมรับว่า เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้พร้อมกัน แต่เราสามารถเลือกที่จะไม่ทอดทิ้งหัวใจของตัวเองได้เสมอ

 

ถ้าคุณกำลังอยู่ในจุดที่ต้องเลือกระหว่างความรักสองฝั่ง อยากให้รู้ว่าคุณไม่ได้อ่อนแอ คุณแค่เป็นคนที่รักจริง และการที่คุณเริ่มหันมาถามตัวเองว่า “ฉันต้องการอะไร” ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อทุกคน รวมถึงกับตัวคุณเองด้วย

 

บางครั้ง การถอยออกมาอย่างอ่อนโยน อาจไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการกลับมาประคองหัวใจตัวเองให้ยังมีแรงพอจะรักใครต่อไปได้ และนั่นต่างหาก คือความรักในเวอร์ชันที่โตขึ้น ลึกขึ้น และซื่อสัตย์กับตัวเองที่สุดแล้ว

 

Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง 1Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง 2Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง 3Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง 4Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง 5Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง 6Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง 7Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง 8Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง 9

The post Loving Boundaries: “คนรักและพ่อแม่” เมื่อคนกลางต้องเลือกรักษาใจตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนสร้าง Playground ที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน https://thestandard.co/life/how-to-create-home-playground-living-quality-event/ Mon, 19 Jan 2026 01:00:46 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1166439 how-to-create-home-playground-living-quality-event

รู้หรือไม่ว่า Playground ไม่จำเป็นต้องเป็นสวนสาธารณะขนา […]

The post ชวนสร้าง Playground ที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
how-to-create-home-playground-living-quality-event

รู้หรือไม่ว่า Playground ไม่จำเป็นต้องเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ หรือพื้นที่เฉพาะอย่างฟิตเนสเสมอไป แต่สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากพื้นที่รอบตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน สนามหญ้าหน้าบ้าน หรือหลังบ้าน เพียงแค่เปลี่ยนมุมมองจาก “พื้นที่ใช้งาน” ให้กลายเป็น “พื้นที่ได้เล่น ได้ขยับ” ชีวิตทั้งวันก็จะรู้สึกเบาขึ้นและมีความหมายมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

LIFE อยากชวนผู้อ่านมารู้จักกับการสร้าง Playground ที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่พื้นที่เล็กๆ สำหรับการขยับตัวเพื่อดูแลร่างกาย สนามหญ้าหน้าบ้านที่กลายเป็นพื้นที่แห่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนในครอบครัว ไปจนถึงห้องครัวที่เปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่ใช้งาน ให้เป็นสนามประลองฝีมือการทำอาหารสำหรับแบ่งปันกันระหว่างเพื่อนฝูงและคนที่รัก

 

กิจกรรมเล็กๆ เหล่านี้ไม่ต้องการความสมบูรณ์แบบหรือการวางแผนล่วงหน้า แค่เกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน และค่อยๆ เติมความสุขให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ที่อยากใช้เวลาอยู่ด้วยมากขึ้นในแบบของตัวเอง

 

สำหรับใครที่กำลังมองหา Playground ของตัวเอง อย่าพลาดโอกาสลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ‘Living Quality Playground’ ฟรี โดยผู้ได้รับสิทธิ์สามารถพาผู้ติดตาม 1 ท่านเข้าร่วมได้ จำกัดที่นั่งเพียง 22 ท่าน (รวมผู้ติดตามแล้ว)

 

ลงทะเบียนได้ที่ลิงค์นี้ https://forms.gle/TgUr9NiuigELnYA86

 

พบกันวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ สายลม แสงแดด โฮมมี่ สตูดิโอ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THE STANDARD LIFE

 

ขยับเบาๆ แบบไม่รู้สึกว่าออกกำลังกายในห้องโปรดของตัวเอง


เริ่มจากกิจกรรมที่ไม่ต้องเรียกว่าออกกำลังกาย เช่น เปิดเพลงแล้วขยับตัวตามจังหวะ เต้นไปกับเพลงที่ชอบ ในห้องนั่งเล่นลองยืดแขนยืดขาระหว่างดูทีวี หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงในบ้าน การเคลื่อนไหวแบบสนุกๆ เหล่านี้ช่วยปลุกระบบร่างกาย ลดความตึงของกล้ามเนื้อ และทำให้สมองหลั่งสารแห่งความสุข โดยไม่สร้างแรงกดดันเหมือนการตั้งเป้าออกกำลังกายจริงจัง

 

สนามหญ้าเล็กๆ ก็เป็น Playground ได้


พื้นที่หน้าบ้านหรือหลังบ้านคือโอกาสของการขยับที่เป็นธรรมชาติ ตั้งแต่การตีแบด พาน้องหมาเดินเล่น วิ่งเล่นกับเด็กหรือสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงกิจกรรมง่ายๆ อย่างรดน้ำต้นไม้ ย้ายกระถาง ปลูกผักเล็กๆ งานเหล่านี้ช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว พร้อมกับให้ใจได้พักจากความคิดในหัว บ้านจึงไม่ใช่แค่ที่พัก แต่เป็นพื้นที่ฟื้นพลัง

 

เปลี่ยนงานบ้านให้มีลูกเล่น


งานบ้านไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ ลองแข่งกันทำความสะอาด แข่งกันเก็บห้องให้เรียบร้อย หรือชวนกันแยกขยะ ทำกิจกรรมในบ้านอะไรก็ได้ที่ทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น อารมณ์ดีขึ้น ควรทำแบบไม่รู้สึกฝืน เทคนิคคือทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ทุกวัน จนกลายเป็นนิสัย 

 

ปรับระเบียงเป็นมุมพิลาทิสส่วนตัว


พื้นที่เล็กๆ ในบ้านอย่างมุมห้องนั่งเล่น ระเบียง หรือโถงทางเดิน สามารถกลายเป็น Playground ชั่วคราวได้ง่ายๆ แค่ปูเสื่อ ยืดเหยียดร่างกาย หมุนไหล่ หมุนคอ หรือทำท่าบอดี้เวตหรือเล่นพิลาทิสเบาๆ โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมาย การขยับแบบนี้ช่วยปลดล็อกความตึงสะสมจากการนั่งนาน และทำให้ร่างกายรู้สึกโล่งขึ้น เหมือนได้รีเซ็ตตัวเองระหว่างวัน 

 

เดินเล่นรอบบ้านให้เหมือนได้ออกไปสำรวจโลก

 

บางวันเราอาจไม่มีแรงหรือเวลาออกไปเดินไกลๆ แค่เดินวนรอบบ้าน เดินดูต้นไม้ ดูท้องฟ้า หรือเปลี่ยนเส้นทางเดินเล็กๆ ก็ช่วยให้ร่างกายได้ขยับ และสมองได้เปลี่ยนบรรยากาศ การเดินสั้นๆ แต่สม่ำเสมอแบบนี้ช่วยให้หัวโล่ง ลดความเครียด และทำให้วันธรรมดาไม่รู้สึกอึดอัดเกินไป 

 

ห้องครัวสู่สนามของคนรักการทำอาหาร


ห้องครัวไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่จริงจังที่ต้องทำทุกอย่างให้เป๊ะเสมอไป แต่สามารถกลายเป็น Playground ของความคิดสร้างสรรค์ได้เหมือนกันนะ ลองชวนกันคิดเมนูจากวัตถุดิบที่มีในตู้เย็น แข่งกันทำจานพิเศษ หรือผลัดกันรับบทเชฟในแต่ละวัน  เมื่ออาหารเสร็จ การได้นั่งกินพร้อมหน้ากัน คือรางวัลของ Playground แห่งนี้ เพราะสิ่งที่ถูกแบ่งปันไม่ใช่แค่มื้ออาหาร แต่คือเวลา ความตั้งใจ และความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกัน ทำให้ห้องครัวกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่อบอุ่นที่สุดของบ้านอย่างเป็นธรรมชาติ

 


 

กิจกรรม Living Quality Playground กิจกรรม Living Quality Playground กิจกรรม Living Quality Playground กิจกรรม Living Quality Playground กิจกรรม Living Quality Playground กิจกรรม Living Quality Playground กิจกรรม Living Quality Playground กิจกรรม Living Quality Playground

The post ชวนสร้าง Playground ที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Gigíl โมเมนต์ความสุขจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจยังอ่อนโยน https://thestandard.co/life/gigil-happy-moments-small-things/ Sat, 17 Jan 2026 05:28:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1166271 รู้จัก Gigíl โมเมนต์ความสุขจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจยังอ่อนโยน

ความสุขบางอย่างไม่ได้มาจากอะไรที่ดูยิ่งใหญ่ แต่มาอย่างเ […]

The post รู้จัก Gigíl โมเมนต์ความสุขจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจยังอ่อนโยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Gigíl โมเมนต์ความสุขจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจยังอ่อนโยน

ความสุขบางอย่างไม่ได้มาจากอะไรที่ดูยิ่งใหญ่ แต่มาอย่างเรียบง่ายในรูปแบบของความรู้สึกที่ทำให้หัวใจอ่อนโยน แนวคิดนี้เรียกว่า Gigíl (กี-กิล) คำจากภาษาตากาล็อกของฟิลิปปินส์ ใช้อธิบายอารมณ์เอ่อล้นของความเอ็นดูจนอยากกอด อยากเก็บช่วงเวลานั้นไว้ให้นานที่สุด เพราะมัน “รู้สึกดี๊ดี” มากกว่าจะอธิบายได้ด้วยเหตุผลใดๆ

 

รู้ไหมว่าโมเมนต์ที่เราเรียกว่า Gigíl นั้นเกิดขึ้นได้กับรายละเอียดเล็กๆ ของชีวิตประจำวันได้เลยนะ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพอร์ (Purr) ของแมว, การได้รับข้อความสั้นๆ จากคนที่เรารอคอยและคิดถึง, การได้จิบกาแฟอุ่นในทุกเช้า หรือการได้เห็นภาพสวยงามตรงหน้าที่สร้างรอยยิ้มให้เราโดยไม่รู้ตัว โมเมนต์เหล่านี้คือความอ่อนโยนที่ทำให้ชีวิตยังมีความละมุน แม้โลกภายนอกจะวุ่นวายแค่ไหนก็ตาม

 

ความงามของแนวคิดนี้คือมันไม่ได้บังคับให้เรามองโลกในแง่ดีตลอดเวลา แต่ชวนให้เราสังเกตว่าหัวใจของเรายังเปิดรับความรู้สึกดีๆ อยู่หรือไม่ คนที่ยังรู้สึก Gigíl กับเรื่องเล็กๆ ได้ คือคนที่ยังไม่ด้านชา ยังเชื่อมโยงกับชีวิต และยังอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขได้อยู่ เราอยากบอกว่าโมเมนต์ Gigíl คือการสะกิดเตือนเราว่าความสุขไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่เลยนะ บางครั้งมันคือความรู้สึกเล็กๆ ที่ทำให้เราอยากกอดโลกไว้เงียบๆ และตราบใดที่หัวใจเรายังรู้สึกแบบนั้นได้ เราก็ยังไม่ได้ห่างจากความสุขเลย

The post รู้จัก Gigíl โมเมนต์ความสุขจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจยังอ่อนโยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Wabi-Sabi Happiness ความสุขของคนที่ไม่ลบอดีต แต่เรียนรู้จะอยู่กับมันอย่างสง่างาม https://thestandard.co/life/wabi-sabi-happiness-learn-past/ Fri, 16 Jan 2026 01:19:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1165810 รู้จัก Wabi-Sabi Happiness ความสุขของคนที่ไม่ลบอดีต แต่เรียนรู้จะอยู่กับมันอย่างสง่างาม

บางคนไม่ได้โตมากับชีวิตที่เรียบง่าย บางคนโตมากับความสับ […]

The post รู้จัก Wabi-Sabi Happiness ความสุขของคนที่ไม่ลบอดีต แต่เรียนรู้จะอยู่กับมันอย่างสง่างาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Wabi-Sabi Happiness ความสุขของคนที่ไม่ลบอดีต แต่เรียนรู้จะอยู่กับมันอย่างสง่างาม

บางคนไม่ได้โตมากับชีวิตที่เรียบง่าย บางคนโตมากับความสับสน ความรู้สึกผิด ความกลัว และบาดแผลที่ไม่มีชื่อเรียกชัดๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หายไปเมื่อโตขึ้น แต่มันฝังอยู่ในวิธีที่เรามองโลก วิธีที่เรารักคนอื่น และวิธีที่เราปฏิบัติกับตัวเองเงียบๆ ในทุกวัน

