ธมน ผดุงไทย, Author at THE STANDARD https://thestandard.co/author/thamon-p/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 09 Jan 2024 06:45:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อนาคตซีรีส์วาย 2567 ปีแห่งการฟาดฟันของคนทำคอนเทนต์ https://thestandard.co/the-future-of-y-series-2024/ Tue, 09 Jan 2024 06:44:46 +0000 https://thestandard.co/?p=885697

ในยุคที่ซีรีส์วายล้นตลาด สิ่งที่ยังคงสร้างความตื่นเต้นไ […]

The post อนาคตซีรีส์วาย 2567 ปีแห่งการฟาดฟันของคนทำคอนเทนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในยุคที่ซีรีส์วายล้นตลาด สิ่งที่ยังคงสร้างความตื่นเต้นได้เสมอมาและเสมอไปก็คือการประกาศไลน์อัพซีรีส์จากค่ายต่างๆ ที่มักจะมีพล็อตเรื่องและแนวทางใหม่ๆ มาให้ได้เห็นกันอยู่ตลอด โดยเฉพาะปี 2567 ที่บรรดาค่ายซีรีส์ต่างงัดไม้เด็ดของตัวเองมาสู้กันแบบหมัดต่อหมัด เรียกได้ว่าเป็นปีที่เราน่าจะได้เห็นซีรีส์จากหลายๆ ผู้จัดออกมาขับเคี่ยวกันในตลาดอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว

 

หลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นเทรนด์และการขยับขยายของวงการมากขึ้นเรื่อยๆ ซีรีส์วายไม่ได้แข่งกันขายแค่คู่นักแสดงอีกต่อไป แต่วงการนี้ยังแข่งกันงัดเอาพล็อตเรื่องสนุกๆ มาประชันกันเพื่อหวังจะสร้างความโดดเด่นในสนามนี้ให้ได้

 

ในขณะที่ค่ายซีรีส์กำลังเตรียมตัวออกหมัดฮุกกันอย่างขันแข็ง จากการสำรวจซีรีส์วายที่ออกอากาศและน่าจะจัดทำในปีนี้กว่า 80 เรื่อง มีแนวโน้มว่าเราน่าจะได้เห็นตัวละครนำเป็นทั้งนักเรียน, พนักงานออฟฟิศ, คนตาบอด, พญานาค, ครุฑ, นางเงือก, แวมไพร์, มนุษย์ต่างดาว, ลูกพระยา, หม่อมหลวง, หมอผี, หมอคน, ตำรวจ, โจร, มาเฟีย, ผี, นักล่าผี, นักกีฬา และผู้กำกับ ฯลฯ จนอาจกล่าวได้ว่านี่คืออีกหนึ่งปีที่ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับการทำความรู้จักความหลากหลายจากคาแรกเตอร์เหล่านี้อย่างแน่นอน

 

การฟาดฟันของตลาดซีรีส์วายในปีนี้น่าจะสนุกและเต็มไปด้วยหมัดมวยเด็ดๆ มากกว่าปีที่แล้วมา ดังนั้น THE STANDARD POP จึงขอมัดรวมท่าไม้ตายจากหลายๆ ค่ายมาสรุปเป็นการคาดการณ์ภาพรวมของซีรีส์วายในปีนี้ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ตื่นเต้นกันก่อนที่การแข่งขันแมตช์จริงจะเริ่มต้นขึ้น

 

 

เกรท-อิน, ต่อ-เจเจ และ เคน-ไบร์ท หมัดเด็ดเจ้าของเสียงฮือฮาทั่วสนามแข่ง

 

ถ้าเป็นสนามมวยจริงๆ ท่าไม้ตายหรือหมัดเด็ดน่าจะต้องมาช่วงท้ายๆ ของการแข่งขัน แต่ด้วยความที่สนามวายปีนี้ดุเดือดยิ่งกว่าปีไหนๆ ผู้เขียนจึงขอหยิบท่าไม้ตายของ 3 ค่ายยักษ์อย่าง GMMTV, one31 และ TV Thunder มาเล่าให้อ่านเป็นอย่างแรก

 

ในบรรดาซีรีส์ที่เปิดตัวมาในทุกๆ ปี ซีรีส์ที่ได้รับเสียงฮือฮามากที่สุดมักจะเป็นซีรีส์ที่ได้นักแสดงดีๆ มาประกบคู่กัน อย่างปีก่อนที่ นนกุล-ชานน สันตินธรกุล เข้ามารับบท พ่อจอม ใน หอมกลิ่นความรัก ร่วมกับ ไบร์ท-รพีพงศ์ ทับสุวรรณ ก็กลายเป็นกระแสพูดถึงอย่างล้นหลามมาแล้ว โดยปีนี้เอง 3 ค่ายใหญ่ที่เราพูดถึงไปข้างต้นก็มีโปรเจกต์ซีรีส์ที่ดึงนักแสดงชั้นนำของวงการมารับบทคู่กันในรูปแบบนี้ด้วย

 

เริ่มต้นกันที่ค่าย GMMTV ที่ปีนี้ได้เซ็นสัญญากับ เกรท-สพล อัศวมั่นคง และ อิน-สาริน รณเกียรติ ไปหมาดๆ ก็ถือโอกาสนำนักแสดงมากฝีมือทั้งสองคนนี้มาเล่นซีรีส์คู่กันใน วันดีวิทยา Wandee Goodday ตามเสียงเรียกร้องของแฟนๆ จนทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นไฮไลต์ที่น่าจะตามองเป็นอันดับต้นๆ ในงานประกาศไลน์อัพ GMMTV2024 UP&ABOVE PART1 เลยทีเดียว

 

 

ทางด้าน one31 เองก็มีโปรเจกต์ การุณยฆาต ที่ได้ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร มารับบทนำคู่กันครั้งแรกเช่นกัน โดยนิยายต้นฉบับของเรื่องนี้เป็นผลงานของนักเขียนชื่อดัง Sammon เจ้าของนิยาย Triage และ พฤติการณ์ที่ตาย ที่เคยถูกสร้างเป็นซีรีส์ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้โปรเจกต์นี้ได้รับการจับจ้องจากแฟนๆ ตั้งแต่นักเขียนประกาศขายลิขสิทธิ์ไป จนได้ไลน์อัพนักแสดงที่แน่นอนว่าเป็น ต่อ-เจเจ ก็ยิ่งทำให้กระแสของโปรเจกต์นี้กระพือมากขึ้นไปอีก โดยหลังจาก one31 ปล่อยตัวอย่างสั้นๆ ของโปรเจกต์นี้แทรกไปกับละครเรื่องอื่นในโปรเจกต์ oneD Original แฮชแท็ก #การุณยฆาต ก็ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 บน X ในทันทีแบบไม่ต้องสงสัย พร้อมความตื่นเต้นของแฟนๆ ซีรีส์วายที่เข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างล้นหลาม

 

 

อีกหนึ่งเรื่องที่มีนักแสดงหลักน่าจับตาไม่แพ้กัน ก็คือ The Fridge ย้อนเวลาเป็น ข้ามเวลาตาย ซีรีส์จากนิยายของภาคินัย นักเขียนนิยายสยองขวัญชื่อดังที่หันมาจับปากกาเขียนนิยายแฟนตาซีข้ามเวลา โดยผู้จัด TV Thunder ก็ได้หยิบเรื่องนี้มาสร้างสรรค์ พร้อมแคสติ้งนักแสดงอย่าง เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค และ ไบร์ท-รพีพงศ์ ทับสุวรรณ มารับบทคู่กัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการโคจรมาเจอกันที่น่าสนใจและน่าจับตามากๆ 

 

ในฐานะคนที่ติดตามวงการวายมาโดยตลอด การวนมาเจอกันของนักแสดงทั้ง 6 คนจาก 3 เรื่องนี้นับเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก ทั้งในเชิงของการแสดง คุณภาพ และกระแสไวรัล ฯลฯ และยังทำให้รู้สึกสะใจอย่างสุดเหวี่ยง เพราะเรากำลังจะได้เห็นการขับเคี่ยวกันในเชิงการแสดงที่น่าประทับใจอย่างแน่นอน

 

การต่อสู้ของซีรีส์แวมไพร์ในจักรวาลวาย

 

หนึ่งในท่าทีที่น่าสนใจของวงการซีรีส์วายในปีนี้คือการปะทะกันของซีรีส์แวมไพร์ที่มีถึง 4 เรื่องจาก 4 ค่าย คือ My Golden Blood เลือดนายลมหายใจฉัน จาก GMMTV, The Vampire Project จาก Studio Wabi Sabi, 1000 YEARS OLD อายุมั่นขวัญยืน จาก Feelgood Bangkok ร่วมกับ h8 studio และ OMG Vampire แวมไพร์ ไวน์แดง จาก Workpoint ร่วมกับ VERY GREAT COMPANY LIMITED ที่ต่างก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจ

 

อย่างซีรีส์เรื่อง My Golden Blood เลือดนายลมหายใจฉัน จากค่ายยักษ์ GMMTV ก็มีความน่าสนใจด้วยคู่นักแสดงอย่าง จอส-เวอาห์ แสงเงิน ที่เข้ามารับบทในซีรีส์วายเป็นครั้งแรก ร่วมกับ ฟลุ๊ค-กวิน แคสกี้ อีกหนึ่งนักแสดงดาวรุ่งของค่าย ในขณะที่เนื้อหาของเรื่องจะเน้นไปที่การล่ามนุษย์ผู้มี ‘เลือดสีทอง’ เพื่อช่วงชิงพลังในหมู่แวมไพร์

 

ทางด้านซีรีส์จากอีกหนึ่งค่ายดังอย่าง Studio Wabi Sabi ที่ตอนนี้ยังใช้ชื่อว่า The Vampire Project นั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะได้พระเอกของเรื่องอย่าง บุ๋น-นพณัฐ กันทะชัย มารับหน้าที่เจ้าของโปรเจกต์ร่วมด้วย โดยเรื่องนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเขียนบท ซึ่งเนื้อหาคร่าวๆ จะเกี่ยวกับคนขายของเก่าและพิพิธภัณฑ์ลึกลับที่เก็บซ่อนความลับของเหล่าแวมไพร์เอาไว้ 

 

 

Workpoint และ VERY GREAT COMPANY เองก็เข้ามาสู้ในสนามแวมไพร์ด้วยเช่นกัน โดยส่งซีรีส์เรื่อง OMG Vampire แวมไพร์ ไวน์แดง ที่ได้นักแสดงมากผลงาน แฟรงค์-ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล และ หล่ง ซื่อ ลี มารับบทนำ เล่าเรื่องราวของแวมไพร์ที่หลับไป 100 ปี ก่อนจะตื่นมาพบว่าโลกในปัจจุบันถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ส่วน 1000 YEARS OLD อายุมั่นขวัญยืน ซีรีส์ชื่อน่ารักจาก Feelgood Bangkok ร่วมกับ h8 studio นั้น แม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอะไรมากมาย แต่เรื่องนี้ก็ได้ผู้กำกับ แชมป์-วีรชิต ทองจิลา ที่เคยฝากฝีมือไว้ใน เพราะเราคู่กัน 2gether The Series ซีรีส์ในตำนานที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากทั่วโลก จึงนับว่า 1000 YEARS OLD อายุมั่นขวัญยืน เป็นซีรีส์ที่น่าจับตาอยู่ไม่น้อย

 

 

จริงๆ แล้วในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เนื้อหาเกี่ยวกับแวมไพร์มีการพูดถึงอยู่บ้างจากกลุ่มผู้จัด แม้จะเป็นการพูดแบบผ่านๆ ด้วยข้อจำกัด ทั้งขนาดของตลาด ทุนทรัพย์ และความยากของการเขียนบท แต่ในเวลาไม่ถึง 2 ปี เรากลับได้เห็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นของโปรเจกต์แวมไพร์เหล่านี้ ซึ่งนับว่าเป็นอีกก้าวที่น่าสนใจของวงการ และหากผู้จัดสามารถทำผลงานออกมาได้ดีทั้งในแง่ของโปรดักชันและเนื้อหา มวยยกนี้ก็น่าจะเป็นการต่อสู้ที่สูสีและน่าสนุกจนนั่งไม่ติด

 

เตรียมตัวปะทะตัวละครสายแฟนตาซีในปี 2567

 

นอกจากแวมไพร์แล้ว ปีนี้บรรดาผู้จัดยังมีคาแรกเตอร์สายแฟนตาซีตัวอื่นๆ มานำเสนอตลอดทั้งปี มัดรวมมาตั้งแต่บรรดาสัตว์ในตำนานไปจนถึงคนที่มีพลังวิเศษ ซึ่งถือเป็นการปะทะกันที่ดุเดือด และนับเป็นจุดเด่นหลักๆ ของคอนเทนต์วายในปีนี้เลยก็ว่าได้

 

เริ่มจากซีรีส์ที่ออกฉายมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (2566) ที่มีมาให้เห็นถึง 3 เรื่องจาก 3 ค่ายเลยก็คือ Pit Babe พิษเบ๊บ ซีรีส์แฟนตาซีอ้างอิง Omegaverse จากค่าย CHANGE2561 ของฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ที่เล่าเรื่องราวของโลกที่คนเกิดมาพร้อมลักษณะพิเศษและความสามารถพิเศษที่ไม่เหมือนกัน ล้อไปกับฉากหลังของวงการแข่งรถที่ดุเดือดทั้งบนสนามและโต๊ะเจรจา จนกลายเป็นกระแสมากๆ ในช่วงนี้เลยทีเดียว 

 

 

ต่อด้วยอีกหนึ่งซีรีส์จาก GMMTV อย่าง Cherry Magic 30 ยังซิง ซีรีส์ที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากมังงะของ โทโยตะ ยู สร้างสรรค์เป็นเวอร์ชันไทย โดยบอกเล่าเรื่องราวของ อชิ พนักงานออฟฟิศที่ยังโสดยังซิง จนวันเกิดอายุ 30 ปี อชิก็มีพลังวิเศษสามารถได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นขึ้นมาได้เสียอย่างนั้น นอกจากนี้ซีรีส์นี้ยังเป็นการวนมาร่วมงานกันอีกครั้งของคู่นักแสดง เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ ในรอบหลายปีอีกด้วย

 

ส่วนซีรีส์อีกหนึ่งเรื่องที่เข้าฉายมาตั้งแต่ปีก่อนอย่าง The Sign ลางสังหรณ์ จากค่าย Idol Factory เจ้าของผลงาน ทฤษฎีสีชมพู GAP The series ที่เคยปลุกปั้นคู่นักแสดง ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ และ เบคกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง จนดังเป็นพลุแตกไปแล้ว ก็หันมาลงทุนกับงานแฟนตาซีเต็มตัว โดย The Sign ลางสังหรณ์ เป็นเรื่องที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานครุฑยุดนาคผสมผสานกับพล็อตเรื่องสืบสวนสอบสวนที่ลุ้นระทึก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผลงานปล่อยของของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตในตำนานที่เราจะได้เห็นแน่ๆ ในปีนี้ก็คือเงือกจากซีรีส์ เพียงนาวา Lover Merman ของค่าย GO2 Infinity ที่ปล่อยไพล็อตออกมาให้ชมเป็นน้ำจิ้มแล้วเรียบร้อย 

 

 

ข้ามจากฟากฝั่งความเชื่อมาที่เชิง (เกือบๆ จะ) วิทยาศาสตร์เล็กน้อย กับเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวจากซีรีส์ Wuju Bakery (우주빵집) จากผู้จัดอย่าง Be On Cloud ที่ล่าสุด (22 ธันวาคม 2566) แอ็กเคานต์ X ของ STUDIO ON SATURN OFFICIAL ต้นสังกัด เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้โพสต์ความเคลื่อนไหวของซีรีส์เรื่องนี้ว่าน่าจะพร้อมให้แฟนๆ ได้ชมกันช่วงปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

 

ต่อด้วยอีกหนึ่งทฤษฎี (เกือบจะ) วิทยาศาสตร์ อย่างเรื่องราวของ Time Traveller เองก็กำลังจะมีให้เห็นถึง 5 เรื่อง คือ ภพเธอ และ 2 Worlds โลกสองใบ ใจดวงเดียว จาก Mandee Work, Time The Series ไทม์ ผ่าน เวลา จาก M Flow Entertainment, Reverse 4 You ดาวบริวาร จากกันตนา และ The Fridge ย้อนเวลาเป็น ข้ามเวลาตาย จาก TV Thunder ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะมีเงื่อนไขของเวลาและการย้อนเวลาที่แตกต่างกันออกไป สำหรับใครที่ชอบเนื้อหาแนวนี้รับรองว่าในปีนี้มีมาให้ดูแบบจุใจแน่นอน

 

 

ได้เวลาลงสนาม Girl’s Love เต็มตัว

 

นอกจากกระแส Boy’s Love (BL) ที่พุ่งสูงมาสักพักใหญ่ ปีนี้เรากำลังจะได้เห็นความคึกคักของซีรีส์ Girl’s Love (GL) กันมากขึ้น เนื่องจากกระแสและผู้ชมที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจาก ทฤษฎีสีชมพู GAP The series และ Show Me Love The Series แค่อยากบอกรัก ในปีที่แล้ว ทำให้ผู้จัดวายทั้งเก่าและใหม่หันมาสนใจและมองหาคอนเทนต์ฝั่ง GL มาเสิร์ฟผู้ชมมากมาย

 

โดยในปีนี้ทาง GMMTV ที่ทำแต่ซีรีส์ BL มาตลอดก็มีแพลนสร้างและออกอากาศซีรีส์ GL ถึง 2 เรื่องคือโปรเจกต์ 23.5 องศาที่โลกเอียง และ Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก ในขณะที่ Studio Wabi Sabi เองก็มีแพลนจะทำ GL เรื่องแรกของค่ายในชื่อ Sunshine in the Wind ยามทิวาพัดผ่าน ส่วนทาง Y.Entertainment ก็กำลังจะเริ่มทำ About Galaxy มูลค่าดาวล้านดวง อยู่เช่นกัน

 

 

ผู้จัดฟากฝั่งละครและทีวีเก่าเองก็เรียงแถวเข้าสู้ในสนาม GL ไม่แพ้กัน โดยช่อง 3 กำลังจะเริ่มถ่ายทำซีรีส์ The Secret of Us ใจซ่อนรัก ที่ได้สองนักแสดงสาวดาวรุ่ง หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง และ ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ มารับบทนำ ในขณะที่ ThaiPBS ก็ส่ง หม่อมเป็ดสวรรค์ ลงสนาม พร้อมเนื้อหาพีเรียดที่ได้แรงบันดาลใจจากหน้าเล็กๆ ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเล่นเพื่อนหรือการมีความรักระหว่างหญิงกับหญิงในราชสำนัก 

 

ฝั่งของกันตนา ปีนี้กำลังจะมีซีรีส์แนวแฟนตาซีย้อนเวลาในชื่อ Reverse 4 You ดาวบริวาร ที่ปล่อยไพล็อตออกมาแล้วเรียบร้อย ตามมาด้วย TV Thunder ที่มีโปรเจกต์ GL ในชื่อ หยดฝนกลิ่นสนิม ซีรีส์สืบสวนสอบสวนที่กำลังเร่งหาตัวนักแสดงกันอยู่ เช่นเดียวกับ Un-Trovert ปลดล็อคหัวใจยัยคนซึน ของผู้จัด น้ำฝน-กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์ ที่อยู่ในขั้นตอนการเตรียมตัวนักแสดงให้พร้อมสำหรับการถ่ายทำ

 

 

ด้านค่าย Idol Factory ค่ายที่เรียกได้ว่าเติบโตมาจาก GL ในปีนี้ก็กำลังเดินหน้าโปรเจกต์ ปิ่นภักดิ์ ซีรีส์พีเรียดของ ฟรีน-เบคกี้ อย่างขันแข็ง พร้อมทยอยปล่อยสปอยล์ออกมาให้แฟนคลับได้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆ

 

การมาถึงของกระแสและคอนเทนต์ GL เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่น่าสนใจและน่าจับตามากๆ ในปีนี้ ซึ่งหากกระแสยังไม่ตก เราน่าจะได้เห็นการสร้างสรรค์และความน่าสนใจใหม่ๆ จากฝั่ง GL อย่างต่อเนื่องแน่นอน

 

 

ไฮไลต์หมัดหนักอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของปีนี้ไม่ใช่แค่เนื้อหาเชิงแฟนตาซีเท่านั้น แต่ยังมีการมาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัวของซีรีส์วายแนว Horror-Thriller ที่กำลังฉายและมีแผนจะออกฉายในปีนี้หลายเรื่อง 

 

เริ่มต้นตั้งแต่ซีรีส์ที่เริ่มออกฉายไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วอย่าง ศพกระซิบ The Whisperer หนึ่งในซีรีส์สยองขวัญจากปลายปากกาของภาคินัย ที่ผู้จัด Fix Entertainment นำมาสร้างเป็นผลงานสุดหลอนข้ามปี ออกอากาศชนกับซีรีส์ Shadow เงา / ล่า / ตาย จาก Viu Original ที่เล่าเรื่องราวความลับในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง พร้อมบาทหลวงปริศนาในโรงเรียนที่พยามเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้

 

 

ส่วนเรื่องที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการสร้างสรรค์ ณ ตอนนี้ ได้แก่ บ้านหลอน ON SALE | Peaceful Property ซีรีส์ Horror ผสมคอเมดี้จาก GMMTV, เขมจิราต้องรอด Spirit Reborn ซีรีส์เกี่ยวกับไสยศาสตร์จาก Tumi Tuma และ ใครในกระจก ซีรีส์จากนิยาย Horror-Thriller ที่ถ่ายทำเสร็จไปตั้งแต่ปีก่อน

 

นอกจาก Horror-Thriller แล้ว ปีนี้เรายังจะได้เห็นซีรีส์ที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากต่างประเทศเช่นเดียวกับ Cherry Magic 30 ยังซิง อีกหลายเรื่อง เช่น My Love Mix-Up! เขียนรักด้วยยางลบ, Ossan’s Love, Kiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ และ Addicted Heroin รักร้ายนายเสพติด ส่วนสายพีเรียดที่กำลังรอคอยซีรีส์เรื่องใหม่ ปีหน้าก็น่าจะได้เริ่มเห็นเค้าลางของงานพีเรียดที่มากกว่าปีก่อน เช่น เดือนพราง THE HIDDEN MOON, ฟ้ากั้นแดน Wall of Dawn และ หม่อมเป็ดสวรรค์ ฯลฯ

 

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือการสรุปภาพรวมคร่าวๆ ของคอนเทนต์ซีรีส์วาย ที่ทำให้เราได้เห็นความกล้าในการลงทุนกับเนื้อหาใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งนับเป็นอีกก้าวที่พัฒนาขึ้นและออกจากกรอบเดิมๆ ในขณะเดียวกันเรายังมั่นใจได้มากขึ้นในระดับหนึ่งว่าปีนี้วงการวายไทยน่าจะมีผลงานดีๆ ออกมาให้เราได้เสพอย่างมากมายแน่นอน

 

อ้างอิง:

The post อนาคตซีรีส์วาย 2567 ปีแห่งการฟาดฟันของคนทำคอนเทนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมซีรีส์วายปี 2023 แม้กระแสไม่หวือหวา แต่เนื้อหาน่าสนใจ https://thestandard.co/overview-of-the-y-series-in-2023/ Mon, 25 Dec 2023 05:38:02 +0000 https://thestandard.co/?p=880595

หากเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา ความนิยมของซีรีส์วายในปี 256 […]

The post ภาพรวมซีรีส์วายปี 2023 แม้กระแสไม่หวือหวา แต่เนื้อหาน่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา ความนิยมของซีรีส์วายในปี 2566 ดูเหมือนจะย้อนกลับไปอยู่ในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) อีกครั้ง โดยเฉพาะฝั่ง Boy’s Love (BL) ที่เรียกได้ว่ากระแสนิ่งกว่าช่วงก่อนอยู่พอตัว ผู้ชมส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มแฟนคลับที่ติดตามมาก่อนแล้ว ในขณะที่กระแสของซีรีส์ฝั่ง Girl’s Love (GL) กลับพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังไม่ได้แพร่หลายมากนัก แต่ก็มีฐานแฟนคลับทั่วโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังคงแข็งแรงในวงการนี้คือการผลิตเนื้อหารูปแบบใหม่ๆ มามอบให้ผู้ชมอยู่ตลอด อย่างปีนี้เอง สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเลยก็คือเรื่องราวแนวแฟนตาซีที่ยกมาทั้งพลังวิเศษ, ทะลุเวลา, ภูต, ผี, เทวดา ไปจนถึงพญานาค นอกจากนี้ยังมีเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของคนทำงานและมนุษย์ออฟฟิศมาให้ดูมากขึ้นด้วย

 

ดังนั้นแล้ว ปีนี้จึงเป็นปีที่เราได้เห็นการเติบโตด้านไอเดีย ความสร้างสรรค์ และงานโปรดักชันที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด เรียกได้ว่าเป็นปีที่แม้กระแสจะไม่ได้หวือหวา แต่มีซีรีส์สนุกๆ และน่าสนใจให้ได้ดูตลอดทั้งปี

 

 

ในวันที่กระแส BL ค่อนข้างนิ่ง และ GL กลายเป็นคลื่นลูกใหม่

 

ลองนับกันแบบคร่าวๆ ประเทศไทยเริ่มทำซีรีส์ Boy’s Love มาเกือบจะครบ 10 ปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เรามักจะเห็นการเติบโตของวงการในแง่กระแสและจำนวนคอนเทนต์ที่เพิ่มมากขึ้นอยู่ตลอด โดยเฉพาะช่วงปี 2563-2665 ที่วายไทยเริ่มกระโดดไปอยู่ในหน้าไทม์ไลน์ของชาวต่างชาติ จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์โลกอยู่บ่อยครั้ง 

 

