เป็นอีกหนึ่งสถิติที่ยอดเยี่ยมสำหรับทัพเรือใบสีฟ้า หลังเ […]
The post FOOTBALL FACT: แมนฯ ซิตี้ ทีมแรกใน UCL ยิง 3 ประตูติดต่อกัน 7 นัด appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นอีกหนึ่งสถิติที่ยอดเยี่ยมสำหรับทัพเรือใบสีฟ้า หลังเกมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปชนะเอฟซี โคเปนเฮเกน 3-1 ในเกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (UCL) รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนนี้ (13 กุมภาพันธ์)
ตามรายงานของสำนักวิเคราะห์สถิติฟุตบอล Opta ระบุว่า แมนฯ ซิตี้ ในมือของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ UCL ที่สามารถยิง 3 ประตูในการลงเล่น 7 นัดติดต่อกัน
ชนะ เอฟซี โคเปนเฮเกน 3-1 (เยือน)
ชนะ เรด สตาร์ เบลเกรด 3-2 (เยือน)
ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 3-2 (เหย้า)
ชนะ ยัง บอยส์ 3-0 (เหย้า)
ชนะ ยัง บอยส์ 3-1 (เยือน)
ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 3-2 (เยือน)
ชนะ เรด สตาร์ เบลเกรด 3-1 (เหย้า)
นอกจากนั้นพวกเขายังไม่แพ้ในเกม UCL มา 20 นัดติดต่อกัน (ชนะ 15 เสมอ 5) โดยความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นใน UCL ฤดูกาล 2021/22 ซึ่งพ่ายต่อเรอัล มาดริด 1-3 ในรอบรองชนะเลิศ
สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป แมนฯ ซิตี้ มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของเชลซี ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 00.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
The post FOOTBALL FACT: แมนฯ ซิตี้ ทีมแรกใน UCL ยิง 3 ประตูติดต่อกัน 7 นัด appeared first on THE STANDARD.
]]>
แนวรุกดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษสำหรับยูโร 2024 จากผลง […]
The post แนวรุกดาวรุ่ง ทีมชาติอังกฤษ สำหรับ ยูโร 2024 appeared first on THE STANDARD.
]]>
แนวรุกดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษสำหรับยูโร 2024
จากผลงานส่วนตัวที่จัดว่าน่าจับตามอง ทำให้ 3 หนุ่มรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จาก 3 สโมสรดังพรีเมียร์ลีกอย่าง โคล พาลเมอร์ อายุ 21 ปี จากเชลซี, บูกาโย ซากา อายุ 22 ปี จากอาร์เซนอล และ ฟิล โฟเดน อายุ 23 ปี จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นกำลังสำคัญในกลุ่มดาวรุ่งแผงแนวรุกของทัพสิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ สำหรับสู้ศึกยูโร 2024 ที่กำลังมาถึงในช่วงกลางปีนี้
และนี่คือผลงาน-สถิตินับเฉพาะเกมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของทั้ง 3 คน
คุณคิดว่าพวกเขาดีพอจะพาทีมชาติอังกฤษไปสู่ความสำเร็จในยูโร 2024 หรือไม่

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร
The post แนวรุกดาวรุ่ง ทีมชาติอังกฤษ สำหรับ ยูโร 2024 appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟนมวยปล้ำชาวไทยที่กำลังจะได้รับชมศึ […]
The post แฟนมวยปล้ำไทยได้เฮ! MONO29 เตรียมออนแอร์ศึกมวยปล้ำ Elimination Chamber 2024 วันที่ 24 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟนมวยปล้ำชาวไทยที่กำลังจะได้รับชมศึกมวยปล้ำระดับ PPV (Pay-Per-View) เมื่อเพจ ‘619 by น้าติง’ เปิดเผยว่า ทางช่อง MONO29 เตรียมออกอากาศศึกมวยปล้ำของ WWE อย่าง Elimination Chamber 2024 ให้ชมกันทางช่อง MONO29 พร้อมเสียงบรรยายไทยโดยน้าติงและพี่ปอ
โดยศึก Elimination Chamber 2024 หนนี้ WWE ได้ขนทัพสตาร์นักมวยปล้ำชื่อดังมากมายมาโชว์กันถึงเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีไฮไลต์ของรายการคือแมตช์การปล้ำกรงเหล็ก Elimination Chamber กับ 6 นักมวยปล้ำยอดฝีมือ เช่น ดรูว์ แม็คอินไทร์, แรนดี ออร์ตัน, บ็อบบี้ แลชลีย์ เพื่อหาผู้ชนะไปเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ World Heavyweight Championship กับ เซท โรลลินส์ ในศึก WrestleMania 40
ทั้งนี้ การถ่ายออกอากาศศึกมวยปล้ำครั้งนี้จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2024 เวลา 22.40 น. เป็นต้นไป รับชมได้ทางช่อง MONO29 (กดหมายเลข 29) และรับชมแบบรีรันอีกครั้งได้ทางช่อง Sports One ผ่านบริการของ 3BB GIGATV และ AIS Play ในวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2024 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป
ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง:
The post แฟนมวยปล้ำไทยได้เฮ! MONO29 เตรียมออนแอร์ศึกมวยปล้ำ Elimination Chamber 2024 วันที่ 24 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) การแข่งขันศึก UFC Fight Night: H […]
The post ชนะ 3 ไฟต์ติด! โลมา ลูกบุญมี คืนสังเวียนในรอบปี ชนะคะแนน บรูนา บราซิล ศึก UFC Fight Night appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) การแข่งขันศึก UFC Fight Night: Hermansson vs. Pyfer ที่จัดขึ้นที่สังเวียน UFC Apex เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา
โลมา ลูกบุญมี หวนคืนสังเวียนอีกครั้ง หลังจากต้องร้างสนามไปรักษาอาการบาดเจ็บมานานร่วม 1 ปีเต็ม พบกับนักสู้สาวชาวบราซิลอย่าง บรูนา บราซิล ในพิกัดรุ่นสตรอว์เวต รูปแบบการต่อสู้ 3 ยก ยกละ 5 นาที
โดยผลการสู้ปรากฏว่า โลมา ลูกบุญมี เป็นฝ่ายออกอาวุธได้หวือหวาและชัดเจนกว่า เอาชนะคะแนน บรูนา บราซิล ไปได้อย่างเป็นเอกฉันท์ (29-28, 29-28, 29-28) พร้อมเดินหน้าสร้างสถิติชนะใน UFC ได้ 3 ไฟต์ติด และทำให้สถิติการชกแบบ MMA ปัจจุบันอยู่ที่ชนะ 9 แพ้ 3
The post ชนะ 3 ไฟต์ติด! โลมา ลูกบุญมี คืนสังเวียนในรอบปี ชนะคะแนน บรูนา บราซิล ศึก UFC Fight Night appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากต้องร้างสนามไปรักษาอาการบาดเจ็บมานานร่วม 1 ปีเต็ […]
The post โลมา ลูกบุญมี หวนคืนสังเวียน UFC ในรอบปี พร้อมความมั่นใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากต้องร้างสนามไปรักษาอาการบาดเจ็บมานานร่วม 1 ปีเต็ม
ล่าสุด โลมา ลูกบุญมี หรือ หล้า-สุภิสรา คนหลัก สาวนักสู้ MMA ชาวไทยวัย 28 ปี เจ้าของสถิติชก 11 ไฟต์ ชนะ 8 แพ้ 3 กำลังจะคัมแบ็กสังเวียนมวยกรงแปดเหลี่ยมอีกครั้ง กับคู่ชกสาวชาวอเมริกันอย่าง บรูนา บราซิล ในศึก UFC Fight Night: Hermansson vs. Pyfer ที่มีกำหนดจัดขึ้นที่สังเวียน UFC Apex เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์นี้
THE STANDARD มีโอกาสพูดคุยสั้นๆ กับ โลมา ลูกบุญมี ถึงความพร้อมก่อนไฟต์นี้ โดยเจาะลึกเรื่องต่างๆ ทั้งการเตรียมความพร้อมของเธอก่อนไฟต์สำคัญ และเป้าหมายถัดจากนี้ที่เธอเริ่มมองถึงการเผชิญหน้ากับนักสู้หญิงแกร่งในรุ่นสตรอว์เวตหญิง Top 10-15 ในอนาคต

โลมา ลูกบุญมี: นี่คือครั้งแรกที่หนูหยุดไปนาน 1 ปีเต็มที่ไม่ได้ขึ้นต่อยเลย ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ตื่นเต้นสุดๆ เลยค่ะ
โลมา ลูกบุญมี: หนูไปผ่าตัดรักษาข้อศอกมา ตอนนี้ได้กลับมาอีกครั้ง หนูคิดว่าพร้อมแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ ซ้อมได้ตามปกติ ฝึกยิวยิตสูได้ มวยปล้ำได้ ทำอะไรได้ตามปกติแล้ว
โลมา ลูกบุญมี: ตอนนี้หนูซ้อมอยู่ที่แคนาดา ซ้อมกับไรอันที่เป็นโค้ชหลักของเรา มีพี่บุ๋มที่เป็นคนไทย แล้วก็มีโจนาธานที่เป็นคู่มวยปล้ำให้หนู และยังมีโค้ชอีกเยอะมากที่ช่วยซ้อมในครั้งนี้ประมาณ 5-6 คน
โลมา ลูกบุญมี: หนูก็ดูคลิปคู่ต่อสู้ค่ะ แล้วโค้ชก็มีโน้ตให้หนูทุกวันเลยว่าต้องทำแบบนี้นะๆ เราจะต่อสู้อย่างไร เราจะวางแผนกันแบบนี้ ถ้าแผนนี้ไม่สำเร็จ เราก็จะเปลี่ยนเป็นแผน 2 แล้วก็เปลี่ยนเป็นแผน 3 ค่ะ
โลมา ลูกบุญมี: หนูว่าหนูก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันค่ะในเรื่องของการซ้อม ก็คิดว่ามีเตรียมมาเหมือนกัน อยากให้แฟนๆ รอติดตามดูค่ะ

โลมา ลูกบุญมี: น่าจะเป็นการระวังลูกหมุนเตะของเขาหรือเปล่านะ แล้วก็เป็นการต่อยฮุกที่เราต้องระวังด้วย
โลมา ลูกบุญมี: โค้ชบอกว่าให้ลองยืนสู้ ถ้าเขาเลือกที่จะยืนสู้ หนูก็จะยืนสู้กับเขา หนูพร้อมสู้แบบไหนก็ได้ เพราะว่าโค้ชก็มั่นใจในตัวหนูและหนูก็มีความมั่นใจในตัวเองค่ะ
โลมา ลูกบุญมี: จริงๆ หนูยังไม่เคยน็อกคู่ต่อสู้ใน UFC เลย หนูก็อยากจะชนะน็อก แต่กีฬาก็มีแพ้ มีชนะ แต่ไฟต์นี้หนูต้องชนะ
โลมา ลูกบุญมี: ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้วค่ะ หนูคิดว่ามาถึงตอนนี้แล้วก็ต้องใส่เต็มทุกอย่าง อาการบาดเจ็บทุกอย่างหนูก็ต้องทิ้งไว้ข้างหลังทั้งหมด สู้อย่างเดียวค่ะ

