นาทีนี้ช่างภาพแฟชั่นที่มาแรงสุดและทุกคนต้องพูดถึงก็คงหน […]
The post Alexi Lubomirski ช่างภาพของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนที่โลกต้องรู้จักและหลงรัก appeared first on THE STANDARD.
]]>
นาทีนี้ช่างภาพแฟชั่นที่มาแรงสุดและทุกคนต้องพูดถึงก็คงหนีไม่พ้น อเล็กซี ลูโบเมอร์สกี (Alexi Lubomirski) วัย 42 ปี ลูกครึ่งเปรู-อังกฤษ-โปแลนด์-ฝรั่งเศส ผู้ชายที่เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล เลือกให้มาถ่ายรูปพอร์เทรตในงานหมั้นและพิธีเสกสมรสที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้หลายคนกำลังพยายามทวีตข้อความ คอมเมนต์ในอินสตาแกรม และติดต่อหาเขาเพื่อขอร้องให้ปล่อยรูปเพิ่ม!
เส้นทางชีวิตของอเล็กซีก็ถือว่าน่าสนใจสุดๆ เพราะตอนอายุ 8 ขวบ เขาได้ย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศบอตสวานาในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นประเทศที่แฮร์รีกับเมแกนไปเที่ยวด้วยกันครั้งแรกและตกหลุมรักกันที่นั่น เมื่ออเล็กซีอายุ 11 ขวบ แม่ของเขาก็ได้เปิดเผยให้รู้ว่าต้นตระกูลของพ่อคือครอบครัวเชื้อสายโปแลนด์มากว่า 500 ปี และเคยเป็นหนึ่งในราชวงศ์
คุณแม่ของอเล็กซีสอนมาโดยตลอดว่าถึงแม้ทุกวันนี้เขาจะไม่ได้เป็นเจ้าชายที่มียศฐาบรรดาศักดิ์และปราสาทในยุโรปดั่งนิยาย แต่เขาก็ควรใช้ชีวิตและวางตัวให้สมกับเจ้าชายคนหนึ่งที่ผู้คนจะรักและศรัทธา ซึ่งอเล็กซีก็ทำตามมาโดยตลอด และปลูกฝังต่อให้ลูกชายของเขาได้ทำเช่นกัน
อเล็กซีได้เขียนหนังสือ Princely Advice for a Happy Life เพื่อให้ลูกอ่านตอนโต แต่เพื่อนๆ ได้แนะนำให้ตีพิมพ์ออกมา ซึ่งทุกวันนี้ยอดขายหนังสือทุกบาททุกสตางค์จะมอบให้องค์กร Concern Worldwide ที่ช่วยเหลือปัญหาความยากจนทั่วโลก ส่วนหนังสือภาพ Diverse Beauty ของอเล็กซี ผลงานอีกหนึ่งเล่มที่รวบรวมภาพถ่ายผู้หญิงทุกรูปแบบ เช่น ลูพิตา นยองโก, ซัลมา ฮาเยก และฮาริ เนฟ ซึ่งยอดขายทั้งหมดก็สมทบทุนองค์กรนี้เช่นกัน


