ถ้าเรียกว่าเป็นซีซันสองของ ASOK Pi SHOP ก็คงจะไม่ผิด เพ […]
The post TASTE: Chenin ก้าวที่สองของ ASOK Pi SHOP ต่อยอดเมนูอาหารตะวันตกและรังสรรค์ใหม่เพื่อให้แกล้มไวน์ได้อร่อยกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าเรียกว่าเป็นซีซันสองของ ASOK Pi SHOP ก็คงจะไม่ผิด เพราะหลังจากที่ร้านประกาศปิดชั่วคราวเพื่อย้ายทำเล (ซึ่งไม่ไกลจากเดิมเท่าไรนัก) เราก็เห็นอัปเดตเป็นระยะๆ ผ่านอินสตาแกรม จนกระทั่งวันหนึ่งระหว่างที่ไถไอจีอยู่ก็เจอโพสต์ๆ หนึ่ง ซึ่งตอนแรกนึกว่าเผลอกดฟอลโลว์แอ็กเคานต์แปลกๆ ไปตอนไหน จนเมื่อกดเข้าไปส่องโปรไฟล์ก็พบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ASOK Pi SHOP เจ้าเก่านั่นเอง แต่มาด้วย Alter Ego ใหม่ในชื่อ Chenin หากเดาจากชื่อก็คิดว่าคงต้องมีอะไรสักอย่างเกี่ยวพันกับไวน์แน่นอน ใช่แล้ว Chenin นิยามตัวเองว่าเป็นไวน์บาร์ที่ทำกับแกล้มและอาหารสุดจริงจัง และทำเลใหม่อยู่ไม่ไกลจากทางแยกในซอยสุขุมวิท 31 นี่เอง

ตัวร้านอยู่ภายในตึกแถวระหว่าง Alonetogether กับโรงแรม The Quarter Phromphong เมื่อเดินเข้ามาชั้นล่างจะพบกับ Pach Bar ค็อกเทลและสาเกบาร์ที่โดดเด่นด้วยไฟนีออนสีเขียวแกมฟ้า ให้ตรงไปที่บันไดด้านในเกือบสุดแล้วขึ้นมาที่ชั้นสองแล้วจะพบกับ Chenin


ไวน์บาร์แห่งนี้มาในมู้ดสลัวชวนจิบ มีโต๊ะและโซฟาแบบหลวมๆ ไม่แออัด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าโดดเดี่ยวเกินไป มีไวน์ลิสต์จริงจังที่เน้นเนเชอรัลไวน์เป็นหลัก ส่วนอาหารมีทั้งของกินเล่นไปจนถึงเมนคอร์สจริงจัง จากที่พลิกเมนูคร่าวๆ รู้สึกว่าหลายจานต่อยอดมาจากคลาสสิกเมนูจากฟากตะวันตก ที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส อิตาลี สเปน อังกฤษ และอีกหลายๆ ชาติ โดยเมนูจะเปลี่ยนทุกสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและความคิดสร้างสรรค์ของเชฟและทีม

Hasselback Potato (280 บาท) เมนูกินเล่นแบบเรียบร้อย มันฝรั่งฝานชิ้นบางๆ โปะด้วยครีมสดและไข่ปลาเทราต์ เต็มปากเต็มคำด้วยรสเปรี้ยว เค็ม และมัน แล้วต่อด้วย Umeboshi Boquerones (350 บาท) เมนูนี้ได้ไอเดียจากอาหารสไตล์ทาปาสแบบสเปน เป็นขนมปังย่างท็อปด้วยปลาซาร์ดีนและแอนโชวีกับบ๊วยดอง

Puffed Pork Skin (380 บาท) อีกหนึ่งอาหารกินเล่นที่เหมือนได้ไอเดียมาจาก Chicharrón หนังหมูทอดกรอบคล้ายข้าวเกรียบ จิ้มกับพาร์เฟต์ฟัวกราส์เนื้อนุ่มเบาแต่รสเข้มข้นตับบด

เมนูฝรั่งเศสคลาสสิกที่ถูกมัดรวมสองวัตถุดิบไฮไลต์อย่างขากบและหอยทากฝรั่งเศสเข้าด้วยกัน Frog Legs & Escargot Ragu (420 บาท) ขากบชุบแป้งทอดกับรากูหอยทาก ตัวรากูสีเขียวทำจากหอยทากฝรั่งเศส พาร์สลีย์ปั่นกับเนย เคเปอร์ และกระเทียม ราดซอสพริกเผา

Burrata & Sourdough (450 บาท) จานนี้มัดรวมบูราตาชีสที่ชอบ เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศ Salsa Verde ซอสเขียวแบบเม็กซิกัน และขนมปังซาวโดวจ์ ท็อปด้วยดอกซูกินี กินทั้งหมดพร้อมกัน โอเค อร่อย

Blood Pudding (470 บาท) เมนูอังกฤษดั้งเดิมก็ถูกหยิบยกมานำเสนอใหม่ หลายคนอาจไม่กล้ากินเพราะชื่อ แต่เราอยากให้ลองเปิดใจ เพราะที่ Chenin ทำออกมาได้ละมุนและสัมผัสนุ่มกว่าต้นตำรับ กินแล้วเหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่างเทอร์รีนกับปาเต๊ะ แถมยังมีไข่แดงดองท็อปมาด้วย ขยี้ไข่แดงกินพร้อม Blood Pudding ยิ่งกินยิ่งเพลิน

ขยับมาที่จานรสหนักขึ้นบ้าง Bone Marrow & Hazelnut Curry (580 บาท) ปกติไขกระดูกมักจะเสิร์ฟพร้อมขนมปัง แต่ที่นี่มาพร้อมแกงกะหรี่ถั่วเฮเซลนัทเพื่อตัดความมันจากไขกระดูก ใครจะไปคิดว่าสองสิ่งนี้มันช่างเข้ากันอย่างเหลือเชื่อ

ถึงเมนคอร์ส เราเลือก Crab Paella (950 บาท / 2 คน หรือ 1,350 บาท / 3-4 คน) เพื่อมาแบ่งกันกิน ข้าวขอบกระทะให้ความหนึบและกรอบไหม้กำลังดี เนื้อปูเน้นๆ แค่สององค์ประกอบนี้ก็ทำเอาฟินได้แล้ว

ปิดท้ายด้วยของหวาน Maple Syrup Tart (320 บาท) ไม่มีอะไรมากไปกว่าแป้งทาร์ตอบกรอบที่ชุ่มไปด้วยเมเปิ้ลไซรัปโปะด้วยวิปครีม ถึงจะดูไม่มีอะไร แต่ได้ชิมแล้วระวังติดใจ หรือจะเป็น Mandarin Popcorn (380 บาท) ของหวานที่มีรส Savory แทรกเข้ามาด้วย เพราะมีส่วนผสมของไวท์ช็อกโกแลต กรานิตาส้มแมนดาริน และเกล็ดป๊อปคอร์น ปิดท้ายมื้อแบบแฮปปี้เอนดิ้งแน่นอน
Chenin
Open: วันอังคาร-เสาร์ เวลา 18.00-23.00 น.
Address: 29/4 ซอยสุขุมวิท 31
Budget: 1,000-2,000 บาท
Tel: 06 1140 0444
Website: https://instagram.com/chenin.bkk
Map:
The post TASTE: Chenin ก้าวที่สองของ ASOK Pi SHOP ต่อยอดเมนูอาหารตะวันตกและรังสรรค์ใหม่เพื่อให้แกล้มไวน์ได้อร่อยกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปัจจุบันเป็นเรื่องปกติที่ใครสักคนจะออกเดินทางเพื่อตามหา […]
The post TASTE: Sip & Travel ชวนบินไปจิบค็อกเทลท้องถิ่นที่ Teens of Thailand อุดรธานี appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปัจจุบันเป็นเรื่องปกติที่ใครสักคนจะออกเดินทางเพื่อตามหาร้านอาหารอร่อย แต่จะมีสักกี่คนที่ยอมออกเดินทางเพื่อไปจิบ (แน่นอนว่าเมาไม่ขับ) เพราะเดี๋ยวนี้วัฒนธรรมการดื่มของคนไทยแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เรายอมเสียเวลาเดินทางในเมืองหลวงเพื่อไปบาร์จิบค็อกเทลแก้วโปรดหรือเนเชอรัลไวน์ ไหนๆ แล้วลองหาเวลาสักวันสองวันหาข้ออ้างจัดทริปไป Sip & Travel ที่จังหวัดอุดรธานีบ้าง เพราะตอนนี้ Teens of Thailand จับมือกับเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดสาขาที่สองนอกกรุงเทพฯ ที่หน้าโรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ อุดรธานี

Teens of Thailand สาขานี้มาในรูปแบบโอเพนแอร์ ตั้งอยู่หน้าโรงแรม โดดเด่นด้วยกำแพงอิฐแดงเพนต์ลวดลายโดยศิลปินเจ้าเดียวกับที่ฝากฝีมือไว้ที่ Teens of Thailand สาขากรุงเทพฯ Asia Today หรือแม้กระทั่ง Untitled บาร์ใหม่ล่าสุดใจกลางทองหล่อ เราแนะนำให้นั่งหน้าบาร์เพื่อประสบการณ์จิบที่ดีที่สุด

เมนูค็อกเทลที่นี่ยังคงยึดโยงกับ Teens of Thailand สาขากรุงเทพฯ ทั้งตัว Signature G&T ไปจนถึงตัวเลือกจินกว่า 50 ฉลากสำหรับคอจินและสายค็อกเทล นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษที่หาจิบได้เฉพาะสาขานี้ ซึ่งปัจจุบันมีด้วยกัน 4 แก้ว และทางร้านจะเปลี่ยนเมนูพิเศษไปเรื่อยอยู่แล้ว ก็สามารถดริงก์ได้ที่นี่เช่นเดียวกัน เพราะร้านไม่ได้มีเฉพาะจินอีกต่อไป ที่นี่มีตัวเลือกแอลกอฮอล์ที่หลากหลายขึ้น และยังมีบริการ Bottle Service สำหรับขาประจำที่หากจิบไม่หมดก็ฝากร้านไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาจิบวันหลังก็ได้

มาทั้งทีอยากให้จิบหมวด Seasonal Drinks กันก่อน โดยค็อกเทลหมวดนี้เบสด้วยจินทั้ง 4 แก้ว ตามแบบฉบับ Teens of Thailand เริ่มต้นด้วย Popcorn Star (320 บาท) ใช้จินที่อินฟิวส์กับป๊อปคอร์น เติมรสชาติด้วยไวน์ เกรปฟรุต มะม่วง มะนาว และโซดา เหมาะสำหรับจิบคู่อาหารหรือกับแกล้มกินเล่น

แล้วค่อยต่อด้วย Fizz Me Up (320 บาท) ที่ใช้จินเก๊กฮวยผสมน้ำผึ้งป่าและโทนิกรสส้มซ่า ให้ความสดชื่นและจิบยาวได้ทั้งคืน

Strawberry Bikini (320 บาท) แก้วนี้ให้รสเปรี้ยวเค็ม เพราะมีทั้งสตรอว์เบอร์รีจินและ Salted Honey จิบแรกอาจจะไม่คุ้นลิ้น แต่เมื่อจิบต่อไปเรื่อยๆ รับรองติดใจแน่นอน

Teens of Thai Tea (320 บาท) จินรสชาไทยผสมเหล้าเชอร์รีและผลไม้ตระกูลซิตรัส แม้ชื่อจะเป็นชาไทยแต่รสชาติก็ไม่ได้หวานเจี๊ยบ ในทางกลับกันให้ความสดชื่นและจะจิบเดี่ยวๆ หรือจับคู่อาหารก็ได้ทั้งนั้น

นอกจากเมนูซิกเนเจอร์และเมนูพิเศษแล้ว ยังมีลิสต์ค็อกเทลรัมเบสที่ Teens of Thailand ภูมิใจเสนอ เพราะเป็นรัมสัญชาติไทยจากจังหวัดหนองคาย ทำขึ้นจากน้ำอ้อยคั้นสด คุณภาพดีคับแก้ว สายรัมรับรองถูกใจแน่นอน แนะนำให้เริ่มจากตัวดื่มง่ายๆ ก่อน อย่าง Issan Coco (320 บาท) ที่มีเพียงรัมกับน้ำมะพร้าวสด แค่นี้ก็ได้รสชาติดีเยี่ยมแล้ว

อีกหนึ่งสิ่งที่ Teens of Thailand สาขาอุดรธานีแตกต่างจากกรุงเทพฯ คือกับแกล้มและอาหาร เพราะฉะนั้นสามารถนั่งที่นี่ได้เรื่อยๆ มื้อเย็นแล้วรวบยาว นั่งชิลยาวไปจนถึงเที่ยงคืนก็ยังได้ ของกินเล่นที่รสชาติไม่เล่นๆ ต้องสั่ง ปีกไก่ยัดไส้ข้าวจี่ (165 บาท) ปกติเรามักจะกินไก่ทอดกับข้าวเหนียวกันอยู่แล้ว แน่นอนว่าหากกินแบบกับแกล้ม การจะหยิบข้าวเหนียวคำไก่ทอดคำก็ดูไม่สะดวก ด้วยเหตุนี้เชฟเลยปรับข้าวเหนียวเป็นข้าวจี่แล้วยัดเข้าในปีกไก่ไปเลย กินก็ง่าย แถมยังอร่อยแบบต้องสั่งเบิ้ลด้วย

เนื้อทอดกับคอหมู เมนูยอดนิยมที่ใครไปร้านเหล้าก็มักจะต้องสั่ง ที่นี่ก็มีเหมือนกัน เนื้อทอดขี้เหล้า (135 บาท) เนื้อวัวติดมันเล็กน้อยทอดจนแห้ง คั่วพร้อมใบมะกรูดและกระเทียม โรยพริกสดกับมะนาว เผื่อใครอยากได้รสจัดจ้านขึ้นก็ปรุงเพิ่มได้ตามชอบ ส่วน คอหมูย่างทาเระอีสาน (230 บาท) เพิ่มความอร่อยให้คอหมูย่างด้วยการนำไปทาซอสทาเระเคลือบทั่วชิ้นก่อนจะเสียบไม้ย่าง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดและผักสด

อีกกับแกล้มจานเด็ดที่ไม่อยากให้พลาดคือ โลบะ (140 บาท) เป็นเครื่องในหมูทอดกรอบและแห้งจนเกือบเกรียม ครบเครื่องทั้งตับ ไส้ตัน กึ๋น และหูหมู กินคู่น้ำจิ้มโลบะสูตรเฉพาะ หรือจะครอสโอเวอร์ไปจิ้มแจ่วก็อร่อยไปอีกแบบ

