LIFE – THE STANDARD https://thestandard.co/category/life/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 02 Sep 2026 08:49:58 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘อร่อย’ อย่างเดียวยังพอไหม? ถอดวิธีสร้าง Value ที่ทำให้คนยอมจ่ายจาก 3 Top Chefs เมืองไทย https://thestandard.co/life/top-chefs-value-pay-food/ Wed, 02 Sep 2026 08:49:58 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249837 ภาพเชฟชาลี เชฟตาม และเชฟก้อง สามเชฟดังของเมืองไทย

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมอาหารบางมื้อราคา 5,000 บาท เรากลับเด […]

The post ‘อร่อย’ อย่างเดียวยังพอไหม? ถอดวิธีสร้าง Value ที่ทำให้คนยอมจ่ายจาก 3 Top Chefs เมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเชฟชาลี เชฟตาม และเชฟก้อง สามเชฟดังของเมืองไทย

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมอาหารบางมื้อราคา 5,000 บาท เรากลับเดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกว่า ‘คุ้ม’ ขณะที่บางมื้อราคาเพียง 500 บาท กลับทำให้เรารู้สึกว่า ‘แพง’ ถ้าความอร่อยคือหัวใจสำคัญของร้านอาหาร ในวันที่ร้านอร่อยมีให้เลือกมากมาย ‘ความอร่อย’ อย่างเดียว ยังเพียงพอที่จะทำให้คนเลือกเราอยู่หรือเปล่า?

 

 

เพราะเบื้องหลังราคาของอาหารหนึ่งมื้อ ไม่เคยมีแค่ ‘อาหารบทจาน’ แต่กลับมีทั้งคุณภาพของวัตถุดิบ เทคนิคและประสบการณ์ที่เชฟสั่งสมมา วิธีคิดเบื้องหลังแต่ละเมนู การบริการ บรรยากาศ เรื่องราวและตัวตนของร้าน ไปจนถึงความรู้สึกและความทรงจำที่ติดตัวเรากลับไปหลังจบมื้ออาหาร สิ่งเหล่านี้มองไม่เห็นบนป้ายราคา แต่ประกอบเข้าด้วยกัน กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Value

 

โจทย์สำคัญของสำหรับคนทำร้านอาหารจึงไม่ได้มีเพียง ทำอย่างไรให้อาหารอร่อย หรือ ควรตั้งราคาเท่าไร แต่คือการสร้างเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ‘อยากเลือกเรา’ ท่ามกลางร้านอาหารอีกนับไม่ถ้วน

 

แล้ว Value แบบนั้นสร้างขึ้นมาได้อย่างไร?

 

The Secret Sauce Summit 2026: THE AGE OF BUILDERS จึงชวน 3 เชฟที่สร้างร้านอาหารขึ้นมาด้วยตัวตนและวิธีคิดที่แตกต่างกัน มาร่วมถอดเบื้องหลังบนเวที ‘The Minds of Top Chefs: ทำไมคนยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อกิน ถอดวิธีสร้าง Value ที่ทำให้ลูกค้าเลือกคุณ’ วันที่ 9-10 กันยายน 2026 ณ ชั้น 5-6 EMSPHERE

 

3 เชฟ 3 วิธีคิด เบื้องหลัง Value ที่ทำให้คนยอมจ่าย

 

ภาพเชฟชาลี เชฟตาม และเชฟก้อง สามเชฟดังของเมืองไทย 1

 

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ — Baan Tepa

 

จากบ้านของครอบครัวสู่ร้านอาหารที่มีตัวตนชัดเจน Baan Tepa เป็นตัวอย่างของการสร้าง Value ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า ‘อาหารจานนี้ควรขายเท่าไร’ แต่เริ่มจากการรู้ว่า ตัวเองต้องการเล่าอะไรผ่านอาหาร บนเวทีนี้ เชฟตามจะชวนถอดวิธีคิดว่า เราจะเปลี่ยนตัวตน ความเชื่อ และสิ่งที่เราให้คุณค่า ให้กลายเป็น Value ที่ลูกค้าสัมผัสได้อย่างไร

 

ภาพเชฟชาลี เชฟตาม และเชฟก้อง สามเชฟดังของเมืองไทย 2

 

เชฟชาลี กาเดอร์ — Wana Yook

 

อาหารที่เราคุ้นเคยสามารถมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้มากแค่ไหน? Wana Yook หยิบรสชาติและความทรงจำจากอาหารไทยที่หลายคนรู้จัก มาตีความและนำเสนอผ่านบริบทใหม่ ตั้งแต่วิธีปรุง การจัดจาน ไปจนถึงประสบการณ์ของมื้ออาหาร ทำให้สิ่งที่ดูธรรมดาและคุ้นเคยสามารถถูกมองเห็นในมุมใหม่อีกครั้ง

 

วิธีคิดของเชฟชาลีจึงชวนกลับมาตั้งคำถามสำคัญว่า การสร้าง Value จำเป็นต้องสร้างสิ่งใหม่เสมอไปหรือไม่ หรือบางครั้งสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพียงถูกมองใหม่ เล่าใหม่ และทำให้ดีขึ้น ก็สามารถสร้างคุณค่าที่แตกต่างได้

 

ภาพเชฟชาลี เชฟตาม และเชฟก้อง สามเชฟดังของเมืองไทย 3

 

เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร — Locus Native Food Lab

 

เมื่อร้านอาหารไม่ได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใหญ่ แต่เลือกปักหลักอยู่ที่เชียงราย อะไรทำให้ผู้คนยอมเดินทางเพื่อไปกิน? Locus Native Food Lab สร้างประสบการณ์อาหารขึ้นจากวัตถุดิบ ภูมิปัญญา ผู้คน และบริบทของภาคเหนือ ทำให้ ‘สถานที่ง ไม่ได้เป็นเพียงโลเคชันของร้าน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ลูกค้าเดินทางมาเพื่อสัมผัส มุมมองของเชฟก้องจึงน่าสนใจในฐานะการสร้าง Value จากสิ่งที่อยู่รอบตัว และการทำให้ความ Local ไม่ได้เป็นข้อจำกัด แต่กลายเป็นความแตกต่างที่ยากจะลอกเลียนแบบ

 

บนเวทีนี้ เราจึงไม่ได้ชวนเหล่า Top Chefs มาคุยกันเพียงว่า ทำอาหารอย่างไรให้อร่อย แต่จะถอดวิธีคิดให้ลึกลงไปว่า พวกเขาสร้างตัวตน สร้างประสบการณ์ และสร้างคุณค่าจากสิ่งที่มีอย่างไร จนทำให้ร้านหนึ่งร้านกลายเป็นร้านที่คน ‘เลือก’ ไปกิน

 

แน่นอนว่า บทเรียนจากร้านอาหารอาจไม่ได้ใช้ได้เฉพาะกับคนทำร้านอาหารเท่านั้น ไม่ว่าคุณกำลังสร้างร้าน สินค้า บริการ หรือแบรนด์ คำถามสำคัญอาจเป็นคำถามเดียวกันว่า ในวันที่ลูกค้ามีตัวเลือกมากมาย เราจะสร้าง Value อะไรขึ้นมา เพื่อทำให้เขาเลือกเรา

 

ใครที่กำลังประกอบธุรกิจอาหารหรือมองหาอินไซต์ใหม่ๆ บอกเลยว่าเซสชันนี้ไม่ควรพลาด ปักหมุดแล้วมาเจอกันที่งาน The Secret Sauce Summit 2026 วันที่ 9-10 กันยายน 2026 ณ ชั้น 5-6 EMSPHERE

 

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by The Secret Sauce (@thesecretsauceth)

 

 

🎟 ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้: https://bit.ly/3UjJ5gK

The post ‘อร่อย’ อย่างเดียวยังพอไหม? ถอดวิธีสร้าง Value ที่ทำให้คนยอมจ่ายจาก 3 Top Chefs เมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ แก้ภาวะดื้ออินซูลินให้ตรงจุดกับหมอป๊อบ DietDoctor Thailand (ว.17742) https://thestandard.co/life/reset-metabolism-insulin-resistance-2/ Wed, 02 Sep 2026 05:15:41 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249679 ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ

เมื่อพูดถึง ‘ระบบเผาผลาญ’ สิ่งที่เรามักได้ยินกันจนชินหู […]

The post 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ แก้ภาวะดื้ออินซูลินให้ตรงจุดกับหมอป๊อบ DietDoctor Thailand (ว.17742) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ

เมื่อพูดถึง ‘ระบบเผาผลาญ’ สิ่งที่เรามักได้ยินกันจนชินหูคือ “คนนี้โชคดีจัง กินเท่าไรก็ไม่อ้วน” หรือ “ระบบเผาผลาญเราคงพังไปแล้ว กินนิดเดียวก็อ้วนขึ้น” แต่ในทางชีววิทยา ระบบเผาผลาญไม่ได้มีหน้าที่แค่การเผาผลาญแคลอรีเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการพลังงานทั้งหมดในร่างกาย โดยมีฮอร์โมนสำคัญอย่าง ‘อินซูลิน’ เป็นตัวบงการใหญ่

 

หากอินซูลินทำงานผิดปกติจนเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ไม่เพียงแต่ทำให้น้ำหนักลงยาก แต่ยังส่งผลกระทบสะเทือนไปถึงเซลล์ทั่วร่างกาย และนำไปสู่โรคร้ายเรื้อรังแบบที่เราคาดไม่ถึง

 

Longevity Lab EP. นี้ หมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด (ว.17742) แพทย์อายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ และเจ้าของเพจ ‘DietDoctor Thailand’ จะมาชวนทุกคนทำความเข้าใจกลไกของอินซูลินและระบบเผาผลาญในมุมมองใหม่ พร้อมเผย 5 วิธีที่จะช่วยปรับรีเซ็ตการทำงานของร่างกายเพื่อการมีสุขภาพดีและยืนยาวอย่างแท้จริง

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 1

 

1.เว้นช่วงมื้ออาหารให้ร่างกายดึงไขมันเก่ามาเผาผลาญ

 

“อินซูลินเป็นเหมือนสัญญาณหรือข้อบ่งชี้ว่าร่างกายเรามีการตอบสนองต่อรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างไร ถ้าอินซูลินสูง มันก็เก็บไขมันเอาไว้ ไม่ให้เผา ร่างกายเราต้องสลับสองด้าน เหมือนหยินหยาง ระหว่างโหมดสร้าง (Anabolic) กับโหมดสลาย (Catabolic)”

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 2

 

2.เลี่ยงการกินกระตุ้นอินซูลินบ่อย ป้องกันเซลล์อักเสบ

 

“ภาวะดื้ออินซูลินเกิดจากการที่เรากระตุ้นการหลั่งอินซูลินบ่อยเกินไปและสูงเกินไป เซลล์ไขมันเปรียบเหมือนลูกโป่ง ถ้าอัดพลังงานเข้าไปอย่างเดียวแต่ไม่เคยระบายออก เซลล์จะอักเสบ เซลล์จึงเริ่มต่อต้านอินซูลิน เพราะถ้าพลังงานเข้ามาอีกฉันจะตาย”

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 3

 

3.เลี่ยงแสงไฟสังเคราะห์และแสงสีฟ้ายามค่ำคืน “สมมุติว่าเราอยู่ในสภาพแสงแบบนี้ ห้าทุ่ม ร่างกายจะมองว่ายังเป็นช่วงเวลากลางวัน ขณะที่สมองเราตีความว่าเป็นเวลากลางวัน มันจะยังบูสต์ฮอร์โมนคอร์ติซอล แล้วทำให้ตับมีการสร้างน้ำตาลมากขึ้น ทำให้หิวในตอนดึกๆ

 

แต่เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายเราจะตีความว่ามันเป็นเวลาที่ควรจะพักแล้ว มันก็จะดื้ออินซูลิน ก็เลยทำให้น้ำตาลสูงขึ้น แล้วก็ค้างในเลือดในเวลากลางคืนโดยที่ไม่ควรจะเป็น”

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 4

 

4.ออกไปสัมผัสแสงแดดธรรมชาติช่วงเช้า-กลางวัน ช่วยกระตุ้นไมโตคอนเดรีย

 

“ไมโตคอนเดรียซึ่งเป็นโรงงานใช้พลังงาน มันสามารถนำพลังงานที่เราได้จากอาหารโฟลว์ผ่านได้อย่างสะดวกราบรื่นโดยจำเป็นต้องอาศัยแสงสีแดงกับอินฟราเรด ซึ่งแสงเหล่านี้มีอยู่ในแสงแดดธรรมชาติทั้งหมด”

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 5ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 6

 

5.เน้น Real Food และโปรตีนเป็นหลักเพื่อตัดวงจรหิวบ่อย

 

“ร่างกายเรามีความต้องการโปรตีนมากกว่าพลังงาน ถ้าเราได้โปรตีนมากพอ ร่างกายจะอิ่มนาน ระดับพลังงานจะเสถียร สัญญาณอินซูลินก็จะยังดีอยู่เพราะเป็นการแตะสัญญาณแล้วปล่อย ไม่ได้แตะค้าง”

 

 

 

 

#TheStandardLife #LongevityLab #LongevityLabEP.23 #หมอป๊อปDietDoctorThailand #ภาวะดื้ออินซูลิน

The post 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ แก้ภาวะดื้ออินซูลินให้ตรงจุดกับหมอป๊อบ DietDoctor Thailand (ว.17742) appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก I WILL น้ำหอมผู้ชายใหม่จาก Giorgio Armani ชูเสน่ห์ของกลิ่นหนังและวานิลลา https://thestandard.co/life/giorgio-armani-i-will-perfume/ Wed, 02 Sep 2026 03:56:32 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249630 ภาพน้ำหอม I WILL จาก Giorgio Armani พร้อม Jonathan Bailey แบรนด์แอมบาสเดอร์

หนุ่มๆ ที่กำลังตั้งตารอคอยน้ำหอมกลิ่นใหม่จาก Giorgio Ar […]

The post รู้จัก I WILL น้ำหอมผู้ชายใหม่จาก Giorgio Armani ชูเสน่ห์ของกลิ่นหนังและวานิลลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพน้ำหอม I WILL จาก Giorgio Armani พร้อม Jonathan Bailey แบรนด์แอมบาสเดอร์

หนุ่มๆ ที่กำลังตั้งตารอคอยน้ำหอมกลิ่นใหม่จาก Giorgio Armani บอกเลยว่าการรอคอยครั้งนี้น่าตื่นเต้นทีเดียว เพราะล่าสุดมีการปล่อยน้ำหอมใหม่อย่าง I WILL จาก Giorgio Armani ที่บอกว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคเสมอไปหรอกนะ แต่มาจากความตั้งใจแน่วแน่ของตัวเราเองต่างหาก แคมเปญนี้ถือโอกาสเปิดตัว Jonathan Bailey นักแสดงชาวอังกฤษในฐานะ Brand Ambassador ด้วย และกำกับโดย Todd Field ผู้กำกับที่เคยเข้าชิงออสการ์มาแล้วถึง 6 ครั้ง เล่าเรื่องศิลปินฮอลลีวูดที่ถอยห่างจากแสงไฟ กลับมาโฟกัสกับวินัยและความมุ่งมั่นภายในตัวเอง สะท้อนกับตัวกลิ่นที่เปิดมาสดชื่น ก่อนค่อยๆ ลึกลงไปสู่ความเข้มข้นชวนหลงใหล

 

HIGHLIGHT

 

หัวใจของกลิ่นนี้อยู่ที่วานิลลามาดากัสการ์แอบโซลูทที่จับคู่กับ Woodleather โมเลกุลใหม่ซึ่งให้กลิ่นหนังทรงพลังและติดทนนานเป็นพิเศษ เปิดตัวด้วยเบอร์กามอตอิตาลี ลาเวนเดอร์ และใบไวโอเล็ต ปิดท้ายด้วยแพตชูลีคู่จากอินโดนีเซียและกัวเตมาลาที่ให้ความหนักแน่นแบบผู้ชาย รังสรรค์โดย Nathalie Lorson และ Alberto Morillas ใช้เวลาคิดค้นนานถึง 4 ปี ทดลองมากกว่า 2,800 ครั้ง และเป็นน้ำหอมแรกที่ใช้เทคโนโลยีประเมินผล 4D จาก dsm firmenich เพื่อให้กลิ่นกระจายตัวดีขึ้นและติดทนนานขึ้นกว่าเดิมด้วย

 

GOOD FOR

 

เราคิดว่ากลิ่นนี้น่าจะเหมาะกับผู้ชายที่ชอบกลิ่นเข้มข้นมีมิติ ไม่หวานจนเกินไป และมองหาน้ำหอมที่ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ มีตัวตนชัดเจน คงความเท่มีสเน่ห์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

The post รู้จัก I WILL น้ำหอมผู้ชายใหม่จาก Giorgio Armani ชูเสน่ห์ของกลิ่นหนังและวานิลลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rosewood Bangkok ติดลิสต์ 51-100 ใน World’s 50 Best Hotels 2026 https://thestandard.co/life/rosewood-bangkok-worlds-50-best-hotels/ Tue, 01 Sep 2026 11:04:11 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249505 ภาพโรงแรม Rosewood Bangkok ที่ติดอันดับ 70 ในลิสต์ World’s 50 Best Hotels 2026

มาแล้วกับลิสต์แรกของ ‘The World’s 50 Best Hotels 2026’ […]

The post Rosewood Bangkok ติดลิสต์ 51-100 ใน World’s 50 Best Hotels 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโรงแรม Rosewood Bangkok ที่ติดอันดับ 70 ในลิสต์ World’s 50 Best Hotels 2026

มาแล้วกับลิสต์แรกของ ‘The World’s 50 Best Hotels 2026 หลัง 50 Best หนึ่งในสถาบันจัดอันดับที่ได้รับความนิยมในวงการ Hospitality ประกาศรายชื่อโรงแรมลำดับ 51-100 ของโลก ออกมาเรียกน้ำย่อย ก่อนถึงวันประกาศ 50 อันดับโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกช่วงกลางเดือนกันยายนนี้

 

ปีนี้ลิสต์ 51-100 มีโรงแรมจากทั้งหมด 23 ประเทศและดินแดน ครอบคลุม 40 เมืองทั่วโลก โดยเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีโรงแรมติดอันดับมากที่สุดถึง 20 แห่ง ตามมาด้วยยุโรป 16 แห่ง ขณะที่ในบรรดาโรงแรมทั้งหมดมีโรงแรมอิสระหรือ Independent Hotel ติดอันดับ 10 แห่ง

 

ภาพโรงแรม Rosewood Bangkok ที่ติดอันดับ 70 ในลิสต์ World’s 50 Best Hotels 2026 1ภาพโรงแรม Rosewood Bangkok ที่ติดอันดับ 70 ในลิสต์ World’s 50 Best Hotels 2026 2

 

สำหรับประเทศไทย ปีนี้มี Rosewood Bangkok เป็นโรงแรมไทยที่ติดอยู่ในลิสต์ 51-100 โดยคว้า อันดับ 70 ของโลก ขณะที่เมืองอื่นๆ ในเอเชียก็มีโรงแรมคุ้นชื่อปรากฏอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Soneva Fushi มัลดีฟส์ อันดับ 55, Mandarin Oriental Hong Kong อันดับ 59, Mandapa บาหลี อันดับ 61, Amangalla ศรีลังกา อันดับ 71, Capella Hanoi อันดับ 81, Four Seasons Hong Kong อันดับ 86, Wynn Palace มาเก๊า อันดับ 96 และ Capella Singapore อันดับ 97

 

โดยมีญี่ปุ่น ทำผลงานดีที่สุดด้วยโรงแรมติดลิสต์ถึง 7 แห่ง นำโดย Janu Tokyo อันดับ 52 ตามมาติดๆ ด้วย Park Hyatt Tokyo อันดับ 53 รวมถึง The Okura Tokyo อันดับ 69, Palace Hotel Tokyo อันดับ 73, Hotel The Mitsui ในเกียวโต อันดับ 79, Hoshinoya Tokyo อันดับ 85 และ Waldorf Astoria Osaka อันดับ 89

 

The World’s 50 Best Hotels 2026 อันดับ 1-50 จะประกาศอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 15 กันยายน 2026 ณ Les Salles du Carrousel กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยงานประกาศรางวัลจะถ่ายทอดสดผ่าน YouTube ของ 50 Best ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ตามเวลาปารีส หรือ 01.00 น. ของวันที่ 16 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย

 

อีกไม่นานเราจะได้รู้กันว่าในปี 2026 จะมีโรงแรมไทยแห่งไหนติดอยู่ใน 50 โรงแรมที่ดีที่สุดในโลกอีกบ้าง มารอลุ้นพร้อมกันกลางเดือนกันยายนนี้

 

ขอแสดงความยินดีกับ Rosewood Bangkok สำหรับอันดับ 70 ด้วย

 

ภาพ: Courtesy of Hotel

 

The post Rosewood Bangkok ติดลิสต์ 51-100 ใน World’s 50 Best Hotels 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักแนวคิด MUJO เมื่อไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป เราอาจรักสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น https://thestandard.co/life/mujo-japanese-philosophy-impermanence/ Tue, 01 Sep 2026 07:40:00 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249356 ภาพหญิงสาวผมบลอนด์กำลังเดินป่า

สิ่งที่ทำให้ช่วงเวลาหนึ่งของคนเรามีความหมาย อาจไม่ใช่เพ […]

The post รู้จักแนวคิด MUJO เมื่อไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป เราอาจรักสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหญิงสาวผมบลอนด์กำลังเดินป่า

สิ่งที่ทำให้ช่วงเวลาหนึ่งของคนเรามีความหมาย อาจไม่ใช่เพราะสิ่งนั้นอยู่กับเราได้นานแค่ไหน แต่เพราะเรารู้ว่าวันหนึ่งมันจะผ่านไป Mujo เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึง ความไม่เที่ยง มีรากฐานมาจากพุทธปรัชญา ซึ่งมองว่าทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง ทั้งฤดูกาล ร่างกาย ความสัมพันธ์ ความสุข ความเศร้า และชีวิตของเราเอง

 

เขียนแบบนี้แล้วอาจฟังดูเหมือนแนวคิดที่ชวนเศร้าหน่อยๆ นะ แต่ว่า Mujo กลับชวนให้เรามองอีกด้านว่า เพราะสิ่งต่างๆ ไม่ได้อยู่ตลอดไป จึงทำให้เราเห็นคุณค่าของมันมากขึ้น

 

อาจเปรียบได้ว่ามันก็เหมือนฤดูซากุระที่ผู้คนเฝ้ารอ ทั้งที่รู้ว่าดอกไม้จะบานเพียงช่วงสั้นๆ ความงามจึงไม่ได้อยู่แค่ตอนที่มันผลิบาน แต่อยู่ตรงการรู้ว่าอีกไม่นานมันจะร่วงโรยและหายไป ความรู้สึกอ่อนโยนปนเศร้านี้ ทำให้เราได้ตระหนักถึงความไม่จีรังของสิ่งต่างๆ บนโลก

 

ในเมื่อทุกอย่างค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติอยู่ดี เราจึงไม่จำเป็นต้องยึดทุกอย่างไว้ ไม่ว่าจะเป็นงานเปลี่ยน ความสัมพันธ์เปลี่ยน ร่างกายเปลี่ยน แม้แต่ตัวเราเองก็เปลี่ยน Mujo ไม่ได้สอนให้เราเฉยชากับชีวิต แต่กลับชวนให้ อยู่กับสิ่งที่มีให้เต็มที่ เพราะมันจะไม่เกิดขึ้นในรูปแบบเดิมอีก

 

เพราะวันที่ดีไม่ได้อยู่ตลอดไป วันที่แย่ก็เช่นกัน

The post รู้จักแนวคิด MUJO เมื่อไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป เราอาจรักสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก ‘Surfing’ กีฬาแห่งการอ่านคลื่น ก่อนเชียร์ใน Asian Games 2026 https://thestandard.co/life/surfing-asian-games-2026/ Tue, 01 Sep 2026 02:22:54 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249141 ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล

จากกีฬาของคนรักทะเล สู่หนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั […]

The post รู้จัก ‘Surfing’ กีฬาแห่งการอ่านคลื่น ก่อนเชียร์ใน Asian Games 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล

จากกีฬาของคนรักทะเล สู่หนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ‘Surfing’ หรือกีฬาโต้คลื่นกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่มองหากิจกรรมกลางแจ้งที่ได้ทั้งออกกำลังกาย ความท้าทาย และความสนุกจากการออกไปใช้เวลากับธรรมชาติ และในปีนี้ เราจะได้เห็นเหล่านักเซิร์ฟกลับมาวาดลีลาบนเกลียวคลื่นกันอีกครั้งใน Asian Games 2026 Aichi-Nagoya มหกรรมกีฬาแห่งเอเชียที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2026 ที่จังหวัดไอจิและเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น โดยการแข่งขัน Surfing จะเกิดขึ้นที่ Pacific Long Beach เมือง Tahara จังหวัด Aichi หนึ่งในพื้นที่เล่นเซิร์ฟสำคัญของญี่ปุ่น

 

 

ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น THE STANDARD LIFE จึงอยากชวนมาทำความรู้จักว่า กีฬาโต้คลื่นที่ดูเหมือนมีเพียงคน กระดาน และทะเล แท้จริงแล้วแข่งขันกันอย่างไร ทำไมใครหลายคนถึงหลงรักความรู้สึกของการไล่ตามคลื่น และถ้าดูแล้วเกิดอยากลองขึ้นมา เมืองไทยมีที่ไหนให้เราออกไปจับคลื่นลูกแรกของตัวเองบ้าง

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 1

 

Photo Credit: Better Surf Thailand

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 2

 

What?