ด้านการถ่ายรูป ความสนใจของอเล็กซีในศาสตร์นี้เริ่มต้นหลังจากที่พ่อเลี้ยงของเขาได้ซื้อกล้องถ่ายรูปมาให้ และต่อมาก็เริ่มจริงจังขึ้นหลังไปถ่ายรูปที่ประเทศเปรู ช่วงก่อนจะเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไบรตันในประเทศอังกฤษ ซึ่งพอเรียนจบ อเล็กซีก็นำผลงานภาพถ่ายไปเสนอช่างภาพชื่อดังทั่วลอนดอนเพื่อขอสมัครเป็นผู้ช่วย ซึ่งภายหลังก็เข้าตาช่างภาพชื่อดัง มาริโอ เทสติโน และได้ไปร่วมงานอยู่ 4 ปี
ในช่วงท้ายๆ กับการทำงานเป็นผู้ช่วยของมาริโอนั้น เคที แกรนด์ บรรณาธิการชื่อดังของนิตยสาร Love ในประเทศอังกฤษ ก็เริ่มเห็นความสามารถในการถ่ายรูปของอเล็กซีและชวนให้เขามาถ่ายรูปกับนิตยสาร ซึ่งก็ไปเข้าตา เกล็นดา ไบเลย์ บรรณาธิการนิตยสาร Harper’s Bazaar ในอเมริกา และต่อมาเขาได้ถ่ายรูปดาราเอลิสต์มากมาย เช่น จูเลีย โรเบิร์ตส์, แอนน์ แฮทธาเวย์, บียอนเซ่, นิโคล คิดแมน, สการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน และแอนเจลินา โจลี ฯลฯ ส่วนนิตยสารเล่มอื่นที่อเล็กซีได้ถ่ายก็มี Vogue ฉบับเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน ที่ทรงอิทธิพลสุดๆ ในวงการแฟชั่นเพราะพลังของตลาดเอเชีย
ในปี 2008 อเล็กซีได้จัดนิทรรศการภาพถ่ายครั้งแรกในชีวิตชื่อ ‘Transit’ ที่ Milk Gallery ในนิวยอร์ก และเริ่มคบหากับภรรยา จิอาดา ทอร์รี ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 2 คน และใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์ก โดยอเล็กซีเป็นมังสวิรัติและชอบนั่งสมาธิอยู่เป็นประจำ
สำหรับผลงานการถ่ายพอร์เทรตของเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกนก็เป็นเรื่องบังเอิญ และต้องขอบคุณอินสตาแกรม เพราะช่วงเวลาที่ทั้งคู่กำลังหาช่างภาพมาถ่ายรูปพอร์เทรตงานหมั้น อเล็กซีกำลังทำงานอยู่ที่ลอนดอนพอดี เพื่อนของเมแกนเห็นในอินสตาแกรมจึงแนะนำเธอไป ส่วนอเล็กซีได้ให้สัมภาษณ์ว่าตอนไปถ่ายรูปที่ฟร็อกมอร์เฮาส์ พระราชวังวินด์เซอร์ครั้งแรกก็ถือว่าเป็นหนึ่งในงานที่ง่ายสุดในชีวิต และสิ่งเดียวที่เขาต้องกำกับทั้งคู่คือให้เป็นตัวเองมากที่สุด ซึ่งก็ไม่ยาก แถมทั้งคู่ก็หวาน อินเลิฟ และหัวเราะกันตลอดเวลา โดยในพิธีเสกสมรส อเล็กซีก็ได้รับเชิญไปร่วมงาน และภายหลังพิธีก็เป็นคนถ่ายรูปพอร์เทรตของเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกนพร้อมครอบครัวที่พระราชวังวินด์เซอร์
แต่หลายคนที่ติดตามประวัติของราชวงศ์อังกฤษจะรู้กันดีว่า มาริโอ เทสติโน ที่อเล็กซีเคยทำงานด้วยมักถูกรับเลือกให้เป็นคนมาถ่ายรูปงานสำคัญ เช่น พิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท ส่วนกับเจ้าหญิงไดอานา มาริโอก็ถือว่าเป็นคนสนิทและเป็นผู้ถ่ายรูประดับไอคอนิกของเธอ แต่เราคาดการณ์ว่าเหตุผลที่มาริโอไม่ได้มาถ่ายภาพแฮร์รีกับเมแกนในครั้งนี้อาจเป็นเพราะประเด็นเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศนายแบบที่กำลังเป็นกระแสรุนแรงมาก และยิ่งเมแกนชัดเจนเรื่องการที่จะทำงานด้านสิทธิสตรีเป็นหลัก การจะให้มาริโอมาถ่ายภาพก็จะดูไม่เหมาะสม
ต้องดูกันต่อไปว่าหลังจากนี้อเล็กซียังคงจะถ่ายภาพราชวงศ์อังกฤษต่อไปหรือไม่ เพราะเป็นธรรมเนียมอยู่แล้วที่ทุกปลายปีจะมีการปล่อยภาพลักษณะเหมือน ส.ค.ส. ออกมาให้ประชาชนได้ชื่นชมกัน แต่ก็เชื่อว่าต่อจากวันนี้ งานด้านถ่ายแบบแฟชั่นของอเล็กซีจะต้องทวีคูณอย่างแน่นอน และหลายแบรนด์ก็ต้องจองคิวเขาไปร่วมงานด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=f8eIdHx3gZo&feature=youtu.be
Photo: Courtesy of Alexi Lubomirski
อ้างอิง:
The post Alexi Lubomirski ช่างภาพของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนที่โลกต้องรู้จักและหลงรัก appeared first on THE STANDARD.
]]>
แม้พิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิลจะผ่ […]
The post แฮร์รี-เมแกน เอฟเฟกต์กระตุ้นเศรษฐกิจอังกฤษทะลุ 3 หมื่นล้าน ดันค้าปลีกโต 4 เท่าตัว appeared first on THE STANDARD.
]]>
แม้พิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิลจะผ่านพ้นไปแล้ว ท่ามกลางความประทับใจของคนทั่วโลก ควันหลงจากเหตุการณ์สำคัญนี้ยังไม่จางหายไป นอกจากเรื่องราวของดัชเชสแห่งซัสเซ็กส์แล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Royal Wedding กับเศรษฐกิจของอังกฤษที่เกี่ยวพันกันอย่างมีนัยสำคัญ
Bridebook.co.uk ประเมินว่าค่าใช้จ่ายในพิธีเสกสมรสครั้งนี้จะสูงถึง 32 ล้านปอนด์ ขณะที่บางแห่งประเมินว่าอาจสูงทะลุ 36 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินกว่า 1.5 พันล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นงบประมาณด้านการรักษาความปลอดภัย
แต่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่างานสำคัญครั้งนี้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของอังกฤษ ซึ่งศูนย์วิจัยด้านการค้าปลีกของอังกฤษ (Centre for Retail Research) ประเมินว่าจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายสินค้าที่เกี่ยวกับงานแต่งงานให้มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัว เพิ่มขึ้นถึง 120 ล้านปอนด์ หรือกว่า 5.1 พันล้านบาท
จากตัวเลขดังกล่าว เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่า ค่าใช้จ่ายส่วนของสินค้าแฟชั่นจะเพิ่มขึ้น 45 ล้านปอนด์ ขณะที่สินค้าที่ระลึกจะมียอดขายเพิ่ม 30 ล้านปอนด์ สินค้าเพื่อการเฉลิมฉลอง เช่น อาหารและเครื่องดื่ม จะขายดีขึ้น 25 ล้านปอนด์ และสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพิธีเสกสมรสจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 10 ล้านปอนด์ ตัวอย่างง่ายๆ ที่สะท้อน แฮร์รี-เมแกน เอฟเฟกต์คือ Emma Bridgewater บริษัทผู้ผลิตเครื่องเซรามิกของอังกฤษ ซึ่งเผยว่าสามารถขายแก้ว Mug ราคา 20 ปอนด์ที่เป็นรูปเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนได้ถึง 1 พันชิ้นภายในเวลา 24 ชั่วโมงเท่านั้น
ขณะที่ Brand Finance ประเมินว่า พิธีเสกสมรสบันลือโลกนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมได้สูงถึง 740 ล้านปอนด์ หรือเกือบ 3.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมทั้งสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับการแต่งงาน การท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีแก่ราชวงศ์อังกฤษที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ และดูเหมือนดัชเชสแห่งซัสเซ็กส์จะเป็นขวัญใจของทุกคนไปแล้วรวมถึงคนไทยด้วย
อ้างอิง:
The post แฮร์รี-เมแกน เอฟเฟกต์กระตุ้นเศรษฐกิจอังกฤษทะลุ 3 หมื่นล้าน ดันค้าปลีกโต 4 เท่าตัว appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผ่านพ้นไปแล้วกับพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร […]
The post ทำไมต้อง Stand By Me บทเพลงอมตะที่ก้องกังวานกลางโบสถ์ในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี-เมแกน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผ่านพ้นไปแล้วกับพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล ที่เรียกได้ว่าทำเอาหัวใจพองโตกันถ้วนหน้า แต่หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานที่มีคนหยิบยกเก็บตกมากล่าวถึงอย่างมากคือการขับร้องประสานเสียงของวงกอสเปลผิวสีกับบทเพลง Stand By Me ที่สร้างความครึกครื้นและประทับใจเป็นอย่างดี จนแม้ว่างานจะจบลงแล้วก็ยังมีใครหลายๆ คนเปิดหาฟังกันต่อให้หายฟิน
เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูหรือเคยได้ยินเพลงนี้กันมาแล้วกับท่วงทำนองแนวบลูส์-บัลลาด กลิ่นอายยุค 60s ของ เบน อี. คิง ซึ่งมีการนำไปคัฟเวอร์โดยศิลปินมากมาย แม้แต่จอห์น เลนนอน จนมีหลากหลายเวอร์ชันให้เลือกฟัง แต่ก็เกิดคำถามในใจว่าทำไมเพลงนี้จึงได้รับเลือกให้แสดงในพิธีเสกสมรสครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการฉีกธรรมเนียมปฏิบัติเก่าแก่ของงานมงคลในราชวงศ์อังกฤษเลยทีเดียว
ในแง่ของความยิ่งใหญ่ เพลง Stand By Me ไม่เป็นรองบทเพลงไหนในโลก เพราะมีความสำคัญทั้งในแง่วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และศิลปะ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแผ่นเสียงแห่งชาติในหอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อปี 2015 เกียรติยศดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่เบนจะเสียชีวิตเพียง 1 เดือน โดยเขากล่าวในโอกาสอันทรงเกียรตินั้นว่าเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
เมื่อพูดถึงความเหมาะสม แน่นอนว่าเพลงนี้เข้ากับโทนงานแต่ง เพราะเนื้อเพลงพูดถึงการอยู่เคียงข้างกันไม่ว่าจะพบเจออุปสรรคมากแค่ไหนในวันข้างหน้า
เนื้อเพลงเพลงนี้ยังแฝงด้วยสารอันลึกซึ้งทางการเมือง เพราะเพลงนี้ฮิตมากในช่วงที่สหรัฐฯ มีการต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียมของคนผิวสี หรือการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง (Civil Rights Movement) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 1954-1968 และเพลงนี้ก็ถูกใช้เพื่อสร้างความสามัคคีในกลุ่มชนผิวสีด้วย
อย่างที่ทราบกันว่านอกจากฐานะที่แตกต่างกันของเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกนซึ่งเป็นหญิงสามัญชนแล้ว โดเรีย แรกแลนด์ แม่ของเมแกนยังเป็นคนผิวสีที่มีเชื้อสายแอฟริกัน ขณะที่ โทมัส พ่อของเธอเป็นคนผิวขาว
ดังนั้นราชวงศ์อังกฤษจึงต้องการให้พิธีเสกสมรสครั้งนี้เป็นพิธีที่ไม่แบ่งแยกชาติกำเนิดและสีผิว ด้วยเหตุนี้จึงเลือกคณะประสานเสียง Kingdom Choir ที่ประกอบด้วยคนผิวสีทั้งหมดมาร่วมขับร้องเพลง Stand By Me เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ขณะที่ แอนนา ไวต์ล็อก ผู้อำนวยการศูนย์ London Centre for Public History and Heritage ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องราชสำนักอังกฤษให้ทัศนะว่า พิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกนได้สะท้อนภาพการเป็นราชวงศ์ที่ยอมรับในความหลากหลายยิ่งขึ้น
โดยในงานเรายังเห็นการเชิญบิชอปผิวสีจากสหรัฐฯ มาร่วมประกอบพิธีให้กับคู่บ่าวสาวแห่งราชวงศ์อังกฤษเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังเห็นแขกที่ได้รับเชิญหลายคนเป็นคนผิวสี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าราชวงศ์อังกฤษมีความทันสมัยและเปิดกว้างมากขึ้น
อ้างอิง:
The post ทำไมต้อง Stand By Me บทเพลงอมตะที่ก้องกังวานกลางโบสถ์ในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี-เมแกน appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เทพนิยายรักเจ้าชายแฮร์รี เมแกน มาร์เคิล สู่พิธีเสกสมรสที่ไม่แบ่งแยก appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เทพนิยายรักเจ้าชายแฮร์รี เมแกน มาร์เคิล สู่พิธีเสกสมรสที่ไม่แบ่งแยก appeared first on THE STANDARD.
]]>
‘ซาบซึ้ง’ และ ‘ตราตรึงใจ’ เป็นหนึ่งในถ้อยคำนับร้อยที่ผู […]
The post ซาบซึ้ง ตรึงใจ บทสรุปพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล ตั้งแต่ต้นจนจบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
‘ซาบซึ้ง’ และ ‘ตราตรึงใจ’ เป็นหนึ่งในถ้อยคำนับร้อยที่ผู้คนทั่วโลกสรรหามาพรรณนาความรู้สึกที่มีต่อพิธีเสกสมรสครั้งประวัติศาสตร์ของเจ้าชายแฮร์รี รัชทายาทลำดับ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และเมแกน มาร์เคิล นักแสดงหญิงชาวอเมริกัน โดยพิธีการครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โบสถ์เซนต์จอร์จ พระราชวังวินด์เซอร์ พร้อมกับจุดเริ่มต้นชีวิตรักบทใหม่ของทั้งสองในวันที่ 19 พฤษภาคม
พสกนิกรชาวอังกฤษและผู้คนทั่วโลกต่างเฝ้าชมพิธีมหามงคลนี้ชนิดตาไม่กะพริบ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปจับจองพื้นที่ภายในเขตพระราชวังเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาประวัติศาสตร์ตั้งแต่เช้า

เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวสวยสง่ามาถึงโบสถ์เซนต์จอร์จเมื่อเวลาประมาณ 17.45 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ก่อนเข้าสู่พิธีโดยมี เจ้าชายชาร์ลส์ พระบิดาของเจ้าชายแฮร์รี เป็นผู้ส่งตัวเจ้าสาว

เสียงเพลงบรรเลงจากวงดนตรีออร์เคสตราดังกึกก้องห้องโถงของโบสถ์เซนต์จอร์จ ขณะเมแกนเดินเข้ามาในโบสถ์ ทุกก้าวย่างของเธอล้วนสะกดทุกสายตาของแขกผู้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีครั้งนี้
เจ้าชายแฮร์รี เจ้าบ่าว ยืนรอรับเจ้าสาวด้วยสีพระพักตร์ที่อิ่มเอม โดยมี เดวิด คอนเนอร์ เจ้าคณะแห่งวินด์เซอร์ พร้อมด้วยศาสนาจารย์จัสติน เวลบี อัครมุขนายก (อาร์ชบิชอป) แห่งแคนเทอร์เบอรี เป็นผู้นำประกอบพิธีเสกสมรสและพิธีทางศาสนา รวมถึงการแลกเปลี่ยนคำสัตย์สาบานระหว่างคู่บ่าวสาว

อาร์ชบิชอปจัสตินถามเจ้าชายว่า
“แฮร์รี คุณจะรับเมแกนเป็นภรรยาของคุณหรือไม่ คุณจะรักเธอ ดูแลเธอ ให้เกียรติเธอ และปกป้องเธอ ยอมละทิ้งทุกอย่าง และซื่อสัตย์ต่อเธอตราบชั่วชีวิตของทั้งสองหรือไม่”
“ครับ” เจ้าชายแฮร์รีทรงตอบ
จากนั้นอาร์ชบิชอปถามเมแกนว่า
“เมแกน คุณจะรับแฮร์รีเป็นสามีของคุณหรือไม่ คุณจะรักเขา ดูแลเขา ให้เกียรติเขา และปกป้องเขา ยอมละทิ้งทุกอย่าง และซื่อสัตย์ต่อเขาตราบชั่วชีวิตของทั้งสองหรือไม่”
“ค่ะ” เมแกนตอบ
จากนั้นอาร์ชบิชอปได้ถามเหล่าพระประยูรญาติ พระสหายของเจ้าชายแฮร์รี ญาติมิตรของเมแกน มาร์เคิล และแขกผู้มีเกียรติในพิธีว่าพวกเขาพร้อมจะสนับสนุนและส่งเสริมให้ทั้งสองครองรักกันตลอดไปหรือไม่ ซึ่งแขกในงานต่างก็ร่วมขานรับ
เมื่อพิธีการนำสวดโดยศาสนาจารย์จัสติน เวลบี และการเทศน์ของบิชอปไมเคิล บรูซ เคอร์รี แห่งชิคาโก สหรัฐฯ สิ้นสุดลง คณะประสานเสียง The Kingdom Choir ได้ร่วมกันขับร้องเพลง Stand By Me
จากนั้นเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนได้จับมือกัน เจ้าชายแฮร์รีตรัสว่า “ผม แฮร์รี จะขอรับคุณเมแกนเป็นภรรยา และจะร่วมทุกข์ร่วมสุขนับจากวันนี้ไปถึงวันข้างหน้า ไม่ว่าจะยากดีมีจน ในยามแข็งแรงหรือเจ็บป่วย จะรักและเอาใจใส่คุณตราบจนความตายจะพรากเราจากกัน”
เมแกนกล่าวว่า “ดิฉัน เมแกน จะขอรับคุณแฮร์รีเป็นสามี และจะร่วมทุกข์ร่วมสุขนับจากวันนี้ไปถึงวันข้างหน้า ไม่ว่าจะยากดีมีจน ในยามแข็งแรงหรือเจ็บป่วย จะรักและเอาใจใส่คุณตราบจนความตายจะพรากเราจากกัน”

จากนั้นก็มาถึงอีกหนึ่งไฮไลต์ของงานที่ทุกคนรอคอย เมื่อทั้งสองได้ผลัดกันสวมแหวนให้แก่กัน โดยเจ้าชายแฮร์รีทรงสวมแหวนให้กับเมแกนที่นิ้วนางข้างซ้าย และตรัสว่า “ผมขอมอบแหวนวงนี้ให้กับคุณเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงาน”
ถัดมา เมแกนได้สวมพระธำมรงค์ที่นิ้วนางพระหัตถ์ซ้ายของเจ้าชายแฮร์รี พร้อมกับพูดว่า “ดิฉันขอมอบแหวนวงนี้ให้กับคุณเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงาน”
หลังสวมแหวนแต่งงานแล้ว อาร์ชบิชอปได้ประกาศให้คู่บ่าวสาวเป็นสามีภรรยาอย่างเป็นทางการ
นับเป็นการเปิดฉากชีวิตคู่ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน และเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองจะจดจำไปตราบนานเท่านาน


หลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา เจ้าชายแฮร์รีทรงจุมพิตเมแกนที่หน้าโบสถ์ ซึ่งเป็นภาพที่พสกนิกรต่างฟินกันเป็นแถบๆ ก่อนที่ทั้งสองจะเสด็จประทับราชรถ ‘แอสคอต แลนเดา’ และเคลื่อนขบวนผ่านใจกลางเมืองวินด์เซอร์เพื่อให้ประชาชน นักเรียน และเจ้าหน้าที่ภาคส่วนต่างๆ ที่มารอรับเสด็จได้ร่วมแสดงความยินดีและเป็นส่วนหนึ่งของภาพประวัติศาสตร์
โดยพิธีแห่ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณนี้ใช้เวลาประมาณ 25 นาที จากนั้นทั้งสองได้กลับไปยังโบสถ์เซนต์จอร์จ ที่ซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ประมุขแห่งสหราชอาณาจักร ทรงเป็นองค์ประธานจัดเลี้ยงอาหารแก่แขกผู้มีเกียรติประมาณ 600 คน