ถ้าจะฝากท้องที่นี่ ลองสั่ง คาร์โบนาร้า (340 บาท) สปาเกตตีคาร์โบนาราแบบทั่วไปที่เพิ่มความนัวด้วยการผสมปลาร้าเข้าไปด้วย หรือจะเป็น พาสต้าไส้กรอกอีสาน (180 บาท) ที่ต่อยอดมาจากโบโลเนส แต่เปลี่ยนจากหมูบดเป็นไส้กรอกอีสานแทน
Open: ทุกวัน เวลา 17.00-00.00 น.
Address: หน้าโรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ อุดรธานี
277/1-3 ถนนประจักษ์ศิลปาคม ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
Budget: 1,000-2,000 บาท
Tel: 0 4234 3555
Website: https://instagram.com/teens_of_thailand
Map:
The post TASTE: Sip & Travel ชวนบินไปจิบค็อกเทลท้องถิ่นที่ Teens of Thailand อุดรธานี appeared first on THE STANDARD.
]]>
Paradise Lost แม้จะเปิดมาตั้งแต่ปี 2563 แต่ก็เป็นเพียงช […]
The post Paradise Lost ค็อกเทลบาร์และหนึ่งในรูฟท็อปที่วิวดีที่สุดย่านสยาม-สนามกีฬาฯ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
Paradise Lost แม้จะเปิดมาตั้งแต่ปี 2563 แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ของ Paradise Lost ที่เปิดให้บริการ ก่อนที่โควิดระลอกใหม่จะทำให้บาร์แห่งน้ีตัดสินใจปิดเป็นการชั่วคราว แต่เมื่อสถานการณ์ทั้งการแพร่ระบาดโควิดและเศรษฐกิจกลับมาสู่สภาวะปกติ รูฟท็อปบาร์แห่งนี้ก็กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งภายใต้คอนเซปต์เดิม Neo-Tropical Bar บนดาดฟ้าโรงแรม Siam@Siam ย่านสยาม-สนามกีฬาแห่งชาติ

เพียงกดลิฟต์ขึ้นจากท่ีชั้น 25 ก็เตรียมชิลกันได้เลย ตั้งแต่ความเป็นหนึ่งในจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯ ซิกเนเจอร์ค็อกเทลสไตล์ทรอปิคัลที่เข้ากับบรรยากาศ อาหารและของกินเล่นแสนอร่อย รวมไปถึงเพลย์ลิสต์และ Live DJ ที่หมุนเวียนทุกสัปดาห์

ค็อกเทลที่นี่เลือกใช้ ecoSPIRITS แบรนด์แอลกอฮอล์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ช่วยลดปริมาณขยะและต้นทุนในการขนส่ง ซึ่งส่งเสริมแนวคิดความยั่งยืนในวงการบาร์ ส่วนการตกแต่งบาร์ ใช้การติดโมเสกบนผนัง Sonite Surface ซึ่งทำจากวัสดุชีวภาพที่ผลิตจากขยะประเภทแกลบท้องถิ่นถึง 40% และที่รองแก้วแบรนด์ BOPE จากเชียงใหม่ ที่เปลี่ยนพลาสติกที่ทิ้งแล้วให้มีประโยชน์และกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
Paradise Lost
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.30-01.00 น.
Address: ชั้น 25 Siam@Siam Design Hotel Bangkok
865 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
Budget: 1,000-2,000 บาท
Tel: 0 2217 3000
Website: www.instagram.com/paradiselostbangkok
Map:
ภาพ: สรรเสริญ เกรียงปริญญากิจ / Paradise Lost
The post Paradise Lost ค็อกเทลบาร์และหนึ่งในรูฟท็อปที่วิวดีที่สุดย่านสยาม-สนามกีฬาฯ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครที่ตามติดโซเชียลมีเดีย คงต้องเห็นผ่านตากันบ้างกับรูป […]
The post TASTE: WOLF984 ไฟน์ไดนิ่งที่ไม่เสิร์ฟเทสติ้งเมนู แต่ชวนให้ทุกคนเลือกจานที่อยากกินแล้วรังสรรค์เป็นดินเนอร์ตามแบบฉบับตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครที่ตามติดโซเชียลมีเดีย คงต้องเห็นผ่านตากันบ้างกับรูปคนถ่ายคู่พระจันทร์ดวงใหญ่ มุมมหาชนที่ตั้งอยู่กลางร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านนราธิวาสราชนครินทร์ ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง WOLF984 ร้านไฟน์ไดนิ่งที่ไม่เสิร์ฟเป็นเทสติ้งเมนู แต่ชวนให้ทุกคนเลือกเมนูโปรดแล้วรังสรรค์เป็นดินเนอร์ตามแบบฉบับของตัวเอง

WOLF984 ชื่อนี้มาจากหมาป่าที่มีพฤติกรรมรวมกลุ่มและมักออกล่าเป็นฝูง ซึ่งเป็นแนวคิดการทำงานของเชฟและทีมครัวที่ร้าน โดยเสาะแสวงหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาล และทำอาหารแต่ละจานด้วยความมุ่งมั่นเพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์รับประทานอาหารที่น่าประทับใจ


ด้วยความที่มาในคอนเซปต์หมาป่า บรรยากาศในร้านจึงมาในโทนสีดำเสมือนป่าในยามค่ำคืน ซึ่งเมื่อกระทบกับพระจันทร์ดวงใหญ่กลางร้านแล้วยิ่งดูอบอุ่นและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ตัวร้านเป็นบ้านเล่นระดับสองชั้นครึ่ง โดยมีโซนรับประทานอาหารอยู่ชั้นล่างและชั้นบน ส่วนชั้นลอยเป็นครัวเปิด ทั้งนี้ นอกจาก Moon Room ซึ่งเป็นโซนยอดฮิตเพราะเห็นครัวและดวงจันทร์แล้ว ทางร้านเพิ่งจะเปิดโซนใหม่อยู่ด้านล่างในชื่อ Luna Room ห้องสีดำสนิท บุผนังด้วยไม้เผาจากญี่ปุ่น และมีดวงจันทร์อยู่เหนือโต๊ะอาหารด้านในสุด

อาหารของ WOLF984 เป็นไฟน์ไดนิ่งที่เน้นอาหารยุโรปสมัยใหม่ พร้อมแฝงกลิ่นอายญี่ปุ่นและเอเชียนในแต่ละจาน ใช้วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลจากญี่ปุ่นและฝรั่งเศส เมนูโดยรวมของร้านหากเรียกว่าเป็น Carte Blanche ก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากอาหารจะเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบแต่ละวันและอิงตามฤดูกาลเป็นหลัก

เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วย Oyster “Boudeuse” (2 ตัว 395 บาท / 4 ตัว 775 บาท / 6 ตัว 1,155 บาท) หอยนางรมสดตัวเล็กแต่รสชาติดีที่สุด เพราะมีทั้งรสหวาน นุ่ม ลื่น และสดชื่น เมื่อเรียบร้อยแล้วค่อยตามด้วย Foie Gras & Blueberry (2 ชิ้น 590 บาท) เมนูกินเล่นขนาดพอดีคำ ชั้นล่างสุดเป็นขนมปังบริยอชทาบราวน์บัตเตอร์แล้วจี่ไฟอ่อนๆ ท็อปด้วยฟัวกราส์เทอร์รีนกับชัตนีย์หอมแดงผสมไวน์แดง ด้านบนมีบลูเบอร์รีกับอิตาเลียนเมอแรงก์ เรียกได้ว่าเต็มและครบรสในคำเดียว

อีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่คือ Uni Toast (1,990 บาท) ขนมปังซาวโดวจ์เคลือบซอสไข่ดองเพื่อเชื่อมรสชาติกับอูนิ และสำหรับอูนิ เชฟเลือกใช้อูนิ Kaneyo Daigokujo เกรดดีที่สุดจากฮอกไกโด ให้รสหวานละมุนแถมนุ่มลิ้นเหมือนคัสตาร์ด แม้ราคาสูง แต่หากเป็นโอกาสพิเศษเราก็อยากให้คุณได้ลิ้มลองด้วยตัวเองสักครั้ง (เพิ่มคาเวียร์ 5 กรัม 695 บาท)

หากเป็นสายเนื้อ Wagyu Beef Tartare (790 บาท) ก็เป็นอีกหนึ่งจานที่ไม่ควรข้าม เนื้อออสเตรเลียนวากิวสับละเอียดคลุกเคล้าเครื่องสูตรเฉพาะ โรยหน้าด้วยหอมเจียวกรอบๆ และไข่ดอง รับประทานพร้อมข้าวเกรียบก็ยิ่งฟิน

วัตถุดิบประจำฤดูกาลช่วงนี้ เชฟนำเสนอปลาคิงกิ (Kinki) และปูหิมะ (Seko Kani) สำหรับ Kinki (Half 2,190 บาท / Whole 4,290 บาท) เป็นปลาทะเลน้ำลึกจากฮอกไกโด ขึ้นชื่อเรื่องรสสัมผัสและไขมันแทรกค่อนข้างสูง เชฟนำซีอิ๊วผสมน้ำส้มสายชูที่เอจไว้กว่า 50 ปี ทาเคลือบปลาทั้งตัว จากนั้นย่างถ่านสไตล์ญี่ปุ่นจนสุกกำลังดี เสิร์ฟพร้อมกัวคาโมเลกับมะเขือเทศสดและสลัดผัก สัมผัสแรกที่รับประทานจะพบกับความนุ่มและเนื้อหวานปนมันของปลาคิงกิ ขณะเดียวกันหนังปลาก็มีความกรอบและฉ่ำรสซีอิ๊วจนต้องกินเกลี้ยงทั้งตัว

สำหรับปูหิมะ สามารถเลือกรับประทานได้ 3 เมนู แนะนำ Seko Gani Pasta Spicy Bisque Sauce (2,190 บาท) พาสต้าเส้นสด คลุกเคล้าในซอสสไปซีบิสค์ซึ่งทำจากเปลือกล็อบสเตอร์ เสิร์ฟพร้อมปูหิมะซึ่งเป็นปูไข่ ส่งตรงจากฮอกไกโด และหารับประทานได้เฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน-ต้นมกราคมเท่านั้น เชฟนำปูหิมะต้มในน้ำคอมบุเพื่อรักษารสธรรมชาติของปูและเพิ่มรสอูมามิ จากนั้นปรุงรสด้วยโทซาสึ ซอสที่เบสด้วยน้ำส้มสายชูที่เจือกับคัตสึโอะดาชิ ชิโระโชยุ และมิริน โดยเสิร์ฟบนกระดองปูแยกกับพาสต้า แล้วค่อยมาเทคลุกกับพาสต้าบนโต๊ะอาหาร

นอกจากพาสต้าปูหิมะแล้ว ถ้าติดใจรสหวานของเนื้อปู แนะนำ Crab & Caviar Parfait (1,290 บาท) สลัดมะเขือเทศกับองุ่นไชน์มัสคัตและอะโวคาโด ท็อปด้วยคาเวียร์และเนื้อปูเน้นๆ ตักกินแกล้มพาสต้าก็เพลินดีเหมือนกัน

ส่งท้ายมื้อก่อนกลับบ้านด้วย Woof Woof! Honey Toast (490 บาท) ของหวานซิกเนเจอร์ประจำ WOLF984 เป็นเฟรนช์โทสต์ผสมคัสตาร์ด โรยบราวน์บัตเตอร์ครัมเบิล โปะไอศกรีมรสเกลือกับนมข้น ราดด้วยน้ำผึ้งและทรัฟเฟิลขูด ตักทุกอย่างรับประทานพร้อมกันเพื่อความอร่อย
WOLF984
Open: ทุกวัน เวลา 17.00-22.00 น.
Address: 984 ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 แยก 7
Budget: 3,000-5,000 บาท
Tel: 08 0939 4973
Website: www.instagram.com/984wolf
Map:
The post TASTE: WOLF984 ไฟน์ไดนิ่งที่ไม่เสิร์ฟเทสติ้งเมนู แต่ชวนให้ทุกคนเลือกจานที่อยากกินแล้วรังสรรค์เป็นดินเนอร์ตามแบบฉบับตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
Playroom สปีกอีซี่บาร์ย่านเอกมัย ที่อยู่ชั้นบนของร้านอา […]
The post Playroom สปีกอีซี่บาร์ย่านเอกมัย เปิดตัว Chapter 3 เมนูค็อกเทลพิเศษครบรอบ 2 ปี appeared first on THE STANDARD.
]]>
Playroom สปีกอีซี่บาร์ย่านเอกมัย ที่อยู่ชั้นบนของร้านอาหารฝรั่งเศส Stage ฉลองครบรอบ 2 ปี พร้อมด้วยค็อกเทลเมนูใหม่ Playroom Chapter 3 ที่หยิบยกภาพยนตร์หลากอารมณ์ 9 เรื่องมาตีความ และครีเอตเป็นค็อกเทลน่าจิบทั้ง 9 ดริงก์

Forbidden Fruit ค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ไทย จันดารา โดยเบสจากเบอร์เบินวิสกี้ แล้วเพิ่มรสชาติด้วยบานาน่าบัตเตอร์และกะทิรมควัน ที่ผ่านกระบวนการทำให้มีความใสกิ๊ก ทั้งหมดนี้รังสรรค์ออกมาเป็นค็อกเทลรสกลมที่จิบเพลินตลอดทั้งคืน

Read My Lips ดริงก์สีแดงสดใสนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง The Girl Next Door เบสด้วยดรายจิน เวอร์มุธ และบิตเตอร์กลิ่นส้ม แล้วเติมรสด้วยน้ำแอปเปิ้ล น้ำผึ้ง และมะนาว

ใบเนียมหอม ถูกหยิบยกมาเป็นส่วนประกอบของค็อกเทลเช่นกัน กับเมนู Virgin or Not ท่ีนำใบเนียมหอมอินฟิวส์กับรัม ก่อนที่จะผสมเหล้าบ๊วย ไวต์แอบซินธ์ และไซรัปดอกเอลเดอร์ กลายมาเป็นค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคู่หูใน Wedding Crashers

All Night จากหนังรักปนตลก Sex Tape ได้รับการถ่ายทอดให้อยู่ในรูปของเตกีลาค็อกเทลที่ผสมเหล้าหวานกลิ่นวานิลลา เหล้าเชอร์รี ครีมลิ้นจี่ และฟองไข่ขาวนุ่มๆ น่าจิบ

