ไวศ์ วงศ์ทวีทอง – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 20 Jul 2023 10:09:03 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 เกิดเหตุกราดยิงในออกแลนด์ ก่อนฟุตบอลโลกหญิงเปิดฉากไม่กี่ชั่วโมง ดับ 3 รายรวมมือปืน https://thestandard.co/new-zealands-auckland-shooting/ Thu, 20 Jul 2023 10:09:03 +0000 https://thestandard.co/?p=819856

วันนี้ (20 กรกฎาคม) เกิดเหตุกราดยิงขึ้นในเมืองออกแลนด์ข […]

The post เกิดเหตุกราดยิงในออกแลนด์ ก่อนฟุตบอลโลกหญิงเปิดฉากไม่กี่ชั่วโมง ดับ 3 รายรวมมือปืน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 กรกฎาคม) เกิดเหตุกราดยิงขึ้นในเมืองออกแลนด์ของนิวซีแลนด์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายรวมถึงตัวผู้ก่อเหตุเองด้วย และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 รายด้วยกัน โดยเหตุกราดยิงครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก (2023 FIFA Women’s World Cup) จะเปิดฉากขึ้นในเมืองแห่งนี้

 

นายกรัฐมนตรีคริส ฮิปกินส์ ของนิวซีแลนด์ ระบุว่า การแข่งขันฟุตบอลจะดำเนินต่อไปตามแผนที่วางไว้ โดยเหตุกราดยิงนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นการกระทำของบุคคลเพียงคนเดียว ตำรวจจึงไม่ได้ตามหาบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

 

“ไม่มีการระบุแรงจูงใจทั้งทางการเมืองและอุดมการณ์ใดๆ ในเหตุกราดยิงครั้งนี้ ดังนั้นจึงไม่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงของชาติ” ฮิปกินส์กล่าวเสริมขณะแถลงข่าว “ฉะนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือยกระดับภัยคุกคามของนิวซีแลนด์ แม้จะมีจำนวนตำรวจเพิ่มขึ้นในเมืองก็ตาม”

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวและนักฟุตบอลหลายพันคนต่างหลั่งไหลเข้ามายังออกแลนด์ เพื่อเข้าร่วมในการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง ครั้งที่ 9 ซึ่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพร่วมกัน

 

แอนดรูว์ คอสเตอร์ ผู้บัญชาการตำรวจ กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ 1 คน และประชาชนอีก 4 คน ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงดังกล่าว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุชื่อของมือปืนอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่าเป็นชายอายุ 24 ปีที่ทำงานในสถานที่ก่อสร้างที่เกิดการกราดยิง 

 

รายงานระบุว่า คนร้ายถือปืนลูกซองปั๊มแอ็กชันและยิงจากภายในอาคาร ซึ่งหลังจากขึ้นไปถึงชั้นบนแล้วเขาขังตัวเองอยู่ในปล่องลิฟต์และยิงปืนอีกหลายนัด ก่อนเจ้าหน้าที่จะพบว่าเขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยก่อนหน้านี้ชายผู้ก่อเหตุเพิ่งต้องโทษโดนกักบริเวณอยู่ที่บ้าน แต่ได้รับการยกเว้นให้สามารถออกมาทำงานในสถานที่ทำงานของตนเองได้

 

“บุคคลดังกล่าวมีประวัติด้านความรุนแรงในครอบครัว แต่ไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าเขามีความเสี่ยงในการก่ออาชญากรรมในระดับสูงนอกเหนือจากประวัติที่กล่าวไปข้างต้น” คอสเตอร์กล่าว

 

โดยขณะที่เกิดเหตุกราดยิง ทีมฟุตบอลจากนิวซีแลนด์, นอร์เวย์, อิตาลี, สหรัฐอเมริกา, เวียดนาม และโปรตุเกส อยู่ในเมืองออกแลนด์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า (FIFA) ระบุกับสำนักข่าว Reuters ว่า “ฟีฟ่าได้รับแจ้งแล้วว่าเกิดเหตุกราดยิงขึ้นในเมือง ซึ่งนั่นไม่เกี่ยวข้องกับการแข่งฟุตบอล และนัดเปิดสนามคืนนี้ที่จะจัดขึ้นที่เอเดนพาร์กจะดำเนินการต่อไปตามแผน