หลังงานเลี้ยงอาหารรอบแรกเสร็จสิ้นลง สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างภาพฉายพระรูปหมู่ของพระองค์และเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน สมาชิกใหม่แห่งราชวงศ์อังกฤษ
ในช่วงค่ำ เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่พระตำหนักฟรอกมอร์เฮาส์ โดยมีเจ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร ทรงเป็นองค์ประธาน โดยในงานช่วงค่ำนี้มีเพียงเหล่าเชื้อพระวงศ์และเพื่อนสนิทของคู่บ่าวสาวเพียง 200 คนเท่านั้นที่ได้เข้าร่วม
จากนี้ไป เจ้าชายแฮร์รี พระชันษา 33 ปี และเมแกน วัย 36 ปี จะเริ่มต้นชีวิตรักบทใหม่ โดยเมแกนซึ่งโด่งดังมาจากทีวีซีรีส์เรื่อง Suits ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอังกฤษด้วยการเป็นนักแสดงหญิงอเมริกันคนที่ 2 ที่ได้เข้าพิธีเสกสมรสกับราชวงศ์ในยุโรป ต่อจาก ‘เกรซ เคลลี’ หรือเจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก นับตั้งแต่ปี 1956 และเป็นสตรีผู้สืบเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่ได้เป็นราชนิกุลอังกฤษ
แม้เมแกนอาจไม่ได้รับฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าหญิง เนื่องจากติดกฎมณเฑียรบาลของอังกฤษ แต่เธอจะได้รับพระราชทานพระยศจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ (Duchess of Sussex) เคียงคู่กับเจ้าชายแฮร์รี สามีของเธอ ซึ่งจะได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเป็นดยุกแห่งซัสเซ็กซ์ (Duke of Sussex)
และแน่นอนว่าดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์จะเป็นคู่รักขวัญใจประชาชนคู่ใหม่ที่ป๊อปปูลาร์ไม่แพ้คู่ดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์อย่างแน่นอน
Photo: AFP
The post ซาบซึ้ง ตรึงใจ บทสรุปพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล ตั้งแต่ต้นจนจบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ดูเหมือน เดวิด เบคแฮม อดีตนักฟุตบอลชื่อดัง จะขโม […]
The post พี่เบคขโมยซีน! appeared first on THE STANDARD.
]]>
ดูเหมือน เดวิด เบคแฮม อดีตนักฟุตบอลชื่อดัง จะขโมยซีนในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนเข้าให้แล้ว เมื่อเขาปรากฏตัวในลุคผมสั้น หนวดเครางามสวย พร้อมด้วยสูทสีเทา แว่นกันแดด และรอยยิ้มที่ใครเห็นก็แทบใจละลาย




Photo: AFP
The post พี่เบคขโมยซีน! appeared first on THE STANDARD.
]]>
เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับพิธี […]
The post ชีวิตรักบทใหม่ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.
]]>

เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และเมแกน มาร์เคิล อดีตนักแสดงสาวชาวอเมริกัน หนึ่งในคู่รักราชวงศ์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลก โดยหลังจากนี้ทั้งเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนจะเป็นที่รู้จักในนาม ‘ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กส์’


ทั้งคู่จะเริ่มต้นปฏิบัติพระกรณียกิจในนามราชวงศ์อังกฤษในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งพิธีเสกสมรสในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่านิยามรักแบบเก่าในพระราชสำนักที่เคยคำนึงถึงความแตกต่างทางเชื้อชาติ สีผิว หรือแม้แต่ฐานะชาติตระกูล ได้แปรเปลี่ยนไปแล้วด้วยพลังอำนาจของความรักที่ทั้งสองพระองค์มีให้แก่กัน
THE STANDARD รวบรวมภาพบรรยากาศพิธีเสกสมรสมาให้ชมกัน











Photo: AFP
The post ชีวิตรักบทใหม่ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.
]]>
มาร่วมงานระดับประวัติศาสตร์โลกทั้งที เหล่าบรรดาแขกที่ได […]
The post เรียบหรู จัดจ้าน และแตกต่าง กับแฟชั่น Royal Wedding! appeared first on THE STANDARD.
]]>
มาร่วมงานระดับประวัติศาสตร์โลกทั้งที เหล่าบรรดาแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล ที่โบสถ์เซนต์จอร์จในพระราชวังวินด์เซอร์ ก็ถือได้ว่ามีหลายอารมณ์ หลายสไตล์ ทั้งสนุกแบบร่วมสมัย สีสันจัดจ้านแบบเด่นมาแต่ไกล และเรียบหรูตามหลักประเพณี ซึ่งเห็นได้จากชุดเดรสและหมวก Fascinator ของสุภาพสตรี และสูทสามชิ้นของสุภาพบุรุษ
บทความที่เกี่ยวข้อง

วิกตอเรีย และเดวิด เบคแฮม

อามัล และจอร์จ คลูนีย์

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

ปิปปา มิดเดิลตัน และเจมส์ แมทธิว

โอปราห์ วินฟรีย์

เซเรนา วิลเลียมส์ และอเล็กซิส โอฮาเนียน

คิตตี้ สเปนเซอร์

ชาร์ลส์ และคาเรน สเปนเซอร์

แครี มัลลิแกน และมาร์คัส มัมฟอร์ด
Photo: AFP
The post เรียบหรู จัดจ้าน และแตกต่าง กับแฟชั่น Royal Wedding! appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังมีการคาดเดาว่าแบรนด์ใดจะมาดีไซน์ชุดแต่งงานของเมแกน […]
The post Meghan Markle สวยสง่าในชุดแต่งงานของห้องเสื้อ Givenchy appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังมีการคาดเดาว่าแบรนด์ใดจะมาดีไซน์ชุดแต่งงานของเมแกน มาร์เคิล ทั้ง Ralph & Russo, Stella McCartney และ Victoria Beckham แต่สุดท้ายห้องเสื้อที่ได้รับโอกาสนี้ก็คือ Givenchy แบรนด์ระดับตำนานจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมี แคลร์ เวต เคลเลอร์ อาร์ทิสต์ไดเรกเตอร์ชาวอังกฤษของแบรนด์เป็นผู้ออกแบบให้
ชุดแต่งงานของเมแกน หรือฐานันดรศักดิ์อย่างเป็นทางการ ‘ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์’ (Duchess of Sussex) เป็นเดรสปาดไหล่แขนยาวกับผ้าคลุมหน้า และมงกุฎ Diamond Bandeau Tiara ของสมเด็จพระราชินีแมรีที่ทำในปี 1932 และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ให้เมแกนสวมใส่ ส่วนต่างหูเป็นของแบรนด์ Cartier
สำหรับแบรนด์ Givenchy ก่อตั้งเมื่อปี 1952 โดย อูแบร์ เดอ จีวองชี ผู้อยู่เบื้องหลัง Little Black Dress หรือชุดดำระดับตำนานที่นักแสดง ออเดรย์ เฮปเบิร์น ใส่ในภาพยนตร์เรื่อง Breakfast at Tiffany’s โดยในปี 1989 แบรนด์ Givenchy ถูกกลุ่ม LVMH ซื้อไป ก่อนที่อูแบร์จะเกษียณจากวงการแฟชั่นในปี 1995 และต่อมามีหลายดีไซเนอร์ที่ได้มารับหน้าที่ต่อ เช่น จอห์น กัลลิอาโน, อเล็กซานเดอร์ แม็กควีน, ริคคาร์โด ทิสซี และแคลร์ เวต เคลเลอร์ ดีไซเนอร์สาวชาวอังกฤษที่ดำรงตำแหน่งอาร์ทิสต์ไดเรกเตอร์ขณะนี้
แคลร์ เวต เคลเลอร์ เป็นดีไซเนอร์ชาวอังกฤษที่เกิดและเติบโตในเมืองเบอร์มิงแฮม เธอเรียนจบจาก Royal College of Art ก่อนที่จะย้ายไปนิวยอร์กเพื่อทำงานให้กับแบรนด์ Calvin Klein และ Ralph Lauren ซึ่งเมื่อเข้าสหัสวรรษใหม่ เธอได้เริ่มทำงานให้กับแบรนด์ Gucci และ Pringle of Scotland ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเมื่อเธอไปทำงานให้กับแบรนด์ Chloé ในปี 2011 และล่าสุดได้ย้ายมาอยู่ที่ Givenchy พร้อมได้รับคำชื่นชมอย่างมหาศาลกับคอลเล็กชันกูตูร์ครั้งแรกของเธอในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และมีนักแสดงฮอลลีวูดอย่าง กัล กาด็อต ใส่ไปร่วมงานออสการ์ และล่าสุด เคต บลานเชตต์ ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 71 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับชุดของเจ้าชายแฮร์รีและเจ้าชายวิลเลียมที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวก็เป็นเครื่องแบบของหน่วย Blues and Royals ที่ประกอบด้วยเสื้อโค้ต (Frock Coat) ซึ่งมีการตัดเย็บที่ห้องเสื้อ Dege & Skinner ในย่านซาวิลโรว์ของกรุงลอนดอน