โลมา ลูกบุญมี: หนูคิดว่าพอใจอยู่พอสมควรค่ะ แต่หนูก็อยากจะทำผลงานไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ หนูคิดว่าวันเสาร์นี้สถิติหนูน่าจะอยู่ที่ชนะ 9 แพ้ 3
โลมา ลูกบุญมี: ตอนนี้หนูยังไม่ได้มองถึงจุดนั้น หนูอยากไปสู้ไฟต์นี้ให้เสร็จ แล้วไฟต์หน้าหนูอยากขอเป็นสู้กับ Top 15 หรือ Top 10 แบบนี้ไปก่อน
โลมา ลูกบุญมี: มาทำให้มันเป็นแมตช์ที่สนุก มาทำให้มันเป็นไฟต์ที่น่าจดจำสำหรับคนดูกันเถอะ
โลมา ลูกบุญมี: ไฟต์นี้มันสำคัญกับหนูมากๆ เพราะหนูชนะ 2 ไฟต์ติดมาตลอด แต่ครั้งนี้หนูอยากชนะเป็น 3 ไฟต์ติด แล้วก็อยากให้แฟนๆ UFC ชาวไทยติดตามและฝากเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ
ทั้งนี้ แฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ MMA ชาวไทย สามารถติดตามชมและเชียร์ โลมา ลูกบุญมี ในไฟต์สำคัญครั้งนี้กับศึก UFC Fight Night: Hermansson vs. Pyfer ได้ทาง TrueVisions ช่อง True Sport 3 เริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป ตามเวลาประเทศไทย
The post โลมา ลูกบุญมี หวนคืนสังเวียน UFC ในรอบปี พร้อมความมั่นใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับตั้งแต่ปล่อยผลงานเพลงซิงเกิลเดบิวต์ Miracle ออนแอร์ไ […]
The post คุยกับ 5 สาว QRRA การคืนชีพวงครั้งที่ 3 และความลับที่ไม่เคยบอกใคร appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับตั้งแต่ปล่อยผลงานเพลงซิงเกิลเดบิวต์ Miracle ออนแอร์ได้ประมาณ 2 เดือน 5 สาววง QRRA แห่งค่าย Independent Records นำโดย ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา, นิว-ชัญญาภัค นุ่มประสพ, นิกี้-วรินท์รัตน์ ยลประสงค์, ป๊อปเป้อ-พิณญาดา จึงกาญจนา และ ปาเอญ่า-นิพพิชฌาน์ พิพิธเดชา เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนเพลงเพิ่มขึ้น จากกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนๆ โดยเฉพาะในสนามของวงการ T-Pop
และอีกเช่นเคย THE STANDARD POP ได้โอกาสเปิดบ้านต้อนรับ 5 สาว พร้อมชวนพวกเธอมาอัปเดตชีวิตหลังเปลี่ยนปฏิทินขึ้นปี 2024 แบบจิปาถะ รวมถึงค้นหาคำตอบกันว่า หลังเพลง Miracle ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดี เปลี่ยนชีวิตพวกเธอไปมากแค่ไหน
เรามาคุยกับพวกเธอไปพร้อมๆ กันเลย
ป๊อปเป้อ: เปิดปี 2024 มารู้สึกว่าชีวิตดูยุ่งมากเลย ด้วยความที่ทำงาน 2 วง (BNK48 กับ QRRA) ไม่ค่อยได้มีเวลาพบกับแฟนคลับ เพราะส่วนมากจะใช้เวลาประจำการซ้อมเต้น-ร้องเพลง แล้วก็รู้สึกว่ามกราคมของปีนี้มันยาวนานมาก แต่รู้สึกขอบคุณที่มันยาวนาน เพราะรู้สึกว่าจะได้มีเวลาทำในสิ่งที่ตั้งใจทำมากขึ้นในปีนี้
ฟ้อนด์: รู้สึกว่าลืมไปด้วยซ้ำว่าตอนนี้ขึ้นปีใหม่ 2024 แล้ว จะชอบนึกคิดหลายรอบว่ายังอยู่ปีเก่าอยู่เลย ก็รู้สึกเหมือนพี่ป๊อปเป้อว่า ทำไมมกราคมปีนี้มันค่อนข้างยาวนาน อาจจะเป็นเพราะว่าเรามีวันที่ว่างมากขึ้น
เปิดปีใหม่มารู้สึกว่าได้พักเยอะขึ้น ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น มีเวลาไปกินข้าวกับครอบครัว เพราะในเวลาปกติเราแทบจะไม่มีเวลาไปกินข้าวกับครอบครัวด้วยซ้ำ แต่ว่าปีนี้ก็ได้ไปกินกับครอบครัวมาแล้ว 2 ครั้ง ก็เลยรู้สึกว่าเป็นปีที่เราได้พักผ่อนมากขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว แต่ก็มีความตื่นเต้นและลุ้นว่าเส้นทางชีวิตของเราในเดือนหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะปกติจะไม่ค่อยมานั่งคิดเท่าไร แต่พอมาในปีนี้เราก็เริ่มคิดแล้วว่า เราจะทำอะไรดีนะ เราจะเป็นอย่างไรต่อไป มันจะคิดเป็นเดือนต่อเดือน ซึ่งปกติจะไม่ค่อยคิดล่วงหน้าเท่าไร
ฟ้อนด์: อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่น่าตื่นเต้นกำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ เราไม่รู้ว่าเราจะได้ทำอะไรบ้างในปีนี้ อย่างวง QRRA เราก็ตื่นเต้นกับทุกอย่าง ในทุกๆ กระบวนการ เดือนหน้าเราจะปล่อยอะไรบ้าง เราจะได้แสดงที่ไหนไหม หรือเราจะได้ทำเพลงอะไรอีก มันก็เลยชวนให้เราหันมาคิดทุกเดือนว่ามันจะมีอะไรสนุกๆ เกิดขึ้นในเดือนหน้าไหม

นิกี้: ส่วนคำตอบหนูจะแปลกจากคนอื่นนิดหนึ่ง คือหนูรู้สึกว่าเราเปิดปีใหม่มาไม่ค่อยดีเท่าไร คือปีก่อนหน้านี้หนูรู้สึกว่าตัวเองยังมีวันว่างให้ได้พักผ่อนบ้าง แต่พอมาปีนี้รู้สึกว่างานจะเริ่มเยอะขึ้น เมื่อสักครู่หนูเปิดตารางงานดู หนูไม่มีวันว่างที่มีช่องให้พักผ่อนเลย
แล้วก็อาจจะด้วยความที่เจอมรสุมวันเกิด คือในทุกๆ ปีของหนูด้วยความที่หนูเกิดเดือนมกราคม แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะหนูมักจะเจอเรื่องซวยในวันเกิด ก็คิดว่าปีถัดไปน่าจะต้องทำบุญวันเกิดบ้างแล้ว ทั้งที่ส่วนตัวก็ไม่ค่อยได้เชื่อด้วย แต่พอเจอบ่อยก็ทำให้คิดว่าจะต้องลองดูบ้าง
นอกจากเรื่องงาน ยังมีเรื่องปัญหาครอบครัวที่คุณแม่ประสบอุบัติเหตุตกบันไดด้วย หนูก็ต้องมาช่วยงานบ้านเยอะขึ้น พอมันมีเวลาว่างน้อย บวกกับอุบัติเหตุของแม่ที่เกิดขึ้น หนูรู้สึกว่าเราต้องเฉลี่ยเวลามาทำงานบ้านเยอะขึ้น จากเดิมทีที่จะแบ่งทำกับคุณแม่ มันเลยทำให้แพลนที่หนูจะทำในแต่ละวันถูกเลื่อนออกไป เหมือนทุกอย่างไม่เป็นไปตามแพลน มันก็ทำให้หนูมีความรู้สึกดาวน์บ้างในบางที แล้วตอนนี้ก็ยังมีอาการป่วยด้วย น่าจะเป็นเพราะเวลาพักผ่อนน้อยด้วยค่ะ แต่ก็คิดว่าเดือนถัดไปน่าจะโอเคขึ้น น่าจะมีเวลาจัดการตัวเองมากขึ้น
ปาเอญ่า: รู้สึกเหมือนกันว่าเปิดปีมาด้วยเดือนมกราคมที่ยาวนานมากๆ เปิดปีมาแล้วเราได้ทำงานตั้งแต่วันแรก แทบไม่ได้พักเลย แล้วก็มีเรื่องของการเปิดเทอมด้วย แล้วเราก็มีงานของฝั่ง BNK48 ด้วย แล้วก็ทำงานกับฝั่ง QRRA เยอะมากเหมือนกัน แล้วช่วงนี้ก็รู้สึกว่าเป็นคนที่ลืมวันลืมคืน ลืมแม้กระทั่งว่าปีนี้เข้าสู่ปีใหม่แล้ว
ช่วงที่ผ่านมาก็เจอมรสุมเหมือนกัน คุณพ่อป่วย เป็นช่วงที่รู้สึกเครียดมากๆ แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว เริ่มปีใหม่มาเราก็ได้ทำงานใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น เรียกว่าเป็นงานที่ไม่เคยทำมาก่อน เดือนนี้เราก็ได้เริ่มทำกันแล้ว
นิว: ของหนูเปิดปีใหม่ด้วยวันเกิด (2 มกราคม) ซึ่งก่อนหน้านั้นเรามีงานในวงเยอะมาก แต่ก็รู้สึกดีใจที่ในวันเกิดเรามันเป็นวันว่างพอดี ก็เลยได้มีโอกาสไปกินข้าวกับครอบครัว สำหรับหนูเปิดปีมาด้วยความแฮปปี้
แล้วก็รู้สึกเหมือนกันว่ามกราคมเป็นเดือนที่ยาวนานมากๆ แล้วก็คิดว่าปีนี้เราจะได้โฟกัสอะไรหลายอย่างมากขึ้น แล้วก็ใกล้เรียนจบแล้ว น่าจะได้โฟกัสกับการทำงานที่เราอยากจะทำมากขึ้น

นิกี้: พี่เลือกถามได้ถูกคนมาก เพราะหนูเป็นคนแรกที่ไม่มั่นใจว่าวงจะไปได้ต่อ (หัวเราะ) คือต้องย้อนกลับไปก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น QRRA มันก็คือช่วงที่ VYRA ไม่ได้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับวงเลย เป็นช่วงที่เผชิญความไม่แน่นอน
จุดเปลี่ยนมันคือตอนที่เราได้ไปล่องเรือปาร์ตี้กับเหล่าแก๊ง BNK48 รุ่น 2 ทางผู้บริหารก็เรียกเรา 3 คนไปคุยว่าอยากทำวงนี้ต่อไปไหม ซึ่งทั้งฟ้อนด์และนิวคือคนที่อยากทำต่อมากๆ ส่วนหนูเป็นเพียงคนเดียวที่รู้สึกไม่มั่นใจ เพราะตอนที่หนูมั่นใจกับ LYRA และ VYRA แต่เราก็พาวงไปกันไม่สุด มันก็ทำให้หนูเสียความมั่นใจกับวงไปประมาณหนึ่ง
ก็เลยเกิดความลังเลในใจว่าเราจะไปต่อดีไหม แต่หนูก็ยังรู้สึกว่าเราก็น่าจะลองอีกสักครั้งหนึ่ง ซึ่งมันคือครั้งที่ 3 ก็เลยหันมาตกลงกับอีก 2 คนที่เหลือว่าเราจะลุยกันต่อด้วยกัน แล้วก็มาหาสมาชิกเพิ่มด้วยกัน
ฟ้อนด์: ถ้าถามหนูนะ ลึกๆ หนูรู้สึกว่าหนูยังอยากแก้ตัวกับสิ่งที่มันค้างคาในใจ สิ่งนี้มันเป็นเรื่องที่ติดค้างคาอยู่ในใจหนูมาตลอดระยะเวลาหลายปี ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่เคยมานั่งทบทวนว่าสิ่งที่ค้างอยู่ในใจเราคืออะไร เหมือนอย่างที่นิกี้บอกเลยว่าเราตั้งใจกับ LYRA และ VYRA ไว้มาก แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งโควิด ทั้งปัญหาต่างๆ มันเลยพาให้การทำหน้าที่ในฐานะศิลปินของวงนี้ของเราไปไม่สุดทางสักที
ตอนนั้นก็เลยมาถามตัวเองว่าเราชอบที่จะอยู่ตรงนี้ เรารักในสิ่งนี้ไหม แล้วหนูก็ได้คำตอบว่าเราชอบที่จะทำมัน แล้วก็รู้สึกว่าสิ่งนี้มันไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ตลอดชีวิต พอถึงช่วงชีวิตหนึ่งเราก็ต้องหยุดทำมันแล้ว เพราะด้วยร่างกายเราหรือปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างมันจะไม่เอื้ออำนวย แม้ใจเราจะอยากทำก็ตาม
เลยเกิดเป็นความรู้สึกว่าเวลานี้แหละ เราต้องทำมันอีกครั้ง เพราะมันไม่ใช่โอกาสที่เราจะได้รับมันมาทำง่ายๆ ก็เลยคิดว่าเรามาลองกันอีกสักตั้ง มาลองกันครั้งสุดท้ายดู หนูไม่รู้หรอกว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้าเราได้ลองทำมันอย่างเต็มที่ ไปจนสุดทางกับมันสักที อย่างน้อยเราก็จะไม่มีเรื่องให้ติดใจหรือค้างคาในชีวิตเราอีก

นิว: ต้องบอกก่อนว่าก่อนมี 2 คนนี้เข้ามา เรามีการเปิดรับสมัครออดิชันให้คนที่สนใจได้เข้ามาลองออดิชันดู แล้วปาเอญ่าและพี่ป๊อปเป้อมีเคมีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ แล้วถ้ามาอยู่กับพวกเรา 3 คน มันคงจะเป็นอะไรที่ดีมากๆ บวกกับความสามารถของทั้ง 2 คนที่แสดงให้เห็นว่าเขาไปได้ไกลมากกว่านั้น แล้วบางศักยภาพก็ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ในฐานะสมาชิกวง BNK48 ซึ่งคิดว่า 2 คนนี้จะเข้ามาเติมเต็ม QRRA ได้เป็นอย่างดี แล้วก็จะทำให้พวกเราเป็น 5 สาว QRRA ที่ลงตัวที่สุด

ปาเอญ่า: ที่จริงหนูก็อยากจะลองทำเพลงในอีกแนวทางหนึ่งนอกเหนือจาก BNK48 เพราะ BNK48 ก็จะมีแนวเพลงหรือระบบวงเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งหนูก็อยากลองมาทำงานกับวงที่มีความเป็นแนว T-Pop จริงๆ
พอมีโอกาสนี้แล้วได้ออดิชันติดมาเป็น 1 ใน 5 สมาชิก QRRA ก็รู้สึกแฮปปี้มาก แล้วรู้สึกว่าเมมเบอร์ทุกคนเอ็นจอย มีแพสชันกับงานตรงนี้ค่อนข้างเยอะ ผลงานซิงเกิลแรกเราก็เลยทำออกมาด้วยความตั้งใจจริงๆ มันเป็นการทำงานที่เราได้เลือกสิ่งต่างๆ มากขึ้น ได้เลือกคอนเซปต์เพลงเอง รู้สึกเอ็นจอยที่จะทำมันมากๆ
แล้วก็ค่อนข้างท้าทายด้วย เพราะเราเข้ามาในระบบ T-Pop ในช่วงที่ T-Pop มันบูมแล้ว ในอุตสาหกรรมนี้มีศิลปิน มีวงหลายวงมากๆ มันก็เกิดเป็นความท้าทายที่อยากจะทำให้วง QRRA เป็นวงที่มีคนมาเอ็นดู มีคนมาสนใจ เพราะ ณ เวลานี้ก็มีวงอีกหลายวงที่แฟนๆ ให้ความสนใจอยู่แล้ว
ป๊อปเป้อ: รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ QRRA เพราะมันทำให้หนูได้เห็นตัวเองในเวอร์ชันใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งมันทำให้ตัวเองมีความมั่นใจมากขึ้น แล้วก็อยากจะขอบคุณตัวเองที่วันนั้นร้องเพลงเพราะ (หัวเราะ) วันที่ออดิชันเป็นวันที่หนูรู้สึกว่าร้องเพลงเพราะที่สุดในชีวิต ชนิดที่ครูสอนร้องเพลงยังงง
สิ่งที่ทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองร้องเพลงเพราะวันนั้นคือ หนูรู้สึกว่าจังหวะการร้องต่างๆ มันมาถูกที่ถูกเวลา แล้วมันก็เป็นเพลงที่หนูชอบมาก ฟังบ่อยด้วย ซึ่งปกติจะเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น แต่รู้สึกว่าวันนั้นมันคือวันของเรา