 

Surfing หรือกีฬาโต้คลื่น คือกีฬาทางน้ำที่ผู้เล่นใช้กระดานรับพลังจากคลื่น แล้วควบคุมตัวเองให้เคลื่อนที่ไปตามหน้าคลื่น ฟังดูเหมือนเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมสมัยใหม่ แต่ความจริงแล้ววัฒนธรรมการโต้คลื่นมีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี และมีรากสำคัญอยู่ในหมู่เกาะโพลินีเซีย โดยเฉพาะฮาวาย ซึ่งการเล่นเซิร์ฟไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุก แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนบนเกาะ

 

ภาพของคนยืนอยู่บนกระดานแล้วปล่อยให้คลื่นพาเคลื่อนเข้าหาฝั่ง อาจทำให้ Surfing ดูเป็นกีฬาที่ไม่ซับซ้อน แต่กว่าจะจับคลื่นแต่ละลูกได้ นักเซิร์ฟต้องใช้ทั้งพละกำลัง การทรงตัว ความคล่องตัว การตัดสินใจ และที่สำคัญคือทักษะในการ ‘อ่านทะเล’ หลักการของ Surfing คือการใช้กระดานเคลื่อนตัวไปตามพลังของคลื่น โดยนักเซิร์ฟจะพายออกไปยังบริเวณที่คลื่นเริ่มก่อตัว รอเลือกคลื่นที่เหมาะสม ก่อนพายให้ทันจังหวะ แล้วดันตัวจากท่านอนขึ้นมายืน หรือที่เรียกว่า ‘Pop-up’ จากนั้นจึงควบคุมกระดานไปตามหน้าคลื่น พร้อมสร้าง Turn และ Maneuver ต่างๆ

 

ความยากอยู่ตรงที่ไม่มีคลื่นลูกไหนเหมือนกัน ทั้งขนาด ความเร็ว ทิศทาง ลม กระแสน้ำ ไปจนถึงลักษณะพื้นทะเลล้วนส่งผลต่อการเล่น นักเซิร์ฟจึงไม่ได้เรียนรู้เพียงวิธีควบคุมกระดาน แต่ต้องเรียนรู้ที่จะสังเกตและทำความเข้าใจธรรมชาติไปพร้อมกัน

 

สำหรับการแข่งขัน นักกีฬาไม่ได้แข่งกันว่าใครเข้าเส้นชัยก่อน แต่จะมีเวลาจำกัดในการเลือกคลื่นและแสดง Maneuver เพื่อทำคะแนน โดยกรรมการจะพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับความยาก ความหลากหลายและความสร้างสรรค์ของท่วงท่า ตลอดจนความเร็ว พลัง และความต่อเนื่องในการเล่น

 

นั่นทำให้ Surfing แตกต่างจากกีฬาหลายชนิด เพราะนอกจากจะต้องเอาชนะคู่แข่งแล้ว นักกีฬายังต้องรับมือกับ ‘สนาม’ ที่ไม่มีวันอยู่นิ่ง และตัดสินใจให้ได้ว่าคลื่นลูกไหนควรปล่อยผ่าน และคลื่นลูกไหนคือโอกาสที่ต้องคว้าเอาไว้

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 3

 

Why?

 

ทำไมใครๆ ถึงหลงรักการเล่นเซิร์ฟ มีประโยคหนึ่งที่คนในวงการเซิร์ฟพูดกันว่า ‘Only a surfer knows the feeling’ และบางทีเราอาจไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกนั้นจริงๆ จนกว่าจะจับคลื่นลูกแรกของตัวเองได้สำเร็จ

 

เซิร์ฟเป็นกีฬาที่ใช้ร่างกายมากกว่าที่เห็น เพราะตั้งแต่การพายฝ่าคลื่นออกไปก็ต้องใช้ทั้งหัวไหล่ แขน หลัง และแกนกลางลำตัว ก่อนจะอาศัยความแข็งแรง ความคล่องตัว และการทรงตัวในการลุกขึ้นยืนและควบคุมกระดาน จึงเป็นกิจกรรมที่ได้ใช้ร่างกายแทบทุกส่วนโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในยิม

 

แต่เสน่ห์ที่ทำให้หลายคนกลับลงทะเลครั้งแล้วครั้งเล่าอาจไม่ได้มีแค่เรื่องการออกกำลังกาย เพราะ Surfing เป็นกีฬาที่เราไม่สามารถกำหนดสนามของตัวเองได้

 

บางวันคลื่นดี บางวันทะเลนิ่ง บางครั้งต้องนั่งอยู่บนกระดานนานหลายนาทีเพื่อรอคลื่นเพียงลูกเดียว และต่อให้กลับมายังชายหาดเดิมในวันถัดไป สิ่งที่เจอก็อาจไม่เหมือนเมื่อวาน เพราะคลื่น ลม น้ำขึ้น-น้ำลง และกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

การเล่นเซิร์ฟจึงเป็นทั้งการออกกำลังกายและการฝึกอ่านธรรมชาติไปพร้อมกัน เราต้องรู้ว่าเมื่อไรควรพาย เมื่อไรควรลุก เมื่อไรควรปล่อยคลื่นผ่าน และเมื่อไรควรไปกับมันให้สุด

 

รางวัลของทั้งหมดนั้นอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที เมื่อคลื่นที่ใช่มาถึง เราพายทัน ลุกขึ้นยืนได้ และพบว่าตัวเองกำลังเคลื่อนที่ไปพร้อมกับทะเลจริงๆ ความรู้สึกสั้นๆ นั้นเองที่ทำให้นักเซิร์ฟจำนวนมากยอมพายกลับออกไป แล้วเริ่มต้นรอคลื่นลูกต่อไปใหม่อีกครั้ง

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 4

 

How?

 

มือใหม่อยาก Surf ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ควรรู้คือ Surfing เป็นกีฬาที่เล่นอยู่กับธรรมชาติ การเช่ากระดานแล้วเดินลงทะเลด้วยตัวเองจึงอาจไม่ใช่วิธีเริ่มต้นที่ดีที่สุด โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีประสบการณ์

 

การเริ่มต้นกับ Instructor หรือ Surf School จะช่วยให้เราเข้าใจพื้นฐาน การอ่านคลื่น กระแสน้ำ กฎและมารยาทในการใช้คลื่นร่วมกับนักเซิร์ฟคนอื่น

 

ด้านร่างกาย ไม่จำเป็นต้องฟิตระดับนักกีฬา แต่ความแข็งแรงและความอึดจะช่วยให้เรียนรู้ได้สนุกขึ้น เพราะการพายต้องใช้หัวไหล่ แขนและหลังค่อนข้างมาก ขณะที่ Core และขามีบทบาทสำคัญในการลุกขึ้นยืนและรักษาสมดุล ส่วนอุปกรณ์ หากเป็นการเรียนครั้งแรก Surf School ส่วนใหญ่มีกระดานและ Leash ให้ใช้อยู่แล้ว สิ่งที่ควรเตรียมจึงเป็นชุดที่สามารถเคลื่อนไหวและอยู่ในน้ำได้สะดวก เช่น ชุดว่ายน้ำ Boardshort หรือ Rash Guard ที่ช่วยลดการเสียดสีกับกระดานและปกป้องผิวจากแสงแดด รวมถึงครีมกันแดดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง

 

ที่สำคัญ อย่าประเมินความปลอดภัยของทะเลจากขนาดของคลื่นเพียงอย่างเดียว เพราะใต้ผิวน้ำยังมีกระแสน้ำ แนวหินหรือปะการัง รวมถึงสภาพแวดล้อมอื่นที่เราอาจมองไม่เห็น มือใหม่จึงควรสอบถาม Instructor หรือคนในพื้นที่และตรวจสอบสภาพทะเลก่อนลงเล่นทุกครั้ง

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 5

 

Where?

 

อยากลองเล่นเซิร์ฟในไทย ไปที่ไหนดี ข่าวดีคือเราไม่จำเป็นต้องบินไปถึงญี่ปุ่นหรือฮาวายเพื่อสัมผัสความรู้สึกของการยืนอยู่บนคลื่น เพราะประเทศไทยเองมี Surf Spot หลายแห่ง โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน ซึ่งมีตั้งแต่คลื่นสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้น ไปจนถึงจุดที่ท้าทายสำหรับนักเซิร์ฟมากประสบการณ์

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 6

 

Photo Credit: Better Surf Thailand

 

Memories Beach จ.พังงา

 

ถ้าพูดถึงสถานที่เล่นเซิร์ฟสำหรับผู้แรกเริ่ม ไม่มีที่ไหนฮอตไปกว่า Memories Beach เขาหลัก จังหวัดพังงา ด้วยแนวชายหาดยาวและคลื่นที่มีตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับมือใหม่ ไปจนถึงคลื่นสำหรับผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากขึ้น อีกทั้งมีทั้งคลื่นซ้ายและขวา รวมถึงมีโรงเรียนสอนเซิร์ฟในพื้นที่ จึงเหมาะทั้งกับคนที่อยากลองเรียนครั้งแรกและคนที่อยากใช้เวลาหลายวันเพื่อฝึกฝนจริงจัง

 

Noted: ในช่วงที่น้ำลงมาก กระแสน้ำบางบริเวณอาจไหลแรง ควรตรวจสอบสภาพทะเลก่อนลงเล่น

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 7

 

Photo Credit: Laem Yah Rayong Surf Club

 

แหลมหญ้า จ.ระยอง

 

ใครอยู่กรุงเทพฯ และยังไม่อยากเดินทางไกลลงใต้ แหลมหญ้า จังหวัดระยอง เป็นอีกพิกัดที่น่าสนใจ เพราะเดินทางสะดวกกว่าและในวันที่สภาพอากาศเหมาะสมสามารถมีคลื่นสำหรับมือใหม่ได้ อีกทั้งยังมีผู้ให้บริการสอนเซิร์ฟในพื้นที่ เหมาะสำหรับคนที่อยากทดลองทำความรู้จักกีฬาชนิดนี้ก่อนวางแผนเดินทางไปตามหาคลื่นที่ใหญ่ขึ้น

 

Noted: แม้คลื่นในบางช่วงจะเหมาะสำหรับมือใหม่ แต่ไม่ควรประมาทเรื่องกระแสน้ำ ควรเช็กสภาพทะเลและสอบถามผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่ทุกครั้ง

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 8

 

หาดกะตะ จ.ภูเก็ต

 

หนึ่งใน Surf Spot ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของภูเก็ต ด้วยแนวชายหาดสวยและคลื่นที่มีทั้งซ้ายและขวา เหมาะกับผู้เล่นหลายระดับ โดยเฉพาะคนที่ผ่านการเรียนพื้นฐานและเริ่มออกไปฝึกเล่นด้วยตัวเองแล้ว รอบชายหาดยังมีร้านเช่ากระดานและโรงเรียนสอนเซิร์ฟให้เลือกหลายแห่ง จึงเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนที่อยากเข้าสู่โลกของ Surfing

 

Noted: เนื่องจากเป็นหาดที่ได้รับความนิยมและมีคนลงเล่นจำนวนมาก ควรระวังการชนกับนักเซิร์ฟคนอื่น รวมถึงกระแสน้ำที่อาจแรงในบางช่วง

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 9

 

หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต

 

นอกจากสีสันของเมืองท่องเที่ยว ป่าตองยังมีจุดสำหรับเล่นเซิร์ฟ โดยบริเวณที่นิยมอยู่ทางตอนเหนือของชายหาด ใกล้กับ Phuket Graceland Resort & Spa คลื่นสามารถเล่นได้ตั้งแต่คนที่กำลังฝึกไปจนถึงผู้ที่มีประสบการณ์ ทำให้เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่พักอยู่บริเวณป่าตองและอยากแบ่งเวลาสักช่วงออกไปจับคลื่น

 

Noted: สภาพทะเลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบคลื่นและระมัดระวังกระแสน้ำก่อนลงเล่น

 

ภาพนักโต้คลื่นกำลังเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล 10

 

 

 

หาดกะหลิม จ.ภูเก็ต

 

ถ้าเล่นมาสักระยะและอยากเพิ่มระดับความท้าทาย หาดกะหลิมคืออีก Surf Spot ที่นักเซิร์ฟรู้จักกันดี ด้วยคลื่นที่สามารถสร้างความสนุกให้กับผู้เล่นที่มีประสบการณ์ แต่ด้านล่างเป็น Reef และมีแนวปะการัง จึงไม่ใช่จุดที่เราแนะนำสำหรับมือใหม่

 

Noted: เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ ควรระมัดระวังทั้งกระแสน้ำ แนวปะการัง และระดับน้ำก่อนลงเล่น

 

Surfing อาจดูเหมือนกีฬาที่เราต้องออกไป ‘พิชิตคลื่น’ แต่เมื่อได้รู้จักมันมากขึ้นกลับพบว่าหัวใจของกีฬาชนิดนี้แทบจะตรงกันข้าม เพราะเราไม่มีทางสั่งให้คลื่นมาเร็วขึ้น ใหญ่ขึ้น หรือเคลื่อนไปในทิศทางที่ต้องการได้ สิ่งที่ทำได้มีเพียงเรียนรู้ที่จะอ่านมัน รอให้ถูกจังหวะ และเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อคลื่นที่ใช่มาถึง และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้การแข่งขัน Surfing ใน Asian Games สนุกขึ้นกว่าเดิม เพราะครั้งต่อไปที่เห็นนักกีฬานั่งนิ่งอยู่บนกระดานกลางทะเล อย่าเพิ่งคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขากำลังทำหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดของกีฬาชนิดนี้อยู่ นั่นคือ การรอและอ่านคลื่นลูกต่อไป

 

ภาพ: Shutterstock, Courtesy of Brands, Laem Yah Rayong Surf Club, Better Surf Thailand

The post รู้จัก ‘Surfing’ กีฬาแห่งการอ่านคลื่น ก่อนเชียร์ใน Asian Games 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอล ซอยสวนพลู ทีเด็ดทาร์ตไข่และครัวซองต์ https://thestandard.co/life/sunny-chan-bakery-suanplu/ Mon, 31 Aug 2026 12:07:14 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249012 หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู

หากใครติดตามวงการขนมอบในกรุงเทพฯ ย่อมคุ้นเคยชื่อของ Sun […]

The post Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอล ซอยสวนพลู ทีเด็ดทาร์ตไข่และครัวซองต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู

หากใครติดตามวงการขนมอบในกรุงเทพฯ ย่อมคุ้นเคยชื่อของ Sunny Chan มาตั้งแต่ช่วงเปิดป๊อปอัปที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ก่อนจะย้ายมาปักหลักอย่างอบอุ่นในซอยสวนพลู ย่านสาทร และค่อยๆ สร้างชื่อจากขนมอบ โดยเฉพาะทาร์ตไข่และครัวซองต์ที่กลายเป็นสองเมนูหลักของร้าน

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

ล่าสุด Sunny Chan ปรับโฉมหน้าร้านและรีแบรนด์ใหม่ กลับมาครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในตู้ขนมทั้งหมด แต่เป็นการปรับบุคลิกของ Sunny Chan ให้ชัดขึ้นผ่านแนวคิด ‘Bring Out Your Inner Child’ ชวนให้เรากลับไปหาโมเมนต์เล็กๆ แบบตอนเด็ก ที่แค่ได้กินของอร่อยสักชิ้นก็มีความสุขได้แล้ว

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 1

 

จริงๆ แล้วเรื่องราวของ Sunny Chan เริ่มต้นก่อนจะมีหน้าร้านในสวนพลู เมื่อราว 2-3 ปีก่อน จากการทำครัวซองต์ที่บ้านย่านดอนเมือง ด้วยความชอบครัวซองต์และความสนใจในเบเกอรีสไตล์ยุโรปของเจ้าของร้าน ก่อนจะพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ฝั่งใจกลางเมือง จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำและย้ายมาเปิดร้านอย่างจริงจังในย่านสาทร

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทีมลองนำแป้งครัวซองต์ของร้านมาทำทาร์ตไข่ แล้วเพิ่มคาราเมลสูตรของตัวเองเข้าไป จากเมนูทดลองกลับกลายเป็นขนมที่ทำให้คนรู้จัก Sunny Chan มากขึ้น จนนำไปสู่การเปิดป๊อปอัปที่ EmQuartier และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่กระแสของทาร์ตไข่แรงจนร้านผลิตแทบไม่ทัน

 

แม้คนจำนวนมากจะรู้จัก Sunny Chan จากทาร์ตไข่ แต่สิ่งที่ร้านให้ความสำคัญมาตั้งแต่แรกยังคงเป็นเรื่องของ Pastry วัตถุดิบ และกระบวนการทำขนม การรีแบรนด์ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการพา Sunny Chan เข้าสู่บทต่อไป ที่ยังมี Egg Tart เป็นเมนูหลัก แต่ขณะเดียวกันก็อยากให้คนได้รู้จักโลกของขนมอบที่กว้างขึ้น ตั้งแต่ Croissant ไปจนถึง Sourdough และขนมใหม่ๆ ที่จะค่อยๆ เพิ่มเข้ามา

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 2หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 3

 

The Vibe

 

ตัวร้านซ่อนอยู่ในซอยย่อยแรกฝั่งขวามือของซอยสวนพลู เดินเข้าไปเกือบสุดซอยก็จะเจอกับร้านขนาดกะทัดรัดที่ปรับหน้าตาใหม่ให้มีความมินิมอลผสมกับดีไซน์ร่วมสมัย และด้วยตำแหน่งที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงของย่านสาทร บรรยากาศบางมุมจึงชวนให้นึกถึงร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ตามตรอกในนิวยอร์ก

 

และร้านเพิ่มที่นั่งด้านหน้าร้านอีก ซึ่งเข้ากับคาแรกเตอร์ของสวนพลูดี โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือวันที่อากาศไม่ร้อนเกินไป ซื้อกาแฟกับขนมแล้วนั่งกินด้านนอก ก่อนจะเดินไปต่อ

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 4หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 5หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 6

 

The Taste

 

สำหรับใครถ้ามาเป็นครั้งแรกเราว่าเริ่มจาก Caramel Egg Tart (85 บาท) ก่อนง่ายที่สุด เพราะเป็นหนึ่งในเมนูที่อยู่กับร้านมานาน ตัวแป้งเป็นแนวครัวซองต์ที่มีความบางและกรอบ ส่วนด้านในเป็นคัสตาร์ดเนื้อนุ่ม มีรสคาราเมลเข้ามาเพิ่มความหวานและกลิ่นไหม้บางๆ จับคู่กับ Ice Latte (115 บาท) ก็บาลานซ์รสชาติได้ดีขึ้น

 

ส่วนรสใหม่อย่าง Earl Grey Marmalade Egg Tart (105 บาท) เปลี่ยนคาแรกเตอร์ไปอีกทางด้วยกลิ่นของชา Earl Grey และ Marmalade ส้มที่เข้ามาเพิ่มทั้งความหอมและรสเปรี้ยวเล็กๆ พร้อมวานิลลา ก่อนประกบทั้งหมดไว้บนฐานแป้งทาร์ตแบบครัวซองต์ ใครที่รู้สึกว่า Egg Tart แบบปกติหวานหรือหนักไป รสนี้จะมีมิติของชาและซิตรัสเข้ามาตัดมากขึ้น

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 7

 

ฝั่งของคาวมี Mushroom Paprika Croissant (155 บาท) ครัวซองต์ทรงสี่เหลี่ยมที่ใส่เห็ด ครีมปาปริกา และ Parmesan Cheese ทำให้ได้ทั้งความหอมของเนยและรสเค็มมัน เหมาะกับคนที่อยากกิน Pastry เป็นมื้อเช้ามากกว่าจะจบด้วยของหวานอย่างเดียว

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 8

 

นอกจากนี้ยังมีขนมให้เลือกอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะ Plain Croissant (100 บาท) ที่ถ้าอยากลองคาแรกเตอร์ของแป้งและเนยแบบตรงไปตรงมา เราว่าเริ่มจากชิ้นนี้ได้เลย

 

ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกตั้งแต่ Coffee, Non-Coffee ไปจนถึง Cold-Pressed Juice จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคอกาแฟก็แวะมากินขนมที่นี่ได้

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 9

 

Good for

 

ถ้าได้มาแถวสาทร-สวนพลู แล้วอยากหาร้านขนมเล็กๆ แวะกินระหว่างวัน เราว่า Sunny Chan เหมาะเลย เพราะร้านไม่ได้ใหญ่และไม่ใช่คาเฟ่สำหรับมานั่งทำงานยาวๆ แต่เป็นฟีลร้านขนมประจำย่าน ที่แวะเข้ามาซื้อทาร์ตไข่หรือครัวซองต์ สั่งกาแฟสักแก้ว แล้วถ้ามีเวลาก็นั่งเล่นด้านหน้าร้านสักพัก ก่อนออกไปเดินเล่นสวนพลูต่อ

 

Sunny Chan

 

Location: ซอยสวนพลู เข้าซอยย่อยแรกทางขวามือ เยื้องบ้านปิยะสาทร

Open: เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.