Photo: OWEN HUMPHREYS / POOL / AFP
Cover Photo: JONATHAN BRADY / POOL / AFP
อ้างอิง:
The post Meghan Markle สวยสง่าในชุดแต่งงานของห้องเสื้อ Givenchy appeared first on THE STANDARD.
]]>
และแล้วภาพแห่งความประทับใจที่ผู้คนทั่วโลกรอคอยก็มาถึง เ […]
The post Just Married! เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน สวมแหวนแต่งงานแล้ว appeared first on THE STANDARD.
]]>
และแล้วภาพแห่งความประทับใจที่ผู้คนทั่วโลกรอคอยก็มาถึง เมื่อเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล ต่างบรรจงสวมแหวนแต่งงานให้แก่กัน หลังจากที่ทั้งสองได้ให้คำปฏิญาณรักต่อกัน ณ โบสถ์เซนต์จอร์จในพระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณการเริ่มต้นชีวิตรักบทใหม่ของทั้งสองอย่างเป็นทางการ
เมื่อพิธีการนำสวดโดยศาสนาจารย์จัสติน เวลบี อัครมุขนายก (อาร์กบิชอป) แห่งแคนเทอร์เบอรี ผู้นำประกอบพิธีทางศาสนา และการเทศน์ของบิชอปไมเคิล บรูซ เคอร์รี แห่งชิคาโก สหรัฐอเมริกา สิ้นสุดลง คณะประสานเสียง The Kingdom Choir ได้ร่วมกันขับร้องเพลง Stand By Me
จากนั้นเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนได้จับมือกัน เจ้าชายแฮร์รีตรัสว่า “ผม แฮร์รี จะขอรับคุณเมแกนเป็นภรรยา และจะร่วมทุกข์ร่วมสุขนับจากวันนี้ไปถึงวันข้างหน้า ไม่ว่าจะยากดีมีจน ในยามแข็งแรงหรือเจ็บป่วย จะรักและเอาใจใส่คุณตราบจนความตายจะพรากเราจากกัน”
เมแกนกล่าวว่า “ดิฉัน เมแกน จะขอรับคุณแฮร์รีเป็นสามี และจะร่วมทุกข์ร่วมสุขนับจากวันนี้ไปถึงวันข้างหน้า ไม่ว่าจะยากดีมีจน ในยามแข็งแรงหรือเจ็บป่วย จะรักและเอาใจใส่คุณตราบจนความตายจะพรากเราจากกัน”
จากนั้นทั้งสองได้ผลัดกันสวมแหวน โดยเจ้าชายแฮร์รีทรงสวมแหวนให้กับเมแกนที่นิ้วนางข้างซ้าย และตรัสว่า “ผมขอมอบแหวนวงนี้ให้กับคุณเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงาน”
ถัดมา เมแกนสวมพระธำมรงค์ที่นิ้วนางพระหัตถ์ซ้ายของเจ้าชายแฮร์รี พร้อมกับพูดว่า “ดิฉันขอมอบแหวนวงนี้ให้กับคุณเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงาน”
จากนั้นอาร์กบิชอปได้ประกาศให้คู่บ่าวสาวเป็นสามีภรรยาอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้แหวนแต่งงานของเมแกน ตัวเรือนทำจากทองคำเวลส์ ซึ่งได้รับพระราชทานจากควีนเอลิซาเบธ ในขณะที่พระธำมรงค์ของเจ้าชายแฮร์รี ตัวเรือนทำจากทองคำขาวบริสุทธิ์ โดยพระองค์ตัดสินพระทัยจะสวมพระธำมรงค์นี้ตลอดหลังพิธีเสกสมรสเสร็จสิ้น
The post Just Married! เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน สวมแหวนแต่งงานแล้ว appeared first on THE STANDARD.
]]>
ศาสนาจารย์จัสติน เวลบี อัครมุขนายก (อาร์กบิชอป) แห่งแคน […]
The post เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ให้คำสัตย์สาบานรักกันตลอดไป appeared first on THE STANDARD.
]]>
ศาสนาจารย์จัสติน เวลบี อัครมุขนายก (อาร์กบิชอป) แห่งแคนเทอร์เบอรี ผู้นำประกอบพิธีทางศาสนาให้กับคู่บ่าวสาวได้ถามเจ้าชายว่า
“แฮร์รี คุณจะรับเมแกนเป็นภรรยาของคุณหรือไม่ คุณจะรักเธอ ดูแลเธอ ให้เกียรติเธอ และปกป้องเธอ ยอมละทิ้งทุกอย่าง และซื่อสัตย์ต่อเธอตราบชั่วชีวิตของทั้งสองหรือไม่”
“ครับ” เจ้าชายแฮร์รีทรงตอบ
จากนั้นอาร์กบิชอปถามเมแกนว่า
“เมแกน คุณจะรับแฮร์รีเป็นสามีของคุณหรือไม่ คุณจะรักเขา ดูแลเขา ให้เกียรติเขา และปกป้องเขา ยอมละทิ้งทุกอย่าง และซื่อสัตย์ต่อเขาตราบชั่วชีวิตของทั้งสองหรือไม่”
“ค่ะ” เมแกนตอบ
The post เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ให้คำสัตย์สาบานรักกันตลอดไป appeared first on THE STANDARD.
]]>
บรรยากาศบริเวณรอบๆ โบสถ์เซนต์จอร์จ และ Long Walk […]
The post บรรยากาศรอบพระราชวังวินด์เซอร์คึกคักเช้านี้ ก่อนพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี-เมแกน appeared first on THE STANDARD.
]]>
บรรยากาศบริเวณรอบๆ โบสถ์เซนต์จอร์จ และ Long Walk ในพระราชวังวินด์เซอร์ ประเทศอังกฤษ เช้านี้เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้าจับจองพื้นที่เพื่อรอรับเสด็จและเป็นส่วนหนึ่งในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล ขณะที่แขกในพิธีเริ่มทยอยมาถึงโบสถ์

โดยพิธีการจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย








The post บรรยากาศรอบพระราชวังวินด์เซอร์คึกคักเช้านี้ ก่อนพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี-เมแกน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ภาพประกอบ: Thiencharas.w
The post เกร็ดที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ‘เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล’ appeared first on THE STANDARD.
]]>


ภาพประกอบ: Thiencharas.w
The post เกร็ดที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ‘เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล’ appeared first on THE STANDARD.
]]>The post สื่อนอกเล็ง เมแกน มาร์เคิล จะแต่งหน้าเข้าพิธีเสกสมรสด้วยตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>The post สื่อนอกเล็ง เมแกน มาร์เคิล จะแต่งหน้าเข้าพิธีเสกสมรสด้วยตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เรื่องควรรู้ก่อนเฝ้าชมพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เรื่องควรรู้ก่อนเฝ้าชมพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งเหตุการณ์ที่ทั่วโลกเฝ้าจับตามองที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป […]
The post มุมมองเรื่องอิทธิพล ผู้หญิง และสีผิว อะไรคือสิ่งที่เราเรียนรู้จากงานเสกสมรสของราชวงศ์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งเหตุการณ์ที่ทั่วโลกเฝ้าจับตามองที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปเมื่อคืนวานนี้ (19 พ.ค.) คือวันประกอบพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีแห่งเวลส์ รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ กับเมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้น แต่สิ่งที่มากกว่างานเสกสมรสของราชวงศ์ระดับโลกที่ทุกคนต่างให้ความสนใจคือ งานสำคัญระดับนี้ยังให้มุมมองอะไรแก่พวกเราอีกบ้าง?