 

“ทีมที่แข่งขันในออกแลนด์ ซึ่งเป็นเมืองที่เกิดเหตุ จะได้รับการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น” ฟีฟ่ากล่าวเสริม

 

ภาพ: Buda Mendes / Getty Images 

อ้างอิง:

The post เกิดเหตุกราดยิงในออกแลนด์ ก่อนฟุตบอลโลกหญิงเปิดฉากไม่กี่ชั่วโมง ดับ 3 รายรวมมือปืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงพยาบาลอิตาลีเผย จำนวนผู้ป่วยจากอากาศร้อนพุ่งหนัก ขณะที่กรุงโรมระอุแตะ 41.8 องศาเซลเซียส https://thestandard.co/italy-number-of-sick-people-from-hot-weather-surges/ Wed, 19 Jul 2023 13:45:57 +0000 https://thestandard.co/?p=819515 อิตาลี อากาศร้อน

โรงพยาบาลในอิตาลีหลายแห่งเปิดเผยว่า ขณะนี้จำนวนผู้เข้าร […]

The post โรงพยาบาลอิตาลีเผย จำนวนผู้ป่วยจากอากาศร้อนพุ่งหนัก ขณะที่กรุงโรมระอุแตะ 41.8 องศาเซลเซียส appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิตาลี อากาศร้อน

โรงพยาบาลในอิตาลีหลายแห่งเปิดเผยว่า ขณะนี้จำนวนผู้เข้ารับการรักษาฉุกเฉินเพราะอากาศร้อนจัดกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังคลื่นความร้อนยังคงแผ่ปกคลุมประเทศ ขณะที่อุณหภูมิในกรุงโรมสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

 

โรงพยาบาลบางแห่งรายงานว่า จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินจากภัยความร้อนเพิ่มขึ้น 20-25% โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการขาดน้ำ หรืออาการป่วยอื่นๆ เนื่องจากเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนเกินขนาด

 

โดยวานนี้ (18 กรกฎาคม) อุณหภูมิในกรุงโรมพุ่งสูงถึง 41.8 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ 40.7 องศาเซลเซียสในเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ขณะที่เกาะซิซิลีมีอุณหภูมิสูงถึง 41 องศาเซลเซียส และเกาะซาร์ดิเนียมีอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส

 

โรงพยาบาลคาร์ดาเรลลีในเมืองเนเปิลส์ระบุว่า มีจำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินถึง 231 คนที่เข้ารับการรักษาภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่ามีผู้ป่วย 1 คนในทุกๆ 6 นาที และนี่เป็นจำนวนผู้ป่วยต่อวันสูงสุดที่โรงพยาบาลต้องเร่งรับมือ นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิดในปี 2020

 

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ บางส่วนมาจากบ้านพักส่วนตัว อย่างไรก็ตาม แพทย์กล่าวว่าผู้ป่วยนั้นมีทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย

 

Antonio D’Amore ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคาร์ดาเรลลี กล่าวว่า “เรากำลังประสบกับช่วงเวลาที่เปราะบางเป็นอย่างยิ่ง” โดยในจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (17 กรกฎาคม) 2% มีอาการรุนแรง และ 38% มีอาการปานกลาง

 

“ในช่วงเวลาแห่งวิกฤตนี้ ผมขอให้ประชาชนติดต่อห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น” D’Amore กล่าวเสริม “ตอนนี้เราต้องทุ่มเทพลังของเราให้กับผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างจริงจัง” 

 

กระทรวงสาธารณสุขอิตาลีได้กำหนดให้ 23 เมืองในประเทศ รวมถึงกรุงโรม, ฟลอเรนซ์, โบโลญญา, บารี, คาตาเนีย, กาลยารี, ปาแลร์โม และตูริน เป็นเมืองที่ต้องเฝ้าระวังภัยความร้อนระดับสีแดง (Red Alert) ซึ่งแปลว่าเมืองเหล่านี้มีความร้อนรุนแรงจนถือเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชนทุกๆ คน มิใช่เพียงแค่เด็กหรือผู้สูงอายุเท่านั้น