ฟ้อนด์: ถ้าถามว่าเปลี่ยนไปมากขนาดไหน ก็คือโดนคนรอบข้างมาเต้นเพลง Miracle เป็นการแซวเป็นประจำ (หัวเราะ) อีกอย่างหนึ่งคือเราได้ออกอีเวนต์ในแบบที่แตกต่าง แบบที่เราไม่เคยทำกันมาก่อน แล้วพออีเวนต์มันเยอะขึ้น แล้วเราก็ได้แต่งตัวออกงานแต่ละวันแบบไม่ซ้ำกันเลย ซึ่งมันเป็นชุดที่พวกเราเลือกกันเอง มันเป็นสิ่งที่เราวางคอนเซปต์ไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าเราอยากจะเปลี่ยนชุดในทุกงานที่เราไปแสดงเท่าที่มันเป็นไปได้ ได้เห็นตัวเองในมุมใหม่ๆ มากขึ้น ได้ทำงานหลากหลายมากขึ้น แล้วก็มีพี่ๆ ในวงการมาชมเพลงของเรา แล้วก็รู้จักพวกเรามากขึ้น เป็นจุดที่เรารู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากๆ แล้วกับที่ทำมาทั้งหมด
ปาเอญ่า: ได้ออกอีเวนต์ในรูปแบบที่ต่างจาก BNK48 มากขึ้น แล้วก็จะชอบเวลาที่ไปงานที่มีวงอื่นมาออกอีเวนต์ด้วย เพราะเรารู้สึกว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้ทำโชว์ให้แฟนคลับของวงอื่นได้รับชมเพอร์ฟอร์แมนซ์ของเราด้วย ถือเป็นการตกคนเข้าด้อมของเราไปด้วยในตัว แล้วก็ดีใจที่ Fancam ของเราค่อนข้างแมส รู้สึกว่ามีคนรู้จักเรามากขึ้น เวลาไปออกงานไหนคนก็จะรู้จักว่าเราคือปาเอญ่า
ป๊อปเป้อ: อีเวนต์ที่สนุกแล้วก็ยังนึกถึง มาถึงตอนนี้น่าจะเป็นงานที่ไอคอนสยาม ที่เรามีแสดงอีก 2 เพลงก็คือ Vanilla กับ ต๊ะต่อนยอน…Hurry Up! เป็นการเต้นที่สนุกมาก แล้วก็ได้ทำโชว์ที่แปลกใหม่ หนูคิดว่าความสนุกของการทำวง QRRA คือการได้เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด

ป๊อปเป้อ: หนูจะชอบหาวันว่างออกไปทำกิจกรรมที่ชอบ ทำในสิ่งที่อยากทำ ส่วนมากจะเป็นการดูหนัง แล้วก็หาของอร่อยกิน
ปาเอญ่า: เวลาที่ซ้อมมาหนักๆ หนูก็จะหาของอร่อยมากิน กินของที่อยากกิน เช่น ราเมนหรืออูนิ แล้วก็เป็นพวกขนมหวาน หนูเป็นคนที่ค่อนข้างเลือกอาหารการกินของตัวเอง เพราะว่าหนูเป็นคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย การเลือกอาหารการกินที่ดีก็จะเป็นการดูแลหุ่นอีกทาง ช่วงที่ทำงานหนักหรือซ้อมหนัก เป็นช่วงที่เราใช้พลังงานเยอะ ก็มักจะหาของกินบางอย่างที่อร่อยแต่มันอาจไม่ดีต่อร่างกายเข้ามาบ้าง เพื่อเป็นการให้รางวัลตัวเอง
ส่วนเรื่องการฮีลใจหนูมักจะระบายด้วยการร้องไห้มากกว่า แบบปล่อยโฮไปเลย หรือไปปรึกษากับคนที่เราไว้ใจ ได้ระบาย ได้พูดกับใครสักคนที่เราไว้ใจ หรือร้องไห้บนรถก็มี หนูเป็นคนที่ไม่ค่อยอยากให้ใครเห็นว่าหนูอ่อนแอ หนูอยากให้ทุกคนเห็นว่าหนูเป็นคนเข้มแข็ง
นิกี้: เวลาที่หนูรู้สึกเริ่มไม่ไหว หนูจะฮีลใจโดยการร้องไห้เหมือนปาเอญ่า เพราะช่วงเวลาหลังร้องไห้มันทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น บางครั้งหนูเครียดมากๆ ก็จะเลือกปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาเลยโดยไม่สนว่าตรงนั้นคือที่ไหน การร้องไห้มันจะทำให้ร่างกายหลั่งออกซิโทซินออกมา มันช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นหลังจากนั้น
ฟ้อนด์: ส่วนของฟ้อนด์จะเหมือนกับนิกี้กับปาเอญ่า มันมีช่วงหนึ่งที่หนูกลับไปบ้านทุกครั้งแล้วหนูมีความรู้สึกอยากจะร้องไห้ เป็นทุกวันเลย สมมติว่ามันร้องไห้ไม่ออกก็จะเปิดเพลงเศร้าบิลด์อารมณ์ เพราะเราเคยอ่านเจอว่าการร้องไห้มันดีต่อปฏิกิริยาทางร่างกาย มันต้องระบายออกมาเพื่อให้เกิดความสุข
แต่ก็มีบางทีที่รู้สึกเหนื่อยกับการร้องไห้ หนูก็จะพยายามไม่ขึ้นไปอยู่บนห้องคนเดียว เพราะเวลาอยู่คนเดียวมันจะรู้สึกดาวน์ ก็จะใช้เวลาไปกับการอยู่กับครอบครัว ให้คนในครอบครัวชวนเราคุยนู่นนี่นั่น ก็ช่วยได้เยอะมากๆ และอีกทางหนึ่งคือหนูจะไม่ค่อยกลับบ้าน เพราะเวลากลับบ้านแล้วไม่มีใครอยู่บ้านมันจะรู้สึกเหงา หนูจะชอบบอกหม่าม้าว่า พาหนูไปที่อื่นได้ไหม ไปเดินสวน ไปเดินตามห้างก็ได้ ที่ทำให้เรากลับบ้านดึกๆ ก็จะช่วยฮีลใจหนูได้ดีเหมือนกัน
นิว: หนูจะชอบถ่ายรูป ทำคอนเทนต์ลง Instagram การที่ได้ไปหาร้านอาหารอร่อยๆ วิวสวยๆ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ฮีลใจได้ และหนูเป็นคนที่เคลียร์ทุกอย่างที่อยู่ในใจได้เร็ว มันอาจจะมีบางครั้งที่มันยากสำหรับเรามากๆ แต่ก็จะพยายามให้ตัวเองเลือกโฟกัสและอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด แล้วก็จะกินพวกชาเขียว คุกกี้ ของอร่อยต่างๆ

นิกี้: หนูรู้สึกว่าช่วงหลังเวลาชาวต่างชาติมาเขาจะซื้อกางเกงตัวนี้ใส่บ่อยที่สุด ก็คือ ‘กางเกงช้าง’ หนูเคยอ่านเจอตามโซเชียลแล้วเห็นว่ามันค่อนข้างบูมและเป็นสิ่งที่เราน่าผลักดัน เพราะเป็นหนึ่งในสินค้าที่นักท่องเที่ยวซื้อกันเยอะมาก เราก็ควรผลักดันให้เป็นซิกเนเจอร์ของเราไปเลย แล้วล่าสุดก็มีกางเกงออกมาเป็นลายแมวจากทางโคราชด้วย
ฟ้อนด์: T-Pop ค่ะ ถือเป็นอุตสาหกรรมวงการบันเทิงที่สามารถเป็น Soft Power ให้กับประเทศไทยได้ เพราะตอนนี้กระแสของวงการก็ค่อนข้างบูมมากๆ เลยรู้สึกว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ชาวต่างชาติได้รู้จักกับวงการ T-Pop ของไทยมากขึ้น และถ้าสมมติว่าได้ขึ้นไปแสดงบนเวทีดังๆ ก็อยากขึ้นเวทีของ Coachella และ Big Mountain ค่ะ
นิว: ตลาดน้ำค่ะ เพราะรู้สึกว่าที่ต่างประเทศจะไม่ค่อยมีสิ่งนี้ด้วย แล้วมันก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่คลาสสิกของประเทศไทย แล้วก็เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นไทยด้วย
ป๊อปเป้อ: เนื่องจากเป็นคนที่ชอบดูหนังค่ะ รู้สึกว่าหนังไทยหลายเรื่องจัดว่าดีมากๆ อยากผลักดันวงการภาพยนตร์ของไทยให้โกอินเตอร์ในระดับนานาชาติมากขึ้น
ปาเอญ่า: วัดในประเทศไทยค่ะ หนูรู้สึกว่าวัดในเมืองไทยสวยมาก แล้วไม่ได้สวยแค่ในวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก เพราะทุกวันนี้ชาวต่างชาติมักจะมาเที่ยวชมวัดในสถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นที่ยอดนิยมอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงในประเทศนี้มีวัดหลายวัดตามต่างจังหวัดที่หนูเคยมีโอกาสได้ไปแล้วรู้สึกว่าสวยเหมือนกัน เป็นสถานที่ Unseen ที่ชาวต่างชาติอาจจะยังไม่รู้จัก

ป๊อปเป้อ: อยากบอกว่าน้องฟ้อนด์คือคนที่สวยที่สุดในโลกเลยค่ะ
ฟ้อนด์: อยากให้นิกี้เป็นคนที่มีรอยยิ้มทุกวัน ไม่ต้องมานั่งระบายอารมณ์ด้วยการร้องไห้ อยากให้พบเจอความสุขให้มากๆ
นิกี้: อยากให้ปาเอญ่าได้กินของอร่อยเยอะๆ ขอให้มีความสุขในทุกๆ วัน
ปาเอญ่า: พี่นิวหนูรู้สึกว่าเขาคือคนที่แฮปปี้ที่สุดอยู่แล้ว เขาดูเป็นคนไม่ค่อยมีเรื่องเครียด ก็ไม่รู้จะบอกอะไรนอกจากอยากเล่นกับหมาของพี่นิวค่ะ (หัวเราะ)
นิว: ขอให้พี่ป๊อปเป้อเป็นพี่ที่น่ารัก สดใส อบอุ่น และดูแลน้องๆ แบบนี้ไปนานๆ นะคะ
ฟังเพลง Miracle | QRRA : https://www.youtube.com/watch?v=3e_XZpifRXc
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
The post คุยกับ 5 สาว QRRA การคืนชีพวงครั้งที่ 3 และความลับที่ไม่เคยบอกใคร appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจาก มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลช […]
The post มาดามแป้ง นายกฟุตบอลฯ หญิงคนที่ 7 ในประวัติศาสตร์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจาก มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ได้รับคะแนนเสียงโหวต 68 คะแนน และกลายเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คนที่ 18 ของสมาคมฯ ในทันที
ตามข้อมูลยังพบว่ามาดามแป้งถูกนับเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่เป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย, คนแรกของเอเชีย และคนที่ 7 ของโลก
โดยทำเนียบ 7 หญิงแกร่งที่ครองเก้าอี้นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีดังนี้

The post มาดามแป้ง นายกฟุตบอลฯ หญิงคนที่ 7 ในประวัติศาสตร์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในที่สุดก็ได้คู่ชิงของศึกฟุตบอลชิงแชมป์ระดับทวีปของ 2 ท […]
The post รอบชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์เอเชียนคัพ และแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2023 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในที่สุดก็ได้คู่ชิงของศึกฟุตบอลชิงแชมป์ระดับทวีปของ 2 ทวีปแล้ว
โดยทางเอเชียที่มีรายการเอเชียนคัพ 2023 คู่ชิงชนะเลิศเป็นการดวลกันของทีมชาติกาตาร์ เจ้าภาพและแชมป์เก่า จะป้องกันแชมป์กับหนึ่งในทีมม้ามืดของรายการอย่างจอร์แดน ที่ทะยานสู่รอบชิงฯ ด้วยฟอร์มที่ดุดัน ซึ่งจะแข่งขันในวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ฟากฝั่งแอฟริกา คู่ชิงฯ เป็นการดวลกันของไอวอรี โคสต์ เจ้าภาพและแชมป์กาฬทวีป 2 สมัย ผ่านเข้ามาตัดสินกับไนจีเรีย ดีกรีแชมป์ 3 สมัย โดยจะแข่งขันในวันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล
The post รอบชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์เอเชียนคัพ และแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2023 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (8 กุมภาพันธ์) ณ อาคาร HOUSE OF THAI FOOTBALL&nb […]
The post มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย คนที่ 18 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (8 กุมภาพันธ์) ณ อาคาร HOUSE OF THAI FOOTBALL สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีการจัดงานเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คนใหม่ แทนที่ พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่หมดวาระลงอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
โดยผลการเลือกตั้งหนนี้ ปรากฎว่า มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ได้รับคะแนนเสียงโหวต 68 คะแนน กลายเป็นนายกสมาคมฟุตบอลหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ และคนที่ 18 ของสมาคมฯ
The post มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย คนที่ 18 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตกอยู่ในภาวะวิกฤตอีกครั้งสำหรับทัพ ‘สิงโตน้ำเงินคราม’ เ […]
The post โปรแกรม 4 นัด ‘วัดใจ’ โปเชตติโน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตกอยู่ในภาวะวิกฤตอีกครั้งสำหรับทัพ ‘สิงโตน้ำเงินคราม’ เชลซี
เมื่อผลงานช่วงนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก โดย 3 นัดหลังสุดไม่ชนะทีมใดเลย ขณะที่อันดับตารางคะแนนในพรีเมียร์ลีกพวกเขารูดไปอยู่ที่ 11 ของตาราง มีเพียง 31 แต้ม ห่างพื้นที่ Top 4 ไกลถึง 15 แต้ม
และด้วยผลงานที่ไม่สู้ดี ย่อมส่งผลถึงอุณหภูมิบนเก้าอี้ของ เมาริซิโอ โปเชตติโน ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ที่เริ่มถูกตั้งคำถามถึง ‘อนาคต’ ในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ว่า กุนซือชาวอาร์เจนไตน์จะอยู่คุมทีมได้นานแค่ไหน หากผลงานยังไม่กระเตื้องขึ้น เมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่ลงทุนไปอย่างมหาศาล
และนี่คือโปรแกรม 4 นัดวัดใจโปเชตติโน และเป็นโปรแกรมที่เหลือในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ว่ากันว่าอาจจะตัดสินอนาคตของเจ้าตัวได้เลย