เมแกน มาร์เคิลและแม่ของเธอ
Photo: ABC News
สิ่งแรกที่เราพอนึกภาพออกคือการลบเลือนรูปแบบของการเป็น ‘เจ้าหญิง’ แบบประเพณีนิยม เพราะเมแกนเองก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เป็นลูกครึ่งอเมริกัน ผ่านการหย่าร้างมาก่อน อายุมากกว่าคู่หมั้นของตัวเอง และเคยเป็นนักแสดง หากมองในภาพของความคอนเซอเวทีฟแบบไทยๆ ก็คงคิดว่าผู้หญิงคนนี้เต้นกินรำกินมาก่อน และที่หนักไปอีกคือการที่เธอเป็นแม่หม้าย เคยหย่าร้างมาแล้ว ฉะนั้นการที่เมแกนขึ้นมายืนในจุดนี้ได้ จึงเป็นภาพของผู้หญิงสามัญธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่เคยปฏิเสธอดีตของตน เช่นการที่เธอพาคุณแม่ของเธอไปร่วมชมเกมแข่งขัน Invictus Game (การแข่งขันกีฬาของคนพิการ) เพื่อพยายามจะบอกทุกๆ คนอย่างชัดเจนผ่านการที่เธอให้แม่ของเธอยืนอยู่ข้างกายเสมอว่า เธอเป็นผู้หญิงผิวสีคนหนึ่งที่มีแม่เป็นผู้หญิงผิวสีและถักเดรดล็อก ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกที่คนอื่นตัดสินเธอจะบอกว่าเธอไม่ได้ ‘ผิวสี’ ขนาดนั้น ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นปัญหาของเมแกนมาตลอด และเธอเองก็เคยเขียนบทความลงในนิตยสาร ELLE ในปี 2005 เกี่ยวกับเรื่องที่เธอต้องเผชิญกับการถูกเหยียดผิว และการที่เธอถูกเข้าใจว่ามีพ่อผิวขาวและแม่ผิวสีมาตั้งแต่อยู่เกรด 7 “ฉันเคยถูกคุณครูที่โรงเรียนบอกให้ฉันกากบาทลงในช่อง ‘Caucasian’ เพียงเพราะว่าฉัน ‘ดูเหมือน’ คนขาว สุดท้ายฉันก็ปล่อยช่องนั้นว่างไว้ ไม่ตอบคำถาม และฉันก็รู้สึกไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น”
หรือบางความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องสีผิว เช่นกรณีของ จัสมิน กิลลอรี (Jasmine Guillory) นักเขียนเจ้าของผลงาน ‘The Wedding Date’ ที่เธอรู้สึกปลาบปลื้มยินดีกับเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนมาตั้งแต่ประกาศหมั้นหมายกันเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว กิลลอรีให้ความคิดเห็นว่า งานเสกสมรสในครั้งนี้จะเป็นเสมือนแสงสว่างที่กำลังเจิดจ้าขึ้นปลายอุโมงค์ ในมุมมองของการที่ราชวงศ์สามารถมีสมาชิกเป็นคนธรรมดาสักคน ทั้งยังผิวสี “หากคุณติดตามข่าวของโลกทุกวันนี้ มองมันด้วยสายตาแบบผู้หญิงผิวสีในอเมริกา คุณจะรู้สึกหดหู่ท้อแท้ไปหมด แต่สำหรับงานแต่งงานครั้งนี้จะมีอะไรให้ชื่นชมไปกว่าการที่ผู้หญิงซึ่งไม่ใช่คนผิวขาวจะมีความสุขได้บ้าง” กิลลอรีกล่าว

ภาพของเจ้าหญิงไดอานาในชุดแต่งงาน
Photo: E!
หนึ่งเหตุผลที่ผู้คนต่างให้ความสนใจกับงานเสกสมรสของราชวงศ์อังกฤษอย่างมากนั่นก็เพราะ ‘ราชวงศ์อังกฤษนั้นพิเศษและค่อนข้างเอิกเกริก’ จากคำพูดของ เซเล ออตเนสต์ (Cele Otnes) ศาสตราจารย์ด้านการบริหารธุรกิจจาก University of Illinois Urbana-Champaign ได้ให้ความเห็นย้อนกลับไปถึงตอนงานเสกสมรสของเจ้าหญิงไดอานาและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในปี ค.ศ. 1981 เขาบอกว่างานเสกสมรสของราชวงศ์อังกฤษกลายเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมงานแต่งงานต้องจับตามอง คุณลองกลับไปนึกถึง ‘เมอแรงก์’ ชุดแต่งงานสีขาวฟูฟ่องของเจ้าหญิงไดอานาดูสิว่ามันมีอิทธิพลกับงานแต่งงานในยุคหลังขนาดไหน เพราะมันกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม เป็นภาพแทนของการเป็นเจ้าหญิง และแน่นอนว่าชุดแต่งงานสีขาวฟูฟ่องนั้นจึงกลายเป็นสิ่งคลาสสิกที่สาวๆ ต่างฝันถึง หรือตัวอย่างความเอิกเกริกในงานเสกสมรสของ เคท มิดเดิลตัน และเจ้าชายวิลเลียม-ชาร์ลส์ เมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา มีอเมริกันชนติดตามชมงานถ่ายทอดสดมากกว่า 22 ล้านคนใน 18.6 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากอย่างน่าแปลกใจ