ตัดภาพมาในปี 2566 มีซีรีส์ BL เพียงเรื่องเดียวที่สามารถขึ้นไปสู่อันดับ 1 บนเทรนด์โลกได้คือซีรีส์ แฟนผมเป็นประธานนักเรียน My School President ผลงานของค่ายใหญ่อย่าง GMMTV ที่กวาดยอดผู้เข้าชมได้ 18 ประเทศ ครอบคลุมทั้งทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ ซึ่งนับว่าน้อยลงจากปีที่แล้ว (2565) ที่มีถึง 6 เรื่องคือ แค่เพื่อนครับเพื่อน BAD BUDDY SERIES, NOT ME เขา…ไม่ใช่ผม, นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ Cutie Pie Series, บรรยากาศรัก เดอะซีรีส์ Love in The Air, คุณชาย และ KinnPorsche The Series 

 

สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากจำนวนคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่าหนึ่งเท่าตัว จาก 30 เรื่องในปี 2564 กลายมาเป็นเกือบ 70 เรื่องในปีต่อๆ มา ทำให้การแข่งขันกันเองในตลาดสูงขึ้น และฝั่งผู้ชมเองมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น บวกกับช่องทางในการรับชมที่กระจัดกระจายไปตามสตรีมมิงต่างๆ มากมาย ทำให้แฟนๆ บางส่วนต้องเลือกที่จะไม่ดูซีรีส์บางเรื่อง เพื่อไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนให้กับสตรีมมิงอื่นๆ เพิ่มเติม จนทำให้ซีรีส์ดีๆ หลายเรื่องไม่ถูกค้นพบไปอย่างน่าเสียดาย

 

 

ดังนั้นความโดดเด่นด้านกระแสในปีนี้จึงกระโดดไปอยู่กับฝั่งซีรีส์ GL ที่แม้จะมีแค่ 3 เรื่อง (ไม่นับมินิซีรีส์) คือ ทฤษฎีสีชมพู GAP The series ที่เริ่มออกอากาศในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2565, Show Me Love The Series แค่อยากบอกรัก และ Love Senior The Series พี่ว้ากคะ…รักหนูได้มั้ย แต่ก็ต่างได้รับความสนใจจากแฟนๆ เป็นอย่างดี การันตีด้วยอันดับ 1 บนเทรนด์โลกของ ทฤษฎีสีชมพู GAP The series รวมกับรางวัลจากหลากหลายเวที 

 

อย่างไรก็ตาม เราคงไม่สามารถเทียบกระแสของทั้งสองฝั่งได้อย่างชัดเจน เนื่องจากจำนวนผลงานที่ต่างกันหลายเท่าตัว และจุดเริ่มต้นที่ไม่เท่ากัน ในขณะที่ BL สร้างฐานแฟนมาเกือบ 10 ปี เราเพิ่งได้เห็นการเดินทางของ GL ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น ดังนั้นขนาดของตลาดฝั่ง GL ในตอนนี้อาจจะเทียบเท่ากับยุคตั้งไข่ของวายเมื่อปี 2559 ก็เป็นได้ ซึ่งการเติบโตของซีรีส์ Girl’s Love ในวันนี้อาจจะเห็นผลที่ชัดเจนขึ้นในปีหน้า หรือในเร็วๆ นี้ก็เป็นได้

 

 

สายการบินซีรีส์วาย พร้อมจัดทัวร์ทั่วโลกตลอดปี

 

ถึงกระแสจะไม่ได้พุ่งแบบปีก่อนๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวายในปีนี้มีกระแสในต่างประเทศอยู่พอตัว บวกกับสถานการณ์โควิดที่แทบจะกลับมาเป็นปกติเกือบทุกประเทศ ทำให้เราได้เห็นนักแสดงซีรีส์วายบินไปจัดแฟนมีตติ้งในหลายเมืองรอบโลก ครอบคลุมทั้งทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ 

 

ในงานแถลงข่าว GMMTV2024 UP&ABOVE PART1 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ถา-สถาพร พานิชรักษาพงศ์ ได้พูดถึงความสำเร็จของ GMMTV ในปี 2566 ไว้ส่วนหนึ่งว่า “โชว์ที่เรานำออกไปสู่ต่างประเทศในปีนี้ เราจัดได้ถึง 157 โชว์ ใน 20 เมืองใหญ่ นอกจากในเอเชียแล้ว เรากำลังจะไปที่โรม อิตาลี และเซาเปาโลที่บราซิลด้วย” ซึ่งโชว์ทั้งหมดนี้หมายรวมถึงคอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง และมิวสิกเฟสติวัลจาก GMMTV ทั้งหมด

 

อย่างงาน My School President Fan Meeting จากซีรีส์ แฟนผมเป็นประธานนักเรียน My School President ก็เดินทางไปแสดงในต่างประเทศได้ถึง 9 เมือง รวมทั้งหมด 10 รอบการแสดงด้วยกัน ในขณะที่ฝั่งรุ่นพี่อย่าง ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร, กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์, เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ ก็มี BELUCA 1st Fan Meet ในหลายเมืองทั่วเอเชียเช่นกัน

 

 

นอกจากค่ายใหญ่อย่าง GMMTV แล้ว ปีนี้ช่อง one31 ก็มีโอกาสส่งนักแสดงไปเจอแฟนๆ ในแถบเอเชียด้วยเช่นกัน อย่างคู่นักแสดงจากละคร คุณชาย ก็ได้ส่ง ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ และ แจม-รชตะ หัมพานนท์ ไปจัดแฟนมีตติ้งที่ฮ่องกง มาเก๊า และญี่ปุ่น เช่นเดียวกับซีรีส์ เชือกป่าน Between Us, รักไม่รู้ภาษา Love in Translation ฯลฯ ก็มีโอกาสได้ไปทำการแสดงในหลากหลายเมืองเช่นกัน

 

นอกจากแถบเอเชียแล้ว ปีนี้เรายังได้เห็นนักแสดงหลายคนบินไปจัดแฟนมีตติ้งถึงทวีปยุโรปและลาตินอเมริกา อย่างคู่ ฟอส-จิรัชพงศ์ ศรีแสง และ บุ๊ค-กษิดิ์เดช ปลูกผล ก็เพิ่งมีแฟนมีตติ้งที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับนักแสดงคนอื่นๆ อย่าง มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ, แบงค์-มณฑป เหมตาล และ โนอึล-ณัฐรัชต์ ตังวาย 

 

ส่วน 3 นักแสดงจากค่าย Studio Wabi Sabi อย่าง บุ๋น-นพณัฐ กันทะชัย, เอิร์ธ-กัษมนณัฎฐ์ นามวิโรจน์ และ แซนต้า-พงศภัค อุดมโภชน์ ก็มีโอกาสเดินทางโชว์ในลาตินอเมริกาถึง 4 เมืองคือ รีโอเดอจาเนโร, เซาเปาโล, ฟอร์ตาเลซา ของบราซิล และซานติอาโกที่ชิลี ในขณะที่อีกสองนักแสดงจาก GMMTV อย่าง เฟิร์ส-คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล และ ข้าวตัง-ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล ก็เพิ่งกลับมาจากงานแฟนมีตติ้งของตัวเองที่บราซิลไม่นานนี้เช่นกัน

 

การส่งออกโชว์และแฟนมีตติ้งของซีรีส์วายในปีนี้จึงนับว่าเติบโตขึ้นอย่างมาก แม้ว่ากระแสทางโซเชียลจะสู้ปีก่อนๆ ไม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังสามารถเจาะตลาดในประเทศใหม่ๆ และสะสมไมล์เดินทางไปในเมืองที่ไกลขึ้นเรื่อยๆ ได้เสมอ

 

 

แม้กระแสไม่หวือหวา แต่เนื้อหายังคงน่าสนใจ

 

แม้ว่ากระแสของซีรีส์วายในปีนี้จะไม่ได้หวือหวาเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ในด้านของเนื้อหาแล้ว ผู้ผลิตซีรีส์วายยังคงเป็นกลุ่มคนที่น่าชื่นชมในด้านการคัดสรรและนำเสนอเนื้อหาใหม่ๆ เช่นเคย โดยเฉพาะในปีนี้ที่ซีรีส์วายมีความหลากหลายทางเนื้อหาเพิ่มขึ้นมาก จากเนื้อหาที่วนอยู่ในรั้วโรงเรียน รั้วมหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ ปีนี้เราได้เห็นซีรีส์ที่กระโดดมาอยู่ในออฟฟิศมากขึ้น ได้เห็นตัวละครในช่วงวัยที่โตขึ้น และยังได้เห็นเนื้อหาเชิงแฟนตาซีเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

จากการรวบรวมซีรีส์ Boy’s Love และ Girl’s Love ที่มีตอนฉายในปีนี้ทั้งหมดจำนวน 67 เรื่อง (โดยไม่นับมินิซีรีส์และภาพยนตร์) มีซีรีส์ BL จำนวน 64 เรื่อง และซีรีส์ GL จำนวน 3 เรื่อง หากรวมซีรีส์ที่มีตัวละครหลักทั้งหมดเป็นวัยเรียน หรือมีโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเป็นสถานที่หลักๆ จะได้ซีรีส์เนื้อหาคล้ายกันทั้งหมดราวๆ 20 เรื่อง หรือประมาณ 29% ของซีรีส์ทั้งหมด ซึ่งน้อยลงกว่าปีที่แล้วที่มีราวๆ 50% เลยทีเดียว

 

 

ดังนั้นปีนี้จึงเป็นปีที่ผู้จัดหันมาทำซีรีส์ที่มีตัวดำเนินเรื่องหลักเป็นวัยทำงานมากขึ้น หากนับคร่าวๆ ก็จะมีประมาณ 29 เรื่อง โดยมีพื้นหลังเป็นออฟฟิศทั้งหมด 6 เรื่อง และอาชีพอื่นๆ อีก 23 เรื่อง ครอบคลุมเนื้อหาทั้ง Coming of Age, แฟนตาซี, แอ็กชัน และโรแมนติก-คอเมดี้ เช่น Moonlight Chicken พระจันทร์มันไก่ ซีรีส์บอกเล่าชีวิตกลางคืนของชายขายข้าวมันไก่และผู้คนที่รายล้อมเขา, ค่อยๆ รัก Step By Step ที่ตีแผ่ชีวิต First Jobber ไว้ได้อย่างครบถ้วน, องศาสูญ Absolute Zero Series ซีรีส์แฟนตาซีย้อนเวลา ที่จะพาตัวละครไปเจอกับแฟนคนปัจจุบันในอดีต ฯลฯ

 

นอกจากนี้ ซีรีส์อีกประเภทที่มีมาให้เห็นบ้างก็คือซีรีส์แนวแฟนตาซีที่มีทั้งหมด 13 เรื่อง เช่น Midnight Museum พิพิธภัณฑ์รัตติกาล ที่บอกเล่าเรื่องพิพิธภัณฑ์ของอาถรรพ์ลึกลับ พร้อมอัดแน่นด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่าง กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ และ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร, บทกวีของปีแสง Be My Favorite ซีรีส์ย้อนเวลาอีกหนึ่งเรื่อง, The Sign ลางสังหรณ์ ซีรีส์แอ็กชันที่มาพร้อมพญานาค และอีกมากมาย นอกจากนี้เรายังได้เห็นซีรีส์แนว Horror-Thriller เพิ่มขึ้นมาถึงสองเรื่องคือ Shadow เงา / ล่า / ตาย ซีรีส์จากบทผู้ชนะในงาน Viu Pitching Forum 2021 และ The Whisperer ศพกระซิบ ซีรีส์จากนิยายสยองขวัญของ ภาคินัย ที่หลอนสุดพลังตั้งแต่ตัวอย่างแรก

 

 

ด้านซีรีส์แนวพีเรียดที่คาดว่าจะได้เห็นอย่างน้อย 3-4 เรื่องในปีนี้ สุดท้ายก็ออกอากาศไปเพียงเรื่องเดียวคือ หอมกลิ่นความรัก I Feel You Linger In The Air ที่นำแสดงโดย ไบร์ท-รพีพงศ์ ทับสุวรรณ และ นน-ชานน สันตินธรกุล ในขณะที่ซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวนก็มีให้เห็นน้อยลงเช่นเดียวกัน

 

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ถือว่าวงการซีรีส์วายผลิตเนื้อหาออกมาได้หลากหลายและน่าสนใจ ทั้งในเชิงของตัวละครที่มีมาให้เห็นตั้งแต่นักเรียน, คนทำงาน, ลุงขายข้าวมันไก่ ไปยันพญานาค แถมยังพูดถึงประเด็นเรื่องคนพิการ, ความเท่าเทียมทางเพศ, แรงกดดันในสถานที่ทำงาน, ค่านิยมของสังคม ฯลฯ ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าสนใจ เรียกได้ว่ามีไอเดียใหม่มาเสิร์ฟผู้ชมแบบไม่ซ้ำเลยทีเดียว

 

 

ฉาก NC ของต้องมี ต้องมีจริงหรือ?

 

แม้ว่าในปีนี้จะมีซีรีส์เนื้อหาสดใหม่มาให้ได้ชมอยู่ตลอด แต่ตัวผู้เขียนเองก็สังเกตได้ถึงความหวือหวาของฉากเซ็กซ์ซีน (NC) ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นในซีรีส์วายหลายๆ เรื่อง จนอาจจะพูดได้ว่าเลิฟซีนแบบที่ตัดเข้าโคมไฟ ผ้าม่าน ตุ๊กตาหมา แทบจะไม่มีให้เห็นแล้วในซีรีส์วายทุกวันนี้ จนนำมาซึ่งคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า 

 

‘ตกลงแล้วฉาก NC ที่ร้อนแรงอย่างทุกวันนี้ มีความจำเป็นจริงหรือไม่ในเชิงเนื้อหา?’

 

การมีอยู่ของฉากเหล่านี้ ฝั่งหนึ่งอาจจะมองได้ว่ามันยังสำคัญกับเนื้อเรื่องในแง่ความสัมพันธ์ของตัวละคร การบอกเล่าถึงบริบทบางอย่าง และยังช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมได้ นอกจากนี้ยังทำให้ความเข้าใจเรื่องเพศที่มักจะถูกพูดถึงอย่างเขินอาย สามารถสื่อสารถึงผู้ชมได้อย่างเปิดกว้างมากขึ้น

 

ซึ่งหากมองในมุมนี้ การใส่ฉาก NC เข้าไปก็ไม่น่าใช่เรื่องผิดอะไร หากมีการออกอากาศในช่องทางที่เหมาะสม แถมยังได้ผลตอบรับเป็นความนิยมของผู้ชมที่มากขึ้นด้วย สังเกตได้จากการพูดถึงในอินเทอร์เน็ต ที่หลายครั้งเราก็มักจะเห็นผู้ชมบางกลุ่มเลือกหยิบฉากเหล่านี้ไปพูดต่อในช่องทางอื่นๆ จนกลายเป็นกระแสแบบปากต่อปาก

 

ในทางตรงกันข้าม การมีอยู่ของฉาก NC อาจไม่ได้มีความจำเป็นมากไปกว่าเพื่ออรรถรสอย่างที่กล่าวไป เพราะในหลายครั้งการเปลี่ยนเอาฉากเหล่านี้ออกไปก็แทบไม่ได้ส่งผลใดๆ กับเนื้อหา และหลายครั้งผู้จัดเองก็เลี่ยงที่จะออกอากาศซีนเหล่านี้ โดยการทำซีรีส์เป็น 2 เวอร์ชันคือ แบบปกติและ Uncut มาให้ผู้ชมได้เลือกดู โดยรูปแบบหลังมักจะมีความยาวของเลิฟซีนหรือเซ็กซ์ซีนที่มากกว่าแบบปกติ ซึ่งอาจหมายความได้ว่า แม้ผู้จัดจะตัดซีนเหล่านี้ออกไปบ้าง ก็แทบจะไม่ทำให้เนื้อหาของเรื่องเปลี่ยนไปเท่าไรนัก

 

นอกจากนี้ การมีอยู่ของฉาก NC ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย เพราะในหลายครั้งฉากตอนเหล่านี้เพียงถูกจับยัดลงไปเพื่อสร้างกระแสให้กับซีรีส์ โดยที่ไม่ได้คำนึงว่ามันอาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเด็นเรื่องเพศในเชิงเดียวกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมิติทางเพศ, การป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์, การขอความยินยอม (Consent) ฯลฯ บวกกับระบบการคัดกรองผู้ชมที่ทำได้ยากมากๆ ในโลกอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ ทำให้ผู้ชมที่มีอายุน้อยกว่าเกณฑ์การรับชมสามารถเข้าถึงคอนเทนต์แบบนี้ได้โดยง่าย 

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาและหาคำตอบกันต่อไปว่า ตกลงแล้วฉากตอนเหล่านี้ยังมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน และผู้ผลิตเองจะหาจุดตรงกลางให้มันได้อย่างไร ในขณะที่ต้องดำเนินเนื้อเรื่องไปพร้อมกับเสิร์ฟความต้องการของคนดู

 

 

อย่างไรก็ตาม บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อสรุปภาพรวมของวงการซีรีส์วายทั้ง Boy’s Love และ Girl’s Love ในปี 2566 จากข้อมูลและมุมมองที่ผู้เขียนพอจะหาได้เท่านั้น แต่พัฒนาการของวงการในภาพรวมที่เห็นนี้จะเป็นไปในทางใดต่อไป คงต้องฝากผู้อ่าน แฟนๆ และผู้จัดทุกท่าน ให้ช่วยกันสนับสนุนและผลักดันวงการนี้ไปด้วยกัน อย่างน้อยในท้ายที่สุดเราอาจจะได้ยืดอกภูมิใจกับสถานะ Soft Power ที่หลายคนยกให้ได้อย่างเต็มที่

 

ภาพ: BedFriendSeries / X, TheLoyalPin / X, ShowmeLove_O / X, GMMTV, Dee Hup House, Viu

อ้างอิง:

The post ภาพรวมซีรีส์วายปี 2023 แม้กระแสไม่หวือหวา แต่เนื้อหาน่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวม 11 เรื่องสุด Limit Break ของชาว Idol Group ตลอดปี 2023 https://thestandard.co/limit-break-idol-group-2023/ Thu, 21 Dec 2023 09:10:39 +0000 https://thestandard.co/?p=879487

ไม่ใช่แค่เพลง LIMIT BREAK 24 ของเหล่าเด็กฝึกจากรายการ 7 […]

The post รวม 11 เรื่องสุด Limit Break ของชาว Idol Group ตลอดปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่ใช่แค่เพลง LIMIT BREAK 24 ของเหล่าเด็กฝึกจากรายการ 789SURVIVAL เท่านั้นที่ทลายกรอบความสามารถของเด็กไทยให้ผู้ชมทุกคนได้เห็น แต่ยังมีผลงานอื่นๆ และเรื่องราวมากมายตลอดปี 2023 ที่ทำให้บรรดา Idol Group ได้มีโอกาสทะลุขีดจำกัดของตัวเอง ทั้งในแง่ผลงาน สถานะ และกระแส 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

หลากหลายวงในปีนี้ถูกมองเห็นมากขึ้น บางคนได้ก้าวสู่สถานะใหม่ ในขณะที่หลายๆ คนได้ย้อนคืนกลับมาพบเจอและยืนข้างกันอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของ Idol Group ในบ้านเราที่มีเรื่องราวสนุกๆ และน่าประทับใจมามอบให้แฟนๆ อยู่เสมอ

 

THE STANDARD POP จึงถือโอกาสหยิบ 11 เรื่องราวที่น่าพูดถึงของบรรดาศิลปิน Idol Group ตลอดปี 2023 มารวมไว้ด้วยกัน เพื่อสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าความสามารถของพวกเขายังไปต่อได้อีกไกล เพียงแค่ต้องการแรงสนับสนุนของทุกคน 

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

อ้างอิง:

The post รวม 11 เรื่องสุด Limit Break ของชาว Idol Group ตลอดปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ได้เวลาแมส! รวมเหตุการณ์น่ามองนานๆ จากเหล่า Idol Group ตลอดปี 2023 https://thestandard.co/idol-group-2023/ Wed, 20 Dec 2023 05:57:18 +0000 https://thestandard.co/?p=878844 Idol Group

หลังกระแส T-Pop จุดติดมาพักใหญ่ Idol Group ก็กลายเป็นศิ […]

The post ได้เวลาแมส! รวมเหตุการณ์น่ามองนานๆ จากเหล่า Idol Group ตลอดปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Idol Group

หลังกระแส T-Pop จุดติดมาพักใหญ่ Idol Group ก็กลายเป็นศิลปินอีกกลุ่มที่ได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากผลงานที่ปล่อยออกมาเรื่อยๆ และจำนวนเพลงฮิตหลากหลายเพลง ทำให้ในปี 2023 นี้ พวกเขาได้มีโอกาสไปขึ้นคอนเสิร์ตและอีเวนต์ใหญ่ๆ มากมายเลยทีเดียว

 

ความนิยมและฐานแฟนที่เพิ่มสูงขึ้นของศิลปิน Idol Group ทำให้หลายๆ แบรนด์สินค้าและผู้จัดคอนเสิร์ตหันมามองศิลปินกลุ่มนี้เป็นตัวเลือกเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่ายเพลงต่างๆ ก็เริ่มมองเห็นโอกาสกล้าลงทุนกับพวกเขามากขึ้น ทั้งในแง่ของการลงทุนด้านงานเพลงและงานโปรดักชัน หรือการเดบิวต์วงใหม่ๆ เองก็ตาม 


แน่นอนว่าปีทองของ T-Pop แบบนี้ ศิลปินสาย Idol Group เองก็มีปรากฏการณ์ให้น่าพูดถึงมากมาย THE STANDARD POP จึงขอรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจของพวกเขาในปี 2023 นี้มาให้ทุกคนได้อ่านกัน

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

MXFRUIT ถูกพูดถึงในเกาหลี

เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ค่าย TADA Entertainment ได้เปิดตัวศิลปินกลุ่มเบอร์แรกของค่ายเป็นครั้งแรกในชื่อ MXFRUIT วงเกิร์ลกรุ๊ปคาแรกเตอร์ชัดภายใต้คอนเซปต์ผลไม้หลากรส ที่เดบิวต์พร้อมกับซิงเกิล strawberry ice cream เพลงภาษาอังกฤษล้วนที่นำเสนอความเป็นไทยภายใต้รสชาติที่หลากหลายของ 5 สมาชิก มิเคลล่า, สกาวเดือน, อปป้าเพชร, โรเชล และ ขนมจีน

 

หลักเพลง strawberry ice cream ถูกปล่อยออกมาได้ไม่นาน กระทู้ที่เกี่ยวกับเพลงนี้บนเว็บไซต์ Theqoo โซเชียลมีเดียของเกาหลีใต้ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนหลายคนต้องเข้าไปชมมิวสิกวิดีโอตัวเต็มบน YouTube ทำให้เพลงมียอดวิวเพิ่มขึ้นกว่า 50,000 ครั้งภายในวันเดียว

กระทู้ดังกล่าวมียอดเข้าชมถึง 1.3 แสนครั้ง และมีคอมเมนต์ที่เข้ามาชื่นชมไปในเชิงว่า เพลงนี้ทำออกมาได้ไพเราะมากๆ และศิลปินเองก็เก่งมากๆ เช่นกัน นอกจากนี้ในกระทู้เดียวกัน ยังมีการแนะนำเพลงไทยอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ส่วนคลิปวิดีโอบน YouTube เองก็ยังมีคอมเมนต์จากผู้ฟังเป็นภาษาเกาหลี ญี่ปุ่น และอีกหลายๆ ภาษาด้วย

 

 

ปีแห่งการคัฟเวอร์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลงในยุค 1990-2010 เริ่มกลับมามีบทบาทในบ้านเราอีกครั้ง พร้อมกับความสนใจในวง Idol Group ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นวงกว้าง ดังนั้นในปีนี้เราจึงได้เห็นโปรเจกต์คัฟเวอร์และรีเมกเพลงเก่าเอามาทำใหม่จากหลากหลายวง จนทำให้เพลงบางเพลงกลับมาฮิตอีกครั้งในรอบกว่า 10 ปีเลยก็ว่าได้

 

เปิดปีนี้มาด้วยการคัฟเวอร์จาก PROXIE ในเพลง ดาว ของ คริสติน มารี นีเวล ที่ถูกปล่อยมาในปี 2540 ที่มีการปรับดนตรีให้เข้ากับเสียงนุ่มๆ ของสมาชิกทั้ง 6 คน ต่อด้วยหนึ่งในเพลงรีเมกที่กลับมาฮิตมากๆ ในปีนี้ ก็คือเพลง มองนานๆ ของ Vitamin A ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2540 เช่นเดิม โดยเพลงนี้ถูกนำมารีเมกใหม่อีกครั้งด้วยฝีมือของวงทรีโอ้น้องใหม่อย่าง FLI:P วงเปิดตัวค่าย NO1R ที่มาพร้อมกับท่าเต้นจำง่าย จนกลายเป็นกระแสมากๆ ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แบบที่เรียกได้ว่าไปเล่นน้ำงานไหนก็ต้องได้ยินเพลงนี้ผ่านหูอย่างแน่นอน

 

ต่อมาด้วยโปรเจกต์คัฟเวอร์ใหญ่ๆ อีก 2 โปรเจกต์ในช่วงกลางปีและปลายปีนี้ คือโปรเจกต์ UPRISING EP.1 RS MUSIC X ที่รวมศิลปินจากค่ายเพลงรุ่นใหม่มาร่วมคัฟเวอร์เพลงในตำนานจาก RS Music ซึ่งหนึ่งในวง Idol Group ที่ร่วมคัฟเวอร์ในโปรเจกต์นี้ก็คือวง 4MIX ที่หยิบเอาเพลง นางแมว ของวงหิน เหล็ก ไฟ ในปี 2535 มีรีเมกใหม่ให้ทันสมัยและเข้ากับสไตล์ของพวกเขามากขึ้น 