 

แนวคิดของ Wabi-Sabi ไม่ได้ชวนให้เรามองชีวิตเป็นเรื่องสวยงามเสมอไป แต่มันชวนให้เรามองชีวิตอย่างตรงไปตรงมา ว่าความไม่สมบูรณ์คือ “หลักฐานของการมีชีวิต” รอยร้าวไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือประวัติของการผ่านบางอย่างมาได้จริง ไม่ใช่ทุกคนที่มีบาดแผลจะอ่อนแอ ตรงกันข้าม คนที่ยังอ่อนโยนได้ทั้งที่ผ่านอะไรหนักๆ มาแล้ว คือคนที่แข็งแรงในระดับลึกมากเลยนะ

 

ความสุขแบบ Wabi-Sabi จึงไม่ใช่ความสุขที่เกิดจากการแก้ไขตัวเองจนสมบูรณ์ แต่เกิดจากวันที่เราหยุดพยายามจะ “ลบอดีต” และเริ่มยอมรับว่า อดีตคือส่วนหนึ่งของเรา และมันไม่จำเป็นต้องถูกแก้ไขทั้งหมด

 

หลายคนพยายามเอาชนะความกลัว ด้วยการบังคับตัวเองให้เก่งขึ้น แข็งขึ้น หรือประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ช่วยให้ใจคลายที่สุด ไม่ใช่การชนะความกลัว แต่คือการเลิกหนีมัน วันที่เรายอมรับได้ว่า “ใช่ เรากลัวจริงๆ” ใจจะเริ่มเบาขึ้นโดยไม่ต้องฝืน และเมื่อไม่ต้องฝืน เราจะเริ่มกล้าในแบบที่ไม่ต้องพิสูจน์กับใคร

 

คนที่รักตัวเองเป็น ไม่ใช่คนที่คิดว่าตัวเองไม่มีบาดแผล แต่คือคนที่รู้ดีว่าตัวเองมีแผลตรงไหน และเลือกจะไม่ใช้แผลนั้นเป็นเหตุผลในการทำร้ายตัวเองซ้ำอีก คนแบบนี้มักไม่ต้องอวดความเข้มแข็ง เพราะความนิ่งของเขามาจากความเข้าใจ ไม่ใช่การกดทับ

 

Wabi-Sabi จึงไม่ใช่เรื่องของความสวยงามทางปรัชญา แต่มันคือทักษะชีวิตของคนที่น.ต.อะไรมาแล้ว และเลือกจะไม่ให้ประสบการณ์เหล่านั้น ทำให้หัวใจแข็งกระด้างขึ้น แต่นุ่มขึ้น ลึกขึ้น และจริงขึ้น

 

นี่แหละคือความสุขที่โตพอแล้ว ความสุขของคนที่ไม่ต้องย้อนกลับไปเป็นคนเดิม แต่เป็นคนที่เข้าใจตัวเองมากพอจะอยู่กับชีวิตในเวอร์ชันปัจจุบันได้อย่างสง่างาม

The post รู้จัก Wabi-Sabi Happiness ความสุขของคนที่ไม่ลบอดีต แต่เรียนรู้จะอยู่กับมันอย่างสง่างาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details https://thestandard.co/life/belotero-song-hye-kyo-campaign-nature-details/ Thu, 15 Jan 2026 04:25:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1165499 BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details

BELOTERO เปิดตัวซง ฮเยคโย เป็น Asia Pacific Brand Ambas […]

The post BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details appeared first on THE STANDARD.

]]>
BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details

BELOTERO เปิดตัวซง ฮเยคโย เป็น Asia Pacific Brand Ambassador คนใหม่ ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ งานครั้งนี้จัดโดย Merz Aesthetics ภายใต้แคมเปญ Nature is in the Details ที่ชวนให้เรากลับมามองความงามผ่านรายละเอียดเล็กๆ ของตัวตนของเรา มากกว่าการไล่ตามภาพความสมบูรณ์แบบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันด้านภาพลักษณ์แบบเดิมๆ แน่นอนว่าไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือการปรากฏตัวของนางเอกระดับไอคอนของเอเชียอย่าง ซง ฮเยคโย เธอคือผู้ที่จะมาถ่ายทอดภาพของผู้หญิงที่ทั้งเรียบง่าย อ่อนโยน แต่ทรงพลัง และสะท้อนทิศทางของแบรนด์ที่ให้คุณค่ากับความงามที่ยังคงความเป็นตัวเองอยู่เสมอ

 

BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details 1

 


ภายในงานบนเวทีมีทั้งผู้บริหารระดับภูมิภาค นักวิทยาศาสตร์ ที่ขึ้นมาร่วมเล่ามุมมองเรื่องความงามในมิติที่ลึกขึ้นกว่าที่คิดและน่าสนใจมากดังนี้

 

ลอว์เรนซ์ เซียว ประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Merz Aesthetics พูดถึงภาพรวมของเทรนด์ความงามในภูมิภาคนี้ว่า ผู้คนกำลังมองหา “ความแท้จริง” (Authenticity) มากขึ้น และมองว่าความงามเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ เขาอธิบายว่าแบรนด์จึงให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ยึดเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก และเลือกสื่อสารแนวคิดของเทคโนโลยี Biomimetic Matrix ในฐานะนวัตกรรมที่ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้างของผิว เพื่อสะท้อนแนวคิดเรื่องความกลมกลืนและการเคารพในเอกลักษณ์ของแต่ละคน ท่ามกลางโลกโซเชียลมีเดียที่เต็มไปด้วยแรงกดดันด้านภาพลักษณ์

 

BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details 2

 


ขณะที่ ดร.โอเว่น ซุงก้า รองประธานอาวุโสฝ่ายวิทยาศาสตร์และคลินิกของ Merz Aesthetics ได้ขึ้นกล่าวถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในเรื่องความงาม โดยนำเสนอกรอบแนวคิด Natural Outcomes Framework ซึ่งพัฒนาร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อเปลี่ยนคำว่า “ดูเป็นธรรมชาติ” ที่มักถูกพูดถึงแต่ไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจน ให้กลายเป็นมาตรฐานที่เข้าใจง่ายและวัดผลได้ทางวิทยาศาสตร์

 

โดยกรอบแนวคิดนี้วางอยู่บนรากฐานสำคัญที่สุดคือ ‘ความปลอดภัย’ (Safety) และประกอบด้วย 4 มิติหลักที่ผู้ร่วมงานได้สัมผัส ได้แก่ See มองเห็นความสมดุลที่แนบเนียน ไม่ดูปรุงแต่งจนเกินไป, Touch สัมผัสที่เรียบเนียนเหมือนผิวจริง, Feel ความรู้สึกมั่นใจและยังรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง และ Express การแสดงสีหน้าและอารมณ์ได้อย่างอิสระ ไม่แข็งเกร็ง, แนวคิดนี้ถือเป็นภาษากลางที่ช่วยให้แพทย์และคนไข้สื่อสารความต้องการเรื่องความงามได้ตรงกันมากขึ้น โดยยังคงให้คุณค่ากับการเคารพในความเป็นปัจเจก (Individuality) เพื่อให้ทุกคนสวยในแบบที่เป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ

 

 

BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details 3

 

ในฝั่งของแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคนล่าสุดอย่าง ซง ฮเยคโย บนเวทีเธอได้แชร์มุมมองเรื่องความงามในแบบที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งมาก โดยบอกว่าเธอมองว่าความงามที่แท้จริงเริ่มต้นจาก “จิตใจ” มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก จงพยายามคิดบวก แม้ในวันที่เจอสถานการณ์ยากๆ แล้วความงามจะค่อยๆ สะท้อนออกมาให้เห็นบนใบหน้าและบรรยากาศรอบตัวอย่างเป็นธรรมชาติ นั่นแหละคือความงามที่ยั่งยืนที่สุดสำหรับเธอ ส่วนความมั่นใจก็ไม่ได้มาจากการพยายามดูดี แต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ได้โฟกัสและทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ เพราะนั่นคือช่วงที่เธอรู้สึกเป็นตัวเองที่สุด และยังเชื่อว่าความทุ่มเทนี้คือสิ่งที่ทำให้ใครหลายคนดูน่าดึงดูดโดยไม่ต้องพยายาม

 

นอกจากนี้ ซง ฮเยคโย ยังฝากข้อความถึงตัวเองในอดีตไว้ได้น่าประทับใจว่า อยากบอกให้ตัวเอง “รักตัวเองให้มากกว่านี้” และพยายามเก็บความผ่อนคลายทางใจไว้ให้ได้มากขึ้น เพราะความเข้มแข็งจากภายในจะค่อยๆ ปรากฏออกมาเป็นความงามภายนอกอย่างอ่อนโยน ขณะที่การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันของเธอก็เรียบง่ายไม่ต่างจากผู้หญิงทั่วไป ตั้งแต่การล้างเครื่องสำอางให้สะอาด ใช้สกินแคร์พื้นฐาน ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับการพักผ่อน โดยเฉพาะในวันที่ร่างกายรู้สึกล้า เธอจะเลือกดูแลตัวเองด้วยความใส่ใจมากขึ้น ทั้งการมาสก์หน้าและการนอนให้เพียงพอ

 

BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details 4

 


อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเข้าใจสิ่งที่แคมเปญต้องการจะสื่อมากขึ้น นั่นคือคอนเซปต์ความเป็น Natural Luxury Beauty ที่กำลังบอกเราว่าความงามไม่ใช่เรื่องของความหรูหราที่ต้องดูไกลตัว แต่มันคือความพอดีที่เกิดจากความเข้าใจในตัวเอง ความละเมียดในดีเทล และการดูแลตัวเองอย่างอ่อนโยนจากภายในสู่ภายนอก งานเปิดตัวครั้งนี้เหมือนเป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าโลกความงามกำลังค่อยๆ ขยับออกจากกรอบ Beauty Standard แบบเดิม ไปสู่ความงามที่เฉพาะบุคคลมากขึ้น เป็นความงามที่ไม่ได้ถามว่าเราควรสวยเหมือนใคร แต่ชวนให้กลับมาถามว่า “เรารู้สึกดีกับตัวเองแค่ไหนในแบบที่เราเป็น?”

 

และนั่นอาจเป็นนิยามของความงามที่ตอบโจทย์ที่สุดในยุคนี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงจนคนอื่นทัก แต่คือวันที่เรามองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกว่า วันนี้ใบหน้าดูละมุนดีจัง ดูสบายใจดีจัง มั่นใจจัง และยังรู้สึกได้ชัดเจนว่า “นี่แหละ คือความสวยในแบบที่เป็นเราอย่างแท้จริง”

 

BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details 5

 

The post BELOTERO เปิดตัว ซง ฮเยคโย ชูแคมเปญความงามใหม่ Nature is in the Details appeared first on THE STANDARD.

]]>
สายดริงก์-สายหวาน เตรียมจ่ายเพิ่ม? WHO จี้ทั่วโลกขึ้นภาษีเพื่อลดโรค หารายได้เข้ารัฐ https://thestandard.co/life/who-health-tax-policy-3-by-35/ Thu, 15 Jan 2026 01:49:27 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1165408 who-health-tax-policy-3-by-35

เคยสังเกตไหมว่า อะไรที่เฮลตี้มักราคาแพง แต่อะไรที่ทำลาย […]

The post สายดริงก์-สายหวาน เตรียมจ่ายเพิ่ม? WHO จี้ทั่วโลกขึ้นภาษีเพื่อลดโรค หารายได้เข้ารัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
who-health-tax-policy-3-by-35

เคยสังเกตไหมว่า อะไรที่เฮลตี้มักราคาแพง แต่อะไรที่ทำลายสุขภาพอย่างน้ำอัดลม เครื่องดื่มมึนเมา กลับมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า?