Contact: Sunny Chan 

Parking: Somerset Park Suanplu Bangkok (30 บาท/ชั่วโมง)

Budget: ราคา 85-300 บาทต่อคน

Map: https://maps.app.goo.gl/iVCnAdL4bejzbNBy7

 

The post Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอล ซอยสวนพลู ทีเด็ดทาร์ตไข่และครัวซองต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตามรอย ‘Yayoi Kusama’ ผ่าน 7 พิกัดในญี่ปุ่น ที่จักรวาลลายจุดยังมีชีวิตอยู่ https://thestandard.co/life/yayoi-kusama-japan-locations/ Mon, 31 Aug 2026 09:51:42 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1248886 ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ

หากพูดถึง Yayoi Kusama ภาพของฟักทองสีเหลืองแต้มลายจุด ห […]

The post ตามรอย ‘Yayoi Kusama’ ผ่าน 7 พิกัดในญี่ปุ่น ที่จักรวาลลายจุดยังมีชีวิตอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ

หากพูดถึง Yayoi Kusama ภาพของฟักทองสีเหลืองแต้มลายจุด ห้องกระจกที่ทอดยาวเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด หรือโลกที่เต็มไปด้วย Polka Dots คงเป็นภาพแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง แต่เบื้องหลังภาพจำเหล่านั้นคือชีวิตกว่า 9 ทศวรรษของศิลปินหญิงชาวญี่ปุ่น ผู้เปลี่ยนสิ่งที่เธอมองเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวให้กลายเป็นภาษาทางศิลปะที่คนทั่วโลกจดจำ

 

 
 

Yayoi Kusama เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ที่กรุงโตเกียว ด้วยวัย 97 ปี ข่าวการจากไปของเธอได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ถึงแม้ศิลปินจะจากไปแล้ว แต่จักรวาลที่เธอสร้างขึ้นตลอดหลายสิบปียังคงอยู่ และเราสามารถออกเดินทางไปทำความรู้จักชีวิตและผลงานของเธอได้ผ่านสถานที่จริง

 

และนี่คือ 7 พิกัดในญี่ปุ่นที่ชวนเราปักหมุดเช็คอินเพื่อไปพบกับโลกของ Yayoi Kusama อีกครั้ง

 

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 1

 

Matsumoto City Museum of Art, Nagano

 

บ้านเกิด Yayoi Kusama เมืองที่ทุกอย่างเริ่มต้น

 

ถ้าอยากเข้าใจ Yayoi Kusama ให้มากกว่าภาพของศิลปินหญิงผมบ๊อบสีแดงและลาย Polka Dots ให้เริ่มต้นที่เมือง Matsumoto ในจังหวัด Nagano บ้านเกิดเมืองนอนของ Yayoi Kusama เธอเติบโตมากับครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์และเรือนเพาะชำ และเริ่มมีประสบการณ์เห็นภาพหลอนตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งแสง ดอกไม้ ตาข่าย และลายจุดที่ดูเหมือนกำลังขยายตัวเข้าปกคลุมทุกสิ่งรอบตัว ก่อนภาพเหล่านั้นจะกลายมาเป็นภาษาทางศิลปะที่เธอใช้ตลอดชีวิต

 

Matsumoto City Museum of Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะประจำเมืองที่เก็บรวบรวมผลงานของ Kusama เอาไว้ ตั้งแต่เริ่มเป็นศิลปิน เป็นสถานที่ที่ทำให้เราเห็นว่า ก่อนจุด ฟักทอง และดอกไม้จะกลายเป็นภาพจำระดับโลก เส้นทางศิลปินของเธอเป็นอย่างไรบ้าง มาแล้ว อย่าลืมจุดถ่ายรูปยอดนิยม The Visionary Flowers ประติมากรรมดอกไม้ขนาดใหญ่สีสันสดใสตั้งต้อนรับอยู่ด้านหน้า

 

Travel Note: Matsumoto เดินทางจาก Tokyo ด้วย JR Limited Express Azusa จาก Shinjuku ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ตัวพิพิธภัณฑ์อยู่ไม่ไกลจาก Matsumoto Station และสามารถเที่ยวต่อกับ Matsumoto Castle ได้ในทริปเดียวกัน

 

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 2

 

Yayoi Kusama Museum, Tokyo

 

ทำความรู้จัก Kusama ที่มากกว่า Polka Dots

 

จาก Matsumoto เดินทางต่อมายัง Tokyo เมืองที่ Kusama กลับมาใช้ชีวิตหลังจากใช้เวลาหลายปีในสหรัฐอเมริกา และเป็นฐานในการสร้างผลงานของเธอต่อเนื่องอีกหลายทศวรรษ Yayoi Kusama Museum พิพิธภัณฑ์ในเขต Shinjuku ที่เปิดเมื่อปี 2017 เพื่อจัดแสดงและเผยแพร่ผลงานของเธอโดยเฉพาะ เสน่ห์ของที่นี่คือการไม่ได้หยุดอยู่เพียงผลงานยอดนิยมอย่าง Pumpkin หรือ Infinity Mirror Room แต่หมุนเวียนนิทรรศการไปเรื่อยๆ ทำให้เราได้พบกับ Kusama ในหลากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่ภาพวาด ประติมากรรม ไปจนถึง Installation

 

สำหรับใครที่วางแผนไปในช่วงปลายปี 2026 พิพิธภัณฑ์จะจัดนิทรรศการ The Light Spreads Out, and Glittering Things Start Appearing All Around Me ระหว่างวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ถึง 31 มกราคม 2027

 

Travel Note: Yayoi Kusama Museum ใช้ระบบระบุวันและเวลาเข้าชม และไม่มีจำหน่ายบัตรหน้างาน จึงควรจองล่วงหน้าก่อนจัดทริป

 

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 3

 

Naoshima, Kagawa

 

ฟักทองที่ทำให้คนเดินทางข้ามทะเลไปหา

 

มีงานศิลปะไม่กี่ชิ้นที่สามารถเปลี่ยนจาก ‘ผลงาน’ ไปเป็นภาพจำของจุดหมายปลายทางได้ และ Pumpkin ของ Yayoi Kusama บนเกาะ Naoshima คือหนึ่งในนั้น

 

ฟักทองสีเหลืองแต้มจุดสีดำตั้งอยู่บริเวณปลายท่าเรือ โดยมีทะเล Seto Inland Sea เป็นฉากหลัง ผลงานชิ้นนี้ปรากฏบน Naoshima ครั้งแรกในนิทรรศการ Out of Bounds เมื่อปี 1994 ก่อนค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเกาะ ขณะที่บริเวณ Miyanoura Port ยังมี Red Pumpkin คอยต้อนรับนักเดินทางที่เดินทางมาถึงเช่นกัน

 

นอกจากฟักทองทั้งสองลูก ปัจจุบัน Naoshima ยังมีผลงาน Narcissus Garden ของ Kusama ซึ่งเปิดตัวบนเกาะในปี 2022 ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่สุดสำหรับคนที่ต้องการตามรอยผลงานของเธอในญี่ปุ่น แน่นอนว่า Naoshima ไม่ได้มีเพียงชิ้นงานของ Kusama เพราะทั้งเกาะเต็มไปด้วยงานของศิลปินและสถาปนิกระดับโลก แต่สำหรับนักเดินทางหลายคนภาพแรกที่ทำให้รู้จักเกาะนี้อาจไม่ใช่อาคารคอนกรีตของ Tadao Ando หากเป็นฟักทองสีเหลืองใบหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมทะเล และนั่นเป็นหลักฐานที่ชัดที่สุดว่า Kusama ไม่ได้สร้างเพียงงานศิลปะ แต่สร้างเหตุผลให้ผู้คนออกเดินทางไปหาด้วย

 

Travel Note: เส้นทางยอดนิยมคือเดินทางไป Okayama แล้วต่อรถไฟไป Uno Port ก่อนนั่งเรือข้ามไป Naoshima หากตั้งใจชมพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง แนะนำให้พักบนเกาะอย่างน้อย 1 คืนแทนการไปเช้าเย็นกลับ

 
ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 4

 

Fukuoka Art Museum, Fukuoka

 

ตามหาประติมากรรมกลางแจ้งชิ้นแรกของ Kusama

 

ถ้า Pumpkin บน Naoshima คือฟักทองที่โด่งดังที่สุดของ Kusama ฟักทองสีเหลืองลายจุดดำที่ Fukuoka Art Museum ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

 

ผลงาน Pumpkin ชิ้นนี้สร้างขึ้นในปี 1994 เพื่อจัดแสดงในโครงการ Museum City Tenjin ’94 Fukuoka, Japan โดยครั้งแรกถูกนำไปตั้งบริเวณหน้าอาคารธนาคารกลางย่าน Tenjin ก่อนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชัน Fukuoka Art Museum ในเวลาต่อมา

 

ความน่าสนใจคือ Fukuoka Art Museum ระบุว่า ผลงานชิ้นนี้คือประติมากรรมกลางแจ้งชิ้นแรกของ Kusama ก่อนที่ฟักทอง ดอกไม้ และประติมากรรมสีสันสดใสของเธอจะกระจายตัวไปตามพื้นที่สาธารณะทั่วโลก ที่นี่จึงเป็นอีกพิกัดสำหรับคนที่อยากย้อนกลับไปดูช่วงเวลาที่ Pumpkin กำลังเปลี่ยนสถานะจาก motif ในโลกศิลปะไปเป็น Public Art ที่คนทั่วไปสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน

 

Travel Note: Fukuoka Art Museum ตั้งอยู่ใน Ohori Park สามารถนั่งรถไฟใต้ดินจาก Hakata ไปลง Ohori Park Station แล้วเดินต่อได้ เหมาะกับการรวมไว้ในวันเที่ยว Ohori Park และย่านรอบๆ

 

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 5

 

Towada Art Center, Aomori

 

เมื่อโลกของ Kusama หลุดออกมาอยู่กลางเมือง

 

ที่ Towada Art Center ในจังหวัด Aomori โลกของ Kusama ไม่ได้อยู่เพียงภายในพิพิธภัณฑ์ แต่หลุดออกมาอยู่บนพื้นที่สาธารณะของเมือง บริเวณ Art Square เป็นที่ตั้งของ Love Forever, Singing in Towada ผลงานปี 2010 ที่เปลี่ยนสนามหญ้าให้เต็มไปด้วยวงกลมสีเหลือง พร้อมประติมากรรม 8 ชิ้น ตั้งแต่ฟักทอง เด็กหญิง สุนัข ไปจนถึงเห็ดหลากสี ทั้งหมดปกคลุมด้วย dots และ nets ในภาษาภาพแบบ Kusama

 

ความสนุกของพิกัดนี้คือ งานไม่ได้ถูกวางแยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เมืองที่ผู้คนสามารถเดินผ่าน นั่งพัก และมีปฏิสัมพันธ์ด้วย

 

ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของ Kusama ว่าเราไม่จำเป็นต้องเดินเข้า Gallery เสมอไปเพื่อพบกับศิลปะ เพราะบางครั้งโลกเหนือจริงสามารถปรากฏขึ้นกลางสนามหญ้าและอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ปัจจุบัน Love Forever, Singing in Towada ยังคงอยู่ในคอลเล็กชันถาวรของ Towada Art Center โดยงานเพิ่งผ่านการบำรุงรักษาในเดือนมิถุนายน 2026

 

Travel Note: Towada ไม่มีสถานี Shinkansen ของตัวเอง เส้นทางหนึ่งที่สะดวกคือเดินทางด้วย Tohoku Shinkansen ไปลง Hachinohe แล้วต่อรถบัสมายัง Towada จึงเหมาะกับการจัดเป็นส่วนหนึ่งของทริป Aomori มากกว่าการเดินทางจาก Tokyo แบบไปเช้าเย็นกลับ

 

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 6

Photo Credit: Echigo-Tsumari Art Field

 

Echigo-Tsumari Art Field, Niigata

 

ดอกไม้ยักษ์ที่ผลิบานกลาง Satoyama

 

Tsumari in Bloom ประติมากรรมดอกไม้ขนาดใหญ่สีสันสดใสของ Kusama สร้างขึ้นในปี 2003 และตั้งอยู่บริเวณ Matsudai NOHBUTAI ส่วนหนึ่งของ Echigo-Tsumari Art Field พื้นที่ศิลปะขนาดใหญ่ที่นำ Contemporary Art เข้าไปอยู่ท่ามกลางหมู่บ้าน นาข้าว ป่า และภูเขา

 

Kusama เคยบอกว่า Tsumari in Bloom เป็นผลงานประติมากรรมกลางแจ้งชิ้นโปรดของเธอ เมื่อดอกไม้สีสดถูกนำมาวางท่ามกลางภูมิประเทศแบบ Satoyama สิ่งประดิษฐ์กับธรรมชาติจึงดูเหมือนขัดแย้ง แต่ในขณะเดียวกันกลับอยู่ร่วมกันได้อย่างน่าประหลาด ในปี 2026 ผลงานเปิดให้ชมระหว่างวันที่ 25 เมษายน-8 พฤศจิกายน และปิดในฤดูหนาว จึงเป็นพิกัดที่ควรเช็กช่วงเวลาก่อนวางแผนเดินทาง

 

Travel Note: เดินทางจาก Tokyo ด้วย Joetsu Shinkansen ไป Echigo-Yuzawa แล้วต่อ Hokuhoku Line ไป Matsudai การมีรถยนต์จะช่วยให้เที่ยวงานศิลปะที่กระจายอยู่ทั่ว Echigo-Tsumari ได้สะดวกขึ้นมาก

 

ภาพฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ริมทะเลบนเกาะนาโอชิมะ 7

Photo Credit: Kagoshima

 

Kirishima Open-Air Museum, Kagoshima

 

ตามหาดอกไม้แห่ง Shangri-la และรองเท้าแดงของ Kusama

 

พิกัดสุดท้ายพาเราลงใต้ไปยัง Kirishima Open-Air Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งในจังหวัด Kagoshima ที่นำงานศิลปะร่วมสมัยมาวางท่ามกลางธรรมชาติของ Kirishima หนึ่งในไฮไลต์คือ Flowers of Shangri-la ประติมากรรมดอกไม้ยักษ์สีสันสดใสที่ Kusama สร้างขึ้นในปี 2000 โดยนำภาพของ Shangri-la หรือดินแดนในอุดมคติมาตีความผ่านดอกไม้ที่สื่อถึงชีวิต จิตวิญญาณ และความหวัง ราวกับโลกในจินตนาการของเธอกำลังผลิบานขึ้นท่ามกลางธรรมชาติจริง และอีกชิ้นคือ High Heel รองเท้าส้นสูงสีแดงขนาดยักษ์จากปี 2002 ซึ่ง Kusama เคยเขียนถึงจินตนาการในการสวมรองเท้าคู่นี้ออกไปยังสถานที่ในฝัน เพื่อตามหาความสุขที่ยังไม่รู้จัก

 

Travel Note: พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ Kagoshima เหมาะกับการแวะเป็นส่วนหนึ่งของ Road Trip รอบ Kirishima

The post ตามรอย ‘Yayoi Kusama’ ผ่าน 7 พิกัดในญี่ปุ่น ที่จักรวาลลายจุดยังมีชีวิตอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Standing Cardio ออกกำลังกายแบบยืนปั้นแกนกลางลำตัว แค่ 15 นาที https://thestandard.co/life/standing-cardio-core-workout-15-mins/ Mon, 31 Aug 2026 06:51:17 +0000 https://thestandard.co/life/standing-cardio-core-workout-15-mins/ ภาพผู้หญิงกำลังออกกำลังกายแบบ Standing Cardio Core ในท่ายืน

หัวใจสำคัญของ Standing Cardio ไม่ได้อยู่ที่การยืนบริหาร […]

The post Standing Cardio ออกกำลังกายแบบยืนปั้นแกนกลางลำตัว แค่ 15 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้หญิงกำลังออกกำลังกายแบบ Standing Cardio Core ในท่ายืน

หัวใจสำคัญของ Standing Cardio ไม่ได้อยู่ที่การยืนบริหารหน้าท้องอย่างเดียว แต่คือการเคลื่อนไหวแขน ขา และลำตัวไปพร้อมกัน ขณะที่เราพยายามรักษาลำตัวให้มั่นคง เช่น ยกเข่าสลับ บิดลำตัว ชกสลับข้าง หรือก้าวไปด้านข้าง

 

 

การเคลื่อนไหวลักษณะนี้ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง หลังส่วนล่าง สะโพก และเชิงกรานต้องช่วยกันควบคุมลำตัว ขณะเดียวกันการทำต่อเนื่องในจังหวะที่เร็วขึ้นก็ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ จึงได้ทั้ง Cardio+Core Training ในเซสชันเดียว

 

Core ไม่ได้หมายถึงกล้ามท้อง Six-pack เท่านั้น แต่ครอบคลุมกล้ามเนื้อบริเวณเชิงกราน หลังส่วนล่าง สะโพก และหน้าท้อง ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นคงและการทรงตัวให้ร่างกาย

 

15 นาที ลองทำอะไรบ้าง?

 

เริ่มจากวอร์มร่างกายประมาณ 2 นาทีด้วยการ March in Place หรือเดินย่ำเท้าอยู่กับที่ จากนั้นทำท่าละประมาณ 40 วินาที พักหรือเดินเบาๆ 20 วินาที แล้ววน 2 รอบ

 

  • Standing Knee Drive ยกเข่าขึ้นหาหน้าอกสลับซ้าย-ขวา เกร็งหน้าท้องและพยายามไม่เอนหลัง
  • Cross-Body Knee Crunch ยกเข่าขวาเข้าหาศอกซ้ายแล้วสลับข้าง ช่วยเพิ่มการทำงานของลำตัวด้านข้างและการควบคุมการหมุน
  • Standing Oblique Crunch ยกเข่าออกด้านข้างพร้อมลดศอกเข้าหาเข่า เน้นควบคุมการเคลื่อนไหวมากกว่าทำเร็ว
  • Punch & Twist ชกแขนสลับซ้าย-ขวาพร้อมหมุนช่วงอกเล็กน้อย โดยให้สะโพกและเข่าขยับตามธรรมชาติ ไม่บิดเอวแรงๆ
  • High-Knee March/ High Knees ยกเข่าสลับต่อเนื่อง เลือกเดินเร็วสำหรับ Low Impact หรือเพิ่มเป็น High Knees หากร่างกายพร้อม
  • Side Step+Reach ก้าวออกด้านข้างพร้อมเหยียดแขนเหนือศีรษะ ช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวต่อเนื่องและเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจ ปิดท้ายประมาณ 1 นาทีด้วยการเดินช้าๆ พร้อมหายใจลึกและคลายกล้ามเนื้อ

 

ทำไมการ “ยืน” ถึงน่าสนใจ?