 

 

ต่อด้วยโปรเจกต์ย่อยของทาง RS อย่าง The Test of Time ที่ชวนศิลปินจากค่ายไฟแรง XOXO Entertainment มาร่วมคัฟเวอร์เพลงฮิตจาก Kamikaze ซึ่งศิลปินกลุ่มอย่าง 4EVE, ATLAS, VENITA และ JusmineNika ก็จะถูกสลับสับเปลี่ยนยูนิตกันเพื่อขับร้องเพลงต่างๆ เช่น แฟนใหม่ – K-OTIC (2551) ที่ถูกนำมาร้องใหม่โดย ATLAS, ตกหลุมรัก – WAII (2550) คัฟเวอร์โดย VENITA, แค่ที่รัก my boo – 3.2.1 (2553) ร้องโดย แทด, เออร์วิน และอ๊ะอาย ฯลฯ

 

ในฟากฝั่งของ GMM Grammy เองก็ผุดโปรเจกต์คัฟเวอร์เพื่อเฉลิมฉลองรับปีที่ 40 ของค่ายในชื่อ ซนซน นานที 40 ปีหน ที่มีศิลปินในค่ายเข้าร่วมมากมาย รวมถึงหนุ่มๆ PERSES ที่หยิบเพลง Bounce ของ กอล์ฟ & ไมค์ ในปี 2548 มาร้องใหม่ด้วยลุคบาสเกตบอลสุดเท่ ส่วนฝั่งของ Idol Group สายลูกทุ่งอย่าง NEW COUNTRY ก็หยิบเอาเพลง โอ้ละหนอ…My Love ของ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ในปี 2548 มาร้อง พร้อมใส่ท่อนร้องลิเกไปเพิ่มสีสันใหม่ๆ ให้กับเพลงนี้ด้วย

 

ในขณะที่ฝังเกิร์ลกรุ๊ป ALALA เองก็อยู่ในโปรเจกต์นี้เช่นกัน แต่เพลงที่พวกเธอเลือกมานั้นคือเพลง โด เร มี เพลงฮิตของ หญิงลี ศรีจุมพล เมื่อปี 2558 ซึ่งสาวๆ ก็ร้องเพลงนี้ออกมาได้อินเตอร์ตามสไตล์ของวงมากๆ

 

 

TRINITY ขับลัมโบร์กินีขึ้นคอนเสิร์ต

ในฟากฝั่งของวงรุ่นพี่อย่าง TRINITY เองก็มีโอกาสได้จัดคอนเสิร์ตครบรอบ 4 ปีของตัวเองเช่นกัน โดยงานในครั้งนี้มีชื่อว่า 2023 TRINITY BREATH OF DESIRE CONCERT จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ไปเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา

 

ความอลังการของงานนี้ไม่ใช่สถานใหญ่ยักษ์อย่างอิมแพ็ค อารีน่าเท่านั้น แต่งานในครั้งนี้ยังเวอร์ด้วยผังงานที่ใช้พื้นที่ชั้น 1 ของฮอลล์เป็นเวทีทั้งหมด โดยแฟนๆ จะได้นั่งดูโชว์จากชั้น 2 ขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์ที่กลายเป็นไวรัลไปทั้งอินเทอร์เน็ต คือการขับรถลัมโบร์กินีขึ้นไปบนเวทีถึง 3 คัน ก่อนที่จะออกมาแสดงเพลง Champagne Poppin ต่อด้วยเพลง 2 Baddies ของ NCT 127 โดยมีรถสุดหรูเป็นฉากหลัง

 

นอกจากนี้ในงานยังเต็มไปด้วยโปรดักชันและโชว์คุณภาพรวมเกือบ 30 โชว์ ที่มัดรวมทั้งเพลงฮิตและเพลงเพราะมามากมาย เช่น LIFE AIN’T OVER, Haters got nothing, I Don’t Miss You, Hidden Track, IOU, Oh! Oh!, ผู้โชคดี (The Lucky One), THANK YOU ALL ฯลฯ 

 

 

คอนเสิร์ตจบการศึกษาของเฌอปราง และการรียูเนียน BNK48 รุ่นที่ 1

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมากมาย หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของวงการ T-Pop ในปีนี้ คือการเปลี่ยนสถานะของ เฌอปราง อารีย์กุล จากกัปตันวง BNK48 สู่การนั่งเก้าอี้ชิไฮนิน (ผู้จัดการวง) อย่างเต็มตัว ในคอนเสิร์ตจบการศึกษา Depart’Cher Cherprang BNK48’s Graduation Concert พร้อมกับเพื่อนๆ ร่วมวงทั้ง 4 รุ่นที่มาร่วมแสดงกับกัปตันเฌอเป็นครั้งสุดท้าย

 

ในวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา เฌอปรางได้ประกาศจบการศึกษา (ออกจากวง) ในช่วงท้ายของงาน BNK48 JANKEN Tournament 2023 และหลังจากนั้นราวๆ 4 เดือน คอนเสิร์ตจบการศึกษาของเธอก็ถูกจัดขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม 2566 พร้อมกับหลากหลายโชว์ที่จะพาแฟนๆ ไปสัมผัสกับช่วงเวลาแสนมีค่าตลอดการเป็นสมาชิก BNK48 ไม่ว่าจะเป็น Tomodachi ja nai ka? เวอร์ชันภาษาไทย, Beginner, 77 ดินแดนแสนวิเศษ ฯลฯ ก่อนจะส่งท้ายงานด้วยเพลง สัญญานะ ซิงเกิลจบการศึกษาของเธอ

 

นอกจากเพลงที่มีความหมายแล้ว กัปตันเฌอยังได้พาสมาชิก BNK48 ทั้ง 4 รุ่นมาร่วมแสดง พร้อมกับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของสมาชิกรุ่นที่ 1 ทั้ง 26 คน (จากทั้งหมด 29 คน) ที่มาขึ้นเวทีสร้างโมเมนต์สุดประทับใจให้แฟนๆ หายคิดถึงอีกครั้งในเพลง Jiwaru DAYS เพลงที่เต็มไปด้วยความทรงจำตลอด 6 ปีในฐานะสมาชิก BNK48 ของพวกเธอ ซึ่งการรวมตัวนี้ก็นับเป็นการรวมตัวครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปีของพวกเธอ นับจากคอนเสิร์ต BNK48 1st Generation Concert “Dan D’1ion” เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2565

 

งานในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการบอกลาเฌอปรางในฐานะสมาชิกวงแล้ว ยังเป็นเหมือนกล่องความทรงจำของวงการ T-Pop ที่จะบันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งวง BNK48 เคยมีกัปตันและสมาชิกที่เปี่ยมเสน่ห์มากแค่ไหน

 

 

กระแส ไม่ได้ก็ไม่เอา – PiXXiE ในประเทศจีน

กลายเป็นที่พูดถึงไม่หยุดปากกับเพลง ไม่ได้ก็ไม่เอา จากวง PiXXiE ที่เดินทางมาไกลจากแรงบันดาลใจสุดเศร้าของสาวๆ ที่รอคิวยำนานจนไม่อยากจะรอมันแล้ว สู่เพลงรักที่เป็นไวรัลใน Douyin หรือ TikTok ของประเทศจีน จนนักแสดงหญิงดาวรุ่งอย่าง จ้าวลู่ซือ หยิบไปร้องในเวอร์ชันภาษาจีน


โดยเพลง ไม่ได้ก็ไม่เอา (Whatever) เป็นเพลงในอัลบั้ม BLOOM ที่ฟีเจอริงกับ Zom Marie ที่ปล่อยออกมาเมื่อช่วงเดือนตุลาคมของปีที่แล้ว ซึ่งเวอร์ชันภาษาจีนใช้ชื่อว่า 有你在 โดยมีบริษัท StarNation เป็นผู้เริ่มต้นแปลและปรับแต่งเนื้อเพลงใหม่

 

 

นอกจากกระแสเพลงที่ดังไกลไปถึงประเทศจีนแล้ว ปีนี้สาวๆ PiXXiE ยังอยู่ในกระแสโซเชียลมีเดียไทยอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น มาเบล ที่ได้รับคำชมทั้งเรื่องเอเนอร์จี้ระหว่างการแสดง จนเกิดมาเป็นวลีอย่าง ‘มาเบลไม่กะพริบตา’ หรือพิมที่ถูกพูดถึงหลังแชร์เทคนิคล็อกผมหน้าม้าไม่กระดิก รวมไปถึง อิงโกะ ที่ได้รับคำชมจากท่อนร้องเพลงใน DEJAYOU อย่างล้นหลาม และทั้งสามคนยังได้รับคำชมจากโซเชียลเรื่องสกิลการแต่งหน้าที่สวยเหมือนมีช่างมาแต่งให้ 

 

789SURVIVAL FEVER

คงปฏิเสธไม่ได้หนึ่งสิ่งที่ทำให้กระแส T-Pop เบ่งบานมากๆ ในช่วงปลายปีนี้ คือการออกอากาศของรายการ 789SURVIVAL รายการค้นหาบอยกรุ๊ปที่เดบิวต์วง BUS (because of you i shine) จากค่าย SONRAY MUSIC และ TADA Entertainment ของโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ 

 

รายการนี้ออกอากาศเป็นครั้งแรกในวันที่ 26 พฤษภาคม 2566 พร้อมกระแสที่จุดติดในทันทีจากมิชชันแรกของเด็กฝึก โดยหยิบเอาเพลงดังของรุ่นพี่ Idol Group หลายๆ วงมาเป็นโจทย์ ต่อด้วยสัปดาห์ถัดๆ มาที่มีการหยิบเอาเพลง K-Pop มาใช้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ทำให้รายการ 789SURVIVAL ถูกพูดถึงในวงกว้างคือเพลงธีมรายการอย่าง LIMIT BREAK 24 เวอร์ชัน FIRST STAGE PERFORMANCE ที่ให้เด็กฝึกทั้ง 24 คนใส่ชุดนักเรียนและชุดนักศึกษามาโชว์บนสเตจ แทนที่จะเป็นยูนิฟอร์มจากทางรายการแบบที่รายการอื่นๆ ทำกัน

 

 

จากหลายๆ องค์ประกอบที่กล่าวมารวมกับเสน่ห์ของเด็กฝึกทุกคนทำให้แฮชแท็กของรายการขึ้นสู่เทรนด์ X (Twitter) แทบจะทุกอีพี จนถึงอีพีสุดท้ายแฮชแท็กของรายการทั้งหมด 2 แฮชแท็ก คือ #789SURVIVALTHEFINAL และ #789FINALSTAGE สามารถติดเทรนด์ประเทศไทยในอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ต่อกัน โดย #789SURVIVALTHEFINAL มียอดคนพูดถึงกว่า 1.4 ล้านโพสต์ นอกจากนี้แฮชแท็กหลักของคอนเสิร์ต 789 SPECIAL STAGE THE TIME CAPSULE เองก็มียอดคนพูดถึงกว่า 1.2 ล้านครั้งเลยทีเดียว 

 

รายการ 789SURVIVAL สิ้นสุดลงด้วยเด็กฝึกที่ได้เดบิวต์เป็นวง BUS (because of you i shine) มีทั้งหมด 12 คนคือ อลัน, มาร์ค, ขุนพล, ฮาร์ท, จินวุค, ไทย, เน็กซ์, ภูธัชชัย, คอปเปอร์, เอเอ, จั๋ง และ ภีมวสุ โดยมีงานเดบิวต์อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ สยามพารากอน

 

โดยเพลงเดบิวต์ของ BUS มีชื่อเดียวกับชื่อวงคือ Because of You, I Shine ที่ปล่อยออกมาพร้อม มิวสิกวิดีโอที่ไปถ่ายทำถึงหน้าวัดพระแก้วเลยทีเดียว ซึ่งความนิยมของ BUS ก็ทำให้เพลงเดบิวต์เพลงนี้มียอดวิวกว่า 1.9 ล้านครั้งในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ และกลายเป็นเพลงเด​บิวต์ของไอดอ​ล​กรุ๊ปวงแรกในปี 2566 ที่เจาะชาร์ต Spotify Daily ได้ และเป็นบอยกรุ๊ปเพียงวงเดียวที่อยู่ใน 25 อันดับแรกของชาร์ตดังกล่าวด้วย

 

 

9×9 Reunion  

ในรายการ 789SURVIVAL นอกจากการเดบิวต์เด็กฝึกทั้ง 12 คนแล้ว อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องพูดถึงคือการรวมตัวกันของวง 9×9 (ไนน์บายนาย) ในรอบเกือบ 5 ปี หลังจากคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย 9×9 THE FINAL CONCERT : EN[D] ROUTE สิ้นสุดลง

 

หากย้อนกลับไปในปี 2561 วง 9×9 เป็นบอยแบนด์ที่ได้รับความนิยมสูงมากๆ ตั้งแต่ผลงานเพลงเดบิวต์อย่าง NIGHT LIGHT ต่อกระแสมาถึงผลงานซีรีส์ยอดฮิตอย่าง เลือดข้นคนจาง และ Great Men Academy ที่ถูกพูดถึงถล่มทลายไม่แพ้กัน ซึ่งหนึ่งในเพลงชาติของวง 9×9 อย่าง ผู้โชคดี (The Lucky One) ก็มาจากซีรีส์ Great Men Academy ด้วยเช่นกัน

 

หลังจากแยกย้ายกันไปในเติบโตในเส้นทางของตัวเอง ในที่สุด 9×9 ก็ได้กลับมาขึ้นเวทีด้วยกันอีกครั้งในฐานะรุ่นพี่ของวงการ T-Pop ในรายการ 789SURVIVAL THE FINAL เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม โดยเพลงที่หยิบมาโชว์คือ NIGHT LIGHT เพลงเดบิวต์ที่ร่วมแสดงกับเด็กฝึก 12 คนสุดท้าย, ผู้โชคดี และ Eternity สามเพลงพิเศษที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความหมาย เป็นสเตจที่ทำให้แฟนๆ 9×9 ได้หายคิดถึงไปตามๆ กัน

 

 

4EVE เตรียมขึ้นอิมแพ็ค 

หนึ่งในเป้าหมายใหญ่ๆ ของศิลปินไทยคือการขึ้นแสดงในอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ฮอลล์จัดแสดงที่จุผู้ชมได้หลักหมื่นคน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้สาวๆ วง 4EVE เพิ่งประกาศว่า พวกเธอกำลังจะไปถึงเป้าหมายนั้นแล้ว เพราะจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ 4EVE Concert “NOW OR NEVER” Live at Impact Arena ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จะถึงนี้ 

 

การประกาศคอนเสิร์ตที่อิมแพคของ 4EVE นับว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นของทั้ง For Aye (แฟนคลับของ 4EVE) และแฟนๆ T-Pop เนื่องจากพวกเธอนับเป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกที่มีคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นของตัวเองในฮอลล์แห่งนี้ อีกทั้งบัตรเข้าชมการแสดงที่เปิดขายไปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566 นั้นก็ยังประกาศ Sold Out ใน 6 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นอีกปรากฏการณ์ของวงการที่น่าจับตามากๆ 

 

 

ปีแห่งการเดบิวต์

หลังกระแสของวง Idol Group ถูกจุดติดมาพักใหญ่ จนได้เห็นผลลัพธ์ความสำเร็จจากวง BNK48, 4EVE, PROXIE ฯลฯ มาบ้าง ปีนี้หลายๆ ค่ายเพลงก็เริ่มมองเห็นโอกาสเติบโต และกล้าที่จะลงทุนกับการปลุกปั้นศิลปินกลุ่มมากขึ้น จนนำมาสู่การเดบิวต์วง Idol Group หลากหลายสไตล์ในช่วงที่ผ่านมา 

 

โดยปี 2023 นี้เราได้เห็นค่ายใหญ่อย่าง 4NOLOGUE ต้นสังกัดของ TRINITY เดบิวต์ศิลปินถึง 2 วงคือ bXd (BORN NEVER DIE) วงเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกของค่ายที่มาในคอนเซปต์ราชินีดอกไม้ และวง DVI บอยกรุ๊ปที่ดึงเอาเด็กฝึกจากรายการ LAZ iCON ทั้งหมด 5 คน มารวมตัวกับอีกเด็กฝึกของค่ายอีก 1 คน ภายใต้คอนเซปต์นักล่าฝัน หรือ Dreamvolution

 

ขณะเดียวกัน iAM ต้นสังกัดของ BNK48 และ CGM48 ก็ลงสนาม T-Pop ด้วยการส่งสมาชิก 48Group เดบิวต์ภายใต้ค่าย Independent Records ถึง 2 วงคือ QRRA (คาร์ร่า) โปรเจกต์ปัดฝุ่นจาก VYRA ที่หลายๆ คนรอคอย และ eRAA (อีหล่า) โปรเจกต์เกิร์ลกรุ๊ปลูกอีสานที่พร้อมส่งต่อความสนุกสนานให้กับทุกคน 

 

 

ทางด้านตึกอโศก ปีนี้ค่ายอย่าง GNEST ก็เดินหน้าเดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่อย่าง VIIS (วิส) ต่อจากวง PERSES ที่กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนทาง White Music นั้นก็มีการเปิดตัวดูโอ้คู่ใหม่อย่าง FIRZTER อีกหนึ่งคู่หูจากรายการ LAZ iCON เพอร์ฟอร์แมนซ์ทั้งร้องและเต้นไม่เป็นสองรองใคร ในขณะที่ GMMTV ค่ายซีรีส์วัยรุ่นของตึกเองก็ยังต้องหันมาทำงานสายดนตรีภายใต้ RISER MUSIC บริษัทลูกที่จะทำหน้าที่ปลุกปั้นศิลปินเดี่ยวและกลุ่มโดยเฉพาะ ซึ่งปีนี้ทางค่ายก็ได้เดบิวต์ LYKN (ไลแคน) วงบอยกรุ๊ปหมาป่า จากรายการเซอร์ไววัล PROJECT ALPHA มาด้วยเช่นกัน

 

ไม่ใช่แค่ LYKN เท่านั้นที่เดบิวต์มาจากการเอาชนะในรายการเซอร์ไววัล แต่ยังมีวง MINDY จากรายการ Blow Your Mind, THE7 วงผสมไทย-เกาหลี จากรายการ SEVEN STARS และคู่ดูโอ้ THI-O &TUTOR จากรายการ The Two ที่ต่างได้รับการฝึกจากรายการเซอร์ไววัลเช่นเดียวกัน

 

อีกหนึ่งวงที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นก็คือวง BUS (because of you i shine) บอยกรุ๊ปเสน่ห์เหลือล้นจาก 789SURVIVAL รายการเซอร์ไววัลกระแสแรงแซงทางโค้งจาก TADA Entertainment ค่ายใหม่แกะกล่องของ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ที่ก็เพิ่งเดบิวต์ MXFRUIT เกิร์ลกรุ๊ปเบอร์แรกไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

 

นอกจาก TADA Entertainment แล้วยังมีค่ายใหม่ค่ายอื่นๆ ที่เข้ามาลงทุนในวงการเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น NO1R ค่ายต้นสังกัดของวง FLI:P ที่เป็นวง Co-ed Group สุดแสบของปี และ H.LAND Entertainment ที่ก็เปิดตัววงฮิปฮอปไอดอลอย่าง PLAN B ไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมาเช่นกัน

 

ด้านค่ายเล็กเองก็ยังมีวงเดบิวต์ใหม่ให้จับตาอยู่เรื่อยๆ อาทิ 54 Entertainment ต้นสังกัดของเกิร์ลกรุ๊ป Pretzelle ที่เดบิวต์บอยกรุ๊ปวงแรกอย่าง PRIMETIME และ SEARCH ENTERTAINMENT X MUZIK MOVE ก็เปิดตัววง ZOLAR ไปได้ไม่นาน ทางด้านเกิร์ลกรุ๊ปเองก็มีค่าย Star Hunter Entertainment ที่เดบิวต์วง COSMOS ค่าย OGME ENTERTAINMENT เดบิวต์วง EYRA และค่าย Plengthaii Records ที่เพิ่งเปิดตัววง PANiT G ไปหมาดๆ 

 

ทำให้ในปีนี้มีวง Idol Group เดบิวต์ใหม่ถึง 17 วง รวมกับวงดูโอ้อีก 2 วง เป็น 19 วงเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้คือเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่บรรดาค่ายเพลงตั้งใจปลูกลงดิน และจะเป็นศิลปินคุณภาพที่ช่วยกันขับเคลื่อนวงการ T-Pop ต่อไปในอนาคตด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร, นวลตา วงศ์เจริญ, @lykn_official/Instagram, @4eveOfficial/X, NO1R, Zhao Lusi Studio Weibo, 4NOLOGUE, JMJ Label, TADA Entertainment, Independent Records

อ้างอิง:

The post ได้เวลาแมส! รวมเหตุการณ์น่ามองนานๆ จากเหล่า Idol Group ตลอดปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นนกุล-แอฟ เริ่มเคมีหวานให้เขินจนตัวบิด ใน 2 อีพีแรกของ หารักด้วยใจเธอ Find Yourself https://thestandard.co/find-yourself/ Wed, 20 Dec 2023 04:43:03 +0000 https://thestandard.co/?p=878810 นนกุล-แอฟ

หารักด้วยใจเธอ Find Yourself เป็นโปรเจกต์ซีรีส์สุดน่ารั […]

The post นนกุล-แอฟ เริ่มเคมีหวานให้เขินจนตัวบิด ใน 2 อีพีแรกของ หารักด้วยใจเธอ Find Yourself appeared first on THE STANDARD.

]]>
นนกุล-แอฟ

หารักด้วยใจเธอ Find Yourself เป็นโปรเจกต์ซีรีส์สุดน่ารักจากความร่วมมือของ GMMTV และ Insight Entertainment บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านวงการบันเทิงไทย-จีน ที่จับมือกันหยิบซีรีส์ดัง Find Yourself (下一站是幸福) มารีเมกเป็นเวอร์ชันไทย พร้อมเคมีหวานเยิ้มจาก แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ และ นน-ชานน สันตินธรกุล หรือ นนกุล ที่โคจรมาพบกันเป็นครั้งแรก

 

ซีรีส์ Find Yourself (下一站是幸福) เป็นซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้สัญชาติจีน บอกเล่าเรื่องราวรักต่างวัยในบริษัทอินทีเรียร์ดีไซน์แห่งหนึ่ง นำแสดงโดย Victoria Song ในบท เฮ่อฝ่านซิง ผู้บริหารสาววัยกลางคน และ Song Weilong ในบท หยวนซ่ง เด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ความน่ารักของเนื้อเรื่องผสมกับเคมีที่ลงตัวของทั้งคู่ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศ ด้วยยอดเข้าถึงแฮชแท็ก #FindYourself มากกว่า 16,000 ล้านครั้ง และยังเป็นอันดับ 1 ของซีรีส์ที่มียอดวิวสูงที่สุดของแพลตฟอร์มในขณะนั้นอีกด้วย 

 

ในขณะที่เวอร์ชันไทย ทางสองผู้จัด GMMTV และ Insight Entertainment ก็ได้ แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ มารับบท เฮ่อฝ่านซิง หรือในเวอร์ชันนี้ใช้ชื่อว่า หยิน กรรมการผู้จัดการสาวคนเก่งของบริษัทอินทีเรียร์ดีไซน์ชื่อดัง ที่จนอายุ 38 ปีแล้วก็ยังหาคนที่ถูกใจไม่ได้ เพราะติดอยู่กับความรักเก่าสมัยมหาวิทยาลัย ประกบคู่กับนักแสดงมากฝีมือ นน-ชานน สันตินธรกุล หรือ นนกุล ที่มารับหน้าที่เป็น หยวนซ่ง หรือ เชน ในเวอร์ชันไทย เด็กฝึกงานพราวเสน่ห์ ความสามารถแน่น ที่พร้อมจะเดินงานและเดินหน้าจีบพี่สาวคนนี้แบบไม่มีใครมารั้งได้

 

 

นอกจากนี้ หารักด้วยใจเธอ Find Yourself ยังได้ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา มาร่วมโปรยเสน่ห์ในบทบาทหนุ่มสถาปนิกวัยกลางคนแสนอบอุ่น ที่พร้อมจะขโมยหัวใจทั้งนางเอกและคนดูไปพร้อมๆ กัน เสริมทัพด้วยนักแสดงอย่าง เอิร์ท-พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ, เอ็มม่า-ปาณิสรา หยาง, ป๊อด-ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง, นีร สุวรรณมาศ ฯลฯ 

 

เรียกได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าติดตามมากๆ ของ นนกุล-แอฟ ที่มีเคมีให้เห็นกันตั้งแต่ก่อนซีรีส์จะออกอากาศ ซึ่งนนกุลก็ได้พูดถึงการทำงานและความสนิทสนมของเขากับแอฟไว้ในรายการ Chairs to Share EP.24 โดยสามารถติดตามชมรายการเต็มได้ในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ เวลา 19.00 น. ทาง YouTube: THE STANDARD POP

 

ส่วนใครที่อยากจะเขินจนตัวบิดไปกับเคมีของ นนกุล-แอฟ ในซีรีส์ หารักด้วยใจเธอ Find Yourself ก็สามารถติดตามชมซีรีส์ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และเวลา 22.30 น. ทาง Viu ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้จะออกอากาศพร้อมกับแพลตฟอร์มในประเทศจีน รับชมบนแพลตฟอร์มจีนได้ที่ Tencent Video และ YOUKU

 

ชมตัวอย่าง หารักด้วยใจเธอ Find Yourself ได้ทาง

 

The post นนกุล-แอฟ เริ่มเคมีหวานให้เขินจนตัวบิด ใน 2 อีพีแรกของ หารักด้วยใจเธอ Find Yourself appeared first on THE STANDARD.