 

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นเรื่องจริงที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำลังกังวลอย่างหนัก เพราะในขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น สินค้าเหล่านี้กลับมีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับรายได้ และนั่นคือสาเหตุเงียบๆ ที่ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ มะเร็ง และอุบัติเหตุ พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

 

ล่าสุด WHO เลยมีการเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลก ‘เลิกใจดี’ กับสินค้าทำลายสุขภาพ และหันมาเพิ่มภาษีเพื่อช่วยชีวิตคน

 

เมื่อความถูกแลกมาด้วยความเจ็บป่วย

 

รายงานใหม่จาก WHO ชี้ให้เห็นว่าระบบภาษีที่อ่อนแอในหลายประเทศทำให้เครื่องดื่มน้ำตาลสูงและแอลกอฮอล์ยังคงมีราคาถูก สวนทางกับภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่พุ่งสูงขึ้นจากการรักษาโรค 

 

Dr. Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO ย้ำชัดว่า “ภาษีสุขภาพคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด” เพราะการขึ้นภาษียาสูบ น้ำหวาน และเหล้า ไม่ใช่แค่การหารายได้เข้ารัฐ แต่เหมือนเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม แล้วนำเงินก้อนนั้นกลับมาพัฒนาระบบแพทย์เพื่อทุกคน

 

นอกจากนี้ข้อมูลจาก WHO พบว่ายังมีช่องว่างทางภาษี ที่ทำให้สินค้าเหล่านี้ยังคงทำกำไรมหาศาลบนความเสี่ยงของผู้บริโภค ได้แก่

 

  • ภาษีน้ำหวานที่ยังไม่ครอบคลุม: แม้ 116 ประเทศจะเก็บภาษีน้ำอัดลม แต่กลับละเลยกับดักน้ำตาลอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้ 100%, นมปรุงแต่ง, กาแฟและชาพร้อมดื่ม ซึ่งน้ำตาลสูงไม่แพ้กัน

 

  • ภาษีที่ต่ำเกิน: ค่ากลางภาษี (Median Tax) ของน้ำอัดลมทั่วโลก คิดเป็นเพียง 2% ของราคาขายเท่านั้น ซึ่งน้อยเกินกว่าที่จะทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม

 

  • แอลกอฮอล์ราคาไม่ขยับ: ในขณะที่สินค้าอื่นขึ้นราคาตามเงินเฟ้อ แต่ตั้งแต่ปี 2022 เหล้าเบียร์ในหลายประเทศราคากลับนิ่งสนิท หรือถูกลงเมื่อเทียบกับค่าแรง แถมไวน์ยังเป็นสินค้าปลอดภาษีใน 25 ประเทศ โดยเฉพาะในโซนยุโรป

 

ภารกิจใหม่ ‘3 by 35’

 

เพื่อแก้เกมนี้ WHO จึงเปิดตัวโครงการริเริ่ม ‘3 by 35 โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2035 รัฐบาลทั่วโลกควรปรับโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มราคาที่แท้จริงของสินค้าอันตราย 3 อย่าง ได้แก่

  1. ยาสูบ
  2. แอลกอฮอล์
  3. เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

 

เป้าหมายคือทำให้สินค้าเหล่านี้เข้าถึงยากขึ้นตามกาลเวลา เพื่อตัดวงจรการเกิดโรคตั้งแต่ต้นทาง

 

แล้วชาว LIFE ล่ะ คิดเห็นอย่างไรกับประกาศใหม่ล่าสุดนี้? 

 

อ้างอิง:

The post สายดริงก์-สายหวาน เตรียมจ่ายเพิ่ม? WHO จี้ทั่วโลกขึ้นภาษีเพื่อลดโรค หารายได้เข้ารัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน https://thestandard.co/life/best-scented-body-lotions-2026-review/ Wed, 14 Jan 2026 01:33:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1164907 Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน

บางทีเสน่ห์ของคนเรา อาจเริ่มจาก “กลิ่นที่ติดผิว” โดยไม่ […]

The post Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน

บางทีเสน่ห์ของคนเรา อาจเริ่มจาก “กลิ่นที่ติดผิว” โดยไม่ต้องฉีดน้ำหอมเลย LIFE จึงคัดสรรไอเท็มทาผิวกายที่มีจุดเด่นด้านความหอมละมุน ติดทน และให้ฟีลเหมือนเพิ่งฉีด fragrance ดีๆ เลย ตั้งแต่ความหวานนัวแบบ Sol de Janeiro ไปจนถึงความคลีนแพงของ Jo Malone London มีทั้งสายเฟมินีนหรูๆ จาก Dior และ Chanel และสายสนุกติดทนแบบ Bath & Body Works หรือจะโดดไปทางกลิ่น Signature Scent ประจำตัวที่ทำให้คนจำเราได้ตั้งแต่เดินผ่าน เพราะผิวที่หอมดี ไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้เราดูมีเสน่ห์ขึ้นทันที

 

Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน 1

 


1. Sol de Janeiro เปิดตัว Rosa Charmosa Dewy Cream

 

ครีมบำรุงผิวกายเนื้อวิปที่มอบผิวโกลวฉ่ำแบบ dewy บอกเลยว่าหอมมากๆ พร้อมช่วยเติมความชุ่มชื้นยาวนาน โดดเด่นด้วยส่วนผสมอย่าง crystal peptides, rosewater และ Brazilian yacón essence ที่ช่วยให้ผิวดูเปล่งประกายและชุ่มชื้นขึ้นอย่างรู้สึกได้ เป็นการตีความกลิ่นกุหลาบใหม่ให้สดใส โมเดิร์น และมีชีวิตชีวา เปลี่ยนบอดี้แคร์ให้เป็นมากกว่าการบำรุง แต่คือประสบการณ์ที่ทั้งดูแลผิวและดูแลใจเลย

 

Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน 2

 

2. Jo Malone London Body Crème

 

โดยเฉพาะกลิ่น English Pear & Freesia ตัวบอดี้โลชั่นของ Jo Malone จะให้ฟีล “ผิวหอมสะอาด แพง นุ่มนวล” กลิ่นละมุนกว่าเวอร์ชันน้ำหอม และมีความ skin scent ที่ชวนเข้าใกล้

 

Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน 3


3.Chanel Les Beiges Body Lotion

 

สายหรูต้องมี Chanel บอดี้โลชั่นกลิ่น Chance หรือ Les Beiges คือให้ฟีลผู้ดีแบบ effortless ทาแล้วกลิ่นไม่โฉ่งฉ่าง แต่มีความ sophisticated แบบคนดูแพงตั้งแต่ลิฟต์เปิด

 

Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน 4

 

4.Dior Gris Dior Hand & Body Lotion

 

โลชั่นสำหรับผิวมือและลำตัว เนื้อน้ำนมบางเบา ซึมไว มอบความรู้สึกสบายผิวทันทีที่ใช้อุดมด้วยส่วนผสมจากแหล่งธรรมชาติถึง 90% ช่วยเติมความชุ่มชื้น พร้อมมอบกลิ่นหอมอ่อนละมุนที่ติดผิวตลอดวัน เป็นการถ่ายทอดคาแรกเตอร์อันสง่างามของน้ำหอม Gris Dior สู่บอดี้โลชั่นที่ให้ฟีลกูตูร์ทั้งในสัมผัสและกลิ่นบนผิว

 

Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน 5

 

5. Rare Beauty Awaken Confidence Bouncy Body Cream

 

ครีมบำรุงผิวกายเนื้อเด้งราวพุดดิ้ง ช่วยฟื้นบำรุงผิวด้วยความชุ่มชื้นเข้มข้น เติมความยืดหยุ่นและความกระจ่างใสให้ผิว ที่เริ่ดสุดๆ คือกลิ่นหอมที่จะโอบผิวของเราด้วยกลิ่นหอมโทนพีช-ฟลอรัลที่สดใส เป็นสูตรนวัตกรรม ซึมไว ให้ผิวรู้สึกได้รับการบำรุงทันที โดยไม่เหนียวเหนอะหนะหรือมันเยิ้ม

The post Scented Skin: รวมดาวไอเท็มทาผิวกายที่รับประกันความหอมฟิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Infrared Sauna’ แค่นั่งอาบแสงก็ช่วยยืดอายุได้? https://thestandard.co/life/infrared-sauna-longevity/ Tue, 13 Jan 2026 01:18:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1164386 ‘Infrared Sauna’ แค่นั่งอาบแสงก็ช่วยยืดอายุได้?

ในโลกของ Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ […]

The post ‘Infrared Sauna’ แค่นั่งอาบแสงก็ช่วยยืดอายุได้? appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Infrared Sauna’ แค่นั่งอาบแสงก็ช่วยยืดอายุได้?

ในโลกของ Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ Infrared Sauna ได้กลายเป็นอีกหนึ่ง Biohack ยอดฮิตเพื่อการดูแลสุขภาพลงลึกถึงระดับเซลล์ แต่เชื่อว่าคงมีใครหลายคนสงสัยว่ามันจะช่วยให้อายุยืนได้จริงไหม หรือสุดท้ายมันก็เป็นแค่เทรนด์ วันนี้เราเลยรวบตึงข้อมูลมาให้ชาว LIFE ที่สนใจดังนี้

 

Infrared Sauna คืออะไร?

 

ห้องซาวน่าที่ใช้พลังงานจากแสงส่งความร้อนลึกเข้าสู่ชั้นผิวหนังและเนื้อเยื่อโดยตรง เปรียบเหมือนการทำให้ร่างกายร้อนขึ้นจากภายในสู่ภายนอก โดยใช้อุณหภูมิเพียง 43-60°C ซึ่งน้อยกว่าซาวน่าปกติ (Dry Sauna) ที่ร้อนถึง 65-90°C ทำให้รู้สึกสบายตัวกว่าและหายใจสะดวกกว่า เพราะเราจะไม่รู้สึกถึงไอร้อนจัดรอบกายเท่าแบบเดิม

 

ทำไม Infrared Sauna ถึงช่วยให้อายุยืน?

 

กลไกหลักที่ทำให้การอาบแสงสีแดงที่ว่ายืดอายุได้ คือการที่ร่างกายตอบสนองต่อความร้อนดังนี้

 

  • เลียนแบบการออกกำลังกาย:

เพียงไม่กี่นาทีที่นั่งในห้องอินฟราเรด หลอดเลือดจะขยายตัว การไหลเวียนเลือดเพิ่มขึ้น และอัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น ปฏิกิริยานี้เทียบเท่ากับการเดินในระดับปานกลาง ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแรงให้หัวใจและลดความดันโลหิต

 

  • ลดความเสี่ยงโรค:

การใช้อินฟราเรดซาวน่าเป็นประจำช่วยลด Oxidative Stress ซึ่งเป็นตัวการหลักของโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคสมองเสื่อม

 

  • บรรเทาความเจ็บปวด:

ใครที่ปวดกล้ามเนื้อหรือเจ็บจากการออกกำลังกายบ่อยๆ คงถูกใจสิ่งนี้ เพราะความร้อนลึกช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรังและเร่งการฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้ไวขึ้น

 

  • ฟื้นฟูระบบประสาทและการนอน:

นอกจากอินฟราเรดซาวน่าจะดีต่อกายแล้ว มันยังมีส่วนช่วยลดระดับความเครียด ความวิตกกังวล และส่งผลให้หลับลึกขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

 

ทำ Infrared Sauna อย่างไรให้เห็นผล?

 

เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการฟื้นฟูร่างกาย ควรเริ่มต้นด้วยความถี่ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีในครั้งแรก และค่อยๆ เพิ่มขึ้นแต่ไม่ควรเกิน 20-30 นาทีต่อครั้ง

 

สิ่งสำคัญคือการดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนเริ่ม และควรพกน้ำเข้าไปจิบระหว่างทำหากคุณไวต่อความร้อน

 

สำหรับเครื่องแต่งกายควรสวมใส่ชุดที่มีความคล่องตัวและระบายอากาศได้ดี เช่น ชุดออกกำลังกายจากคอลเล็กชัน H&M Move ‘The Wellness Edit’ ที่ใช้นวัตกรรม SculptMove™ ซึ่งออกแบบมาเพื่อซัพพอร์ตช่วงเวลาการฟื้นฟูและอินฟราเรดซาวน่าโดยเฉพาะ

 

ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานหากมีไข้ ตั้งครรภ์ หรือเพิ่งดื่มแอลกอฮอล์ และหากรู้สึกวิงเวียนศีรษะให้หยุดพักทันทีเพื่อความปลอดภัย

 

อ้างอิง:

The post ‘Infrared Sauna’ แค่นั่งอาบแสงก็ช่วยยืดอายุได้? appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Deep Care Ritual คอลเล็กชันใหม่จาก NONFICTION ที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสปาส่วนตัว https://thestandard.co/life/nonfiction-deep-care-ritual-spa/ Tue, 13 Jan 2026 01:12:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1164383 รู้จัก Deep Care Ritual คอลเล็กชันใหม่จาก NONFICTION ที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสปาส่วนตัว

ใครที่กำลังมองหาการปรนนิบัติผิวแบบจัดเต็มต้องกดเลิฟรัวๆ […]

The post รู้จัก Deep Care Ritual คอลเล็กชันใหม่จาก NONFICTION ที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสปาส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Deep Care Ritual คอลเล็กชันใหม่จาก NONFICTION ที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสปาส่วนตัว