 

เพราะหลายท่าต้องอาศัยการรักษาสมดุลขณะขยับแขนและขา กล้ามเนื้อ Core จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงงอลำตัวเหมือน Sit-up แต่ต้องช่วย Stabilize หรือรักษาความมั่นคงของลำตัวด้วย Mayo Clinic ระบุว่าการฝึก Core ที่ดีมีส่วนช่วยเรื่องสมดุล ความมั่นคง และทำให้การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพขึ้น

 

นอกจากนี้ยังเป็นรูปแบบที่ปรับระดับได้ง่าย หากเพิ่งเริ่มออกกำลังกายสามารถลดความเร็ว ไม่กระโดด และใช้ High-Knee March แทน High Knees ได้

 

แต่ 15 นาทีไม่ได้แปลว่าไขมันหน้าท้องจะหาย นี่เป็นจุดที่ควรเข้าใจให้ถูกต้อง การบริหาร Core ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณลำตัวแข็งแรงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะเลือกเผาผลาญไขมันเฉพาะบริเวณหน้าท้อง

 

หากเป้าหมายคือการลดไขมัน การออกกำลังกายแบบนี้ควรเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ ทั้งการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน คาร์ดิโอ การฝึกกล้ามเนื้อ และโภชนาการที่เหมาะสม ขณะที่แนวทางการออกกำลังกายโดยรวมยังแนะนำให้มีทั้ง Aerobic Fitness, Strength Training, Core, Balance และ Flexibility อยู่ในกิจวัตร

 

อย่าดูถูกเวลาเพียง 15 นาที เพราะในวันที่ยุ่งมาก การได้ลุกจากเก้าอี้ เปิดเพลง แล้วขยับร่างกายอย่างตั้งใจ อาจมีค่ากว่าการรอวันที่เรามีเวลาว่างหนึ่งชั่วโมงซึ่งไม่เคยมาถึงเสียที

 

ทริกจาก LIFE: ระหว่างทำทุกท่า ลองคิดว่าเรากำลัง ‘รูดซิปหน้าท้องขึ้นเบาๆ’ เกร็ง Core พอประมาณ หายใจตามปกติ หลังอยู่ในแนวธรรมชาติ และเน้นคุณภาพของการเคลื่อนไหวก่อนความเร็ว เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่เหนื่อย แต่คือทำให้กล้ามเนื้อแกนกลางเรียนรู้ที่จะพยุงร่างกายได้ดีขึ้น

The post Standing Cardio ออกกำลังกายแบบยืนปั้นแกนกลางลำตัว แค่ 15 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ultra Thailand 2027 เลือกกรุงเทพฯ จัดงานครั้งแรกใน SEA เมื่อการท่องเที่ยวลักชัวรีกำลังมองไกลกว่าความหรูหรา https://thestandard.co/life/ultra-thailand-bangkok-luxury/ Sun, 30 Aug 2026 11:22:55 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1248562 ภาพโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่จัดงาน Ultra Thailand 2027

ถ้าพูดถึง Luxury Travel เมื่อสิบกว่าปีก่อน ภาพที่หลายคน […]

The post Ultra Thailand 2027 เลือกกรุงเทพฯ จัดงานครั้งแรกใน SEA เมื่อการท่องเที่ยวลักชัวรีกำลังมองไกลกว่าความหรูหรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่จัดงาน Ultra Thailand 2027

ถ้าพูดถึง Luxury Travel เมื่อสิบกว่าปีก่อน ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นโรงแรมห้าดาว ห้องสวีต หรือบริการระดับพรีเมียม แต่ตลาดบนสุดของการท่องเที่ยวกำลังขยับไปอีกทาง เมื่อความเป็นส่วนตัว เวลเนส วัฒนธรรม และประสบการณ์ที่หาไม่ได้ทั่วไป เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นในการนิยามคำว่า ลักชัวรี ใหม่

 

 

และปีหน้า กรุงเทพฯ กำลังจะได้เป็นพื้นที่พบปะของคนทำงานในตลาดนี้โดยตรง

 

Private Luxury Events บริษัทผู้จัดอีเวนต์ด้าน Luxury Travel จากลอนดอน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัด Ultra Thailand 2027 ระหว่างวันที่ 20-24 มิถุนายน 2570 ที่ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River นับเป็นครั้งแรกที่ Ultra เลือกจัดงานในกรุงเทพฯ และเป็นการเข้ามาจัดงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกอีกด้วย

 

Ultra ไม่ใช่งาน Travel Fair สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นงานที่ต้องได้รับเชิญเท่านั้น ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เจรจาธุรกิจระหว่างแบรนด์และผู้ประกอบการในตลาด Luxury Travel กับกลุ่มผู้ซื้อและคนที่มีบทบาทในการออกแบบการเดินทางให้ลูกค้าระดับ Ultra-High-Net-Worth Individuals หรือ UHNWIs

 

ผู้เข้าร่วมมีตั้งแต่ Family Offices, Executive และ Personal Assistants ไปจนถึง Celebrity Agents ซึ่งทำหน้าที่ดูแลหรือวางแผนการเดินทางให้กับลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่งสูง โดยผู้เข้าร่วมจะผ่านการคัดเลือกจากผู้จัดงานก่อนเข้าร่วมเครือข่าย

 

พูดง่ายๆ คือ แทนที่จะพยายามเข้าถึงนักท่องเที่ยวระดับบนโดยตรง งานนี้นำคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจและการออกแบบทริปของคนกลุ่มนั้นมาเจอกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว

 

ภาพโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่จัดงาน Ultra Thailand 2027 1ภาพโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่จัดงาน Ultra Thailand 2027 2

 

แล้วทำไม Ultra ถึงเลือกกรุงเทพฯ

 

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ว่า Ultra จะมาจัดที่ไหน แต่คือ ทำไมกรุงเทพฯ ถึงถูกเลือกในเวลานี้

 

หนึ่งในคำอธิบายอยู่ที่การเติบโตของกลุ่มคนมั่งคั่งในเมือง จากข้อมูล World Ultra Wealth Report 2026 ของ Altrata กรุงเทพฯ อยู่ในกลุ่มเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คาดว่าจะมีประชากร Ultra-Wealthy เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงถึงปี 2030 โดยข้อมูลที่เผยแพร่เพิ่มเติมระบุว่าประชากร UHNW ของกรุงเทพฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากปี 2025 ถึง 2030

 

ขณะที่ Knight Frank คาดการณ์ในอีกกรอบหนึ่งว่า จำนวนประชากร UHNW ของ ประเทศไทยโดยรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 26% ระหว่างปี 2026-2031

 

พร้อมกันนั้น กรุงเทพฯ ก็กำลังเห็นการลงทุนจากแบรนด์โรงแรมระดับ Luxury เพิ่มขึ้น ตั้งแต่การเปิด Aman Nai Lert Bangkok ไปจนถึง The Langham, Custom House, Bangkok ซึ่งกำลังเปลี่ยนอาคารศุลกสถานเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลับมาใช้งานอีกครั้ง โดย The Langham เปิดรับจองแล้วสำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

 

ทั้งหมดทำให้กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางท่องเที่ยว แต่กำลังกลายเป็นตลาดที่แบรนด์ Luxury Hospitality ระดับโลกให้ความสนใจมากขึ้นเช่นกัน

 

จากความลักชัวรีแบบเดิม สู่ ‘Healing is the New Luxury’

 

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ สิ่งที่ประเทศไทยต้องการนำไปขายในตลาดนี้ ซึ่งททท. วางทิศทางการสื่อสารเรื่อง Luxury Travel ผ่านแนวคิด ‘The Soul of Thai’ โดยหยิบสิ่งที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวลเนส อาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม งานคราฟต์ การเดินทางแบบ Private Journey ไปจนถึง Living Heritage มาประกอบเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้น

 

หนึ่งในแนวคิดที่ถูกนำมาใช้คือ ‘Healing is the New Luxury’ ซึ่งมองความหรูหราออกไปไกลกว่าวัตถุหรือบริการราคาแพง แล้วให้ความสำคัญกับ Wellbeing, Personalisation และ Meaningful Travel มากขึ้น

 

ภาพโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่จัดงาน Ultra Thailand 2027 3ภาพโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่จัดงาน Ultra Thailand 2027 4

 

อีกคำหนึ่งที่ถูกหยิบมาใช้คือ ‘น้ำใจ’ หรือ Nam Jai ในฐานะคุณลักษณะของการต้อนรับแบบไทยที่ไม่ได้เกิดจากสิ่งปลูกสร้างหรือ Facility แต่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างคน

 

ตรงนี้อาจเป็นโจทย์ที่น่าสนใจกว่าการพยายามแข่งขันว่าใครมีโรงแรมหรูหรือบริการแพงกว่า เพราะสิ่งที่ประเทศไทยพยายามนำเสนอคือการเอาทั้ง Wellness, Culture, Gastronomy และ Hospitality มาประกอบกันเป็น Luxury Experience ในแบบของตัวเอง

 

แต่การมีงานนี้เกิดขึ้นไม่ได้แปลว่ากรุงเทพฯ จะกลายเป็นศูนย์กลาง Ultra-Luxury Travel ของเอเชียทันที

 

สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้มากกว่าคือ ผู้ประกอบการไทยจะสามารถเปลี่ยนจุดแข็งอย่างวงการอาหาร เวลเนส วัฒนธรรม ธรรมชาติ และ Hospitality ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่มีความเฉพาะตัว มีความเป็นส่วนตัว และสร้างมูลค่าสูงขึ้น ได้มากแค่ไหน

 

สำหรับผู้ประกอบการหรือแบรนด์ที่สนใจเข้าร่วม Ultra Thailand 2027 ขณะนี้ Private Luxury Events เปิดให้ Register Your Interest แล้วผ่านเว็บไซต์ privateluxuryevents.com/ultra/Thailand โดยการเข้าร่วมงานเป็นรูปแบบ Invitation-Only และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้จัดงาน

 

ภาพ: Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River

The post Ultra Thailand 2027 เลือกกรุงเทพฯ จัดงานครั้งแรกใน SEA เมื่อการท่องเที่ยวลักชัวรีกำลังมองไกลกว่าความหรูหรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Root on the Rock รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น: ตามรอยสุราพื้นบ้าน สู่เส้นทางท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/root-on-the-rock/ Sun, 30 Aug 2026 10:00:25 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1248367

อาหารและเครื่องดื่มคือแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่ […]

The post Root on the Rock รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น: ตามรอยสุราพื้นบ้าน สู่เส้นทางท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

อาหารและเครื่องดื่มคือแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก งานวิจัยด้านการท่องเที่ยวหลายชิ้นชี้ไปในทางเดียวกันว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านการกินดื่ม เมื่อไทยมีทุนเดิมด้านอาหารที่โดดเด่นอยู่แล้ว ประกอบกับมีกฎหมายสุราชุมชนที่เปิดทางให้ผู้ผลิตท้องถิ่นเติบโต “สุราชุมชน” จึงกลายเป็นศักยภาพที่ไทยสามารถพัฒนาไปสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยว

 

จากโจทย์นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงพัฒนาโครงการ “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน” โดยร่วมมือกับ Taste Curator หรือเชฟท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ตีความวัตถุดิบและสุราชุมชนอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการทำ Food & Spirit Pairing เพื่อยกระดับสุราชุมชน ให้เป็น Curated Gastronomy Experience หรือการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงตั้งแต่รากวัฒนธรรมไปจนถึงประสบการณ์ร่วมสมัย

 

โครงการคัดเลือก 5 เส้นทางใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ (น่าน) ภาคอีสาน (สกลนคร) ภาคกลาง (สุพรรณบุรี) ภาคตะวันออก (จันทบุรี) และภาคใต้ (สงขลา-พัทลุง-นครศรีธรรมราช) แต่ละเส้นทางเปิดรับ “นักเล่าเรื่อง” หรือบล็อกเกอร์ นักเขียน และครีเอเตอร์ ให้เดินทางไปสัมผัสพื้นที่จริง 3 วัน 2 คืน ก่อนถ่ายทอดสิ่งที่พบเจอออกมาเป็นเรื่องเล่า ล่าสุดทริปทั้ง 5 เส้นทาง 5 ภูมิภาคได้เสร็จสิ้นลงแล้ว พร้อมเรื่องราวมากมายจากปลายปากกาของนักเล่าเรื่องที่ร่วมทริป

 

น่าน: ถ่ายทอดจิตวิญญาณเมืองลี ผ่านสุรามะแขว่นแห่งขุนเขา

 

เส้นทางน่านเริ่มต้นที่ตำบลเมืองลี อำเภอนาหมื่น หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาทางตอนใต้ของจังหวัด ที่ขึ้นชื่อเรื่องสวนมะแขว่นคุณภาพสูง สมุนไพรกลิ่นอโรมา รสซิตรัสเผ็ดซ่าที่เป็นวัตถุดิบหลักของ “สุราอัสดง” แบรนด์สุราจากวิสาหกิจชุมชนเกษตรรุ่งเรืองทรัพย์ทวี อำเภอเวียงสา

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 1

 

ผลิตภัณฑ์หลักของอัสดง ได้แก่ “บ่มโข่ว” ที่ให้กลิ่นอายของขุนเขาและผืนป่า สุราเหมาะกับเนื้อย่างและหมูย่างแบบเมืองเหนือ และ “มณีพฤกษ์” ที่ผสานกลิ่นจูนิเปอร์กับดอกไม้ป่า นอกจากนี้ยังมี “Orange Gee Nan” จากส้มสีทอง “เสมอดาว” จากข้าวโพดแห้ง และสาโทที่หมักร่วมกับกระเจี๊ยบ สับปะรด มัลเบอร์รี บ๊วย และน้ำผึ้ง

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 2

 

ไฮไลต์ของทริปอยู่ที่ร้าน ZAC TA-RY ซึ่งนำมณีพฤกษ์มาต่อยอดแกงฮังเลสูตรดั้งเดิม ผ่านการหมักหมูให้นุ่มและเฟลมเบ้ เสิร์ฟเป็นเมนู “อัสดงฮังเลซาวครีม” คู่ขนมปังซาวโด พร้อมค็อกเทลเบสมณีพฤกษ์ที่เล่นกับรสมะแขว่นในมิติที่แตกต่างออกไป ตลอด 3 วัน 2 คืน นักเดินทางยังได้แวะวัดนาหวาย ศูนย์เรียนรู้พระคาถาบาลีในราชสำนักน่านเก่า และปิดท้ายด้วยวัดภูมินทร์กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ก่อนลิ้มรสอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมที่ร้านเฮือนอุ้ยคำ

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 3ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 4

 

สกลนคร: เมื่อสุราคือสื่อกลางระหว่างคนกับผี

 

ทริปสกลนครเปิดมิติที่ต่างออกไป ด้วยการพาไปทำความรู้จักความหลากหลายทางความเชื่อของเมืองที่คนพุทธ คริสต์ และผี อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เริ่มจากชุมชนท่าแร่ ชุมชนคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเก่าแก่ที่สุดในไทย ก่อนไปสัมผัสสุราชุมชน “ออนซอน” ของ เสือ-ธรรมวิทย์ ลิ้มเลิศเจริญวนิช ที่ตั้งใจใช้วัตถุดิบในจังหวัดให้มากที่สุด โดยเปรียบเทียบว่าหากเกาหลีมีโซจู ญี่ปุ่นมีสาเกเป็นเครื่องมือส่งออกวัฒนธรรม ไทยก็ควรทำได้เช่นกัน นักเล่าเรื่องยังได้ทดลองปรุงกลิ่นและรสสุราด้วยตัวเองผ่านเวิร์กชอป ก่อนที่สุราออนซอนจะกลับมาอยู่บนโต๊ะอาหารอีกครั้งที่ร้าน House Number 1712 ในเมนูที่จำลองเครื่องเซ่นพิธีเหยา

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 5ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 6ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 7

 

พิธีเหยา พิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ภูไทที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยผ่านการสื่อสารกับผีบรรพบุรุษ คือแกนสำคัญที่ทำให้ทริปนี้ต่างจากที่อื่น หมอโอปอ หมอเหยารุ่นใหม่ อธิบายถึงบทบาทของสุราในการสื่อสารกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เป็นมุมมองที่ต่างจากภาพจำทั่วไปที่มองสุราเป็นเพียงเครื่องดื่มมึนเมา นอกจากพิธีเหยาแล้ว นักเล่าเรื่องยังได้เดินป่าขึ้นเขากับชาวภูไทบ้านเชิงดอยไปเยี่ยมฝูงควาย ทดลองย้อมผ้าครามด้วยตัวเองที่ซอยดินแดง และลิ้มรสสาโทซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาการหมักจากข้าวเหนียวของชาวอีสาน

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 8ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 9

 

สุพรรณบุรี: สุราจากเมลอนคาโอริที่ช่วยสร้างรอยยิ้มเกษตรกร

 

ทริปจังหวัดสุพรรณบุรี ดินแดนเกษตรกรรมภาคกลาง เริ่มต้นด้วยการพาไปสัมผัสวิถีริมน้ำที่ชุมชนบ้านแหลมสุพรรณ ล่องเรือฟังนิราศสุพรรณ ทดลองดำนาหอยกาบ และนั่งรถอีแต๊กชมทุ่งนา ก่อนไปยังตลาดสามชุกและโรงกลั่นสุราเนภา ที่ยกระดับผลผลิตเกษตรให้กลายเป็นเครื่องดื่มอัตลักษณ์ของเมือง

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 10ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 11

 

ชื่อ “เนภา” มีความหมายว่า “ของดี” สะท้อนความตั้งใจของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยสามชุกตลาดร้อยปี ที่อยากพิสูจน์ว่าผลผลิตเกษตรไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดสด แต่ยกระดับสู่สากลได้ วัตถุดิบหัวใจของเนภาคือเมลอนคาโอริ เนื้อสีเขียว กลิ่นหอมนุ่ม จากโคโค่ เมล่อนฟาร์มที่ปลูกในโรงเรือนระบบปิดปลอดสารพิษ ก่อนผ่านการหมัก กลั่นด้วยเครื่องกลั่นทองแดง และบ่มในถังไม้โอ๊ก ออกมาเป็น 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ บรั่นดีเมลอน และ สาโทเมลอนคราฟต์ และเนภาจินมณีที่ชูอโรมาเมลอนผสานกลิ่นดอกไม้

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 12

 

หลังเยี่ยมชมโรงกลั่น ก็ต่อด้วยประสบการณ์ Food Pairing ที่ร้านชาณา ซึ่งนำเนภาไปเป็นเบสของค็อกเทล “สามชุกเมลอนสปิริต” ที่เสิร์ฟคู่ปลาม้านึ่งมะนาว

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 13ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 14

 

วันสุดท้ายปิดท้ายที่อู่ทอง เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง ที่จัดแสดงโบราณวัตถุและเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณอู่ทอง ซึ่งเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้าและดินแดนสุวรรณภูมิในอดีต

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 15

 

จันทบุรี: จากป่าลึกสู่ Chef’s Table ที่อัดแน่นด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

เส้นทางจันทบุรีเริ่มต้นที่ “สุราเทวะ” โรงกลั่นสุราชุมชนในอำเภอเขาคิชฌกูฏ ที่สืบทอดวิชากลั่นเหล้ามาถึงรุ่นที่ 3 ภูมิพัฒน์ ชอบชน ผู้ขับเคลื่อนโรงกลั่นรุ่นปัจจุบัน ไม่ได้เติบโตในครอบครัวทำสุรามาก่อน แต่เข้ามาสานต่อกิจการของครอบครัวภรรยาหลังแต่งงาน ชื่อ “สุราเทวะ” ของโรงกลั่น มาจากความเคารพครูบาอาจารย์ในสายดนตรีไทยของครอบครัว ที่ต้องถวายเหล้าแด่พระพิฆเนศก่อนเริ่มบรรเลงทุกครั้ง

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 16

 

สุราเทวะใช้น้ำจากสายธารธรรมชาติที่ไหลลงมาจากเขาคิชฌกูฏ และการหมักในโอ่งดินที่ควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ราว 28 องศา เหมาะกับการทำงานของยีสต์ ผลิตภัณฑ์หลักมี 3 แบรนด์ ได้แก่ “สานทราย” รัมซีรีส์ 4 รสชาติจากวัตถุดิบท้องถิ่น (อ้อย มินต์ ระกำ เลียง) “แจ่มจันทร์” ที่นำผลไม้ตกเกรดหรือปลายฤดูมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และ “เติมเต็ม” ค็อกเทลกระป๋องพร้อมดื่ม โดยเฉพาะรัมเลียงที่ถอดกลิ่นจาก “ก๋วยเตี๋ยวเลียง” เมนูขึ้นชื่อของจันท์ ผ่านเร่วหอม ดอกผักชี ตะไคร้ และสับปะรด กลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างอาหารกับสุราที่นักเล่าเรื่องหลายคนพูดถึงตรงกัน

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 17

 

อีกจุดหมายสำคัญคือชุมชนชาวชองที่ตำบลตะเคียนทอง ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ยังคงภูมิปัญญาการต้มเหล้าป่า คำว่า “คร่าญ” ในภาษาชองแปลว่าเหล้า สะท้อนว่าสุราผูกพันอยู่ในทุกช่วงชีวิตของชาวชอง ตั้งแต่พิธีเซ่นไหว้ การรักษาโรค ไปจนถึงการแลกแรงลงแขกทำนา หัวใจของเหล้าพื้นบ้านชองอยู่ที่ “ลูกแป้ง” ซึ่งผสมสมุนไพรอย่างข่า ชะเอม ขิง พริกไทย ตะไคร้ และกระวาน ทริปนี้ปิดท้ายด้วยประสบการณ์ Chef’s Table ที่ร้าน “รริน” ของเชฟวุฒิ เชฟรุ่นใหม่วัย 27 ปี ที่นำเทคนิคตะวันตกมาผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นและสุราเทวะ เกิดเป็นเมนู เช่น ปลากะพงย่างซอสพริกแกงแสนตุ้ง หรือไอศกรีมช็อกโกแลตจันท์คู่ครีมมะพร้าว

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 18ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 19ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 20

 

สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช: “เหล้าเครียะ” มรดก 300 ปีแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบ

 

ทริปสงขลาพาไปยังตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด พื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด (สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช) ที่เคยเป็นดินแดนทุรกันดารในอดีต แต่กลับอุดมด้วยต้นตาลโตนดนับหมื่นต้น

 

พี่สาว-วัชรี สังข์ช่วย ผู้นำวิสาหกิจชุมชนเล่าว่าน้ำตาลโตนดคือหัวใจของพื้นที่ ทั้งกิน ทำน้ำตาล และหมักกลั่นเป็นสุรา แบรนด์ “เมรีรัญจวน” แบรนด์สุราท้องถิ่นที่พัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ใช้น้ำตาลโตนด 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ผสมน้ำตาลทราย นักเล่าเรื่องยังได้ชิมสุราที่เพิ่งผ่านการกลั่นสด และเรียนรู้ขั้นตอนจากลุงรินทร์-จรินทร์ บัวขวัญ ผู้สืบทอดภูมิปัญญาการผลิตเหล้า ก่อนปิดท้ายมื้อเย็นด้วยสำรับอาหารพื้นถิ่นจากตาลโตนดและค็อกเทลจากบาร์เทนเดอร์ท้องถิ่น

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 21ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 22

 

นอกจากชุมชนตะเครียะแล้ว ทริปยังพาไปสัมผัสธรรมชาติที่ทะเลน้อย พัทลุง พื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ ก่อนเดินทางเข้าเมืองหาดใหญ่เพื่อสัมผัสมิติใหม่ของเมรีรัญจวนที่ร้าน Beast Lab ร้านอาหาร Fine Dining ที่เชฟท็อป-ปฐมพงศ์ สิทธิสาร นำสุราชุมชนมาจับคู่กับอาหารทะเลและสมุนไพรปักษ์ใต้ ผ่านเมนูอย่างลาบแซลมอนครีมชีส และช่อนทะเลแกงส้ม เสิร์ฟคู่ค็อกเทล “บัดดี้แมรี่” ที่ตั้งชื่อล้อกับแบรนด์

 

ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 23ภาพสุราชุมชนไทยหลากหลายชนิดจัดวางคู่กับวัตถุดิบและบรรยากาศการท่องเที่ยววิถีถิ่น 24

 

จากขุนเขามะแขว่นที่น่าน พิธีกรรมความเชื่อที่สกลนคร ท้องทุ่งเมล่อนที่สุพรรณบุรี ป่าลึกที่จันทบุรี ไปจนถึงทะเลสาบที่สงขลา ทั้ง 5 เส้นทางของ “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน” สะท้อนภาพเดียวกันว่า สุราชุมชนไทยไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เป็นเครื่องบรรจุเรื่องราวของผู้คน ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน และเมื่อถูกตีความใหม่ผ่านฝีมือเชฟท้องถิ่นและการเล่าเรื่องของคนรุ่นใหม่ สุราเหล่านี้จึงกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญ ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

The post Root on the Rock รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น: ตามรอยสุราพื้นบ้าน สู่เส้นทางท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘AP เราเห็นชีวิต ก่อนที่คุณจะใช้ชีวิต’ วิธีคิดเบื้องหลัง RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค แลนด์มาร์คคอนโดหรูวิวแม่น้ำเจ้าพระยา https://thestandard.co/life/rhythm-charoennakhon-iconic-condo/ Sat, 29 Aug 2026 12:30:38 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1248044 ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ถ้าถามว่าปกติแล้ว เราคาดหวังอะไรจากการอยู่คอนโดริมแม่น้ […]

The post ‘AP เราเห็นชีวิต ก่อนที่คุณจะใช้ชีวิต’ วิธีคิดเบื้องหลัง RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค แลนด์มาร์คคอนโดหรูวิวแม่น้ำเจ้าพระยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ถ้าถามว่าปกติแล้ว เราคาดหวังอะไรจากการอยู่คอนโดริมแม่น้ำ?