]]>
Power of BamBam มัดรวม 10 เรื่องน่าพูดถึงของแบมแบมในปี 2023 https://thestandard.co/power-of-bambam/ Tue, 19 Dec 2023 05:36:46 +0000 https://thestandard.co/?p=878367 Power of BamBam

ปี 2023 เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งการเติบโตของ แบมแบม-กันต์พ […]

The post Power of BamBam มัดรวม 10 เรื่องน่าพูดถึงของแบมแบมในปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Power of BamBam

ปี 2023 เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งการเติบโตของ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะมีผลงานใหญ่อย่างอัลบั้มเต็มชุดแรก Sour & Sweet และงาน 2023-2024 BamBam THE 1ST WORLD TOUR [AREA 52] in BANGKOK ออกมาให้แฟนๆ ติดตามกันตลอดปีแล้ว แบมแบมยังเป็นคนที่ไม่เคยหายไปจากหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย ด้วยทุกครั้งที่แบมแบมขยับตัวก็มักจะมีเรื่องให้คนบนโลกออนไลน์พูดถึงและชื่นชมอยู่เสมอ

 

THE STANDARD POP จึงถือโอกาสรวบรวม 10 เรื่องน่าพูดถึงของแบมแบมในปีนี้มาฝากแฟนๆ ทุกคนให้ได้ย้อนความทรงจำ ไล่เรียงตั้งแต่แฮชแท็กสุดไวรัลอย่าง #ที่อยู่ร้าน ผลงานโซโล่ และรายการ Bam House 뱀집 ที่ต่างก็ได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลามทั้งจากแฟนคลับและคนที่ผ่านไปผ่านมา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อยืนยันให้ทุกคนเห็นว่า ในปีนี้แบมแบมเติบโตและแข็งแรงมากขึ้นแค่ไหน

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

Power of BamBam

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post Power of BamBam มัดรวม 10 เรื่องน่าพูดถึงของแบมแบมในปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Power of BamBam รวม 10 เรื่องเขย่าโลกโซเชียลของแบมแบมในปี 2023 https://thestandard.co/power-of-bambam-2023/ Mon, 18 Dec 2023 08:30:12 +0000 https://thestandard.co/?p=878025

แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งศิลปิ […]

The post Power of BamBam รวม 10 เรื่องเขย่าโลกโซเชียลของแบมแบมในปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกๆ ปี จากหนึ่งในสมาชิกของวง GOT7 สู่ศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในปี 2023 ที่ตัวเขามีผลงานใหญ่อย่าง Sour & Sweet อัลบั้มเต็มชุดแรก และงาน 2023-2024 BamBam THE 1ST WORLD TOUR [AREA 52] in BANGKOK คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ครั้งแรก มาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้แบมแบมยังคงเป็นศิลปินที่ถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลอยู่เสมอแทบจะทุกการขยับตัว จนอาจเรียกได้ว่านี่คือ Power of BamBam เลยก็ว่าได้ ดังนั้น THE STANDARD POP จึงขอใช้โอกาสช่วงสิ้นปีรวบรวม 10 การขยับตัวของแบมแบมที่น่าพูดถึงในปีนี้มาฝากผู้อ่านทุกท่าน เพื่อยืนยันว่า ‘น้องแบม’ ของใครหลายๆ คนเติบโตมาเป็นอย่างดีมากจริงๆ

 

ภาพ: BamBam1A / X (Twitter)

 

ขยับตัวครั้งที่ 1: แฮชแท็ก #ที่อยู่ร้าน

 

นอกจากการร้อง การเต้น และการเป็นไอดอล อาหารไทยก็คงจะเป็นอีกอย่างที่แบมแบมขาดไม่ได้ (จนถึงขั้นตำส้มตำในรายการที่เกาหลีก็ทำมาแล้ว) ดังนั้นทุกครั้งที่แบมแบมได้มีโอกาสเหยียบประเทศไทย แฟนๆ ก็จะได้เห็นศิลปินหนุ่มโพสต์รูปอาหารจานโปรด หรือไปปรากฏตัวอยู่ตามร้านอร่อยมุมโน้นมุมนี้ของกรุงเทพฯ อยู่เสมอ

 

จนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แบมแบมก็ได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) ขอให้แฟนๆ ช่วยแนะนำร้านอาหารริมถนนน่าลองผ่านแฮชแท็ก #ที่อยู่ร้าน ซึ่งเหล่าแฟนคลับก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการโพสต์แนะนำร้านโปรดของตัวเอง ในขณะที่ชาวเน็ตก็เข้ามาส่องร้านน่าลองเก็บไว้ไปตามรอยกัน จนทำให้แฮชแท็กนี้ขึ้นสู่เทรนด์อันดับ 1 ประเทศไทยอย่างรวดเร็ว

 

จากร้านอาหารนับร้อยที่ถูกแนะนำ ร้านที่แบมแบมปักหมุดไปชิมก็คือร้าน ‘รสมือแม่’ ร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ในซอยจุฬา 15 ที่โดดเด่นด้วยรสชาติและหมูกรอบหน้าตาน่ากิน ซึ่งแบมแบมก็ได้ถ่ายรูปโพสต์ลง X (Twitter) ส่งการบ้านให้แฟนๆ ได้ชมกันด้วย

 

เรียกได้ว่าจากแค่โพสต์ตามหาร้านอร่อย ก็ได้กลายเป็นแฮชแท็กรีวิวร้านอาหารขนาดใหญ่ที่มีคนเข้ามาพูดถึงกว่า 20,000 ครั้ง พร้อมด้วยร้านอาหารน่าลองในทุกมุมเมือง จนหลายคนยกให้แบมแบมและแฮชแท็กนี้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นเลยก็ว่าได้

 

 

ขยับตัวครั้งที่ 2: Sour & Sweet 1st Full Album

 

หลังจากสปอยล์ผลงานต่อไปอยู่พักใหญ่ ช่วงเดือนมีนาคมแบมแบมก็ได้ฤกษ์ปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยใช้ชื่อว่า Sour & Sweet 1st Full Album ผลงานชิ้นใหญ่ที่ประกอบด้วย 8 เพลงเพราะคอนเซปต์หลากหลาย พร้อมงานโปรดักชันคุณภาพเยี่ยมที่ยังคงเป็นจุดเด่นของแบมแบมเสมอมา

 

คำว่า Sour & Sweet นอกจากจะเป็นชื่อของอัลบั้มแล้ว ยังถูกใช้เป็นชื่อเพลงไตเติลจังหวะสนุกสนาน บอกเล่าสองด้านที่แตกต่างกันในตัวมนุษย์ ทั้งด้านที่มีรสเปรี้ยวบาดคอ หรืออาจเปรียบได้กับ Evil Side และด้านหวานละมุน หรือ Angel Side ซึ่งทั้งสองด้านนี้อาจไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน ภายใต้ภาพลักษณ์ที่อ่อนหวานอาจมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่น่าไว้วางใจซ่อนอยู่

 

เช่นเดียวกับการคัมแบ็กในครั้งก่อนๆ ผลงานของแบมแบมยังเต็มไปด้วยงานอาร์ตและโปรดักชันคุณภาพ โดยครั้งนี้แบมแบมรับหน้าที่เป็นตำรวจที่กำลังสืบหาความจริงในคดีบางอย่าง ก่อนจะพบว่าคนร้ายที่กำลังตามหานั้นก็คือตัวเขาในอีกบุคลิกหนึ่งนั่นเอง

 

หลังจากปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมา แฮชแท็ก #SourandSweet บน X (Twitter) ก็ติดเทรนด์อันดับ 1 ประเทศไทยแทบจะทันที โดยมีแฟนๆ เข้ามาพูดคุยและวิเคราะห์เนื้อหาของมิวสิกวิดีโอนี้กันอย่างสนุกสนาน

 

ภาพ: Kimkipxi1990 / X (Twitter)

 

ขยับตัวครั้งที่ 3: ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

 

ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า การเลือกตั้งปีนี้มีผู้มาใช้สิทธิถึง 75.22% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งนับเป็นยอดผู้มาใช้สิทธิที่สูงที่สุดตั้งแต่ กกต. จัดการเลือกตั้งมา 7 ครั้ง โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็มีศิลปินและคนดังมาร่วมใช้สิทธิใช้เสียงมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือแบมแบมที่บินกลับมาเลือกตั้งเช่นเดียวกัน 

 

โดยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้ใช้แอ็กเคานต์ X (Twitter) @Kimkipxi1990 ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอของแบมแบมหลังเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งในเขตสายไหม พร้อมครอบครัว หลังจากนั้นแอ็กเคานต์ @_0502b ก็ได้โพสต์คลิประหว่างวิดีโอคอลกับแบมแบม ซึ่งตัวแบมแบมก็ได้บอกกับแฟนคลับท่านนี้ว่าตนจะไปเลือกตั้งอย่างแน่นอน พร้อมศึกษานโยบายของแต่ละพรรคไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

แม้ว่าการไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะเป็นหน้าที่และเรื่องทั่วไปที่พลเมืองพึงกระทำ แต่การตั้งใจเป็นพลเมืองที่ดีอย่างครบถ้วนนั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ดังนั้นหลังจากคลิปทั้งสองถูกเผยแพร่ออกมาได้ไม่นาน แบมแบมก็ได้รับเสียงชื่นชมทั้งจากแฟนคลับและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปที่ผ่านมาอย่างไม่ขาดสาย

 

 

ขยับตัวครั้งที่ 4: บัตรคอนเสิร์ตราคาเอื้อมถึง

 

อย่างที่บอกไปว่าในปีนี้แบมแบมลุยงานใหญ่ถึงสองงาน หนึ่งก็คืออัลบั้มเต็มที่ปล่อยไปในช่วงเดือนมีนาคม และสองคือคอนเสิร์ต 2023-2024 BamBam THE 1ST WORLD TOUR [AREA 52] in BANGKOK ซึ่งหลังจากประกาศผังคอนเสิร์ตและราคา หลายคนก็ชื่นชมงานนี้ไปในทางเดียวกันว่ามีราคาที่สมเหตุสมผล ในขณะเดียวกันผังงานก็ทั่วถึง จนเรียกได้ว่าแบมแบมแทบจะวิ่งทั่วสนาม ธันเดอร์โดม สเตเดียม สถานที่จัดงานแล้ว

 

หลังจากนั้นทางผู้จัด iMe Thailand และ Abyss ต้นสังกัดของแบมแบม ก็มีการจัดงานแถลงข่าวขึ้นในเดือนสิงหาคม โดยภายในงานแบมแบมก็ได้พูดถึงเรื่องราคาบัตรคอนเสิร์ตไว้ว่า “เดี๋ยวนี้หลายๆ คอนเสิร์ตราคาแพงมาก ผมคิดว่ามันไม่ควรที่จะเป็นอย่างนั้น ผมก็เลยลดราคาลงมาดีกว่า” นอกจากนี้แบมแบมยังกล่าวต่อถึงสาเหตุของการตัดสินใจลดราคาบัตรลงว่า “มันเป็นโอกาสที่ผมจะตอบแทนทุกคนตลอด 10 ปีที่ผ่านมา”  

 

ภาพ: BamBam1A / X (Twitter)

 

ขยับตัวครั้งที่ 5: ต่อต้านการโกงบัตรคอนเสิร์ต

 

นอกจากแบมแบมจะตั้งใจให้บัตรคอนเสิร์ตของเขาอยู่ในราคาที่แฟนๆ สามารถเอื้อมถึงได้แล้ว ในวันที่มีการเปิดขายบัตร เขายังออกมาโพสต์ถึงระบบการกดบัตรที่ดูเหมือนจะไม่เป็นธรรม และเตือนไม่ให้แฟนคลับไปสนับสนุนการขายบัตรอัพราคาด้วย

 

ในวงการการซื้อ-ขายบัตรคอนเสิร์ต หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับคำว่า ‘ซื้อบัตรอัพ’ หรือการไปซื้อบัตรคอนเสิร์ตต่อจากคนอื่นในราคาที่สูงขึ้น โดยคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยมมากๆ อาจจะมีการขึ้นราคาบัตรไปจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว รายได้เป็นกอบเป็นกำนี้ทำให้หลายคนก็ยึดการกดบัตรเป็นอาชีพอย่างจริงจัง โดยพวกเขาจะไปรอซื้อหรือกดบัตรตามช่องทางการจำหน่ายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหน้าเคาน์เตอร์หรือบนเว็บไซต์เพื่อนำมาขายอัพราคาต่อ แต่ในบางกรณีเราก็มักจะพบว่าร้านรับกดบัตรสามารถกดมาได้มากเกินความเป็นจริงหรือมากเกินกว่าที่คนไปต่อแถวธรรมดาจะทำได้ จนหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าสิ่งนี้เกิดจากการแฮ็กระบบเข้าไปกดบัตรหรือเป็นความหละหลวมของผู้จำหน่ายกันแน่

 

แน่นอนว่าคอนเสิร์ตของแบมแบมก็เป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่หลายคนอยากจะไป ดังนั้นแฟนๆ จึงต้องพบเจอกับปัญหาทั้งการขายบัตรอัพเกินราคาและการกดบัตรหายากอย่างบัตร VVIP มาขายในจำนวนที่มากและแพงผิดปกติ แต่หลังจากเอ่ยปากบ่นเรื่องนี้กันได้ไม่นาน แบมแบมก็เข้าไปรีพลายโพสต์ของแฟนคลับใน X (Twitter) เตือนไม่ให้สนับสนุนบัตรอัพที่ขายเกินราคา และยังโพสต์ข้อความพร้อมแท็กแอ็กเคานต์ X (Twitter) ของ THAITICKETMAJOR บริษัทตัวแทนจัดจำหน่ายบัตร พร้อมข้อความว่า

 

“@ThaiTicketMajor พวกที่กด VVIP ได้มาหลายใบควรเช็กนะครับ ผมว่ามีคนในระบบของคุณแอบโกง”

 

ซึ่งข้อความนี้ของแบมแบมก็ทำให้หลายคนแห่เข้ามาชื่นชมเขาเป็นอย่างมาก ที่ออกมาเป็นกระบอกเสียงให้กับแฟนคลับในเรื่องการขายบัตรอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน และมีศิลปินน้อยคนนักที่สามารถออกมาปกป้องแฟนคลับด้วยการพูดถึงปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา

 

ในขณะที่ทาง THAITICKETMAJOR ตัวแทนจัดจำหน่ายบัตร ก็ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นพร้อมชี้แจงว่า ทางบริษัทได้มีการตรวจสอบและเห็นถึงความผิดปกติจากกรณีมีผู้กดบัตรโซน VVIP ได้เป็นจำนวนมาก และนำมาขายต่อในราคาที่สูงกว่าปกติ จึงได้เรียกบัตรโซน VVIP คืนเข้าสู่ระบบบางส่วน และจะนำมาเปิดจำหน่ายใหม่อีกครั้ง พร้อมขอโทษเกี่ยวกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อย

 

ภาพ: TheGhostRadio / X (Twitter)

 

ขยับตัวครั้งที่ 6: The Ghost Radio

 

ถ้าใครพอจะติดตามแบมแบมอยู่บ้างก็น่าจะพอรู้ว่าแบมแบมเป็นแฟนคลับตัวยงของ The Ghost Radio รายการเล่าเรื่องผียอดฮิตที่มีผู้ติดตามทาง YouTube กว่า 4 ล้านแอ็กเคานต์ โดยแบมแบมเป็นแก๊งเดอะโกสเตอร์ (ผู้ฟังรายการ) มากว่า 5 ปีแล้วจากการแนะนำของคุณแม่

 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา แบมแบมก็ได้มีโอกาสไปร่วมเล่าเรื่องและฟังเรื่องผีแบบสดๆ ในรายการ The Ghost Radio พร้อมกับ แจ็ค-วัชรพล ฝึกใจดี โฮสต์ประจำรายการ โดยเรื่องที่แบมแบมนำมาเล่ามีชื่อว่า ‘ผีแจ็คสันที่แอลเอ’ ซึ่งเป็นเรื่องที่มาจากประสบการณ์จริงของแบมแบมตอนที่ไปแสดงคอนเสิร์ตที่อเมริกาพร้อมกับเพื่อนๆ ในวง GOT7 

 

 

นอกจากนี้แบมแบมยังได้ทิ้งท้ายก่อนลารายการว่า “ผมขอบคุณพี่แจ็คที่ทำรายการดีๆ แบบนี้ออกมา ถ้าไม่มีรายการนี้ การเดินทางของผมจะเป็นการเดินทางที่เหนื่อยมากๆ ครับ แต่พอมี The Ghost Radio มันช่วยให้สภาพจิตใจของผม ในการเดินทางดีขึ้นเยอะมากเลยครับ” พร้อมรับฟิกเกอร์น้าผีที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นในประเทศเป็นของที่ระลึกกลับบ้านไปด้วย ซึ่งนับเป็นการออกงานที่ฟินสมใจแฟนรายการ The Ghost Radio อย่างแบมแบมเป็นอย่างมาก

 

จนถึงตอนนี้ (14 ธันวาคม 2023) คลิปวิดีโอดังกล่าวก็มียอดผู้เข้าชมกว่า 1.1 ล้านครั้ง และในขณะที่ออกอากาศสดก็มียอดเข้าชมทะลุหนึ่งแสนครั้ง ซึ่งนับเป็นสถิติคนดูสดที่มากที่สุดของรายการเลยก็ว่าได้

 

ภาพ: chatthirat_ / X (Twitter)

 

ขยับตัวครั้งที่ 7: ร่วมส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บจาก #กราดยิงพารากอน

 

อย่างที่ทราบกันดีว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุยิงที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน จนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย ซึ่งหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ หนุงหนิง หรือ เพ็ญพิวรรณ มิตรธรรมพิทักษ์ แฟนคลับของ GOT7 ที่จากไปหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ร่วมสัปดาห์

 

โดยหลังเกิดเหตุ แบมแบมก็ได้โพสต์ถามไถ่แฟนๆ ใน X (Twitter) จนทราบว่ามีหนึ่งในแฟนคลับได้รับบาดเจ็บในขณะนั้น ทำให้แบมแบมได้โพสต์ข้อความต่อเนื่องกันว่า 

 

“ขอให้พี่ที่เจ็บจากเรื่องที่เกิดขึ้นฟื้นฟูร่างกายและกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมนะครับ เสียใจมากๆ ที่คนของเราต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ หวังว่าจะไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้นะครับ ขอโทษที่ทำได้แค่โพสต์ใน SNS แบบนี้”

 

หลังจากนั้นแบมแบมก็ได้ขอข้อมูลติดต่อญาติของผู้บาดเจ็บ และได้มีการส่งกระเช้าของขวัญพร้อมกับการ์ดไปเป็นกำลังใจด้วย จนเมื่อแฟนคลับรายนี้จากไปอย่างสงบ ทางแบมแบมเองก็ได้เข้าไปร่วมเป็นเจ้าภาพงานฌาปนกิจศพของเธอด้วยเช่นกัน เหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าทั้งกับครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิด รวมไปถึงศิลปินอย่างแบมแบมเองเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม แบมแบมก็ได้แสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาคอยอยู่ข้างๆ และให้กำลังใจแฟนคลับอยู่เสมอไม่ว่าจะในเหตุการณ์ไหน

 

 

ขยับตัวครั้งที่ 8: กินก๋วยเตี๋ยวเรือกับสรยุทธ

 

เป็นการคัมแบ็กสู่ศิลปินสายกินอีกครั้งของแบมแบมในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่เขาได้มีโอกาสกลับไปร่วมรายการด้วยอีกครั้ง เพื่อนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าเด็ดตามสัญญาที่สรยุทธเตรียมไว้ให้

 

 

นอกจากแบมแบมจะได้กินก๋วยเตี๋ยวสมใจแล้ว ทีมงานทุกคนยังได้เข้ามาร่วมกินก๋วยเตี๋ยวเรือด้วยเช่นกัน จนออกมาเป็นภาพสุดไวรัลระหว่างที่แบมแบมและทีมงานเกาหลีนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันอย่างเอร็ดอร่อยแบบยกซดเกลี้ยงชาม จนกลายเป็นที่พูดถึงและทำผู้ชมหิวไปทั่วโซเชียลมีเดีย

 

แต่ของอร่อยจะเก็บไว้คนเดียวก็คงไม่ได้ แบมแบมจึงขออนุญาตทางรายการเอาก๋วยเตี๋ยวเรือกลับไปฝาก มาร์ค ต้วน หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 ที่มาร่วมเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตด้วย โดยแบมแบมเล่าในรายการว่า ในตอนแรกเขาได้ชวนมาร์คมาร่วมกินก๋วยเตี๋ยวด้วยเช่นกัน แต่มาร์คตื่นไม่ไหว จึงขอเอาก๋วยเตี๋ยวกลับไปฝากแทน

 

ซึ่งหลังรายการจบก็มีแฟนคลับเข้าไปถามมาร์คว่าได้ลองชิมก๋วยเตี๋ยวเรือจากแบมแบมหรือยัง แต่มาร์คก็ตอบว่าเขายังไม่ได้รับก๋วยเตี๋ยวเลยสักถุง จนเป็นเกิดเป็นการทวงของกินสั้นๆ ผ่าน X (Twitter) ให้แฟนๆ ได้ยิ้มกันอีกหนึ่งเรื่อง

 

 

ขยับตัวครั้งที่ 9: THE 1ST WORLD TOUR [AREA 52]

 

ในที่สุดงานใหญ่ที่แบมแบมรอคอยก็มาถึง กับคอนเสิร์ต 2023-2024 BamBam THE 1ST WORLD TOUR [AREA 52] in BANGKOK ที่จัดใหญ่กว่าครั้งไหน ณ ธันเดอร์โดม สเตเดียม พร้อมความจุ 20,000 คน ในวันที่ 28-29 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งงานในครั้งนี้เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งแสง สี เสียง พร้อมโปรดักชันสุดอลังการ จนกลายเป็นเสียงชื่นชมและไวรัลไปทัวร์โลกอินเทอร์เน็ต

 

โดยเฉพาะการจุดพลุในช่วงสุดท้ายของงานที่ยิ่งใหญ่สมกับเป็นเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกในฐานะศิลปินเดี่ยวของเขา พร้อมเติมเต็มความสนุกด้วยโชว์สุดพิเศษจาก มาร์ค ต้วน สมาชิกคนสนิทที่มาร่วมสร้างโมเมนต์น่ารักๆ ให้แฟนคลับทั่วสนามได้กรี๊ดกันจนสุดเสียง

 

 

นอกจากนี้แบมแบมยังได้หยิบเพลงไทยยอดนิยมอย่าง FIRE BOY ของ PP Krit (พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) มาแสดงบนเวทีด้วย แม้ว่าเจ้าตัวจะพูดชื่อเจ้าของเพลงผิดเป็นบิวกิ้น (พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) จนแฟนๆ ต้องช่วยแก้ แต่หลังจบงานแบมแบมก็ได้ไปคอมเมนต์บน Instagram ส่วนตัวของพีพีว่า “มาง้อแล้วนะครับ” จนหลายคนยิ้มเขินแกมอิจฉาในความน่ารักนี้ไปตามๆ กัน 

 

 

ขยับตัวครั้งที่ 10: Bam House 뱀집

 

อีกเรื่องใหม่สำหรับแบมแบมในปีนี้คือ การได้ทำรายการ Bam House 뱀집 รายการที่แบมแบมได้มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับเพื่อนๆ และคนดังจากทั่วประเทศเกาหลีใต้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ในห้องนั่งเล่น พร้อมกินอาหารฝีมือแบมแบม (บ้างเป็นบางครั้ง)

 

ซึ่งแขกรับเชิญในรายการแต่ละอีพีก็สร้างเสียงฮือฮาบนโลกโซเชียลได้อย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นแขกรับเชิญคนแรกอย่าง ซองแฮอึน ที่มียอดวิวกว่า 1 ล้านครั้ง, เพื่อนร่วมวงอย่างยองแจและยูคยอม, พี่สาวคนสนิท จีฮโย วง TWICE, เพื่อนชาวไทยอย่าง มินนี่ (G)I-DLE และ เตนล์ NCT ไปจนถึงไอดอลในดวงใจอย่าง แทยอน Girls’ Generation จนเรียกได้ว่าเป็นรายการที่แบมแบมคอมพลีตชีวิตแฟนบอยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

 

ปัจจุบันรายการ Bam House 뱀집 มียอดผู้ติดตามใน YouTube กว่า 4 แสนแอ็กเคานต์ และมียอดผู้ชมสูงสุดถึง 4 ล้านครั้งในตอนที่ 14 โดยมีแขกรับเชิญเป็น มินนี่ (G)I-DLE ซึ่งถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

ปี 2023 เรียกได้ว่าเป็นปีที่แบมแบมได้ลองเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวความสำเร็จของตัวเองอย่างช้าๆ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาเกือบสิบปีในเส้นทางสายไอดอล THE STANDARD POP ในฐานะคนที่คอยเฝ้าดูการเติบโตอันงดงามนี้อยู่ตลอด ก็หวังว่าแบมแบมจะมีเส้นทางที่สดใสและประสบความสำเร็จขึ้นไปเรื่อยๆ

 

อ้างอิง:

The post Power of BamBam รวม 10 เรื่องเขย่าโลกโซเชียลของแบมแบมในปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Last Twilight ภาพนายไม่เคยลืม ทำความรู้จักความกลัวเมื่อทัศนะสายตาค่อยๆ พร่ามัว https://thestandard.co/last-twilight-series/ Thu, 30 Nov 2023 03:32:14 +0000 https://thestandard.co/?p=871709

ท่ามกลางพลวัตของซีรีส์วายที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงป […]