ใครที่กำลังมองหาการปรนนิบัติผิวแบบจัดเต็มต้องกดเลิฟรัวๆ ให้กับ NONFICTION แบรนด์ไลฟ์สไตล์บิวตี้สุดมินิมอลจากเกาหลีใต้ เพิ่งเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ล่าสุดอย่าง Deep Care Ritual ที่ออกแบบมาเพื่อการฟื้นบำรุงผิวที่ต้องการความชุ่มชื้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ส่วนไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือกลิ่นใหม่ Vetiver Ground จะเป็นกลิ่นแนว Woody Citrus ที่ลงตัวสุดๆ ทั้งความสดชื่นจากเบอร์กามอตและแมนดาริน ตัดด้วยความสุขุมของเวทิเวอร์และพิงก์เปปเปอร์ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ Reset ตัวเองท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ

 

แนะนำไอเท็มเด่นๆ สำหรับ 5 Steps Ritual เพื่อสร้างเป็นรูทีนการดูแลตัวเองที่บ้านง่ายๆ ดังนี้

 

  • เริ่มต้นด้วยการขัดผิวด้วย Exfoliating Body Scrub & Wash ที่มีส่วนผสมของผงข้าวและ AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน ให้ผิวสะอาดและสว่างใส
  • หลังอาบน้ำเสร็จ ชโลมผิวด้วย Firming Body Oil ที่อุดมด้วยน้ำมันเมล็ดทานตะวันและอะโวคาโด เนื้อออยล์ซึมไวมาก ไม่เหนอะหนะ แต่ช่วยให้ผิวนุ่มและดูเฟิร์มขึ้นทันที
  • ล็อกความชุ่มชื้นให้ยาวนานด้วย Enriching Body Cream สูตรเข้มข้นที่มีเชียบัตเตอร์และแพนทีนอล ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรงตลอดวัน
  • ในขั้นตอนนี้ Editor แนะนำให้ใช้เวลานวดครีมเบาๆ ลงบนผิว เพื่อให้กลิ่น Vetiver Ground ช่วยบำบัดประสาทสัมผัสและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
  • ปิดท้ายด้วย Nourishing Hand Balm บำรุงมือให้เรียบเนียนด้วยเชียบัตเตอร์และเซราไมด์ กลิ่นหอมติดทนจนแทบไม่ต้องฉีดน้ำหอมเลยครับ

 

LIFE อยากบอกว่าขั้นตอน Deep Care Ritual ไม่ใช่แค่การทาครีม แต่คือ Moment ที่เราได้หยุดพักเพื่ออยู่กับตัวเองจริงๆ ใครที่ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน การใช้เวลาสัก 15-20 นาทีกับไอเท็มสกินแคร์ที่เราชอบ มันจะช่วยให้เราได้ทำการ Reset พลังงานจากภายในที่ดีที่สุด

 

รู้จัก Deep Care Ritual คอลเล็กชันใหม่จาก NONFICTION ที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสปาส่วนตัว 1รู้จัก Deep Care Ritual คอลเล็กชันใหม่จาก NONFICTION ที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสปาส่วนตัว 2รู้จัก Deep Care Ritual คอลเล็กชันใหม่จาก NONFICTION ที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสปาส่วนตัว 3รู้จัก Deep Care Ritual คอลเล็กชันใหม่จาก NONFICTION ที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสปาส่วนตัว 4

The post รู้จัก Deep Care Ritual คอลเล็กชันใหม่จาก NONFICTION ที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสปาส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Joy Is Allowed: อนุญาตให้ตัวเองกลับมาสนุกกับชีวิต https://thestandard.co/life/joy-allowed/ Mon, 12 Jan 2026 06:01:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1164116 อนุญาตให้ตัวเอง กลับมาสนุก กับชีวิต

“ครั้งสุดท้ายที่เรารู้สึกสนุกจริงๆ คือเมื่อไหร่กันนะ” & […]

The post Joy Is Allowed: อนุญาตให้ตัวเองกลับมาสนุกกับชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุญาตให้ตัวเอง กลับมาสนุก กับชีวิต

“ครั้งสุดท้ายที่เรารู้สึกสนุกจริงๆ คือเมื่อไหร่กันนะ”

 

หลายคนอาจเผลอลืมไปว่า การอนุญาตให้ตัวเองสนุก เป็นสิ่งที่ทำได้ และไม่จำเป็นต้องรอให้ชีวิตพร้อมกว่านี้ก่อน เพราะในความเป็นจริง ภาระ หน้าที่ และความคาดหวังในแต่ละวัน มักทำให้เราเผลอเลื่อนความสุขออกไปเรื่อยๆ โดยคิดว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาดูแลตัวเองในวันที่ว่างกว่านี้ มีเวลาเยอะกว่านี้ แต่สิ่งที่เรามักไม่ทันสังเกตคือ ช่วงเวลาสนุกเล็กๆ เหล่านั้น ไม่ได้เป็นแค่รางวัลของชีวิต มันคือพื้นที่พักใจ ที่ช่วยให้เราหายใจได้เต็มขึ้น

 

ลองคิดดูว่าถ้าเราให้พื้นที่กับความสนุกเล็กๆ ในชีวิตบ่อยขึ้น เราไม่ได้กำลังใช้ชีวิตอย่างเลินเล่อ แต่มองมุมบวกมันคือการที่เรากำลังดูแลหัวใจตัวเองในแบบที่เรียบง่าย และจำเป็นต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว

 

ใครสนใจอยากกลับไปสนุกอีกครั้ง ลองมาลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ‘Living Quality Playground’ ฟรี ผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมจากการคัดเลือก สามารถพาผู้ติดตามเข้าร่วมกิจกรรมด้วยได้คนละ 1 ท่าน จำกัดที่นั่ง 22 ท่านเท่านั้น (รวมผู้ติดตามแล้ว)

 

ลงทะเบียนได้ที่ลิงค์นี้ https://forms.gle/TgUr9NiuigELnYA86

 

  • พบกันวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ สายลม แสงแดด โฮมมี่ สตูดิโอ
  • ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THE STANDARD LIFE

 

อนุญาตให้ตัวเองสนุก

 

พอเราอนุญาตให้ตัวเองสนุก กำแพงในใจที่เคยตั้งไว้เพื่อรับมือกับชีวิตประจำวันจะค่อยๆ คลายลง เราหัวเราะง่ายขึ้น ร่างกายผ่อนคลายมากขึ้น และไม่ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา เราต่างเคยผ่านตาเนื้อหาหรือข้อความมากมายในเชิงจิตวิทยา ที่ชี้ว่าความสนุกช่วยลดระดับความเครียดและความตึงในระบบประสาท ทำให้สมองเปลี่ยนจากโหมดระวังภัย มาอยู่ในโหมดปลอดภัยได้จริง เมื่อใจเราไม่ตึง ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวก็เลยไหลลื่นขึ้นเอง โดยไม่ต้องพยายามเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก

 

สนุกสบายใจ แบบไม่ต้องวางแผนเยอะ

 

หลายครั้งเราคิดว่าความสุขต้องมาจากอะไรที่วางแผนมาอย่างดี แต่จริงๆ แล้ว การได้ใช้เวลาด้วยกันแบบธรรมดาๆ กลับสร้างความผูกพันได้ลึกกว่า เช่น นัดเดอะแก๊งมานั่งล้อมวง ทำกิจกรรมง่ายๆ ร่วมกันบ่อยๆ ความสนุกเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทำให้สมองจดจำว่า “การอยู่ตรงนี้กับคนเหล่านี้ปลอดภัย” และความรู้สึกนั้นเองที่ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น คือการได้ใช้เวลาแบบไม่ต้องคิดเยอะ กินข้าวด้วยกัน ดูหนังเรื่องเดิม หรือคุยเรื่องไร้สาระ ความรู้สึกสบายใจแบบนี้แหละ ที่ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

สนุกแบบเป็นตัวเอง

 

ช่วงเวลาที่เราสนุกจริงๆ มักเป็นช่วงที่เราไม่ต้องแบกบทบาท ไม่ต้องเก่ง ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา ความสนุกเปิดโอกาสให้เราได้เป็นตัวเองในแบบที่ไม่ถูกตัดสิน สมองจะลดการประเมินตัวเอง และเปิดพื้นที่ให้ความเป็นธรรมชาติกลับมา เมื่อเรารู้สึกว่า “ไม่ต้องพยายาม” ใจก็จะผ่อนคลาย และความสัมพันธ์ก็จะจริงใจมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

ความสนุกช่วยชาร์จพลังใจ

 

ความสนุกอาจไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมดในชีวิต แต่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นพลังใจ ช่วงเวลาที่เรารู้สึกสนุกหรือเพลิดเพลิน จะช่วยเติมพลังทางอารมณ์ ทำให้เรารับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น ใจที่ได้พัก แม้เพียงช่วงสั้นๆ จะกลับมามีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมเผชิญเรื่องต่างๆ โดยไม่รู้สึกหนักเกินไป

 

การอนุญาตให้ตัวเองสนุกไม่ใช่การละเลยชีวิต

 

หลายคนรู้สึกผิดเวลาปล่อยให้ตัวเองสนุก เพราะคิดว่าเป็นการเสียเวลา แต่ในความเป็นจริง การให้พื้นที่กับความสนุกคือการดูแลสุขภาพใจในระยะยาว จิตวิทยามองว่าความสุขจากเรื่องสนุกๆ และการพักใจ เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูสมดุลชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน เมื่อใจไม่อ่อนล้า เราจะกลับไปทำหน้าที่ต่างๆ ได้ดีขึ้น มีสติ และมีพลังมากกว่าเดิม

The post Joy Is Allowed: อนุญาตให้ตัวเองกลับมาสนุกกับชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Self-Enough: ความสุขที่ไม่ต้องวิ่งตามความรัก https://thestandard.co/life/self-enough/ Sat, 10 Jan 2026 07:08:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1163576 ความสุขที่ไม่ต้องวิ่งตามความรัก

ในวัยหนึ่งของชีวิต เราอาจเคยเชื่อว่าความรักคือสิ่งที่ต้ […]

The post Self-Enough: ความสุขที่ไม่ต้องวิ่งตามความรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความสุขที่ไม่ต้องวิ่งตามความรัก

ในวัยหนึ่งของชีวิต เราอาจเคยเชื่อว่าความรักคือสิ่งที่ต้องรีบมี ต้องรีบคว้า ต้องรีบพิสูจน์ให้ได้ว่าเรามีค่าในสายตาใครสักคน แต่เมื่อเติบโตขึ้นอย่างเงียบๆ หลายคนเริ่มค้นพบความจริงที่อ่อนโยนกว่าเดิม ว่าความรักไม่ใช่การแข่งขัน และการไม่มีใครอยู่ข้างๆ ไม่ได้แปลว่าเรา “ขาด” อะไรในชีวิตเลยสักนิด

 

Self-Enough คือภาวะที่เราเริ่มรู้สึกว่า แค่ได้อยู่กับตัวเองอย่างสบายใจ ก็เป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงที่สุดรูปแบบหนึ่งแล้ว ไม่ใช่เพราะเราไม่ต้องการความรัก แต่เพราะเราไม่ยอมลดมาตรฐานของหัวใจ เพียงเพื่อจะได้มีใครสักคนมาอยู่ข้างๆ อย่างเร่งรีบ

 

วิธีคิดแบบนี้สอดคล้องกับ secure self-worth หรือความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองอย่างมั่นคง คนที่ยึดมั่นในข้อนี้มักไม่รู้สึกว่าต้องมีใครมาเติมเต็ม เพราะพวกเขาไม่ได้รู้สึก “ขาด” ตั้งแต่แรก ความรักจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องไล่ตาม แต่เป็นสิ่งที่ “ถ้ามา ก็ยินดี ถ้ายังไม่มา ก็ยังใช้ชีวิตได้ดี”

 

ถ้าความรักจะมาหาเราในวันหนึ่ง มันคงมาในวันที่เราไม่ต้องไล่ตาม ไม่ต้องไขว่คว้า และไม่ต้องลดคุณค่าของตัวเองเพื่อให้ใครเลือก เพราะคนที่ใช่จริงๆ จะไม่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องพยายามขนาดนั้นเลย