 

กระทรวงฯ แนะนำให้ประชาชนสวมใส่เสื้อผ้าลินินที่ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงการออกไปนอกบ้านในช่วงเวลาที่มีอุณหภูมิสูง รวมถึงลดการดื่มกาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม 

 

กระทรวงฯ ยังแนะนำให้หน่วยงานรัฐระดับภูมิภาคกำหนด ‘รหัสเตือนภัยความร้อน’ (Heat Codes) สำหรับหน่วยฉุกเฉิน เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการดูแลผู้ป่วย ทั้งคนที่รับการรักษาที่บ้าน และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเพิ่มบริการทางการแพทย์นอกเวลาทำการ

 

Gianfranco Giannasi ผู้อำนวยการฝ่ายฉุกเฉินของโรงพยาบาลรัฐในทัสคานี กล่าวว่า มีประชาชนที่เข้ารับการรักษาเพราะอากาศร้อนเพิ่มขึ้น 10% โดยวัดจากหน่วยฉุกเฉิน 9 แห่งในทัสคานี โดยโรงพยาบาลซานตา มาเรีย นูโอวา ในฟลอเรนซ์ มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมไปถึงนักท่องเที่ยวด้วย

 

“สถานการณ์ไม่ได้แย่นักเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว คงเป็นเพราะผู้คนตระหนักถึงความเสี่ยงที่มากขึ้น จึงนำไปสู่การรับมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น” Giannasi กล่าวกับ Firenze Post “แต่ปัญหาที่แท้จริงเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อมีความร้อนสูงติดต่อกันอีก 2-3 วัน ดังนั้น เรากำลังรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นในสัปดาห์นี้” เขากล่าวเสริม

 

นอกจากนี้ยังมีการรายงานเกี่ยวกับการเข้ารับการรักษาและการเรียกหน่วยฉุกเฉิน ที่เพิ่มขึ้นในโรงพยาบาลของภูมิภาคปูเกลียทางตอนใต้ของอิตาลี และภูมิภาคเวเนโตทางตอนเหนือ

The post โรงพยาบาลอิตาลีเผย จำนวนผู้ป่วยจากอากาศร้อนพุ่งหนัก ขณะที่กรุงโรมระอุแตะ 41.8 องศาเซลเซียส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชายชาวออสเตรเลียและสุนัขคู่ใจรอดชีวิต หลังเร่ร่อนกลางทะเลนาน 2 เดือน https://thestandard.co/sydney-sailor-and-dog-survive-for-months-in-pacific-ocean/ Tue, 18 Jul 2023 00:43:48 +0000 https://thestandard.co/?p=818413 ชาวออสเตรเลีย

นี่คือเรื่องจริงของชายชาวออสเตรเลียที่เรียกได้ว่าชีวิตข […]

The post ชายชาวออสเตรเลียและสุนัขคู่ใจรอดชีวิต หลังเร่ร่อนกลางทะเลนาน 2 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวออสเตรเลีย

นี่คือเรื่องจริงของชายชาวออสเตรเลียที่เรียกได้ว่าชีวิตของเขาเผชิญกับชะตากรรมอันไม่คาดฝันระดับน้องๆ บทภาพยนตร์ Cast Away เลยทีเดียว เมื่อเขาและสุนัขคู่ใจอีก 1 ตัวสามารถรอดชีวิตมาได้ หลังจากเร่ร่อนกลางมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างโดดเดี่ยวนาน 2 เดือน โดยกินเพียงปลาดิบๆ และน้ำฝนเพื่อประทังชีวิต

 

สำนักข่าว BBC เปิดเผยเรื่องราวอันน่าทึ่งของ ทิม แชดด็อก ชายชาวออสเตรเลียวัย 51 ปี และ เบลลา สุนัขของเขา ซึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาทั้งคู่ได้เริ่มออกเดินเรือจากเมืองลาปาซของเม็กซิโก เพื่อมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางคือเฟรนช์โปลินีเซีย ซึ่งมีระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตรด้วยกัน 