The post Last Twilight ภาพนายไม่เคยลืม ทำความรู้จักความกลัวเมื่อทัศนะสายตาค่อยๆ พร่ามัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางพลวัตของซีรีส์วายที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงปีที่ผ่านมา หลายเรื่องประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม หลายเรื่องได้รับคำชมมากมาย และอีกหลายเรื่องก็ถูกพูดถึงในวงกว้าง ในจำนวนนี้มีซีรีส์วายที่สลับกันออกอากาศมากมายจนแทบดูตามไม่ทัน เรา (ผู้เขียน) ขอแนะนำผู้อ่านทุกท่านอย่างหนักแน่นว่า Last Twilight ภาพนายไม่เคยลืม คือหนึ่งในซีรีส์ที่คุณไม่ควรพลาดมากที่สุดของปีนี้

 

Last Twilight ภาพนายไม่เคยลืม คือผลงานการกำกับของตัวตึงประจำ GMMTV อย่าง ออฟ-นพณัช ชัยวิมล เจ้าของผลงาน เพราะเราคู่กัน 2gether The Series, นิทานพันดาว A Tale of Thousand Stars, แค่เพื่อนครับเพื่อน Bad Buddy ฯลฯ นำแสดงโดย จิมมี่-จิตรพล โพธิวิหค และ ซี-ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ คู่นักแสดงจากซีรีส์แฟนตาซีข้ามภพอย่าง Vice Versa รักสลับโลก ที่ออกอากาศไปเมื่อปี 2565

 

 

ซีรีส์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของ หมอก (จิมมี่-จิตรพล โพธิวิหค) อดีตช่างซ่อมรถที่กำลังหางานใหม่หลังออกจากคุกมาได้ไม่นาน จนจับพลัดจับผลูมารับหน้าที่เป็นผู้ดูแล เดย์ (ซี-ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ) นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติที่ใกล้จะตาบอด ในขณะที่ความสามารถในการมองเห็นขาดหายไป อะไรหลายๆ อย่างในตัวของเดย์ก็ค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกัน โดยมีหมอกมาช่วยเติมเต็มช่องว่างนั้นอย่างช้าๆ

 

ความไม่สมบูรณ์แบบในตัวหมอกและเดย์นี่เองคือเหตุและผลที่ทำให้เราอยากแนะนำผู้อ่านทุกท่านให้ได้ชมซีรีส์เรื่องนี้ไปพร้อมกัน เพราะในขณะที่หมอกคือคนที่ขาดหายเรื่องโอกาสและกำลังทรัพย์ เดย์คือคนที่ทำความมั่นใจและตัวเองเลือนหายไปพร้อมๆ กับสายตา เรื่องนี้จึงไม่เพียงแต่สร้างพาร์ตโรแมนติกให้ผู้ชมได้อิ่มเอมใจเท่านั้น แต่ยังฉายให้เราเห็นถึงความกังวลและภาวะทางจิตใจที่คนตาบอดมือใหม่อย่างเดย์ต้องพบเจอ

 

จากรายงานของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เมื่อเดือนมีนาคม 2566 บ้านเรามีจำนวนผู้พิการทางสายตาทั้งกลุ่มที่ตาบอดสนิทและกลุ่มมองเห็นเลือนรางรวมกันสูงถึง 184,622 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้พิการจากอาการป่วยและอุบัติเหตุราวๆ 30.5% แปลว่าคนเหล่านี้ก็เคยมองเห็นโลกได้สดใสในช่วงเวลาหนึ่ง และต้องสูญเสียการมองเห็นไปอย่างเลี่ยงไม่ได้เหมือนกับตัวละครเดย์ ดังนั้นแล้วเดย์จึงเป็นเหมือนตัวแทนของกลุ่มผู้พิการทางสายตาที่ซีรีส์จะค่อยๆ พาเราไปทำความรู้จักและทำความเข้าใจพวกเขาไปทีละเล็กทีละน้อย 

 

 

โดยประเด็นหลักๆ ที่ซีรีส์พยายามทำให้ผู้ชมได้เห็นก็คือเรื่องของความเข้าใจ ในขณะที่ครอบครัวพยายามดูแลเดย์อย่างดีเพื่อทดแทนการมองเห็นของเขา แต่ความหวังดีนั้นมันอาจจะมากเกินกว่าที่เดย์ต้องการ เพราะในฐานะมนุษย์ มันคงจะหงุดหงิดไม่น้อยถ้าวันหนึ่งเราไม่สามารถหยิบจับหรือทำอะไรได้เองเหมือนที่ผ่านมา และสิ่งนี้เองก็กลายเป็นตะกอนชิ้นเล็กๆ ที่ตอกย้ำว่า ตัวเขาเองกำลังจะกลายเป็นภาระของคนรอบตัวไปโดยปริยาย ซึ่งหากเราลองทำความเข้าใจตัวละครนี้สักนิดก็จะรู้ได้ว่าสิ่งที่เดย์ต้องการไม่ได้มีอะไรที่มากมายเกินไปกว่าการปฏิบัติตัวกับเขาให้เหมือนกับคนทั่วไป ไม่ได้สงสาร และไม่ได้ทำเหมือนว่าเขาขาดความสามารถอะไรไป

 

นอกจากนี้ เดย์ยังมีภาวะตัดขาดทางสังคมจากการมองของในบ้านที่เคยอยู่ไม่เห็น จนเผลอไปเตะโต๊ะบ้าง หยิบของผิดบ้าง และหนึ่งในสาเหตุของพฤติกรรมนี้ก็คือความกังวลที่มีกับคนในสังคม ซึ่งฉากที่สามารถสรุปประเด็นนี้ได้ดีก็คือคำพูดของหมอกที่ว่า “ขนาดผมแค่ปิดตา ผมยังรู้สึกได้เลยว่าสายตาคนรอบตัวมันโคตรน่ากลัว ไม่สิ สายตาคนอื่นไม่ได้น่ากลัวหรอก แต่การที่เรามองไม่เห็น ไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเราต่างหากที่มันน่ากลัว” และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้เดย์ตัดขาดจากโลกภายนอกและเลือกใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องนอนเล็กๆ ของตัวเองแทน

 

 

เมื่อปี 2563 ผู้เขียนเองเคยได้เข้าไปร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความสนใจกับกลุ่มคนตาบอด ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพและศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอดผ่านงานวิจัยเกี่ยวกับการสื่อสารชิ้นหนึ่ง งานชิ้นนั้นทำให้ผู้เขียนได้สัมผัสและเข้าถึงวิถีชีวิตของพี่ๆ เพื่อนๆ และอาจารย์ที่เป็นคนตาบอดมากขึ้น ได้เห็นศักยภาพของพวกเขาที่แตกต่างไปจากมุมมองเดิมของตัวเอง 

 

หรืออาจกล่าวได้ว่า จริงๆ แล้วคนตาบอดนั้นไม่ได้แตกต่างไปจากคนตาดีแบบเราๆ เท่าไรนัก เขามีความฝัน มีไลฟ์สไตล์ เขายังอยากมีโอกาสไปเที่ยวในที่ใหม่ๆ ยังชอบเล่นโซเชียลมีเดีย ถ่ายรูปลงอินสตาแกรม ยังชอบฟังวิทยุที่เล่าเรื่องผี แล้วก็กลัวผีแบบที่เราๆ เป็น แต่สิ่งที่พวกเขาขาดไปคงจะเป็นโอกาส ความเข้าใจจากสังคม และบริการพื้นฐานบางอย่างจากภาครัฐ เช่น ทางเท้า ขนส่งสาธารณะ แหล่งการเรียนรู้ ฯลฯ เสียมากกว่า

 

แน่นอนว่าในฐานะคนตาดี เราเองไม่มีทางจะเข้าใจหัวอกของคนตาบอดได้ทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้วประสบการณ์ของเราและเขาต่างกัน ความกังวลและสิ่งที่ต้องเจอก็ต่างกัน แต่สิ่งที่เราสามารถหยิบยื่นให้กันได้คงเป็นโอกาสทางสังคม คำพูดที่น่าฟัง การปฏิบัติต่อกัน และยอมรับกันในฐานะมนุษย์ 

 

 

ถึงแม้ว่าการทำความเข้าใจกับกลุ่มคนตาบอดหรือผู้พิการกลุ่มอื่นๆ จะยังไม่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายมากนักในตอนนี้ แต่ผู้เขียนเชื่อว่า Last Twilight ภาพนายไม่เคยลืม จะเป็นซีรีส์อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจกลุ่มคนตาบอดได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน แถมยังได้ดูจิมมี่-ซีในลุคที่หล่อขึ้น โตขึ้น และเก่งขึ้นอีกด้วย

 

ติดตาม Last Twilight ภาพนายไม่เคยลืม ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมพร้อมกันทั่วโลกทาง YouTube: GMMTV Official  

 

ชมตัวอย่าง Last Twilight ภาพนายไม่เคยลืม ได้ทาง

 

The post Last Twilight ภาพนายไม่เคยลืม ทำความรู้จักความกลัวเมื่อทัศนะสายตาค่อยๆ พร่ามัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cherry Magic 30 ยังซิง ซีรีส์คู่ในรอบ 4 ปีของ เต-นิว พร้อมออกฉาย 9 ธ.ค. นี้ https://thestandard.co/cherry-magic-thai-series/ Tue, 28 Nov 2023 02:57:23 +0000 https://thestandard.co/?p=870640

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับใครหลายๆ คน เพราะในที่สุด Cherry M […]

The post Cherry Magic 30 ยังซิง ซีรีส์คู่ในรอบ 4 ปีของ เต-นิว พร้อมออกฉาย 9 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับใครหลายๆ คน เพราะในที่สุด Cherry Magic 30 ยังซิง ซีรีส์คู่ในรอบ 4 ปีของ เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ ก็ได้เวลาออนแอร์อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีแผนจะออกอากาศในวันที่ 9 ธันวาคมนี้

 

Cherry Magic 30 ยังซิง คือซีรีส์ฉบับรีเมกเวอร์ชันไทยจากมังงะญี่ปุ่น Cherry Magic! Thirty Years of Virginity Can Make You A Wizard?! หรือชื่อภาษาไทยคือ 30 ยังซิงกับเวทมนตร์ปิ๊งรัก ของ โทโยตะ ยู ที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้ชายซิงๆ อายุ 30 ปี ที่อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงความคิดของผู้คนเมื่อสัมผัสตัว โดยมังงะเรื่องนี้เคยทำเป็นเวอร์ชันซีรีส์ฉบับภาษาญี่ปุ่นมาแล้วในปี 2563 นำแสดงโดย เอจิ อาคาโสะ และ เคตะ มาจิดะ และมีกระแสตอบรับอย่างล้นหลามทั้งในประเทศญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ

 

จนเมื่อปีที่แล้ว (2565) GMMTV ก็ได้ประกาศแผนในการผลิตเวอร์ชันไทยของมังงะเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ โดยหยิบเอาคู่นักแสดงเสาหลักของค่ายอย่าง เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ มาแสดงคู่กันในรอบ 4 ปี หลังผลงาน Dark Blue Kiss จูบสุดท้ายเพื่อนายคนเดียว ที่ออกอากาศไปตั้งแต่ปี 2562 สมทบด้วยคู่เพื่อนรักอย่าง ซิง-หฤษฎ์ ชีวการุณ และ แจน-พลอยชมพู ศุภทรัพย์ ที่ได้มาเล่นคู่กันสมใจอยากของแฟนๆ เสียที

 

 

และในที่สุดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา GMMTV ได้ปล่อย Official Trailer ของซีรีส์ออกมาเรียกน้ำย่อยให้แฟนๆ ได้ชมกันเป็นที่เรียบร้อย โดยทีเซอร์ของเวอร์ชันนี้มีกลิ่นอายและรายละเอียดคล้ายกับเวอร์ชันอนิเมะ แต่แตกต่างด้วยบรรยากาศและบริบทแบบพนักงานออฟฟิศชาวไทย ทั้งใส่บาตรวันเกิด เรือด่วน รถไฟฟ้า ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไปยังการเดินทางในวันสงกรานต์ ที่ทำให้ผู้ชมเข้าถึงพล็อตเรื่องสุดจะญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น

 

ส่วนเนื้อหาในเวอร์ชันนี้ ซีรีส์จะบอกเล่าเรื่องราวของ อชิ (นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ) พนักงานบริษัทเครื่องเขียนธรรมดาๆ ที่ยังโสดยังซิงมาถึงวัย 30 ปี แต่แล้วเมื่อวันเกิดอายุครบ 30 ปีของเขามาถึง พลังวิเศษที่เขาไม่เคยอยากได้เลยก็ปรากฏขึ้น อาชิสามารถอ่านใจคนได้ผ่านการสัมผัสตัว และแน่นอนว่ามันสร้างความปวดหัวให้กับเขาอย่างมาก อชิจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสผู้คน แต่เรื่องกลับยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ เมื่อเขาบังเอิญไปอ่านใจของ การันต์ (เต-ตะวัน วิหครัตน์) พนักงานสุดเพอร์เฟกต์ประจำออฟฟิศ และได้พบความลับว่าเพื่อนร่วมงานสุดฮอตคนนี้กำลังตกหลุมรักเขาอยู่

 

เชื่อว่า Cherry Magic 30 ยังซิง จะเป็นซีรีส์โรแมนติก-คอเมดี้อบอุ่นหัวใจอีกเรื่อง ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง สำหรับแฟนมังงะ แฟนซีรีส์เวอร์ชันญี่ปุ่น แฟนอนิเมะ หรือผู้อ่านที่สนใจ สามารถติดตามชม Cherry Magic 30 ยังซิง ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และ เวลา 22.30 น. ทาง Viu ออกอากาศตอนแรก 9 ธันวาคมนี้

 

รับชมตัวอย่าง Cherry Magic 30 ยังซิง ได้ทาง:

 

The post Cherry Magic 30 ยังซิง ซีรีส์คู่ในรอบ 4 ปีของ เต-นิว พร้อมออกฉาย 9 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BUS ชื่อวงอย่างเป็นทางการของ #789DEBUTGROUP พร้อมทะยานสู่เวทีเดบิวต์ 6 ธ.ค. นี้ https://thestandard.co/bus-789debutgroup-official-name/ Thu, 09 Nov 2023 02:07:41 +0000 https://thestandard.co/?p=863876 BUS

“ติดเครื่อง พร้อมแล้วทะยานไปให้สุด This is my galaxy ไม […]

The post BUS ชื่อวงอย่างเป็นทางการของ #789DEBUTGROUP พร้อมทะยานสู่เวทีเดบิวต์ 6 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BUS

“ติดเครื่อง พร้อมแล้วทะยานไปให้สุด

This is my galaxy ไม่มีทางที่จะฉุด”

 

ในที่สุด 789 DEBUT GROUP ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 คนที่ได้เดบิวต์จากรายการ 789SURVIVAL ก็ได้ประกาศชื่อวงอย่างเป็นทางการแล้ว โดยหลังจากนี้พวกเขาจะมีนามสกุลต่อท้ายว่า ‘BUS (บัส)’ ยานพาหนะที่พร้อมติดเครื่องออกเดินทางสู่เวทีเดบิวต์และถนนสาย T-Pop ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้

 

BUS BUS

 

BUS (บัส) คือชื่อที่ย่อมาจากประโยค “Because of you, I Shine.” มีความหมายว่า ฉันเปล่งประกายได้ก็เพราะคุณ ซึ่งเป็นชื่อวงที่ให้เครดิตกับแรงซัพพอร์ตของแฟนคลับไปเต็มๆ เพราะหากขาดแรงเชียร์จากแฟนๆ ไปแล้ว พวกเขาคงไม่สามารถก้าวมาเป็น 12 คนสุดท้ายของรายการ 789SURVIVAL และเป็นที่รู้จักอย่างทุกวันนี้ได้

 

การประกาศชื่อกลุ่มศิลปินน้องใหม่จากรายการ 789SURVIVAL เรียกได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่หลายคนจับตา โดยหลังแอ็กเคานต์โซเชียลมีเดียของต้นสังกัด SUNRAY MUSIC และ 789SURVIVAL มีการแชร์แอ็กเคานต์ออฟฟิเชียลของวง BUS ลงในทุกโซเชียลมีเดีย ไม่นานแฮชแท็ก #BUSbecauseofyouishine ก็ขึ้นสู่อันดับ 1 บนเทรนด์ X (Twitter) ประเทศไทยอย่างรวดเร็ว โดยมียอดโพสต์ในแฮชแท็กนี้สูงกว่า 2 แสนครั้ง 

 

BUS

 

ดังนั้นหลังจากนี้สมาชิก 789 DEBUT GROUP อย่าง อลัน-พศวีร์ ศรีอรุโณทัย, มาร์ค-กฤษณ์ กัญจนาทิพย์, ขุนพล-ปองพล ปัญญามิตร, ฮาร์ท-ชุติวัฒน์ จันเคน, จินวุค คิม, ไทย-ชญานนท์ ภาคฐิน, เน็กซ์-ณัฐกิตติ์ แช่มดารา, ภู-ธัชชัย ลิ้มปัญญากุล, คอปเปอร์-เดชาวัต พรเดชาพิพัฒ, เอเอ-อชิรกรณ์ สุวิทยะเสถียร, จั๋ง-ธีร์ บุญเสริมสุวงศ์ และ ภีม-วสุพล พรพนานุรักษ์ จะเปลี่ยนสถานะจากศิลปินฝึกหัดภายใต้สังกัด SUNRAY MUSIC มาเป็นสมาชิกวง BUS อย่างเต็มตัว 

 

โดยแฟนๆ สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ที่แอ็กเคานต์ @bus.becauseofyouishine ทาง YouTube, Facebook, TikTok, Instagram, Weibo และ @BUS_SONRAY สำหรับ X (Twitter) ส่วนสมาชิกทั้ง 12 คนนั้นสามารถติดตามได้ที่แอ็กเคานต์  Instagram ต่อไปนี้

 

อลัน – @alan.busofficial

มาร์ค – @marckris.busofficial 

ขุนพล – @khunpol.busofficial

ฮาร์ท – @heart.busofficial

จินวุค – @jinwook.busofficial

ไทย – @thai.busofficial

เน็กซ์ – @nex.busofficial

ภู – @phutatchai.busofficial

คอปเปอร์ – @copper.busofficial

เอเอ – @aa.busofficial

จั๋ง – @jungt.busofficial

ภีม – @peemwasu.busofficial

 

ถึงแม้เพลง ROAD TRIP ของ 789 TRAINEE จะบอกว่า “ไม่ต้องจัดกระเป๋า” แต่ THE STANDARD POP หวังว่าทุกคนจะเตรียมจัดกระเป๋าเข้าร่วมแฟนด้อม และติดตามการเดินทางของรถ BUS คันนี้ไปจนกว่าพวกเขาจะถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

 

ภาพ: 789survival / Facebook

The post BUS ชื่อวงอย่างเป็นทางการของ #789DEBUTGROUP พร้อมทะยานสู่เวทีเดบิวต์ 6 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Billkin & PP Krit เปิดอีพีแรก ‘แฟนด้อมพันธุ์แท้’ แฟนพันธุ์แท้รูปแบบใหม่ที่สดใสกว่าเดิม https://thestandard.co/billkin-pp-krit-fandom/ Fri, 27 Oct 2023 04:59:59 +0000 https://thestandard.co/?p=859219 บิวกิ้น พีพี แฟนด้อมพันธุ์แท้

แฟนด้อมพันธุ์แท้ คือรูปโฉมใหม่ของรายการในตำนานอย่าง แฟน […]

The post Billkin & PP Krit เปิดอีพีแรก ‘แฟนด้อมพันธุ์แท้’ แฟนพันธุ์แท้รูปแบบใหม่ที่สดใสกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิวกิ้น พีพี แฟนด้อมพันธุ์แท้

แฟนด้อมพันธุ์แท้ คือรูปโฉมใหม่ของรายการในตำนานอย่าง แฟนพันธุ์แท้ ที่กลับมาทวงพื้นที่และความนิยมหน้าจอทีวีในรอบเกือบๆ 5 ปีได้อย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบให้มีความทันสมัยมากขึ้น ผ่านความรู้ลึก รู้จริง ของสมาชิกในแต่ละแฟนด้อม พร้อมพาเจ้าของแฟนด้อมมาเจอแฟนคลับของพวกเขาอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการครั้งใหญ่ในรอบหลายปีที่ทั้งสนุกขึ้นและมีกระแสตอบรับได้เป็นที่น่าพอใจมาก

 

อีพีแรกของรายการ แฟนด้อมพันธุ์แท้ เปิดประเดิมด้วยแฟนด้อม ‘เลิฟลี่ บีไซด์ และเพนกวิน’ แฟนคลับของคู่ศิลปินและนักแสดง บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ที่เริ่มติดตามกันมาตั้งแต่ผลงานแจ้งเกิดอย่าง รักฉุดใจนายฉุกเฉิน My Ambulance ในบท หมอเต่า (บิวกิ้น) และ ทิวเขา (พีพี) เรื่อยมา จนตอนนี้ทั้งสองคนกลายเป็นศิลปินที่มีผลงานการแสดงที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างและมีผลงานเพลงติดชาร์ตสตรีมมิงอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น แปลรักฉันด้วยใจเธอ, การเดินทางที่สวยงาม (A Beautiful Ride), Mr. Everything, FIRE BOY และ I’ll Do It How You Like It ฯลฯ

 

ซึ่งนอกจากรายการจะเตรียมเกมและชุดคำถามต่างๆ มาทดสอบความเป็นแฟนพันธุ์แท้ของผู้เข้าแข่งขันแล้ว แต่ละโจทย์ยังมีบิวกิ้นและพีพีตัวเป็นๆ มาร่วมสนุกกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นคนแจกโจทย์คำถาม คนเฉลยคำตอบ รวมถึงเพลง ไม่ปล่อยมือ (Coming of Age) ที่พวกเขาเอามาร้องให้แฟนๆ ฟังเป็นพิเศษด้วย ซึ่งผลประกอบการของรายการในตอนแรกนั้นก็เป็นที่น่าพึงพอใจ เนื่องจาก #แฟนด้อมพันธุ์แท้xBKPP สามารถขึ้นสู่เทรนด์ X (Twitter) ประเทศไทยได้ถึงอันดับที่ 1 และมีผู้เข้าชมรายการย้อนหลังทาง YouTube กว่า 2 แสนครั้งหลังออกอากาศไปเพียง 1 วันเท่านั้น (ข้อมูลวันที่ 26 ตุลาคม 2566)  

 

บิวกิ้น พีพี แฟนด้อมพันธุ์แท้

 

แม้ว่าก่อนที่ แฟนพันธุ์แท้ จะลาจอไปในปี 2018 รายการจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งในเรื่องของความลึกในการตั้งคำถาม ความสนุกของรายการ ไปจนถึงของรางวัลพิเศษ แต่โครงสร้างการแข่งขันของรายการ แฟนด้อมพันธุ์แท้ นั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากรายการแบบเดิมมากมายนัก หรือต้องบอกว่าถ้ามองแค่โครงสร้างการแข่งขันอย่างเดียว ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมารายการเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันไปน้อยมากๆ ทำให้ แฟนด้อมพันธุ์แท้ มีการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบศิลป์ให้สดใสขึ้น และปรับเปลี่ยนเกมในแต่ละรอบการแข่งขันให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งแต่เดิมรายการจะแบ่งการแข่งขันเป็นทั้งหมด 3 รอบ 

 

การแข่งขันในรอบที่ 1 ถูกเรียกว่า ‘เกม 3 วินาที’ เป็นการตอบคำถามอย่างรวดเร็วให้ทันในเวลา 3 วินาที เพื่อเลือกผู้เข้าแข่งขันจำนวน 4 คนให้ผ่านเข้าสู่รอบที่ 2 โดยมีวิธีการเล่นของเกมนี้หลักๆ อยู่ 2 วิธี เปลี่ยนไปมาระหว่างการไล่ตอบทีละคนและการกดปุ่มเพื่อแย่งกันตอบ หรือใช้ผสมกันทั้งสองวิธีก็มีด้วย ซึ่งในการแข่งขันรอบแรก รายการ แฟนด้อมพันธุ์แท้ ยังคงเกมนี้ไว้เหมือนเดิมและใช้วิธีการเล่นแบบผสมทั้งสองวิธีเข้าด้วยกัน โดยคำถามข้อแรกคือ การตอบชื่อเพลงที่บิวกิ้นและพีพีกำลังร้องผ่านเครื่องแปลงเสียงให้ถูกต้อง และคำถามข้อที่ 2 คือ การบอกชื่อเพลงที่ทั้งคู่กำลังเต้นอยู่ ในฐานะคนที่ผู้เขียนเคยติดตามผลงานของทั้งสองคนมาบ้าง ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าคำถามในรอบนี้ไม่ได้มีความยากมากนัก หากเป็นแฟนคลับที่พอจะติดตามทั้งคู่มาอยู่บ้างก็น่าจะตอบได้อย่างรวดเร็ว

 

บิวกิ้น พีพี แฟนด้อมพันธุ์แท้

 

ต่อมาการแข่งขันในรอบที่ 2 ผู้เข้าแข่งขัน 4 คนจะถูกคัดเหลือเพียง 2 คนสุดท้ายเท่านั้น โดยรอบนี้ถูกเรียกว่ารอบ Action Game ที่ผู้แข่งขันจะต้องตอบคำถามที่มาในรูปแบบรูปภาพ เสียง หรือกิจกรรมต่างๆ ให้ได้ โดยอีพีแรกของ แฟนด้อมพันธุ์แท้ ในรอบนี้มีเกมใหม่มาให้ผู้เข้าแข่งขันเล่นกันทั้งหมด 2 ข้อ ได้แก่ 

 

ข้อที่ 1. ให้ตอบชื่อผลงานของบิวกิ้นและพีพีจากภาพที่ปรากฏขึ้นทั้ง 4 ภาพ โดยแต่ละภาพจะมีรูปเพนกวินปิดทับตัวของบิวกิ้นและพีพีเอาไว้ด้วย 

 