ปิดท้ายก่อนกลับบ้านด้วย Steve ถอดมาจากคาแรกเตอร์สุดทะลึ่งจากภาพยนตร์เรื่อง American Pie เบสด้วยเบอร์เบินวิสกี้ ผสมสไปซีบิตเตอร์ ไซรัปไวน์เมอร์โลต์ แอปริคอต และเลมอน
The post Playroom สปีกอีซี่บาร์ย่านเอกมัย เปิดตัว Chapter 3 เมนูค็อกเทลพิเศษครบรอบ 2 ปี appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ R-HAAN ร้านอาหารไทยไฟน์ไดน […]
The post TASTE: Waan Thai (หวานไทย) บทที่สองของ R-HAAN จากอาหารสู่ของหวาน และสารพัดของกินไทยๆ ชวนน้ำลายสอ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ R-HAAN ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่ยกชูภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยให้เป็นที่รู้จัก ตอนนี้ถึงเวลาสำหรับโปรเจกต์ใหม่ที่เบนไปโฟกัสเรื่องขนมหวาน โดยเฉพาะขนมไทยโบราณที่นำไปทวิสต์ให้มีลูกเล่นและเข้ากับการจิบแกล้มชายามบ่าย

แน่นอนว่าหวานไทยแห่งนี้ยังคงอยู่ภายใต้ความดูแลของเชฟชุมพล แจ้งไพร แห่งร้านอาหาร (R-HAAN) ซึ่งเชฟตั้งใจนำเสนอรสชาติและความโดดเด่นของขนมไทยโบราณให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ใช่ว่าหวานไทยจะมีแค่ขนมเท่านั้น ของกินเล่น อาหารจานเดียว และอาหารคาวก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ซึ่งหากติดใจรสชาติก็ยกหูเพื่อจองโต๊ะร้านอาหาร (R-HAAN) ที่อยู่ข้างกันได้

ร้านหวานไทย ตั้งอยู่ในทำเลเดียวกับร้านอาหาร (R-HAAN) ในซอยสุขุมวิท 53 ท่ามกลางบรรยากาศโอ่โถงและกว้างขวาง แฝงด้วยลูกเล่นไทยๆ ทั้งบนเพดานและผนัง จุดเด่นของร้านคือมุมโซฟาโค้งที่เหมาะสำหรับการนั่งสังสรรค์ยามบ่ายกับครอบครัวหรือก๊วนเพื่อนสนิท

ก่อนจะไปที่ของหวาน อยากให้มีโอกาสได้ลองอาหารคาวก่อน เพราะรสชาติและความอร่อยไม่เป็นสองรองใคร และได้เชฟชุมพลเป็นผู้ร่วมออกแบบเมนูและรสชาติ รองท้องเบาๆ ด้วย ไส้กรอกปลาแนมชาววัง (350 บาท) อาหารโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 หลายคนอาจคิดว่าเป็นไส้กรอกปลา แต่จริงๆ แล้วจานนี้ประกอบด้วยสองส่วนคือ ไส้กรอก (หมู) และปลาแนม ซึ่งทำจากปลาคลุกข้าวคั่วและกะทิ เสิร์ฟถึงโต๊ะพร้อมการรมควันมะพร้าวกลิ่นหอมนวล รับประทานแบบเมี่ยงโดยนำไส้กรอกและปลาแนมวางบนใบชะพลู โรยพริกสดและผักชีตามใจชอบ

แกงเขียวหวานเนื้อ (590 บาท) แกงเขียวหวานอย่างดีใส่เนื้อวากิวไทยจากโคราช ให้สัมผัสนุ่มและฉ่ำลิ้น ใส่พริกขี้หนูสวนเพื่อให้มีรสเผ็ดตัดความมัน เสิร์ฟพร้อมโรตี หรือใครอยากสั่งข้าวสวยมาเพิ่มไว้กินพร้อมแกงก็ไม่ติดขัด แนะนำให้ลองข้าวกล้อง 9 สายพันธุ์ ที่มีความกรุบและหนึบ เข้ากันได้ดีกับแกงทุกชนิด

มาที่อาหารจานเดียวกันบ้าง ขนมจีนน้ำพริกชาววัง (450 บาท) ที่อัปเกรดน้ำพริกให้พรีเมียมยิ่งขึ้นด้วยการใส่กุ้งแม่น้ำแทนกุ้งปกติ มาพร้อมผักทอดและไข่ยางมะตูม

ร้านอาหารไทยกับผัดกะเพราเป็นของคู่กัน พลิกเมนูจิ้ม ข้าวกะเพราเนื้อวากิวและไข่เป็ดซูวีด์ (350 บาท) แค่เห็นชื่อก็น้ำลายสอเสียแล้ว กะเพราเนื้อวากิว A5 ที่ถูกผัดจนรสกะเพราแทรกซึมเข้าเนื้อ มาพร้อมข้าวหอมมะลิอย่างดีและไข่เป็ดแดงซูวีด์ เหยาะน้ำปลาพริกบนไข่แดงแล้วเจาะพร้อมคลุกผัดกะเพราและข้าว นี่สินะสวรรค์เล็กๆ บนโต๊ะอาหาร

หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยเสร็จสรรพ มาต่อกันที่ของหวาน แนะนำ ชีสเค้กหมอนทองของไทย (180 บาท) ที่ไม่ต้องอธิบายให้มากความ เพราะนี่คือชีสเค้กและทุเรียนหมอนทองเนื้อเนียน ถ้าทุเรียนไม่ใช่แนว ลองสั่ง ทับทิมสยามหวานไทย (180 บาท) ทับทิมกรอบพร้อมเชอร์เบตกะทิอบควันเทียน จะตักแยกกันกินหรือคลุกกะทิให้เข้ากับทับทิมกรอบก็อร่อยทั้งสองแบบ

หากแวะมาจิบชายามบ่าย แนะนำ Waan Thai High Tea (1 ท่าน 612 บาท / 2 ท่าน 1,212 บาท) ที่มาพร้อมชาหรือกาแฟ ของคาว 4 อย่าง และของหวานอีก 4 อย่าง สำหรับของคาว ไล่เรียงตั้งแต่ ไก่บ้านย่างยอดใบชา, ช่อชมพูไส้เห็ดหอม, เครปผัดไทย, และขนมครกคาเวียร์โครงการหลวงดอยอินทนนท์

ส่วนของหวานมีทั้งเค้กกะทิสดมะพร้าวน้ำหอม, ขนมเบื้องเสวยไส้มะพร้าวคั่ว ทองหยอดเล็ก และลูกพลับ, ช็อกโกแลตเชียงใหม่ไส้ชาไทย, และดาราทอง หรือขนมทองเอก
Open: ทุกวัน 11.00-17.00 น.
Address: 131 ซอยสุขุมวิท 53 / ซอยทองหล่อ 9
Budget: 1,500-2,000 บาท
Tel: 09 4215 3495, 09 4215 4156
Website: waanthai.com/th/waanthai-home
Map:
The post TASTE: Waan Thai (หวานไทย) บทที่สองของ R-HAAN จากอาหารสู่ของหวาน และสารพัดของกินไทยๆ ชวนน้ำลายสอ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อคือโปรตีนจานโปรดของใครหลายๆ คน อาจเ […]
The post TASTE: ชวนชิมเนื้อชุบเกล็ดขนมปังทอดตำรับโอซาก้า ที่กิวคัตสึ เพิ่มพลัง (สุขุมวิท 39) appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อคือโปรตีนจานโปรดของใครหลายๆ คน อาจเป็นเพราะรสชาติ กลิ่น สัมผัส หรือวิธีการปรุงที่ทำให้แฟนคลับสายเนื้อยังคงดั้นด้นตามหาร้านเนื้ออย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ดูเหมือนเนื้อย่างจะครองใจคนไทยแบบขาดลอย สังเกตได้จากร้านปิ้งย่างที่มีแทบทุกหัวถนน รอบนี้เราขอพักเรื่องปิ้งย่างไว้ก่อน แล้วไปร้านเนื้อ (ชุบแป้ง) ทอดดีกว่า

เรากำลังพูดถึง กิวคัตสึ เพิ่มพลัง สาขาใหม่ในซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งก่อนหน้านี้ร้านตั้งอยู่แถวศรีนครินทร์ และเพิ่งจะขยับขยายสาขาที่ 2 เมื่อไม่นานนี้เอง สาขานี้จากปากซอยสังเกตไม่ยาก อยู่ฝั่งซ้ายมือก่อนถึงแยกปั๊มน้ำมันบางจาก

ตัวร้านมาพร้อมบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่น โต๊ะเก้าอี้ไม้พร้อมโซฟาสีเขียวพาสเทล และด้วยความที่เป็นร้านเนื้อจึงมีเครื่องดูดควันและเตาทอดเล็กๆ ประจำทุกโต๊ะ ส่วนครัวเป็นแบบกึ่งเปิด เจาะช่องเล็กให้พอได้ยินเสียงฉ่าและได้กลิ่นความอร่อยก่อนเสิร์ฟ

จุดเริ่มต้นของร้านเกิดจากความชอบกินเนื้อของเจ้าของร้าน ประกอบกับการไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นทำให้รู้จักกับเมนูกิวคัตสึหรือเนื้อชุบเกล็ดขนมปังทอด ซึ่งไม่ค่อยมีร้านไหนในไทยที่นำเสนอเมนูนี้ เจ้าของร้านจึงเกิดไอเดียที่จะถ่ายทอดความอร่อยของกิวคัตสึให้คนไทยได้ลิ้มลอง จึงจัดแจงศึกษาความรู้เพิ่มเติมกับเชฟชาวญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญด้านกิวคัตสึ และกลับมาไทยพร้อมแผนเปิดร้านที่ศรีนครินทร์ แต่เนื่องจากประเทศไทยมีสัดส่วนคนไม่รับประทานเนื้อค่อนข้างสูง ลำพังจะขายเฉพาะเนื้อชุบแป้งก็ลำบาก จึงต้องมีเมนูหมูเพิ่มมาด้วย

ระหว่างที่รอกิวคัตสึ ลองสั่งของกินเล่นมารองท้องก่อน เกี๊ยวกุ้งทอด (140 บาท) ที่มาแบบแป้งบางกรอบ เนื้อกุ้งเน้นๆ คีบกินเพลินพุงก่อนที่จานหลักจะมา

Gyukatsu Set (529 บาท) เมนูไฮไลต์ประจำร้าน กิวคัตสึตำรับโอซาก้า ในเซ็ตประกอบด้วยข้าวธัญพืชญี่ปุ่น สลัดกะหล่ำปลี มิโซะซุป กิมจิ และเนื้อสันนอกออสเตรเลียหั่นแท่ง ชุบเกล็ดขนมปังแล้วทอดพร้อมเสิร์ฟระดับความสุก Blue Rare โดยสามารถรับประทานที่ความสุกระดับนี้ได้เลย หรือจะจี่ต่ออีกสัก 5-10 วินาที บนเตาฮิดะก็ได้เหมือนกัน การรับประทานแนะนำให้ลองทั้ง 3 รูปแบบคือ จิ้มเกลือกระเทียม ป้ายวาซาบิแล้วจิ้มโชยุ หรือคีบเนื้อไปจิ้มกินกับไข่ออนเซนที่มาในเซ็ตอยู่แล้วก็ได้

ถ้ากิวคัตสึยังไม่หนำใจพอ ที่นี่มีลิสต์เนื้อให้สั่งมาย่างเพิ่มได้ เราแนะนำเป็น Super Paleron (289 บาท) เนื้อใบพาย Sirloin (180 บาท) เนื้อสันนอก หรือจะเป็น Knuckle (180 บาท) เนื้อลูกมะพร้าวลายหินอ่อน โรยเกลือเล็กน้อยก่อนย่างยิ่งเพิ่มความอร่อย

สำหรับคนไม่กินเนื้อ Pork Loin Cutlet Set (320 บาท) ดูจะเป็นคำตอบ ทงคัตสึสันนอกที่มาพร้อมข้าวธัญพืช กะหล่ำปลี มิโซะซุป และกิมจิ
Open: ทุกวัน 11.30-22.00 น.
Address: 47/5 ซอยสุขุมวิท 35
Budget: 500-1,000 บาท
Tel.: 09 2593 5999
Website: https://www.instagram.com/gyukatsu_permpalung
Map:
The post TASTE: ชวนชิมเนื้อชุบเกล็ดขนมปังทอดตำรับโอซาก้า ที่กิวคัตสึ เพิ่มพลัง (สุขุมวิท 39) appeared first on THE STANDARD.
]]>
แน่นอนว่าดาวมิชลินเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามอง แต่จริงๆ […]
The post ชิมรสอาหารใต้ท่ามกลางท้องฟ้าและหาดทรายที่ Takola (ตะโกลา) appeared first on THE STANDARD.
]]>
แน่นอนว่าดาวมิชลินเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามอง แต่จริงๆ แล้วมีอีกหนึ่งสัญลักษณ์นอกจากดาวที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) ซึ่งร้านที่ได้สัญลักษณ์นี้ย่อมหมายความว่า เป็นร้านคุณภาพดี คุ้มค่า ราคาย่อมเยาไม่เกิน 1,000 บาท สำหรับอาหาร 3 คอร์ส (อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก และของหวาน ไม่รวมเครื่องดื่ม) ซึ่ง Takola (ตะโกลา) ร้านอาหารไทยของโรงแรม Devasom Khao Lak Beach Resort & Villas ก็ติด 1 ใน 9 ร้านในจังหวัดพังงาที่ได้บิบ กูร์มองด์ เช่นกัน


ตัวร้านตั้งอยู่อาคารเดียวกับล็อบบี้ อยู่บริเวณชั้นล่างเชื่อมกับทางเดินหลักของโรงแรมที่พาไปสู่ห้องพักและชายหาด บรรยากาศสบายตาด้วยสีเอิร์ธโทนและเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีหน้าต่างบานใหญ่ที่จะเปิดออกในช่วงเย็น เผยให้เห็นวิวท้องฟ้า สวน และลำธารเล็กๆ ที่เชื่อมออกสู่ทะเลอันดามัน


ก่อนหน้านี้ตะโกลาให้บริการอาหารไทยตามสั่ง ทั้งเมนูท้องถิ่นภาคใต้ไปจนถึงอาหารไทยจานเด่นที่เราคุ้นเคยกันดี ล่าสุดทางร้านเพิ่งออก Takola Journey เทสติ้งเมนูอาหารใต้ 8 คอร์ส นำเสนอทั้งเมนูไฮไลต์ของร้านตะโกลาและอาหารขึ้นชื่อของภาคใต้ ซึ่งโฟกัสไปที่การใช้วัตถุดิบในประเทศ โดยเฉพาะพืชผักผลไม้และซีฟู้ดจากชาวประมงท้องถิ่น