 

แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ก็เกิดพายุขึ้น และสภาพอากาศที่เลวร้ายก็ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบสื่อสารบนเรือถูกตัดขาดไป ส่งผลให้ชายผู้นี้ลอยเท้งเต้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกเหนืออันกว้างใหญ่ และมีสภาพอากาศที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

 

แต่ในที่สุดโชคก็เข้าข้าง เพราะสัปดาห์นี้มีเฮลิคอปเตอร์พบเห็นเรือของทั้งคู่ลอยลำอยู่ เจ้าหน้าที่จึงส่งเรือลากอวนไปช่วยเหลือทั้งแชดด็อกและเบลลา ขณะแพทย์บนเรือลากอวนได้ระบุกับสำนักข่าว 9News ของออสเตรเลียว่า แชดด็อกยังคงมีสัญญาณชีพปกติดี และมีสุขภาพดีตามปกติด้วย แม้ร่างกายอาจจะผอมลงเล็กน้อยและมีหนวดเครารุงรังก็ตาม

 

“ผมผ่านบททดสอบบนท้องทะเลมาอย่างยากลำบาก” แชดด็อกกล่าวกับสำนักข่าว 9News “ผมแค่ต้องการพักผ่อนและอาหารดีๆ เพราะผมอยู่ตัวคนเดียวกลางทะเลมานานมาก แต่ถึงกระนั้นสุขภาพของผมก็ยังคงแข็งแรงดี” 

 

แชดด็อกยังกล่าวเสริมด้วยว่า ที่เขารอดชีวิตมาได้เป็นเพราะอุปกรณ์ตกปลาของเขาที่ติดอยู่บนเรือ และท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผากลางมหาสมุทรที่ไร้ร่มเงา เขาพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวไหม้โดยหลบอยู่ใต้หลังคาเรือ

 

หลังจากได้รับการช่วยเหลือแล้ว เขายังสามารถยิ้มได้ และทีมแพทย์ได้ตรวจวัดความดันโลหิตของเขาตามปกติ โดยตอนนี้เขาสามารถรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ ได้

 

ขณะนี้เรือลากอวนที่ช่วยเหลือแชดด็อกกับสุนัขของเขากำลังเดินทางกลับเข้าชายฝั่งเม็กซิโก ซึ่งทิมจะเข้ารับการตรวจตามกระบวนการทางการแพทย์ และรับการรักษาเพิ่มเติมต่อไปหากจำเป็น

 

ภาพ: 9News

อ้างอิง:

The post ชายชาวออสเตรเลียและสุนัขคู่ใจรอดชีวิต หลังเร่ร่อนกลางทะเลนาน 2 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินเดียเจอฝนถล่ม กรุงนิวเดลีน้ำท่วมหนัก สั่งอพยพประชาชนแล้ว https://thestandard.co/delhi-flooding-evacuations-monsoon/ Fri, 14 Jul 2023 09:06:08 +0000 https://thestandard.co/?p=817270 อินเดีย

วานนี้ (13 กรกฎาคม) ทางการอินเดียได้ประกาศเตือนเหตุน้ำท […]

The post อินเดียเจอฝนถล่ม กรุงนิวเดลีน้ำท่วมหนัก สั่งอพยพประชาชนแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินเดีย

วานนี้ (13 กรกฎาคม) ทางการอินเดียได้ประกาศเตือนเหตุน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ หลังเผชิญกับฝนตกหนักรุนแรง ส่งผลให้ประชาชนชาวอินเดียหลายพันคนต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยของตน

 

Central Water Commission ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการจัดการน้ำของอินเดีย ระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยมุนา ซึ่งไหลผ่านเมืองหลวงอย่างกรุงนิวเดลี สูงแตะระดับอันตราย (ระดับน้ำเกิน 3 เมตร) แล้ววานนี้ ส่งผลให้ อาร์วินด์ เกจรีวาล มุขมนตรีนครหลวงเดลี ได้สั่งประกาศปิดโรงเรียนหลายแห่ง เพื่อใช้โรงเรียนเหล่านั้นเป็นสถานที่พำนักผู้ประสบภัยชั่วคราวแทน