 

สำหรับบางคนอาจเป็นวิวที่เปิดกว้าง ความสงบ หรือการได้ทอดสายตามองวิถีชีวิตริมแม่น้ำจากห้องของตัวเอง แต่สำหรับบริบทของเจริญนครในวันนี้ ภาพของชีวิตริมน้ำมีรายละเอียดมากกว่านั้น เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งย่านที่ยังมีเสน่ห์ของวิถีชีวิตริมเจ้าพระยา ขณะเดียวกันก็เชื่อมต่อกับสาทร-สีลม และมี ICONSIAM เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของย่าน

 

 

เมื่อ AP Condo พัฒนา RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค โจทย์จึงไม่ใช่เพียงการสร้างคอนโดที่ ‘มองเห็นแม่น้ำ’ แต่คือการตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้สายน้ำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตได้มากกว่านั้น

 

คำตอบนั้นถูกถ่ายทอดออกมาผ่านแนวคิด THE RARITY OF URBAN RIVER-FORMED LIVING: FROM RIVER SIGHT TO RIVER SENSES หรือการมองเห็นวิว ไปสู่ River Senses ที่นำเส้นสาย แสง ลม และบรรยากาศของแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาเชื่อมโยงกับพื้นที่และกิจวัตรในแต่ละวัน

 

‘AP เราเห็นชีวิต ก่อนที่คุณจะใช้ชีวิต’

 

เบื้องหลังแนวคิดดังกล่าวย้อนกลับไปถึงวิธีที่ AP มองการพัฒนาที่อยู่อาศัย

 

คุณกิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาดองค์กรและดิจิทัล บมจ. เอพี ไทยแลนด์ อธิบายถึงความเชื่อของแบรนด์ว่า ‘ ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ’ ทุกการพัฒนาโครงการจึงเริ่มต้นจากการเข้าไปทำความเข้าใจจังหวะชีวิตจริงของผู้คน เพื่อถอดรหัสความต้องการก่อนนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่อยู่อาศัย

 

ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 1ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 2

คุณกิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย / คุณนิยมาพร โต๊ะสงวนพันธ์

 

สำหรับ RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค สิ่งที่ AP พยายามทำจึงเป็นการขยับจาก ‘คอนโดวิวแม่น้ำ’ สู่ ‘การใช้ชีวิตที่สายน้ำหล่อหลอม’ ทำให้แม่น้ำไม่ได้เป็นเพียงทัศนียภาพด้านนอก แต่เข้ามาอยู่ในประสบการณ์ตั้งแต่การกลับบ้าน การพักผ่อน ออกกำลังกาย ไปจนถึงการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว

 

ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 3ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 4ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 5

 

เมื่อความลักชัวรีเริ่มต้นจากที่พักอาศัย

 

หนึ่งในสิ่งที่ AP มองว่าเป็นความหายากของโครงการคือ The Rarity of Location

 

RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 4 ไร่ ติดถนนเจริญนคร ตรงข้าม ICONSIAM และห่างจาก BTS สถานีเจริญนครประมาณ 100 เมตร พร้อมเชื่อมต่อไปยังย่านธุรกิจสาทร-สีลมได้

 

สำหรับ AP คุณค่าของตำแหน่งนี้จึงไม่ได้มีแค่เรื่องการเดินทาง แต่คือการอยู่ตรงจุดบรรจบของสองบรรยากาศ ระหว่างความเคลื่อนไหวของเมืองกับสุนทรียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยา

 

คุณนิยมาพร โต๊ะสงวนพันธ์

 

คุณนิยมาพร โต๊ะสงวนพันธ์ Executive Vice President สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บมจ. เอพี ไทยแลนด์ อธิบายว่า การเกิดโครงการระดับแฟลกชิปบนที่ดินติดถนนเจริญนคร ตรงข้าม ICONSIAM และใกล้รถไฟฟ้าเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย และปัจจุบันโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเข้าอยู่อาศัยแล้ว

 

ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 6ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 7ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 8ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 9

 

เมื่อแม่น้ำกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต

 

ถ้า Location คือจุดตั้งต้น พื้นที่ส่วนกลางคือส่วนที่ทำให้แนวคิด FROM RIVER SIGHT TO RIVER SENSES ชัดขึ้น

 

โครงการมีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 3.3 ไร่ ซึ่ง AP นำเรื่องของสายน้ำมาเชื่อมกับการออกแบบในหลายระดับ

 

ตั้งแต่ Private Sanctuary Yard ที่ใช้ร่มไม้และเสียงน้ำสร้างพื้นที่เปลี่ยนผ่านจากความวุ่นวายภายนอก ไปจนถึงชั้น 28 ที่มี Panoramic Swimming Pool สระ Infinity-edge ความยาว 38 เมตร เปิดรับวิวโค้งแม่น้ำและเมืองแบบพาโนรามา รวมถึง The Iconic Stair ประติมากรรมบันไดสี PRISMATIC COPPER ที่นำความเคลื่อนไหวของสายน้ำมาตีความเป็นเส้นสายของงานออกแบบ

 

ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 10ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 11ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 12

 

ส่วนชั้น 29 มี The Grand Yacht Lounge ที่ถอดบรรยากาศของยอชต์คลับส่วนตัวมาเป็นพื้นที่พักผ่อน เปิดรับวิวสามโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อม Front-row Seating สำหรับชมพลุในช่วงเทศกาลสำคัญ

 

ขณะเดียวกัน AP ยังนำอินไซต์ของการใช้ชีวิตจริงเข้ามาอยู่ในรายละเอียด อย่าง Artistic Pavilion & Within-Sight Kids Pool ที่วางเลานจ์พักผ่อนให้เชื่อมกับสระเด็กในระดับสายตา เพื่อให้พ่อแม่มีพื้นที่พักของตัวเอง แต่ยังสามารถมองเห็นลูกได้ในเวลาเดียวกัน

 

รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ ‘เราเห็นชีวิต’ ไม่ได้อยู่แค่ในระดับ Brand Message แต่ถูกนำมาตอบคำถามว่า ผู้คนจะเข้ามาใช้พื้นที่เหล่านี้อย่างไรในแต่ละวัน

 

ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 13ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 14ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 15ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 16ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 17

 

พื้นที่ส่วนตัวที่เปิดรับวิวแม่น้ำ

 

แนวคิดเดียวกันต่อเนื่องเข้าไปถึงพื้นที่พักอาศัยของโครงการ ซึ่งมีทั้งหมด 577 ยูนิต และแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ SIMPLEX และ VERTIPLEX

 

ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 18ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 19ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 20ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 21

 

SIMPLEX บนชั้น 6-22 มีขนาดตั้งแต่ 35-130 ตารางเมตร โดยวางฟังก์ชันระหว่างห้องนั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่พักผ่อนให้เชื่อมต่อกัน

 

ขณะที่ VERTIPLEX บนชั้น 23-27 ใช้ Double Volume Ceiling สูง 4.45 เมตร ร่วมกับกระจก Floor-to-Ceiling เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและทัศนียภาพโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา

 

SIMPLEX มีราคาเริ่มต้น 5.9 ล้านบาท* ส่วน VERTIPLEX เริ่มต้น 9.9 ล้านบาท*

 

ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 22ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 23ภาพคอนโด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค หรูหรา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 24

 

อีกหนึ่งภาพของ ‘ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้’

 

RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค ยังเป็นหนึ่งในโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเดินหน้าความร่วมมือกันมาเป็นปีที่ 13 แต่สิ่งที่โครงการนี้สะท้อนในมุมของ AP ได้ชัดเจน คือวิธีคิดที่เริ่มต้นจากการ ‘เห็นชีวิต’ ก่อนออกแบบพื้นที่

 

ตั้งแต่การมองเห็นคุณค่าของทำเลที่เชื่อมเมืองเข้ากับแม่น้ำ การนำแสง ลม และวิวโค้งเจ้าพระยาเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงรายละเอียดที่คิดจากจังหวะชีวิตของคนและครอบครัว

 

ทั้งหมดจึงย้อนกลับมาสู่ FROM RIVER SIGHT TO RIVER SENSES จากการมีแม่น้ำไว้ให้มอง ไปสู่การทำให้สายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต และเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ AP ถ่ายทอดคำว่า ‘ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้’ ออกมาเป็นพื้นที่จริง

 

RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค เปิดให้เข้าชมโครงการจริงวันที่ 29-30 สิงหาคม 2569 โครงการตั้งอยู่ตรงข้าม ICONSIAM ห่างจาก BTS สถานีเจริญนครประมาณ 100 เมตร ราคาเริ่มต้น 5.9 ล้านบาท* โดยปัจจุบันโครงการก่อสร้างเสร็จ 100% พร้อมโอนกรรมสิทธิ์และเข้าอยู่อาศัย

 

ใครอยากชมพื้นที่จริงด้วยตัวเอง สามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าชมโครงการได้ที่ https://apthai.ly/neGKvj

The post ‘AP เราเห็นชีวิต ก่อนที่คุณจะใช้ชีวิต’ วิธีคิดเบื้องหลัง RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค แลนด์มาร์คคอนโดหรูวิวแม่น้ำเจ้าพระยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
A Life, Curated Evening’ ค่ำคืนแห่งความหรูหราที่ซ่อนอยู่ในศิลปะของการใช้ชีวิตที่ Crystal Solana [Advertorial] https://thestandard.co/life/crystal-solana-curated-luxury-living/ Sat, 29 Aug 2026 05:30:42 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1247840 ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana

บรรยากาศในค่ำคืนสุดพิเศษของงาน ‘A Life, Curated Evening […]

The post A Life, Curated Evening’ ค่ำคืนแห่งความหรูหราที่ซ่อนอยู่ในศิลปะของการใช้ชีวิตที่ Crystal Solana [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana

บรรยากาศในค่ำคืนสุดพิเศษของงาน ‘A Life, Curated Evening’ ที่จัดโดย ‘Crystal Club’ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ Crystal Solana โครงการบ้านหรูระดับ Ultra Luxury บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ชวนให้นึกถึงประโยคหนึ่งในวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิก The Little Prince ของ Antoine de Saint-Exupéry ที่ว่า

 

“It is only with the heart that one can see rightly; what is essential is invisible to the eye.”

สิ่งสำคัญที่สุดนั้น มองไม่เห็นด้วยตา ต้องมองด้วยใจเท่านั้น

 

เพราะบางครั้ง นิยามของ ‘ชีวิตที่ดี’ อาจไม่ได้วัดจากสิ่งที่มี เช่นเดียวกับ ‘ความหรูหรา’ ที่ไม่อาจตีค่าได้เพียงจากสิ่งที่ถือครอง รายละเอียดของกิจกรรมตลอดทั้งคืนต่างทำหน้าที่ย้ำเตือนให้เราเข้าใจว่า ความสุขที่แท้จริงอาจหมายถึงการมีชีวิตที่ได้รับการดูแลใส่ใจในทุกมิติ ถูกรายล้อมด้วยสิ่งที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันให้สอดคล้องกับตัวตน และการได้ใช้เวลาอันมีค่าไปกับสิ่งที่มีความหมาย

 

เมื่อบ้านเป็นจุดเริ่มต้นของ Community ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีรสนิยม ความสนใจ และมุมมองต่อการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกัน เรื่องราวเหล่านี้จึงถูกนำมาถ่ายทอดผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ Living การสัมผัสบ้านและศิลปะของการอยู่อาศัย, Passion การแบ่งปันความหลงใหลกับผู้คนที่มีความสนใจเดียวกัน และ Indulgence อาหาร ดนตรี และบทสนทนาดีๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งหล่อหลอมเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างประณีตและสมบูรณ์แบบ

 

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 1

 

จาก Living Well สู่ A Life, Curated

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Crystal Club จัดกิจกรรมสุดพิเศษให้กับลูกบ้าน แต่เป็นการต่อยอดความประทับใจจากค่ำคืน ‘Living Well’ ด้วยการขยับบทสนทนาไปอีกขั้นไปสู่ ‘A Life, Curated Evening’ โดยเน้นย้ำไปที่รสนิยม ความชอบ และสิ่งที่เราเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

 

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 2

 

ตามเจตนารมณ์ของผู้บริหาร Crystal Brand ภายใต้กลุ่มบริษัท เค อี ที่ตั้งใจจะสร้าง Lifestyle Community ให้กับลูกบ้านในโครงการ Crystal Park, Grand Crystal, Crystal Solana และโครงการต่างๆ ภายใต้แบรนด์ Crystal ผ่านกิจกรรมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยให้กับลูกบ้าน ภายในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและเป็นกันเองให้กับลูกบ้านที่รักความมีรสนิยมในการใช้ชีวิต

 

Living, Curated: นิยามใหม่ของความสุขุมในทุกรายละเอียด

 

เริ่มต้นค่ำคืนที่ Zafira บ้านที่ถ่ายทอดกลิ่นอายแบบอังกฤษผ่านสัดส่วนพื้นที่และรายละเอียดภายในที่ดูสุขุมนุ่มลึก มีทั้งพื้นที่ต้อนรับ ห้องสมุด มุมจิบชา และมุมสำหรับเวลาของครอบครัว ด้วยกิจกรรมที่คัดสรรมาเพื่อประสบการณ์แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Sensory Experience กับเวิร์กชอปเครื่องหอมจาก ‘JOURNAL’ ที่ให้แขกผู้มีเกียรติได้ออกแบบกลิ่นหอมที่สะท้อนรสนิยมและตัวตนของแต่ละคน

 

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 3

 

ต่อด้วยเวิร์กชอป Caviar & Champagne การจับคู่คาเวียร์และแชมเปญจาก Caviar House & Prunier แบรนด์คาเวียร์ลักชัวรีระดับโลก และ Pernod Ricard บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสปิริตระดับพรีเมียมรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกจากประเทศฝรั่งเศส ในฐานะ Luxury Beverage Partner เสิร์ฟ Perrier-Jouët Belle Epoque มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์และสุนทรียภาพสูงสุดให้แก่แขกทุกท่าน

 

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 4

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 5

 

นอกจากจะได้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตเป็นที่ระลึก แขกทุกคนยังได้สัมผัสประสบการณ์ทดลองขับรถหรูจาก MGC-ASIA ไม่ว่าจะเป็น Rolls-Royce, Aston Martin หรือ Maserati พร้อมเดินทางจาก Zafira ไปยัง Emeralda ก่อนเข้าสู่กิจกรรมไฮไลท์ของงานนั่นคือ Long Table Dinner

 

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 6

 

บริเวณชั้น 2 ของ Emeralda บ้านสี่ชั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์แบบนิวยอร์ก โดดเด่นด้วย Double-Volume Foyer, Great Room และพื้นที่ต้อนรับที่เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล ถูกเนรมิตให้กลายเป็น Long Table Dinner โดยมีเชฟ Olivier Limousin อดีตหัวหน้าเชฟจาก L’Atelier de Joël Robuchon รับหน้าที่รังสรรค์เมนูพิเศษ 5 คอร์ส Pairing กับคอนยักจาก Martell โดยมีณิกษ์ อนุมานราชธน ผู้ร่วมก่อตั้ง Teens of Thailand รับหน้าที่นำเสนอศิลปะแห่งการจับคู่รสชาติอาหารกับคอนยักชั้นเลิศ ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สจากคุณแนท บัณฑิตา นักร้องแจ๊สชื่อดังจาก The Voice Thailand

 

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 7

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 8

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 9

 

ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคอี กรุ๊ป ผู้บริหารแบรนด์คริสตัล (Crystal) เน้นย้ำถึงแนวคิดการสร้าง Community ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีรสนิยมเดียวกันผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย พร้อมเล่าถึงที่มาของ A Life, Curated Evening บทสนทนาที่ว่าด้วยการเลือกสรรว่าเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน

 

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 10

 

“สำหรับ Crystal ชีวิตที่ดีไม่ได้เกิดจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เกิดจากสถานที่ที่เราเลือก ผู้คนที่เราใช้เวลาด้วย และประสบการณ์ที่มีความหมายกับเรา และนี่คือสิ่งที่เราอยากให้ Crystal Club เป็น ไม่ใช่เพียงกิจกรรมสำหรับลูกบ้าน แต่เป็น Community ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีรสนิยม ความสนใจ และมุมมองต่อการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกัน”

 

“ค่ำคืนนี้จึงถูกคัดสรรผ่าน 3 บทสำคัญ ได้แก่ Living, Passion และ Indulgence ซึ่งสะท้อนความเชื่อเดียวกับที่เราใช้ในการสร้าง Crystal Solana บ้านที่ดีไม่ควรเพียงสวยงาม แต่ควรสะท้อนตัวตน และเติบโตไปพร้อมกับทุกช่วงเวลาของเจ้าของ นี่คือความหมายของ Crafted for a Lifetime เพราะท้ายที่สุดแล้ว Luxury is not only what you own. It is how you choose to live”

 

ภาพบรรยากาศงาน A Life, Curated Evening ณ Crystal Solana 11

 

ความพิเศษในค่ำคืนนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ร่วมกับพันธมิตร อย่าง Asia Plus และ MGC ASIA ที่เข้ามาเติมเต็มให้ค่ำคืนนี้งดงามยิ่งขึ้น ทั้งการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติในบรรยากาศ Curated House Experience รวมถึงการมอบสัมผัสแห่งการขับขี่สุดพรีเมียมผ่าน Driving Experience

 

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน A Life, Curated Evening เป็นอีกหนึ่งบทของคอมมูนิตี้ที่ตั้งใจสร้างและเติบโตไปด้วยกัน สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ความหรูหราที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่การครอบครอง แต่อยู่ที่ศิลปะในการเลือกใช้ชีวิต ภายใต้บรรยากาศที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างความทรงจำร่วมกันที่มีคุณค่า

 

การเป็นเจ้าของบ้านในโครงการ Crystal Solana ไม่เพียงแต่มอบที่อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury แต่ยังเปิดประตูสู่ไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบทั้งด้าน Design & Art, Wellness และ Gastronomy ผ่านเอกสิทธิ์เฉพาะของ Crystal Club พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันบนพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นคลับเฮาส์ขนาดใหญ่กว่า 2,000 ตารางเมตร สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส สตูดิโอโยคะ สปา สนามเทนนิส พื้นที่ซ้อมกอล์ฟ ตลอดจนสวนร่มรื่นและลู่วิ่งกลางธรรมชาติ ทั้งหมดนี้สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะสร้างช่วงเวลาที่มีความหมายให้กับผู้อยู่อาศัยต่อไปในทุกช่วงเวลาของชีวิต

 

Crystal Solana เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมโครงการ ผ่านระบบนัดหมายส่วนตัว (Private Appointment)

 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งคอมมูนิตี้เหนือระดับได้ที่ https://bit.ly/CrystalClub_CrystalSolana

 

Contact — Crystal Solana

Tel: 02 101 5775

Line: https://bit.ly/Line_Crystal

Website: https://bit.ly/Website_Crystal

Facebook: https://bit.ly/FB_Crystal

Instagram: https://bit.ly/IG_Crystal

 

 

The post A Life, Curated Evening’ ค่ำคืนแห่งความหรูหราที่ซ่อนอยู่ในศิลปะของการใช้ชีวิตที่ Crystal Solana [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอแทน – โค้ชกี้ – คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน https://thestandard.co/life/longevity-lab-on-stage-tss-summit-2026/ Sat, 29 Aug 2026 04:00:09 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1247648 หมอแทน - โค้ชกี้ - คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน

The Secret Sauce Summit 2026 ปีนี้ Longivity Lab ชวนคุย […]

The post หมอแทน – โค้ชกี้ – คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอแทน - โค้ชกี้ - คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน

The Secret Sauce Summit 2026 ปีนี้ Longivity Lab ชวนคุยในยุคที่เทรนด์การดูแลตัวเองขยับขยายจากแค่การออกกำลังกายไปสู่เรื่องของ Well-being และ Longevity เรามักจะเห็นสินค้ารวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ พรั่งพรูเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Red Light Therapy, Wearable Device ไปจนถึงการตรวจวัดค่าทางชีวภาพล้ำๆ แต่ท่ามกลางตัวเลือกนับล้าน คำถามสำคัญสำหรับผู้บริโภคและเหล่า Builders ผู้สร้างธุรกิจในยุคนี้ก็คือ “อะไรคือแก่นแท้ที่จะตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน?”