Takola Journey พาเราเริ่มต้นด้วยแก้มหมูย่างเหมืองแร่ที่เสิร์ฟมาบนล่าเตียงและทรัฟเฟิล ชวนเปิดต่อมรับรสและเตรียมพร้อมสู่ความเป็นตะโกลา
ต่อกันที่กุ้งลนไฟราดซอสไตปลาแห้ง โรยด้วยไข่ปลาเทราต์และไหลบัว ส่วนอีกจานเป็นปลาทรายแดงย่างขมิ้น จับคู่กับสาหร่ายพวงองุ่นพร้อมราดน้ำจิ้มซีฟู้ดผสมถั่วตัด

มาถึงสำรับกับข้าวบ้าง มีทั้งแกงปูใบชะพลู แค่เห็นว่าเป็นแกงใต้ใส่กะทิก็ชวนน้ำลายสอแล้ว พริกแกงตำมือรสเข้มข้นและเผ็ดร้อน ใส่เนื้อปูที่รับมาจากประมงท้องถิ่นและชุมชนใกล้เคียง กินแกงปูกับเส้นขนมจีนแล้วอย่าลืมเผื่อแกงไว้อีกส่วนเพื่อกินพร้อมข้าวสวยร้อนๆ รับรองความอร่อยจนต้องขอเติมข้าว

หมูฮ้องตะกั่วป่า สามชั้นหมักสามเกลอ ปรุงรสและเคี่ยวจนได้รสเค็มนำหวานตามกำลังดี ไว้กินตัดรสเผ็ด หากติดใจสามารถสั่งแยกในเมนูตามสั่งได้ อีกหนึ่งเมนูเป็นน้ำชุบขยำลูกกำ ซึ่งน้ำชุบก็หมายถึงน้ำพริกนั่นเอง ของที่นี่ทำเป็นน้ำพริกกะปิใส่สละ เพราะฉะนั้นจะได้ทั้งความเค็ม เผ็ด หวาน เปรี้ยว ครบรส ทั้งหมดนี้เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย 3 ชนิด มีข้าวไร่ดอกข่า ข้าวไร่ขิง และข้าวสังข์หยด

จานสุดท้ายก่อนตบท้ายด้วยของหวาน เชฟนำเสนอของดีภาคใต้ นั่นคือกุ้งมังกรภูเก็ตนึ่งเคยเค็ม ซึ่งมาพร้อมซุปกุ้งและแครกเกอร์

ส่งท้ายด้วยขนมโค แป้งข้าวเหนียวปั้นก้อนกลม สอดไส้กระฉีก (มะพร้าวขูดกวนกับน้ำตาล) งา และเผือก และสาคูพัทลุงมะพร้าวอ่อนเนื้อเนียนนุ่ม ราดน้ำกะทิเพื่อเพิ่มรสเข้มข้น

เทสติ้งเมนู 8 คอร์ส Takola Journey ให้บริการเฉพาะมื้อเย็น ราคาท่านละ 2,800++ บาท และยังสามารถเพิ่มไวน์แพริ่ง 5 แก้ว ราคา 1,800++ บาท โดยทางร้านเลือกใช้ไวน์สัญชาติไทยจากไร่องุ่นในหัวหิน
Takola (ตะโกลา)
Open: ทุกวัน 11.00-23.00 น.
Address: Devasom Khao Lak Beach Resort & Villas จังหวัดพังงา
Budget: 3,000-4,000 บาท
Tel: 0 7659 2277
Website: https://www.devasom.com/khaolak
Map:
The post ชิมรสอาหารใต้ท่ามกลางท้องฟ้าและหาดทรายที่ Takola (ตะโกลา) appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก่อนหน้านี้ที่เราได้ไป House 38 Cat & Home Studio B […]
The post House 20 Cat & Home Studio Bar บาร์ในบ้านหลังที่สองของโปรดักชันเฮาส์สุดคูล ที่ชวนทุกคนมานั่งจิบในบรรยากาศแวะไปบ้านเพื่อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก่อนหน้านี้ที่เราได้ไป House 38 Cat & Home Studio Bar ของ สมนึก โปรดักชั่น บริษัทรับผลิตสื่อและโฆษณาที่ตั้งอยู่ในทาวน์โฮมในซอยสุขุมวิท 38 (อ่านได้ที่ https://thestandard.co/house-38-cat-home-studio-bar/) ซึ่งเราได้ยินมาว่าทางร้านกำลังจะเปิดอีกหนึ่งสาขาไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่เดิมมากนัก จากซอยสุขุมวิท 38 ขยายเพิ่มบาร์บ้านเพื่อนแห่งใหม่โดยตั้งอยู่ภายในบ้านหลังเก่าของซอยสุขุมวิท 20

House 20 Cat & Home Studio Bar มาด้วยพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม เนื่องจากเคยเป็นบ้านพักอาศัยและสตูดิโอสำหรับถ่ายงานมาก่อน และปัจจุบันพร้อมเป็นครีเอทีฟสเปซและบาร์ที่ต้องรับทุกคนให้มานั่งชิลพักผ่อนเหมือนแวะมาบ้านเพื่อน โดยมีทั้งโซนที่เป็นบ้านแมว บ้านใหญ่ บ้านเล็ก สวนหลังบ้าน และริมสระ บรรยากาศร่มรื่น โดยเลือกนั่งได้สบายๆ ตามต้องการ

ซิกเนเจอร์ค็อกเทลของ House 20 มี 4 ตัว ได้แรงบันดาลใจมาจากงานโฆษณาของคุณจุรีพร ไทยดํารงค์ ซึ่งเป็น 1 ในหุ้นส่วนของที่นี่

ส่วนใครที่ต้องการกับแกล้มเพิ่มเติมหรือรู้สึกหิว ที่นี่มีของกินเล่นและอาหารเมนูเรียบง่ายให้สั่งเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคอหมูคลุกแจ่วโปะไข่แดง ข้าวคลุกปลาทู หรือเส้นหมี่ไก่ฉีก ส่วนเครื่องดื่มนอกจากซิกเนเจอร์และคลาสสิกค็อกเทลแล้ว แน่นอนว่ามีเบียร์และไวน์ด้วยเช่นกัน

House 20 Cat & Home Studio Bar เปิดให้บริการเฉพาะวันที่ 20 ของทุกเดือน และวันเปิดบ้านครั้งถัดไปคือ 20 ธันวาคม 2565 นี้
The post House 20 Cat & Home Studio Bar บาร์ในบ้านหลังที่สองของโปรดักชันเฮาส์สุดคูล ที่ชวนทุกคนมานั่งจิบในบรรยากาศแวะไปบ้านเพื่อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผ่านครึ่งปีไปได้ไม่นานก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเสียแล้ว เป็ […]
The post ต้อนรับการเปลี่ยนผ่านสู่ฤดูใบไม้ร่วงด้วยเทสติ้งเมนูฝรั่งเศส วัตถุดิบญี่ปุ่น ที่ Elements, Inspired by Ciel Bleu appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผ่านครึ่งปีไปได้ไม่นานก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเสียแล้ว เป็นธรรมเนียมของร้านอาหารที่มักจะเปลี่ยนเมนูและวัตถุดิบให้สอดคล้องกับฤดูกาล จากสีสันและความอบอุ่นของธรรมชาติสู่ความเย็น จากความเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้ากลายเป็นโทนแดง ส้ม และน้ำตาล เชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ (Chef Gerard Villaret Horcajo) เฮดเชฟประจำห้องอาหาร Elements, Inspired by Ciel Bleu นำเสนอเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสที่ผสมผสานความละมุน กลมกล่อม และวัตถุดิบชั้นเลิศจากญี่ปุ่น ผ่านเทสติ้งเมนู 3 รูปแบบเช่นเดิม ระหว่าง Ku-Ki (4,100++ บาทต่อ 4 คอร์ส), Chikyu (4,800++ บาทต่อ 6 คอร์ส) หรือ Mizu (5,900++ บาทต่อ 8 คอร์ส) พร้อมตัวเลือกเสริมจับคู่ไวน์หรือคอมบูชาสูตรเฉพาะของร้าน

เริ่มต้นค่ำคืนด้วยคอร์ส Chutoro เนื้อปลาทูน่าส่วนท้องกับหอยนางรมจิ๋วจากฝรั่งเศสพร้อมครีมหอยนางรม คลุมด้วยแผ่นสาหร่ายคอมบุลายหินอ่อน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายท้องทะเลพร้อมด้วยรสอูมามิธรรมชาติที่ได้จากทั้งหอยและสาหร่าย อีกคอร์สเป็น Hokkaido Scallop หอยเชลล์แล่บางสลับกับเห็ดนางรมหลวง ราดซอสที่มีส่วนผสมของเหล้าเชอร์รี พร้อมขูดหอยเชลล์แห้งที่ผ่านการรมควันเย็น

เมนูยอดนิยมอย่าง Langoustine กุ้งแลงกูสทีนจากฝรั่งเศสย่างไฟ ท็อปด้วยแอปเปิ้ลเขียวดองยูซุกับคาโมมายล์เจล มาพร้อมแครอตครีมซอส จานนี้ยังคงอยู่ในเทสติ้งเมนูเหมือนเดิม

เมนคอร์สรอบนี้มีโปรตีนให้เลือกถึง 3 ชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Secreto Iberico หมูไอเบริโกที่ปกติมักจะถูกแปรรูปเป็นแฮม แต่เชฟนำมาเสิร์ฟเป็นสเต๊ก A5 Miyagi Wagyu เนื้อวากิวลายหินอ่อนที่มีความนุ่มละมุนและมีสัดส่วนระหว่างเนื้อกับมันอย่างพอดี หรือ Canard en croute de sel เป็ดติดกระดูกอบเกลือรสเข้มข้น หนังกรอบ และเนื้อฉ่ำนุ่ม
Elements, Inspired by Ciel Bleu ตั้งอยู่ที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ ชั้น 25 เปิดบริการวันพุธ-อาทิตย์ เฉพาะมื้อค่ำ เวลา 18.00-22.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 0 2687 9000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.okurabangkok.com/dining/elements-inspired-by-ciel-bleu
The post ต้อนรับการเปลี่ยนผ่านสู่ฤดูใบไม้ร่วงด้วยเทสติ้งเมนูฝรั่งเศส วัตถุดิบญี่ปุ่น ที่ Elements, Inspired by Ciel Bleu appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่เปิดให้บริการอย่างไม่เต็มรูปแบบในช่วงล็อกดาวน […]
The post TASTE: Midsummer Night’s Dream Bar บาร์ที่ถอดบทประพันธ์ Shakespeare ให้เป็นค็อกเทลน่าจิบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่เปิดให้บริการอย่างไม่เต็มรูปแบบในช่วงล็อกดาวน์โควิดตั้งแต่กลางปี 2021 Midsummer Night’s Dream Bar ก็พร้อมเปิดม่านต้อนรับชาวทองหล่อและบาร์ฮอปเปอร์อีกครั้ง พร้อมเปิดตัวเมนูใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากองก์แรกของบทประพันธ์ชั้นเอกของ Shakespeare ‘A Midsummer Night’s Dream’ ใครที่มาบาร์ครั้งแรกอาจงงเล็กน้อยว่าทางเข้าอยู่ไหน ให้สังเกตร้านดอกไม้ WYNN WOOD Florist Studio แล้วผลักประตูเข้ามาจะเจอบันไดวน เดินขึ้นบันไดไม่กี่อึดใจก็ถึงหน้าบาร์เรียบร้อย

จริงๆ แล้วบาร์ไม่ได้มีแค่ช้ันเดียว แต่ประกอบไปด้วย 3 ชั้น ชั้นแรกเมื่อเดินขึ้นมาถึงคือค็อกเทลบาร์หลัก และมีที่นั่งมุมโซฟาเผื่อหน้าบาร์เต็ม หรือก๊วนเพื่อนกลุ่มเล็ก

ขึ้นบันไดไปชั้นบนเป็นจินบาร์กว่าร้อยฉลาก ใครที่เป็นสายจินรับรองได้เลยว่าที่นี่คือสวรรค์ ส่วนผู้ชื่นชอบวิสกี้หรือซิงเกิลมอลต์ให้ตรงขึ้นไปที่ชั้นบนสุด

ค็อกเทลที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากบทประพันธ์ของ Shakespeare ‘A Midsummer Night’s Dream’ ในส่วนขององก์แรก และแบ่งย่อยออกเป็น 4 ส่วน เริ่มตั้งแต่ส่วนแรก เล่าถึงการหนีเข้าป่าจากปัญหารักสี่เส้า ส่วนต่อมา เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในป่า ส่วนที่สาม ช่วงท้ายของละครที่มีการคลี่คลายปมประเด็นต่างๆ และส่วนที่สี่ ซึ่งเกี่ยวกับการแซ่ซ้องสรรเสริญบทละคร

เป็นธรรมดาที่การนั่งหน้าบาร์จะเริ่มต้นด้วยดริงก์แนวสดชื่นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนอันแสนยาวไกล อย่ารีรอ พลิกเมนูไปที่หน้า Act I, Scene I: Reflection of the Forest (420 บาท) แก้วนี้ตีความภาพสะท้อนของป่าแห่งความฝัน โดยตีความให้เป็น Fizzy Drink รสสดชื่นที่เบสด้วยจินอินฟิวส์กับคาโมมายล์ ชั้นบนสุดคือแอร์โฟมกลิ่นดอกหอมหมื่นลี้ ตามด้วยชั้นกลางที่ใสจากโซดากับจิน และชั้นล่างสุดเป็นเยลลี่องุ่นกับมินต์ อย่าลืมจิบแล้วตักเยลลี่กินตามเข้าไปด้วย

จิบเรียกความสดชื่นเรียบร้อยแล้วก็ไปต่อที่ Act I, Scene II: Hermia’s Status (450 บาท) ตีความนางเอกละคร Hermia ผู้งดงามและเป็นที่หมายปองของชายทั่วอาณาจักร ค็อกเทลแก้วนี้มีกลิ่นหอมและเล่นกับเลเยอร์เครื่องดื่ม เบสด้วยจินกับลิลเลต์โรเซ่ เติมความหวานอมเปรี้ยวด้วยเลมอนกับลิ้นจี่ และเคลือบปากแก้วด้วยแยมกุหลาบ ซึ่งเพิ่มสัมผัสและมิติให้กับดริงก์ทุกคร้ังที่จิบ