The post โปรแกรม 4 นัด ‘วัดใจ’ โปเชตติโน appeared first on THE STANDARD.
]]>
แม้ออกสตาร์ทด้วยฟอร์มที่ไม่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับค่าต […]
The post ราสมุส ฮอยลุนด์ กับสถิติสุดเดือดรับปี 2024 appeared first on THE STANDARD.
]]>
แม้ออกสตาร์ทด้วยฟอร์มที่ไม่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับค่าตัว 72 ล้านปอนด์ กับความคาดหวังที่มาจากแฟนบอลเรดเดวิลส์ แบบมหาศาล
แต่ล่าสุด ราสมุส ฮอยลุนด์ ศูนย์หน้าทีมชาติเดนมาร์กวัย 21 ปี ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถเค้นฟอร์มเก่งช่วยต้นสังกัดได้อย่างน่าสนใจ นับตั้งแต่เปลี่ยนปฏิทินเข้าสู่ปี 2024 ที่นอกจากจะกลับมาทำประตูได้ต่อเนื่องแล้ว ยังช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะ 4 จาก 5 นัดหลังสุดที่ลงเล่น
และนี่คือผลงานที่ฮอยลุนด์คืนฟอร์มเก่งในสีเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงปี 2024

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา
The post ราสมุส ฮอยลุนด์ กับสถิติสุดเดือดรับปี 2024 appeared first on THE STANDARD.
]]>
“If you smell what The Rock is cooking” นี่คือวล […]
The post แฟนมวยปล้ำเดือด! เมื่อการกลับมาของ The Rock ถูกดิสไลก์ถล่มทลาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
“If you smell what The Rock is cooking”
นี่คือวลีเด็ดที่ปรากฏในเพลงเปิดตัวของ The Rock หรือ ดเวย์น จอห์นสัน นักแสดงและอดีตนักมวยปล้ำชื่อก้องโลกวัย 51 ปี ที่เมื่อถูกเปิดในสนามมวยปล้ำเมื่อใดก็จะมีเสียงเฮ โห่ร้องด้วยความตื่นเต้นจากแฟนๆ ให้ได้ยินอยู่เสมอ
แต่ทว่าไม่ใช่กับการเปิดตัวแบบเซอร์ไพรส์ครั้งล่าสุด ในรายการมวยปล้ำ WWE SmacDown ประจำวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2024 (ตามเวลาของสหรัฐอเมริกา)
เมื่อมีรายงานจากสื่อมวยปล้ำอย่าง Wrestle Ops เปิดเผยว่าคลิป ‘FULL SEGMENT: The Rock steps to Roman Reigns on Road To WrestleMania’ ที่อัปโหลดทางยูทูบ ถูกแฟนมวยปล้ำถล่มดิสไลก์ (กดไม่ชอบคลิป) มากกว่า 310,000 ครั้ง ขณะที่ผู้คนที่กดถูกใจมีเพียง 77,000 ครั้งเท่านั้น ในช่วง 15 ชั่วโมงแรกหลังคลิปออนแอร์
เกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์นี้ ทำไมการกลับมาของ The Rock ขวัญใจมหาชนคนนี้ที่มีข่าวหนาหูว่าจะกลับมาโชว์มวยปล้ำบนสังเวียนในรอบ 11 ปี ในศึก WrestleMania ครั้งที่ 40 ถึงถูกแฟนมวยปล้ำเบือนหน้าหนี พร้อมแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงแบบนี้

เรื่องนี้สามารถเปรียบได้กับสุภาษิตไทยที่ว่า ‘น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ’ เพราะอย่างที่เราทราบกันว่า ค่ายมวยปล้ำ World Wrestling Entertainment (WWE) เป็นค่ายที่มีคอนเซปต์เน้นทำโชว์มวยปล้ำในรูปแบบ ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์’ ดังนั้นโชว์ต่างๆ ที่ปรากฏจะเต็มไปด้วย ‘เรื่องราว’ ตั้งแต่แมตช์การปล้ำ การพูดบนเวที ทั้งหมดมีสตอรีที่ผ่านการกำหนดจากทีมเขียนบทหรือครีเอทีฟไว้หมดแล้ว
เช่นเดียวกับเส้นเรื่องที่ถูกปูทางมาอย่างยาวนานเกือบ 2 ปี ระหว่าง โรมัน เรนส์ นักมวยปล้ำผู้ถือครองแชมป์ Universal Championship มายาวนานกว่า 1,252 วัน กับ โคดี้ โรดส์ หนึ่งในนักมวยปล้ำขวัญใจแฟนๆ
ในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา ตามแนวทางเมื่อเราอ่านเกมในมือของ WWE ถึงสิ่งที่กำหนดให้สองคนนี้เดินทางมาตลอด มันชัดเจนว่า WWE วางแพลนให้ทั้งคู่กลับมาปล้ำเป็นคู่เอกในศึก WrestleMania ครั้งที่ 40 ภายใต้คอนเซปต์ ‘Finish the Story’ หรือการจบมหากาพย์เรื่องราวนี้ที่ผูกติดกันมานานร่วม 2 ปี
แถมล่าสุดการที่ โคดี้ โรดส์ เป็นผู้ชนะในศึก Royal Rumble 2024 ที่มีของรางวัลอย่างการเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ใน WrestleMania ซึ่งในคืนนั้นหลังโคดี้คว้าชัยชนะ เจ้าตัวเลือกชี้หน้าท้าทาย โรมัน เรนส์ เพื่อแสดงให้แฟนๆ เห็นตรงกันว่า เขาได้เลือกที่จะล้างตากับโรมันอีกครั้งใน WrestleMania หนนี้

สิ่งนี้คือเรื่องราวที่แฟนมวยปล้ำทั่วโลกเข้าใจว่าจะเกิดขึ้นใน WrestleMania อีก 60 วันข้างหน้า เพราะเนื้อเรื่องนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวดราม่า ความเข้มข้น และความเหมาะสมของปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างที่ชี้ชัดว่า นี่คือคู่เอกใน WrestleMania 40 ที่ลงตัวที่สุดแล้วในนาทีนี้
แต่เรื่องราวทุกอย่างที่ทำมาตลอดปี ดูเหมือนจะถูกโยนทิ้งลงแม่น้ำเสียดื้อๆ เมื่อล่าสุดโคดี้ออกมาเผชิญหน้ากับโรมันในรายการ SmackDown ตอนล่าสุดและบอกว่าเขา “จะไม่เผชิญหน้ากับโรมันในศึก WrestleMania” พร้อมหลีกทางให้ The Rock ออกมาเผชิญหน้าโรมันแทนที่ตัวเอง ส่วนตัวของโคดี้คาดว่าจะถูกโยกไปทำแมตช์ชิงแชมป์อีกเส้นอย่าง World Heavyweight Championship กับ เซท โรลลินส์
Goosebumps.#SmackDown pic.twitter.com/FoXPnDoyAx
— WWE (@WWE) February 3, 2024
เรื่องนี้สร้างความช็อกและงุนงงในหมู่แฟนมวยปล้ำไม่น้อย ว่าเกิดอะไรขึ้นบทที่กำลังปูทางมาสวยๆ ถึงได้ ‘หักมุม’ ได้เละเทะขนาดนี้ใน 1 สัปดาห์หลังศึก Royal Rumble 2024
นั่นเป็นสาเหตุที่คลิปการเผชิญหน้าระหว่างโรมันกับ The Rock ถูกดิสไลก์แบบถล่มทลาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทุกการปรากฏตัวของ The Rock จะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนมวยปล้ำเสมอมา
เรื่องนี้มีการถกเถียงในกลุ่มคอมมูนิตี้ของแฟนมวยปล้ำทั้งไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมาก ในภาพรวมทุกคนเห็นตรงกันว่า การกลับมาคืนสังเวียนของ The Rock ที่ปัจจุบันเจ้าตัวนั่งเป็นบอร์ดบริหารของ TKO (TKO Group Holdings) บริษัทแม่ของ WWE ในยุคปัจจุบัน ก็มีการยอมรับว่าน่าสนใจไม่น้อยหาก The Rock จะมีคิวปล้ำกับโรมัน เพราะนี่ถือเป็นศึกสายเลือด (Bloodline) ระหว่างนักมวยปล้ำเชื้อสายซามัว
อีกทั้งการที่ The Rock ลงทุนฟิตซ้อมร่างกายเพื่อกลับมาปล้ำในรอบ 11 ปี ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่า นั่นคือการทำเพื่อเรียกกระแสต่างๆ ของ WWE ให้กลับมาปังยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในแง่ของธุรกิจ เพราะในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา WWE แปดเปื้อนในประเด็นแง่ลบอยู่ไม่น้อย จากกรณีที่ วินซ์ แม็กแมน อดีตหัวเรือใหญ่ของ WWE ถูกฟ้องด้วยคดีสุดอื้อฉาวในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ค้ามนุษย์ และทำร้ายร่างกาย

ดังนั้น การแทรกตัวเข้ามาเป็นคู่เอกของ The Rock ไม่ใช่เรื่องที่ผิด (ถ้าทำเพื่อบริษัท) เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นมัน ‘ผิดที่ ผิดเวลา’ ไปเยอะมากๆ เพราะมองตามหลักเหตุและผล นาทีนี้แฟนมวยปล้ำในฐานะผู้บริโภคมองเห็นว่า โคดี้คือคนที่เหมาะสมกว่า The Rock
การปรับบทครั้งนี้จึงไม่ต่างกับการปล้นสิทธิ์เป็นคู่เอกใน WrestleMania ของโคดี้ นั่นจึงทำแฟนมวยปล้ำผุดแฮชแท็ก #WeWantCody จนติดเทรนด์ X ของสหรัฐอเมริกาในชั่วข้ามคืน
ปฏิกิริยาของแฟนมวยปล้ำไม่ได้เกิดขึ้นแต่ในโลกออนไลน์ เพราะในโชว์มวยปล้ำที่น็อกซ์วิลล์ 1 วันหลังเหตุการณ์นี้ มีแฟนๆ จำนวนไม่น้อยที่เปล่งเสียงโห่ใส่ VTR ที่ฉายภาพการเผชิญหน้ากันของ The Rock กับโรมัน พร้อมกับส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจโคดี้ที่มีโชว์ปล้ำในคืนนี้อีกด้วย
ขณะที่ โลแกน พอล ยูทูเบอร์ชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นนักมวยปล้ำ และครองแชมป์ United States Championship ในปัจจุบัน โพสต์ข้อความสั้นๆ ว่า ‘We want Cody’ ที่แสดงจุดยืนเคียงข้างโคดี้ในเหตุการณ์นี้
.@TheRock and @WWERomanReigns are set for an iconic face-off at The #WrestleMania XL Kickoff, streaming live from @TMobileArena on Feb. 8 at 4pm PT across WWE social platforms and @peacock!https://t.co/GFRRsiFNWC pic.twitter.com/hJoODwONdv
— WWE (@WWE) February 3, 2024
นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ใหญ่มากๆ ในวงการมวยปล้ำ ณ เวลานี้ ซึ่งหลังจากนี้ทาง WWE จะจัดงานแถลงข่าว WrestleMania XL ในวันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ที่สนาม T-Mobile Arena ในลาสเวกัส ซึ่งไฮไลต์ของงานคาดกันว่าจะมีเป็นการเผชิญหน้าของ The Rock กับโรมัน และน่าจะมีการประกาศแมตช์อย่างเป็นทางการให้กับทั้งคู่ในวันนั้น
และถ้าหากเป็นแบบนั้น ก็จะยิ่งสร้างความไม่พอใจแก่แฟนมวยปล้ำทั่วโลกอยู่ไม่น้อย ซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไปว่า เมื่อกระแสที่ The Rock พยายามสร้างด้วยการดันตัวเองไปเป็นคู่เอกใน WrestleMania แทนโคดี้ ได้รับเสียงวิจารณ์ไปทางลบเยอะขนาดนี้ ทีมงานจะมีการปรับบทหรือแก้ไขอะไรหรือไม่…แฟนมวยปล้ำมารอดูไปพร้อมๆ กัน
อ้างอิง:
The post แฟนมวยปล้ำเดือด! เมื่อการกลับมาของ The Rock ถูกดิสไลก์ถล่มทลาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
และนับจากอดีตถึงปัจจุบันมียอดกุนซือเพียง 7 คนบนโลกใบนี้ […]
The post โลกนี้มีกุนซือเพียง 7 คนที่ชนะเกมพรีเมียร์ลีกทะลุ 200 นัด appeared first on THE STANDARD.
]]>
และนับจากอดีตถึงปัจจุบันมียอดกุนซือเพียง 7 คนบนโลกใบนี้ ที่สามารถคุมทีมในลีกแดนผู้ดีแห่งนี้ และเก็บชัยชนะได้ถึงหลัก 200 นัด
หมายเหตุ: สถิตินับข้อมูลถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2024