 

เพื่อร่วมถอดรหัสความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค งาน The Secret Sauce Summit 2026: THE AGE OF BUILDERS ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9-10 กันยายน 2026 ณ ชั้น 5-6 EMSPHERE จึงได้จัดเวทีไฮไลต์อย่าง LONGEVITY LAB ON STAGE โดยชวน 3 วิทยากรตัวจริงในวงการมาร่วมตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเจาะลึก

 

3 เสียง 3 มิติ: การตกผลึกของคำว่า Well-being ยุคใหม่

 

  • หมอแทน-นพ. ธนีย์ ธนียวัน – แพทย์เฉพาะทางโรคปอด/วิกฤต อดีตอาจารย์แพทย์ Harvard Medical School

 

หมอแทน

 

  • กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ – ACE Certified FItness Coach Company: BASE Bangkok และผู้ก่อตั้ง ‘RYA’ Activewear Multi-brand

 

โค้ชกี้

 

  • มีนา-ปิยรัตน์ ตัญจพัฒน์กุล รองกรรมการบริหารด้านการบริการสุขภาพ บริษัท RX Wellness  

 

คุณมีนา

 

เซสชันนี้จะพาคุณไปเปิดมุมมองและความเข้าใจต่อคำว่า Wellness ในมิติที่แตกต่าง พร้อมเจาะลึกกระบวนการคิดและอินไซต์จริงในการอ่านพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ 

 

มาร่วมแกะรอยเทรนด์ นวัตกรรม อาหารเสริม ไปจนถึงวงการแฟชั่น Activewear เพื่อให้เห็นชัดว่า อะไรคือ ‘ของจริงที่มีงานวิจัยรองรับ’ และอะไรคือ ‘กระแสขายฝัน’ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจหยิบจับมาทำเป็นธุรกิจ พร้อมถอดกลยุทธ์การปั้นธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตได้จริง 

 

ใครที่กำลังสร้างธุรกิจ Wellness หรือมองหาอินไซต์ใหม่ๆ ในการดูแลตัวเอง บอกเลยว่าเซสชันนี้ไม่ควรพลาด ปักหมุดแล้วมาเจอกันที่งาน The Secret Sauce Summit 2026

 

tss 2026 main stage

The post หมอแทน – โค้ชกี้ – คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี https://thestandard.co/life/12-terrace-bar-restaurant-bangkok/ Sat, 29 Aug 2026 01:00:19 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1245342 12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี

นอกจากเมืองหลวงของเรานี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโ […]

The post 12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี

นอกจากเมืองหลวงของเรานี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลกแล้ว เสน่ห์อีกอย่างของกรุงเทพฯ ในตอนนี้ก็คือการเป็นเมืองที่มีแหล่งแฮงค์เอาท์น่าสนใจหลากหลายสไตล์ซ่อนตัวอยู่มากมาย โดยเฉพาะในวันที่อากาศดีเย็นสบายแหล่งชวนชิลประเภท Terrace Bar & Restaurant (รวมถึง Rooftop Bar ในบรรยากาศ Cozy Living ด้วย) ฟิลชานระเบียงน่านั่งผ่อนคลายเคล้าวิวสวยก็มักเป็นจุดปักหมุดของใครหลายคนเสมอ วันนี้เราเลยชวนตามหาชานระเบียงน่าแฮงค์เอาท์ทิ้งตัวพักผ่อนกัน จะชิลแบบเดี่ยวหรือชวนเพื่อนมาร่วมแจมด้วยแบบไหนก็เลิศเลยล่ะ

 

 
 

1.Andaz Terrace / Andaz One Bangkok 

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 1

 

ตอนนี้วิวซิตี้สเคปบริเวณสวนลุมฯ กำลังสวยมีระดับไม่แพ้เมืองชั้นนำไหนในโลก แล้วแหล่งเสพความสุขริมระเบียงเคล้าวิวเขียวขจีล่าสุดนี้ก็กำลังได้รับความสนใจมากทีเดียว เทอเรสบรรยากาศสบายนี้อยู่ใน Andaz One Bangkok ที่ธีมโรงแรมมาในสไตล์ Modern Contemporary เรียบเท่แต่มีสีสันมอบชีวิตชีวาทันสมัย เสน่ห์โซนเอาท์ดอร์ในบรรยากาศ Cozy Luxury แบบเอเชียนี้มาพร้อมโซฟาให้เอนกายสบายๆ ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม (และยอดนิยม) คือตอนเช้าที่ชวนอิ่มอร่อยเคล้าแสงแดดอ่อนๆ รับอรุณ แล้วก็ตอนพลบค่ำกับการดินเนอร์เคล้าวิวอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่งดงามน่าประทับใจ

 

 

2.Spire Rooftop Bar / Dusit Thani Bangkok 

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 2

 

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปชิลกับวิวซิตี้สเคปของสวนลุมฯ ในมุมสูงต้องที่นี่เลย หลังจากดุสิตธานีรีโนเวทใหม่ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเมืองในย่านนี้ทุกดีเทลของที่นี่ก็กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง รวมถึงบาร์บรรยากาศสบายแห่งนี้ที่ตั้งอยู่บริเวณเสาสีทองบนยอดตึกอันเป็นไอคอนิกทรงคุณค่ามาหลายทศวรรษ เสานี้ได้แรงบันดาลใจมาจากพระปรางวัดอรุณฯ ส่วนการตกแต่งบาร์นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากความร่มรื่นของสวนลุมพินีซึ่ง André Fu สถาปนิกผู้รับผิดชอบในการปรับโฉมครั้งนี้ขึ้นมายังจุดนี้เป็นจุดแรกก่อนจะประทับใจในบรรยากาศที่เหมือน Central Park ในนิวยอร์กแล้วนำความรู้สึกนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโรงแรมรวมถึงบาร์แห่งนี้ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายสไตล์ทรอปิคอลพร้อมคัดสรรเก้าอี้ดีไซน์สวยนั่งสบายเพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนเค้าวิวสวยของเมืองร้อนยามเย็นจรดค่ำได้อย่างมีความสุขที่สุด

 

 

3.Phra Nakhon / Capella Bangkok 

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 3

 

เทอร์เรสร่มรื่นริมเจ้าพระยานี้เหมาะสำหรับนั่งชิลรับลมเย็นเคล้าบรรยากาศคุ้งน้ำวิวเมืองงดงาม ร้านอาหารไทยระดับมิชลินไกด์นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมอาหารย่านเจริญกรุงที่เปี่ยมเสน่ห์มายาวนาน ทว่าตำรับอาหารนั้นเป็นเมนูอร่อยหลากหลายที่คัดสรรมาจากทุกภูมิภาคทั่วไทย มาพร้อมเรื่องราวของวัตถุดิบจากท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ใส่ใจคัดสรรตลอดจนคลุกคลีกับเกษตรแหล่งต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง นำมาปรุงตำรับอร่อย ตลอดจนใส่ใจในเรื่องวัตถุดิบยั่งยืนอย่างแท้จริง นอกจากตำรับสไตล์ Home Cooking แล้วบรรยากาศสบาย ๆ ริมน้ำนี้ยังให้ความรู้สึกเหมือนผ่อนคลายอยู่ที่บ้านอีกด้วย สามารถเลือกเสพได้ทั้งบรรยากาศรับอรุณยามเช้า ดื่มด่ำกับบรรยากาศโรแมนติกของยามเย็น หรือเพลิดเพลินกับแสงสีเมืองยามค่ำคืน

 

 

4.The Deck by Arun Residence 

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 4

 

วิวสุดไอคอนิกของไทยที่งดงามโด่งดังระดับโลกในตอนนี้คงต้องยกให้วิวพระปรางวัดอรุณริมเจ้าพระยา แล้วไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยแหล่งดินเนอร์วิววัดอรุณแห่งนี้ก็ยังคงติดอันดับท๊อปในใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกรวมถึงคนไทยด้วยเสมอมา เสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่ดึงดูดใจทุกคนมายาวนานหลายสิบปีนั้นอาจไม่ใช่แค่วิวสวยตระการตราของพระปรางริมน้ำเท่านั้น (ซึ่งปัจจุบันมีร้านวิวเดียวกันนี้มามากมาย) แต่มันคือมนต์ขลังของบรรยากาศและจิตวิญญาณในกลิ่นอาย Antique Contemporary Thai แสนมีสไตล์ที่แฝงอยู่ทุกอณูจนทำให้ที่นี่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ตำรับอร่อยสไตล์โฮมเมดทั้งไทยและเทศพร้อมเครื่องดื่มชั้นเยี่ยมที่พิถีพิถันอย่างออกรสไม่เคยเปลี่ยน ยังถือเป็นเครื่องมัดใจชั้นเยี่ยมที่ทำให้ดินเนอร์ริมระเบียงเจ้าพระยานี้มีเสน่ห์เสมอมาไม่เสื่อมคลาย 

 

 

5.Theatre Riverside 

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 5

 

หากใครรู้จัก ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน และเกิดทัน ‘ภัทราวดีเธียเตอร์’ น่าจะรู้ได้ทันทีว่าบรรยากาศของร้านอาหารริมน้ำนี้ต้องเนี้ยบเท่มีระดับอย่างแน่นอน โทนสีโมโนโทน (ขาว-เทา-ดำ) อันเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์นั่งชิลแสนสบายทำให้รู้สึกเหมือนนั่งพักผ่อนอยู่ชานระเบียงบ้านเรียบหรูมีระดับ นอกจากจะเสิร์ฟวิวสวยของคุ้งน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่บริเวณท่าพระจันทร์ไปจนถึงวัดอรุณฯ แล้วที่นี่ยังเสิร์ฟความอร่อยตำรับไทยผสมผสานตะวันตกในสูตรเฉพาะตัวของครอบครัวไปจนถึงตำรับพื้นบ้านเรียบง่ายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตชุมชนย่านตลาดวังหลังด้วย

 

 

6.The Pier / The Siam

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 6

 

นี่คือสถานที่แฮงค์เอาท์ริมเจ้าพระยาที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ ภาพวิวสะพานกรุงธน (สะพานซังฮี้) ลอยเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาในยามพระอาทิตย์ตกดินเป็นดั่ง Golden Moment ชั่วโมงต้องมนต์แสนมีเสน่ห์จนทำให้ทุกคนหลงใหล ไม่เพียงแค่นั้นบรรยากาศรายรอบสไตล์รีสอร์ทที่ตกแต่งในกลิ่นอาย Art Deco ผสมผสานความเป็นไทยโดยฝีมือของ Bill Bensley รวมถึงเรือนไทยไม้สักโบราณที่ตั้งเคียงข้างอาคารสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืนลงตัวยังช่วยเสริมให้บรรยากาศมีความพิเศษเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร นั่นยังไม่รวมบาร์คอกเทลพร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มชั้นเยี่ยมที่จะทำให้การนั่งชิลแช่ความโรแมนติกนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

 

 

7.Seen Restaurant & Bar Bangkok / Avani+ Riverside Bangkok Hotel

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 7

 

แต่ถ้าใครวิวคุ้งน้ำเจ้าพระยาในมุมสูง หนึ่งในแหล่งแฮงค์เอาท์สุดชิลเคล้าวิวสวยของกรุงเทพฯ ต้องยกให้ที่นี่เลย ที่นี่เป็นระเบียงชมวิวเมืองในมุมสูงที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ริมเจ้าพระยาบนฝั่งธนฯ ทำให้ด้านบนเห็นมุมมองของเมืองกรุงอันทันสมัยสุดลูกหูลูกตาพร้อมวิวชิงชาสวรรค์ยักษ์ที่ทำให้ภาพจำประทับใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้การตกแต่งในบรรยากาศ Cozy Living ผ่อนคลายอย่างมีระดับผสมผสานการเลือกใช้โซฟานุ่มสบายจึงทำให้มุมชวนชิลนี้น่าทิ้งตัวลงพักผ่อนไปพร้อมจิบเครื่องดื่มดี ๆ ตลอดยามเย็นจรดค่ำ 

 

  • ชั้น 26/27 Avani+ Riverside Bangkok Hotel, 257 ถ.เจริญนคร, ธนบุรี, กรุงเทพฯ 
  • ทุกวัน 11.00-01.00 น.
  • https://www.seenrooftopbangkok.com/ 

 

8.Alfresco 64 / Lebua 

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 8

 

หลายคนคงรู้จัก Sirocco รูฟท็อปบาร์ตัวเทพระดับโลกกันเป็นอย่างดี แต่น้อยคนจะรู้ว่าในโซนแฮงค์เอาท์เดียวกันนี้มีอีกบาร์น่านั่งชิลซ่อนตัวอยู่ใกล้กันกัน บาร์ริมระเบียงรับลมแสนสบายนี้มาพร้อมตำแหน่ง ‘บาร์วิสกี้กลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลก’ ที่ไม่เพียงแต่มีเครื่องดื่มรสเยี่ยมไว้ต้อนรับเท่านั้นแต่ยังมาพร้อมโซนผ่อนคลาย (อย่างเป็นกันเอง) ในแบบมุม Cozy Outdoor บนโซฟาน่าเอนกายและโซน Terrace Standing Bar ให้ยืนคุยเคล้าวิวสวยมุมสูงของกรุงเทพฯ ที่งดงามมหัศจรรย์ บาร์นี้ออกแบบโดยบริษัทชื่อดังระดับโลกอย่าง dwp. ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลานพักผ่อนบนหัวเรือยอร์ชหรูหรามีระดับที่ตกแต่งพื้นไม้โอ๊คเคลือบเงาพร้อมโซฟากลิ่นอายท้องทะเล

 

  • ชั้น 64 Lebua at State Tower, 1055 ถ.สีลม, บางรัก, กรุงเทพฯ 
  • ทุกวัน 17.00-00.30 น. 
  • https://www.facebook.com/alfresco64 

 

9.Yao Rooftop Bar & Lounge / Bangkok Marriott Hotel The Surawongse

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 9

 

ปกติเราอาจไม่ค่อยเห็น Terrace Bar ในธีมแดนมังกรกันบ่อยนัก นั่นเลยทำให้บาร์ริมระเบียงแห่งนี้มีเสน่ห์โดดเด่นขึ้นมาทันทีและมีบรรยากาศไม่ซ้ำใคร นอกจากเสิร์ฟตำรับอร่อยสไตล์ Modern Chinese Cuisine แล้ว ดีไซน์ร้าน การตกแต่ง ไปจนถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ในกลิ่นอาย Modern Chinese ก็ทำให้บาร์ริมระเบียงนี้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วย ไม่เพียงแค่จานอร่อยและเครื่องดื่มดี ๆ เท่านั้นความ Cozy Living ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบาย ๆ เคล้ากับวิวสวยมุมสูงของกรุงเทพฯ และคุ้งน้ำเจ้าพระยาก็ยิ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งแฮงท์เอาท์น่าดึงดูดใจมากทีเดียว

 

 

10.Opium Bar

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 10

 

หลายคนอาจรูจัก POTONG ในฐานะร้านอาหารเลิศรสระดับติดดาวบรรยากาศไทยจีนร่วมสมัยที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกกลางเยาวราชบนตึกเก่าอายุนับร้อยปี แต่สำหรับนักดื่มแล้วจะรู้กันดีว่าด้านบนนั้นมีบาร์ลับฟิลดีซ่อนอยู่ด้วย ทว่าอันที่จริงแล้วนี่คือบาร์ระดับท๊อปของโลกที่มาในกลิ่นอายร่วมสมัยแบบเดียวกันและชวนให้เราหวนนึกถึงอดีตของไวป์สไตล์หนังฮ่องกงสุดคลาสสิกไปพร้อมกัน นอกจากเครื่องดื่มชั้นเยี่ยแล้วโซนแฮงค์เอาท์ที่น่าทิ้งตัวที่สุดก็คือระเบียงดาดฟ้าด้านบนซึ่งมาพร้อมโซฟาตัวใหญ่ในบรรยากาศของอาคารจีนโบราณ เป็นความโรแมนติกย้อนยุคเคล้าวิวชุมชนย่านเยาวราชที่เปี่ยมเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร

 

  • 422 ถ.วานิช 1, สัมพันธวงศ์, กรุงเทพฯ 
  • พฤ.-อ. 16.00-01.00 น. / หยุดวันพุธ 
  • https://www.opiumbarbangkok.com/ 

 

11.Jim’s Terrace / Jim Thompson Heritage & Creative Quarter

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 11

 

เสน่ห์ของที่นี่เหมาะกับผู้หลงใหลวิถีไทยโบราณดั้งเดิม ระเบียงชานเรือนไทยท่ามกลางแมกไม้พร้อมวิวเรือนไทยอันวิจิตรงดงามนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเรือนไทยดั้งเดิมของบ้านจิม ทอมป์สันที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครนั่งเอง นอกจากจะเสิร์ฟตำรับไทยแสนอร่อยแล้วโซนริมระเบียงเรือนไทยนี้ยังทำให้หวนย้อนอดีตถึงกลิ่นอายไทยในยุคโบราณได้อย่างน่าหลงใหล โซนโซฟาชวนนั่งที่การันตีความมีสไตล์โดย Jim Thompson น่าจะบ่งบอกรสนิยมและความพิถีพิถันในการสร้างบรรยากาศผ่อนคลายแสนมีระดับได้เป็นอย่างดี เป็นเสน่ห์ไทยล้ำค่าที่น่าดื่มด่ำเสมอ

 

  • 6 Jim Thompson Heritage & Creative Quarter ซ.เกษมสันต์ 2, ถ.พระราม 1, ปทุมวัน, กรุงเทพฯ 
  • ทุกวัน 11.00-19.00 น.
  • https://www.facebook.com/JimsTerrace 

 

12.Mandarin Oriental, Bangkok

 

12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี 12

 

เราขอปิดท้ายด้วยความพิเศษไม่เหมือนใคร เพราะนี่คือชานระเบียงส่วนตัวของห้องพักในโอเรียนเต็ลที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ยังคงน่าหลงใหลและมีเสน่ห์ชวนออกไปนั่งชิลรับลมไม่เคยเปลี่ยน ระเบียงกระจกใสที่เผยให้เห็นวิวคุ้งน้ำเจ้าพระยากลางเมืองใหญ่อันแสนงดงามนี้มาพร้อมการตกแต่งชานระเบียงแต่ละห้องให้มีสไตล์ต่างกันไป ทว่าสิ่งที่เหมือนกันคือการสร้างบรรยากาศให้รู้สึกเหมือนพักผ่อนอยู่บ้าน สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือการคัดสรรโซฟาดีไซน์ดีมีระดับที่ชวนให้ทิ้งตัวลงไปนั่งผ่อนคลายรับลมชมวิวคุ้งน้ำเจ้าพระยาอย่างไม่อยากลุกไปไหน ยิ่งหลังจากที่ได้ DESIGNWELKES บริษัทออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังมารีโนเวทลุคใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวไม่นานนี้ ระเบียงห้องพักของที่นี่ยิ่งมีเสน่ห์ในกลิ่นอาย Modern Contemporary เรียบหรูร่วมสมัยที่ชวนให้อยากออกไปชิลริมระเบียงมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก เป็นระเบียงที่น่าทิ้งตัวแช่บรรยากาศแสนโรแมนติกเป็นที่สุด

 

The post 12 Terrace Bar & Restaurant ทั่วกรุงเทพฯ ชวนทิ้งตัวรับลมในวันอากาศดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] https://thestandard.co/life/porsche-cayenne-coupe-electric-thailand-launch/ Fri, 28 Aug 2026 13:00:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1247748 Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS]

ปอร์เช่ ประเทศไทย เตรียมจัดงาน Haus of Porsche: Cayenne […]

The post Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS]

ปอร์เช่ ประเทศไทย เตรียมจัดงาน Haus of Porsche: Cayenne Edition ระหว่างวันที่ 5–9 กันยายน 2569 ณ Das Haus BKK เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของคาเยนน์ หนึ่งในยนตรกรรมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของปอร์เช่ โดยวันที่ 5 กันยายนจะเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดของผู้ขับคาเยนน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ก่อนเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมงานตั้งแต่วันที่ 6–9 กันยายน

ดูภาพข่าว 

ไฮไลต์ของวันที่ 5 กันยายน นอกจากการเผยโฉม Cayenne Coupé Electric เป็นครั้งแรกในประเทศไทยแล้ว ยังมีนิทรรศการที่รวบรวมคาเยนน์ครบทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน เคียงข้างปอร์เช่ 911 เพื่อพาย้อนดูวิวัฒนาการตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และความอเนกประสงค์ที่ทำให้คาเยนน์กลายเป็น ‘The Porsche among SUVs’ พร้อมกิจกรรมทดลองขับ ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยคอนเสิร์ตจาก Season Five ท่ามกลางการรวมตัวของคอมมูนิตี้ผู้ขับคาเยนน์จากทั่วประเทศ

 

ส่วนวันที่ 6-9 กันยายน งานจะเปิดให้เจ้าของรถและผู้ที่ชื่นชอบปอร์เช่เข้ามาสัมผัสคาเยนน์อย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมทดลองขับคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ และคาเยนน์ อิเล็กทริค รวมถึงบริการให้คำปรึกษาด้านการแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง และการจัดแสดงรถยนต์ Porsche Approved Pre-Owned โดยแต่ละวันมีกิจกรรมที่ต่างกัน ได้แก่

 

6 กันยายน 2569 รวมตัวคนรักการปั่นจักรยาน พร้อมพูดคุยเรื่องการดูแล ฝึก และเดินทางร่วมกับสัตว์เลี้ยง โดย บุ๊ค-วฤทธิ ต่อเทียนชัย เจ้าของช่อง ‘บุ๊ค บอก ต่อ’

 

7 กันยายน 2569 เปิดมุมมองเรื่องการเงิน การลงทุน และการวางแผนสร้างความมั่งคั่งระยะยาวสำหรับครอบครัว

 

8 กันยายน 2569 กิจกรรม Play with Passion กับ ดีเจอาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ และโปรชุ้ง-อรรณพ ตั้งกมลประเสริฐ นักกอล์ฟชื่อดังและผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และแนวคิดเรื่องการพัฒนาทักษะกอล์ฟ

 

9 กันยายน 2569 กิจกรรม Morning Pilates ชวนเคลื่อนไหว ผ่อนคลาย และสร้างสมดุลให้ร่างกายและจิตใจในช่วงเช้า

 

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและลงทะเบียนร่วมงาน Haus of Porsche: Cayenne Edition ได้ที่ https://th.servicehub.porsche.com/webpage/page/hausofporsche-landingpage

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Facebook: Porsche Thailand และ Instagram: @porsche.thailand

 

Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS]