ใครที่สนใจรสชาติ Savory ของค็อกเทล แนะนำ Act I, Scene III: Drop of Enchanted (420 บาท) มีเรื่องราวมาจากยาเสน่ห์ที่ Oberon ทำขึ้นเพื่อใช้กับ Titania ให้ตกหลุมรักสิ่งมีชีวิตแรกที่เธอลืมตาตื่นมาเห็น เบสด้วยจินที่อินฟิวส์กับผลควินซ์ (มะตูมฝรั่ง) ผสมกับรส Savory ที่มาจากเวอร์มุทอินฟิวส์กับเอฮิเระหรือครีบปลากระเบนตากแห้ง เติมรสชาติด้วยเหล้าบ๊วยกับดอกซากุระดอง แก้วนี้ดรายเชกกับไข่ขาวเพื่อให้รสนวลและสัมผัสที่เนียนนุ่ม ก่อนที่จะหยดซากุระบิตเทอร์ปิดท้าย

Act I, Scene III: Theseus Morning Hunt (450 บาท) พรรณนาถึงฉากที่ Theseus ออกไปล่าสัตว์ยามเช้า และพบกับคู่รักทั้งสี่สลบไสลกลางป่า ค็อกเทลแก้วนี้เป็นแนวสปิริตฟอร์เวิร์ด เบสด้วยรัมใบเนียมที่มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย จับคู่กับคัสตาร์ด ชั้นบนเป็น Espuma หรือโฟมนุ่มๆ ทำจาก Mulled Wine ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มในช่วงคริสต์มาส ส่วนผงป่นบนโฟมคือแพลนต์เบสเบคอน เราแนะนำให้จิบครบทุกเลเยอร์เพื่อบาลานซ์รสชาติของรัมและความหวานจากโฟม

ปิดท้ายด้วย Act I, Scene IV: Midsummer Night’s Dream (450 บาท) ทวิสต์มาจาก New York Sour ที่เบสด้วยวิสกี้แล้วท็อปด้วยไวน์ แต่ Midsummer Night’s Dream Bar เสิร์ฟแบบ Upside-down โดยเบสด้วยไวน์ก่อนแล้วค่อยท็อปด้วยวิสกี้ ชั้นล่างเป็น Fino Sherry ไวน์หวานหอม เติมควินินเพื่อให้เกิดรสขมจางๆ ที่ปลายลิ้น จากนั้นรินวิสกี้ปิดท้าย จิบทั้งวิสกี้และไวน์พร้อมๆ กัน เพื่อรสชาติและประสบการณ์ที่ดีที่สุด
Open: 18.00-23.00 น.
Address: WYNN WOOD Florist Studio, ปากซอยทองหล่อ 1
Budget: 500-1,000 บาท
Tel: 08 2646 0949
Website: https://instagram.com/midsummernightdreambar
Map:
The post TASTE: Midsummer Night’s Dream Bar บาร์ที่ถอดบทประพันธ์ Shakespeare ให้เป็นค็อกเทลน่าจิบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงหลังเราเห็นร้านกาแฟหลายแห่งปรับโฉมร้านตัวเองให้เป็น […]
The post TASTE: Smokey Cat Wine Room ไวน์บาร์ย่านสวนพลู ที่อยากให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนนั่งชิลที่บ้านเพื่อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงหลังเราเห็นร้านกาแฟหลายแห่งปรับโฉมร้านตัวเองให้เป็นไวน์บาร์หรือค็อกเทลบาร์ในช่วงเย็น ซึ่งเป็นไอเดียที่ดี เพราะด้วยความที่เป็นร้านกาแฟหรือคาเฟ่ซึ่งบรรยากาศค่อนข้างอบอุ่นอยู่แล้ว พอแดดร่มลมเย็น เทิร์นดาวน์เรียบร้อย ก็เปลี่ยนมู้ดทั้งร้านให้กลายเป็นบาร์น่านั่งแบบไม่ต้องติดเก๊ก แต่งตัวสบายๆ มานั่งจิบคนเดียว หรือรวมก๊วนก็ได้ทั้งนั้น


เรากำลังพูดถึง Smokey Cat Coffee Roaster ร้านกาแฟเล็กๆ ในซอยสวนพลู ที่ทุกวันศุกร์และเสาร์หลัง 18.30 น. จะกลายเป็น Smokey Cat Wine Room ไวน์บาร์แสนอบอุ่นที่ใครๆ ก็แวะมาจิบได้

ความคิดที่จะทำไวน์บาร์เกิดขึ้นจาก ลุค-ฐานวัฒน์ พุทธิชีวิน และ โวล์ค-ฉัฐวัฒน์ เจนศิริวานิช เจ้าของร้านเบเกิล Volks ซึ่งทั้งสองมีความชื่นชอบและหลงใหลไวน์อยู่แล้ว เลยอยากทำโปรเจกต์สนุกๆ ลองเปลี่ยนพื้นที่ร้านกาแฟให้เป็นไวน์บาร์ทุกเย็นสุดสัปดาห์ และด้วยความที่โวล์คเคยสอบ Certified Sommelier จาก The Court of Master Sommelier เพราะฉะนั้นจึงรับประกันได้ว่า ไวน์ที่นี่มีเรื่องราวและน่าสนใจทุกฉลากอย่างแน่นอน

หากมาช่วงกลางวันที่เป็นคาเฟ่ ก็อาจเดาไม่ออกว่าช่วงเย็นพื้นที่นี้คือไวน์บาร์ พอถึงเวลา 18.30 น. ปุ๊บก็เทิร์นดาวน์เป็นไวน์บาร์ชิคๆ ท่ามกลางไฟสลัว และด้วยความที่มีที่นั่งค่อนข้างจำกัด เราจึงแนะนำให้มาตั้งแต่เนิ่นๆ หรือถ้าเป็นไปได้ให้จองโต๊ะล่วงหน้าจะดีกว่า และสำหรับใครที่ชอบฟังเพลงจากแผ่นเสียง ที่นี่มีไวนิลจำนวนหนึ่งให้เลือกฟังได้ตามใจชอบเช่นกัน

ไวน์ที่นี่มีให้เลือกหลากหลายแนว ตั้งแต่ไวน์โลกเก่าไปจนถึงไวน์โลกใหม่ เนเชอรัลไวน์ ไบโอไดนามิกไวน์ หรือแม้แต่ Pet-Nat ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในช่วงนี้ อีกทั้งมีไวน์ตามฤดูกาลที่ส่งตรงจากผู้ผลิต ซึ่งจะเปลี่ยนฉลากไปเรื่อยๆ หากคุณยังไม่แน่ใจว่าคืนนี้จะจิบอะไรดี อย่าเคอะเขินที่จะสอบถาม ทีมงานที่ร้านพร้อมให้คำแนะนำและจับคู่คุณเข้ากับไวน์ ส่วนใครที่จู่ๆ ก็อยากจิบกาแฟ ไม่ต้องกังวลเพราะแม้เวลาล่วงเลยไปสามถึงสี่ทุ่มก็ยังสั่งกาแฟได้ แต่ทางร้านจะเสิร์ฟเฉพาะ Espresso Based เท่านั้น

เริ่มต้นค่ำคืนอันแสนยาวไกลกับ Pinot Noir Pet-Nat (2,200 บาท) เนเชอรัลไวน์ที่เป็นสปาร์กลิงสัญชาติออสเตรเลีย ด้วยความซ่าแบบธรรมชาติเล็กน้อย ผสมผสานกับรสฟรุตตี้ ก็ทำให้ฉลากนี้เป็นอีกหนึ่งตัวโปรดของแขกผู้มาเยือนแทบทุกคน

หรือจะขยับมาที่ไวน์ขาว Mosel Riesling (375 บาท / 1,500 บาท) ซึ่งเป็นเฮาส์ไวน์ สั่งได้ทั้ง By Glass หรือจะเปิดขวดก็สดชื่นและจิบได้ยาวๆ เช่นกัน ถ้าโหยหาไวน์จากโลกเก่าก็มี Chablis (2,200 บาท) องุ่นขาวสายพันธุ์ชาร์ดอนเนย์ที่ให้รสชาติค่อนข้างดราย แต่รับรองว่าติดใจแน่นอน
ข้ามมาที่ฝั่งของไวน์แดง โวล์คแนะนำขวดที่เป็นเบลนด์ Sangiovese (2,200 บาท) จากออสเตรเลียตอนใต้ เป็นไวน์แดงที่ค่อนข้างดื่มง่าย และจับคู่กับของกินเล่นได้ดี

สำหรับกับแกล้มไว้กินเล่นช่วงจิบไวน์ ถ้าไม่หิวมาก แนะนำ Chips & Dip (180 บาท) แป้งตอติญาทอดเสิร์ฟพร้อมซัลซามะเขือเทศและกัวคาโมเล

หิวขึ้นมาหน่อยหรือมาหลายคน ของกินเล่นอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องจัด Half and Half (650 บาท) รวมมิตรชีสและโคลด์คัตให้จิ้มกินจนหนำใจ แล้วค่อยต่อไวน์แดงอีกสักขวดสองขวด
You may also like: Madi,
Open: ศุกร์-เสาร์ เวลา 18.30-23.30 น.
Address: 39/13-16 Suanplu Corner Building ซอยสวนพลู
Budget: 1,000-2,000 บาท
Tel: 06 4145 9455, 08 0102 7190
Website: www.instagram.com/smokeycat.wineroom
Map: https://goo.gl/maps/WogySr4zVQqmXC7fA
The post TASTE: Smokey Cat Wine Room ไวน์บาร์ย่านสวนพลู ที่อยากให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนนั่งชิลที่บ้านเพื่อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงหลังเราเห็นร้านอาหารสไตล์ละตินเปิดใหม่เยอะขึ้นเรื่อ […]
The post TASTE: Mezcal บาร์ที่เกิดจากความหลงใหลในสุราประจำชาติเม็กซิโกและเสิร์ฟอาหารที่เข้าคู่กับเมสคัลได้เป็นอย่างดี appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงหลังเราเห็นร้านอาหารสไตล์ละตินเปิดใหม่เยอะขึ้นเรื่อยๆ และแต่ละที่ก็นำเสนอวิถีการกินแบบละตินที่แตกต่างกันไป เช่นเดียวกับ Mezcal ที่ขอยกสุราประจำชาติเม็กซิโกให้เป็นจุดเด่นและพร้อมเสิร์ฟอาหารเม็กซิกันที่เข้าคู่กับเมสคัลได้เป็นอย่างดี

เราเชื่อว่าหลายคนคุ้นเคยและรู้จักเตกีลา แต่พอเป็นเมสคัลอาจจะงงเล็กน้อยว่าคืออะไร จริงๆ แล้วสุราสองชนิดนี้ทำจากต้นอะกาเวเหมือนกัน โดยอะกาเวเป็นพืชทะเลทรายคล้ายว่าน แต่จุดต่างหลักของเตกีลาคือกรรมวิธีการผลิตและการเลือกอะกาเวในการทำสุรา โดยเตกีลาจะต้องทำจากบลูอะกาเวเท่านั้น ในขณะที่เมสคัลจะทำจากอะกาเวประเภทไหนก็ได้ อย่างไรก็ตาม เอกลักษณ์ของเมสคัลคือความหอมกลิ่นควันในทุกจิบ ซึ่งกลิ่นดังกล่าวเกิดขึ้นจากกระบวนการทำเมสคัลที่ต้มอะกาเวในหลุมใต้ดินนั่นเอง


เล่าถึงที่มาของสุราเมสคัลเรียบร้อยก็วกกลับมาที่ร้าน ตัวร้านโดดเด่นด้วยการใช้ไฟโทนเขียวอมฟ้าตัดกับผนังวอลล์เปเปอร์ลายดอกไม้ มีชั้นวางเหล้าที่ถูกคลุมด้วยซี่กรงเหล็ก ชวนให้เดินเข้าไปสังเกตใกล้ๆ ว่าแต่ละขวดเป็นอย่างไร


โซนที่นั่งแบ่งเป็นสัดส่วน ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาคู่ หรือมาเป็นก๊วนและอยากได้มุมที่มีความเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อย ก็เล็งโซฟาในสุดของร้านได้เลย

สำหรับสายดื่ม หน้าบาร์คือมุมของคุณ อย่าลืมให้บาร์เทนเดอร์แนะนำเมสคัลค็อกเทล และเผื่อเวลาไว้สัมผัสความตื่นเต้นที่จะมาหลังสี่ทุ่ม

นอกจากเมสคัลค็อกเทลที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่แล้ว อาหารก็โดดเด่นไม่แพ้กัน แถมยังถูกออกแบบเมนูมาเพื่อให้เข้ากับการจิบเมสคัลอีกด้วย ซึ่งมีตั้งแต่ทาโก้ไปจนถึงเนื้อตุ๋นสไตล์เม็กซิกัน เราแนะนำให้เริ่มต้นค่ำคืนด้วยของกินเล่นรองท้องกันก่อน แล้วค่อยจัดเต็มเมสคัลค็อกเทลตอนหลัง Tuna Tostadas (345 บาท) แป้งตอติญาข้าวโพดแผ่นบางกรอบท็อปด้วยทูน่าซาซิมิ เม็ดสาคูปรุงรสพิเศษและอะโวคาโด ชิ้นเดียวไม่พอแน่นอน

Truffle Fundido (625 บาท) เมนูนี้เป็นอะไรไม่ได้นอกเสียจากเชดดาร์กับมอสซาเรลลาชีสย่างเสิร์ฟบนกระทะร้อน และเชฟมาสไลซ์ทรัฟเฟิลถึงโต๊ะ กินกับแป้งตอติญานุ่มๆ โดยคลุกชีสและทรัฟเฟิลให้เข้ากันแล้วตักวางบนแผ่นแป้ง จากนั้นราดซอสพริกเล็กน้อยแล้วเตรียมปะทะความอร่อยได้เลย

ต่อด้วย Passionfruit Aguachile (385 บาท) ที่หน้าตาและรสชาติคล้ายยำ เพราะเบสด้วยน้ำมะนาวสด เกลือ ผักชี และพริกเขียว ใส่อะโวคาโดและเสาวรสเพิ่มรสสัมผัสและความเปรี้ยวหวาน จากนั้นคลุกเคล้ากับปลากะพงขาวและมะพร้าวอ่อน จะจิ้มกินเปล่าๆ หรือจ้วงด้วยแผ่นตอติญากรอบก็ได้เหมือนกัน

มาถึงร้านเม็กซิกันทั้งทีก็ต้องสั่งทาโก้จึงจะครบเครื่อง Pork Pibil (225 บาท) ทาโก้หมูกับซัลซาและถั่วบด หรือจะเป็น Giant Tiger Prawn Taco (895 บาท) ทาโก้กุ้งลายเสือตัวโตย่างฮอตซอสและหอมใหญ่ดอง