The post Self-Enough: ความสุขที่ไม่ต้องวิ่งตามความรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมเสน่ห์บางอย่างถึงทำให้คนดูเด็ก แม้เวลาไม่เคยหยุดเดิน? https://thestandard.co/life/charm-look-young-despite-time/ Sat, 10 Jan 2026 01:00:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1163395 The provided headline already adheres to the Khaosod/Thairath spacing rule you described, as there are no proper nouns immediately following a verb where a space would be added. Therefore, the reformatting results in the same headline: **ทำไมเสน่ห์บางอย่างถึงทำให้คนดูเด็ก แม้เวลาไม่เคยหยุดเดิน?**

เชื่อว่าวันนี้ใครที่ไถฟีดโซเชียลก็คงเจอภาพความทรงจำวัยเ […]

The post ทำไมเสน่ห์บางอย่างถึงทำให้คนดูเด็ก แม้เวลาไม่เคยหยุดเดิน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
The provided headline already adheres to the Khaosod/Thairath spacing rule you described, as there are no proper nouns immediately following a verb where a space would be added. Therefore, the reformatting results in the same headline: **ทำไมเสน่ห์บางอย่างถึงทำให้คนดูเด็ก แม้เวลาไม่เคยหยุดเดิน?**

เชื่อว่าวันนี้ใครที่ไถฟีดโซเชียลก็คงเจอภาพความทรงจำวัยเด็กของเพื่อนๆ เต็มไปหมด ภาพรอยยิ้มที่จริงใจ สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น และช่วงเวลาที่คำว่า ‘การเติบโต’ ยังไม่ใช่เรื่องจำเป็น

 

จริงอยู่ที่เราอาจทวงคืนใบหน้าละอ่อนในวันวานกลับมาไม่ได้ แต่สิ่งที่เราสร้างได้คือ ‘พลังความเป็นเด็ก’ ที่ช่วยให้เราดูสดใสและอ่อนวัยกว่าอายุจริง

 

เราอาจเคยเจอใครบางคนที่แม้ภายนอกจะดูเป็นผู้ใหญ่ แต่แค่ได้อยู่ใกล้
ก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ ผ่อนคลาย และเผลอรู้สึกเด็กลงไปด้วยโดยไม่รู้ตัว นั่นคือเสน่ห์ของความเด็ก
ในแบบที่ไม่ต้องพยายามย้อนวัย แต่เป็นพลังงานที่ทำให้ใครคนหนึ่งน่าจดจำ เพราะความเด็กที่แท้จริง…ไม่ได้วัดกันที่ใบหน้าเสมอไป

 

ลองมาดูกันว่า เสน่ห์ของความเป็นเด็กที่ซ่อนอยู่ข้างใน ประกอบด้วยอะไรบ้าง

 

  • แววตาของคนที่ยังมีสิ่งที่รัก

 

สัญญาณชัดเจนของความเด็ก คือประกายในแววตายามที่ใครสักคนพูดถึงสิ่งที่เขารัก ไม่ว่าจะเป็นงาน งานอดิเรก หรือความฝันเล็กๆ เพราะประกายในแววตานั้นสร้างไม่ได้ด้วยเครื่องสำอาง แต่เกิดจากความรู้สึกภายในของคนที่ยังสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่จริงๆ

 

  • พลังงานที่ทำให้คนรอบข้างผ่อนคลาย

 

คนที่ดูเด็กกว่าวัยมักไม่ใช่คนที่พยายามเอาใจหรือสร้างภาพให้ตัวเองเป็นที่รักอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นคนที่อยู่กับปัจจุบัน รับฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ ความเป็นธรรมชาตินี้เองที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกสบายใจ และไม่ต้องคอยระวังตัวเมื่ออยู่ใกล้

 

  • ความกล้าเป็นตัวเองโดยไม่ต้องขอโทษ

 

เสน่ห์อีกอย่างคือ การยอมรับตัวเองแบบไม่ต้องรู้สึกผิดกับสิ่งที่เป็น เพราะเมื่อเราไม่เสียพลังงานไปกับการต่อสู้กับตัวเอง เราจะมีที่ว่างเหลือให้ความผ่อนคลาย และทำให้ชีวิตดูไม่ตึงเครียดจนเกินไป

 

ท้ายที่สุดมนุษย์เราไม่ได้จดจำกันจากจำนวนริ้วรอยบนใบหน้า แต่จำกันที่พลังงาน ความสบายใจ และความรู้สึกดีๆ ที่ทิ้งไว้ให้กัน

 

แม้เราจะหยุดเข็มนาฬิกาไม่ได้ แต่เราเลือกได้เสมอว่าจะปล่อยให้หัวใจแก่ไปพร้อมกับเวลาหรือไม่

The post ทำไมเสน่ห์บางอย่างถึงทำให้คนดูเด็ก แม้เวลาไม่เคยหยุดเดิน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
The New Food Pyramid 2026: อเมริกาประกาศจบยุคเน้นแป้งสู่การกินโปรตีนและไขมันดี https://thestandard.co/life/food-pyramid-2026-protein-fat/ Fri, 09 Jan 2026 10:54:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1163390 The New Food Pyramid 2026: อเมริกาประกาศจบยุคเน้นแป้งสู่การกินโปรตีนและไขมันดี

ลืมพีระมิดเดิมที่ฐานล่างมีแต่ข้าวและแป้งไปได้เลย! เรียก […]

The post The New Food Pyramid 2026: อเมริกาประกาศจบยุคเน้นแป้งสู่การกินโปรตีนและไขมันดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
The New Food Pyramid 2026: อเมริกาประกาศจบยุคเน้นแป้งสู่การกินโปรตีนและไขมันดี

ลืมพีระมิดเดิมที่ฐานล่างมีแต่ข้าวและแป้งไปได้เลย! เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์โภชนาการก็ว่าได้ เมื่อกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ (HHS) นำโดย Robert F. Kennedy Jr. ประกาศพลิกโฉมพีระมิดอาหาร (Food Pyramid) อย่างเป็นทางการ

 

งานนี้ไม่ใช่แค่การปรับสัดส่วน แต่เป็นการรื้อความเชื่อเรื่องการกินที่เราใช้กันมานานกว่า 3 ทศวรรษ

 

ย้อนกลับไปปี 1992 พีระมิดยุคแรกสร้างขึ้นบนฐานของคาร์โบไฮเดรต ผลลัพธ์ที่ตามมาคือวิกฤตโรคอ้วนและเบาหวานในคนยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Sedentary หรือการนั่งทำงานนิ่งๆ เป็นหลัก

 

The New Food Pyramid 2026: อเมริกาประกาศจบยุคเน้นแป้งสู่การกินโปรตีนและไขมันดี 1

 

ในปี 2026 นี้ เราจึงได้เห็นการ ‘กลับหัวพีระมิด’ ที่ย้ายสิ่งที่เคยอยู่ยอดสุดลงมาเป็นฐาน และผลักดันอาหารธรรมชาติให้เป็นหัวใจหลักแทน

 

4 การเปลี่ยนแปลงสำคัญใน The New Food Pyramid

 

1. โปรตีนคือพระเอกคนใหม่

 

จากเดิมที่โปรตีนเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ปัจจุบันถูกดันขึ้นมาเป็นรากฐานสำคัญ โดยแนะนำให้บริโภค 1.2 – 1.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและระดับน้ำตาลในเลือดให้เสถียร โดยครอบคลุมทั้งเนื้อสัตว์ไม่แปรรูป ไข่ อาหารทะเล และโปรตีนจากพืช

 

2. ไขมันสัตว์ไม่ใช่ผู้ร้ายอีกต่อไป

 

นี่ถือเป็นประเด็นที่ฮือฮาที่สุดเพราะไกด์ไลน์ใหม่ปลดล็อกให้เรากินเนย (Butter), นมไขมันเต็มส่วน (Full-fat dairy) และไขมันวัว (Tallow) ได้ ตราบใดที่มาจากแหล่งธรรมชาติ โดยมองว่าไขมันเหล่านี้มีสารอาหารที่จำเป็นต่อสมองและฮอร์โมน มากกว่าไขมันแปรรูปหรือมาการีน

 

3. น้ำตาลคือผู้ร้ายตัวจริง

 

สายติดหวานอาจจะปวดใจเพราะพิระมิดฉบับใหม่ประกาศชัดเจนว่า “ไม่มีปริมาณน้ำตาลที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ” โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ที่ควรหลีกเลี่ยงน้ำตาลขัดสีและสารให้ความหวานสังเคราะห์อย่างเด็ดขาด เพื่อตัดวงจรการติดหวานตั้งแต่ต้นทาง

 

4. บอกลาอาหารแปรรูปขั้นสูง

 

เป็นครั้งแรกที่มีการระบุให้หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมหนักๆ ซึ่งเต็มไปด้วยสารเติมแต่งและโซเดียม โดยแนะนำให้หันกลับไปหา Real Food หรือการปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบสดใหม่ที่บ้านเป็นหลัก

 

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ได้ทำให้เกิดเสียงแตกในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ โดยฝั่งที่สนับสนุนมองว่านี่เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่ทางสถาบันโรคหัวใจ (AHA) ยังคงแสดงความกังวลว่าการส่งเสริมไขมันอิ่มตัวและเนื้อแดงอาจส่งผลต่อคอเลสเตอรอลในระยะยาว หากผู้บริโภคเลือกกินอย่างไม่ระมัดระวัง

 

พีระมิดใหม่นี้กำลังบอกเราว่า ‘โภชนาการไม่ใช่เรื่องสูตรสำเร็จ’ แต่คือการเลือกแหล่งอาหารที่มีคุณภาพที่สุด แป้งไม่ได้เป็นผู้ร้ายไปเสียทีเดียว แต่ถ้าคุณคือมนุษย์ออฟฟิศที่นั่งทำงานทั้งวัน การลดคาร์บและเพิ่มโปรตีนตามไกด์ไลน์ใหม่นี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่สุขภาพที่ยั่งยืนกว่าเดิมก็ได้

 

อ้างอิง:

The post The New Food Pyramid 2026: อเมริกาประกาศจบยุคเน้นแป้งสู่การกินโปรตีนและไขมันดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Quiet Happiness: ชวนมีความสุขแบบที่ไม่ต้องเล่าให้ใครฟัง https://thestandard.co/life/quiet-happiness-untold/ Fri, 09 Jan 2026 08:30:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1163344 Quiet Happiness: ชวนมีความสุขแบบที่ไม่ต้องเล่าให้ใครฟัง

บางทีความสุขที่แท้จริง อาจไม่ใช่ความสุขที่ต้องมีพยาน ไม […]

The post Quiet Happiness: ชวนมีความสุขแบบที่ไม่ต้องเล่าให้ใครฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Quiet Happiness: ชวนมีความสุขแบบที่ไม่ต้องเล่าให้ใครฟัง

บางทีความสุขที่แท้จริง อาจไม่ใช่ความสุขที่ต้องมีพยาน ไม่ต้องมีเสียงปรบมือ และไม่จำเป็นต้องถูกเข้าใจจากใครทั้งนั้น

 

Quiet Happiness คือการอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกดี โดยไม่ต้องแคร์สายตาคนรอบข้าง ไม่ต้องรีบอธิบาย ไม่ต้องพิสูจน์ว่าความสุขของเรามีเหตุผลพอหรือไม่ แค่เป็นความสุขที่ไม่เดือดร้อนใคร และมีความหมายกับตัวเราเองก็เพียงพอแล้ว

 

ในโลกที่ทุกอย่างถูกวัดด้วยการมองเห็น การยอมให้ความสุขของตัวเองเงียบลงบ้าง อาจเป็นการดูแลใจที่อ่อนโยนและกล้าหาญกว่าที่คิด

 

แนวคิดนี้ไม่ได้ใหม่ ในทางปรัชญายุโรป นักคิดอย่าง Epicurus เคยพูดถึงความสุขในฐานะ “ความสงบของใจ” มากกว่าความตื่นเต้น เขาเชื่อว่าความสุขที่ยั่งยืนไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่คือการมีชีวิตที่เรียบง่าย ปราศจากความกลัวและแรงกดดันจากการเปรียบเทียบ ซึ่งฟังดูร่วมสมัยมากในโลกโซเชียลปัจจุบัน

 

Quiet Happiness จึงไม่ใช่การปิดตัวเองจากโลก แต่คือการเลือกฟังเสียงข้างในให้ดังขึ้นอีกนิด เป็นความสุขที่ไม่ต้องรีบโพสต์ ไม่ต้องรอการยอมรับ และไม่ต้องอธิบายว่าทำไมสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ถึงสำคัญกับเรา บางคนมีความสุขกับการตื่นเช้าแล้วได้ดื่มกาแฟเงียบๆ บางคนมีความสุขกับการเดินกลับบ้านช้าๆ โดยไม่ต้องรีบไปไหน ความสุขแบบนี้อาจดูธรรมดาในสายตาคนอื่น แต่กลับเต็มไปด้วยความหมายสำหรับเจ้าของมัน