The post โลกนี้มีกุนซือเพียง 7 คนที่ชนะเกมพรีเมียร์ลีกทะลุ 200 นัด appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับตั้งแต่ออกจากการเป็นสมาชิกวงไอดอลชื่อดังอย่าง BNK48 […]
The post เปิดใจ มิวสิค แพรวา ในวันที่กล้าโอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบ เพื่อเรียนรู้และเติบโต appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับตั้งแต่ออกจากการเป็นสมาชิกวงไอดอลชื่อดังอย่าง BNK48 ในช่วงปลายปี 2022 มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์ ได้สลัดลุค ‘มิวสิค BNK48’ ก้าวออกนอกกรอบมาใช้ชีวิตในฐานะ ‘มิวสิค แพรวา’ อย่างเต็มตัว
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา มิวสิคออกผจญภัยสู่โลกกว้างผ่านการตัดสินใจของตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ เรามีโอกาสได้เห็นเธอปรากฏตัวตามหน้าสื่อพร้อมกับผลงานการแสดง รวมถึงงานพากย์เสียง หนึ่งในสิ่งที่เธอยกให้เป็นความฝันและหมายมั่นอยากลงมือทำด้วยตัวเองมาตลอด
มาวันนี้ THE STANDARD POP ได้มีโอกาสโคจรกลับมานั่งพูดคุยกับเธออีกครั้งในรอบ 1 ปีกับอีก 3 เดือน ที่นอกจากจะได้คุยกันถึงผลงานซีรีส์เรื่องใหม่ ‘หมอตลอดกาล’ ยังได้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบในฐานะพี่ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้พบกับน้องสาวมาเนิ่นนาน ซึ่งทำให้เราอยากรู้ว่า ตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมานั้นเธอเป็นอย่างไรบ้าง
และเราคิดว่าคุณผู้อ่านก็น่าจะอยากรู้เหมือนกันว่า ชีวิตในวันที่เติบโตย่างเข้าสู่วัย 23 ปีของมิวสิค ณ วันนี้เป็นอย่างไร เราไปพูดคุยกับเธอพร้อมกันเลย

พบเจอเหรอ? ก่อนหน้านี้ตอนสิคอยู่ที่วง BNK48 ก็ได้มีโอกาสพบเจออะไรมาหลายอย่างเหมือนกัน แต่รอบนี้มันมีความแตกต่างตรงที่เราได้ออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองแล้ว ได้มาค้นพบอะไรหลายอย่างด้วยตัวเอง มีสิ่งที่เราได้ลองตัดสินใจที่จะเลือกด้วยตัวเอง ก็ได้พบเจอรสชาติของการใช้ชีวิตหลากหลายมาก
มีโอกาสรับงานแสดงมากขึ้น แล้วก็ได้มีโอกาสลองสวมบทบาทเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา มันก็สนุกดี แต่ว่ากลับกัน สิคก็รู้สึกเหมือนว่า เราใช้เวลาทุ่มเทอยู่กับการแสดงจนเราแทบไม่มีเวลาให้ตัวเอง แบบตื่นมาวันหนึ่งเราเป็นคนหนึ่ง ตื่นมาอีกวันหนึ่งเราก็ต้องเป็นอีกคนหนึ่งเลย จนกลายเป็นว่าไม่มีเวลาให้กับตัวเองสักเท่าไร พอมาปีนี้ก็เลยตัดสินใจใหม่ว่า เดี๋ยวเราจะใช้ชีวิตเป็นตัวเราเองมากขึ้นในปีนี้
ปีที่แล้วสิคได้ลองไปทำกิจกรรมค่อนข้างเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นเล่น ‘ไอคิโด’ ก็คือศิลปะการป้องกันตัวแบบญี่ปุ่น ได้กลับมาคอสเพลย์ เพราะว่าก่อนหน้านี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาทำอะไรแบบนี้เลย แล้วก็ยังได้เริ่มเรียนตัดชุด
ก่อนหน้านี้ในหัวเรามักจะมีความรู้สึกว่า ตัวเราทำอะไรได้บ้างไหม หรือมันอาจเป็นเพราะว่าเราไม่ค่อยมีเวลาให้กับตัวเองมากกว่า เราเลยใช้ชีวิตเดินตามแบบแผนที่แบบคนอื่นเขาวาดให้ แต่พอได้มีเวลากลับมาอยู่กับตัวเอง ได้มีเวลาเลือกทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ เหมือนเราได้เปิดประตูไปเจอคำว่า ความสุขมันหาง่ายกว่าที่เราคิดเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้เราแทบจะไม่ได้มีโอกาสถามตัวเองว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่เราเคยลองทำแล้วเราชอบมันไหม นับว่าเป็นการได้เลือกเพื่อตัวเองแบบแท้จริง
สิคเป็นคนไม่ค่อยตั้งเป้าหมายในชีวิตสักเท่าไร เพราะว่าชีวิตเราแค่มองหาคำว่า ‘ความสุข’ ในแบบของตัวเองแค่นั้น มันก็อาจเพียงพอแล้ว อาจเป็นแค่การตื่นมาได้เล่นเกม แค่นั้นก็ถือว่าเป็นการใช้ชีวิตในแบบของสิคในตอนนี้ ในอนาคตเราอาจได้เจอแบบอื่นที่ทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละคือตัวของเรามากขึ้น แต่ไม่รีบ จะค่อยๆ ปล่อยให้เราได้ค้นหาตัวเองในแต่ละปี

ก่อนหน้านี้ (สมัยอยู่ BNK48) มีช่วงเวลาที่ได้เจอกับแฟนคลับบ่อยๆ แต่ในปีที่ผ่านมา ไม่ค่อยออนโซเชียล แล้วมันก็ไม่มีงานอะไรที่ทำให้ได้พบเจอกับแฟนคลับเลย ก็เลยทำให้รู้สึกว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมามีคนที่ใจดีกับเรา รักและซัพพอร์ตเรามาโดยตลอด แต่ในปีนี้เราแทบจะไม่ได้ทำอะไรตอบแทนเขาเลย
อยากทำอะไรสักอย่างที่เป็นการเติมเต็มให้เขาคืนไปบ้าง โดยที่เขาไม่ต้องให้คืนมา เพราะการได้รักหรือได้ชอบใครสักคนมันมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ แต่เราแค่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า มันมีวิธีไหนไหมที่เราจะได้คุยกับเขาแบบไม่ใช่แค่กลุ่มๆ แต่เราได้คุยกับเราแบบเจาะจงทีละคนเลย แล้วเขาก็ไม่ต้องเสียเงินซัพพอร์ตเรา แค่กำลังมองหาวิธีที่ทำแล้วคนที่เขารักเราได้รับการซัพพอร์ตจากเรากลับไปแบบเต็มที่บ้าง
ความหมายของสิค คือการยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบของผู้อื่นและตัวเอง
สิคว่าจริงๆ แล้ว ตัวเองเป็นคนไม่ชอบเข้าสังคมสักเท่าไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว สังคมเนี่ยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราอย่างไม่น่าเชื่อ การที่เราใช้ชีวิตอยู่กับคนอื่น มันก็มีบ้างที่เรามักจะได้รับคอมเมนต์ด้านลบมาบ่อยๆ แล้วเราก็มักจะตั้งคำถามว่า ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น
อย่างเช่นเราออกมาจากวงก็โดนตั้งคำถามว่า ทำไมสิคไม่ค่อยมีงาน แล้วก็มีคำพูดติดปลายนวมมาว่าออกมาแล้วก็ไม่ได้ดีสักเท่าไร
แต่ในทางกลับกัน สิครู้สึกว่าโอเค การพยายามหาคำตอบในการกระทำของเขา มันไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เราแค่ต้องยอมรับว่าบนโลกนี้มันไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เราแค่เข้าใจเขาก็พอ ไม่ต้องหาคำตอบให้กับตัวเราเองหรือว่าเขา แต่เราแค่เข้าใจว่าขนาดเขาก็มีส่วนที่อาจไม่สมบูรณ์แบบ รวมถึงตัวเราเองก็เช่นกัน พอเราได้ตกผลึกกับตัวเอง เชื่อไหมว่ามันทำให้สิครับมือกับความทุกข์ตรงนี้ได้ง่ายขึ้นค่ะ นี่อาจเป็นนิยามความสุขตอนนี้ของสิค
อีกอย่างเราเป็นคนตอบโต้คอมเมนต์ด้านลบไม่ค่อยเก่ง เรื่องนี้แฟนเราก็สอนว่าให้เราวาดวงกลมเอาไว้แล้วให้เราเลือกว่าใครควรอยู่ในวงไหน แล้วเขาก็สะท้อนให้เห็นว่า คนนั้นคนนี้ควรอยู่ในวงไหนของเรา เราจะได้จัดความสัมพันธ์ถูกว่าเราควรให้ใจกับเขาไปมากแค่ไหน กับคนที่เขาใจร้ายกับเรา

คิดว่าโลกเนี่ยเราน่าจะไม่มีวันเข้าใจหรอก (หัวเราะ) เพราะโลกมันหมุนไปไวมากเลยเนาะ เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน ปีนี้กับปีที่แล้วต่างกันขนาดไหนมันเห็นได้ค่อนข้างชัด ก็อาจไม่ต้องพยายามวิ่งตามโลกและปล่อยมันหมุนไป แล้วเราค่อยทำตัวตรงกันข้ามกับโลกดีกว่า รู้สึกว่าเราช้าบ้างก็ดี ท่ามกลางโลกที่หมุนไปไวแบบนี้
ทุกการใช้ชีวิตทุกช่วงเวลามันไม่มีอะไรไปทดแทนกันได้อยู่แล้ว สิ่งที่เราได้รับหลังออกจากวงมามันไม่ใช่การออกมาหาสิ่งที่ขาดหายไปกลับมา แต่มันคือการที่เราได้ทำสิ่งใหม่ๆ ที่ต่อเติมจากสิ่งเก่าที่เรามีประมาณนั้นมากกว่า ถามว่ามันสนุกไหมมันสนุกแหละ เพราะว่าเราพยายามหาความสนุกในแต่ละช่วงชีวิตของเราอยู่เสมอ มันอาจไม่ได้ประสบความสำเร็จขนาดนั้น แต่ว่าสำหรับเรา รู้สึกว่าโอเค นี่คือชีวิตที่ฉันพอใจที่จะมี

ถ้าเราลองตั้งบทสัมภาษณ์ให้กับตัวเองแล้วลองตอบ สิคถือว่าก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเหมือนกันนะ เพราะว่าคนเรามักจะมีเวลาให้กับสิ่งรอบข้าง แต่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับตัวเองสักเท่าไร เพราะอย่างนั้นการให้สัมภาษณ์ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น การได้รู้จักตัวเองนั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุด เพราะว่าเราเกิดมาพร้อมกับร่างกายนี้ แล้วเราก็จะจากโลกนี้ไปพร้อมเขา ดังนั้นเราต้องรักตัวเองให้มากๆ เข้าใจตัวเองมากๆ
เมื่อก่อนเราเป็นเด็กที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เรารู้สึกว่าเราเก่งมากถ้าเราได้รับโอกาสนี้ แต่ปรากฏว่าพอได้มาลองทำจริงๆ แล้วมันยากมากเลย! มันทำให้เรารู้สึกว่าอาจเป็นสิ่งที่สนุกก็จริง แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีพอ แต่ไม่ได้ทำให้เราหมดกำลังใจนะ มองในแง่ดีก็อาจได้รู้ว่าเรายังมีอีกหลายสิ่งที่เราต้องฝึกฝนอีกเยอะมาก และอย่างน้อยเราก็ได้รู้จักตัวเองแล้วว่า จริงๆ แล้วอันนี้อาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่ถนัด แต่อย่างน้อยเราก็ได้ลองทำมันแล้ว
สมมติเต็ม 10 ให้ 6 เกินครึ่งมานิดหนึ่ง อาจไม่ได้แย่ แต่เราก็ได้รับโอกาสใหญ่ค่อนข้างกะทันหันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Suzume หรือว่า โดราเอมอน มันเป็นโอกาสใหญ่ที่รู้สึกกดดันมาก แต่พอได้พี่ๆ เบื้องหลัง ทีมงานที่ดีที่เขาคอยซัพพอร์ต ก็ช่วยให้เราผ่านมันมาได้
ถ้าถามความรู้สึกตัวเองว่าในวันนั้นเราเก่งแล้วหรือยัง ก็ต้องบอกว่ายังเก่งไม่พอสำหรับโอกาสที่ได้รับ แต่เราก็ไม่อยากทิ้งความรักของเรา เพียงเพราะว่าเราทำได้ไม่ดีพอ

เคยตั้งคำถามหนักมากๆ ค่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าการแสดงมันไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจว่าจะได้มาเจอ เหมือนเราเข้ามา (ในวง BNK48) เราก็มาเต้นมาร้อง แต่วันดีคืนดีมีผู้ใหญ่ชวนมาแสดงหนัง ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าการแสดงจะพาเรามาได้ไกลขนาดนี้ มันก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราทำได้ดี เราก็เลยเลือกที่จะทำต่อมาเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้
สิ่งที่ได้รับมันเยอะกว่าที่คิดมากๆ เลยค่ะ ด้วยความที่สิคอาจไม่เข้าใจตัวเอง หรือว่าไม่ค่อยชอบตัวเองสักเท่าไร สำหรับสิคการแสดงมันทำให้เราได้มีโอกาสจะเป็นคนอื่น มันพาให้เราได้มีโอกาสไปรู้พื้นหลังของตัวละครที่เราแสดง ทำให้เราได้มีโอกาสไปทำความรู้จักคนคนหนึ่งแบบลึกซึ้ง มันพาให้เรามีโอกาสทำความรู้จักอีกบุคลิกของผู้คน ลักษณะนิสัยอีกแบบที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถมีได้ งานแสดงมันทำให้ได้เข้าใจความรู้สึกของคนเรามากขึ้นด้วย
อาจเป็นเพราะว่าสิคเป็นคนที่ชอบตามหาสิ่งที่เป็นตัวตนของเราอยู่เสมอ มันเลยได้ค้นพบว่าเราไม่สมบูรณ์แบบขนาดไหน มันมีหลายๆ สิ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นความคิดเชิงลบติดในหัวบ่อยๆ แล้วพยายามแก้ด้วยการเป็นคนที่มองในแง่ดี
แต่ด้วยพื้นฐานตัวเราเองเป็นคนที่คิดจุกจิก บางทีมันอาจไม่ใช่ด้านลบหรอก แต่แค่มันเป็นท็อปปิกที่เวลาเราได้ไปคุยกับคนอื่นแล้ว เขาจะรู้สึกว่าเราพูดอะไรออกมา เราคุยด้วยยาก มันเลยทำให้เรามีหลายๆ สิ่งที่รู้สึกว่า ถ้าเราพูดเก่งกว่านี้เราจะดีขึ้นไหม เราจะมีเพื่อนเยอะกว่านี้ไหม เราควรใช้เวลากับคนอื่นมากกว่านี้ไหม เหมือนพยายามสร้างความเป็นไปได้ที่เราสามารถเป็นคนที่ดีขึ้น
ขยายความสั้นๆ ก็คือเราไม่ค่อยชอบตัวเองที่เป็นแบบนั้นเท่าไร เพราะว่าเราก็อยากจะมีความสุขในแบบที่เราเป็นใช่ไหมคะ แต่พอได้มาเป็นคนอื่น (สวมบทบาทการแสดง) มันเหมือนเราหลบหนีจากความรู้สึกตรงนั้น เพราะว่าเราได้มาเป็นใครสักคนที่ไม่ได้มีความรู้สึกเหล่านั้นอยู่ในหัว