เมนคอร์สหนักท้องขึ้นมาหน่อย เราอยากให้ลอง Lamb Barbacoa (1,250 บาท) เนื้อแกะตุ๋นสไตล์เม็กซิกันที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม เสิร์ฟแบบติดกระดูกชิ้นใหญ่ เมื่อมาถึงโต๊ะเรียบร้อยเชฟจะดึงกระดูกออกแล้วคลุกเคล้าเนื้อให้เข้ากันและยีให้ชิ้นเล็กลงไว้กินกับตอติญา ความพิเศษของแกะตุ๋นที่นี่คือการนำไปหมักในเมสคัลก่อนที่จะตุ๋น ทำให้เนื้อยังคงกลิ่นหอมควันจางๆ นอกจากเมนูจานหลักจากเนื้อสัตว์แล้วยังมี Jackfruit en Adobo (545 บาท) หรือขนุนอ่อนย่างราดซอสพริกแห้งจนทั่ว กินคู่กับควินัว กรีกโยเกิร์ต และอะโวคาโดบด

ล้างปากด้วยของหวานก่อนที่จะไปต่อค็อกเทล Churros al Fuego (325 บาท) ชูโรสจิ้มช็อกโกแลตมันธรรมดาเกินไป เพราะที่นี่เสิร์ฟช็อกโกแลตดิปกับเหล้าเมสคัลจุดไฟ แล้วราดลงไปบนช็อกโกแลต คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นค่อยจุ่มชูโรสลงไป

สำหรับค็อกเทลแกล้มมื้ออาหาร แนะนำ Frozen Margarita (280 บาท) มาร์การิตาค็อกเทลที่ปั่นจนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง เคลือบปากแก้วด้วยเกลือและท็อปมะนาวฝานเป็นอันเสร็จพิธี ส่วนค็อกเทลสำหรับ Long Drink มีทั้งซิกเนเจอร์และคลาสสิกทวิสต์ที่ใช้เหล้าเมสคัลเป็นเบส คนรักเนโกรนีต้องห้ามพลาด Mezcal Negroni (390 บาท) ที่นอกจากจะให้รส Herbaceous แล้ว ยังมีกลิ่นควันจางๆ ของเมสคัลที่ทำให้ค็อกเทลแก้วนี้จิบเพลินและมีบอดี้ขึ้นมา

Salty Cat (320 บาท) แก้วนี้มีความจินโทนิกเวอร์ชันสมุนไพรแบบเต็มๆ แต่เปลี่ยนจากจินเป็นเมสคัล ใส่ใบโหระพาและน้ำเกลือ ขอบแก้วมีโกโก้เคลือบเล็กน้อย ลองจิบจากขอบแก้วฝั่งที่มีโกโก้และฝั่งตรงข้าม ชอบแบบไหนมากกว่ากันอย่าลืมมาบอกเราด้วยนะ
You may also like: Ojo, Santiaga Mexican Cuisine
Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-23.00 น.
Address: 101 ซอยศึกษาวิทยา (ระหว่างซอยสาทร 10 และ 12) ถนนสาทรเหนือ
Budget: 1,500-2,000 บาท
Tel: 06 1281 6969
Website: https://www.instagram.com/mezcal.bar
Map: https://goo.gl/maps/k1s4ojfc8UXbgczT8
The post TASTE: Mezcal บาร์ที่เกิดจากความหลงใหลในสุราประจำชาติเม็กซิโกและเสิร์ฟอาหารที่เข้าคู่กับเมสคัลได้เป็นอย่างดี appeared first on THE STANDARD.
]]>
Mother แคชวลไฟน์ไดนิ่งย่านตลาดน้อย ชวนชิมสตรีทฟู้ด […]
The post ชวนชิมสตรีทฟู้ดตีความใหม่และร้อยเรียงเป็นเทสติ้งเมนูเข้าใจง่ายที่ Mother appeared first on THE STANDARD.
]]>
Mother แคชวลไฟน์ไดนิ่งย่านตลาดน้อย ชวนชิมสตรีทฟู้ดแบบเอเชียที่ผ่านการตีความใหม่และร้อยเรียงเป็น ‘STREET FOOD / STREET HOOD’ เทสติ้งเมนู 9 คอร์สที่ชวนให้คาดเดาถึงท่ีมาและรสชาติ พร้อมเดินทางสู่ถนนสายอาหารยามค่ำคืนที่รายล้อมไปด้วยร้านสองฝั่งข้างทาง

เริ่มต้นด้วยอะมูสบุช 3 คำในเข่งติ่มซำที่เชฟเลือกใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ ณ ขณะนั้นมานำเสนอ ก่อนที่จะขยับไปที่เครปกุยช่าย ซึ่งทวิสต์จากขนมกุยช่าย แต่เปลี่ยนไส้เป็นเนื้อปูผัดพริกแกงคั่วที่เคยเสิร์ฟในเทสติ้งเมนูรุ่นแรก จากนั้นค่อยไปต่อที่ส้มตำ เวเฟอร์หนังไก่ และปลาดุกย่างทาซอสน้ำปลาคาราเมลผสมพริก


นี่ยังไม่รวมถึงสำรับไต้หวันที่มีเต้าหู้เวอร์ชันใหม่หอมฉุยกว่าเดิม หรืออาหารเวียดนามขึ้นชื่ออย่างเฝอรสอูมามิ และสะเต๊ะแกะซอสกะหรี่กับถั่วลิสงที่เป็นเมนคอร์ส ก่อนจะตบท้ายด้วยเยาวราชกรานิต้า หรือเช็งซิมอี๊ที่เชฟทวิสต์ให้มีลูกเล่นและน่ากินกว่าเดิม

เทสติ้งเมนู ‘STREET FOOD / STREET HOOD’ ให้บริการทุกมื้อเย็น ราคา 2,890++ บาท หรือ 4,390++ บาท พร้อมไวน์แพริ่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 09 8205 6383 หรือ LINE OA @motherbkk
The post ชวนชิมสตรีทฟู้ดตีความใหม่และร้อยเรียงเป็นเทสติ้งเมนูเข้าใจง่ายที่ Mother appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงโควิดตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเจ็บหนักแทบทุ […]
The post TASTE – ‘อยากย่าง’ ก้าวที่สองของ #อยากทำแต่ไม่อยากกิน บิสโทรที่เอาใจคนอยากกินแต่ไม่อยากทำ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงโควิดตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเจ็บหนักแทบทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะคนทำร้านอาหารที่ต้องหันมาจับงานเดลิเวอรีแบบเต็มตัว หรือแม้แต่คนทั่วไปที่หารายได้พิเศษ ก็มักจะลงเอยที่การเปิดรับออร์เดอร์ขนมหรือของกินเดลิเวอรี

เชฟบิ๊ก-อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล
เช่นเดียวกับ #อยากทำแต่ไม่อยากกิน ของเชฟบิ๊ก-อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล ที่เริ่มต้นจากการทำอาหารพรีเมียมเดลิเวอรีในช่วงโควิด โดยเลือกใช้วัตถุดิบชั้นเยี่ยมเหมือนร้านไฟน์ไดนิ่ง และสร้างสรรค์เป็นเมนูกินง่าย ให้เยอะ และรสชาติถูกปาก จึงเริ่มต้นจากการประกาศพรีออร์เดอร์ สปาโคตรปู ซึ่งช่วงแรกโพสต์ขายบนเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อน และเมื่อกระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ ก็ลองขยับขยายไปโพสต์ขายในกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส จนฮิตติดลมบนและมีออร์เดอร์นับพันกล่อง ภายหลังจากที่สถานการณ์โควิดดีขึ้นก็เปลี่ยนพื้นที่โรงพิมพ์ที่บ้านให้กลายเป็นเชฟส์ เทเบิล ซะเลย


ผ่านมาได้ปีกว่า เชฟบิ๊กก็ถึงคราวเปิด อยากย่าง ร้านอาหารใหม่สไตล์บิสโทรที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารฝรั่งเศส ผสมผสานกับรสมือเชฟบิ๊ก ซึ่งถือเป็นการก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนหลังเชฟส์ เทเบิล ในโรงพิมพ์ เพื่อมาเปิดร้านอาหารจริงจัง แถมยังมีเมนูยอดฮิตตั้งแต่ยุคเดลิเวอรีไปจนถึงอาหารบางเมนูจากโปรเจกต์ #อยากทำแต่ไม่อยากกิน อีกด้วย
และแน่นอนว่าเราแนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้า เพราะที่นั่งมีจำกัดและร้านค่อนข้างเล็ก เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ วันละ 3 รอบ เวลา 17.00-19.00 น., 19.00-21.00 น. และ 21.00-22.30 น. ส่วนรอบเที่ยง เวลา 12.00-14.00 น. เพิ่มให้พิเศษเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

อาหารยังคงเป็นสไตล์ที่เชฟบิ๊กถนัด เน้นการปรุงแบบฝรั่งเศสคลาสสิก และสิ่งที่เชฟบิ๊กชอบกินบ่อยๆ พลิกเมนูจิ้มสั่งสตาร์ทเตอร์สักสองสามอย่าง เชฟแนะนำจานคลาสสิกอย่าง Foie Gras Poêlé ‘Thick Cut’ (618 บาท) ฟัวกราส์ชิ้นหนาพิเศษย่างและจี่กระทะให้กรอบนอกนุ่มใน แล้วราดด้วยจูส์น้ำผึ้งป่ากับผิวส้ม รีบถ่ายรีบกินตอนร้อนๆ รับประกันความฟิน อย่าลืมกินคู่กับขนมปังกรอบที่รองฐานมาด้วย ก็ได้ฟีลโทสต์ฟัวกราส์ อร่อยไปอีกแบบ

Chef Roy Choi’s Grilled Cheese (218 บาท) เมนูนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Roy Choi เซเลบริตี้เชฟชาวเกาหลี-อเมริกัน ที่เคยทำเมนูขนมปังไส้ชีสย่าง เชฟบิ๊กเลยจัดแจงถอดสูตรและทำขึ้นใหม่ให้เราได้ลองชิม ขนมปังซาวโดวจ์สอดไส้ชีสสามอย่าง มีทั้งกรูแยร์ เอ็มเมนทัล และพาร์มิเจียโน เรจเจียโน โปะชีสบนขนมปังเรียบร้อยแล้วนำไปจี่บนกระทะกับโฟมเนย ให้ขนมปังค่อยๆ เกรียมและกรอบขึ้นทีละนิดจนกระทั่งกรอบทั้งชิ้นพอดี ส่วนชีสไส้ในก็ละลายผสมรวมกันจนได้รสชีสที่เข้มข้นกว่าชีสปกติ

Hokkaido Scallop XXL Carpaccio (518 บาท) หอยเชลล์คาร์ปาชิโอ เชฟบิ๊กเลือกใช้เฉพาะหอยเชลล์จากฮอกไกโด และต้องเป็นหอยไซส์ใหญ่ที่สุดเท่าที่หาได้ ณ ตอนนั้น นำมาสไลซ์บางแล้วราดเดรสซิ่งสไตล์ฝรั่งเศสที่ผสมผสานระหว่างน้ำส้มสายชูกับดาชิ ให้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น เจอกับเนื้อหอยเชลล์ที่มีความหวานเป็นธรรมชาติอยู่แล้วก็ยิ่งอร่อยขึ้นไปอีก จานนี้กินเคียงกับผักสลัดและไข่ปลาแซลมอน กินพร้อมกันทุกองค์ประกอบเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด

ต่อด้วยซุป ถ้าไม่ใช่ซุปหอมใหญ่ฝรั่งเศสก็ต้องเป็น Truffle Soup (288 บาท) ซุปข้นทรัฟเฟิลกลิ่นหอมฉุยที่เสิร์ฟพร้อมคร็อกเกหรือแป้งทอดไส้เห็ดสับไว้จิ้มกินกับซุป ใครชอบทรัฟเฟิลไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Signature ‘สปาโคตรปู’ Crab Spaghetti (688 บาท) เมนูแจ้งเกิดของ #อยากทำแต่ไม่อยากกิน เมื่อช่วงล็อกดาวน์โควิดปีที่ผ่านมา สปาเกตตีผัดพริกแห้งกับกระเทียมสไตล์ Aglio Olio แล้วท็อปด้วยกรรเชียงปูไซส์จัมโบ้คลุกทาร์ทาร์ซอส บีบน้ำมะนาวเพิ่มหน่อยให้มีรสเปรี้ยวตัดความครีมมี่ มาพร้อมไข่ปลาแซลมอน เพิ่มรสเค็มและความกรุบทุกคำที่กิน

สำหรับเมนคอร์ส ห้ามพลาด Beef Short Ribs (M 818 บาท / L 1,118 บาท) ซี่โครงเนื้อซูวีด์ที่อุณหภูมิต่ำเป็นเวลาเกือบ 38 ชั่วโมง จนเนื้อนุ่มชุ่มลิ้น และยังคงสัมผัสของเนื้อและมีรสเนื้อที่ชัดเจน เหมาะกินกับ Au Poivre ซอสพริกไทยสามชนิด (พริกไทยกัมปอตกัมพูชา พริกไทยสีชมพู และพริกไทยสด)

ถ้าเบื่อเนื้อลองเปลี่ยนมาสั่งแกะก็ได้ Herb Crusted Baby Rack of Lamb (Half 888 บาท / Full 1,600 บาท) เพราะแกะที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เชฟบิ๊กเลือกใช้ซี่โครงลูกแกะนำไปเคลือบด้วยเกล็ดสมุนไพร ย่างมาแบบไร้กลิ่นสาบ เพราะเป็นลูกแกะที่กินเฉพาะนมแม่แกะเท่านั้น ทำให้เนื้อมีความนุ่มละมุน ชิ้นเดียวไม่พอแน่นอน