The post Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
SKINCARE UPDATE: รู้จักสกินแคร์ใหม่ ดูแลผิวครบทุกปัญหา https://thestandard.co/life/new-skincare-products-review/ Fri, 28 Aug 2026 05:26:25 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1247612 ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว

รวมสกินแคร์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ตั้งแต่จัดการปัญหาสิว […]

The post SKINCARE UPDATE: รู้จักสกินแคร์ใหม่ ดูแลผิวครบทุกปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว

รวมสกินแคร์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ตั้งแต่จัดการปัญหาสิว ฝ้าแดด ไปจนถึงการฟื้นฟูเกราะผิวและบำรุงผิวกาย เริ่มจาก SMOOTHE Acne Babyface Foam โฟมล้างหน้าสูตรใหม่ที่ช่วยจบปัญหาสิววนลูปด้วย Triple Action, Clé de Peau Beauté Synactif Body Cream ครีมบำรุงผิวกายเพื่อความเฟิร์มกระชับ, Vaseline Pro Derma Melasma Repair นวัตกรรมสลายฝ้าแดดครั้งแรกของโลกจากวาสลีน, Dr. Olivia’s Concentrated Renewing Drops เซรั่มผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ที่แม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็ใช้แล้วรอด และปิดท้ายด้วย AESTURA ATOBARRIER365 Cream มอยส์เจอไรเซอร์ตัวไวรัลที่ช่วยเสริมเกราะผิวสำหรับผิวแห้งบอบบางอย่างได้ผล

 

SMOOTHE Acne Babyface Foam

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 1

 

SMOOTHE แบรนด์สกินแคร์ที่เน้นการแก้ปัญหาสิวโดยเฉพาะ เปิดตัวโฟมล้างหน้า Acne Babyface สูตรใหม่ที่ช่วยฟื้นผิวแข็งแรงเพื่อจบปัญหาสิววนลูปได้จริง จัดการปัญหาสิวแบบเฟียสๆ ด้วย Triple Action ผสาน AHA, BHA และ PHA ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันทั้งภายในและภายนอก เผยผิวเรียบเนียนขึ้น พร้อมเสริมฟื้นเกราะผิวด้วย Skin Recovery System จาก Ceramide และ Postbiotic ช่วยเติมความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิว และเสริมให้ผิวแข็งแรงขึ้นไปพร้อมกัน

 

Clé de Peau Beauté Synactif Body Cream**

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 2

 

Clé de Peau Beauté แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ระดับลักชูรีจากญี่ปุ่น เปิดตัว Synactif Body Cream ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายใหม่ในกลุ่ม Synactif ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวเรียบเนียน ดูเฟิร์มกระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดดเด่นด้วย Purifying Beautifier คอมเพล็กซ์เอกสิทธิ์ผสาน HA.B.P. Complex เติมความชุ่มชื้นและดูแลความยืดหยุ่นผิว พร้อมสารสกัดจาก Ginger Rhizome, Pinus Sylvestris Cone, Alpinia Speciosa Leaf และ Caffeine ดูแลผิวกายให้เรียบเนียนกระชับขึ้น ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอม Rose Synactif ซิกเนเจอร์ของไลน์ที่เปลี่ยนการบำรุงผิวกายทุกวันให้เป็นช่วงเวลาแห่งการดูแลตัวเองที่หรูหราและผ่อนคลาย

 

Vaseline Pro Derma Melasma Repair

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 3

 

Vaseline แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก เปิดตัว Pro Derma Melasma Repair กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าประสิทธิภาพสูงครั้งแรกของโลกจากวาสลีน พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนังเพื่อผิวชาวเอเชียโดยเฉพาะ จัดการปัญหาฝ้าแดดในระดับเซลล์ผิวด้วยนวัตกรรมเอกสิทธิ์ GLYCOXOME™ ที่วิจัยร่วมกับแพทย์ผิวหนังกว่า 12 ปี ทำงานผ่าน 4 กลไก “ปลุก-ฟื้น-คืน-สลาย” ประกอบด้วย SPF50+ PA++++ Treatment Serum ผสาน GLYCOXOME™ 4% และ Nia-Glutamide ลดเลือนจุดด่างดำได้ภายใน 12 สัปดาห์ พิสูจน์ทางคลินิกสลายฝ้าแดดได้สูงสุด 85% และ Treatment Cream ผสาน GLYCOXOME™ 4% และ Pro-Retinol เร่งผลัดเซลล์ผิว ลดเลือนฝ้าแดดได้สูงสุด 83% ทั้งสองผลิตภัณฑ์เนื้อบางเบาซึมซาบเร็ว เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย

 

Dr.Olivia’s Concentrated Renewing Drops

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 4

 

Dr.Olivia’s แบรนด์สกินแคร์ที่เน้นส่วนผสมทรงประสิทธิภาพที่สร้างมาเพื่อเป็นเพื่อนสนิทกับทุกสภาพผิว แม้แต่คนผิวแพ้ง่ายที่กลัวการเปลี่ยนสกินแคร์ก็ยังรอด โดยเฉพาะ Concentrated Renewing Drops เซรั่มผลัดเซลล์ผิวเข้มข้น ด้วย Glycolic Acid ผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำและแห้งกร้านอย่างอ่อนโยน กำจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวเก่า เผยผิวกระจ่างใสมีชีวิตชีวา Salicylic Acid ช่วยลดความมันส่วนเกินและกระชับรูขุมขนไปในตัว Glycereth-26 กักเก็บความชุ่มชื้นโดยไม่อุดตันรูขุมขน สารสกัดสมุนไพรช่วยซ่อมแซมเกราะผิว บรรเทาการระคายเคืองและอักเสบ และ Sodium PCA ให้ความชุ่มชื้นลึกพร้อมเสริมสร้างสมดุลผิว ยิ่งใช้ต่อเนื่องผิวยิ่งแข็งแรง

 

AESTURA ATOBARRIER365 Cream

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 5

 

AESTURA แบรนด์สกินแคร์จากเกาหลีที่ออกแบบมาเพื่อผิวแห้งและผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เปิดตัว ATOBARRIER365 Cream มอยส์เจอไรเซอร์ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี High-Density Ceramide Capsules เม็ดเซราไมด์ขนาดเล็กที่ละลายเมื่อเกลี่ยลงผิว เติมองค์ประกอบไขมันสำคัญของเกราะป้องกันผิว ทั้ง Ceramide, Cholesterol และ Fatty Acids เสริม Skin Barrier ให้แข็งแรงและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น พร้อม Squalane, Glycerin และ Betaine เติมและรักษาความชุ่มชื้น รวมถึง Allantoin และ Niacinamide ดูแลผิวให้เรียบเนียนสบายผิว คงความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 120 ชั่วโมง ผลทดสอบในผู้หญิงผิวแห้งบอบบาง 32 คน พบว่าเกราะป้องกันผิวที่เสียหายดีขึ้น 2 เท่าภายใน 10 นาทีหลังใช้ เหมาะเป็นพิเศษสำหรับผิวแห้งขาดน้ำหรือ Skin Barrier อ่อนแอ ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของสกินแคร์ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน

The post SKINCARE UPDATE: รู้จักสกินแคร์ใหม่ ดูแลผิวครบทุกปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rock Climbing กีฬาสุดฮิตที่ใช้สมองประลองร่างกาย พร้อมโลดแล่นให้ลุ้นกันใน 20th Asian Games Aichi-Nagoya 2026 https://thestandard.co/life/rock-climbing-asian-games-thailand-gyms/ Fri, 28 Aug 2026 01:59:10 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1247465 ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม

วันหยุดของหลายคนอาจเป็นการพักผ่อนสบาย ๆ แต่สำหรับหลายคน […]

The post Rock Climbing กีฬาสุดฮิตที่ใช้สมองประลองร่างกาย พร้อมโลดแล่นให้ลุ้นกันใน 20th Asian Games Aichi-Nagoya 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม

วันหยุดของหลายคนอาจเป็นการพักผ่อนสบาย ๆ แต่สำหรับหลายคนยุคนี้ คือการท้าทายตัวเองด้วยการปีนผาจำลอง หรือ Rock Climbing กีฬาที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก

 

 

 

ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม 1

 

จุดเริ่มต้นจากการเผชิญหน้าภูมิประเทศอย่างยากลำบากที่เรียกกันว่า Mountaineering กีฬา Rock Climbing (หรือเรียกอีกชื่อว่า Sport Climbing) ได้พัฒนาเป็นการปีนผาจำลองในมหาวิทยาลัยลีดส์ในอังกฤษ ปี 1964 ก่อนจะขยับมาสู่กีฬาที่ใคร ๆ ก็ท้าทายตัวเองได้ทุกคน

 

What?

 

Rock Climbing คือกีฬาที่ใช้ร่างกายปีนขึ้นบนหน้าผาหรือกำแพงจำลอง ซึ่งความสนุกไม่ได้อยู่แค่ความสูง แต่คือการแก้ “โจทย์” ของแต่ละเส้นทางไปพร้อมกับการออกแรง ตัวอย่างเช่น ในการแข่งขัน กีฬานี้เรียกว่า Sport Climbing แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

 

  • Boulder ปีนกำแพงสูงไม่เกิน 4 เมตร แบบไม่มีเชือก มีเบาะรอง เน้นแก้โจทย์โดยใช้จำนวนครั้งน้อยที่สุด
  • Lead ปีนกำแพงสูง 15 เมตร แบบใช้เชือก เพื่อขึ้นไปให้สูงที่สุดในเวลาที่กำหนด
  • Speed แข่งปีนขึ้นกำแพงมาตรฐาน 15 เมตร ให้เร็วที่สุด

 

ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม 2

 

สำหรับคนทั่วไป Bouldering เป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ เพราะไม่ต้องใช้เชือกหรือ Harness แค่มีรองเท้าปีนและเข้าใจหลักความปลอดภัย เสน่ห์คือ Hold แต่ละจุดที่เป็นโจทย์ให้วางแผนทั้งร่างกายและจังหวะ ทำให้กำแพงผืนเดียวท้าทายไม่รู้จบ

 

Why?

 

เหตุผลที่ Rock Climbing ฮิต เพราะเหมือนการเล่นเกมแก้ Puzzle ด้วยร่างกาย ไม่ได้ใช้แค่แรงปีน แต่ต้องคิดวิธีพิชิต Route ทั้งการวางเท้า บิดสะโพก หรือปรับท่าทางจนผ่าน

 

งานวิจัยด้าน Sport Climbing ชี้ว่าการปีนต้องใช้ทั้งพละกำลังและการคิดวิเคราะห์ ทั้งการอ่านเส้นทาง จำการเคลื่อนไหว และแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม Indoor Bouldering ก็เริ่มต้นง่ายกว่าที่คิด เพราะมีหลายระดับความยาก ไม่ต้องใช้เชือกหรือคนช่วย Belay ผู้เล่นจึงพัฒนาตามจังหวะของตัวเองได้

 

ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม 3

 

Where?

 

ในขณะที่อ่านแล้วคันไม้คันมืออยากแก้โจทย์ไปพร้อมกับท้าทายขีดจำกัดของร่างกาย บอกได้เลยว่าอย่ารอช้าที่จะไปสัมผัสกีฬา Rock Climbing ด้วยตัวเอง เพราะสถานที่ในปัจจุบันมีรองรับไว้มากมาย

 

Rock Domain Climbing Gym

 

ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม 4

 

เครดิตภาพ: Rock Domain Climbing Gym

 

หนึ่งในสนามปีนผาจำลองขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ บนถนนบางนา-ตราด ที่มีให้ลองครบทั้ง Bouldering, Top Rope และ Lead Climbing บนพื้นที่ปีนมากกว่า 1,440 ตารางเมตร พร้อมเส้นทางตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงระดับจริงจัง เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัส Rock Climbing มากกว่าแค่ Bouldering และอยากลองความท้าทายบนผาสูงแบบใช้เชือก

 

Open: จันทร์-ศุกร์ 11.00-22.00 น. / เสาร์ 10.00-22.00 น. / อาทิตย์ 10.00-21.00 น.

 

Address: 1780 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ

 

Budget:

 

  • Day Pass 450 บาท
  • ค่าเช่ารองเท้า 100 บาท
  • ค่าเช่า Harness 50 บาท
  • ค่าเชือก 200 บาท
  • ค่าเช่า Chalk 30 บาท

 

Stonegoat The PARQ

 

ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม 5

 

เครดิตภาพ: Stonegoat The PARQ

 

สนาม Bouldering ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่เหมาะกับทั้งมือใหม่และสายปีนจริงจัง มี Route หลากหลายระดับ พร้อม Training Zone พื้นที่สำหรับเด็ก และร้านอุปกรณ์ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้เชือกหรือมี Partner คอย Belay ทำให้คนที่ไม่เคยปีนมาก่อนสามารถเริ่มต้นได้ง่าย แถมเดินทางสะดวกจาก MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เหมาะกับการแวะมาปีนหลังเลิกงานหรือใช้เป็นกิจกรรมวันหยุด

 

Open: ทุกวัน 10.00-22.00 น.

 

Address: ชั้น 2 The PARQ เลขที่ 88 ถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

 

Budget:

 

  • Day Pass ผู้ใหญ่ 495 บาท
  • ค่าเช่ารองเท้า 100 บาท
  • Introduction to Bouldering 850 บาท รวม Day Pass รองเท้า และ Chalk

 

Balance Prime

 

ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม 6

 

เครดิตภาพ: Balance Prime

 

สนาม Bouldering ใจกลางสาทรที่ผสมทั้งกีฬาและไลฟ์สไตล์ไว้ในพื้นที่เดียว มีพื้นที่ปีนประมาณ 710 ตารางเมตร และมากกว่า 100 Routes ครอบคลุมตั้งแต่ Slab, Vertical, Steep ไปจนถึง Roof พร้อม Training Area, Café, Co-working Space และห้องอาบน้ำ เหมาะกับคนเมืองที่อยากเปลี่ยนกิจวัตรหลังเลิกงานจากการเข้าฟิตเนสแบบเดิมๆ มาลองแก้ Puzzle บนกำแพงแทน

 

Open: จันทร์-ศุกร์ 12.00-22.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 10.00-22.00 น.

 

Address: ชั้น 9 อาคาร Sathorn Prime เลขที่ 26 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ

 

Budget:

 

  • Day Pass ประมาณ 495 บาท
  • ค่าเช่ารองเท้า 100 บาท
  • ค่าเช่า Chalk 50 บาท

 

Progression Vertical Climbing Gym

 

ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม 7

 

เครดิตภาพ: เว็บไซต์ Thailand Climbing

 

หนึ่งในศูนย์กลาง Climbing Community ของเชียงใหม่ ที่มีให้ลองครบตั้งแต่ Bouldering, Top Rope ไปจนถึง Lead Climbing รวมถึงพื้นที่ฝึก Rope Technique และกิจกรรมสาย Vertical Sport อื่นๆ ความน่าสนใจคือที่นี่เชื่อมโยงกับ Chiang Mai Rock Climbing Adventures ทำให้คนที่เริ่มต้นจากผาจำลองสามารถเรียนรู้พื้นฐาน ก่อนต่อยอดไปสู่การปีนหน้าผาธรรมชาติได้

 

Open: จันทร์-ศุกร์ 11.00-20.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 10.00-20.00 น.

 

Address: 9/10 หมู่ 8 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

 

Budget:

 

  • Day Pass ผู้ใหญ่ 250 บาท
  • ค่าเช่ารองเท้า 50 บาท
  • Fun Climbing 499 บาทสำหรับคนแรก / เพิ่มคนละ 399 บาท รวมอุปกรณ์และ Day Pass
  • Top Rope Safety Course 999 บาทสำหรับคนแรก / เพิ่มคนละ 679 บาท รวมอุปกรณ์และ Day Pass

 

REBEL Rock Climbing

 

ภาพคู่รักกำลังปีนผาจำลองในยิม 8

 

เครดิตภาพ: REBEL Rock Climbing

 

สนามปีนผาจำลองขนาดใหญ่ของภูเก็ตที่เหมาะทั้งสำหรับคนอยากลองครั้งแรกและนักปีนจริงจัง มีครบทั้ง Bouldering, Top Rope และ Lead Climbing พร้อมกำแพงสูงถึง 12 เมตร มากกว่า 80 Sport Routes, Auto-belay และ Training Zone สำหรับพัฒนาทักษะ มือใหม่ยังสามารถเลือก Fun Pass ที่รวมอุปกรณ์และบริการ Belay ได้ จึงไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์หรืออุปกรณ์ของตัวเองมาก่อน

 

Open: อังคาร-อาทิตย์ 10.00-20.00 น. / ปิดวันจันทร์ / Last Check-in 18.30 น.

 

Address: 194/6 หมู่ 7 ถนนศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

 

Budget:

 

  • Bouldering Only 490 บาท/วัน
  • Climbing Access Pass 590 บาท/วัน สำหรับผู้มีประสบการณ์ ไม่รวมอุปกรณ์และบริการ Belay
  • 2-Hour Fun Pass 950 บาท รวมอุปกรณ์และบริการ Belay เมื่อมีเจ้าหน้าที่ให้บริการ

 

การกลับมาของเอเชียนเกมส์ 2026 และการกลับมาของ Sport Climbing

 

ความนิยมของ Rock Climbing ถือว่าได้รับการการันตีแล้วว่าเป็นของจริง เพราะการกลับมาของ Asian Games ในปี 2026 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ก็มีกีฬาชนิดนี้ให้ประลองฝีมือกัน โดยมีการใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Sport Climbing และเตรียมลงชิงชัยใน 20th Asian Games Aichi-Nagoya 2026 หลังจากปรากฏตัวครั้งแรกในเอเชียนเกมส์ที่ Jakarta-Palembang 2018

 

เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 ณ ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด #มากกว่ามหกรรมกีฬา ALL IN ASIAN GAMES โดยการแข่งขัน Sport Climbing จะจัดขึ้นที่ Nagoya International Exhibition Hall หรือ Portmesse Nagoya พร้อมชิงชัยทั้งหมด 6 เหรียญทอง ใน 3 ประเภท ได้แก่ Boulder, Lead และ Speed 4 แบ่งเป็นการแข่งขันชายและหญิง

 

การบรรจุเข้าแข่งขันเอเชียนเกมส์สะท้อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกีฬาปีนผา จากกิจกรรมกลางแจ้งเฉพาะกลุ่มสู่กีฬายอดฮิตใน Indoor Climbing Gym ของคนเมือง และก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยมีการสนับสนุนจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Toyota ซึ่งเป็น Prestige Partner ของ Aichi-Nagoya 2026 ชี้ให้เห็นว่ากีฬาสมัยใหม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

 

สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับกีฬานี้ เอเชียนเกมส์ 2026 นี้ก็ถือเป็นโอกาสดีในการรู้จัก Rock Climbing กีฬาที่ต้องใช้ทั้งกำลังกาย การวางแผน และเทคนิค ภาพการแข่งขันครั้งนี้อาจจุดประกายให้หลายคนก้าวเข้ายิมเพื่อพิชิต Route แรกของตัวเอง

The post Rock Climbing กีฬาสุดฮิตที่ใช้สมองประลองร่างกาย พร้อมโลดแล่นให้ลุ้นกันใน 20th Asian Games Aichi-Nagoya 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยิ่งใหญ่ระดับคอนเสิร์ต! LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ฟิตเนสอีเวนต์ที่อลังสุดใน SEA https://thestandard.co/life/les-mills-live-bangkok-adidas-fitness/ Thu, 27 Aug 2026 06:04:07 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1247217 ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่

ปิดฉากลงแล้วสำหรับ LES MILLS LIVE Bangkok 2026 ฟิตเนสอี […]

The post ยิ่งใหญ่ระดับคอนเสิร์ต! LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ฟิตเนสอีเวนต์ที่อลังสุดใน SEA appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่

ปิดฉากลงแล้วสำหรับ LES MILLS LIVE Bangkok 2026 ฟิตเนสอีเวนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน South East Asia ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างสองยักษ์ใหญ่แห่งสายสปอร์ตอย่าง adidas และ LES MILLS ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 22-23 สิงหาคม ที่ผ่านมา งานนี้ถือเป็นความพิเศษขั้นสุดเพราะนี่คืออีเวนต์เดียวในฝั่งเอเชียแปซิฟิกของปีนี้

 

What is it?