 

ในทางจิตวิทยา แนวคิดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เรียกว่า intrinsic value หรือคุณค่าภายใน คือการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ใจเราเอง ไม่ใช่เพื่อรางวัลภายนอกหรือการยอมรับจากสังคม เมื่อเราอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขแบบนี้ เราจะค่อยๆ ลดความเหนื่อยจากการใช้ชีวิตเพื่อให้ “ดูดี” และกลับมาอยู่กับความรู้สึกที่ “รู้สึกดีจริงๆ”

 

ความสุขเงียบๆ ยังสอนให้เราเคารพจังหวะชีวิตของตัวเอง บางช่วงเราอาจไม่อยากพูด ไม่อยากอธิบาย และไม่อยากแชร์อะไรเลย นั่นไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นสัญญาณว่าหัวใจกำลังขอพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ที่เราไม่ต้องแสดงบทบาทใดๆ นอกจากการเป็นตัวเองในแบบที่เป็น

 

การมี Quiet Happiness จึงไม่ใช่การหนีโลก แต่คือการเลือกไม่ให้โลกกำหนดนิยามความสุขแทนเรา เป็นการบอกตัวเองเบาๆ ว่า เราไม่จำเป็นต้องมีชีวิตที่น่าประทับใจสำหรับคนอื่น แค่มีชีวิตที่อยู่แล้วสบายใจ ไม่เบียดเบียนใคร และไม่ทิ้งตัวเองกลางทาง ก็ถือว่าดีพอแล้ว

 

The post Quiet Happiness: ชวนมีความสุขแบบที่ไม่ต้องเล่าให้ใครฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Cosagach การให้คุณค่ากับความสงบ อบอุ่น ผ่อนคลายแบบชาวสกอตแลนด์ https://thestandard.co/life/cosagach-scottish-concept/ Thu, 08 Jan 2026 03:58:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1162653 รู้จัก Cosagach การให้คุณค่ากับความสงบ อบอุ่น ผ่อนคลาย แบบชาวสกอตแลนด์

Còsagach (โค-ซา-กัค) เป็นคำในภาษาเกลิคของสกอตแลนด์ ในช่ […]

The post รู้จัก Cosagach การให้คุณค่ากับความสงบ อบอุ่น ผ่อนคลายแบบชาวสกอตแลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Cosagach การให้คุณค่ากับความสงบ อบอุ่น ผ่อนคลาย แบบชาวสกอตแลนด์

Còsagach (โค-ซา-กัค) เป็นคำในภาษาเกลิคของสกอตแลนด์ ในช่วงปลายปี 2017 ต่อเนื่องถึงปี 2018 VisitScotland (หน่วยงานการท่องเที่ยวแห่งชาติสกอตแลนด์) ได้ประกาศให้ Còsagach เป็นเทรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว โดยพยายามผลักดันให้เป็นคู่แข่งกับเทรนด์ Hygge (ฮุกกะ) ของเดนมาร์ก ซึ่งเน้นความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และมีความสุขกับสิ่งง่ายๆ

 

ถามว่าทำไม LIFE จึงอยากแนะนำคำนี้ให้ผู้อ่านรู้จัก เพราะเรามองว่า Còsagach เหมาะกับคนยุคปัจจุบันที่โหยหาความสงบผ่อนคลาย ต้องการมีความสุขแบบเรียบง่าย มันคือความอบอุ่นแบบที่ไม่ต้องพยายาม เป็นความสบายใจที่เกิดขึ้นเมื่อเราอยู่ในที่ที่ไม่ต้องระวังตัว และไม่ต้องเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของใคร

 

บางคนอาจรู้สึกถึง Cosagach ตอนกลับถึงบ้าน แล้วนั่งกอดน้องหมาน้องแมวที่มารอต้อนรับ บางคนใจผ่อนคลายลงเพียงแค่ได้อาบน้ำอุ่น หรือบางคนก็ค้นความหมายของ Còsagach ในถ้วยชาร้อนคาโมมายล์ที่ดื่มก่อนนอน แม้แต่ในคืนที่เราเลือกปิดมือถือเร็วขึ้น และปล่อยให้ตัวเองได้อยู่กับความเงียบ มันก็เป็นความสงบแบบง่ายๆ ที่นำความสุขมาให้เราได้แล้ว

 

มันคงดีนะ ถ้าเรารู้จักมี Cosagach เป็นของตัวเอง คือการสร้างที่พักใจเล็กๆ ให้ตัวเองแบบส่วนตัว เป็นการบอกหัวใจว่า ตอนนี้ไม่ต้องเหนื่อย หรือสู้อยู่ตลอดเวลาก็ได้นะ ความสุขที่แท้จริง อาจไม่ใช่การไปให้ไกลกว่าเดิม

 

แต่อยู่ตรงนี้ อยู่กับตัวเองอย่างอบอุ่นในทุกๆ วัน

 

อ้างอิง:

The post รู้จัก Cosagach การให้คุณค่ากับความสงบ อบอุ่น ผ่อนคลายแบบชาวสกอตแลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Longevity Life แบบไม่ฝืนชีวิต แค่ขยับให้บ่อยทุก 30 นาที https://thestandard.co/life/longevity-life-active-30min/ Tue, 06 Jan 2026 10:10:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1161933 Longevity Life แบบไม่ฝืนชีวิต แค่ขยับให้บ่อยทุก 30 นาที

คนทำงานออฟฟิศยุคนี้อาจขยันออกกำลังกาย มีสมาร์ทวอทช์ติดต […]

The post Longevity Life แบบไม่ฝืนชีวิต แค่ขยับให้บ่อยทุก 30 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
Longevity Life แบบไม่ฝืนชีวิต แค่ขยับให้บ่อยทุก 30 นาที

คนทำงานออฟฟิศยุคนี้อาจขยันออกกำลังกาย มีสมาร์ทวอทช์ติดตามเรื่องสุขภาพครบเครื่อง หรือพยายามกินดี นอนพอให้ดียิ่งขึ้น แต่สิ่งที่มักลืมไปคือตัวเรากำลังลืมขยับร่างกายโดยไม่รู้ตัว

 

เอาเข้าจริงๆ แนวคิดเรื่อง longevity สมัยนี้ไม่ได้แค่อยากให้เราอายุยืนเฉยๆ แต่อยากให้ร่างกายยังฟิต ระบบเผาผลาญยังโอเค สมองยังแอ็กทีฟ งานวิจัยเยอะแยะเริ่มบอกว่าปัญหาจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่เราออกกำลังกายน้อยไป แต่อยู่ที่เราติดนั่งแช่นานเกินไปต่างหาก ซึ่งมันส่งผลต่อเลือดไหลเวียน อินซูลินทำงานผิดปกติ และยังมีการอักเสบแอบสะสมเงียบๆ ในร่างกายอีกด้วย

 

ถ้าเป็นคนเมืองสุขภาพระยะยาวไม่ได้วัดจากว่าไปยิมกี่รอบต่อสัปดาห์หรอกนะ แต่วัดจากว่าเราขยับตัวบ่อยแค่ไหนตลอดทั้งวันต่างหาก อาจจะเริ่มจากการลุกขึ้นยืน เดินไปเติมน้ำ หรือแค่ยืดตัวสักหน่อยระหว่างงานทุกๆ 30 นาที อาจดูเล็กน้อยไปสำหรับใคร แต่มันสร้างความต่างได้จริงๆ นะ แม้จะนั่งรวมเท่ากัน แต่คนที่ลุกขยับบ่อยกว่า เสี่ยงป่วยน้อยกว่าชัดเจนเลย

 

เทรนด์ longevity เลยเริ่มจริงจังกับเรื่อง metabolic health และ anti-inflammation มากขึ้น การเคลื่อนไหวแม้แต่น้อยนิด ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลในเลือดไปใช้ ลดภาระอินซูลิน ลดการอักเสบที่จะกลายเป็นโรคเรื้อรังได้ และที่สำคัญ มันทำให้เรามีแบตเตอรี่ สมองโล่งตลอดวันด้วย สำหรับคนที่มีเดดไลน์ไล่ตามตลอดเวลา แนวคิดนี้ฟังดูเข้าถึงได้ง่ายกว่าเยอะ ไม่ต้องรอให้มีเวลาว่างเป็นวันๆ ค่อยทำ ไม่ต้องเครียดในวันที่ไม่ได้ออกกำลังกายเต็มที่ แค่ไม่ปล่อยให้ตัวเองนั่งแช่นานเกินไป ก็ถือว่าดูแลสุขภาพระยะยาวได้แล้ว

The post Longevity Life แบบไม่ฝืนชีวิต แค่ขยับให้บ่อยทุก 30 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา https://thestandard.co/life/chart-chirathivat-central-group-europe/ Mon, 05 Jan 2026 09:05:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1161563 ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา

หากพูดถึงกลุ่มเซ็นทรัล เรามักนึกถึงอาณาจักรค้าปลีกยักษ์ […]

The post ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา

หากพูดถึงกลุ่มเซ็นทรัล เรามักนึกถึงอาณาจักรค้าปลีกยักษ์ใหญ่ แต่ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ คุณชาติ จิราธิวัฒน์ (Chief Commercial Officer, Central Group Europe) ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้รับหน้าที่สำคัญในการกุมบังเหียนห้างสรรพสินค้าลักชัวรี 39 สาขาใน 7 ประเทศทั่วยุโรป 

เรามีโอกาสได้ร่วมนั่งคุยแบบ Exclusive กับคุณชาติที่ลอนดอน ท่ามกลางบรรยากาศอันมีเสน่ห์ของห้าง Selfridges ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน และเป็นห้างเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “ห้างสรรพสินค้าที่ดีที่สุดในโลก” ถึง 4 ครั้งจากเวที Global Department Store Summit 

บทสนทนานี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องบทบาทการทำงานเท่านั้น แต่กลับเต็มไปด้วย “พลังบวก” และ “มุมมองชีวิต” ที่จะทำให้ผู้อ่านได้พบว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากทัศนคติที่เรียบง่ายที่สุด

 

ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา 1

 

“ความท้าทาย” คือห้องเรียนที่สนุกที่สุด

 

คุณชาติเล่าให้เราฟังด้วยรอยยิ้มว่า เขาคือคนที่ “ยกมือขออาสา” มาคุมงานที่ยุโรปด้วยตัวเอง ตั้งแต่สมัยทำโครงการ Central Embassy หรือ Central Phuket เขาก็มักจะกระโจนเข้าใส่สิ่งที่ “ไม่เคยทำ” เสมอ “ผมเป็นคนขออาสามาทำงานที่ยุโรปเอง เพราะผมชอบประสบการณ์ใหม่ๆ ชอบความท้าทายในสิ่งที่ยังไม่เคยทำ ทัศนคติที่กล้าออกจาก Comfort Zone คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ในทุกๆ วัน” เพราะการบริหารห้างใน 7 ประเทศที่มีวัฒนธรรมต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่ได้อาศัยเพียงแค่สูตรสำเร็จ แต่ต้องอาศัย “ใจ” ที่พร้อมจะเรียนรู้ใหม่ในทุกๆ วันด้วย
“ชีวิตการทำงานที่นี่ส่วนมากจะเข้าประชุม งานของผมส่วนใหญ่จะทำงานกับแบรนด์ ผมดูแลความสัมพันธ์กับ Top Supplier ซึ่งส่วนมากเป็น Luxury Brand ธุรกิจเราที่ยุโรปหลักๆ เป็น Luxury Department Store มีแบรนด์ระดับโลกอย่าง Louis Vuitton, Chanel และ Gucci”​

 

ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา 2

 

เรียนรู้โลกผ่านสายตาของ “ลูก”

 

คุณชาติบอกว่า “เราตามเทรนด์เองไม่ได้ตลอดหรอก” เขามักพาลูกๆ ไปเดินห้างและคอยสังเกตว่าเด็กๆ สนใจอะไร เช่น แบรนด์ตุ๊กตาสุดฮิตอย่าง Jellycat คุณชาติยอมรับว่าเขารู้จักครั้งแรก เพราะลูกสาวหยิบตุ๊กตา Jellycat ออกมาโชว์ให้เขาดูที่บ้าน จากนั้นจึงนำไปสู่ความเข้าใจของการเห็นศักยภาพในแบรนด์ Jellycat เมื่อ 3 ปีที่แล้ว จากเดิมที่เป็นแบรนด์ที่จำหน่ายเพียงบางประเทศในเครือ เขาได้ผลักดันให้ขยายไปทั่วโลก พร้อมเปลี่ยนวิธีการขายจากการซื้อขายทั่วไป (Transactional) ให้กลายเป็นการมอบประสบการณ์ (Experience) จนสร้างยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 2-3 เท่าต่อปี