ส่วนเครื่องเคียงมี Signature Mashed Potatoes (199 บาท) มันบดเนื้อเนียน ตำรับร้านอาหารมิชลิน 2 ดาว นอกจากความเนียนก็มีกลิ่นที่หอมเตะจมูกไม่แพ้กัน เพราะใช้เนย AOP จากฝรั่งเศสผสมเข้าไปด้วย หรือจะอัปเกรดเป็น Signature Truffle Mashed Potatoes (268 บาท) ที่ผสมเห็ดทรัฟเฟิลสับเพิ่มเข้าไปด้วย ความหอมก็ยิ่งทวีคูณ
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-22.30 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดรอบกลางวัน เวลา 12.00-14.00 น.)
Address: 627, 9 ซอยเจริญราษฎร์ 7 ถนนพระราม 3
Budget: 1,000-2,000 บาท
Tel: 09 3509 3650
Website: https://www.instagram.com/yak_yang
Map: https://goo.gl/maps/5YyidT7bPSUboMsC8
The post TASTE – ‘อยากย่าง’ ก้าวที่สองของ #อยากทำแต่ไม่อยากกิน บิสโทรที่เอาใจคนอยากกินแต่ไม่อยากทำ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เดี๋ยวนี้ร้านอาหารและบาร์หลายแห่งพยายามขายคอนเซปต์อบอุ่ […]
The post TASTE: House 38 Cat & Home Studio Bar บาร์(ไม่)ลับของโปรดักชันเฮาส์ที่รักแมว และเปิดแค่เดือนละ 3 ครั้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เดี๋ยวนี้ร้านอาหารและบาร์หลายแห่งพยายามขายคอนเซปต์อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เป็นกันเองเหมือนไปบ้านเพื่อน และอีกสารพัดการเซ็ตมู้ดให้ผู้มาเยือนรู้สึกเป็นกันเอง ไม่เคอะเขินเกินไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับบางสถานที่แค่หน้าประตูก็ดู Feel Like Home แล้ว เป็นเรื่องบังเอิญเหมือนกันที่ระหว่างเลื่อนดูฟีดเฟซบุ๊กก็สะดุดตากับรูปแก้วค็อกเทลที่โพสต์โดยพี่ที่รู้จักคนหนึ่ง และเมื่อทักไปถามไถ่ก็เป็นอันได้ความว่า ที่นั่นเป็นบาร์(ไม่)ลับที่ตั้งอยู่ในออฟฟิศฝั่งตรงข้ามทองหล่อนี่เอง แถมยังมีเงื่อนไขการเปิดบาร์ท่ีไม่ธรรมดา เพราะที่นี่จะเปิดประตูต้อนรับแขกเฉพาะวันที่ลงท้ายด้วยเลข 9 จึงสรุปความได้ว่าหนึ่งเดือนเปิดเพียง 3 วัน (9, 19, 29) เท่านั้น

เรากำลังพูดถึง House 38 Cat & Home Studio Bar ของ ออย-สาวิทย์ แก้วทวี แห่ง สมนึก โปรดักชั่น บริษัทรับผลิตสื่อและโฆษณาที่ตั้งอยู่ในทาวน์โฮมในซอยสุขุมวิท 38 ที่มีทั้งพนักงานและแมวประจำ ย้อนกลับไปช่วงก่อนโควิด พื้นที่ชั้นบนของสำนักงานถูกปล่อยไว้เฉยๆ และมีแพลนว่าจะทำสตูดิโอ หลังจากรีโนเวตและตกแต่งเสร็จเรียบร้อยก็ปล่อยให้เช่าสักระยะหนึ่ง ช่วงที่สตูดิโอว่างก็จะกลายเป็นพื้นที่สังสรรค์ของพนักงานบริษัทและเพื่อนฝูง และเริ่มจริงจังเรื่องการทำบาร์ขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังคงคอนเซปต์บาร์ในบ้าน ที่เน้นความเรียบง่ายและสะดวกรวดเร็วเป็นหลัก

จากที่เป็นพื้นที่สังสรรค์ของคนกลุ่มเล็กๆ ด้วยความชิลและเป็นกันเองของที่แห่งนี้ ทำให้เกิดกระแสปากต่อปากจากกลุ่มเพื่อนจนกลายมาเป็น House 38 Cat & Home Studio Bar และยังเป็นพื้นที่สำหรับการจัดคอนเสิร์ตของวงดนตรีอินดี้ หรือ Live Session ของคนในแวดวงศิลปะ

เมื่อมาถึงสำนักงานชั้นล่างสุด สิ่งแรกที่ต้องทำคือถอดรองเท้าไว้หน้าบ้าน จากนั้นก็จะมีคนลงมารับเพื่อพาไปส่งที่หน้าบาร์ ทุกคนที่มาจะต้องแสดงผลตรวจ ATK ภายใน 24 ชั่วโมง หรือหากไม่ได้ตรวจมาก็มีบริการ ATK ที่หน้าทางขึ้นบาร์ เมื่อเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว ให้มองหาชั้นวางหนังสือ เพราะด้านหลังคือบันไดที่พาขึ้นไปบาร์

ด้วยความที่เจ้าของเป็นคนชอบสะสมของเก่าและเดินทางบ่อย จึงมีสิ่งละอันพันละน้อยวางโชว์เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นตู้เกม Street Fighter ตู้เก็บจานชามวินเทจ เครื่องเล่นแผ่นเสียง เปียโน และอีกสารพัดของสะสมที่ชวนให้เดินดูเพลินๆ ระหว่างรอดริงก์ อ้อ ที่นี่มีเตียงให้นั่งเล่นนอนเล่นด้วยนะ ฟีลนั่งจิบห้องเพื่อนสุดๆ ส่วนใครที่อยากนั่งรับลมหรือสูบบุหรี่ ก็มีระเบียงหลังบ้านไว้รองรับเช่นกัน

ดิ่งไปสั่งดริงก์ที่หน้าบาร์ มีซิกเนเจอร์ค็อกเทล 3 ตัว ณ ปัจจุบัน ส่วนเมนูเบสิกอย่าง G&T หรือ Highball ก็สามารถเลือกสั่งได้ตามใจชอบ ใครที่เป็นสายเบียร์ก็มีคราฟต์เบียร์ญี่ปุ่นอีกจำนวนหนึ่ง หรือหากจะจิบไวน์ก็มีตัวเลือกดื่มง่ายประมาณ 3-4 ฉลาก ไม่หวือหวา ไม่หรูหรา ได้บรรยากาศเหมือนเข้าครัวบ้านเพื่อนหยิบเครื่องดื่มเย็นๆ มาจิบเสียมากกว่า

เริ่มต้นด้วยดริงก์สดชื่น Gin Peach (250 บาท) แก้วนี้ใช้จินญี่ปุ่นผสมกับจินอีกตัวที่อินฟิวส์กับพีชจนได้กลิ่นและรสที่หอมหวาน ท็อปด้วยโทนิก รสชาติหวานซ่าสดชื่น จิบไม่นานหมดแก้วแน่นอน

ค็อกเทลตัวถัดมา Rosalyn (390 บาท) เห็นชื่อหวานแหววแบบนี้ ที่มาของแก้วนี้มาจากชื่อวงดนตรีที่เคยมาเล่นสดที่นี่ ทางร้านจึงจัดแจงตีความชื่อวงให้กลายเป็นค็อกเทลโดยเบสด้วยจิน ตามด้วยน้ำกระเจี๊ยบ น้ำทับทิม และน้ำเชื่อมกลิ่นกุหลาบ พร้อมใส่ดอกกุหลาบน้ำแข็งที่ทำจากน้ำกระเจี๊ยบ เป็นอีกหนึ่งดริงก์ที่ให้ความสดชื่นและดื่มง่ายเช่นเคย

VENN (390 บาท) ค็อกเทลนี้มาจากชื่อวงดนตรีเช่นเดียวกัน โดยตั้งใจทำให้ดริงก์เหมือนพระจันทร์สีดำ จินผสมผงชาร์โคลแล้วเติมรสชาติด้วยผลไม้รสเปรี้ยวอย่างเลมอนกับยูซุ ก่อนเสิร์ฟจะฉีดสเปรย์ทองคำกินได้ เพื่อทำให้ค็อกเทลมีประกายวิบวับ เพิ่มดีกรีความน่าจิบขึ้นไปอีก

Snow (390 บาท) แก้วนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อแมวลายสลิดสีขาวประจำออฟฟิศที่ชอบขึ้นมาคลอเคลียแขกโดยเฉพาะผู้ชาย เป็นค็อกเทลสไตล์ Spirit Forward เบสยังคงวนเวียนที่จินญี่ปุ่น ผสมกับเหล้าลิ้นจี่กับพีชจิน พร้อมด้วยเนื้อลิ้นจี่ที่แช่ในเหล้า รสชาติหนักแน่นและเหมาะที่จะดื่มอย่างรวดเร็วในขณะที่ยังเย็นอยู่

ถ้ายังไม่ได้กินมื้อเย็นมาก่อน หรือท้องร้องกลางคัน ไม่ต้องกังวลเพราะที่นี่มีของกินเล่น และอาหารพร้อมเสิร์ฟเหมือนเราไปบ้านเพื่อนแล้วดันหิวขึ้นมา อย่างไรก็ต้องมีของกิน ไม่ว่าจะเป็นเมนูอิ่มท้องอย่าง สปาเกตตีน้ำพริกอ่อง (150 บาท) สูตรพิเศษของทางร้าน มาพร้อมผักเคียงและแคบหมู

ถ้าเป็นกับแกล้ม แนะนำ คอหมูย่าง (150 บาท) เนื้อฉ่ำติดมันกับจิ้มแจ่ว จานเดียวไม่พอแน่นอน
Open: 18.00-24.00 น. ทุกวันที่ 9, 19, 29 ของแต่ละเดือน
Address: ซอยแสนสงบ สุขุมวิท 38
Budget: 500-1,000 บาท
Tel: 08 6404 3043
Website: www.instagram.com/house38catandhomestudiobar
Map:
The post TASTE: House 38 Cat & Home Studio Bar บาร์(ไม่)ลับของโปรดักชันเฮาส์ที่รักแมว และเปิดแค่เดือนละ 3 ครั้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเราเห็นร้านลงอัปเดตว่าจะเปิดสาข […]
The post TASTE: ย้อนวันวานชิมเมนูยอดฮิตและสารพัดตำๆ ยำๆ ที่ Phed Phed Pop เซ็นทรัล ชิดลม appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเราเห็นร้านลงอัปเดตว่าจะเปิดสาขาใหม่ที่ชิดลม พร้อมโปรยคำถามปลายเปิด “ถ้าให้นึกถึงเมนูอาหาร ของทอด ข้าว ยำ ตำ เครื่องดื่ม ที่ทุกคนนึกถึงในสมัยก่อนตอนหลังเลิกเรียน ตอนเรียนพิเศษ ตอนอยู่ต่างจังหวัด และตอนเข้ามาในกรุงเทพฯ ทุกๆ คนนึกถึงอะไรกันบ้างครับ” แววตาก็พลันลุกวาว เพราะทุกครั้งที่ Phed Phed เปิดสาขาใหม่จะต้องมาพร้อมคอนเซปต์ที่แตกต่างไปจากเดิมเสมอ อีกทั้งมีเมนูพิเศษที่เสิร์ฟเฉพาะสาขาใหม่เท่านั้นด้วย แต่เอาเถอะ Phed Phed เอาอะไรมาขายเราก็พร้อมชิมทั้งหมด

Phed Phed Pop สาขาใหม่ล่าสุดนี้ตั้งอยู่ที่ Public Market เวิ้งรวมร้านอาหารอร่อยทั่วกรุงเทพฯ ของเซ็นทรัล ชิดลม บริเวณทางเชื่อมเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยมาในคอนเซปต์รวมฮิตเมนูยอดนิยมเมื่ออดีต และสารพัดตำๆ ยำๆ ที่รับประกันความแซ่บเช่นเคย

อีกหนึ่งจุดที่แตกต่างของ Phed Phed Pop กับ Phed Phed สาขาอื่นคือ สาขานี้ต้องบริการตนเอง 100% เพราะเป็นลักษณะเดียวกับศูนย์อาหารที่ต้องแชร์พื้นที่ร่วมกับร้านอื่นๆ สามารถเลือกมุมโต๊ะได้ตามใจชอบ จากนั้นไปสั่งอาหารที่หน้าร้าน แล้วจะนั่งรอหรือไปเดินเล่นเพลินๆ ก่อนก็ได้ เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อยทางร้านจะโทรแจ้งให้มารับและชำระเงิน

พลิกดูเมนูถือว่ามีความหลากหลายทีเดียว ใครจะสั่งส้มตำหรือยำสารพัดอย่างก็ยังมีเมนูยืนพื้นให้เลือกเช่นเคย หรือจะลองเมนูป๊อปๆ ที่ Phed Phed ชวนย้อนวันวานกลับไปสมัยก่อนก็ได้ มีอาหารหลายอย่างที่นิยมกินกันเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไล่เมนูดูไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็คุ้นเอง

แตงโมปลาแห้ง ของกินเล่นเรียกน้ำย่อยแบบไทยๆ ที่มักจะอยู่ตามร้านชาววัง แต่ที่นี่นำเสนอในรูปแบบ ตำแตงโมน้ำปลา (200 บาท) เพราะสมัยก่อนคนไทยก็ปลูกต้นแตงโมที่ริมคันนา เมื่อออกผลได้ที่แล้วก็จะนำแตงโมมาคลุกกับปลาร้า, พริกแห้ง, ข้าวคั่ว และผงชูรส กินเล่นกันเพลินๆ ทางร้านจึงเลือกเมนูนี้มานำเสนอ มีทั้งเวอร์ชันน้ำปลาและปลาร้า เพิ่มสมดุลรสเปรี้ยวหวานและกลิ่นหอมด้วยน้ำเสาวรส เติมผงกุ้งแห้งให้มีรสนัวและอูมามิแบบปลาแห้ง ทำให้กินง่ายขึ้น ส่วนแตงโมรับประกันความฉ่ำเพราะใช้พันธุ์ซอนญ่า สั่งมารองท้องเรียกน้ำย่อยได้ดีเลยทีเดียว

ตำหมี่กรอบเครื่องหมู (260 บาท) จานนี้ชวนให้นึกถึงหมี่กรอบราดหน้า แต่เปลี่ยนมาเป็นเวอร์ชันส้มตำแทน ใส่คะน้าลวก หมู ลูกชิ้น ตักน้ำราดหน้าออกแล้วราดด้วยน้ำยำส้มตำ ฟังดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้ากัน แต่เมื่อ Phed Phed แนะนำแล้วเราจะปฏิเสธได้อย่างไร ตัดหมี่กรอบเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ ตักก้านคะน้า จิ้มลูกชิ้น ราดน้ำยำนิดหน่อยแล้วกัดกร้วม ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะ

ใครที่ชื่นชอบความเผ็ดความนัวอย่าลืมสั่ง ตำเส้นจันท์กะปิ (160 บาท) แทนที่จะใช้เส้นเล็กก็เปลี่ยนเป็นเส้นจันท์ผัดไทยแทน เพราะเส้นดูดน้ำได้ช้ากว่าเส้นเล็ก ทำให้เราสามารถกินเพลินๆ ได้นานขึ้น โดยไม่รู้สึกเค็มคอจนเกินไป อีกทั้งความหนึบของเส้นจันท์เข้ากับกะปิได้ดีมาก ความพิเศษอีกอย่างของจานนี้คือ กะปิเบลนด์พิเศษสูตรเฉพาะของร้านที่เบลนด์กะปิจาก 5 แหล่งเข้าด้วยกัน เติมรสนัวด้วยน้ำปูเคี่ยวเอง โรยกากหมู กินแกล้มกับชะอม ถึงจะเผ็ดแค่ไหนแต่เราก็ยอมทน