บทหมอฝนอาจจะมีคนเห็นแวว (หัวเราะ) ที่ผ่านมาสิคมักจะได้รับบทที่มีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างโผงผาง เป็นคนแบบห้าวๆ แต่บทหมอฝนเป็นบทแรกที่มีบุคลิกเป็นคนสุภาพเรียบร้อย เป็นคุณหมอที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งเหตุผลลึกๆ ในใจที่สิคตอบรับบทนี้ เป็นเพราะว่ามันเป็นบทของหมอเท่านั้นเลย
เพราะสำหรับสิค ในหนึ่งชีวิตเราอาจจะเลือกทำได้แค่หนึ่งอย่าง เราอยากเป็นตากล้อง เราก็เป็นตากล้องไปเลย แต่ว่านักแสดงมันเป็นอาชีพที่ทำให้เราได้มีโอกาสเลือกสวมบทบาทเป็นอะไรได้หลายอย่าง แล้วคำว่า ‘หมอ’ เนี่ย มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าตัวจริงของฉันคือคนที่เรียนไม่เก่ง แต่ฉันเป็นหมอได้ด้วยการแสดง เราก็เลยอยากจะเข้าไปในโลกของหมอ เพราะเราอยากรู้ว่าในโลกของหมอนั้นมีสิ่งไหนที่เขารู้แล้วเราไม่รู้ แล้วเราสามารถแสดงออกมาได้หรือเปล่า
น่าจะประมาณ 3 เดือน ด้วยความที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการแพทย์ที่ค่อนข้างเข้มข้นมาก อย่างเราเป็นหมออินเทิร์นและนักแสดงคนอื่นก็เป็นหมอศัลยแพทย์ หมอนิติเวช หมอในหลายแผนกมากมาย แต่ละคนก็จะมีแนวทางการเวิร์กช็อปที่ไม่เหมือนกัน อย่าง พี่โทนี่ รากแก่น ก็จะไปเรียนรู้วิธีการผ่าตัดหัวใจแบบจริงๆ อย่าง พี่เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน เป็นหมอนิติเวช เขาก็ไปดูการผ่าศพจริงๆ
ส่วนของสิคจะเวิร์กช็อปขั้นพื้นฐาน รวมสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้กับบทบาทของการเป็นหมอ เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น, การเย็บแผล, การฉีดยาต่างๆ ซึ่งมันไม่ใช่แค่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นต้องทำอย่างไร แต่มีการลงรายละเอียดลึกลงไปมากกว่านั้น คือการต้องรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นทำไปเพราะอะไร สำหรับสิคถือว่าเป็นเรื่องดีที่ได้เรียนรู้รับประสบการณ์ใหม่ๆ

อุปสรรคหลักๆ คือเรื่องของการจดจำศัพท์ทางการแพทย์ที่เต็มไปด้วยตัวย่อเยอะๆ ซึ่งคนที่เป็นหมอจริงๆ เขาพูดกันจนคล่องปาก แต่กลับกันเราในฐานะนักแสดงที่มาสวมบทบาทมันยากอยู่นะ บางครั้งก็ไม่รู้ว่าศัพท์ที่พูดออกมาคืออะไร ในส่วนนี้สิคก็ต้องทำการบ้านด้วยการถามหมอว่า คำที่เราจะพูดมันแปลว่าอะไร แล้วทำไมเขาถึงเลือกพูดในสถานการณ์นี้ คนไข้ต้องมีอาการแบบไหนมาเราถึงต้องใช้คำพูดนี้ได้ เพราะคำพูดเหล่านี้มันไม่ใช่คำที่อยู่ๆ จะพูดออกมา มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริงๆ
คิดว่าเป็นคนที่มีความไม่มั่นใจเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นคนที่พูดไม่เก่ง แต่จะชอบฟังมากกว่า แล้วก็เป็นคนที่ค่อนข้างหูเบาด้วย บางครั้งเราเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าตัดสินว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก อะไรคือสิ่งที่ผิด เช่นเดียวกับหมอฝนที่เป็นคนไม่มีความมั่นใจในตัวเองเหมือนกัน
ทุกวันนี้เป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองสักเท่าไร (หัวเราะ) ยังแก้ไขไม่ได้ด้วย แล้วก็เป็นคนที่ค่อนข้างกลัวการใช้โซเชียลด้วย ไม่ใช่ว่าเราไม่เล่นโซเชียลนะ แต่เราเล่นเพื่อที่จะอ่านมากกว่าเพื่อที่จะพิมพ์อะไรสักอย่าง
โซเชียลเป็นสิ่งที่ค่อนข้างน่ากลัวนิดหนึ่ง ยกตัวอย่างบางคนโพสต์อะไรสักอย่างไปนานมากๆ แล้ว แต่วันหนึ่งมันถูกขุดขึ้นมา หรือมีคนไปเจอแล้วหยิบขึ้นมาพูดถึง หรือย้อนกลับมาโจมตี มันทำให้คนคนหนึ่งสูญเสียอะไรหลายๆ อย่างได้เลย โดยเฉพาะความมั่นใจ อันนี้เป็นสิ่งที่ใหญ่มาก
ตอนนี้สิคเลยไม่กล้าเล่นโซเชียล ใช้คำว่าความกลัวได้เลย ขนาดทุกวันนี้จะพิมพ์อะไรยังคิดหนักมากๆ แล้วสุดท้ายก็จบลงด้วยการไม่อยากโพสต์อะไร มันก็เป็นความไม่มั่นใจอย่างหนึ่งที่แก้ไม่หาย แล้วก็อาจไม่อยากแก้ด้วยซ้ำ เราอาจสบายใจที่ไม่ได้โพสต์หรือไม่ได้พิมพ์อะไรแบบนี้ต่อไป
เราไม่ค่อยได้มีโอกาสบอกแฟนคลับเลย ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าแฟนคลับอยากจะเห็นเราโพสต์อะไรสักหน่อย หรือออนโซเชียลให้มากขึ้น แต่เราก็ไม่เคยทำได้เลย โซเชียลสำหรับเรามันยังคงเป็นสิ่งที่น่ากลัวเหลือเกิน ขนาดให้สัมภาษณ์เรายังแอบกลัวเลยว่าจะเผลอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า

บทหมอฝนพาให้สิคได้ไปเรียนรู้ว่าชีวิตคนเรามันสั้นกว่าที่คิดเอาไว้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก วันหนึ่งคนคนหนึ่งใช้ชีวิตอยู่ปกติ แต่เกิดอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวเขาก็อาจหายไปจากโลกนี้ได้เลย มันเป็นสิ่งที่น่าใจหายมาก
และส่วนตัวสิคเป็นคนที่รับการสูญเสียไม่ค่อยได้ เป็นคนที่เป๋มากเวลามีคนรู้จักหรือคนใกล้ตัวเสียชีวิต อย่างตอนที่แฟนคลับของเราเสีย เราร้องไห้หนักมาก แล้วก็เสียศูนย์ไปนานมาก เพราะทุกครั้งที่มีงานจับมือเขาก็จะมาเจอเราเสมอ แล้ววันหนึ่งเขาไม่อยู่แล้ว แล้วเรารู้ว่าในแถวจะไม่มีเขาอยู่ตรงนั้นแล้ว สำหรับเรามันเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก ดังนั้นการรับบทหมอฝนเลยเป็นหนึ่งในสิ่งที่ย้ำเตือนกับสิคว่าชีวิตคนเรามันสั้น ดังนั้นหนึ่งชีวิตเกิดมาก็อยากจะเป็นคนที่มีความสุขมากๆ
น่าจะอยากบอกกับเขาว่าดีแล้วที่หาตัวตนของตัวเองเจอ แค่นั้นเลย
อยากลองแสดงหนังบู๊ อยากลองแสดงภาพยนตร์-ซีรีส์แอ็กชันมาก แต่ขอไปฝึกเรื่องของความแข็งแรงมาก่อน เพราะถ้าเราดูไม่แข็งแรงเขาไม่น่าจะรับเรา (หัวเราะ)
จริงๆ หนังที่ชอบเป็นแนวแอ็กชันโรแมนติก แต่ลึกๆ ไม่ค่อยชอบหนังรักโรแมนซ์ ถ้าเป็นหนังบู๊จะชอบพวก Marvel ประมาณนั้น หรือไปสุดตัวก็ John Wick ไปเลย ส่วนตัวเป็นคนชอบดูหนังบู๊มาก อธิบายยากเลยว่าชอบแบบไหน
เคยดูซีรีส์เรื่อง Heartstopper คือซีรีส์ที่ดีมากๆ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ในแง่ที่พูดถึงความสัมพันธ์ความรักระหว่างเพศเดียวกัน รวมไปถึงคนรอบข้าง รู้สึกว่ามันให้อะไรเยอะมากๆ แล้วเป็นเรื่องราวที่กำลังดี เราเลยรู้สึกว่า ถ้ามีโอกาสได้รับบทบาทแสดงในไทย ได้แสดงความรักที่เป็นรูปแบบนี้ในไทย ผู้คนจะเข้าใจเรามากขึ้นไหม เพราะด้วยความที่เรามีความเป็น Pansexual ก็เลยคิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าเกิดว่าไม่ได้แสดงก็อยากเขียนขึ้นมาเอง เขียนแบบแต่งเป็นนิยายทำนองนั้น ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราคิดจะทำอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องการแสดง แต่อาจเป็นคนเขียนด้วย

ข้อเสียของเราคือเป็นคนที่อยากทำแต่ไม่ลงมือทำ จริงๆ สิคเป็นคนที่ไม่ค่อยอินกับวันเกิด ไม่ชอบการฉลองวันเกิดหรือการฉลองวันปีใหม่ ที่มันดูเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ เพราะเราค่อนข้างเชื่อว่านี่มันคือเส้นชีวิตเดิม เราจะทำหรือไม่ทำ เราจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน มันไม่ได้อยู่ที่ปี แต่มันอยู่ที่ตัวเราว่าจะลงมือทำมันเมื่อไร
เพราะฉะนั้นสำหรับสิคในปีนี้ที่กำลังจะเข้าสู่วัย 23 ปี ก็ยังเป็นมิวสิคที่ไม่แพลนเป้าหมายเหมือนเดิม (หัวเราะ) อาจอยากทำสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ให้ดีก่อน อย่างการคอสเพลย์ที่เราอยากจะหันมาเป็นคนตัดชุดเองบ้าง หรืออยากเรียนภาษาญี่ปุ่นให้เก่งขึ้น คิดว่าอยากจะใช้เวลาเสริมในสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ให้ดีขึ้นมากกว่า
สุดท้ายอยากจะขอฝากซีรีส์ หมอตลอดกาล ออกอากาศทางช่อง Thai PBS ซีรีส์เรื่องนี้เป็นชิ้นงานที่นักแสดงทุกคนและบุคลากรการแพทย์ทุกคนมีความตั้งใจสร้างสรรค์อย่างที่สุด อยากฝากทุกคนเอาไว้ ตอนนี้ออนแอร์มาได้ครึ่งทางแล้ว หรือใครที่อยากดูสามารถเข้ามาชมย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ vipa.me หรือรับชมแบบสดๆ ได้ทางช่อง Thai PBS กดหมายเลข 3 ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.30-21.30 น.
ตัวอย่างซีรีส์ หมอตลอดกาล
The post เปิดใจ มิวสิค แพรวา ในวันที่กล้าโอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบ เพื่อเรียนรู้และเติบโต appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นอีกหนึ่งสถิติที่น่าจะเรียกรอยยิ้มเขินๆ จากกองหน้าชา […]
The post FOOTBALL FACT: ดาร์วิน นูนเญซ จารึกสถิตินักเตะคนแรก ยิงชนคาน 4 ครั้งในเกมเดียว appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นอีกหนึ่งสถิติที่น่าจะเรียกรอยยิ้มเขินๆ จากกองหน้าชาวอุรุกวัยอย่าง ดาร์วิน นูนเญซ ได้ไม่น้อย หลังเกมที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านไล่ต้อนเชลซี 4-1 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนที่ผ่านมา
โดยสถิติที่พูดถึงคือการที่ ดาร์วิน นูนเญซ ศูนย์หน้าของทัพหงส์แดงวัย 24 ปี กลายเป็นนักเตะคนแรก (นับตั้งแต่ฤดูกาล 2003/04) ที่ยิงชนคานมากถึง 4 ครั้งในเกมพรีเมียร์ลีกนัดเดียว ตามรายงานของ Opta
แต่อย่างไรก็ดี ชัยชนะของลิเวอร์พูลในเกมนี้ส่งผลให้พวกเขายังครองจ่าฝูงต่อเนื่อง พร้อมเก็บแต้มเพิ่มเป็น 51 แต้ม ทิ้งห่างอันดับ 2 แมนฯ ซิตี้ และอันดับ 3 อาร์เซนอล อยู่ 5 แต้ม
สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ลิเวอร์พูลมีคิวบุกไปเยือนอาร์เซนอลในเกมพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ เวลา 23.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
The post FOOTBALL FACT: ดาร์วิน นูนเญซ จารึกสถิตินักเตะคนแรก ยิงชนคาน 4 ครั้งในเกมเดียว appeared first on THE STANDARD.
]]>
แอนโทนีใช้เวลารวม 23 นัดก่อนปลดล็อก ยิง+แอสซิสต์ ให้แมน […]
The post แอนโทนีใช้เวลารวม 23 นัดก่อนปลดล็อก ยิง+แอสซิสต์ให้แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
แอนโทนีใช้เวลารวม 23 นัดก่อนปลดล็อก ยิง+แอสซิสต์ ให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้
เรียกว่า ‘มาช้า…แต่มานะ’ สำหรับ แอนโทนี ปีกทีมชาติบราซิล เจ้าของค่าตัว 82 ล้านปอนด์ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังทำผลงานยิง 1 แอสซิสต์ 1 ช่วยต้นสังกัดบุกอัดนิวพอร์ท เคาท์ตี ทีมจากลีกทูของประเทศอังกฤษ ด้วยสกอร์ 4-2 ในเกมเอฟเอคัพเมื่อคืนนี้
โดยผลงานยิง+แอสซิสต์ของแอนโทนีนับเป็นการปลดล็อกเรื่องการมีส่วนร่วมทำประตูให้ทัพปีศาจแดงครั้งแรกในฤดูกาล 2023/24 หลังลงสนามมาแล้ว 23 นัดรวมทุกรายการ นอกจากนั้นยังเป็นประตูแรกในรอบ 31 นัด หรือนับย้อนไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2023
ขณะที่ผลงานภาพรวมนับตั้งแต่ย้ายจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แอนโทนีลงสนามให้ทีมรวม 67 นัด ยิงได้ 9 ประตู กับอีก 4 แอสซิสต์