 

“ผมเล็งเห็นว่าสินค้ากลุ่มนี้น่าจะสามารถเติบโตได้ในทุกประเทศที่เรามีสาขาอยู่ เราจึงเริ่มร่วมมือกับแบรนด์อย่างจริงจัง จนปัจจุบันเราขยายการจำหน่ายไปจนเกือบครบทุกประเทศแล้ว เหลือเพียงอิตาลีที่จะเปิดตัวในเดือนมกราคมนี้ ที่สำคัญคือในประเทศที่มีการวางจำหน่ายอยู่แล้ว ยอดขายเติบโตเร็วมากถึง 2-3 เท่าต่อปี”

 

ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา 3

 

Experience คือเคล็ดลับความสำเร็จ


เคล็ดลับความสำเร็จคือการสร้างประสบการณ์ที่เรียกว่า Experience อย่างสาขาที่นี่ (Selfridges ลอนดอน) เรานำเสนอในรูปแบบ Shop Fish & Chips ซึ่งไม่ใช่การขายตุ๊กตาแบบปกติ แต่เป็นการจำลองบรรยากาศร้านอาหาร ลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์เหมือนการสั่งอาหารจริงๆ มีพนักงานคอยบริการ มีการห่อสินค้าด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ลายพิเศษของ Jellycat และใส่ถุงเฉพาะรุ่นให้ ประสบการณ์เหล่านี้คือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำมากขึ้น ไม่ใช่แค่กับ Jellycat แต่รวมถึงภาพรวมของห้างสรรพสินค้าด้วย เพราะห้างสมัยนี้ถ้าเน้นแค่การขายสินค้าเชิงธุรกรรม (Transactional) อย่างเดียวคงไม่รอด แต่คนเลือกที่จะเดินห้างเพราะต้องการเห็นสิ่งใหม่ๆ และอยากได้รับประสบการณ์พิเศษที่หาจากที่อื่นไม่ได้”

 

ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา 4

 

การ Collaboration กับ Disney และแบรนด์ระดับโลก

 

“เราเพิ่งเปิดตัวแคมเปญคริสต์มาสที่ผ่านมาร่วมกับ Disney ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ทีมงานตั้งใจปั้นมาเกือบ 2 ปี ความพิเศษคือ นี่เป็นครั้งแรกที่ Disney ยอม Collaborate กับห้างสรรพสินค้าในสเกลที่รวมทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจหลัก (Theme Park, Streaming, Theatre และ Movies) มาไว้ในตึกเดียวแบบนี้ เรามีการทำสินค้า Exclusive ที่หาซื้อได้เฉพาะใน Theme Park มาวางจำหน่ายที่นี่ รวมถึงมีการนำหนังมาฉายในโรงภาพยนตร์ของเรา และมีโชว์พิเศษจากนักแสดง Disney Theatre ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในโลกที่เกิดความร่วมมือที่ครบวงจรขนาดนี้และได้รับกระแสตอบรับดีมาก

 

“ไฮไลต์สำคัญคือ Winnie the Pooh ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Disney ยอมให้คาแร็กเตอร์เปลี่ยนสีเป็น ‘สีเหลือง Selfridges’ ซึ่งตอนนี้ขายหมดเกลี้ยงไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้เรายังทำงานร่วมกับแบรนด์พันธมิตรอีกกว่า 75 แบรนด์ เพื่อรังสรรค์สินค้าคอลเลกชันพิเศษ เช่น กระเป๋าจากแบรนด์ Coach ในคอลเลกชัน Mickey & Minnie ซึ่งบางรุ่นก็ Sold out ไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน”

 

 

ทัศนคติในการบริหารทีม และศิลปะการเป็นผู้นำ

 

“สำหรับผมหัวหน้าที่ดีต้องมี Two-way Communication คือต้องฟังให้มากและพูดให้น้อย ผมมักจะบอกทีมงานเสมอว่าให้เราทำตัวเป็นช้าง หูใหญ่ ปากเล็ก คือให้ฟังมากกว่าพูด เพื่อที่เราจะได้เป็นผู้ฟังที่ดีและรับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงจากทีมงาน จากประสบการณ์ของผม โปรเจกต์ส่วนใหญ่มักจะล้มเหลวเพียงเพราะการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน”

 

“การบริหารงานในยุโรปที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน (Respect) เพราะคนแต่ละประเทศเขามีความภูมิใจในประวัติศาสตร์และรากเหง้าของเขามาก เราต้องรับฟังและทำความเข้าใจความต่างเหล่านั้น เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างราบรื่น 

 

“หลักการทำงานของผมคือ ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน ผมเชื่อว่าถ้าเรามี 3 อย่างนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรเราก็ประสบความสำเร็จได้ และที่สำคัญคือต้องมีความจริงใจ (Sincerity) ต่อหน้าที่ที่เราทำ และต่อผู้คนที่เราร่วมงานด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมยึดถือมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงานจนถึงทุกวันนี้”

 

ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา 6

 

ถอดรหัสความสุขจากการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย


คุณชาติเป็นตัวอย่างของคนประสบความสำเร็จที่ “ใช้ชีวิตเรียบง่าย” เขาเน้นย้ำเรื่องความเข้าใจคุณค่าของเงิน เลือกที่จะใช้ชีวิตธรรมดา ไม่ฟุ่มเฟือย นั่งแท็กซี่ได้โดยไม่ต้องมีคนขับรถส่วนตัว เพราะเป้าหมายหลักคือการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆ ให้เห็นว่าความพยายามและความซื่อสัตย์คือรากฐานที่แท้จริงของชีวิต

 

“สำหรับการใช้ชีวิต ผมพยายามเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆ ให้เขาเห็นว่าเราควรใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย และต้องเข้าใจคุณค่าของเงิน ผมมักจะสอนลูกเสมอว่าเราต้องรู้จักทั้งการประหยัดและการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นจริงๆ

ส่วนตัวผมเองก็ใช้ชีวิตปกติครับ ไม่จำเป็นต้องมีคนขับรถส่วนตัวหรือเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) ทุกวันนี้ถ้าไม่ได้เดินไปทำงาน ผมก็นั่งแท็กซี่ได้เป็นเรื่องปกติ เพราะผมไม่ได้ยึดติดกับหัวโขนตรงนั้น ผมเชื่อว่ารากฐานสำคัญของชีวิตคือความขยัน ความซื่อสัตย์ และความอดทน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมยึดถือมาตลอด และอยากจะส่งต่อความคิดนี้ไปถึงลูกๆ รวมถึงคนรุ่นใหม่ว่า ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ความหรูหรา แต่วัดกันที่ความรับผิดชอบและการทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดครับ”

 

มุมมองเรื่อง Work-Life Balance และการใช้ชีวิต


มีข้อสังเกตระหว่างการทำงานที่ไทยกับที่อังกฤษ ผมรู้สึกว่าคนยุโรปให้ความสำคัญกับเวลาทำงาน เวลาที่เขาไม่ทำงาน หรือไปพักร้อนอย่าไปยุ่ง ช่วงแรกผมไม่รู้ เพราะที่เมืองไทยเราเหมือนต้องพร้อมสแตนด์บายตลอด แต่ที่นี่ต้องเคารพเวลาส่วนตัวของเขา ถ้าไม่เร่งด่วนจริงๆ ควรเคารพตรงนี้ แต่เวลาทำงานเขาจะทำเต็มที่ ผมอยากทำแบบนั้นเหมือนกันแต่ทำไม่เคยได้ ผมกลับเมืองไทยปีละ 2 ครั้งเพื่อไปพักผ่อน แต่ไม่เหมือนการพักเลย เพราะพอญาติรู้ว่าอยู่ไทยก็จะตามไปประชุม เพื่อนร่วมงานถามว่าพักผ่อนสบายไหม ผมก็ตอบไม่ถูกเพราะผมยังเข้าออฟฟิศอยู่เลย”



การรับมือกับภาวะ Burnout ของคนยุคนี้

 

แต่ละคนไม่เหมือนกัน เราควรทำสิ่งที่ชอบและสนุกกับมัน เพราะเมื่อชอบแล้วจะไม่รู้สึกเหนื่อย แต่ถ้าต้องทำสิ่งที่ไม่ชอบจะรู้สึกเหนื่อยและต้องโหยหา work-life balance สำหรับผม ทุกครั้งที่ไปพักผ่อนผมหนีไม่พ้นที่จะเดินเข้าห้าง ไม่ใช่ไปช้อปปิ้งแต่ไปดูว่าเขาทำอะไร มีอะไรใหม่ที่เป็นไอเดียได้บ้าง แล้วก็แชร์เข้าไปในกลุ่มสื่อสารของเรา ผมคิดว่าเมื่อไหร่ที่ไม่สนุกกับงานแล้วให้เปลี่ยนดีกว่า อย่าปล่อยให้ถึงขั้น burnout ผมทำงานมาหลายที่ ถ้าผมไม่สนุกหรือไม่รู้สึกอินกับสิ่งที่ทำ ผมก็ไม่อยากทำ”

The post ถอดรหัสความสุขและการทำงานสไตล์ “ชาติ จิราธิวัฒน์” จากลอนดอนสู่บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่างกายจะเป็นอย่างไร หากเริ่มทำ ‘Dry January’ https://thestandard.co/life/dry-january-benefits-health-impact-2026/ Mon, 05 Jan 2026 00:00:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1160105 dry-january-benefits-health-impact-2026

ปีใหม่ที่ผ่านมาใครดื่มแบบหนักหน่วงกันบ้าง ไม่จำเป็นต้อง […]

The post ร่างกายจะเป็นอย่างไร หากเริ่มทำ ‘Dry January’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
dry-january-benefits-health-impact-2026

ปีใหม่ที่ผ่านมาใครดื่มแบบหนักหน่วงกันบ้าง ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นเมาแบบหัวราน้ำจนหาทางกลับบ้านไม่ถูก แค่ดื่มแบบต่อเนื่องนานเป็นสัปดาห์ก็ทำให้ร่างกายอ่อนล้าและหมดแรงได้เช่นกัน ช่วงนี้ ‘Dry January’ กำลังมาแรง ชาเลนจ์พักตับ ชวนคนรักการดื่มมาลองงดแอลกอฮอล์ตลอดเดือนมกราคม บางคนบอกว่าแค่เดือนเดียวจะเห็นผลอะไร แต่คุณรู้ไหมว่าร่างกายเราจะดีขึ้นได้หากเริ่มทำ ‘Dry January’

 

Dry January คืออะไร?