เมแกนและเด็กๆ ในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศรวันดา
Photo: Her Hudson Bay
นอกเหนือจากการเป็นงานเสกสมรสที่ผู้คนทั่วโลกต่างพร้อมกันแสดงความยินดีกับคู่รักคู่นี้ เหตุการณ์นี้ก็เหมือนกับการส่องสปอตไลต์ดวงโตให้กับตัวเจ้าของงานเองทั้งในฐานะเจ้าของงานแต่ง และในฐานะทางการเมือง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดความสนใจจากสื่อทั่วโลกให้จดจ้องไปยังสหราชอาณาจักร ดังเช่นการที่เมแกนถูกให้ความสนใจในสถานะอื่นๆ นอกเหนือจากการเป็นเจ้าหญิงคนใหม่ของราชวงศ์อังกฤษ นั่นคือการที่สื่อและสาธารณชนได้รับรู้ถึงการดำเนินงานเรื่องชุมชนและผู้ด้อยโอกาสของเธอ สิ่งนี้จะต่อยอดภาพลักษณ์ของเธอต่อไปในอนาคตหลังจากที่เธอก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งเจ้าหญิงอย่างสมบูรณ์
อ้างอิง:
The post มุมมองเรื่องอิทธิพล ผู้หญิง และสีผิว อะไรคือสิ่งที่เราเรียนรู้จากงานเสกสมรสของราชวงศ์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
พระราชวังเคนซิงตันประกาศว่า เมแกน มาร์เคิล ว่าที่สมาชิก […]
The post เมแกนเสียใจ หลังพ่อของเธอไม่สามารถมาร่วมพิธีเสกสมรสในครั้งนี้แน่นอนแล้ว appeared first on THE STANDARD.
]]>
พระราชวังเคนซิงตันประกาศว่า เมแกน มาร์เคิล ว่าที่สมาชิกใหม่ของราชวงศ์เผยว่า นายโธมัส มาร์เคิล พ่อของเธอจะไม่สามารถมาเข้าร่วมพิธีเสกสมรสและทำหน้าที่ส่งเธอเข้าโบสถ์เซนต์จอร์จ ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมที่จะถึงนี้แน่นอนแล้ว หลังจากเข้ารับการผ่าตัดหัวใจและจำเป็นต้องพักฟื้นร่างกาย
ในโอกาสนี้เธอได้ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมอบให้เธอ โดยเธออยากให้ทุกคนรู้ว่า เธอและเจ้าชายแฮร์รีรอคอยที่จะร่วมแชร์วันแสนพิเศษที่จะถึงนี้กับทุกคน
ช่วงก่อนที่พิธีเสกสมรสจะเริ่มต้นขึ้นนั้น ข่าวคราวและปัญหาภายในครอบครัวของเมแกนได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นที่พ่อของเธอตั้งใจจัดฉากขายภาพให้กับปาปารัซซี เพื่อแลกกับเงินจำนวนหลายล้านบาท เนื่องจากตกอยู่ในสภาวะถังแตกและเป็นบุคคลล้มละลาย รวมถึงความสัมพันธ์ของเมแกนและพี่สาวพี่ชายต่างมารดา
โดยโดเรีย แรกแลนด์ แม่ของเธอจะเป็นผู้ทำหน้าที่ส่งเธอเข้าโบสต์เซนต์จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ ก่อนที่พิธีการจะเริ่มต้นขึ้นเวลาประมาณ 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
อ้างอิง:
The post เมแกนเสียใจ หลังพ่อของเธอไม่สามารถมาร่วมพิธีเสกสมรสในครั้งนี้แน่นอนแล้ว appeared first on THE STANDARD.
]]>
ขณะที่โลกจับตาชมนาทีสำคัญซึ่งเป็นวันประกอบพิธีเสกสมรสขอ […]
The post When Harry Met Meghan: สิ่งที่คุณอยากรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับเมนูพิเศษในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ขณะที่โลกจับตาชมนาทีสำคัญซึ่งเป็นวันประกอบพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีแห่งเวลส์ รัชทายาทลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์อังกฤษ กับเมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้น ที่จะจัดขึ้นที่วิหารเซนต์จอร์จ พระราชวังวินด์เซอร์ ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ THE STANDARD ติดตามอย่างใกล้ชิดถึงรายละเอียดต่างๆ รวมไปสืบหาเมนูเด็ดที่คาดว่าจะถูกนำไปเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารในวันสำคัญสำหรับแขกเหรื่อและบรรดาราชวงศ์อังกฤษ

The Tig
The Foodie
แต่ก่อนอื่นขอเกริ่นกันสักนิดถึงความชอบในอาหารเป็นพิเศษของอดีตนักแสดงชาวอเมริกันอย่างเมแกน โดยเธอเคยจรดปากกาเขียนบล็อกที่ชื่อ The Tig ที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ที่เน้นเรื่องอาหารเป็นพิเศษ ซึ่งที่มาของชื่อ ‘The Tig’ ก็มาจาก Tignanello ไวน์แดงจากทัสคานีในอิตาลีที่เมแกนโปรดปรานเป็นพิเศษนั่นเอง

Photo: @tabletalk_events / Instagram
นิตยสาร Town & Country และหนังสือพิมพ์ The Telegraph รายงานว่าเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนเลือกบริษัทเคเทอริงที่ชื่อ Table Talk ซึ่งว่ากันว่าเป็นเจ้าโปรดของราชวงศ์เพื่อมาจัดการเรื่องอาหารสำหรับงานครั้งนี้โดยเฉพาะ โดยเคยเสิร์ฟอาหารให้กับแขกเหรื่อของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีนมาแล้วเมื่อปี 2011 ทั้งยังเพิ่งจัดงานแต่งให้กับ ปิปปา มิดเดิลตัน และสามี เจมส์ แมทธิวส์ เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา นอกเหนือจากนั้น เว็บไซต์ Food and Wine ยังรายงานอีกว่าเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ เอ็บบี บุชมานน์ (Ebbi Buchmann) ยังเคยทำอาหารให้กับนายกรัฐมนตรีอังกฤษหลายต่อหลายคนมาแล้ว
และแม้เมแกนจะเป็นชาวอเมริกัน แต่พิธีเสกสมรสนั้นยังคงดำเนินตามแบบฉบับราชวงศ์อังกฤษไม่มีเปลี่ยนแปลง นั่นหมายถึงเริ่มต้นด้วยพิธีกรรมทางศาสนา ตามด้วยอาหารเช้าสำหรับพิธีเสกสมรส ต่อด้วยอาหารกลางวันที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นเจ้าภาพ ต่อจากนั้นจึงเป็นงานเลี้ยงรับรองช่วงเย็นที่เป็นการนั่งรับประทานอาหารร่วมกันกับแขกเหรื่อของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว (ในกรณีของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท ช่วงนี้เสิร์ฟอาหาร 3 คอร์สด้วยกันคือ แซลมอน เนื้อแกะ และขนมหวาน 3 ชนิด ไอศกรีมน้ำผึ้งจากเบิร์กเชียร์ ไทรเฟิลเชอร์รี และพาร์เฟต์ช็อกโกแลต)

Photo: www.royalcollection.org.uk
In the Royal Kitchen
สำนักข่าว Sky News รายงานถึงการได้รับเชิญเข้าไปสังเกตการณ์ในครัวของพระราชวังวินด์เซอร์ที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมมื้ออาหารและคานาเป้รับประทานเล่นสำหรับแขกจำนวน 600 คนในงานพิธีที่จะถึงนี้ ซึ่งเชฟประจำราชวงศ์อย่าง มาร์ก ฟลานาแกน (Mark Flanagan) ผู้นำทีมครัวอีกกว่า 30 ชีวิต เผยว่าเจ้าชายแฮร์รีและพระคู่หมั้นทรงพิถีพิถันกับการเลือกเมนูในครั้งนี้
“การตัดสินใจมาจากคู่บ่าวสาวทั้งหมด ทีมเราเพียงแค่เสนอแนะในขณะที่พระองค์และว่าที่เจ้าสาวทรงช่วยชิมอาหารทั้งหมด นั่นรวมถึงรายละเอียดต่างๆ ด้วย” เชฟใหญ่ประจำครัวราชวงศ์อังกฤษยังเสริมอีกว่า “ทั้งสองต้องการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทั้งหมด และพยายามเลือกให้ตรงกับฤดูกาลตลอดทั้งเมนู และโชคดีที่อากาศของอังกฤษช่วงนี้ดี จึงสามารถทำให้เกิดขึ้นได้”
ทั้งนี้แม้เมนูอาหารหลักๆ ที่เสิร์ฟในงานจะยังคงเป็นความลับสุดยอด แต่ผู้สังเกตการณ์ทั้งหลายเชื่อกันว่าจะเน้นไปที่เมนูคลาสสิกจากวัตถุดิบตามฤดูกาลแบบอังกฤษ นั่นรวมไปถึงผักสดๆ อย่างแอสพารากัส ถั่ว และมะเขือเทศ ที่กำลังเติบโตเต็มที่ตามฤดูกาล วัตถุดิบสำหรับอาหารเกือบทั้งหมดจะมาจากเขตใกล้เคียงลอนดอนและจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระราชินี หรือจากวินด์เซอร์