และข้อที่ 2. ให้ดูภาพที่ค่อยๆ Zoom Out และตอบว่าภาพนี้บิวกิ้นหรือพีพีอยู่กับใคร? ซึ่งในรอบที่ 2 นี้เรียกได้ว่าเป็นชุดคำถามที่ยากไปอีกระดับ (ระดับที่บิวกิ้นและพีพีก็ยังตอบไม่ได้) แม้จะมีความรู้สึกเสียดายอยู่เล็กๆ ที่ไม่ได้เห็นเกมสุดคลาสสิกอย่างจิ๊กซอว์และคุณสมบัติในรายการเหมือนที่คุ้นเคยมา แต่ชุดเกมที่หยิบมาก็พอจะแทนกันได้อยู่เล็กน้อย ดังนั้นใครที่เคยเป็นแฟนรายการและตั้งตารอชมโจทย์จากเกมเหล่านี้ก็อาจต้องทำใจและเปิดใจรอไว้ล่วงหน้า 

 

เมื่อได้ผู้แข่งขันสองคนสุดท้ายแล้ว ก็จะเข้าสู่รอบที่ 3 หรือรอบถาม-ตอบ เป็นรอบชิงชนะเลิศสุดโหดที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกคำถาม 1 จาก 6 ตัวเลขเพื่อตอบ โดยคำถามในข้อนี้จะค่อนข้างเป็นรายละเอียดที่ต้องอาศัยความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่า แฟนด้อมพันธุ์แท้ ก็ยังคงรูปแบบของรอบนี้ไว้เช่นเดิมทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งวิธีการเล่นและความยากของคำถาม แบบที่เราในฐานะคนดูก็อึ้งในความสามารถของผู้เข้าแข่งขันไม่แพ้กัน

 

บิวกิ้น พีพี แฟนด้อมพันธุ์แท้

 

เมื่อได้ผู้ชนะอย่างเป็นทางการแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ของรายการ แฟนพันธุ์แท้ เดิมก็คือการตอบ ‘คำถามสุดยอดแฟนพันธุ์แท้’ สุดหิน เพื่อรับรางวัลพิเศษจากบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้นๆ ซึ่งในยุคหนึ่งรางวัลของสุดยอดแฟนพันธุ์แท้มักจะเป็นอะไรที่เวอร์จนน่าอิจฉาตาค้าง แต่ก่อนหน้าที่รายการจะปิดตัวลงในช่วงปี 2018 รางวัลเหล่านี้ก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่พิเศษเท่าที่ควร หรือเป็นสิ่งที่สามารถหาซื้อกันได้ง่ายๆ 

 

แต่การกลับมาในครั้งนี้ก็เรียกได้ว่ากู้หน้าได้อย่างดี เพราะของรางวัลพิเศษครั้งนี้มีทั้งของที่ระลึกจากซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ ที่หายากมากๆ พร้อมลายเซ็นของสองนักแสดง, แว่นที่บิวกิ้นใส่ในมิวสิกวิดีโอ การเดินทางที่สวยงาม (A Beautiful Ride), แว่นที่พีพีใส่ในมิวสิกวิดีโอเพลง I’ll Do It How You Like It และสิทธิ์ในการถ่ายโพลารอยด์แบบ 2:1 กับทั้งบิวกิ้นและพีพี บวกกับรางวัลพิเศษรางวัลสุดท้ายที่แฟนๆ (รวมถึงผู้เขียนเอง) ต้องกรี๊ด เพราะมันคือ ‘BKPP Exclusive Lifetime Pass’ บัตรชมคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งของทั้งบิวกิ้นและพีพีทั่วโลกฟรีตลอดชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษที่น่าอิจฉามากทีเดียว

 

มาที่โจทย์ของคำถามข้อสุดท้าย คำถามข้อนี้สุดยอดแฟนด้อมพันธุ์แท้ มาญ่า-ชิชญาสุ์ เสกขะวัฒนะ จะต้องปิดตาและสัมผัสมือในรูปแบบ Hi-Touch (การแตะมือแบบสั้นๆ) กับคน 5 คน และตอบให้ถูกว่ามือไหนคือมือของบิวกิ้นและพีพี ซึ่งถ้าให้พูดกันตามตรง แม้ว่าต่อให้ประสบการณ์การติ่งรวม 70 ครั้งของคุณมาญ่าจะนับว่าเยอะมากๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วน้อยครั้งนักที่แฟนคลับจะได้รับอนุญาตให้โดนมือศิลปิน ซึ่งการจับมือหนึ่งครั้งก็กินเวลาแค่หลักวินาทีเท่านั้น ดังนั้นแล้วโจทย์ข้อนี้นับว่าใช้การเดามากกว่าความรู้ที่มี แต่อย่างไรก็ตาม คุณมาญ่าก็สามารถตอบคำถามข้อนี้ได้ถูกต้องจากการเทียบความรู้สึกกับภาพมือของศิลปินที่เคยเห็นผ่านตา นับว่าเก่งสมกับของรางวัลสุดๆ 

 

กลับมาที่สิ่งที่ขอชื่นชมจริงๆ ของช่วงนี้ก็คือ วิธีการเฉลยคำตอบและการตัดต่อที่เร้าอารมณ์จนทำให้เราในฐานะคนดูลุ้นและดีใจไปกับชัยชนะผู้เข้าแข่งขันได้เป็นอย่างมาก

 

บิวกิ้น พีพี แฟนด้อมพันธุ์แท้

 

“แฟนพันธุ์แท้โดยทั่วไปแล้วจะมีโอกาสอยู่ข้างล่างเวที สูงสุดคือขอบเวทีครับ แต่คราวนี้มาให้คนอื่นได้เห็นว่าเราเป็นแฟนเนี่ย ได้โอกาสออกทีวีกันบ้างแล้ว”

 

คำพูดของ ปัญญา นิรันดร์กุล ที่พูดเอาไว้ในการออกอากาศครั้งแรกของรายการ แฟนพันธุ์แท้ เมื่อปี 2543 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของรายการที่อยากพาแฟนๆ ที่คลั่งไคล้และรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ ออกมายืนอยู่ที่หน้าจอทีวี ซึ่งการออกมายืนแข่งขันในแต่ละครั้ง มันคือการมาแสดงตัวตนว่าแฟนคลับไม่ใช่แค่เด็กมัธยมที่คลั่งไคล้สิ่งรอบตัวเหมือนในภาพจำของใครหลายๆ คน แต่แฟนคลับทุกคนในทุกอาชีพ ทุกเพศ และทุกวัย ก็แค่มีความรักมอบให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ ก็เท่านั้น และการออกมาตอบคำถามแต่ละข้อมันไม่ใช่แค่การบอกว่าพวกเขารู้จริงมากแค่ไหน แต่มันคือการแสดงในเห็นถึงความรักและความชื่นชมที่พวกเขามีให้กับสิ่งนั้นๆ ไปพร้อมกันด้วย

 

บิวกิ้น พีพี แฟนด้อมพันธุ์แท้

 

ในภาพรวม การกลับมาในรูปแบบใหม่ของ แฟนด้อมพันธุ์แท้ นับเป็นการเริ่มต้นอีกครั้งที่ค่อนข้างสดใส พร้อมกวาดเรตติ้งและความนิยมได้ดีอย่างแน่นอนหากในอีพีต่อๆ ไปไม่ว่าจะเป็น 4EVE, วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย หรือ อิ้งค์-วรันธร เปานิล ฯลฯ ยังสามารถคงความสนุกและความเข้มข้นไว้ได้ในระดับนี้ 

 

สุดท้ายนี้เชื่อว่าแฟนคลับหลายๆ คนคงรู้สึกดีเช่นเดียวกันว่า อย่างน้อยบนหน้าจอทีวีบ้านเราก็มีรายการที่ชื่นชมและยอมรับในความรักที่เรามีให้กับสิ่งสิ่งหนึ่งอย่างจริงใจ และไม่มองว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องไร้สาระ ซึ่งแน่นอนว่านี่คือสิ่งที่รายการ แฟนพันธุ์แท้ และ แฟนด้อมพันธุ์แท้ ทำได้ดีมาโดยตลอด

 

ติดตามรายการ แฟนด้อมพันธุ์แท้ ได้ทุกวันพุธ เวลา 20.05 น. เป็นต้นไป ทางช่อง เวิร์คพอยท์ กดหมายเลข 23

 

ภาพ: FanpantaeOfficial / Facebook

อ้างอิง:

 

The post Billkin & PP Krit เปิดอีพีแรก ‘แฟนด้อมพันธุ์แท้’ แฟนพันธุ์แท้รูปแบบใหม่ที่สดใสกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปไลน์อัพจากงาน GMMTV 2024 UP & ABOVE PART 1 ศักราชที่จะถึงนี้ค่าย GMMTV จะมาไม้ไหน? https://thestandard.co/gmmtv2024-upabove-part1/ Wed, 18 Oct 2023 05:39:44 +0000 https://thestandard.co/?p=855953 GMMTV2024 UP&ABOVE PART1

เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำปีไปแล้วสำหรับงานประกาศไลน […]

The post สรุปไลน์อัพจากงาน GMMTV 2024 UP & ABOVE PART 1 ศักราชที่จะถึงนี้ค่าย GMMTV จะมาไม้ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
GMMTV2024 UP&ABOVE PART1

เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำปีไปแล้วสำหรับงานประกาศไลน์อัพของ GMMTV ที่จัดขึ้นทุกๆ ปลายปี โดยในปีนี้ใช้ชื่อว่า GMMTV2024 UP&ABOVE PART1 ซึ่งนับเป็นปีที่ 28 แล้วที่ GMMTV เข้ามาเป็นหนึ่งในสายพานการผลิตคอนเทนต์วัยรุ่นในวงการบันเทิงไทย

 

ก่อนหน้านี้ ถา-สถาพร พานิชรักษาพงศ์ บอสใหญ่ของค่าย GMMTV เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Secret Sauce ว่า จุดยืนของค่ายคือการผลิตคอนเทนต์วัยรุ่นโดยเฉพาะ โดยหนึ่งในความท้าทายก็คือ การค้นหาซีรีส์ที่แปลกใหม่ให้เข้ากับเทรนด์ของผู้ชมอยู่เสมอ ดังนั้นในงานประกาศไลน์อัพทุกๆ ปีก็จะมีคอนเทนต์และลูกเล่นใหม่ๆ มานำเสนอผู้ชมอยู่เสมอ

 

สิ่งที่แปลกไปจากปีก่อนๆ ของ GMMTV2024 UP&ABOVE ก็คือ การเพิ่มขึ้นมาของคำว่า PART 1 ที่ปีนี้ GMMTV ได้แบ่งไลน์อัพทั้งหมดออกเป็น 2 กลุ่ม เริ่มจากคอนเทนต์กลุ่มแรกที่จะได้ชมกันเร็วๆ นี้ก่อน โดยใน PART 1 นี้ ค่ายมีแผนจะผลิตซีรีส์ทั้งหมด 15 เรื่อง, ภาพยนตร์ 1 เรื่อง, คอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้ง 3 งาน, โปรเจกต์พิเศษ 2 โปรเจกต์ และรายการ 1 รายการ ซึ่งแค่พาร์ตแรกก็มีจำนวนซีรีส์เกือบจะเท่าซีรีส์ที่ประกาศจะทำในปี 2023 แล้ว (ในงาน GMMTV 2023 มีซีรีส์ที่ประกาศเปิดตัวทั้งหมด 19 เรื่อง)

 

GMMTV2024 UP&ABOVE PART1

 

ในส่วนของไลน์อัพซีรีส์ รอบนี้ GMMTV มีทั้งแผนซีรีส์ที่ทำมาจากนิยายและ WEBTOON ดังหลายเรื่องเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น We are คือเรารักกัน, แค่ที่แกง Only Boo!, Pluto นิทาน ความรัก ดวงดาว, KIDNAP ลับ-จ้าง-รัก, Summer Night ความลับในคืนฤดูร้อน, วันดีวิทยา Wandee Good Day รวมถึง My Love Mix-Up! เขียนรักด้วยยางลบ ซีรีส์รีเมกจากประเทศญี่ปุ่นที่มีต้นทางมาจากการ์ตูนมังงะชื่อดังของสองนักเขียน วาตารุ ฮิเนกุเระ และ อารุโกะ  

 

โดย My Love Mix-Up! เขียนรักด้วยยางลบ จะนำแสดงโดยคู่นักแสดงกระแสแรงอย่าง เจมีไนน์-นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ และ โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้น่าจะเป็นหนึ่งในคอนเทนต์รีเมกเพื่อเจาะตลาดแฟนญี่ปุ่นของค่าย ร่วมกับการรีเมกซีรีส์เรื่อง Ossan’s Love ที่จะนำแสดงโดย เอิร์ท-พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ และ มิกซ์-สหภาพ วงศ์ราษฎร์

 

นอกจากนี้ GMMTV ก็กำลังจะออกอากาศซีรีส์รีเมกจากฝั่งญี่ปุ่นอีกหนึ่งเรื่องในชื่อ Cherry Magic 30 ยังซิง ของ เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ ให้ได้ชมกันเร็วๆ นี้ ส่วนสาเหตุที่ค่ายหันมาให้ความสนใจกับตลาดญี่ปุ่นน่าจะมาจากความสำเร็จของคอนเทนต์ขึ้นหิ้งอย่าง เพราะเราคู่กัน 2gether The Series ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในญี่ปุ่น ทั้งในรูปแบบของซีรีส์และภาพยนตร์ จนได้รับรางวัล Special Award for Foreign Drama จากเวที 14th Tokyo Drama Awards เมื่อปี 2021 

 

นอกจากคอนเทนต์รีเมกจากฝั่งญี่ปุ่นแล้ว ปีนี้ยังมีงานรีเมกจากฝั่งเกาหลีอย่าง High School Frenemy มิตรภาพ คราบศัตรู ที่หยิบ School 2013 ซีรีส์ในดวงใจของใครหลายคนมาทำใหม่ให้มีความเป็นแอ็กชันมากขึ้น รวมถึงโปรเจกต์ภาคขยายของ รักแรกโคตรลืมยาก The series ภาพยนตร์เรื่องแรกของ GMMTV ในปีที่แล้ว ที่จะถูกนำมาปรับใหม่ให้ผู้ชมได้สัมผัสกับทุกความสัมพันธ์อย่างละเอียดยิบ

 

GMMTV2024 UP&ABOVE PART1

 

อีกหนึ่งสิ่งที่แฟนๆ รวมถึงผู้เขียนตั้งตารอก็คือ บทบาทใหม่ของนักแสดงเสาหลักของค่ายไม่ว่าจะเป็น วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร, คริส-พีรวัส แสงโพธิรัตน์, ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร, กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์, เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ 

 

ซึ่งเท่าที่ประกาศมาตอนนี้ วินจะมีซีรีส์ Enigma 2 บุหงาหมื่นภมร ซีรีส์ภาคต่อจาก Enigma คน มนตร์ เวท ประกบคู่กับ เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ นางเอกต่างช่อง หรือมาตาของใครหลายๆ คน ส่วนตัวมองว่า Enigma เป็นซีรีส์ที่น่าจับตามองมากๆ ทั้งในแง่ของตัวแสดงและเนื้อเรื่อง Thriller ทางไสยศาสตร์ ที่จะว่าเป็นทางของ GMMTV เลยก็ไม่ใช่ จะแหวกไปเลยก็ไม่เชิง ด้วยเนื้อเรื่องมีเบื้องหลังเป็นองค์กรลับที่พระเอก (วิน) อยากจะปราบปรามให้ได้ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีกลิ่นอายคล้ายๆ ซีรีส์ The Gifted, Blacklist นักเรียนลับ บัญชีดำ และ Home School นักเรียนต้องขัง ผสมกับไสยศาสตร์ที่เราไม่ได้เห็นบ่อยนักในซีรีส์จากค่ายนี้

 

ในขณะที่คู่ออฟ-กันก็จะซีรีส์ร่วมกันเช่นเคยในชื่อ The Trainee ฝึกงานเทอมนี้ รักพี่ได้มั้ย ซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้ที่บอกเล่าชีวิตของเด็กฝึกงานบริษัทโฆษณาที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรหรืออยากจะทำอะไร โดยซีรีส์เรื่องนี้นับเป็นซีรีส์เรื่องที่ 5 ของพวกเขา จนถึงตอนนี้เรียกได้ว่าออฟ-กันเป็นคู่นักแสดงที่มีผลงานแสดงนำคู่กันมากที่สุดของค่ายเลยก็ว่าได้ 

 

ด้านเต-นิว อีกคู่นักแสดงยุคตอกเสาเข็มค่าย ก็มีซีรีส์อย่าง บ้านหลอน Onsale Peaceful Property ร่วมกับสองนักแสดงหญิงเพื่อนซี้อย่าง มุก-วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ และ แจน-พลอยชมพู ศุภทรัพย์ โดย เต ตะวัน ได้เล่าบนเวทีว่า ซีรีส์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากอาชีพรับนอนในบ้านร้าง ซึ่งตัวละครที่เขาได้รับจะมีความสามารถพิเศษคือมองเห็นวิญญาณได้ ซึ่งตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้เป็นซีรีส์แนวแฟนตาซี-คอเมดี้ปราบผีที่น่าสนใจอีกเรื่องของไลน์อัพครั้งนี้ แถมยังได้เห็น เต ตะวัน เล่นเป็นตัวเองแบบสุดๆ ครั้งแรกด้วย 

 

GMMTV2024 UP&ABOVE PART1

 

ส่วน คริส พีรวัส แม้ในพาร์ตแรกจะยังไม่มีซีรีส์เรื่องใหม่ให้แฟนๆ ได้ติดตามกัน แต่เร็วๆ นี้เขาก็กำลังจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก THE KRIST ELEMENTS CONCERT ให้แฟนๆ ได้ชมในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ซึ่งนอกจากคอนเสิร์ตของคริสแล้ว GMMTV ยังมีแผนจะจัดอีก 3 คอนเสิร์ตใหญ่คือ Nanon born to เบียว Concert คอนเสิร์ตเดี่ยวของ นนน-กรภัทร์ เกิดพันธุ์, WIN HOLIDATE FAN CON งานแฟนคอนเสิร์ตของ วิน เมธวิน และ Love Out Loud Fan Fest 2024 คอนเสิร์ตรวมคู่นักแสดงของค่ายที่จัดต่อเนื่องกันมาหลายครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการรวมตัวของนักแสดงทั้งหมด 9 คู่เลยทีเดียว

 

GMMTV2024 UP&ABOVE PART1 GMMTV2024 UP&ABOVE PART1 GMMTV2024 UP&ABOVE PART1

 

สำหรับใครที่รู้สึกเบื่อกับคู่นักแสดงเก่าๆ ของค่าย ปีนี้ GMMTV ก็มีเคมีนักแสดงคู่ใหม่มาเสิร์ฟให้แฟนๆ ได้ลองชิมกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น วินนี่-ธนวินท์ ผลเจริญรัตน์ และ สตางค์-กิตติภพ เสรีวิชยสวัสดิ์ ที่มีกระแสตอบรับดีมากๆ จาก แฟนผมเป็นประธานนักเรียน My School President มารับบทนำใน We are คือเรารักกัน, คู่ของ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี และ เล้ง-ธนพล อู่สินทรัพย์ ใน KIDNAP ลับ-จ้าง-รัก, คู่ของ จอส-เวอาห์ แสงเงิน และ ฟลุ๊ค-ภูสิษฐ์ ดิษฐพิสิษฐ์ ใน My Golden Blood เลือดนายลมหายใจฉัน, คู่ของ คีน-สุวิจักขณ์ ปิยะนพโรจน์ และ ซี-เดชชาติ ทาศิลป์ ใน แค่ที่แกง Only Boo! รวมถึงคู่ที่แฟนๆ GMMTV คาดหวังมากที่สุดอย่าง เกรท-สพล อัศวมั่นคง และ อิน-​​สาริน รณเกียรติ ก็เข้ามารับบทในซีรีส์ วันดีวิทยา Wandee Good Day เช่นเดียวกัน 

 

GMMTV2024 UP&ABOVE PART1

 

นอกจากนี้ทาง GMMTV ยังมีแผนเสิร์ฟซีรีส์ Girls Love เรื่องใหม่อย่าง Pluto นิทาน ความรัก ดวงดาว นำแสดงโดย น้ำตาล-ทิพนารี วีรวัฒโนดม และ ฟิล์ม-รชานันท์ มหาวรรณ์ ต่อจาก 23.5 องศาที่โลกเอียง ที่กำลังจะออกอากาศเร็วๆ นี้ด้วย

 

อีกหนึ่งความแปลกใหม่ในปีนี้ที่ทำทุกคนอึ้งกันตั้งแต่เห็นตัวอย่างครั้งแรกก็คือ การวนมาเจอกันของ ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ และ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน ใน Summer Night ความลับในคืนฤดูร้อน ซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้ที่ดัง-ภูวินทร์ไม่ได้เล่นด้วยกัน แต่ได้ประกับคู่นักแสดงหญิงหน้าใหม่อย่าง ป่าน-ณัชชา เชื้อแดง 

 

และถ้าใครพอจะติดตาม GMMTV มาอยู่บ้าง ก็น่าจะเคยคุ้นหูกับซีรีส์ คนละทีเดียวกัน I’M TEE, ME TOO ที่เป็นเรื่องราวของผู้ชายชื่อทีทั้ง 6 คนที่ต้องมาอยู่ในบ้านเช่าหลังเดียวกัน ซึ่งในปีนี้ทางค่ายก็มีซีรีส์บรรยากาศคล้ายๆ กันอย่าง หนังสือรุ่นพลอย ซีรีส์ที่เล่าความอลวนของคนชื่อพลอยทั้ง 5 คนที่เรียนอยู่ในห้องเรียนมัธยมห้องเดียวกัน ซึ่งตัวผู้เขียนเองรู้สึกว่าถึงแม้ทั้งสองเรื่องจะเล่าชีวิตของคน ‘ชื่อโหล’ เหมือนกัน แต่มันก็น่าจะถูกนำเสนอออกมาในมุมที่แตกต่างกันพอตัวเลยทีเดียว

 

GMMTV2024 UP&ABOVE PART1

 

อย่างที่บอกไปว่าในส่วนแรกของปีหน้า GMMTV ไม่ได้มีแค่ซีรีส์มานำเสนอเท่านั้น แต่ยังมีภาพยนตร์อย่าง The Interest ผ่อนรักนอกระบบ นำแสดงโดยไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ รอเข้าโรงภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่อง บวกกับไลน์อัพรายการหนึ่งเดียวในแผนนี้ ซึ่งเป็นรายการที่อยู่มานานที่สุดแบบทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ของค่ายอย่าง รถโรงเรียน School Renger ที่อยู่กับ GMMTV มาเป็นปี 16 แล้ว โดยปีนี้ทางค่ายได้มีการเปลี่ยนเรนเจอร์ (พิธีกร) กลุ่มใหม่รวม 16 คน มาแทนที่รุ่นก่อนที่กลายนักแสดงเสาหลักของค่ายไปแล้ว โดยเรนเจอร์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็มาจากกลุ่มนักแสดงเจน 3 ของค่าย อย่างเช่น เฟิร์ส-คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล, ข้าวตัง-ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล, ฟอส-จิรัชพงศ์ ศรีแสง, บุ๊ค-กษิดิ์เดช ปลูกผล, จุง-อาเชน ไอย์ดึน, ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ และ นีโอ-ตรัย นิ่มทวัฒน์ ฯลฯ

 

อีกสิ่งหนึ่งที่จะได้เห็นในเร็วๆ นี้ก็คือ 2 โปรเจกต์พิเศษคือ CHUANG ASIA THAILAND ที่ทาง GMMTV ได้เข้าไปร่วมทุนในรายการค้นหาเกิร์ลกรุ๊ป และการประกวด Thailand School Star 2024 ที่จะกลับมาจัดอีกครั้งเพื่อเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ที่จะมาร่วมงานกับทางค่าย

 

GMMTV2024 UP&ABOVE PART1

 

ดังนั้นแล้วภาพรวมของงาน GMMTV2024 UP&ABOVE PART1 ส่วนหนึ่งยังคงเน้นไปที่การทำซีรีส์ Boy Love และ Girls Love ที่หยิบเอานิยายหรือการ์ตูนขวัญใจผู้อ่านมาทำเป็นเวอร์ชันคนแสดงเช่นเดิม แต่ท้าทายด้วยการผสมเคมีใหม่ๆ ของนักแสดงเจนใหม่และเจนเก่าในค่าย และอีกส่วนหนึ่งคือการรีเมกซีรีส์ยอดนิยมจากต่างประเทศเพื่อเจาะฐานคนดูให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงมีผลงานจากนักแสดงเสาหลักของค่ายให้แฟนคลับได้หายคิดถึงอยู่ตลอด 

 

ดังนั้นถ้าย้อนกลับไปที่คำพูดของ ถา สถาพร ว่าความพยายามของ GMMTV คือการสร้างซีรีส์วัยรุ่นที่แปลกใหม่ การเปิดตัวครั้งนี้อาจจะไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความแปลกใหม่ในเชิงของประเภทเนื้อหาเท่าไรนัก แต่แปลกใหม่ในเชิงของการวางตัวนักแสดงและบรรยากาศของเรื่องมากกว่า

 

ชม The Secret Sauce EP.674 ความลับซีรีส์วาย ซอฟต์พาวเวอร์พันล้าน จิ้นกันทั้งโลก ได้ที่:

 

The post สรุปไลน์อัพจากงาน GMMTV 2024 UP & ABOVE PART 1 ศักราชที่จะถึงนี้ค่าย GMMTV จะมาไม้ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
นนท์ ธนนท์ และ แบมแบม GOT7 ร่วมเป็นเจ้าภาพงานฌาปนกิจ หนุงหนิง แฟนคลับผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงพารากอน https://thestandard.co/nont-bambam-nungning-cremation/ Sat, 14 Oct 2023 02:20:30 +0000 https://thestandard.co/?p=854494 ร่วมเป็นเจ้าภาพ งานศพ แฟนคลับ หนุงหนิง