 

Dry January คือแคมเปญงดเหล้าที่จัดทำโดยองค์กรการกุศล ‘Alcohol Change UK’ รณรงค์ให้ผู้คนหันมางดดื่มแอลกอฮอล์ตลอดเดือนมกราคม แคมเปญนี้มีขึ้นอย่างเป็นทางและจดทะเบียนครั้งแรกในปี 2014 โดยผู้ร่วมโครงการจะต้องลงชื่อเข้าร่วมในแคมเปญ ซึ่งมีประเทศต่างๆ เข้าร่วมในฐานะพันธมิตรทั้งหมด 8 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นยุโรป แม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นประเทศพันธมิตร แต่ชาเลนจ์นี้เราสามารถทำเองได้เลย แค่ตั้งปณิธาน

 

ร่างกายจะเป็นอย่างไร หากเราเริ่มทำ ‘Dry January’

 

เดือนมกราคมมี 31 วัน การงดแอลกอฮอล์หนึ่งเดือนจะว่าน้อยก็น้อย จะว่ามากก็มาก อยู่ที่เอ่ยกับใคร แม้หลายคนจะบอกว่าหนึ่งเดือนไม่สามารถเยียวยาร่างกายได้มากมาย แต่อาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเป็นจุดเริ่มต้นของการลดระดับการดื่มได้

 

Dr.Gautam Mehta อาจารย์อาวุโสแห่ง UCL สถาบันเพื่อสุขภาพตับและระบบย่อยอาหารแห่งกรุงลอน (The Institute for Liver & Digestive Health) หนึ่งในผู้ร่วมเขียนบทความเกี่ยวกับประโยชน์ของการงดแอลกอฮอล์ กล่าวว่า การงดแอลกอฮอล์เป็นเวลาหนึ่งเดือนในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรงซึ่งโดยปกติแล้วดื่มในระดับปานกลางถึงสูง จะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

 

“การศึกษาพบว่าน้ำหนักลดลงประมาณ 2 กิโลกรัม ความดันโลหิตลดลงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานดีขึ้นเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ปัจจัยการเจริญเติบโตของเลือดที่เชื่อมโยงกับมะเร็งบางชนิดก็ลดลงด้วย”

 

ด้าน Dr.Tim Mercer แพทย์ทั่วไปของ NHS ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติแห่งสหราชอาณาจักร ให้ความเห็นว่า “หากคุณดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมากตลอดช่วงวันหยุด คุณอาจมีอาการนอนไม่หลับตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณหยุดดื่มช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม เมื่อถึงสัปดาห์ที่สองสิ่งต่างๆ จะเริ่มดูสดใสขึ้น คุณน่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับพลังงานและระบบย่อยอาหาร รวมถึงผิวพรรณที่สดใสขึ้นและคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น และเมื่อถึงสัปดาห์ที่สาม คุณจะเริ่มคุ้นเคยกับสิ่งต่างๆ มากขึ้น และร่างกายของคุณก็เริ่มเลิกดื่มแอลกอฮอล์ได้”

 

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านยังระบุว่า แม้การทำ Dry January อาจไม่ได้ทำให้ร่างกายดีขึ้นในระยะยาว หากแต่สามารถช่วยให้คนรักการดื่มหรือดื่มหนักรีเซ็ตความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับแอลกอฮอล์ได้ในปริมาณการดื่มที่พอเหมาะและไม่ทำลายสุขภาพ

 

Dry January คืออะไร Dry January คืออะไร Dry January คืออะไร Dry January คืออะไร Dry January คืออะไร Dry January คืออะไร

 

ภาพ: Westend61 via Getty Image

อ้างอิง:

 

The post ร่างกายจะเป็นอย่างไร หากเริ่มทำ ‘Dry January’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Soft Reset 2026: ชวนจัดระเบียบชีวิตผ่านสิ่งเล็กๆ https://thestandard.co/life/soft-reset-2026-life-reorganization/ Sun, 04 Jan 2026 02:27:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1161209 Soft Reset 2026: ชวนจัดระเบียบชีวิตผ่านสิ่งเล็กๆ

การเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมเป้าหมายใหญ่หรือกา […]

The post Soft Reset 2026: ชวนจัดระเบียบชีวิตผ่านสิ่งเล็กๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Soft Reset 2026: ชวนจัดระเบียบชีวิตผ่านสิ่งเล็กๆ

การเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมเป้าหมายใหญ่หรือการเปลี่ยนชีวิตแบบหักดิบเสมอไป บางครั้งการ “รีเซ็ต” ที่ทรงพลังที่สุด คือการค่อยๆ จัดระเบียบสิ่งเล็กๆ รอบตัว เพื่อให้ใจได้หายใจสะดวกขึ้น Soft Reset ในปี 2026 จึงไม่ใช่การเร่งตัวเองให้ดีขึ้นทันที แต่คือการสร้างพื้นที่ว่างให้ชีวิตค่อยๆ เข้าที่เข้าทางอีกครั้ง ไปดูกันว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง?

 

เคลียร์ Camera Roll ในมือถือ

 

วิธีแรกเริ่มจากการเคลียร์สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดอย่าง Camera Roll ในมือถือ รูปถ่ายคือความทรงจำก็จริง แต่หลายครั้งมันกลายเป็นความรกทางสายตาและใจโดยไม่รู้ตัว การลบรูปซ้ำ รูปที่ไม่จำเป็น หรือรูปที่เราไม่อยากกลับไปมอง ช่วยให้สมองรู้สึกเบาขึ้นอย่างน่าประหลาด และเป็นสัญญาณเล็กๆ ว่าเราเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่ยังมีความหมายกับชีวิตตอนนี้

 

จัดการแอปพลิเคชันและ Following List

 

ถัดมาคือการจัดการแอปพลิเคชันและ Following List โซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่พื้นที่เสพข้อมูล แต่คือสภาพแวดล้อมทางใจ การลบแอปที่ไม่ได้ใช้ เลิกติดตามบัญชีที่ทำให้รู้สึกกดดัน เปรียบเทียบ หรือเหนื่อยล้า คือการตั้งขอบเขตให้ตัวเองอย่างอ่อนโยน และเลือกเลี้ยงดูใจด้วยคอนเทนต์ที่เหมาะกับเรามากขึ้นในช่วงนี้ของชีวิต

 

จัดห้องปรับบรรยากาศใหม่

 

การจัดห้องหรือจัดบ้านอาจดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่กลับส่งผลลึกกว่าที่คิด หลายคนสัมผัสได้ถึง Dopamine rush หลังจากจัดระเบียบพื้นที่รอบตัวเสร็จ ความรู้สึกสำเร็จเล็กๆ นี้ช่วยปลุกพลังและแรงบันดาลใจให้เราอยากดูแลเรื่องอื่นในชีวิตต่อ การทิ้งของที่ไม่จำเป็นไม่ใช่การสูญเสีย แต่คือการตัดสินใจว่าอะไรควรอยู่ต่อในชีวิตเรา

 

เริ่มต้นเขียน เขียน Journal

อีกหนึ่งวิธีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังคือการนั่งอยู่กับตัวเองผ่านการเขียน Journaling การเขียนทุกอย่างลงไปโดยไม่ต้องเรียงลำดับ ไม่ต้องสวยงาม ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของความคิด ความกังวล และความต้องการได้ชัดขึ้น เมื่อสิ่งที่วุ่นวายอยู่ในหัวถูกย้ายมาอยู่บนกระดาษ ใจก็มักจะโล่งขึ้นโดยอัตโนมัติ การเขียนจดหมายถึงตัวเองเป็นอีกพิธีกรรมเล็กๆ ที่ช่วยเชื่อมโยงเรากับอนาคต การเขียนถึงตัวเองในปลายปี 2026 ไม่ใช่เพื่อกดดันให้ต้องสำเร็จ แต่เพื่อบันทึกความตั้งใจ ความหวัง หรือแม้แต่ความสับสนในวันนี้ และเมื่อวันหนึ่งได้กลับมาอ่าน เราจะเห็นการเติบโตของตัวเองชัดเจนกว่าที่คิด

 

กำหนดวันพักให้ตัวเอง

เอาเป็นว่าอย่าคาดหวังความสมบูรณ์แบบ เพราะชีวิตจริงไม่เคยนิ่ง การยอมรับว่ารูทีนเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา คือการใจดีกับตัวเองมากขึ้น สิ่งเดียวที่ควรพยายามรักษาไว้ คือการมี “วันพัก” อย่างน้อยหนึ่งวัน วันที่เราไม่ต้องมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเก่ง และไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใคร

 

การรีเซ็ตชีวิตไม่จำเป็นต้องรอวันสำคัญอย่างวันปีใหม่เสมอไป การเริ่มต้นใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน ขอแค่เราทำสิ่งเล็กๆ ซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอ ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงมักเกิดจากความต่อเนื่อง ไม่ใช่แรงฮึดระยะสั้น

 

สุดท้าย Soft Reset คือการเลือกความเบามากกว่าความเร่ง เลือกความชัดเจนมากกว่าความคาดหวัง และเลือกฟังจังหวะของตัวเองมากกว่าปฏิทิน ปี 2026 อาจไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่เป็นปีที่เรารู้สึกว่า “ชีวิตอยู่เป็นระเบียบขึ้น” ก็เพียงพอแล้ว

The post Soft Reset 2026: ชวนจัดระเบียบชีวิตผ่านสิ่งเล็กๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กินไปแล้ว = มีความสุขไปแล้ว จบ! มูฟออนมารักตัวเองต่อ https://thestandard.co/life/3-steps-back-on-track-after-new-year-party/ Sun, 04 Jan 2026 01:00:47 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1160103 3-steps-back-on-track-after-new-year-party

ปาร์ตี้จบ วันหยุดหมด ความรู้สึกของการต้องเผชิญหน้ารับคว […]

The post กินไปแล้ว = มีความสุขไปแล้ว จบ! มูฟออนมารักตัวเองต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
3-steps-back-on-track-after-new-year-party

ปาร์ตี้จบ วันหยุดหมด ความรู้สึกของการต้องเผชิญหน้ารับความจริงกลับมาอีกครั้ง หลายคนอาจจะกำลังนอยด์กับภาวะตัวบวมหรือน้ำหนักที่ดีดขึ้นอย่างรวดเร็วจากการสังสรรค์ในช่วงที่ผ่านมา แต่เราอยากบอกตรงนี้ชัดๆ ว่า “ไม่เป็นไรเลย”

 

‘หุ่นไม่ได้พังเพราะกินแย่แค่อาทิตย์เดียว’ เหมือนที่มันก็ไม่ได้ดีขึ้นเพราะกินดีแค่วันเดียว ความสุขที่เราได้รับ พลังที่เราได้ชาร์จเต็มที่ในช่วงปีใหม่คือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว เก็บความทรงจำดีๆ ไว้ แล้วค่อยๆ กดปุ่ม Reset กลับมาดูแลตัวเองต่อดีกว่า

 

นี่คือ 3 สเต็ป Back on Track ที่จะช่วยให้ร่างกลับสู่สมดุลแบบใจดีกับตัวเอง ไม่ต้องอด และไม่ต้องวนลูปกับความรู้สึกผิด

 

1. เลิกคิด ‘อดมื้อกินมื้อ’ เพื่อชดใช้กรรม 

 

ความคิดที่ว่าจะงดข้าวเย็น หรือดื่มแต่น้ำเปล่าเพื่อชดเชยช่วงปีใหม่ คือพักก่อน! ยิ่งอดยิ่งโหย เดี๋ยวจะจบที่กินหนักกว่าเดิม

 

To Do: กลับมากินอาหารมื้อปกติ เน้นโปรตีนให้อิ่ม ร่างกายต้องการสารอาหารไปซ่อมแซม ไม่ใช่การลงโทษตัวเอง

 

2. ปฏิบัติการล้างบางโซเดียม

 

น้ำหนักที่พุ่งขึ้นมา 1-2 กก. ส่วนใหญ่ไม่ใช่ไขมัน แต่คือน้ำและโซเดียมจากของหวาน ของทอด บรรดาเครื่องดื่มที่เราจัดเต็มไป

 

To Do: ดื่มน้ำเปล่าวันละ 2.5-3 ลิตร แบบค่อยๆ จิบไปทั้งวัน และเน้นกินผักใบเขียวเพื่อลดอาการบวมน้ำ

 

3. เน้นขยับตัวระหว่างวัน อย่าเพิ่งรีบหักโหม 

 

เข้าใจว่าอยากเบิร์นให้สุดแรง แต่ร่างกายเพิ่งพักยาวมา อย่าเพิ่งรีบโหมจนเจ็บตัว คีย์สำคัญช่วงแรกคือทำตัวให้แอ็กทีฟเข้าไว้ ทั้งในและนอกยิม 

 

To Do: แทรกการขยับตัวในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เช่น เดินขึ้นบันไดหรือลุกเดินบ่อยๆ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบ Active Recovery เช่น เดินชันบนลู่วิ่งสัก 30-45 นาที ให้พอเหงื่อซึม ปลุกร่างกายให้รู้ว่า “ฉันพร้อมจะกลับมาฟิตแล้ว” แล้วค่อยกลับไปลุยตามตารางฝึกปกติ

 

อ่านเพิ่มเติม: สุขภาพดีไม่ได้สร้างแค่ในยิม แต่สร้างได้ระหว่างวันด้วย ‘NEAT’

 

อย่าลืมว่าการดูแลสุขภาพคือ ‘ไลฟ์สไตล์’ ไม่ใช่ทางลัดที่ต้องเร่งรีบ การที่เราจะมีช่วงที่เดินช้าลงบ้าง หรือแวะพักข้างทางบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา

 

ปีใหม่เพิ่งจะเริ่มต้น และหนทางยังอีกยาวไกล เก็บความสุขช่วงปาร์ตี้ไว้เป็นพลัง แล้วค่อยๆ ประคองตัวเองกลับมาในจังหวะที่สบายตัวและสบายใจ ขอแค่ทำอย่างสม่ำเสมอ เชื่อเถอะว่าผลลัพธ์จะตามมาเอง

The post กินไปแล้ว = มีความสุขไปแล้ว จบ! มูฟออนมารักตัวเองต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>