ต่อให้ Phed Phed ทำไข่ดาวขายเราก็จะซื้อ มันต้องมีอะไรในไข่ดาวที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ส่องเมนูแล้วก็ไม่รอช้า สั่ง ยำไข่ดาวสามรส (150 บาท) มาดูว่าจะเป็นอย่างไร ไข่ดาวทอดกรอบๆ 3 ฟอง ราดน้ำยำที่เบสด้วยซีอิ๊วขาว โรยผักชี หอมแดง พริกซอย สั่งข้าวสวยสักจานไว้กินคู่กับยำไข่ดาว ฟินแน่นอน

เกาเหลาเย็นตาโฟ (330 บาท) เมนูนี้ตรงตัวตามชื่อเลย เอาใจคนชอบกินเย็นตาโฟที่มักเจอแต่ร้านที่ให้เครื่องน้อย ที่นี่เลยจัดเต็มเครื่องแบบไม่ยั้ง ทั้งหมึก, กุ้ง, ซี่โครง, หมูบะเต็ง, ลูกรอกยัดไส้ไข่ ไหนจะซอสเย็นตาโฟที่ทางร้านทำเอง เคี่ยวจากเต้าหู้ยี้และเผือก และเติมอังคักให้ซุปมีสีแดงน่ากิน

อาหารจานเดียวที่ไม่ควรกินคนเดียว สำหรับสาขาใหม่นี้ภูมิใจเสนอ ข้าวผัดอเมริกัน (350 บาท) เมนูวัยเด็กที่ถูกปัดฝุ่นใหม่ ข้าวแข็งๆ ผัดซอสมะเขือเทศสูตรเฉพาะของร้าน เคียงด้วยไข่ดาวไม่สุก, แฮม, ไส้กรอก, กุนเชียง และไก่ทอดส่วนน่องติดสะโพกที่หมักด้วยสมุนไพร กรอบนอกนุ่มใน และยังมีหมูหมักทอดสัมผัสเด้งๆ อีกด้วย ส่วนน้ำจิ้มกับซอสที่มาด้วยกันก็อลังการทีเดียว สั่งจานนี้ได้ 5 อย่าง ทั้งซอสพริก, ซอสมะเขือเทศ, มาโยหอมใหญ่, ซีอิ๊วขาวปรุงพิเศษ และน้ำปลาพริกอย่างดี จานนี้ใครกินหมดคนเดียวเราขอคารวะ
สำหรับใครที่ไม่ได้อยู่แถวชิดลมหรือไม่สะดวกมานั่งกินที่ร้าน สามารถสั่งเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชันได้ทั้ง GrabFood และ LINE MAN หรือโทรเข้าร้านโดยตรงแล้วเรียกเมสเซนเจอร์มารับก็ได้
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น.
ที่อยู่: Public Market ชั้น 2 เซ็นทรัล ชิดลม (ทางเชื่อมเซ็นทรัล เอ็มบาสซี)
ราคา: 300-500 บาท
โทร: 06 1459 2990
เว็บไซต์: https://www.instagram.com/phedphed_food
แผนที่:
The post TASTE: ย้อนวันวานชิมเมนูยอดฮิตและสารพัดตำๆ ยำๆ ที่ Phed Phed Pop เซ็นทรัล ชิดลม appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับคนไทยฤดูร้อนเหมือนจะไม่สิ้นสุด และเป็นอะไรที่ไม่อ […]
The post พบเทสติ้งเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากสายลม แสงแดด และดอกไม้ที่ผลิบาน ที่ Elements, Inspired by Ciel Bleu appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับคนไทยฤดูร้อนเหมือนจะไม่สิ้นสุด และเป็นอะไรที่ไม่อภิรมย์เท่าไรนัก แต่สำหรับอีกซีกหนึ่งนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน หมายถึงสีสันของธรรมชาติกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสายลม แสงแดด กลิ่นหอมของดอกไม้ หรือความฉ่ำของผลไม้ และพืชพรรณธัญญาหารต่างๆ ที่กำลังสุกงอมได้ที่ เชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ (Chef Gerrard Villaret Horcajo) เฮดเชฟประจำห้องอาหาร Elements, Inspired by Ciel Bleu จึงไม่รอช้าที่จะนำเสนอกลิ่นอายฤดูร้อนผ่านเทสติ้งเมนู 3 สไตล์ ให้เหล่าฟู้ดดี้และผู้ชื่นชอบอาหารฝรั่งเศสได้ลิ้มลอง
แน่นอนว่าคอนเซปต์อาหารยังคงเป็นอาหารฝรั่งเศสที่ผสมผสานวัตถุดิบตามฤดูกาล โดยมีกลิ่นอายญี่ปุ่นในทุกจาน เทสติ้งเมนู 3 รูปแบบ เปรียบเหมือนเส้นทางอาหารที่แขกแต่ละท่านเลือกได้เองว่าจะไปตามเส้นทางไหน ระหว่าง Ku-Ki (3,800++ บาทต่อ 4 คอร์ส), Chikyu (4,600++ บาทต่อ 6 คอร์ส) หรือ Mizu (5,900++ บาทต่อ 8 คอร์ส) แล้วจะจับคู่กับไวน์หรือคอมบูชาก็ย่อมได้

เริ่มต้นค่ำคืนด้วยคอร์ส Hamachi ปลาฮามาจิแล่บางคลุมด้วยรูบาร์บ เสริมรสอูมามิด้วยหอยนางรมจิ๋ว พร้อมครีมหอยนางรม แล้วต่อกันที่ Smoked Dutch Eel ปลาไหลเนเธอร์แลนด์รมควันอ่อนๆ ท็อปด้วยขนมปังบริออช ครีมสด และคาเวียร์ กินคู่กับซอสผักวอเตอร์เครส ที่ทำได้ดีจนเราต้องแอบจิ้มขนมปังกับซอสเพื่อเคลียร์จานให้เกลี้ยง

Langoustine กุ้งแลงกูสทีนจากฝรั่งเศสย่างไฟ ท็อปด้วยแอปเปิ้ลเขียวดองยูซุกับคาโมมายล์เจล ส่วนบนจานสีเหลืองส้มเป็นแครอตครีมซอส

อีกหนึ่งเมนูห้ามพลาดของฤดูกาลนี้ คือ Fleur de Courgette à la Barigoule หรือ Zucchini Flower นั่นเอง ดอกซูกินีกับเบชาเมลมิโซะซอสรสเข้มข้น และเมื่อเสิร์ฟคอร์สนี้เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่เชฟจะออกมาขูดทรัฟเฟิลให้ถึงโต๊ะจนพูนจาน
Elements, Inspired by Ciel Bleu ตั้งอยู่ที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ ชั้น 25 เปิดบริการวันพุธ-วันอาทิตย์ เฉพาะมื้อค่ำ เวลา 18.00-22.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 0 2687 9000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ElementsAtTheOkuraPrestigeBangkok/
The post พบเทสติ้งเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากสายลม แสงแดด และดอกไม้ที่ผลิบาน ที่ Elements, Inspired by Ciel Bleu appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับคนรักอาหารจีน เราเชื่อว่า Mott 32 ต้องอยู่ใน To-E […]
The post วอร์มนิ้วให้พร้อม เพราะ Mott 32 เตรียมเปิดให้จองโต๊ะพรุ่งนี้ พร้อมเปิดให้บริการ 8 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับคนรักอาหารจีน เราเชื่อว่า Mott 32 ต้องอยู่ใน To-Eat List และเป็นหนึ่งในร้านยอดฮิตของคนไทยที่หากไปเที่ยวฮ่องกงก็จะต้องแวะที่นี่ตลอด ด้วยความที่เป็นร้านอาหารกวางตุ้งสไตล์โมเดิร์นและใช้วัตถุดิบพรีเมียมจากทั่วโลก ทำให้ความอร่อยถูกจัดอยู่ในระดับตำนาน เป็นที่เล่าขาน และได้รับรางวัลทรงเกียรติของวงการอาหารระดับโลกตลอดมา

ภายหลังการเปิดตัวโรงแรม The Standard Bangkok ซึ่งเผยให้เห็นว่า Mott 32 จะเป็นหนึ่งในร้านอาหารของโรงแรม และจากที่ได้ยินข่าวลือหนาหูในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ Mott 32 จะเปิดประตูต้อนรับชาวไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 สิงหาคม 2565 โดยขนซิกเนเจอร์เมนูเดียวกับสาขาฮ่องกงมาไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นหมูแดงไอเบอริโกอบน้ำผึ้งหรือเป็ดปักกิ่งรมควันไม้แอปเปิ้ล ซึ่งต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น ไม่เพียงเท่านี้ ติ่มซำสไตล์กวางตุ้งและเสฉวน รวมถึงอาหารจีนเลิศรสอีกหลายเมนู ก็รอให้ชาวไทยได้ลิ้มรสความอร่อยเช่นกัน
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0 2085 8888 หรืออีเมล [email protected] ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป
The post วอร์มนิ้วให้พร้อม เพราะ Mott 32 เตรียมเปิดให้จองโต๊ะพรุ่งนี้ พร้อมเปิดให้บริการ 8 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลายคนไม่เปิดใจให้อาหารจีนเท่าไร อาจเป็นเพราะลุคของอาหา […]
The post Dai Lou เปิดสำนักอีกครั้ง พร้อมเมนูอาหารจีนรสชาติต้นตำรับที่มาในรูปแบบทาปาส appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลายคนไม่เปิดใจให้อาหารจีนเท่าไร อาจเป็นเพราะลุคของอาหารที่ดูเหมือนของกินผู้ใหญ่จ๋า หรือติดภาพจำของโต๊ะจีนตามงานต่างๆ ที่ดูน่าเบื่อ ถึงแม้อาหารจีนจะมีสตรีทฟู้ดที่เราต้องยกนิ้วให้ แต่บางครั้งเราก็อยากนั่งกินข้าวในร้านบรรยากาศดีๆ ตากแอร์เย็นๆ หรือถ้าไปไฟน์ไดนิ่งก็ต้องมีพิธีรีตองให้วุ่นวาย และไม่ค่อยเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์สักเท่าไร จะดีแค่ไหนถ้ามีร้านที่อยู่กึ่งกลาง มีทั้งสตรีทฟู้ดและอาหารจีนสไตล์อื่นที่ยกระดับวัตถุดิบ แถมหน้าตาแต่ละจานก็ดูดีจนอดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาสแนปสักสองสามรูป ในขณะเดียวกันรสชาติก็อร่อยแบบต้นตำรับ ไม่ต้องไปไหนไกล แวะมาที่ Dai Lou ซอยราชครู ก็พอ

หลังจากท่ี Dai Lou ลาพักร้อนไปฝึกปรือวิชา กลับมาครั้งนี้เชฟและทีมครัวภูมิใจเสนออาหารจีนสไตล์ทาปาสชวนน้ำลายสอ การันตีด้วยรางวัลมิชลินไกด์ 2021-2022 จากเมนูหอยเชลล์แมนดารินของขึ้นชื่อ กับขนมผักกาดใส่ซอสเอ็กซ์โอ หน้าตาบ้านๆ ทั่วไปแต่รสชาติระดับเทพ เริ่มต้นด้วยติ่มซำ ลองสั่ง ฮะเก๋าหอยเชลล์ ได้สัมผัสเด้งกรอบของเนื้อกุ้ง ตามด้วยความนุ่มของหอย และรสเค็มของคาเวียร์ตบท้าย แล้วต่อด้วย ซาลาเปาหมูแดง นุ่มๆ ที่เชฟทำแป้งซาลาเปาให้เหมือนเห็ดหอม

หมูแดงและหมูกรอบ เมนูคลาสสิกที่อย่างไรก็ต้องสั่ง หมูแดง ที่มีสัดส่วนระหว่างเนื้อกับมันแทรกสลับแบบพอดี คีบชิ้นไหนก็อร่อยไม่ต่างกัน แถมมีผักดองเคียงมาให้กินเล่นตัดรสชาติอีกด้วย ส่วน หมูกรอบ ที่นี่ใช้วิธีย่างแทนการทอด สัมผัสกรุบกรอบอย่างดี แต่ไม่มันเลี่ยน จิ้มกับซอสมัสตาร์ดยิ่งดี

ใครชอบกินปลา แทนที่จะสั่งปลาทั้งตัว ลองเปลี่ยนมาเป็น เส้นใหญ่กรอบปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว เส้นใหญ่ทอดจนแห้งกรอบ และปลาหิมะสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น ราดซีอิ๊วถั่วเหลืองบนเส้นและตัวปลา จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนรับประทาน

ปิดท้ายมื้อด้วยของหวาน จากสาคูเมลอนแบบทั่วไปกลายเป็น สาคูกรานิต้า ที่เสิร์ฟพร้อมเมลอนและเยลลี่สีฟ้า อีกเมนูเป็นเต้าทึงเย็นที่เชฟนำเครื่องเต้าทึงมายัดใส่ในพาย กลายเป็น พายเต้าทึง แสนอร่อย

นอกจากอาหาร อย่าลืมลองสั่ง หม่าล่ามิลค์เชก เบสด้วยไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีผสมนมถั่วเหลือง ตามด้วยซอสหม่าล่าสูตร Dai Lou ครบรสทั้งหวาน มัน เค็ม และมีรสเผ็ดชาจากหม่าล่าตบท้าย
ส่วนเครื่องดื่มต้องยกให้ Oolong Highball ทวิสต์จากวิสกี้ไฮบอลมาเป็นจินจากญี่ปุ่น จับคู่กับชาอู่หลงที่ให้กลิ่นหอม ซึ่งทางร้านนำชามาทำไซรัปเข้มข้น เติมโซดาเพื่อเชื่อมรสชาติทุกอย่างเข้าด้วยกัน
Open: ทุกวัน เวลา 10.30-21.30 น.
Address: 77 ซอยพหลโยธิน 5
Budget: 1,000-2,000 บาท
Tel: 08 2465 6299
Website: https://www.instagram.com/dailoutapas
Map: https://goo.gl/maps/FtiieNvfSWhdDRtF6
The post Dai Lou เปิดสำนักอีกครั้ง พร้อมเมนูอาหารจีนรสชาติต้นตำรับที่มาในรูปแบบทาปาส appeared first on THE STANDARD.
]]>