นนท์-ธนนท์ จำเริญ และ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล สมาชิก […]

The post นนท์ ธนนท์ และ แบมแบม GOT7 ร่วมเป็นเจ้าภาพงานฌาปนกิจ หนุงหนิง แฟนคลับผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงพารากอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่วมเป็นเจ้าภาพ งานศพ แฟนคลับ หนุงหนิง

นนท์-ธนนท์ จำเริญ และ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล สมาชิกวง GOT7 ร่วมเป็นเจ้าภาพงานฌาปนกิจศพของ หนุงหนิง หรือ เพ็ญพิวรรณ มิตรธรรมพิทักษ์ แฟนคลับที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงพารากอน หลังเข้ารับการรักษามายาวนาน 10 วัน

 

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา หนุงหนิง หรือ เพ็ญพิวรรณ มิตรธรรมพิทักษ์ แฟนคลับของ นนท์-ธนนท์ จำเริญ และวง GOT7 ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุกราดยิง ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยระหว่างการรักษา นนท์ ธนนท์ และค่าย LOVEis Entertainment ต้นสังกัด ก็ได้ส่งกระเช้าดอกไม้และอาหารไปให้กำลังใจหนุงหนิงและครอบครัว 

 

ด้านวง GOT7 เอง แบมแบมก็ได้ประสานงานผ่านต้นสังกัด ABYSS Company และตัวแทนในประเทศไทย iMe Thailand เพื่อส่งกระเช้าและจดหมายให้กำลังใจ รวมถึง มาร์ค ต้วน อีกหนึ่งสมาชิกของวง GOT7 เอง ก็ได้ส่งของขวัญไปเยี่ยมหนุงหนิงเช่นกัน

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

หลังการรักษาตลอด 10 วัน หนุงหนิงเสียชีวิตลงอย่างสงบในวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. โดยลูกพี่ลูกน้องของเธอได้โพสต์ผ่าน X (Twitter) แอ็กเคานต์ @songdoubles ขอบคุณสำหรับกระเช้าดอกไม้และกระเช้าผลไม้ที่ส่งมาเยี่ยมเยียนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงกำลังใจจากศิลปินและเพื่อนๆ แฟนคลับทุกคน

 

“ในนามตัวแทนของคุณแม่พี่หนิง ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมส่งกระเช้าดอกไม้และกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมเยียนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นเวลา 10 วันค่ะ

 

“ท่านนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน, เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, ผู้บริหาร #SiamParagon

 

“และที่ขาดไม่ได้กับกำลังใจอันสำคัญจากคุณ #แบมแบม #GOT7, คุณ #นนท์ธนนท์, คุณ #มาร์คต้วน GOT7, คุณ #เจบี GOT7, LOVEis Entertainment และครอบครัวกลุ่มอากาเซและนนท์แฟม ที่แวะเวียนมาดูแลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาค่ะ”

 

ล่าสุดทาง LOVEis Entertainment ยืนยันว่า นนท์ ธนนท์ จะร่วมเป็นเจ้าภาพงานฌาปนกิจศพในวันที่ 17 ตุลาคม (แต่ไม่ได้ไปร่วมงาน) ส่วนทางวง GOT7 นั้น แบมแบมเองได้ติดต่อญาติเพื่อเข้าไปร่วมเป็นเจ้าภาพแล้วเช่นกัน โดยจะเป็นเจ้าภาพในวันที่ 17 ตุลาคม

 

ทั้งนี้ THE STANDARD POP ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ญาติ และคนที่รัก หนุงหนิง-เพ็ญพิวรรณ มิตรธรรมพิทักษ์ ทุกท่านกับการจากไปในครั้งนี้ เราเชื่อว่าหนุงหนิงจะสามารถรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่ทุกคนมีให้กับเธอ และหวังว่าจะไม่มีใครต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์น่าสลดเช่นนี้อีก

 

อ้างอิง:

The post นนท์ ธนนท์ และ แบมแบม GOT7 ร่วมเป็นเจ้าภาพงานฌาปนกิจ หนุงหนิง แฟนคลับผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงพารากอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน ละครเพลงวัยรุ่น ที่ดูกี่ตอนก็ร้องตามได้ https://thestandard.co/across-the-sky/ Wed, 11 Oct 2023 03:05:28 +0000 https://thestandard.co/?p=853275 Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน

ปี 2539 Hot Wave Music Awards เริ่มต้นประกวดเป็นปีแรก ป […]

The post Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน ละครเพลงวัยรุ่น ที่ดูกี่ตอนก็ร้องตามได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน
  • ปี 2539 Hot Wave Music Awards เริ่มต้นประกวดเป็นปีแรก
  • ปี 2547 The Star ค้นฟ้าคว้าดาว ได้ผู้ชนะคนที่ 1 
  • ปี 2548 รายการชิงช้าสวรรค์ หันมาทำการประกวดเพลงลูกทุ่งเต็มตัว
  • ปี 2550 ค่าย Kamikaze ก่อตั้งขึ้นโดยมีศิลปิน 22 คน รวมถึง Four-Mod
  • ปี 2555 นนท์-ธนนท์ จำเริญ ชนะรายการ The Voice เสียงจริงตัวจริง ซีซัน 1
  • ปี 2560 เพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ของ BNK48 ถูกปล่อยทางสตรีมมิง
  • ปี 2563 The Rapper เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับกระแสเพลงแรปที่แพร่หลาย

 

ยิ่งนับวันประเทศไทยยิ่งมีการแข่งขันร้องเพลงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตของวงการที่เปลี่ยนผ่านและส่งต่อแนวดนตรีจากยุคสู่ยุค อย่างตัวผู้เขียนเองรวมถึงใครหลายๆ คนก็น่าจะเคยเติบโตมากับสักจังหวะหนึ่งในวงการเพลงไทยอยู่เหมือนกัน ใครบางคนอาจโตมากับยุค The Star เคยอยากประกวด Hot Wave Music Awards เพราะดู Suck Seed ห่วยขั้นเทพ (2554) ชื่นชอบเพลงของนนท์ ธนนท์ เคยเต้นเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย หัดแรป 8 บาร์หนีตายใน The Rapper และอาจจำเนื้อเพลง เด็กมีปัญหา ของ Four-Mod ได้ขึ้นใจ 

 

หรือจริงๆ แล้ว ถึงแม้คุณจะไม่ได้อินกับทุกสิ่งที่เราเอ่ยมาข้างต้น แต่ถ้าเคยคุ้นหูคุ้นตากับชื่อที่ถูกกล่าวถึงไปอยู่บ้าง ก็น่าจะพอจินตนาการได้ว่าวงการเพลงไทยมีแนวเพลงฮิตติดกระแสที่เปลี่ยนไปตามยุคตามช่วงเวลา จากเพลงร็อกสู่เพลงป๊อป มาเป็นเพลงแรป แทรกด้วยลูกทุ่งอยู่ตลอด สิ่งเหล่านี้ถูกเก็บเล็กผสมน้อยจนวิวัฒนาการมาเป็นวันนี้ที่ T-Pop หรือเพลงไทยกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ผสมผสานหลากแนวเพลงจากหลายยุคสมัย และยังมีพื้นที่มากพอสำหรับผู้คนที่เติบโตมาในต่างยุคต่างเทรนด์ และใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปินอีกด้วย 

 

Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน

 

Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน คือละครจากช่อง one31 ที่หยิบเรื่องราวของเด็กกลุ่มหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากเป็นจะศิลปินมาบอกเล่า พร้อมแทรกสไตล์ดนตรีในหลากหลายยุคสมัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่อง ผ่านตัวละคร สกาย (บอส-บูลเศรษฐ์ ภูสินโชควงศา) ลูกชายของอดีตไอดอลยุค 2000 ผู้ล่วงลับ เต็ม วงเต็มแม็กซ์ (ภูมิ-พงศ์รชตะ ไชยศิวามงคล) สกายคือเด็กที่โตมากับเพลงของวงเต็มแม็กซ์ และใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปินให้ได้เหมือนกับพ่อ เขาจึงตัดสินใจบินจากอเมริกาเพื่อมาเข้าร่วม Max Academy โรงเรียนสอนศิลปินฝึกหัดของ แม็กซ์ (กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ) เพื่อนสนิทของพ่อโดยไม่ให้แม่รู้

 

ว่ากันตามตรง Max Academy ในละครเรื่องนี้อาจไม่ได้เหมือนกับภาพการฝึกศิลปินฝึกหัดที่คุ้นเคยกันมากนัก แต่คลับคล้ายคลับคลากับโรงเรียนสอนร้องสอนเต้นที่เป็นต้นน้ำของการสร้างทักษะการเป็นศิลปินเสียมากกว่า ดังนั้นแล้วเป้าหมายในการเป็นศิลปินของทุกตัวละครในเรื่องนี้จึงเป็นเส้นทางที่ไกลอยู่พอตัว ทำให้นอกจากเรื่องราวการฝึกฝนแล้ว ตัวละครแต่ละตัวยังต้องแข่งขันกันเพื่อผ่านด่านการวัดทักษะภายในโรงเรียน และการประกวดตามเวทีต่างๆ เพื่อจะเข้าใกล้คำว่าศิลปินให้มากที่สุด ขณะเดียวกันพวกเขาก็ยังมีปัญหาแบบวัยรุ่นทั่วไปให้ต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นความไม่สมบูรณ์ของครอบครัว แรงกดดันจากพ่อแม่ และแรงปะทะจากความผิดหวัง

 

ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเนื้อหาของเรื่องนี้มีกลิ่นอายและบรรยากาศคล้ายกับซีรีส์เกาหลีเรื่อง Dream High (2011) ที่เล่าเรื่องราวนักเรียนในโรงเรียนสอนศิลปะและการแสดงคิริน อีกทั้งฉากในทีเซอร์ที่ สกาย และ ฉลาม (ไดร์ม่อน-ณรกร ณิชกุลธนโชติ) เต้น Dance Battle กัน ก็ทำให้นึกถึงฉากจำใน Dream High 2 (2012) ที่เจบีและจินยองวง GOT7 เต้นแข่งกันได้ประมาณหนึ่งเลยทีเดียว 

 

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เรื่องนี้ก็แตกต่างด้วยความเป็นมิวสิคัลที่ผู้กำกับ บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ (ที่กลับมากำกับละครในรอบหลายปี) และ อาร์ต-จาริวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์ พยายามหยิบเอาเพลงไทยในหลายๆ สไตล์มาช่วยในการดำเนินเรื่อง เช่น เรือเล็กควรออกจากฝั่ง – Bodyslam, ต้องโทษดาว… – เบิร์ด ธงไชย, ยกมือขึ้น – โจอี้ บอย, MY TIME – PERSES, PLEASE – Atom, Stand by หล่อ – New Country ฯลฯ

 

Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน

 

อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน คือการรวมตัวของบรรดานักแสดงกว่า 19 คน ที่ล้วนแล้วแต่เคยผ่านเวทีประกวดของช่อง one31 มาแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเวที THE STAR IDOL, The Golden Song เวทีเพลงเพราะ, LAZ iCON ไอคอนป๊อบ ตัวท็อปเดบิวต์, TOP ONE ตัวจริงชิงหนึ่ง และ World of Dance Thailand เต้นบันลือโลก มาแสดงร่วมกับนักแสดง New Gen ช่อง one31 นำทีมโดย บอส-บูลเศรษฐ์ ภูสินโชควงศา จาก LAZ iCON, เอินเอิน-ฟาติมา เดชะวลีกุล จาก THE STAR IDOL, ไดร์ม่อน-ณรกร ณิชกุลธนโชติ จากวง LAZ1 มาร่วมประชันบทบาทกับศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ สมาชิกวง UHT, โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม, ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน, ลูกหว้า-พิจิกา จิตตะปุตตะ ฯลฯ

 

ส่วนนี้ผู้เขียนเองมองว่า นี่เป็นวิธีการผลักดันศิลปินในค่ายที่ค่อนข้างฉลาด เพราะในเมื่อช่อง one31 และ One Music มีศิลปินเสียงเพราะเต้นดีมากมายขนาดนี้ การจับทุกคนมารวมตัวกันในละครสักเรื่องก็น่าจะดึงดูดกลุ่มคนดูใหม่ๆ เข้ามาได้ดี แถมรูปแบบละครเพลงก็ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาได้โชว์ของผ่านละครกันอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะมีส่วนที่น่าเป็นห่วงอยู่บ้างอย่างเรื่องการแสดงและการสื่ออารมณ์ แต่ถ้านับว่านี่เป็นผลงานแสดงเรื่องแรกของหลายๆ คน ก็ถือว่าทำออกมาได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะตัวละคร ต้นกล้า นำแสดงโดย ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ จาก The Golden Song ที่แม้จะยังไม่มีบทบาทมากนักใน 5 อีพีแรก แต่ก็แย่งซีนและเพิ่มสีสันให้กับเรื่องได้อย่างดี

 

Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน

 

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากพูดถึงในละครเรื่องนี้ คือการโปรโมตที่เรียกได้ว่า ‘จัดเต็ม’ มาตั้งแต่เปิดตัวในงาน ปรากฏการณ์ one สนั่นจอ เมื่อปลายปี 2565 ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นแผนโปรโมตละครที่ค่อนข้างสนุกและหลากหลายมากกว่าการทำไวรัลคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดีย หรือการสัมภาษณ์อื่นๆ แบบที่ละครส่วนใหญ่ทำกันมา

 

สิ่งที่เพิ่มเติมมาของการโปรโมตละครเรื่องนี้มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำซิงเกิล You’re My First Love ที่ร้องโดยนักแสดงทั้ง 19 คน, ซิงเกิล  เต็มแม็กซ์ ของ บูม สหรัฐ และ ภูมิ พงศ์รชตะ และซิงเกิล ACROSS THE SKY โดยนักแสดงนำ บอส, เอินเอิน และ ไดร์ม่อน โดยในส่วนของสามนักแสดงนำก็ยังมีโปรเจกต์เพลงคัฟเวอร์ในชื่อ SHADE of SKY มาเพิ่มเติมทั้งหมด 4 เพลงคือ ผู้ถูกเลือก,เลือกได้ไหม?, MR.ลังเล, VERY VERY SMALL, MISS CALL และ DYNAMITE 

 

Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน

 

อีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจมากๆ เลยก็คือ Across The Sky | LIVE TO MEET YOU ไลฟ์ที่จะมีนักแสดงนำผลัดกันมาร้องเพลงคัฟเวอร์ให้ฟังแบบสดๆ ซึ่งมีให้ชมทั้งแบบเต็มและไฮไลต์เฉพาะเพลง ทำให้ผู้ชมทั้งในแฟนด้อมและนอกแฟนด้อมเข้าถึงพวกเขาได้ง่ายขึ้น นอกจากจะร้องเพลงในไลฟ์แล้วพวกเขายังออกไปทำการแสดงแบบ Public PerformancE ตามจุดต่างๆ กลางกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น centralwOrld, Samyan Mitrtown, Siam Discovery และ MBK โดยเอาเพลงประกอบละคร เพลงในโปรเจกต์ SHADE of SKY และเพลงดังต่างๆ มาโชว์ให้แฟนๆ และคนทั่วไปได้ร้องตามกันแบบตัวต่อตัว แถมทีมงานยังได้ภาพและคลิปวิดีโอกลับมาโปรโมตต่อในโซเชียลด้วย

 

ในการโปรโมตละครเรื่องนี้ยังมีในส่วนของ ลัดฟ้าล่า FUN รายการที่พาบรรดานักแสดงเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ ที่เขาใหญ่ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่ารายการแบบนี้เป็นเครื่องมือที่ดีที่จะทำให้แฟนๆ รู้จักนักแสดงแต่ละคนเพิ่มมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้หลายๆ คนอาจเห็นพวกเขาแค่เวลาร้องเพลงหรือไลฟ์นิดๆ หน่อยๆ แต่รายการนี้ทำให้เราเห็นมิติอื่นๆ อย่าง นิสัยใจคอ ความตลกตบมุก หรือความเป็นธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นด้วย

 

Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน

 

โดยรวมแล้ว Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน ยังเป็นละครที่น่าสนใจในแง่ของการนำเสนอ ทั้งรูปแบบกึ่งละครเพลงที่มีเพลงคุ้นหูมาให้ร้องตามอยู่เรื่อยๆ วิธีการโปรโมตที่หลากหลายและเข้าถึง ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ดีมากๆ ในการโชว์ศักยภาพของศิลปินในค่าย อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเสียดายพอตัวที่ประเทศไทยยังไม่มีเวทีหรือพื้นที่มากนักให้ศิลปินได้ทำการแสดง เพราะสุดท้ายฉากที่ศิลปินเหล่านี้ทำได้ดีและเปล่งประกายมากที่สุด ก็ไม่พ้นการร้องเพลง แรป และเต้นให้ผู้ชมได้ดูอยู่ดี

 

ติดตามละคร Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง one31 และดูย้อนหลังได้ทาง Netflix 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่: 

 

The post Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน ละครเพลงวัยรุ่น ที่ดูกี่ตอนก็ร้องตามได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 7 จุดดูหนังกลางแปลงทั่วกรุงเทพฯ ในงาน กรุงเทพกลางแปลง เริ่มต้นสุดสัปดาห์นี้! https://thestandard.co/7-bangkok-outdoor-movie-locations/ Sat, 07 Oct 2023 02:36:42 +0000 https://thestandard.co/?p=851647 หนังกลางแปลง กรุงเทพ

สุดสัปดาห์ของคนคิดถึงหนังกลางแปลงกำลังจะมาถึงแล้ว สำหรั […]

The post เปิด 7 จุดดูหนังกลางแปลงทั่วกรุงเทพฯ ในงาน กรุงเทพกลางแปลง เริ่มต้นสุดสัปดาห์นี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนังกลางแปลง กรุงเทพ

สุดสัปดาห์ของคนคิดถึงหนังกลางแปลงกำลังจะมาถึงแล้ว สำหรับงานกรุงเทพกลางแปลง งานฉายภาพยนตร์กลางแปลงที่จัดขึ้นโดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และสมาคมหนังกลางแปลงแห่งประเทศไทย ชวนคนรักหนังมาพบกับภาพยนตร์ 22 เรื่อง ตลอดทั้ง 6 สัปดาห์ ใน 7 สถานที่ เริ่มเปิดจอวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคมนี้ 

 

THE STANDARD POP ได้รวบรวมสถานที่และกำหนดการฉายของภาพยนตร์ในแต่ละสัปดาห์มาให้ทุกคนติดตามกัน 

 

กรุงเทพกลางแปลงเป็นหนึ่งในนโยบาย 12 เดือน 12 เทศกาลของทางกรุงเทพมหานคร ที่ตั้งใจจะผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นทั้งหมด 7 จุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ ทั้งในแบบอินดอร์และเอาต์ดอร์ ได้แก่ หัวลำโพง, ลานคนเมือง, ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง), สวนลุมพินี, ประปาแม้นศรี, ดาดฟ้า ลาซาล และสวนป่าเบญจกิติ ในเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป จะมีการเสวนาพิเศษ พูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดง มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และเริ่มฉายหนังในเวลา 19.00 น. โดยมีตารางการฉายดังนี้

 

หนังกลางแปลง กรุงเทพ

 

หัวลำโพง

  • 7 ตุลาคม ทรชนคนสวย (2510)
  • 8 ตุลาคม October Sonata (2552)

 

และกิจกรรมพิเศษรำลึกถึง ‘มิตร ชัยบัญชา’

ลิงก์แผนที่: 

 

 

หนังกลางแปลง กรุงเทพ

 

ลานคนเมือง

  • 14 ตุลาคม สงครามประชาชน (2544)
  • 15 ตุลาคม องค์บาก (2546)

 

ลิงก์แผนที่: 

 

 

หนังกลางแปลง กรุงเทพ

 

ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง)

  • 20 ตุลาคม Goal Club เกมล้มโต๊ะ (2544)
  • 21 ตุลาคม นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ (2544) *พิเศษพากย์สดโดยนักพากย์ต้นตำรับ
  • 22 ตุลาคม Kung Fu Panda (2558) *พิเศษในระบบสามมิติ (3D)

 

ลิงก์แผนที่: 

 

 

หนังกลางแปลง กรุงเทพ

 

สวนลุมพินี

  • 27 ตุลาคม รัก 7 ปี ดี 7 หน (2555)
  • 28 ตุลาคม ร่างทรง (2564) 
  • 29 ตุลาคม หอแต๋วแตก แหกกระเจิง (2558)

 

ลิงก์แผนที่:

 

 

หนังกลางแปลง กรุงเทพ

 

ประปาแม้นศรี

  • 3 พฤศจิกายน PHOTOGRAPH (2562)
  • 4 พฤศจิกายน เทพธิดาบาร์ 21 (2521)
  • 5 พฤศจิกายน เรื่องตลก 69 (2542)

 

ลิงก์แผนที่:

 

 

หนังกลางแปลง กรุงเทพ

 

ดาดฟ้า ลาซาล

  • 10 พฤศจิกายน Lost In Blue (2559)
  • 11 พฤศจิกายน Concrete Clouds (2557)
  • 12 พฤศจิกายน Close (2559)

 

ลิงก์แผนที่: 

 

 

หนังกลางแปลง กรุงเทพ

 

สวนป่าเบญจกิติ

  • 3-5 พฤศจิกายน หนังจากสถานทูต
  • 10-12 พฤศจิกายน หนังจากสถานทูต

 

ลิงก์แผนที่: 

 

 

นอกจากภาพยนตร์ตามตารางฉายแล้ว ยังมีการฉายหนังสั้นนักศึกษาและหนังสั้นจากโครงการ Today at Apple เปิดหัวในทุกสัปดาห์ พร้อมกิจกรรมพิเศษอื่นๆ ที่คนรักหนังต้องห้ามพลาด

 

โดยทีมจัดงานได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ปีนี้มีทั้งฉายในพื้นที่อินดอร์และเอาต์ดอร์ ตามพยากรณ์อากาศกรุงเทพฯ จะยังพอมีฝนบ้าง 40-60% ไปจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม แต่หลังจากนี้อากาศจะสบายๆ แล้ว ชวนออกมาดูหนังกันครับ” ดังนั้นใครที่ยังไม่มีแผนจะไปไหนในสุดสัปดาห์ต่อจากนี้ ก็อย่าลืมเช็กตารางการฉายแล้วชวนคนที่คุณรักไปดูหนังกลางแปลงด้วยกันได้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมนี้

 

กรุงเทพกลางแปลง

The post เปิด 7 จุดดูหนังกลางแปลงทั่วกรุงเทพฯ ในงาน กรุงเทพกลางแปลง เริ่มต้นสุดสัปดาห์นี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิ้งค์-โบกี้-วี-ส้ม แง้มบรรยากาศซ้อมใหญ่ ‘4 Queens Concert’ ก่อนขึ้นบัลลังก์ 7 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/ink-bowky-violette-zom-marie-4-queens-concert/ Wed, 04 Oct 2023 12:44:03 +0000 https://thestandard.co/?p=850719 4 Queens Concert

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่ 4 ศิลปินหญิงแห่งยุค นำโดย […]

The post อิ้งค์-โบกี้-วี-ส้ม แง้มบรรยากาศซ้อมใหญ่ ‘4 Queens Concert’ ก่อนขึ้นบัลลังก์ 7 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 Queens Concert

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่ 4 ศิลปินหญิงแห่งยุค นำโดย Ink Waruntorn (อิ้งค์-วรันธร เปานิล), BOWKYLION (โบกี้-พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ), Violette Wautier (วี-วิโอเลต วอเทียร์) และ Zom Marie (ส้ม-มารี เออเจนี เลอเลย์) จะมาร่วมประชันพลังเสียงและมอบความสนุกให้แฟนๆ กันแบบจัดเต็มในคอนเสิร์ต The Concert Application presents 4 Queens Concert ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ณ IMPACT Challenger Hall

 

แน่นอนว่านี้คือช่วงท้ายของการซ้อมของทั้ง 4 ศิลปิน ที่แม้ว่าเวลาจะใกล้เข้ามาแต่บรรยากาศการเตรียมตัวก็ยังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความเฮฮา ตบมุกส่งให้กันและกันอยู่เรื่อยๆ ในขณะเดียวกันพวกเธอก็ยังไม่ทิ้งความทุ่มเท ความตั้งใจ และความเป็นมืออาชีพ เพื่อให้งานในครั้งนี้ออกมาอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ทั้ง 4 สาวยังเผยอีกว่า “ยิ่งใกล้ถึงวันพวกเรายิ่งตื่นเต้นมาก พวกเราตั้งใจมากๆ กับการซ้อมทุกครั้ง และครั้งนี้เป็นซ้อมใหญ่ก่อนจะไปเจอกันในวันจริง อยากให้ทุกคนเตรียมร่างกาย วอร์มเสียงกรี๊ด รีบมาและส่งกำลังใจให้พวกเรากันนะคะ”

 

ในส่วนของแขกรับเชิญสุดพิเศษแม้ว่ายังไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้ แต่ทั้งสี่คนก็ยืนยันว่าแขกรับเชิญที่จะมาร่วมโชว์ด้วยนั้นก็เป็นตัวแม่ที่ทุกคนจะต้องทึ่งอย่างแน่นอน

 

4 Queens Concert เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตไทยที่น่าจับตาในปีนี้มากๆ ด้วยการรวม 4 ศิลปินมากฝีมือที่คิวแน่นตลอดปีมารวมกัน ซึ่งชื่อของทั้งสี่คนนั้นก็รับประกันคุณภาพโชว์และเสียงร้องแบบหูเคลือบทองได้แล้ว ดังนั้นใครที่มีบัตรแล้วก็อย่าลืมไปเจอพวกเธอได้ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ณ IMPACT Challenger Hall 1 เปิดประตูเข้างานตั้งแต่ 12.00 น. เป็นต้นไป

 