ภาพจิตรกรรม The Kitchen at Windsor Castle
โดยจิตรกร เจมส์ สเตฟานอฟฟ์ (James Stephanoff) ปี 1818
เชฟมาร์กเผยอีกว่า “เราใช้ผลผลิตจากที่ดินหลวงของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดยต้องการให้วัตถุดิบพระเอกของจานนั้นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของมันเอง จะไม่เน้นอาหารที่แปลกและไม่คุ้นเคย แต่เน้นอาหารสไตล์คลาสสิกแบบอังกฤษ และต้องผ่านการทดสอบทุกขั้นตอน”
ห้องครัวของพระราชวังวินด์เซอร์มีอายุเก่าแก่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ในยุคของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ และยังเป็นห้องครัวที่เก๋าที่สุดในประเทศที่ยังคงถูกใช้งานอยู่ โดยเคยปรุงความอร่อยเสิร์ฟแก่พระราชาและพระราชินีอังกฤษมาแล้วถึง 30 พระองค์

เมนูแอสพารากัสสีขาวตามฤดูกาลแบบอังกฤษ โดยเริ่มเข้าหน้าแอสพารากัสช่วงวันเซนต์จอร์จ วันที่ 23 เมษายน
เชฟเซลวิน สโตบี (Selwyn Stoby) พ่อครัวพาสทรีประจำพระองค์กำลังตระเตรียมขนมทรัฟเฟิลช็อกโกแลตที่ผสมนม ซึ่งจะเป็นเมนูเสิร์ฟที่งานเลี้ยงต้อนรับและงานปาร์ตี้ส่วนตัว “ผมว่าคงไม่มีโอกาสบ่อยๆ ในชีวิตได้จะรับเกียรติให้ทำอาหารเสิร์ฟในพิธีเสกสมรสของราชวงศ์ ดังนั้นนี่เป็นโอกาสที่พิเศษมากๆ” พาสทรีเชฟยังเสริมอีกว่า “ความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียดในงานนี้มันน่าทึ่งมากครับ” ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ด้วยความสนใจด้านอาหารเป็นทุนเดิมของเมแกนนั้นทำให้เธอให้ความสนใจในการตระเตรียมมื้อนี้เป็นพิเศษ ทั้งนี้ยังคาดว่าในงานจะมีการเสิร์ฟไวน์แดงแสนโปรดของเมแกนอย่าง Tignanello จากอิตาลีอย่างแน่นอนอีกด้วย


เชฟแคลร์ พทัก แห่งร้าน Violet Cakes ผู้รังสรรค์เค้กพิเศษในงานนี้
Photo: @violetcakeslondon / Instagram
Say Yes to The Cake
มาถึงเค้กแต่งงานซึ่งถูกจับตามองไม่แพ้มื้อหลักๆ ของงาน เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ทางพระราชวังเคนซิงตันออกมากลบข่าวลือของสื่ออังกฤษที่ว่าจะเสิร์ฟเค้กกล้วยหอมที่งานพิธี โดยประกาศว่า เชฟแคลร์ พทัก (Claire Ptak) พาสทรีเชฟจากแคลิฟอร์เนียที่ย้ายมาเปิดร้าน Violet Cakes ซึ่งเป็นร้านเค้กออร์แกนิกในกรุงลอนดอน เป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบและทำจัดทำเค้กแต่งงานสุดพิเศษนี้ ซึ่งเค้กนั้นเป็นเค้กมะนาวและดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ ซึ่งจากการสังเกตแล้ว เค้กที่เน้นการใช้ดอกไม้นั้นเป็นสิ่งที่เชฟขนมหวานคนนี้ถนัด ทั้งทางการยังระบุในทวิตเตอร์อีกว่า “ตัวเค้กจะฉาบหน้าด้วยครีม เนย และตกแต่งด้วยดอกไม้สด”
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานนั้น พระราชวังเคนซิงตันระบุไว้ในแถลงการณ์พิธีเสกสมรสครั้งนี้ว่าราชวงศ์อังกฤษจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นหลัก เช่น ค่าบริการใช้โบสถ์ วงดนตรี ดอกไม้ ของประดับต่างๆ ตลอดจนงานพิธีต้อนรับทั้งหมด

สำหรับใครที่เกาะขอบจอชมการถ่ายทอดสดของเจ้าชายแฮร์รี พระโอรสพระองค์เล็กในเจ้าหญิงไดอานาแห่งเวลส์ทรงสละโสดอย่างใกล้ชิด งานพิธีจะเริ่มต้นขึ้นเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 18.00 น. ของบ้านเรา ทั้งคู่จะขึ้นรถม้าจากโบสถ์เซนต์จอร์จโดยผ่านตัวเมืองของวินด์เซอร์ เพื่อเดินทางไปยังพระราชวังวินด์เซอร์ โดยผ่านสวนเดอะลองวอล์ก (The Long Walk) และเปิดโอกาสให้ประชาชนกว่า 2,000 คนได้ยลโฉมข้าวใหม่ปลามันทั้งสองด้วย
งานฉลองแห่งชาติ(อังกฤษ)แบบนี้ แนะนำให้กลับบ้านเร็วหรือตรงดิ่งเข้าผับอังกฤษ เปิดเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วมานั่งชมยาวๆ กันไปจะได้อารมณ์มาก
อ้างอิง:
The post When Harry Met Meghan: สิ่งที่คุณอยากรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับเมนูพิเศษในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai
The post หมายกำหนดการพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล appeared first on THE STANDARD.
]]>


ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai
The post หมายกำหนดการพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักพระราชวังเคนซิงตันแถลงว่า เจ้าชายแฮร์รีและพระคู่หม […]
The post เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน เผยรายชื่อเพื่อนเจ้าสาวและ Page Boys คนที่เด็กสุดอายุเพียง 2 ปี appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักพระราชวังเคนซิงตันแถลงว่า เจ้าชายแฮร์รีและพระคู่หมั้นได้ทรงเลือกเด็กที่จะมาทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวและ Page Boys (คนดูแลชายกระโปรงเจ้าสาว) ตัวน้อยในงานพิธีเสกสมรสที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้แล้ว โดยเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระธิดาในดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ รัชทายาทลำดับที่ 4 แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ ที่มีพระชนมายุเพียง 3 ชันษา จะเป็นหนึ่งในเพื่อนเจ้าสาวตัวน้อย จากทั้งหมด 6 คนของเมแกน
นอกจากเจ้าหญิงแล้ว ยังมีฟลอเรนซ์ แวน กัสเซม (Florence van Cutsem) และแซลี วอร์เรน (Zalie Warren) ลูกอุปถัมภ์ในเจ้าชายแฮร์รีที่มีอายุ 3 ปีและ 2 ปี ตามลำดับ รวมถึงลูกอุปถัมภ์ของเมแกนอีก 2 คน และไอวี มูลโรนีย์ (Ivy Mulroney) หนูน้อยวัย 4 ปี ลูกสาวเพื่อนสนิทของเมแกนร่วมในขบวนพิธีเสกสมรสครั้งนี้
ในขณะที่เจ้าชายจอร์จ รัชทายาทลำดับที่ 3 แห่งราชบัลลังก์อังกฤษก็ทรงรับหน้าที่เป็น Page Boys ให้กับพระปิตุลา (อาชาย) ของพระองค์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทรงเคยรับหน้าที่เดียวกันนี้มาแล้ว ในงานแต่งงานของ ปิปปา มิดเดิลตัน พระมาตุจฉา (น้าหญิง) ของพระองค์ โดยจะทรงทำหน้าที่นี้ร่วมกับ แจสเปอร์ ไดเออร์ (Jasper Dyer) ลูกอุปถัมภ์ในเจ้าชายแฮร์รีอีกหนึ่งคน รวมถึงเบรนและจอห์น พี่ชายของไอวี
เด็กๆ ทั้ง 10 คนนี้ คงจะทำให้ขบวนพิธีเสกสมรสครั้งนี้น่ารักและน่าจดจำไม่น้อยเลยทีเดียว
อ้างอิง:
The post เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน เผยรายชื่อเพื่อนเจ้าสาวและ Page Boys คนที่เด็กสุดอายุเพียง 2 ปี appeared first on THE STANDARD.
]]>