×
Menu
254438

7 สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เปลี่ยนวิถีชีวิตมนุษย์ ผ่านสายตาของบิล เกตส์

28.05.2019
  • LOADING...
Innovations Will Change the World

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • บิล เกตส์ นักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษย์ในอนาคตไว้อย่างน่าสนใจร่วมกับนิตยสาร MIT Technology Review
  • และนี่คือ 7 สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกอนาคตผ่านสายตาของบิล เกตส์

อนาคตนั้นเป็นสิ่งที่วางอยู่ในหมอกแห่งความไม่ชัดเจน

 

นักคิดเก่งๆ มากมายในประวัติศาสตร์พยายามคาดการณ์อนาคตมาโดยตลอด ผลลัพธ์ก็มีทั้งถูกและผิดบ้าง แต่ภาพอนาคตที่ถูกคาดการณ์นั้นล้วนเป็นภาพหวือหวาและน่าอัศจรรย์

 

ล่าสุด บิล เกตส์ นักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกที่เรารู้จักกันในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษย์ในอนาคตไว้อย่างน่าสนใจร่วมกับนิตยสาร MIT Technology Review

 

และนี่คือ 7 สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกอนาคตผ่านสายตาของบิล เกตส์

 

1. ยาทำลายมะเร็ง

 

Innovations Will Change the World

 

มะเร็งเป็นโรคร้ายที่มีสาเหตุหลากหลาย และมีปัจจัยที่ส่งผลต่อโรคมากมาย จึงยากต่อการรักษา (ให้หายขาด)

 

แต่ในปัจจุบัน หลายๆ บริษัทกำลังพัฒนายาทำลายมะเร็งในลักษณะที่ออกฤทธิ์โดยตรงต่อลักษณะโรคผู้ป่วยคนนั้นๆ

 

ถ้าทำได้ มันจะช่วยให้มนุษย์เราหมดวิตกกังวลไปอีกหนึ่งเรื่อง และน่าจะช่วยยืดอายุขัยมนุษย์ไปได้ไม่น้อยทีเดียว

 

2. หุ่นยนต์สารพัดประโยชน์

 

 

แม้หลายคนจะกังวลว่าต่อไปหุ่นยนต์จะฉลาดจนทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น การเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ในตอนนี้ยังเงอะงะและแข็งทื่ออยู่

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทใหญ่ๆ อย่าง OpenAI สามารถพัฒนามือกลที่เคลื่อนไหวได้อย่างน่าทึ่ง มันสามารถใช้นิ้วมือพลิกกล่องเล็กๆ ไปมาโดยไม่ตกจากมือได้ โดยมีซอฟต์แวร์ที่ทำงานเลียนแบบระบบประสาทคอยสั่งการ

 

เรื่องนี้ฟังดูง่ายจนไม่น่าเล่า แต่นี่คือสิ่งที่วิศวกรหุ่นยนต์พยายามพัฒนามาโดยตลอด

 

มือกลทรงประสิทธิภาพนั้นเป็นสิ่งที่โรงงานต่างๆ ต้องการเป็นอย่างมาก และถ้ามันมีราคาถูกจนแพร่หลาย มันอาจช่วยหยิบจานอย่างแผ่วเบา ไปจนถึงช่วยพาคุณยายให้ลุกจากเตียงอย่างนุ่มนวลได้

 

3. เครื่องกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ

 

 

ปัจจุบันเทคโนโลยีดึงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากอากาศนั้น แม้จะเป็นไปได้ แต่ก็ยากเย็นแสนเข็น อีกทั้งยังมีราคาแพงอีกต่างหาก แต่หากเรามองไปที่อัตราการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในปัจจุบัน นักวิจัยคงต้องมุ่งมั่นกับการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากอากาศอย่างจริงจัง

 

ตอนนี้บริษัท Carbon Engineering ของแคนาดา (ซึ่ง บิล เกตส์ ไปลงทุนอยู่) พยายามสร้างเชื้อเพลิงจากการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ส่วนบริษัทอย่าง Climeworks ในซูริกก็สร้างมีเทนจากการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ยังขายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์บางส่วนให้กับบริษัทเครื่องดื่มอัดลมด้วย

 