 

ถ้าคิดว่านี่เป็นแค่การนัดรวมตัวเล่นฟิตเนสธรรมดาๆ บอกเลยว่าคิดผิด เพราะ LES MILLS LIVE คือการฉีกกฎคลาสออกกำลังกายแบบเดิมๆ แล้วเนรมิตบรรยากาศในฮอลล์ให้กลายเป็นเหมือนคอนเสิร์ตสำหรับสายฟิตตลอด 2 วันเต็ม ทั้งสเกลโปรดักชัน แสง สี เสียง และไลน์อัปพรีเซ็นเตอร์ระดับท็อปจาก LES MILLS ที่บินตรงมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจบนเวที

 

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 1

 

ความพิเศษของปีนี้คือการอัดแน่นโปรแกรมออกกำลังกายไว้มากถึง 25 คลาส ตั้งแต่สายเวตหนักๆ อย่าง BODYPUMP, สายบู๊ BODYCOMBAT ไปจนถึงสายยืดเหยียดอย่าง Les Mills Vinyasa สลับสับเปลี่ยนกันไป ควบคู่ไปกับโซนไลฟ์สไตล์อย่าง Fitness & Lifestyle Market และ adidas Experience Zone ที่เปิดพื้นที่ให้เราได้หยิบรองเท้าเทรนนิงรุ่นใหม่ทั้ง Adizero Dropset Pro, Dropset 4 และ Rapidmove ไปลองใส่ออกกำลังกายจริงในคลาส มีโซนให้ช้อปคอลเล็กชันพิเศษที่มีเฉพาะในงาน รวมไปถึงมุม Customization เสื้อผ้า-รองเท้า adidas ในสไตล์ของตนเองได้อีกด้วย

 

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 2

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 3

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 4

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 5

 

Try

 

งานนี้เรามีโอกาสได้สัมผัสสองคลาสไฮไลต์ เริ่มกันที่ Best of BODYJAM คลาส Dance Cardio สุดมันที่ขนบีตดนตรีสไตล์ House, Hip-Hop, EDM และ Pop มาสร้างจังหวะสนุกๆ มูฟเมนต์ที่ได้ใช้ทุกส่วนในร่างกาย และยิ่งถ้าใครชอบความเอวหวานก็เข้าทาง ให้ฟีลลิ่งเหมือนกำลังหลุดเข้าไปปาร์ตี้กลางคอนเสิร์ต แต่ได้เบิร์นแคลอรีไปพร้อมๆ กับการเพิ่มความสนิทสนมกับร่างกาย

 

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 6

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 7

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 8

 

ก่อนจะไปเพิ่มความท้าทายด้วยการทดสอบฝีเท้าในคลาส BODYSTEP สเต็ปแอโรบิกยุคใหม่ที่เน้นการก้าวขึ้น-ลงบนแท่นปรับระดับ ผสมผสานจังหวะการกระโดด สควอต ลันจ์ และสเต็ปการเต้นแบบไดนามิก ถือเป็นคลาสที่ได้บริหารช่วงล่างเต็มๆ ที่สำคัญคือได้ฝึกสติไปในทุกมูฟเมนต์

 

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 9

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 10

ภาพบรรยากาศงาน LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังออกกำลังกายในฮอลล์ขนาดใหญ่ 11

 

Result

 

สองคลาสทะลุพันแคลไม่เกินจริง! เอเนอร์จี้ของโค้ชบนเวทีเกินร้อย คนจอยคลาสเอเนอร์จี้เกินพัน ยิ่งผสานกับโปรดักชัน แสง สี เสียง ระดับคอนเสิร์ต ยิ่งตอกย้ำความยิ่งใหญ่ จบงานด้วยความเหนื่อยแบบสะใจ รับพลังบวกกลับบ้านไปเต็มๆ

 

Good for

 

แน่นอนว่าสาย Group Exercise จะต้องหลงรักอีเวนต์นี้อย่างแน่นอน รวมถึงใครก็ตามที่มองหาประสบการณ์การออกกำลังกายสนุกๆ ร่วมกับแก๊งเพื่อน พร้อมถือโอกาสอัปเดต Activewear เก๋ๆ จาก adidas งานนี้คือคำตอบ

 

Budget: บัตรราคาเริ่มต้นที่ 1,090 บาท ต่อคลาส

Website: https://www.lesmills.com/live/, https://www.adidas.co.th/

Facebook: https://www.facebook.com/adidasTH

 

ภาพ: adidas, LES MILLS

The post ยิ่งใหญ่ระดับคอนเสิร์ต! LES MILLS LIVE Bangkok 2026 x adidas ฟิตเนสอีเวนต์ที่อลังสุดใน SEA appeared first on THE STANDARD.

]]>
LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 26 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 https://thestandard.co/life/bangkok-events-this-week-2/ Wed, 26 Aug 2026 09:50:30 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1246806 ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์

เผลอแป๊บเดียวก็เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนสิงหา […]

The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 26 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์

เผลอแป๊บเดียวก็เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนสิงหาคมกันแล้ว หลังจากทำงานหนักมาทั้งเดือน เราจึงอยากชวนทุกคนมาพักความเหนื่อยล้า แล้วให้รางวัลตัวเองด้วยการสโลว์ดาวน์กายและใจกันสักนิด

 

 
 

ในสัปดาห์นี้ LIFE This Week จึงได้คัดกิจกรรมมูดฮีลใจมาให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นการตื่นเช้ามาออกกำลังกายไปกับคอมมิวนิตีวิ่ง คลาสพิลาทิสยืดเหยียดคลายความเมื่อยล้า กิจกรรมเวิร์กชอปงานคราฟต์น่ารักๆ ไปจนถึงอีเวนต์ที่จะพาทุกคนมาเปิดสัมผัสเทสต์รสชาติใหม่ๆ หากว่าใครพร้อมรีชาร์จพลังก่อนเริ่มเดือนใหม่กันแล้ว ลองเลื่อนดูพิกัดแล้วออกไปจอยกันเลย

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 1

 

Culture Running Club x Oh! Vacola: Song Wat Run

 

ชวนพี่นักวิ่ง และสายคาเฟ่ออกไปวิ่งสัมผัสเสน่ห์ถนนทรงวาด ย่านเก่าแก่สุดคลาสสิก วิ่งรับลมเช้า ชมสถาปัตยกรรมอาคารโบราณ ระยะทางประมาณ 5-7 กิโลเมตร (ขอพี่นักวิ่งที่สามารถวิ่งเพซไม่เกิน 8 ได้) แล้วมาเติมความสดชื่นหลังเข้าเส้นชัยด้วย คราฟต์โคล่าแทปสดเนียนนุ่ม สดชื่น ละมุนลิ้น จากร้าน Oh! Vacola สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทาง Google Forms

 

Time: เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569

Where: ร้าน Oh! Vacola ถนนทรงวาด

More Info: Anti Run Club Bangkok

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 2

 

CORONA CERO RUN

 

เริ่มต้นเช้าวันหยุดรีเฟรชเอเนอร์จีด้วยการออกมาสูดอากาศและขยับร่างกายเบาๆ กับงานวิ่งมูดดีที่ชวนทุกคนมาจอยในระยะทาง 6.5 กิโลเมตร (Easy Run) โดยรูตนี้จะเริ่มต้นที่โรงแรม Novotel Bangkok Platinum Pratunam แล้ววิ่งชิลๆ ไปยังสวนลุมพินี ก่อนจะกลับมาคูลดาวน์ที่จุดเริ่มต้น

 

ความฟินคือหลังจากวิ่งเรียกเหงื่อเสร็จ จะได้ขึ้นไปรีแลกซ์แช่ Ice Bath คลายกล้ามเนื้อแบบฟินๆ กินมื้อเช้าและเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจ ไปพร้อมๆ กับการได้นั่งชมวิวเมืองเอ็นจอยกับไวบ์ยามเช้ากันต่อแบบยาวๆ

 

Time: เวลา 06.00-10.00 น.

When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569

Where: โรงแรม Novotel Bangkok Platinum Pratunam

Dress Code: ขาว, เหลือง, ฟ้า

More Info: Anti Run Club Bangkok

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 3

 

LONG (NOT ALONE) RUN

 

ใครที่กำลังมองหาแก๊งเพื่อนวิ่งเก็บระยะไปพร้อมๆ กันในช่วงสุดสัปดาห์ ต้องมาจอยงานนี้เลย ‘Long (Not Alone) Run’ ระยะทาง 18 กิโลเมตร ที่สวนลุมพินี

 

แม้ระยะทางจะดูเอาเรื่องอยู่สักนิด แต่ไม่ต้องกดดันเลย เพราะเขาเน้นวิ่งเรื่อยๆ เพซสบายๆ เน้นชมวิวธรรมชาติระหว่างทางและต้นไม้สีเขียว ให้ร่างกายได้ค่อยๆ ปรับตัวและเอนจอยกับไวบ์ยามเช้าไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทาง ใครที่กำลังเตรียมตัวลงงานวิ่ง หรือแค่อยากชาเลนจ์ตัวเองเบาๆ ในวันหยุด มารวมตัววอร์มอัปกันเลย

 

Time: ตั้งแต่เวลา 05.30 น. เป็นต้นไป

When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569

Where: สวนลุมพินี (ประตู 5)

More Info: Fullhouse Wellness Club

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 4

 

KURASU ๗ ANNIVERSARY

 

ใครที่หลงรักเสน่ห์ของการวิ่งซิตีรันและเป็นสายสเปเชียลตีคอฟฟี ต้องมาที่งานนี้เลย เพราะสัปดาห์นี้คาเฟ่ชื่อดังอย่าง KURASU จับมือร่วมกับ MMRC ฉลองครบรอบ ปี ด้วยการชวนคอมมูนิตี้คนตื่นเช้ามาวิ่ง City Run จับมือร่วมกับ MMRCในระยะทางตัวเลขสวยๆ ที่ กิโลเมตร

 

รูตนี้จะได้วิ่งลัดเลาะซึมซับไวบ์ย่านทองหล่อตอนเช้าแบบชิลๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยกาแฟคราฟต์หอมๆ สักแก้วหลังวิ่งเสร็จ ใครอยากเริ่มต้นวันหยุดด้วยความสดใสและอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ ปักหมุดแวะมาจอยกันเลย

 

Time: เวลา 06.30-08.00 น.

When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569

Where: Kurasu ทองหล่อ (ซอยสุขุมวิท 57)

More Info: Kurasu Bangkok , meepmeeprunclub

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 5

 

MATCHA & MILES

 

สลับมูดจากร้านกาแฟ มาเอาใจสายมัทฉะกันบ้าง กับงาน ‘MATCHA & MILES’ ที่ชวนทั้งนักวิ่งมือใหม่และมือโปรมาขยับร่างกายแบบไม่เน้นทำความเร็ว แต่เน้นเติมเอนเนอร์จีและปล่อยจอยไปด้วยกันในระยะทางกำลังดีที่ 5.1 กิโลเมตร ให้ได้วิ่งสูดอากาศและสัมผัสเสน่ห์ของย่านราชเทวียามเช้า ก่อนจะกลับมาคูลดาวน์ให้รางวัลตัวเองที่จุดฟินิชที่ร้าน MATY Matcha ให้ได้นั่งพักเหนื่อยและถ่ายรูปทำคอนเทนต์ชิกๆ กับป็อปอัปสตูดิโอรถบ้านสีชมพูสุดคิวต์ แถมท้ายงานยังมีกิจกรรม Lucky Draw สุ่มแจกรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ได้ลุ้นของขวัญกลับบ้านกันอีกด้วย

 

Time: เวลา 06.00-08.00 น.

When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569

Where: MATY Matcha (ย่านราชเทวี)

Dress Code: เขียวและชมพู

More Info: RUN RUAN RUAN

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 6

 

CITY NEIGHBOR

 

สำหรับใครที่คุ้นเคยกับสีสันของย่านทองหล่อ ลองเปลี่ยนมุมมองมาสัมผัสไวบ์สบายๆ กับงาน ‘CITY NEIGHBOR’ ที่ชวนทุกคนมาผูกเชือกรองเท้า แล้วออกมาเดินหรือวิ่งจ็อกกิ้งเบาๆ กับ City Run ในระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร หากพร้อมแล้วเตรียมชุดกีฬาตัวเก่ง แล้วมาพบกันเลย

 

Time: ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569

Where: HAUS VE/LA ทองหล่อ

More Info: rollingrunclub

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 7

 

Carnival Forerunner

 

อีเวนต์ที่เกิดจากการคอลแล็บกันระหว่าง ‘Carnival’ และ ‘Garmin’ ที่ชวนคอมมูนิตี้วิ่งมาวิ่งในระยะสั้นๆ 5 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นและเส้นชัยอยู่ที่ Carnival One Bangkok ไฮไลต์ของงานนี้คือหลังจากเสร็จที่เส้นชัยจะมีสเปซ ‘Post-run coffee party’ ให้ทุกคนที่มาได้นั่งจิบกาแฟฮีลใจ พูดคุยแลกเปลี่ยนเอนเนอร์จีบวกกับเพื่อนใหม่ๆ

 

Time: เวลา 06.00-10.00 น.

When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569

Where: Carnival, One Bangkok

Dress Code: ใส่ Garmin Forerunner 170

More Info: carnival.running , Garmin Thailand

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 8

 

The Breathing Room x LUSH Fresh Handmade Cosmetics

 

ขยับจังหวะให้ช้าลงอีกนิด แล้วมาบูสต์เอนเนอร์จีช่วงบ่ายวันหยุดไปกับสเปซฮีลใจที่เกิดจากการคอลแล็บกันแบบน่ารักๆ ระหว่างสตูดิโอพิลาทิส The Breathing Room และแบรนด์สกินแคร์ LUSH ภายในงานเราจะได้ยืดเหยียดร่างกาย คืนความยืดหยุ่นลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อกับคลาสพิลาทิส ก่อนจะไปปรับโหมดสู่ความผ่อนคลายในเซสชันเวิร์กชอป ที่พาเราไปค้นหาตัวตนและดึงพลังงานบวกออกมาผ่านเรื่องราวของกลิ่นหอมตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม

 

  • Pilates Session: ยืดเหยียดร่างกาย สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น
  • Scent Discovery: ฮีลใจและสร้างพลังงานบวกผ่านการเล่าเรื่องด้วยศาสตร์แห่งกลิ่นหอม

 

Time: เวลา 14.00-17.00 น.

When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569

Where: The Breathing Room Studio, P23 Building (ซอยสุขุมวิท 23)

More Info: The Breathing Room

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 9

 

Friends of The House

 

หลังจากทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ลองมาปล่อยใจกันกับงาน ‘Friends of the House’ ที่ Zuma Bangkok เพราะเขารวมตัว 5 บาร์เทนเดอร์มือรางวัล ทั้งจากฝั่งเซี่ยงไฮ้ เชียงใหม่ และภูเก็ต มารังสรรค์ค็อกเทลแก้วซิกเนเจอร์ให้ได้ลิ้มลอง

 

สำหรับวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จะได้พบกับ

 

  • Filippo Sanchi : ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มชาวอิตาลี จากบาร์ลับชั้นใต้ดิน S-OTTO
  • Michael Chen : ผู้จัดการทั่วไปของ SG Group ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง Speak Low (บาร์ที่ติดท็อปลิสต์ 50 บาร์ที่ดีที่สุดในโลกและเอเชียอยู่เป็นประจำ)
  • Cross Yu : ผู้ก่อตั้งบาร์ Epic ที่พร้อมเสิร์ฟความสนุกผ่านค็อกเทลสไตล์โมเดิร์นแห่งศตวรรษที่ 21

 

และสำหรับวันที่ 3 กันยายน 2569 ก็จะได้พบกับ 2 บาร์เทนเดอร์บ้านเราจากเชียงใหม่และภูเก็ต อย่าง

 

  • ธนวัฒน์ ศิลปละ : บาร์เทนเดอร์มากฝีมือจาก Noir บาร์แจ๊สลึกลับในเชียงใหม่
  • Bo-Bogdan Bochkarev : มิกซ์โซโลจิสต์มือรางวัลจาก The Fool บาร์ค็อกเทลชื่อดังจากภูเก็ต

 

สำหรับใครที่กำลังหาบาร์ดีๆ นั่งปล่อยใจจอยๆ กับเครื่องดื่มแก้วโปรด ต้องมางานนี้เลย จัดเพียง 2 คืนเท่านั้น

 

Time: เวลา 20.00-00.00 น.

When: วันที่ 26 สิงหาคม และวันที่ 3 กันยายน 2569

Where: Zuma Bangkok, โรงแรม The St. Regis Bangkok

More Info: zumabangkok

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 10

 

PHUKET TAKEOVER LOCAL CANTEEN DIBUK HOUSE SHHH

 

หากว่าหลงใหลในเสน่ห์ของเมืองภูเก็ต แต่ไม่อยากเดินทางไกลช่วงวันหยุด ลองมาที่ร้านอาหาร Carito’s ย่านสุขุมวิท 22 เลย เพราะได้ Head Chef จากร้าน ‘Local Canteen’ มาเสิร์ฟเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดรสจัดจ้านจากภูเก็ตถึงกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวยำปักษ์ใต้สูตรครอบครัว, แกะย่างกอและ, ทอดมันกุ้งสไตล์ภูเก็ต ไปจนถึงขนมโคกะทิหวานละมุน นอกจากอาหารแล้วยังมีเครื่องดื่มคราฟต์แก้วพิเศษจาก Dibuk House และ shhh. ที่หยิบเอาเสน่ห์ความคลาสสิกแบบชิโน-โปรตุกีสมาตีความใหม่เป็นเครื่องดื่มรสชาติสดชื่นให้เราได้จิบคู่กับอาหารได้อย่างลงตัว พร้อมมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 2 คืนเท่านั้น!

 

Time: เวลา 18.00-23.00 น.

When: วันที่ 28-29 สิงหาคม 2569

Where: ร้าน Carito’s (ซอยสุขุมวิท 22)

More Info: Carito’s Bangkok

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 11

 

LOH% Season 4 (Mid-Year Edition)

 

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องกับ LOH% Season 4 เทศกาลโละของประจำปีที่สายช็อปและเหล่าแฟชั่นนิสต้าห้ามพลาด! คร้งนี้ย้ายพิกัดยกทัพมาไว้ใจกลางสุขุมวิท เดินช็อปหลบฝนในตึกแอร์เย็นฉ่ำ รวบรวมเสื้อผ้า แอ็กเซสซอรี ไอเทมแรร์ และแบรนด์เนมมือสองสภาพดีจากตู้เสื้อผ้าของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของเมืองไทย นำมาขนเทขายโละราคาแบบไม่มีกั๊ก พร้อมต้อนรับน้องหมาน้องแมวเข้าร่วมงานด้วย

 

Time: เวลา 10.00-22.00 น.

When: วันที่ 28-30 สิงหาคม 2569

Where: ชั้น 1, EM TOWER, EMSPHERE

Admission: บัตรเข้างานราคา 100 บาท / วัน

More Info: LOH Market

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 12

 

Italian Wine Journey

 

ใครคิดถึงบรรยากาศและกลิ่นอายของประเทศอิตาลี บอกเลยว่าไม่ต้องบินข้ามประเทศ เพราะแค่มาที่งาน ‘Perfect 20 – Italian Wine Journey’ อีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Texica ที่ใช้เวลากว่า 16 ปี ในการเดินทางค้นหาและรวบรวมผลผลิตทางวัฒนธรรมจากทั้ง 20 แคว้นของอิตาลีมาไว้ในที่เดียว ก็เหมือนได้บินไปอิตาลีแล้ว

 

ความน่าสนใจคือจะได้เพลิดเพลินกับการเทสติ้งเครื่องดื่มคราฟต์สัญชาติอิตาเลียนกว่า 100 ชนิด ที่แต่ละแก้วจะพาไปสัมผัสเอกลักษณ์ของภูมิประเทศ สภาพอากาศ และประวัติศาสตร์ของแต่ละท้องถิ่น นอกจากศาสตร์แห่งรสชาติแล้ว ภายในงานยังจำลองไวบ์แบบ ‘Italian Art of Living’ เอาไว้ ทั้งการจับคู่กับอาหารอิตาเลียนอร่อยๆ และโซนไลฟ์สไตล์ที่รวมแบรนด์ไอคอนิกอย่าง Vespa, SMEG และจักรยาน Wilier Triestina เอาไว้ด้วย

 

Time: เวลา 17.00-20.00 น.

When: วันที่ 29 สิงหาคม 2569

Where: Grand Ballroom, Four Seasons Hotel Bangkok ที่ Chao Phraya River

More Info: Four Seasons Hotel Bangkok

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 13

 

Bartender Fight Vol.2 – Asia

 

เปลี่ยนบรรยากาศจากการออกกำลังกาย มานั่งเกาะติดขอบสนามกันสักหน่อย กับอีเวนต์สุดยูนีกที่นำเหล่ามิกซ์โซโลจิสต์ชื่อดังจากทั่วเอเชียกว่า 20 ชีวิต มาวางเชกเกอร์ชั่วคราว แล้วสวมนวมก้าวขึ้นสังเวียนผ้าใบเพื่อประลองฝีมือกันแบบสนุกๆ งานนี้จัดเต็มถึง 11 แมตช์ ภายใต้การดูแลความปลอดภัยและตัดสินโดยทีมงานมืออาชีพ ไฮไลต์คือการเจอกันของคนคุ้นหน้าคุ้นตาในวงการเครื่องดื่ม ทั้ง Kris Du จาก Speak Low เซี่ยงไฮ้, แชมป์ระดับประเทศอย่าง Oscar Eksiam และ Frank รวมถึงแมตช์ของ ณิกษ์ อนุมานราชธน และ เข้ม-ธณัช

 

ใครที่สุดสัปดาห์ยังว่างอยู่ รีบชวนเพื่อนไปส่งเสียงเชียร์และเอนจอยกับไวบ์สุดคึกคักนี้กันเลย

 

Time: เวลา 21.30-23.25 น.

When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569

Where: Bar 335 ทองหล่อ

More Info: bar335bkk

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 14

 

Rhythm & Reflection

 

ลองมาปิดสวิตช์พักสมอง แล้วปล่อยใจจอยไปกับงาน ‘Rhythm & Reflection’ สเปซฮีลใจที่เกิดจากการจับมือกันของ SoloTribe และ Marshall Livehouse

 

งานนี้ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เราได้สโลว์ดาวน์และกลับมาคอนเนกต์กับตัวเองอีกครั้ง ผ่านเซสชัน 90 นาที ไม่ว่าจะเป็นการจิบชาสงบจิตใจ การเขียน Journaling ไปจนถึงการบำบัดด้วยเสียง (Sound Journey) ที่คิวเรตโดย BABYSCASH และศาสตร์แห่งกลิ่นหอมจากคุณพีช ผู้เชี่ยวชาญด้าน Sensory Healing สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่รีเซ็ตจิตใจก่อนก้าวเข้าสู่เดือนใหม่ ต้องแวะมาที่งานนี้เลย

 

Time: เวลา 18.30-20.30 น.

When: วันที่ 30 สิงหาคม 2569

Where: Marshall Livehouse (ย่านเจริญกรุง)

More Info: Solo Tribe

 

ภาพรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายประเภทในกรุงเทพฯ ประจำสัปดาห์ 15

 

Contemporary Art Fair

 

ใครที่เป็นสายอาร์ตและคนรักงานศิลปะเตรียมปักหมุดรอไว้ได้เลย กับงาน ‘Contemporary Art Fair’ งานแฟร์ศิลปะร่วมสมัยที่ตั้งใจทำเรื่องอาร์ตให้เข้าถึงง่าย สนุก และเป็นกันเองมากขึ้น

 

งานนี้เหมาตึก 4 ชั้นของ The Corner House เจริญกรุง โดยไฮไลต์ของแต่ละชั้นภายในงาน มีดังนี้

 

  • ชั้น 1 Art Market: ตลาดรวมผลงานศิลปะจาก Special Artists
  • ชั้น 2 10 Art Workshops: โซนเวิร์กชอปงานอาร์ต 10 สไตล์ พร้อม Art Market
  • ชั้น 3 Exhibition & Music: นิทรรศการเดี่ยว ‘Ball pool in cafe บ้านบอลในร้านกาแฟ’ และ Artist Music Session
  • ชั้น 4 Artist Showcase: โชว์เคสและ Art Market ผลงานจากศิลปินกว่า 40 ชีวิต

 

Time: เวลา 09.00-21.00 น.

When: วันที่ 29-30 สิงหาคม 2569

Where:The Corner House เจริญกรุง

More Info: contemp creator , บ้านกูเอง

The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 26 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>