 

ขณะที่สถานการณ์ของแรงงานต่างชาติเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยที่อยู่อาศัยของพวกเขาซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนานั้นจมอยู่ใต้บาดาล ทำให้แรงงานกลุ่มนี้ต้องอาศัยอยู่ริมถนนหรืออพยพออกจากพื้นที่ไป ขณะเดียวกันประชาชนคนอื่นๆ ก็ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยของตนเอง เนื่องจากโดนน้ำเข้าท่วมโอบล้อมเขตที่อยู่อาศัย ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ อาทิ ป้อมแดงในเดลี ก็จมอยู่ในน้ำท่วมขังเช่นเดียวกัน

 

ทางการอินเดียยังมีการประกาศอีกว่า ในฤดูมรสุมปีนี้มีผู้คนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 91 ราย และส่งผลกระทบกับประชาชนอีกนับล้านใน 6 รัฐภาคเหนือของอินเดียจากเหตุทั้งดินถล่มและน้ำท่วมเฉียบพลัน ขณะเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (12 กรกฎาคม) ทางกองทัพอินเดียได้ส่งบุคลากรมาช่วยเหลือผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณริมแม่น้ำสตลุช รัฐปัญจาบ ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

 

นอกจากนี้เหตุอุทกภัยยังทำให้ทางการต้องสั่งปิดโรงบำบัดน้ำ 3 แห่งเนื่องจากน้ำท่วม ทำให้อาจเกิดเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำประปาในเมืองหลวงอย่างกรุงนิวเดลีและเขตปริมณฑลได้

 

“กว่า 25% ของน้ำที่ใช้อุปโภคและบริโภคอาจขาดแคลนได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้” เกจรีวาลกล่าว “ผู้คนหลายคนจะเผชิญกับความยากลำบากและพวกเขาควรต้องเตรียมพร้อม จะเป็นการดีถ้าหากผู้คนไม่ออกมาจากที่อยู่อาศัยและทำงานส่วนใหญ่ในบ้านของตน” เขากล่าวเสริม

 

อินเดียเป็นประเทศที่ประสบกับภัยธรรมชาติร้ายแรงหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์คลื่นความร้อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ หรืออุทกภัยร้ายแรงในฤดูมรสุมช่วงต้นเดือนมิถุนายนไปถึงปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีฝนตกหนักขึ้นในทุกๆ ปี มีดินถล่ม รวมถึงอุทกภัยที่พรากชีวิตผู้คนไปหลายราย

 

ภาพ: Sunil Ghosh / Hindustan Times via Getty Images

อ้างอิง: 

The post อินเดียเจอฝนถล่ม กรุงนิวเดลีน้ำท่วมหนัก สั่งอพยพประชาชนแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้ยอดเขาเอเวอเรสต์ เสียชีวิตยกลำ https://thestandard.co/nepal-tourist-chopper-crash-near-mount-everest/ Wed, 12 Jul 2023 08:29:46 +0000 https://thestandard.co/?p=815945 เหตุเฮลิคอปเตอร์ตก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของเนปาลเปิดเผยวานนี้ (11 กรกฎาคม) ว […]

The post เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้ยอดเขาเอเวอเรสต์ เสียชีวิตยกลำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุเฮลิคอปเตอร์ตก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของเนปาลเปิดเผยวานนี้ (11 กรกฎาคม) ว่าเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติตกใกล้กับยอดเขาเอเวอเรสต์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน

 

เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ดำเนินการโดยสายการบิน Manang Air ซึ่งในขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างให้บริการนักท่องเที่ยวชาวเม็กซิกัน 5 คน ขณะที่นักบินอีก 1 คนเป็นชาวเนปาล โดยเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวกำลังเดินทางกลับไปยังกรุงกาฐมาณฑุ หลังจากเสร็จสิ้นทริปทัวร์ชมยอดเขาเอเวอเรสต์วานนี้ 

 

รายงานระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวขึ้นบินเมื่อเวลา 10.04 น. ตามเวลาท้องถิ่นจากเมืองเซร์เก (Surke) ในเขตโซลูกุคุมบู (Solukhumbu) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเอเวอเรสต์และยอดเขาสูงอื่นๆ แต่หลังจากขึ้นบินเพียงแค่ 10 นาทีก็ขาดการติดต่อไป และภายหลังเจ้าหน้าที่พบว่าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวได้ตกในเขตลามาจูรา (Lamajura) 

 

ซาการ์ คาเดล (Sagar Kadel) เจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานกล่าวว่า เนื่องด้วยข้อจำกัดทางสภาพอากาศ เฮลิคอปเตอร์จึงต้องเปลี่ยนเส้นทางการบิน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่อากาศยานจะล่าช้าและเปลี่ยนเส้นทางในช่วงฤดูมรสุมซึ่งมีฝนตกหนัก

 

ภาสันตา ภัตตาราย (Basanta Bhattarai) หัวหน้าศูนย์ราชการในพื้นที่ระบุว่า หน่วยกู้ภัยกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 6 รายได้หมดแล้ว

 

อนึ่ง ฤดูการท่องเที่ยวและปีนเขาในแถบนี้ได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ในช่วงปัจจุบันนี้มีเที่ยวบินท่องเที่ยวจำนวนน้อยลง เนื่องจากทัศนวิสัยการบินที่ย่ำแย่และสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้

 

เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกในครั้งนี้เกิดขึ้น 6 เดือนหลังจากเหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งใหญ่ทางตะวันตกของเนปาลในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ผู้โดยสารบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด 72 คน เป็นที่ทราบกันดีว่าท่าอากาศยานในเนปาลมีรันเวย์ที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เพราะขนาบข้างไปด้วยภูเขาสูงทั้งสองฝั่ง ซึ่งท้าทายแม้กับนักบินที่มีความสามารถ

 

การเดินทางทางอากาศในพื้นที่แถบเทือกเขานั้นยังคงมีความเสี่ยงสูง เพราะสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรวดเร็ว

 

นอกจากนี้ หน่วยงานภาคการบินของเนปาลยังประสบกับปัญหาความปลอดภัยต่ำ เนื่องจากการฝึกอบรมและการบำรุงรักษาอากาศยานที่ยังไม่ได้มาตรฐานเพียงพอ ขณะที่สหภาพยุโรปได้สั่งห้ามสายการบินเนปาลทั้งหมดขึ้นบินเหนือน่านฟ้าของตน เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย

 

ภาพ: Saroj Baizu / NurPhoto via Getty Images

อ้างอิง:

The post เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้ยอดเขาเอเวอเรสต์ เสียชีวิตยกลำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุโรปเจอฤดูร้อนที่ระอุสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 คร่าชีวิตผู้คนกว่า 61,000 ราย https://thestandard.co/europe-hottest-summer-2022/ Tue, 11 Jul 2023 11:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=815484

ผลการศึกษาล่าสุดเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า เมื่อปี 2022 […]

The post ยุโรปเจอฤดูร้อนที่ระอุสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 คร่าชีวิตผู้คนกว่า 61,000 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผลการศึกษาล่าสุดเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า เมื่อปี 2022 ยุโรปเผชิญกับฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ เป็นเหตุให้ประชาชนกว่า 61,000 คนเสียชีวิต โดยคณะนักวิจัยได้เรียกร้องให้มีการยกระดับมาตรการป้องกันเพื่อปกป้องผู้คนจากคลื่นความร้อนที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าเดิมในช่วงปีต่อๆ ไป

 

เมื่อปีที่ผ่านมาทวีปยุโรปเผชิญกับฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยประเทศต่างๆ ในภูมิภาคดังกล่าวได้รับผลกระทบจากความร้อนรุนแรง ขณะที่ภัยแล้งได้ทำให้พืชผลเสียหาย และเกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ด้วยกัน

 

ทีมนักวิจัยจาก Eurostat ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสถิติของสหภาพยุโรป ศึกษาข้อมูลของอุณหภูมิและอัตราการเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2015-2022 จาก 832 ภูมิภาคใน 35 ประเทศของยุโรป ครอบคลุมประชากรกว่า 543 ล้านคน ซึ่งผลออกมาระบุว่า ฤดูร้อนของปี 2022 มีค่าการตายส่วนเกิน (Excess Death) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