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต
The post แอนโทนีใช้เวลารวม 23 นัดก่อนปลดล็อก ยิง+แอสซิสต์ให้แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
พรีวิว: ไทย vs. อุซเบกิสถาน เอเชียนคัพ 2023 (รอบ 16 ทีม […]
The post พรีวิว: ไทย vs. อุซเบกิสถาน เอเชียนคัพ 2023 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) appeared first on THE STANDARD.
]]>
พรีวิว: ไทย vs. อุซเบกิสถาน เอเชียนคัพ 2023 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย)
ในวันที่ 30 มกราคมนี้ ฟุตบอลทีมชาติไทยมีคิวลงสนามเอเชียนคัพ 2023 รอบ 16 ทีมสุดท้าย พบกับทีมชาติอุซเบกิสถาน ที่สนามอัลยานูบสเตเดียม ในเวลา 18.30 น.
และเช่นเคย THE STANDARD รวบรวมข้อมูลสำคัญๆ เพื่อพาแฟนบอลไปอุ่นเครื่อง ส่องความพร้อมของนักเตะทั้งฝั่งไทยและอุซเบกิสถาน รวมถึงสถิติต่างๆ ที่น่าสนใจมาฝากก่อนเกมนัดนี้ เกมที่มีผลต่อการลุ้นเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของทัพช้างศึกในเส้นทางชิงแชมป์เอเชีย 2023

ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ของทีมในกลุ่ม F จากการแข่งขันครบ 3 นัดของฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 ซึ่งตำแหน่งแชมป์กลุ่มตกเป็นของซาอุดีอาระเบีย อดีตแชมป์เอเชีย 3 สมัย กับผลงาน ชนะ 2 เสมอ 1 มี 7 คะแนน ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปทำศึก ‘บิ๊กแมตช์’ กับเกาหลีใต้
ขณะที่ทีมชาติไทยจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นอันดับ 2 กับผลงาน ชนะ 1 เสมอ 2 มี 5 แต้ม ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ไปดวลกับอุซเบกิสถานที่เข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 2 ของกลุ่ม B เช่นกัน
ส่วนอีก 2 ทีมในกลุ่ม F อย่างโอมานที่มีเพียง 2 คะแนน กับคีร์กีซสถานที่มี 1 คะแนน มีอันต้องจอดป้ายที่รอบแบ่งกลุ่ม หลังจากที่ไม่สามารถทำคะแนนขึ้นไปลุ้นเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุดได้

ความพร้อมทีมชาติไทย (อันดับ 113 ของโลก)
ทีมชาติไทยในมือของ มาซาทาดะ อิชิอิ ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกเอเชียนคัพ 2023 ด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจและอยู่ในช่วงที่ความมั่นใจสูงสุดๆ กับผลงาน ชนะ 1 เสมอ 2 จบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม F ซึ่งนอกจากจะไม่แพ้ให้กับทีมใดในรอบเก็บคะแนนแล้ว ยังไม่เสียประตูให้ทีมใดเลยอีกด้วย
โดยสภาพความพร้อมของทีมชาติไทยชุดนี้อยู่ในจุดที่ดี ไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน อีกทั้ง 11 ผู้เล่นกำลังหลักที่ลงสนามตลอด 2 เกมแรกต่างก็ได้พักฟื้นร่างกายอย่างเต็มที่ หลังจากเกมดวลซาอุดีอาระเบีย อิชิอิเลือกโรเทชันผู้เล่นใหม่ทั้ง 11 คน เพื่อรักษาความฟิตในเกมรอบน็อกเอาต์โดยเฉพาะ
คาดว่า 11 ผู้เล่นตัวจริงในเกมนี้จะมีการปรับทัพกลับมาใช้ผู้เล่นตัวหลักที่ลงในช่วง 2 นัดแรก ซึ่งตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็น ปฏิวัติ คำไหม ส่วนเซ็นเตอร์แบ็กเป็น พรรษา เหมวิบูลย์ แท็กทีมกับ เอเลียส ดอเลาะ โดยมี นิโคลัส มิคเกลสัน ออกสตาร์ทตัวจริงยืนแบ็กขวา ส่วนทางซ้าย ธีราทร บุญมาทัน กลับมาสวมปลอกแขนกัปตันทีม พร้อมประจำการแบ็กซ้ายหลังพ้นโทษแบน
ส่วนแดนกลางเชื่อว่าอิชิอิยังไว้ใจคู่ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี กับ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ให้บัญชาเกมแดนกลางต่อไป ด้านแนวรุก 4 คนยังเป็น สุภโชค สารชาติ ทำงานร่วมกับ บดินทร์ ผาลา ในฝั่งปีกซ้าย และทางขวาเป็น ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา โดยมีหน้าเป้าเป็น ศุภชัย ใจเด็ด เช่นเดิม
ผลงาน 5 นัดหลังสุด | ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1

ความพร้อมทีมชาติอุซเบกิสถาน (อันดับ 68 ของโลก)
ทีมชาติอุซเบกิสถานชุดนี้อยู่ในการดูแลของ ซเรชโก คาตาเนค กุนซือชาวสโลวีเนียวัย 60 ปี ทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่งตลอดการเก็บคะแนนในรอบแบ่งกลุ่ม โดยเป็นการชนะ 1 และเสมอ 2 พร้อมจบอันดับ 2 ของกลุ่ม B
เกมนัดนี้อุซเบกิสถานของซเรชโกเข้ามาแข่งขันในฐานะทีมเบอร์ 9 ของเอเชีย ประสบปัญหาเรื่องการขาดหายไปของ 2 ผู้เล่นคนสำคัญในแผงแนวรุกอย่าง อิกอร์ เซอร์เกเยฟ กองหน้าที่ค้าแข้งอยู่ในไทยลีกกับสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ เอลดอร์ โชมูโรดอฟ กัปตันคนเก่งของทีม ต่างมีอาการบาดเจ็บและพลาดโอกาสลงสนามในทัวร์นาเมนต์นี้แล้วทั้งคู่
แต่อย่างไรก็ตาม ซเรชโกยังมีผู้เล่นกำลังหลักรายอื่นๆ อย่าง อับบอสเบค ไฟซูลลาเยฟ แนวรุกที่ค้าแข้งกับซีเอสเคเอ มอสโก ในลีกรัสเซีย รวมถึงนักเตะกองกลางคนสำคัญอย่าง โอตาเบค ชูคูรอฟ และ โอดิลจอน ฮัมโรเบคอฟ พร้อมลงสนามช่วยทีมปั้นเกมรุกในแมตช์นี้
ผลงาน 5 นัดหลังสุด | ชนะ 3 เสมอ 2

เมื่อมองตามสถิติหน้ากระดาน ผลการดวลกัน 5 นัดหลังที่พบกันเป็นฝั่งทีมชาติอุซเบกิสถานมีสถิติที่เหนือกว่าเล็กน้อย หลังเป็นฝ่ายเอาชนะไทยได้ 3 นัด จาก 5 นัดที่พบกัน
โดยชัยชนะของทีมไทยที่มีเหนืออุซเบกิสถานต้องย้อนกลับไปในห้วงปี 2003-2007 ที่สามารถเอาชนะได้ 2 นัดติดต่อกัน
และนี่คือผลการแข่งขันที่ดวลกัน 5 นัดหลังสุด
โปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทยจะพบกับทีมชาติอุซเบกิสถาน ที่สนามอัลยานูบสเตเดียม ในวันที่ 30 มกราคม 2024 เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD (ช่องหมายเลข 36) และ T Sports 7 (ช่องหมายเลข 7)
The post พรีวิว: ไทย vs. อุซเบกิสถาน เอเชียนคัพ 2023 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) appeared first on THE STANDARD.
]]>
ย้อนกลับไป 1 เดือนก่อนหน้า หากใครบอกว่าฟุตบอลทีมชาติไทย […]
The post ไร้พ่าย-ทวงเบอร์ 1 อาเซียน เมื่ออิชิอิปลุกช้างหลับ…ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ย้อนกลับไป 1 เดือนก่อนหน้า หากใครบอกว่าฟุตบอลทีมชาติไทยที่เปลี่ยนมือโค้ชจาก ‘มาโน โพลกิ้ง’ สู่ ‘มาซาทาดะ อิชิอิ’ จะเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม แถมยังไร้พ่าย และไม่เสียประตูให้ทีมใด
ก็ฟังดูจะเป็นเรื่อง ‘โจ๊ก’ ในวงสนทนา ชนิดที่เรียกรอยยิ้มแบบ 555 มีน้ำตาซ่อนอยู่แน่ๆ
แถมเกมอุ่นเครื่องนัดเปิดศักราชปี 2024 ยังบุกไปโดนเหล่าขุนพลซามูไรฟันสะบั้นหั่นแหลกแบบขาดลอย 0-5 ก็ยิ่งตอกย้ำและทำให้เชื่อยากว่าบอลไทยจะคืนชีพได้แบบเร็ววัน
ซ้ำร้ายก่อนเริ่มทัวร์ ทีมยังขาดผู้เล่นตัวหลักอย่าง ชนาธิป-ธีรศิลป์ ที่ถูกพรากไปด้วยอาการบาดเจ็บ รวมถึง เจ้าบุ๊ค-เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่เลือกขอเวลาไปพิสูจน์ตัวกับอุราวะ เรด ไดมอนด์ส
นั่นทำให้ทีมชุดลุยเอเชียนคัพ 2023 ในสายตาแฟนบอลกลายเป็นทีมที่ไม่เต็มร้อย และอะไรที่มันดูไม่พร้อม ไม่สมบูรณ์ ก็ยากที่จะให้แฟนบอลเชื่อว่าทีมไทยจะไปได้ไกลในรายการนี้
แต่… แต่… แต่!!
ภายในเวลาเพียง 10 วัน ผลงานนับจากนัดดวลคีร์กีซสถานถึงซาอุดีอาระเบีย อิชิอิร่ายมนตร์คาถาบางสิ่งให้ผู้เล่นช้างศึกทั้ง 23 คนลงสนามไปวิ่งเล่นประหนึ่งช้างตกมัน
ในระยะเวลาเตรียมทีมไม่ถึงเดือน อิชิอิทำอะไรกับทัพช้างศึกให้กลายเป็นทีมไร้พ่ายในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมทวงเบอร์ 1 อาเซียน (อย่างไม่เป็นทางการ) ได้อย่างไร 

ห้วงเวลาราวๆ 10 วัน++ คือเวลาที่อิชิอิจะมีอยู่ในมือเพื่อใช้เรียกนักเตะเข้าแคมป์เก็บตัวทีมชาติ ก่อนออกบินสู้ศึกเอเชียนคัพ 2023
ท่ามกลางวิกฤตผู้เล่นกำลังหลักบางส่วนมีอาการเจ็บ-ติดภารกิจสโมสรอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น เป็นปัญหาสำคัญให้อิชิอิต้องเร่งแก้อยู่ไม่น้อย ทำให้ต้องมีการสลับปรับเปลี่ยนผู้เล่นกลางแคมป์
แต่นั่นดูไม่ทำให้อิชิอิรู้สึกหนักใจเท่าไร เต็มที่ก็แค่เสียดาย เพราะบรรยากาศในแคมป์ทีมชาติยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มจากนักเตะ และเฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นคนที่สองในประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทย
11 มกราคม คือวันที่ช้างศึกออกบินลัดฟ้าสู่กาตาร์ และตามข้อมูลทีมไทยคือทีมสุดท้ายของบรรดาทีมจากเอเชียนคัพที่บินไปร่วมรายการใหญ่ของเอเชียหนนี้

4-5 วันคือเวลาในการเตรียมความพร้อมมื้อสุดท้าย ก่อนลงเล่นกับคีร์กีซสถาน หนึ่งในนัดที่แฟนบอลคาดหวังว่าไทยเราจะต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้หากหวังเข้ารอบต่อไป
เมื่อเกมแรกมาถึง สิ่งที่อิชิอิทำในเกมประเดิมสนามคือการเลือกใช้นักเตะที่มาจากสโมสรเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงผู้เล่นที่คุ้นมือ (ที่เคยร่วมงานกันสมัยคุมทีมในไทยลีก) นี่คือการแก้ปัญหาการเตรียมทีมระยะสั้น
ผลที่ได้คือนักเตะมีความเข้าใจสนามกันค่อนข้างดี และสิ่งที่อิชิอิทำเป็นลำดับต่อมา คือป้อนข้อมูลหรือมอบโจทย์ให้นักเตะลงไปทำเป็นการบ้านในสนาม
และสิ่งที่ได้หลายคนไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นจากเกมนี้ คือการเล่นที่โดดเด่นในแผงแดนกลางอย่าง วีระเทพ ป้อมพันธุ์ และ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ที่ยืนคุมพื้นที่กลางสนามให้ทีมได้ดี จนทำให้ผู้เล่นแนวรุกทั้งริมเส้น-กลางรุก ไปจนถึงแดนหน้าได้มีอิสระในการเล่น และนำไปสู่การได้ 2 ประตูปิดเกมนี้ในที่สุด
แต่ถึงจะชนะ ทีมไทยของอิชิอิก็ยังมีโจทย์ให้แก้กันไม่น้อย โดยเฉพาะแผงเกมรับยังพอมีช็อตเคลื่อนที่ช้า หรือขาตายบางจังหวะ (ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเสียประตู) รวมถึงเกมรุกที่ต้องเพิ่มความเฉียบคม ควบคู่กับโอกาสสร้างสรรค์เกมรุกที่เราทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ยังขาดสกอร์เท่านั้นเอง