4. เนื้อสังเคราะห์

เนื้อสังเคราะห์นั้นเริ่มออกจากห้องวิจัยมายังบริษัทที่พยายามต่อยอดเพื่อการค้าแล้ว ปัจจุบันมีบริษัทพยายามสังเคราะห์เนื้อให้ฉ่ำและรสชาติดี เหมาะกับการทำเบอร์เกอร์ ซึ่งมีข้อดีตรงที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ ไม่ต้องใช้พื้นที่สำหรับการเลี้ยงสัตว์ ไม่ต้องใช้น้ำกับอาหารมากอย่างการเลี้ยงสัตว์ และไม่เกิดแก๊สเรือนกระจกจากมูลสัตว์ด้วย

 

5. เครื่องวัดคลื่นหัวใจ (electrocardiograms) แบบสวมใส่ได้

 

Innovations Will Change the World

 

ในแต่ละปีมีคนเสียชีวิตจากโรคหัวใจมากมาย เอาแค่ในสหรัฐอเมริกาก็ 790,000 คนแล้ว

 

หนึ่งในหนทางที่จะช่วยเตือนภัยเฉียบพลันนี้ได้ก็คือ การวัดคลื่นใจหัวแบบเรียลไทม์ในระดับเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้มนุษย์เรามากมายรอดจากเงื้อมมือของยมทูตเฉียบพลันตนนี้ได้

 

6. ส้วมกำจัดของเสีย

 

 

ท่อประปาที่เราเห็นจนชินตานั้นไม่ได้มีในทุกประเทศและทุกท้องที่

 

ส้วมที่ไม่มีระบบการจัดการที่ดี จะปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมจนเกิดความสกปรก เป็นแหล่งบ่มเพาะโรคภัย และส่งผลเสียคุณภาพชีวิตประชากรอย่างมาก

 

มูลนิธิของ บิล เกตส์ จึงสนับสนุนเงิน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อวิจัยส้วมที่กำจัดของเสียได้ในตัวเอง โดยไม่มีการปล่อยของเสียออกสู่ระบบภายนอก

 

แนวทางหนึ่งที่เป็นไปได้คือ แยกของเสียออกเป็นของแข็งและของเหลว แล้วรอจนกระทั่งเมื่อส้วมเต็มจริงๆ ก็นำของแข็งออกมาเผาอย่างเป็นระบบ ส่วนของเหลวจะเข้าสู่ระบบการกรอง

 

ถ้าเทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นจริง สุขาคงเป็นความสุขได้ทั่วโลกสมชื่อของมัน

 

7. เรื่องอื่นๆ

เทคโนโลยีอื่นๆ ที่น่าสนใจ และน่าจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตมนุษย์เรา ได้แก่ การตรวจเลือดที่ช่วยระบุโรคและความเสี่ยงของทารกในครรภ์ กล้องขนาดเท่าเม็ดยาที่ใช้กลืนเพื่อตรวจอวัยวะภายในและปัญญาประดิษฐ์ที่สนทนาได้อย่างเหมือนจริงมากขึ้น ช่วยให้เราเหมือนมีผู้ช่วยจริงๆ

 

เรื่องไหนจะเกิดขึ้นจริง และเกิดขึ้นในช่วงเวลาไหนยังไม่มีใครรู้ สิ่งที่เราทำได้คงต้องรอชมและวางแผนรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกันต่อไป

 

สุดท้ายขอปิดด้วยคำกล่าวของชายคนหนึ่งเมื่อปี 1974 (ราวๆ 45 ปีก่อน) ในยุคที่คอมพิวเตอร์เพิ่งถือกำเนิดขึ้นโดยเครื่องหนึ่งมีขนาดใหญ่จนเต็มห้อง

 

เขากล่าวว่า หลังจากปี 2000 คอมพิวเตอร์จะไม่ใหญ่แบบเต็มห้อง แต่จะมีขนาดเล็กลงจนกะทัดรัด ผู้คนจะคุยกันผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่แต่ละคนมี หาข้อมูลที่ต้องการจะรู้สำหรับชีวิตประจำวัน

 

กิจกรรมอย่างธุรกรรมการเงิน หรือการจองตั๋วภาพยนตร์จะอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้มันจะทำให้คุณไปอยู่ที่ไหนบนโลกก็ได้ แล้วก็ทำธุรกิจผ่านอุปกรณ์เหล่านี้

 

ผู้ที่กล่าวถึงอนาคตนี้คือ อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดังนั่นเอง

 

ภาพเปิด: Karin Foxx

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES

MOST POPULAR