นอกจากนี้ นักวิจัยจากสถาบัน Barcelona Institute for Global Health หรือ ISGlobal ของสเปน และสถาบันด้านการวิจัยสุขภาพ Inserm ของฝรั่งเศส ได้สร้างแบบจำลองเพื่อประเมินอัตราการเสียชีวิตของประชากรยุโรปจากภัยความร้อนในแต่ละภูมิภาคในทุกๆ สัปดาห์ของฤดูร้อนปีที่แล้ว ซึ่งผลออกมาว่า มีผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนจำนวน 61,672 คนระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 4 กันยายน 2022 และคลื่นความร้อนยังรุนแรงเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 18-24 กรกฎาคม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในช่วงสัปดาห์ดังกล่าวสูงถึง 11,600 คน

 

ฮิชาม อาเชบัค (Hicham Achebak) นักวิจัยจาก Inserm กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า “นี่เป็นตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจ…ถึงแม้เราจะทราบดีถึงผลกระทบของคลื่นความร้อนกับอัตราการเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2003 แต่ตัวเลขนี้ก็ทำให้เราเห็นว่ามีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมายเพื่อช่วยเหลือประชาชน” 

 

เมื่อปีที่ผ่านมาฝรั่งเศสเผชิญกับอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยของฤดูร้อนในปีก่อนๆ โดยเพิ่มขึ้นถึง 2.43 องศาเซลเซียส ส่วนในสวิตเซอร์แลนด์ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามมาติดๆ ที่ 2.3 องศาเซลเซียส ต่อด้วยอิตาลีที่เพิ่มขึ้น 2.28 องศาเซลเซียส และฮังการีเพิ่มขึ้น 2.13 องศาเซลเซียส ตามลำดับ

 

ในปีที่แล้วอิตาลีมียอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนสูงสุดที่ 18,010 คน ตามมาด้วยสเปนที่ 11,324 คน และเยอรมนีที่ 8,173 คน ซึ่งการศึกษาระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี และประมาณ 63% ของผู้เสียชีวิตเนื่องจากคลื่นความร้อนเป็นผู้หญิง 

 

งานวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าทวีปยุโรปร้อนขึ้นเป็น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยในขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นเกือบ 1.2 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม แต่เมื่อปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยของยุโรปสูงขึ้นราว 2.3 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม 

 

งานวิจัยยังประเมินด้วยว่า ถ้าไม่มีการดำเนินการเพื่อปกป้องผู้คนจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในแต่ละปี ภายในปี 2030 ประชากรยุโรปจะเผชิญกับการเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนสูงถึง 68,000 คนต่อปี ยิ่งไปกว่านั้นอาจสูงถึง 94,000 คนในปี 2040 และ 120,000 คนในปี 2050 ตามลำดับ

 

“การคาดการณ์นี้ เราประเมินจากความเปราะบางในปัจจุบันและความเป็นไปได้ในอนาคต” อาเชบัคให้สัมภาษณ์ “หากเราใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพมากพอ สิ่งที่คาดการณ์ไว้อาจจะลดระดับความรุนแรงลง” 

 

อานา ราเคล นูเนส (Ana Raquel Nunes) ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและภูมิอากาศแห่งมหาวิทยาลัยวอร์วิกของอังกฤษ กล่าวว่า “การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการเพื่อปกป้องประชาชนที่เปราะบางจากผลกระทบของคลื่นความร้อน”

 

โคลอี บริมิคอมบ์ (Chloe Brimicombe) นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยกราซ ออสเตรีย กล่าวเสริมว่า การศึกษานี้ “แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ของการป้องกันคลื่นความร้อนจำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่ โดยคำนึงถึงอายุและเพศเป็นสำคัญ”

 

แฟ้มภาพ: I Wei Huang via Shutterstock

อ้างอิง:

The post ยุโรปเจอฤดูร้อนที่ระอุสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 คร่าชีวิตผู้คนกว่า 61,000 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>