ขยับมาที่นัดดวลโอมาน เกมนี้โจทย์หลักที่อิชิอิและขุนพลช้างศึกต้องเจอ คือเกมรุกของคู่แข่งที่จะโถมใส่แบบพายุคั่ง เนื่องจากโอมานต้องการแต้มมากๆๆๆๆๆ
ดังนั้นเกิน 70% ในเกมนี้ เราจึงได้เห็นทีมไทยซื้อเกมรับแบบเต็มสูบ หรือพูดง่ายๆ คือถ้ายิงเขาไม่ได้ เราก็ต้องไม่เสีย!
และอย่างที่เราได้รับชมกัน ทีมไทยเราทำได้! อิชิอิและทีมงานสามารถกระตุ้นแผงเกมรับที่เคยรู้สึก (แอบเป็นห่วง) ให้พวกเขาประสานงานกันได้ดี ท่ามกลางการสกัดเกมรุกคู่แข่งด้วยสมาธิ ที่ต้องบอกว่าแน่นอนจริงๆ
การแท็กทีมของเอเลียสกับพรรษากลายเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็กที่เล่นได้เข้าขากันอย่างไม่น่าเชื่อ บวกกับเฝ้าด้วยฟอร์มสุดนิ่งของ ปฏิวัติ คำไหม ยิ่งทำให้เกมรับทัพช้างศึกชุดนี้กลายเป็นทีมเคี้ยวยากเข้าไปอีก
รวมไปถึงผู้เล่นคนอื่นๆ ที่สลัดภาพนักเตะเดินจงกรมสู่การเล่นแบบ ‘วิ่งสู้ฟัด’ ทุกคนช่วยกันวิ่งเพรสซิง ไล่บีบพื้นที่ บีบคู่แข่งให้เล่นเกมรุกยากที่สุด และทำให้ไทยเรายันเสมอเก็บ 1 แต้มสำคัญมาได้ในที่สุด
ผ่านมาถึงตรงนี้ พลังกายอาจไม่เต็มร้อย แต่พลังใจนั้นล้นถังสุดๆ
ระหว่างทางจากนัดที่ 2 ถึง 3 ผลการแข่งในกลุ่มอื่นส่งให้ทีมไทย การันตีโอกาสเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบ 100% แบบไม่ต้องมู
นั่นทำให้ในเกมกับซาอุดีอาระเบีย อิชิอิเดิมพันความกล้าของตัวเอง ด้วยการโละกระดาน โรเตชันผู้เล่นทั้ง 11 ตำแหน่ง!
นี่ไม่ใช่การโยนเกม นี่ไม่ใช่ยอมปราชัยเพื่อหลบทีมใด
แต่เป็นเพราะ ‘ความเชื่อมั่น’ ในตัวนักเตะทุกคนของอิชิอิ
เรื่องนี้ผมไม่ได้มโนขึ้นมา แต่มันเป็นสิ่งที่อิชิอิตั้งใจอยากให้ทัพช้างศึกเป็น
เขาปลุกเร้าทีมไทยไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาคุมทีมก่อนบุกไปอุ่นเครื่องที่ญี่ปุ่น โดยเน้นให้นักเตะทุกคนแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากที่สุด
“ผมอยากให้ทีมชาติไทยแสดงศักยภาพของตัวเอง แสดงความเป็นนักสู้ เล่นแบบไม่เกรงกลัวญี่ปุ่น เล่นอย่างดุดัน เป้าหมายในเกมนี้อยากให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพที่ดีที่สุดออกมา”
มาถึงวันนี้ วันที่นักเตะทุกคนตอบรับคำขอของอิชิอิด้วยการเค้นศักยภาพของตัวเองในทุกการซ้อม ในทุกนาทีที่ได้โอกาสลงเล่น นั่นจึงเป็นคำตอบว่า ทำไมอิชิอิจึงเชื่อใจและกล้าจะโรเตชันนักเตะแบบยกชุดใส่ยอดทีมอย่างซาอุ
“เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมกล้าตัดสินใจเปลี่ยนตัวจริงทั้ง 11 คน เป็นเพราะตลอดช่วงเวลาที่เราซ้อมด้วยกันมาเกือบ 1 เดือน ผมได้เห็นคุณภาพของนักฟุตบอลแต่ละคน เลยทำให้ตัวผมกล้าที่จะเปลี่ยน”

ว่ากันว่า ‘ความบ้า’ vs. ‘ความกล้า’ คือเส้นบางๆ ที่ขนานกัน แต่อิชิอิรวมสิ่งเหล่านี้เป็นหนึ่ง และตัดสินใจทำสิ่งนี้ เขาเลือกผู้เล่นชุดสำรองดวลแข้งซาอุของ โรแบร์โต มันชินี ที่เลือกผสมผู้เล่นหลัก+สำรอง คละกันลงสนามเกมนี้
ทว่าสิ่งที่เห็น ไม่เป็นอย่างที่คิด!
ผู้เล่นชุดสำรองของไทยทุกคนเดินเครื่องแลกอาวุธกับซาอุ ทีมที่เคยล้มอาร์เจนตินาในบอลโลกมาแล้ว ได้อย่างสนุกท่ามกลางเกมที่ทำงานอย่างหนัก เกมรุกที่สวนไปก็ได้ลุ้นอยู่เสมอ และสามารถส่งบอลไปซุกก้นตาข่าย แต่โชคไม่ดีถูกไลน์แมนในเกมนี้ที่ตาคมดุจเหยี่ยว ตีธงยึดประตูไปถึง 2 ครั้งในครึ่งแรก
ขณะที่ทีมไทยเองก็มีช็อตเสียท่าพลาดทำฟาวล์ผู้เล่นซาอุจนเสียจุดโทษ แต่อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ทีมเรากำลังอยู่ในช่วงความมั่นใจสูง สรานนท์ อนุอินทร์ ที่ได้โอกาสเฝ้าเสานัดแรกในสีเสื้อทีมชาติ และเป็นจอมเซฟลูกจุดโทษอยู่แล้ว
จัดการใช้ขาเซฟลูกโทษดังกล่าว ทำให้ทีมยังอยู่ในเกม แถมทวีความมั่นใจมากขึ้นเป็นเท่าตัว (แม้ยังมีช็อตชวนให้ใจหายบ้างก็ตาม)

หลังจากนั้น สิ่งที่เราเห็นคือการที่นักเตะไทยยืนหยัดสู้กับเกมรุกที่โหมอย่างหนักในช่วงครึ่งหลัง ที่รู้สึกได้เลยว่ามันชินีสั่งลูกทีมเหยียบคันเร่ง หวังบดชนะให้ได้ โดยเฉพาะการส่งแนวรุกคนสำคัญมาพร้อมกัน 3 คน
แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่อิชิอิเองก็อ่านไว้อยู่แล้ว วิธีการวิ่ง-การเล่นเกมแบบรัดกุมของนักเตะไทย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือผีเข้าแต่อย่างใด หากแต่เป็นแผนการและแท็กติกที่อิชิอิใส่โปรแกรมลงหัวผู้เล่นทุกคนไว้แล้ว
และที่สำคัญคือผู้เล่นทุกคนเชื่อใจกัน ปลุกกำลังใจกันให้ช่วยกันลุกขึ้นสู้ตลอดเวลา นั่นทำให้เราไม่เจอนักเตะที่แสดงสีหน้าแบบหมดอาลัยตายอยากระหว่างเกมเลย
อิชิอิโชว์ให้เห็นว่า ทีมไทยชุดนี้ไม่ใช่มีดีแค่ผู้เล่น 11 ตัวหลัก แต่กำลังเสริมที่นั่งรอโอกาสอยู่ม้านั่งสำรองตลอด 2 เกมก่อนหน้า ทุกคนสามารถลงเล่นและกลายเป็นหนึ่งในหมากบนหน้ากระดานที่พึ่งได้ทุกคน
เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า แท็กติกหรือวิธีการที่อิชิอิป้อนให้ผู้เล่นระหว่างฝึกซ้อม จริงๆ แล้วมันคืออะไร แต่ที่สัมผัสได้จากผลงานในสนาม ก็ต้องพูดได้เลยว่ามันเวิร์กสุดๆ โดยเฉพาะระยะเวลาเตรียมทีมที่ไม่ถึงเดือนก่อนทัวร์นาเมนต์นี้

ถึงตรงนี้ เราได้เข้ารอบไปเจอกับอุซเบกิสถานในรอบ 16 ทีมสุดท้าย จะแพ้หรือชนะ แฟนบอลอย่างเราๆ ไม่สนใจแล้ว
เพราะการได้เห็นทีมชาติไทยเวอร์ชันที่ขยันวิ่งอย่างมีหลักการ เล่นด้วยหัวใจที่สู้ ความเชื่อมั่นและมั่นใจที่เห็นจากสายตา มันก็มากเพียงพอที่จะกอบกู้ศรัทธาที่เคยแหลกสลายจากแฟนบอลให้กลับมาอีกครั้ง
นี่ยังไม่รวมกับผลงานที่ทัพช้างศึกกลายเป็นทีมไร้พ่ายในรอบแบ่งกลุ่ม ไม่เสียประตูให้ทีมใดเลย ทำให้แฟนบอลได้เชียร์อย่างสนุกสนาน รวมถึงการทวงบัลลังก์เบอร์ 1 อาเซียน (อย่างไม่เป็นทางการ) กลับมาอีกครั้งในรอบหลายปี
โค้ชคนหนึ่งมีเวลามีเตรียมทีมไม่ถึงเดือน แต่มอบกำไรให้ทีมชาติและแฟนบอลได้ขนาดนี้ ถ้าผมไม่อวยตอนนี้จะให้อวยตอนไหนล่ะ จริงไหม
อิชิอิ กัมบัตเตะ 


The post ไร้พ่าย-ทวงเบอร์ 1 อาเซียน เมื่ออิชิอิปลุกช้างหลับ…ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ครบแล้ว 16 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 […]
The post 16 ทีมสุดท้าย ในศึกเอเชียนคัพ 2023 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ครบแล้ว 16 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023
หลังจากเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 ทำให้เราก้าวเข้าสู่รอบน็อกเอาต์อย่างเป็นทางการ เริ่มต้นจากรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่จะแข่งขันกันตามโปรแกรมดังนี้
วันที่ 28 มกราคม 2024
18.30 น. ออสเตรเลีย พบ อินโดนีเซีย
23.00 น. ทาจิกิสถาน พบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)
วันที่ 29 มกราคม 2024
18.30 น. อิรัก พบ จอร์แดน
23.00 น. กาตาร์ พบ ปาเลสไตน์
วันที่ 30 มกราคม 2024
18.30 น. อุซเบกิสถาน พบ ไทย
23.00 น. ซาอุดีอาระเบีย พบ เกาหลีใต้
วันที่ 31 มกราคม 2024
18.30 น. บาห์เรน พบ ญี่ปุ่น
23.00 น. อิหร่าน พบ ซีเรีย

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล
The post 16 ทีมสุดท้าย ในศึกเอเชียนคัพ 2023 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (24 มกราคม) เอเดน อาซาร์ อดีตนักเตะดังของเชลซี ไ […]
The post เอเดน อาซาร์ กับอดีตคู่กรณี ‘เด็กเก็บบอล’ ในตำนาน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (24 มกราคม) เอเดน อาซาร์ อดีตนักเตะดังของเชลซี ได้โพสต์รูปถ่ายคู่กับ ชาร์ลี มอร์แกน ผ่านทาง Instagram ส่วนตัว พร้อมข้อความสั้นๆ “ข้อดีของการเกษียณคือการได้พบปะเพื่อนเก่า, นายมาไกลนะเพื่อน”
หากมองภาพแบบไม่มีข้อมูลประกอบ เราอาจไม่ทราบว่าชายหนุ่มในรูปคู่อาซาร์ผู้นี้คือใคร เพราะจริงๆ แล้วพ่อหนุ่ม ชาร์ลี มอร์แกน คืออดีตเด็กเก็บบอลที่เคยเป็นคู่กรณีของอาซาร์ในเกมฟุตบอลลีกคัพ ปี 2013 ในเกมที่สวอนซี ซิตี้ พบ เชลซี
ขณะนั้นสวอนซีกำลังนำเชลซีอยู่ 2-0 ชาร์ลี มอร์แกน ที่รับหน้าที่เป็นเด็กเก็บบอลอยู่ข้างสนามพยายามดึงบอลไว้กับตัวเพื่อช่วยทีมถ่วงเวลา ก่อนจะถูกอาซาร์ที่พยายามเข้ามาขอบอลเพื่อรีบเล่นได้เตะเข้าที่ชายโครงของเจ้าตัว และทำให้อาซาร์ถูกใบแดงไล่ออกในเกมนั้น
11 ปีต่อมา ชาร์ลี มอร์แกน มาไกลเกินกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด วันนี้เขาคือเจ้าของธุรกิจวอดก้าชื่อดังอย่าง ‘Au Vodka’ ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2016 พร้อมจำหน่ายส่งออกไปยัง 40 กว่าประเทศทั่วโลก และปัจจุบันในวัยอายุ 26 ปี เจ้าตัวเป็นบุคคลที่มีทรัพย์สินรวมมูลค่า 40 ล้านปอนด์ หรือราว 1.8 พันล้านบาทไทย

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล
อ้างอิง:
The post เอเดน อาซาร์ กับอดีตคู่กรณี ‘เด็กเก็บบอล’ ในตำนาน appeared first on THE STANDARD.
]]>