4 Queens Concert 4 Queens Concert 4 Queens Concert 4 Queens Concert 4 Queens Concert 4 Queens Concert 4 Queens Concert

The post อิ้งค์-โบกี้-วี-ส้ม แง้มบรรยากาศซ้อมใหญ่ ‘4 Queens Concert’ ก่อนขึ้นบัลลังก์ 7 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พนมนาคา ตำนานสองพญานาคที่ฉีก แต่ยังไม่ดีดนิ้ว https://thestandard.co/the-bride-of-naga-2023/ Tue, 19 Sep 2023 09:25:53 +0000 https://thestandard.co/?p=843403 พนมนาคา

ละครไทย-แฟนตาซีเป็นความพยายามและความท้าทายของผู้จัดมาทุ […]

The post พนมนาคา ตำนานสองพญานาคที่ฉีก แต่ยังไม่ดีดนิ้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
พนมนาคา

ละครไทย-แฟนตาซีเป็นความพยายามและความท้าทายของผู้จัดมาทุกยุคทุกสมัย เห็นได้จากการหยิบเอาเรื่องราวในวรรณกรรมพื้นบ้าน ตำนานตะวันตก หรือสัตว์กึ่งเทพในความเชื่อกึ่งพุทธ กึ่งพราหมณ์ มาดัดแปลงเป็นเนื้อหาออกมาอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น รักนี้หัวใจมีครีบ, มัจฉาอันดา, ภูตพิศวาส, พิภพหิมพานต์, ไลลาธิดายักษ์ ฯลฯ ความยากของละครแฟนตาซีที่หลักๆ แล้วคงจะเป็นพื้นหลังตัวละครที่ต้องเล่นกับความคุ้นเคยเดิมของคนดู รวมไปถึงความสมจริงภายใต้งบประมาณที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฉาก เครื่องแต่งกาย และ Computer Graphic ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเป็นจุดตายของงานแบบนี้เลยก็ว่าได้

 

พนมนาคา คือหนึ่งในละครแนวแฟนตาซีที่พยายามท้าทายกับความยากเหล่านั้น ด้วยการหยิบเอาตำนานยอดฮิตอย่างพญานาค สัตว์กึ่งเทพตามความเชื่อพุทธ-ฮินดูมาเป็นเส้นเรื่องหลัก

 

เล่าเรื่องของ ‘พนมนาคา’ หมู่บ้านเก่าแก่ที่ชาวบ้านต่างศรัทธาสองพญานาคพี่น้องที่คอยปกปักรักษาพื้นที่แห่งนี้ เอเชีย (กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล) แพทย์สาวที่ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์เท่าไรนัก ต้องเข้ามารักษาอาการโรคเกล็ดงูของเด็กๆ ที่หมู่บ้านนี้แทนเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ระหว่างการรักษาเธอพบกับเรื่องราวแปลกๆ มากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ อนันตชัย (ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา) ชายหนุ่มปริศนาที่มักจะเข้ามาช่วยเหลือเธอได้ถูกจังหวะถูกเวลาอยู่เสมอ และในขณะเดียวกันเขาก็พาเธอเข้าใกล้ตัวตนของพญานาคมากขึ้นเรื่อยๆ

 

พนมนาคา

 

เมื่อเล่าถึงตรงนี้แล้วแน่นอนว่าอนันตชัยคือหนึ่งในพญานาคสองพี่น้องที่ปกปักรักษาที่แห่งนี้มานับพันปี และเอเชีย หรือในชาติที่แล้วคือ อนัญชลี อดีตคนรักของเขาที่ตายจากกันไปในพิธีนาคพลี (พิธีแต่งงานที่ต้องทำเพื่อรับตำแหน่งกษัตริย์) พร้อมคำขอว่าจะไม่ตกหลุมรักอนันตชัยอีก โดยการจากไปในครั้งนั้นเป็นผลจากแผนของ อเนกชาติ (เพชร โบราณินทร์) พญานาคผู้น้องที่ต้องการขัดขวางพิธีนี้ของพี่ชาย ด้วยเหตุนี้อนันตชัยจึงใช้เวลานับพันปีในการคว้าหัวใจของอนัญชลีคืนมา และตามหามณีนาคาประจำตัวของอเนกชาติเพื่อฆ่านาคผู้น้องตนนี้เสียให้ได้

 

ในฐานะคนดูเรายอมรับว่าในช่วงแรกไม่ได้รู้สึกถึงความแปลกใหม่ของเนื้อเรื่องเท่าไรนัก ซึ่งหลักๆ แล้วน่าจะเป็นเพราะว่าพญานาคเป็นสัตว์ในตำนานที่ถูกผลิตซ้ำบ่อยมากๆ และหลายครั้งก็แมสเสียจนสร้างภาพจำให้ผู้ชมได้ชัดเจนแบบ Full HD จนทำให้พญานาคสำหรับเราไปผูกติดอยู่กับประโยค “อีคำแก้วมันเป็นงู” จากเรื่อง นาคี ไม่ก็อาจจะนึกถึงละครคลาสสิกอย่าง นาคราช หรือ มณีสวาท ขึ้นมาแทน

 

พนมนาคา

 

นอกจากการผลิตซ้ำของฝั่งละครแล้ว พญานาคยังเป็นสัตว์กึ่งเทพที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่มันแทรกอยู่กับพุทธศาสนาในหลายๆ แง่มุม ทั้งในพุทธประวัติ ตามวัดวาอาราม พิธีบวชนาค ไปจนถึงเทศกาลพื้นถิ่นอย่างบุญบั้งไฟพญานาค ทำให้ในทางหนึ่งมันอาจจะเป็นข้อดีที่ละครไม่จำเป็นต้องพูดเยอะว่าพญานาคคืออะไร แต่ในอีกทางหนึ่งมันก็ให้ความรู้สึกจำเจนิดหน่อยได้เช่นกัน

 

แม้ว่าในช่วงแรกมันจะเป็นไปในทางนั้น แต่พอดูต่อมาอีกสักหน่อยในอีพีที่ 3 และ 4 ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องเริ่มเข้มข้นและเข้าใกล้คำว่าสนุกขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่อุปสรรคของหมอเอเชียไม่ใช่แค่การรักษาโรคเกล็ดงู แต่มันคือการต้องสู้กับความเชื่อของชาวบ้านที่ไม่ยอมรับการรักษาสมัยใหม่เท่าที่ควร สลับกับความเชือดเฉือนระหว่างพี่น้องก็สร้างเส้นเรื่องที่น่าสนใจอีกเส้นหนึ่งได้ด้วย โดยเฉพาะฉากที่เฉลยว่าสาเหตุที่อนันตชัยไม่สามารถหามณีนาคาประจำตัวของอเนกชาติได้เพราะมันถูกฝังอยู่ในตัวเอเชียนั้นก็กระตุ้นความน่าติดตามได้ดีทีเดียว

 

พนมนาคา พนมนาคา

 

ภาพรวมของเนื้อหาจึงเป็นไปได้ค่อนข้างดีและสนุกอยู่พอตัว ทำให้นึกถึงกลิ่นอายของซีรีส์เกาหลีอย่าง Guardian: The Lonely and Great God (Goblin) ผสมกับ Tale of the Nine Tailed ซึ่งเป็นซีรีส์ที่หยิบเอาก็อบลินและจิ้งจอกเก้าหางในความเชื่อของคนเกาหลีมาเล่นไปพร้อมกับการรอคอยและคำสาปนับพันปีที่ค่อนข้างโรแมนติก แต่เสน่ห์อีกอย่างของซีรีส์ประเภทนี้คือดีเทลของเรื่องเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชาลบความทรงจำของยมทูต การข้ามแม่น้ำซัมโด การทำงานของโลกหลังความตาย ฯลฯ ซึ่งเรายังไม่ค่อยเห็นใน พนมนาคา เท่าไรนัก แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและอาจจะมีสิ่งเหล่านี้มาให้เราเห็นได้ในตอนถัดๆ ไป

 

ส่วนการตัดต่อและคุณภาพของงานโปรดักชันค่อนข้างทำได้ตามมาตรฐานของละครไทย ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากมาย แต่สิ่งที่ผู้เขียนค่อนข้างติดใจจริงๆ ก็คงเป็นความสมจริงของ CG (Computer Graphic) ที่ใช้ในเรื่องอยู่เยอะพอสมควร เพราะมิติของ CG ที่ได้มาค่อนข้างลอยไปหน่อย ทำให้เราแยกออกได้ทันทีว่างูที่เลื้อยเข้ามาในฉากเป็นงูคอมพิวเตอร์ แม้จะเข้าใจว่าการทำละครนั้นมีงบประมาณและเวลาที่จำกัด ทำให้การสร้างสัตว์เหนือจินตนาการให้สมจริงนั้นค่อนข้างยาก (อย่างที่บอกไปข้างต้นว่ามันท้าทาย) แต่เพราะความไม่สมจริงนี้ก็ทำให้อรรถรสของละครลดลงไปอย่างน่าเสียดาย

 

พนมนาคา พนมนาคา

 

โดยรวมแล้วแม้ว่า พนมนาคา จะยังบกพร่องในเรื่องของงาน Computer Graphic ไปเล็กน้อย แต่หากมองข้ามจุดนี้ไปมันก็ยังเป็นเรื่องที่มีเนื้อหาสดใหม่น่าสนใจสำหรับวงการละครไทย สมกับความตั้งใจของช่อง one31 ที่ตั้งใจปลุกปั้นเนื้อหาใหม่ๆ แบบไม่รีเมกให้แฟนละครได้ชม หรืออาจพูดได้ว่าละครเรื่องนี้ค่อนข้างฉีกจากเนื้อเรื่องเดิมๆ แต่ยังไม่ถึงขนาดดีดนิ้ว เป๊าะ! ชอบใจ

 

ติดตามชมละคร พนมนาคา ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง one31 ดูย้อนหลังได้ทาง Netflix

 

รับชมตัวอย่างละคร พนมนาคา ได้ที่นี่: 

 

 

อ้างอิง:

The post พนมนาคา ตำนานสองพญานาคที่ฉีก แต่ยังไม่ดีดนิ้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gotcha Pop Concert เก็บตกเคมีสุดป๊อป และโชว์เปี่ยมเสน่ห์จาก 7 ศิลปิน T-Pop กระแสแรง https://thestandard.co/gotcha-pop-concert-pics/ Wed, 13 Sep 2023 04:35:15 +0000 https://thestandard.co/?p=841119 Gotcha Pop Concert

เก็บตกภาพบรรยากาศเคมีสุดป๊อปในงาน Gotcha Pop Concert งา […]

The post Gotcha Pop Concert เก็บตกเคมีสุดป๊อป และโชว์เปี่ยมเสน่ห์จาก 7 ศิลปิน T-Pop กระแสแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gotcha Pop Concert

เก็บตกภาพบรรยากาศเคมีสุดป๊อปในงาน Gotcha Pop Concert งานคอนเสิร์ตที่รวมศิลปิน T-Pop ไว้คับคั่ง ทั้ง TRINITY, 4EVE, PROXIE, LAZ1, PERSES, ATLAS และ LYKN พร้อมโชว์สุดพิเศษจากพวกเขาส่งตรงถึงแฟนๆ ตลอดคืนวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

 

งานในครั้งนี้เป็นฝีมือของ Atime Showbiz ผู้จัดมากฝีมือ ที่ตั้งใจต่อยอดกระแสความร้อนแรงของ T-Pop ให้มากขึ้น โดยชักชวน 7 วงกระแสแรงมาขึ้นคอนเสิร์ตพร้อมกันในคืนเดียว เริ่มต้นที่ LYKN วงน้องใหม่มากความสามารถจากรายการ Project Alpha ที่เปิดมาด้วยเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเท่ ต่อด้วยอีกหนึ่งวงน่าจับตาอย่าง PERSES ที่เอาเพลงเพราะๆ มาฝากแฟนๆ แถมยังมีเซอร์ไพรส์จากวง VIIS น้องใหม่ของค่ายเดียวกันอย่าง GNEST มาเปิดตัวกันแบบจัดเต็ม 

 

ตามมาด้วย ATLAS วงบอยกรุ๊ปจาก XOXO Entertainment ก็หยิบเอาท่าไม้ตายอย่าง MAYDAY MAYDAY, เขามาก่อน, แกล้งลืม และ LOLAY (โลเล) ฯลฯ มาเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ แบบไม่น้อยหน้า ส่วน PROXIE เองก็หยิบเพลงน่ารักๆ จากอัลบั้ม Data Storage มาโชว์ให้เหล่าแฟนคลับได้เต้นไปด้วยกันในเพลง คนไม่คุย (Silent Mode), STOP และ Crazy Love (รักบ้าบอ) ฯลฯ ต่อด้วยการกระโดดแบบสุดแรงไปกับโชว์ของ TRINITY ที่มาพร้อมเพลงสนุกๆ อย่าง Champagne Poppin, ผู้โชคดี และอีกมากมาย 

 

แน่นอนว่าในงานนี้ยังมีไฮไลต์สุดพิเศษอย่างการรวมตัวของวง LAZ1 ที่กลับมาขึ้นสเตจอีกครั้ง พร้อมเสียงหัวเราะและเพลงซึ้งๆ อย่าง ทุกนาทีที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมี Hidden Show สุดพิเศษ LAZ1 x PERSES การแบตเทิลสุดร้อนแรงของสองวงในเพลง Uptown Funk ต่อด้วยโชว์ปิดท้ายจาก 4EVE ที่ยกเพลงยอดฮิตไม่ว่าจะเป็น วัดปะหล่ะ, หยดน้ำตา และ Life Boy (พูดไปก็ไลฟ์บอย) ฯลฯ พร้อมด้วยโชว์พิเศษสุดท้าย 4EVE x ATLAS ในเพลง BOMB! ที่ทำให้ทั้งฮอลล์เต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด

 

The post Gotcha Pop Concert เก็บตกเคมีสุดป๊อป และโชว์เปี่ยมเสน่ห์จาก 7 ศิลปิน T-Pop กระแสแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gotcha Pop Concert เก็บตกเคมีสุดป๊อป และโชว์เปี่ยมเสน่ห์จาก 7 ศิลปิน T-Pop กระแสแรง https://thestandard.co/gotcha-pop-concert/ Tue, 12 Sep 2023 02:13:39 +0000 https://thestandard.co/?p=840487 Gotcha Pop Concert

เก็บตกภาพบรรยากาศเคมีสุดป๊อปในงาน Gotcha Pop Concert งา […]

The post Gotcha Pop Concert เก็บตกเคมีสุดป๊อป และโชว์เปี่ยมเสน่ห์จาก 7 ศิลปิน T-Pop กระแสแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gotcha Pop Concert

เก็บตกภาพบรรยากาศเคมีสุดป๊อปในงาน Gotcha Pop Concert งานคอนเสิร์ตที่รวมศิลปิน T-Pop ไว้คับคั่ง ทั้ง TRINITY, 4EVE, PROXIE, LAZ1, PERSES, ATLAS และ LYKN พร้อมโชว์สุดพิเศษจากพวกเขาส่งตรงถึงแฟนๆ ตลอดคืนวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

 

งานในครั้งนี้เป็นฝีมือของ Atime Showbiz ผู้จัดมากฝีมือ ที่ตั้งใจต่อยอดกระแสความร้อนแรงของ T-Pop ให้มากขึ้น โดยชักชวน 7 วงกระแสแรงมาขึ้นคอนเสิร์ตพร้อมกันในคืนเดียว เริ่มต้นที่ LYKN วงน้องใหม่มากความสามารถจากรายการ Project Alpha ที่เปิดมาด้วยเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเท่ ต่อด้วยอีกหนึ่งวงน่าจับตาอย่าง PERSES ที่เอาเพลงเพราะๆ มาฝากแฟนๆ แถมยังมีเซอร์ไพรส์จากวง VIIS น้องใหม่ของค่ายเดียวกันอย่าง GNEST มาเปิดตัวกันแบบจัดเต็ม 

 

ตามมาด้วย ATLAS วงบอยกรุ๊ปจาก XOXO Entertainment ก็หยิบเอาท่าไม้ตายอย่าง MAYDAY MAYDAY, เขามาก่อน, แกล้งลืม และ LOLAY (โลเล) ฯลฯ มาเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ แบบไม่น้อยหน้า ส่วน PROXIE เองก็หยิบเพลงน่ารักๆ จากอัลบั้ม Data Storage มาโชว์ให้เหล่าแฟนคลับได้เต้นไปด้วยกันในเพลง คนไม่คุย (Silent Mode), STOP และ Crazy Love (รักบ้าบอ) ฯลฯ ต่อด้วยการกระโดดแบบสุดแรงไปกับโชว์ของ TRINITY ที่มาพร้อมเพลงสนุกๆ อย่าง Champagne Poppin, ผู้โชคดี และอีกมากมาย 

แน่นอนว่าในงานนี้ยังมีไฮไลต์สุดพิเศษอย่างการรวมตัวของวง LAZ1 ที่กลับมาขึ้นสเตจอีกครั้ง พร้อมเสียงหัวเราะและเพลงซึ้งๆ อย่าง ทุกนาทีที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมี Hidden Show สุดพิเศษ LAZ1 x PERSES การแบตเทิลสุดร้อนแรงของสองวงในเพลง Uptown Funk ต่อด้วยโชว์ปิดท้ายจาก 4EVE ที่ยกเพลงยอดฮิตไม่ว่าจะเป็น วัดปะหล่ะ, หยดน้ำตา และ Life Boy (พูดไปก็ไลฟ์บอย) ฯลฯ พร้อมด้วยโชว์พิเศษสุดท้าย 4EVE x ATLAS ในเพลง BOMB! ที่ทำให้ทั้งฮอลล์เต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด

 

Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert Gotcha Pop Concert

The post Gotcha Pop Concert เก็บตกเคมีสุดป๊อป และโชว์เปี่ยมเสน่ห์จาก 7 ศิลปิน T-Pop กระแสแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนสรวง แกะรอยนาฏกรรมผ่านการร่ายรำของ ‘พ่อเขม’ https://thestandard.co/man-suang/ Wed, 30 Aug 2023 05:16:51 +0000 https://thestandard.co/?p=835445 แมนสรวง

ยินดีต้อนรับสู่แมนสรวง สถานเริงรมย์ที่อุดมไปด้วยนาฏกรรม […]

The post แมนสรวง แกะรอยนาฏกรรมผ่านการร่ายรำของ ‘พ่อเขม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนสรวง

ยินดีต้อนรับสู่แมนสรวง สถานเริงรมย์ที่อุดมไปด้วยนาฏกรรมอันงดงาม และความลับสุดดำมืด นี่คือสถานบันเทิงอันเลื่องชื่อที่ ‘พ่อเขม’ นายรำมากฝีมือ จะต้องเข้าไปสืบหาจดหมายลับที่แอบซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนี้

 

แมนสรวง เป็นภาพยนตร์พีเรียดย้อนยุค ที่จะพาผู้ชมแกะรอยตามหาความลับที่ซ้อนอยู่ใต้ฉากแห่งสถานเริงรมย์อันเลี่ยงชื่อ ในขณะเดียวกัน THE STANDARD POP ก็อยากชวนคุณผู้อ่านทุกท่านร่วมแกะรอยความหมายสำคัญจากบทละครที่ เขม หรือ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ ถ่ายทอดออกมาในช่วงต่างๆ ของเรื่อง

 

สังข์ทอง ตอน รจนาเสี่ยงพวงมาลัย

 

บทละครที่ใช้ในตอนต้นของเรื่องเพื่อเปิดตัว ‘เขม’ นายรำมากฝีมือในย่านพระนคร ผู้รับหน้าที่แสดงเป็นพระสังข์ภายใต้รูปเงาะ โดยเนื้อความในบทละครตอนนี้เล่าว่า นางรจนา ธิดาองค์ที่ 7 แห่งเมืองพาราณสี จำเป็นต้องเลือกชายที่ดีมาเป็นคู่ครอง แต่ไม่ว่าจะมีเจ้าชายมาให้เลือกสักกี่คน เธอก็ไม่สามารถเลือกได้ พระบิดาจึงมีรับสั่งให้ต้อนชายทุกคนในเมืองมาให้รจนาเลือกโดยการเสี่ยงมาลัย พระสังข์ภายใต้รูปเงาะป่าก็ถูกกวาดต้อนเข้ามาด้วย เมื่อพระสังข์เห็นนางรจนาก็เกิดตกหลุมรัก อธิษฐานให้นางรจนาเห็นรูปทองภายในใต้ร่างเงาะป่า ท่ามกลางชายหนุ่มมากมายในเมืองพาราณสี รจนาเห็นรูปทองของพระสังข์ที่ซ่อนอยู่ภายใน จึงเสี่ยงพวงมาลัยเลือกเงาะผู้นั้นเป็นพระสวามี

 

“ขอให้พวงมาลัยนี้ไปต้อง     เจ้าเงาะรูปทองจงประจักษ์

เสี่ยงแล้วโฉมยงนงลักษณ์    ผินพักตร์ทิ้งพวงมาลัยไป”

 

การหยิบบทละครนอก ตอนรจนาเสี่ยงพวงมาลัย มาใช้เป็นฉากเปิดนั้นเรียกได้ว่าน่าสนใจ เนื่องจากเป็นการเปิดตัวที่ทำให้ผู้ชมได้เห็น ‘รูปทอง’ ของพ่อเขมได้เต็มสองตา ในมุมหนึ่ง การหยิบบทละครเรื่องนี้มาใช้นั้นเป็นกลวิธีการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ที่ดี แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการเปรียบเปรยความงามของพ่อเขมไปพร้อมกับการเริ่มต้นถอดหน้ากากของตัวละครนี้ให้ผู้ชมได้เห็นตัวตนของเขาเช่นกัน

 

อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง 

 

บทละครรำเรื่องแรกในแมนสรวงที่เขมได้รับบทบาทให้เป็นตัวพระ บทละครรำเรื่องนี้ว่ากันว่ามีที่มาจากนิทานอิงพงศาวดารชวา เล่าถึงศึกระหว่างเมืองกะหมังกุหนิงกับกรุงดาหา ด้วยเหตุว่าท้าวกะหมังกุหนิง ผู้เป็นเจ้าเมือง อยากจะชิงตัวนางบุษบา ธิดาของเจ้าเมืองดาหา ไปอภิเษกกับลูกชาย อิเหนา ผู้เป็นโอรสของบ้านพี่เมืองน้องอย่างกุเรปัน จึงเข้าร่วมศึกครั้งนี้และปลิดชีพท้าวกะหมังกุหนิงลงได้

 

ภารกิจการรบในศึกชิงตัวนางบุษบาของอิเหนาอาจเปรียบเสมือนภารกิจการค้นหาเอกสารลับในแมนสรวง ที่เขมต้องใช้กลวิธีทุกทางในการเอาตัวรอด เพื่อเป้าหมายในการ ‘ชิง’ เอกสารนั้นมาก่อนศัตรูให้จงได้

 

นอกจากเรื่องการชิงของสำคัญ เขมยังเป็นตัวละครที่ขึ้นชื่อว่า ‘งามเหมือนอิเหนา’ ซึ่งในบทละครรำที่พระราชนิพนธ์โดยรัชกาลที่ 2 นั้น ได้อธิบายความงามของเจ้าชายเมืองกุเรปันผู้นี้ไว้ว่า เป็นชายรูปงามเหมือนองค์เทวดา เป็นที่รักและที่ต้องตาของสตรี

 

“เมื่อนั้น                       ฝ่ายอิเหนากุเรปันโอรสา

ปรีดิ์เปรมเกษมสุขทุกทิวา     จนจำเริญชนมาสิบห้าปี

งามรับสรรพสิ้นสรรพางค์     ยิ่งอย่างเทวาในราศี

ทรงโฉมประโลมใจนารี     เป็นที่ประดิพัทธ์ผูกพัน”

 

พระลอนรลักษณ์

 

บทละครรำเนื้อหาเดียวกับลิลิตพระลอ ที่เขมนำมาใช้แสดงในตอนจบของเรื่อง โดยบทที่นำมาเล่านั้นเป็นบทเปิดเรื่องที่เกริ่นถึงพระราชอำนาจของพระลอ เจ้าครองเมืองแมนสรวง ที่ปกครองเมืองด้วยความเป็นธรรมจนรุ่งโรจน์และร่มเย็น 

 

แม้ความในตอนเปิดเรื่องจะเป็นเพียงการเกริ่นให้ผู้อ่านได้ทำความรู้จักกับพระลอ แต่ผู้สร้างกลับหยิบตอนนี้มาใช้เป็นจุดสำคัญของเรื่อง ที่ตัวละครจะต้องเปิดโปงความดำมืดในแมนสรวง

 

“เมื่อนั้น                                     พระลอเลิศลบสบสมัย 

ครอบครองศฤงคารผ่านโภไคย    ในพิชัยแมนสรวงสืบมา”

 

แน่นอนว่า เมืองแมนสรวง หรือ เมืองสรวง ในบทละครพระลอนรลักษณ์และลิลิตพระลอนั้น คือชื่อเดียวกันกับสถานเริงรมย์แห่งนี้ไม่มีผิดเพี้ยน ดังนั้น เมื่อเกิดเรื่องราวที่สั่นคลอนแมนสรวง คนที่ต้องแก้เกมและเปิดเผยความลับทั้งหมดนี้คงจะเป็นตัวละครอื่นในวรรณคดีไปไม่ได้นอกจาก พระลอ เท่านั้น

 

 

สำหรับใครที่อยากไปชมความงามของนาฏกรรมในแมนสรวง ก็สามารถเข้าชมได้แล้วทุกโรงภาพยนตร์ หรือชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้ทาง: 

 

 

รับชมรายการ Chairs to Share EP.7 มาย-อาโป สุขและทุกข์ที่น่าจดจำ กับวันที่ตั้งคำถามถึงตัวเอง ได้ที่: 

 

 

อ้างอิง:

The post แมนสรวง แกะรอยนาฏกรรมผ่านการร่ายรำของ ‘พ่อเขม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>